| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- เข้าระบบผู้ดูแล -



จอมนางแห่งวังหลวง


ชื่อภาพยนตร์ ..... Dae Jang Geum หรือ แดจังกึม
อ้างอิงจาก ..... เว็บไซต์ของไทยทีวีสีช่อง 3
- http://www.thaitv3.com
- http://www.thaitv3.com/daejanggeum





    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:07 PM  

 
 
ความคิดเห็นที่: 1


จอมนางแห่งวังหลวง
ความบันเทิงห่อวัฒนธรรม


.......... สำหรับผู้ที่สนใจจะลองลิ้มรสอาหารเกาหลีทางสายตาพร้อมๆ กับเรียนรู้วัฒนธรรมเกาหลีไปด้วย ก็สามารถติดตามละครเรื่อง แดจังกึง ได้ทางช่อง 3 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลาประมาณ 18.00 น. หรือ บางครั้ง ก็มาประมาณ 18.30 น. และ ไม่ว่าจะฉายช้าหรือเร็ว เค้าก็จะจบไม่เกินเวลาประมาณ 19.50 น. ทุกครั้ง

แต่ถ้าวันไหน ไม่มีเวลาดูตามรายการปกติ ก็ตั้งระบบให้เครื่องอัดเทป ไว้ดูเวลาว่างๆ เนื้อหาของแต่ละตอน ไม่ค่อยก้าวหน้าไปมากๆ ขาดดูไปสัก ๑ หรือ ๒ ตอน ก็มาอ่าน เรื่องย่อประจำสัปดาห์ ก็ยังพอจะเดาเนื้อเรื่องได้ แต่คงเสียบรรยากาศในการได้รับรู้เรื่องราวของภาพวัฒนธรรมแบบโบราณๆ ที่ดูมีระเบียบและขั้นตอนอะไรต่างๆ อย่างมากมาย

บางตอน เนื้อเรื่องก็น่าเบื่อ มีแต่เรื่องอิจฉาริษยา และเจตนาให้ร้ายกัน ไม่ต่างกับละครหรือเรื่องเกี่ยวกับการเมืองของบ้านเราสักเท่าไหร่ ดูๆ ไป บางครั้งก็เดาได้เป็นฉากๆ เลย แต่ที่ยังชอบดู และน่าสนใจ ก็คงเพราะนางเอกสวย สวยมากๆ จริงๆ แล้วก็ได้เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการทำอาหารอีกหลายๆ อย่างด้วย

แดจังกึม ได้รับความนิยมอย่างสูงกวาดเรตติ้งอันดับ 1 ตลอดช่วงระยะเวลาที่ออกอากาศในประเทศเกาหลี นอกจากนี้ยังไปสร้างเรตติ้งในอีกหลายประเทศ อย่างที่ ใต้หวัน ญี่ปุ่น และ แถบตะวันตกทางช่อง Woch-ch ใน ชิคาโก จนกลายเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมละครเป็นจำนวนมาก

สิ่งที่ทำให้ละครเรื่องนี้ ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ชมเกาหลี น่าจะเป็นการผสมผสานการถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาว ที่ต้องต่อสู้กับกฎเกณฑ์ประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านาน รวมถึงการทำอาหาร และเรื่องยาสมุนไพรรักษาโรคทางการแพทย์แบบดั้งเดิม ที่คนรุ่นใหม่ทั่วๆ ไป ไม่ค่อยได้พบเห็นกันมากนัก






    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:25 PM  


ความคิดเห็นที่: 2


แ น ะ นำ ตั ว แ ส ด ง

ความเข้มข้นของเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม ส่งผลให้ดารานำ ลียองเอ ผู้ถ่ายทอดบทบาท แดจังกึม ได้รับความนิยมโด่งดังที่สุดคนหนึ่งในเกาหลีขณะนี้

นอกจากนี้ ยังมีเหล่านักแสดงนำผู้ร่วมสร้างสีสันให้กับละครเรื่องนี้อีก ได้แก่

จีจินฮี
ผู้รับบทมินจุงโฮ ข้าราชบริพารหนุ่มหน้าตาดี

ฮงลีนา
รับบท แชกึมยอง หญิงสาวผู้เป็นคู่แข่งคนสำคัญของแดจังกึม

ยิมโฮ
รับบท กษัตริย์จุงจง ผู้อ่อนโยน ร่วมด้วยดาราสมทบอีกมากมาย

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:29 PM  


ความคิดเห็นที่: 3


แดจังกึม ..... รับบทโดย ลียองเอ

.......... สาวสวยผู้ชาญฉลาดและเป็นคนช่างสงสัย เธอฝ่าฟันอุปสรรคนานานับประการ ด้วยความอดทน และความมุ่งมั่น หลังจากสูญเสียพ่อและแม่ไป เธอได้เข้าไปเรียนรู้วิธีปรุงอาหาร และศึกษาเรื่องยาต่างๆ จนได้เป็นหมอหลวงในพระราชสำนักในสมัยราชวงศ์ โชซอน ..........

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:31 PM  


ความคิดเห็นที่: 4


มินจุงโฮ ..... รับบทโดย จีจินฮี

.......... ข้าราชบริพารหนุ่มของกษัตริย์ที่มีหน้าตาดี บุคลิกนิ่ง สุขุม มีการศึกษาและทักษะทางการทหารเป็นอย่างดี เขาคอยให้ความช่วยเหลือแดจังกึมอยู่เนืองๆ เมื่อได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น ความฉลาดและเสน่ห์ของเธอก็ทำให้เขาอดใจไม่ได้ที่จะตกหลุมรักสาวคนนี้ ..........

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:32 PM  


ความคิดเห็นที่: 5


กษัตริย์จุงจง ..... รับบทโดย ยิมโฮ

.......... กษัตริย์จุงจงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 11 ของราชวงศ์ โชซอน เป็นคนอ่อนโยน จนบางครั้งทำให้กลายเป็นคนลังเล และไม่มีความเด็ดขาด ในระหว่างที่พยายามปฏิรูปรระบบการเมืองใหม่ พระองค์ได้พบกับจังกึม และชื่นชอบในบุคลิกที่อบอุ่น และความสามารถที่โดดเด่นของเธอ ..........

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:33 PM  


ความคิดเห็นที่: 6


แชกึมยอง ..... รับบทโดย ฮงลีนา

.......... หลานสาวของข้าในวังที่ได้คลุกคลีอยู่ในครัวหลวงตั้งแต่เล็ก กึมยองเป็นสาวสวยที่เต็มไปด้วยความยะโส และทะเยอทะยาน เธอมีใจให้แก่มินจุงโฮมานาน แม้ว่าจะมีฐานะทางสังคมที่ต่างกัน อีกทั้งยังเป็นคู่แข่งคนสำคัญของจังกึม ที่จะแก่งแย่งการเป็นแม่ครัวหลวงมือ 1 มาให้ได้ ..........

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:35 PM  


ความคิดเห็นที่: 7


สิ่ ง ที่ คุ ณ ยั ง ไ ม่ เ ค ย รู้ .....


- แดจังกึม บุคคลผู้เป็นตำนาน .....

แต่ละประเทศมักมีประวัติวัฒนธรรมที่แตกต่าง ก่อเกิดบุคคลที่เป็นตำนานมากมาย และ แดจังกึม ก็คือสตรีเลื่องชื่อของประเทศเกาหลี....

ประเทศเกาหลีในสมัยก่อน ราชวงศ์ โชซอน ถือเป็นยุคแห่งความรุ่งเรือง

ปี 1392 นายพล ลี ซอง เกย สถาปนาตัวเองเป็นพระเจ้า แท โจ สวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์หมิงของจีน เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โชซอน และนางเอกของเรา ซอ จังกึม เกิดในอีก 10 รัชกาลถัดมา คือสมัยพระเจ้า ยอนซัน ตอนนั้นสตรีมีฐานะต่ำต้อย แต่เธอมีความกล้าหาญและมุ่งมั่น ฝ่าฟันอุปสรรค จนกลายเป็นแม่ครัวมือหนึ่งของวังหลวง ซ้ำยังเป็นแพทย์หญิงคนแรกของเกาหลี ที่ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองจนชำนาญ รับหน้าที่เป็นทั้งแพทย์และผู้ปรุงอาหารในวังหลวง จนเป็นที่ยกย่อง

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:37 PM  


ความคิดเห็นที่: 8


- ภาษาเกาหลี .....

เกาหลีในสมัยโบราณ รับอิทธิพลวัฒนธรรมจากจีนมากมาย เช่นอักษรที่จารึก เกาหลีไม่เคยมีอักษรที่เป็นของตัวเอง จึงต้องใช้อักษรฮั่นของจีน คนธรรมดากว่าจะเรียนรู้ได้ต้องใช้เวลาหลายปี แต่ชนชั้นสูง มีทั้งเวลาและเงินทองย่อมเรียนรู้ได้ง่าย ส่วนผู้หญิง อย่าหวังได้ศึกษาเด็ดขาด

จนถึงรัชกาลพระเจ้า เซ จง ในปี 1397 มีรับสั่งให้ประดิษฐ์พยัญชนะเกาหลี 24 ตัวอักษรขึ้น เพื่อง่ายต่อการเรียนรู้ ทำให้ชาวบ้านทั่วไปมีโอกาสศึกษาเล่าเรียน สมัยนั้นชนชั้นสูงและเหล่าบัณฑิต ต่างมองว่าภาษาเกาหลีเป็นภาษาที่ต่ำต้อย จึงไม่ยอมใช้ จนถึงศตวรรษที่ 20 จึงได้ยอมรับอย่างเป็นทางการ

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:42 PM  


ความคิดเห็นที่: 9


- มีดเงินอิ๋งจวง .....

สาว ๆ สมัยนี้ถ้าจะป้องกันตัว ไม่ให้ถูกลวนลาม เราอาจจะมีสเปรย์พริกไทย เครื่องช็อตไฟฟ้า แต่สำหรับเกาหลีนั้น มีของอย่างหนึ่งเรียกว่า มีดเงินอิ๋งจวง....ซึ่งมี 2 ขนาด ขนาดใหญ่ประมาณ 15 เซนติเมตร ขนาดเล็ก 9 เซนติเมตร ผลิตจากเงินและเหล็กผสมผสาน ข้างในมีตะเกียบเล็ก ๆ หนึ่งคู่ เผื่อกินข้าวอยู่ข้างนอกจะได้มีพร้อมทุกเวลา อีกทั้งยังใช้ทดสอบว่าอาหารนั้นมีพิษหรือไม่....

นอกจาก เป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่งแล้ว สำคัญคือมีไว้ป้องกันตัว ถึงคราวคับขันจริง ๆ พวกเธอจะใช้มีดฆ่าตัวตาย ใช้ชีวิต ป้องกันศักดิ์ศรีตัวเองไว้

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:43 PM  


ความคิดเห็นที่: 10


- สวรรค์ดับสูญ .....

ชาวเกาหลีชอบศึกษาประวัติศาสตร์ของจีน และจดบันทึกไว้ เช่นในซีรีย์เรื่องนี้จะปรากฎรหัสคำว่า สวรรค์ดับสูญ ที่มานั้นมาจากกลุ่มกบฎโพกผ้าเหลืองในสมัย ตงฮั่น เป็นการรวมกลุ่มชาวนาต่อต้านทางการจีนในสมัยนั้นที่ไม่พอใจการปกครอง โดยมีผู้นำชื่อว่า จางเจี่ยว ปลุกระดมราษฎรหลายแสนคนให้แข็งข้อ โดยใช้รหัสว่า สวรรค์ดับสูญ ฟ้าสีทองผ่องพรรณ

แม้การปฏิวัติในคราวนั้นจะล้มเหลว แต่ก็มีผลกระทบในวงกว้าง....

ซึ่งรัชกาลที่สิบของเกาหลีคือพระเจ้า ยอนซัน มีพระเชษฐานามว่า ชินซอง เมื่อพระเจ้ายอนซันถูกปลด เหล่าขุนนางจึงทูลเชิญให้เจ้าชาย ซินซอง ขึ้นครองราชย์ต่อ ขนานนามว่าพระเจ้า จุงจง รหัสในการปฎิวัติครั้งนั้นก็คือ สวรรค์ดับสูญ ฟ้าสีทองผ่องพรรณ

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:47 PM  


ความคิดเห็นที่: 11


- นางกำนัล .....

นางกำนัล ก็คือ หญิงรับใช้ในวังหลวง มีแบ่งเป็น นางใน กับ ซังกุง

หน้าที่ของนางใน ก็คือดูแลเรื่องเครื่องเสวยต่างๆ....

เด็กหญิงที่ถูกส่งเข้าวัง จะเริ่มเรียนรู้ขนบประเพณีเมื่ออายุ 7-8 ขวบ อยู่ครบ 15 ปีจะได้เลื่อนเป็นนางใน

จากนั้น ไปอีก 15 ปีก็จะได้เป็นข้าหลวง ภาษาเกาหลีเรียกว่า ซังกุง

แต่ระหว่างนั้นต้องมีการทดสอบและแข่งขันรุนแรง ใครได้เป็น ซังกุง ก็จะมีอิทธิพลมากขึ้น แน่นอนว่าตำแหน่งนี้ย่อมมีอภิสิทธิ์บางอย่าง เช่นนอกจากมีห้องส่วนตัวแล้ว ยังมีนางกำนัลคอยรับใช้ และเป้าหมายของนางกำนัลเหล่านี้ ก็คือเป็นซังกุงในวันหน้า

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:53 PM  


ความคิดเห็นที่: 12


- ประเภทของ ซังกุง .....

นางกำนัลของเกาหลีมีแบ่งหลายระดับ

ระดับสูงสุดคือ ซังกุงปกครอง มีหน้าที่ดูแลตรวจตราทุกอย่างในวังหลวง

ถัดมาก็คือ รองซังกุงปกครอง

ซังกุงรับบัญชา
ซังกุงพี่เลี้ยง
ซังกุงสาวใช้
และ ทุกแผนกก็จะมีหัวหน้าซังกุงอีกคนคอยกำกับดูแล

ในวังของเกาหลี มีนางกำนัลประมาณ 600 คน

การจะเป็นซังกุงได้นั้น นอกจากมีประสบการณ์และผลงานโดดเด่นแล้ว ยังต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เพราะพวกเธอมีหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่พระราชา ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องออกจากวัง ให้คนอื่นมาเป็นแทน ผู้ที่เป็นซังกุงในระดับสูง แม้ป่วยก็บอกใครไม่ได้ หรือไม่ก็ต้องให้คนสนิท หรือญาติพี่น้องมาทำงานแทน ถึงรักษาอำนาจของตนให้คงอยู่ไว้ได้

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 06:54 PM  


ความคิดเห็นที่: 13


- เครื่องเสวย .....

เครื่องเสวยของพระเจ้าเกาหลีนั้น จะมีอาหาร 12 อย่าง บวกกับหม้อไฟ น้ำแกง นอกจากดูอลังการณ์แล้ว ยังแฝงความนัยไว้ด้วย

คุณผู้ชมอยากทราบหรือไม่....?

ทุกปีราษฎรจะต้องถวายผลิตผลที่ดีที่สุดทางการเกษตร ล่าสัตว์และประมง มาเป็นเครื่องบรรณาการยังวังหลวง เพื่อที่ว่า พระราชาได้เห็นของเหล่านี้ จะรู้ว่าราษฎรกินดีอยู่ดีหรือไม่ เช่นว่า ถ้าอาหารรสเลิศ แสดงว่าบ้านเมืองร่มเย็น แต่ถ้าอาหารลดปริมาณลงหรือวัตถุดิบเปลี่ยนไป แสดงว่าแหล่งเพาะปลูกนั้น ๆ เกิดปัญหาหรือมีภัยธรรมชาติ

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 07:04 PM  


ความคิดเห็นที่: 14


- ไก่ทอง .....

ในเรื่อง แด จังกึม จะมีไก่ประเภทหนึ่ง เรียกว่า ไก่ทอง แต่ความจริงแล้ว มันคือ ไก่ทองพุงแดง เป็นสัตว์ปีกชนิดหนึ่ง อยู่ในแถบ เหอหนาน เสฉวน และ กวางสี ของจีน ปัจจุบันเป็นสัตว์อนุรักษ์ด้วย แต่ว่า คนสมัยก่อนจับไก่ทองไว้ไม่ใช่เพื่อรับประทาน แต่ต้องการนำขนมาทำเครื่องประดับมากกว่า

จริง ๆ แล้วประเทศเกาหลีก็มีไก่ป่าหลายพันธุ์ มีประเภทหนึ่งเรียกว่า ไก่จื้อ แต่สมัยก่อนฮองเฮาของฮ่องเต้ เล่าปัง มีนามว่า หลี่จื้อ ชาวบ้านไม่กล้าเชือด ไก่จื้อ เกรงจะลบหลู่ฮองเฮา เลยเปลี่ยนชื่อเป็นไก่ป่านับแต่นั้น ชาวเกาหลีทานไก่ป่ามีกำหนดเวลา จากเดือน 8 ของทุกปีถึงเดือน 2 ปีหน้า นอกนั้นเนื้อไก่อาจมีสารพิษ ทำให้เสียรสชาติ

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 07:11 PM  


ความคิดเห็นที่: 15


- สมุนไพร .....

วิชาแพทย์ของเกาหลีก็ต้องพึ่งการแพทย์ของจีน ทำให้ยาจีนแพร่หลายเข้าสู่เกาหลีด้วย แต่โดยสภาพภูมิประเทศของเกาหลีเอง ก็เหมาะสำหรับปลุกสมุนไพรหลายอย่าง เช่นโสมกับต้น ตงฉง กลายเป็นสมุนไพรล้ำค่า ที่เกาหลีมักถวายเป็นเครื่องบรรณาการแด่เมืองจีน

แต่สูตรยาจีนมีมากมาย บางชนิดไม่มีในเกาหลี บางครั้งพระราชาเกาหลีก็ต้องส่งคนไปภาคกลาง สรรหาเมล็ดพันธุ์ของสมุนไพร เพื่อนำกลับมาปลูกเอง ถ้าปลูกไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องอาศัยพ่อค้านำเข้า ทำให้เรียกราคาได้สูง สร้างกำรี้กำไรไปตามกัน

แต่ ณ. ปัจจุบันนี้ เกาหลีส่งออกยาจีนเป็นล่ำเป็นสัน ทุกปีจะมีจัดนิทรรศการสมุนไพรที่เมือง แดจอน และ แดคู

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 07:28 PM  


ความคิดเห็นที่: 16


- เครื่องแต่งกาย .....

เครื่องแต่งกายของชาวเกาหลีมักเป็นชุดยาว คือ ยาวทั้งเสื้อและกางเกง หากเป็นฤดูหนาวหรือมีพิธีสำคัญก็จะมีเสื้อคลุมยาวอีกตัว

จากภาพเขียนในสุสานของราชวงศ์ โครยอ เห็นได้ว่าชุดประจำชาติเหล่านี้ มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 4 ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เครื่องแต่งกายของชาวเกาหลีอาจมีเปลี่ยนแปลงบ้าง เช่นในราชวงศ์ โชซอน ผู้หญิงจะใส่เสื้อที่ลำตัวสั้น หากแต่ท่อนล่างยาวกรุยกราย แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนยังไง ก็ไม่พ้นชุดยาวที่ใส่คลุมทั้งตัว เพื่อให้เข้ากับความเคยชินในการนั่งพื้นของชาวเกาหลีนั่นเอง

ฉะนั้นไม่ว่าเป็น ชุดขุนนาง ชุดลำลอง หรือ ชุดทางการ รูปแบบจะคล้ายกันมาก

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 07:31 PM  


ความคิดเห็นที่: 17


- ที่มาของ หมั่นโถว .....

หมั่นโถวที่เราทาน ก็คือทำจากแป้งหมี่นึ่งให้ร้อนก็ทานได้ แต่สมัยก่อน คำว่า หมั่นโถว หมายรวมถึงซาละเปากับเกี๊ยวด้วย และนี่ก็เรียกเป็นหมั่นโถวได้เช่นกัน

จากตำนานสามก๊กของจีนในอดีต หมั่นโถวเกิดจากสมัยที่ ขงเบ้ง จะไปตีชนเผ่า หนานหมาน จับตัว เมิ่งฮู่ ได้ ขากลับเจอมรสุม เมิ่งฮู่บอกว่าเพราะทหารที่ถูกฆ่ามารังควาน ต้องใช้หัวคน 49 หัวเซ่นไหว้แม่น้ำ แต่ขงเบ้งไม่ต้องการฆ่าคน จึงเอาแป้งหมี่มาทำเป็นเปลือก ยัดไส้ด้วยเนื้อหมู สมมุติเป็นหัวคน 49 หัว....

ตอนนั้นเรียกว่า หมานโถว
แปลว่า หัวของชาว หนานหมาน นานเข้าก็แผลงเป็น หมั่นโถว

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 23/11/2005 07:33 PM  


ความคิดเห็นที่: 18


- ห้องอุปกรณ์ .....

ถ้าใครเคยมาทานอาหารที่ประเทศเกาหลี จะพบเครื่องใช้ที่ทำจากทอง หรือไม่ก็เงินเป็นส่วนใหญ่ ที่แท้ค่านิยมแบบนี้มาจากในวังโบราณนั่นเอง

สมัยก่อนในวังเกาหลี จะมีหน่วยงานเฉพาะดูแลพวกเครื่องทอง เครื่องเงิน และโลหะต่าง ๆ เรียกว่า ห้องอุปกรณ์ ที่นิยมใช้เครื่องเงินในการกินข้าว เพื่อป้องกันการวางยาพิษ เพราะพวกเขายังไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องอาหารมากนัก โดยเฉพาะด้านเชื้อโรคต่าง ๆ บางส่วนโดนเครื่องเงินเข้าจะกลายเป็นสีดำ จึงกลายเป็นความนิยมที่จะทานข้าวด้วยช้อนหรือตะเกียบที่ทำจากเงิน แต่ยาพิษมีตั้งร้อยแปด

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 06:58 PM  


ความคิดเห็นที่: 19


- ห้อง ใน วังหลวง .....

นางกำนัลในวังหลวง ต่างมีภาระหน้าที่ของตัวเอง และสถานที่ทำงานก็มีชื่อเรียกที่แตกต่าง เช่น สถานที่หุงข้าวเรียกว่า ห้องซูชิ ห้องปอกผลไม้เรียกว่า ห้องผลไม้ ห้องตัดเย็บเสื้อผ้ามี ห้องปัก กับ ห้องเย็บ ส่วนที่ปรุงอาหารมีแบ่งครัวในกับครัวนอก อาหารที่ปรุงเสร็จต้องส่งไปที่ ห้องลำเลียง แล้วค่อยนำขึ้นถวายพระราชาอีกที

คนที่เป็นนางกำนัลห้องเครื่อง หากได้ทำงานในครัวจะถือเป็นเกียรติอย่างสูง แต่ ห้องลำเลียง ก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะเครื่องคาวหวานที่เสวยไม่หมดจะถูกส่งกลับมายังห้องลำเลียง พอบรรดาซังกุงเห็นเข้า จะรู้ว่าโปรดหรือไม่โปรดอะไร วันหลังทำใหม่จะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:10 PM  


ความคิดเห็นที่: 20


- สรรพคุณของ โสม .....

โสมถูกขนานนามว่าเป็นยาเทวดามาแต่โบราณ และ เกาหลี ก็เป็นดินแดนที่อุดมด้วยโสม กล่าวกันว่า 2 พันปีที่แล้ว ชาวเกาหลีเริ่มรู้จักการปลูกต้นโสม โสมในอดีตจะนิยมสีขาว จนเมื่อ 800 ปีที่แล้ว จึงมีโสมแดงปรากฎ

สมัยก่อนโสมแพงยิ่งกว่าทองคำอีก ต่อให้ยากจนแค่ไหน ชาวบ้านทุกครัวเรือนก็ต้องมีโสมไว้บำรุง โดยเฉพาะอาหารในวังนั้น ยิ่งต้องใช้โสมเป็นส่วนประกอบ เพราะมีสรรพคุณในการแก้เหนื่อยล้า เพิ่มภูมิต้านทาน บำรุงโลหิต บวกกับตัวยาอื่น ๆ ยิ่งทำให้สรรพคุณดีเลิศมากขึ้น แต่นอกจากอาหารแล้ว การใช้ยาพิษของชาวเกาหลี ก็นิยมผสมด้วยโสม เพื่อให้พิษออกฤทธิ์เร็วขึ้น

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:11 PM  


ความคิดเห็นที่: 21


- เนื้อวัว อาหารชั้นสูง .....

คนเกาหลีสมัยก่อนแทบไม่เคยทานเนื้อวัวเลย เพราะเนื้อวัวในอดีต ถือเป็นของชั้นสูง

จากบันทึกของประวัติศาสตร์เกาหลี พระเจ้ายอนซันโปรดเสวยเนื้อวัวเป็นที่สุด รับสั่งให้เชือดวันละ 7 ตัว เพื่อส่งเข้าวัง แสดงให้เห็นว่าเป็นอาหารชั้นสูง แต่ชาวบ้านธรรมดา ถ้าจะได้กินเนื้อส่วนใหญ่มาจากสัตว์ป่ามากกว่า เพราะสมัยก่อนเลี้ยงสัตว์มีน้อย ส่วนใหญ่จะใช้การล่าเอา สิ่งที่ชาวบ้านกินจึงเป็นหมูป่าไก่ป่า ถ้าใครอยากกินเนื้อก็ต้องสร้างผลงาน จนได้รับพระราชทานลงมา

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:13 PM  


ความคิดเห็นที่: 22


- บทบาทของเกลือ .....

สมัยอดีตเกลือมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะตอนนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีในการผลิตเกลือ แต่ต้องใช้เกลือจำนวนมาก ได้แก่การปรุงอาหาร รักษาบาดแผลและปรุงยา

แม้แต่การหมักอาหารก็ต้องใช้เกลือเพราะเกลือเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต หลายประเทศในอดีตจึงมีการเก็บส่วยเกลือขึ้น

ในซีรี่ย์เรื่องนี้ พี่ชายของ แชซังกุง เป็นพ่อค้าเกลือที่ขายให้วังหลวง เขาจึงอยากให้ญาติตัวเองมีอำนาจสั่งการในห้องเครื่อง เพื่อเป็นรากฐานให้เขาได้รับผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:16 PM  


ความคิดเห็นที่: 23


- หม้อไฟเกาหลี .....

ถ้าใครเคยมาเที่ยวเกาหลี จะรู้ว่าหม้อไฟของเกาหลีนั้น เป็นวัฒนธรรมการกินที่แพร่หลายอย่างหนึ่ง เพราะคนสมัยก่อนอยู่ได้ด้วยการล่าสัตว์ อาหารจึงเป็นพวก กระต่ายป่า หมูป่า เป็นต้น

เทียบกับเดี๋ยวนี้ สบายขึ้นเยอะ เพราะหม้อไฟมีให้เลือกทั้ง เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อหมู เป็นต้น

ที่มาของสุกี้เกาหลีก็มีตำนานเหมือนกัน สมัยก่อนพอทหารสู้รบเสร็จ ก็ถอดหมวกแล้วหงายขึ้น ใส่น้ำซุปลงไปเติมผักต่างๆ แล่เนื้อบางๆ อังอยู่ขอบหมวก เพียงแค่นี้ก็ทานได้แล้ว

วิธีการปรุงแบบนี้ ไม่เพียงชาวบ้านนิยม แม้แต่คนในวังรู้ ก็พลอยนิยมตาม

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:18 PM  


ความคิดเห็นที่: 24


- เต่าหญ้า .....

เป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารที่เป็นยา ถ้าใช้ เทียนหม่า 5 เซน บวกกับ สือ เจี๊ยะหมิง ต้มเป็นน้ำแกง เทียนหม่าเต่าหญ้า ทานแล้วจะเสริมสร้างธาตุหยางให้แข็งแกร่ง

และถ้าใส่ ไป่เหอ พุทราจีนลงไป เป็นซุป เต่าหญ้าพุทราจีน
ทานแล้วจะช่วยแก้โรคนอนไม่หลับได้ดี....

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:20 PM  


ความคิดเห็นที่: 25


- เหล็กในผึ้ง .....

เหล็กในของผึ้งมีพิษ บางชนิดมีพิษร้ายแรง ถ้าใครถูกต่อยแล้วไม่รักษาทันควัน อาจทำให้ถึงตายได้ แต่หมอในสมัยก่อน กลับใช้เหล็กในของผึ้งในการรักษาคน ตำราแพทย์มีเขียนไว้ ใช้พิษต้านพิษ ถ้าร่างกายของเรามีพิษอยู่ ก็ใช้เหล็กในของผึ้งที่มีพิษ บวกกับการฝังเข็มแบบจีนในการรักษา

แต่การรักษาแบบนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนทดลอง ถ้าหมอคนนั้นไม่มีความชำนาญ อันตรายก็ยังมีอยู่ ตำราแพทย์ในอดีตก็ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับวิธีรักษาด้วยเหล็กในผึ้ง ใช้ส่งเดชก็ไม่รับรองผล

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:21 PM  


ความคิดเห็นที่: 26


- ข้าวเกาหลี .....

การบริโภคของชาวเกาหลีส่วนใหญ่จะมีข้าวเป็นหลัก แต่ว่า ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดา จะไม่ได้กินข้าวทุกมื้อ ส่วนใหญ่จะกินเศษข้าวหรือข้าวเปลือก ถ้าเป็นข้าวสาร ต้องรอถึงวันเกิดหรือมีงานฉลองพิเศษถึงจะได้กิน

ชาวเกาหลี แม้จะกินข้าวเหมือนกัน แต่ด้วยฐานะยศศักดิ์ทำให้มีการแบ่งแยก

ข้าวที่พระราชาเสวยเรียกว่า ซูชิ

ข้าวที่ผู้ใหญ่กินเรียกว่า ชินแจ

ชาวเกาหลีในอดีตมีธรรมเนียมว่า หากมีญาติพี่น้องเดินทางไกล ทุกมื้อที่กินข้าว จะวางข้าวหนึ่งชามไว้ที่ตำแหน่งของเขา เพื่อแสดงให้รุ้ว่า คนที่บ้านยังห่วงและเอาใจช่วยอยู่ รวมทั้งขอให้เดินทางปลอดภัย

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:22 PM  


ความคิดเห็นที่: 27


- การเสวยของพระราชาเกาหลี .....

การเสวยของพระราชาเกาหลี จะมีข้าวสองชาม ชามหนึ่งเป็นข้าวธรรมดา ส่วนอีกชามเป็นข้าวผสมข้าวเหนียว แล้วหุงด้วยน้ำถั่วแดงอีกที เพราะเชื่อว่าการกินข้าวแดง จะช่วยสะเดาะเคราะห์ให้พ้นภัย

แต่จากที่ประวัติศาสตร์จารึก ในราชวงศ์ โซซอน มีพระเจ้า คองจง กับ ซองโจ ที่แม้จะมีข้าวสองชามอยู่หน้าพระพักตร์ ก็จะเสวยแต่ข้าวสวย

สมัยก่อนพระราชาเกาหลีจะเสวยวันละ 5 มื้อ มื้อเช้าที่สุดก็ประมาณ ตี 5 ตี 6 เรียกว่า มื้อรุ่งอรุณ

ส่วนมื้อเช้าก็ไปโน่นเลย สิบโมงเช้า
ต่อด้วยมื้อเที่ยง มือเย็น และสุดท้ายคือมื้อดึก

ส่วนใหญ่ก็เป็นผลไม้ ขนมหวานหรือเกี๊ยว

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:24 PM  


ความคิดเห็นที่: 28


- ธรรมเนียมปฏิบัติที่ควรระวัง .....

การอยู่กับผู้ใหญ่ มีธรรมเนียมปฏิบัติที่ควรระวัง
เป็นธรรมเนียมที่สืบทอดมาถึงทุกวันนี้

เช่น เวลาดื่มเหล้า เด็กต้องหันหลังให้ผู้ใหญ่ ห้ามดื่มซึ่งหน้า

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:25 PM  


ความคิดเห็นที่: 29


- ตำหนักแทเพียง .....

ในสมัยราชวงศ์ โชซอน มีสิ่งปลูกสร้างหลังหนึ่งเรียกว่า ตำหนักแทเพียง เป็นที่รับรองแขกบ้านแขกเมืองที่สำคัญ เนื่องจากจีนกับเกาหลีมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เกาหลีรู้ว่าจีนเป็นประเทศใหญ่ จึงให้ความยำเกรงและสวามิภักดิ์ ส่วนจีนก็เป็นมิตรที่ดีกับเกาหลี เพื่อป้องกันการรุกรานของต่างเผ่า

แม้ว่า ขุนนางที่จีนส่งมาจะไม่ใช่ตำแหน่งสูง แต่พระราชาเกาหลีก็ให้การต้อนรับอย่างดี บางครั้งถึงขนาดเสด็จออกรับด้วยพระองค์เอง ถ้าทูตคนนั้นจะไปไหน ขุนนางท้องที่ก็ต้องดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง

ฉะนั้น ทุกครั้งที่มีทูตจีนมาพัก เกาหลีจะส่งนางกำนัลที่มีประสบการณ์ มาดูแลเรื่องอาหารการกิน

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:26 PM  


ความคิดเห็นที่: 30


- การปรุงอาหารเกาหลี .....

พูดถึงอาหารเกาหลี หลายท่านคงนึกถึงความเผ็ด ความจริงสมัยก่อน การปรุงอาหารของเกาหลีไม่นิยมใช้เครื่องปรุงรสมากนัก และพริกก็เพิ่งแพร่หลายเมื่อศตวรรษที่ 16 ผ่านโปรตุเกส สเปนเข้ามาทางญี่ปุ่น คนโบราณของเกาหลีคิดว่า อาหารนอกจากทำให้อิ่มท้องแล้ว ยังมีผลด้านการบำรุง อาหารกับการแพทย์มาจากแหล่งเดียวกัน พืชผักทุกชนิดล้วนมีสรรพคุณทางยา ใช้รักษาโรคภัยและบำรุงร่างกาย

ในวังหลวงยิ่งมีแพทย์ทางโภชนาการดูแลเรื่องอาหารการกิน โดยดูจากพระพลานามัยของพระราชา หยินและหยาง 5 ธาตุ ปรับเป็นสูตรอาหาร 5 รส บางครั้งก็ให้งดของแสลง เพื่อป้องกันโรคภัย ทำให้นางกำนัลต้องพลอยมีความรู้ด้านนี้ไปด้วย นอกจากเน้นความอร่อยแล้ว สุขภาพของพระราชาก็เป็นสิ่งสำคัญ

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:27 PM  


ความคิดเห็นที่: 31


- งานเลี้ยงวังหลวง .....

อาหารของพระราชาเรียกว่าเครื่องเสวย แต่ถ้าเป็นงานใหญ่ก็จะเรียกว่า งานเลี้ยงวังหลวง

แล้วงานเลี้ยงวังหลวงจะจัดเมื่อไหร่หรือ ส่วนใหญ่จะเป็นวันประสูติของพระราชา มเหสี หรือ พระพันปี ครบสี่รอบ ห้ารอบ หรือ 55 66 ชันษา หรือ ได้รับปูนบำเหน็จจากเมืองจีนถึงมีการจัดขึ้น

โดยมากเหล่าขุนนางจะเป็นฝ่ายทูลเสนอก่อน แล้วให้มีราชโองการลงมาให้จัด

ส่วนพระราชาก็จะแกล้งทำอิดออดเล็กน้อยจากนั้นก็อนุญาต ทันทีที่มีงานเลี้ยงแบบนี้ ก็ต้องมีขุนนางที่รับผิดชอบโดยเฉพาะ เพื่อตระเตรียมเกี่ยวกับพิธีการด้านต่างๆ ทั้งอาหารและความบันเทิง

จัดงานแต่ละครั้งใช้เวลาหลายเดือน ทำเอาใครต่อใครวิ่งวุ่นไปหมด

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:27 PM  


ความคิดเห็นที่: 32


- ข้าวศิลา .....

เกาหลีมีของกินอร่อยหลายอย่าง เช่น ข้าวศิลา ซึ่งแบ่งได้หลายประเภท

ประเภทหนึ่งเรียกว่า ข้าวลายคราม ใช้เนื้อวัวและผักสด ใส่ในชามหินที่เผาจนร้อน แล้วคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน อร่อยมาก

ชามหินชนิดนี้ทำจากถ่านหินภูเขาไฟ กล่าวกันว่าด้วยแร่ธาตุของธรรมชาติ จะทำให้ข้าวที่หุงออกมาอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย

ข้าวชนิดนี้ไม่ต้องอาศัยเครื่องเคียงใด ๆ อีก เพราะว่า ทุกอย่างได้รวมอยู่ในชามข้าวหมดแล้ว แค่เติมน้ำมันงาเล็กน้อย เอาช้อนคลุก ๆ ก็ทานได้

สมัยก่อนหญิงเกาหลีมีฐานะต่ำต้อย ผู้ชายกินข้าวได้ แต่ ผู้หญิง ต้องกินแต่ข้าวที่ไหม้เกรียม ให้เทน้ำชาลงไปแล้วขูดเอาข้าวก้นหม้อมากิน เค้าว่าบำรุงนัก

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:29 PM  


ความคิดเห็นที่: 33


- อาหารในวังหลวง .....

อาหารในวังหลวง นอกจากมีนางกำนัลคอยดูแลแล้ว บางส่วนก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ หมายถึงใครหรือ ก็คือพ่อครัวมืออาชีพ ที่ชำนาญเรื่องอาหาร แต่ ต้องให้วังหลวงเรียกตัวก่อนนะ

กว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ ก็ต้องศึกษาจากรุ่นพี่ ทำอาหารไม่ต่ำกว่า 20 ปี ถึงเข้าวังปรุงให้พระราชาเสวยได้ ไม่เกี่ยงว่าเป็นชายหรือหญิง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายมากกว่า เพราะวัตถุดิบบางอย่าง ผู้หญิงทำลำบาก เช่นว่า การล้มวัวซักตัว เพื่อเอากระดูกมาทำน้ำแกง หากเป็นผู้หญิงคงไม่ไหวน่ะ

อีกกรณี ที่ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญก็คือ นางกำนัลต้องปรุงอาหารที่ไม่เคยทำมาก่อน

แต่ปกติถ้าไม่มีพระบัญชา ผู้เชี่ยวชาญก็ต้องพึ่งตัวเอง

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:31 PM  


ความคิดเห็นที่: 34


- กิมจิ .....

อาหารเกาหลีต้องคู่กับกิมจิ เหมือนอาหารอินเดียจะต้องใส่ผงกระหรี่

สมัยก่อน หน้าหนาวที่หนาวเหน็บ จะไม่มีผักสดให้บริโภค บางคนจึงคิดวิธีเอาผักมาดองไว้ แล้วเก็บรักษาไว้ในหม้อดิน ทำให้มีผักกินอยู่ตลอดเวลาไม่เกี่ยงฤดูกาล....

จนถึงเดี๋ยวนี้ อาหารทุกมื้อของชาวเกาหลี จะต้องมีผักดองมาเป็นเครื่องแกล้ม

และทุกปี ยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับผักดองมากมาย
บางคนก็เอา หัวไชเท้า ต้นหอม และ แตงกวา ทำเป็นผักดองชนิดต่าง ๆ

อีกอย่างที่สำคัญ ผู้หญิงเกาหลี ถ้าทำผักดองไม่อร่อยละก้อ จะถูกญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงดูถูกได้

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:31 PM  


ความคิดเห็นที่: 35


- คำศัพท์เฉพาะในราชสำนัก .....

ในราชสำนักเกาหลี จะมีศัพท์เฉพาะ เช่น

ข้าว . . . . . . . . . . เรียกว่า ซูชิ
ซอส . . . . . . . . . . เรียกว่า จอ จิ
หัวไชเท้าดอง . . . เรียกว่า ซอง ซอง ยี
สาหร่าย . . . . . . . เรียกว่า แฮแท

ถ้าจะถามพระราชาว่าเสวยข้าวมั้ย จะพูดว่า ฝ่าบาท ซูชิมั้ยเพคะ

พูดถึงซูชิ ในวังจะมีห้องหุงข้าวโดยเฉพาะ เรียกว่าห้อง ซูชิ

ทุกครั้งที่หุงข้าว จะใช้เตาเล็ก ๆ เผาถ่านให้แดง แล้ววางหม้อหุงข้าวใบเล็กลงไป

ซึ่งหม้อใบนี้จะหุงข้าวได้เพียง 2 ชามเท่านั้น

ความจริงแล้ว ข้าวที่นำขึ้นถวายก็แค่ทำพอเป็นพิธี ต้องวางให้สูง ดูเด่นเป็นสง่า

และปกติ ชามข้าวจะใหญ่กว่าชามน้ำแกงด้วย

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:32 PM  


ความคิดเห็นที่: 36


- ห้องเครื่องปรุง .....

บรรดาแม่บ้านทั้งหลายชอบเอาเครื่องปรุงรสไปแอบไว้ข้างครัว

แต่สำหรับ ราชวงศ์โชซอนแล้ว แค่ที่วางเครื่องปรุงรสอย่างเดียว จะต้องใช้ห้องใหญ่ถึงหนึ่งห้อง

ห้องนี้เรียกว่า ห้องเครื่องปรุง
ต้องเป็นที่ ๆ แดดส่องถึง อากาศถ่ายเทสะดวก

มี ซังกุง หนึ่งคน และ นางกำนัลอีกหนึ่งคน คอยดูแล คนนอกห้ามเข้ามายุ่มย่าม

โดยทั่วไปเครื่องปรุงจะแบ่งเป็นของสด ค้าง และ เครื่องปรุงหมัก

ยิ่งเก็บไว้นานวัน สีของเครื่องปรุงก็ยิ่งเข้มข้น ทำให้กลิ่นยิ่งโชยหนัก

เพราะมีเครื่องปรุงเหล่านี้ อาหารถึงมีรสชาติแตกต่าง
นางเอกของเราทำอาหารเก่ง ก็เพราะพวกนี้ล่ะ

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 07:33 PM  


ความคิดเห็นที่: 37


เรื่องย่อของ .....
แดจังกึม : จอมนางแห่งวังหลวง

เป็นละครที่สร้างจากเรื่องจริงของผู้หญิงเพียงคนเดียว ที่มีชื่อบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เกาหลี ในฐานะของแพทย์ประจำพระองค์ในราชวงศ์โจซัน เรื่องราวของ ซอจังกึม เด็กสาวเข้าไปฝึกหัดเป็นแม่ครัวหลวงในวัง และเรียนรู้เรื่องยารักษาโรค โดยมีจุดประสงค์ลับๆ เพื่อเข้าไปแก้ไขบันทึกลับของหัวหน้าแม่ครัวหลวง เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงให้กับพ่อที่เป็นอดีตราชองครักษ์ และแม่ที่เป็นอดีตแม่ครัวหลวง ซึ่งเข้าไปมีส่วนพัวพันกับการเมืองในราชสำนัก และการลอบสังหารราชินีองค์ก่อน ซึ่งมีตระกูลใหญ่เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง และที่สำคัญยังเป็นคนออกคำสั่งให้สังหารพ่อและแม่ของเธอด้วย

ละครนำเสนอเรื่องราวของ จังกึม ตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งที่สุดก็เป็นผู้หญิงคนแรกของเกาหลี ที่เป็นแพทย์คอยรักษาอาการเจ็บป่วยให้กับเชื้อพระวงศ์ในพระราชสำนัก จนได้รับการยกย่องจากกษัตริย์ให้เป็น แดจังกึม

แด
คือ ตำแหน่งที่พระมหากษัตริย์แต่งตั้งให้เพื่อเป็นการยกย่องให้เกียรติ

เมื่อ 500 ปีที่ผ่านมา ในช่วงสมัยของราชวงศ์โชซอน

ในวัยเด็ก เธอได้สูญเสียพ่อและแม่ไป แต่ได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้วิธีปรุงอาหารในพระราชสำนัก จังกึมได้รับการดูแลจาก ฮัน เอจอง แม่ครัวอาวุโสซึ่งดูแลเธอในวังหลวง และฝึกฝนเธอจนกลายเป็นผู้ปรุงอาหารที่เก่งกาจ ซึ่งทั้งสองยังต้องเจอกับการแข่งขันกันในด้านอาหารนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อไปให้ถึงตำแหน่งหัวหน้าแม่ครัวหลวง แถมยังต้องพบกับการเมืองในพระราชวัง กฎเกณฑ์ของสังคม และศัตรูที่คอยขัดขวาง

แต่ด้วยความที่เธอเป็นเด็กฉลาด ทำให้จังกึมได้กลายเป็นผู้ปรุงอาหารมือหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากเชื้อพระวงศ์

แต่ดูเหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง ฮัน เอจอง แม่ครัวอาวุโส ซึ่งดูแลเธอในวังหลวง และฝึกฝนเธอจนกลายเป็นผู้ปรุงอาหารที่เก่งกาจ กลับถูกใส่ร้ายว่าวางยาพิษกษัตริย์จุงจง จึงถูกจับไปลงโทษถึงแก่ชีวิต ช่วงในเวลาที่เกิดเหตุการณ์นั้น จังกึมได้ลาพักกลับบ้าน จึงไม่สามารถล่วงรู้เรื่องราวต่างๆ ครั้นพอกลับเข้าวัง ก็สายเกินกว่าที่จะช่วยนางได้ แล้วความพยายามของจังกึมที่จะช่วยนาง ก็ยังพลอยทำให้จังกึม ได้รับโทษไปด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม จังกึมก็ไม่เคยย่อท้อ เธอได้สังเกตและศึกษาวิชาแพทย์ วิชาการปรุงยาจนชำนาญ และมีโอกาสได้กลับเข้าวังหลวงอีกครั้ง และในที่สุด จังกึมก็สามารถรักษากษัตริย์จุงจงได้ จนได้กลายเป็นหมอหญิงที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์เกาหลี

เล่ห์กลของคนในวัง และ อำนาจทางการเมือง มักจะเป็นอุปสรรคให้จังกึมต้องฝ่าฟันอยู่เรื่อยๆ กึมยองเพื่อนรุ่นพี่ที่เติบโตมาด้วยกัน ก็ยังกลายมาเป็นคู่แข่งที่สร้างปัญหาให้จังกึมอยู่ตลอดเวลา แต่จังกึมก็ใช้สติปัญญาต่อสู้กับศัตรูที่มีอยู่มากมายในพระราชสำนัก เพื่อให้มาตรฐานทางสังคมเกิดความเท่าเทียมกัน ซึ่งในประวัติศาสตร์ของเกาหลี ไม่เคยมีสตรีผู้ใดทำได้ เช่นจังกึม

แดจังกึม เป็นละครที่มีสิ่งต่างๆ มากกว่าละครทั่วๆ ไป ก็คือ ในส่วนของสาระความรู้ที่ผ่านการค้นคว้าและวิเคราะห์ ในเรื่องของวัฒนธรรมในราชสำนักของเกาหลี วัฒนธรรมเรื่องการกินอยู่ และสูตรอาหารที่เห็นในเรื่อง เป็นสูตรอาหารจริงๆ ที่กินกันในสมัยนั้น ทั้งหน้าตาและวิธีทำ ถูกนำเสนอออกมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน แถมด้วยเรื่องราวของยาสมุนไพรชนิดต่างๆ ทั้งวิธีใช้และสรรพคุณอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องยกย่องให้กับความพยายามของทีมงานละครเรื่องนี้

ความสำเร็จของละคร นอกจากจะทำให้มีสินค้ายี่ห้อแดจังกึมออกมาจำหน่ายแล้ว ยังทำให้มีการนำละครโทรทัศน์ไปผลิตเป็นภาพยนตร์การ์ตูนสำหรับฉายทางโทรทัศน์ พร้อมกับมีข่าวลือว่าจะมีการผลิตละครภาคสองออกมาอีกด้วย

นอกเหนือจากการประสบความสำเร็จของละคร สิ่งที่น่าจับตามองคือ การประสบความสำเร็จของวัฒนธรรมเกาหลี ที่แฝงมากับละครอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศที่มีวัฒนธรรมเข้มแข็ง อย่างใน จีน และ ญี่ปุ่น ที่มองเกาหลีเป็นรองมาตลอด

ภาพยนตร์และละครเกาหลีเริ่มบุกตลาดเอเชียและตลาดโลกมาได้พักใหญ่ แต่คงไม่มีซีรี่ส์ไหนที่ถูกกล่าวถึงมากเท่ากับ แดจังกึม หรือ Jewel in The Palace ที่ประสบความสำเร็จไปทั่วทั้งในญี่ปุ่น ไต้หวัน แคนาดา ฮ่องกง มาเลเซีย และในชิคาโก พร้อมด้วยวัฒนธรรมเกาหลีที่แพร่กระจายไปทั่ว

ขนาดที่มีกิมจิและเครื่องปรุงอาหารเกาหลี
ยี่ห้อ แดจังกึม ออกมาขายในฮ่องกงกันอย่างเอิกเกริก






    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 1/12/2005 10:02 PM  


ความคิดเห็นที่: 38


แดจังกึม .....
จอมนางแห่งวังหลวง

หนังสือชุดนี้ ..... มี ๔ เล่ม
เขียนโดย ..... Yu Min-Ju
แปลโดย ..... อ.ไพบูลย์ ปีตะเสน

หนังสือแดจังกึม ฉบับภาษาไทย เก็บได้ทุกเรื่องราว ทุกอารมณ์และความรู้สึกที่ถ่ายทอดยังไม่หมดในภาคของละคร แต่เราสามารถรับรู้ เข้าใจ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของเกาหลี ได้จากหนังสือชุดนี้ ทั้งยังสร้างสรรค์การอ่านให้เกิดอรรถรสในด้านความบันเทิงได้อีกด้วย

ถ้าท่าน เป็นผู้หนึ่งที่ติดละครเรื่อง แดจังกึม อย่างงอมแงม และ บังเอิญได้ผ่านเข้ามาอ่านเรื่องราวของจังกึม ใน ..เว็บไซต์ของน้ำตาล.. แห่งนี้ ก็อย่าได้รอช้าที่จะสัมผัสเรื่องราวของจังกึม ผู้เป็นตำนานแห่งการสืบสานอารยธรรมของประเทศเกาหลี ขนาดเป็นละครก็ยังสนุกสนานน่าติดตาม แม้มาเป็นตัวอักษรภาคภาษาไทย ก็ยังถ่ายทอดทุกความรู้สึก ชวนให้น่าอ่านได้ไม่แพ้กัน ..!!






    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 2/12/2005 12:56 PM  


ความคิดเห็นที่: 39

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
เริ่มตอนแรก วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2548


ซอชอนโซ ได้รับพระราชบัญชาจากเหนือหัว ให้นำสุราพิษไปให้นางกำนัลดื่ม เพื่อรับโทษตาย หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ซอชอนโซ ก็รู้สึกผิด และละอายใจต่อการกระทำของตนเป็นอันมาก ดังนั้นจึงดื่มเหล้าดับทุกข์ ระหว่างที่จะเดินทางกลับบ้านนั่นเอง ซอชอนโซประสบอุบัติเหตุลื่นตกเขา แต่โชคดีได้มีนักพรตคนหนึ่งช่วยชีวิตซอชอนโซเอาไว้

นักพรตได้ทำนายดวงชะตาซอชอนโซว่า ซอชอนโซ จะเคราะห์ร้าย โดยจะมีผู้หญิงสามคนเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา ซอชอนโซสอบถามนักพรตว่า จะหลีกเลี่ยงเคราะห์ครั้งนี้ได้อย่างไร แต่นึกไม่ถึงว่านักพรตกลับพูดแต่เพียงว่า เคราะห์ร้ายครั้งนี้กำลังดำเนินอยู่ และจะดำเนินต่อไป ซอชอนโซกลัดกลุ้มใจมากเมื่อได้ยินนักพรตกล่าวเช่นนั้น

สิบสี่ปีต่อมา ซอชอนโซได้ลาออกจากราชการ โดยหวังว่า
จะหลีกเลี่ยงเคราะห์ร้าย ซึ่งมาจากผู้หญิงสามคน ซึ่งนักพรตเคยทำนายไว้

ปักเมียงยอ ต้นเครื่องที่มีหน้าที่ทำของเสวยถวายฮ่องเต้นั้น เห็นต้นเครื่องเช ทำของเสวยผิดจากที่กำหนดไว้ จึงนำเรื่องนี้ไปฟ้องเชซังกุง เรื่องนี้เดือดร้อนถึงเชซังกุง ซึ่งเป็นหัวหน้าดูแลของเสวยสำหรับฮ่องเต้ ที่แท้ต้นเครื่องเชเป็นหลานสาวเชซังกุง เชซังกุงตัดสินใจฆ่าปักเมียงยอ คืนหนึ่งนางกำนัลได้นำตัวปักเมียงยอมาหาเชซังกุง เชซังกุงกล่าวหาว่าปักเมียงยอมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับชายในวัง โดยต้องการให้ปักเมียงยอฆ่าตัวตายชดใช้ความผิด ปักเมียงยอแก้ตัวว่าชายที่เชซังกุงกล่าวหานั้น มาแสดงความขอบคุณนางที่ครั้งหนึ่งนางได้เคยดูแล เมื่อเขาป่วยอยู่

ฮันซังกุง ซึ่งคบหากับปักเมียงยอเหมือนกับพี่น้องนั้น ล่วงรู้แผนการของเชซังกุงเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงแอบวางยาถอนพิษในเหล้าพิษ ทำให้ปักเมียงยอไม่ตาย ปักเมียงยอถูกนำไปทิ้งที่ริมแม่น้ำ ซอชอนโซผ่านมาพบเห็นเข้า เมื่อเห็นปักเมียงยอยังไม่ตาย ซอชอนโซจึงช่วยชีวิตนางเอาไว้ หลังจากนั้นซอชอนโซก็นึกถึงคำพูดของนักพรตที่เคยทำนายชะตาชีวิตของเขาขึ้นมา กระนั้นก็ตามซอชอนโซก็ดูแลปักเมียงยอเป็นอย่างดี .... ฯลฯ

หลังจากที่อาการของปักเมียงยอดีขึ้นแล้ว นางก็จากไป แต่ซอชอนโซเป็นห่วงเกรงว่านางจะมีอันตราย ดังนั้น จึงแอบให้ความช่วยเหลือนางอย่างลับๆ ต่อมา ปักเมียงยอเข้าไปเป็นคนงานในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง แต่นึกไม่ถึงว่ากลับถูกแขกในร้านลวนลาม ซอชอนโซสุดที่จะทนต่อไปได้ จึงช่วยนางเอาไว้ ปักเมียงยอซาบซึ้งในน้ำใจของซอชอนโซเป็นอันมาก ซอชอนโซกล่าวกับปักเมียงยอว่านางเป็นผู้หญิงคนที่สองที่เกี่ยวพันกับดวงชะตาของตน ปักเมียงยอได้ยินเช่นนั้นจึงกล่าวตอบซอชอนโซไปว่า ชีวิตของนาง ซอชอนโซเป็นคนช่วยชีวิตไว้ ดังนั้นชีวิตของนางจึงเป็นของซอชอนโซ หลังจากที่ทั้งสองต่างเข้าใจกันแล้ว ทั้งสองก็ตัดสินใจใช้ชีวิตด้วยกัน อย่างคนธรรมดาสามัญโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกอีกต่อไป

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 05:08 PM  


ความคิดเห็นที่: 40

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2548


แปดปีต่อมา ซอชอนโซได้ประกอบอาชีพตีดาบเลี้ยงชีพ ใช้ชีวิตอย่างชาวบ้านทั่วไป ซอจังกึมเด็กที่ใฝ่รู้มักจะแอบไปร่ำเรียนหนังสือกับศิษย์ของขุนนางทั้งหลาย แต่ทุกครั้งนางก็จะถูกแม่ทำโทษอยู่เป็นประจำ การที่แม่ของซอจังกึมทำเช่นนี้นั้น เพราะไม่ต้องการให้ผู้ใดล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของซอชอนโซ พ่อของซอจังกึม หากผู้ใดรู้ฐานะที่แท้จริงของซอชอนโซขึ้นมาแล้ว ภัยจะต้องมาถึงครอบครัวอย่างแน่นอน ต่อมาปักเมียงยอพบว่าซอจังกึมมีความสนอกสนใจอยากเรียนหนังสือจริงๆ ดังนั้นจึงตัดสินใจสอนหนังสือให้ซอจังกึมด้วยตัวเอง

ซอชอนโซ เล่าเรื่องที่เคยรับราชการเป็นทหารองครักษ์ให้ซอจังกึมฟัง หลังจากที่ปักเมียงยอรู้เรื่องนี้เข้า ก็ใส่ใจซอจังกึมเป็นพิเศษ เพราะเกรงว่าต่อไปจะเกิดเรื่องขึ้นอีก พระเจ้าจุงจงเถลิงราชย์ หลังจากที่ขึ้นครองราชย์ แล้วพระเจ้าจุงจงก็ทรงสืบเรื่องการสิ้นพระชนม์ของพระราชมารดา พระองค์ทรงปฏิญาณว่าจะตามหาฆาตกรมาลงโทษให้ได้

ซอชอนโซและซอจังกึม พากันไปชมมวยปล้ำที่ตลาด ซอจังกึมขอให้ซอชอนโซขึ้นประลอง ผลปรากฏว่าซอชอนโซเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ แต่นึกไม่ถึงว่าคู่ต่อสู้ของซอชอนโซกลับเล่นสกปรก ใช้มีดทำร้ายซอชอนโซจนได้รับบาดเจ็บ ซอจังกึมร้อนใจเกรงว่าจะมีอันตรายถึงชีวิตซอชอนโซ ดังนั้นจึงร้องออกมาว่าพ่อของนางเป็นทหาร

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้คนจำได้ว่าซอชอนโซเป็นอาญาแผ่นดิน ปักเมียงยอและซอจังกึมพากันหลบหนีการตามล่าของทหาร ต่อมาทั้งสองล่วงรู้ว่าซอชอนโซถูกทหารจับตัวได้และพาตัวไปที่เมืองฮั่นหยาง ดังนั้นสองแม่ลูกจึงตัดสินใจพากันไปช่วยซอชอนโซ

ปักเมียงยอพากันโดยสารเรือข้ามฝั่งเพื่อตามหาซอชอนโซซึ่งถูกทางการจับตัวไป เพื่อสะดวกต่อการเดินทาง ซอจังกึมได้ปลอมเป็นเด็กผู้ชายเพื่อตบตาผู้คน หลังจากที่ขึ้นฝั่งแล้วปักเมียงยอ และซอจังกึมได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง และได้สอบถามคนในหมู่บ้านว่ามีทหารของทางการผ่านมาหรือไม่ หลังจากที่สอบถามจากชาวบ้าน แล้วจึงรู้ว่าซอชอนโซถูกคุมตัวไปเมืองหลวง ดังนั้นทั้งสองจึงตัดสินใจพากันเดินทางไปเมืองหลวง

ปักเมียงยอ เขียนจดหมายฉบับหนึ่ง ถึงต้นเครื่องฮันซึ่งนางนับถือเป็นพี่น้องและใช้ชีวิตด้วยกันอยู่ในวังหลวงมาก่อน แต่นึกไม่ถึงว่า ในเวลานี้ต้นเครื่องฮันได้เลื่อนตำแหน่งเป็นฮันซังกุงแล้ว ฮันซังกุงได้รับจดหมายจากปักเมียงยอแล้วก็ดีใจมาก เมื่อรู้ว่าปักเมียงยอยังมีชีวิตอยู่ เพื่อจะได้พบปักเมียงยออีกครั้ง ฮันซังกุงจึงอ้างกับแชซังกุงว่าจะออกไปซื้ออาหารทะเล แชซังกุงรู้สึกว่ามีพิรุธ ดังนั้นจึงสะกดรอยตามไปจนในที่สุดก็พบว่า ปักเมียงยอยังมีชีวิตอยู่ ทำให้แชซังกุงถึงกับตะลึงงันเลยทีเดียว

แชซังกุง ปรึกษาหารือกับแชปันซุกพี่ชายของนาง ด้วยเหตุที่นางเกรงว่าปักเมียงยอจะกลับมาเล่นงานนาง เพื่อตัดไฟเสียแต่ต้นลม ทั้งสองจึงตกลงกันว่า ให้จับปักเมียงยอกลับมาเสียก่อน จากนั้นค่อยคิดอ่านกันต่อไป ฮันซังกุงรู้เรื่องที่ปักเมียงยอ และซอจังกึมสองแม่ลูกถูกจับ หลังจากที่คิดใคร่ครวญแล้ว นางก็ตัดสินใจฟ้องต่อกรมตุลาการว่า แชปันซุกซุกซ่อนนักโทษไว้ในบ้าน กรมตุลาการมีคำสั่งให้แชปันซุกนำตัวปักเมียงยอและซอจังกึมสองแม่ลูก คุมขังไว้ที่กรมตุลาการ ระหว่างทางที่ควบคุมสองแม่ลูกมายังกรมตุลาการนั่นเอง ปักเมียงยอถูกลอบทำร้าย แต่ก็โชคดีที่ทั้งปักเมียงยอและซอจังกึมสองแม่ลูกหลบหนีไปได้

ปักเมียงยอ ถูกธนูยิงบาดเจ็บสาหัสนางหยิบตำราอาหารที่นำติดตัวมาด้วยมอบให้ซอจังกึม จากนั้นนางก็นึกถึงคำพูดของซอชอนโซ ถึงผู้หญิงสามคนที่จะนำภัยมาสู่ซอชอนโซขึ้นมา ที่แท้ผู้หญิงคนที่สามนี้ ก็คือซอจังกึมนั่นเอง ปักเมียงยอรู้ดีว่านางและซอชอนโซไม่รอดแน่ นางจึงกำชับซอจังกึมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ซอจังกึมจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ก่อนที่ปักเมียงยอจะสิ้นใจลง ได้เล่าเรื่องที่นางเคยเป็นต้นเครื่องในวังหลวงให้ซอจังกึมฟัง และได้กำชับให้ซอจังกึมเข้าไปเป็นนางกำนัลในวังให้ได้ เพราะในวังหลวงมีตำราอาหารชั้นเลิศซ่อนอยู่ ซึ่งตำราอาหารนี้จะเป็นประโยชน์ต่อซอจังกึมในภายภาคหน้า

ซอจังกึมซัดเซพเนจรไปตามลำพัง จนกระทั่งได้มาพบกับดังดึ้กดู ซอจังกึมถูกดังดึ้กดูเข้าใจผิดว่าขโมยเหล้า แต่เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาและแววเฉลียวฉลาดของซอจังกึมแล้ว ดังดึ้กดูจึงอุปการะซอจังกึมเอาไว้


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 05:09 PM  


ความคิดเห็นที่: 41

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม 2548


ซอจังกึมช่วยงานสองสามีภรรยาสกุลดัง และมักจะช่วยไปส่งเหล้าให้แก่ลูกค้าอยู่เสมอ จนกระทั่งได้รับความเอ็นดูจากสองสามีภรรยาสกุลดังในที่สุด สองปีต่อมา บรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่พากันวางแผนโค่นล้มเยี่ยนซันจิน หลังจากที่โค่นล้มเยี่ยนซันจินได้แล้ว จะสนับสนุนจิ้นเฉิงต้าจินขึ้นเป็นฮ่องเต้ ต่อมาซอจังกึมได้รับคำสั่งให้นำเหล้าไปส่งให้ที่จวนของจิ้นเฉิงต้าจิน จนกระทั่งล่วงรู้แผนการนี้เข้าในที่สุด

ซอจังกึมได้รับมอบหมายให้นำเหล้าไปส่งที่จวนของจิ้นเฉิงต้าจิน ซอจังกึมปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย จิ้นเฉิงต้าจินสั่งให้ซอจังกึมนำไหเหล้าเรียงกันจนล่วงรู้แผนการทั้งหมดที่วางไว้ จิ้นเฉิงต้าจินมองไปที่ซอจังกัม และรู้สึกว่านางเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดมีไหวพริบ ดังนั้นจึงเกิดความประทับใจในตัวนางขึ้นมา ซอจังกึมเห็นนางกำนัลคนหนึ่งอยู่กับจิ้นเฉิงต้าจิน ดังนั้นจึงขอร้องให้นางกำนัลนางนั้นรับนางไว้เป็นนางกำนัล

จิ้นเฉิงต้าจิน สั่งให้นางกำนัลนางนั้น เป็นธุระรับซอจังกึมไว้เป็นนางกำนัล หลังจากที่จิ้นเฉิงต้าจิน ขึ้นครองราชย์แล้ว ก็สถาปนาตนเองขึ้นเป็นพระเจ้าจุงจง วังหลวงส่งคนมาที่บ้านสกุลดัง เพื่อรับตัวซอจังกึมเข้าไปเป็นนางกำนัลในวังหลวง ถึงแม้ว่าสองสามีภรรยาสกุลดังจะทำใจไม่ได้ที่จะต้องเสียซอจังกึมไป ถึงกระนั้นก็ตาม พวกเค้าก็เคารพการตัดสินใจของซอจังกึม

ซอจังกึม ได้เข้าวังหลวงตามที่ตั้งใจไว้ นางได้รับการอบรมสั่งสอนธรรมเนียมต่างๆในวังหลวง ยองโนเพื่อนร่วมชั้นของซอจังกึมเป็นเด็กที่เอาตัวเองเป็นใหญ่ และชอบรังแกคนอื่น นางเด็ดหัวเต่าที่เยินเซ็งเลี้ยงเอาไว้ ซอจังกึมทนดูไม่ได้ จึงมีปากเสียงทะเลาะกับยองโนขึ้นมา ยองโนเหยียดหยามซอจังกึมว่าต่ำต้อย ไม่อยากนอนห้องเดียวกับนาง ดังนั้นจึงขับไล่นางออกจากห้อง ซอจังกึมอยากเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของพ่อแม่ให้ยองโนรู้ แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของซอชอนโซที่กำชับไว้ ดังนั้นจึงตัดสินใจเงียบๆ ไม่ต่อปากต่อคำต่อไป

ซอจังกึมนึกถึงตำราอาหารชั้นเลิศที่ซุกซ่อนไว้ในครัวหลวง ดังนั้นจึงชักชวนเยินเซ็งไปหา เยินเซ็งหกล้มในครัวหลวง ทั้งยังทำของเสวยสำหรับฮ่องเต้พังไม่เป็นชิ้นดี เรื่องนี้รู้ถึงหูของฮันซังกุงและต้นเครื่องมิน ฮันซังกุงใช้ไหวพริบแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า โดยสั่งให้ต้นเครื่องมินทำของเสวยขึ้นใหม่ เพียงชั่วเวลาอันสั้นของเสวยก็เสร็จ ของเสวยที่ทำขึ้นใหม่คือข้าวต้มใยบัวเป็นที่พอพระทัยพระเจ้าจุงจงเป็นอันมาก


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:08 PM  


ความคิดเห็นที่: 42

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2548


หลังจากได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปแล้ว ฮันซังกุงก็ดุด่าซอจังกึมและเยินเซ็งเป็นการใหญ่ จากนั้นลงโทษให้ทั้งสองนอนในโกดังเก็บของทำครัว ตอนเช้าค่อยส่งตัวให้นางกำนัลที่มีหน้าที่ดูแลอบรมสั่งสอนเด็กทั้งสอง ซอจังกึมพบสมุนไพรในโกดังเก็บของทำครัว จากนั้นซอจังกึมก็นำสมุนไพรนั้น ห้ามเลือดให้แก่เยินเซ็ง เช้าวันรุ่งขึ้น ต้นเครื่องมินลืมนำเรื่องที่ฮันซังกุงลงโทษซอจังกึมและเยินเซ็งไว้ในโกดังเก็บของทำครัว บอกแก่นางกำนัลที่ดูแลเด็กทั้งสอง ทำให้นางกำนัลที่ดูแลเด็กทั้งสองร้อนใจตามหาเด็กทั้งสอง

แต่นึกไม่ถึงว่าในเวลาเดียวกันนั้น ฮันซังกุงประหลาดใจมากที่เห็นซอจังกึมรู้จักใช้สมุนไพรห้ามเลือดให้แก่เยินเซ็ง ซอจังกึมถูกลงโทษทำความสะอาดโดยให้พักการเรียนไว้ก่อน ซอจังกึมได้รับความช่วยเหลือจากเยินเซ็ง ทำให้นางได้แอบเรียนหนังสือ ซอจังกึมรู้ว่าซังกุงแต่ละคนนั้นกำลังคัดเลือกเด็กเข้ามาเป็นนางกำนัลในฝ่ายที่พวกนางดูแล ซอจังกึมวิงวอนขอร้องให้นางมีสิทธิ์เข้าสอบคัดเลือก แต่มีข้อแม้ว่าซอจังกึมจะต้องหาบน้ำมาเติมในอ่างให้เต็มเสียก่อน ซอจังกึมไม่มีทางเลือกจึงจำยอม

วันรุ่งขึ้น ซอจังกึมเข้าสอบเป็นคนสุดท้าย แม้ว่าคำถามจะยากก็ตาม แต่ซอจังกึมก็ตอบถูกต้อง ซอจังกึมถูกส่งตัวให้ไปทำงานกับฮันซังกุง ฮันซังกุงถามซอจังกึมว่าเหตุใดถึงอยากเข้ามาอยู่ในวัง ซอจังกึมตอบฮันซังกุงว่านางต้องการทำของเสวยชั้นเลิศถวายฮ่องเต้ จากนั้นนางก็ถามฮันซังกุงต่อไปว่าจะทำอย่างไรจึงจะสำเร็จ ฮันซังกุงไม่พอใจคำถามของซอจังกึม จึงเฉไฉทำเป็นแต่สั่งให้ซอจังกึมรินน้ำให้ดื่ม ซอจังกึมถูกชางยากลั่นแกล้ง โดยให้ไปพบนางซุงกุงชั้นสูงที่รับผิดชอบดูแลของเสวยสำหรับฮ่องเต้ ซอจังกึมเชื่อนึกว่าเป็นความจริง ดังนั้นจึงถูกฮันซังกุงลงโทษ ให้ไปทำงานล้างชามและงานเบ็ดเตล็ดทั่วไป

ของที่มีไว้สำหรับทำอาหารในห้องครัวตำหนักต่างๆ บูดเน่าไปหมดมีเพียงครัวหลวงที่ใช้สำหรับทำของเสวยฮ่องเต้เท่านั้น ที่ไม่มีความเสียหาย เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้บรรดาซังกุงต่างพากันประหลาดใจเป็นอันมาก หลังจากที่ตรวจสอบแล้ว พบว่ามีสาเหตุมาจากน้ำไม่สะอาด เพื่อสุขอนามัยแล้ว ซอจังกึมจะลุกขึ้นมากลางดึก นำน้ำที่ใช้ล้างถ้วยชามต้มให้เดือด ฮันซังกุงรู้เรื่องนี้จึงตำหนิเพื่อนๆ ซอจังกึม ที่ดูดายไม่ยอมช่วยเหลือซอจังกึม

ฮันซังกุงสั่งให้ซอจังกึมหาบน้ำต่อไปเรื่อยๆ โดยมีจุดประสงค์ให้ซอจังกึมสอบถามนางว่า เพราะเหตุใดจึงสั่งให้นางคอยหาบน้ำ ซอจังกึมตระหนักดีถึงจุดประสงค์ของฮันซังกุง ซอจังกึมแข่งกับกึมยอง เพื่อนๆ ของซอจังกึมต่างไม่พอใจที่เห็นแชซังกุงลำเอียงให้ความช่วยเหลือกึมยองที่เป็นหลาน ทางเดียวเท่านั้นคือต้องขยัน และทำงานทุกอย่างที่อยู่ในห้องครัวจนช่ำชอง

กลางดึก ซอจังกึมนั่งสนเข็มอยู่ที่ศาลาริมน้ำตามลำพัง ที่นั่นซอจังกึมได้พบกับเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับนาง เด็กสาวนางนั้นถามซอจังกึมว่าทำไมถึงมานั่งสนเข็มอยู่ที่นี่ ซอจังกึมเล่าเรื่องที่บรรดาเพื่อนๆ ของนางไม่พอใจกึมยองให้เด็กสาวนั้นฟัง เด็กสาวนางนั้นสอนซอจังกึมใช้ความรู้สึกสนเข็ม ในวันแข่งขัน ซอจังกึมพบว่าเด็กสาวที่นางพบเมื่อคืนนั้นคือกึมยอง กึมยองแสดงให้แชซังกุงรู้ว่าเพื่อนๆ ไม่พอใจนาง เพื่อความยุติธรรมในการแข่งขัน กึมยองเสนอให้มีการแข่งขันสนเข็ม ผลปรากฏว่ากึมยองเป็นฝ่ายชนะ ซอจังกึมได้ที่สอง ซอจังกึมกล่าวว่ากึมยองเป็นคนสอนนางสนเข็ม ผลปรากฏว่าซอจังกึมกลับถูกเพื่อนๆ พากันค้อนใส่

ดังดึ้กดู นำเหล้ามาส่งในวังหลวง แชซังกุงสอบถามดังดึ้กดู รู้จักปักเมียงยอหรือไม่ แชซังกุง สงสัยว่าซอจังกึมเป็นลูกสาวปักเมียงยอ ดังดึ้กดูปฏิเสธไม่รู้จัก แชซังกุงไปหาหมอ หมอตรวจพบว่านางเป็นโรคปวดศีรษะเรื้อรังไม่มีทางรักษาให้หายได้ ทันใดนั้น นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวได้มาตรวจความเรียบร้อยเรือนพักของนางกำนัลต้นเครื่อง พบว่ามีของต้องห้ามจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ ดังนั้นจึงพานางกำนัลต้นเครื่องเหล่านั้นไปพบซังกุงชั้นสูงที่ดูแลนางกำนัลทั้งหมด


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:11 PM  


ความคิดเห็นที่: 43

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2548


นางกำนัลต้นเครื่อง ที่มีหน้าที่ทำของเสวยสำหรับฮ่องเต้นั้น ซุกซ่อนของต้องห้ามไว้ นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวพานางกำนัลต้นเครื่องเหล่านั้นไปพบแชซังกุง หมอที่ทำการรักษาแชซังกุงถูกตามจับมายืนยันว่าเคยรักษาแชซังกุงมาก่อน นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวรู้เรื่องที่แชซังกุงแอบนำผู้ชายเข้ามาในวังหลวงแชซังกุงไหว้วานคนให้ไปหาแชปันซุก ไปขอความช่วยเหลือจากไต้เท้ายุน นึกไม่ถึงว่ากลับถูกไต้เท้ายุนปฏิเสธ และด่าทอเป็นการใหญ่ แชซังกุงถูกบังคับให้สละตำแหน่ง

นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวไปหาชองซังกุง เพื่อขอให้นางดำรงตำแหน่งหัวหน้านางกำนัลฝ่ายในที่รับผิดชอบของเสวยสำหรับฮ่องเต้ ชองซังกุงเป็นคนเฉลียวฉลาด นางรู้ดีว่านางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวมีวัตถุประสงค์เช่นใด ดังนั้นจึงไม่ยอมเป็นหุ่นเชิดให้นาง ครั้งแรกที่ชองซังกุงเข้ารับตำแหน่งนางลงมือทำของเสวยอย่างสุดความสามารถ จนเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ ชองซังกุงและนางกำนัลทั้งหลายทานอาหารด้วยกัน กึมยองร่วมโต๊ะอาหารด้วยสร้างความประหลาดใจให้ชองซังกุงเป็นอันมาก แชซังกุงออกรับหน้าแทนกึมยองว่า กึมยองมีพรสวรรค์ในการรับรู้รสชาติอาหารเป็นอย่างดี

ชองซังกุง ได้ยินเช่นนั้น จึงจงใจทดสอบกึมยองโดยถาม กึมยองว่าอาหารมีเครื่องปรุงอะไรบ้าง หลังจากที่กึมยองตอบคำถามชองซังกุงแล้ว ชองซังกุงก็สอบถามนางกำนัลคนอื่นต่อไป ซอจังกึมตอบชองซังกุงว่าในอาหารใช้มะเขือเทศแทนน้ำตาล ชองซังกุงพอใจกับคำตอบของซอจังกึมเป็นอันมาก จากนั้นก็กำชับให้ทุกคนขยันหมั่นหาความรู้ใส่ตัว นางกล่าวต่อไปว่าตำแหน่งซังกุงชั้นสูงที่ดูแลของเสวยสำหรับฮ่องเต้นั้น เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติ นางจะมอบตำแหน่งนี้ให้แก่ผู้ที่มีความสามารถเท่านั้น ก่อนที่ชองซังกุงจะจากไปได้กล่าวกับกึมยองว่า ต่อไปให้ไปร่วมโต๊ะกับนางกำนัลคนอื่นๆ

ซอจังกึม ก่อความวุ่นวายในห้องครัว ดังนั้นจึงถูกลงโทษให้ไปล้างจานกับนางกำนัลฝึกหัด ซอจังกึมได้ยินทุกคนคุยกันว่าองค์หญิงเสวยอาหารไม่ลงเป็นเวลาหลายวันแล้ว แชซังกุงและกึมยองทำของเสวยขึ้นถวายองค์หญิง นึกไม่ถึงว่าองค์หญิงไม่เสวยเลยแม้แต่น้อย จนองค์หญิงหมดสติไป ซอจังกึมบอกกึมยองนำถ่านไม้เล็กน้อยผสมกับเครื่องปรุงจะทำให้อาหารรสชาติดีขึ้น กึมยองได้ยินเช่นนั้น จึงนำเรื่องนี้ไปบอกแชซังกุง ด้วยเรื่องที่องค์หญิงไม่เสวยอาหาร ทำให้ฮ่องเต้ทรงกลัดกลุ้มพระทัยเป็นอันมากจนทำให้พระองค์ก็ทรงเสวยไม่ลง ชองซังกุงเรียกประชุมนางกำนัลทั้งหลายกำชับให้ทุกคนปรุงอาหารอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้องค์หญิงกลับมาเสวยเหมือนเดิม


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:13 PM  


ความคิดเห็นที่: 44

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2548


กึมยองกล่าวกับแชซังกุงว่า นางมีความมั่นใจว่าจะทำของเสวยถวายองค์หญิงได้ ผลปรากฏว่าองค์หญิงทรงเสวยอาหารที่กึมยองทำขึ้นถวาย องค์หญิงตรัสถึงสาเหตุที่เสวยอาหารไม่ลงนั้นเนื่องจากรู้สึกว่าอาหารมีรสชาติประหลาด แต่เมื่อเห็นพระเจ้าจุงจงไม่ตรัสอะไร ดังนั้นจึงไม่กล้าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา

ราชฑูตของต้าหมิงนำไก่ทองถวายพระเจ้าจุงจง พระเจ้าจุงจงทรงมีรับสั่งให้ดูแลไก่ทองอย่างดี แชซังกุงได้รับมอบหมายให้นำไก่ทองปรุงอาหารถวายพระเจ้าจุงจง ส่วนกึมยองมีหน้าที่ดูแลไก่ทองให้ดี กึมยองทำไก่ทองหายไป หาทุกหนทุกแห่งแล้วก็ไม่พบ แชซังกุงออกไปซื้อวัตถุดิบต่างๆ กลับมาเพื่อปรุงอาหาร กึมยองตัดสินใจลอบออกจากวังหลวงเพื่อตามหาไก่ทองกลับมา ซอจังกึมล่วงรู้เรื่องที่กึมยองทำไก่ทองหายไป ดังนั้นจึงตัดสินใจช่วยกึมยองหาไก่ทองอีกแรงหนึ่ง

ซอจังกึมพากึมยองลอบออกจากวังหลวงโดยอาศัยอุโมงค์ลับเพื่อหลบหูตาองครักษ์ ทั้งสองได้พากันไปที่จวนแชปันซุก นึกไม่ถึงว่าแชปันซุกไม่อยู่ที่จวน กึมยองตัดสินใจพักอยู่ที่จวนแชปันซุกรอถึงวันรุ่งขึ้น เมื่อตามหาไก่ทองพบแล้วค่อยกลับวังหลวง ซอจังกึมไปขอความช่วยเหลือจากดังดึ้กดู กึมยองกำชับซอจังกึมว่าจะต้องกลับมาสมทบกันก่อนค่ำ เพื่อที่จะได้เดินทางกลับวังหลวงด้วยกัน ซอจังกึมซื้อไก่ทองมาตัวหนึ่ง ระหว่างที่เดินทางไปยังจวนแชปันซุกนั่นเอง ซอจังกึมเห็นมินจุงโฮได้รับบาดเจ็บ นางจึงช่วยห้ามเลือดและทำแผลให้แก่มินจุงโฮ จนทำปิ่นเงินหล่นหายไป

แชซังกุงและฮันซังกุงต่างแยกกันออกตามหากึมยองและซอจังกึม เยินเซ็งโกหกเพื่อตบตาซังกุงทั้งสอง แต่นึกไม่ถึงกลับส่อพิรุธจนถูกจับได้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นล่วงรู้ถึงหูชองซังกุง แชซังกุงเดินทางไปที่จวนแชปันซุกเพื่อรับกึมยองและซอจังกึมกลับเข้าวังหลวง แต่ซอจังกึมกลับมาไม่ถึงจวนแชปันซุกเสียที กึมยองขอร้องให้แชซังกุงคอยซอจังกึมกลับมาก่อนค่อยกลับเข้าวังหลวงด้วยกัน

กึมยองตามแชซังกุงกลับเข้าวังหลวง ซอจังกึมกลับมาไม่ทันสมทบกับกึมยอง ดังนั้นจึงต้องกลับเข้าวังหลวงตามลำพัง อุโมงค์ลับที่ใช้เป็นเส้นทางเข้าวังหลวงถูกปิดตายซอจังกึมถูกทหารองครักษ์จับตัวได้ พระเจ้าจุงจงทรงจัดงานเลี้ยงรับรองราชฑูตต้าหมิง เรื่องที่ซอจังกึมลอบออกจากวังรู้ถึงหูนางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยว นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวลงโทษซอจังกึมโดยจะขับไล่นางออกจากวังหลวง ส่วนชองซังกุงและคนอื่นๆ ถูกลดขั้น ทุกคนต่างพากันร้องขอความเห็นใจให้ซอจังกึม แต่ก็ไม่มีประโยชน์

ซอจังกึมถูกขับไล่ออกจากวังหลวง ฮันซังกุงทำใจไม่ได้ที่เห็นซอจังกึมต้องจากไป ดังนั้นจึงพูดออกมาว่าชีวิตของซอจังกึมเหมือนกับเพื่อนรักคนหนึ่งของนาง คิดจะช่วยเหลือ แต่แล้วก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย เยินเซ็งร้องขอความเห็นใจจากชองซังกุง แม้ว่าชองซังกุงและฮันซังกุงจะเห็นใจซอจังกึมก็ตาม แต่ก็ต้องให้นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวตัดสินใจ ในที่สุดซอจังกึมก็ถูกลงโทษให้ไปทำงานในสวน แม้ว่าจะรักษาฐานะนางกำนัลไว้ได้

แต่ก็ยากที่จะกลับเข้าวังหลวงอีกครั้งหลังจากที่ซอจังกึมไปทำงานในสวนแล้ว นางพบว่าทุกคนพากันเกียจคร้านไม่ยอมทำสวนปลูกผัก สร้างความโกรธให้ชองอุนแป๊ดซึ่งเป็นคนดูแลเป็นอันมาก วันหนึ่งนางกำนัลคนหนึ่งได้รับพิษเข้าไป ชองอุนแป๊ดช่วยฝังเข็มรักษาให้นางกำนัลนางนั้น ในเวลานี้เองซอจังกึมถึงรู้ว่าที่แท้ชองอุนแป๊ดเป็นหมอหลวง ชองอุนแป๊ดเตือนสติซอจังกึมว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่น่าอยู่เท่าใดนัก เพราะที่นี่เป็นสถานที่สำหรับคนสิ้นหวัง

มินจุงโฮเก็บรักษาปิ่นเงินของซอจังกึมไว้เป็นอย่างดี โดยสั่งให้คนตามหานางให้พบ ซอจังกึมนำต้นกล้าสมุนไพรมาปลูก และได้พบกับดังดึ้กดูเข้า ซอจังกึมถึงรู้ว่าเวลานี้นางกำนัลในวังต่างวุ่นวายอยู่กับการแข่งขันทำของเสวยให้ฮ่องเต้ ซอจังกึมเศร้าโศกเสียใจมากที่ไม่มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน ต่อมาซอจังกึมขอความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรต่างๆ จากชองอุนแป๊ด จากนั้นก็ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง

ไป๋เปิ่น เป็นสมุนไพรชั้นเลิศที่มีสรรพคุณล้นเหลือนั้น เนื่องจากหายากจึงมีราคาแพง นางพยายามปลูกอยู่หลายครั้ง แต่นางก็ต้องพบกับล้มเหลวทุกครั้ง จะอย่างไรก็ตามนางก็ปฏิญาณว่าจะปลูกให้ได้


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:16 PM  


ความคิดเห็นที่: 45

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2548


ซอจังกึมใช้ความอดทนและมุมานะพยายามอย่างมาก จนสามารถเพาะเลี้ยงต้นกล้าสมุนไพร ไป๋เปิ่นได้สำเร็จ ชองอุนแป๊ดเข้าวังหลวงและได้พบกับเยินเซ็ง เยินเซ็งไหว้วานให้ชองอุนแป๊ดนำจดหมายของนางไปมอบให้ซอจังกึม เนื้อความในจดหมายมีว่าจะพยายามจนสุดความสามารถ เพื่อให้ชองซังกุงรับซอจังกึมกลับเข้าวังหลวงอีกครั้ง

ซอจังกึมนึกไม่ถึงว่า เพียงคืนเดียวเท่านั้น ต้นกล้าสมุนไพรไป๋เปิ่นถูกทำลายลงจนหมดสิ้น ชองอุนแป๊ดและซอจังกึมต่างพากันซุ่มดูว่าใครเป็นมือดีที่ทำลายต้นกล้า โดยที่ทั้งสองไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน และในที่สุด ชองอุนแป๊ดก็จับตัวคนที่ทำลายต้นกล้าได้คาหนังคาเขา ชองอุนแป๊ดถามคนร้ายว่าเหตุใดจึงมาทำลายต้นกล้า ที่แท้มีสาเหตุเกี่ยวพันกับผลประโยชน์มหาศาลนั่นเอง ซอจังกึมไปที่เรือนพันธุ์ไม้เพื่อนำพันธุ์ไม้กลับมาปลูกใหม่ และได้พบกับกึมยองเข้าโดยบังเอิญ กึมยองขอโทษซอจังกึม จากนั้นได้มอบจดหมายที่เยินเซ็งเขียนถึงมอบให้นาง

ชองอุนแป๊ด เล่าเรื่องที่เพาะเลี้ยงต้นกล้าไป๋เปิ่นสำเร็จ ให้เกากงฟัง โดยจะถอนต้นกล้าขึ้นมา นำไปประกาศให้ทุกคนล่วงรู้ แต่นึกไม่ถึงว่าทุกอย่างอยู่ในความเห็นชอบของเกากง ความดีความชอบครั้งนี้ซอจังกึม ก็มีส่วนได้รับความดีความชอบนี้ด้วยเหมือนกัน เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงวังหลวง ซอจังกึมก็จะมีโอกาสได้กลับเข้าวังหลวงอีกครั้ง และยังทันเข้าร่วมแข่งขันทำของเสวยถวายฮ่องเต้อีกด้วย

ชองอุนแป๊ด ให้ซอจังกึมนำจดหมายของตนไปมอบให้อาจารย์ใหญ่หอบัณฑิต นึกไม่ถึงว่าได้พบกับมินจุงโฮ หลังจากที่มินจุงโฮอ่านเนื้อความในจดหมายแล้ว ถึงรู้ว่าชองอุนแป๊ดหวังว่าหอบัณฑิตจะอนุญาตให้ซอจังกึม อ่านหนังสือของหอบัณฑิต เนื้อความในจดหมายยังได้กล่าวถึง ความฉลาดและความสามารถของซอจังกึม อีกด้วย

อีกเจ็ดวันก็ถึงวันแข่งขันทำของเสวยถวายฮ่องเต้ ชองซังกุงให้กำลังใจซอจังกึม ให้นางเตรียมตัวให้ดี กึมยองนำหนังสือมาให้ซอจังกึมอ่าน นางกำนัลฝ่ายในหลู จะลาออกจากราชการ ฮองเฮาจึงทรงรับสั่งให้นางกำนัลฝ่ายในหลูออกข้อสอบ การแข่งขันจะต้องมีการสอบข้อเขียน ผู้ที่ตอบคำถามได้ก่อนก็จะมีสิทธิ์เลือกวัตถุดิบที่ใช้ทำของเสวยถวายฮ่องเต้

ซอจังกึม ตอบข้อสอบได้ไม่ดีสักเท่าใดนัก ดังนั้นจึงเป็นคนสุดท้ายที่ได้เลือกวัตถุดิบที่นำมาทำของเสวยถวายฮ่องเต้ ภาคปฏิบัติต้องทำหมั่นโถวและน้ำแกงหมั่นโถว ซอจังกึมนำกระดูกวัวมาต้มทำเป็นน้ำแกง จากนั้นก็เคี่ยวให้มีความเข้มข้น เยินเซ็งชมน้ำแกงมีรสชาติกลมกล่อม

การสอบแบ่งออกเป็นสองวัน วันรุ่งขึ้นค่อยทำหมั่นโถว วัตถุดิบและเครื่องปรุงต่างๆ ไว้ในสนามสอบ กลางดึกเยินเซ็งและซอจังกึม ต้องการไปซ้อมทำก่อนที่จะทำจริงในวันรุ่งขึ้น แต่เมื่อไปถึงสนามสอบกลับพบว่าแป้งหมี่ที่เตรียมไว้หายไป


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:19 PM  


ความคิดเห็นที่: 46

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2548


ซอจังกึม นำเรื่องที่แป้งหมี่ของนางหายไป ไปบอกให้ชองซังกุงรับทราบ น่าเสียดายไม่สามารถที่จะแจกวัตถุดิบให้ใหม่ ทำให้ซอจังกึมต้องรอจนกว่าจะถึงวันรุ่งขึ้น ซอจังกึมเข้าไปในห้องเครื่องที่ใช้ทำของเสวยฮ่องเต้ ที่นั่นซอจังกึมพบเจินฉวน เพื่อนร่วมห้องขโมยแป้งหมี่ของนางมาฝึกทำหมั่นโถว ซอจังกึมและเจินฉวนทะเลาะมีปากเสียงกันขึ้นมา ทำให้ทหารองครักษ์ที่ผ่านมาต้องเข้ามาห้ามปราม เจินฉวนเห็นเช่นนั้น จึงแก้ตัวออกไปว่าจะมาทำน้ำแกงไปให้นางกำนัลฝ่ายในหลู ซึ่งจะลาออกจากราชการในไม่ช้านี้

ในเวลานี้ซอจังกึมถึงรู้ว่า เจินฉวนและนางกำนัลฝ่ายในหลูมีสัมพันธ์แนบแน่นกัน ซอจังกึมไม่มีทางเลือก ดังนั้นจึงกลับไปที่สวนผักเพื่อหาวัตถุดิบอื่นมาแทน ชองซังกุงกล่าวว่าการสอบครั้งนี้จะมีนางกำนัลฝึกหัดจำนวนหนึ่งได้เลื่อนชั้นเป็นนางกำนัลต้นเครื่อง ซอจังกึมใช้หวงหยาไป๋มาทำหมั่นโถวแทนแป้งหมี่ที่หายไป หลังจากที่ทุกคนได้ลองชิมแล้ว ทุกคนต่างออกปากชมหมั่นโถวของ ซอจังกึม รสชาติดี แต่ก็มีนางกำนัลบางคนบอกว่า ซอจังกึมใช้วัตถุดิบผิดไปจากที่กำหนดไว้โดยเลือกใช้วัตถุดิบตามอำเภอใจ ทำให้ซอจังกึมขาดคุณสมบัติในการสอบ ผลปรากฏว่า ซอจังกึมสอบไม่ผ่าน ส่วนกึมยองชนะเลิศในการสอบแข่งขัน

การสอบแข่งขันกำลังจะสิ้นสุดลง ทันใดนั้นเองไทเฮาทรงเสด็จมาถึงสนามแข่งขัน ไทเฮาทรงชื่นชมในรสชาติหมั่นโถวของกึมยอง นอกจากนั้นยังทรงชมเชยซอจังกึมที่รู้จักใช้วัตถุดิบอื่นมาทำหมั่นโถวแทนแป้งหมี่ที่หายไป ซึ่งรสชาติที่ได้ก็ออกมาดี ในที่สุดซอจังกึมก็ได้เลื่อนชั้นเป็นนางกำนัลต้นเครื่องไปด้วยอีกคน


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:21 PM  


ความคิดเห็นที่: 47

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2548


เยินเซ็งและยองโนถูกจัดให้พักห้องเดียวกัน แต่ทั้งสองมักจะมีปากเสียงกันอยู่เสมอ ในที่สุด ชองซังกุงก็สั่งให้ทั้งสองแยกห้องกันอยู่ ซอจังกึมพักอยู่ห้องเดียวกับเยินเซ็ง ส่วนยองโนนั้นพักอยู่ห้องเดียวกับกึมยอง ฮันซังกุงมาหาซอจังกึม จากนั้นนางก็มอบมีดที่ใช้ประกอบอาหารเล่มหนึ่งให้ซอจังกึม ฮันซังกุงกล่าวกับซอจังกึมว่ามีดประกอบอาหารเล่มนี้เป็นของเพื่อนรักของนาง เนื่องจากซอจังกึมคล้ายกับเพื่อนรักของนาง ดังนั้นจึงตัดสินใจมอบมีดประกอบอาหารเล่มนี้ให้ซอจังกึมเอาไว้ใช้ ซอจังกึมกลับไปเยี่ยมเจียงเต๋อจิ่ว จากนั้นนางก็ไปเซ่นไหว้ดวงวิญญาณปักเมียงยอ ซอจังกึมนึกถึงคำพูดที่ปักเมียงยอพูดไว้ก่อนสิ้นใจ ดังนั้นจึงตัดสินใจไปห้องเครื่องหลวงเพื่อหาตำราอาหารตามคำสั่งเสียของปักเมียงยอ

เนื่องจากกึมยองชนะเลิศการแข่งขันทำของเสวยถวายฮ่องเต้ ดังนั้นนางจึงได้เลื่อนชั้นขึ้นเป็นนางกำนัลต้นเครื่องอันดับหนึ่ง มีสิทธิ์เข้าห้องเครื่องที่ใช้ทำของเสวยสำหรับฮ่องเต้ได้ทุกเมื่อ นางกำนัลฝึกหัดที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนางกำนัลต้นเครื่องนั้น เริ่มต้นบทเรียนสำหรับทำของเสวยสำหรับฮ่องเต้ ฮันซังกุงสอนซอจังกึมหั่นผัก ผู้หญิงที่ใช้มีดทำร้ายมินจุงโฮถูกจับตัวได้ ผู้หญิงนางนั้นกล่าวว่าในเวลานั้นน่าจะฆ่าผู้หญิงที่อุ้มไก่ทองไว้ให้ตาย มินจุงโฮได้ยินเช่นนั้นจึงรีบรุดไปที่ตลาดขายไก่เพื่อสืบหาเบาะแสของซอจังกึม

มินจุงโฮเดินทางมาที่บ้านของดังดึ้กดู จากนั้นได้สอบถามเบาะแสซอจังกึมจากนาง มินจุงโฮนำปิ่นเงินออกมา ดังดึ้กดูไม่รู้ว่ามินจุงโฮมีเจตนาอย่างไร ดังนั้นจึงสมอ้างว่านางเป็นคนที่เคยช่วยชีวิตมินจุงโฮไว้ มินจุงโฮทดสอบดังดึ้กดูอยู่นานจนรู้ว่านางสมอ้าง พระเจ้าจุงจงทรงออกล่าสัตว์เร็วกว่าที่กำหนดไว้ห้าวัน ทำให้นางกำนัลต้นเครื่องที่รับผิดชอบทำของเสวยถวายฮ่องเต้จะต้องร่วมเดินทางไปด้วย

ขณะที่เถียวฟางและนางกำนัลต้นเครื่องกำลังทำของเสวยถวายฮ่องเต้อยู่นั่นเอง นึกไม่ถึงว่าไม่ทันระวังใส่วัตถุดิบที่มีพิษลงไปด้วย ก่อนที่จะนำของเสวยขึ้นถวายฮ่องเต้นั้น จะต้องชิมและตรวจสอบเสียก่อน ผลปรากฏว่าทั้งสองหมดสติไปด้วยกันทั้งคู่ ฮันซังกุงตรวจสอบของเสวย จึงพลอยได้รับพิษไปด้วย แต่โชคดีได้รับพิษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กึมยองและซอจังกึมต้องทำของเสวยขึ้นใหม่เพื่อถวายพระเจ้าจุงจง พระเจ้าจุงจงทรงปรารภออกว่าอยากเสวยบะหมี่เย็น ซอจังกึมนึกถึงน้ำแร่บนภูเขา โดยจะนำน้ำแร่บนภูเขามาทำน้ำแกง ขุนนางที่ตามเสด็จพบว่าของเสวยสำหรับฮ่องเต้นั้น นางกำนัลต้นเครื่องเป็นคนทำถวาย ถ้าหากว่าฮ่องเต้ทรงไม่พอพระทัยขึ้นมา กึมยองและซอจังกึมจะต้องได้รับโทษอย่างหนัก

หลังจากที่พระเจ้าจุงจงเสด็จกลับจากล่าสัตว์แล้วก็ทรงขึ้นโต๊ะเสวย พระองค์ทรงชมบะหมี่เย็นมีรสชาติดี หลังจากที่ฮันซังกุงฟื้นได้สติขึ้นมาแล้ว รู้ว่าซอจังกึมใช้น้ำแร่บนภูเขามาทำน้ำแกงของบะหมี่เย็น นางจึงออกปากชมซอจังกึมและกึมยองว่าแก้ไขสถานการณ์ได้ดี กึมยองได้พบกับมินจุงโฮ ที่แท้ทั้งมินจุงโฮและกึมยองรู้จักกันมาตั้งแต่ยังเล็ก กึมยองชื่นชมมินจุงโฮมาโดยตลอด กลางดึกซอจังกึมนั่งเขียนอักษรที่ศาลาริมน้ำตามลำพัง และได้พบกับมินจุงโฮในที่สุด นึกไม่ถึงว่ากึมยองมาพบเห็นเหตุการณ์เข้า ทำให้กึมยองรู้ว่าซอจังกึมและมินจุงโฮรู้จักกันมาก่อน

เถียวฟางเลินเล่อขณะทำของเสวยถวายฮ่องเต้ ดังนั้นจึงได้รับโทษ ทำให้ครัวหลวงขาดคนทำงาน ซอจังกึมจึงถูกสั่งให้ไปทำงานแทนเถียวฟางไปพลางก่อน


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:22 PM  


ความคิดเห็นที่: 48

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2548


โอดึมโฮนำยันต์ไปใส่ในของเสวย เพื่อให้ทารกในครรภ์ฮองเฮาเป็นหญิง แชซังกุงสั่งกึมยองนำยันต์ไปใส่ในของเสวย แต่กึมยองกลับปฏิเสธ เนื่องจากกึมยองปฏิเสธคำสั่งของแชซังกุง ดังนั้นจึงถูกแชซังกุง ให้บทเรียนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนาง ซอจังกึมค้นหาตำราอาหารที่ปักเมียงยอเขียนขึ้นในครัวหลวง ต่อมาซอจังกึมเข้าทำงานแทนเพื่อน กึมยองปวดท้องและร้องเสียงดังออกมานอกห้อง ซอจังกึมได้ยินเช่นนั้นจึงวิ่งไปดู แต่กลับถูกกึมยองไล่ออกมา

ซอจังกึมไปหาแชซังกุงโดยนางจะเข้าทำงานแทนกึมยองซึ่งไม่สบาย แต่นึกไม่ถึงว่ากลับไม่ได้รับอนุญาต ซอจังกึมกลับไม่สนใจ นางแอบเข้าไปในครัวหลวงโดยพลการ กึมยองเห็นซอจังกึมอยู่ในครัวหลวง จึงออกคำสั่งให้ซอจังกึมออกไป หลังจากที่ซอจังกึมออกไปแล้ว กึมยองก็นำยันต์ไปซ่อนในห้องเครื่องเสวยตามคำสั่งของแชซังกุง เยินเซ็งเกิดความสงสัยที่เห็นซอจังกึมมักจะไปทำงานแทนคนอื่น ดังนั้นจึงตัดสินใจสืบหาความจริง นึกไม่ถึงว่าเยินเซ็งเห็นกึมยองทำลับๆล่อๆเหมือนกำลังซุกซ่อนอะไรไว้ จากนั้นก็เห็นซอจังกึมเข้าไปค้นหาของในครัวหลวง เหตุการณ์ที่พบเห็นทำให้เยินเซ็งเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าทั้งสองกำลังทำอะไรกันอยู่

เช้าวันรุ่งขึ้น เยินเซ็งได้สอบถามซอจังกึมว่าเข้าไปค้นหาอะไรในครัวหลวง จากนั้นนางก็บอกให้ซอจังกึมรู้ถึงเรื่องที่กึมยองซุกซ่อนอะไรบางอย่างไว้ในครัวหลวง ในขณะที่เยินเซ็งกำลังค้นหาของที่กึมยองซุกซ่อนอยู่นั้นเอง ซอจังกึมก็ค้นพบตำราอาหารที่ปักเมียงยอเขียนขึ้น ซอจังกึมรีบเก็บตำราอาหารนั้น และ รีบออกจากครัวหลวงไปทันที เรื่องยันต์สะพัดไปทั่ว แชซังกุงไปหาซอจังกึมเพื่อให้นางเป็นแพะรับบาป ซอจังกึมพยายามแก้ตัวเพื่อให้พ้นข้อกล่าวหา แต่ก็ไร้ผล ชองซังกุงสั่งคุมขังซอจังกึมในโกดังเก็บของ นึกไม่ถึงว่าแชซังกุง กลับต้องการกำจัดซอจังกึม ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายไปกันใหญ่ แต่ชองซังกุงกลับต้องการให้สืบหาความจริงให้กระจ่างเสียก่อน
แชปันซุกรู้เรื่องยันต์ล้มหลวแล้ว แชซังกุงกำชับไม่ให้แชปันซุกนำเรื่องนี้ไปบอกโอดึมโฮ ชองซังกุงไปหาดังดึ้กดู โดยต้องการให้ดังดึ้กดูสืบเรื่องยันต์ว่าคนร้ายต้องการจะให้ร้ายใคร ดังดึ้กดูสองสามีภรรยานำยันต์ไปสอบถามนักพรต พบว่าตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่บนยันต์นั้นให้ร้ายฮองเฮา ชองซังกุงตกใจมากเมื่อล่วงรู้เรื่องนี้ แชซังกุงเร่งเร้าให้ชองซังกุงรีบจัดการกับซอจังกึมโดยเร็ว นึกไม่ถึงว่าเยินเซ็งได้ยินคำสนทนาของซังกุงทั้งสองเข้าโดยบังเอิญ เยินเซ็งตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ที่นางพบเห็นที่ครัวหลวงให้ชองซังกุงฟัง

ชองซังกุงพากึมยองไปที่โกดังเก็บของเพื่อยืนยันความจริงกับซอจังกึม นึกไม่ถึงแม้ตายกึมยองก็ไม่ยอมปริปากพูด ซ้ำร้ายกลับป้ายความผิดให้ซอจังกึม ชองซังกุงรู้สึกว่าเรื่องนี้สลับซับซ้อน ดังนั้นจึงตัดสินใจส่งกึมยองและซอจังกึมขึ้นศาล ทันทีที่แชซังกุงล่วงรู้เรื่องนี้เข้าก็รีบอ้อนวอนขอความเห็นใจจากชองซังกุง นึกไม่ถึงว่าแชซังกุงหลุดปากพูดถึงเนื้อความที่ปรากฏบนยันต์ออกมา แชซังกุงกล่าวต่อไปว่าฮองเฮาใกล้คลอดแล้ว หากให้เรื่องนี้บานปลายออกไปจะไม่ดีด้วยกันทุกฝ่าย ชองซังกุงยืนกรานการตัดสินใจเดิมของนาง แชซังกุงเห็นเช่นนั้นจึงไปขอความช่วยเหลือจากนางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยว นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวสั่งห้ามไม่ให้ชองซังกุงส่งซอจังกึมและกึมยองขึ้นศาล นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวขอเวลาหนึ่งวันสืบหาความจริง เรื่องนี้เองจึงทำให้ชองซังกุงและนางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวมีปากเสียงทะเลาะกันขึ้นมาในที่สุด


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:24 PM  


ความคิดเห็นที่: 49

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2548


แชปันซุกไปหาโอดึมโฮ โอดึมโฮส่งคนไปนัดแนะที่ศาลไว้ เพื่อให้เป็นผลร้ายต่อซอจังกึม ฮันซังกุงไปหาซอจังกึมที่ห้องหวังว่า ตำราอาหารที่ซอจังกึมพบในครัวหลวงจะช่วยนางได้ นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยว เริ่มไม่พอใจชองซังกุงขึ้นมาแล้ว ดังนั้นจึงคิดตัดไฟแต่ต้นลม ชองซังกุงเห็นว่า จะรอช้าต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นจึงเร่งเร้าให้นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวรีบตัดสินใจโดยเร็ว

ฮันซังกุงแนะนำให้ซอจังกึมพูดความจริงออกมา ซอจังกึมกลับบอกว่านางไม่สามารถเปิดเผยความจริงออกมาได้ เนื่องจากนางเคยเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อแม่ต้องตาย ชองซังกุงเร่งเร้านางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยว นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวบอกให้ส่งซอจังกึมและกึมยองขึ้นศาล ชองซังกุงแปลกใจกับคำพูดของนางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวเป็นอันมาก หลังจากที่ฮันซังกุงรู้ถึงการตัดสินใจของนางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวแล้ว นางก็รีบไปหาชองซังกุง เกลี้ยกล่อมไม่ให้ส่งซอจังกึมไปขึ้นศาล เพราะรู้ดีว่าเมื่อถึงที่นั่นซอจังกึมจะต้องไม่รอดแน่

ชองซังกุงเกิดความลังเลว่าจะส่งซอจังกึมและกึมยองขึ้นศาลหลวงดีหรือไม่ เพื่อช่วยซอจังกึมเอาไว้ ดังนั้นจึงบอกให้ซอจังกึมยอมรับผิดต่อนางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยว นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวกล่าวว่านางจะขับไล่ซอจังกึมออกจากวังหลวง แต่ชองซังกุงยืนกรานว่าถ้านางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวต้องการขับซอจังกึมออกจากวังหลวง กึมยองก็ต้องถูกขับออกจากวังหลวงเช่นเดียวกัน ผลปรากฏว่าทั้งซอจังกึมและกึมยองต่างถูกปล่อยเป็นอิสระทั้งคู่

ดังดึ้กดูถูกทหารองครักษ์จับตัวโดยสงสัยว่าอาหารที่ดังดึ้กดูทำให้หยวนจื่อนั้นมีปัญหา ทำให้หยวนจื่อเกิดอาการชาไปทั้งตัว ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ชองซังกุงนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษาพ่อครัวใหญ่ พ่อครัวใหญ่กล่าวว่าเนื่องจากหมอหลวงไม่สามารถวินิจฉัยสาเหตุของโรคได้ ดังนั้นจึงโยนความผิดให้ดังดึ้กดูว่าอาหารมีพิษ พระเจ้าจุงจงตรัสว่าในเวลานั้นได้ใช้เข็มทองตรวจสอบดูแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ หมอหลวงทูลพระเจ้าจุงจงว่ามีพิษบางชนิดที่ไม่สามารถได้ด้วยเข็มทอง

ภรรยาดังดึ้กดูมาหาซอจังกึมเพื่อขอให้นางช่วยดังดึ้กดู จากนั้นได้มอบเห็ดดอกหนึ่งที่นำมาทำน้ำแกงให้ซอจังกึมดู ซอจังกึมนำเห็ดที่ได้จากภรรยาดังดึ้กดูไปสอบถามฮันซังกุงว่ามีพิษหรือไม่ ฮันซังกุงตอบซอจังกึมว่าเห็นชนิดนี้มีพิษ แต่ก็น้อยมาก ที่สำคัญเห็ดชนิดนี้ไม่ทำให้ร่างกายชาไปทั้งตัวได้ ที่ครัวหลวงได้มีการทดสอบโดยนำพิษต่างๆใส่ลงไปในน้ำแกง จากนั้นใช้เข็มทองตรวจสอบ แต่กลับไม่มีอะไรผิดปกติ

ซอจังกึมต้องการช่วยดังดึ้กดู โดยรู้ว่าหยวนจื่อกินยี่โต้วโค่วเข้าไป นางไปหามินจุงโฮเพื่อขอยืมตำราแพทย์มาศึกษา ซอจังกึมพบว่าถ้าหากกินยี่โต้วโค่วมากเกินไปจะทำให้ร่างกายชาไปทั้งตัว นางสันนิษฐานว่าเมื่อผสมโสมเข้าไปแล้วก็จะทำให้พิษในยี่โต้วโค่วทวีความรุนแรงขึ้น ซอจังกึมต้องการพิสูจน์สมมติฐาน ดังนั้นจึงใช้ร่างกายของนางทดสอบ ผลปรากฏว่าสมมติฐานของนางถูกต้อง ดังดึ้กดูพ้นความผิดถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ หลังจากที่หมอหลวงรักษาซอจังกึมแล้ว อาการของนางก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ซอจังกึมช่วยชองซังกุงเตรียมงานวันเกิดให้นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยว ชองซังกุงสุขภาพไม่ดีนัก แต่ก็ยืนกรานว่าจะทำอาหารด้วยตัวเอง โดยให้ซอจังกึมคอยเป็นลูกมือทำน้ำแกงสำหรับหม้อไฟเท่านั้น


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:25 PM  


ความคิดเห็นที่: 50

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2548


ชองซังกุงทำหม้อไฟเลี้ยงนางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยว นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวรู้สึกว่ารสชาติน้ำแกงแปลกไปจนเกิดความไม่พอใจขึ้นมา ซอจังกึมขอให้กึมยองและเพื่อนนางกำนัลด้วยกันชิมน้ำแกง ทุกคนต่างกล่าวออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าน้ำแกงเข้มข้นเกินไป ซอจังกึมจึงเติมน้ำตาลและเกลือลงไป

นางพบว่าลิ้นไม่สามารถแยกรสชาติได้ น้ำแกงของนางต้องมีปัญหาแล้ว ฮันซังกุงถามหมอถึงอาการป่วยของชองซังกุงถึงได้รู้ว่านางเป็นโรคไต เมื่อรู้เช่นนี้ แชซังกุงจึงวางแผนโค่นล้มชองซังกุง

ซอจังกึมคิดว่า การที่ลิ้นของนางไม่สามารถรับรู้รสชาติอาหารนั้น อาจจะมาจากตอนที่ร่างกายนางเหน็บชาไปทั้งตัวก็เป็นได้ ดังนั้นจึงไปหาหมอหลวงเพื่อรับการรักษา กระทั่งพบว่าอาการของหยวนจื่อดีขึ้นเป็นลำดับ ซอจังกึมบอกอาการหมอหลวงว่าประสาทการรับรู้รสชาติของนางกำลังมีปัญหา มินจุงโฮให้ซอจังกึมยืมตำราแพทย์ จากนั้นเตือนนางว่าอย่าได้ลองใช้สมุนไพรผิดๆถูกๆ เพราะอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ แชปันซุกมาหาโอดึมโฮหวังว่าโอดึมโฮจะช่วยให้แชซังกุงได้ตำแหน่งซังกุงชั้นสูง นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวล่วงรู้เจตนาของแชซังกุงเป็นอย่งดี ดังนั้นจึงบอกให้นางรอไปก่อน นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยว สั่งให้คนนำยาไปให้ชองซังกุง ชองซังกุงเองรู้ดีว่าเพราะเหตุใดนางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวจึงต้องการสละตำแหน่ง

ชองซังกุงทำของเสวยถวายพระเจ้าจุงจงด้วยตัวนางเอง จากนั้นนางก็ทูลพระเจ้าจุงจงถึงเจตนาที่นางเข้าเฝ้า ชองซังกุงทูลพระเจ้าจุงจงถึงเรื่องซังกุงชั้นสูง พระเจ้าจุงจงทรงปฏิเสธโดยต้องการให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ชองซังกุงเห็นเช่นนั้นจึงทูลเสนอพระเจ้าจุงจงให้มีการแข่งขันชิงตำแหน่งซังกุงชั้นสูง พระเจ้าจุงจงทรงเห็นด้วยเพราะยุติธรรมดี

นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวและแชซังกุงโกรธมากเมื่อรู้เรื่องนี้ ชองซังกุงกล่าวกับฮันซังกุงว่าการแข่งขันในครั้งนี้ หวังว่าฮันซังกุงจะได้ตำแหน่งมาครอบครอง ฮันซังกุงไปขอความช่วยเหลือจากซอจังกึมให้ช่วยนางรับมือกับการแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อให้สมตามความตั้งใจของชองซังกุง ซอจังกึมกล่าวกับฮันซังกุงว่านางไม่สามารถช่วยได้ เนื่องจากประสาทการรับรู้รสชาติของนางเสียไป ฮันซังกุงและซอจังกึมพากันออกไปหาหมอ แต่นึกไม่ถึงว่ากลับไม่มีหมอคนใดสามารถรักษาให้ซอจังกึมได้ ฮันซังกุงให้กำลังใจซอจังกึมอย่าได้ท้อถอย

ก่อนที่จะกลับเข้าวังหลวง ฮันซังกุงไปตลาด จากนั้นได้ซื้อปลาจากพ่อค้าที่ตาบอดทั้งสองข้าง ฮันซังกุงซื้อปลาจากพ่อค้าขายปลาซึ่งตาบอดทั้งสองข้าง นางสังเกตว่าพ่อค้าปลาใช้มือจับปลาอย่างชำนาญ สิ่งที่นางเห็น ทำให้นางนึกถึงซอจังกึมขึ้นมา โดยใช้วิธีการอื่นให้ซอจังกึมสามารถรับรู้รสชาติอาหารได้ อย่างน้อยเป็นการทดแทนประสาทการรับรู้รสชาติที่หายไป ชองซังกุงต้องการให้แชซังกุงและฮันซังกุงเลือกนางกำนัลต้นเครื่อง เพื่อคอยเป็นลูกมือของพวกนางในการแข่งขัน แชซังกุงเลือกกึมยองเป็นลูกมือ ฮันซังกุงเลือกซอจังกึมเป็นลูกมือ ซอจังกึมเกลี้ยกล่อมให้ฮันซังกุงเปลี่ยนความตั้งใจ แต่ฮันซังกุงกลับตอบซอจังกึมไปว่านางสามารถทำให้ซอจังกึมกลับมารับรู้รสชาติได้ แต่ก็ต้องอาศัยซอจังกึม ฮันซังกุงเริ่มต้นฝึกซอจังกึม โดยให้นางทำหม้อไฟกุ้ง แต่ไม่อนุญาตให้นางชิมแต่อย่างใด ผลปรากฏว่ารสชาติที่ได้ออกมากลมกล่อม ฮันซังกุงกล่าวชมเชยซอจังกึม

แชซังกุงนำตำราอาหารชั้นสูงให้กึมยองโดยให้นางฝึกฝนให้ดีแชซังกุงพบว่ายองโนและชางยาพากันเล่นอย่างสนุกสนานอยู่ในห้องพัก ดังนั้นจึงสั่งยองโนให้ไปพักอยู่ห้องเดียวกับเยินเซ็งและซอจังกึม โดยกำชับให้ยองโนจับตาดูความเคลื่อนไหวของซอจังกึมให้ดี แล้วมารายงานให้นางรู้ ความเชื่อของชาวบ้านมีว่าถ้าซีอิ๊วเสียแสดงว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น นึกไม่ถึงว่ารสชาติของซีอิ๊วในวังรสชาติเปลี่ยนไปหมด ชองซังกุงสั่งให้แชซังกุงและฮันซังกุงสืบหาสาเหตุให้พบว่ามีสาเหตุมาจากอะไร


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:28 PM  


ความคิดเห็นที่: 51

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2548


แชซังกุงพากึมยองไปที่บ้านแชปันซุก โดยสอบถามถึงเรื่องเกลือที่ใช้ในวังหลวง แชปันซุกเปิดเผยว่าตนรู้เรื่องที่โอดึมโฮทุจริตเรื่องเกลือของราชสำนัก ฮันซังกุงและซอจังกึมได้พบกับดังดึ้กดูสองสามีภรรยา ดังดึ้กดูมอบเหล้าซึ่งผสมด้วยดอกไม้นานาชนิดให้ซอจังกึมเพื่อแสดงความขอบคุณนาง ฮันซังกุงและซอจังกึมพบว่าเกลือและของต่างๆ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ต่อมาทั้งสองเห็นชาวบ้านพากันนำไหซีฮิ๊วไปฝังใต้ต้นไม้ เมื่อสอบถามชาวบ้านดูแล้วพบว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ซีอิ๊วรสชาติดีขึ้น ในที่สุดซอจังกึมก็พบทางออก แชซังกุงไม่รู้สาเหตุที่แป้งถั่วเหลืองเสียได้อย่างไร แต่ด้วยความกลัวว่าจะเสียหน้าจึงพูดออกไปว่านางรู้วิธีที่จะทำให้แป้งถั่วเหลืองมีรสชาติดีขึ้น ชองซังกุงไปตรวจครัวหลวง นางสอนเยินเซ็งให้รู้ว่าอย่างไรเรียกว่าเกลือชั้นดี ชางยากล่าวว่าเกลือในห้องครัวใดก็ไม่เหมือนเกลือในครัวหลวงที่ขาวสะอาด ชองซังกุงได้ยินเช่นนั้นจึงไปตรวจสอบและพบว่าเกลือในห้องครัวอื่นเป็นเกลือชั้นเลว

แชซังกุงนำซีอิ๊วที่ทำจากแป้งถั่วเหลืองของชาวบ้านมาปรุงน้ำแกงนำขึ้นถวายพระเจ้าจุงจง พระเจ้าจุงจงทรงรู้สึกว่าแป้งถั่วเหลืองก่อนๆ มีรสชาติดีกว่านี้ ซอจังกึมพบว่าในวังหลวงมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ซีอิ๊วแป้งถั่วเหลืองมีรสชาติดีมาก ในที่สุดก็พบเหตุผลที่ทำให้ซีอิ๊วแป้งถั่วเหลืองมีรสชาติดี ถ้าจะให้ซีอิ๊วแป้งถั่วเหลืองมีรสชาติดีต้องนำไหไปฝังไว้ใต้ต้นไม้ จะช่วยให้หมักได้เร็วและมีรสชาติดี ฮันซังกุงสั่งให้ซอจังกึมใช้ซีอิ๊วแป้งถั่วเหลืองปรุงน้ำแกงถวายพระเจ้าจุงจง พระเจ้าจุงจงทรงล่วงรู้เรื่องซีอิ๊วแป้งถั่วเหลือง พระองค์ถึงกับทรงชมเชยว่าซอจังกึมมีความสามารถมากเลยทีเดียว

ซอจังกึมไปหาชองอุนแป๊ด ขณะนั้นชองอุนแป๊ดกำลังค้นคว้าเรื่องการใช้เข็มผึ้งนำมาฝังเข็ม ซอจังกึมยินดีเป็นหนูทดลองให้ชองอุนแป๊ด แต่กลับถูกปฏิเสธ มินจุงโฮล่วงรู้เรื่องนี้เข้า จึงให้กำลังใจซอจังกึมกล้าเผชิญกับความจริง มินจุงโฮนำตำราแพทย์มาให้ซอจังกึมยืมอ่าน ซอจังกึมรู้ว่ามินจุงโฮเขียนกลอนให้กำลังใจนาง ทำให้นางปลาบปลื้มใจเป็นอันมาก กึมยองรู้ว่าฮันซังกุงไม่อนุญาตให้ซอจังกึมชิมอาหารเมื่อปรุงเสร็จ แต่กลับสอนให้ซอจังกึมใช้ความชำนาญในการปรุงรสโดยไม่ต้องชิม

แชซังกุงล่วงรู้จากปากหมอหลวงว่าซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รสชาติอาหาร แชซังกุงกล่าวกับชองซังกุงว่านางรู้สึกว่าซอจังกึมจะได้รับชัยชนะในการแข่งขัน ในเวลาเดียวกันนางก็เปิดเผยเรื่องที่ซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รสชาติอาหารให้ชองซังกุงรู้ด้วย ชองซังกุงทดสอบซอจังกึมว่าเป็นความจริงตามที่แชซังกุงบอกหรือไม่ เรื่องที่ซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รสชาติอาหารถูกเปิดเผย แชซังกุงออกคำสั่งไม่ให้ซอจังกึมมาทำงานในครัวหลวงอีกต่อไป ฮันซังกุงออกหน้าปกป้องซอจังกึม โดยเดิมพันกับแชซังกุงให้ซอจังกึมปรุงอาหารให้ทุกคนกิน และให้ทุกคนลงความเห็นว่ารสชาติดีหรือไม่

แชซังกุงพูดกับกึมยองถึงเรื่องที่ซอจังกึมสูญเสียประสาทรับรู้รสชาติอาหาร ดังนั้นซอจังกึมจึงฝึกฝนการปรุงอาหารโดยไม่ต้องชิม แชซังกุงบอกกึมยองว่าอย่าได้เสียเวลาอีกต่อไป ซอจังกึมขอร้องชองอุนแป๊ดให้ใช้เข็มผึ้งทดสอบฝังเข็มกับนาง หลังจากที่ฝังเข็มไปแล้ว พบว่าที่ตัวซอจังกึมมีผื่นขึ้นเต็มไปหมด เพื่อผลของการรักษา ซอจังกึมตัดสินใจไม่กินยา ดังดึ้กดูนำตับหมูมาให้ซอจังกึมที่วังหลวง โดยบอกกับนางว่าตับหมูมีสรรพคุณในการรักษาเรื่องการรับรู้รส ซอจังกึมพบว่าตับหมูขมมาก

จากนั้นนางก็ถามดังดึ้กดูว่าเนื้อปลาวาฬเป็นอย่างไร ดังดึ้กดูตอบนางว่าเนื้อปลาวาฬมีลักษณะคล้ายกับเนื้อวัว แชปันซุกนำวิธีการปรุงเนื้อปลาวาฬมอบให้แชซังกุง จากนั้นก็กล่าวต่อไปว่าโอดึมโฮเริ่มไม่พอใจชองซังกุงขึ้นมาแล้ว

ซอจังกึม กึมยอง แชซังกุงและฮันซังกุงแยกกันปรุงเนื้อปลาวาฬ พระเจ้าจุงจงทรงโปรดรสชาติอาหารของซอจังกึม ซอจังกึมลองปรุงอาหารขึ้นมา จากนั้นนางก็ชิมดูพบว่าประสาทการรับรู้รสของนางหายเป็นปกติแล้ว แชซังกุงไม่พอใจที่ซอจังกึมได้รับคำชมเชยจากพระเจ้าจุงจง แม้ว่าแชซังกุงจะยอมรับว่าพ่ายแพ้ก็ตาม แต่นางก็เปิดเผยเรื่องที่ซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รสให้ชองซังกุงรู้ ประสาทการรับรู้รสเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทำอาหาร เมื่อซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รส นางจึงไม่มีคุณสมบัติอยู่ในครัวหลวงอีกต่อไป สมควรจะไล่นางออกจากวังหลวง หากชองซังกุงไม่เชื่อจะทดสอบซอจังกึมดูก็ได้ ชองซังกุงได้ยินเช่นนั้นจึงรับปากตามคำขอของแชซังกุง


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:29 PM  


ความคิดเห็นที่: 52

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2548


แชซังกุงจงใจกลั่นแกล้งซอจังกึม โดยให้นางชิมซีอิ๊วที่ทำจากกุ้งชนิดต่างๆกัน นึกไม่ถึงว่าซอจังกึมสามารถตอบได้ถูกต้องทุกชนิดโดยไม่ผิดเลย ซอจังกึมบอกกับทุกคนว่าประสาทการรับรู้รสของนางเป็นปกติดีแล้ว ชองซังกุงชมเชยซอจังกึมที่ไม่กลัวตายถึงได้กล้าใช้ตัวเองทดสอบถึงสาเหตุของโรคที่หยวนจื่อเป็น ดังนั้นจึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะไล่ซอจังกึมออกจากวังหลวง แชซังกุงโกรธมากแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ซอจังกึมไปขอบคุณชองอุนแป๊ด จากนั้นก็ขอบคุณมินจุงโฮที่คอยให้กำลังใจนาง ซอจังกึมทำอาหารเลี้ยงขอบคุณคนทั้งสอง กึมยองกล่าวกับซอจังกึมว่านางดีใจที่เห็นซอจังกึมหายเป็นปกติ จากนั้นก็กล่าวต่อไปว่าซอจังกึมเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด ซอจังกึมนำตำราแพทย์และอาหารไปให้มินจุงโฮ เพื่อแสดงให้เห็นว่านางหายเป็นปกติแล้ว

กึมยองกล่าวกับมินจุงโฮว่าระยะนี้นางรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ มินจุงโฮได้ยินเช่นนั้นจึงปลอบใจ นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวกราบทูลไทเฮาถึงเรื่องที่ พระเจ้าจุงจงทรงก้าวก่ายการคัดเลือกซังกุงชั้นสูง พระเจ้าจุงจงทูลไทเฮาว่าการที่พระองค์ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวนั้น เพราะต้องการได้คนที่มีความสามารถมากที่สุด ไทเฮาทรงมีรับสั่งให้จัดการแข่งขันคัดเลือกซังกุงขึ้น โดยพระองค์จะทรงเป็นกรรมการคัดเลือก หลังจากที่แชซังกุงรู้ว่าไทเฮาทรงเป็นกรรมการคัดเลือกแล้ว ยิ่งทำให้นางมั่นใจว่านางจะได้ตำแหน่งาครอบครอง เพราะนางเชื่อว่าไทเอาทรงเข้าข้างนางอย่างแน่นอน

ซอจังกึมคิดว่าต้องหาวัตถุดิบใหม่ๆมาปรุงอาหาร ดังนั้นจึงไปขอให้ดังดึ้กดูช่วย นึกไม่ถึงว่าดังดึ้กดูได้รับคำสั่งจากพระเจ้าจุงจงไปที่อารามหลวงดูแลซังกุงที่เคยเป็นแม่นมพระองค์มาก่อน ส่วนมินจุงโฮได้รับคำสั่งให้ไปสืบหาที่ซ่อนโสม และให้มีน้าที่พาหมอหลวงและดังดึ้กดูไปอารามหลวง ชองซังกุงประกาศว่าการคัดเลือกซังกุงชั้นสูงครั้งนี้นั้น ไทเฮาทรงออกข้อสอบหนึ่งข้อโดยให้นำวัตถุดิบที่ชาวบ้านไม่กินกันนำมาทำเป็นวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหาร จะทำปรุงเป็นน้ำแกงหรืออาหารอื่นใดก็ได้ทั้งนั้น การที่ไทเฮาทรงออกข้อสอบเช่นนี้นั้น เพราะพระองค์ทรงอยากรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

กึมยองใช้ครีบปลาดองเป็นวัตถุดิบ ส่วนซอจังกึมใช้บ๊วยดองเป็นวัตถุดิบ แต่นึกไม่ถึงว่าทั้งสองคิดใช้กระดูกวัวตุ๋นทำเป็นน้ำแกงด้วยกันทั้งคู่ แต่ตลาดกลับไม่มีกระดูกวัวขาย กึมยองต้องการได้กระดูกวัว และมีเวลาพอที่จะตุ๋นน้ำแกง ดังนั้นจึงไปที่ร้านชำและเนื้อวัว ซอจังกึมต้องการได้วัตถุดิบที่ดี ดังนั้นจึงตัดสินใจรอจนถึงวันรุ่งขึ้นค่อยกลับวังหลวง ซอจังกึมกลับไม่กังวลเรื่องเวลาในการตุ๋นน้ำแกงเนื่องจากนางมีวิธีการที่สามารถชดเชยเวลาที่สูญเสียไป ดังนั้นจึงบอกให้ฮันซังกุงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ไทเฮาทรงมีความเห็นว่าอาหารทั้งสองชนิดสูสีกันมาก หลังจากที่ไทเฮาทรงชิมน้ำแกงที่ตุ๋นจากกระดูกวัวแล้ว ก็ตัดสินให้แชซังกุงชนะเลิศในการแข่งขันรอบแรกนี้ ฮันซังกุงอบรมสั่งสอนซอจังกึม ที่แท้ขณะที่ตุ๋นกระดูกวัวนั้น ซอจังกึมได้ใส่นมวัวลงไปด้วยฮันซังกุงกล่าวว่าเนื่องจากซอจังกึมต้องการชนะจึงลืมกฏที่ตั้งไว้ ดังนั้นจึงสั่งให้ซอจังกึมไปปฏิบัติแม่นมหลวงซึ่งเคยเลี้ยงดูฮ่องเต้มาก่อน โดยไม่ให้นางเป็นผู้ช่วยอีกต่อไป


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:32 PM  


ความคิดเห็นที่: 53

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2548


กึมยองเข้าครัวทำบะหมี่ให้มินจุงโฮ แต่น่าเสียดายเมื่อนำบะหมี่ที่ทำเสร็จแล้วไปให้กลับพบว่า มินจุงโฮออกไปทำงานนอกวังหลวง ยองโน ชางยา และ เยินเซ็ง เห็นซอจังกึมหายไป ดังนั้นพวกนางจึงพากันทยอยเข้าไปหาฮันซังกุง พวกนางอาสาเป็นลูกมือให้ฮันซังกุงแทนซอจังกึม ฮันซังกุงใช้วิธีที่นางเคยสอนซอจังกึมใช้กับพวกนาง แต่พวกนางกลับทำไปได้เพียงครึ่งเดียวก็พากันเลิกกลางคัน ซอจังกึมได้รับคำสั่งให้ไปดูแลซังกุงพี่เลี้ยง นึกไม่ถึงว่าซอจังกึมได้พบกับดังดึ้กดูซึ่งได้รับคำสั่งให้ไปทำงานเช่นเดียวกัน ดังดึ้กดูบอกซอจังกึมว่าซังกุงพี่เลี้ยงป่วยหนัก เนื่องจากซังกุงพี่เลี้ยงนึกถึงข้าวที่พี่ชายของนางเคยทำให้นางกินขึ้นมา ดังนั้นก่อนจะตายหวังว่าจะได้ลิ้มลองอีกสักครั้ง

มินจุงโฮได้รับคำสั่งให้ไปตรวจสอบเรื่องการรับซื้อโสม มินจุงโฮเชื่อว่ามีการทุจริต ดังนั้นจึงสั่งให้ทหารไปสืบหาหลักฐาน ต่อมา มินจุงโฮเข้าไปในวัดซึ่งอยู่ในละแวกนั้น พบว่าซอจังกึมนั่งซึมอยู่ตามลำพัง มินจุงโฮสอบถามดังดึ้กดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับซอจังกึม แชซังกุงต้องการครอบครองตำแหน่งซังกุงสูงสุด ดังนั้นจึงเสนอกับซังกุงปกครองให้เร่งจัดการแข่งขันรอบที่สองให้เร็วขึ้น ดังดึ้กดูพาซอจังกึมไปเดินเล่นที่ชายทะเล จนได้พบกับมินจุงโฮ มินจุงโฮและซอจังกึมพากันเดินเล่นที่ชายทะเล ตกดึก ซอจังกึมและมินจุงโฮทำเนื้อย่างกินกัน ทั้งสองต่างเล่าเรื่องของกันและกันให้กันฟัง มินจุงโฮถามซอจังกึมว่าเหตุใดจึงอ้างว้างลำพังคนเดียว ซอจังกึมบอกมินจุงโฮว่าพ่อของนางเป็นทหารองครักษ์ เนื่องจากนางเป็นสาเหตุ ทำให้พ่อถูกทางการจับตัวไป ส่วนแม่ก็ต้องตายด้วยเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

ซอจังกึมไปหาซื้อยา บังเอิญได้พบกับมินจุงโฮซึ่งกำลังสืบเรื่องโสมเข้าพอดี มินจุงโฮพบว่าโสมได้ถูกขนย้ายไปที่ร้านของแชปันซุก ซอจังกึมและมินจุงโฮพากันกลับไปที่วัดด้วยกัน ระหว่างทางทั้งสองถูกลอบทำร้าย มินจุงโฮคุ้มครองซอจังกึม หลังจากที่มินจุงโฮและซอจังกึมกลับถึงวัดแล้ว ไต้เท้างานธุรการได้ทำอาหารรับรองคนทั้งสอง ซอจังกึมพบว่าอาหารรสชาติดีมาก ดังนั้นจึงขอร้องให้ไต้เท้างานธุรการช่วยสอนให้นาง ไต้เท้างานธุรการบอกซอจังกึมว่าไม่ได้มีวิธีการทำที่เป็นพิเศษแต่อย่างใด

ซอจังกึมพบว่าในวัดมีข้าวที่ซังกุง พี่เลี้ยงอยากกินอยู่พอดี ไต้เท้างานธุรการบอกว่าต้องนำข้าวตากแดด สามถึงสี่วันก่อน จึงจะนำมากินได้ ซอจังกึมกลับใจร้อน ใช้ไฟคั่วจนแห้ง นึกไม่ถึงว่าซังกุงพี่เลี้ยงกลับชมว่ารสชาติแปลกดี ซอจังกึมพบว่าการประกอบอาหารรสเลิศที่ถูกปากผู้ที่ได้ลิ้มลองนั้น ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว อาหารจะอร่อยได้ผู้ทำจะต้องทำด้วยใจ ซอจังกึมรู้ดีว่าฮันซังกุงตั้งความหวังในตัวนางมาก ด้วยเหตุนี้จึงพร่ำสอนและให้นางได้มีโอกาสค้นคิดทำอาหารใหม่ๆ กึมยองไปหามินจุงโฮ เมื่อนางเห็นมินจุงโฮและซอจังกึมอยู่ด้วยกัน ทำให้นางเกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา มินจุงโฮเห็นซอจังกึมใช้พู่กันที่หัวบานแล้วเขียนหนังสือ มินจุงโฮอยากให้ซอจังกึมได้ใช้ของดี ดังนั้นจึงไปหาซื้อพู่กันเล็กๆให้นาง

ไทเฮาทรงออกข้อสอบในรอบที่สองโดยให้ทำอาหารทะเลที่สามารถกินได้ทุกฤดูนึกไม่ถึงว่าหัวข้อในการสอบครั้งนี้กลับเป็นผลดีต่อแชซังกุง ในเวลาเดียวกัน แชซังกุงตัดสินใจออกจากวังหลวง ซอจังกึมและพวกพากันกลับวังหลวง ชองซังกุงค้นพบตำราอาหารที่สืบทอดให้แต่เฉพาะซังกุงสูงสุดในห้องของแชซังกุงโดยบังเอิญ ชองซังกุงโกรธมากจึงตัดสินใจนำเรื่องนี้กราบทูลไทเฮา ฮันซังกุงให้อภัยซอจังกึม หวังว่าซอจังกึมจะเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของนางอย่างเคร่งครัด

เรื่องตำราอาหารที่สืบทอดแต่เฉพาะซังกุงสูงสุดนั้น ชองซังกุงไม่ใยดีว่าแชซังกุงจะแก้ตัวกับนางอย่างไร ชองซังกุงตัดสินใจเอาเรื่องจนถึงที่สุด หมอหลวงประกาศว่าเวลานี้มีโรคระบาดระบาดอยู่ในวังหลวง ซังกุงปกครองฉวยโอกาสนี้กราบทูลไทเฮาโดยใส่ร้ายชองซังกุงว่าเป็นโรคระบาด เพื่อให้ไทเฮาทรงมีรับสั่งให้ส่งชองซังกุงรักษาตัวนอกวังหลวง ซังกุงปกครองฉวยโอกาส นี้กราบทูลไทเฮาให้ทรงมีรับสั่งยกเลิกการแข่งขันระหว่างแชซังกุงกับฮันซังกุง

จากนั้น ซังกุงปกครองก็เสนอให้แชซังกุง เป็นซังกุงสูงสุด แม้ว่าไต้เท้าต้นเครื่องจะกราบทูลคัดค้านก็ตาม แต่ไทเฮาก็ทรงตัดสินพระทัยแล้วโดยให้แชซังกุงรักษาการตำแหน่งซังกุงสูงสุดไปก่อน หลังจากที่แชซังกุงได้รักษาการตำแหน่งซังกุงสูงสุดแล้ว นางก็มีคำสั่งโยกย้ายฮันซังกุง และซอจังกึมให้ไปทำงานที่ตำหนักไท่ผิง โดยให้คอยรับใช้คณะฑูตจากต้าหมิง ฮันซังกุงเป็นห่วงอาการป่วยชองซังกุงเป็นอันมาก ดังนั้นจึงไหว้วานดังดึ้กดูช่วยไปเยี่ยมเยียนชองซังกุงแทนนาง ทุกฝ่ายต่างให้การเอาใจใส่ต่อคณะฑูตของต้าหมิงเป็นอย่างดี ใต้เท้าต้นเครื่องกำชับฮันซังกุง ให้ตั้งใจทำงาน ฮันซังกุงรู้ว่าสุขภาพของราชฑูตต้าหมิงไม่ดีสักเท่าใดนัก ด้วยเหตุนี้จึงตระเตรียมอาหารรสไม่จัดให้แก่ราชฑูตต้าหมิง

ราชฑูตต้าหมิงโกรธมาก ทำให้ฮันซังกุงถูกตำหนิ ซอจังกึมแก้ตัวให้ฮันซังกุง จากนั้น นางก็ท้าเดิมพันกับราชฑูตต้าหมิง โดยขอเวลาห้าวัน นางรับรองว่าสุขภาพของราชฑูตต้าหมิงจะดีขึ้น ราชฑูตต้าหมิง ต้องการให้ซอจังกึมทำอาหารให้ตนลิ้มลอง นึกไม่ถึงว่า เรื่องนี้ล่วงรู้ถึงพระกรรณไทเฮา ไทเฮาจึงทรงมีรับสั่งให้แชซังกุงรับผิดชอบอาหารสำหรับราชฑูตต้าหมิง


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:34 PM  


ความคิดเห็นที่: 54

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2548

*** งดออกอากาศเนื่องจากมีการถ่ายทอดสดซีเกมส์



    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 7/12/2005 09:36 PM  


ความคิดเห็นที่: 55

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2548


ห้าวันผ่านไป แชซังกุงตระเตรียมอาหารรับรองราชฑูตต้าหมิง ราชฑูตต้าหมิงกินอหาารได้มากขึ้น ในเวลานี้เองราชฑูตต้าหมิงพบว่าอาหารที่ซอจังกึมทำให้ตนนั้น ทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น ราชฑูตต้าหมิงไม่เพียงไม่ตำหนิฮันซังกุงและซอจังกึม ซ้ำยังสั่งให้ทั้งสองรับผิดชอบเรื่องอาหารให้ตนระหว่างที่อยู่ที่ฮันหยางอีกด้วย หมอหลวงที่รับผิดชอบดูแลอาการป่วย ของชองซังกุงนั้นถูกแชซังกุงยุยงโดยให้ชองซังกุงดื่มน้ำแกงที่ตุ๋นขึ้นมา ซึ่งจะมีผลต่อการทำงานของไต ด้วยเหตุนี้อาการป่วยของซังกุงก็แย่ลงทุกที

ฮองเฮาทรงรับสั่งให้นางในที่เคยรับใช้ซังกุงพี่เลี้ยงเข้าเฝ้า นางในที่ว่านั้นก็คือซอจังกึมนั่นเอง ไต้เท้าต้นเครื่องนำเรื่องที่ซอจังกึมดูแลเรื่องอาหารให้ราชฑูตต้าหมิงกราบทูลฮองเฮา หลังจากที่เรื่องนี้ล่วงรู้ถึงพระกรรณไทเฮา ไทเฮาก็ทรงตำหนิการทำงานของแชซังกุงและพวก ในเวลาเดียวกัน ไทเฮาก็ทรงมีรับสั่งชมเชยการทำงานของฮันซังกุงและซอจังกึม

อีกด้านหนึ่งนั้น ชองซังกุงได้ส่งคนไปสืบว่าหมอหลวงนำน้ำแกงอะไรมาให้ตนกิน ชองซังกุงต้องการพบซังกุงปกครอง ในที่สุดซังกุงปกครองก็อนุญาตให้ชองซังกุงกลับเข้าวังหลวงให้นางรับผิดชอบเรื่องการแข่งขันให้เสร็จสิ้น ไทเฮาทรงใช้เรื่องการทำอาหารรับรองราชฑูตต้าหมิงเป็นหัวข้อในการสอบการแข่งขัน และในรอบนี้ ให้ฮันซังกุงเป็นฝ่ายชนะ

ชองซังกุงต้องการให้ความเป็นธรรมแก่ฮันซังกุง ดังนั้นจึงมอบตำราอาหารของนางให้แก่ฮันซังกุง แต่ฮันซังกุงกลับปฏิเสธไม่ยอมรับ ไทเฮาทรงออกข้อสอบรอบสุดท้าย โดยให้ฮันซังกุงและแชซังกุงทำอาหารอะไรก็ได้ตามที่ตนถนัด เพื่อให้ซังกุงทั้งสองแสดงความสามารถได้เต็มที่ การแข่งขันในรอบนี้จะจัดขึ้นในวันคล้ายวันประสูติไทเฮา ฮันซังกุงไปที่ด้านหลังวังหลวงเพื่อขุดเอาเครื่องปรุงรสที่นางกับเพื่อนรักของนางได้หมักไว้นานนับสิบปี ฮันซังกุงหวังว่าเพื่อนรักของนางจะดลบันดาลให้นางชนะการแข่งขันครั้งนี้ ในเวลานี้เอง ซอจังกึมถึงรู้ว่าแม่และเพื่อนรักของนางได้หมักเครื่องปรุงรสไว้ที่ใด ซอจังกึมไปที่ด้านหลังวังหลวง แต่น่าเสียดายที่ฮันซุงกุงได้กลับออกไปอีกด้านหนึ่งก่อนหน้าซอจังกึมเดินเดี๋ยวเดียว

ยองโนต้องการสืบข่าวให้แชซังกุง ดังนั้นจึงวางแผนล่อให้เยินเซ็งบอกนางว่าฮันซังกุงจะทำอาหารอะไร แต่กลับไม่สำเร็จ ดังดึ้กดูช่วยฮันซังกุงคิดว่าจะทำ อาหารอะไรดี ภรรยาดังดึ้กดูบอกให้ดังดึ้กดูนำเหล้ามดแดงไปมอบให้ฮันซังกุง เพื่อให้นางนำไปถวายพระเจ้าจุงจง เพื่อจะมีอภิสิทธิ์ขึ้นมาบ้าง ดังดึ้กดูเข้าวังหลวงนำสมุนไพรตงฉงเซี่ยเฉ่าไปให้ฮันซังกุง จากนั้นก็มอบเหล้ามดแดงให้ซอจังกึม โดยให้นางเขียนหนังสือยืนยันว่าพระเจ้าจุงจงทรงดื่มเหล้านี้แล้ว ยุนปักเก หาว่ายองโนเข้ามาวุ่นวายในครัวของฮันซังกุง เยินเซ็งนำวัตถุดิบออกมาตระเตรียม แต่กลับถูกแมวและไก่ขโมยกินหมด ทำให้ห้องครัววุ่นวายโกลาหลขึ้นมา

ฮันซังกุงต้องลอบออกจากวังหลวงในเวลากลางคืน เพื่อออกไปซื้อของ เพื่อใช้แข่งขันในวันพรุ่งนี้ ฮันซังกุงไปสั่งซื้อของทะเลจากพ่อค้าปลา จากนั้นได้ขอให้ดังดึ้กดูช่วยนางหาสมุนไพรตงฉงเซี่ยเฉ่าที่จะนำมาใช้ประกอบอาหารให้นางด้วย ส่วนซอจังกึมและเยินเซ็งพากันออกไปตระเตรียมของที่นำมาใช้ประกอบ อาหารกันแต่เช้า


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 18/12/2005 10:39 PM  


ความคิดเห็นที่: 56

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม 2548


ในที่สุด ฮันซังกุงก็สามารถหาตงฉงเซี่ยเฉ่าสมุนไพรที่นางต้องการได้ ดังดึ้กดูรับปากช่วยนางหาของทะเล โดยบอกให้นางนั่งเรือกลับวังหลวงไปก่อน นึกไม่ถึงว่าเมื่อดังดึ้กดูหันหลังกลับไปมอง
ฮันซังกุงซึ่งอยู่บนเรือ ดังดึ้กดูเห็นฮันซังกุงถูกคนในเรือจับตัว และเรือนั้นก็เปลี่ยนเส้นทางไป ดังดึ้กดูกลับบ้านไปปรึกษาหารือกับภรรยาทั้งสองลงความเห็นว่า ให้ไปขอความช่วยเหลือจากมินจุงโฮ

การแข่งขันใกล้เข้ามาทุกที ซอจังกึมเฝ้าคอยฮันซังกุง แต่นางก็ไม่กลับมาเสียที ดังนั้นจึงได้แต่ตระเตรียมการเท่าที่พอจะทำได้ ส่วนมินจุงโฮควบม้าเร็วไปช่วยฮันซังกุง ยองโนนำเรื่องที่ฮันซังกุงหายไปบอกให้แชซังกุงรู้ แชซังกุงกล่าวกับยองโนว่าถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น นางก็เป็นฝ่ายชนะอยู่แล้ว

นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวซักซ้อมความเข้าใจ จากนั้นให้กำลังใจทุกคนให้แข่งขันกันสุดความสามารถ นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวพบว่าฮันซังกุงหายไป ในเมื่อฮันซังกุงไม่เข้าแข่งขันก็ถือว่านางสละสิทธิ์

ขณะที่นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวกำลังนำรายชื่อผู้ชนะการแข่งขันขึ้นถวายไทเฮานั่นเอง ซอจังกึมได้ขอเป็นตัวแทนเข้าแข่งขันแทนฮันซังกุง แชซังกุงตำหนิที่ซอจังกึมไม่มีมารยาทไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คิดตีเสมอ ชองซังกุงได้ยินเช่นนั้น จึงแกล้งพูดเหน็บแชซังกุงว่าที่ไม่อยากให้ซอจังกึมแข่งแทนแชซังกุง เพราะกลัวพ่ายแพ้ให้แก่ซอจังกึมอย่างนั้นหรือ

ดังดึ้กดูและภรรยาพบพ่อค้าขายปลา
ภรรยาดังดึ้กดูอาสานำของทะเลไปให้ซอจังกึม

แชซังกุงและกึมยองตระเตรียมวัตถุดิบที่จะใช้ในการแข่งขัน

ส่วน มินซังกุง ชางยา และเยินเซิง ต่างพากันเตรียมของ
ที่จะใช้ในการแข่งขันให้ซอจังกึม ซอจังกึมขอให้เยินเซ็งเป็นลูกมือให้นาง

กึมยอง และ ซอจังกึม
ต่างต้องทำของเสวยถวายในวันคล้ายวันประสูติของไทเฮา
ทั้งสองต้องแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นแม่ครัวอันดับหนึ่งของวังหลวงด้วย

กึมยองใช้เมล็ดผลไม้ห้าชนิดต้มกับข้าวต้ม ซึ่งสามารถเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ไทเฮาทรงตัดสินให้กึมยองเป็นฝ่ายชนะในรอบแรก ของเสวยจานที่สอง แชซังกุงและซอจังกึมนำขึ้นถวายไทเฮาพร้อมกัน แชซังกุงนำหนังปลามาม้วนทำเป็นของเสวยถวายไทเฮาซึ่งมีรสชาติกลมกล่อมเป็นอันมาก แชซังกุงเป็นฝ่ายชนะ ทำให้ซอจังกึมต้องพายแพ้อีกรอบหนึ่งซอจังกึมพ่ายแพ้ถึงสองรอบด้วยกัน

จึงทำให้เยินเซ็งเกิดความกังวล แต่ถึงแม้จะพ่ายแพ้ ซอจังกึมก็ต้องแข่งขันต่อไป ซอจังกึมปรุงเนื้อปลาผักสด โดยมีกระเทียมโทนผสมกับซีอิ๊ว ซึ่งผสมอย่างดีเป็นเครื่องเคียง ไทเฮาทรงโปรดปรานและตรัสชมฝีมือซอจังกึม ทำให้การแข่งขันรอบนี้ ซอจังกึมเป็นฝ่ายชนะ

แต่น่าเสียดายที่ไทเฮาทรงพบว่า ฮันซังกุงหายตัวไป ไทเฮาทรงตรัสออกมาว่า การแข่งขันรู้ผลแพ้ชนะแล้ว ไม่ต้องแข่งกันต่อไปอีก พระเจ้าจุงจงและฮองเฮาทรงเห็นว่า เป็นวันคล้ายวันประสูติ ของไทเฮา ไม่ควรจะทำให้เสียงาน ทั้งสองพระองค์ต่างเห็นว่าการแข่งขันควรดำเนินต่อไป แต่น่าเสียดายที่การแข่งขันในรอบที่สี่ ซอจังกึมกลับพ่ายแพ้

ฮันซังกุงถูกขังอยู่ในโกดังแห่งหนึ่ง นางพบว่าประตูไม่ได้ถูกปิดตาย ดังนั้นจึงสามารถออกมาจากโกดังได้ บังเอิญมินจุงโฮผ่านมาพอดี มินจุงโฮสั่งให้คนไปส่งฮันซังกุงกลับเข้าวังหลวง เยินเซ็งตื่นเต้นมากจนไม่สามารถควบคุมสมาธิเอาไว้ได้ ซอจังกึมเห็นเช่นนั้น จึงต่างให้กำลังใจแก่กันและกัน

ซอจังกึมนำของเสวยจานที่ห้าขึ้นถวาย ไทเฮาทรงตรัสชมซอจังกึมที่รู้จักนำหาวัตถุดิบมาใช้งาน ทันใดนั้นเอง ฮันซังกุงก็กลับเข้ามาถึงวังหลวง บรรดานางกำนัลฝ่ายในและนางกำนัลต้นเครื่องทั้งหลายต่างเรียกให้ฮันซังกุงเตรียมตัวลงแข่งขัน นึกไม่ถึงว่าฮันซังกุงกลับกล่าวกับทุกคนว่าการแข่งขันครั้งนี้ปล่อยให้เป็นฝีมือซอจังกึม ให้นางแข่งขันต่อไปจนกว่าจะรู้ผล แพ้ ชนะ ต่อมา ซอจังกึมนำข้าวปั้นกับผัก ทุกคนต่างออกปากชมเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติดีมาก ทำให้รอบนี้ซอจังกึมเป็นฝ่ายชนะ ทำให้นางมีคะแนนเสมอกับแชซังกุง

รอบสุดท้าย เป็นการแข่งขันทำของหวาน

ซอจังกึม นำผลบ๊วยที่โตบนภูเขาขึ้นถวาย จากนั้นนางก็กล่าวออกมาว่าอาหารจานนี้เป็นอาหารชั้นเลิศที่สุดของนาง ซอจังกึมเล่าเรื่องที่แม่ของนางกินผลบ๊วยก่อนที่จะสิ้นใจให้ทุกคนฟัง พระเจ้าจุงจงทรงซาบซึ้งกับเรื่องราวที่ซอจังกึมเล่า พระองค์ทรงตรัสชมเชยซอจังกึมว่า นางมีคุณสมบัติเป็นแม่ครัวหลวง

ไทเฮาทรงล่วงรู้ถึงเจตนาของพระเจ้าจุงจง แต่พระนางก็ไม่รู้ว่าจะตัดสินอย่างไร ขณะที่ไทเฮาทรงกำลังลำบากพระทัยอยู่นั่นเอง ฮองเฮาทรงเสนอให้เชิญฮันซังกุงมาก่อนค่อยตัดสิน ไทเฮาทรงเคารพการตัดสินพระทัยของพระเจ้าจุงจง ผลการแข่งขันปรากฏว่าฮันซังกุงเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

ฮันซังกุงทูลว่า ..........
นางจะฝึกนางกำนัลต้นเครื่องให้มีความสามารถทุกคน

ซอจังกึมดีใจถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
เมื่อฮันซังกุงได้รับเลือกให้เป็นนางกำนัลฝ่ายในชั้นสูง

แชซังกุง ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ นางรู้สึกเคียดแค้นเป็นอันมาก

ซอจังกึม ขอบคุณ เยินเซ็งที่ช่วยเหลือนางจนถึงที่สุด

มินจุงโฮมาหาสีฉางจิน ..........
จากนั้นได้กล่าวชมเชย และ เลื่อมใสในความสามารถของนางเป็นอันมาก


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 18/12/2005 10:41 PM  


ความคิดเห็นที่: 57

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2548


มินจุงโฮนำตัวคนร้ายที่จับตัวฮันซังกุงไปคุมขังไปขึ้นศาลไต่ศาล หลังจากที่ศาลได้ไต่สวนแล้วพบว่าข้อเท็จจริงไม่ตรงกัน ดังนั้นจึงขอร้องให้เจ้าหน้าที่ไต่สวนทำการไต่สวนใหม่ นึกไม่ถึงว่ามินจุงโฮกลับถูกสอนมวย เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้มินจุงโฮเกิดความสงสัยขึ้นมา

ดังดึ้กดูพบกับมินจุงโฮ มินจุงโฮถามเหตุการณ์ที่ฮันซังกุงถูกจับตัวไปจากดังดึ้กดู ดังดึ้กดูพามินจุงโฮไปที่หอคณิกาเพื่อสืบหาความจริง ในเวลานี้เอง มินจุงโฮถึงรู้ว่าแชปันซุกและโอดึมโฮมักจะมาที่หอคณิกาอยู่เป็นประจำ ซึ่งทั้งสองมีท่าทางที่สนิทสนมกันมาก โอดึมโฮกล่าวว่าไม่สามารถทำให้คนของตนได้ครอบครองตำแหน่งนางกำนัลฝ่ายในชั้นสูง ทำให้แชปันซุกต้องสูญเสียรายได้มหาศาล ชองซังกุงสุขภาพย่ำแย่ นางจึงทูลขอลาออกจากราชการต่อไทเฮา

อีกสามวันจะมีพิธีแต่งตั้งนางกำนัลฝ่ายในชั้นสูงคนใหม่ แชซังกุงทำใจไม่ได้ที่ตนไมได้ตำแหน่งนี้มาครอบครอง แชซังกุงเรียกบรรดานางกำนัลฝ่ายในทั้งหลายมาพบ โดยขอให้พวกนางเสนอชื่อนางเป็นนางกำนัลฝ่ายในชั้นสูง เยินเซ็งปรนนิบัติชองซังกุงซึ่งกำลังป่วยหนัก นางทำใจไม่ได้ที่จะต้องสูญเสียชองซังกุงไป

ชองซังกุงเรียกฮันซังกุงมาพบ ชองซังกุงได้อบรมสั่งสอนถึงการวางตัวเมื่อต้องอยู่ในตำแหน่งนางกำนัลฝ่ายในชั้นสูง จากนั้นได้ขอร้องให้นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวช่วยดูและคอยให้คำแนะนำแก่ฮันซังกุง จากนั้นได้เตือนให้แชซังกุงให้ล้มเลิกความคิดเอาชนะเสียที

วันแต่งตั้งนางกำนัลฝ่ายในชั้นสูงอย่างเป็นทางการ ใกล้เข้ามาทุกที บรรดานางกำนัลต่างพากันมาประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงตามที่นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวนัดหมายเอาไว้ ทุกคนลงความเห็นว่าจะไม่เข้าร่วมพิธี โดยขอให้นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวทูลไทเฮาว่าฮันซังกุงไม่มีคุณสมบัติเป็นนางกำนัลฝ่ายในชั้นสูง ทุกคนไม่สามารถยอมรับนางได้

นางกำนัลแอบนำเรื่องที่เหล่าบรรดานางกำนัลทั้งหลายซ่องสุมนัดแนะกันไปบอกชองซังกุง ชองซังกุงรีบรุดไปยังสถานที่ ที่เหล่าบรรดานางกำนัลทั้งหลายประชุมกัน เมื่อเห็นความโกลาหลที่เกิดขึ้น ทำให้ชองซังกุงถึงกับเป็นลมหมดสติไป

ชองซังกุงถูกพากลับห้องพัก ยุนปักเกมาหาชองซังกุง นางได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้พาชองซังกุง ออกจากวังหลวง ฮันซังกุงยินดีออกจากวังหลวงเพื่อดูแลปรนนิบัติชองซังกุง ชองซังกุงปฏิเสธความหวังดีของฮันซังกุง ฮันซังกุงสั่งให้ซอจังกึมและเยินเซ็งไปดูแลปรนนิบัติชองซังกุงแทน นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวหยั่งเชิง เพื่อให้ไทเฮาถอนรับสั่งแต่งตั้งฮันซังกุงเป็นนางกำนัลฝ่ายในชั้นสูง

นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวทูลไทเฮาว่า บรรดานางกำนัลต่างไม่พอใจในชาติกำเนิดอันต่ำต้อยของฮันซังกุง ฮองเฮาทรงกริ้วมากเมื่อทรงได้ยินเช่นนั้น ฮองเฮาทรงรับสั่งออกมาว่าจะลงโทษทุกคนที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินพระทัยของไทเฮา ไทเฮาทรงรับสั่งออกมาว่าพระองค์ทรงเข้าใจความรู้สึกของทุกคนเป็นอย่างดี การแข่งขันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดไว้

ซอจังกึมดูแลปรนนิบัติชองซังกุงเป็นอย่างดี นางนึกถึงเมื่อสมัยที่ยังเป็นเด็กซึ่งอาศัยอยู่กับชองซังกุง ชองซังกุงกล่าวว่าหลังจากที่ฮันซังกุงสูญเสียเพื่อนรักไปแล้ว อุปนิสัยของนางก็เปลี่ยนไป กลายเป็นคนเงียบๆ เก็บเนื้อเก็บตัว จากนั้นก็กำชับซอจังกึมให้สนับสนุนและคอยเป็นกำลังใจให้ฮันซังกุง

บรรดานางกำนัลทั้งหลายต่างไม่พอใจที่ฮันซังกุงได้เป็นนางกำนัลฝ่ายในชั้นสูง ดังนั้นพวกนางจึงพากันหยุดงานประท้วง มีเพียงมินซังกุงและชางยาเท่านั้นที่แอบให้ความช่วยเหลือฮันซังกุง ฮันซังกุงทำของเสวยถวายฮ่องเต้ แต่กลับถูกนางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวขัดขวาง นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวกราบทูลพระเจ้าจุงจง ว่าชองซังกุงป่วยหนักจึงต้องออกจากวังหลวงไป พระเจ้าจุงจงทรงมีรับสั่งให้หมอหลวงรักษาชองซังกุง

แต่เมื่อหมอหลวงไปถึงเพื่อทำการรักษาชองซังกุง พบว่าชองซังกุงสิ้นใจไปในขณะที่เยินเซ็งหลับ เยินเซ็งเสียใจมากกับการตายของชองซังกุง ซอจังกึมตัดสินใจนำกระดูกของชองซังกุงไปโปรยบนภูเขา เพื่อให้สมความตั้งใจของนาง ซอจังกึมทำอาหารให้ฮันซังกุง แต่นึกไม่ถึงว่านางกลับไม่ยอมกิน ทันใดนั้นเอง ยุนปักเกก็เข้ามาบอกฮันซังกุงว่าหลังคาโกดังเก็บของสำหรับทำของเสวยฮ่องเต้เกิดรอยรั่วขึ้นมา ขอให้นางไปตรวจว่าเสียหายมากน้อยเพียงใด นึกไม่ถึงว่าไม่มีของเสียหายเลยแม้แต่น้อย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ฮันซังกุงขาดประชุม ดังนั้นจึงถูกครัวหลวงใหญ่ตำหนิเป็นการใหญ่
ฮันซังกุงมีท่าทางที่ท้อแท้หมดอาลัยตายอยาก ซอจังกึมเห็นเช่นนั้นจึงเกิดความกังวลขึ้นมา ซอจังกึมเตือนฮันซังกุงให้แสดงอำนาจให้ทุกคนเกรงกลัวบ้าง ซอจังกึมแนะนำให้ฮันซังกุงเรียกประชุมนางกำนัลทั้งหลายเพื่อปรึกษาหารือเรื่องงานวันเกิดของซูหยวนเหนียงเหนียง

แชซังกุงและนางกำนัลทั้งหลายประชุมกัน
ทุกคนต่างยืนยันความคิดของตนโดยจะไม่เข้าร่วมงาน

ฮันซังกุงรายงานต่อครัวหลวงใหญ่ว่า นางกำนัลทั้งหลายไม่ให้ความร่วมมือ ขอให้ครัวหลวงใหญ่ อนุญาตให้หาคนมารับผิดชอบงานนี้ ในเวลานี้เองครัวหลวงใหญ่ถึงรู้ว่านางกำนัลทั้งหลายต่างไม่ยอมรับฮันซังกุง

ครัวหลวงใหญ่ไปซักถามเอาความจริงจากนางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยว
แต่นึกไม่ถึงว่า นางกลับขอร้องให้ครัวหลวงใหญ่สั่งให้ฮันซังกุงหลีกทางให้นาง

มินจุงโฮสืบพบว่า ..........
แชปันซุกขนเครื่องราชบรรณาการจำนวนมากเข้าวังหลวง
ในที่สุดมินจุงโฮก็รู้ว่า แชปันซุกและโอดึมโฮมีผลประโยชน์ร่วมกัน

เพื่อนนางกำนัลคนหนึ่งเกรงว่าจะเดือดร้อนถึงนางกำนัลคนอื่นๆ ด้วย ดังนั้นจึงนำเรื่องนี้ไปบอกฮันซังกุงว่า พวกนางกำนัลฝ่ายห้องเครื่องทั้งหมด จะไม่ไปร่วมงานฉลองของพระสนมในวันพรุ่งนี้ ฮันซังกุงจึงไปตำหนิบรรดานางกำนัลทั้งหลาย ที่พากันประชุมเรื่องการจัดงานอยู่ที่ห้องของแชซังกุง และนึกไม่ถึงว่านางกำนัลทั้งหลายต่างเรียกร้องให้ฮันซังกุงสละตำแหน่ง

ฮันซังกุงต้องการทูลสละตำแหน่งกับไทเฮา ซอจังกึมคัดค้านไม่เห็นด้วยที่ฮันซังกุงจะทำเช่นนั้น ซอจังกึมกล่าวว่าถ้าหากฮันซังกุงสละตำแหน่งจริง ต่อไปก็จะไม่ได้พบหน้านางอีก ฮันซังกุงเข้าเฝ้าไทเฮา โดยหวังว่าไทเฮาจะประทานการแข่งขันขึ้นอีกครั้ง

ถ้าหากว่าครั้งนี้นางเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ
ก็ขอให้นางมีอำนาจถอดถอนหรือลดตำแหน่งนางกำนัลทั้งหลายได้


    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 18/12/2005 10:43 PM  


ความคิดเห็นที่: 58

เรื่องย่อประจำสัปดาห์
วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2548


ฮองเฮากราบทูลไทเฮาว่า การที่นางกำนัลทั้งหลายไม่ยอมรับฮันซังกุงนั้น มีสาเหตุมาจากชาติกำเนิดของนางนั่นเอง ไม่ใช่เพราะนางไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันแต่อย่างใด ดังนั้นควรจะให้อำนาจนาง เพื่อที่นางกำนัลทั้งหลายจะได้เกรงกลัว ไทเฮาทรงรับฟังเช่นนั้นแล้วจึงมีรับสั่งให้ฮองเฮารับผิดชอบเรื่องการแข่งขัน ฮองเอามีรับสั่งเรียกประชุมนางกำนัล ฮองเฮามีรับสั่งว่าการที่พวกนางไม่ยอมรับผลการแข่งขันที่ออกมานั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควร

เพื่อให้สบายใจกันทุกฝ่าย
ดังนั้นจึงจัดให้มีการแข่งขันเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อตัดสินแพ้ชนะ

หัวข้อในการแข่งขันครั้งนี้คือ การแข่งขันหุงข้าว

จากนั้น ให้นางกำนัลทั้งหลายพากันชิม แล้วให้คะแนน หลังจากที่นางกำนัลทั้งหลายได้พากันลงคะแนนแล้ว ฮองเฮาก็มีรับสั่งให้นางกำนัลทั้งหลายพากันวิจารณ์ว่า ข้าวของใครมีรสชาติดีที่สุด

ผลปรากฏว่า ..........
ข้าวที่ ฮันซังกุง หุงขึ้นมานั้น ได้รับคะแนนมากที่สุด
ผลการนับคะแนนออกมาว่า ฮันซังกุง เป็นฝ่ายชนะ


ถึงแม้ว่า นางกำนัลทั้งหลายต่างรู้สึกว่าข้าวที่แชซังกุงหุงขึ้นนั้นหอมกรุ่นก็จริง แต่กลับรู้สึกว่า รสชาติของฮันซังกุงถูกปากมากกว่า ที่แท้ฮันซังกุงรู้ว่านางกำนัลทั้งหลายชอบกินข้าวแบบใด ดังนั้นนางจึงหุงข้าวได้ถูกปากนางกำนัลทั้งหลายเหล่านั้น

ฮองเฮาทรงประกาศว่า ฮันซังกุงเป็นผู้ชนะเลิศการแข่งขันหุงข้าว พระนางรับสั่งต่อไปว่า คำพูดของฮันซังกุง ให้ถือเป็นคำพูดของพระนาง จากนั้นฮองเฮาก็มีรับสั่งให้นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยววางมืองานในครัวหลวงชั่วคราวไปก่อน

นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยว เล่าถึงการแข่งขันและผลการแข่งขันให้โอดึมโฮฟัง โอดึมโฮเกรงว่าต่อไปจะมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของตน แชปันซุกบอกโอดึมโฮว่าจะปรึกษาหารือแชซังกุงว่าจะทำอย่างไรต่อไป แชซังกุงกลับไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในการแข่งขันครั้งนี้

ฮันซังกุงและซอจังกึม พากันไปเซ่นไหว้ดวงวิญญาณชองซังกึม
จากนั้น ฮันซังกุงก็ตามซอจังกึม ไปเซ่นไหว้ดวงวิญญาณพ่อแม่ของซอจังกึม

ฮันซังกุง ทำของเสวยถวายพระเจ้าจุงจง
พระเจ้าจุงจงทรงโปรดน้ำแกงที่ฮันซังกุงนำขึ้นถวาย

ในที่สุด งานในครัวหลวงก็เป็นระเบียบ ..........

ซอจังกึมต้องการพบกับเพื่อนสนิทของปักเมียงยอที่ทำงานอยู่ในวังหลวง
ดังนั้นจึงเขียนจดหมายนัด แล้ววางไว้ที่เก็บน้ำส้มสายชู

มินจุงโฮกำลังสืบเรื่องการเบิกจ่ายของในครัวหลวง จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากนางอย่างยิ่ง มินจุงโฮพบบันทึกการเบิกจ่ายของในครัวหลวง แต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด ดังนั้นจึงลองหาวิธีอื่นดู

แชซังกุงต้องการให้ฮันซังกุงย้ายนางไปทำงานที่โรงหมัก
แต่ขอให้กึมยองได้ทำงานในครัวหลวงต่อไป

ฮันซังกุงประกาศหน้าที่รับผิดชอบใหม่ให้แก่นางกำนัลทั้งหลาย นางกำนัลส่วนใหญ่ได้ทำงานเดิมที่ทำอยู่ มีเพียงซอจังกึมเท่านั้น ที่ได้รับการแต่งตั้งให้รับผิดชอบเรื่องการเบิกจ่ายของในครัวต่างๆ ของวังหลวง ซอจังกึมตรวจตามครัวต่างๆ ในวังหลวง นอกจากครัวหลวงแล้ว วัตถุดิบที่เหลือจากการเบิกออกมาไม่ได้มีการส่งคืน เรื่องนี้เองทำให้ต้นเครื่องหลวงตำหนิบรรดานางกำนัลทั้งหลายเป็นการใหญ่ นึกไม่ถึงว่าบรรดานางกำนัลต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่แล้วมาก็เป็นเช่นนี้ทั้งนั้น

บรรดานางกำนัลทั้งหลายต่างพากันไปหานางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวเพื่อปรึกษาหารือว่า จะทำอย่างไรกันต่อไป นางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวไปขอความช่วยเหลือจากแชซังกุง แชซังกุงจึงสั่งให้ลิ่งลู่ไปขโมยสมุดบัญชีจากซอจังกึมมาให้ได้

ซอจังกึมพบว่าสมุดบัญชีหายไป ดังนั้นจึงออกตามหา เรื่องนี้ล่วงรู้ถึงฮันซังกุง ฮันซังกุงเชื่อว่าจะต้องมีคนนำสมุดบัญชีมาคืนดังเดิมอย่างแน่นอน เมื่อซอจังกึมกลับไปยังห้องนอน นางพบว่าลิ่งลู่อยู่ในห้องของนาง และสมุดบัญชีก็นำมาวางไว้ที่เดิม ทำให้ซอจังกึมสงสัยว่ายองโนเอาสมุดบัญชีไป ไม่เพียงเท่านั้น ที่สำคัญสมุดบันทึกก็ยังหายไปด้วย

ในห้องครัว ยองโนได้นำสมุดบันทึกออกมาดู นึกไม่ถึงว่าสมุดบันทึกได้ถูกเยินเซ็งแย่งชิงไป ขณะที่ยองโนและเยินเซ็ง กำลังมีปากเสียงกันอยู่นั้นเอง ฮันซังกุงได้เปิดสมุดบันทึกดู นางพบว่าสมุดบันทึกเล่มนี้เป็นสมุดบันทึกของปักเมียงยอ

ยองโนรู้ดีว่าทำผิดมหันต์ ดังนั้นจึงไปหาแชซังกุง ยองโนบอกกับแชซังกุงว่าสมุดบันทึกไม่ใช่ของฮันซังกุง ที่สำคัญซอจังกึมให้ความสำคัญกับสมุดบันทึกเล่มนี้มาก แชซังกุงครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดนางก็คิดออกว่าสมุดบันทึกการทำอาหารเล่มนี้ ต้องเป็นของปักเมียงยอ เชื่อว่าซอจังกึมจะต้องเป็นลูกสาวของปักเมียงยออย่างแน่นอน

กึมยองสอบถามยองโนถึงได้รู้ว่าฮันซังกุงและซอจังกึม ยังไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร จากนั้นแชซังกุง และกึมยองก็พากันพูดถึงเรื่องราวในอดีต แชซังกุงยอมรับกับกึมยองว่านางเป็นคนให้ร้ายปักเมียงยอจนนางตาย นึกไม่ถึงเลยว่าซอจังกึมจะเป็นลูกสาวของปักเมียงยอ

กึมยองตกใจมาก ..........
เมื่อรู้ว่า ซอจังกึม เป็นลูกสาวของ ปักเมียงยอ


โอดึมโฮรู้ดีว่าการจัดซื้อมีปัญหา ดังนั้นแต่ละหน่วยงานจึงถูกตรวจสอบ เมื่อโอดึมโฮไปหานางกำนัลฝ่ายในถีเตี้ยวถึงรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นถูกส่งให้พระธรรมนูญหลวงตรวจสอบ โอดึมโฮนัดพบกับแชปันซุกที่หอนางโลมเพื่อปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป

พระเจ้าจุงจงทรงรู้ว่า ..........
แชปันซุก สมคบกับกลุ่มพ่อค้า ดังนั้นจึงมีรับสั่ง ให้การจัดซื้อต้องโปร่งใส



    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 18/12/2005 10:49 PM  


ความคิดเห็นที่: 59






    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    เมื่อ : 18/12/2005 11:20 PM  



ชื่อ ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปประกอบ ::
  ไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
รายละเอียด ::
  *
  ใส่รูปแสดงอาการ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.