| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- เข้าระบบผู้ดูแล -



อภิมหาวรรณกรรม สู่ ละครประวัติศาสตร์


เรื่อง ..... กษัตริยา และ มหาราชกู้แผ่นดิน
บทประพันธ์โดย ..... ทมยันตี
อำนวยการสร้างโดย ..... กันตนา
แพร่ภาพออกอากาศทาง ..... สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๕
สุดยอดงานสร้างยิ่งใหญ่ ..... ที่จะจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ละครไทย
อ้างอิงจาก .....http://www.kasatriya.com
เอกสารอ้างอิง ..... นิตยสารสารคดี
ภาพจาก ..... เว็บไซต์กันตนาฯ .. หนังสือทูลกระหม่อม .. ดาราภาพยนตร์
จัดสร้างเนื่องในวโรกาส ..... มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ
ของ ..... สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 19/06/2004 11:35 AM  

 
 
Դ繷: 1


ละครอิงประวัติศาสตร์ของไทย เรื่อง "กษัตริยา" ..... ซึ่งนำแสดงโดย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และดาราที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย ผู้จัดสร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๗๒ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ นี้

กษัตริยา ..... เป็นบทประพันธ์ของทมยันตี นักเขียนชื่อดัง ที่ค้นคว้าข้อมูลในการเขียนเรื่องนี้นานถึง ๕ ปีกว่า เมื่อนำมาทำเป็นละครโทรทัศน์จะมีความยาวมากที่สุดถึงประมาณ ๒๖๐ ตอน แบ่งออกเป็น ๓ ภาค คือ

ภาคที่ ๑ ..... แก้วกษัตริยา เป็นเรื่องราวของ พระวิสุทธิกษัตรีย์
ภาคที่ ๒ ..... แก้วกัลยาแห่งแผ่นดิน เป็นเรื่องราวของ พระสุพรรณกัลยา

ซึ่งทั้งสองภาคนี้ สะท้อนเบื้องลึกให้ตระหนักว่า .....
สงครามมิใช่เพียงการปะทะด้วยอาวุธ เอกราชใช่จะมีเพียงบุรุษที่กอบกู้

ภาคที่ ๓ ..... อธิราชา เป็นเรื่องราวของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับ สมเด็จพระเอกาทศรถ ที่ทรงกอบกู้แผ่นดิน

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาฯ ..... ทรงรับบท พระวิสุทธิกษัตรีย์
ตัวเอกของเรื่อง ทรงแสดงละครได้น่าชื่นชมในความสามารถของทูลกระหม่อมฯ อีกแขนงหนึ่ง

แต่ "บันทึกของน้ำตาล" หน้านี้ ..... ไม่ได้จะมาวิพากษ์วิจารณ์การแสดงของทูลกระหม่อมฯ พอดีได้ดูละคร ก็ให้คิดถึงภาพยนตร์ไทยเรื่อง "สุริโยไท" ถ้าจำไม่ผิด พระวิสุทธิกษัตรีย์ ก็คือ พระธิดาของ พระสุริโยไท กับ พระเฑียรราชา ละครเรื่องนี้คงเป็นเนื้อหาที่ต่อจาก ภาพยนตร์ไทยเรื่อง "สุริโยไท" ซึ่งเป็นเรื่องอิงประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ที่ใครได้ดูแล้ว คงไม่อาจลืมได้ง่ายๆ

สำหรับน้ำตาล ..... ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างมากที่สุด ที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่อง "สุริโยไท" ชุดนี้ ดูไปทั้งหมด ๖ ครั้ง ชอบมาก และ เนื้อที่ตรงนี้ ขอเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งแม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในการเผยแพร่เชิดชูพระเกียรติคุณของวีรกษัตรี และ พระนเรศวรมหาราช รวมทั้งบรรพบุรุษของชาวไทยทุกท่านผู้หาญกล้าแห่งแผ่นดินไทย และ ยินดีที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ อีกส่วนในความภาคภูมิใจที่คนไทย .. ประเทศไทย ได้มี ภาพยนตร์ไทย และ ละครไทย ที่แสดงถึงความเป็น "สยามประเทศ" ออกมาสู่สายตาคนไทยทั่วประเทศ และ ประกาศความเป็นไทยออกสู่สายตาชาวโลกในครั้งนี้

กราบขอบพระทัย "หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล" ..... และ ขอบคุณ ทมยันตี รวมถึงค่ายละครกันตนาที่ได้ทุ่มเททั้ง .. แรงกาย .. แรงใจ .. สติปัญญาที่มี .. จนสำเร็จเป็นสุดยอดภาพยนตร์ และ ละคร อิงประวัติศาสตร์ของไทย "จดหมายเหตุประเทศไทย" คงต้องบันทึกลงไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอีกครั้ง ว่า ..... "สุริโยไท" และ "กษัตริยา" เป็นสุดยอดภาพยนตร์ และ ละคร แห่งสยามประเทศโดยแท้จริง



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 20/06/2004 10:11 AM  


Դ繷: 2


ภาคที่ ๑ ...
แก้วกษัตริยา เป็นเรื่องราวของ พระวิสุทธิกษัตรีย์



หลังจากที่ ..... พระเจ้าหงสาวดีตะเบ็งชเวตี้ยาตราทัพมาหมายพิชิตอยุธยาในปี ๒๐๙๑ คนไทยต้องสูญเสียสมเด็จพระสุริโยทัยกลางสนามรบ แต่ยังคงป้องกันเอกราชของชาติไว้ได้ .. จนล่วงเข้าพุทธศักราช ๒๑๑๒ บุเรงนองเป็นใหญ่ในพม่า ยกพลห้าแสนกรีธาทัพครั้งใหม่ หมายจะยึดเอากรุงศรีอยุธยาไปเป็นขอบขัณฑสีมาให้จงได้ .. ศึกภายนอกร้อนระอุแทบจะพลิกแผ่นดินเป็นไฟ .. ศึกร้าวฉานภายในยิ่งรุมร้อนกว่าราวกองเพลิง .. ในที่สุดวันเสาร์ เดือน ๙ แรม ๑๑ ค่ำ ราชอาณาจักรอันเกรียงไกรก็สิ้นสลาย อยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าเป็นเวลานานถึงสิบห้าปี

คนไทยทุกคนจดจารึกไว้ขึ้นใจว่า ..... ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ พุทธศักราช ๒๑๒๗ .. สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสุวรรณภิงคารหลั่งอุทกธาราเหนือพสุธา ประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแครง แต่จะมีใครสักกี่คนที่จะล่วงรู้ว่า กว่าจะถึงวันที่ได้คืนมาซึ่งเอกราช .. สองสตรีผู้สูงศักดิ์ต้องจำยอมเผชิญชะตากรรมอันเจ็บปวด .. หนึ่งนารีต้องยอมสิ้นรัก เสียลูก เสื่อมเกียรติ .. อีกหนึ่งต้องจำยอมจากมาตุภูมิไปอยู่ใต้เงื้อมมือของอริราชศัตรูจนสิ้นชีพ .. นี่คือรอยต่อประวัติศาสตร์ที่เกือบถูกลืม

และนี่คือที่มาของ ..... สมเด็จพระสุริโยทัย สิ้นพระชนม์ในยุทธหัตถีกับพม่า พระราเมศวร ราชบุตรองค์เล็กเข้ากันพระศพไว้ได้ .. พระเจ้าหงสาวดีตะเบ็งชเวตี้ ยกทัพกลับหงสาวดี .. พระบรมศพสมเด็จพระสุริโยทัยถูกอัญเชิญมาถวายพระเพลิง ณ วัดสวนหลวงสบสวรรค์ อันเคยเป็นสวนสวรรค์ที่เคยทรงพระสำราญคราวยังทรงพระชนม์ชีพ บัดนี้กลับกลายเป็นสถานที่ส่งวิญญาณสู่สรวงสวรรค์ .. สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ทรงเศร้าโศกโศกาดูร ราชบุตรี พระองค์ใหญ่ พระวิสุทธิกษัตรีย์ ทรงจดจำความเจ็บปวดฝังลึกในพระราชหฤทัย ว่าพระราชมารดาทรงหลั่งโลหิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 03:18 PM  


Դ繷: 3


หลังจากนั้น ..... ไทยกับพม่าว่างเว้นศึกสิบห้าปี ระหว่างนั้นพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้วิปลาส ถูกสมิงสอดวุต ลวงไปปลงพระชนม์ หงสาวดีเกิดการจลาจล บุเรงนองมหาอุปราช ต้องปราบปรามจนราบคาบแล้วราชาภิเษกขึ้นเป็น ... พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง

ปีกุน พ.ศ. ๒๑๐๖ ..... พระเกียรติยศ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เลื่องลือแพร่หลาย ด้วยทรงมีช้างเผือกมาสู่พระบุญญาบารมีถึง ๗ เชือก จนได้รับถวายพระนามว่า ... พระเจ้าช้างเผือก

พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ..... ให้ราชทูตเชิญพระราชสาส์นมาเจริญพระราชไมตรี ขอช้างเผือกไปเป็นศรีนครสองเชือก สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ทรงทราบทันทีว่าบุเรงนองมีประสงค์จะก่อศึก เพราะหากทรงยอมตามคำขอ ก็หมายถึงยอมอยู่ในอำนาจ แต่ถ้าทรงปฏิเสธขัดข้องก็จะถือเอาเป็นเหตุยกมาตีเอากรุงศรีอยุธยา ..

เวลานั้น ..... ในกรุงศรีอยุธยาแบ่งออกเป็นฝักฝ่าย พระมหินทราธิราช ราชบุตรองค์ใหญ่ แม้จะเป็นอุปราช แต่ไม่ได้รับความจงรักภักดีเท่า พระราเมศวร ผู้ทรงเก่งกาจในการรบ พระราเมศวรทรงเห็นด้วยกับพระยาจักรีว่า จากวันนี้ ฤๅวันไหน สงครามไทยพม่าย่อมอุบัติแน่ จะพระราชทานช้างเผือกให้พม่าไปใยให้เสียพระเกียรติยศ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ จึงทรงตอบปฏิเสธบุเรงนอง หลังจากนั้นอยุธยาก็เตรียมการพร้อมรบ ข่าวเตรียมศึกถูกส่งออกไปถึงเมืองพิษณุโลก



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 03:20 PM  


Դ繷: 4


ผู้ครองเมืองลูกหลวงพิษณุโลก ..... ณ เวลานั้น เดิมคืออดีตทหารกล้านาม ขุนพิเรนทรเทพ ผู้เคยปราบกบฏ ขุนวรวงศาธิราช บั่นหัว นางพระยาศรีสุดาจันทร์ แล้วถวายบัลลังก์ให้แก่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ จนได้รับพระราชบัณฑูรให้ครองเมืองพิษณุโลก เป็น สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า และ ได้รับพระราชทานพระสวัสดิราช พระราชธิดาพระองค์โตเป็นอัครมเหสี ทรงนามใหม่ว่าพระวิสุทธิกษัตรีย์ บัดนี้ทรงมีพระราชธิดาและพระราชโอรสรวม ๓ พระองค์ คือ ..
พระสุพรรณกัลยา .. พระนเรศวร .. และ พระเอกาทศรถ

เวลานั้น ..... พระสุพรรณกัลยาเจริญวัยแรกรุ่นดรุณี พระฉวีเหลืองละออดังทองสมพระนาม .. ส่วนพระนเรศวร ยังเยาว์พระชันษา แต่ทรงสนพระทัยในการสงครามอย่างเห็นได้ชัด พระฉวีคล้ำเข้มจนได้รับพระนามว่า พระองค์ดำ .. ส่วนพระเอกาทศรถ งามสะโอดสะอง พระฉวีขาวผ่อง จึงได้รับพระนามว่า พระองค์ขาว

บุเรงนอง ..... กรีธาทัพเข้ามาโดยหัวเมืองทางเหนือมิได้ทันตั้งรับ เข้าบดขยี้ได้กำแพงเพชร สุโขทัย สวรรคโลกและพิชัยโดยง่าย จากนั้นจึงยกเข้าล้อมพิษณุโลกอันเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ พระมหาธรรมราชา เจนการศึก จึงรู้แน่แก่ใจว่าศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินจะรับมือได้ ทัพพระเจ้าหงสาวดีมีพลถึงห้าแสน อีกทั้งมีเชียงใหม่คอยหนุนหลัง แต่เบื้องแรกพระมหาธรรมราชาก็ต่อสู้สุดความสามารถ จนในที่สุดเมืองจวนพินาศ เสบียงอาหารขาดแคลน เกิดโรคระบาดขึ้นในเมือง จึงต้องตัดสินพระทัยจำยอมอ่อนน้อมแก่ทัพพม่า เพื่อถนอมบ้านเมืองให้บอบช้ำน้อยที่สุด ..



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 03:23 PM  


Դ繷: 5


แต่ชะตากรรมของพระวิสุทธิกษัตรีย์ ..... จะหมดสิ้นเท่านี้ก็หาไม่ .. เมื่อบุเรงนองออกพระโอษฐ์ขอตัว พระนเรศวร โอรสองค์กลางไปเป็นพระราชบุตรบุญธรรมที่หงสาวดีอีก พระหทัยพระวิสุทธิกษัตรีย์แทบสลาย เมื่อพระมหาธรรมราชาทรงรับปากถวาย ทั้งๆ ที่รู้ว่าพระโอรสถูกนำไปในฐานะตัวจำนำในเมืองศัตรู

การตัดสินใจของพระสวามี ..... สร้างความตกตะลึง และเจ็บช้ำให้กับ พระวิสุทธิกษัตรีย์ ผู้ทรงสืบสายโลหิตจากวีรสตรีนักรบผู้กล้า ยิ่งเมื่อพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ให้พระมหาธรรมราชา และเจ้าเมืองกรมการที่ยอมอ่อนน้อมถือน้ำกระทำสัตย์ พระวิสุทธิกษัตรีย์ก็ทรงปวดร้าวถึงกับซวนพระวรกายปะทะแท่นวางพานพระศรี พระนลาฏกระทบขอบพานพระศรีพระโลหิตตก ทรงกระชากฉีกชายฉลองพระองค์ซับพระโลหิตบนพระนลาฏ ม้วนพระภูษาเปื้อนพระโลหิตบรรจุตลับทองเก็บไว้ หลังจากนั้น ไม่สรงไม่เสวย ไม่ยอมเยียวยาบาดแผล ความขัดแย้งของสองพระองค์กลายเป็นรอยร้าวฉาน พระวิสุทธิกษัตรีย์ได้แต่ทรงฝากความหวังให้โอรสธิดาทั้งสามพระองค์ กอบกู้บ้านเมืองกลับคืนมาให้ได้ในกาลข้างหน้า

พระเจ้าหงสาวดี ..... กรีธาทัพลงมาล้อมกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ไม่อาจทานศึกได้ก็จำยอมออกมารับพระราชไมตรี ต้องทรงยอมให้พระเจ้าหงสาวดีนำตัว พระราเมศวร กับ พระยาจักรี ไปเป็นตัวประกันที่เมืองพม่า อีกทั้งยอมส่งช้างไปบรรณาการปีละ ๓๐ เชือก ยอมส่งส่วยสาอากร รวมทั้งยอมเสียอำนาจปกครองเมืองมะริด



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 03:25 PM  


Դ繷: 6


พระราเมศวร ..... ตรอมพระทัยประชวรหนักระหว่างทาง ก่อนสิ้นพระชนม์ มีรับสั่งสุดท้ายกับพระยาจักรี ห้ามมิให้ฝังพระอัฐิในดินแดนพม่า ให้หาทางนำกลับกรุงศรีอยุธยาให้จงได้

พระเจ้าเมกุติ แห่งเมืองเชียงใหม่ ..... แข็งข้อกับหงสาวดี บุเรงนองจึงยกทัพมาตีเชียงใหม่
โดยมีใบบอกให้พระมหาธรรมราชาขึ้นไปช่วยรบ พระมหาธรรมราชา ตระหนักว่าหากปฏิเสธ เห็นทีพิษณุโลกจะต้องถูกตีย่อยยับเป็นครั้งที่สอง จึงทรงยอมยกทัพไปช่วยพม่าตีเชียงใหม่ พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงผิดหวังขมขื่นหนักขึ้น ถึงแก่แตกหักกัน

สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ..... ทรงขอบุเรงนอกออกผนวช .. พระมหินทราธิราช ขึ้นครองเมือง พระยารามรณรงค์ เจ้าเมืองกำแพงเพชรกราบทูลยุยงว่า พระมหาธรรมราชากระด้างกระเดื่องต่ออยุธยา หันไปสวามิภักดิ์ต่อหงสาวดี ควรจะหันไปหาทางเจริญไมตรีกับกรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างเอาไว้ พระมหินทราธิราชจึงส่งพระเทพกษัตรีย์ ไปพระราชทานแก่ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แห่งล้านช้าง พระมหาธรรมราชาส่งข่าวนี้ไปแจ้งแก่บุเรงนอง บุเรงนองจึงส่งทหารมาดักชิงตัวพระเทพกษัตรีย์ไปหงสาวดี



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 03:27 PM  


Դ繷: 7


พระมหินทราธิราช ทรงแค้น ..... คิดจะกำจัด พระมหาธรรมราชา จึงออกอุบายให้ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ยกทัพมาตีพิษณุโลก แล้วกรุงศรีอยุธยาจะทำทีแต่งทัพขึ้นมาช่วย แต่ความจริงจะตีกระหนาบบดขยี้พิษณุโลกเสียให้สิ้นแค้น .. พระมหาธรรมราชาทราบความเสียก่อน จึงซ้อนแผนเผาเรือรบกรุงศรีอยุธยาทิ้งจำนวนมาก เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง อภิเษกพระมหาธรรมราชา ขึ้นเป็น เจ้าฟ้าพิษณุโลก และ ประกาศให้พิษณุโลกเป็นประเทศราช ขึ้นต่อหงสาวดี มิให้ขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยาสืบไป

ศึกระหว่างพระสวามีกับพระอนุชาครั้งนี้ ..... บีบคั้นพระหทัย พระวิสุทธิกษัตรีย์ จนแทบแตกสลาย ทรงตัดสินพระทัย ส่งตลับบรรจุภูษาซับโลหิตจากพระนลาฏไปยังกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เปิดออกทอดพระเนตรเห็นโลหิตพระราชธิดาก็ทรงลาผนวช เสด็จขึ้นมายังพิษณุโลก รับพระวิสุทธิกษัตรีย์ กับ พระโอรสธิดาทั้งสาม ลงมาอยุธยาทันที พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองได้ที ทรงอ้างเหตุผลว่ากรุงศรีอยุธยาข่มเหงเมืองพิษณุโลก อันเป็นเมืองในขอบขัณฑสีมาพม่า จึงสั่งให้เตรียมกองทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา โดยให้พระมหาธรรมราชาลงมาช่วยทำศึกด้วย

พระวิสุทธิกษัตรีย์ ทรงทราบความก็นิ่งขึง .....
ชะตากรรมลิขิตให้พระสวามีต้องยกทัพมาทำศึกกับพระญาติวงศ์พงศา
คนไทยต้องมาทำสงครามกับคนไทยด้วยกันเอง ..



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 03:29 PM  


Դ繷: 8


บุเรงนองออกอุบายให้พระยาจักรีเป็นไส้ศึก ..... ปล่อยตัวให้ลอบเข้าวังไปพร้อมกับพระอัฐิพระราเมศวร สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงเห็นพระอัฐิพระราชโอรส ก็เสียพระทัยยิ่ง ถึงแก่ประชวรหนัก เพียง ๒๕ วันก็เสด็จสวรรคต .. อยุธยาระส่ำระสาย หลงกลศึกเสียทีบุเรงนอง .. เจ้าพระยาจักรีเปิดประตูเมืองรับศัตรูเข้ามาในพระนคร

ในที่สุด เดือน ๙ แรม ๑๑ ค่ำ พ.ศ. ๒๑๑๒ ..... กรุงศรีอยุธยาก็เสียเมืองให้แก่พม่า .. เสียแม่ .. เสียพ่อ .. เสียพี่ .. เสียน้อง .. เสียทั้งครอบครัว .. มาบัดนี้ต้องมาเสียเมืองให้แก่อริราชศัตรูอีก



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 03:31 PM  


Դ繷: 9


ภาคที่ ๒ .....
แก้วกัลยาแห่งแผ่นดิน เป็นเรื่องราวของ พระสุพรรณกัลยา


พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง .....
ทำพิธีปราบดาภิเษก พระมหาธรรมราชา
ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา แทนพระมหินทราธิราช

กล่าวถึง พระนเรศวร ..... ที่ถูกส่งตัวไปประทับอยู่ ณ กรุงหงสาวดี ในฐานะพระราชบุตรบุญธรรม และ ตลอดระยะเวลา ๖ ปี ด้วยความเฉลียวฉลาด เก่งกาจ กล้าหาญ ของพระนเรศวร จึงทรงเป็นที่โปรดปราน เอ็นดู รักใคร่ของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองอย่างมากมาย .. พระนเรศวร ได้ทรงเรียนรู้กลศึกต่างๆ ของพม่า ทำให้ทรงทราบตื้นลึกหนาบาง กำลังฤทธิ์เดช และ จุดอ่อนของพม่าเป็นอย่างดี .. ในพระราชหฤทัยของพระนเรศวร ทรงตระหนักดีอยู่ตลอดเวลาว่าภารกิจการกู้ชาติเป็นของพระองค์ จึงจำเฝ้าอดทนรอวันที่จะได้ลุกขึ้นมาปลดปล่อยคนไทยออกจากการข่มเหงยึดครองของพม่า



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 03:33 PM  


Դ繷: 10


เมื่อ พระนเรศ เจริญพระชันษาได้ ๑๕ ปี ..... พระมหาธรรมราชาก็เห็นเป็นโอกาสดี ที่จะทรงขอพระราชโอรสกลับมาเป็นกำลังสำคัญกอบกู้บ้านเมือง เพื่อมิให้บุเรงนองแคลงพระทัย พระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตรีย์ จึงต้องส่งพระราชธิดาองค์โตไปแลกเปลี่ยน พระเจ้าหงสาวดีได้ พระสุพรรณกัลยา ไปเป็นพระชายา เหมือนอย่างตัวจำนำแทน และ พระสุพรรณกัลยา ก็ยังเป็นที่ถูกตาต้องใจ สุดที่จะโปรดปรานต่อพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองกว่าพระชายาองค์อื่นๆ อีกด้วย

พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ..... ก็จึงทรงอนุญาตให้พระนเรศวรกลับมาช่วยพระบิดาปกครองบ้านเมือง .. พระสุพรรณกัลยา จำต้องทรงจากบ้านเมือง ไปเป็นตัวประกันในราชสำนักพม่าอย่างโดดเดี่ยว ต้องทนรับสภาพความทุกข์ เกินกว่าที่หญิงใดในโลกจะทนได้ ด้วยการตกเป็นชายาของกษัตริย์พม่า ที่มีวัยสูงกว่ามากมายถึงสองพระองค์ .. เพราะเมื่อบุเรงนองสิ้นพระชนม์แล้ว ตามธรรมเนียมปฏิบัติของพม่า พระชายาของพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อน ยังต้องทรงตกเป็นชายาของพระเจ้าแผ่นดินองค์ต่อมาได้อีกด้วย ถ้าพระเจ้าแผ่นดินองค์นั้น ทรงพอพระทัย .. พระสุพรรณกัลยา จึงจำต้องเป็นชายาของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง ผู้โหดเหี้ยมสืบต่อมา

การเสียสละของพระพี่นางครั้งนี้ .....
ส่งผลให้พระนเรศวร ได้มีโอกาสกลับคืนสู่มาตุภูมิ
และ ทรงลุกขึ้นกอบกู้บ้านเมืองได้สำเร็จในเวลาต่อมา ..



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 03:36 PM  


Դ繷: 11


ภาคที่ ๓ .....
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับ สมเด็จพระเอกาทศรถ ที่ทรงกอบกู้แผ่นดิน



เมื่อพระนเรศวร หรือ พระองค์ดำ ..... ได้เสด็จจากหงสาวดีมาสู่กรุงศรีอยุธยาได้นำชาวไทใหญ่ จำนวนหนึ่งมาด้วย นั่นคือ เจ้านางมณีจันทร์และเจ้านางมณีอิน ตลอดจนขุนแสนกล้า นักรบของเจ้าไทใหญ่ อีกทั้งยังมีเจ้านายของกรุงศรีอยุธยาร่วมมาในขบวนครั้งนั้นด้วยคือ พระองค์หญิงพิจิตรจินดา กับเดือน ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงและเป็นสนมของพระราเมศวร การกลับมาของพระองค์ดำ ทำให้พระวิสุทธิกษัตรีย์ พระมหาธรรมราชาและพระเอกาทศรถหรือพระองค์ขาว ผู้เป็นพระอนุชาดีพระทัยเป็นอย่างยิ่ง

พระองค์ดำครองรักกับเจ้านางมณีจันทร์ ..... แล้วเสด็จขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลก พระองค์ดำทรงคิดอยู่ตลอดเวลาเรื่องที่กรุงศรีอยุธยาตกเป็นประเทศราชของหงสาวดี จึงได้จัดหาทหารฝีมือดีมาร่วมทัพ แล้วทรงเปลี่ยนกลศึกจากการยกพลจำนวนมหาศาลเข้าปะทะข้าศึก ก็เปลี่ยนมาเป็นการใช้การรบเยี่ยงกองโจร ทหารฝีมือดีนั้น ต่อมาได้ร่ำเรียนพิไชยสงครามกับขุนเมืองผู้เป็นอาจารย์ของพระองค์ดำ มีจำนวน ๖ คน คือ มิ่ง เที่ยง บุญ เพิ่ม ขวัญ ขาม และมีขุนแสนกล้าอีกผู้หนึ่ง รวมเป็นทหารเอกคู่พระทัย ๗ คน

ส่วนทางหงสาวดี ไม่ไว้ใจกรุงศรีอยุธยา ..... เพราะรู้กิตติศัพท์ของพระนเรศวรเป็นอย่างดีว่ามีความกล้าหาญเพียงใด จึงหาทางทำศึกกับกรุงศรีอยุธยา แต่เมื่อยกกองทัพมาก็พ่ายกรุงศรีอยุธยา ทุกครั้ง ทำให้เมืองต่างๆ ที่เป็นเมืองประเทศราช ต่างคิดแข็งเมืองกัน



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 03:37 PM  


Դ繷: 12


พระองค์ดำได้เสด็จขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลกสองแคว ..... โดยมีมณีจันทร์เป็นอัครมเหสี พระองค์ดำจัดให้มีการประลองอาวุธขึ้นในพระนคร เพื่อหาทหารฝีมือดีใช้ในการสงคราม ผลการประลองได้ทหารเอกคู่ใจ ซึ่งต่างก็เป็นศิษย์ของขุนเมืองทั้งสิ้น ทุกคนคือสหายในวัยเยาว์ของพระองค์ดำ ได้แก่ บุญ เที่ยง ขาม ขวัญ เพิ่ม มิ่ง ล้วนแต่กล้าหาญเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ดำมีกลศึกว่าแต่นี้ไป เมื่อรี้พลน้อยก็ต้องรบเยี่ยงกองโจร มิใช่รบเยี่ยงแต่ก่อน องค์ดำเสด็จมากรุงศรีอยุธยาเพื่อเฝ้าทูลกระหม่อมพ่อ แต่ได้พบข่าวร้าย คือ พระยาจีนจันตุขุนนางละแวก ที่พระมหาธรรมราชาทรงชุบเลี้ยงไว้นั้น ได้ลอบหนีออกจากพระนคร

พระองค์ดำ ..... ให้นำตัวท้าวศรีจุฬาลักษณ์กับช้อยมาสอบสวน ช้อยถูกองค์ดำขู่ จึงเล่าความจริงว่าเป็นอุบายของพระเพชรรัตน์ที่หมายเป็นใหญ่ จึงยุยงให้พระยาจีนจันตุกลับละแวก เพื่อยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา ยกมาเมื่อใด พระเพชรรัตน์จะนำกลุ่มคนขบถออกปล้นบ้านเรือน แล้วตนก็จะสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ เมื่อพระองค์ดำทรงทราบ ก็จัดเรือออกติดตามและไปทันกัน องค์ดำยิงปืนใส่เรือพระยาจีนจันตุ จนได้รับชัยชำนะ ยังความปิติมายังพระวิสุทธิกษัตรีย์เป็นอย่างมาก

พระเพชรรัตน์กับทิม ..... ร่วมกับญาณพิเชียรเป็นขบถ โดยญาณพิเชียรอ้างกับชาวบ้านที่เข้าร่วมว่าตนเป็นพระศรีอาริย์ลัดอายุมาปราบทุกข์เข็ญ ทำให้คนเข้าร่วมมาก พระเพชรรัตน์กับทิมใช้ญาณพิเชียรเป็นเครื่องมือ เพื่อปูทางสู่การปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ พระองค์ดำได้รับพระราชบัญชาจากพระมหาธรรมราชาให้ไปปราบขบถ พระมหาเสนารับอาสาออกรบ พระท้ายน้ำไปช่วย ในการรบนั้น พระยามหาเสนาถูกยิงตายคาคอช้าง พระท้ายน้ำยิงญาณพิชัยตาย ออกพระเพชรรัตน์กับทิมหนีไปอยู่กับเจ้าเมืองพิชัย องค์ดำกราบทูลให้พระวิสุทธิกษัตรีย์ปล่อยตัวท้าวศรีจุฬาลักษณ์กับช้อยเสีย เพื่อจะได้ให้ทั้งสองคนอยู่ในสายพระเนตร แก้วฟ้ารับเป็นธุระไปรับตัวท้าวศรีจุฬาลักษณ์มาจากตรุ แต่ท้าวศรีจุฬาลักษณ์กลับไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเลย



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 03:59 PM  


Դ繷: 13


องค์ดำกลับมาสองแคว .....
รีบฝึกทหารใหม่อย่างแข็งขัน ทหารเอกคู่พระทัยทั้ง ๖ คน
มีหน้าที่ฝึกอาวุธนานาชนิดให้บรรดาทหารใหม่

ที่หงสาวดี ..... นันทบุเรงหวั่นเกรงว่าองค์ดำจะขึ้นมามีอำนาจแทนตน จึงออกอุบายส่งนันทสูกับราชสังครำไปตั้งยุ้งฉางที่กำแพงเพชร สุพรรณกัลยาสั่งให้แม้นสอดแนมเอาความมาให้ที่สุด ขณะที่องค์ดำก็ทรงทราบดีว่าเมืองประเทศราชทั้งหลาย ไม่มีเมืองใดที่ยอมรับเจ้านันทบุเรง องค์ดำเห็นเป็นโอกาสที่บางทีอาจกอบกู้เอกราชคืนมาให้ได้

นันทสูกับราชสังครำ ..... เกณฑ์พลไปทำนาเพื่อเตรียมเสบียงอยู่ที่กำแพงเพชร พระองค์ดำทรงส่งทหารเอกทั้งหกคนไปปล้นค่าย แล้วช่วยเหลือชาวไทยที่ถูกกวาดต้อนไปทำนา แล้วให้ขุนเมืองมากราบทูลให้พระมหาธรรมราชาทรงทราบ เพื่อเตรียมการรับศึกหงสาวดี



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 04:04 PM  


Դ繷: 14


ที่กำแพงเพชร ..... ขามให้กลศึกจนเผายุ้งฉางของหงสาวดีได้ พร้อมกับช่วยเหลือเชลยออกมาได้ ในจำนวนนี้มีกลิ่นกับฉิมที่ใช้ความฉลาด และแก่นแก้วช่วยให้ทัพของพระองค์ดำมีชัย พระองค์ดำดีพระทัยมาก ส่วนมณีจันทร์ทรงจัดการกับชาวบ้านที่หนีตายมาจากกำแพงเพชร ฉิมเริ่มมองหาแม่ของตน แล้วรู้ว่าแม่ของตนมิได้หนีมากับพวกตนด้วย จึงร้องไห้และมีปากเสียงกับพิกุลนางกำนัลของมณีจันทร์ แต่มณีจันทร์มิทรงถือสาที่กลิ่นกับฉิมมีท่าทีกระด้างกระเดื่อง กลับทรงกล่าวว่าจะชุบเลี้ยงไว้อีกด้วย

พระองศ์ดำเกรงว่าชัยชนะครั้งนี้ ..... จะทำให้หงสาวดีเร่งทำศึกมากยิ่งขึ้น จึงสั่งให้ทหารของตนนำพระราชสาส์นไปยังหัวเมืองเหนือทุกเมือง ให้เร่งเกณฑ์พลไว้ หากพิษณุโลกต้องการรี้พลมา ช่วยศึกแล้วไม่พร้อม พระองศ์ดำจะตัดหัวเจ้าเมืองด้วยพระองศ์เอง

ที่เชียงใหม่ ..... มังนรธาสอได้รับหมายเกณฑ์พลไปทำนา แต่เซงทะเวห้ามไว้ พร้อมๆ กันนั้นมิ่งแก้วก็ทรงพระครรภ์ มังนรธาสอดีใจมาก ขณะที่เซงทะเวกล่าววาจาเสียดสี ด้วยไม่ชอบมิ่งแก้วเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 05:23 PM  


Դ繷: 15


ขุนเมืองกลับจากกรุงศรีอยุธยา ..... โดยมีขุนแสนกล้าทหารชาวไทใหญ่ที่เคยรู้จักกันมาแต่หงสาวดีของติดตามไปด้วย ขุนเมืองอนุญาติเมื่อถึงสองแควขุนแสนกล้าก็ถวายตัวเป็นทหารของพระองศ์ดำ พระองศ์ดำและขุนเมืองสอนพิไชยสงครามให้พวกทหารเอกจนเชี่ยวชาญ

ที่หงสาวดี ..... ในราชสำนักของหงสาวดี ยังทะเลาะหึงหวงกันเหมือนเดิม ศุภยาแสดงอำนาจ สุวนันทาไม่ยอมไปที่หอหลวง เพราะรู้ว่าเจ้านันทบุเรงจะต้องเสด็จมา สุวนันทาจึงใช้มารยาพูดเอาดีเข้าตัว

พระองศ์ดำต้องการไปคล้องช้าง ..... ขุนเมืองกับขุนคชบาล จึงทำพิธีเสกตะขอในโบสถ์มหาอุตม์เป็นเวลา ถึง ๗ วัน ๗ คืน เกิดอาเพศ ฝนฝ้าคะนองไปทั่ว มณีจันทร์รู้ว่าแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี ต่อมาพระองศ์ดำลามณีจันทร์ไปคล้องช้าง ให้พิกุล ฉิมและกลิ่นเป็นคนดูแลรับใช้มณีจันทร์ในการนั้นพระองศ์ดำคล้องช้างได้จำนวนหลายเชือก



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 05:25 PM  


Դ繷: 16


ที่หงสาวดี ..... จันทราเริ่มหวั่นเกรงที่สุวรรณฉัตรมีปัญหากับเจ้ามังกะยอชะวา เช่นที่ตองชเวกำลังพบปัญหาอยู่คือ เจ้ามังกะยอชะวารังเกียจตองชเว ด้วยสาเหตุว่าอังวะด้อยกว่าหงสาวดีในทุกด้าน

ต่อมาที่กรุงหงสาวดี ..... พระเจ้ายะไข่ได้ดำเนินการทางการฑูตกับหงสาวดีด้วยการนำบรรณาการมาถวาย และถวายพระราชธิดานามว่า “เมวดี” แด่พระเจ้านันทบุเรงยกเมวดีให้เจ้ามังกะยอซะวา ทันทีที่เจ้ามังกะยอซะวา ได้เมวดีเป็นสนม ก็ลืมตองชเว ธิดาเจ้าอังวะไปจนสิ้น แล้วมีปากเสียงกันประจำ

ที่พิษณุโลกสองแคว ..... พระองค์ดำมิเคยลืมความตั้งใจที่จะยกทัพมาตีหงสาวดี เพื่อกอบกู้เอกราช จึงตระเตรียมรี้พลและสร้างกองทัพให้แข็งแกร่ง พระองค์ดำเนินไปที่ช้างศึกมีการฝึกทหารเอกให้ขี่ช้างได้ และต้องประสานความเป็นหนึ่งระหว่างคนกับช้างให้ได้ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีพระราชสาส์น มาจากกรุงศรีอยุธยาให้พระองค์ดำรีบเสด็จไปเฝ้าสมเด็จแม่โดยเร็ว

ที่กรุงศรีอยุธยา ..... มณีรัตนา หลานของพระศรีเสาวราช ซึ่งหลบราชภัยไปแต่ครั้ง พระศรีเสาวราชถูกประหารชีวิต ได้กลับมาถวายตัว เป็นพระสนมเอก สายราชวงศ์สุพรรณภูมิ พระองค์ดำทรงทราบก็มิยอมรับ เพราะมีมณีจันทร์อยู่แล้ว แต่พระวิสุทธิกษัตริย์ทรงอธิบายว่า หากมิทรงรับอาจทำให้ขุนนางในราชวงศ์สุพรรณภูมิไม่พอใจได้ พระองค์ดำจึงจำใจรับมณีรัตนาเป็นพระสนมเอก



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 05:29 PM  


Դ繷: 17


ส่วนท้าวศรีจุฬาลักษณ์ .....
เห็นเป็นโอกาส คิดจะส่งหลานสาวที่เมืองเหนือมาถวายตัวเป็นพระสนมเอกบ้าง
ติดอยู่ที่ยังติดต่อกับออกพระเพชรรัตน์ผู้พี่ชายมิได้

ขุนเมือง ..... มากราบทูลให้พระนางมณีจันทร์ ทรงทราบเรื่องที่เพิ่มกับขวัญ ออกลาดตระเวน แล้วได้เห็นพระเพชรรัตน์นำเจ้าแก้วปทุม ผู้เป็นหลานไปถวายตัวเป็นพระสนมเอก โดยล่วงรู้มาว่าการไปของแก้วปทุมครั้งนี้ ก็เพื่อให้พระเพชรรัตน์กลับไปเป็นใหญ่ ครองกรุงศรีอยุธยาในที่สุด มณีจันทร์รีบให้ขุนเมืองนำความมากราบทูลให้พระองค์ดำทรงทราบ

ที่กรุงศรีอยุธยา ..... พระมหาธรรมราชาทรงแต่งตั้งพระองค์ดำเป็นพระอุปราช พระองค์ดำขอให้แต่งตั้งพระองค์ขาว ให้มีศักดิ์และสิทธิธรรมเทียบเท่าตน ทุกคนก็ยอมรับตามที่พระองค์ดำขอร้อง .. พระองค์ดำ ยอมรับที่มณีรัตนาถวายตัวเป็นพระสนมเอก แม้ว่าจะไม่เต็มใจ มณีรัตนาน้อยใจ เพราะตนรักพระองค์ดำด้วยใจจริง ขณะที่พระองค์ดำทรงกระทำตามจารีตประเพณีเท่านั้น



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 05:34 PM  


Դ繷: 18


แก้วปทุมกับมณีรัตนา ..... พบกันครั้งแรกก็ปะทะคารมกันแล้ว ทุกคนเริ่มหวั่นเกรงว่าแก้วปทุมจะนำความวุ่นวายมาให้กรุงศรีอยุธยา .. ส่วนทองจันทร์ละทางโลกไปบวชปฏิบัติธรรม ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่ไม่คิดว่าทองจันทร์จะละทางโลกได้ง่ายๆ .. ขุนเมืองนำพระองค์ดำไปเรียนวิชากับพระพนรัตน์ที่วัดป่าแก้ว พระองค์ดำเรียนมนต์ได้อย่างรวดเร็ว .. จากนั้นจึงกราบทูลลาพระวิสุทธิกษัตรีย์และพระมหาธรรมราชากลับพิษณุโลก .. เจ้าแก้วปทุมจึงไม่ทันได้ถวายตัว ทำให้โกรธแค้นช้อยมากที่มัวให้ตนขัดสีฉวีวรรณอยู่ แก้วปทุมแผลงฤทธิ์เอากับบ่าวไพร่จนท้าวศรีจุฬาลักษณ์เริ่มเอือมระอา ..

เมื่อมาถึงพิษณุโลก ..... พระองค์ดำก็ทรงฝึกทหารมากขึ้น และเน้นไปที่การฝึกช้าง .. เจ้าสังขทัต เมืองตองอู นำบรรณาการมาถวายพระเจ้านันทบุเรง ตามคำแนะนำของพระมหาเถรเสียมเพรียมผู้เป็นพระอาจารย์ วันที่สังขทัตมาถึงหอหลวงนั้น มังกะยอชะวาอยู่ที่ตำหนักของเมวดี ศุภยาใช้ให้ตองชเวไปตามเจ้ามังกะยอชะวา ตองชะเวมีปากเสียงกับมังกะยอชะวา เมวดีหาเรื่องผลักตองชเวหน้าผากกระแทกตั่ง เลือดไหลอาบ

เจ้านางจันทราโกรธมาก .....
วางแผนให้มินตยาวดีไปทูลลาศุภยาขอลาไปเฝ้าไข้พ่อที่อังวะ
ศุภยาหลงเชื่ออนุญาตไป เมื่อนันทบุเรงทรงทราบก็กริ้ว
เพราะอ่านกลศึกออกว่าอาจต้องเกิดศึกกับอังวะแน่



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 05:39 PM  


Դ繷: 19


นันทบุเรงไปที่ตำหนักของสุพรรณกัลยา ..... คาดคั้นว่าหากเกิดศึก พระองค์ดำจะต้องช่วยหงสาวดีรบ มิเช่นนั้นจะฆ่าลูกของสุพรรณกัลยาเสีย สุพรรณกัลยาเสียใจมาก สั่งจันทร์ให้ส่งข่าวศึกนี้ไปยังพิษณุโลกโดยเร็ว .. ขณะเดียวกันนั้น ก็ประชวรพระครรภ์จะประสูติกาลพอดี .. สุพรรณกัลยาประสูติกาลพระโอรส ให้พระเจ้านันทบุเรง สุวนันทาไม่พอใจใช้บ่าวหญิงนำของบูดเน่ามาเยี่ยม จันทร์โกรธมาก แต่สุพรรณกัลยาห้ามไว้ แล้วให้แม้นหาทางส่งข่าวทางหงสาวดีไปยังพระองค์ดำทรงทราบเรื่องศึกที่กำลังจะเกิดระหว่างอังวะกับหงสาวดี ข่าวนี้ถูกส่งต่อมายังกรุงศรีอยุธยา เมื่อพระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงทราบเรื่อง สุพรรณกัลยาประสูติกาลก็เสียพระทัยมาก อาละวาดและไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ทรงคิดว่าวันหนึ่งลูกของสุพรรณกัลยาอาจยกทัพมาตีกรุงศรอยุธยาได้

พระเจ้าอังวะส่งพระราชสาน์สไปยังเมืองต่างๆ ..... ได้แก่ล้านช้าง เชียงใหม่ แปร พสิม ทุกเมืองล้วนจับฑูตอังวะส่งมายังหงสาวดี พระเจ้านันทบุเรงสั่งจำตรุฑูตทั้งหมด แล้วสั่งให้ทหารล้อมตำหนักของตองชเวไว้มิให้ออกนอกตำหนัก สังขฑัตซึ่งนำฑูตอังวะมาส่งที่หงสาวดีด้วยพระองค์เอง ได้พบหน้าตองชเวทั้งสองสบตากัน ขณะที่นันทบุเรงคาดโทษว่าหากกรุงศรีอยุธยามิส่งฑูตมาเช่นเมืองอื่นๆ ก็จะยกทัพไป ซึ่งพระมหาธรรมราชาก็มิได้ส่งฑูตมา แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการยกทัพของอังวะ



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 05:43 PM  


Դ繷: 20


พระองค์ดำพร้อมทหารไปลาดตระเวน ..... เห็นนันทสูกับราชสังครำใช้ทหารของไทใหญ่ทำถนน ทำให้พระองค์ดำรู้ว่าหงสาวดีถากถาง เพื่อเตรียมยกทัพมาตีตนเองแน่ .. นันทสูกับราชสังครำโกรธมากที่พระองค์ดำนำทหารออกไปสอดแนมการทำถนนของหงสาวดี หาตัวผู้ทำผิด แต่ไม่รู้ .. ฝ่ายพระองค์ดำกับทหารเมื่อมาถึงพระราชวัง ก็ทรงตระหนักถึงอาวุธที่จะใช้เตรียมทำศึก จึงมีพระราชบัญชาให้ขามกับเพิ่มไปกรุงศรีอยุธยา เพื่อหาซื้อปืนนกสับที่มีกำลังแรง สูง ทั้งสองได้รับความช่วยเหลือจากพระท้ายน้ำ ได้ซื้อปืนจากเซปาสเตียน ทั้งสองได้นำเซปาสเตียนไปพิษณุโลกสองแควด้วย

ที่หงสาวดี ..... เจ้าสังขฑัตได้รับแรงยุจากพระมหาเถรเสียมเพรียม ให้มายุยงหงสาวดีกับกรุงศรีอยุธยาทำศึกกัน นันทบุเรงหลงเชื่อจึงไปที่ตำหนักของสุพรรณกัลยา ข่มขู่สุพรรณกัลยามิให้กรุงศรีอยุธยากระด้างกระเดื่อง ทำให้สุพรรณกัลยาไหวตัวทันส่งข่าวมายังพระองค์ดำ

พระองค์ดำเสด็จมาที่กรุงศรีอยุธยา ..... อาสานำทัพไปตีอังวะ เพราะจะเป็นทางเดียวที่ทำให้หงสาวดีมินำทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา พระวิสุทธิกษัตรีย์รับสั่งให้หาทางนำสุพรรณกัลยากลับคืนสู่กรุงศรีอยุธยา



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 05:55 PM  


Դ繷: 21


ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ทรงทราบว่า ..... พระองค์ดำเสด็จมากรุงศรีอยุธยา จึงพาแก้วปทุมไปถวายตัว แต่เมื่อถึงพระตำหนักของพระวิสุทธิกษัตรีย์ กลับถูกต่อว่า ซ้ำร้ายพระองค์ดำก็ตัดไมตรีจนสิ้น ทำให้ท้าวศรีจุฬาลักษณ์และเจ้าแก้วปทุมแค้นใจมาก

พระองค์ดำไปขอฤกษ์ยกทัพ ..... จากพระพนรัตน์วัดป่าแก้ว แล้วทรงคัดเลือกทหารฝีมือดีไปพิษณุโลกเพื่อทำศึกกับหงสาวดี แต่กลับถ่วงเวลาออกไป มิยกไปหงสาวดีในทันที เพื่อให้กองทัพเมืองประเทศราชยกออกไปจากหงสาวดี จึงเข้าไปตีหงสาวดีเป็นการแก้แค้น

ที่หงสาวดี ..... เมืองประเทศราชยกทัพมาช่วย เว้นแต่กรุงศรีอยุธยา .. สุพรรณกัลยาให้แม้นส่งข่าวว่ากองทัพยกออกจากหงสาวดีไปแล้ว พระองค์ดำจึงยกทัพมา ขุนวังวางแผนให้ล่อพระองค์ดำเข้ามาในเมือง แล้วให้เสวยยาพิษ โดยมี พระยาเกียรติ พระยาราม ขุนพลชาวมอญไปทูลเชิญให้เข้ามา ทั้งสองนำความลับนี้ ไปเล่าให้พระมหาเถรคันฉ่องฟัง ท่านพระมหาเถรกลับกำชับให้ทั้งสองเร่งกราบทูลเชิญพระองค์ดำมาพบที่กุฏิ



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 06:05 PM  


Դ繷: 22


พระวิสุทธิกษัตรีย์สุบินร้าย ..... แต่พระมหาราชครูทำนายว่าพระองค์ดำจะมีชัย ทำให้พระนางดีพระทัย ส่วนพระองค์ดำเมื่อถึงเมืองแครง ได้เสด็จข้ามแม่น้ำสะโตง โดยวางกลศึกให้พระท้ายน้ำต่อแพไว้มากๆ และให้ทหารเอกของพระองค์ไปสอดแนม ระหว่างทางนั้นได้พบพระยาเกียรติ พระยาราม ซึ่งนำทหารมอญออกลาดตระเวนเช่นกัน เมื่อพระยาเกียรติและพระยารามได้พบกับพระองค์ดำจึงกราบทูลให้เสด็จไปพบพระมหาเถรคันฉ่องที่วัด

ที่พิษณุโลกสองแคว ..... เจ้าฟ้าเมืองจี่และเจ้าฟ้าเมืองลองแจได้หนี จากค่ายของนันทสูกับราชสังครำไป พึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระองค์ดำ มณีจันทร์เปิดประตูรับไว้ด้วยความเมตตา

มหาเถรคันฉ่อง ..... ได้แจ้งความลับที่พระเจ้านันทบุเรงวางแผนให้ลวงพระองค์ดำไปฆ่าเสีย เมื่อพระองค์ดำทรงทราบ จึงประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นตรงต่อหงสาวดีอีกต่อไป และชวนครัวไทและครัวมอญมากรุงศรีอยุธยา ระหว่างข้ามแม่น้ำสะโตง สุรกรรมาได้ยกทัพมาตีทัพพระองค์ดำ เกิดการต่อสู้กัน สุรกรรมมาถูกปืนของพระองค์ดำสิ้นใจตาย การตายของสรุกรรมา ทำให้มังกะยอชะวาไม่สบายพระทัยมาก เพราะเกรงว่าพระเจ้านันทบุเรงจะกริ้วตน



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 06:08 PM  


Դ繷: 23


พระองค์ดำ ..... นำครัวมอญและครัวไทยที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยที่หงสาวดีกลับกรุงศรีอยุธยา พระมหาธรรมราชาทรงแต่งตั้ง พระมหาเถรคันฉ่อง เป็นพระอริยวงศาคตญาณ ให้ตั้งบ้านเรือนพำนักอยู่ในกรุงศรีอยุธยาอย่างสมเกียรติ .. ขณะเดียวกันพระองค์ดำก็ทรงตระหนักดีกว่าการกระทำของพระองค์คงหลีกเลี่ยงศึกกับหงสาวดีมิได้ .. พระวิสุทธิกษัตรีย์ซ้อมยิงปืน เพื่อเตรียมพร้อมหาได้หวั่นไหวต่อการศึกที่จะเกิดขึ้นแม้แต่น้อย

มณีจันทร์ส่งพระราชสาส์นมายังกรุงศรีอยุธยา .....
ให้พระองค์ดำรีบเสด็จกลับพิษณุโลกสองแคว เนื่องจากนันทสูกับราชสังครำ
ติดตามเจ้าฟ้าเมืองจี่ และเจ้าฟ้าเมืองลองแจ ซึ่งหนีมาจากค่ายทัพหงสาวดีที่กำแพงเพชร

นันทบุเรงสามารถชนะศึกอังวะได้ ..... พระเจ้าอังวะถูกฟันคอขาดตาย ขณะที่ทำยุทธหัตถีกับพระเจ้านันทบุเรง จันทราใช้เล่ห์เหลี่ยมจนกระทั่งนันทบุเรงตั้งสุวรรณฉัตรเป็นพระเจ้าอังวะองค์ต่อไป นันทบุเรงประกาศว่าจะให้ประเทศราชยกกองทัพไปตีกรุงศรีอยุธยาทันที



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 06:11 PM  


Դ繷: 24


เมื่อพระองค์ดำมาถึงเมืองพิษณุโลก ..... ก็มีพระราชสาส์นตอบปฏิเสธว่าจะไม่ส่งเจ้าฟ้าเมืองจี่และ เจ้าฟ้าเมืองลองแจให้กับนันทสูและราชสังครำ พร้อมจะทำศึกอีกด้วย ที่ค่ายกำแพงเพชร ขุนนางหงสาวดีทั้งสองหารือเรื่องการศึกกัน เห็นพ้องกันว่าจะต้อนเชลยชาวเมืองกำแพงเพชรกลับหงสาวดี ไม่ยอมต่อสู้กับพระองค์ดำ

ข่าวเรื่องพระเจ้าอังวะสิ้นพระชนม์ ..... ทำให้ตองชเวเสียใจมาก เมธวดีธิดาเจ้ายะไข่ เสด็จมาเยาะเย้ยตองชเวถึงตำหนัก และกล่าวว่าบางทีตองชเวอาจถูกประหารชีวิต เพราะมีเชื้อสายของคนที่เป็นศัตรูกับหงสาวดี พระองค์ดำหมายจะตีค่ายกำแพงเพชรให้แตก แต่นันทสูกับราชสังครำไหวตัวทัน จึงอพยพหนี พร้อมพาเชลยไทยหนีไปเป็นอันมาก เพิ่มกับบุญมาสอดแนมได้ความดังนั้นจึงไปกราบทูลให้พระนเรศวรได้ทรงทราบ พระนเรศวรให้มีใบบอกไปยังเมืองเหนือทั้งปวง เพื่อขอกำลังมาปราบทหารหงสาวดี

เพิ่มกับบุญไปถึงเรือนพระพิชัย ..... พบว่าพระเพชรรัตน์กำลังจะขืนใจนวล หลานสาวของพระยาพิชัย แต่ทั้งสองไปช่วยไว้ได้ นวลหนีมาพบทั้งสองคน ขอให้ทั้งสองคนพาหนี นวลได้รับความช่วยเหลือจากเพิ่ม แล้วกลายเป็นความผูกพันขึ้นในที่สุด นวลได้ถวายตัวรับใช้มณีจันทร์



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 21/06/2004 06:13 PM  


Դ繷: 25


องค์ดำให้ขุนเมืองเป็นทัพหน้า ..... ตามนันทสู กับราชสังครำ ขุนเมืองกับกับขวัญแสดงความกล้าหาญ เอาชนะฝ่ายหงสาวดีได้ แต่ขณะที่องค์ดำทำศึกอยู่นั้น พระเพชรรัตน์ก็ยุยงให้เมืองพิชัยกับเมืองสวรรคโลกเป็นขบถ ไม่ยกทัพไปช่วยพิษณุโลก พระองค์ดำจึงให้เซปาสเตียนหล่อปืนใหญ่ไว้ให้ในระหว่างที่พระองค์ดำไปทำศึกกับหงสาวดี

มณีจันทร์รับรู้จากนางกำนัลและเซปาสเตียนว่า ..... ทัพที่มาโจมตีพิษณุโลกสองแควคือทัพเมืองสวรรคโลก ทำให้มณีจันทร์เสียใจที่เป็นคนไทยด้วยกัน แต่ทำไมต้องมาต่อสู้กันเอง นวลเสียใจที่ลุงของตนเป็นคนก่อศึกครั้งนี้ด้วย พระองค์ดำจึงยกทัพไปปราบสวรรคโลก เมื่อไปถึงวัดศรีชุม โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งค่าย แล้วชุมนุมพราหมณ์ เพื่อทำพิธีดื่มน้ำสัตยาธิษฐาน แล้วยกทัพไปตั้งค่ายที่หน้าวัดไม้งาม

เมืองสวรรคโลกมีประตูเมืองสี่ด้าน ..... มีป้อมกำแพงที่แข็งแกร่งมาก ขุนทหารของพระองค์ดำผลัดกันเข้าตีเมืองสวรรคโลกแต่ก็ไม่แตก จนกระทั่งพระโหราธิบดีดูดวงเมืองจึงทราบว่าด้านประตูเมืองหนึ่งเป็นอริกับดวงเมือง จึงให้ตีด้านนั้น แต่พระยาไชยบูรณ์นำทัพเข้าตีทางด้านที่พระโหราธิบดีก็ยังตีไม่ได้ ขุนอินทรเดชอาสาทำศึกอีกครั้ง โดยใช้กลศึกปลูกหอรบขึ้นสูง แล้วยิงปืนใหญ่ใส่เมืองจนเข้าเมืองได้ พระยาสวรรคโลก พระยาพิชัย แลพระเพชรรัตน์หนีไปได้ แต่ถูกจับได้ในภายหลัง ส่วนพระเพชรรัตน์หนีไปกับทิม ไปยังเมืองลพบุรี พระองค์ดำสั่งประหารชีวิตพระยาสวรรคโลกและพระยาพิชัย



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 01:29 AM  


Դ繷: 26


องค์ดำกลับจากการตีเมืองสวรรคโลก ..... นวลรู้ว่าเจ้าเมืองพิชัยตายก็เสียใจมาก .. ส่วนนันทบุเรงกลับจากทัพเมืองอังวะ ก็เสียใจที่มังกะยอชะวาไม่สามารถทำได้ตามกลศึกที่วางไว้ แล้วความกลัวว่าพระองค์ดำจะทำให้กรุงศรีอยุธยามีอำนาจเหนือหงสาวดีด้วย ทำให้นันทบุเรงดุว่ามังกะยอชะวาทำให้ มังกะยอชะวาน้อยใจ .. สังขทัตมาที่หงสาวดี ได้พบกับตองชเวก็นึกผูกพัน เมวดีเห็นจึงต่อว่าแล้วเพ็ดทูลมังกะยอชะวาว่า ตองชเวแสดงความสนิทกับสังขทัต แต่มังกะยอชะวาไม่คิดมาก เพราะเห็นว่าทั้งสองมีอายุแตกต่างกันมาก

สังขทัตกราบทูลให้นันทบุเรง ..... ยกทัพไปหยั่งเชิงกรุงศรีอยุธยาด้วยการส่งพระยาพสิมกับ พระเจ้าเชียงใหม่ยกทัพมาตีขนาบกรุงศรีอยุธยา สุพรรณกัลยาให้แม้นส่งข่าวศึกนี้ถึงพระองค์ดำ พระมหาธรรมราชาได้รับพระราชสาส์นจากพระเจ้าละแวกขอเป็นไมตรี พระมหาธรรมราชาทรงยินดีเป็นมิตรด้วย พระวิสุทธิกษัตริย์ทรงแสดงความห่วงใยว่าละแวกอาจคิดไม่ซื่อ พระมหาธรรมราชารับสั่งตอบว่าไม่ต้องการทำศึกสองด้าน พระมหาธรรมราชามีพระราชบัญชาให้ผ่อนครัวเมืองเหนือลงมากรุงศรีอยุธยาให้หมด .. พระองค์ดำ มณีจันทร์และทุกคนต่างก็อาลัยอาวรณ์มิอยากจากพิษณุโลก

พระองค์ดำ ..... ผ่อนครัวมาถึงกรุงศรีอยุธยา แก้วปทุมออกจากตำหนัก ระหว่างทางได้พบกับจงและนางกำนัลอื่นๆ ซึ่งต่างก็เยาะหยันว่าแก้วปทุมมิได้ยศจึงมิควรต้องกราบไหว้ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์โกรธแทนหลาน จึงพาแก้วปทุมไปถวายตัวพระองค์ดำ แต่พระองค์ดำก็ยืนยันเหมือนเดิมว่ามิได้สนใจแก้วปทุม ทำให้แก้วปทุมและท้าวศรีจุฬาลักษณ์โกรธมาก พระมหาธรรมราชาทรงออกว่าราชการ มีพระราชบัญชาให้สิทธิ์ขาดแก่พระองค์ดำในการบัญชาการศึกแทนพระองค์ ซึ่งขณะนั้น หงสาวดีได้ยกทัพมาตีขนาบทั้งสองด้าน ด้านกาญจนบุรีนั้นได้ส่งพระยาพสิมเป็นแม่ทัพมา และให้มังนรธาสอจากเชียงใหม่ยกทัพมาด้วย เชงทะเวเตือนลูกว่ามิต้องเสี่ยงชีวิต เพราะศึกครั้งนี้เป็นศึกหงสาวดีกับอยุธยาไม่เกี่ยวกับเชียงใหม่ มิ่งแก้วได้บอกข่าวกับมังนรธาสอว่าตนกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 03:05 AM  


Դ繷: 27


พระองค์ดำ ..... ให้ขุนราชมนู ขุนธรรมไตรโลก และขุนพระศรีออกไปสอดแนมถึงเมืองสุพรรณบุรี พบว่าพระยาพสิมกำลังตั้งค่าย คืนนั้นฝนตกหนักออกขุนทั้งสามได้ยกพลปล้นค่ายหงสาวดี โดยรี้พลมาจากเจ้าเมืองสุพรรณบุรี พร้อมเผาสะพานข้ามแม่น้ำและกวาดต้อนชาวเมืองสุพรรณบุรีมาไว้ที่กรุงศรีอยุธยา ส่วนทางอยุธยานั้นพระองค์ดำ พระยาไชยบูรณ์และทหารของตนไปหาสมเด็จพระพนรัตน์วัดป่าแก้ว ถามถึงชะตาบ้านเมืองจึงทรงทราบว่า เกณฑ์ดวงเมืองเพลานี้ข้าศึกมิอาจทำอันตรายใดๆ ได้

พระองค์ดำ ..... ให้พระมหาเถรคันฉ่องหาฤกษ์ยกทัพ เพื่อออกไปรับทัพของพระยาพสิม และทำพิธีสาปแช่งหุ่นแม่ทัพหงสาวดีตามพิธีแต่โบราณ จากนั้นก็ทรงยกทัพหลวงไปที่ตำบลสามขนอน โปรดเกล้าฯ ให้ทัพส่วนหนึ่งไปตีทัพ พระยาพสิมที่สุพรรณบุรี กองทัพของพระองค์ดำสามารถเอาชนะทัพพระยาพสิมจนแตกพ่ายหนีกลับไปได้ ส่วนทัพจากเมืองเหนือที่มังนรธาสอนำทัพมา ก็ถูกพระองค์ดำให้ทหารดักซุ่มโจมตีแตกพ่ายไปเช่นกัน ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ยังไม่ละความพยายาม ที่จะยกแก้วปทุมให้เป็นพระสนมเอก แต่พระองค์ดำมิใส่ใจในตัวแก้วปทุม

พระวิสุทธิกษัตรีย์สุบินถึงสุพรรณกัลยา .....
ว่าถูกนันทบุเรงทำร้ายในพระสุบินนั้น พระนางทรงปืนใส่นันทบุเรง จนนันทบุเรงตาย

ที่หงสาวดี ..... นันทบุเรงโกรธพระพสิมมาก และโกรธมังนรธาสอที่ยกทัพไปมิทันพระยาพสิม จึงมีพระราชบัญชาให้เตรียมทัพอีกครั้ง เพื่อจะยกมาตีกรุงศรีอยุธยา เจ้าสังขทัตทรงรับอาสาร่วมในการศึกคราวนี้ด้วย ทำให้มังกะยอชะวาเสียหน้ามาก และไม่พอใจสังขทัต



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 03:44 AM  


Դ繷: 28


สังขทัตมาประชุมการศึกที่หงสาวดี ..... พระเจ้านันทบุเรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดทัพเป็นสามทัพนำโดย เจ้าสังขทัตอุปราช มังกะยอชะวา และพระเจ้านันทบุเรง สุพรรณกัลยาขอติดตามร่วมทัพไปด้วย แต่นันทบุเรงไม่อนุญาต ด้วยรู้ทันว่าสุพรรณกัลยาจะหนีกลับ ส่วนอินทรเทวีได้ติดตามไปรับใช้ในกองทัพ ร่วมกับสุวนันทา นันทบุเรงมาหาอินทรเทวีเพื่อขอคำมั่นว่ายังภักดีต่อหงสาวดี อินทรเทวีให้คำมั่นและแสดงความภักดีต่อหงสาวดี นันทบุเรงจึงปลอบด้วยการบอกว่าหากกลับมาหงสาวดี จะแต่งตั้งให้เป็นพระราชเทวี

สังขฑัตได้พบกับตองชเว .....
ทั้งสองสนทนากัน ซอแอบเห็นจึงนำความไปฟ้องศุภยา
มังกะยอชะวารู้เรื่องจากศุภยาจึงไปต่อว่า ทั้งสองมีปากเสียงกัน

ที่กรุงศรีอยุธยา ..... พระอาการประชวรของพระมหาธรรมราชากำเริบขึ้น .. สุพรรณกัลยาส่งข่าวศึกมาถึง พระองค์ดำจัดการบัญชาการศึก แล้วมาเยี่ยมพระอาการประชวร องค์ขาวทูลว่าจางวางแพทย์ยังไม่ได้มาถวายการรักษา ทำให้พระวิสุทธิกษัตริย์กริ้ว มีพระราชเสาวนีย์ให้นำตัวเข้าเฝ้าอย่างเร่งด่วน พระมหาธรรมราชากังวล พระองค์ดำจึงต้องรับปากว่าจะไม่ยอมเสียแผ่นดินให้แก้ผู้ใด



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 04:02 AM  


Դ繷: 29


ขณะที่ทุกคนรอคอยหมอหลวง ..... อยู่ที่ตำหนักพระมหาธรรมราชานั้น พระยาธรรมาธิบดีได้นำทหารออกติดตามหา และได้พบหมอหลวงที่ตำหนักของพระสนมเอกท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เนื่องจากออกพระเพชรรัตน์ได้รับบาดเจ็บกลับ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ต้องการรักษาพี่ชาย แต่ว่าออกพระเพชรรัตน์ทนเจ็บไม่ไหว หมอหลวงไม่สามารถรักษาได้ ทิมซึ่งเป็นผู้นำตัวออกพระเพชรรัตน์มารีบหนีไปได้ก่อน

พระวิสุทธิกษัตรีย์ ..... ทรงสอบสวนท้าวศรีจุฬาลักษณ์ แต่ท้าวศรีจุฬาลักษณ์มิได้ยำเกรงจึงได้ลงโทษไป พระสนมรัตนมณีเนตรได้ขู่ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ทำอะไรให้กรุงศรีอยุธยาเดือดร้อน ตนจะเป็นคนลงมือทำร้ายพระสนมเอกเอง

หงสาวดี ..... ได้มาตั้งค่ายอยู่ที่กำแพงเพชร ทหารเอกของพระองค์ดำไปลาดตระเวน แล้วเกิดยิงปืนทำให้ฝ่ายหงสาวดีไหวตัวทัน นันทบุเรงมีรับสั่งให้มังกะยอชะวาออกหาตัวคนที่มาปล้นค่าย แต่มังกะยอชะวาไม่สามารถจำตัวได้ สังขฑัตได้เยาะหยันมังกะยอชะวาให้ได้รับความเจ็บปวด .. พระองค์ดำสั่งเกณฑ์ไพร่พลให้มากขึ้น ขณะที่นันทบุเรงเคลื่อนทัพลงใต้ไม่รอทัพเชียงใหม่ที่จะมาสมทบ



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 04:10 AM  


Դ繷: 30


มังนรธาสอ ..... ตัดสินพระทัยนำทัพมาช่วยหงสาวดีรบกับกรุงศรีอยุธยา ทำให้เชงทะเวไม่พอใจ สอนลูกว่าไม่ให้เสี่ยงตายเพื่อหงสาวดี เพราะการศึกครั้งนี้มิใช่ระหว่างเชียงใหม่กับอยุธยา มิ่งแก้วตามมารับใช้ในกองทัพด้วย เมื่อมาสมทบกับทัพหงสาวดี พระเจ้านันทบุเรงกริ้วสั่งให้มังนรธาสอยกทัพไปเป็นหน้าทัพยังบ้านสะเกศ

ที่กรุงศรีอยุธยา ..... พระมหาธรรมราชาโปรดเกล้าฯ ประชุมขุนนางในพระมหามณเฑียร พระท้ายน้ำกราบทูลถวายรายงานเรื่องการเจริญสัมพันธไมตรีกับละแวก .. ส่วนพระองค์ดำจัดเตรียมรับศึกหงสาวดี ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ยังไม่ละความพยายาม ที่จะนำเจ้าแก้วปทุมไปถวายเป็นพระสนมเอพระนเรศวร แต่ก็ยังหาโอกาสที่พระองค์ดำรับมิได้ องค์ดำยกทัพออกจากกรุงศรีอยุธยา ปะทะกับทัพของเมืองเชียงใหม่ที่บ้านสะเกศ

พระเจ้ามังนรธาสอ ..... มีปากเสียงกับมิ่งแก้ว เพราะมิ่งแก้วเห็นว่าไม่ควรต่อสู้ พยายามเอาชีวิตรอดเพื่อกลับไปครองเชียงใหม่ต่อ แต่มังนรธาสอเกรงว่าคนจักติฉินเอาได้ เมื่อทรงทราบว่ากองทัพของพระยาแสนล้านพ่ายต่อทัพของพระนเรศวร ก็ทรงกังวล แต่พระยาพะเยากับพระยาเชียงแสนได้ลงมาจากทางเหนือมาช่วยไว้พอดี

ที่ค่ายหงสาวดี .....
เกิดเรื่องโกลาหล เมื่ออินทรเทวีตบตีกับสุวนันทา พระเจ้านันทบุเรงทรงเชื่อสุวนันทา
จึงมีพระราชบัญชาให้จับอินทรเทวีกับสุขบ่าวคนสนิทไปจำตรุ



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 04:13 AM  


Դ繷: 31


พระองค์ดำ ..... ทรงใช้กลศึกเอาชนะทัพทางเหนือได้สำเร็จ ส่วนที่กรุงศรีอยุธยานั้นก็เริ่มส่อเค้าวุ่นวาย เมื่อพระศรีสุพรรณมาธิราช พระอนุชาเมืองละแวกได้มาถวายบรรณาการ และขออาสาทำศึกกับหงสาวดี พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงเตือนว่าจักเหมือนคราวพระยาจีนจันตุ

พระยาแสนหลวง ..... กลับมากราบทูลให้พระเจ้ามังนรธาสอทรงทราบเรื่องทัพพระยาพระเยาแตกพ่าย ด้วยหลงกลศึกของพระนเรศวร มังนรธาสอโกรธมาก เร่งให้ยกรี้พลไปหาค่ายหลวงของ นันทบุเรงที่เมืองกำแพงเพชร

พระองค์ดำ ..... เมื่อชำนะศึกจึงเสด็จกลับทางเรือ ระหว่างทางได้พบกับพระศรสุพรรณมาธิราชพระอนุชาเจ้าเมืองละแวก ซึ่งได้รับพระราชานุญาตจากพระมหาธรรมราชามาให้ช่วยศึก แต่ศึกเสร็จแล้วจึงหมายมารับศึก แต่เมื่อพบพระองค์ดำก็มิได้ถวายความเคารพ พระองค์ดำทรงพิโรธจึงตัดคอเชลยชาวหงสาวดีใส่เรือของพระศรีสุพรรณมาธิราช

นันทบุเรง ..... โกรธมากที่เชียงใหม่พ่ายครั้งนี้ จึงตรัสต่อว่าตั้งแต่ครั้งที่ให้มาช่วยพระยาพสิมรบ แล้วพระเจ้ามังนรธาสอยกทัพมาไม่ทัน นันทบุเรงให้มังนรธาสอกลับเชียงใหม่ แล้วส่งเสบียงมาเลี้ยงรี้พลในกองทัพสามแสนคน หากว่าส่งมาไม่พอจะมีโทษ มังนรธาสอเสียใจมากซ้ำยังถูกมังกะยอชะวาเย้ยหยัน ดีว่าสังขฑัตมาช่วยไว้ได้ทัน



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 04:16 AM  


Դ繷: 32


ทิมเจ็บแค้นแทนพระเพชรรัตน์ ..... จึงลอบพบกับพระศรีสุพรรณมาธิราช ซึ่งพระศรีสุพรรณมาธิราช เมื่อทราบความประสงค์ ของทิมแล้วก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ ด้วยความเจ็บใจที่พระองค์ทำกับตนเช่นนั้น .. พระศรีสุพรรณมาธิราชเสด็จคืนเมืองละแวกธานี กราบทูลให้พระเจ้ากรุงละแวกทรงทราบ เรื่องที่ตนน้อยพระทัย ที่พระนเรศวรตัดศรีษะเชลยหงสาวดีโยนใส่เรือพระที่นั่ง ทำให้เจ้าเมืองละแวกกับกรุงศรีอยุธยาไม่จำเป็นต้องเป็นไมตรีกันอีกต่อไป

พระนางเอกกษัตรีย์ ..... พระธิดาของพระศรีสุพรรณมาธิราช ทรงรับรู้ถึงความทุกข์ในพระทัยของเจ้าพ่อ จึงอาสาทำทุกอย่างเพื่อเจ้าพ่อและละแวกธานี แม้ว่าหากพ่ายศึกกับกรุงศรีอยุธยา จะถูกส่งไปเป็นตัวประกันที่กรุงศรีอยุธยาก็ตาม ทำให้เจ้าฟ้าทะละหะพระโอรสของเจ้าเมืองละแวก ผู้เป็นญาติของเอกกษัตรีย์ไม่พอใจ เพราะเจ้าฟ้าทะละหะมีใจต่อเอกกษัตรีย์ หมายจะอภิเษกสมรสด้วย

พระเจ้ามังนรธาสอ .....
เสด็จกลับถึงเชียงใหม่ ทรงน้อยพระทัยที่ถูกเจ้านันทบุเรงตรัสใช้ให้ไปทำนา
เตรียมเสบียงเลี้ยงรี้พลหงสาวดี แต่เชงทะเวกล่าวว่าควรจะดีใจที่รักษาชีวิตไว้



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 04:18 AM  


Դ繷: 33


ที่กรุงศรีอยุธยา ..... พระสนมเอกท้าวศรีจุฬาลักษณ์ลอบพบกับทิม รู้ข่าวเรื่องที่ทิมจะนำตัวออกญากำแพงเพชร น้องของท้าวศรีจุฬาลักษณ์เข้ามาในพระนคร แต่เกรงว่าบ่าวไพร่จะรู้แล้ว แล้วนำความไปเล่าต่อ จึงแกล้งใช้ช้อยไปที่กรมพระสนมช้อยไปมีเรื่องกับมณีอิน เกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น พระวิสุทธิกษัตรีย์เห็นว่าเป็นเพราะตนมิได้ยกมณีอินขึ้นมาให้สมพระเกียรติ พระนางจึงจัดการยกมณีอินเป็นพระสุนิสาของพระนาง พระองค์ขาวกับมณีอินดีใจมาก

อินทรเทวีกับสุข ..... ถูกนำตัวออกจากตรุ สุวนันทาออกอุบายให้อินทรเทวีไปอาบน้ำ แล้วค่อยเข้าไปเฝ้าในวันรุ่งขึ้น แล้วกราบทูลพระเจ้านันทบุเรงถึงความฝันว่าอินทรเทวีเผาหงสาวดี ปันให้สินบนโหรหลวงให้ทำนายเข้าข้างสุวนันทา นันทบุเรงแคลงใจเพราะไม่เชื่อว่าคนอย่างอินทรเทวีจะคิดไม่ซื่อกับหงสาวดีได้ นันทบุเรงใช้อุบายให้อินทรเทวีหนีออกจากค่ายเพื่อไปเป็นไส้ศึก หากทำสำเร็จจะได้เป็นพระอัครมเหสี อินทรเทวีตอบตกลงทันที

พระวิสุทธิกษัตรีย์ ..... ทรงยกมณีอินให้เป็นมเหสีของพระองค์ขาว ทำให้ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ไม่พอใจ เพราะแก้วปทุมหลานของตนมิได้เป็นพระสนมเอกเสียที จึงชวนไปเฝ้าพระมหาธรรมราชา แต่ระหว่างทางได้พบกับพระยายมราช สั่งห้ามมิให้พระสนมเอกได้เข้าเฝ้า ท้าวศรีจุฬาลักษณ์คับแค้นใจมาก ทิมได้นำออกญากำแพงเพชร น้องของท้าวศรีจุฬาลักษณ์มากรุงศรีอยุธยา เพื่อจะให้สืบเจตนารมณ์ของพระเพชรรัตน์



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 04:21 AM  


Դ繷: 34


ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ..... พยายามเข้าเฝ้าพระมหาธรรมราชา เมื่อสามารถเข้าเฝ้าได้สำเร็จ ก็กราบทูลขอให้น้องชายคือ ออกญากำแพงเพชรมารับราชการในพระนคร พระมหาธรรมราชาทรงอนุญาต ขณะที่พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงกังวลว่าจะเหมือนคราวที่ออกญาพระเพชรรัตน์มาอยู่ในพระนครแล้วเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น จึงพระราชเสาวนีย์ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลพระนครด้วย

พระองค์ดำโกรธมาก ..... เพราะออกญากำแพงเพชรไม่ยอมสู้ ปล่อยให้หงสาวดีเข้ามาปลูกข้าวเป็นเสบียงได้ เมื่อหลายปีก่อน คราวนี้พระองค์ดำทรงใช้ให้ออกญากำแพงเพชรไปคุมการเกี่ยวข้าว มิให้ข้าศึกมารุกรานเอาผลผลิตไปได้ พระองค์ดำนำทัพเข้าปล้นค่ายหงสาวดี ส่วนออกญาไชยบูรณ์ไปปล้นค่ายของมังกะยอชะวา นันทบุเรงโกรธมากจึงใช้กลศึกใหม่ นั่นคือส่งอินทรเทวีกับสุขกลับบ้านเมือง แต่ต้องส่งข่าวความเคลื่อนไหวของกรุงศรีอยุธยาให้ทางหงสาวดีรู้

นันทบุเรง ..... ให้มังกะยอชะวานำรี้พลไปปล้นเสบียงจากชาวบ้านที่ทำนาอยู่ โดยเหตุผลที่แท้จริงก็คือนำตัวเจ้านางอินทรเทวีและสุขไปปล่อย เพื่อให้เป็นไส้ศึกนำข่าวศึกมาให้ทัพหงสาวดี โดยนันทบุเรงสัญญากับอินทรเทวีว่าจะให้ตำแหน่งอัครมเหสี ขณะที่พระองค์ดำมีพระราชบัญชาให้ออกญากำแพงเพชร น้องของพระสนมเอกท้าวศรีจุฬาลักษณ์นำทหารไปช่วยเหลือชาวบ้าน ไม่ให้กองทัพหงสาวดีมาปล้นได้ ฝ่ายออกญากำแพงเพชรไม่สามารถต่อสู้ได้ เพราะไม่ใส่ใจในการศึก หนีกลับมาอยู่ที่เรือนของตน พระองค์ดำโกรธมาก ตัดสินประหารชีวิตออกญากำแพงเพชร แต่ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ไปอ้อนวอนพระมหาธรรมราชา ขออภัยโทษให้น้องชาย



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 05:33 PM  


Դ繷: 35


พระมหาธรรมราชา ..... ให้พระองค์ดำยกโทษให้ออกญากำแพงเพชร ทรงให้เหตุผลว่าออกญากำแพงเพชรมิได้เป็นทหารจึงไม่เชี่ยวชาญในการรบ พระองค์ดำทรงยอมตามที่พระมหาธรรมราชาขอ อินทรเทวีกับสุขได้พบกับจง ทั้งสามมาพักอยู่ที่เรือนกรมพระสนม อินทรเทวีขอให้จงพาท่องเที่ยวในเขตพระราชฐาน ระหว่างทางได้พบกับมณีจันทร์เกิดมีปากเสียงกัน มณีจันทร์จึงนำอินทรเทวีกับสุขมาเฝ้าพระวิสุทธิกษัตรีย์ .. องค์ดำนำทหารออกปล้นค่ายหลวงหงสาวดี พระโอษฐ์ข้ามพระแสงดาบปืนค่ายหงสาวดี พระเจ้านันทบุเรงโกรธมาก วางแผนให้ลักไวทำมูและพระยาพสิม ลวงพระองค์ดำมาให้ตกอยู่ในวงล้อมของตนให้ได้

อินทรเทวีกับสุขเข้าเฝ้าพระวิสุทธิกษัตรีย์ ..... แต่ไม่ทรงฟังคำสอนของพระวิสุทธิกษัตรีย์ ในครานี้พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงคืนพระยศให้อินทรเทวี ส่วนพระยาไชยบูรณ์นำทหารล้อมวังไปล้อมเรือนของพระยากำแพงเพชร ตามพระราชบัญชาของพระองค์ดำ พระสนมเอกท้าวศรีจุฬาลักษณ์โกรธมาก จึงไปเฝ้าพระมหาธรรมราชา เพื่อทูลฟ้องแต่ไปพบว่าพระมหาธรรมราชากำลังประชวรหนัก พระวิสุทธิกษัตรีย์มาพบเข้าเกิดการปะทะคารมกัน พระวิสุทธิกษัตรีย์เกรงว่าพระสนมเอกท้าวศรีจุฬาลักษณ์จะฉวยโอกาสเป็นขบถในยามที่พระเจ้าอยู่หัวประชวรจึงสั่งจำตรุไว้ก่อน

พระองค์ดำต่อตีกับหงสาวดี ..... กองทัพกรุงศรีอยุธยาเพลี่ยงพล้ำ พระองค์ดำจึงท้าประลองอาวุธ หากแพ้กรุงศรีอยุธยาก็จะยอมเป็นประเทศราชของหงสาวดี ในการประลองนั้นได้ประทวนบนหลังม้ากับลักไวทำมู แล้วได้ชัยชำนะ เมื่อกลับมาถึงพระราชวังหลวง ได้ทันเข้าเฝ้าพระมหาธรรมราชาเป็นครั้งสุดท้าย พระมหาธรรมราชาสิ้นพระชนม์อย่างสงบ หงสาวดีเลิกทัพกลับหงสาวดี พระองค็ดำขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 06:37 PM  


Դ繷: 36


ทัพหงสาวดีกลับถึงหงสาวดีแล้ว ..... นันทบุเรงโกรธมากที่ตีกรุงศรีอยุธยาไม่ได้ โปรดฯ ให้ขุนวังส่งสาส์นไปยังเมืองประเทศราชทั้งหลาย ให้เร่งบำรุงกองทัพเพื่อเตรียมตีกรุงศรีอยุธยาอีก เช่นเดียวกับทางเชียงใหม่ ที่หวาดระแวงว่าหงสาวดีจักเอาผิดกับตนที่มิได้ช่วยหงสาวดีอย่างเต็มที่ ส่วนพระสุพรรณกัลยาก็ถูกนันทบุเรงขู่ว่าหากเอาใจเข้าร่วมกรุงศรีอยุธยาก็จักทำร้าย สุพรรณกัลยาให้แม้นหาข่าวเกี่ยวกับองค์ดำและหงสาวดี เพื่อส่งข่าวให้กรุงศรีอยุธยาทราบ

นันทบุเรง ..... ตั้งให้มะวาเดเป็นเจ้าเมืองจาปะโรแทนเจ้าเมืองเก่า มังกะยอชะวาเสียใจไม่อยากจากครูของตน แต่มะวาเดรับปากว่าถ้าหากมีศึกจะยกมาช่วยหงสาวดี นันทบุเรงแค้นใจไม่หายที่ตีกรุงศรีอยุธยาไม่ได้ ในที่สุดก็สั่งให้มังกะยอชะวายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีก ศุภยากับขุนวังเป็นห่วงมังกะยอชะวา จึงออกอุบายกราบทูลนันทบุเรงว่า มังกะยอชะวาต้องพระเคราะห์ร้าย แต่นันทบุเรงไม่ฟัง พร้อมกันนี้ก็ให้เจ้าเมืองแปรไปปราบขบถเมืองคังที่แข็งเมืองขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

สุพรรณกัลยาเมื่อทราบข่าวศึก ..... จึงให้แม้นส่งข่าวไปยังกรุงศรีอยุธยา องค์ดำได้รับข่าวก็สั่งให้ตระเตรียมทัพ โดยจะยกทัพในรูปแบบกองโจรไปปล้นค่ายทัพหงสาวดี พร้อมกันนี้ก็ให้โปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชฤทธานนท์ไปเป็นเจ้าเมืองราชบุรี มณีจันทร์ยกฉิมให้เป็นเมียของพระยาราชฤทธานนท์ ขณะเตรียมการศึกหารู้ไม่ว่าหลวงอินท์ลูกน้องของพระยากำแพงเพชร เตรียมนำข่าวไปบอกออกญากำแพงเพชร



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 06:41 PM  


Դ繷: 37


หงสาวดีส่งสาส์นมายังเชียงใหม่ ..... ให้ยกทัพมาช่วยหงสาวดีรบกับกรุงศรีอยุธยา ในครั้งนี้ระบุว่าต้องนำโอรสมาเป็นตัวประกันที่หงสาวดี มังนรธาสอจำใจถวายพระไชยทีปกับพระสะโดกะยอให้แก่หงสาวดี ซึ่งทำให้มิ่งแก้วกับเชงทะเวเสียใจมาก แต่ก็จำยอม ที่หงสาวดีนันทบุเรงประกาศว่าจะตีกรุงศรีอยุธยาให้ได้ โดยให้พระยาพสิมเป็นทัพหน้า ทัพของมังกะยอชะวาเป็นทัพหลวง และของมังนรธาสอเป็นทัพหนุน

สุพรรณกัลยาส่งข่าวศึกนี้มายังองค์ดำ ..... ทำให้องค์ดำวางแผนการรบว่าจะรบแบบกองโจร แล้วองค์ดำให้พระยายมราชส่งข่าวนี้ มายังพระยาราชฤทธานนท์ เจ้ามเองราชบุรีทราบด้วย เพื่อจัดทัพมาสมทบ คืนก่อนการยกทัพทหารเอกของพระองค์ดำต่างก็หนีไปพบคนรัก ทำให้พระองค์ดำโกรธมาก เนื่องจากกลัวว่ากลับมาไม่ทันฤกษ์ยกทัพ จึงดุว่าถ้าพ่ายหงสาวดีจะตัดหัวทหารเอกที่ลอบหนีทุกคน พระยากำแพงเพชรอาสาไปทำศึกครั้งนี้ด้วย โดยให้หลวงอินทร์ไปด้วยทั้งสองต้องการทำให้กองทัพของพระองค์ดำปั่นป่วนมากกว่าไปช่วยเหลือ

กองทัพหงสาวดีเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ ..... สมเด็จพระนเรศวรทรงนำทัพไปรับที่เมืองกาญจนบุรี กองทัพหงสาวดีไม่รู้ต่อตีกองทัพหน้ากรุงศรีอยุธยามาด้วยความลำพองใจ ตกอยู่ในวงล้อมของฝ่ายอยุธยา พระยาพสิมเสียชีวิตส่วนมังกะยอชะวาหนีตายไป โดยมีมังนรธาสอเป็นผุ้ช่วยเหลือ เมื่อถึงหงสาวดีนันทบุเรงโกรธมังกะยอชะวามาก เช่นเดียวกับที่ศุภยาโกรธมังนรธาสอที่ไม่ยอมช่วยเหลือมังกะยอชะวา เจ้าสังขฑัตได้รับความเห็นจากมหาเถรเสียมเพรียมให้เข้ามาให้กำลังใจหงสาวดี



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 06:44 PM  


Դ繷: 38


นันทบุเรงคิดว่า ..... สังขฑัตมาด้วยใจที่เข้าข้างฝ่ายหงสาวดีจึงให้การต้อนรับ ยิ่งตอกย้ำความไม่พอใจให้แก่มังกะยอชะวามากขึ้น มังกะยอชะวาตบตีตองชเวเพื่อระบายความแค้น สังขฑัตได้รู้ได้เห็นจึงเผยความในใจว่ายินดีแบ่งเบาความทุกข์ในใจของนาง ขุนวังแอบเห็นสายตาที่สื่อความสัมพันธ์ของสังขฑัตได้ นันทบุเรงตัดสินใจยกกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีก ขณะที่กรุงศรีอยุธยาก็มิได้วางใจตระเตรียมทัพไว้รับศึกเช่นกัน

เชียงใหม่นำทัพเข้ามาร่วมกับหงสาวดี ..... เพราะเกรงว่าถ้าไม่มาร่วมลูกสองคนที่เป็นตัวประกันอยู่จะต้องตาย ส่วนสุวรรณฉัตรได้แรงยุจากจันทราผุ้เป็นแม่ว่า ให้อ้างเหตุผลต่างๆ นานาเพื่อมิต้องร่วมรบ คอยเวลาหงสาวดีแพ้แล้วค่อยยกทัพมาชิงเมือง ส่วนเมืองยะไข่พระเจ้ามินปะลองได้แรงยุยงจาก เดอบริโดพ่อค้าชาวโปรตุเกสที่หวังให้ยะไข่เป็นใหญ่เหนือหงสาวดี จึงวางแผนให้เจ้านางเมวดีหาทางทำให้ขวัญ และกำลังใจของแม่ทัพหงสาวดีเสีย และเกิดความหวั่นเกรงในการศึก

เมวดีแกล้งทำป่วย ..... ให้มังกะยอชะวาออกจากอุโบสถที่ทำพิธี เป็นการทำลายพิธีศักดิ์สิทธิ์ ก่อนยกทัพออกจากเมือง เมวดีทำสำเร็จนันทบุเรงโกรธมากเช่นเดียวกับศุภยา ความกลัวความพ่ายแพ้ทำให้ นันทบุเรงคาดโทษกับสุพรรณกัลยาว่า ถ้าหงสาวดีพ่ายก็หมายถึงชีวิตของนางด้วย สุพรรณกัลยาลอบส่งข่าวศึกมายังกรุงศรีอยุธยา พระองค์ดำตระเตรียมกองทัพรับมือหงสาวดี ส่วนพระวิสุทธิกษัตรีย์ให้พระโหราตรวจชะตาบ้านเมือง ปรากฎว่าบ้านเมืองมีชะตาดี เสียก็แต่พระนางเจ้าเองที่จะต้องเสียของรัก ทำให้พระวิสุทธิกษัตรีย์เป็นกังวลพระทัยมาก



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 06:46 PM  


Դ繷: 39


มังกะยอชะวารีบมาที่ตำหนักของเมวดี ..... ทำให้พิธีศักดิ์สิทธิ์ก่อนออกศึกล้มเหลว ศุภยาโกรธมากศุภยาตามมังกะยอชะวามาถึงตำหนักเมวดี ด่าทอเสียหายเช่นเดียวกับนันทบุเรงมาที่ตำหนักของสุพรรณกัลยา คาดโทษว่าหากทัพหงสาวดีพ่าย สุพรรณกัลยาจะได้รับอันตราย หงสาวดีนำรี้พลมาถึงแสนสี่หมื่น มากกว่ารี้พลของกรุงศรีอยุธยารวมกันเสียอีก แต่ตลอดทางมังกะยอชะวามีแต่ความหวั่นกลัว ขณะที่ทัพขององค์ดำมีแต่ความฮึกเหิม

ระหว่างทางเกิดลมพายุ ..... มาต้องเศวตฉัตรของมังกะยอชะวาหัก ทำให้มังกะยอชะวาใจเสียยิ่งขึ้น ขุนวังหาทางกราบทูลว่าเป็นลางดีมากกว่าลางร้าย แต่มังกะยอชะวาก็มิเชื่อ องค์ดำใช้กลศึกม้ากินสวนปล้นค่ายแล้วถอยหนี ขุนทหารทั้ง ๗ คนนำทหารออกปล้นค่าย กองทัพหงสาวดีเสียหายยับเยิน มังกะยอชะวาร้องไห้แสดงความอ่อนแอออกมา จนขุนวังมะวาเดรับปากจะปกป้องชีวิตของมังกะยอชะวา

พระองค์ดำ ..... ให้พระยาพิชัยรณฤทธิ์ พระพิชิตรรณรงค์ และขุนทหารทั้ง ๗ ออกไปปล้นค่ายหงสาวดีทั้งหมดได้ชัยชนะ ทำให้มังกะยอชะวาโกรธมาก พระองค์ดำทรงทราบกำลังข้าศึก เห็นว่ามีมากกว่าฝ่ายตนหลายเท่า จึงคิดกลศึกให้ออกไปรับทัพนอกเมือง ที่ค่ายหลวงของกรุงศรีอยุธยาที่หนองสาหร่าย ห่างจากค่ายหลวงของหงสาวดีอยู่เพียงเดินเท้า ๓ วัน พระองค์ดำทรงใช้ให้พระยาศรีไสยรณรงค์ และพระยาราชฤทธานนท์ออกไปลาดตระเวน หยั่งกำลังข้าศึกแต่มิให้รบเพราะเกรงว่าจะพ่ายแพ้ได้



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 07:00 PM  


Դ繷: 40


ทหารที่พระองค์ดำ ..... สั่งให้ไปหยั่งกำลังข้าศึกไปต่อสู้กับหงสาวดี ขัดพระราชบัญชาของพระองค์ดำ ทำให้กองทัพแตกพ่ายพระองค์ดำทรงทราบข่าวก็ให้พระยามหาสงครามไปส่งข่าวว่าให้ถอยทัพหนี ฝ่ายมังกะยอชะวาเข้าใจว่าทัพหน้าของกรุงศรีอยุธยาแตกพ่ายก็ย่ามใจขับรี้พลตามมาหมายจะตีค่ายหลวงให้แตก พระองค์ดำเสด็จออกไปรับทัพ ขณะที่มีการสู้รบกันนั้นฝุ่นตลบไปทั่วจนมองไม่เห็นอะไร และด้วยช้างทรงของพระองค์ดำตกน้ำมัน ทำให้วิ่งฝ่าไปในวงล้อมของหงสาวดี พระองค์ดำจึงใช้ปฏิภาณกล่าวท้าทายให้มังกะยอชะวาทำยุทธหัตถี มังกะยอชะวาเกิดความละอายจึงรับคำท้า ผลของการทำยุทธหัตถีคราวนั้น มังกะยอชะวาพ่าย พระองค์ขาวก็ทำให้ยุทธหัตถีกับเจ้าเมืองปาจะโรและได้ชัยชนะเช่นกัน

ที่หงสาวดี ..... พระสุพรรณกัลยาถูกข่มขู่หนักว่า หากทัพหงสาวดีปราชัย ก็เท่ากับสุพรรณกัลยาจะต้องตายเพื่อชดใช้ให้หงสาวดี แต่พระสุพรรณกัลยาหาได้หวั่นเกรงไม่

สมเด็จพระนเรศวร ..... นำทัพกลับมายังกรุงศรีอยุธยา ทรงน้อยพระทัยที่ทหารตามเสด็จในการศึกไม่ทัน หากว่าพระองค์มิทรงใช้ปฏิภาณแล้ว ก็อาจเสียชีวิตท่ามกลางศัตรูได้ แต่เป็นเพราะพระองค์ทรงท้าทายอุปราชมังกะยอชะวา ให้กระทำยุทธหัตถีกันจึงได้ชัยชำนะมา พระนเรศวรจึงคิดประหารชีวิตทหารทุกคนที่มีความผิด เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไปในภายภาคหน้า แต่ได้โปรดฯ ให้จองจำไว้ในตรุเสียก่อน

เจ้าพระยาสุรสีห์ ..... ได้ให้สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของพระองค์ดำ มาบิณฑบาตรทูลขอชีวิต เหล่าทหารหาญเหล่านั้น พระองค์ดำทรงยินยอม แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องตีเมืองทวายและเมืองตะนาวศรีให้ได้ จึงจักยกโทษให้


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 07:07 PM  


Դ繷: 41


ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๑๓๕ ..... หลังจากนั้นทรงรบพุ่งเผชิญสงครามกับพม่าตลอดระยะเวลายาวนาน โดยทรงเอาชนะพม่าได้ทุกครั้ง จนพระเกียรติระบือลือเลื่อง ในปี ๒๑๓๕ ทรงทำสงครามยุทธหัตถีครั้งประวัติศาสตร์กับ พระมหาอุปราชามังกะยอชะวา พระโอรสของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงที่หนองสาหร่าย สุพรรณบุรี ทรงจ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าวถูกพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง นับเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก ..

เจ้าสังขทัต เจ้าเมืองตองอู ..... ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของพระเจ้านันทบุเรง นำความมากราบทูล ข่าวการตายของมังกะยอชะวาทำให้นันทบุเรงกับศุภยาเสียใจมาก พระเจ้านันทบุเรงโกรธมาก เสวยน้ำจัณฑ์จนเมามาย ศุภยาขอร้องให้นันทบุเรงแก้แค้นแทนลูก

ทว่าวันแห่งชัยชนะ ..... ต้องแลกมาด้วยหยาดโลหิตของผู้อยู่เบื้องหลัง สุพรรณกัลยาทรงทราบข่าวศึกว่า พระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ ด้วยพระหัตถ์พระอนุชา กรุงศรีอยุธยามีชัยชำนะเหนือหงสาวดี ก็ทรงตระหนักว่าวันที่ทรงอดทนรอคอยตลอดยี่สิบปีในดินแดนศัตรูมาถึงแล้ว ทรงยอมรับชะตากรรมอย่างกล้าหาญเด็ดเดี่ยว .. จันทร์กับแม้นเป็นห่วงจึงไปนำเชลยไทยมาอยู่ที่ตำหนักเพื่อปกป้องสุพรรณกัลยา ซึ่งเป็นไปตามที่ทรงคิดไว้ นันทบุเรงเสียพระทัยเสวยน้ำจัณฑ์จนเมามาย แล้วเสด็จไปที่ตำหนักของสุพรรณกัลยา พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง ทรงปรี่เข้ามาหาด้วยโทสะแรงกล้าที่ทรงเสียพระราชโอรส แล้วใช้พระแสงดาบฟัน พระสุพรรณกัลยาจนสิ้นพระชนม์ พร้อมพระราชธิดาพระองค์น้อย วินาทีนั้น สุพรรณกัลยาทรงรู้สึกเป็นอิสระยิ่งกว่าอิสระใดที่เคยทรงประสบมา .. พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง ทรงบันดาลโทสะไม่สิ้นสุด ใช้พระแสงดาบฆ่าฟันบ่าวไพร่ แม้น จันทร์ ตายอย่างอนาถ .. จากนั้นก็ทรงเศร้าโศกเสียพระทัยเป็นอย่างมาก

ข่าวสิ้นพระชนม์ของพระสุพรรณกัลยา .....
ทำให้พระวิสุทธิกษัตรีย์ถึงแก่ประชวร แต่ภายหลังก็ทรงเข้มแข็ง
และเป็นกำลังใจให้แก่พระราชโอรส เพื่อรอเวลาแก้แค้นให้พระสุพรรณกัลยา

ศุภยาเสียใจที่ลูกและพ่อของตนเสียชีวิต ..... ในการศึกครานี้ จึงกล่าวอาฆาตทุกคน ศุภยาไปยังตำหนักของเมวดีและตองชเวเพื่อหาเรื่อง แลขับไล่ให้กลับไปยังบ้านเมืองของตน เมวดีไม่ยอมกลับนำเรื่องความรักและความผูกพันมาเป็นข้ออ้าง ส่วนตองชเวเสียใจ นึกถึงคำของสังขฑัตได้ว่าพร้อมจะช่วยเหลือ จึงให้เนงบ่าวคนสนิทนำความนี้ไปบอกแก่สังขฑัต ซึ่งต่อมาสังขฑัตได้ทูลขอตองชเวไปเป็นมเหสี นันทบุเรงทรงอนุญาต



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 07:10 PM  


Դ繷: 42


เสร็จศึกหงสาวดี ..... พระนเรศวรทรงยกกองทัพไปตีเมืองละแวก จับนักพระสัฎฐาได้ แล้วกวาดต้อนครัวละแวกมาเป็นเชลยได้จำนวนมาก ในครั้งนั้นพระนางเอกกษัตรีย์ ธิดาพระยาละแวกถวายตัวเป็นพระสนมของพระนเรศวร ทำให้เจ้าแก้วปทุมไม่พอใจเป็นอย่างมาก หาทางกลั่นแกล้งเอกกษัตรีย์ มณีรัตนาวางตนสมเป็นพระอัครมเหสี เป็นที่ต้องพระทัยของพระวิสุทธิกษัตรีย์เป็นอย่างมาก

พ.ศ.๒๑๓๘ ..... พระนเรศวรตัดสินพระทัยไปตีเมืองหงสาวดี ได้ตั้งล้อมเมืองอยู่ถึง 3 เดือน แต่ต่อมาได้ข่าวศึกว่ากองทัพพระเจ้าแปร พระเจ้าอังวะ และพระเจ้าสังขทัตแห่งเมืองตองอูยกทัพมาช่วย เห็นว่ามีกำลังรี้พลมากมายจึงเสด็จยกทัพกลับ แต่พระเจ้าแปรยกทัพมาช้า ทำให้นันทบุเรง โกรธมาก พระเจ้าแปรตั้งตนเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อหงสาวดี

เจ้าสังขทัตโอรสพระเจ้าตองอู ..... เห็นว่าหงสาวดีกับแปรแตกแยกกัน ขณะเดียวกันก็คร้ามเกรง พระบารมีของพระนเรศวรอยู่ด้วย จึงคิดจะมาเข้าพวกกับกรุงศรีอยุธยา โดยวางแผนว่าเมื่อพระนเรศวรตีกรุงหงสาวดีแตกตนก็อาจได้ครองหงสาวดี จึงลอบแต่งทูตให้นำบรรณาการมาถวายพระนเรศวร และให้ทูตกราบทูลว่าหากยกทัพไปตีหงสาวดีเมื่อใด ตนจะช่วยรบ ขณะเดียวกันเจ้าสังขทัตก็ติดต่อกับยะไข่ ซึ่งประกาศตนเป็นศัตรูกับหงสาวดี ให้เจ้ายะไข่นำบรรณาการมาถวายพระนเรศวรด้วยเช่นกัน ทั้งนี้พระเจ้า ยะไข่ต้องการหัวเมืองมอญที่อยู่ปากน้ำอิระวดีเป็นอาณาเขต พระนเรศวรจึงเตรียมรี้พลไปตีหงสาวดี อีกครั้งหนึ่ง โดยให้พระยาจักรีคุมกองทัพล่วงหน้าไปสะสมเสบียงที่เมาะลำเลิงก่อน



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 07:14 PM  


Դ繷: 43


แผนการของเจ้าสังขทัตล้มเหลว ..... เพราะที่ตองอูมีมหาเถรองค์หนึ่ง ชื่อ พระมหาเถรเสียมเพรียม ซึ่งเป็นอาจารย์ของพระเจ้าสังขทัตได้ทูลทัดทานไว้ พระเจ้าสังขทัตทรงเชื่อแล้วทำตามคำยุยงของมหาเถรผู้นี้ โดยให้แต่งคนออกมาเที่ยวลวงพวกมอญที่เมาะตะมะว่า จะถูกทหารกรุงศรีอยุธยาจับ ชาวมอญจึงพากันหลบหนี และเกิดการขบถขึ้น ขณะเดียวกันกองทัพยะไข่ก็ล้อมเมืองหงสาวดี ข่าวเรื่องพระนเรศวรกำลังยกทัพใหญ่มา ก็ยิ่งทำให้พระเจ้านันทบุเรงกลัวยิ่งขึ้น เจ้าสังขทัตอาสายกทัพไปช่วยหงสาวดีรบ แต่ความจริงแล้วไปทำกลลวง ให้พระเจ้านันทบุเรงเกิดความหวาดกลัว นันทบุเรงไปขอให้สุวรรณฉัตร ซึ่งไปอยู่ที่อังวะช่วย สุวรรณฉัตร ก็วางเฉย เช่นเดียวกับมังนรธาสอ ที่ไปเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ ก็สวามิภักดิ์ต่อกรุงศรีอยุธยา ถึงกับส่งพระโอรสมาเป็นองค์จำนำอยู่ที่ กรุงศรีอยุธยาด้วย เจ้านันทบุเรงจึงอยู่ในภาวะโดดเดี่ยว ในที่สุดก็ยอมยกให้เจ้าสังขทัตผู้เป็นหลานได้เป็นผู้สำเร็จราชการแทน

ต่อมาเจ้าสังขทัต ..... ลวงพระเจ้านันทบุเรงออกจากหงสาวดีไปอยู่ที่ตองอู กองโจรยะไข่เข้าเมืองหงสาวดีได้ก็เผาจนหมดเมือง พระนเรศวรยกทัพมาเหลือแต่เมืองร้างก็พิโรธมาก ต่อมาเจ้าสังขทัต เอายาพิษให้พระเจ้านันทบุเรงเสวยสวรรคต สังขทัตได้ครองตองอู ส่วนทางอังวะเมื่อเจ้าสุวรรณฉัตรทรงทราบว่าพระเจ้านันทบุเรงสวรรคตก็ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ครองอังวะสืบมา และขยายอาณาเขตออกไปกว้างขวาง

พระนเรศวร ..... สร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่กรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ พระองค์ทรงอยู่ในกองทัพมากกว่าในพระราชวัง ทรงเสี่ยงพระองค์เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของบ้านเมือง ด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของพระองค์นั่นเอง ที่ทำให้พระองค์มีชัยจนได้รับการขนานนามว่า ..... มหาราชกู้แผ่นดิน



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 22/06/2004 07:32 PM  


Դ繷: 44

พระสุพรรณกัลยา ที่จริงมีนีด้วย พระสุพรรณกัลยาณี

     : หลิน       : 4/09/2005 09:04 AM  


Դ繷: 45


พระสุพรรณกัลยา หรือ พระสุวรรณกัลยา หรือ พระสุวรรณเทวี ที่ชาวพิษณุโลกถวายพระเกียรติยศว่าเป็นผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติ แม้ในพงศาวดารไทยจะไม่ได้กล่าวถึง มีเพียงปรากฎอยู่ในเอกสารพม่า คือ คำให้การชาวกรุงเก่า และคำให้การขุนหลวงหาวัด

กองทัพภาคที่ ๓ ได้จัดสร้างพระอนุสาวรีย์ของพระองค์ประดิษฐาน ไว้ ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อยู่ใกล้ๆ กับพระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระเอกาทศรถ มีชื่อว่า พระอนุสาวรีย์ พระสุพรรณกัลยาณี เท่านั้น






     : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล     : 5/09/2005 10:00 AM  


Դ繷: 46

น่าสงสาร
ถูกฟันเกลียดนันทบุเรงที่สุด

     : แพรว  Mail to แพรว     : 5/11/2005 04:03 PM  


Դ繷: 47

ดาราสวยเยอะ

     : เจน       : 12/01/2006 05:18 PM  


Դ繷: 48

สนุกและตื่นเต้น

     : วาสนา       : 27/01/2006 11:56 AM  



::
  *
 
::
 
 
ٻСͺ ::
  Թ 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
´ ::
  *
  ٻʴҡ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.