| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- เข้าระบบผู้ดูแล -



องคุลีมาล ภาพยนตร์ที่มีปัญหา … ???


ชื่อภาพยนตร์ ..... องคุลีมาล
ชื่อนักแสดง ..... นพชัย ชัยนาม ,สเตลล่า มาลูกี้
ผู้กำกับ ..... สุเทพ ตันนิรัตน์

หนังสืออ้างอิง ..... จาก หนังสือองคุลีมาล โดย ..... สมัคร บุราวาส
หนังสืออ้างอิง ..... จาก หนังสือใต้ร่มกาสาวพัสตร์ โดย ..... สุชีโวภิกขุ



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 19/05/2004 11:12 AM  

 
 
Դ繷: 1


องคุลีมาล ภาพยนตร์ที่มีปัญหา … ???

หนังเรื่ององคุลีมาล ..... เห็นเค้าพูดกันว่าผิด ไปจาก ... อรหันตประวัติ ของ อิสีติมหาสาวกองคุลีมาล ตาลเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับองคุลีมาลมาบ้าง ตามความรู้สึกที่ได้ดูภาพยนตร์แล้ว

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง องคุลีมาล .....
ภาพยนตร์ที่สร้างจาก .. อรหันตประวัติของอิสีติมหาสาวกองคุลีมาล

ในเรื่อง ..... ฉากและการแต่งกายของตัวละครของหนังเรื่องนี้ ทำได้ดีพอสมควรเหมือนอยู่ในสมัยพุทธกาลเลย ตาลรู้สึกอย่างนั้นนะ น่าชมเชย คงต้องยกนิ้วให้สำหรับส่วนประกอบนี้ แต่ในส่วนของเนื้อเรื่องแล้วเป็นการเสริม เติมแต่ง และดัดแปลงอรหันตประวัติให้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงพอสมควร

การเสริมตัวละคร ..... ที่เป็นภรรยาสาวของท่านอาจารย์สาติ เข้ามาในเรื่อง ซึ่งเป็นจุดหักเหให้อหิงสกะต้องบาดหมางกับอาจารย์ และ ศิษย์ร่วมสำนัก ในข้อหาฉุดคร่าภรรยาสาวของอาจารย์ และ การพบเทพยดาแห่งขุนเขา หรือ พญามาราธิราชผู้เข้าผจญพระพุทธเจ้าในคืนแห่งการตรัสรู้ ก็เข้ามายุ่งเกี่ยวกับอหิงสกะ ในฐานะผู้แนะนำให้อหิงสกะปลดปล่อยผู้คนด้วย ... ความตาย

ในครั้งแรกๆ ..... ก็เป็นเพียงการฆ่าโจรป่า ซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชน ต่อมาก็กลายเป็นทุกคนที่มีความทุกข์ ก็ต้องถูกปลดปล่อย แม้ผู้นั้น จะมีพระคุณเพียงใดก็ตาม ก็ต้องถูกฆ่า เพื่อปลดปล่อยให้วิญญาณได้เคลื่อนสู่ภพภูมิที่สูงกว่า และ เรื่องก็ดำเนินไปถึงตอนที่อหิงสกะ ได้เพ่งฌาณเข้าไปที่ตัวของพญามาร หรือ เทพยดาแห่งขุนเขา และ อหิงสกะก็พบว่า เทพยดาเองก็มีความทุกข์ เช่นเดียวกับมนุษย์ และ ก็ต้องถูกปลดปล่อยเหมือนกัน ในที่สุด พญามารก็ถูกอหิงสกะปลดปล่อยด้วยอำนาจของฌานเช่นกัน

เมื่อพญามารถูกอหิงสกะปลดปล่อย ..... ก็ทำให้อหิงสกะครุ่นคิดไปว่า แม้เทพยดาก็มีความทุกข์มิได้แตกต่างจากมนุษย์ ฉะนั้นต่อไปเค้าก็จะไม่เซ่นสรวงบูชา หรือ อ้อนวอนกราบไหว้เทพยดาอีกต่อไป และ ต่อจากนี้ เค้าจะสังเวย และ ทำพลีกรรมแก่อัตตาของตัวเอง โดยการฆ่าคนให้ครบ ๑,๐๐๐ คน แล้วเค้าก็จะบรรลุธรรม เป็นผู้หลุดพ้นเข้าสู่ ..... นิพพาน

สรุปแนวคิดหลักๆของเรื่องได้ว่า ..... ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนธรรมแห่งความหลุดพ้น หรือ การแสวงหาหนทาง แห่งการบรรลุธรรม ที่อหิงสกะแสวงหา ตั้งแต่วัยเด็ก เริ่มจาก ... เรียนรู้ ... ปรับปรุงพัฒนาความคิด จากความคิดที่ผิด ... ไปสู่ความคิดผิดๆที่ซับซ้อน ... จนในที่สุด ... อหิงสกะก็ได้พบ ... พระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้ชี้ทาง ... แห่งแสงสว่าง และ ให้หลักธรรมอันยิ่งใหญ่ คือทุกสิ่งทุกอย่างเป็น ... อนิจจัง ... ทุกขัง ... อนัตตา ... ไม่ใช่ตัวตนอันควรยึดมั่นถือมั่น แม้แต่ฌานสมาบัติ ที่อหิงสกะได้มาก็อยู่ภายใต้กฎแห่งไตรลักษณ์นี้เช่นกัน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ..... ถ้าไม่ดัดแปลง อรหันตประวัติ โดยการเพิ่มภรรยาสาวของท่านอาจารย์สาติ ผู้เป็นต้นเหตุแห่งความบาดหมาง พญามาราธิราช และ แนวคิดขององคุลีมาล ที่เพิ่มเติมแต่งให้ผิดเพี้ยนจากประวัติ ก็คงจะมีดี และ มีคุณค่าแก่พุทธศาสนา และ เยาวชนของประเทศไม่น้อย

แต่ ..... ก็คงเป็นเหตุผลของการตลาด ที่ผู้สร้างคิดว่า ... คงจะช่วยให้ภาพยนตร์มีรสชาติ ... สนุก ... ตื่นเต้น ... ชวนให้คนดูแล้วไม่เบื่อเกินไป ... จนจำเป็นต้องปรุงแต่งเพิ่ม และ เสริมเติม ขึ้นมาถึงจะมีคนดู …

น่าคิดนะคะ .....
ว่าผู้สร้างดูถูกสมอง และ ความรู้สึก นึกคิดของคนดูมากไปหรือเปล่า ... ???

ตามความรู้สึกของตาล ..... การสร้างหรือเขียนเรื่องอิงประวัติศาสตร์นั้น ไม่ควรเอาความบันเทิง เข้ามาปนแต่งให้ผิดเพี้ยน จริงอยู่ที่ว่า ไม่มีใครรู้แน่นอนเต็มร้อยว่าอะไรเกิดขึ้น ยิ่งนานวันเท่าไหร่ หรือ ยิ่งสาวลึกเข้าไป เราก็ยิ่งไม่รู้ว่าความจริงนั้นคืออะไร แต่ถ้าเราสงสัย แล้วพยายามค้นหาความจริง ให้พบว่า ... เรื่องนี้ ... เรื่องนั้น ... มีความเป็นมาอย่างไร ... ก็จะได้เป็นการค้นพบเรื่องราวต่างๆ มากมาย ที่ทำให้เรารู้เรื่องของ พุทธประวัติ

และ เมื่อพุทธศาสนา ..... เป็น พุทธศาสนาของเหตุผล ก็จำเป็นที่ต้องเคารพเหตุผลนั้นด้วย มิใช่เป็นเรื่องของผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะ หรือ การสมมติแต่งเติมให้เป็นอะไรก็ตาม ย่อมเป็นแต่เพียงส่วนหนึ่ง เท่านั้น และ ไม่เห็นควรปรุงแต่งเข้ามาอย่างยิ่ง … !!



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 19/05/2004 11:51 AM  


Դ繷: 2


ณ ดินแดนที่เรียกว่า ..... ชมพูทวีป เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีมาแล้ว อหิงสกะ ได้ถือกำเนิดขึ้นในวรรณะพราหมณ์ ซึ่งถือกันว่าเป็นวรรณะของผู้มีบุญชั้นสูงสุด แต่ชะตาของทารกกลับถูกสวรรค์ลิขิตไว้ว่า เมื่อเติบโตขึ้นจะกลายเป็นมหาโจร สนองคืนผู้มีคุณด้วยความตาย เพราะเชื่อในลิขิตแห่งฟ้า บิดามารดาจึงส่งอหิงสกะไปร่ำเรียนวิชชากับสำนักทิศาปาโมกข์แห่งเมือง ตักกสิลา บิดานั้นเพียงคิดโยนปัญหาไปให้ไกลตัวไกลๆ แต่ฝ่ายมารดากลับมุ่งหวังว่า สาติพราหมณ์ ผู้เป็นเจ้าสำนักทิศาปาโมกข์ เป็นผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วว่าจะเป็นผู้บรรลุธรรม เป็นเจ้าแห่งศาสดา อาจจะสามารถช่วยนำพาให้อหิงสกะหลุดพ้นไปจากปัญหาทางโลกย์ได้

สาติพราหมณ์หาได้สอนวิชชาใดๆ ..... ให้แก่อหิงสกะไม่ เพราะตรวจชะตาล่วงรู้ว่าผู้มีคุณแก่อหิงสกะจะมีเคราะห์ เด็กน้อยจึงกลายมาเป็นคนเลี้ยงแพะเพื่อนำไปฆ่าสังเวยในพิธีบูชายัญตามความเชื่อของผู้คนในสมัยนั้น เวลาผ่านไปจนอหิงสกะเติบโตเป็นหนุ่ม ในขณะที่ศิษย์คนอื่นๆ ฝึกฝนวิชชา อหิงสกะต้องนั่งนับจำนวนแพะอยู่กลางทุ่ง หารู้ไม่ว่าการทำเช่นนั้นเป็นการฝึกสมาธิโดยธรรมชาติ แล้ววันหนึ่งอหิงสกะก็สามารถเข้าถึงปฐมฌานได้ด้วยตนเอง

ในกาลนั้น ..... ข่าวของศาสดาองค์ใหม่ผู้ซึ่งบรรลุธรรมอันยิ่งใหญ่ก็ได้มาถึงเมืองตักกสิลา ศาสดาท่านนี้เดิมคือ เจ้าชายแห่งศากยะวงศ์ ผู้สละราชบัลลังก์ออกแสวงหาธรรม สาติพราหมณ์รู้สึกไม่พอใจ ที่พระราชาในแคว้นต่างๆ พากันหันไปนับถือศาสดาใหม่ จึงได้ส่งบรรดาศิษย์เอกของสำนัก ออกเดินทางไปลบล้างทำลายลัทธิใหม่นี้ แต่ศิษย์ของสาติพรหมณ์ทุกคน ล้วนแล้วแต่หายสาบสูญไป ไม่กลับมาแม้สักคนเดียว ชีวิตของอหิงสกะที่สงบเงียบเริ่มผันแปรไปในคืนวันวิวาห์ของสาติพราหมณ์กับเจ้าสาวคนใหม่ นามว่า นันทาพราหมณี สาติได้พบความลับว่า ภรรยาคนใหม่นี้ ที่แท้จริงเป็นจัณฑาล หรือคนที่ถือกำ เนิดจาก พ่อแม่ที่ต่างวรรณะ ซึ่งถือกันว่าเป็นพวกที่ต่ำช้า นำความเสื่อมมาให้คนทั่วไป ความเชื่อนี้ทำให้สาต ิต้องหาทางกำจัดนันทา แต่กลับถูกอหิงสกะช่วยเหลือไว้ สาติจึงกล่าวหาว่าอหิงสกะฉุดคร่านันทาไป และประกาศ ให้ทุกคนทราบถึงดวงชะตาของอหิงสกะ ที่ถูกลิขิตไว้ว่าจะต้องเป็นมหาโจร

อหิงสกะพานันทาหลบหนี ..... เข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และบนยอดเขาแห่งหนึ่งเขาก็ได้พบกับ พญามาร ผู้อ้างตนว่าเป็นเทพ ณ ที่แห่งนั้น พญามารเล่าว่าในโลกนี้ยังมีคนบางพวกที่ไม่นับถือบูชาเทพบนสวรรค์ ทางที่จะปลดปล่อยให้คนเหล่านี้หายจากความหลงผิดมีเพียงวิธีเดียว ซึ่งไม่เรียกว่าการฆ่า แต่เป็นการบูชายัญคนชั่ว ถ้าเมื่อใดอหิงสกะสร้างกุศลโดยการบูชายัญชีวิตคนครบ 1000 คน เมื่อนั้นผลบุญที่ก่อ จะทำให้เขา บรรลุธรรม หลุดพ้นจากเวรกรรมในอดีตทั้งปวง อหิงสกะเริ่มหนทางสู่การบรรลุธรรมด้วยการเข่นฆ่าพวกโจรป่าที่ดักปล้นฆ่าคนเดินทาง เมื่อฆ่าโจรป่าจนหมดสิ้น อหิงสกะก็ก้าวหน้าต่อไปด้วยการฆ่าคนที่ลบหลู่ไม่บูชาเทพเทวดา จนสุดท้ายก็ถลำตัวไปสู่การฆ่าฟันโดยไม่เลือก เพราะเขาได้เข้าใจว่าสิ่งทั้งปวงมีแต่ความทุกข์ การที่เขาฆ่าคนจึงเป็นการปลดปล่อยคนเหล่านั้นให้พ้นทุกข์

นันทาพยายามคัดค้าน ..... มิให้อหิงสกะฆ่าคน แต่อหิงสกะมั่นใจว่าสิ่งที่ตนทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะยิ่งฆ่าคน ดวงจิตของเขาก็มีพลังมากขึ้น เขาจึงมั่นใจว่าหนทางสู่การบรรลุธรรมของตนเองใกล้จะสำเร็จแล้ว ในช่วงนั้นเองอหิงสกะได้ค้นพบความจริงเกี่ยวกับพญามารว่ามิใช่เทพดังอ้าง เขาได้ปราบพญามารลง แล้วจึงเข้าใจว่าไม่ใช่แต่เพียงมนุษย์เท่านั้นที่ต้องทนทุกข์ แม้เทวดา มาร พรหม ก็อยู่ใต้กฎเดียวกัน ตั้งแต่นั้นอหิงสกะ จึงหันมาบูชาแต่เพียงดวงจิตของตนเอง โดยเขาได้นำนิ้วของคนที่ถูกฆ่าตายมาร้อย เป็นพวงมาลาคล้องคอ อันเป็นที่มาของชื่อมหาโจรนาม องคุลีมาล อหิงสกะพานันทาเดินทางลงใต้และฆ่าคนจนใกล้จะครบ 1000 แล้ว อหิงสกะมั่นใจว่า เมื่อตนบรรลุธรรมแล้ว จะสามารถเอาชนะศาสดาองค์ใหม่ ซึ่งเป็นผู้ที่นันทานับถือเหนือกว่าตน ในคืนวันหนึ่งท่ามกลางซากศพ ของผู้ที่ถูกอหิงสกะฆ่าตาย นันทาตัดสินใจใช้ยาพิษปลิดชีพของอหิงสกะ และตนเองเพื่อหยุดยั้งการฆ่า แต่อหิงสกะ สามารถทนต่อพิษได้ ส่วนนันทาโดนพิษบางส่วน ทำให้กลายเป็นคนหมดสติ หลับไม่ตื่น เหลือเพียงลมหายใจ ที่บ่งบอกว่ายังมีชีวิต

อหิงสกะมุ่งมั่น ..... ที่จะช่วยนันทาและหนทางที่ตนคิดว่าจะทำได้ก็คือเร่งฆ่าคนให้ครบจำนวนที่จะทำให้ตนเองบรรลุธรรม มีอำนาจเหนือธรรมชาติ อหิงสกะหารู้ไม่ว่าเหยื่อรายสุดท้ายที่ตนกำลังจะปลิดชีพให้ครบ 1000 นั้นคือ มารดา ของตนเอง ที่กำลังพยายามตามหาบุตรชาย ที่ได้กลายเป็นมหาโจรไปแล้ว ขณะที่อหิงสกะจะยิงศรไปสังหารผู้เป็นมารดานั่นเองที่มหาโจรกลับถูกขัดขวางโดยศัตรูคนสำคัญ นั่นคือ ศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า พระผู้ตื่นแล้ว หรือ พระพุทธเจ้า อหิงสกะจึงวิ่งไล่ตามไปเพื่อฆ่า วิ่งไปเพื่อจะได้พบความสำเร็จที่ตนมุ่งมั่นมานานแสนนาน

อหิงสกะหารู้ไม่ว่า ..... การไล่ตามพระพุทธเจ้าในครั้งนั้น เขาได้ก้าวเข้าไปสู่หนทางที่จะนำไปสู่ความสุขสว่าง ทางที่จะทำให้เขามองเห็นความหลงผิด ทั้งปวง ทางที่จะสามารถช่วยเหลือนันทาให้รอดพ้นได้อย่างแท้จริง และทางที่มารดาของเขาใฝ่ฝันให้เขาก้าวไปเพื่อบรรล ุสิ่งอันประเสริฐสูงสุดของมนุษย์ นั่นก็คือ ... นิพพาน

................................................................................
http://www.moviepr.com/pvmovie/ongkuleman.html

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 19/05/2004 11:59 AM  


Դ繷: 3

สวัสดีครับ

จริงๆ ก็น่าจะทำให้ถูกตามพระไตรปิฎกนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับชาวพุทธ หากทางผู้สร้างไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ก็น่าจะนมัสการพระรูปๆ หนึ่งเป็นที่ปรึกษาให้รายละเอียด

อย่างเช่น ภาพยนตร์ของ Hollywood เรื่อง Little Buddha ยังมีการเชิญพระของทางทิเบตมาเป็นที่ปรึกษาด้วยนะครับ

     : Somkeat       : 19/05/2004 12:03 PM  


Դ繷: 4


บอกอย่างตรงไปตรงมา ชอบ บทความ และแนวคิดที่น้ำตาลมีต่อหนังเรื่องนี้มาก โดย เฉพาะคำพูดที่ว่า .. ผู้สร้างดูถูกสมอง และ ความรู้สึก นึกคิดของคนดูมากไปหรือเปล่า ... ??? เยี่ยมยอด ...

อย่างไรเสียถ้า มีคนมาบอกเราว่า เอา เถอะหนังมันก็แค่สร้างความบันเทิงเท่านั้นเอง ? .. อันนี้ก้พอยอมรับได้ นิดหน่อย แต่รางวัลที่การันตี หนังเรื่องนี้ละ ? รางวัลเชิดชูพระพุทธศาสนา ????? จะให้พวกเราตอบคำถามเด็ก ๆ รุ่นหลังว่าอย่างไร ?

หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ บางคน ได้ อ่านข้อวิจารณ์ แล้วทนไม่ได้ กลับตะโกนกลับมาว่า พวกอคติ หรือ พวกขวางทุกเรื่อง หนังเขาดีนะ สร้างได้ดี ไม่มีสะดุด effec เยี่ยมยอด เที่ยบชั้น หนังต่างประเทศได้เลย ...

ซึ่งคุยคนละประเด็นไปเลย และที่ร้ายไปกว่านั้นเจ้าตัวก็เออออ กับ ประวัติศาสตร์ ฉบับใหม่ที่ผู้สร้างจงใจบิดเบือน อย่างร้ายแรง ด้วยเพราะว่า ผู้ใหญ่คนนั้น มันไม่เคย ศึกษาพระไตรปิฎกเลย แล้วออกมาเสนอความเห็น แย้งแบบโง่ ๆ

พูดได้ประโยคเดียวว่า เห้อ ....... ~~~~

ขอบคุณ น้ำตาลมาก ที่เปิดประเด็นเรื่องราวดี ๆ มาตลอด

     : ดอกธูป       : 19/05/2004 12:11 PM  


Դ繷: 5


น้ำตาล หลานรัก

ลุงได้รับ การวิพากษ์เกี่ยวกับภาพยนตร์แล้ว
ยินดีที่หลานเป็นคนมีความคิดที่งดงาม
และคิดถึงสังคมที่เป็นส่วนรวม
ขออนุโมทนา

ที่สุดนี้ขอให้น้ำตาล มีอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธรรมสารสมบัติ

     : ลุงมารุต       : 19/05/2004 12:12 PM  


Դ繷: 6


จากที่ เรียนมา
ไม่ทราบว่า มีการนำเสนอหรือไม่ว่า

หลังจาก องคุลีมาล หลังจากที่ ท่านได้บำเพ็ญเพียร ตามคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วนั้น .. ท่านได้ ออกธุดงธ์ และบิณฑบาตร ตามหมู่บ้านต่างๆๆ เมื่อเหล่าชาวบ้านได้เห็นท่าน ที่นุ่งห่มแบบผู้ถือศีลแล้ว ก็ยังเอาเข้าของขว้างปา ไม่ให้เข้าใกล้ ซึ่งท่านก็ได้นำความกราบปรึกษา องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ว่า ทำไมยังเกิดเหตุเช่นนี้ กันท่าน ซึ่งท่านก็ได้ละวางทุกสิ่งแล้ว ... องค์สัมมาสัพพุทธเจ้า จึงตรัสตอบว่า เป็นเพราะกรรมเก่าที่ยังคงค้างอยู่ ที่ยังไม่หมด ขอให้ องคคุลีมาล ได้บำเพ็ญเพียร ต่อไป เพื่อจะได้ สำเร็จนิพพาน อันเป็นที่ตั้ง

ก็แค่อยากให้รับทราบถึง อีกแง่หนึ่งที่ได้รับเรียนมา
อีกแง่คือ แม้ในอดีตท่านทำอย่างไรไว้
ถึงแม้ในปัจจุบันท่านเป็นคนดี ก็ยังมีผลบุญผลบาปที่ได้ทำไว้
จะเป็นกงกรรมกงเกวียน มาถึงท่านได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ดังนั้น อย่าทำบาปนะ

     : วุฒิชัย       : 19/05/2004 12:22 PM  


Դ繷: 7


จุดประสงค์ของผู้ประท้วง คือให้ผู้สร้าง เขียนข้อความกำกับ ทำนองว่า สร้างจากจินตนาการ อ้างอิงจากประวัติศาสตร์ จำข้อความจริงไม่ได้ แต่ผู้สร้างไม่ยอมทำตามก็เลยประท้วง

อย่างเรื่อง สุริโยไท นั้นก็มีเขียนข้อความทำนองนี้ แล้วยังเปลี่ยนชื่อจาก พระนามจริง คือ สุริโยทัย ด้วย เพื่อแบ่งแยกให้ออกว่ามีเรื่องแต่งประกอบอยู่ด้วย

ประวัติศาสตร์ผ่านมาตั้งหลายพันปี ผู้สร้างไม่สามารถสร้างโดยให้ทุกอย่างถูกต้องตามความจริง ว่าผู้สร้างน่าจะใส่ข้อความนั้น แต่อย่างไรก็ดี ผู้ชมก็ควรจะมีวิจารณญาณในเรื่องนี้

     : แก่รำพัน       : 19/05/2004 12:23 PM  


Դ繷: 8


มองกันที่แก่นแท้ เถอะ อย่ามัวแต่สนใจแต่เรื่องจุกจิก
ไม่เช่นนั้นก็คงไม่มีใครอยากทำอะไรแปลกๆแหวกๆออกมา

อย่าลืมว่าการสร้างภาพยนตร์หรือการเขียนบทภาพยนตร์ ที่จะต้องทำให้คนนั่งดู
อย่างใจจดใจจ่อ เป็นเวลานานๆนั้น มันยากขนาดไหน

การแต่งแต้มสีสรร รายละเอียด เพื่อความบันเทิงในการชม คงไม่ใข่การดูถูกคนดู มั้ง

แต่จะให้ดี ผู้ผลิตเองก็ควรชี้แจงซะ ว่าส่วนไหนของเดิม ส่วนไหนต่อเติม
ก็เท่านั้นเองนะ

ดีใจจังที่เห็นท่านๆทั้งหลาย สนใจใฝ่รู้เรื่องธรรมะ
เอ...แต่ทำไม บ้านเมืองเรา ยังมีอะไรที่ไม่น่าจะมี อีกเยอะจัง
คงเป็นเพราะท่านๆนั้น เรียนรู้เพื่อให้ตนเองหลุดพ้น ไปจากผู้อื่น

     : wytzart       : 19/05/2004 12:25 PM  


Դ繷: 9


* องคุลีมาล - SAMSARA - อโศกมหาราช *

หนังเรื่อง 'องคุลีมาล' ..... ยังไม่ทันฉาย ก็ได้ข่าวว่ามีชาวพุทธกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือต่อท่านรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ซึ่งดูแลงานด้านศาสนาอยู่ว่า ขอให้ช่วยระงับการฉายหนังเรื่องนี้เสีย ไม่เช่นนั้นแล้วจะฟ้องร้องเป็นเงินกว่า 340-360 ล้านบาท โทษฐานที่บิดเบือนประวัติพระองคุลีมาล และกระทำการที่ถือว่าเป็นการจ้วงจาบพระธรรมวินัย พระไตรปิฏก หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 1 เมษายน 2546 อ่านข่าวนี้แล้วบางทีชวนให้คิดอะไรต่ออะไรได้อีกหลายเรื่อง

ก่อนหน้านี้ ..... เคยมีภาพยนตร์เกี่ยวกับศาสนาออกมาฉายแล้วสองเรื่อง คือ'อโศกมหาราช' เรื่องหนึ่ง และอีกเรื่องหนึ่งคือ 'SAMSARA' สังสาระ/เวียนว่ายโลกีย์ หรือที่คนไทยแปลกันว่า 'แซมซาร่า' เรื่องพระเจ้าอโศกนั้น แม้จะนำมาจากประวัติศาสตร์ที่แยกกันไม่ขาดกับพระพุทธศาสนา แต่ก็ไม่เห็นมีใครต่อต้าน ทั้งๆที่พระเจ้าอโศกโด่งดังและมีบทบาทต่อวงการพระพุทธศาสนา ในระดับโลก มากกว่าพระองคุลีมาลหลายต่อหลายเท่านัก และทั้งๆที่ตัวเนื้อหาของหนังเองก็มีการดัดแปลงแต่งเติมมากมาย ส่วนแซมซาร่า/สังสาระก็เช่นกัน เนื้อหาของหนังออกจะหวือหวาเสียยิ่งกว่าหนังแนวศาสนาเช่นนี้มากมายนัก

เรื่องพระเจ้าอโศกนั้น ..... ผู้เขียนใช้เป็นสื่อการสอนพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี แม้ตัวหนังจะใส่สีตีไข่มากเพียงไร แต่ก็ไม่กระทบต่อ'แก่น' ของเรื่องที่เราควรถือเอาเป็นสาระสำคัญ นั่นก็คือ 'สงครามไม่เคยทำให้ใครเป็นผู้ชนะที่แท้จริง' และ'ชัยชนะที่แท้นั้น ไม่ใช่การเอาชนะผู้อื่น แต่คือการเอาชนะใจตัวเอง' และอีกประเด็นหนึ่งคือ 'ราชบัลลังก์ที่มั่นคงที่สุดนั้นสถิตอยู่ในหัวใจคน'

ต้องไม่ลืมว่า ..... หนังคืองานศิลปะอย่างหนึ่งไม่ใช่เรื่องจริงไปเสียหมด ที่เขาทำออกมา แม้จะใส่สีตีไข่บ้างตามสไตล์ของการทำงานศิลปะให้น่าสนใจ ให้ธรรมะเดินได้ ช่วยทำให้เราเข้าถึง 'แก่น' ของพุทธปรัชญาที่ลึกซึ้งและยังประโยชน์ต่อมนุษยชาติได้มากมายถึงเพียงนี้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าเราจะไปติดใจฉาก ตัวละคร หรือเรื่องราวที่ เราเองก็รู้อยู่ว่าเขา แต่งเติมเข้ามาให้หนังเดินได้ให้วุ่นวายไปทำไมกัน

ประวัติศาสตร์ ..... จะยังคงเป็นประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า ก็ต่อเมื่อมันมีความหมายต่อคนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะ ไม่ใช่รักษาประวัติศาสตร์ไว้ให้แห้งตาย แล้วก็ภูมิใจในประวัติศาสตร์อย่างชนิดที่ไม่สัมพันธ์กับโลกแห่งความเป็นจริง ชาวพุทธไทยกำลังเรียนจากประวัติศาสตร์หรือว่ากำลังหลงประวัติศาสตร์กันแน่ ด้วยวิธีคิดเช่นนี้ใช่หรือไม่ ที่ทำให้เรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาในเมืองไทยถึงมีแต่อะไรที่มัน'เชยๆ'ออกมาไม่รู้จบ เชยถึงขนาดที่ว่า ชั้นแต่จะอธิบายเรื่องปาณาติบาต ก็คิดไปไม่พ้นเรื่องการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ที่เป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อย จำพวกงูเงี้ยวเขี้ยวขอวัวควาย นึกไปไม่ถึงว่าสงครามสหรัฐอเมริกากับอิรักนั้นน่ะคือ มหาปาณาติบาตระดับโลก ที่เราชาวพุทธควรช่วยกันออกมาต่อต้าน ขัดขวาง มาถึงเรื่องอทินนาทาน ก็อธิบายได้แค่เรื่องขโมยกล้วย ขโมยไก่ ขโมยเงินไม่กี่บาท ไม่กี่กหาปณะ/มาสก มองไม่เห็นว่าการคอรัปชั่นเชิงนโยบาย การโกหกพกลมของนักการเมือง ของนายทุนข้ามชาติ ของผู้นำประเทศมหาอำนาจ เหล่านี้ไม่ใช่การละเมิดศีลข้ออทินนาทานระดับชาติระดับโลกดอกหรือ

หากเราชาวพุทธไม่รู้จักเปิดใจให้กว้าง ..... ไม่รู้จักประยุกต์พุทธธรรมให้ร่วมสมัย ชอบแต่จะยกย่องพระพุทธศาสนาอย่างงมงาย ใครแตะนิดต้องหน่อยเป็นไม่ได้อย่างนี้แล้ว ก็จะกลายเป็นการยกย่องที่มีค่า เป็นการทำลายพระพุทธศาสนาไปโดยไม่รู้ตัว ต้องไม่ลืมว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งปัญญา พระบรมศาสดาของเราไม่เคยเผยแผ่ศาสนา เพราะต้องการศาสนิกจำนวนมากๆ แต่ข้างในว่างเปล่า งมงาย แท้จริงแล้วพระองค์ทรงเผยแผ่พระพุทธศาสนาเพราะทรงต้องการทำให้คนโง่ ได้หายโง่ ทำให้คนชั่ว กลายเป็นคนดี จะได้กี่คนไม่สำคัญ สำคัญที่กี่คนเหล่านั้นเข้าถึงสาระที่ทรงต้องการหรือเปล่า

พระพุทธศาสนา ..... เป็นศาสนาที่ต้องการสอนให้คนเข้าถึง'สาระ' ของการเกิดมาเป็นคนด้วยสติปัญญา ไม่ได้สอนให้คนเกิดมาเพื่อยึด'เปลือก' ของความเป็นคนเอาไว้อย่างงมงาย อย่าว่าแต่พระพุทธศาสนาเลย แม้ศาสนาแต่ละศาสนา ถ้าศาสนิกเข้าไม่ถึงสาระของตัวศาสนานั้นเอง ศาสนาเหล่านั้นก็จะกลายเป็นเปลือกแห่งความเป็นคน ที่จะทำให้คนมองคนไม่เป็นคน และเกลียดชังคนที่ถือศาสนาต่างออกไปจากตนได้เหมือนกัน และบางทีศาสนาก็ทำให้คนฆ่าคนด้วยกันเองมาแล้วตั้งมากมาย

ที่คนฆ่ากันเพราะศาสนา ..... ไม่ใช่เพราะศาสนาเลว แต่เพราะคนเหล่านั้นพากัน'กอดเปลือก'ของศาสนาเอาไว้อย่างเหนียวแน่นโดยไม่เคยรู้จัก'แก่น'ที่แท้ของตัวศาสนาต่างหาก พระพุทธศาสนาของเราก็เช่นกัน แม้จะเป็นศาสนาแห่งสันติและปัญญา แต่ถ้าเราไม่รู้จักการนับถือพระพุทธศาสนาด้วยพุทธิปัญญาแล้ว ศาสนาแห่งสันติและปัญญาก็อาจจะกลายเป็นศาสนาแห่งสงครามและความงมงายขึ้นมาได้เหมือนกัน

หรือว่าเราเป็นอย่างนั้นกันมานานแล้ว? ..... นานจนไม่รู้จักว่า โดยที่แท้แล้วพระพุทธศาสนาคือศาสนาแห่งปัญญา คือศาสนาแห่งวิจารณญาน และการรู้จักใช้เหตุผล? ถ้าเรานับถือศาสนาด้วยท่าทีอย่างนี้ ต่อให้เรามีประวัติของพระพุทธสาวกที่ประเสริฐเลิศล้ำสักเพียงไหน และมีคนสร้างประวัติของท่านเป็นหนังออกมาฉายกันอย่างแพร่หลายกว้างขวางเพียงไรก็ตาม ทว่า พวกเรากลับดูหนังเรื่องยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้นด้วยความศรัทธาเพียงอย่างเดียวแต่ไปไม่ถึง'ปรัชญา'ที่เป็นแก่นของหนัง ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากการดูละครน้ำเน่าเรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง

การดูหนังเรื่ององคุลีมาลก็เหมือนกัน ..... ถ้าดูไม่เป็นก็คงต้องกลับออกมาโวยวายกันใหญ่ ว่าหนังส่งเสริมความโหดร้ายทารุณ ทั้งๆที่จริงๆแล้วแก่นของหนังคือ ความเมตตา และปัญญาอันพิสุทธิ์ต่างหาก สิ่งสำคัญที่อยากจะบอกไว้ในที่นี้ก่อนดูหนังองคุลีมาล ก็คือ ไม่ควรจะไปติดใจอยู่แค่ว่า เขาสร้างหนังวิจิตรตระการตา หรือดัดแปลงแต่งเติมตัวหนังให้มีสีสันผิดไปจากประวัติของพระองคุลีมาลอย่างไร หรือใครเป็นพระเอก นางเอก แต่ควรดูให้ทะลุถึงแก่นของหนังที่ว่า

เพราะ ..... มหาโจรองคุลีมาลฆ่าความเป็นคน เสียได้นั่นแหละ ท่านถึงได้เป็นพระอรหันต์ ถ้าไม่ฆ่าความเป็น คน ไม่มีทางเป็นพระอรหันต์ได้อย่างเด็ดขาด

การฆ่าอย่างนี้ ..... เราควรส่งเสริมกันให้มาก จะได้มีอะไรใหม่ๆ ในทางปัญญาออกมาจรรโลงสังคมให้มากกว่าทุกวันนี้ ยิ่งคนที่มีแต่ 'อัตตาเขื่องๆ' และมี 'เสียงดัง' ในสังคมทั้งหลายควรไปดูหนังเรื่องนี้กันให้มาก อะไรที่มันเขื่องๆจนเที่ยว 'ข่ม' และ 'พิพากษา' คนอื่นเขาไปทั่ว จะได้ลดน้อยถอยลงเสียบ้าง

............................................................
หนังสือ เนชั่นสุดสัปดาห์ ..... คอลัมน์ธรรมาภิวัฒน์ โดย ว.วชิรเมธีภิกขุ
ปีที่ 11 ฉบับที่ 566 วันที่ 7 เมษายน 2546

     : คนใจกว้าง       : 19/05/2004 12:37 PM  


Դ繷: 10


องคุลีมาล ภาพยนตร์ที่มีปัญหา … ???

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 19/05/2004 12:42 PM  


Դ繷: 11


องคุลีมาล ภาพยนตร์ที่มีปัญหา … ???

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 19/05/2004 01:33 PM  


Դ繷: 12


องคุลีมาล ภาพยนตร์ที่มีปัญหา … ???

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 19/05/2004 01:36 PM  


Դ繷: 13


องคุลีมาล ภาพยนตร์ที่มีปัญหา … ???

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 19/05/2004 01:40 PM  


Դ繷: 14


องคุลีมาล ภาพยนตร์ที่มีปัญหา … ???

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 19/05/2004 01:42 PM  


Դ繷: 15


องคุลีมาล ภาพยนตร์ที่มีปัญหา … ???

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 19/05/2004 02:20 PM  


Դ繷: 16


องคุลีมาล ภาพยนตร์ที่มีปัญหา … ???

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 19/05/2004 02:22 PM  



::
  *
 
::
 
 
ٻСͺ ::
  Թ 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
´ ::
  *
  ٻʴҡ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.