| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



แฟนที่ดีนั้น ... เป็นไงนะ ?
     
 


ภาพประกอบจาก .....
The Send4Fun Newsletter

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    8/02/2004 08:13 PM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


แฟนที่ดีนั้น ... เป็นไงนะ ?

ช่วงนี้ ..... ตาล ไปไหนๆกับคุณอา แล้วก็ คุณป้าบ่อยๆ พอคุณป้าหรือคุณอา เห็นพวกหนุ่มๆสาวๆวัยรุ่นเดินควงกัน คุณป้าก็มักจะบ่นว่า “สมัยป้า จะมีแฟนทีต้องงุบงิบมุบมิบกันน่าดู ... !!! ”

พูดง่ายๆ ก็คือ ..... จะเป็นแฟนกันทั้งที อย่าให้มันง่ายนัก ยังไงก็ได้ อะไรก็ได้ ไม่ด๊ายยยย นะจ๊ะ … !!! จะต้องตกลงกันให้เป็นเรื่องเป็นราว คนรุ่นใหม่หัวใจประชาธิปไตยนะ ยังไงก็ต้องมีกฎกติกา การรักษาสิทธิ์ของกันและกัน สักนิดสักหน่อย ไม่ใช่ว่าเราไปเอาอย่างความคิดฝรั่งอะไรหรอกนะ ก็บรรพบุรุษของเรามาจากระบบคลุมถุงชนนี่นา ท่านก็เลยไม่ได้เขียนกฎกติกามารยาทเป็นแบบแผนไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษา

๑ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 08:29 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


คุณป้าเล่าว่า ..... สมัยก่อน ก็ไม่ถึงรุ่นแม่พลอยในสี่แผ่นดินของหม่อมคึกฤทธิ์โน่นหรอกนะ เอาแค่สมัยป้าเองนี่แหละ จะมีแฟนทีงุบงิบกันน่าดู ทีนี้บางคู่ที่เค้างุบงิบเก็บงำกันมากๆ มาเปิดเผยโล่งโจ้งอีกที เสียหายไปหลายแสนแล้ว การที่เราได้ตกลงพูดคุยกันสักนิด จะช่วยให้เราเข้าใจกันและกันดีขึ้น จัดความสัมพันธ์กันให้มันสร้างสรรค์ แล้วก็จะไม่ละเมิดสิทธิ์ หรือ ความเคารพนับถือต่อกัน

เรื่องหลังนี่ สำคัญนะ ..... บางคนแค่เป็นแฟนกัน เขียนจดหมาย พิมพ์เมล์ ถึงกันยังไม่ถึงร้อยฉบับ ควงกันไปดูหนังแค่ ๔-๕ ครั้งเอง แหม...วางตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของซะยิ่งกว่าพ่อแม่ของเราซะอีกนะ ที่นี้ถ้าเราตกลง คือถูกใจกันแล้วหล่ะ ตกลงปลงใจจะลองผูกสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งขึ้นกว่าความเป็นเพื่อน ยกระดับขึ้นมาเป็นแฟนกันดู ก็ต้องยอมรับกฎกติกาความสัมพันธ์กันบ้าง

ตาลก็เลยสงสัยว่า การที่เราจะเป็น แฟนที่ดีนั้น ... เป็นไงนะ ???

๒ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 08:51 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


คุณป้า ก็อธิบายต่อว่า ..... “เป็นแฟนกัน” โดยความหมายก็คือ ต้องมีสองฝ่าย โบราณท่านว่า "ตบมือข้างเดียวไม่ดัง” ถึงสมัยนี้จะใช้นิ้วเดียวจิ้มคีบอร์ด ให้ออกมาเป็นเสียงตบมือดังๆได้ก็ตาม แต่คำโบราณนี้ ก็ยังใช้ได้ดีสำหรับการเป็น ... แฟน จะเรียกร้องเอาจากใครฝ่ายเดียวไม่ได้หรอกนะ ริรักต้องไม่ลืมคำว่า ให้ และ รับ ... คิดดูสิว่า ถ้าเราจะเป็นแฟนกับนายหนุ่มอะไรสักคน เราสามารถให้อะไรแก่เค้าได้บ้าง

ให้หมด ..... ทั้งกาย และ ใจ :-)
ว๊ายยยยย ..... ให้เค้าหมดทั้งกายและใจ ไม่ได้นะจ๊ะ โดยเฉพาะกาย ยังไม่ถึงเวลาจ๊ะ
คำว่า “ให้” ….. ในความหมายนี้ก็คือ ให้ความรู้สึกที่ดีๆ เช่น
ให้ความเข้าใจ ..... ให้ได้มั้ย ???
ตาลตอบ ..... ได้สิคะ ง่ายจะตาย ...!!!

๓ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 08:54 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


ให้ ..... ความสบายใจ
ให้ ..... ความช่วยเหลือสนับสนุน
ให้ ..... ความเอาใจใส่
ให้ ..... ความเป็นเพื่อนแท้
ให้ ..... ความมีส่วนร่วม ในความคิดของเรา
ให้ ..... ความเชื่อถือ
ให้ ..... ความเคารพ
ให้ ..... ความรัก
ให้ ..... ความอดทน
ให้ ..... ความสนุกสนาน และ อื่นๆอีกมากมาย ... ฯลฯ

๔ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 09:59 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


ลองต่างคนต่างเขียน ..... ออกมาเป็นรายการ พับใส่ซองสวยๆ แล้วส่งมาแลกกันดูสิ ดูซิว่าเราต่างคนต่างให้อะไรแก่กันได้บ้าง

เค้าอาจจะเขียนว่า ..... สิ่งที่ผมสามารถให้แก่คุณได้นั้น
คือการปกป้องเราจากผองภัยอันตรายทั้งปวง ... ซึ้งจัง !!!

แค่นี้ ..... ก็อาจเป็นสะพานใจ ให้เราก้าวข้ามไปสู่ฟากฝั่งแห่งความสำเร็จในภายหน้าได้แล้ว

เป็นภูผา ..... ให้เราได้พักพิงยามที่เรา ท้อแท้ หม่นหมอง ... ฯลฯ

ก็แล้วแต่ ..... จะสรรหาวาจามาพร่ำพรรณนาหล่ะนะ
แต่ที่แน่ๆก็คือ เค้าสามารถให้อะไรแก่เรา
และ เราสามารถให้อะไรแก่เค้า
ให้ด้วยความปรารถนาดีต่อกัน

๕ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 10:02 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


การเขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ..... อย่างน้อยก็ช่วยให้ต่างฝ่าย ต่างได้คิดว่าเมื่อเรามาผูกสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดต่อกัน เราพร้อมที่เป็นผู้ให้หรือยัง และ ถ้าพร้อมเราจะให้อะไรเป็นประหนึ่งพันธะสัญญาเล่มน้อยๆ เล่มหนึ่ง ที่เราต่างต้องบอกตัวเองว่า เราต้องใส่ความพยายามลงไป จึงจะได้มันมา มัวคิดฝันอยากได้ แต่ไม่ลงมือสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ที่ดีนั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นหรอกนะ

๖ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 10:05 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


พอให้แล้ว ก็มาถึงด้านรับบ้าง

บางคนบอกว่า ..... “รักแท้มีแต่ให้” ขอประทานโทษนะคะ นั่นคงมีแต่ในนิยายน้ำมนต์ คือเดี๋ยวนี้ น้ำเน่ามันเป็นของจริง เน่าจริง เหมือนจริง แล้วก็เหม็นจริงๆ แต่ที่ชอบหลอกหลวงกันนั้น น้ำมนต์ต่างหาก น้ำประปาธรรมดาๆ นี่แหละ เอามาเป่าพรวดใส่หัว แล้วก็อ้างว่าสารพัดสรรพคุณ เห็นมั้ยว่า หลอกกันชัดๆ ในนิยายน้ำมนต์นั้น นางเอกต้องดีเลิศ ให้กระทั่งตัวตายจากกันไปข้างหนึ่งแล้ว ยังจะตามไปให้ต่อในสวรรค์อีกนะ แต่ในชีวิตจริงๆ “รักแท้” ต้องให้และรับอย่างสมดุล ถึงจะยั่งยืนนาน ให้ฝ่ายเดียวหรือคอยแต่จะรับฝ่ายเดียว รับรองได้ ไม่กระซวกกันตายไปข้างหนึ่ง ก็หย่ากันไป อย่างที่เราเห็นๆกันอยู่นี่หล่ะ

๗ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 10:10 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


ถามตัวเองสิว่า ..... เค้าอยากได้อะไรจากเรา และ เราอยากได้อะไรจากเค้า ... ???

แน่นอนสิ่งที่เราอยากได้จากเค้า ..... ก็คือ ความใส่ใจในทุกข์สุขของเราบ้าง
รู้ว่า ... เรากลัวเสียงฟ้าร้อง เวลาฝนตกหนักๆ ก็โทรถามเราสักนิด ก็ยังดีนะ :-)

ความเข้าใจในตัวเรา .....
รู้ว่า ... เราขี้แย เวลาไปดูหนังเศร้าๆ ก็พกผ้าเช็ดหน้าไปเผื่อหน่อยก็น่าจะดีนะ :-)

การรับฟังความในใจของเรา .....
รู้ว่า ... เราชอบพูดๆๆๆๆ ไปไหนด้วยกัน ก็อย่าใส่ซาวนด์อะเบาด์ นะคะ :-)

แล้วก็อื่นๆอีกมากมายมั้งคะ ..... ฯลฯ

๘ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 10:12 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
 


ที่จริง ..... ถ้าเราเจตนาเป็นแฟนกันจริงๆ เราและเค้าอยากได้อะไรจากกันและกัน ก็ควรจะเขียน หรือบอกกันให้รู้อย่างตรงไปตรงมาน่าจะดีกว่า ใช้วิธีเขียนก็ดีนะ การเขียนให้อีกฝ่ายได้รู้ ก็เป็นเรื่องดี ที่จะได้รู้ความคาดหวังของกันและกัน ไม่ใช่ไปเดาเอาเอง พอไม่ได้ขึ้นมาก็มาเสียอกเสียใจ แต่ต้องเข้าใจไว้อีกนิดว่า สิ่งที่เราอยากได้จากอีกฝ่ายนั้น ต้องเป็นสิ่งที่เป็นไปได้นะ ประเภทที่อยากได้ดวงจันทร์ ก็ฝันไปก่อนเถอะ ดีไม่ดีเค้าอาจจะตัดกระดาษเป็นรูปดวงจันทร์ ด้านขรุขระมาให้ คราวนี้หล่ะ มีหวังโกรธกันไปเปล่าๆ อีกอย่างหนึ่ง ควรอยากได้แต่เพียงพองาม ไม่ใช่โน่นก็จะเอา นี่ก็จะเอา แบบนี้ต้องไปสมัครเป็น สาวงาม หนุ่มหล่อ อยู่หมู่บ้านคานทองนิเวศน์ จะดีกว่า ไม่ปวดหัวกับใครๆด้วยนะ

๙ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 10:14 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
 


ที่นี้ ..... เมื่อเขียนแล้ว จะส่งให้เค้าไปนั่งอ่านเอง หรือถึงขั้นมานั่งคุยกันได้ ก็จะเป็นการวิเศษสุด แน่ละ คงไม่ง่ายที่จะมาอ้างเอ่ยกัน ในเรื่องแบบนี้ ตั้งแต่เริ่มต้น เพิ่งนัดกันครั้งแรกก็งัดข้อเสนอ และข้อเรียกร้องออกมาคนละปึก มันจะมากไปหน่อยมั้ย ... ???

คุณป้าของตาลบอกว่า ..... ขนาดคุณป้า ผ่านร้อน ผ่านหนาว มาหลายเพลา ก็ยังไม่กล้าทำบ่อยๆเลย อาจจะเริ่มพูดคุยกัน ค่อยๆตกลงกติกากัน แล้วก็ค่อยๆ ยื่นข้อเสนอเหล่านั้น ตามมาภายหลังก็ได้

๑๐ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 10:15 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


ทั้งหมดนี้ ..... ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์บางอย่างของคนรุ่นเก่า ที่ พ่อ แม่ คุณป้า กับ คุณอา ของตาล ได้ถ่ายทอดให้ตาลได้รับรู้อยู่เสมอๆ ตาลก็นำมาบอกเล่าให้เพื่อนๆคนรุ่นใหม่ได้คิด ได้พิจารณากันบ้าง ตาลถูกผู้ใหญ่เลี้ยงดูมาอย่างคนไทยแท้ๆ แล้วก็ผสมผสานกับวิถีชีวิตของชาวตะวันตกไปพร้อมๆกัน ตาลว่าคนตะวันตกเค้ามีวิถีชีวิตบางอย่างในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนที่น่าสนใจ และอาจเป็นประโยชน์ นั่นก็คือ การพูดอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งอาจจะฝืนความรู้สึกของพวกเราบางคนที่เติบโตมาอย่างแบบไทยๆ ที่ไม่ค่อยชอบคิด ไม่ชอบแสดงออก ขี้เกรงใจ ไม่กล้าพูด กลัวโน่น กลัวนี่ ... ฯลฯ

๑๑ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 10:17 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
 


ตรงขั้นเป็นแฟน ..... อาจจะยังไม่มีปัญหาอะไรมากมายนัก เพราะเรายังไม่ได้ผูกพัน หรือผูกมัดอะไรกันมากนัก แต่ถ้าเราติดเอาความไม่กล้าพูด ไม่กล้าคุยกัน ตามติดต่อไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นแต่งงาน แบบนี้คงจะมีปัญหาแน่ๆ พวกเราคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ มักจะมีแฟนแบบเผลอไป ประเภทบังเอิญนั้น น่าจะมีอยู่เยอะ แล้วก็บังเอิญกันไปได้ตลอดทาง

บังเอิญ ..... เพื่อนยุ
บังเอิญ ..... ฝนตก ยังกะหนังไทยเลยนะ : )
บังเอิญ ..... ไม่มีใครอยู่บ้าน
บังเอิญ ..... หารถกลับไม่ได้
บังเอิญ ..... ตั้งท้อง
บังเอิญ ..... พ่อแม่ไม่ยอมรับ และ บังเอิญอื่นๆ อีกมากมาย ฯลฯ

๑๒ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 10:18 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
 


คุณอาของตาลบอกว่า .....
การมีแฟน เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดี ที่ได้รักใครสักคน

พ่อของตาลชอบพูดว่า .....
ผู้ชายถ้ามีแฟนไม่ถึง ๓ คน ก่อนแต่งงาน คนนั้นมีประสบการณ์ชีวิตไม่พอ

แล้ว แม่ก็บอกว่า ..... บางทีก็ขึ้นอยู่กับพรหมลิขิตของใครของมัน ไม่มีแฟนมาก่อนเลย แต่งงานกัน แบบคนสมัยก่อน ที่ผู้ใหญ่เป็นคนจัดการให้ ก็อยู่กันยืดยาวก็มีเยอะแยะไป

คุณป้าแซวพ่อว่า ..... ที่มีแฟนครบ ๓ แล้ว หาคนแต่งงานด้วยไม่ได้ก็ถมไป หรือ มีความสัมพันธ์ที่เกินกว่าความเป็นเพื่อนทั่วไปของคนวัยหนุ่ม วัยสาวนั้น ก็เป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่าได้ ถ้าเราจัดการให้ดีๆ

๑๓ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 10:20 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
 


ตาลก็ว่า ..... ดีนะ ทำให้เราได้เรียนรู้ การรู้จักดูแลเอาใจใส่ใครอีกคนหนึ่ง รู้จักที่จะจัดความสัมพันธ์ระหว่างกันและกันให้งดงาม เป็นกำลังใจ เป็นแรงสนับสนุน ให้เราก้าวไปสู่จุดหมายที่เราใฝ่ฝัน ด้วยความอบอุ่นและเอื้ออาทรต่อกันเสมอ แต่เราก็เคารพและเป็นอิสระต่อกันได้ด้วย แต่ถ้าเราเข้าใจกันและกันไม่ดี จัดการชีวิตของเราก็ไม่ดีด้วย

ผลที่ตามมาก็ ..... สอบตก อกเดาะ หัวโหม่งพื้น แบบนี้เศร้าจริงๆ นะ ... !!!

ราตรีสวัสดิ์คะ .....
ฝันดีนะคะ บ๊ายบายคะ ..... !!!

การจากลา ..... หรือการผลัดพรากจากกันนั้น ช่างน่าเศร้า
หากแต่ว่า ดูอ่อนหวานและอบอุ่น สำหรับเราเหลือเกิน
เพราะ เราจะกล่าวถ้อยคำเหล่านั้น ก็ถึงเพียงรุ่งเช้าของอีกวันเท่านั้น :-)


โชคดีนะคะ บ๊ายบายคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

๑๔ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2004 10:23 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
  แฟนที่ดี เหรอ
ก็ต้อง จริงใจ สิครับ ไม่ใช่ล้อเล่นหรือว่า หลอกลวงกัน
พร้อมมอบสิ่งดีๆๆให้กับคนที่เรารัก
 
     
    By: วุฒิชัย     9/02/2004 12:05 PM  (24.2.139.23)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
  แฟนที่ดี ก็ต้องรักกันมากๆ ทำอะไรเพื่อเราได้บ้าง มากกว่าที่เราจะทำให้เขาเพียงข้างเดียว  
     
    By: วรัญญา     22/08/2005 09:43 AM  (202.183.196.210)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
  Anyone can love rose,
but it takesa great heart to love leaf.
 
     
    By: Michael     22/08/2005 12:04 PM  (202.160.21.14)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
  แฟนที่ดี...ต้อง...ไม่รู้ง่ะ
ยังไม่เคยมีแฟนสักคน
กลัวการที่จะต้องคบใครไง อิอิ
.........
ความรัก คือ ความยั่งยืน
อยากให้เป็นอย่างนี้นะค่ะ...เป็นอุดมคติ
แต่เวลาที่เราอ่านหนังสือ แล้วเห็นครอบครัว(ในหนังสือ)
มีความสุขอย่างไร
เราก็อยากเป็นอย่างนั้นนี่....
แต่แฟนเรา...ไม่ใช่การ์ตูฯญี่ปุ่นนี่นะ
 
     
    By: KiaTT  Mail to KiaTT   28/08/2005 10:22 PM  (58.10.8.188)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.