| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



ฟังตาลหน่อยนะ ...!!
     
 


ศุกร์นี้ ..... ตาลได้กลับบ้าน แต่ดูเหมือนไม่มีใครสนใจตาลเลย ตาลได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน ตาลรู้ว่า พ่อแม่กลับมาแล้ว ตาลดีใจ รีบวิ่งออกมาหน้าบ้าน.....

ตาล ..... “คุณแม่ขา.....เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หนูวาดรูป.....”
แม่ ..... “นี่ หนู ไปคอยแม่ที่ห้องของหนูก่อนนะจ๊ะ แม่จะรีบทำธุระ ยังไม่มีเวลาคุยด้วยหรอกจ๊ะ”
ตาล ..... เดินคอตกออกมา แต่พอเห็นคุณพ่อยืนดูต้นไม้อยู่ก็ยิ้มออก....
ตาล ..... “ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วหนูวาดรูปได้ติดโชว์.....”
พ่อ ..... “ เดี๋ยวก่อนลูกรัก พ่อกำลังจะสั่งให้ นายดอย เค้าลงกล้วยไม้ที่ พ่อได้มาใหม่…..”



ตอนนั้น ..... ตาล นึกเสียใจ น้อยใจ แบบอาฆาตเลยนะ กลับบ้านทีไร ไม่เห็นมีใครสนใจเลย คิดได้อย่างเดียวว่า...ไม่มีใครรักเรา แม่ก็ของพี่ณัฐ พ่อก็มีผู้หญิงเยอะแยะ แบบเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้นะ ถ้าคนคิดจะตาย...!!

ตาล ..... เรียนอยู่ ม.๒ แล้ว ที่คิดฆ่าตัวตาย เพราะตอนนั้น ใจมันหดหู่ มองเห็นแต่ปัญหาของตัวเอง คิดเหมาเอาว่า ปัญหาของ...ตาลแปลกใหม่ พบเจออยู่คนเดียว และเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในโลก โลกใบนี้...ใครจะมาปวดร้าว ทุกข์ระทมใจเท่าตาล ไม่มีอีกแล้ว มุ่งจะตายท่าเดียว



คิดว่า ..... กลับไปโรงเรียนคราวนี้ จะไม่กลับมาบ้านอีก บ้านนี้ไม่มีความรัก ไม่มีความอบอุ่นให้เราสักนิด ตลอดทั้งสัปดาห์ ที่อยู่โรงเรียน แกล้งป่วยตลอด เพื่อที่จะได้เข้าไปอยู่ในห้องพยาบาล แล้วก็แอบหยิบยาแก้ปวดหัว หรือ ยาอะไรก็ได้ ที่เขียนว่า “ห้ามรับประทานขณะขับรถ” ตาลก็จะเข้าใจว่า เป็นยานอนหลับด้วย หยิบมาทุกวัน จนครบ ๑๐๐ เม็ด

แล้วก็ ..... ไปแอบหยิบ เหล้าของลุงช่างประจำโรงเรียนมาด้วย ก็คิดว่า ลุงช่างกินเหล้า แล้วนอนหลับประจำ เรียกก็ไม่ค่อยจะตื่น ถ้าทานยานี้ กะเหล้า จะได้ตายเร็ว...เร็ว ก็เตรียมแผนการณ์อันแยบยล



พอดี ..... พ่อ แม่ บอกว่าจะไปเชียงราย ตาลเลยขอไปเที่ยวบ้านเพื่อน พอนั่งรถมาได้แป๊บนึง รถติดมากๆ พอดี เลยบอกเพื่อนว่าปวดหัวนะ ไม่ไปแล้ว อยู่โรงเรียนดีกว่าการบ้านก็ยากๆ ด้วย เดี๋ยวให้ซิสเตอร์สอนดีกว่านะ แล้วเหมือนพระเจ้าอยากให้ตายสมใจมั้ง รถติดกลับรถไม่ได้ ตาลก็บอกพ่อของเพื่อนว่า ตาลเดินกลับไปเองก็ได้คะ ใกล้ๆ นิดเดียวเอง แล้วก็เปิดรถลงไป

พอไปถึง ..... โรงเรียน ก็แอบๆ เดินขึ้นตึก ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าตาลอยู่โรงเรียน ตาลก็เอารูปของตาลที่ถ่ายกะพ่อ แม่ พี่ณัฐ มานั่งดู แล้วก็ร้องไห้ ไม่พูด ไม่เขียนอะไรถึงใคร เอารูปฉีกออกจากกัน ตรงช่วงที่มี พ่อ แม่ พี่ณัฐ นั่งอยู่ใกล้กัน แล้วก็ตาลแยกออกจากกัน แล้วก็พูดว่า ... ลาก่อนคะ



ตาล ..... ก็เอายากับเหล้าที่แอบเอาไว้ออกมากินจนหมดเกลี้ยง ทรมานมาก เพราะตาล ไม่เคยดื่มเหล้า ยาก็ขมไม่ชอบกินยาอีกด้วย ทั้งเหม็นเหล้า แล้วทานเข้าไปเยอะๆ ก็จะอาเจียนให้ได้ แต่ ปิดปาก และ กลั้นเอาไว้ จนทานยาครบ ๑๐๐ เม็ด และเหล้าหมดขวดแบนๆ

จากนั้น ..... ก็ไปนอนบนเตียง กะว่าจะได้นอนตายแบบเจ้าหญิงนิทรา แบบสวยๆ นะ สักประเดี๋ยวก็ง่วงนอน รู้สึกแบบจะอาเจียนตลอด แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้ ตาหนักๆ ยังร้องไห้ น้ำตาไหลตลอด คงอีกไม่นานตาลก็หลับไป



มารู้ตัว ..... อีกที ก็ที่โรงพยาบาล ผ่านไป ๒ วันแล้ว ตื่นมาไม่มีใครสังเกตว่า ตาลตื่นแล้ว มองเห็นพ่อยืนโอบกอดแม่อยู่ พ่อหน้าเศร้ามาก แม่กำลังร้องไห้ ได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่ง ก็หมอนั่นแหละ

พูดว่า ..... “เราทำดีที่สุดแล้ว”
ตาลเรียก ..... “แม่จ๋า...ตาลหิวจังคะ”

พ่อแม่ ..... หันมาพร้อมๆ กัน พ่อยิ้มน้อยๆ แต่อาการบ่งบอกว่า ดีใจมากๆ ที่ได้ยินเสียงของตาล ส่วนแม่ร้องไห้เสียงโฮ...โฮ ดังมาก แล้วก็พูดไปด้วยว่า ... ตาลลูกแม่ ลูกรัก หนูไม่เป็นไรนะ ... แม่ร้องไห้มากมาย จนตาลรู้สึกสงสารแม่ พ่อก็ตาแดงๆ เหมือนคนอดนอนมาหลายคืน



พี่ณัฐ ..... วิ่งมาขยี้ผมของตาล แล้วเรียกว่า ... ลูกหมาของพี่ ตื่นแล้วเหรอ แอบไปเที่ยวไหนมา พี่ตกใจหมด อย่าไปอีกนะ ตาลอยากให้พ่อแม่ดุพี่ที่ตาลหายไปเหรอ ตาลไม่สงสารพี่เหรอจ๊ะ พวกเราไม่ได้นอนมา ๒ คืนแล้ว นึกว่าตาลจะไม่กลับมาหาพี่ซะอีก

ตอนนั้น ..... ตาลก็ร้องไห้ด้วยนะ แต่ร้องแบบเงียบๆ น้ำตาไหลออกมามากๆ แต่ไม่มีเสียงสะอื้นดังๆ อย่างแม่ รู้สึกตัวว่าตาลทำผิด ทำให้พ่อแม่ และ พี่ณัฐเป็นเป็นห่วง ไม่ได้นอน ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากมาอยู่เฝ้าตาลที่โรงพยาบาลนี่

พี่ณัฐเล่าว่า ..... ตอนแม่เห็นตาลครั้งแรก แม่นึกว่าตาลตายแล้ว แม่ก็เป็นลมช็อกไป ตัวตาลแดงไปหมด เพราะมดกัด มดคงจะมาขึ้นที่ตาลอาเจียนออกมา พี่ณัฐเล่าไปเอามือลูบผมตาลเบาๆ ตาลก็รู้สึกอบอุ่น ตื้นตันจนน้ำตาไหลมาเรื่อยๆ



แม่บอกว่า ..... หนูมีอะไรต้องบอกพ่อแม่สิจ๊ะ อย่าคิดเอง เข้าใจเอง พ่อแม่รักหนู ทุกคนรักหนู แต่เราต้องทำงาน ทุกคนต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ หนูมีหน้าที่เรียนหนังสือ พ่อแม่ต้องทำงาน เอาเงินมาให้หนูได้เรียนมากๆ อย่างที่หนูต้องการไงจ๊ะ.....

หนูรู้มั้ย ..... ถ้าหนูเป็นอะไรไป พ่อแม่จะไม่ให้อภัยตัวเองเลยนะ พ่อแม่รู้ว่ามีเวลาให้หนูน้อยไป แต่ พ่อแม่คิดว่าหนูเป็นเด็กเข้มแข็ง เก่ง รู้ไปหมดทุกอย่าง คิดว่าหนูเข้าใจ เลยไม่ได้ทันคิดว่าหนูจะรู้สึกน้อยใจ หนูไม่เคยบอกพ่อแม่ว่าหนูต้องการอะไรจากพ่อแม่ หนูไม่พูด หนูเงียบ พ่อแม่ให้ หนูทำอะไร หนูก็ทำ หนูกินเที่ยวเล่นดูก็สนุกดี แม่ไม่คิดว่าหนูจะน้อยใจพ่อแม่ได้ถึงขนาดนี้.....



ต่อไปนี้ ..... เราต้องคุยกันมากขึ้นแล้วนะ แม่ไม่ให้หนูอยู่คนเดียวอีกแล้ว แม่ไปไหนหนูไปด้วยนะจ๊ะ แล้วเรา ๔ คน พ่อ แม่ พี่ณัฐ แล้วก็ตาล กอดกันกลมเลย แม่ร้องไห้อีก ส่วนตาลก็ยังน้ำตาไหลไปเรื่อยๆ พ่อ กะ พี่ณัฐ ไม่ร้องไห้ แต่ก็ตาแดง...แดง

จากวันนั้นมา ..... ตาลรู้ว่าตาลทำผิดกะพ่อแม่มากมาย แล้วก็ตั้งใจกับตัวเองไว้ว่า ถ้าพ่อแม่ต้องการให้ตาลทำอะไร ตาลจะไม่ปฏิเสธเลย ตาลจะเต็มใจทำด้วยดีเสมอ



และเมื่อไม่นานมานี้ ..... มีเพื่อนมาหาตาล ตาลกะเพื่อนนั่งคุยกัน เรียกว่าฟังดีกว่านะ เพื่อนกำลังมีปัญหากับแฟน เพื่อนอยากเล่าให้ตาลฟัง ตาลก็ฟัง ฟังจริง...จริง ไม่ได้พูดอะไรเลย ไม่ได้แนะนำ เพราะรู้ว่าตาลให้คำแนะนำกับเพื่อนไม่ได้ แต่ตาลก็รับฟัง

ว่าตอนนี้ ..... ความรักของเพื่อนเดินไปถึงจุดไหนแล้ว ฟังว่าเพื่อนเจ็บตรงไหน มีปัญหาอะไร ประมาณ ๒ ชั่วโมงผ่านไป เพื่อนก็น้ำตาซึมๆ บอกว่า ... ขอบใจนายมากนะตาล ที่เราต้องการก็เท่านี้แหละ เราไม่ได้ต้องการให้ใครมาปลอบเรา ขอบใจที่นายไม่แนะนำอะไร นายเป็นผู้ฟังที่ดีมากเลยนะตาล.....



เท่านี้ก็พอ ..... เพราะที่ผ่านๆ มา แฟนเราเค้าไม่ฟังเราเลย พ่อแม่ก็ไม่ยอมฟังเรา ไม่มีใครยอมฟังเราเลย จนเราจะบ้าแล้ว เหมือนอยู่คนเดียวในโลก ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครฟัง แต่มีนาย คนเดียวที่มองตาเรา และ ฟังเราอย่างตั้งใจ เรารู้ว่านายไม่หลับ ถึงแม้นายจะไม่พูดอะไรเลยก็ตาม ขอบใจ ... ขอบใจนะ ... ขอบใจนายมากจริง...จริง

แล้วตาลก็เพิ่งรู้ว่า ..... การที่เรานั่งฟังใครสักคน พูดในเรื่องที่เค้าต้องการจะพูดนั้น การเป็นผู้ฟังที่ดี คือการแสดงความรักที่อบอุ่นและดีที่สุด ที่เราควรมีให้กันและกันเสมอ ไม่ว่าจะ ... เพื่อนฟังเพื่อน ... พ่อแม่ฟังลูก ... ลูกฟังพ่อแม่ ... พี่น้องฟังกันและกัน ครูกะนักเรียน.......



ตาลเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เค้าบอกว่า ..... พระเจ้าสร้างเราให้มี หู ๒ หู มีปาก ๑ ปาก เพราะ พระเจ้าคงอยากให้เราฟังมากกว่าพูด ฟังมาก...มาก แล้วเข้าใจ คำพูดที่กล่าวหลังการฟังว่า...มีอะไรที่เราจะช่วยนายได้มั้ย ? หรือ ถ้าฟังแล้วไม่รู้เรื่องเอาเลย ก็บอกไปตรง...ตรงว่า...เราไม่รู้ว่า...เราควรจะช่วยนายได้อย่างไร...แต่ถ้านาย...อยากให้เราช่วยอะไร ก็บอกนะ .....

อย่าลืมนะคะ ..... วันนี้ถามตัวเองสักนิดว่า เราเคยตั้งใจฟังใครอย่างจริงๆ บ้างมั้ย ฟังด้วยหัวใจของเรา แค่ฟังก็พอแล้วคะ .....




โชคดีนะคะ บ๊ายบายคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/.....\[=^๐^=]/

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    26/12/2003 11:33 PM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
  คนอยากอยู่กลับตาย คนอยากตายกลับอยู่ โชคดีนะ ที่ไม่ได้ตายตอนนั้น ไม่งั้นคงพลาดโอกาสดีๆในชีวิตเยอะแยะ แต่โชคดีที่คิดจะตายตอนนั้น อย่างน้อยก้อได้รู้ว่าชีวิตมีค่า มากกว่าที่คิด ที่สำคัญ ถ้าคิดมาตายตอนโต คงทำสำเร็จไปแล้ว ไม่มานั่งกินแค่พารากะสุราหรอก ...

 
     
    By: noz     26/12/2003 11:39 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
  อย่าคิดมาก จะได้ไม่คิดมาก (ยังไงกัน)

ตอนผมอยู่ป.4 ผมสอบได้ที่ 2 ตอนสอบกลางเทอมแรก กลับบ้านด้วยความปลื้ม ก็รีบวิ่งไปบอกว่า ป๊า ม๊า วันนี้เค้าสอบได้ที่ 2 ด้วยหละ ปรากฎว่าเป็นเรื่อง ป๊าผมหาว่าผมโกหก สมุดพกอยู่ไหน เอามาให้ดู ตอนนั้นสอบกลางเทอมไม่มีลงในสมุดพก แต่มีการประกาศเรียกเรียงลำดับแต่ละห้อง

ที่ 1 นาย.... ที่ 2 นายแก่รำพึง
หาใครนะนายเสี่ยวรำพันได้ที่ 2 เหรอ
ไม่ใช่นายนั่นแหละ แล้วผมก็วิ่งออกไปยืนอย่างงง ๆ

เย็นนั้นผมร้องไห้มาก จนตอนกลางคืนมีแม่เพื่อนที่มีลูกเรียนอยู่ชั้นเดียวกันโทรมา ลูกเธอเก่งจังเลยสอบได้ที่ 2 ด้วย เพื่อนแม่โทรมา 2 คน สุดท้ายเขาก็มาโอ๋เรา ทำนองง้อเรา แต่เราก็เสียความรู้สึกไปแล้ว ตั้งแต่นั้นมาจนเรียนจบมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยได้ตำแหน่ง 1 - 10 อีกเลย (สงสัยคราวนั้นฟลุ๊กแน่เลย)

 
     
    By: แก่รำพัน     26/12/2003 11:43 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
  ...บางทีคนเราก้อชอบนึกไปเองว่าคนอื่นเค้าจะนึกเหมือนกับเรา แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย...ทําให้เกิดความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นภายในใจ...แล้วก้อมักส่งผลทําให้เกิดเรื่องที่น่าเศร้าใจขึ้น ต่างๆนานา...ถ้าคนเราหันหน้ามาพูดความจริงในใจกันมากขึ้นก้อคงจะดีนะ....อย่าปล่อยให้มันสายเกินแก้...จนไม่สามารถนํามันกลับคืนมาได้อีก...

...ทีหลังก้ออย่าทามยังงี้อีก นะ นะ นะ...ฟังพี่หน่อย นะ นะ นะ...

...เป็นเด็กดี ของคุณพ่อคุณแม่ พี่ณัฐ นะคะ น้องนํ้าตาล...โชคดีเช่นกานนะ...

(|_/)(\_/)
(-'.'-)(-'.'-)
(')_(')(")(")

 
     
    By: นาย D     26/12/2003 11:46 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
  บางทีการที่เรา คิดอะไรเพียงคนเดียว มีผลเสียมากมายกว่าที่เราเด็ก ๆ จำคิดถึงว่าผลที่ได้รับจะเป็นอย่างไร ต่อไปนี้การที่เราจะคิดอะไรก็ขอให้เพื่อน ๆ หรือว่าน้อง ๆ คิดให้รอบคอบและนับ 1 - 100 นะค่ะก่อนที่เราจะลงมืออำอะไรลงไป ก็เป็นอีกมุมมองหน่งของการดำรงค์ชีวิตในยุคของการชิงดีชิงเด่นกัน ก็ขอให้คิดเห็นหัวอกของพ่อ แม่และบุคคลในครอบครัวบ้างก็แล้วกันนะจ๊ะ

 
     
    By: น้ำแข็งปิ้ง     26/12/2003 11:51 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
  เป็นคนดีของพ่อแม่และพีเถอะนะน้องจ๋า
ที่ผ่านมาคิดผิดก็คิดใหม่
ต่อไปนี้ลืมเรื่องเก่าให้มันผ่านไป
มาเริ่มต้นกันใหม่ดีกว่านะจ๊ะ

 
     
    By: ฟ้าใส     26/12/2003 11:53 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
  ... อย่าทำแบบนี้อีกนะจ้ะ น้องน้ำตาล...
... ทำแบบนี้ไปคนที่เสียใจมากที่สุดก็ คือ พ่อแม่ พี่น้อง
... เพื่อนคนรอบข้างที่เค้ารักเราจะเสียใจที่สุดนะจ้ะ .....

 
     
    By: mod     26/12/2003 11:56 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
  พวกเรา ทุกคน คงจะเจอปัญหาเดียวกัน นะครับ คุณพ่อคุณแม่ ท่านก็ขยันกันทำงานเหลือเกิน เพราะท่านเป็นห่วง เรา ว่า เราจะมีข้าวทานไหม มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนไหม แล้วอนาคตของพวก คุณลูกๆ ล่ะ บางครั้ง งานก็ทำให้ ลุยไปแต่ข้างหน้า พวกท่านก็ลืม เด็กตัวเล็กๆ ตาดำๆ ข้างหลัง

โลกเราหนอ ทำไม ไม่ทำอะไรให้สมดุล !!

แม่หนู พ่อหนูครับ หันกลับมาดูพวกลูกๆ กันหน่อย พวกเขา ต้องการ ทุกอย่างไม่ใช่แค่ ความสุขสบาย ตามสังคมนิยมเท่านั้น ความรัก การเอาใจใส่ เป็นสิ่งที่พวกเด็กก็ต้องการนะ ส่วนเด็ก แบบหนู จะตั้งใจเรียน ครับ ไม่ทำสิ่งใดให้ คุณพ่อ คุณแม่ไม่ต้องสบายใจ ครับ

ครอบครัว เราจะ มีความสุขมากนะครับ อยากเห็นทุกครอบครัวเป็นแบบนี้จังครับ

 
     
    By: วุฒิชัย     26/12/2003 11:57 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
  บางเวลาที่อยาหให้ใครสนใจ กลับไม่มีใครสนใจ
บางวัน...เราอยากอยู่คนเดียว ก้อมีคนเยอะแยะมาอยู่ใกล้
ยอนดีต้อนรับสู่โลก จ้า
อย่าคิดมากน๊า....เราทุกคนเป็นแบบนี้ ในบางวันทุกคนแหละจ้า

 
     
    By: swordwords     26/12/2003 11:59 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
  ยินดีกับน้องน้ำตาลด้วยครับ ยินดีที่น้องได้เติบโตขึ้นแล้ว
บางทีคนเราก็เรียนรู้จากความเจ็บปวด
แม้ว่ามันมีราคาแสนแพงที่ต้องจ่าย แต่มันก็เป็นครูที่ดีให้กับเรา ...

ชอบที่เขียนนะครับ

 
     
    By: ฤษีข้ามน้ำ     27/12/2003 12:01 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
  เรื่องของน้ำตาล อ่านแล้วสะเทือนใจมาก ป้าแอ๊ดอ่านแล้วเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกที่น้ำตาลได้ถ่ายทอดออกมา เข้าใจความอ่อนไหวและความรู้สึกกดดันในช่วงเวลาที่เราเป็นวัยรุ่น ที่น้ำตาลกล้าเล่ากล้าเขียนเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ายิ่ง เมื่อเรามองย้อนกลับไป บางทีจุดที่เราตัดสินใจจะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็เป็นเพียงความคิดที่แว่บขึ้นมาเท่านั้นเอง

ดีใจที่น้องน้ำตาลสรุปได้ และไม่คิดจะทำเช่นนั้นอีก แล้วก็ดีใจด้วยที่น้องน้ำตาลได้ตระหนักแล้วว่าตนเองมีครอบครัวที่อบอุ่นและทุกคนรักใคร่ห่วงใยน้ำตาลมาก ดีใจที่น้องน้ำตาลรู้จักเป็นผู้ฟังที่ดี พยายามช่วยเหลือเพื่อนฝูง

แล้วก็ดีใจมากๆที่ป้าแอ๊ดและพวกเราทุกคนที่นี่ได้รู้จักกับน้ำตาล และน้องๆอีกหลายๆคน น้องที่น่ารักและจริงใจ ขอให้คิดเสียว่าเราเป็นเสมือนพี่น้องญาติมิตรอยู่ในครอบครัวเดียวกัน หากมีอะไรขอให้เล่าสู่กันฟังและปรึกษาหารือกันเถิด เราทุกคนยินดีจะรับฟังและช่วยเหลือกันเสมอ .....

 
     
    By: add     27/12/2003 12:25 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
  ดูเหมือนกับว่าคนที่คิดฆ่าตัวตาย จะถูกถ่มถุย ถูกต่อว่า คล้ายกับว่าเขาเป็นคนสิ้นคิด คนบาปหนา ไม่นับถือศาสนาพุทธ ฯลฯ ลองมาเข้าใจจิตใจผู้คิดจะฆ่าตัวตายกันดีกว่าไม๊?

1. การฆ่าตัวตาย ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย มันเป็นวิธีการ เป็นทางเลือกที่เขาใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากลำบาก ความกดดัน

2. เป้าหมายของคนที่ทำ ไม่ใช่เพื่อการตาย หากแต่เพื่อหยุดการรับรู้ หยุดความทุกข์ใจ ความปวดร้าว ในขณะเดียวกันก็เป็นการหนีไปจากความทุกข์ทรมานใจ

3. ความต้องการอาจมีหลายๆ ประการ การฆ่าตัวตาย อาจดูเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล แต่ไม่มีการฆ่าตัวตายไหน ที่เป็นไปโดยไม่ต้องการอะไรมาเกี่ยวข้อง หากความต้องการของเขาได้รับการตอบสนอง การฆ่าตัวตายก็จะไม่เกิดขึ้น

ลองมาดูสาเหตุทางสังคมของคนที่ฆ่าตัวตายกันบ้าง

- เศรษฐกิจ เช่น ภาวะตกงาน รายได้น้อย
- ความรัก เช่น ผิดหวังในความรัก หรือสูญเสีย
- การศึกษา เช่น ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง
- ครอบครัว เช่น มีปัญหาครอบครัว
- ความเชื่อ เช่น ความเชื่อในบางลัทธิ

ถ้าคนใกล้ชิดของคุณมีปัญหาเหล่านี้ ลองเข้าใจและคอยปลอบประโลมกันบ้างจะเป็นไร? เพราะคนที่มีปัญหาเหล่านี้ มีสิทธิคิดฆ่าตัวตายได้เหมือนกัน อย่าซ้ำเติมหรือเหยียดหยามเขา อย่าลืมว่า วาจาที่เป็นพิษ มีสิทธิให้คนฟังฆ่าตัวตายได้นะคะ ดูแลจิตใจกันหน่อยค่ะ ยังไงๆ ก็ยังดีกว่าไปช่วยทำบุญในงานศพเพื่อน รึคุณๆ ว่าไง?

 
     
    By: นกกระปูด     27/12/2003 12:31 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
  อ่านแล้วก็หดหู่ใจยังไงไม่รู้เนอะ
ส้มกลัวการฆ่าตัวตายจัง มันเจ็บอ่ะ ทรมานด้วย
แต่โชคดีที่คนรอบข้างส้มดูแลส้มดี
ตอนนี้ส้มเชื่อว่า ทุกคนฟังตาลกันหมดแล้วล่ะค่ะ :))

 
     
    By: ส้ม     27/12/2003 12:34 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
  เนื่องจากเวลาตอบกระทู้มักจะเป็นการตอบแบบเฉพาะหน้า บางครั้งก็เร่งรีบไปบ้าง การแสดงความคิดเห็นจึงขาดความรอบด้านไปบ้าง แต่ไม่มีเจตนาเหยียบย่ำซ้ำเติมคนที่คิดจะฆ่าตัวตาย หรือคนที่ฆ่าตัวตายไปแล้ว ความจริงผมสนใจกระทู้นี้มาก และต้องการจะตอบแบบจริงจัง ผมเข้าใจคำพูดที่ว่า ปัญหาใดๆก็ตามผู้ที่ไม่ได้ประสบกับตัวเอง ย่อมไม่รู้สึก คนเราไม่มีไครอยากตายหรอกครับ ถ้ามีทางออก การแสดงความคิดเห็นของผมจึงเพียงแต่จะบอกว่า ชีวิตนั้นมีค่าสุงสุด สงบสติอารมณ์แล้วคิดสักนิดอาจจะมีทางออกอื่นที่ไม่ใช่การตาย ตัวอย่างที่ยกมาก็ต้องการให้เห็นถึงบางคน(ในนิยายอาจเอาลาเป็นตัวอย่าง )ที่พบกับสภาพที่ถูกพยายามทำให้ตาย แต่ก็ยังดิ้นรนสุดชีวิต สุภาษิตจีนโบราณมีอยู่คำหนึ่งบอกว่า สวรรค์มิเคยปิดกั้นคนจนสิ้นหนทาง ในนิยายของโกเล้งก็พูดไว้ว่า ขอเพียงยืดลมหายใจอีกเพียงเสี้ยววินาที ปฏิหารยิ์ใดๆก็อาจเกิดขึ้นได้

 
     
    By: สข1     27/12/2003 12:35 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
  อืมม.. พี่สข1 ตอบได้ดีค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็นหรือนิทานที่ยกมาเล่าค่ะ ยังไงๆ นกก็ยังไม่อยากตายตอนนี้ค่ะ จะรอดื่มยาดองต้นตำหรับประธานเหมา ของพี่สข1 ก่อนค่ะ เรื่องตายค่อยว่ากันทีหลังเนอะ เหอๆๆ

 
     
    By: นกกระปูด     27/12/2003 12:37 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
  บ่อยเลย..อยากตายเนี่ย..เราว่ามันเป็นอะไรที่โง่มากๆ...แต่พอนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตเมื่อครึ่งปีที่ผ่านมานี้แล้วก็อดคิดที่จะอยากตายไม่ได้... เราชอบคิดถึงคนที่รักมากๆ...คนรักที่ไม่มีวันที่จะได้เจออีกแล้ว...คนรักที่เราไม่ได้แม้แต่จะบอกว่าเรารักเขา...คนรักที่จากไปโดยที่เราไม่ได้แม้แต่จะบอกลา เขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ...ครึงปีได้แล้วจากวันนั้น...เราแทบจะจำไม่ได้เลยว่าตลอดครึ่งปีมานี่เรามีชีวิตอยู่มาได้ยังไงบ้าง... เราโตมาในครอบครัวที่แตกแยก..และเขาเป็นคนเดียวจริงๆที่เข้าใจเรา...เข้าใจเรามากกว่าที่เราเข้าใจตัวเองด้วยซ้ำ... เราเคยคิดจะฆ่าตัวตายจริงๆ...เอาใบมีดโกนกรีดที่ข้อมือ...แต่พอเลือดไหลออกมามากเข้าก็กลัว... นึกถึงตอนที่เขาจากไปอีกแล้ว...เราคิดว่าเขาคงไม่ดีใจหรอก ถ้าเราจะตายตามเขาไปจริงๆ

 
     
    By: Monticia     27/12/2003 12:39 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
  เราเคยมีนะ และจะเป็นบ่อยมาก อารมณ์ ที่อยากตายก้อคืออารมณ์ที่ตอนนั้นรู้สึกไม่มีใครเข้าใจ ใครๆ ก้อว่า ใครๆ ก้อด่า แบบ ว่าอยู่ไปก้อไม่รู้อยู่ไปเพื่ออะไร แต่ที่ทำให้เราเกือบฆ่าตัวตายมาแล้ว ตอนที่เลิกกะแฟน และจับได้ว่าเค้าโกหกเรามาตลอด หลอกเราตลอด เราไปยืนที่ระเบียงหอพัก ชั้น 4 และยืนมองลงไปข้างล่าง แต่ช่วงที่มองนะ ความรู้สึกของเราตอนนั้นเราคิดถึงแม่ ขึ้นมา ทำให้เราเรียกสติกลับคืนมาอีกครั้ง และก้อลงมาจากระเบียง กลับมานอนร้องไห้ที่ห้องเหมือนเดิม ก้อมาคิด ๆดูนะ ถ้าตอนนั้นเราโดดลงไปจริง ป่านนี้เราก้อคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หละ

 
     
    By: เพ็ดดีกรี     27/12/2003 12:42 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
  เราก็เคยอยากตาย เวลาที่คิดถึงแฟนเราที่ตายไปแล้ว เค้าฆ่าตัวตายเหมือนกัน แต่เราก็ไม่เคยคิดว่าเค้าทำอะไรโง่ ๆ หรอกนะ เพราะเรารู้ว่าถ้าเค้ามีทางเลือกอื่น หรือทางออกที่ดีกว่านี้ เค้าก็ไม่อยากทำแบบนั้นหรอก ก็ได้แต่น้อยใจ เสียใจ

 
     
    By: ยุง     27/12/2003 12:45 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
  เคยคิดฆ่าตัวตายตอนเด็กๆ แต่ตอนนี้ไม่คิดแล้ว.....

 
     
    By: spu     27/12/2003 12:47 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
  สี่ครั้งก่อนอาหาร สองครั้งหลังอาหาร เจ็ดครั้งตอนตื่นนอน ห้าตรั้งหลังเลิกเรียน

 
     
    By: น้องหมา     27/12/2003 12:48 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
  ผมก็เคยคิด แต่ไม่เคยทำจริง ๆ ตอนจนมุมชีวิต หาทางออกไม่เจอ ร้านก็เจ๋ง แฟนก็ไม่เข้าใจ ญาติก็ดูถูก เพื่อนฝูงก็ห่างหาย คนรู้จักทำเป็นไม่รู้จัก เงินก็จม โอ๊ย อยากจะบ้า แต่มันก็ไม่บ้า อยากตายแต่ก็คิดว่า เคยด่าคนอื่นว่าโง่ เพิ่งเข้าใจความรู้สึกนั้นจริง ๆ มันจนมุมจริง ๆ มืดแปดด้านเป็นไงเข้าใจหมด แต่วันนี้ก็ยังสู้ต่อนะ ถึงไม่รู้ว่าจะทำไงก็ตาม เจ๋งไม่เป็นท่าไม่รู้กี่อย่าง แต่ขอให้ทุกคนสู้นะครับ ทุกคนก็ยังสู้ คนคุ้ยขยะ เค้าก็สู้ ผมเห็นคนคุ้ยขยะเค้าทำท่าอร่อยกับโค๊กในถังขยะ เค้าดื่มอย่างไม่สนใจสายตาใครเลย ผมเห็นสัจธรรมคือ สู้แบบไร้เกียรติ ไร้ทางเลือก แต่ก็สู้ เพื่อวันนึงคงดีกว่านี้

 
     
    By: โจโฉ     27/12/2003 12:50 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
  ผมก็เคย "โง่" คิดอยากตายเหมือนกัน.........แต่เผอิญผมเปนคน "ฉลาด" ก็เลยไม่ทำโง่ๆแบบนั้น........ผมยังมีอะไรอีกหลายอย่างต้องทำให้ได้ในชาตินี้.......ฉนั้น ผมจึงไม่ยอมตายง่ายๆหรอก.......ผมบอกตัวเองเสมอว่า "กรูจะอยู่ขวางโลกมันอย่างนี้ล่ะ.....ตราบใดที่กรูยังทำสิ่งที่กรูฝันไม่สำเร็จ...."

 
     
    By: คนขวางโลก     27/12/2003 12:52 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
  เราเคยคิดอยากตายนะ เมื่อตอนเอ็นทรานซ์ติดแล้วที่บ้านไม่ให้เราเรียน เราติดอันดับ 1 ด้วย แล้วก็เสียใจมาก เพราะบ้านอื่นถ้าลูกเอ็นติดก็คงดีใจกันถ้วนหน้า แต่บ้านเรามีแต่คนเครียดไม่อยากให้เราเรียน แต่ก็ขอความช่วยเหลือพระเจ้า พละกำลังของพระองค์ทำให้เราได้เรียน ทำให้ที่บ้านใจอ่อน ขอบคุณพระเจ้าค่ะ

 
     
    By: น่ารัก     27/12/2003 12:53 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
  นี่เชื่อมั๊ย หนูอยู่มอสองอ้ะ
กำลังเสิชหาเว็บไซต์ฆ่าตัวตายใน google
แต่ดันมาเจอ link ของเว็บพี่น้ำตาลเฉยเลย (เมื่อก่อนชอบเข้ามาอ่านอ่ะเว็บนี้อ่ะค่ะ)
เลยสงสัยว่าเว็บนี้เกี่ยวไรกะฆ่าตัวตายด้วย เลยเปิดมาดู
พออ่านแล้วเลยเลิกคิดฆ่าตัวตายเลย ขอบคุนนาคะ

 
     
    By: $ome๏ne     27/12/2003 12:54 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 25  
     
  ยินดีด้วยนะจ๊ะ
โชคดีจ๊ะ บ๊ายบายนะจ๊ะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล     27/12/2003 12:56 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 26  
     
  สมัยเด็กๆเราก็เคย แต่เวลารู้สึกแบบนี้มันกึ่งๆระหว่างความกล้ากับไม่กล้านะ ความรู้สึกไม่อยากอยู่มันค่อยๆพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด ช่วงนั้นเราอาจจะโง่ที่สุดหรือมีสติที่สุดก็ได้ แต่พอผ่านช่วงเวลานั้นไปแล้ว เราก็เหมือนกับอีกคน พอมองดูตัวเองตอนนั้นแล้วรู้สึกว่าไม่เข้าใจคนๆนั้นเหมือนกัน..
แต่อีกอย่างที่ไม่เข้าใจก็คือ .. คนที่ปัญหาคือชีวิตราบเรียบเกินไป แล้วก็หมกมุ่นอยากตายอยู่ตลอดเวลา ยังไงก็ไม่เข้าใจจริงๆ
 
     
    By: อรุษ     6/01/2004 01:29 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 28  
     
  อะฮ่า เกือบจะไม่มี บันทึกน้ำตาล ใน เว็บไซต์น้ำตาล แล้วสิ ฮะ ฮ่าๆๆๆๆๆ

เขาบอกคนขี้ใจน้อย ต้องฝึก สติ และ สมาธิมากๆนะ จะได้ป้องกันการคิดมากคนเดียว ซึ่งอาจนำไปถึงการฟุ้งซ่าน และ ทำอะไรผิดพลาด

ดำเนิน ชีวิตด้วยความมีสติครับ
 
     
    By: นรชาติ     7/01/2004 09:32 AM  (202.57.160.158)
 

 
  หัวข้อ : 29  
     
 


ในฐานะที่ตาลเคยมีประสบการณ์...การฆ่าตัวตาย... มาแล้ว

เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ ..... ถ้าเราคิดจะตาย แล้วยิ่งถ้าเราอยู่คนเดียว คิดคนเดียว เพราะตอนนั้น ขณะนั้น จิตใจของเรามันจะหดหู่ มองเห็นแต่ปัญหาของตนเอง คิดเหมาเอาว่าปัญหาของตนแปลกใหม่ พบเจออยู่คนเดียว และเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในโลก โลกใบนี้ไม่มีใครจะมาปวดร้าวทุกข์ระทมใจเท่าเรา ไม่มีอีกแล้ว ... แบบว่าอยากตายก็ไปตายเหอะ สำหรับคนที่มุ่งจะตาย แต่ตาลว่าคนเรา ถ้ายังไม่ถึงที่ตายทำยังไงๆ ก็ไม่มีทางตายได้ แบบที่เค้าชอบพูดกันว่า .....

ถึงคราวซ..วย ไม้จิ้มฟันแทงเหงือก ยังเสือ..กตาย ...!!! นั่นแหละ
ตอนนั้นยังเด็กๆ ..... คิดอะไรแบบเพี้ยน..เพี้ยน เดี๋ยวนี้ไม่แล้วคะ

ฆ่าตัวตาย ตอนนี้ไม่กล้าหรอกคะ ..... กลัวอันดับแรก ไม่รู้จะใช้วิธีอะไรดีที่จะตายโดยไม่เจ็บปวดและทรมาน ... ต่อมาก็กลัวว่า ถ้าทำแล้วไม่ตายเกิดพิการจะทำไงดี? ... แล้วยังมีอีกว่า ตายแล้วจะไปไหน? ถ้าไปเกิดในที่อื่นๆ ที่แย่กว่านี้ เราจะทำไงดี? ให้ตายเองตามธรรมชาติแล้วกันนะคะ อย่าคิดมากๆ เลย

ถ้าเศร้ามากๆ ..... ก็ให้มองดูคนพิการเอาไว้นะคะ พวกเค้าพยายามต่อสู้ชีวิต เพื่อที่จะอยู่ได้ในสังคมของคนปกติ ทั้งๆ ที่บางคนเค้ามีความยากลำบากมากมายที่จะมีชีวิตอยู่ไปวันๆ แต่เค้าก็ยังอยู่ได้ คนพิการที่ยอมรับว่าตัวเองเป็นอะไร และ ไม่ท้อแท้ต่อชีวิต เค้าจะมีความสุข และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์มากมาย มีคนพิการอีกมากมายที่เค้าสู้ชีวิต และ ประสบความสำเร็จในหลายๆ สาขาอาชีพ มีครอบครัวที่มีความสุขอีกด้วย แล้วทำไมคนปกติธรรมดาอย่างเราๆ จะไม่พยายามหาวิธีแก้ไขปัญหาของเราอย่างสร้างสรรค์ต่อสังคมและตัวเองบ้าง ทำไมจึงชอบที่จะคิดแต่ในทางลบให้กับชีวิต ชีวิตก็ตกต่ำไปตามที่คิดได้ทุกวัน เราควรซื่อสัตย์กับสิ่งที่เรายึดมั่น ความแข็งแกร่ง และ พลังในการมีชีวิต และ ภาพที่เรานึกฝันอยากจะเป็น เกิดจากสิ่งต่างๆ ที่เราให้คุณค่าอย่างมุ่งมั่น และ จริงจังคะ

ทุกชีวิตในโลกนี้ ..... มีความสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว และ ผู้ใหญ่ก็ชอบที่จะบอกว่า ในวิกฤติย่อมมีโอกาสอื่นๆ รออยู่เสมอ ลองตั้งใจดูดีๆ สิคะ :-)


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/03/2004 07:33 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 30  
     
  "อยู่คนเดียวระวังจิต อยู่กับมิตรระวังวาจา"

ประโยคนี้หลวงพี่เคยสอนไว้สมัยตอนบวชเมื่อหลายปีก่อน

ถ้าใครกำลังหดหู่ท้อแท้และมองไม่เห็นคุณค่าของตนเอง...อย่าอยู่คนเดียว รวมถึงการนั่งฟังเพลงที่เศร้าๆด้วย เพราะจิตในขณะนั้นอ่อนแอมาก หัวคิดจะตอกย้ำแต่เรื่องต่างๆในแง่ลบ สุดท้ายจะมองเห็นว่าการมีชีวิตอยู่ต่อไม่มีความหมายอะไรเลย

จริงๆแล้วชีวิตของคนทุกคนมีคุณค่าเพียงแต่เราอาจจะมองข้ามคุณค่าที่มีอยู่ภายในตัวเรา คุณค่าในตัวเราอาจจะมีประโยชน์ต่อคนอื่นเป็นจำนวนมากโดยที่เราอาจจะนึกไม่ถึง ถ้าเราค้นพบคุณค่าอันนี้แล้ว ก็จะเกิดความภูมิใจในตัวเองและไม่คิดจะฆ่าตัวตาย

ลองค้นหาคุณค่าในตัวเองดู แล้วจะพบว่าชีวิตเป็นสิ่งสวยงามและเราเองมีค่ามากพอที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

 
     
    By: ชาคโร     3/03/2004 12:18 AM  (219.12.0.74)
 

 
  หัวข้อ : 31  
     
  สวัสดีครับคุณน้ำตาล
อ่านความคิดเห็นเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายแล้ว
ผมเห็นใจและเข้าใจครับ
และดีใจที่ผ่านเหุตการณ์นั้นมาได้
 
     
    By: โก๋     3/03/2004 06:50 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 32  
     
  มีเหตุอันใดให้น้ำตาลต้องเคยฆ่าตัวตายมาแล้ว ด้วยหรือ
แล้วรอดมาทำไมอ่ะ
น่าเสียดายนะ โอกาสดีๆหลุดลอยไป

------------------------
http://thaingo.org/webboard/view.php?id=2217
 
     
    By: น้ำปลา     3/03/2004 06:52 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 33  
     
 


ขอบคุณ น้ำปลา มากๆ นะ
ที่กรุณาแสดงความเสียดายแทนน้ำตาล
แต่ถ้าตาลตายไปตอนนั้น คงน่าเสียดายมากกว่า
เพราะตาลคงไม่มีโอกาสอันดี ที่จะได้พบ ได้เจอ
มนุษย์ต่างพันธุ์ที่มีน้ำใจงามอย่างน้ำปลาสินะ ... จริงมั้ย ... จริงมั๊ย :-)

ก็คงต้องบอกว่า ... จริงจ๊ะ ... จริงจ๊ะ
นานๆ จะมีโชคดีแบบนี้สักครา
ยังไงๆ น้ำปลาก็อย่าเพิ่งด่วนรีบหา ที่ชอบ ... ที่ชอบ ไปก่อนหล่ะ
เดี๋ยวตาลจะเหงาแย่ ยิ่งตอนนี้ เว็บไซต์น้ำตาลยิ่ง Error บ่อยๆอยู่

คิดถึงมากๆนะ อย่าลืมดูแลตัวเองดีๆ นะจ๊ะ ... น้ำปลา จ๋า :-)



โชคดีจ๊ะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
------------------------
http://thaingo.org/webboard/view.php?id=2217
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/03/2004 06:59 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 35  
     
  สวัสดีจ้ะตาล
ไม่ผิดหรอกนะที่คิดฆ่าตัวตาย แต่รู้ไหมว่าเมื่อผ่านวันนั้นมาได้ ทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น มองเห็นความรัก..ความใส่ใจ..ความเอื้ออาทรจากคนรอบ ๆ ตัวเราด้วยนะจ๊ะ เพราะครั้งหนึ่งพี่เองก็เคยเป็นแบบน้ำตาลเหมือนกัน เจอปัญหาหลาย ๆ เรื่องก็มัวแต่สงสารตัวเองจนลืมคิดถึงคนที่เขารักเรา อารมณ์นั้นคือชีวิตมันสุด ๆ แล้วหละ......มาถึงวันนี้ได้คิดว่าเราเนี่ย โชคดีสุด ๆ เลย ต่อจากนี้ไปชีวิตเป็นกำไรเลยนะ...พี่ได้ทำหลาย ๆ อย่างที่คิดอยากจะทำ และก็ทำเผื่อคนอื่น ๆ ที่ไม่มีโอกาสอย่างเราด้วย อ้อ!! อยากบอกว่าเพลงบางเพลงก็ช่วยชีวิตคนไว้ได้เหมือนกันนะ...อย่างน้อยก็คนอย่างพี่นี่แหละ จำเนื้อเพลงไม่ได้ทั้งหมดแล้ว แต่ชอบมาก ๆ ที่บอกว่า "หากไม่รู้จักเจ็บปวด ก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ......" (เพลง..ฤดูที่แตกต่าง)
 
     
    By: CAT     9/09/2004 08:02 PM  (208.147.1.5)
 

 
  หัวข้อ : 36  
     
  ขอบคุณมากๆ นะคะ :-)
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/09/2004 08:33 PM  (202.44.14.194)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.