| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



อยากให้ SEX กับรักรู้จักกัน
     
 


อ้างอิงจาก ..... Sex รู้จัก รักรู้ใจ / อยากให้ Sex กับรักรู้จักกัน
หนังสือ ..... นิตยสาร GM
เขียนโดย ..... พันธกร
ภาพประกอบ ..... จาก E-Card ของ พี่วุฒิ
แลกเปลี่ยนมุมมองอย่างสุภาพและสร้างสรรค์ ได้ที่ ..... puntagorn@yahoo.com



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/


๐ / ๘

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    19/04/2004 04:17 PM  (203.195.105.34)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


เดินเข้าร้านหนังสือวันนี้ ..... เราจะได้เห็นบทความเชิงเพศศึกษาและจิตวิทยาความสัมพันธ์ของ ... พันธกร ... เจ้าของคอลัมน์ Soul of Sex ในนิตยสาร GM วางอยู่ บทความของเค้าต่างไปจากหนังสือแนวเดียวกันเล่มอื่นๆ อย่างมาก ด้วยว่าไม่ใช่การแปลเรื่องมาจากฝรั่ง ไม่ได้มุ่งหวังให้คนเสพติดเพศสัมพันธ์ แต่ผลักดันให้คนหันมาเข้าใจ ... ความสัมพันธ์ที่แท้จริง ... เหนือสิ่งอื่นๆ

นี่คือ ๑๐ คำถาม คำตอบ .....
เพื่อตีแผ่ความคิดของเค้า และ เพื่อให้เราเห็นบางสิ่งบางอย่าง
ในหนังสือทั้งสองเล่มคือ ... อยากให้ Sex กับรักรู้จักกัน และ Sex รู้จัก รักรู้ใจ

คุณมาเขียนบทความแนวนี้ที่ GM ได้อย่างไร และยึดหลักอะไรในการเขียน

ผมเสนอตัวผ่านเพื่อน ..... ซึ่งรู้จักกับบรรณาธิการของ GM พอดีตอนนั้นได้ศึกษาเรื่องตำรากามาสุตราของฮินดู แล้วพบว่าหัวใจสำคัญของเค้า ไม่ใช่การมุ่งเสพสุขทางเพศสัมผัสอย่างเดียว แต่เป็นหนทางหนึ่งสู่การบรรลุถึงเป้าหมายบางอย่างในชีวิต ซึ่งไม่ใช่บรรลุจุดสุดยอดทางเพศแน่ คัมภีร์ที่พูดถึงหนทางในการเข้าสู่ความสุขสูงสุด ๔ ประการ โดยอีก ๓ ประการที่เหลือคือ ธรรมะ เข้าสู่ความสุขด้วยการบรรลุในหลักปฏิบัติทางศาสนา และสำเร็จหน้าที่ในสังคม อัตถะ ความสุขในโภคทรัพย์อันพอสมควร และ โมกขะ ความสุขอันเกิดจากมโนธรรม คือสำนึกเหนี่ยวรั้งให้ห่าง ละ ในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร หากมนุษย์ปฏิบัติทั้ง ๔ ข้ออย่างสมดุลกัน ความสุขอันเป็นที่สุดก็ย่อมจะเกิดขึ้นทั้งกับตัวเค้า คนใกล้ชิด และสังคมส่วนรวม ผมก็ใช้หลักนี่เป็นบรรทัดฐาน ยึดและย้ำกับผู้อ่านในช่วงต้นๆ ว่า Love = Sex ถ้าไม่รักอย่ามีเซ็กซ์ อย่าเอาเซ็กซ์เข้าแลกความรัก เพราะฉะนั้นเมื่อรวมเป็นพ้อคเกตบุ้คส์ ผมจึงใช้ชื่อว่า ... อยากให้ Sex กับรักรู้จักกัน


๑ / ๘

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/04/2004 04:20 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


ทำไมเซ็กซ์กับรักต้องรู้จักกัน

ถ้าเซ็กซ์กับรักไม่รู้จักกัน ..... จะเกิดความเอียงขึ้น ไม่สมดุล เราทราบกันในเชิงวิทยาศาสตร์แล้วว่าผู้ชายดำเนินกิจกรรมทางเพศด้วยฮอร์โมนเพศ ด้วยแรงขับทางเพศ แต่ผู้หญิงใช้ฮอร์โมนรัก ฮอร์โมนแห่งความจงรักภักดี ผู้หญิงดีๆ ที่เค้ามีความสัมพันธ์กับใครก็ตาม ต้องด้วยเพราะความรัก มากกว่าความใคร่ ผู้ชายในยามที่มีความใคร่ ไม่ใส่ใจในเรื่องของความรัก ไม่รักเลยก็เสพสุขกันได้ อันนี้ธรรมชาติกำหนดมาเพื่อการสืบเผ่าพันธุ์และขยายเผ่าพันธุ์ ผู้ชายจึงจงรักภักดีน้อยกว่าผู้หญิง ซึ่งยึดมั่นถือมั่นในความรักและคนรัก และยอมมีเซ็กซ์เพื่อเป็นเครื่องเซ่นพลีให้แก่ความรัก ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ... ดังนั้น ผู้หญิงต้องการความรัก ความอ่อนโยน ความรับผิดชอบ และความซื่อสัตย์ ผู้ชายต้องการความหรรษา เซ็กซ์กับรักจึงต้องเผชิญหน้ากันอยู่เสมอในสงครามชีวิตคู่ ผู้หญิงมักวิตกกังวล กลัวว่าฝ่ายชายจะไม่รักจริง ผู้ชายก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องเพศ กลัวจะทำได้ไม่ดี ไม่เก่ง และสารพัดไม่... แต่ไม่ค่อยกังวลเรื่องของความรัก ... ไม่รัก ... รักแค่ไหน ... รักกลายเป็นเรื่องรองในการแสดงออกประจำวันของฝ่ายชาย

หากผู้หญิงเข้าใจว่า ..... ผู้ชายมีธรรมชาติของความต้องการแบบหนึ่ง และตัวเธอเองก็อยู่ในกลไกอีกแบบหนึ่ง แล้วปรับเข้าหากันได้ไหม อย่าตั้งคำถามทุกวันว่าเค้ายังรักฉันไหม เค้าไปแอบรักใครอีกหรือเปล่า อย่าทำ หรือทำก็ทำให้น้อยที่สุด ปีละครั้งก็พอ :-) ... เพราะพอเกิดคำถามนี้ขึ้นมา มันทุกข์ มันหวาดระแวง ซึ่งส่งผลให้เซ็กซ์เสื่อม หรือไม่มีความสุขกับเซ็กซ์ อย่าเอาแต่เรียกร้องความรัก ถ้ารู้ว่าผู้ชายรู้สึกรักเพิ่มขึ้นเสมอหลังจากเค้าพ้นจุดสุดยอด ก็ต้องไปให้ถึงตรงนั้น ไปด้วยกัน พากันไป อันนี้คือหลักความจริงตามวิชาเพศศึกษา ฮอร์โมน การแพทย์ และจิตวิทยา เพราะฉะนั้นผู้หญิงต้องไม่รังเกียจเซ็กซ์ อย่าสะดิ้งว่าเป็นสิ่งสกปรก เราไม่ได้สำส่อน เราเต็มที่เพื่อคนคนนี้ เค้าคือคู่ชีวิตของเรา คนเดียวในดวงใจ ไม่มีใครว่าเรา และไม่มีใครไปรู้เรื่องของเราหรอก

ส่วนผู้ชายเมื่อรู้ว่า ..... ผู้หญิงเค้ากังวลมากกับความรักและการแสดงออกเพื่อย้ำถึงความรัก ก็สมควรจะเห็นใจและทำเพื่อหญิงคนรักของตัวบ้าง ที่ไม่เคยอ่อนโยน ไม่เคยโรแมนติกเลย ก็ลองๆ ดูบ้างเถอะ ที่เคยเอาแต่ควบๆ จะไปให้ถึงจุดหมายอยู่คนเดียว ก็หันมาใส่ใจอีกฝ่ายดูบ้างเถอะ สัมผัสบางอย่างมันบอกถึงความรัก ความเอาใจใส่ ความทะนุถนอม ต้องทำเพราะมันจะช่วยย้ำความสุขใจ ความอุ่นใจ ความเชื่อมั่นเชื่อใจของอีกฝ่าย ... เพราะฉะนั้น ถ้าผู้หญิงไม่รังเกียจเซ็กซ์ ไม่เอียงอายโอ้เอ้ ผู้ชายก็ใส่ใจต่อความรัก และการสื่อสารเพื่อย้ำถึงความรัก ชีวิตคู่มันก็ลงตัว ไม่มีปัญหา เซ็กซ์กับรักจึงควรต้องมาทำความรู้จักกัน นัยลึกๆ ของมันก็คือ ทั้งชายและหญิงต้องศึกษาธรรมชาติของกันและกันให้ปรุโปร่ง แล้วดูแลกันให้ถึงที่สุดในทุกๆ เรื่อง


๒ / ๘

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/04/2004 04:21 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


เซ็กซ์มีความลึกซึ้งถึงขั้นนั้น?

ที่จริงลึกซึ้งกว่านั้น ..... เซ็กซ์คือความรักกัน ศรัทธาในกันและกัน คือการเลือกแล้ว พิจารณาแล้ว คือการไว้เนื้อเชื่อใจกัน ใส่ใจในกันและกัน คือสติ และคือความรับผิดชอบด้วย รับผิดชอบตั้งแต่ความสุขของกันและกัน การตั้งครรภ์ โรคติดต่อ แผนการชีวิตในอนาคต และหนทางที่จะอยู่ด้วยกันทั้งบนเตียงและในโลกตลอดชีวิต


เราเป็นพวกอนุรักษ์นิยมสุดโต่งแค่ไหน

พวกเรากำลังคิดว่าผมหัวโบราณถูกไหม? ..... ผมค่อนข้างหัวโบราณ แต่ไม่ปิดกั้นการจับจูงกันไปเสพสุขในโรงแรมและนิวาสสถานส่วนตัว ไม่มีกติกาว่าต้องร่วมรักกันหลังจากแต่งงานแล้วเท่านั้น ไม่รังเกียจคนที่อยู่ด้วยกันโดยไม่ได้แต่งงาน ผมว่าผมเปิดกว้างในเรื่องเซ็กซ์ แต่ผมเคร่งครัดในเรื่องความรับผิดชอบ ... เซ็กซ์เป็นเรื่องที่เปลืองทั้งตัวและความรู้สึก คนนึกว่าขึ้นเตียงด้วยกัน จบแล้วก็จบไป ถ้าเจอคู่ที่เข้าใจตรงกันอย่างนั้นก็ง่าย ในหนังสือผมเขียนไว้เลยว่า ก่อนขึ้นเตียง ทำความตกลงหรือทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า เรามีอะไรๆ กันครั้งนี้ ด้วยเงื่อนไขแค่ไหน เป็นคนรักกัน หวังจะสร้างชีวิตร่วมกันจนอีกแสนวันล้านวันข้างหน้า หรือว่าสนุกกันชั่วโมงนี้ หลังจากนั้นชีวิตใครชีวิตมัน เป็นอิสระ ไม่ผูกพัน ไม่ผูกมัด ผมว่าถ้าเข้าใจกติกานี้ตรงกัน มันก็ไม่มีปัญหา อย่างนี้จะยังคิดว่าผมหัวโบราณอยู่อีกไหม :-)

แต่ที่ผ่านมา .... มักจะเข้าใจไม่ตรงกัน และมักจะเกิดการฆ่าฟันกัน ฟ้องร้อง ทะเลาะตบตี เกิดกรณีเมียหลวงเมียน้อย เพราะฝ่ายหนึ่งมักมาก หยุดตัวเองไม่ได้ ไม่ซื่อสัตย์ และไม่รับผิดชอบ หรืออาจเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจผิด นึกว่าตัวก็เมีย แต่เปล่า อีกคนเค้าคิดแค่ว่าเป็นทางผ่าน สนุกๆ กันไม่ใช่เหรอ อย่างนี้ก็ยุ่ง ไม่ใช่ยุ่งแค่คนสองคน ยุ่งไปทั้งสังคม โดยเฉพาะการทำแท้ง การทิ้งเด็ก หรือปล่อยให้เด็กเผชิญโลกเอาเอง เราไม่คิดหรือว่าเด็กที่เป็นผลผลิตอันสืบมาจากความสนุกคือ ระเบิดเวลาของสังคม เพราะพ่อแม่เค้าไม่รับ ไม่เลี้ยง ไม่อบรม ไม่ดูแล ให้ความอบอุ่นทางใจ ... พวกเค้าจะสอนอะไรหรือชี้ทางอะไรแก่เด็กๆ เหล่านี้ได้ ... เมื่อตัวเค้าเองก็ยังหลงทางอยู่

ในหนังสือผมจึงย้ำกับคนอ่านว่า .....
“ถ้าเราทำให้เซ็กซ์มีค่า เซ็กซ์ก็จะเป็นค่าของเรา”


๓ / ๘

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/04/2004 04:24 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


หนังสือทั้งสองเล่มมีอะไรต่างกัน

มีวาระการพิมพ์ที่ต่างกัน :-) ..... มีสิ่งที่ต่างกันนิดหน่อย แต่หัวใจของมันเหมือนเดิม ในเล่มที่ ๒ คือ “Sex รู้จัก รักรู้ใจ” ผมจึงใช้ว่า อยากให้ Sex กับรักรู้จักกัน Vol.2 ... สิ่งที่ต่างกันคือ เล่มแรกนั้น เราพูดถึงเซ็กซ์เพื่อให้คนทั้งสองเพศเข้าใจตรงกัน ผู้หญิงต้องรู้จักกลไกที่เกี่ยวข้องกับความต้องการทางเพศของผู้ชาย ผู้ชายต้องเข้าใจกลไกที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศของผู้หญิง และทั้งผู้ชายและผู้หญิงต้องเข้าใจกลไกและเงื่อนไขทั้งหมดของเพศตัวเองด้วย จากนั้นเราพูดถึงความรักที่ไม่ใช่นามธรรม แต่อธิบายเป็นวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา เพื่อให้คนอ่านเห็นค่าของมัน และมีเก็บไว้เป็นต้นทุนอย่างหนึ่งของชีวิต ทั้งชีวิตโสดและชีวิตคู่ มีอยู่บทหนึ่งพูดถึงเรื่อง “เตรียมตัวที่จะรัก” มีหลักให้สำรวจตัวเอง ความพร้อม และหลักในการเลือกคู่ จากนั้นก็เริ่มพาขึ้นเตียงแล้ว วิธีการเล้าโลม ท่วงท่าลีลารักในแบบต่างๆ ในเงื่อนไขต่างๆ ฯลฯ

แต่เล่มถัดมา ..... ทิ้งเวลาห่างกัน ๑ ปีนะครับ เพราะฉะนั้นเข้าร้านหนังสือวันนี้อาจเห็นแค่เล่ม ๒ เล่มเดียว เล่ม ๑ อาจต้องดิ้นรนหน่อย เล่ม ๒ นี่ต่างจากเล่มหนึ่งตรงที่เราได้เคสต่างๆ จากผู้อ่านที่เมล์มาคุยกัน ถามโน่นถามนี้ ผมว่ามันเข้าใกล้ชีวิตจริงมากที่สุด แนบชิดติดขอบเตียงที่สุด เพราะคำถามทั้งหมดมันมาจากข้อติดขัดจริงๆ ขณะที่เล่มแรกเราให้ทิปส์ต่างๆ ไปเยอะมาก เล่มสองเราไม่ต้องให้ทิปส์แล้ว เราแค่ตอบคำถามเค้าให้กระจ่าง ซึ่งคำถามเหล่านั้น เชื่อว่ามันเกิดกับทุกคนทุกคู่นั่นแหละ มันเป็นประโยชน์มาก ตรงที่ไม่ใช่ทฤษฎี มาจากชีวิตคู่จริงๆ ... เล่มสองนี่ ผมลงรายละเอียดเยอะขึ้น ทั้งเรื่องของจิตวิทยาชีวิตคู่ เซ็กซ์ทิปส์และทริกส์ต่างๆ มองเซ็กซ์ในเชิงสุขภาพด้วย ไขปัญหาด้วย เติมรสชาติที่ชุ่มฉ่ำให้ชีวิตคู่ต้องทำอย่างไร มันลึกกว่าเล่มแรก และมันขยายขอบเขตมาถึงการพูดเรื่องเซ็กซ์ในครอบครัวแล้ว ไม่ใช่เฉพาะคนสองคนแล้ว แต่พูดในระดับที่เซ็กซ์เป็นกิจกรรมปกติของมนุษย์ ทำอย่างไรถึงจะปกติ เมื่อผิดปกติจะแก้ไขอย่างไร


๔ / ๘

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/04/2004 04:25 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


หนังสือของคุณต่างจากหนังสือที่เขียนถึงเซ็กซ์เล่มอื่นๆ อย่างไร

ตรงไปตรงมา ..... ผมเป็นพวกไม่อ้อมค้อม เพราะสำหรับผม เซ็กซ์เป็นเรื่องที่เราพูดได้ เป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่หากที่ทางเหมาะดี ไม่มีลูกเล็กเด็กแดงที่ยังไม่ประสีประสานั่งอยู่ เราควรจะหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันได้ เหมือนคุยกันโขมงโฉงเฉงเรื่องข่าวคนถูกฆ่าตาย นักศึกษาถูกอาจารย์ข่มขืน ทนายมุสลิมถูกอุ้ม ข้อสอบเอนทรานซ์รั่ว ดาราคนไหนถ่ายนู้ดบ้าง ผมว่าเซ็กซ์ต้องเป็นอย่างนั้น เป็นเรื่องธรรมดา มีสาระกว่าข่าวเลวๆ หลายข่าวเสียอีก ... เพราะฉะนั้นต้องคุยกันได้เหมือนคุยเรื่องทั่วๆ ไป ผมจึงคุยกับคนอ่านแบบตรงไปตรงมา แต่ไม่ลามกหรือหยาบคาย ไม่วิชาการจ๋า ... เพราะผมไม่ได้วางตัวว่าผมเป็นใคร ผมเป็นแค่เพื่อนพูดคุยในเรื่องเหล่านี้ ไม่ใช่หมอที่มาเปิดคลินิกรักกันนะ ไม่ใช่ น.พ.นพพร ไขปัญหาผัวเมีย ไม่ใช่ชไมพรสอนน้อง ไม่ใช่ฝรั่งที่มาพูดถึงเซ็กซ์วิตถาร หรือเซ็กแฟนตาซี ไม่ใช่ฮาวทูปัญญาอ่อน ที่อ่านเพลิน แต่ทำไม่ได้ ผมพูดถึงเซ็กซ์อย่างตรงไปตรงมา บรรยายละเอียดลออ บ่อยครั้งที่คนอ่านอาจวาบหวิวได้ แต่ไม่อุบาทว์ ผมใส่ใจเรื่องภาษามาก เพื่อให้คนรู้สึกว่าเราพูดถึงมันอย่างธรรมดาๆ ไม่ซุกๆ ซ่อนๆ ขณะเดียวกันก็ไม่หื่น ไม่ห่าม ไม่บ้ากาม ไม่โรคจิต และพยายามจะถ่ายทอดทัศนคติที่ดีๆ ต่อเรื่องเพศและการอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความรับผิดชอบ ซึ่งหนังสือทั่วๆ ไปพูดถึงน้อยกว่ามาก ผมเชื่อมั่นในคุณค่าของเจตนารมณ์เหล่านี้ของผม


๕ / ๘

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/04/2004 04:26 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


คำถามยอดฮิตที่ผู้อ่านมักถาม

ของผมเล็กไปมั้ย :-) ..... ผู้ชายเกือบ 100% จะถามคำถามนี้ ส่วนผู้หญิงก็ชอบถามว่า เค้ารักดิฉันหรือเปล่า คือจะเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง ... แล้วตบท้ายว่า คุณพันธกรคิดว่าเค้ารักดิฉันหรือเปล่า ... แต่ก็ไม่มากเท่าที่ผู้ชายถามเรื่องขนาดของเค้านะครับ ... กับอีกส่วนหนึ่งขอวิธีมัดใจสามี คืออ่านแล้วเรารู้ว่าเค้าแคร์ เค้าหาวิธีเทคแคร์ เค้าไม่ท้อถอย ... สำหรับคำถาม ของผมเล็กไปมั้ยนั้น ผมมักจะถามกลับไปว่าเราจะเอาไปใช้ทำอะไรล่ะ ถ้าเอาไปปิดท่อระบายน้ำก็คงเล็กไป :-) ... แต่ถ้าเอาไว้ทำรัก มันก็เป็นแค่อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่จะต้องใช้ในกระบวนการ ซึ่งต้องไปร่วมกับเรื่องอื่นๆ อีก เช่น บรรยากาศ คำพูด สีหน้า แววตา ท่วงทีลีลา และความพร้อมของผู้หญิง จริงๆ จุดเร้าของผู้หญิงไม่ได้อยู่ลึกมากจนต้องยาวกันมากๆ และใหญ่มากไป ก็ทำให้ผู้หญิงเจ็บ และตรรกศาสตร์ง่ายๆ ก็คือว่า ถ้าเรากับคู่รักเป็นพวกผัวเดียวเมียเดียว เค้าไม่รู้หรอกของเราจะเล็กหรือใหญ่กว่าใคร เพราะเค้าผ่านแค่เราคนเดียว ... เพราะฉะนั้นจงมั่นใจในทั้งหมด แล้วทำให้เต็มที่ อย่าเอาของชิ้นเดียวมาเป็นปัญหาของชีวิต บางคนที่อาจจะเล็กจริงๆ ก็จะแนะนำท่วงท่าไปให้เพื่อแก้ปัญหา สั้นต้องทำท่าไหน เล็กต้องทำท่าไหน

ส่วนผู้หญิง ..... ผมจะให้ความมั่นใจกับเค้า ให้เค้ามองคนรักของเค้าหลายๆ มุม ไม่จับผิด ไม่ระแวงแคลงใจ เค้าต้องมั่นใจในตนเอง ความรักที่เค้ามี และการทุ่มเทที่เค้าพร้อมจะทำ จากนั้นให้เค้ารู้หลักทางจิตวิทยาว่าผู้ชายชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ทำอย่างไรเพื่อมัดใจเค้าให้อยู่หมัด ถ้าเค้าทำทุกกระบวนการที่ว่าแล้ว ผู้ชายยังไม่รักดี ยังมักมาก อยากไม่หยุด ก็ปล่อยเค้าไป ผมรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้หญิงรักแล้วรักเลย รักนาน รักเสมอ แต่ความจริงก็คือความจริง มีอะไรที่เรายังไม่ได้ทำเพื่อเค้าเหรอ ไม่มีนี่ ถ้าเช่นนั้นสิ่งเดียวที่เรายังไม่ได้ทำก็คือ หยุด หยุดเถอะ หยุดดิ้นรน แล้วมองชีวิตในด้านอื่น คนเรามีความสุขในชีวิตได้หลายคนหลายทาง เหมือนที่คัมภีร์กามาสุตราบอกไว้นั้นแหละ กามามันเป็นแค่หนึ่งใน ๔ เส้นทางหลักเท่านั้นเอง


๖ / ๘

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/04/2004 04:28 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


ปฏิกิริยาจากคนอ่านเป็นอย่างไรบ้าง

ผมเป็นที่รักของนักอ่านสุภาพสตรีเลยนะ ..... เพราะเราพูดถึงความรักและความรับผิดชอบมากเท่าๆ กับเรื่องเชิงกามา เคยมีผู้อ่านสุภาพบุรุษเมล์มาต่อว่า ตอนที่มีการผ่านพระราชบัญญัตินามสกุล ให้ผู้หญิงเลือกใช้นามสกุลได้ ว่าจะใช้สกุลเดิมของตนหรือของสามี เค้าเมล์มาถามความเห็นผม และตบท้ายว่า ผมคงดีใจ เพราะตลอดมาผมเข้าข้างฝ่ายหญิง ... ผมตอบว่าผมไม่ได้ดีใจหรือเสียใจ ผมไม่ได้เข้าข้างใคร ผมกำลังพูดถึงความเป็นมนุษย์ เมื่อเรามีธรรมชาติบางอย่างทางสรีระวิทยาและกลไกทางฮอร์โมนที่ต่างกัน มันก็ย่อมมีบางอย่างที่ต่างกัน แต่ในความเป็นมนุษย์ ร้อยละ ๘๐ เราเหมือนกัน เราต้องการความมั่นคงในทุกเรื่องทุกด้าน เราต้องการความรัก ความอบอุ่น เราต้องการความสุข ความสำเร็จ แค่นี้เองไม่ใช่หรือที่มนุษย์ต้องการ ... เพราะฉะนั้น ใครจะนามสกุลไหนก็ให้เค้าเลือกเถอะ ที่สำคัญ เรารักกันจริงแท้แค่ไหน การอยู่ร่วมกันของเราเป็นปกติสุขดีแค่ไหน เราให้เกียรติต่อกันและรับผิดชอบในกันและกันแค่ไหน ตรงนั้นสำคัญกว่านามสกุล ...

อย่างไรก็ดี ..... เมื่อผมแจ้งข่าวต่อผู้อ่านของผมว่า สำนักพิมพ์แห่งหนึ่งประสงค์จะรวมเล่มข้อเขียนของผม ก็ได้รับอีเมล์หลายร้อยฉบับ เห็นดีเห็นงามด้วย เพราะอยากให้รวมเป็นเล่ม มันง่ายต่อการหยิบไปอ่าน ไปศึกษา และได้ความเห็นที่น่ารักมาเยอะมาก ที่ประทับใจได้ดึงไปไว้ที่ปกหลังของหนังสือแล้ว คือ มีอาจารย์มหาวิทยาลัยเขียนมาบอกว่า ข้อเขียนของผมเซ็กซี่ แต่ไม่ลามก ให้ความรู้ละความเข้าใจได้ดี กินใจ เธอพร้อมจะซื้อเมื่อรวมเล่มแล้ว ให้ลูกๆ ของเธออ่าน อีกคนบอกว่า ข้อเขียนของผมทำให้เค้ากับภรรยาเห็นชัดว่า เซ็กซ์ ความรัก และชีวิต เป็นสิ่งเดียวกัน เป็นเนื้อเดียวกัน มันจะแยกกันไปเป็นส่วนๆ ไม่ได้ และอีกคนบอกว่า สิ่งที่ผมเผยแพร่ไปนั้น ช่วยเปลี่ยนชีวิตคู่ของเธอให้ราบรื่นขึ้น เธอขอบคุณผม จริงๆ มีอีกเยอะ แต่พูดไปมันจะเหมือนแอบอ้าง และเหมือนยกหางตัวเอง เอาเป็นว่าผมกับคนอ่านนั้น เราเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เหมือนพี่น้อง เหมือนเพื่อน เราคุยเรื่องเพศกันผ่านคอลัมน์หรืออีเมล์ส่วนตัวเป็นปกติ ไม่ป่วย ไม่บ้ากาม และไม่ซุกซ่อน


๗ / ๘

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/04/2004 04:29 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


คุณเป็นใคร

ผมเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งเหมือนๆ คนอ่าน ..... เพียงแต่มีเนื้อที่ในการสื่อสารเรื่องนี้กับสังคมก็แค่นั้น ผมไม่อยากให้คนอ่านจดจำว่าผมคือหมอ นั่นทำให้เค้ากลัว และมองว่าถ้าคุยเรื่องเพศกับผม เค้าจะอยู่ในฐานะผู้ป่วยทันที ผมไม่อยากให้คนอาจจดจำว่าผมเป็นนักวิชาการ ถ้าจะคุยเรื่องนี้กับอาจารย์พันธกร ต้องเป็นหลักเป็นการ ไม่ต้อง ผมคือคนธรรมดา คุยกันอย่างธรรมดาๆ บางเรื่องไม่เป็นหลักเป็นการ เป็นแค่ข่าวลือ เป็นแค่เรื่องจากวงเล่า เล่ามาผมก็รับฟัง ถามมาผมก็ตอบ การที่ผมไม่ปรากฏตัวต่อสังคมว่าผมเป็นใครเพราะผมไม่อยากเป็นใคร เป็นแค่ใครคนหนึ่งซึ่งพร้อมจะตอบคำถาม รับฟัง และคุยด้วย การที่ผมไม่เป็นใครสักคนมันช่วยให้ผู้อ่านของผมคลายใจ ว่าเค้าก็สามารถคุยกับผมได้ในฐานะที่เค้าก็ “ไม่ใช่ใคร” เหมือนกัน มันผ่อนคลายทั้งสองฝ่ายครับ

ถึงวันนี้เราคิดว่าสังคมไทยเรียนรู้เรื่องเซ็กซ์ดีแค่ไหน

ขยันทำ แต่ขี้เกียจเรียนรู้ ..... สังคมไทยปากว่าตาขยิบ ห้ามแต่ทำ ไม่พูด แต่แอบไปทำ เดี๋ยวนี้เค้ามีโครงการ Sex Must Say เกิดขึ้น เซ็กซ์เป็นเรื่องที่ต้องพูด พูดไม่ใช่เพื่อประจานหรือคึกคะนอง พูดเพื่อความรู้ พูดให้มันแจ้ง ไม่ไปซุกๆ ซ่อนๆ อยู่ในมุมมืด ทั้งมุมมืดของจิตใจและมุมมืดในสังคม ... อ่านข่าวทุกเช้า พวกเราเห็นความป่วยไข้ของคนไทยไหมครับ ข่มขืนกันเป็นว่าเล่น ฆ่ากันเป็นว่าเล่น และครึ่งค่อนของการฆ่ามาจากอารมณ์โทสะและการหึงหวงทั้งสิ้น เซ็กซ์ไม่ใช่แค่เรื่องกิจกามาบนเตียง แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่เป็นสัมมา ทำอย่างไรหญิงกับชายจะมีปฏิสัมพันธ์ที่ถูกต้องเป็นเป็นจริงต่อกัน ทำอย่างไรเราจะบำบัดความใคร่และความหื่นหิวของตนเองได้ โดยไม่ต้องไปฉุดคร่า ข่มขืน และเข่นฆ่ากัน ทำอย่างไรเมื่อผู้ชายทิ้งเราไปหาคนอื่น เราจะไม่คว้าคัตเตอร์ไปตัดพวงสวรรค์เค้า และเราจะไม่โดดคอนโดมิเนียมตาย ทำอย่างไรจึงจะบอกพ่อกับแม่ได้ว่า เรามีคนรักแล้ว เราไม่ต้องไปซุกๆ ซ่อนๆ มี แอบคบ แอบใช้ชีวิตกันตามลำพัง จนกระทั่งเผลอไผลตั้งท้อง ถ้าเราอยู่ในที่แจ้ง เราหักห้ามตัวเองไม่ไหว เรายังมีผู้ใหญ่คอยช่วยหักห้าม เห็นมั้ยครับว่า เซ็กซ์ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในที่มืด ไม่ใช่การดับไฟแล้วทำอะไรๆ กันแค่นั้น แต่มันมีมิติที่กว้างใหญ่กว่า ลึกซึ้งกว่า และเป็นแรงเหวี่ยงที่น่ากลัวของชีวิต เราจึงต้องเรียนรู้เพื่อจะรู้จักมันและรู้จักกัน เพื่อกำหนดบทบาทของมันให้ถูกต้อง เหมาะสม



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/


๘ / ๘

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/04/2004 04:31 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
  ทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างมีอารมณ์เป็นของตัวเอง และอารมณ์ของคนทั้งสองเพศนั้น ต่างกัน
ผู้ชายต้องการเซ็กส์
ผู้หญิงต้องการความรัก

ถ้าคนทั้งสองคนสามารถปรับตัวเข้ามาหากันมาอยู่ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างเซ็กส์และรักได้แล้วนั้น รับรองคู่นั้นไม่มีคำว่า เตียงหัก แน่นอน
 
     
    By: พี่หนึ่ง  Mail to พี่หนึ่ง   19/04/2004 04:45 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
  นักมาร์คซิสต์ตอบปัญหา
ผมเคยอ่าน "โชกุน"ของเจมส์ คลาเวล ที่ได้โชว์ไว้ใน กระทู้กวีปฏิวัติ
...คนญี่ปุ่นไม่ได้มองเรื่องsexเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเสพกามรมณ์อย่างเดียว แต่เขามองว่ามันคือห้วงเวลาที่อยู่ใหล้กับพระเจ้าแห่งดวงอาทิตย์(จำชื่อมได้ครับ)มากที่สุด ฉะนั้นชาวญี่ปุ่นจึงมีเครื่องมือเพื่อยึดเวลาแห่งการใกล้ชิดให้มากที่สุด อีกทั้ง ชาวญี่ปุ่นยังไม่สนใจกับเรื่องเซ็กมากเท่าเรื่องความรักในหน้าที่
แถม
..............ด้วยที่ญี่ปุ่นบ้านทำด้วยกระดาษและไม้ หากคนมีเซ็กกัน...ความจริงคนห้องข้างๆจะได้ยินและเห็นด้วย อืม
แต่ชาวญี่ปุ่นถูกสอนให้ "ไม่ได้ยินและไม่ได้เห็น"...ไว้แค่นี้ล่ะครับน้ำตาล...และสหาย
 
     
    By: สหายไฟ  Mail to สหายไฟ   19/04/2004 07:55 PM  (203.113.45.132)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 
ตาลว่า ..... ตราบใดที่การกระทำของเรายังไม่ได้ไปก่อความเดือดร้อนให้กับใครๆ แค่สนองความต้องการของมนุษย์ชาติด้วยตัวตนของตัวเอง ผู้ใหญ่ก็ไม่น่าจะเรียกว่าผิดหรือไม่ดี ถ้าจะมีก็น่าจะเป็นกรรมของเราเองนั่นแหละ ที่ชอบจะหมกมุ่นแต่เรื่องแบบนี้มากเกินไป จนเสียเวลาที่จะไปค้นหาสิ่งที่เป็นสาระในชีวิตให้กับตนเองมากกว่าที่เป็นอยู่นี้

ไม่ว่านักปราชญ์หรือศาสดา ..... ก็ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเรื่องเพศไว้มากมาย บางท่านก็กล่าวว่า พฤติกรรมที่มนุษย์แสดงออกมานั้น ส่วนมากมาจากแรงกระตุ้นทางเพศ พฤติกรรมทางเพศสามารถแทรกแซงตัวอยู่ทั่วไปในทุกแห่งที่มีชีวิตอยู่ ซึ่งรวมทั้งมนุษย์ด้วย ... หาก ณ ที่แห่งใด ขาดพฤติกรรมทางเพศหรือขาดภาวะคู่ ย่อมเกิดความหงอยเหงา เศร้าสร้อย ขาดพลังใจในการกระทำกิจกรรมหรือกิจการทั้งมวล พฤติกรรมทางเพศสามารถแก้ปัญหา หรือลดความตึงเครียดอย่างได้ผลดีเกินคาด และอย่าลืมว่าเพศตรงข้ามช่วยให้เกิดภาวะ Sex Appeal ซึ่งจะบังเกิดความสดชื่นรื่นรมย์เสมอ ... การสัมผัสพฤติกรรมทางเพศ มนุษย์ที่ยังอยู่ในภาวะเวียนว่ายตายเกิด ยังไม่ได้เป็นพระอริยบุคคลผู้หลุดพ้นแล้ว ย่อมมีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพัน หรือมีความปรารถนาความต้องการในสิ่งเย้ายวนทางเพศด้วยกันทุกคน พฤติกรรมทางเพศมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ที่จะดำรงรักษาเผ่าพันธุ์ของตน

กิจกรรมใดๆ ..... ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางเพศของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ที่จะเลือกกระทำนั้น มีผลลึกซึ้ง และ เป็นความต้องการทางธรรมชาติของมนุษย์ คนเราคงไม่ได้คิดถึงเรื่องแบบนี้ทั้ง 24 ชั่วโมงหรอกมั้งคะ ... ที่จริงน่าจะขึ้นอยู่กับการอธิบาย และ การสื่อถึงความเข้าใจของภาพที่อยู่ตรงหน้านั้น บวกด้วยความเหมาะสม กาลเทศะ และ การเรียนรู้ ... เซ็กส์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ไม่น่าจะใช่ส่วนใหญ่ของชีวิต น่าจะแก้ไขได้ แล้วชีวิตของเราก็มีอะไรที่น่าสนใจอีกมากมายที่ให้ค้นหา และ เรียนรู้ ... ผู้ใหญ่อย่ากังวลกับเด็กมากๆเลยนะคะ ทุกอย่างในโลกนี้ ที่คนเรากระทำซ้ำๆ บ่อยๆ วันหนึ่งก็คงถึงวาระของคำว่า ... รู้แล้ว ... พอแล้ว ... หรือ ... เบื่อแล้ว ...!!

แต่ยิ่งห้าม .....
ก็เท่ากับท้าทายให้อยากรู้ อยากลอง มั้งคะ :-)



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/04/2004 08:26 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
  สังคมของคนยิวจะเคร่งครัดเรื่องเซ็กส์กับครอบครัวมากเหมือนกันนะคะ คือ ยิวแท้ แท้ เมื่อแต่งงานแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไร เค้าจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ก็รักเดียว ใจเดียว เคยถามเหมือนกันนะคะว่าเซ้กส์สำคัญมากไหมเมื่อต่างคนต่างก็แทบจะไม่ได้เจอกันเพราะหน้าที่ทำงานหรือเรื่องลูกที่เต็มบ้าน แต่คำตอบเหมือนกันคือ เพราะรักที่มีมาก่อนจะคิดถึงเซ็กส์ เมื่อรักแล้ว แต่เซ็กส์ไม่มี ก็ไม่เห็นสำคัญอะไรแล้ว รักยังเป็นรักอยู่ ก็ยังเห็นคุณแม่บ้านขี้บ่น แต่คุณสามียังรักและเอาใจเสมอเพราะถือว่าคู่กันมาแล้ว เค้าเชื่อว่าพระเจ้าส่งมาให้แล้วน่ะค่ะ เค้าก็แค่หอมแก้มกัน กอดกัน ที่บ้านที่อยู่ เวลาเค้าจะสอนเรื่องเซ็กส์ให้ลูกส่วนมากพ่อจะเป็นคนจัดการเพราะแม่พูดเรื่องนี้ไม่ได้ ผิดศีลค่ะ แต่แม่ก็จะคอยดูห่าง ห่าง .. ส่วนลูกสาวก็จะซื้อหนังสือให้อ่านตั้งแต่เริ่มอายุ 12 ขวบ ทุกเรื่องในหนังสือจะเกี่ยวกับสรีระที่เปลี่ยน อารมณ์ ความรู้สึก และเซ็กส์ ลูกชายบ้านที่อยู่จะแอบดูเนทโป๊ด้วยซ้ำ แต่พ่อเค้าจะไม่คุมมาก เพียงแต่ปรามว่าอย่าให้น้องสาวเห็น และจะพาลูกไปเล่นกีฬาเสีย.. ยิวแท้แท้จะเคร่งครัดเรื่องเซ็กส์ ต้องกับคนที่คุณแน่ใจว่ารักเท่านั้นไม่ว่าหญิงหรือชาย ..และต้องแต่งงานกันจริง จริง...เป็นมุมที่ได้สัมผัสมานะคะ ส่วนยิวประเทศอื่นไม่ทราบค่ะ อาจจะไม่เหมือนที่อิสราเอลก็ได้นะคะ..
 
     
    By: Noi  Mail to Noi   20/04/2004 01:08 AM  (213.8.115.231)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
  ทั้งสองอย่าง มันเป้นความต้องการของคนธรรมดา
และเมื่อเป้นครอบครัว ก็ควรมีทั้งสองประกอบกัน

ใครว่าไม่จริงบ้างครับ

 
     
    By: วุฒิชัย     20/04/2004 02:22 AM  (64.252.72.180)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
 
ไม่บอกคะ
ปล่อยให้ ... งง ! :-)


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   21/04/2004 02:45 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
  ไม่ทราบครับเพราะว่าหนึ่งยังไม่มีครอบครัวครับ

อย่างนี้ก็แสดงว่าพี่วุฒิมีครอบครัวแล้วสิครับ
 
     
    By: พี่หนึ่ง  Mail to พี่หนึ่ง   21/04/2004 12:51 PM  (161.246.1.32)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
 
เมื่อกี้ดูรายการ ถึงลูกถึงคน ..... เค้ามาคุยกันเรื่องอวัยวะเพศเทียม ว่าควรอนุญาตให้มีร้านขายอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ ... แต่ตาลเคยอ่านข่าวในเน็ตนานแล้ว เค้าเขียนว่า ..... มีเซ็กส์ทางอินเตอร์เน็ตกับอวัยวะเทียม มีการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ เล่นเซ็กกับหุ่นเสมือนจริง ออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ล่าสุดมีการสำรวจความคิดเห็นของฝรั่งผ่านทางเว็บไซต์ว่า จะสร้าง อวัยวะเพศเทียม ให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ใช้บำบัดความต้องการทางเพศ เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ส่วนการเล่นเกมส์ เซ็กเสมือนจริงก็มีเว็บไซต์ให้เข้าไปลองเล่นดูมีเสียงครวญครางเมื่อถึงจุดสุดยอด แต่ห้ามเด็กเข้าไปดูอย่างเด็ดขาด

แล้วก็ไม่ต้องถามนะคะ .....
ว่าเว็บไซต์ชื่ออะไร น้ำตาลก็ไม่รู้จักชื่อเว็บไซต์เหมือนกันคะ

หลังจากที่มีรายงานข่าวนี้ออกมา ..... ก็มีการเปิดเผยเรื่องเซ็กทะลุมิติ โดยนักประดิษฐ์ชาวออสเตรเลีย ได้ยื่นขอจดทะเบียนลิขสิทธิ์ หุ่นเสมือนจริงที่ทำจากหนังเทียม โดยจะมีกลไกภายในที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนขา และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ตอบสนองต่อสัญญาณควบคุม ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และจากการสัมผัส รวมถึงมีตัวเซ็นเซอร์ด้วยเสียงอยู่ภายในตัวหุ่นด้วย เพื่อให้เป็นกิจกรรมร่วมเพศกับหุ่น ระหว่างชายหญิง ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ... โดยใช้หุ่นเสมือนจริงเป็นตัวแทนการมีเพศสัมพันธ์ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และยังจะต้องใช้อุปกรณ์เกมเสมือนจริง มีรูปทรงคล้ายกับแว่นสวมไว้ ซึ่งก็จะทำให้มองเห็นซึ่งกันและกัน ดังนั้นคู่ชายหญิงแม้จะอยู่ห่างกันคนละซีกโลก ก็สามารถโปรแกรมเข้าสู่ระบบการมีเพศสัมพันธ์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ ...

นอกจากนั้นแล้ว .....
ยังสามารถโปรแกรมให้มีความเหมือนกับดาราคนโปรดที่ชื่นชอบของอีกฝ่ายหนึ่งก็ได้

การสำรวจความคิดเห็นของผู้สร้างเกมเซ็กเสมือนจริง ..... ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตว่า ต้องการจะสร้างอุปกรณ์ อวัยวะเพศเทียม ขึ้นมาเพื่อให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้ใช้เป็นที่บำบัดความต้องการทางเพศ อันจะเป็นการส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย โดยไม่ติดเชื้อโรคร้ายแต่อย่างใด รวมไปถึงผู้พิการด้านร่างกาย ไม่สามารถมีกิจกรรมทางเพศได้อย่างปกติ

อุปกรณ์ที่ว่านี้คือ ..... อวัยวะเพศเทียมชายติดเครื่องกระตุ้นอัตโนมัติ เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีซอฟต์แวร์เป็นตัวควบคุมการเคลื่อนไหวของอวัยะเพศเทียมชายนี้ ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับกิจกรรมทางด้านนี้โดยเฉพาะ หากเป็นผู้ชายเล่น ก็ใช้วิธีสวมเข้ากับอวัยะเพศชาย แต่ถ้าเป็นผู้หญิงให้สอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศ มีน้ำยาหล่อลื่นด้วย ซึ่งผู้เล่นอีกฝ่ายจะเป็นผู้ควบคุมการทำงานของอวัยวะเพศเทียม

โลกไซเบอร์ก้าวหน้าไปไกลกว่าที่ท่านๆ .....
กำลังคุยกันอยู่นี้มากมายแล้วคะ ไล่จับทั้งวันทั้งคืน ก็ไม่มีทางทันหรอกมั้งคะ
ความก้าวหน้าทางเทคโนโยี มีเซ็กส์ทางอินเทอร์เน็ตยังได้เลยนะคะ :-)




โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   22/04/2004 01:00 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
  น้องอธิบายจนพี่เห็นภาพเลยนะจ๊ะน้องจ๋า  
     
    By: พี่หนึ่ง     22/04/2004 03:31 PM  (161.246.1.32)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
  หลานน้ำตาล

Sex กับรัก รู้จักกัน เป็นความคิดที่ดี
แต่ต้องเรียนรู้ว่ามันคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร
ทำไมต้องมีมีแล้วมีคุณมีโทษอย่างไร ทั้งอิสระจากมันได้ด้วย
ลองศึกษาต่อไปที่ใจของเรา กายของเรา ชีวิตของเรา .....//ลุง
 
     
    By: ลุงมารุต  Mail to ลุงมารุต   22/04/2004 06:49 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
 


เมื่อคุณพ่อต้องคุยกับลูกเรื่องเพศ ..... พ่อจ๋า หนูมาจากไหน ?

บรรดาคุณพ่อทั้งหลายคงจะหัวหมุนเป็นแน่ ..... ว่าจะตอบลูกอย่างไรดี แล้วยิ่งลูกอายุต่างกัน มาถามเจาะจงเกี่ยวกับเรื่องเพศเพราะความอยากรู้อยากเห็นของลูกหล่ะ คุณพ่อเตรียมรับมือกับคำถามแปลกๆ จากลูกน้อยหรือยัง???

วันนี้มีวิธีการหรือหลักการสำคัญ ..... จากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
มาแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ที่จะให้ความรู้กับลูก ดังนี้


1..... ควรให้ความรู้ตามวัยของเด็ก เท่าที่กำลังสติปัญญาของเขาจะรับรู้และเข้าใจได้ เด็กเล็กก็ต้องมีวิธีบอกให้สั้นๆ เข้าใจง่ายเป็นรูปธรรม มีการเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนหรือมีรูปง่ายๆ ประกอบ

เมื่อเด็กโตขึ้นก็สามารถอธิบายมากขึ้น ..... ให้ความรู้ที่ซับซ้อนได้มากขึ้น ดังนั้น พี่น้องอายุต่างกัน การอธิบายย่อมไม่เหมือนกัน เวลาสอนต้องสังเกตด้วยว่าเขาเข้าใจหรือไม่ มีอะไรสงสัยให้มีโอกาสถามทันที

2 ..... พ่อแม่ผู้สอนต้องมีความรู้ นั่นคือพ่อแม่ต้องรู้จักแสวงหาความรู้เรื่องเพศด้วยเช่นเดียวกับเด็ก การหาความรู้เรื่องนี้ทำให้พ่อแม่มีทัศนคติที่เป็นกลางกับเรื่องเพศ และรู้จักสื่อที่เหมาะสม การเลือกสื่อควรเลือกสื่อที่ง่าย ให้ความรู้ถูกต้องเหมาะกับวัย ไม่กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ

พ่อแม่สามารถหาความรู้จากหนังสือ วิดีโอ ซีดี ฯลฯ ..... และควรอ่านให้เข้าใจก่อนวางแผนในใจว่าจะสอนอย่างไร ใช้คำพูดแบบใดจึงจะเหมาะสม คิดล่วงหน้าไว้ก่อนว่าเด็กอาจสงสัยเรื่องใด เพื่อเตรียมตอบคำถามง่ายๆ ของเด็กอยากรู้ บางทีอาจให้เด็กเอาหนังสือไปอ่านก่อนล่วงหน้า แล้วค่อยมาพูดกันตอนหลังและตอบคำถามที่เด็กสงสัยและหาคำตอบอยู่

3 ..... พ่อแม่มีส่วนในการสร้างทัศนคติที่ดีต่อการให้ความรู้เรื่องเพศนี้ โดยการไม่แสดงความรู้สึกด้านลบ เมื่อเด็กแสดงความสนใจเรื่องเพศ ควรเปิดใจกว้างคิดเสมอว่าถ้าเขาอยากรู้ เป็นเรื่องปกติธรรมดา การให้เขารู้อย่างถูกต้องไม่มีผลเสีย ดีกว่าให้เขารู้จากแหล่งอื่นซึ่งมีโอกาสเรียนรู้แบบผิดๆ ได้

4 ..... ควรให้ความรู้อย่างถูกต้อง ไม่ควรหลอกเด็ก หรือพูดให้เด็กมีโอกาสเข้าใจผิด ถ้ารู้ว่าเขาเข้าใจผิดควรรีบแก้ไขทันที บางทีเด็กได้ข้อมูลไม่ครบหรือข้อมูลขัดแย้งกัน ยกตัวอย่างเช่นที่ลูกถามว่าเกิดมาจากไหน คุณพ่ออธิบายความจริงแบบง่ายๆ ว่าการเกิดของเด็กนั้น เริ่มต้นจากอสุจิตัวเล็กๆ ของพ่อ เดิมอยู่ในตัวพ่อนี่แหละ เข้าไปผสมกับไข่ของแม่ แล้วเจริญเติบโตในมดลูกซึ่งอยู่ในท้องแม่ครบกำหนดก็คลอดออกมา

ลูกอาจจะถามว่า ..... แล้วตัวอสุจิของพ่อเข้าไปในท้องแม่ได้อย่างไร เจอคำถามนี้ อย่าเพิ่งกลัวหรือเปลี่ยนเรื่อง ถ้าตอบเด็กก่อนวัยรุ่น จะบอกว่าเอาไว้หนูโตขึ้นอีกหน่อยพ่อจะอธิบายให้ฟัง ตอนนี้หนูรู้แค่นี้ก่อน ถ้าเด็กรบเร้าอยากรู้จริงๆ ให้เด็กสังเกตจากการสืบพันธุ์ของสัตว์ที่เห็นได้ในชีวิตประจำวัน เช่น สุนัข แมว ฯลฯ อธิบายว่านั่นก็คือการส่งตัวเชื้ออสุจิของพ่อสุนัขเข้าไปผสมกับไข่ของแม่สุนัข ที่เหลือถ้ายังอยากรู้พ่อจะสอนเวลาที่เหมาะสม

ในลูกวัยรุ่นการอธิบายอาจมากขึ้นได้ว่า ..... เมื่อคนเราโตขึ้นจนถึงวัยรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงทางเพศผู้หญิงผู้ชายแตกต่างกัน อวัยวะเพศภายนอกภายในเป็นอย่างไร ตรงนี้ควรมีสื่อประกอบการสอน เช่น หนังสือ รูปโปสเตอร์ ซึ่งจะแสดงตำแหน่งของการสร้างอสุจิในพ่อ และไข่ในแม่ เมื่อหญิงชายมีเพศสัมพันธ์กัน จะมีการสอดใส่อวัยวะเพศชายที่จะแข็งตัวเข้าไปในช่องคลอดของหญิง และจะหลั่งน้ำอสุจิ ซึ่งประกอบด้วยตัวอสุจินับล้านตัว ว่ายแหวกเข้าไปพบกับไข่ที่สร้างจากรังไข่ แล้วเดินทางมาพบกันในมดลูกกลายเป็นตัวอ่อน ค่อยๆ โตขึ้นจนครบกำหนดก็จะคลอดออกมา


รูปประกอบจะช่วยได้มากในการอธิบายข้างต้นนี้ ..... หลังจากอธิบายแล้วเด็กอาจยังมีข้อสงสัยก็ควรอธิบายให้เข้าใจ อะไรที่อธิบายไม่ได้ควรบอกเด็กตรงๆ ว่าข้อนี้พ่อไม่รู้ แต่จะไปลองถามผู้รู้ เช่น หมอ แล้วจะมาอธิบายให้เข้าใจ

การอธิบายข้างต้นนี้ต้องเตรียมตัวพ่อพอสมควร ..... ส่วนที่ยากเห็นจะเป็นการเตรียมใจ ให้สามารถพูดเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องธรรมดา โดยพ่อแม่ไม่อายไปก่อน แต่เมื่อลองพูดครั้งแรกได้ ครั้งต่อไปก็ไม่ยาก ลองดูนะคะ

.................................................
http://www.plawan.com/content/whereme.html

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   7/05/2004 10:58 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
  คนเราได้เกิดมาเป็นคนนั้น สุดแสน จะวุ่นวาย ทำไมคนเราต้องแย่งของที่คนอื่นรักด้วย ทำไม คนเรา ไม่มีหิริโอตะปะ บ้าง โลกที่เราอยู่มันล้าหลังกว่าที่เป็น มีสักกี่คนที่จะค้นพบความรักที่แท้จริง เหมือนอย่างคุณพ่อและคุณแม่ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น มีองค์ประกอบอยู่หลาย แต่เรื่องของความรักแท้จริงแล้ว คือเรื่องของคนสองคน เรื่องของความรักแท้จริงแล้ว คือเรื่องของคนสองคน ที่จะพูดและรับผิดชอบสัญญาที่ให้ไว้ต่อกัน คนทุกที่มีคนรัก ต้องการมากคือ ความซื่อสัตย์ ต่อคนที่ตนเองรัก ถึงจะมั่งมีเงินทอง หรือรวยแบบสุดๆ ก็คงไม่มีประโยชน์ได้
 
     
    By: อยู่ไกล อยากเป็นมิตรที่ดี     19/05/2004 02:00 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
 


ข้อเสนอของเครือข่ายเด็ก
กรณีเรื่องการมีเซ็กส์ที่ไม่เหมาะสมของเยาวชนไทย




ต่อกรณี ... ข่าววัยรุ่นติดเซกส์ และมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ

จากกรณี ... ที่มีการระบุในการเสวนาเรื่อง "ทำไมนักเรียน-นักศึกษาไทยจึงไม่รักนวลสงวนตัว" ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยสถาบันราชภัฏสวนดุสิต ว่า วัยรุ่นขณะนี้นิยมมีเพศสัมพันธ์ในมุมอับตามห้างสรรพสินค้า และรถเมล์ (อ้างอิงจาก นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 4 กันยายน 2547) ออกมาให้ข้อมูลเรื่อง เยาวชนนิยมมีเพศสัมพันธ์ในพื้นที่สาธารณะ และให้มีกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาดูแลปัญหาเยาวชนในกรณีดังกล่าว ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศจะดำเนินการ ศึกษาอายุบุคคลที่ควรมีเพศสัมพันธ์ในพื้นที่สาธารณะ

จากการ ... พบปะพูดคุยระหว่างเยาวชนที่ทำงานในประเด็นเรื่องเอดส์ -เพศ ที่ผ่านมา พบว่าปัญหาที่แท้จริงของวัยรุ่น หาใช่ “การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร” แต่เป็น “การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยและรับผิดชอบ” ดังนั้นการกล่าวว่า เด็กมีเพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันควร จึงไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริง เพียงแต่เป็นปรากฎการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น เท่านั้น เท่าที่ผ่านมาการดำเนินการแก้ไขปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นการแก้ไขแบบเฉพาะหน้า ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ยั่งยืน อย่างเช่น ในกรณีป้องกันการ ”พลอดรัก”บนรถเมล์ จะใช้วิธีการแก้ โดยการเปิดไฟภายในรถเมล์ให้สว่างทุกดวงโดยเฉพาะบริเวณท้ายรถ ซึ่งจริงๆแล้วมันก็สมควรจะเปิดอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่จะสามารถแก้ปัญหาเรื่องการพลอดรักบนรถเมล์เท่านั้นแต่เป็นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอื่นๆด้วย หรือการ เพิ่มนายตรวจบนรถเมล์จาก 3 คนเป็น 5 คน พวกเราเห็นว่าหากผู้โดยสารจะพลอดรักกันจริงๆ นายตรวจเหล่านี้ก็คงทำอะไรไม่ได้มาก เป็นการเพิ่มจำนวนคนบนรถเมล์และสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ เป็นต้น

สำหรับการ ... ใช้ข้อความรณรงค์บนโปสเตอร์ พวกเราอยากให้ ผู้จัดทำข้อความรณรงค์อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง ให้คำนึงถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การให้เกียรติ การให้ทางเลือก ความเข้าอกเข้าใจพวกเราและยอมรับความหลากหลายไม่ใช่การตัดสินและตีตราทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดีขึ้นอีกในสังคม

เครือข่าย ... เด็กและเยาวชนภาคเหนือตอนบน ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเด็กและเยาวชนใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จำนวน 200 กลุ่ม เชื่อว่าสิ่งที่รัฐบาล ,สาธารณชน และสื่อต้องให้ความสำคัญ คือ จะทำอย่างไร ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เรื่อง เพศศึกษา ,มีสิทธิ์ ในการเข้าถึงบริการที่เป็นมิตรและมีทางเลือกในการมีเพศสัมพันธ์ ที่ปลอดภัยและรับผิดชอบ


พวกเราขอเสนอแนวทางสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ดังนี้ คือ

1 ... เร่งสร้างความเข้าใจให้ผู้ใหญ่และผู้รับผิดชอบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน ยอมรับความแตกต่างหลากหลายและเข้าใจธรรมชาติของเยาวชน ปราศจากการตัดสินแบบถูก ผิด เพื่อร่วมกันสร้างทางเลือกให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย โดยการจัดอบรมบุคลากร การรณรงค์ทางสังคม การใช้สื่อสาธารณะ สร้างกิจกรรมให้เยาวชนมีส่วนร่วมกับครอบครัวและสังคม

2 ... มีการสอนและมีระบบการให้ข้อมูลเรื่อง เพศศึกษา ที่รอบด้านแก่เด็กและเยาวชนทั้งในและนอกโรงเรียน อย่างจริงจัง ต่อเนื่อง โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนเพศศึกษาที่ชัดเจน มีการพัฒนาความรู้ทัศนคติของผู้สอน ผู้ให้บริการ ให้มีตระหนักถึงความจำเป็นในการสื่อสารเรื่องเอดส์ เพศศึกษา และมีทัศนคติที่ดีต่อถุงยางอนามัย เพื่อส่งเสริมทางเลือกในการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย และรับผิดชอบของเยาวชน

3 ... สนับสนุนให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในระดับชุมชนถึงระดับชาติ เช่น การวางแผนหลักสูตรการสอนเรื่องเพศศึกษา นโยบายที่เกี่ยวข้องเยาวชน การมีส่วนร่วมในการใช้สื่อสาธารณะ มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การรวมกลุ่มทำกิจกรรมจัดตั้งเป็นแหล่งการเรียนรู้ในโรงเรียน ชุมชน รวมถึงการสนับสนุน สภาเด็กและเยาวชน ในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ

4 ... มีการพัฒนาระบบการให้บริการ ที่เป็นมิตรต่อเด็กและเยาวชน ที่มีบริการอุปกรณ์ที่หลากหลาย ได้แก่ ถุงยางอนามัย ยาคุมกำเนิด เจลหล่อลื่น เข็มฉีดยาสำหรับผู้ใช้ยา และยาต้านไวรัส และสนับสนุนให้กลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เป็นผู้ดำเนินการหรือร่วมดำเนินการศูนย์การเรียนรู้เรื่องเอดส์และเพศศึกษา ในโรงเรียนและชุมชน

5 ... สนับสนุนทรัพยากร ได้แก่ ทุนในการทำกิจกรรม บุคลากรที่มีความรู้ ข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ถุงยางอนามัย เข็มฉีดยา

6 ... สนับสนุนให้เกิดสภาวะแวดล้อมและกลไกการทำงานที่เอื้อต่อการป้องกันเอดส์ โดยการบังคับใช้ นโยบายที่เกี่ยวข้อง ให้นำไปสู่การปฏิบัติ ในการแก้ปัญหาเอดส์ โดยมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ... ท่านจะให้โอกาสพวกเรา โดยการรับฟังความคิดเห็น และพิจารณาข้อเสนอของเรา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา และปัญหาอื่น ๆ ของเยาวชน ในการปฏิบัติอย่างจริงจัง

เยาวชน พลังในการเปลี่ยนแปลงสังคม เพื่ออนาคต


.......................................................................................
ที่มา ... http://thaingo.org/webboard/view.php?id=6157

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   7/09/2004 06:31 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
  แก้ที่ครอบครัว
แล้วทุกอย่างจะดีเอง
 
     
    By: พี่เก่ง     8/09/2004 08:48 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
 


บทสรุป .....

สังคมไทยปากว่าตาขยิบ ..... ห้ามแต่ทำ ไม่พูด แต่แอบไปทำ เดี๋ยวนี้เค้ามีโครงการ Sex Must Say เกิดขึ้น เซ็กซ์เป็นเรื่องที่ต้องพูด พูดไม่ใช่เพื่อประจานหรือคึกคะนอง พูดเพื่อความรู้ พูดให้มันแจ้ง ไม่ไปซุกๆ ซ่อนๆ อยู่ในมุมมืด ทั้งมุมมืดของจิตใจและมุมมืดในสังคม ... อ่านข่าวทุกเช้า พวกเราเห็นความป่วยไข้ของคนไทยมั้ย ข่มขืนกันเป็นว่าเล่น ฆ่ากันเป็นว่าเล่น และครึ่งค่อนของการฆ่ามาจากอารมณ์โทสะและการหึงหวงทั้งสิ้น เซ็กซ์ไม่ใช่แค่เรื่องกิจกามาบนเตียง แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่เป็นสัมมา ...

ทำอย่างไร ..... หญิงกับชายจะมีปฏิสัมพันธ์ที่ถูกต้องเป็นเป็นจริงต่อกัน ... ทำอย่างไรเราจะบำบัดความใคร่และความหื่นหิวของตนเองได้ โดยไม่ต้องไปฉุดคร่า ข่มขืน และเข่นฆ่ากัน ... ทำอย่างไรเมื่อผู้ชายทิ้งเราไปหาคนอื่น เราจะไม่คว้าคัตเตอร์ไปตัดพวงสวรรค์เค้า และเราจะไม่โดดคอนโดมิเนียมตาย ... ทำอย่างไรจึงจะบอกพ่อกับแม่ได้ว่า เรามีคนรักแล้ว เราไม่ต้องไปซุกๆ ซ่อนๆ มี แอบคบ แอบใช้ชีวิตกันตามลำพัง จนกระทั่งเผลอไผลตั้งท้อง

ถ้าเราอยู่ในที่แจ้ง .....
เราหักห้ามตัวเองไม่ไหว เรายังมีผู้ใหญ่คอยช่วยหักห้าม ...

เห็นมั้ยว่า ..... เซ็กซ์ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในที่มืด ไม่ใช่การดับไฟแล้วทำอะไรๆ กันแค่นั้น แต่มันมีมิติที่กว้างใหญ่กว่า ลึกซึ้งกว่า และเป็นแรงเหวี่ยงที่น่ากลัวของชีวิต เราจึงต้องเรียนรู้เพื่อจะรู้จักมันและรู้จักกัน เพื่อกำหนดบทบาทของมันให้ถูกต้อง เหมาะสม

ทำไมเซ็กซ์กับรักต้องรู้จักกัน ..... ถ้าเซ็กซ์กับรักไม่รู้จักกัน จะเกิดความเอียงขึ้น ไม่สมดุล เราทราบกันในเชิงวิทยาศาสตร์แล้วว่าผู้ชายดำเนินกิจกรรมทางเพศด้วยฮอร์โมนเพศ ด้วยแรงขับทางเพศ แต่ผู้หญิงใช้ฮอร์โมนรัก ฮอร์โมนแห่งความจงรักภักดี ผู้หญิงดีๆ ที่เค้ามีความสัมพันธ์กับใครก็ตาม ต้องด้วยเพราะความรัก มากกว่าความใคร่ ผู้ชายในยามที่มีความใคร่ ไม่ใส่ใจในเรื่องของความรัก ไม่รักเลยก็เสพสุขกันได้ อันนี้ธรรมชาติกำหนดมา เพื่อการสืบเผ่าพันธุ์และขยายเผ่าพันธุ์ ผู้ชายจึงจงรักภักดีน้อยกว่าผู้หญิง ซึ่งยึดมั่นถือมั่นในความรักและคนรัก และยอมมีเซ็กซ์เพื่อเป็นเครื่องเซ่นพลีให้แก่ความรัก ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ...

ดังนั้น ..... ผู้หญิงต้องการความรัก ความอ่อนโยน ความรับผิดชอบ และความซื่อสัตย์ ผู้ชายต้องการความหรรษา เซ็กซ์กับรักจึงต้องเผชิญหน้ากันอยู่เสมอในสงครามชีวิตคู่ ผู้หญิงมักวิตกกังวล กลัวว่าฝ่ายชายจะไม่รักจริง ผู้ชายก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องเพศ กลัวจะทำได้ไม่ดี ไม่เก่ง และสารพัดไม่... แต่ไม่ค่อยกังวลเรื่องของความรัก ... ไม่รัก ... รักแค่ไหน ... รักกลายเป็นเรื่องรองในการแสดงออกประจำวันของฝ่ายชาย

ที่ผ่านมา .... มักจะเข้าใจไม่ตรงกัน และมักจะเกิดการฆ่าฟันกัน ฟ้องร้อง ทะเลาะตบตี เกิดกรณีเมียหลวงเมียน้อย เพราะฝ่ายหนึ่งมักมาก หยุดตัวเองไม่ได้ ไม่ซื่อสัตย์ และไม่รับผิดชอบ หรืออาจเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจผิด นึกว่าตัวก็เมีย แต่เปล่า อีกคนเค้าคิดแค่ว่าเป็นทางผ่าน สนุกๆ กันไม่ใช่เหรอ อย่างนี้ก็ยุ่ง ไม่ใช่ยุ่งแค่คนสองคน ยุ่งไปทั้งสังคม โดยเฉพาะการทำแท้ง การทิ้งเด็ก หรือปล่อยให้เด็กเผชิญโลกเอาเอง


เราไม่คิดหรือว่า .....
เด็กที่เป็นผลผลิตอันสืบมาจากความสนุกคือ ระเบิดเวลาของสังคม
เพราะพ่อแม่เค้าไม่รับ ไม่เลี้ยง ไม่อบรม ไม่ดูแล ให้ความอบอุ่นทางใจ
พวกเค้าจะสอนอะไรหรือชี้ทางอะไรแก่เด็กๆ เหล่านี้ได้ ... เมื่อตัวเค้าเองก็ยังหลงทางอยู่ ...!!





 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   13/02/2005 08:23 AM  (202.44.14.194)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.