| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



เที่ยว กะ น้ำตาล
     
 


ช่วงนั้น ..... ตาลเรียนซัมเมอร์อยู่ปี ๒ แล้ว ก็พอมีเวลาว่างๆ มากมาย อาอ้อยมีโปรแกรมจะเดินทางไปเที่ยว เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กับ เพื่อน..เพื่อนของอา อาก็ชวนตาลไปด้วย แต่อาเดินทางด้วยรถยนต์ไปกับเพื่อน..เพื่อนก่อนแล้ว เพื่อแวะเยี่ยมเพื่อน...เพื่อนของอาตามจังหวัดที่รถผ่านด้วย ส่วนตาล เดินทางตามไปทีหลังกับญาติผู้น้องอีก ๑ คน ชื่อน้องอัจ น้องอัจอายุน้อยกว่าตาลเกือบ ๑๐ ปี เธอเรียนอยู่ ป.๖ เองคะ แต่ตัวโตมาก..มาก อยู่ประจำที่ ร.ร.วัฒนา เหมือนกัน คุณแม่ของน้องอัจ เพิ่งตายไปได้ไม่กี่วันนี้เอง เป็นมะเร็งที่หน้าอก ตาลเห็นน้องอัจ เศร้า...เศร้า ก็เลยชวนไปเที่ยวด้วยกัน

มาครั้งนี้ ..... ตาลแทบจะไม่มีรูปถ่ายของตัวเองเลย เพราะน้องอัจใช้กล้องไม่เป็น แต่ก็ไม่เป็นไรคะ ตาลได้เก็บภาพวิวสวย..สวยที่ตาลชอบ กะ มีน้องอัจผู้กำพร้าแม่มาสด...สดร้อน...ร้อน เป็นนางแบบสุดสวยให้ตาลเกือบทุกวิวเลยคะ ตาลกะน้องอัจ เดินทางด้วยสายการบินของบางกอกแอร์เวย์ จากกรุงเทพฯ - เกาะสมุย ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ ๑ ชั่วโมงกว่า..กว่าเองคะ วินาทีแรกที่ตาลเดินทางถึงหาดท้องทราย ที่นัดหมายหมายแรกที่อาอ้อยกำหนดให้ ความเหนื่อยล้าและง่วง..ง่วงนอน หรือเมาเครื่องบินก็ไม่รู้ ก็หายไปหมด กลับกลายเป็นความสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นในทันที



ที่นี่ ..... แม้จะเป็นหาดเล็ก...เล็ก แต่ก็มีความสวยงามน่าประทับใจมาก ชาวบ้านบอกว่า...เมื่อก่อนที่นี่เป็นเหมืองแร่ที่สำคัญของเกาะสมุย จึงมีการดูดทรายขึ้นมาจากท้องทะเลเพื่อหาแร่ เมื่อเลิกสัมปทานไปแล้ว ลักษณะของทรายบนชายหาดจึงเป็นเม็ดหยาบ...หยาบคล้ายก้อนกรวดก้อนเล็ก...เล็กดูสวย...สวยแปลกตาดีคะ

ตาล กะ น้องอัจ ..... ก็เพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูป และ เล่นน้ำทะเลจนลืมเวลาเลยคะ มารู้สึกตัวอีกที ก็พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน และ รู้สึกหิวจนตาลายนั่นแหละคะ หลังจากอาหารค่ำมื้ออร่อย ตาลก็ชวนน้องอัจไปนอนนับดาวเล่นบนระเบียงห้องพัก ที่นี่มองเห็นดาวชัดมาก พอ..พอกะที่บ้านเคียงดาวของพ่อ มีแสงระยิบระยับสวยจัง นอนคุยไป ดูดาวไป อีกเดี๋ยว เราสองคนก็หลับปุ๋ยไปเมื่อไรไม่รู้คะ :-)



วันต่อมา ..... เสียงร้องของเจ้านกกางเขน คนที่นี่เรียกว่า “บินหลา” ปลุกให้ตาลตื่นขึ้น อากาศยามเช้าที่หาดท้องทรายช่างสดชื่นจริง...จริง ตาลยืนสูดจนเต็มปอด แล้วค่อย...ค่อยปล่อยออกมาอย่างช้า...ช้า ทำซ้ำ...ซ้ำอยู่หลายครั้ง เหมือนตาลรู้สึกว่า อีกไม่กี่วันเรากลับไปบ้านแล้ว เราจะไม่มีอากาศหายใจอีก ความรู้สึกออกเศร้า...เศร้ายังไงชอบกล :-(

หลังจาก ..... ทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ตาล กะ น้องอัจ ก็แยกตัวออกมาจากคณะของอาอ้อยกับเพื่อน...เพื่อน เพื่อไปเที่ยวกับทัวร์ ที่นำเที่ยวรอบ...รอบเกาะ รถของทัวร์ขับออกจากหาดท้องทราย ไกด์บอกว่าเรากำลังไปทางใต้ของเกาะ มุ่งหน้าไปสู่หาดเชิงมนเป็นแห่งแรก เพราะเป็นหาดที่นิยมของนักท่องเที่ยว ที่หาดเชิงมนเป็นหาดที่สวยงามสมคำบรรยายของไกด์เลยคะ หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีสวยสด มีคลื่นบาง...บาง น่าลงเล่นน้ำเป็นที่สุด ตาล กะ น้องอัจ เดินกอดคอกันดื่มด่ำกับความสวยงาม และ เก็บภาพอยู่ชั่วครู่ เค้าจึงเรียกให้เดินทางต่อไปยังหาดเฉวง ซึ่งขึ้นชื่อไม่แพ้กัน



ที่นี่ ..... ตาลรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนหาดพัทยาเลยนะคะ เพราะเต็มไปด้วยบังกะโล และ โรงแรม เรียงรายเต็มชายหาด นอกจากนี้...ยังมีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ผับ ดิสโก้เธค ตาล...กะ น้องอัจ ตื่นเต้น ตื่นตา ไปกับความคึกคักของนักท่องเที่ยวมากมายกว่าที่หาดอื่น...อื่น ใครที่ชื่นชอบแสงสียามค่ำคืนคงถูกใจกับหาดนี้เป็นพิเศษนะคะ

จากหาดเฉวง ..... ก็เดินทางต่อมายังหาดท้องตะเคียน และ หาดละไม หาดทั้ง ๒ นี้มีลักษณะสวยงามคล้าย...คล้ายกับหาดเชิงมนและหาดเฉวง ผิดอยู่ตรงที่ไม่มีที่พักให้เลือกมาก...มาก และ บางช่วงยังเต็มไปด้วยเศษขวด ถุงพลาสติก กระป๋องน้ำ ฯลฯ พูดง่าย...ง่ายรวมกันว่า...ขยะ...นั่นแหละคะ ตาล...เสียดายจังคะ ที่สิ่งเหล่านี้มาทำลายความสวยงามตามธรรมชาติจนแทบไม่เหลือคุณค่าเอาไว้เลย เมื่อไรหนอ...คนที่มาท่องเที่ยวจะมีจิตสำนึกในความรับผิดชอบ ให้ธรรมชาติคงความสวยงามอยู่นาน...นาน



จากนั้น พวกเราก็ออกเดินจากหาดละไม ..... ด้วยความรู้สึกไม่สู้ดีนัก ไม่นานเราก็มาถึง “วันเดอร์ฟูล ร็อค” หรือ ที่เรารู้จักกันดีในนาม “หินตา หินยาย” ตาล กะ น้องอัจ และคนอื่น...อื่นเดินลงจากรถเพื่อจะเข้าไปเก็บภาพหินมหัศจรรย์ใกล้...ใกล้ ระหว่างทางได้ยินเสียงผู้หญิงนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางในรถของเรา คนหนึ่งพูดต่อว่าธรรมชาติ ว่าทำไมจึงสัปดนสร้างหินให้มีลักษณะเหมือนสิ่งสงวนของผู้หญิงและของผู้ชายไปได้ แต่...ตาลกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น ตาลกลับประหลาดใจ และ ทึ่ง ว่าธรรมชาติทำไม ช่างสร้างสรรค์ธรรมชาติเหลือเกิน ไม่มีอะไรจะสวยงามไปกว่าสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาอีกแล้ว :-)

ไกด์เล่าว่า ..... ต้นกำเนิด... ”หินตา หินยาย” มีตำนานเก่าแก่ ที่พูดกันต่อ...ต่อมาว่า มีตายายสองคนชื่อ ตาแครงและยายเรียม ซึ่งเป็นชาวปากพนัง เดินทางโดยเรือใบจะไปประจวบคีรีขันธ์ เพื่อสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่ายให้กับลูกชายของตัว แต่เมื่อเรือเดินทางมาถึงที่ตรงนี้ ก็เกิดพายุใหญ่ซัดเรือจนล่ม ทั้งตาแครงและยายเรียมเสียชีวิตลง เมื่อคลื่นซัดร่างทั้งสองเกยหาด ร่างนั้นก็กลับกลายเป็นหินเป็นอนุสรณ์มาจนปัจจุบันนี้ อนุสรณ์เก๋จัง คิ๊ก...คิ๊ก :-)



๑ / ๙

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    19/12/2003 12:25 AM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


จากนั้นก็เดินทางต่อมาจนถึงบ้านหัวถนน ..... มองเห็นป้ายบอกทางไปน้ำตกหน้าเมือง เค้าพาไปที่น้ำตกสวยงามมากอีกแล้วคะ น้ำตกหน้าเมืองเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ที่มีน้ำไหลตลอดปี และจะมีน้ำมาก...มากในหน้าฝน เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว บริเวณน้ำตกร่มรื่น และ มีอากาศเย็นสบาย ถ่ายรูปอยู่สักพัก อากาศที่แสนสบาย ก็เริ่มทำให้ ตาล กะ น้องอัจ ง่วง...ง่วง นอนแล้วคะ :-) ก็เลยขึ้นไปนอนรอในรถ สักพักคนอื่น...อื่นก็ขึ้นมา

จากนั้นก็ไป “วัดพระพุทธรูป” ..... คือสถานที่สุดท้ายในทัวร์นี้ วัดนี้ตั้งอยู่บริเวณเกาะฝาน และไกด์เค้าบอกว่าที่ได้ชื่อว่าเป็นเช่นนี้ ก็เพราะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธโคดม พระพุทธรูปปางมารวิชัย เค้าบอกขนาดด้วยนะคะ แต่ตาลจำไม่ได้แล้วคะ แต่มองด้วยตานี่ ใหญ่มากคะ ออกจากวัด ก็มุ่งหน้าสู่ที่พักบนหาดท้องทราย



ไกด์สรุปว่า ..... ระยะทางที่ไปท่องเที่ยววันนี้ประมาณ ๕๐ กิโลเมตร รอบเกาะสมุยพอดิบพอดี ตาลว่าไม่ไกลเลยนะคะ ถ้าเทียบกับความประทับใจที่ได้รับ แม้ว่าบางสถานที่จะมีปัญหาเรื่องขยะอยู่บ้าง

มาถึงที่พักก็เหนื่อยมากคะ นอนก่อนแล้วนะคะ :-)

เมื่อวาน ..... ตาลพาไปเที่ยวสมุยมาแล้ว อยู่ที่สมุย ๒ คืน วันนี้ไปภูเก็ตกันนะคะ เดินทางด้วยเครื่องบินจากสมุย ถึง ภูเก็ต ใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที ถ้าตาลจำไม่ผิดนะ จากสนามบินก็มา โรงแรมดุสิตลากูน่า ที่หาดบางเทา มีรถของโรงแรมมารับ ตาลกะน้องอัจ มากันสองคนอีกตามเคย เพราะอาอ้อยต้องมากับเพื่อน...เพื่อน ไม่ต้องห่วงตาลเรื่องเช็คอินนะคะ อาอ้อยจัดการให้เราเสร็จเรียบร้อยแล้วคะ ตาลกะน้องอัจ มีหน้าที่แค่คอยบอกเจ้าหน้าที่ ที่เค้ามารับเราที่สนามบิน กับ ที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมตอนเช็คอินว่า หนูชื่อ นิชา กับ อัจฉรียา คะ แค่นั้นก็เรียบร้อยแล้วคะ ตาล เดินทางท่องเที่ยวแบบนี้ กับ พ่อแม่ และ พี่ชาย บ่อย...บ่อย จนชำนาญการแล้ว

โรงแรมดุสิตลากูน่า ..... สวยมาก เราสองคนได้ห้องพักที่มองออกไปเป็นอ่าวและมีหาดเล็ก..เล็ก ลักษณะการจัดแต่งของโรงแรมเป็นแบบไทย...ไทย เค้าเอาผ้าทักทอแบบของเหนือกับทางใต้มาผสมกัน นำมาเป็นผ้าคลุมเตียง โซฟา และ เตียงเป็นแบบโบราณ มีเสาเล็ก...เล็ก ๔ มุม สำหรับมุ้งสีขาวนวล...นวล ที่กางและรวบไว้อย่างสวยงาม เค้าคงมีไว้ให้สำหรับคนที่ต้องการอยู่แบบธรรมชาติมั้งคะ ไม่ต้องเปิดแอร์ บรรยากาศรวม...รวมเค้าจัดแบบไทย...ไทย น่ารักจัง ตาล กะ น้องอัจ ชอบมาก...มากเลยคะ



หลังจากที่เอาของเก็บเข้าตู้ ..... และ เดินชมความงามของที่พักจนเพลิดเพลินพอใจแล้ว เราสองคนก็ลงไปทานอาหารกลางวัน จากนั้นก็ไปกดเงิน เอทีเอ็ม ก่อนคะ กันพลาดถ้าเค้าไม่รับการ์ดเครดิต เพราะเราสองคนหน้าเด็ก...เด็ก อิ อิ....ได้เงินแล้วก็ไปซื้อชุดว่ายน้ำให้...น้องอัจใหม่ ๑ ชุด เพราะเธอลืมเก็บมาจากสมุยคะ ลืมได้ไงไม่รู้นะคะ สงสัยน้องอัจมีแผนต้องการชุดใหม่แน่...แน่ :-) เพราะหลังจากซื้อชุดว่ายน้ำเสร็จ เธอก็ทำหน้าบึ่ง...บึ่ง เหมือนคนไม่สบาย หรือปวดหัว ปวดท้อง อะไรสักอย่างนะ ตาล...ก็ถาม ก็พูดด้วยเธอก็ไม่ตอบ หลาย...หลายครั้งเข้า ตาล...ชักหงุดหงิดแล้ว เลยบอกว่า น้องอัจ พี่ตาลเป็นแค่ญาตินะจ๊ะ ไม่ใช่ พ่อแม่น้องอัจ นะ ถ้าไม่พูดให้รู้เรื่องว่าเป็นอะไร จะให้ที่โรงแรมเค้าไปส่งที่สนามบินกลับกรุงเทพฯคนเดียวนะ ตาลพูดจริงนะคะ ไม่ได้แกล้งหลอกนะ หน้าตาลก็หงิกแล้วด้วย แล้วก็ได้ผล น้องอัจก็พูดกับตาลว่า...พี่ตาลเปลี่ยนนาฬิกาบ่อย...บ่อย ของน้องอัจมีอันเดียวเอง เชื่อมั้ย ตาลจากหน้าหงิก...หงิก หัวเราะก๊ากเลย ใครจะไปรู้ว่า ที่เราอยากแต่ง อยากทำอะไรของเรานี่ จะไปสะดุดตาเจ้าน้องตัวเล็ก...เล็กนี่ ออ...ไม่เล็กสิ ตัวโต..โตแล้ว แต่อายุนิดนึง เกือบได้บินเดี่ยวกลับกรุงเทพฯ แล้วนะ ตาลก็เลยต้องไปซื้อนาฬิกาใหม่ให้น้องอัจอีกเรือน เรื่องนาฬิกายังมีเรื่องเล่าอีกเยอะคะ ไว้เล่าใหม่แล้วกันนะคะ เดี๋ยวไม่ได้เที่ยวภูเก็ตคะ



มาเที่ยวกับน้องอัจครั้งนี้ ..... ตาลได้มีประสบการณ์เหมือนเป็นผู้ปกครองเด็ก...เด็ก ๑ คนเลย ต้องแก้ปัญหา ต้องอธิบาย แล้วก็รู้ว่า ชีวิตคนเราถูกเลี้ยงดูมาต่างกันมากมาย เป็นไง เฮ้อ...!!! :-)

เล่าเรื่องเที่ยวเล่นต่อดีกว่านะคะ ..... เดี๋ยวจะกลายเป็นละครชีวิตไป เราสองคนอยู่ที่โรงแรมดุสิตฯ นี่ ๒ คืน ชีวิตที่นี่ก็แค่ เล่นน้ำในสระ เล่นน้ำทะเล แล้วก็ขึ้นมากิน...กิน แล้วก็ลงไปเล่นน้ำอีก พอเหนื่อยมาก...มาก ก็นอน เท่านี้เองคะ เพราะอาอ้อยไม่ได้มาที่นี่กับเราด้วย อาไปเที่ยวกับเพื่อน...เพื่อน อาสั่งไม่ให้ไปเที่ยวข้างนอกโรงแรม ตาลจะเจออาอ้อยกับเพื่อน...เพื่อนอีกที ก็หลังจากที่เราต้องไปพักที่ โรงแรมเลอเมอริเดียน อีก ๒ คืนคะ แล้วถึงจะพบกันที่บ้านพักของอาเป๋งพี่สาวอาอ้อยที่หาดสุรินทร์ ที่เราสองคนต้องเปลี่ยนโรงแรมที่พัก เพราะจองได้แค่สองวันเองคะ

สองวันต่อมาก็มาอยู่โรงแรมเมอริเดียน ..... ที่หาดป่าตอง ที่นี่ ผิดกลับโรงแรมดุสิตฯมากมาย ตาลไม่ประทับใจบรรยากาศของโรงแรมเลย เค้าจัดโรงแรมแบบหลากหลายจินตนาการ จะจีน หรือ ญี่ปุ่น หรือ ฝรั่ง หรือ ไทย เค้าก็ไม่เอาสักอย่าง ปนกันไปหมดเลยคะ เดิน...เดินไปเดี๋ยวก็จีน ไปอีกนิดไทย...ไทย พอเลี้ยวซ้ายก็ฝรั่ง เลี้ยวขวาก็อีกแบบนึงแล้ว แต่ก็ช่างเถอะนะคะ ตาลมาแค่พักรอเวลาที่จะไปบ้านของอาเป๋งเองคะ เพราะที่นั่น...ก็มีฝรั่งอิตาลีมาขอเช่าอยู่ ยังไม่ออกไป เราก็เลยต้องสัญจรไปเรื่อย...เรื่อยก่อนคะ ที่นี่ก็เหมือนกับที่ดุสิตฯ คะ เล่นน้ำ แล้วก็กิน แล้วก็นอน เล่าง่ายดีนะคะ ๔ วันที่พักโรงแรม ๒ แห่ง ทำแค่นั้นจริง...จริงคะ แต่ก็สนุกและมีความสุขมากคะ อยู่ในน้ำ กันตั้งแต่ประมาณ ๘ โมงเช้า ทานอาหารเช้าเสร็จ ก็เปลี่ยนชุดไปเลยคะ เรียกว่ากินนอนอยู่ข้างสระ นั่นแหละคะ แต่ไม่ได้หมายความว่า ว่ายน้ำเล่นตลอดทั้งวันนะคะ ตาลเอาหนังสือไปนอนอ่านข้าง...ข้างสระ กับที่ชายหาดด้วยคะ



๒ / ๙

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/12/2003 12:30 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


พอครบกำหนด ..... เราสองคนก็เดินทางไปบ้านพักของอาเป๋งพี่สาวของอาอ้อย ที่หาดสุรินทร์ บ้านหลังใหญ่ ๒ หลัง ในเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ตัวบ้านดีไซน์แบบยุโรป แต่ในบ้านจัดแบบไทย...ไทย ที่แปลกอีกอย่างก็คือหน้าต่างบ้านเปิดเข้ามาในตัวบ้านอย่างประเทศที่มีหิมะตก ด้านนอกมีกันสานสำหรับกันน้ำฝน และมีรางรองน้ำฝนรอบบ้านเลยคะ ตาลได้ห้องพักชั้นบน มีระเบียงเป็นลานกว้าง...กว้างอยู่หลังห้องก็คือหลังบ้านนั่นแหละคะ มองลงมาเห็นต้นไม้รอบบ้านเต็มไปหมดน่าร่มรื่นจัง มีมุมที่เค้ากางมุงสีฟ้าไว้ปลูกผักสวนครัว มีเกือบทุกชนิด ที่ต้องการเรียกใช้ในครัวยามทำอาหารไทย...ไทยเลยนะคะ เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านของตัวเองเลยนะคะ มีสระว่ายน้ำเล็ก...เล็กอยู่ด้านข้างของตัวบ้าน หลังนึงสระน้ำเป็นแบบสีเหลี่ยม อีกหลังเป็นแบบกลม...กลม จะเป็นแบบไหนก็ไม่สนใจแล้วคะ เล่นน้ำมาจนเบื่อแล้ว :-)

ทั้งสองหลังมีห้องพักหลายห้องมาก ..... แต่ไม่รู้กี่ห้องนะคะ ไม่ทันนับคะ มัวตื่นเต้นเรื่องจะได้ออกไปเที่ยวรอบ...รอบภูเก็ตแล้วคะ แต่ยังไม่ได้ไปนะคะ รออาอ้อยอยู่คะ ไม่มีใครขับรถพาเที่ยวคะ เดี๋ยวหลงทาง ข้าง...ข้างบ้านมีร้านอาหารของแฟนพี่หน่อยชื่อ Babby เป็นชาวอิตาลี ร้าน To…To พิซซ่า อร่อยมากคะ เดี๋ยวเล่าอีกทีเรื่องอาหารนะคะ อธิบายรอบ...รอบบ้านและที่ใกล้...ใกล้ก่อนนะคะ เดินออกจากประตูรั้วบ้านข้ามถนนหน้าบ้านไปประมาณสัก ๑๐ ก้าวมั้งคะ ก็เป็นเนินสนามกอล์ฟของทหาร แต่ไม่รู้เค้ายังใช้เล่นกันอยู่หรือเปล่า แต่ก็ดูเรียบร้อยดีคะ มีต้นสนใหญ่มาก...มากเต็มไปหมด เดินตรงไปเรื่อย...เรื่อยก็เป็นหาดทรายสีนวล...นวลสวยมากคะ ดูที่ภาพประกอบใน เที่ยวสมุยฯเมื่อวานก็ได้คะ งานนี้...ตาลเป็นช่างภาพตลอดรายกายเลยนะคะ เบื่อถ่ายรูปตัวเองแล้ว เพราะวิวสวยมากกก สวย...จนไม่รู้จะบรรยายยังไงดีถึงจะให้ได้บรรยากาศที่เราพบในตอนนั้นนะคะ จำได้ว่าถ่ายไปประมาณ ๑๐ กว่าม้วนนะคะ เอามาลงที่นี่ไม่หมดหรอกนะคะ เค้าให้ลงได้ ไม่เกิน ๕๐ KB เองคะ ก็เอาแค่พอมองเห็นภาพว่าสวยตามที่ตาลเล่า ก็แล้วกันนะคะ



ถ้าเดินออกจากบ้านมา แล้วเลี้ยวขวา ..... จะเดินไปตามถนนที่ไปทางลาดขึ้น เหมือนขึ้นเนินเขาเตี้ย...เตี้ย ไปประมาณ ๓๐ นาที ก็จะไปถึง โรงแรมอมันบุรี มีทางลงหาดพันทรี ที่เห็นในภาพห้องพักเป็นเหมือนรีสอร์ทบ้านทรงไทย อยู่ในดงต้นมะพร้าวเยอะ...เยอะ สวย...สวยมาก...มากคะ บรรยายไม่ถูกนะคะ รู้ว่าสวยนะคะ ค่าห้องพักคืนละ ๘ พันบาทเป็นอย่างต่ำ มีสระน้ำแปลกตา ไม่เหมือนที่อื่นตรงที่ เค้าปูกระเบื้องเป็นสีดำ มองดูคลาสสิคจังคะ มองไกล...ไกลนึกว่าน้ำเน่า...เน่านะ ๔ วันที่พักอยู่บ้านของอา เราเดินขึ้นมาทานอาหารเช้าที่นี่ ๓ วัน อาอ้อยบอกว่าเดินออกกำลังด้วย แล้วก็ไม่ต้องรบกวนแม่บ้านที่นี่ แต่.....ตาลว่า พวกเราติดใจบรรยากาศสวย...สวยและบริการของพนักงานที่นั่นมากกว่านะคะ

กลับเข้ามาที่ในบ้านก่อนนะคะ ..... วันนี้เรามาถึงที่นี่ประมาณ ๙ โมง เจอ Babby บอกว่า เดี๋ยวจะทำพิซซ่า กับ สปาเก็ตตี้ ให้ทานมื้อกลางวัน แต่ต้องแลกกัน หมายถึง ตาลต้องทำอาหารไทย ๒ อย่าง เท่ากับที่ Babby ทำ ตาลกับ Babby คุ้นเคยกันพอควร เพราะเมื่อก่อน Babby มีร้าน To…To ที่เอกมัย สุขุมวิท ที่บ้านตาลไปอุดหนุนกันบ่อย...บ่อย อาหารอิตาลี อร่อยมาก แต่เดี๋ยวนี้ปิดไปหมดแล้วมาอยู่ที่ภูเก็ตที่เดียวคะ อิอิ เดี๋ยวต้องไปเก็บค่าโฆษณาจาก Babby ด้วย ตาลโชคดีนะคะ ที่หัดทำอาหารไว้เป็นบ้าง ไม่งั้นอายฝรั่งแย่เลยคะ Babby ทำอาหารเก่งมากกก อร่อยอีกต่างหากคะ



ตกลงวันนั้น ..... ตาลก็ทำพะแนงกุ้ง กับ ผัดกระเพากุ้งสับราดบนเส้นหมี่สำเร็จรูปสูตรของอาอ้อยต้องมีกระเพาทอดกรอบโรยหน้าเยอะ...เยอะเลยคะ แต่ไม่เผ็ดมาก...มาก ที่นี่มีกุ้งตัวใหญ่...ใหญ่ สด...สด น่าทานทั้งนั้นเลยนะคะ ฝีมือทำอาหารของตาลก็ไม่แพ้ Babby แน่คะ ก็เคยทำทานกันที่ครัวร้าน To…To โชว์มาหลายครั้งแล้ว และ Babby ก็บอกว่าทำเยอะ...เยอะนะ จะชวนเพื่อน...เพื่อนมาทานอาหารกลางวันด้วยอีก ๕ คน ตาลก็ร้อง...โอ้โฮ..!! จากนั้นก็หัวเราะกัน แล้วพากันเข้าครัว รีบทำอาหาร Babby ก็วาดลวดลายทำอาหารอิตาลี ตามที่เค้าบอก ๒-๓ อย่าง แต่เยอะมากคะ ของตาลก็เริ่มจากไปสวนครัวหลังบ้านก่อน ไปเก็บ ใบกระเพา พริกชี้ฟ้า แล้วก็ ลูกมะกูด กับใบมะกูด ด้วยคะ มีทุกอย่างจริง...จริง ต้องชื่นชมฝรั่งคนนี้ รอบคอบจังนะคะ ประมาณ 1 ช.ม.กว่านิดหน่อย ตาลก็ทำอาหารของตาลเสร็จเรียบร้อย แถมขนมหวาน สาคูเปียกมะพร้าวอ่อนบนต้นหลังบ้านนี่เองคะ ที่เร็วก็เพราะ ทุกอย่างสำเร็จรูปหมดคะ กะทิกล่องฮาวาย เครื่องแกงสำเร็จรูปเป็นซอง...ซอง ยี่ห้อจำไม่ได้นะคะ ที่ขาดไม่ได้ ก็เส้นบะหมี่ซอง...ซองยี่ห้อ ไว...ไว ของ AC104 นี่เองคะ พอตาลทำของตาลเสร็จ ก็ไปช่วย Babby อบแป้งพิซซ่าชิ้นเล็ก...เล็กเพิ่มสำหรับมาทานกับแพนงกุ้งด้วยคะ เพราะพอ Babby เห็นตาลทำน้ำพริกพะแนงกุ้ง กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วเกาะภูเก็ตแล้วมั้งคะ :-) Babby ล้อตาลนะคะ ไม่ใช่ตาลคิดเองนะ แถมตอนที่ทานเสร็จ อาหารไทยของตาลไม่มีเหลือเลยคะ ชนิดแบบทานเช็ดจานกันเลยแทบจะไม่ต้องล้างจานนะคะ เกลี้ยงดีจัง อิอิ Babby ยังเอาน้ำพะแนงที่เหลือติดชามอยู่นิดหนึ่งเก็บไว้เลยคะ นี่แสดงว่าอร่อยมากนะคะ เนี้ย :-)



ทานอาหารกลางวันเสร็จ ..... ก็ไม่มีอะไรทำ ทีแรกว่าเบื่อเล่นน้ำแล้ว แต่น้องอัจอยากเล่นอีก ก็เลยลงไปเล่นน้ำกันอีกหลายชั่วโมง จนเหนื่อย...เหนื่อยแล้วก็ขึ้นไปพักคะ

พอตกเย็น ..... อาอ้อยกับเพื่อน...เพื่อนก็มาถึง คราวนี้...ที่ตาลเคยได้ยิน เค้าลือกันว่า...คนอิตาลีชอบคุยกันเสียงดัง...ดังเหมือนอย่างคนจีน แล้วก็ตั้งสมญานามให้คนอิตาลีว่า...จีนยุโรป...นั้น สงสัยคงจะแพ้กลุ่มของอาอ้อยเป็นแน่ เพราะอาและญาติ...ญาติ รวมทั้งเพื่อน...เพื่อนของอา ทั้งคนเมือง ทั้งคนเทศ แย่งกันพูด กันคุย จนตาล กะ น้องอัจ นั่งมองหน้ากัน แล้วก็อ้าปากค้างอยู่อย่างงั้น เพราะเรากะจะถามอาอ้อยว่า เราจะได้ออกไปเที่ยวข้างนอกกันเมื่อไร ก็ถามไม่ได้สักที ไม่มีช่องว่างระหว่างวัยให้เราสองคนแทรกเข้าไปเลยนะคะ



๓ / ๙

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/12/2003 12:39 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


วันนี้ ..... ก็เพิ่งเข้าใจความหมายของคนต่างวัยขึ้นอีกอย่าง ก็ตรงที่ว่า ถ้าจะเที่ยวหรืออยากคุยเล่นจริง...จริงแล้วหล่ะก็ อย่ามากับกลุ่มคนต่างวัย เพราะเราจะไม่มีตัวตนในสายตาของเค้าทันที ที่เค้ารวมกลุ่มและคุยกันอย่างออกรสออกชาติ งานนี้เราสองคนก็กลายเป็นหุ่นขี้ผึ้งที่เดินได้ นั่งมองเค้าพูดคุยกันจนหูอื่อเลยคะ แต่ ตาลกะน้องอัจ ไม่ได้เบื่อหรือเซ็งนะคะ อาจจะเป็นเพราะเราเริ่มชินกับคนมาก...มาก เสียงดัง...ดังแล้วก็ได้คะ เราก็เลยพลอยขำและหัวเราะไปกะพวกอา...อาทั้งหลายด้วย เค้าคุยไรกัน เราสองคนก็พลอยได้รับรู้ไปทุกเรื่องเลยคะ

คราวนี้คงหายสงสัยกันบ้างนะคะ ..... ว่าทำไมตาล รู้มากจัง พูดคุยกะคนโต...โตก็ได้ด้วย ก็ชีวิตและสิ่งแวดล้อมมีแต่กลุ่มชนสูงด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิรอบด้านเลยนะคะ กว่าที่อา...อา และ เพื่อน...เพื่อน จะเลือกคู่ เลือกกลุ่ม เลือกห้องพักกันลงตัวก็เกือบค่ำแล้วคะ ได้ยินเสียงอาเป๋งบอกว่า ให้เวลาอาบน้ำแต่งตัว ๒๐ นาที แล้วไปพบกันที่ร้านอาหารของ Babby

ค่ำนั้น ..... Babby ก็เลี้ยงอาหารซีฟูด และ เน้นอาหารเพื่อสุขภาพเป็นหลัก เพราะอา...อา มีแต่ผู้หญิง...ผู้หญิง มีผู้ชายมาด้วย ๔ คนเองคะ นอกนั้นก็ผู้หญิงเกือบ ๒๐ คนมั้งคะ ทั้งกลุ่มก็อายุประมาณ เกิน ๓๕ ไปจนถึง ๔๐ กว่า...กว่าแล้ว อาหารค่ำคืนนั้นก็จึงเป็นรูปแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากอาหารต้นตำรับเดิมของอิตาลีด้วยคะ ไม่ว่าซุป สลัด หรือ อาหารตามเมนูหลัก พ่อครัว...จะปรุงแต่งอาหารออกมาในขนาดที่กำลังพอทานต่อ ๑ คน เน้นรสชาติจากเครื่องเทศและสมุนไพร ที่มีประโยชน์กับร่างกาย เค้ายังบอกอีกว่า ทานแล้วไม่อ้วน ทานแล้วสวย พออา...อา ได้ยินค่ำว่าทานแล้วสวยเท่านั้น ก็สั่งกันใหญ่เลยคะ :-)



คืนนั้น ..... กว่าจะกิน จะดื่ม และ ร้องเพลง เต้นรำ จนเป็นที่พอใจ
แล้วก็แยกย้ายกันไปนอน ก็ประมาณ เที่ยงคืนกว่าแล้วคะ

เช้า ..... ตาล ตื่นมาประมาณ ตีห้า อากาศเย็นสบายจัง พอตาลเปิดประตูออกไปทางระเบียงหลังบ้าน ก็เห็นพระอาทิตย์ดวงกลมโตกำลังค่อย...ค่อยเลื่อนตัวขึ้นมาช้า...ช้าจากหลังเขา โชคดีจังนะคะ ได้ห้องพักตรงที่มองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า...เช้าด้วย เมื่อวานตอนเย็น ตาลก็เห็นพระอาทิตย์ตก ตรงหาดสุรินทร์ หน้าบ้านที่เราพักนี้พอดี บ้านหลังนี้ ดูเหมาะกับการมาท่องเที่ยวพักผ่อนจังนะคะ

อีกไม่นาน ..... ก็ได้ยินเสียงอาอ้อยมาเรียก บอกว่า ๖ โมง จะไปทานอาหารเช้าที่อมันบุรี ตาลก็รับคำว่า คะ แล้วก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัว เสร็จแล้วก็มานั่งรออาอ้อยอยู่ที่ริมสระน้ำข้าง...ข้างบ้าน ยามเช้าที่นี่...ได้ยินแต่เสียงนกร้อง จิ๊บ...จิ๊บ ดังไปทั่วเลยนะคะ เสียงนกแตกรังของพวกอา...อาเมื่อวาน เช้านี้เงียบกริบเลยคะ ยังไม่มีใครตื่นเลย นอกจากอาอ้อย ตาล แล้วก็ น้องอัจ ก็เห็นมีแม่บ้าน ๓ คน กำลังเตรียมอาหารเช้าให้เพื่อน...เพื่อนอาอ้อย กับ คนสวน ๒ คนเท่านั้น กำลังทำงานของเค้าอยู่ พออาอ้อยลงมา อาก็บอกเดินไปจ๊ะ จะได้ออกกำลังไปด้วย เรา ๓ คน ก็เดินไป คุยกัน ยอกล้อกัน ตามประสาอาหลาน น้องอัจ โดนมากหน่อย เพราะเธอชอบงอนบ่อยมาก ยิ่งงอนเก่ง...เก่งอาอ้อยก็ยิ่งชอบแหย่คะ :-)



เดินขึ้นเนินเขาไปเรื่อย...เรื่อยแป๊บนึงก็ถึงแล้ว ..... ความรู้สึกว่าเดี๋ยวเดียว แต่มองนาฬิกา ก็ ๓๐ นาทีแล้วคะ นับแต่ออกจากบ้าน ที่โรงแรมอมันบุรี สวยมาก...มากเลยนะคะ มีต้นมะพร้าวเต็มไปหมด เป็นแถวเป็นแนวไล่ระดับกันลงมา ดูแล้วไม่ขัดตาเลย เรือนพักเป็นแบบทรงไทยหรูหรามาก ประดับด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดทั้งไม้ดอก และไม้ใบ ให้บรรยากาศที่ร่มรื่นและเงียบสงบ ยังเช้าอยู่เลยนะคะ เพิ่งจะ ๗ โมงเอง แต่พวกแขกที่มาพักกัน ก็ตื่นมาทานอาหารเช้ากันแล้ว ดีนะคะ ตื่นเช้า...เช้า สดชื่นดีคะ อารมณ์ดีกันทุกคนเลยนะคะ เดินสวนกันก็ยิ้มให้กันตลอด รู้จักหรือไม่รู้จัก ก็ยิ้มกันก่อนนะ เจ้าหน้าที่และพนักงานที่นี่ แต่งตัวแบบชุดไทย...ไทยคะ ดูอาอ้อยคุ้นเคยกับพนักงานของที่นี่มาก จะมีคนมาคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้เราทุกอย่าง

ตาลชอบบรรยากาศที่สระว่ายน้ำดำ...ดำจังคะ ..... ดูโรแมนติคและคลาสสิคจังนะคะ แต่...พูดกันตรง...ตรง ตาลมองมาไกล...ไกลนึกว่าน้ำมันเน่าแล้วซะอีก นึกว่าที่นี่แย่จังไม่ยอมล้างสระ ปล่อยให้สระสวย...สวย น้ำสกปรก ได้ไง :-)

ที่นี่ ..... เค้าจัดให้ทานอาหารเช้าเป็นแบบบุพเฟ่ ที่ริมสระน้ำ มีทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่ง หลากหลายชนิดเลยคะ บนโต๊ะอาหารที่เรานั่งทานอาหารกันจะมีพานผลไม้ไทย...ไทยวางไว้ให้ด้วย ดูน่ารักดีจังคะ พอเข้าไปนั่งได้แป๊บนึง ก็มีพนักงานเอาไปใบไม้ที่เขียนชื่อ ของ อัจฉรียา และ นิชา มาให้คนละ ๑ ใบ เขียนด้วยสีทอง น่าทึ่งมาก อาอ้อยคงกระซิบบอกเจ้าหน้าที่ไว้แน่เลยคะ น้องอัจตื่นเต้นใหญ่ ขอถ่ายรูปไว้ด้วยคะ ที่ตาลเอามาเป็นภาพประกอบไงคะ



มีเสียงดนตรีไทยด้วยนะคะ ..... ทีแรกตาลนึกว่าเค้าเปิดแผ่น แต่มองไปมองมา อ้าว...นั่นมีระนาด อยู่ตรงศาลาริมสระน้ำ มีผู้ชายแต่งไทยนั่งตีอยู่ เสียงเพลงจากเครื่องดนตรีไทยแว่วมาเบา...เบา ไพเราะน่าฟังมากคะ เวลาแห่งความสุขเช้านี้ก็หมดลงเมื่อเวลา ๙ โมงพอดี อาอ้อยบอกว่าเราต้องกลับแล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยมาใหม่นะ เพราะเดี๋ยวจะไปทัวร์รอบเกาะภูเก็ตกัน ตอน ๑๐ โมง ป่านนี้เพื่อน...เพื่อนอาคงตื่นกันแล้ว ขากลับก็มีรถของโรงแรมมาส่งที่บ้านคะ ยังไม่ทันเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงอา...อาแว่วมาแต่ไกลเลยคะ

พออีก ๑๕ นาที ๑๐ โมง ..... อาอ้อย ก็เรียกให้พวกเราขึ้นรถตู้ของพวกอาที่ขับกันมาจากกรุงเทพฯ ๓ คัน ตาล น้องอัจ นั่งไปคันเดียวกับญาติ...ญาติ ส่วนอาอ้อยก็ไปกับเพื่อน...เพื่อนของอา แต่พอลงรถก็เดินมาคุยกันตลอดคะ



๔ / ๙

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/12/2003 12:54 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


สถานที่ท่องเที่ยวของภูเก็ตนั้น ..... คงหนีไม่พ้นชายหาดและท้องทะเล เค้าพาเราไปเริ่มต้นการเดินทางจากชายหาดด้านตะวันออก ไปสุดทางที่ชายหาดด้านตะวันตก ด้านเหนือของเกาะภูเก็ต เริ่มชมสถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเลที่ แหลมพันวา ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงสัตว์น้ำชนิดต่าง...ต่างไว้ในตู้กระจก ดูสวยงามมากคะ ต่อจากนั้น ทิวมะพร้าวงามริมชายฝั่งอ่าวฉลอง เค้าบอกว่าชายหาดที่นี่ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำทะเล เพราะเป็นหาดทรายปนกรวด มีตะกอนโคลนปนอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะมาตกปลาหรือเช่าเรือออกไปเที่ยวตามเกาะต่าง...ต่าง อ่าวฉลองจึงเป็นแค่ที่จอดเรือสำหรับบริการให้เช่าเพื่อไปตกปลาเองคะ แต่ชายหาดที่นี่โค้งยาวกับทิวมะพร้าวอันหนาแน่น ซึ่งมีให้ดูจนเพลินตาระหว่างการเดินทาง ไม่เบื่อเลย

หาดแหลมกา ..... เป็นหาดเล็ก...เล็กที่ชาวนักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อน และมาเช่าเรือออกไปเที่ยวเกาะ หรือ ตกปลาเช่นกันคะ

หาดราไว ..... เค้าบอกว่าเป็นชายหาดรุ่นแรก...แรกที่คนรุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย นิยมมาเที่ยวกันในภูเก็ต จนเป็นที่รู้จักของคนไทยถึงทุกวันนี้คะ หาดนี้มีชื่อเสียงมาก่อนหาดอื่น...อื่น ยังสวยงามดีอยู่คะ จากหาดราไว เค้าผ่านเลยแหลมพรหมเทพไปก่อน เค้าบอกว่า ที่นี่จะมาเป็นแห่งสุดท้าย ตอนประมาณ ๔ โมงเย็นคะ



หาดไนหาน ..... ที่นี่มีทั้งทะเล และ บึงน้ำ ไนหาน...เป็นหาดที่ไม่ยาวมากนัก แต่สะอาดมากคะ ด้านหลังชายหาดเป็นบึงใหญ่ ชาวบ้านเรียกว่า หนองหาน

อ่าวกะตะ อ่าวพระจันทร์เสี้ยว ..... เค้าบอกว่าหาดนี้ เหมาะแก่การเล่นน้ำ เพราะ น้ำใส...ใส ทรายขาวสะอาดตา มีทิวสวนยาง และ สวนมะพร้าว ที่ลาดลงสู่ไหล่เขา และที่ราบ เป็นทิวทัศน์ที่งดงามมากคะ

อ่าวกระรน ..... อยู่ถัดอ่าวกะตะขึ้นไปทางเนินเขาเตี้ย...เตี้ย มีชายหาดยาวเหยียด ทรายขาว ละเอียด สะอาด และ เป็นเนินทรายสูง...สูง ต่ำ...ต่ำ มีต้นสนทะเลต้นใหญ่...ใหญ่และ ต้นตาลเรียงราย ดูสวยรมรื่นดีนะคะ

หาดป่าตอง ..... เป็นอ่าวที่มีความโค้งมาก และ มีหาดทรายสวยงามยาวถึง ๓ กิโลเมตร ลักษณะที่สร้างความงามให้แก่หาดป่าตองก็คือ โขดหิน เป็นแหลมยื่นออกไปในทะเลปิดหัวท้ายหาด และเป็นจุดที่ดำน้ำไปชมปะการัง ได้ด้วยคะ แต่หาดป่าตองเต็มไปด้วยแหล่งบันเทิงมากมาย คล้ายกับพัทยาเลยคะ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาที่นี่เป็นชาวต่างชาติ มีซอยหนึ่งเป็นบาร์เบียร์เค้าเรียก “ซอยคาวบอย” ชาวภูเก็ตเรียกว่า “พัฒน์พงศ์” ถ้ามาเที่ยวพักผ่อนแบบสงบ...สงบ ไม่มาที่นี่ดีกว่านะคะ วุ่นวายจังคะ



แหลมสิงห์ ..... มุมสงบและโขดหินสวยงาม เป็นหาดเล็ก...เล็ก น่ารัก ทรายขาวสะอาดคะ

หาดไนยาง ..... ที่นี่เรามาดูเต่าวางไข่ แล้วดำน้ำไปดูปะการัง ที่นี่มีแนวปะการังกว้างใหญ่ติดกับหาด มีปลาสีสวย...สวยมากมาย

ทุกหาดก็คล้ายๆ กัน ..... หาดไหนที่นักท่องเที่ยวนิยมมาแวะกันมาก...มาก ที่หาดนั้นก็จะมี เก้าอี้ผ้าใบกับร่มหลากสีสัน เรียงรายอยู่บนหาดทั่วทุกหาดบนเกาะภูเก็ตเลยนะคะ นอกจากนี้ก็มี กิจกรรมทางน้ำครบครันให้นักท่องเที่ยวได้เลือกเล่นสนุกกันด้วยคะ ที่แปลกอีกอย่างคือมี บริการนวดแบบแผนโบราณแบบไทย...ไทย กันบนหาดนั้นเลยคะ นักท่องเที่ยวคนต่างชาติจะนิยมนวดมากกว่านักท่องเที่ยวคนไทยคะ

เที่ยวไปเกือบทุกหาดแล้วนะคะ ..... บางหาดก็ไม่ได้แวะนะคะ เพราะก็คล้าย...คล้ายกัน แล้วเค้าก็ทำเวลาให้กลับมาที่แหลมพรหมเทพ ให้ทัน ๔ โมงเย็นคะ



ที่แหลมพรหมเทพ ..... ชาวบ้านที่นี่เรียกว่า “แหลมเจ้า” เป็นแหลมที่อยู่ทางใต้สุดของเกาะภูเก็ต มีเส้นทางรถขึ้นไปสะดวกมาก แต่นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ ต่างคนต่างจะรีบมากัน มองดูเหมือนเรามาเข้าคิวซื้อตั๋วดูหนังที่สุดฮิตสักเรื่องเลยคะ คนแน่นมาก ทุกคนมาก็ตั้งท่า ตั้งกล้อง ถ่ายภาพวิว ภาพ พระอาทิตย์กำลังจะตกน้ำทะเลตรงหน้านี้เองคะ เราอยู่กันที่นี่นานถึง ๒ ชั่วโมง กว่า ตาลถ่ายภาพวิวที่นี่ไม่รู้เบื่อเลยนะคะ มีแต่ท้องฟ้า น้ำทะเล โขดหิน และ ดวงอาทิตย์กลมโต...โต มีทุกอิริยาบท เลยคะ แสงมาก แสงน้อย มืด...มืด มัว...มัว คนก็เอียงซ้าย เอียงขวา ถ่ายทั้งด้านหน้า ด้านหลัง นี่ถ้าตีลังกาได้ เธอคงขอถ่ายท่านั้นด้วยมั้งคะ :-)

ที่นี่ ..... นักท่องเที่ยว ดูเรียบร้อย สงบ และ ซึ้งกับบรรยากาศมากคะ ไม่โวยวาย เหมือนที่หาด...หาด ที่เราแวะเที่ยวมา บางคนผู้ใหญ่หน่อยพกพาเอาเตียงผ้าใบมาด้วยนะคะ มาถึงก็หามุมกางให้ได้ที่เหมาะ...เหมาะ แล้วเค้าก็นอนรอดูเลยคะ เอากล้องส่องทางไกลมาส่องด้วยนะคะ คงกะเก็บภาพนั้นด้วยสายตา และ ความประทับใจไว้..... ”ชั่วนิจนิรันดร์”

ตาลก็ช่างว่าเค้านะคะ ..... ที่จริง ก็สวยสุดพรรณนาจริง...จริงนั่นแหละคะ พอพระอาทิตย์ตก ปุ๋ม..!! คนก็หายไปจากตรงจุดชมวิว เงียบสงัด ความรู้สึกเหมือนเราถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เงียบเหงาจังคะ :-)

หลังจากที่แหลมพรหมเทพ ..... ก็มุ่งกลับที่พักแล้วคะ ทุกคนดูท่าเหนื่อยล้ากันมากแล้วคะ เพราะต้องขึ้น...ขึ้น ลง...ลง รถกันบ่อยมากคะ



๕ / ๙

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/12/2003 01:01 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


การเดินทางของเจ้าหญิงแห่งอันดามัน ..... เที่ยวบนบกตามชายหาดและอ่าวมาหลายวัน คราวนี้พวกเราก็จะไปล่องเรือสำราญเที่ยวทะเล กับ อันดามันปริ๊นเซส กันแล้วนะคะ มีรถบัสคันใหญ่ มารับพวกเราที่หน้าบ้าน ก่อนออกเดินทาง มีเรื่องโจ๊กเล็ก...เล็ก เล่ากันจากไกด์หนุ่มหล่อ ตอนแนะนำไกด์ที่สวยที่สุดในรถ

คุณเอกมัคคุเทศก์ผิวสีแทนจัด กล่าวแนะนำ ..... คุณจุ๋มจิ๋ม ครับ เพื่อนร่วมงานสาวหุ่นท้วมท่าทางคล่องแคล่วเดินรี่จากท้ายรถมายืนด้านหน้า

เธอบอกว่า ..... ให้พวกเราเรียกเธอสั้น...สั้นว่า จุ๋ม เพราะเมื่อเที่ยวก่อนๆ จุ๋ม บอกให้ลูกทัวร์เรียกจุ๋มว่า...จิ๋ม ที่นี้พอตอนไปดำน้ำดูปะการัง มีลูกทัวร์บางคนเกิดกลัวขึ้นมา

จุ๋มก็บอกว่า ..... ไม่ต้องกลัวคะ จับจิ๋มไว้...จับจิ๋มไว้...เธอหยุดเล่าเอาดื้อ...ดื้อ

ขณะที่พวกเรา ..... ฮากันลั่น รถ ตั้งแต่วันนั้น จิ๋มก็เลยต้องกลายเป็นจุ๋ม :-)



ไม่เพียงแค่คุณเอก คุณจิ๋ม เอ๊ย คุณจุ๋ม เท่านั้น ..... ไกด์ที่ร่วมเดินทางมาโดยรถครั้งนี้ ยังมีอีกถึง ๕ คน ทั้งหมดยังหนุ่ม...หนุ่ม แล้วก็สาว...สาว ท่าทางคล่องแคล่วว่องไว หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เหมาะกับงานที่ทำอย่างยิ่งเลยคะ เค้าบอกพวกเราว่า เค้าต้องติดตามเรือนี้ไปในท้องทะเลกว้างใหญ่ วันเวลาที่อยู่ในท้องทะเลอาจจะมากกว่าอยู่บ้านเสียด้วยซ้ำคะ

เสียงไกด์คนหนึ่งบอกด้วยแววแห่งความสุข ว่า ..... ไม่เบื่อหรอกคะ แต่ละครั้งที่เดินทางก็มีเรื่องสนุก...สนุก ไม่ซ้ำกันเลย ความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่พวกเค้ารัก ส่งความประทับใจให้กับพวกเราที่เดินทางมาเที่ยวในครั้งนี้อย่างมากมาย ก่อน.....ลงเรือ เราไปไหว้หลวงพ่อ วัดพระทอง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า...วัดพระผุด ที่อำเภอถลาง วัดนี้...ไกด์เล่าว่า...มีประวัติความเป็นมาว่า...เด็กเลี้ยงควายคนหนึ่งได้ไปผูกควายไว้ที่ยอดพระเกตุมาลาของพระพุทธรูปองค์หนึ่งโดยไม่รู้ ต่อมาทั้งเด็กทั้งควายก็ตายไป หลังจากนั้น...พ่อของเด็กฝันว่า...เพราะลูกชายไปผูกความไว้ที่ยอดพระเกตุมาลานั่นเอง จึงโดนลงโทษถึงชีวิต ดังนั้น...เมื่อตื่นขึ้นมาก็เลยลองพาชาวบ้านไปขุดดินบริเวณนั้นดู ปรากฏว่า...มีพระพุทธรูปอยู่ใต้ดินจริง...จริง แต่ก็ขุดขึ้นทั้งองค์ไม่ได้ ขุดได้ถึงส่วนนอกเพียงครึ่งองค์เท่านั้น ปัจจุบันนี้...ได้มีการหล่อปูนครอบองค์พระไว้จนไม่เห็นเค้าเดิมแล้ว



ตาลเดินผ่าน ..... ต้นน้ำเต้าอินเดียที่ปลูกไว้ข้างโบสถ์ เพื่อจะไปพิพิธภัณฑ์ในวัด ผลน้ำเต้าอินเดีย ที่มองไกล...ไกลคล้ายส้มโอ ทั้งสีสันและรูปทรง ห้อยอยู่เต็มต้น ตาล...เดินไปดูใกล้...ใกล้ จึงเห็นว่าผลนั้นมีผิวเรียบและแข็ง แถมมีอักษรจารึกอยู่อีกต่างหาก ว่า...โต้งรักสุ...คนอ่านน่ารัก...อะไรทำนองนี้ เห็นแล้วเซ็งเลยนะคะ ทำไม...คนพวกนี้ชอบทำร้ายธรรมชาติจัง มาระบายความในใจใส่ผลไม้อย่างนี้ เจ้าตัวเขาจะรู้มั้ยหน๊อ..? :-)

มีพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ข้างโบสถ์ ..... ข้าวของส่วนใหญ่เป็นพวกถ้วยชามเก่า...เก่า และที่ ตาล...ยังติดใจอยู่คือรองเท้า เจ้าสาวจีน ขนาดเท่ารองเท้าเด็กอายุ ๕ ขวบ ไม่รู้สาวเจ้าจะเดินท่าไหนนะคะ ในเมื่อเท้าเล็กขนาดนั้น :-)

พวกเราออกจากวัด ..... ไปเข้าร้านขายเม็ดมะม่วงหิมพานต์ สินค้าที่ขึ้นชื่อของภูเก็ต แล้วอีกร้านขายมุก ซึ่งเป็นสินค้าออกที่สำคัญของภูเก็ต อีกเช่นกันคะ จากนั้น.....รถโดยสารคันใหญ่ ก็เคลื่อนออกจากร้าน มุ่งหน้าสู่...ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต



ที่นั่น เรืออันดามัน ปริ๊นเซส เจ้าหญิงแห่งอันดามัน ..... กำลังรอพวกเราอยู่ เรือสวยจังคะ ลำเรือสีขาว ทอดสมอลอยลำ งามสง่าอยู่บนผืนน้ำ ณ ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต หน้าเรือมีตัวอักษรสีน้ำเงินเข้มโดดเด่นท่ามกลางสีขาวสะอาดว่า...อันดามัน ปริ๊นเซส Andaman Princess ตาล...แหงนหน้ามองเรือสำราญลำนี้ จนคอตั้งบ่าเลยนะคะ เรือสูงเท่าตึก ๕ ชั้น ได้มั้งคะ ไกด์บอกว่าเรือยาว ๑๐๑ เมตร ดูใหญ่โต และ โก้หรู สำหรับตาลมาก เพราะทุกครั้งตาลเดินทางไปในทะเลที่ผ่าน...ผ่านมา อย่างดีที่สุดก็โดยสารไปกับเรือบริการดำน้ำของบริษัทดำน้ำชื่อดังของภูเก็ตเองคะ แต่นี่...หรูหรา สะดวกสบายเสียเหลือเกิน สะพานทอดยาวจากลำเรือมายังท่า รอให้ก้าวขึ้นไป พนักงานในเรือยืนยิ้มแย้มแจ่มใสตอนรับอยู่หน้าประตู พวกเค้ากล่าว...สวัสดีกับทุก...ทุกคนที่ก้าวเข้าไปยังห้องล็อบบี้ ซึ่งอยู่ชั้นที่ ๔ ของเรือ แต่เมื่อเทียบท่า ชั้นที่ ๔ จะอยู่ในระดับเดียวกับพื้นฝั่งพอดีคะ

ความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศ ..... โชยมาโดนตัวทันที ที่ ตาลก้าวเข้าไปยืนในห้อง บรรยากาศข้างใน ไม่แตกต่างจากโรงแรม มีเคาน์เตอร์ฝากกุญแจ ซึ่งเป็นเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้วย ด้านตรงข้ามเคาน์เตอร์คือห้องอาหารขนาดเล็ก...เล็ก แบบคอฟฟี่ช็อป มีตู้โทรศัพท์ใช้บัตรในห้องล็อบบี้ ห้องนอนของพวกเราอยู่ชั้นเดียวกับล็อบบี้ ในส่วนของห้องพักมีอยู่ด้วยกัน ๑๒๖ ห้อง มีอยู่ในชั้น ๒ ๓ ๔ และ ๖ มีห้องแบบธรรมดา ห้องเดอลุกซ์ ห้องซูเปอร์เดอลุกซ์ จนถึงห้องสวีทสุดหรู บรรยากาศงดงามและมีความเป็นส่วนตัว มองเห็นวิวทิวทัศน์ขณะล่องทะเล ไม่ว่าจะพักห้องแบบไหน...ไหน ก็เห็นทะเลสีน้ำเงินสวยงามสะดุดตาเหมือน...เหมือนกันนะคะ :-)



แต่ถ้าอยากเห็นวิวทะเลแบบเต็มๆ ตา ..... ก็แค่เดินออกไปยืนที่ระเบียงข้างเรือ หรือท้ายเรือเท่านั้น ก็จะได้ทั้งวิว ทั้งลมเย็นที่เจือกลิ่นไอของทะเลแถมมาอีกด้วยนะคะ ห้องของตาลเป็นห้องธรรมดา มีห้องน้ำขนาดเล็ก มีเตียง โต๊ะหัวเตียง กระจก และ ตู้เสื้อผ้าใบเล็ก...เล็ก แต่มองดูสะดวกสบายแล้วคะ กำลังยืนมองสำรวจภายในเรือเพลิดเพลินอยู่ ก็ได้ยินเสียง...ขอเชิญทุกท่านรับเวลคัมดริงก์ ที่คอฟฟีช็อป ชั้น ๔...เสียงประกาศผ่านลำโพง ดังขึ้นทั้งภายในห้องและนอกห้อง พวกเราแยกย้ายกันไปตามห้องเพื่อเก็บเป้และของใช้ที่แต่ละคนนำมา อาอ้อย...ใจดีจังคะ ชวนน้องอัจไปอยู่ห้องของอาด้วย เหมือนอารู้ว่า...ตาลอยากดื่มด่ำกับธรรมชาติแสนสวยนี้โดยลำพัง ตกลงตาลก็ได้พักคนเดียว มีความสุขจังคะ



๖ / ๙

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/12/2003 01:09 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


ตาลโยนเป้ไว้ท้ายเตียง ..... ก่อนที่จะคว้ากุญแจเดินออกจากห้อง ระหว่างเดินอยู่นั้น...รู้สึกตัวล่วงหน้าเลยว่า เมื่อกลับถึงเชียงใหม่ ตัวขี้เกียจ...คงเกาะแน่นเต็มตัวไปหมดเลยมั้งคะเนี้ย..!! คิ๊ก..คิ๊ก เพราะดูรายการเดินทางแล้ว แต่ละวันช่างแสนสบาย มีอาหารให้ทานตั้ง ๕ มื้อ ดำน้ำดูปะการัง รายการสุดโปรดมีทุกวันคะ ถ้าใครไม่อยากดำน้ำ เค้าก็มีให้ใช้บริการสระจาคุซซี ห้องซาวน่า ห้องเกมส์ หรือ ดูหนังเรื่องสุดฮิตที่ทางเรือจัดไว้ให้อย่างมากมายคะ เป็นความสบายอีกรูปแบบหนึ่งของการเดินทาง ที่นับเป็นประสบการณ์ใหม่ของ...ตาลที่ไม่มีวันลืม แล้วตาลก็เดินอมยิ้มไปเรื่อย...เรื่อยอย่างมีความสุข

เครื่องดื่มเย็นเฉียบในคอฟฟี่ช็อปบ่ายวันแรก ..... สร้างความสดชื่นให้พวกเราทุกคนได้ไม่น้อย ระหว่างนี้ คือช่วงที่พวกเรารออีกคณะหนึ่ง ซึ่งยังมาไม่ถึง สำหรับการเดินทางในเส้นทาง อาดัง-ราวีครั้งนี้ พวกเรามีเพื่อน...เพื่อนร่วมเที่ยวถึง ๗๗ ชีวิต นับแล้วก็ว่ามากมายแล้วสำหรับ...ตาล แต่ก็ดูโหรงเหรงเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความใหญ่โตของเรือ ที่สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ถึง ๓๓๐ คน และยังรับพนักงานในเรือได้อีก ๑๕๐ คน ก็ดีเหมือนกัน ผู้คนจะได้ไม่พลุกพล่าน ตาลรู้สึกอย่างนั้น เพราะไม่ชอบเดินทางไปในที่ที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ...เยอะอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ช่วงวันหยุดยาว...ยาวที่ใครต่อใครพากันไปเที่ยวต่างจังหวัดนั้น ที่บ้านของตาลก็ชอบเหลือเกินที่จะไปแย่งกันกินกันเที่ยว ซึ่งถ้าตาลเลือกได้ ก็จะนอนอยู่บ้านดีกว่านะคะ



จะเรียกไกด์ หรือ มัคคุเทศก์ ดีคะ ..... ตาลว่าเรียก มัคคุเทศก์ ดีกว่า
ค่อยเหมาะกะเรือลำสวยนี้หน่อยนะคะ

มัคคุเทศก์ ..... กว่า ๑๐ คน ของ อันดามัน ปริ๊นเซส จะคอยดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด ยิ่งตอนดำน้ำดูปะการังจากผิวน้ำ ที่เค้าเรียกว่า Snorkeling มัคคุเทศก์ ๑ คน จะดูแลนักท่องเที่ยวกลุ่มละประมาณ ๗ คน ชนิดที่ว่าแทบไม่คลาดสายตาทีเดียว หรือ ถ้าไม่สบายขึ้นมา บนเรือก็มีหมอและพยาบาลน่ารัก มาคอยดูแลรักษาให้อย่างใกล้ชิดคะ

เรือเคลื่อนออกจากท่าแล้วคะ ..... หมู่เกาะอาดัง-ราวี ที่อยู่ห่างออกไปทางทิศใต้
คือจุดหมายของพวกเราทั้งหมดในลำเรือนี้คะ

ภายในห้องอาหารเนปจูน ชั้น ๕ ..... ซึ่งอยู่ด้านหัวเรือ เที่ยงวันนี้ มีผู้คนจับจองที่นั่งกันจนเต็ม ห้องอาหารนี้เป็นห้องอาหารขนาดกลาง พอดีสำหรับจำนวนคนที่มาครั้งนี้ ถ้ามีคนมากกว่านี้ เค้าบอกว่าจะไปทานกันที่อีกห้องที่อยู่ด้านท้ายเรือซึ่งเป็นห้องอาหารที่ใหญ่กว่า



หลังอาหารมื้อเที่ยง ..... พวกเรามีนัดกับมัคคุเทศก์ที่ชั้น ๖ เพื่อชมวิดีโอชุดใต้ท้องทะเลไทยก่อนไปพบของจริง...จริงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการใช่เสื้อชูชีพ หน้ากาก และท่อหายใจสำหรับการดำน้ำดูปะการัง

สี่โมงเย็น ..... นักท่องเที่ยว และ พวกเราทุกคน ไปพร้อมกันที่หน้าห้องดิสโกเธค ชั้น 3 เพื่อรับเสื้อชูชีพ และ อุปกรณ์พื้นฐานของการดำน้ำ ก่อนลงเรือเล็กไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะด้ามหอก ด้ามขวาน ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดกระบี่

วันนี้อากาศไม่ค่อยดีคะ ..... ท้องฟ้าหม่นมัวด้วยก้อนเมฆ คลื่นแรงพอควร บรรยากาศของท้องทะเล จึงไม่สดใส เรือเล็ก...เล็กปะทะคลื่นจนโยกเยก มัคคุเทศก์...ส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ในทะเลว่า...ไม่ต้องรีบนะคะ ค่อย...ค่อยลงทีละคน แล้วก็พูดบรรยายไปเรื่อย...เรื่อย...ขณะที่มือจับบันไดพาดเรือเล็ก ให้พวกเราลงจากเรือ หาดที่พวกเราลงไปยืนรอพรรคพวกซึ่งจะตามมากับเรือรอบหลัง คือหาดทรายขาวละเอียดของเกาะปอดะ เกาะด้ามหอก ด้ามขวาน ตั้งโดดเด่น ห่างจากเกาะปอดะ ไม่ถึง ๑ กิโลเมตร ป้ายผ้าที่มีเครื่องหมายกาชาดถูกขึงไว้ใต้ร่มสน พวกเราจะเห็นป้ายนี้ทุกครั้งที่ขึ้นเกาะ แสดงให้เห็นว่าหมอและพยาบาลประจำเรือพร้อมเสมอสำหรับการรักษาพยาบาลเบื้องต้น



นักท่องเที่ยวที่ว่ายน้ำไม่เป็น ..... หรือ รู้ตัวว่าว่ายน้ำไม่แข็งและขี้กลัว จะถูกขอร้องให้สวมเสื้อชูชีพสีส้มสดใส ไว้ตลอดเวลาที่ลงเรือลำเล็ก มือก็ถืออุปกรณ์สำหรับดำน้ำ บางคน...ตาลสังเกตเห็นเค้ากำแน่น แว่วตาตื่นเต้นปนหวาดกลัว ตาล...ก็เลยเดาเอาว่า...คงเป็นครั้งแรกสำหรับการดำน้ำดูปะการังของเค้า และ ที่เค้าตื่นเต้นก็เพราะเธอว่ายน้ำไม่เป็น กลัวทั้ง...ทั้งที่ใส่ชูชีพอย่างแน่นหนาแล้ว ก็น่าเห็นใจคุณอา...อา และ ป้า...ป้าทั้งหลายที่เพิ่งเคยมานะคะ เพราะวันนั้นอากาศก็เป็นใจให้น่ากลัวอีกด้วยคะ

การลงน้ำครั้งแรกของรายการท่องเที่ยวครั้งนี้ ..... เปรียบเสมือนการเรียนภาคปฏิบัติของนักดำน้ำหน้าใหม่ ออกจะเป็นภาคปฏิบัติที่ค่อนข้างยากมาก เพราะคลื่นทะเลตอนนี้แรงพอสมควร และ บรรยากาศหม่นมัวก็ไม่ชวนให้ลงน้ำเสียด้วย ก็เลยมีคนทำท่ากลัว...กลัวกล้า...กล้า อยู่หลายคนที่ไม่ยอมลงน้ำ

ถึงแม้ว่าคลื่นจะแรงจนน้ำขุ่นไปบ้าง ..... พวกเราก็ยังได้เห็นฝูงปลาเล็กปลาน้อยฝูงใหญ่ว่ายอยู่เหนือกอปะการังแข็งห่างจากฝั่งไปเพียง ๒-๓ เมตร เจ้าปลาฝูงนั้นดูเหมือนจะไม่กลัวคนเอาเสียเลย พวกเธอ...เธอว่ายชนพวกเรา จนอา...อา ป้า...ป้าบางคนร้องจั๊กจี้ และ ต้องยอมแพ้ออกห่างจากเจ้าปลาขี้เล่นพวกนั้น ทุกคนที่ลงน้ำมา มีสีหน้าเบิกบานขณะที่ขึ้นเรือเล็กกลับไปเรือใหญ่ แม้กระทั่งคน ที่ไม่ลงดำน้ำ ก็มีความสุข กับ การนั่งอยู่บนหาดทรายชมทิวทัศน์รอบ...รอบ หรือเดินเล่นไปตามโค้งหาดที่เต็มไปด้วยแนวสน



๗ / ๙

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/12/2003 01:18 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


ก่อนอาหารมื้อเย็น ..... ตาลมีเวลาว่างประมาณ ๒ ชั่วโมง หลังจากคิดและวางแผนว่าจะใช้เวลาอย่างไรสำหรับลองใช้บริการทุกอย่างบนเรืออย่างถี่ถ้วนแล้ว ตาลก็ตกลงว่าไปถีบจักรยานออกกำลังกายในห้องฟิตเนส พลางมองทิวทัศน์ท้องทะเลจากหน้าต่าง จากนั้นจึงลงไปแช่ตัวในอ่างจาคุซซี ซึ่งอยู่ในห้องเดียวกัน อย่างมีความสุข :-)

กลิ่นอายทะเลโชยมา ..... ในห้องฟิตเนส ขณะที่เรือยังคงเล่นเรื่อยไปในทะเลภูเก็ต ขณะนี้เรือกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ท้องทะเลอาดัง-ราวี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล พรุ่งนี้เช้า ตาลจะตื่นมาและพบว่า ตัวเองอยู่ในเขตน่านน้ำ ของจังหวัดสตูล

โรเบิร์ต เดอนีโร ..... มาดสุขุมเยือกเย็นที่เห็นจากจอโทรทัศน์จอใหญ่ในห้องดูหนังขนาดจุคนได้ ๓๐ คน ซึ่งอยู่ในชั้น ๔ เป็นตัวเร่งให้ตาลรีบกลับเข้าห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมานั่งปักหลังในห้องนี้ โปรแกรมหนังที่ฉายมีทั้งหนังเก่าและใหม่ วันละ ๓ เรื่อง ติดไว้หน้าห้อง ทำให้ตาลตัดสินใจลำบากว่าจะดูหนัง เล่นเกมส์ตู้ หรือเดินเล่นรอบระเบียงดี แต่วันนี้แน่นอน ต้องยกให้โรเบิร์ตก่อนจะไปกินข้าวมื้อเย็น :-)



ขอเชิญทุกท่านรับประทานอาหารเย็น ..... ที่ห้องเนปจูน ชั้น ๕ ครับ ... เสียงหล่อๆ ของคุณเอก ซึ่งทุกคนในเรือได้ยินวันละไม่ต่ำกว่า ๓ ครั้ง ดังขึ้น ตาลรีรอให้หนังจบก่อนจึงจะขึ้นไป ขนาดขึ้นเรือมาได้วันเดียว ก็เริ่มขี้เกียจกินเสียแล้วยายตาลเอ๋ย ก็มีอาหารวันละหลายมื้อ และ แต่ละมื้อก็มีหลายชนิด ทำให้แค่เห็นก็อิ่มเสียก่อนแล้วคะ :-)

ถาดอาหารกว่า ๕ ชนิด ..... เรียงอยู่บนโต๊ะกลางห้อง หัวมุมด้านหนึ่งจัดวางจานและช้อนส้อมอย่างเป็นระเบียบสวยงาม ส่วนอีกมุมหนึ่ง...คือของหวานหลายหลากชนิด แจกันดอกไม้สดบนโต๊ะสร้างบรรยากาศให้ห้องอาหารน่านั่งยิ่งขึ้น

ค่ำคืนแรกนี้ ..... ที่ห้องปอมปาดัวร์เลานจ์ มีการแสดงมีนักร้องอาชีพเป็นผู้ชายประจำเรือพร้อมทีมนักเต้น และคืนพรุ่งนี้...จะเป็นการแสดงของนักร้องสาวสวย การแสดงทั้ง ๒ คืน สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดีคะ การแสดงจบลงประมาณ สีทุ่ม ตาลยังไม่อยากนอนก็ลงไปหาอะไรกินมื้อดึกอีกนิด แล้วก็ค่อย...ค่อยย้ายตัวไปร้องเพลงคาราโอเกะ ที่ชั้น ๔ กับพวกอา...อาป้า...ป้า สักพัก พวกเราก็ย้ายไปที่ดิสโกเธค ชั้น ๓ ท่ามกลางแสงสียามราตรี และ เสียงเพลงจังหวะสนุกสนาน มีผู้ชมร่วมปรบมือไปตามจังหวะเพลง และ ดิ้นกันจนเพลินลืมเวลา เผลอแป๊บเดียวเที่ยงคืนกว่าแล้วคะ ตาลค่อยๆ แยกตัวออกมาจากกลุ่ม เดินออกไปยังระเบียงรอบเรือ ลมแรงพัดพากลิ่นอายทะเลมาปะทะ เสียงเครื่องเรือแข่งกับเสียงคลื่นซัดซ่า ตาลจับจองเตียงริมทาง นอนแหงนหน้ามองดาวบนฟ้าที่ส่องประกายชัดเจนท่ามกลางฟ้ามืดคล้ำ นั่นดาวไถ ดูเป็นกลุ่มดาวเพียงไม่กี่กลุ่มที่ตาลรู้จัก นั่น ดาวนายพราน เอ๊ะ..!! แล้วดาวลูกไก่หายไปไหน ? ตาลนึกในใจ แล้วก็มองไปเจอจนได้ นี่ไง เจ้าลูกไก่ ของตาล :-)



การเดินทาง ..... ผ่านความมืดไปสู่สิ่งที่รอคอยในวันรุ่งขึ้น อาจจะนานแสนนานสำหรับคนบางคน แต่สำหรับตาล เวลาที่หมุนผ่านไปไม่เคยนานเกินรอ พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว

ลมทะเลยามเช้าพัดแรงพอดู ..... ตาลเดินไปหยุดที่ท้ายเรือชั้น ๕ คิดว่าจะได้เห็นกลุ่มคนออกมาเต้นแอโรบิคกันบ้าง ปรากฏว่า...มี คุณลุง และ คุณป้า ๒ คน ซึ่งเป็นญาติของตาลเอง วิ่งเหยาะ...เหยาะอยู่กับที่ วันนี้คงไม่มีการออกกำลังกายยามเช้า เหมือนเช่นทุกครั้งของรายการทัวร์มั้งคะ เพราะนักท่องเที่ยวของเรากำลังหลับปุ๋ยอย่างสบายอยู่ในห้องนอนเงียบกริบเลยคะ :-)

เกาะใหญ่ยาวที่ทอดขนานอยู่ด้านข้างขณะเรือแล่นผ่าน ..... คือ เกาะบูตัง เราเข้าเขตหมู่เกาะอาดัง-ราวี ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูลแล้ว ชื่ออาดัง-ราวี ฟังแล้ว ให้ความรู้สึก ในแนวบู๊..บู๊ นะคะ แต่ความหมายของชื่อภาษายาวีนี้ เมื่อแปลไทยแล้ว หมายถึงเกาะที่ชุกชุมด้วยกุ้งมังกร...อาดัง แปลว่า กุ้งมังกร ส่วน ราวี แปลว่า เครื่องมือจับสัตว์น้ำ เรือผ่านเกาะบูตังไปก่อน เพื่อไปชมเกาะที่ละลานไปด้วยหินก้อนมนเกลี้ยง และ มีสีสันลวดลายสวยงามสะดุดตาเกาะหินงาม หนึ่งในหลายเกาะของหมู่เกาะตะรุเตา เป็นสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวหลายคน รวมทั้งตาลด้วย เคยได้ยินได้เห็นภาพมาก่อนหน้านี้ แต่เมื่อมาเห็นของจริง ความสวยงามที่เคยเห็นในภาพกลับทวีคูณขึ้นเป็นสิบ...สิบเท่า



น้ำทะเลได้ซัดสาดหิน ..... แต่ละก้อนมานานนับแสนนับล้านปี ทำให้รูปทรงของหินมนเกลี้ยงสวยงาม ก้อนหินที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำเป็นเงาวับสะท้อนกับแสงแดดจ้ายิ่งดูงดงาม ถ้าเป็นด้วยคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตาที่ได้บอกเล่าต่อ...ต่อกันมา ป่านนี้หินงามเหล่านี้อาจมีไม่มากอย่างที่เห็น...เรื่องคำสาปนี่ผมว่ามีจริงนะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เคยมีไกด์คนหนึ่งเก็บหินไปฝากเพื่อน ระหว่างที่อยู่บนเรือก็ปรากฏว่า...มีเรื่องทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ทั้ง...ทั้งที่ แต่ก่อนไม่มีวี่แววเลย กลับไปก็มีเรื่องกับหัวหน้าอีก รีบเอากลับมาคืนแทบไม่ทัน นี่ไม่ใช่คำบอกเล่าเดียวที่ตาลได้ยิน ยังมีอีกหลายคนที่เคยประสบเรื่องราวเช่นนี้ สิ่งใดที่ไม่ได้เป็นของเรา ก็ควรจะอยู่ตรงที่เดิม ตรงที่เคยอยู่ อย่าไปฉกฉวยมาด้วยความอยากเลยนะคะ



๘ / ๙

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/12/2003 01:25 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


เกาะยาง ..... ตั้งอยู่ห่างจากเกาะหินงามเพียงชั่วเวลาเดินทาง ๕ นาที น้ำทะเลใส รวมทั้งโค้งหาดทรายขาว ทำให้ตาลอยากจะลงสัมผัสเร็ว...เร็วเหลือเกิน วันนี้นักดำน้ำหน้าใหม่ ดูจะมีความสุขกับการดำน้ำกว่า เมื่อวานมาก เพราะอากาศแจ่มใส คลื่นไม่แรง และอาณาเขตปลอดภัย ที่รายรอบด้วยทุ่น ทำให้ความหวาดหวั่นลึก...ลึก ในใจเบาบางลง

ปะการังเขากวางแตกหน่อเป็นกอกว้าง ..... ปะการังจานแผ่เป็นเชิงชั้น ไหนจะปะการังสมองก้อนโต ที่เต็มไปด้วยฝูงปลาเล็กสีสันสดใส ปลานกแก้ว ปลาทรัมเป็ดสีเหลืองสด ดาวมงกุฎหนามสีม่วงสวย หนอนภู่ฉัตรหลากสี ล้วนเป็นความงาม ที่ดึงตาลไว้ไม่ให้ขึ้นจากน้ำ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวคนอื่น...อื่นด้วย นานนับชั่วโมงที่เดียวที่ตาลและคนอื่น...อื่น อ้อยอิ่งอยู่ในน้ำ ไม่ยอมขึ้นกันเสียที คนที่ยังไม่คุ้นเคยกับอุปกรณ์ดำน้ำ และ ยังไม่มั่นใจก็มีมัคคุเทศก์ผู้น่ารักจูงมือดำน้ำไปตามสายเชือกอย่างเพลิดเพลิน คนที่ขึ้นไปก่อนก็บอกหนาว...หนาว แล้วก็ต้องลงมาอีกจนได้ :-)



อาหารมื้อเที่ยงวันนี้ ..... ดูจะพร่องเร็วกว่าเมื่อวาน คงเป็นเพราะความเหนื่อยด้วย

หว๋อ..อ..อออออ....!!! เสียงหวอยาวเป็นจังหวะเดียว ดังขึ้นหลังเวลาอาหารเที่ยงผ่านไป นั่นคือสัญญาณฉุกเฉิน ให้ทุกคนไปรวมกันที่ลงเรือช่วยชีวิต ทุกห้องจะมีป้ายบอกว่า หากได้ยินสัญญาณฉุกเฉินจะต้องไปลงเรือที่จุดใด โดยแยกเป็นหลายจุด ทั้งนี้...เพื่อเป็นการกระจายคนไปตามตำแหน่งต่าง...ต่างที่เรือช่วยชีวิตประจำอยู่ ป้ายในห้อง ๔๒๒ ของตาล บอกให้ไปรวมที่ห้องอพอลโล แต่ตาลจะไม่ไปที่ห้องนั้น หลังอาหารเที่ยง เมื่อได้ยินเสียงหวอดังขึ้น ขอให้ทุกคนไปรวมกันที่ระเบียงด้านห้องปอมปาดัวร์ เพื่อชมการสาธิตการใช้เรือช่วยชีวิต ตาลจำข้อความที่ดังผ่านลำโพงขณะกินอาหารมื้อเที่ยงได้ ที่ระเบียงชั้น ๖ มีคุณอั๋น กับ คุณออตโต สองมัคคุเทศก์ช่างพูด กำลังสาธิตการใช้เรือช่วยชีวิต พวกเราตั้งอกตั้งใจดูกันเป็นอย่างดี ครั้นถึงตอนที่คุณอั๋นกล่าวถึงอุปกรณ์ในเรือช่วยชีวิตว่ามีอะไรบ้าง



นี่อาหารแห้ง ..... คุณออตโต ชูอาหารชิ้นแบบคล้ายขนมปังกรอบให้ดู มีเด็ก...เด็กตะโกนขอกินกัน ผู้ใหญ่เลยฉวยโอกาสสถานการณ์กลมกลืนไปกับเด็ก...เด็กด้วย ได้ลองกินอาหารแห้งด้วย เรือ....ไปถึงเกาะบูตังโดยไม่รู้ตัว เพราะมัวแต่สนใจ และ ฟัง ๒ มัคคุเทศก์สาธิต

บ่ายวันนี้เราจะลงดำน้ำกันอีก ..... แต่สำหรับครั้งนี้ ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงเวลาที่น้ำลง ถ้าไม่ระวัง อาจจะเข้าไปเกยกับแนวปะการังได้ง่าย...ง่าย ไม่เพียงแต่นักดำน้ำจะโดนปะการังขีดข่วน ปะการังอาจจะหักตายได้ด้วย ซึ่งปะการังเหล่านี้ น่าเป็นห่วงมาก เพราะกว่าปะการังจะเติบโตมาจนเป็นกอใหญ่...ใหญ่อย่างที่เราเห็นนั้นใช้เวลานับพัน...พันปีทีเดียว

นักท่องเที่ยวขึ้นจากน้ำ ..... เมื่อดำน้ำกันจนเหนื่อยแล้ว บาร์บีคิวรอพวกเราอยู่บนโต๊ะริมชายหาด มีผลไม้เป็นสัปปะรดใต้ ลูกเล็ก...เล็ก ปอกและหั่นเป็นชิ้นกลม...กลม เสียบไม้ดูน่าทานแปลกตาดี งานนี้...มีฝรั่งนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง เธอ...เป็นผู้ชายร่างใหญ่มาก สงสัยคงจะชอบทานสัปปะรดเป็นพิเศษ เธอเดินไปขอแผนกจัดอาหารมา ๒ ลูก ยังไม่ได้ปอกเปลือก เธอ...เอามีดพกที่ติดตัวมาด้วย มาปอกเปลือกสัปปะรด แต่สัปปะรด มีตา...ตาฝังอยู่ในเนื้อของสัปปะรดลึก...ลึก ซึ่งคนปอกเค้าต้องมีวิธีเฉือน...เฉือนแบบเฉียง...เฉียงเพื่อความสวยงาม และเอาตาสัปปะรดออกให้หมดก่อนนำมารับประทาน เพราะจะทำให้คันปาก ฝรั่งนายนี้ก็คงจะหิวจนตาลายมั้งคะ เธอ...เฉือน...เฉือนไม่ทันใจ เธอก็เอาปากงับเลยคะ สักประเดี๋ยว เธอ...ก็ร้องโวยวาย เสียงดัง จะเป็นอะไรซะอีก ก็นอกจากเธอคันปากหน่ะสิ :-)



หลังอาหารว่างมื้อนี้ ..... กลุ่มมัคคุเทศก์ก็สรรหาเกมส์สนุก...สนุกมาให้พวกเราได้เล่นกัน ทุกคนให้ความร่วมมือกันเต็มที เกมส์ริมทะเลจึงสนุกสนานทั้งคนเล่นคนดู โดยเฉพาะเกมส์ปิดตาหาไข่ที่ฝังไว้ในผืนทราย เรียกว่า...ตะกุยกันจนทรายฟุ้งกระจายทีเดียวคะ

เวลาบนเรือของตาล ..... หลังการดำน้ำครั้งสุดท้าย อยู่ที่ห้องซาวน่า กลิ่นไม้สนฟินแลนด์หอมอบอวลไปทั่วห้อง ตาล...ก้าวเข้าไปในห้องที่ไอร้อนแผ่กระจายไปทั่ว นั่งลงบนที่นั่งชั้นล่างสุด ถ้าสูงไปกว่านี้ ก็จะร้อนขึ้น ขนาดว่า...ตาลนั่งตรงที่ที่ร้อนน้อยสุดแล้ว ก็ยังรู้สึกระอุอยู่ในตัว ไอร้อนผ่านเข้าไปในจมูกจนผ่าว สักครู่ก็ต้องออกไปพักนอกห้อง เหงื่อไหลพรั่งพรูเป็นสาย ผิวที่โดนแดดเผาจนแดงยิ่งเข้มเข้าไปใหญ่ จนอาอ้อยแซวว่า...เอาน้ำจิ้มมาด้วย ก็กินได้พอดี :-)

จากนั้น ..... ก็เอาเวลาที่เหลือไปดูหนังของ แบรต พิตต์ ในห้องแอร์ซีท



เกาะพีพีดอน ..... ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เรือลอยลำอยู่หน้าอ่าวต้นไทรนับสิบลำ ทิวมะพร้าวน้อยกว่าที่เกาะอื่น...อื่น ที่เกาะพีพีเปลี่ยนแปลงมากกว่าเกาะอื่น...อื่นอย่างมากมาย ตาลเดินผ่านร้านค้าที่เรียงรายตลอดสองฝั่งทาง เพื่อไปขึ้นจุดชมวิว ที่นี่มีชาวต่างชาติมากมาย และไม่มีขยะทิ้งไว้เกลื่อนกลาดให้เห็นอย่างชายหาดที่ภูเก็ต แนวทิวมะพร้าวตรงจุดชมวิว แหว่งหายไป มีบันไดปูนสูงชัน ถูกสร้างขึ้นเพื่อความสะดวกในการเดินขึ้นไปจุดชมวิว มีจุดหยุดพักเป็นระยะ ตอนขึ้นตาล...สวนกับชาวต่างชาติที่เดินลงมา พวกเค้ากล่าวทักทายอย่างสดชื่น เมื่อไปถึงจุดชมวิว อากาศเย็นก็พัดมาให้ความสดชื่น น้ำในทะเลในอ่าวต้นไทรเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่น้ำทะเลในอ่าวโละดาลัม เป็นสีเขียวมรกต ดูแล้วก็แปลกตาดีนะคะ เพียงแค่มีแผ่นดินเล็ก...เล็กคั่นกลาง น้ำทะเลก็เป็น คนละสีได้ แปลกจัง เกาะพีพีดอน ไม่ประทับใจอย่างคำเล่าลือเลยคะ



เรากลับสู่เรือใหญ่ ..... หลังจากใช้เวลาอยู่บนเกาะพีพีดอนชั่วโมงกว่า เวลาที่เหลืออีกเพียง ๒ ชั่วโมงบนเรือผ่านไปอย่างรวดเร็วราวติดปีกบิน เสียงประกาศว่า...เรือกำลังเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตก็ดังขึ้น ตาลรีบวิ่งไปเก็บของใส่เป้ คุณไข่ต้ม...มัคคุเทศก์อารมณ์ดีอีกคนหนึ่ง มานั่งกับตาลระหว่างที่เรือกำลังเทียบท่า ชายหนุ่มผิวขาวผิดแผกจากมัคคุเทศก์คนอื่น...อื่น เป็นคนที่คอยดูแล อำนวยความสะดวกแก่คณะเราอย่างดีตลอดทาง ตาลยังจดจำความน่ารักของเค้าได้ เมื่อพวกเราจากมาเขายังคงอยู่ในเรือ เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้

เช่นเดียวกับ เจ้าหญิงแห่งอันดามัน นักเดินทางแห่งท้องทะเลกว้าง

หลังจาก ..... ไปท่องเที่ยวในทะเลอันดามัน ก็ถือว่าสุดยอดแห่งการมาเที่ยวในครั้งนี้ และ ตาลยังหวังอยู่เสมอว่า จะได้หวนกลับมาท่องเที่ยวกับ เจ้าหญิงสูงศักดิ์แห่งอันดามัน ที่ให้ทั้งความสุข และ แสนจะอบอุ่นตลอดการเดินทางในครั้งนี้อีก เวลาที่เหลือ ๒ วัน ก่อนกลับไปเรียนตามปกติ ก็อยู่ที่บ้านพักที่หาดสุรินทร์ ใช้ชีวิตและเที่ยวพักผ่อนอย่างเต็มที่เช่นเคยคะ :-)




โชคดีนะคะ บ๊ายบายคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

๙ / ๙

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/12/2003 01:33 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
  ทำให้นึกถึงสมัยเมื่อเรียนหนังสือยู่ มีโอกาศได้ไปใต้กับเพื่อนๆอยู่เหมือนกัน สนุกดีจังเลยเนอะ วิวทิวทัศน์ก็สวย ได้ไปกับกลุ่มเพือนที่สนิทอีก ช่างดีจัง
แต่พอโตขึ้นเวลาแบบนั้นก็หาไม่ได้ หรือหายากมากกก... ต่างคนต่างมีภาระหน้าที่การงาน และต้องดูแลครอบครัว ฯ
 
     
    By: A  Mail to A   21/12/2003 11:02 PM  (203.147.0.44)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


เกาะติดเหตุการณ์ แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์ ได้ที่นี่ นะคะ



 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   30/12/2004 07:53 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
 


๏ ๏ ๏ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย .....
จงดลบันดาลให้ทุกๆ ท่าน ที่หนีรอดปลอดภัยจากเหตุการณ์ฯ ครั้งนี้
จงมีพลังที่จะต่อสู้กับชีวิตให้ถึงซึ่ง ความสุข ความสำเร็จ ในกิจการงาน
และ จงประสบแต่สิ่งดีๆ ... ที่จะพบในวันข้างหน้าอีกตลอดไป นะคะ ฯลฯ.

และ ขอแสดงความเสียใจ .....
กับตัวบุคคล..ครอบครัว..และทุกๆ ท่าน ที่เป็นผู้สูญเสีย
ได้รับเคราะห์ร้ายในเหตุการณ์คลื่นใต้น้ำ สึนามิ
ถล่มในทะเลอันดามันครั้งนี้ ด้วยนะคะ

ขอชื่นชม และ .....
เป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่กู้ภัยทุกๆ ท่าน
รวมทั้ง บุคคล .. เจ้าหน้าที่ฯ .. คณะบุคคล .. และ หน่วยงานต่างๆ ..... ฯลฯ
ที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ครั้งนี้
ด้วยความจริงใจ และ มีความเอื้ออาทรซึ่งกันและกันด้วยดี

และ ขอขอบคุณ .....
คณะบุคคลของสื่อสารมวลชนต่างๆ
ที่คอยนำเสนอและรายงานเหตุการณ์นั้นๆ ให้ทราบอยู่ตลอดเวลา

ขอบคุณมากๆ คะ




 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/12/2004 03:06 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
 


พลังแห่งธรรมชาติ ...!!

ณ วันนี้ ..... และ ขณะที่เรากำลังนั่งพิมพ์หน้าบันทึกฯนี้อยู่ ทางการฯ และ หน่วยงานต่างๆ ก็ยังช่วยเหลือทำการค้นหาผู้รอดชีวิต และ จัดเก็บศพของผู้เสียชีวิต แล้วก็ยังคงสรุปยอดผู้เสียชีวิต และความเสียหายในพื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบจาก คลื่นยักษ์สึนามิ ไม่ได้

เหตุการณ์ครั้งนี้ .....
คือหนึ่งในการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย
เว็บไซต์น้ำตาล ขอแสดงความเสียใจ และ ขอร่วมไว้อาลัยต่อเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นนี้

ทะเลอันดามัน ..... ที่ได้รับคลื่นยักษ์สึนามินั้น สภาพก่อนเกิดเหตุการณ์ ทะเลอันดามันนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามและโด่งดังไปทั่วโลก อย่างที่ได้บันทึกไว้ในบทความก่อนๆ นั้น ต่อจากนี้ไป ยังไม่มีใครคาดเดาว่า ทะเลอันดามันจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นใด

ใต้ทะเลตรงช่วงของหมู่เกาะสุรินทร์ .....
เป็นแหล่งปะการังน้ำตื้นที่สวยที่สุดในประเทศไทย


ประมาณต้นเดือนธันวาคมของทุกๆ ปี ..... จะเป็นช่วงที่คลื่นลมสงบ สีสันของท้องทะเลอันดามันจะดูสวยงามมาก ท้องทะเลจะไล่เฉดสี ตั้งแต่ฟ้าครามไปจนถึงน้ำเงินเข้ม หาดทรายตามเกาะต่างๆ ขาวนวลละเอียด นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวกันมากมาย ตอนนี้ท้องทะเลฝั่งอันดามันเปลี่ยนไป จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน บรรยากาศพักผ่อนริมชายหาดอันดามันอย่างที่เราเคยเห็นๆ กัน คงอีกนาน กว่าจะกลับมาเหมือนเดิม

สำหรับความเสียหายของแนวปะการัง ..... ที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามินั้น แนวปะการังน้ำตื้นที่ขึ้นบนพื้นทรายที่เกาะกันอยู่ เช่นที่หมู่เกาะสุรินทร์ ปะการังที่อยู่ชายฝั่ง คงถูกคลื่นยักษ์สึนามิ พาทรายมากลบ และ กระชากตัวกลับอย่างแรง น้ำก็คงจะซัด ทำให้แนวปะการังแยกและล้มทลายลง แต่ถ้าช่วงปะการังที่น้ำพัดทรายมากลบไม่หนามากๆ กระแสน้ำธรรมชาติก็จะช่วยพัดเอาเม็ดทรายออกไปได้ ส่วนปะการังน้ำลึกอย่างที่สิมิลัน ก็คงเสียหายไม่เท่าปะการังน้ำตื้น แต่ความหลากหลายก็คงจะลดลงไปอย่างแน่นอน เหมือนกับบ้านเรือนของพวก กุ้ง หอย ปู ปลา ที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการังถูกถล่มไปทั้งเมืองนั่นแหละ

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ..... ไม่อยากให้เพื่อนๆ กลัวการไปเที่ยวทะเล เพราะอัตราเสี่ยงของการเกิดภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนี้ เกิดขึ้นในเปอร์เซ็นต์ที่น้อยกว่า การไปเที่ยวทางรถยนต์ในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวๆ ของทุกๆ ปี อย่าง ปีใหม่ หรือ สงกรานต์ อย่าให้เหตุการณ์นี้ มาปิดกั้นความรักที่เรามีต่อทะเล แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากๆ ก็คือสุขภาพจิตของคนในพื้นที่ และ สภาพใต้ทะเล ชายฝั่งธรรมชาติที่เปลี่ยนไป หาดที่เคยมีสันทรายสวยงามอาจถูกย้ายไปอีกแห่ง บางแห่งลดหายไป แนวปะการังอันดามันที่ได้ชื่อว่ามีความสวยงามขนาดดึงดูดนักดำน้ำทั่วโลกให้มาเที่ยวเมืองไทยได้ ตลอดจนสร้างรายได้เข้าประเทศหลายร้อยล้าน

ตรงนี้ ..... แน่นอนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ คงได้รับผลกระทบ คลื่นใต้น้ำทำให้ปะการังถูกทรายกลบ ปะการังเป็นสัตว์ทะเลแต่อยู่กับที่ โดยตามโครงสร้างเล็กๆ ในกิ่งปะการังไม่สามารถสังเคราะห์แสง ยิ่งถ้าเป็นเวลานานๆ ก็ไม่อาจหาอาหารได้

สิ่งที่เราควรคำนึงถึง ..... และ สมควรต้องปฏิบัติในการเที่ยวทะเลทุกครั้ง ไม่ว่าจะระหว่างเดินทางอยู่ในเรือ หรือ เดินดูหาดทราย เกาะแก่งต่างๆ เราต้องป้องกันตัวเองเท่าที่ทำได้ อย่างการใช้ชูชีพเวลาลงเรือ ตรวจเช็คสภาพน้ำขึ้น น้ำลง ดูกระแสน้ำ คนที่เดินทางควรรู้วิธีดูแลตัวเองในเบื้องต้น

เพราะ ..... ไม่ว่าเราจะอยู่ในจุดไหนๆ ของโลกนี้ พลังแห่งธรรมชาติมีอยู่อีกมากมาย ที่เหนือความคาดเดา แล้วบางทีเราก็อาจคาดไม่ถึง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ต่อให้เป็นนักว่ายน้ำเก่งๆ แค่ไหนก็สู้ไม่ไหว ถ้าพวกเราจะเป็นคนช่างสังเกตสักนิด ว่าจู่ๆ ระดับน้ำทะเลลดระดับไปมากๆ แบบผิดปกติ ก็เท่ากับเป็นเครื่องเตือนให้หนี ให้ไกลจากบริเวณนั้น ถ้าเราตื่นตัวก่อน ก็จะปลอดภัยกว่า ...!!!

และ ขอแสดงความเสียใจ ..... ต่อญาติพี่น้องผู้เสียชีวิต และ ผู้ที่ประสบความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ สำหรับคนที่รักทะเล เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้น โดยเฉพาะที่เมืองไทย หลังจากนี้ เราก็เพียงแต่หวังว่า ทางการฯ คงจะมีระบบเตือนภัย หรือ วิเคราะห์ธรรมชาติที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนแนวการแก้ไขก็คงต้องทุ่มเททุกทาง

แต่ ..... ก็ยังมีส่วนที่ทำให้เราดีใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งทำให้เรารู้ว่า ยังมีคนที่มีน้ำใจอยู่อีกมากๆ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนชาติไหนๆ ไม่มีใครคิดว่านั่นไม่ใช่หน้าที่ ที่ต้องช่วยเหลือ แต่ละคนช่วยทำในสิ่งที่ตนทำได้อย่างเต็มใจ แม้ยามที่เราต้องเผชิญกับความโหดร้าย แต่ก็ยังมีสิ่งที่ดีๆ แฝงอยู่ให้เราได้รู้สึกอบอุ่นอยู่บ้างเสมอ

เหตุการณ์ครั้งนี้ เราเชื่อว่า ..... คนจะรักทะเลมากขึ้น ต่อไปพวกเราจะต้องนึกถึงทะเลก่อน ไปเที่ยวแล้วก็ต้องนึกถึงการดูแลรักษาทะเล ไม่ใช่แค่เป็นเพียงที่เที่ยว ถึงคราวที่คนต้องช่วยเหลือทะเลบ้าง อย่างเราๆ ไม่จำเป็นต้องนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญทางทะเลก็ช่วยทะเลได้ เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย อย่าทำร้ายทะเลมากไปกว่านี้ ..!!!






เกาะติดเหตุการณ์ แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์ ได้ที่นี่ นะคะ

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/12/2004 03:55 PM  (202.44.14.194)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.