| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



คืนอกอุ่นให้ ... ลูกน้อย
     
 


คืนอกอุ่นให้ ..... ลูกน้อย

ตาล ..... ขอมอบเรื่องนี้ ให้กับ "บี" เพื่อนรักของตาล
และ ..... ให้ "แม่" ที่ให้กำเนิด...ตาล !!


โชคดีนะคะ บ๊ายบายคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
.......................................
หนังสืออ้างอิง ..... นิตยสาร สารคดี


1 / 8

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    12/01/2004 02:23 AM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


คืนอกอุ่นให้ ..... ลูกน้อย [1/6]



“หนูจะทิ้งลูกคะ”

เสียงสะอื้นของเด็กสาวผู้เพิ่งผ่านภาวะแห่งความเป็นแม่มาหมาด…หมาด
บอกพยาบาลประจำห้องคลอดของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

“หนูยินดีมอบเด็กคนนี้ให้โรงพยาบาล จะเอาไปให้ใครต่อก็ได้คะ”

เธอยืนยันความคิดของตัวเองอีกครั้ง หากหน้าใส…ใส ด้วยเยาว์วัย กลับหม่นหมอง เศร้าซึม ดวงตาเหม่อลอย น้ำตาเอ่อล้น เธอมองเห็นฟ้า ใสนอกหน้าต่างเป็นสีเทาพร่ามัว โลกแจ่มใสเบื้องนอกนั้น ช่างหดหู่ มัวหมองในความรู้สึกของเธอนัก และไม่ว่าจะมองไปทางใด ทุกภาพที่ผ่านตา ยังคงมีความปวดร้าว ซ่อนเร้นอยู่ทุกซอกทุกมุม เธอรู้ดีว่า ความปวดร้าวนั้น มันผ่านออกมาจากข้างในหัวใจนี่เอง



หัวใจที่นอกจากเจ็บปวด ยังทดท้อสิ้นหวัง หัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องกลายเป็น
“ผู้หญิงไม่ดี” เพียงเพราะเธอตั้งท้อง และ ไม่ ปรากฏผู้เป็นพ่อของลูก

อับอายเสียเหลือเกินแล้ว กับ “สายตา” ของคนทั้งหลาย หวาดหวั่นกับ “เสียง” ประณามหยามเหยียด ทั้งยังพ่อแม่พี่น้อง และ ญาติมิตรอีก ที่จะต้องปิดบังไม่ให้พวกเค้ารับรู้การ “พลาด” ของเธอในครั้งนี้ จะหลบลี้หนีหน้าไปอยู่แห่งหนใดเล่า ถึงจะหนีพ้นจากผู้คนในโลก จะผ่านพ้นคืนวันที่ฝันร้าย ที่ไม่มีวันจบสิ้นนี้ไปได้อย่างไร และจะ “จัดการ” กับ เจ้าเด็กน้อยที่มีเลือดของเธออยู่ครึ่งหนึ่ง และ ชีวิตที่เหลืออยู่ต่อไป ของตัวเองนั้น จะเป็นอย่างไรดี หนทางชีวิตเบื้องหน้า ดูช่างตีบตันและมืดมนเหลือเกิน



“อย่างนี้ดีมั้ยหนู ตอนนี้หนูก็ยังกลับบ้านไปหาพ่อแม่ไม่ได้ แล้วไหน…ไหน ก็จะทิ้งลูกอยู่แล้ว ฉันทราบมาจากนักสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลว่า มีบ้านอยู่หลังหนึ่งที่รับดูแลแม่ และ ลูก ที่มีปัญหา หนูลองไปพักอยู่ที่บ้านหลังนั้น สัก 2-3 เดือนก่อนได้มั้ย อย่างน้อยก็อยู่ให้นมเด็กคนนี้สัก 3 เดือน แล้วหลังจากนั้น จะทิ้งก็ไม่ว่าอะไรหรอก”

สมองเล็ก…เล็กที่วุ่นวายสับสนกับความคิดของตัวเองมาตลอด 9 เดือน ยิ่งเขม็งเกลียวกับการตัดสินใจคราวนี้ เธอก้มลงมองทารกน้อยในอ้อมแขนอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งอย่างรุนแรงในหัวใจ แล้วน้ำตาก็ไหลริน ดั่งทำนบที่พังทลาย มันหยาดหยดจนเจ้าตัวเล็กผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ร้องจ้า เธอไม่ได้ยินเสียงนั้น หากพยักหน้าตอบตกลงไปด้วยความอัดอั้นตันใจ แล้วเสียงร้องไห้ด้วยความปวดร้าวของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังโหยหวนไปทั่วห้องเล็ก…เล็กนั้น …… ฯลฯ



2 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/01/2004 02:39 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


คืนอกอุ่นให้ ..... ลูกน้อย [2/6]



แดดเช้าส่องลอดแมกไม้ลงมายังสนามหญ้าเขียวขจี นกร้องเสียงใส
ต้อนรับเช้าตรู่ของวันอันอบอุ่นสบาย ใน….. “บ้านสายสัมพันธ์”

เสียงหัวเราะ ... เอิ๊ก อ้าก ของทารกที่ได้ชื่อว่าคือ “ลูก” ช่างทำร้ายเธอเหลือเกิน มันไม่ได้กระตุ้นเตือนให้ตระหนัก ถึงภาระหน้าที่ของแม่ที่มีต่อลูกน้อย หากกลับยิ่งตอกย้ำว่า เด็กคนนี้เป็นพันธนาการที่ผูกรัดเธอไว้ อย่างเจ็บปวดด้วยหนามแหลมคม ไม่ใช่โซ่ทองคล้องใจของเธอ กับ ใครสักคนที่เคยวาดหวังไว้ นึกมาถึงตรงนี้ ใจก็หวนไปถึงความฝันที่จะมีครอบครัวที่อบอุ่น งดงาม ทว่าฝันนั้นก็พังทลายไม่มีชิ้นดี เธอเกลียดเด็กคนนี้ ทุกครั้งที่มองเห็น ยิ่งเหมือนย้ำถึงความผิดพลาดครั้งสำคัญในชีวิต แต่เมื่อมองดูรอบตัว เด็กสาวก็พบว่า “เธอ” ไม่ได้เป็นเพียงผู้หญิงคนเดียวที่ก้าวผ่านประตูรั้วเข้ามายัง “บ้านสายสัมพันธ์” แห่งนี้



ยังมีผู้หญิงอีกหลายคน ..... ที่เพิ่งเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นแม่ บ้างอุ้มลูกเดินเล่นอยู่ด้วยกัน บ้างจับกลุ่มนั่งคุยอยู่ริมบึงบัว รอคอยเวลาที่จะเข้าไปสวดมนต์ในศาลา ผู้หญิงท้องแก่คนนั้น ถูกผู้ชายนับสิบรุมโทรม ไม่รู้ว่าใครคือพ่อของลูกในท้อง ส่วนเธอคนนั้น แม้จะอยู่กับสามี แต่พฤติกรรมของเขาไม่ต่างจากสัตว์ป่า ที่คอยแต่จะทำร้ายเธออย่างทารุณ เด็กสาวจากรั้วสถาบันศึกษา ถูกเพื่อนชายลวงไปข่มขืนคนนั้นเล่า เด็กหญิงที่ถูกญาติสนิทย่ำยีจนตั้งท้อง ในวัย…วันที่เธอควรจะสวมเครื่องแบบนักเรียน มากกว่านุ่งชุดคลุมท้องอยู่เช่นนั้น เธออีกคน…ภาพถ่ายของเธอเพิ่งจะถูกตีพิมพ์เป็นข่าวคาวบนหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อ 2-3 วันมานี้เอง



โศกนาฎกรรม ..... หลากหลายเรื่องราวของลูกผู้หญิง เหมือนจะโลดเต้นอยู่ต่อหน้าเธอขณะนี้

ไม่ว่า จะพลาดมาอย่างไร หรือ แบบไหน ที่ “บ้านสายสัมพันธ์”
เราจะไม่พูดคุยถึงเรื่องราวเมื่อวาน


นี่คือ ..... ข้อตกลงข้อแรกที่ผู้หญิงทุกคนรับรู้ เมื่อก้าวเข้ามาสู่ “บ้านสายสัมพันธ์” นี้

แต่พวกเธอแทบจะไม่รู้เลยว่า ..... นอกจากไม่พูดถึงแล้ว ระยะเวลา 3 เดือนที่พวกเธอถูกขอร้องให้มาพักอยู่ใน “บ้านสายสัมพันธ์” และให้นม “เด็กคนหนึ่ง” อยู่นี้ คือช่วงเวลาในการเยียวยาบาดแผลร้าวลึกใน หัวใจไปด้วย ที่สำคัญที่สุด คนกลุ่มหนึ่งกำลังพยายามเรียกคืน และ สานต่อสายใยสัมพันธ์ของพวกเธอกับ “ลูก” เอาไว้ให้ได้ด้วยวิถีทางแห่งธรรม



มองไกลออกไป ..... เธอเห็นชุดสีขาวสะอาดของแม่ชี ปรากฏตัดกับสีเขียวของต้นไม้ ใบหญ้า ธิดาแห่งพระพุทธเจ้าเหล่านั้น กำลังมุ่งหน้าไปยังอาคารหลังย่อม ที่คนใน “บ้านสายสัมพันธ์” เรียกว่า ศาลาฟังธรรม เธอเดินตาม “แม่” คนอื่น..อื่น เข้าไปในนั้นเช่นทุกวันที่ผ่านมา หัวใจของเธอรับรู้ถึงความสงบนิ่ง เยือกเย็น ไม่เครียดขึ้ง หรือ ปิติยินดี ทั้งจากสีหน้า และ อากัปกิริยาของนักบวชหญิงที่นั่งเป็นแถวเป็นแนวอยู่ในศาลาฟังธรรม เธอทรุดตัวลงนั่งรวมกับสมาชิกคนอื่น..อื่น ของ “บ้านสายสัมพันธ์” วางเจ้าตัวน้อยไว้บนเสื่อด้านหน้า บอกตัวเองว่า เธออยากนิ่งให้ได้อย่างนั้นบ้าง ข้างกายเธอคือเด็กหญิงท้องแก่ที่เพิ่งเดินอุ้ยอ้ายตามเข้ามานั่ง ตาสบตา เธอเห็นรอยช้ำแดงก่ำ และ คราบน้ำตาบนใบหน้านั้น วูบหนึ่งเธอรู้ และ เข้าใจดีว่า ความทุกข์ทนที่ท่วมทับเด็กหญิงผู้มาใหม่นั้นเป็นเช่นไร



เสียงผู้หญิงสวดมนต์ ..... ดังกังวาลไปทั่วบริเวณศาลาฟังธรรม แม้ฟังดูไม่คุ้นเคยก็จริง หากแต่ช่วยทำให้หัวใจที่วุ่นวาย สับสน สงบลงได้อย่างประหลาด เธอนั่งนิ่ง พนมมือ ตั้งใจฟัง มีทารกน้อยนอนคว่ำหลับอุตุอย่างสบายอารมณ์ เหมือนมีเสียงนุ่ม…นุ่ม เยือกเย็นนั้นเห่กล่อมเจ้าตัวน้อยของแม่ คนอื่น…อื่น คลานกระดุบกระดิบอยู่บนแนวเสื่อผืนยาวด้านหน้า เจ้าตัวโตขึ้นมาหน่อยก็เดินเตาะแตะโผไปหาคนนั้นทีคนนี้ที ที่โตขึ้นมาพอรู้ความก็ตะโกนสวดมนต์เสียงดังลั่นศาลา

“ โอ๋ ยังไม่ต้องรีบสวดนะลูก ลองตั้งใจสวดไปพร้อม…พร้อมกับยายกับแม่สิลูก" หลายคนอมยิ้มกับเสียงเตือนเบา…เบาของ “คุณยาย” ซึ่งนั่งนิ่งสงบอยู่ด้านหน้า พอสิ้นสุดการสวดมนต์“คุณยาย”ของเด็กหญิงโอ๋ และ “นายแม่” ของผู้หญิงใน “บ้านสายสัมพันธ์” แม่ชี รูปหนึ่งก็หันหน้ากลับมาพูดคุยกับ “ผู้หญิง” ทุกคนในที่นั้น…..ฯลฯ



3 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/01/2004 02:54 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


คืนอกอุ่นให้ ..... ลูกน้อย [3/6]



ทุกเช้า ..... ที่ครอบครัวของเรามาร่วมกันสวดมนต์ นั่งสมาธิ และ พูดคุยกันนี้ ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร แม่อยากให้ทุกคน ในบ้านของเรา มาทำใจให้เกลี้ยง พักข้างในบ้าง พักจากปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต แม้จะเป็นช่วงสั้น…สั้น แต่ก็เป็นช่วงที่เราตั้งใจทำให้ใจสะอาด เกลี้ยงเกลา ไม่พะรุงพะรัง ไม่กังวล ไม่ห่วง ไม่สงสัย ไม่ลังเล วาจาของเราก็ไม่ได้กล่าวคำเบียนเบียน เพ่งโทษ ข่มเหง ใจของเราก็สงบ กายก็สงบ วาจาก็สงบ กาย วาจา ใจ เป็นหนึ่งเดียวกัน

“ภาวะต่าง…ต่าง เกิดขึ้น แล้วจบลงทุกวัน เราต้องเป็นผู้มีสติปัญญา ตั้งใจ พิจารณาใคร่ครวญชีวิต ให้เห็นว่า มันไม่เที่ยง มันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จนเราจับต้องอะไรไว้เป็นของเราไม่ได้ ถ้าด้วยความเข้าใจผิด ของที่เราจับต้อง ถือไว้ ผูกพันไว้ มันก็คือ ความทุกข์ทั้งนั้น”



เธอเหลียวมองแม่ชีตัวน้อยที่นั่งฟัง ..... นายแม่เทศน์อย่างสำรวม หลายคนเพิ่งจะพ้นวัยเด็กมาได้ไม่นาน บางคนอาจอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเธอด้วยซ้ำไป หากแต่เลือกทางเดินบนเส้นทางแห่งธรรม ที่ไม่มีขวากหนามแหลมคม ให้ล้มลุกคลุกคลานจนเปรอะเปื้อนและมี “บาดแผล” มาเช่นเธอ

“คนเรามีแผลกันทุกคนนะลูก ไม่มีประโยชน์ใด…ใด กับ ความทุกข์ นอกจากจะพลิกสภาพความสูญเสีย ให้เป็นความถูกต้องเสียใหม่ เราจะต้องตั้งหลักให้ได้ ต้องมีสติอยู่ทุกก้าวของการใช้ชีวิตในปัจจุบันขณะ ถ้าเราขาดสติ เราได้ชื่อว่า…ตายแล้ว เพราะมันประมาท ชีวิตที่ประมาทและขาดสติ เป็นชีวิตที่…..ตายแล้วทั้งเป็น”



เธอเองเล่าที่ผ่านมา ..... เธอมีสติกับการใช้ชีวิตเพียงใดกัน คิดขึ้นมาแล้ว น้ำตาเจ้ากรรมก็พานจะไหล อารมณ์ที่เย็นชืดกลับเร่าร้อนขึ้นมาอีก แม่ชีหันมาทางกลุ่มผู้หญิงของ “บ้านสายสัมพันธ์” น้ำเสียงเยือกเย็นเนิบนาบนั้น ปลอบประโลมหัวใจเจ็บทุกดวง

“เหตุการณ์ริมถนนวันนั้น มันจบลงแล้วนะลูก จบแล้ว ตั้งแต่คืนนั้น แต่…วันนี้ ขณะนี้ เดี๋ยวนี้ มันห่างมาตั้งกี่วัน กี่เดือนแล้ว จะ 9 เดือน ลูกจะคลอดแล้ว ทุกครั้งที่หนูนึกถึงมัน หนูกำลังทำร้าย กำลังข่มขืนตัวเองอยู่..รู้หรือเปล่า หนูก็มือไม้อ่อน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มีประโยชน์อะไร กับ การที่จะทำให้ตัวเองใจอ่อนแออย่างนี้ เรียกว่าทำร้ายตัวเอง ไม่ว่าจะพลาดพลั้งอย่างไรมา เราต้องพลิกสถานการณ์ ให้สิ่งนั้นทำให้ตัวเราเข้มแข็งขึ้นสิลูก”



“ทุกคนมีแผลเป็นทั้งนั้นแหละลูก แต่มองเห็นทีไรก็บอกตัวเองให้ได้ว่า ต้องเข้มแข็ง ต้องระวังมากขึ้นทุกที แผลเป็นมันคงไม่หายไปหรอก แต่ว่าแผลเป็นก็คือ แผลเป็นที่ไม่เจ็บได้ ถ้าเรารู้จักศัลยกรรม ตกแต่งไปเรื่อย…เรื่อย มันก็ไม่มีอิทธิพลเหนือชีวิตของเราหรอก ก็เหมือนกับอะไรที่เราลืม..ลืมไปนั่นแหละ”

เธอฉุกคิดถึงแผลสดของตัวเองที่กำลังจะแห้ง พยายามจะลืม
แต่ก็ดูเหมือนว่าเลือดที่เกรอะกรัง เริ่มไหลซึมออกมาอีกครั้ง

“อยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติให้เบิกบานสดใสที่สุด เพื่อว่าพรุ่งนี้หนูจะได้ไม่ต้องแก้ตัวอีก ล้มตรงไหน ให้ หนูลุกตรงนั้น อย่าปฏิเสธหรือเพ่งโทษคนอื่น ต้องยอมรับความจริงนะลูก ว่ามีตัวเราแหย่มือแหย่ตี..นเข้าไปด้วย เพราะฉะนั้น…เราจะระมัดระวังมือตี..นของเราอย่างไร ให้ต่อไปนี้ไม่ไปเกี่ยวข้องในเส้นทางที่จะเกิดการผิดพลาด หรือเกิดปัญหาอย่างที่เคยเกิดมาแล้วอีก พี่…พี่อยู่มาก่อนดี แม่ชีก็ดี แม่หวังว่า จะปฏิบัติตัวเป็นเพื่อน เป็นมิตรแท้ที่มั่นคง มีเมตตากรุณา ช่วยกันดูแลสมาชิกใหม่ของบ้านเราด้วย”



หัวใจเจ็บที่เคยแห้งผาก ..... บัดนี้ซึมซับทุกคำพูดของนายแม่ไว้กับใจตัวบอกตัวเองว่า เธอต้องยอมรับ “ความจริง” นั้นให้ได้ ไม่ว่ามันจะเจ็บปวดเพียงใด หลายครั้งที่นึก อยากจะบอกเล่า ระบาย “ความจริง” ในชีวิตตัวเองให้ใครสักคนรับฟัง แต่เธอรู้ดี ไม่มีใครในบ้านหลังนี้ ยินยอมรับฟังเรื่องราวในอดีตของแต่ละคนอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่ไม่ห่วงใย แต่รูปธรรมของความรัก ความเมตตา ที่ผู้หญิงใน “บ้านสายสัมพันธ์” และ แม่ชี ในที่นี้ มีให้แก่กัน คือการเตือนสติกันและกัน ให้ใช้ชีวิตอยู่อย่างเบิกบานแจ่มใส่เท่านั้น ขณะเดียวกัน คำปรึกษาที่นายแม่มีให้แก่ผู้หญิงทุกคนอย่างจิรงใจ สม่ำเสมอ ไม่รู้เบื่อหน่าย ก็ยังช่วยชี้แนะทางสว่าง สงบ ให้พวกเธอได้เป็นอย่างดี

บอกตัวเองว่า ..... ต้องทำให้ได้ ใช้ธรรมะรักษาใจให้หายเจ็บ และ บำบัดจิต ด้วยความจริง

“เอ้า…..นั่งสวดมนต์ ฟังเทศน์กันมานานแล้ว ต่อไปเรามาออกกำลังกายกันดีกว่า”
เธอลุกขึ้นยืนตามเพื่อน..เพื่อน พี่..พี่ ที่มาอยู่ก่อนหน้านี้



“เจ้าตัวเล็ก ที่คลานกระดุ๊บ..กระดุ๊บอยู่นี่ ไปออกกำลังกายกับแม่เขาด้วย ลูกใครจ๊ะ แม่มารับไปเร็ว แม่ทุกคนอุ้มลูกไว้ด้วยนะจ๊ะ แม่ไปไหนลูกไปด้วย กติกาของบ้านเราก็คือ การเคลื่อนไหว แต่ใจยังนิ่ง กายไปไหน ลมหายใจไปด้วย ลมหายใจไปไหน สติไปด้วย เมื่อมีสติ เราจะรู้ทิศทางที่ชัดเจนแม่นยำ ไม่หลงทิศผิดพลาด”

“ขณะปฏิบัติตามท่ากายบริหารอย่างง่าย..ง่าย ใจที่เริ่มนิ่ง หวนคิดถึงชีวิตตัวเองที่เคลื่อนไหวในอดีต ว่ามีสติกำหนดทิศทางให้ตัวเองบ้างหรือเปล่า ถึงได้ซวนเซเช่นนี้ เอาเถอะ…ต่อแต่นี้ เธอจะตั้งหลักให้มั่น และ มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันขณะเท่านั้น ไม่ไปโหยหาหลงใหลในสิ่งใด สิ่งหนึ่ง คนใดคนหนึ่ง อย่างไร้สติ เช่นที่ผ่านมาอีก”

“ลมหายใจ ..... คือเพื่อน ลมหายใจคือชีวิต ลมหายใจคืออาวุธอันศักดิ์สิทธิ์ ที่จะร้อยสติของเราเอาไว้ ทุกคนลองมองออกนอกศาลาซิ จะเห็นว่า…ในบ้านของเรา เต็มไปด้วยต้นไม้ ทุกครั้งที่หายใจเข้า เราได้เอาความรักและความเมตตา ที่ต้นไม้ให้แก่ชีวิตของเราเข้าไปด้วย ดังนั้น…เมื่อเราหายใจออก ก็จงนำเอาความกรุณา ความเอื้ออาทร ออกมาด้วยนะจ๊ะ เพราะ…..คาร์บอนไดออกไซด์จากตัวเรา เป็นสิ่งที่ต้นไม้ต้องการเช่นกัน ความรักมันอยู่ตรงนี้ นี่เอง ไม่ต้องไปหาไกลตัว ที่…ลมหายใจของเรา…นี่แหละ”



4 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/01/2004 02:56 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


คืนอกอุ่นให้ ..... ลูกน้อย [4/6]



“เธอนิ่ง ฟัง คิด และ เริ่มปฏิบัติตาม เช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่น..อื่น ของ “บ้านสายสัมพันธ์” นี้ มองออกไปนอกศาลา สีเขียวของต้นไม้ ใบหญ้า ที่โอบล้อมอยู่รอบตัวช่างร่มรื่น ชวนให้รู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ปลอดภัย ในใจตัวเองเล่า มันเริ่มสงบและเย็นลงอย่างน่าประหลาด ก้มลงมอง “เด็กคนหนึ่ง” ที่เธออุ้มอยู่แนบอก ก็รู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเธออีกต่อไปแล้ว นี่ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกแล้วว่า เป็นการพอแล้ว สำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของผู้หญิงคนหนึ่งใน “บ้านสายสัมพันธ์”

จากศาลาฟังธรรม ..... ผ่านความร่มเย็นของแมกไม้ ข้ามสะพานไม้เล็ก..เล็ก มาอีกไม่ไกลก็ถึงอาณาบริเวณของบ้านสายสัมพันธ์ ยิ่งก้าวเดินเข้าไปใกล้ เสียงเด็ก..เด็กร้อง เสียงเห่กล่อมลูก ยิ่งได้ยินชัดเจน แล้วบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ ใต้ถุนสูง ลักษณะเหมือนบ้านสองหลังที่เชื่อมกันด้วยนอกชานแล่นกลาง ก็ปรากฏอยู่ท่ามกลางแนวไม้ร่มรื่น และคูน้ำใสเย็น

เธอยังจำคำบอกเล่า ..... ของพยาบาลห้องคลอดถึงบ้านหลังหนึ่งได้ดี บ้านหลังที่เธอถูกขอร้องให้มาให้นม “เด็กคนหนึ่ง” สัก 3 เดือน แล้วจะทิ้งก็ไม่ว่ากัน บ้านหลังนั้นก็คือ บ้านหลังนี้นั่นเอง เธอ….ก้มลงมองทารกน้อยที่ดูดนม จากอกของเธอ อย่างหิวกระหาย ถามตัวเองว่า เมื่อผ่านพ้น 3 เดือนแล้ว เธอจะทิ้งเขาไปได้จริง…จริงหรือ ?



“ธรรมะคือ การทำหน้าที่ให้ถูกต้อง ใครมีหน้าที่อะไร ก็ทำหน้าที่นั้นไปอย่างถูกต้อง ด้วยจิตใจที่เบิกบาน แจ่มใส ทำ “เหตุ” ให้มาก แล้วละวางจาก “ผล” จากความคาดหวังทั้งปวง” ยังจดจำคำเทศน์ของนายแม่เมื่อวันก่อนได้ดี

เธอหันมาถามตัวเอง หน้าที่ของเธอคืออะไร…..ด้วยวัยเพียงเท่านี้
เธอยังต้องเรียนหนังสืออยู่มิใช่หรือ เธอยังต้องเป็น “เด็กดี” ของพ่อแม่มิใช่หรือ ?

“บดข้าวให้ลูกหรือยัง แบ่งในชามนี่ไปบ้างมั้ยล่ะ น้องตุ้มกินไม่หมดหรอก”

เธอรับชามข้าวจากแม่น้องตุ้มมา ตักใส่ชามลูกตัวเอง
เจ้าตัวน้อยเริ่มร้องโยเย แม้เธอจะอุ้มไว้แนบอกเช่นนี้

“ใจเย็น…ใจเย็น อย่าเครียด อย่ากังวล ปล่อยวางเสียบ้างเถอะ สังเกตสิ ถ้าแม่เครียดแล้วเลี้ยงลูก ลูกก็กวนจะโยเยไปด้วย” แม่น้องตุ้มวางลูกตัวเองไว้บนเบาะ แล้วเอื้อมมารับลูกของเธอไปเห่กล่อมไว้แนบอก



“ ต้วม…ต้วม เตรี้ยม…เตรี้ยม ออกมาจากไข่ เจ้าหนอนตัวใหญ่ ลูกใครกันหนอ กระดึ๊บ…กระดึ๊บไป กระดึ๊บ…กระดึ๊บไป กัดกินใบไม้ อิ่มแล้วก็นอน เจ้าตัวหนอนก็ชักใยหุ้มตัว…!! “

เสียงเพลงง่าย…ง่าย ทำนองเนิบช้า น้ำเสียงนุ่มนวลเยือกเย็นนั้น ทำให้เจ้าตัวเล็กของเธอนอนนิ่งฟัง ตาใสแป๋วของทารกน้อย มองสบตาแม่ของน้องตุ้ม เหมือนพยายามรับรู้อะไรบางอย่าง

เธอรับลูกกลับคืนมา มองสบตาใสแจ๋ว บอกตัวเองว่า หน้าที่ของเธอในปัจจุบันและขณะนี้ คือ "แม่” แม่ที่ต้องเลี้ยงลูกอย่างมีสติอย่างเบิกบาน แจ่มใสเท่านั้น

หากแต่ ..... ในความหลากหลายของผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาสู่ “บ้านสายสัมพันธ์” ใช่ว่าทุกคนจะเยือกเย็น สงบลงได้อย่างง่าย…ง่ายเพียงชั่วระยะเวลาสั้น..สั้น



จากประสบการณ์ การทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้หญิงเหล่านั้น
พี่จัน…แม่บ้านประจำ “บ้านสายสัมพันธ์” รู้ว่า…..

“แม่บางคนจิตใจเครียด กังวล สับสนมาก เห็นได้ชัดเลยว่า เมื่อให้นมลูก ลูกก็จะกวนโยเย ก็ต้องคอยปลอบประโลมกัน และ ให้รุ่นพี่..พี่ที่มาอยู่ก่อนคอยช่วยเหลือ ดูแล ซึ่งเขาจะเอื้ออาทรกันมาก อย่างไม่น่าเชื่อ แม่บางคนเพิ่งคลอดลูกได้ 7 วัน แต่น้ำนมแห้งไม่มีนมให้ลูกกิน ก็มีแม่..แม่ที่เพิ่งคลอดเหมือนกันมาช่วยให้นมแทนหรือบางคนที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ เขายังปรับใจไม่ได้ ใจยังไม่นิ่ง ไม่สงบ ยังเกลียดพ่อเด็ก เกลียดเด็ก เกลียดลูกมาก ไม่ให้ลูกกินนม ไม่ดูแลลูกเลย แม่…แม่คนอื่นก็ต้องมาช่วยกันดูแลลูกให้พวกเธอแทน “

เวลา 3 เดือน ..... ของคนที่เป็นแม่ลูกอ่อน ของคนที่เพิ่งผ่านมรสุมชีวิตมาหยก…หยก ไม่ใช่คืนวันที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วนัก มันอาจเป็น 3 ปี หรือ 30 ปี อันยาวนาน สำหรับใครบางคนที่ยังตอบคำถามให้ตัวเองไม่ได้



แต่ด้วยหัวใจที่ผ่านทุกร้อนมาเหมือน…เหมือนกัน พวกเธอทุกคน ใน “บ้านสายสัมพันธ์” ช่วยกันโอบอุ้ม ประคับประคองผู้มาใหม่ คนแล้วคนเล่า ให้ผ่านคืนวันที่ฝันร้ายไปได้ ที่สำคัญ แม่หลายคนที่มาอยู่ ก่อนได้ทำหน้าที่ของตน ให้ผู้หญิงที่มาอยู่ใหม่ได้เห็นว่า ไม่ว่าจะพลั้งพลาดมาอย่างไร พวกเธอสามารถเป็น “แม่” ได้เหมือนและเท่ากับผู้หญิงคนอื่น..อื่นเช่นกัน และ สายสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเด็กคนหนึ่ง ที่เธอไม่เคยเชื่อว่า มีอยู่นั้น มีอยู่จริง..จริง

“ ฝากมะปรางด้วยนะพี่ เดี๋ยวหนูเอาผ้าไปตากแป๊บนึง ”

“ เมื่อคืน หนูตื่นมาตอนดึก เห็นผ้าห่มของลูกพี่หลุด หนูเลยห่มให้ “

เจ้าตัวเล็กใน “บ้านสายสัมพันธ์” ไม่เพียงเป็นลูกของคนใดคนหนึ่ง หากแต่ยังเป็นลูกของแม่ทุกคนใน “บ้านสายสัมพันธ์” หลังนี้อีกด้วย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าแม่คนใด จะมีเวรทำหน้าที่อะไรของตัว ทั้งกวาดบ้าน ถูบ้าน ทำกับข้าว ล้างจาน ล้างห้องน้ำ ฯลฯ

แต่ลูกของพวกเธอจะไม่ถูกทิ้งขว้าง หากจะได้รับการดูแลเอาใจใส่
จากแม่คนอื่น…อื่นเสมอ…..ฯลฯ



5 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/01/2004 02:59 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


คืนอกอุ่นให้ ..... ลูกน้อย[5/6]



นับวันเธอยิ่งรู้สึกว่า ..... วันเวลาที่ได้ใช้ชีวิตกับลูกที่ผ่านไปในแต่ละวันนั้น เป็นวันเวลาที่มีค่าที่สุดในชีวิต ยิ่งนานวัน เธอก็แทบจะไม่ต้องใช้ความพยายามในการสร้างความสัมพันธ์ กับลูกน้อยของตัวเอง แล้วในที่สุด เมื่อผ่าน 3 เดือนแรก ใน “บ้านสายสัมพันธ์” เธอมีคำตอบให้แก่ตัวเอง และที่สำคัญ มีให้กับเจ้าตัวน้อย…น้อยของเธออีกด้วย เธอยอมรับเจ้าตัวน้อย..น้อยนั้นเป็น “ลูก” อย่างเต็มหัวใจ แต่ปัญหาที่ตามมารบกวนในใจต่อไปก็คือ เธอจะเป็นแม่ที่สมบูรณ์ได้ล่ะหรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่ออกไปอยู่ในโลกกว้าง กับเจ้าตัวน้อย ซึ่งเป็น…แก้วตา…ดวงใจ…ของเธอแล้ว

โลกนี้ยังน่าอยู่…..วันนี้ที่ “บ้านสายสัมพันธ์” จะมี “งาน“

ความรู้สึกต่างๆ ที่เคยตกตะกอนในใจกลับหวั่นไหว ขุ่นข้นขึ้นมาอีก จะมีอะไร หรือ ใครที่เข้ามาทำให้ใจเธอหวั่นไหวขึ้นมาอีกหรือเปล่า ที่สำคัญ ความรู้สึกว่าตัวเอง “ผิด” “ไม่ดี” เริ่มกลับมาอีกครั้ง



ตลอดเวลาที่ผ่านมากว่า 3 เดือน เธอรับรู้ได้ถึงความอบอุ่น เบิกบาน แจ่มใสของทุกชีวิต ใน “บ้านสายสัมพันธ์” แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่มั่นใจ กับ โลกภายนอกที่จะต้องออกไปเผชิญ ที่สำคัญ เธอจะตอบอย่างไรกับคำถามที่ว่า ใครเป็นพ่อของลูกที่เธออุ้มอยู่

“เราจะเก็บชีวิตตัวเองไว้ในบ้านหลังนี้ เท่านั้น ไม่ได้หรอกนะ ลูกนะ
ต้องออกไปเผชิญความจริง พบความจริงอย่างกล้าหาญ ด้วยสติที่ตั้งมั่น”

เสียงของแม่ชีเหมือนปลอบประโลมอยู่ที่ข้างหูนี่เอง

เธอเดินตามแม่คนอื่น…อื่น ไปศาลาฟังธรรม เห็นมีผู้หญิงแปลกหน้าอีกหลายคนกับเด็ก…เด็ก อีกมากมายนั่งรออยู่ก่อนแล้ว มารู้ภายหลังว่า ผู้คนเหล่านี้ มาจากชุมชนแออัดรอบ…รอบข้างของ “บ้านสายสัมพันธ์” นี่เอง



งานวันนี้ ..... คือโครงการอนุบาลฝีมือแม่ ที่จัดขึ้น เพื่อเพิ่มพูนความรัก ความผูกพันระหว่างแม่กับลูก ทั้งแม่ที่มาจาก “บ้านสายสัมพันธ์” และ แม่…แม่จากชุมชนแออัดภายนอกนั่นเอง

“ของเล่นชิ้นแรก สำหรับลูกน้อยของแม่ น่าจะเป็นของที่มาจากฝีมือของแม่
วันนี้เราจะมาหัดทำตุ๊กตาจากเศษผ้ากัน”

เสียง “แม่ครู” อธิบายวิธีทำ เธอลงนั่งเย็บผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยเข้าด้วยกันตามที่แม่ครูแนะนำ ในใจไม่นึกถึงสิ่งใด นอกจากงานตรงหน้าในปัจจุบัน ขณะเท่านั้น เจ้าตัวเล็กนอนลืมตาแป๋วอยู่ข้างหน้า ไม่นานก็หลับปุ๋ยไป เธอเหลือบมองแม่…แม่คนอื่น…อื่น ที่ขะมักเขม้นเย็บผ้าในมือ บ้างจับคู่คุยกันกระหนุงกระหนิง บ้างจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ทั้งแม่จาก “บ้านสายสัมพันธ์” และ แม่…แม่จากชุมชนแออัดข้างนอก ไม่นาน เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ ก็ดังอยู่ทั่วไป



ตกเย็น ตุ๊กตาตัวแรกก็สำเร็จเป็นตัว แม้ว่าของมันจะยาวไม่เท่ากัน ตาเหล่ หรือหมวกเศษผ้าจะเบี้ยวไม่เป็นทรงก็ตาม เมื่อหยิบยื่นให้เจ้าตัวน้อยแล้ว เขาก็รับไปกอดรัด กัดเล่นอย่างเพลิดเพลิน ในอกในใจของเธอก็ดูเหมือนจะเต็มตื้นขึ้นมาทีเดียว

และค่ำนั้นเอง หลังจาก เพื่อน…เพื่อนจากข้างนอก กลับไปแล้ว เธอก็ได้เรียนรู้ว่า ในชีวิตของการมีครอบครัว ในทุกอณูของสังคม ไม่มีใครที่จะมีสมบูรณ์พร้อม ล้วนมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น และ ไม่ใช่เพียงแต่พวกเธอใน “บ้านสายสัมพันธ์” นี้เท่านั้น ที่เคยทุกข์ท้อ พลั้งพลาดมา ผู้หญิงข้างนอกอีกหลายคนมีปัญหา และ ทุกข์ทรมาน ไม่แพ้พวกเธอ และ แต่ละคนก็ล้วนมีวิธีจัดการกับตัวเองให้อยู่ท่ามกลางปัญหานั้น..นั้น ได้อย่างคนปกติธรรมดา และ อยู่อย่างไม่ทุกข์ได้ พวกเธอไม่ได้เป็นจุดสีดำเพียงจุดเดียวในโลกสีเทาข้างนอก…ฯลฯ



6 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/01/2004 03:01 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


คืนอกอุ่นให้ ..... ลูกน้อย [6/6]



นอกจากมี ..... โครงการอนุบาลฝีมือแม่แล้ว ยังมีโครงการบ้านวันอาทิตย์

เธอเห็นเด็ก…เด็กมากมายกำลัง “ทำงาน” ของตัวเองอย่างสนุกสนาน นั่นคือ การเล่น เด็กโตขึ้นมาหน่อยก็ขะมักเขม้นอยู่กับการปั้นดินและทำผ้าบ้าติก โดยมีผู้เป็นพ่อคอยช่วยเหลือ ดูแล เด็กผู้หญิงหลายคนแยกตัวไปช่วยแม่หั่นผัก ทำกับข้าว มองรวมเหมือนเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ที่แต่ละคนรู้จักหน้าที่ของตน และทำไปด้วยความเบิกบาน สนุกสนาน แจ่มใส เธอสัมผัส…และรับรู้ได้ถึงความสุขและความเอื้ออาทรที่มีต่อกัน โดยมีตัวเธอเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนั้นด้วย

แม่ ลูก ผู้แจ่มใสเบิกบาน…..ยิ่งนานวัน เธอยิ่งรู้สึกชอบการสวดมนต์ในตอนเช้า ที่ทำให้หัวใจนิ่งสงบ ปลอดโปร่งทั้งวัน แต่เธอก็ตระหนักดีว่า ความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ที่ได้รับความช่วยเหลือเยียวยาจาก “บ้านสายสัมพันธ์” ไม่เพียงพอสำหรับการออกไปใช้ชีวิตในโลกภายนอก เธอบอกตัวเองว่า เธอ…ต้องทำงาน ต้องเลี้ยงลูกเอง…?



ดังนั้น ..... เธอจึงต้องเรียนหนังสือ ในโครงการ ก.ศ.น. หรือการศึกษานอกโรงเรียน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และ อาชีพของเธอ เพื่อเธอจะได้กลับสู่ชุมชนข้างนอกด้วยความเชื่อมั่น มั่นคงและมั่นใจ

เธอยังจำได้กับภาพ ของรุ่นพี่จาก “บ้านสายสัมพันธ์” ที่สมัครใจมาเป็น “แม่ครู” ที่เนอสเซอรี่โครงการเลี้ยงเด็ก ของบ้าน “บ้านสายสัมพันธ์” แม่ครู…ใจดี ใจเย็น เบิกบานคนนั้น กับการงานที่แสนจะวุ่นวายกับเจ้าตัวเล็กจำนวนมากมายในแต่ละวัน ช่างไม่เหลือเค้าของ “ผู้หญิงคนเก่า” เลยสักนิด

ผู้หญิงบางคนออกไปทำงานที่ทางโครงการ “บ้านสายสัมพันธ์” จัดหาให้
ที่เค้ายินดีรับทั้งแม่และลูก เข้าพักพิงอาศัยอยู่ด้วยกัน

ผู้หญิงบางคนสมัครใจอุ้มลูกกลับบ้าน กลับไปสู่ครอบครัว
ที่ไม่เคยรับรู้เรื่องราวของตัวเองมาก่อน



ผู้หญิงคนหนึ่ง ..... ”หนูจะทิ้งลูกคะ”

ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง พร้อมทารกน้อยในอ้อมแขน ก้าวเข้ามาใน “บ้านสายสัมพันธ์” ด้วยน้ำตานองหน้า โศกนาฏกรรมของผู้หญิงยังคงเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า คนแล้วคนเล่า

หากแต่สำหรับเธอ วันนี้ ..... เธอคือผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่กำลังจะก้าวออกจาก “บ้านสายสัมพันธ์” พร้อมเผชิญโลภภายนอก ในคืนวันข้างหน้า ไม่ว่ามันจะสวยงาม หรือโหดร้ายเช่นไร

เสียงร้องของลูกน้อย ยิ่งกระตุ้นเตือนให้เธอเข้มแข็ง มีสติ เพื่อพาสายเลือดน้อยนี้ ก้าวข้ามคืนวันเก่า…เก่า สู่ชีวิตใหม่ที่เบิกบานแจ่มใส ลูกของเธอ จะไม่เป็นลูกโซ่แห่งปัญหาสังคม เขาจะไม่ใช่เด็กที่ถูกทอดทิ้งให้เผชิญชะตากรรมในโลกอันกว้างใหญ่เพียงลำพัง จนกลายเป็นปัญหาของสังคมในที่สุด ลูกของเธอจะอบอุ่น มั่นคงและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่างแข็งแรง บาดแผลชีวิตที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้เธอสูญเสียศรัทธาในสถาบันครอบครัวและการมีชีวิตคู่ เธอยังคงมีหวัง และ ในคราวหน้าเธอจะไม่พลาด หรือหากพลาดก็จะลุกขึ้นอย่างเร็ว อย่างรู้เท่าทันและอยู่รอดได้อย่างปลอดภัย



“ครอบครัว” สถาบันพื้นฐานที่เล็กที่สุด และ สำคัญที่สุดในสังคม
อย่างน้อย…น้อยก็ครอบครัวของเธออีกหนึ่งล่ะ ที่จะยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงแข็งแรง

และ “สายสัมพันธ์” ทั้งหมดนี้ มี “บ้านสายสัมพันธ์” เป็นสถานที่รื้อฟื้น
เรียกให้มันกลับคืนมาอีกครั้ง

ลมพายุในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งสงบลงแล้ว ..... วันนี้ฟ้าใส แดดสาด สายรุ้งสีส่วยทอดโค้งที่ขอบฟ้า เหมือนแสงธรรมที่จะส่องนำอยู่ในหัวใจของเธอและลูกน้อยตลอดไป เธอพร้อมแล้วที่จะออกไปเผชิญโลกอย่างคนที่เบิกบาน ไม่เครียดแค้นชิงชัง พร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง กับ “เด็กคนหนึ่ง “…..ที่เป็นเสมือน “แก้วตา และ ดวงใจ” ของเธอเอง..!!



7 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/01/2004 03:04 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


ทุกปัญหาแก้ไขได้….. นั้นเป็นหลักของความจริง
ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้ ถ้าทุกคนในสังคมมีสำนึกที่จะรับผิดชอบ
แบ่งปันความรัก และ น้ำใจ ให้แก่กันและกัน

อดีตที่ปวดร้าว ….. ปัญหาชีวิตที่หนักหน่วง และ ความเดียวดาย
ของผู้หญิงคนหนึ่ง ก็จบลงแล้ว จบลงที่ “บ้านสายสัมพันธ์”

ต่อแต่นี้ ….. มีเพียงผู้หญิงคนใหม่ ที่รักลูกดั่งแก้วตาดวงใจ
มีแต่ผู้หญิงที่มีสติในทุกย่างก้าว ใช้ชีวิตในปัจจุบันอย่าง แจ่มใส เบิกบาน
รู้ดี ... รู้ชั่ว ... และ มีตนเป็นที่พึ่งแห่งตน



เพราะ ….. ไม่ว่าเธอจะพลาดพลั้งมาในรูปแบบใด
ถ้าสังคมยังมีสำนึกที่จะช่วยเหลือรักษาใจเจ็บของเธอเหล่านั้นด้วยความจริงใจ
และ เมื่อเธอได้รับการเยียวยารักษาทั้งแผลกาย และ แผลใจ ใน “บ้านสายสัมพันธ์” หลังนี้

เธอ ….. ก็สามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อีกครั้งด้วยความ เข้มแข็ง กล้าหาญ
อย่างผู้รู้ ... อย่างมีสติ ... โดยมีศาสนาเป็นแส่งสว่างนำทางในการดำเนินชีวิตในครั้งใหม่นี้

เรายังเชื่อว่า ….. สถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สำคัญที่สุดของสังคมไทย
เมื่อครอบครัวอบอุ่น ทุกชีวิต จะรู้จักรักและแบ่งปัน …ฯลฯ




โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/


8 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/01/2004 03:08 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
  อ่านแล้ว ซาบซึ้งมาก ๆ เลยค่ะ พี่อยากทราบที่อยู่ของบ้านสายสัมพันธ์ ที่สามารถติดต่อได้ ทั้งที่อยู่และเบอร์โทร..คนภายนอกสามารถเข้าไปเยี่ยมชม หรือฟังเทศน์ ฟังธรมมฯ ได้ไหมค่ะ หรือว่าถ้าพี่มีของจะบริจาคให้คุณแม่ฯ ที่อยู่บ้านสายสัมพันธ์ พี่จะติดต่อเค้าได้อย่างไร อีกอย่าง พี่ก็มีครอบครัว มีลูกสาวอายุเพียงห้าเดือนเศษ แต่พี่ก็มีปัญหากับสามี พี่เครียดค่ะ บางครั้งไม่มีทางออก สับสน แต่ทุกอย่างก็พยายาม เพื่อลูก อันเป็นที่รัก...พี่อยากจะฟังแม่ชีฯ เพื่อว่าจะมีแนวทางให้พี่มีกำลังใจเลี้ยงลูกสาวของพี่ต่อไปในอนาคตให้เค้าเติบโตเป็นเยาวชนคนดีค่ะ
รบกวนน้องน้ำตาลด้วยค่ะ พี่เพิ่งเข้ามาอ่านบันทึกของน้องวันนี้เองนะ รู้สึกประทับใจหลาย ๆ อย่างค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ สำหรับข้อมูลที่พี่ขอค่ะ
 
     
    By: ใบตอง     17/02/2004 03:34 PM  (203.147.0.44)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
 


ยินดีคะ ตาลเอาเรื่องราวเหล่านี้มาจาก
นิตยสาร สารคดี ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๓๘

เสถียรธรรมสถาน ..... ยังติดต่อได้คะ แต่บ้านสายสัมพันธ์ ไม่แน่ใจว่าเค้าจะดำเนินงานต่อเนื่องอยู่หรือไม่ ถ้ายังไง ก็โทรศัพท์ถามรายละเอียดก่อนดีกว่านะคะ เพราะเมื่อกี้ตาลโทรศัพท์ไปเช็คให้แล้ว เจ้าหน้าที่เค้าบอกว่า ตอนนี้แม่ชีไปอินเดียกัน และ บ้านสายสัมพันธ์ปิดปรับปรุงชั่วคราว


เสถียรธรรมสถาน .....
ที่อยู่ ..... ๒๔/๕ หมู่ ๘ ซอยวัชรพล รามอินทรา ๕๕ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ๑๐๒๓๐
โทรศัพท์ ..... ๐๒- ๕๐๙ ๐๐๘๕, ๐๒-๕๐๙๒๒๓๗, ๐๒-๕๑๐-๔๗๕๖, ๐๒-๕๑๐-๖๖๙๗
โทรสาร ..... ๐๒-๕๑๙๔๖๓๓


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   17/02/2004 05:25 PM  (203.107.195.132)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
  พี่กำลังมีปัญหากับแฟน เพื่อนพี่ส่งเรื่องนี้มาให้อ่าน ขอบใจน้ำตาลมากที่เขียนเรื่องนี้ไว้ พี่รู้แล้วว่าพี่ควรจะจัดการอย่างไรกับชีวิตของพี่กับแฟนดี เมื่อวานพี่ร้องไห้ อยากตายไปจากโรคนี้เหลือเกิน แต่เพื่อนพี่บอกว่าให้อ่านหน้าบันทึกนี้ให้จบก่อน แล้วค่อยคิดใหม่อีกครั้ง พี่เกือบทำร้ายชีวิตหนึ่งไปแล้ว โดยที่เขาไม่รู้เรื่อง เว็บไซต์น้ำตาลมีบุญคุณกับพี่และลูกมาก

ขอให้น้ำตาลและเว็บไซต์นี้อยู่คู่กับสังคมที่เลวร้ายนี้ตลอดไป อย่างน้อยก็ยังมีที่ให้พี่ได้พักความรู้สึกที่เหนื่อยเหลือเกินได้มาก
 
     
    By: พี่กบ  Mail to พี่กบ   3/08/2004 07:38 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
  ให้กำลังใจทุกคนนะคับ

สิ่งต่างๆ ผ่านมา เพื่อที่จะ ผ่านไป

บาดแผลที่เกิดขึ้น เกิดจากมีดคมเล่มหนึ่งบาดเรา

หากแต่หลังจากนั้น หากเราคิด วิตก กังวล สับสน จมทุกข์ เปรียบเสมือน
เรานั่นเอง ที่หยิบ มีดเล่มนั้น มาทิ่มแทงตัวเอง

ยินดีให้คำปรึกษา

นัน narasawat@hotmail.com


 
     
    By: นัน     28/06/2005 10:42 PM  (202.176.94.8)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.