| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



ปลูกรากแก้วให้ชีวิต ... ปลูกความคิดให้สังคม
     
 


หนังสืออ้างอิง ..... จากหนังสือ "หลักใจ"
โดย ..... พระเทพญาณวิศิษฎ์ [อภิพล อภิพโล] เจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    6/01/2004 12:19 AM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


ความคิด ..... ที่แฝงไว้ด้วยปรัชญา คือหลักใจที่มั่นคง เมื่อใจมีหลักดี ชีวิตย่อมหนักแน่น ความเข้าใจชีวิต เริ่มต้นที่หลักใจ เพราะหลักใจคือหลักชีวิต เหมือนสร้างบ้านบนพื้นที่ ที่มีฐานรากที่มั่นคงและแข็งแรง

สรรพสิ่งในโลกนี้ ..... ย่อมมีสิ่งหนึ่งเป็นหลักยึด เป็นศูนย์รวม แม้แต่สุริยจักรวาล ก็มีพระอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง พระอาทิตย์จึงเป็นเสมือนแกนหลักของสรรพสิ่งทั้งมวลในโลกนี้ ประเทศชาติมีองค์พระประมุขเป็นหลัก บ้านมีพ่อแม่เป็นหลัก และชีวิตของเราก็มีใจเป็นหลัก

ใจ ..... ก็ต้องมีที่ปัก เรียกว่า ที่ปักใจที่มั่นคง
หาไม่ก็จะเป็นชีวิตที่เลื่อนลอยได้ง่ายๆ



โบราณกล่าวไว้ว่า ..... "ไม้หลักปักเลน" ก็หมายถึงการมีหลักดี แต่ที่ปักยังไม่มั่นคงพอ เหมือนคนเรามีชีวิตทุกอย่างสมบูรณ์บริบูรณ์ดีแล้ว แต่ใจไม่มั่นคง ก็ทำให้เกิดทุกข์ เกิดปัญหาได้ง่ายๆ ใจเราจึงจำเป็นต้องมีที่ปักที่มั่นคง เพื่อไม่ให้ใจคลอนแคลนไปตามอารมณ์ คนโบราณจึงเรียกสิ่งที่มั่นคง ไม่คลอนแคลนว่า .....

ปักใจ ..... คือใจมีที่ปักแน่น ไม่โอนเอน หรือ เปลี่ยนแปลงไปได้ง่ายๆ

บทความนี้ ..... ได้พยายามรวบรวม "หลักใจ" ว่าด้วยเรื่องต่างๆ ที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อจิตใจของพวกเราทุกคน ขอให้พวกเราอ่านบทความนี้อย่างช้าๆ แล้วคิดตาม หรือ อ่านแล้วอ่านอีก อ่านให้เข้าใจ เพราะข้อคิดเหล่านี้ ยิ่งอ่านก็จะยิ่งเข้าใจ การอ่านในแต่ละครั้งจะได้หลักคิดที่แตกต่างกัน ข้อความสั้นๆเหล่านี้ จะเป็น "หลักใจ" ที่มั่นคงสำหรับชีวิตของเรา และอาจจะทำให้เราฉุกคิดได้ ทั้งในยามที่ดำเนินชีวิตอย่างปกติ และ คราวที่อาจจะเผชิญโชคชะตา



ด้วยอานิสงส์ .....
จากการพิมพ์และคัดลอกบทความนี้ มานำเสนอต่อพวกเราทุกคน

๏ ๏ ๏ ขอให้พวกเราทุกคน มีความอุดมร่มเย็น เป็นสุขยิ่งในชีวิต
ขอให้พวกเราทุกคน รวมทั้ง ญาติพี่น้อง ครอบครัวและมิตรสหายของพวกเราทุกคน
จงประสบแต่ ความสุขกาย สุขใจ ตลอดไป ๏ ๏ ๏

๏ ๏ ๏ ขอให้บทความนี้ จงมีอานุภาพส่องทางสว่างให้พวกเราทุกคน
จงเป็นผู้มีหลักใจในการดำเนินชีวิต ในการอยู่ร่วมกันในสังคม
และ มีปณิธานที่มั่นคง ในการทำนุบำรุงพิทักษ์รักษา ประเทศชาติ ศาสนา
และ ผืนแผ่นดินไทยของพวกเราทุกคน ให้ดำรงคงอยู่
เพื่อลูกหลานของพวกเราตลอดไป นะคะ ๏ ๏ ๏




โชคดีค่ะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/


๑ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 12:24 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


ชีวิต ..... เป็นของได้มายาก การรักษาชีวิต ไม่ได้หมายความถึงการเข้าใจชีวิต แต่การวางใจต่างหาก คือหลักประกันชีวิต ชีวิตเรามิใช่สมบัติของเราคนเดียว แต่เป็นสมบัติของ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และ ประเทศชาติด้วย เมื่อมีทุกข์ พึงมองมุมกว้างของชีวิต อย่าคิดว่าเราเท่านั้นมี ทุกข์ที่สุด ลำบากที่สุด สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เท่าเทียมกันในการมีชีวิต แต่ "คน" เป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดกว่า ตรงที่รู้จักรักษา และ หวงแหนชีวิตด้วย "สติ"

เมื่อเกิดมาชีวิตหนึ่ง ...... พึงภาคภูมิใจในตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดๆ ใจที่มีภูมิ จะทำให้เราสร้างชีวิตได้ เรียนรู้วิชาใดๆ ก็ไม่หนักแน่น มั่นคงเท่ากับ "วิชาชีวิต" ขณะที่เราเรียน รู้วิชาทำมาหากินมากๆ ก็จงอย่าลืมเรียนรู้ "วิชาดำรงชีวิต" ด้วย บางคนชีวิตมีค่าเพราะใช้เวลาได้คุ้ม การได้มาเกิดเป็นมนุษย์ เป็นเสมือนการได้มีโอกาสมาลงทุน บางคนได้กำไรกลับไปอย่างมหาศาล แต่บางคนก็อาจขาดทุนอย่างยับเยินกลับไปได้เช่นกัน

ค่าของชีวิตอยู่ที่งาน ..... ทุกครั้งที่ลงมือทำงานชีวิตจะมีค่า จงสร้างค่าของชีวิตด้วยงาน ด้วยสติปัญญาของเราเอง คนไม่อาจดีได้ด้วยการดลบันดาล อ้อนวอน บวงสรวง เหล่านั้นเป็นเพียงพิธีกรรม ถ้าอยากก้าวหน้าจงอย่าเชื่อโชคชะตา อย่าซื้อหวย อย่าชอบหยิบยืมเงินของผู้อื่น

คนที่ชอบ 3 อวด .....
คือ อวดรู้ อวดรวย อวดอำนาจ หาความสุขในชีวิตได้ยากมาก




๒ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 12:27 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


งาน ..... งานกับเงินเป็นของคู่กัน แต่มีงานอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่ความเป็นมนุษย์ กำหนดให้เราต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ สิ่งนั้นคืออะไร ... ???

งานสร้างชีวิตคน ..... ทุกคนคือคนงาน ปราศจากงาน ชีวิตก็มีความหมายน้อยลง งานบางอย่างเราทำตามที่ได้รับมอบหมาย แต่บางอย่างเราต้องคิดและทำขึ้นมาเอง ความภูมิใจของชีวิตอยู่ที่ได้คิดและทำงานที่ตนชอบ งานสร้างคนต่อเมื่อคนนั้นตั้งใจทำงาน งานไม่เคยฆ่าคนมีแต่คนด้วยกันที่อาจคิดงานที่ทำลายกัน

คนทำงานพึงนึกถึงหลัก 3 อย่าง ..... คือ นายดี เพื่อนดี ลูกน้องดี เมื่อได้ 3 ดี ก็จะทำงานสำเร็จอย่างมีความสุข แม้ตรากตรำทำงานหนักเพียงใด ก็จะไม่เหน็ดเหนื่อย หากมีความหวังที่ดีอยู่ในหัวใจ คนทุกคนทำงานเพื่อหวังผลทั้งนั้น ผลบางอย่างเป็นวัตถุ แต่บางอย่างเป็นนามธรรม เช่น ความสุขใจ เมื่อทำงานด้วยกันพึงหาความสุขใจให้แก่กันและกัน แม้จากเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตาม

อยากก้าวหน้าในงาน ..... ก่อนนอนพึงกำหนดงานที่จะทำในวันพรุ่งนี้เอาไว้ก่อน ตื่นขึ้นมา หยิบมาดูอีกว่ามีอะไรต้องเพิ่มเติม หรือ จัดความสำคัญใหม่อีกหรือไม่ ทำอย่างนี้ทุกวัน งานยากๆก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ ทำงานต้องจับงานให้แน่น เมื่องานหลุดมือ ความเชื่อถือทั้งของตนเองและผู้คนรอบข้างก็จะหมดไป ความเชื่อถือเรียกกลับคืนมาได้ยาก เมื่อใดงานใหญ่กว่าคน คนทำงานจะมีความสุข แต่เมื่อใดคนใหญ่กว่างานความทุกข์ก็จะตามมา





๓ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 12:30 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


ครอบครัว ..... สามี ภรรยา คือคู่หล่อเลี้ยงชีวิตของกันและกัน น้ำหล่อเลี้ยงชีวิตคือน้ำใจ รากแก้วของครอบครัวคือ ความรักและความเข้าใจ มิใช่ ยศ ฐานะ หรือ เงิน

สถาปนิกออกแบบสร้างบ้านบนกระดาษ .....
แต่สถาปนิกสร้างครอบครัว ต้องออกแบบบน "หัวใจ 2 ดวง"

ความอบอุ่น ความรัก ความภูมิใจ ..... สามี ภรรยา พึงมอบให้กันอย่างสม่ำเสมอ เรื่องเล็กน้อยนั่นแหละ ยิ่งใหญ่ที่สุด จุดสำคัญของบ้านคือครัว เพราะเป็นที่ปรุงอาหารการกิน ชีวิตก็เริ่มต้นด้วยการกิน พึงฝึกวัฒนธรรมการกินให้ลูกหลานทุกคนในบ้าน ให้เค้ารู้จัก "กินเป็น"

เมื่อกินเป็น ..... จึงคิดเป็น กินไม่เป็น ก็คิดไม่เป็น เช่นกัน อาหารกายปรุงที่ครัว แต่อาหารใจปรุงได้ทุกที่ อุปกรณ์ปรุงอาหารใจ ไม่ต้องพกพาหอบหิ้วอะไรไป แต่ทำไมคนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยอยากปรุงอาหารใจ ครอบครัวคือบ้านและบ้านก็คืออู่อารยธรรมของโลก อยากให้โลกเป็นอย่างไร ปลูกได้ที่ "บ้านของเรา"

ของดีในบ้าน ..... คือ พ่อดี แม่ดี ญาติดี
ระเบียบ และ การอบรม บ่มเพาะ ปลูกฝังจริตนิสัยใจคอให้ดีๆ ลูก หลาน ก็จะดีเอง





๔ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 12:33 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


เพื่อน ..... เมื่อขาดเพื่อน แม้ชีวิตจะแวดล้อมด้วยคนเป็นล้านๆ กลางเมืองหลวง ก็เหมือนอยู่คนเดียว เพื่อนที่ดีๆ มีเพียงคนเดียวก็พอแล้ว

พระพุทธเจ้าสอนว่า .....
เพื่อนคือ ตัวพรหมจรรย์ อันเป็นตัวแท้ของพระพุทธศาสนา

เพื่อนแท้กับเพื่อนเทียม ..... ต้องใช้เวลาดูนานๆ แต่ทุกอย่างก็มีหลักเกณฑ์ในการวัด เพื่อนมีหลายแบบ เช่น เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว เพื่อนคุย เพื่อนคิด เพื่อนทำงาน เพื่อนชีวิต เพื่อนที่ดีๆ เปรียบเสมือนอาหารบำรุงร่างกายให้แข็งแรง เพื่อนเทียมเปรียบเหมือนยาพิษ คนที่ตามใจเราทุกอย่าง ยังไม่ใช่เพื่อนแท้ จงอย่าขัดเคืองเมื่อมีใครให้เหตุผลขัดแย้ง เขาอาจเป็นที่พึ่งเราได้ในวันข้างหน้า

เมื่อหาคนเป็นเพื่อนไม่ได้ ..... จงมีหนังสือเป็นเพื่อน มี ป่าไม้ ภูเขา สัตว์น้อยใหญ่ เป็นเพื่อนเถิด ถ้าดูดีๆทุกสรรพสิ่งเป็นเพื่อนเราได้ บุญกุศลก็เป็นเพื่อนได้ คราที่เราหลับตา ลาโลกแล้ว ขณะมีชีวิตก็พึงเก็บ "บุญ" เป็นเสบียง เป็นทุนหนุนส่งเราในภายหน้า เราอาจจะมองดูคนบางคนว่ามีเพื่อนมากๆ แต่ในชีวิตจริงๆ เพื่อนแท้มีได้ไม่มากอย่างที่เห็น





๕ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 12:35 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


สังคม ..... ชีวิตร่างกายของเราเป็นสังคมอย่างหนึ่ง อวัยวะทุกส่วนต่างรับผิดชอบหน้าที่ของตน เหมือนคนในสังคมแต่ละคน ต้องรับผิดชอบต่องานที่ตนทำ สังคมคือเรื่องของส่วนรวม คนเห็นแก่ตัว จะเป็นภาระหนักของคนอื่น เมื่อตาไม่ทำหน้าที่ดู หูไม่ทำหน้าที่ฟัง อวัยวะส่วนอื่นๆก็ต้องเดือดร้อนเช่นกัน คนทุกคนต้องทำหน้าที่ของตน การอยู่ร่วมกันในสังคมพึงต้องเคารพกฎกติกา และ ระเบียบของสังคม สังคมที่ไร้ระเบียบกฎเกณฑ์ ก็ไม่ต่างอะไรกับภาวะของสงคราม

สังคมใหญ่ ..... เริ่มต้นที่เราเป็นคนแรก เริ่มนับหนึ่งที่เราเสมอเช่นกัน การบ่มเพาะความรับผิดชอบต่อสังคมเริ่มต้นที่บ้าน สังคมจะสงบสุขเมื่อตั้งความคิดได้ถูกต้องที่ ... "ตัวเรา"

สังคม 3 กลุ่ม ควรทำงานร่วมกันคือ ..... บ้าน วัด และ โรงเรียน เพราะอยู่ใกล้กันที่สุด

การพัฒนาสังคม ..... คือการให้ทุกคนร่วมกันรับผิดชอบ แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยก็ตาม ควรปลูกฝังอุดมการณ์เรื่องของส่วนรวมให้เกิดขึ้นแก่ลูกหลาน อธิบายให้เขาเข้าใจให้ได้

สังคมไม่สับสน ..... หากพ่อแม่ทุกคนไม่ตามใจลูก ...!!!





๖ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 12:37 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


ประเทศชาติ ..... อนาคตของประเทศชาติ อยู่ที่อนาคตของเยาวชน

ประเทศชาติ ..... ผืนแผ่นดินเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ใครละเมิด ให้ร้าย หรือ เอาเปรียบ จะวิบัติ ไม่มีสิ่งใดจะยิ่งใหญ่เท่าประเทศชาติ คนไม่มีชาติย่อมไร้เกียรติ เราพึงเอาชีวิตและสติปัญญาของเรารักษาชาติ การไม่เอาเปรียบประเทศชาติทำได้ด้วยการเสียสละเพื่อส่วนรวม หัดตนเป็นคนทำงานเพื่อคนอื่น หรือ ทำงานอาสาสมัครฯ บ้าง

แผ่นดินของเรา ..... คือบ้านของเรา ถ้าอยู่ในบ้านของเรายังไม่รู้สึกปลอดภัยแล้ว เราจะไปอยู่ ณ ที่ใดได้อีก สำนึกรักชาติเป็นหน้าที่สำคัญของคนทุกคนที่อยู่ในแผ่นดินและอยู่ในชาติของตน เลือดรักชาติต้องปลูกฝังลงไปในสายเลือดตั้งแต่ยังเยาว์วัย เพราะมีชาติ มีแผ่นดิน เราจึงได้มีชีวิต เราควรอุทิศชีวิตที่มีส่วนหนึ่ง สมบัติส่วนหนึ่ง รายได้ส่วนหนึ่ง แรงกายส่วนหนึ่ง และ เวลาส่วนหนึ่ง เพื่อบำรุงชาติของเรา

หากทหารเป็นรั้วของชาติ ..... ประชาชนก็คือแก่นของชาติ
ชาติ แผ่นดิน เป็นของเราทุกคน และ เราทุกคนคือ "รากแก้วของแผ่นดิน"





๗ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 12:41 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


ความตาย ..... เราตายตั้งแต่เกิด เพราะมี เกิดแล้วก็ตาย เกิดตาย เกิดตาย ของธาตุขันธ์สลับกันไป เราจึงเจริญเติบโตได้ ความตายเปรียบเสมือนยารักษาโรค เมื่อยาใดๆ ไม่อาจจะรักษาได้แล้ว "ความตาย" ก็จะช่วยรักษาแทน ความตายเป็นหมอที่วิเศษสุด ที่เยียวยาโรคร้ายได้ทุกชนิด

ความตาย ..... ดูเหมือนเป็นความทุกข์ แต่ก็เป็นทุกข์สำหรับผู้ที่มีชีวิตอยู่ แต่ผู้ตายไปแล้วนั้น ย่อมเป็นสุข พ้นจากความทุกข์ที่ทรมานและเจ็บปวด ชีวิตเป็นทุกข์เพราะต้องแบกภาระสังขารของร่างกาย แต่ "ความตาย" สลายร่าง ซึ่งเป็นที่รวมกองทุกข์นั้นได้ ความตายจึงควรเรียกได้ว่า "หมอวิเศษ" ในขั้นสุดท้ายของพวกเราทุกๆคน

ความพยายามที่จะยื้อชีวิตให้ยืนยาว ..... บางครั้งก็จำเป็น แต่บางครั้งก็ไม่มีความจำเป็นเลย ความตายฉับพลันอาจทำให้ญาติๆเสียสติได้ แต่นักปราชญ์ บัณฑิต กลับได้สติปัญญา เพราะความตายที่ปรากฎต่อหน้านั้น ไม่มีสิ่งใดจะยิ่งใหญ่รุนแรงเท่ากับ "ความตาย" แต่เมื่อเรากล้าเผชิญความจริง เราจะได้ทั้งสติและปัญญา หากชีวิตคือการเดินทาง ไม่ว่าเราจะเดินทางไปในเส้นใด สุดท้ายก็ต้องมารวมลงตรงจุดเดียวกันคือ "ความตาย" เหมือนน้ำทุกสาย ไหลมารวมกันที่ทะเล ดังนั้นเราไม่ควรกลัว ..... ความตาย





๘ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 12:43 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
 


บุญ ..... เมื่อเรา "มี" แล้วรู้จักแบ่งปันก็เป็น "บุญ"

บุญเปรียบเสมือนอาหารติดตัว ..... ในคราวต้องเดินทางไกล บุญเกิดจากการให้ทานก็ได้ การประพฤติตัวดีๆก็เป็น "บุญ" บุคคลที่มีความประพฤติดี ย่อมเป็นที่ชื่นชม เชื่อถือ และไว้วางใจ แก่บุคคลอื่นๆ การได้รับการฝึกอบรมมาดีก็เป็น "บุญ" บุคคลที่ได้รับการอบรมมาดี ย่อมมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง และ น่าคบหา ความอ่อนน้อมถ่อมตนก็เป็น "บุญ" บุคคลใดที่มีกิริยา วาจาอ่อนน้อมถ่อมตน ย่อมเป็นที่ชอบใจ และ รักใคร่ของบุคคลอื่นๆที่ได้พบเห็น

การมีน้ำใจ ..... รู้จักขวนขวายช่วยเหลือผู้อื่นก็เป็น "บุญ" บุคคลใดมีน้ำใจ ช่วยเหลือคนอื่น บุคคลนั้นจะได้รับการตอบสนองเช่นเดียวกัน การแบ่งปันความดีของตนให้กับคนอื่นก็เป็น "บุญ" บุคคลใดที่ไม่เอาดีใส่ตัวแต่ผู้เดียว หากรู้จักแบ่งปันความดีนั้น ให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ย่อมเป็นที่รักของคนทั้งหลาย การยินดีในความดีของคนอื่นก็เป็น "บุญ" บุคคลใดที่รู้จักชื่นชมคนอื่น เมื่อเขาได้ดี ย่อมจะได้รับผลอย่างเดียวกัน

การฉลาดฟังคนอื่นพูด ..... ก็เป็น "บุญ" บุคคลใดที่ฉลาดฟังคนอื่น ไม่ใช่คิดแต่จะพูดให้ใครๆฟัง คนฉลาดฟังจะมีสติปัญญาดี การให้ความรู้แก่คนอื่นก็เป็น "บุญ" บุคคลใดที่รู้จักแบ่งปันความรู้ หรือ วิทยาการต่างๆที่ตนรู้ ให้แก่คนอื่นๆ ไม่ตระหนี่ หรือ หวงความรู้ของตน ย่อมเป็นที่รักของคนทั้งหลาย การคิดดีก็เป็น "บุญ" บุคคลใดเป็นผู้คิดดี คิดชอบ คิดในกรอบแห่งศีลธรรม ไม่คิดให้ร้ายผู้อื่น ย่อมเป็นที่เชื่อถือ และ เป็นที่ชื่นชอบแก่บุคคลทั้งหลายเช่นกัน





๙ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 12:48 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
 


เยาวชน ..... คือรากแก้วของแผ่นดิน เมื่อเยาวชนมีคุณภาพ แผ่นดินก็มั่นคง

เยาวชนเปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์อันยิ่งใหญ่ ..... ต้องหมั่นรดน้ำ พรวนดิน ดูแลให้ถูกวิธี เมล็ดพันธุ์นั้นก็จะเจริญงอกงามดี เยาวชนที่พิกลอนาคตของชาติก็พิการ การไม่เคารพระเบียบวินัย กฎเกณฑ์ คำสั่งสอนของพ่อแม่ จะทำให้เยาวชนดำเนินชีวิตไปสู่แหล่งอบายมุขได้เร็วที่สุด

สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนห่วงลูกๆ มี 3 ข้อด้วยกันคือ
1. กลัวเกิดอุบัติเหตุ
2. กลัวติดยาเสพติด
3. กลัวติดโรคเอดส์

ดังนั้น ..... เยาวชนพึงสังวรว่า ชีวิตที่เสียไปแล้ว ซื้อกลับคืนมาด้วยเงินไม่ได้ แม้พ่อแม่ของเราจะร่ำรวยสักเพียงใดก็ตาม เยาวชนพึงตระหนักว่าเราเป็นลูกของพ่อแม่ ขณะเดียวกันเราก็เป็นพลเมืองของประเทศชาติด้วย เยาวชนพึงรำลึกไว้ในใจเสมอว่าคนที่รักเราที่สุด เข้าใจและเห็นใจเราที่สุด อบรมพร่ำสอนเราตลอดเวลา มีพระคุณต่อเรามากที่สุดก็คือ พ่อแม่ของเราเท่านั้น คนอื่นมาพบกันทีหลังทั้งนั้น

เยาวชนของชาติพึงเข้าใจว่า ..... ชาติบ้านเมืองฝากอนาคตไว้บนชีวิตของพวกเราทั้งหลาย คือ ขุมพลังของแผ่นดิน และ ประเทศชาติ ความมั่นคงของชาติอยู่ที่คุณภาพการศึกษา และ การอบรมเยาวชน

พ่อแม่พึงสำนึกเสมอว่า ..... จะต้องเลี้ยงดูลูกหลานของตนอย่างไม่ตามใจ แต่จะต้องเลี้ยงดูลูกหลานของตนอย่างเอาใจใส่ ด้วยความรักและด้วยมีเหตุ มีผล พ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกหลานของตนอย่างตามใจ เมื่อโตขึ้นพวกเขาจะนำความทุกข์ร้อนใจมาให้ตลอดเวลา





๑๐ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 12:51 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


คุณของแผ่นดิน ..... ทุกคนที่เกิดเป็นคนไทย และ ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย พึงตั้งคำถามให้กับตนเองเสมอว่า แผ่นดินไทยให้ชีวิตแก่เรา และ เราจะให้อะไรคืนสู่แผ่นดิน

ทุกคนที่เกิดเป็นคนไทย ..... และ ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ... พึงมั่นคงต่อการทดแทนแผ่นดินและถิ่นมาตุภูมิ ... พึงเข้าใจให้ถ่องแท้ว่าไม่มีแผ่นดินไหนจะอุดมสมบูรณ์เท่าแผ่นดินนี้ ... พึงตั้งปณิธานไว้ว่า "เป็นบุญของชีวิต ที่ได้อยู่บนผืนแผ่นดินไทย" ... พึงภูมิใจในความเป็นไทย และผืนแผ่นดินไทยที่ให้ชีวิต และความสุขสบายแก่เรา ... พึงพร่ำสอนลูกหลานให้รักเกียรติของไทย รักมรดกไทย รักวัฒนธรรมไทย

ทุกคนที่เกิดเป็นคนไทย ..... และ ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ไม่ว่าเชื้อชาติไหนๆ พึงเข้าใจว่าเราคือไทย และ แผ่นดินนี้ให้เสรีภาพในความเป็นมนุษย์แก่คนทุกเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ... พึงมีหลักใจในความเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีต่อแผ่นดิน ... ไม่มีคำพูดไหนจะซึ้งใจเท่ากับคำชื่นชมที่คนชาติอื่นภูมิใจในเราว่าเป็น "สยามเมืองยิ้ม คนไทยใจบุญ" ... แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินผืนเดียวที่ทุกคนที่เกิดเป็นคนไทย และ ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย เริ่มต้นชีวิตวันใหม่ด้วยการให้ ... ตักบาตร ทำบุญ และ ยิ้มให้กันเสมอ

ทุกคนที่เกิดเป็นคนไทย .....
และ ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย มีหน้าที่รักษามรดกเหล่านี้





๑๑ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 12:56 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
 


สถาบันชาติไทย ..... ชาติกับชีวิตเป็นสิ่งเดียวกัน มีชาติจึงมีชีวิต ไร้ชาติก็ได้ชื่อว่าไร้ชีวิตเช่นกัน คนไร้ชาติย่อมขาดความภูมิใจ แม้จะมีชีวิตอยู่ก็ไม่ทะนงองอาจได้ ชาติเป็นนามธรรม รักษาชาติไทยคือรักษาทั้งผืนแผ่นดินไทย และ พระพุทธศาสนา

ชาติไทยมิใช่ชาติใหม่ ..... หากเป็นชาติเก่าแก่ที่มี อักษร ภาษา ศิลปวัฒนธรรม เป็นของตัวเองมาเป็นเวลายาวนาน ความเป็นเอกราชของแผ่นดินอาจจะยังไม่ใช่ความเป็นเอกราชของชาติ หากใจของคนไทยยังเป็นทาสของชนชาติ และ วัฒนธรรม อื่นๆ

เมื่อจะอาสารักษาชาติบ้านเมือง ..... ก็พึงเข้าใจความหมายของคนชาติไทย ผืนแผ่นดินไทยของเราให้ถ่องแท้ว่า มีประวัติศาสตร์ทางด้านศาสนา และ สังคมมีความเป็นมาอย่างไร ชาติกับศาสนาเป็นของคู่กัน และ ชาติไทยเดินคู่มากับพระพุทธศาสนาตลอดเวลา กระทั่งเป็นศาสนาประจำของชนชาติไทย แต่คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ ก็มิได้มีปัญหากับทุกคนที่เกิดเป็นคนไทย และ ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยที่นับถือในศาสนาอื่นๆ

บำรุงชาติ ..... คือบำรุงความสามัคคี ความเคารพกฎเกณฑ์ มีความห่วงใยต่อบ้านเมืองมากกว่าพรรคพวกของตนเอง ถ้าชาติถูกทำลาย คนในชาติก็สูญสิ้น เหมือนชาติอื่นๆที่ต้องอพยพหลบหนีมาพึ่งบุญแผ่นดินไทย อย่าประมาทว่าเราสุขสบายแล้ว ปลอดภัยแล้ว มั่งคั่งแล้ว ประเทศชาติจะไม่เป็นไร โลกทุกวันนี้กลืนชาติได้ง่ายๆ กลืนทางการเมือง กลืนทางวัฒนธรรม และ กลืนทางเศรษฐกิจ หากคนในชาติไม่เข้มแข็ง ไม่เป็นตัวของตัวเอง ความเป็นชาติก็อาจถูกกลืนหายไปได้ไม่ยากเลย





๑๒ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 12:58 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
 


สถาบันพระพุทธศานา ..... คนไทยพึงสำนึกเสมอว่า พระพุทธศาสนาคือหัวใจของประเทศชาติ ที่บรรพบุรุษเทิดทูนบูชา พิทักษ์รักษา ทำนุบำรุงมาตั้งแต่มีแผ่นดินไทย ... ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับประวัติศาสตร์ชาติไทย ... พระพุทธศาสนาจะยังคงเป็นหนึ่งในสถาบันหลักของชนชาติไทยตลอดไป ... พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาของบรรพบุรุษ เป็นศาสนาที่เป็นสัญลักษณ์อันงดงามของคนชาติไทย ... การเป็นชาวพุทธนั้น ต้องเรียนรู้หลักพระพุทธศาสนา และ ปฏิบัติตามให้เคร่งครัด ให้ได้ลิ้มรสพระพุทธศาสนาจริงๆ

คนไทยพึงภาคภูมิใจว่า ..... การเกิดเป็นคนไทย และ ได้เป็นชาวพุทธนั้น เป็นสิ่งที่ชนชาติอื่นปรารถนาอยากเป็น ... พึงเข้าใจให้ถ่องแท้ว่าพระพุทธศาสนาให้เสรีภาพ มิใข่เพียงกาย แต่ให้เสรีภาพไปถึงส่วนลึกของจิตใจ หากแต่เป็นเสรีภาพที่มีธรรมาธิปไตยเป็นพื้นฐาน ... พึงเรียนให้รู้ว่า วิถีชีวิตแบบพุทธเป็นอย่างไร พระพุทธศาสนาดีอย่างไร หาเหตุผลให้ได้ว่า ทำไมบรรพบุรุษไทยจึงหวงแหนเทิดทูนยิ่งนัก

คนไทยพึงพร่ำสอนอบรมให้ลูกหลานเข้าใจว่า ..... พระพุทธศาสนาคือ รากแก้วของวัฒนธรรมไทย ฉะนั้นวัฒนธรรมไทยก็คือวัฒนธรรมพุทธ การทำนุบำรุง ปฏิบัติ รักษา เทิดทูนพระพุทธศาสนา ทั้งให้เป็นศาสนาประจำชาติ และ ศาสนาประจำใจนั้น เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน





๑๓ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 01:01 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
 


สถาบันพระมหากษัตริย์ ..... หากเปรียบประเทศเป็นเหมือนไม้ใหญ่ที่สง่างาม พระมหากษัตริย์ ก็ทรงเป็นรากแก้ว ... หากเปรียบประเทศเป็นบ้าน พระมหากษัตริย์ก็คือพ่อ ประชาชนก็คือลูก ... หากเปรียบประเทศเป็นคน พระมหากษัตริย์ทรงเป็นมันสมองและหัวใจ ... หากเปรียบประเทศเป็นภูเขา พระมหากษัตริย์ทรงเป็นยอดอันงามสง่าสูงสุดบนเขาลูกนั้น

พระมหากษัตริย์ ..... ทรงเป็นขวัญและกำลังใจ เป็นอำนาจศักดิ์สิทธิ์สูงสุด เป็นที่พึ่งอันปลอดภัยของคนในชาติ ซึ่งเปรียบเสมือนลูก ... หากเปรียบประเทศเป็นตึก พระมหากษัตริย์ทรงเป็นฐานราก และ เสาอันมั่นคง รองรับตึกสูงหลังนั้นให้มั่นคง ... พระมหากษัตริย์ทรงเป็นหลักชัยของแผ่นดิน ทรงเป็นเกียรติ และ ศักดิ์ศรีอันสง่างามของประเทศชาติ

ความมั่นคงของประเทศชาติ และ แผ่นดิน ..... อยู่ที่คนในชาติมั่นคง เทิดทูน ปกป้อง จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ในคราวที่คนในชาติแตกสามัคคี พระมหากษัตริย์ทรงรวมพลังสามัคคีกู้ชาติได้ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์คือ สัญลักษณ์ที่สำคัญของคนไทย





๑๔ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 01:03 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
 


รางวัลชีวิต ..... การได้ความเป็นมนุษย์ก็ถือว่าได้รางวัลอันสูงสุดของชีวิต
ความขยันหมั่นเพียร ..... ทำให้มนุษย์ทุกคนได้รับรางวัล

รางวัลที่ได้มาลอยๆ ไม่เรียกว่ารางวัล ..... รางวัลที่แท้จริง ต้องได้มาด้วยหยาดเหงื่อของตนเอง ... คนเกียจคร้านไม่ควรได้รับรางวัลใดๆ ในชีวิต ... อาหารเป็นรางวัลของร่างกาย ... แต่ความรักเป็นรางวัลของจิตใจ ... เกียรติยศเป็นรางวัลที่คนอื่นให้ ... แต่ความรู้ ความชำนาญ เป็นรางวัลที่เราต้องแสวงหามาเอง ...

รางวัลอันสูงสุดของมนุษย์ทุกคน ..... คือ ความสำเร็จ และ ความสุข

รางวัลชีวิต ..... ต้องแสวงหาด้วยตัวของเราเอง มนุษย์ทุกคนมีอำนาจในการกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง มิใช่กำหนดโดย "หมอดู" ... ไม่มีรางวัลใดๆ ที่ให้ความภูมิใจแก่ลูกได้เท่ากับอ้อมกอดอันอบอุ่นของพ่อแม่ ... รางวัลที่แท้จริงของชีวิตก็คือ ความรัก ความเข้าใจ ความเอื้ออาทร ที่พวกเรามีให้กันและกันอยู่เสมอ ...!!!





๑๕ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 01:06 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
 


สูตรอาหารสมานไมตรี

เครื่องปรุง
- การให้อภัยกัน ๓ ส่วน
- ความปรารถนาดี ๓ ส่วน
- ความดี ๓ ส่วน (วาจาไพเราะพอประมาณ)
- ความโอบอ้อมอารี ๓ ส่วน (ยิ้มแฉล้มตามต้องการ)

วิธีปรุง ..... คนความหวังดีและการให้อภัยให้เข้ากัน เตรียมวาจาไพเราะพอประมาณ แล้วค่อยๆ ผสมความปรารถนาดีลงไป ส่วนความเห็นใจและความโอบอ้อมอารีนั้น ก็บรรจงคนให้เข้ากับส่วนอื่นๆ นำไปพักไว้ในหัวใจที่อบอุ่น โดยมีน้ำใจหรือยิ้มแฉล้มเป็นครีมราดหน้า แล้วแบ่งแจกจ่ายกันรับประทานโดยทั่วกัน

หมายเหตุ ..... ๓ ส่วน คือ
๑. คนที่เรารัก
๒. คนที่เราไม่รัก
๓. คนทั่วไป





๑๖ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 01:08 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
 


๏ ๏ ๏ กล้วยไม้มีดอกช้า....................ฉันใด
การศึกษาเป็นไป....................เช่นนั้น
แต่ดอกออกคราวไร....................งามเด่น
การศึกษาปลูกปั้นเสร็จแล้ว....................แสนงาม ๏ ๏ ๏


ดอกกล้วยไม้ ..... เป็นดอกไม้ประจำวันครู โดยพิจารณาเห็นว่าลักษณะของดอกกล้วยไม้ มีลักษณะและความหมายคล้ายคลึงกับงานจัดการศึกษา และ สภาพชีวิตของครู ดังคำกลอนข้างบนนี้ ของ "ท่านหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล" ... นอกจากนี้ กล้วยไม้ยังเป็นพืชที่อยู่ในที่สูง ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ไม่ร่วงโรยง่ายๆ เปรียบเสมือนครูที่อยู่ทั่วแดนไทย ที่ต้องอดทนต่อสู้ เพื่ออุดมการณ์ และ อุทิศเพื่อการศึกษาของชาติ


๑๗ / ๑๗

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/01/2004 01:11 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
  ดีจังได้อ่านบทความทั้งหลายเหล่านี้
ทำให้เกิดไอเดียดีๆ หลายอย่างเลยครับ

-----------------------------------
By: แป๊ะ (202.129.5.109) 10/01/2004 12:41 PM
 
     
    By: Copy     10/01/2004 12:50 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
 


พระพุทธศาสนาถือว่า ..... การได้กำเนิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นการยาก และ การที่ได้เกิดมาเป็น มนุษย์นั้น นับเป็นลาภอันประเสริฐ เพราะการได้สภาพเป็นมนุษย์นั้น เป็นการได้โอกาสอันดีงามที่จะพัฒนาตน พัฒนาชีวิตให้ดี หรือเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปกว่าภาวะที่เป็นอยู่ จนกระทั่งถึงภาวะอันเป็นความสมบูรณ์แห่งชีวิต ตามคติแห่ง "พระพุทธศาสนา"

แต่ทั้งนี้ ..... ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้โอกาสอันดีนี้ ให้เกิดประโยชน์ได้เพียงไร ซึ้ง "พระพุทธศาสนา" ได้ชี้แนะแนวทาง ในการพัฒนาตน พัฒนาชีวิต ให้เจริญ อย่างเป็นขั้นตอนไว้ด้วยแล้ว อย่างพร้อมมูล ผู้ที่ศึกษาเรื่องของ "ชีวิต" ย่อมจะเป็นผู้ไม่ปล่อย ให้ชีวิตผ่านไปอย่างไร้สาระ แต่จะเป็นผู้รู้จักใช้ชีวิตอย่างเป็นประโยชน์ ด้วยการสร้าง และ กระทำแต่สิ่งอันเป็นประโยชน์ทั้งปวงตามความสามารถ ผู้ซึ่งทำได้เช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นผู้มีชีวิตเจริญด้วยผลดี อันจะพึงได้ทั้ง ในโลกนี้ และ ในโลกหน้า

อย่าลืมนะคะ ..... เป็นคนดี คิดดี ทำดี และ ไม่โลภ ทุกอย่างก็จะดีตามมาเองคะ ..... ฯลฯ

.................................................................
อ้างอิงจาก ::::: พระธรรมเทศนาและโอวาท ในวันสงกรานต์ ๑๓ เมษายน ๒๕๔๖
โดย ::::: สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
.................................................................

ที่มา :::http://www.numtan.com/story_2/view.php?id=77

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/01/2004 06:13 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
  อันนี้ดีครับ  
     
    By: ผ่านมา     8/04/2005 03:04 AM  (203.151.140.118)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.