| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



วัฏสงสารแบบ ... Matrix
     
 


ชื่อภาพยนตร์ ::: The Matrix Revolutions ปฏิวัติมนุษย์เหนือโลก
นักแสดง ::: คีนู รีฟส์, ลอว์เรนส์ ฟิชเบิร์น และ แครี่-แอน มอส
ผู้กำกับ ::: พี่น้องวาโชสกี้
ภาพประกอบ :::http://www.chud.com

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    12/11/2003 02:57 AM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


The Matrix Revolutions ..... เดอะ เมทริกซ์ เรฟเวลูชั่น ภาพยนตร์แนวนิยายวิทยาศาสตร์ตอนล่าสุด และ ตอนจบของหนังเรื่องนี้ เป็นภาพยนตร์ที่พวกเราหลายๆ คนรอคอย ได้ยินเพื่อนๆ ที่ไปดูมาแล้ว บ่นว่าดูภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าคิดจะไปดูฉากแอ็คชั่นที่โม้สุดๆ แค่นั้นก็สนุกแล้ว

1 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:01 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


ในบทสรุปอันน่าพิศวงของเรื่อง ..... The Matrix Reloaded นั้น นีโอ ได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งในการตามล่าหาความจริง ซึ่งเริ่มต้นด้วยการเดินทางเข้าสู่โลกอันแท้จริง จากจุดเริ่มต้นแห่ง เมทริกซ์ ทว่าการแปรสภาพนั้น ทำให้เค้าต้องสูญเสียพลังจนหมดสิ้น และ ล่องลอยไป ณ สถานที่ร้างผู้คน ซึ่งอยู่ระหว่างโลกเมทริกซ์ และโลกเครื่องจักร ในขณะที่ทรินิตี้ คอยเฝ้าระแวดระวังร่างอันไร้สติของนีโมไว้ และมอร์เฟียส ต้องต่อสู้กับความจริงที่เผยให้รู้ว่า The One ผู้ซึ่งเค้าได้ทุ่มเทความศรัทธาทั้งชีวิตให้นั้น เป็นเพียงระบบการควบคุมอีกระบบหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยสถาปนิกแห่งเมทริกซ์

2 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:05 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


The Matrix Revolutions ..... บทอวสานอันระทึกใจของภาพยนตร์ไตรภาค Matrix ตำนานสงครามระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร ซึ่งดำเนินมาอย่างดุเดือดเข้มข้นและอึกทึก กองทัพแห่งไซออน ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากพลเรือนอาสาสมัครที่หาญกล้าอย่าง ซี และ เดอะคิด ที่เข้าร่วมการต่อสู้อย่างเข้าตาจน เพื่อหยุดยั้งการรุกรานของเซ็นติเนล ในขณะที่กองทัพเครื่องจักรบุกทะลวงเข้าสู่ที่มั่น ของพวกเค้า และเมื่อต้องเผชิญกับการทำลายล้างอันโหดร้ายในครั้งนี้ บรรดาพลเมืองแห่งปราการสุดท้ายของมนุษยชาติ มิได้เพียงต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเท่านั้น แต่พวกเค้ายังทำเพื่ออนาคตของมวลมนุษย์อีกด้วย

3 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:11 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


เมทริกซ์เริ่มต้นเมื่อปี ๒๐๑๐ - ๒๐๖๐ ..... เป็นช่วงที่มนุษย์สร้างหุ่นยนต์ที่มีรูปร่าง และ การเคลื่อนไหวเหมือนมนุษย์ที่เรียกว่า ฮิวแมนนอยด์ ขึ้นมาเพื่อใช้งาน หุ่นพวกนี้สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาได้เอง ไม่ต้องรอให้ใครมาออกคำสั่ง หรือ ที่เรียกกันในปัจจุบันว่า Artificial Intelligent หรือ หุ่นยนต์เอไอ เจ้าหุ่นยนต์เอไอเริ่มฉลาดมากขึ้น และ หุ่นยนต์บางตัวเริ่มไม่พอใจนายที่เป็นมนุษย์ และ ก่อการประท้วงนายมนุษย์ นำมาซึ่งการปะทะกัน สุดท้ายหุ่นยนต์ต้องหนีออกจากเมืองใหญ่ และ ไปตั้งชุมชนของตัวเอง ซึ่งเรียกว่า ซีโร่วัน เป็นดินแดนห่างไกลที่อยู่แถวตะวันออกกลาง อาณาจักรซีโร่วัน เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างมาก แต่สหประชาชาติไม่ยอมรับว่าอาณาจักรซีโร่วัน เป็นประเทศเอกราช และ เป็นชนวนนำไปสู่การกีดกันสินค้าจากหุ่นยนต์ และ นำมาซึ่งสงครามในที่สุด

4 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:20 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


ปี ๒๐๙๙ กองทัพหุ่นยนต์ยึดเมืองได้หลายแห่ง ..... แล้วมนุษย์ก็เข้าตาจน จึงทำลายชั้นบรรยากาศ ทำให้ทั่วท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยหมอกดำ หวังไม่ให้หุ่นยนต์รับพลังงานจากแสงอาทิตย์ แต่มาตราการดังกล่าวก็ไม่สามารถทำลายหุ่นยนต์ได้ กองกำลังของหุ่นยนต์ได้จับมนุษย์มาเป็นเชลยเพื่อทำการทดลอง จนในที่สุดก็พบว่า แหล่งไฟฟ้าชีวภาพ ของมนุษย์สามารถเอามาใช้แทนพลังงานจากดวงอาทิตย์ได้ ต่อมาเครื่องจักรได้ สร้าง เมทริกซ์ ขึ้นมาเพื่อยืดชีวิตมนุษย์ จะได้นำพลังงานไฟฟ้าจากมนุษย์มาใช้ได้นานขึ้น โดยมนุษย์พวกนี้จะอยู่ในสภาพหลับใหล

5 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:29 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


ปี ๒๑๐๕ มนุษย์คนแรกที่เรียกกันว่า เดอะวัน ..... ซึ่งถูกขังอยู่ในเมทริกซ์ เกิดเรียนรู้ว่า ตัวเค้าสามารถใช้ความคิดย้ายตัวเองออกจากโลกแห่งความฝันได้ และ ได้หาทางหนีออกมาอยู่ร่วมกับฐานที่มั่นของมนุษย์ที่อยู่ใต้ดินที่เรียกว่า ไซออน ช่วงปี ๒๑๐๕ - ๒๑๕๐ ได้มีการก่อตั้งขบวนการปลดแอกไซออนขึ้นมา และ ต่อมาเดอะวัน ก็ได้เสียชีวิตลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

6 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:32 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


มอร์เฟียส และ ทรินิตี้ ซึ่งเกิดในมดลูกของเมทริกซ์ ..... ได้หนีออกมาตั้งแต่ยังเล็ก ทั้งคู่พบ นีโอ ซึ่งตอนนั้น นีโอเป็นพวกนักเจาะระบบ ทั้งคู่ได้ช่วยนีโอออกมา และ ได้ต่อสู้กับ สายลับสมิธ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาให้กำจัดมนุษย์ที่สามารถพบข้อบกพร่องของเมทริกซ์ แต่ทว่าองค์ประกอบซึ่งไม่รู้ถึงที่มา กลับเป็นตัวบ่อนทำลายกองทัพเสียเอง โปรแกรมลวง สมิธ ผู้ได้กระทำการอย่างฉลาดแกมโกงและลักพาตัว เบน หนึ่งในสมาชิกแห่งกองทัพโฮเวอร์คราฟท์ไป เค้ามีพลังอำนาจที่เพิ่มพูนขึ้นในทุกวินาที จนอยู่นอกเหนือความควบคุมของเดอะแมชชีน สมิธข่มขู่ว่าจะทำลายอาณาจักร รวมทั้งโลกแท้จริงและเมทริกซ์ ส่วนเทพยากรณ์ ได้ให้คำแนะนำกับนีโอเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเค้ายอมรับมัน ด้วยความรู้ที่ว่า เธอก็เป็นโปรแกรมตัวหนึ่ง และ คำพูดของเธอ อาจเป็นคำลวงอีกระดับขั้นของระบบอันซับซ้อนอย่างมโหฬารของเมทริกซ์

7 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:36 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


ด้วยความช่วยเหลือของไนโอบี ..... นีโอ และทรินิตี้ เลือกที่จะเดินทางไปไกลเกินกว่าที่มนุษย์จะเคยกล้าการเดินทางที่เต็มไปด้วยภยันตรายเหนือพื้นดิน ข้ามพื้นผิวโลกที่ถูกแผดเผาจนไหม้เกรียม ไปสู่ใจกลางของแมชชีน ซิตี้ที่แสนจะอันตราย ณ เมืองหลวงแห่งเครื่องจักรนั้น นีโอได้เผชิญหน้าตัวต่อตัวกับ ผู้มีอำนาจสูงสุดของโลกเครื่องจักร ดิวส์ เอ็กซ์ แมชชีนน่า และ ต้องต่อสู้ด้วยข้อต่อรองอันเป็นความหวังเดียวของโลกที่กำลังจะสูญสลาย สงครามจะจบลงในคืนนี้ โดยมีชะตาชีวิตของนีโอ และอนาคตของสองโลก ซึ่งผูกติดอยู่กับผลของการเผชิญหน้าแห่งหายนะ ระหว่างเค้าและสมิธ นีโอใช้ชีวิตอยู่ในไซออน และ ทำงานร่วมกับพวกกบฏเพื่อต่อต้านเครื่องจักรกล เค้าได้พบกับ สถาปนิก ซึ่งเป็นโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ หุ่นยนต์เอไอที่สร้างเมทริกซ์ขึ้นมา สถาปนิกได้เปิดเผยให้นีโอรู้ว่า เมทริกซ์รู้ที่อยู่ของพวกมนุษย์กบฏในไซออนแล้ว และมีเป้าหมายที่จะทำลายให้สิ้น เพื่อขจัดข้อบกพร่องของโปรแกรม สถาปนิกกล่าวว่า ที่ผ่านมาไซออนถูกทำลายไปแล้ว ๕ ครั้ง หมายความว่า เมทริกซ์อาจเก่ากว่าที่นีโอเคยคิดไว้ก็ได้ .....

8 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:38 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
 


ถ้าเปรียบ "เมทริกซ์" แบบกฎของวัฏสงสาร จากจุลจักรวาล ถึง มหาจักรวาล

เมทริกซ์คืออะไรนั้น ? ..... ในภาพยนตร์ก็ได้บอกเราว่าเมทริกซ์คือ โลกที่ถูกโปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างขึ้นมา แต่ไม่ได้เป็นโลกที่แท้จริง เป็นแค่เพียงโลกเสมือน เพราะมนุษย์ไม่ได้มีเจตนาให้เกี่ยวกับตนเอง มนุษย์เป็นเพียงผู้ที่ถูกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมอย่างหลอกลวงโดยไม่รู้ตัว มนุษย์ไม่สามารถคิด หรือ สร้างสรรค์อะไรได้มากมายเกินไปกว่าที่ถูกกำหนด เพราะโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้จัดรูปแบบไว้ให้เรียบร้อยแล้ว โดยที่เราไม่ได้นึกระแวงเลย และไม่รู้ว่าเราได้ถูกควบคุมอยู่ มีเพียงแต่คิดไปว่าทุกอย่างพัฒนาไปตามวิถีทางที่มนุษย์ได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเท่านั้นเอง

9 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:42 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
 


มนุษย์ผู้หนึ่งที่ชื่อ นีโอ ..... มีภาวะที่จะเข้าใจ หรือ รับรู้ได้ว่าตนเป็นผู้หนึ่งที่ถูกควบคุมด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และ เมื่อถึงเวลาแห่งการรับรู้ ผู้ที่อยู่ในโลกของความจริง คือ มอร์เฟียส และ ทรินิตี้ ก็ปรากฏตัวขึ้น และ พานีโอให้ได้รับรู้ว่า ที่จริงแล้วตัวเองเป็นใคร มาจากไหน อยู่ในสถานที่อย่างไร และ ควรทำอะไรต่อไปในชีวิต แต่ก่อนที่นีโอจะพบความจริง ก็ถูกขัดขวางจากสมิธผู้ที่ไม่ต้องการให้มนุษย์ทุกคนรู้ว่า พวกเค้าถูกควบคุมโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อาจเปรียบตัวละครแหล่านี้ ผ่านทางตัวบุคคลให้เห็นชัดๆ ได้ว่า .....

10 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:46 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


มอร์เฟียส ผู้ทำหน้าที่ชี้ทางให้มนุษย์ ก็คือพระบิดา

11 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:50 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
 


ทรินิตี้ คือพระจิต

12 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:55 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
 


นีโอ ผู้เป็นความหวังของการปลดปล่อย คือพระบุตร
หรือ เยซูคริสต์ ที่สุดท้ายก็ต้องสละชีพเพื่อมนุษยชาติทั้งปวง

13 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 03:57 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
 


สมิธ ผู้คอยขัดขวางการเข้าถึงความจริงของมนุษย์ ก็คือซาตาน ผู้ยิ่งใหญ่ลูซิเฟอร์

14 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 04:00 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
 


เมทริกซ์ ก็คือโลกที่ถูกควบคุมด้วยกฏอันยิ่งใหญ่ คือกฏของโปรแกรมคอมพิวเตอร์
หรือ ก็คือกฏของพระเจ้าที่ซับซ้อนอีกแบบหนึ่ง

15 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 04:03 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
 


ส่วนชายแก่ท่าทางใจดีในชุดสูทสีอ่อน ..... มีหนวดเคราสีขาว ผู้ที่เรียกตัวเองว่า เป็นสถาปนิกของเรื่องทั้งปวง น่าจะเปรียบได้กับพระเจ้าผู้สร้าง ซึ่งได้สร้างระบบเมทริกซ์และเรื่องทั้งหมดขึ้นมา เราน่าจะเรียกได้ว่าพระเจ้าแห่งจักรวาลย่อยที่ ๑ เพราะอาจเป็นไปได้ว่า มีจักรวาลย่อยอีกชั้นที่ครอบคลุมเรื่องทั้งหมด และอาจมีอีกหลายชั้นซ้อนกันเรื่อยๆ ซึ่งจักรวาลชั้นนอกสุดที่คลุมทุกชั้นไว้ และ เป็นจุดสิ้นสุดของจักรวาลย่อยทั้งมวล น่าจะเรียกว่า มหาจักรวาล ที่ครอบจักรวาลย่อยทั้งมวลเอาไว้ และ ถ้าเราคิดไปเรื่อยๆ อาจมีมหาจักรวาลอีกมากมาย ซึ่งสุดท้ายเราก็ไม่รู้ว่ามีการดำรงอยู่ ที่ซับซ้อนกี่ชั้นกันแน่ คิดไปแล้วก็ให้รู้สึกสงสารเจ้าเส้นหยักในสมองของเราเปล่าๆ

16 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 04:05 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
 


ถ้าคิดไปในทางพระพุทธศาสนา .....
เรื่องนี้ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องอจินไตย เป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่ควรคิด เพราะหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ ไม่มีประโยชน์ แถมยังจะพาให้ปวดหัวอีกด้วย ระดับอย่างเราๆ ทั้งหลาย ควรคิดและทำแค่เรื่องของจุลจักรวาลให้ดีที่สุดก็คงพอ เท่านี้ก็น่าจะถือว่าเก่งแล้ว

การหนีจากข่ายเมทริกซ์ หรือ หนีจากวัฏสงสาร
ก็คือหนีจากการเวียนว่ายตายเกิดนั่นแหละ ... เราทำได้มั้ย ?

17 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 04:08 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
 


เทพพยากรณ์ผู้เปรียบดังภิกษุณีของเทพอพอลโลแห่งกรีก ..... สุดท้ายแล้วเธอก็คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกสร้างเหมือนกัน ดูเหมือนเธอจะมีงานที่จำเป็นต้องทำในการที่จะช่วยกลุ่มผู้กอบกู้ของนีโอ แต่ลองคิดให้ดีๆ อาจเป็นไปได้ว่าโปรแกรม AI ที่ฉลาด ย่อมทำหรือคิดสิ่งต่างๆ ได้เท่าเทียมกับมนุษย์ นั่น ก็แสดงว่าโปรแกรมของเทพพยากรณ์ฉลาด และ ซับซ้อนมากๆ ถึงมากที่สุด เพราะเธอสามารถเล่นเกมกับสถาปนิกผู้สร้างได้ เป็นเกมที่มีเดิมพันด้วยความดับสูญของเผ่าพันธุ์มนุษย์กลุ่มสุดท้าย ซึ่งก็ดูเหมือนว่า เป็นเกมที่เทพพยากรณ์รู้เรื่องดี และ คาดหมายว่าเรื่องทั้งหมดจะเกิด แล้วจบลงอย่างไร เธอจึงกล้าเล่นเกมนี้กับสถาปนิกผู้สร้าง ผู้เป็นดังพระเจ้า ...!!!

18 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 04:11 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
 


แต่สังเกตมั้ยว่า .....
ฉากสุดท้าย เทพพยากรณ์ถามผู้สร้างว่า ..... เราทั้งหมดจะออกจากเมทริกซ์ได้มั้ย ...?
ผู้สร้างสัญญาว่า ..... เราทั้งหมดจะได้ออกไป
และ พูดด้วยถ้อยคำสุดท้ายก่อนจบว่า ..... อย่าคิดว่าผมจะเหมือนอย่างมนุษย์ ... ?

หรือว่าผู้สร้างนี้ ..... จะเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยเหมือนกัน ...?
และ โปรแกรมอะไรล่ะ ที่ควบคุมเค้าไว้ ...?
คิดแล้วเสียวสันหลังเลย ... นะท่าน ...!!!

19 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 04:14 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
 


สำหรับ ไซออน ..... ดินแดนที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินตรงกึ่งกลางโลก ก็คืออาณาจักรแห่งความจริง น่าจะเปรียบได้กับอาณาจักรแห่งจิตใจที่อยู่ภายในตัวมนุษย์นั่นเอง ถ้าวันใดเราเกิดรู้จักตัวตนของเรา ว่าทั้งหมดคือมายา หรือ มีผู้ชี้แนะว่าอะไรคือความจริง เมื่อนั้นเราก็จะเข้าใจไซออนภายในตัวเราเอง และ ภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่จะหนีจากวงจรโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันชั่วร้ายก็จะเริ่มขึ้น เช่นกันการหนีจากข่ายวังวนแห่งวัฏสงสารก็จะมีขึ้นทันที

20 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 04:20 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
 


ถ้าเปรียบเทียบในแนวทางแห่งพระพุทธศาสนาแล้ว ..... เหล่าบุคคลเช่น มอร์เฟียส ทรินิตี้ นีโอ และ คนอื่นๆ ก็คือโพธิสัตว์ ผู้ทำหน้าที่ช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งมวล ได้ก้าวจากโลกแห่งความจริงเสมือนที่เราอยู่ ไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงแท้แบบไซออน และ ถ้าพลังของทุกคนมากพอ ก็อาจต่อสู้เอาชนะกฏแห่งวัฏสงสาร แบบเครื่องจักรที่บงการมนุษย์ได้ เมื่อนั้นโลกแห่งความหลอกลวงก็จะหมดสิ้นไป จนเหลือแต่โลกแห่งความจริง และในที่สุดไซออนจากใจกลางของโลก ก็จะขยายขอบเขตขึ้น และ พื้นดินทั้งหมดก็จะเป็นไซออนอีกครั้ง มนุษย์ชาติก็จะเป็นหนึ่งเดียวในดินแดนของมนุษย์ ชั่วนิรันดร์ ... ?

21 / 23

 
     
    By: น้ำตาล     12/11/2003 04:23 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
 


แต่ทุกอย่างก็คงไม่ง่ายนัก .....
นอกจากเราต้องเอาชนะเครื่องจักร ซึ่งเปรียบดังกฏของวัฏสงสารแล้ว
เรายังต้องหลบหนีจากพญามาร และ บางครั้งยังต้องเข้าต่อสู่อีกด้วย
โชคไม่ดีเราอาจจะถูกมารล่อลวงไปเสียก่อนก็ได้

แต่ ถ้าเราโชคดี ..... สามารถเอาชนะกฏของวัฏสงสารแบบเมทริกซ์ได้แล้ว ก็ยังมีปัญหาชวนให้ขบคิดอีกข้อหนึ่งว่า เราแน่ใจหรือว่า เราได้ชนะแล้วจริงๆ และ เราทั้งหมดในจุลจักรวาลนี้ จะแน่ใจได้ยังไงว่า เราอาจจะไม่ได้ถูกควบคุมด้วยกฏใดใด ... อีกระดับ ... หรือ อีกระดับ ... ที่ซับซ้อนกว่าไปเรื่อยๆ ... แล้วจุดสุดท้าย คือที่ไหน ... มหาจักรวาลสุดท้ายอยู่ที่ใด ... แล้วความซับซ้อนมีกี่ชั้นกันแน่ ... มีกฏที่ถูกกฏควบคุมกันกี่กฏกันแน่ ... และ นี่เป็นจุลจักรวาลระดับที่เท่าไร ...?

22 / 23

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 04:25 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
 


ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่า ..... เราเป็นอะไรที่เล็ก ... เล็กมากๆ เกินระดับอณูเลยล่ะ
เมื่อเทียบกับเรื่องทั้งหมดที่เล่ามานี้ ... แล้วท่านล่ะ คิดอย่างไรกับเมทริกซ์ ... ?

23 / 23

_________________________________________



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2003 04:30 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
  ขอบคุณมากครับ รู้เรื่องขึ้นเยอะเลย  
     
    By: Southern_man  Mail to Southern_man   12/11/2003 09:40 AM  (203.113.76.75)
 

 
  หัวข้อ : 25  
     
  มนุษย์...อย่าทะนงตัว
มนุษย์...เจ้าเปรียบเช่นเม็ดทรายในท้องมหาสมุทร
มนุษย์...จงมีความสุขตามอัตภาพของตนจนกว่าจะโตพอที่้จะเข้าสู่มิติใหม่ในอ้้อมแขนของจักรวาล

จนกว่าจะถึงวันนั้น.....
 
     
    By: Neo Keng     12/11/2003 09:57 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 26  
     
  มีใครสังเกตทันไหม? ตอนที่ นีโอเข้าไปหาเทพพยากรณ์ แล้ว เทพพยากรณ์บอกคำตอบที่นีโอถาม อยู่บนรูปบนหัวนีโอ ผมมองไม่ทัน.. เป็นสองคำ... ใช่คำว่า "common sence" ป่ะครับ... หรอเป็นคำอื่น  
     
    By: oneway_or_another_way     12/11/2003 06:22 PM  (202.21.144.5)
 

 
  หัวข้อ : 27  
     
  โห อ่านแล้วเคลียร์เลยอ่ะ น้ำตาลไปเอาข้อมูลมาจากไหนคะ
ตามหาอ่านจากพันทิพย์ ก็ไม่ค่อยเข้าใจ เพราะมัวแต่ไปอ่านบท Peak ของเรื่อง
 
     
    By: ส้มไดอารี่     12/11/2003 11:29 PM  (217.42.143.158)
 

 
  หัวข้อ : 28  
     
  หรือว่า .. ทุกอย่างเกี่ยวข้องโยงใยถึงกันหมด จริงๆ
แบบที่ใครบางคนเคยบอกไว้
เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว

 
     
    By: อรุษ  Mail to อรุษ   13/11/2003 01:22 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 29  
     
 


เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมานี้ เพิ่งไปดู Matrix 3 มา
แต่ ตอนอื่นๆ ก็ดูและเก็บสะสมเรื่องราวและข้อมูลต่างๆมาตลอด
เพราะรู้สึกว่าเนื้อหาน่าสนใจ แล้วก็คิดว่าเมื่อหนังจบ ก็จะเขียนเรื่องนี้ ...!!!


โชคดีนะจ๊ะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   13/11/2003 07:49 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 30  
     
  ผมอ่านบทความเกี่ยวกับเดอะเมททริกซ์แล้ว ไม่ธรรมดาสำหรับคนที่จะคิดอย่างนี้ คงต้องสั่งสมมาเยอะนะ ผมก็คิดอย่างเดียวกับน้ำตาลแต่ไม่สามารถเรียบเรียงและเทียบเคียงตัวอย่างได้แบบที่น้ำตาลถ่ายทอด ผมเคยคิดขึ้นมาแวบหนึ่งเหมือนกันว่าเหนือกว่า นิพพานมีอีกหรือไม่ คงไม่ต้องอธิบายความสงสัยนี้กับน้ำตาลมากไปกว่านี้ เพราะจากบทความข้างบนน่าเชื่อว่าคงมีความสงสัยอย่างผมอยู่เหมือนกัน แต่ความคิดของผมนี้ไม่ได้หมายความว่ามีเจตนาปรามาสพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรงข้ามผมเทิดทูนเหนือหัวเพราะเป็นที่พึ่งที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้และผมก็ปราถนาจะเป็นเช่นเดียวกับท่าน

ยินดีอย่างยิ่งที่ได้เจอผู้มีธรรมอีกคนหนึ่ง
 
     
    By: ปกรณ์     18/11/2003 01:05 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 35  
     
  คุณน้ำตาล นี่เจ๋งไปเลยแห่ะ
อ่านแล้ว happy มากเลยคะ
 
     
    By: แม่หมอwww.geocities.com/hongho     19/11/2003 01:15 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 36  
     
  แม้จักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล หาที่สิ้นสุดไม่ได้ ก็ยังไม่เท่าจักรวาลแห่งความคิดของคนเรา....!!!  
     
    By: สัจจธรรม  Mail to สัจจธรรม   19/11/2003 09:38 AM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 37  
     
  ชมกันจัง ..อิิอิ  
     
    By: น้ำเงิน     20/11/2003 01:39 PM  (210.86.179.1)
 

 
  หัวข้อ : 38  
     
  อิดจ๋าน่ะ อิอิ  
     
    By: น้ำเงิน     20/11/2003 01:40 PM  (210.86.179.1)
 

 
  หัวข้อ : 39  
     
  อืม  
     
    By: อิอิ     21/11/2003 09:53 AM  (202.29.26.61)
 

 
  หัวข้อ : 40  
     
 


วัฏสงสารแบบ ... Matrix

ถ้าเปรียบ "เมทริกซ์" แบบกฎของวัฏสงสาร จากจุลจักรวาล ถึง มหาจักรวาล ..... เมทริกซ์คืออะไรนั้น ? ในภาพยนตร์ก็ได้บอกเราว่าเมทริกซ์คือ โลกที่ถูกโปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างขึ้นมา แต่ไม่ได้เป็นโลกที่แท้จริง เป็นแค่เพียงโลกเสมือน เพราะมนุษย์ไม่ได้มีเจตนาให้เกี่ยวกับตนเอง มนุษย์เป็นเพียงผู้ที่ถูกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมอย่างหลอกลวงโดยไม่รู้ตัว มนุษย์ไม่สามารถคิด หรือ สร้างสรรค์อะไรได้มากมายเกินไปกว่าที่ถูกกำหนด เพราะโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้จัดรูปแบบไว้ให้เรียบร้อยแล้ว โดยที่เราไม่ได้นึกระแวงเลย และไม่รู้ว่าเราได้ถูกควบคุมอยู่ มีเพียงแต่คิดไปว่าทุกอย่างพัฒนาไปตามวิถีทางที่มนุษย์ได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเท่านั้นเอง

มนุษย์ผู้หนึ่งที่ชื่อ นีโอ ..... มีภาวะที่จะเข้าใจ หรือ รับรู้ได้ว่าตนเป็นผู้หนึ่งที่ถูกควบคุมด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และ เมื่อถึงเวลาแห่งการรับรู้ ผู้ที่อยู่ในโลกของความจริง คือ มอร์เฟียส และ ทรินิตี้ ก็ปรากฏตัวขึ้น และ พานีโอให้ได้รับรู้ว่า ที่จริงแล้วตัวเองเป็นใคร มาจากไหน อยู่ในสถานที่อย่างไร และ ควรทำอะไรต่อไปในชีวิต แต่ก่อนที่นีโอจะพบความจริง ก็ถูกขัดขวางจากสมิธผู้ที่ไม่ต้องการให้มนุษย์ทุกคนรู้ว่า พวกเค้าถูกควบคุมโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อาจเปรียบตัวละครแหล่านี้ ผ่านทางตัวบุคคลให้เห็นชัดๆ ได้ว่า .....

มอร์เฟียส ผู้ทำหน้าที่ชี้ทางให้มนุษย์ ก็คือพระบิดา

ทรินิตี้ คือพระจิต

นีโอ ผู้เป็นความหวังของการปลดปล่อย คือพระบุตร
หรือ เยซูคริสต์ ที่สุดท้ายก็ต้องสละชีพเพื่อมนุษยชาติทั้งปวง

สมิธ ผู้คอยขัดขวางการเข้าถึงความจริงของมนุษย์ ก็คือซาตาน ผู้ยิ่งใหญ่ลูซิเฟอร์

เมทริกซ์ ก็คือโลกที่ถูกควบคุมด้วยกฏอันยิ่งใหญ่ คือกฏของโปรแกรมคอมพิวเตอร์
หรือ ก็คือกฏของพระเจ้าที่ซับซ้อนอีกแบบหนึ่ง

ส่วนชายแก่ท่าทางใจดีในชุดสูทสีอ่อน ..... มีหนวดเคราสีขาว ผู้ที่เรียกตัวเองว่า เป็นสถาปนิกของเรื่องทั้งปวง น่าจะเปรียบได้กับพระเจ้าผู้สร้าง ซึ่งได้สร้างระบบเมทริกซ์และเรื่องทั้งหมดขึ้นมา เราน่าจะเรียกได้ว่าพระเจ้าแห่งจักรวาลย่อยที่ ๑ เพราะอาจเป็นไปได้ว่า มีจักรวาลย่อยอีกชั้นที่ครอบคลุมเรื่องทั้งหมด และอาจมีอีกหลายชั้นซ้อนกันเรื่อยๆ ซึ่งจักรวาลชั้นนอกสุดที่คลุมทุกชั้นไว้ และ เป็นจุดสิ้นสุดของจักรวาลย่อยทั้งมวล น่าจะเรียกว่า มหาจักรวาล ที่ครอบจักรวาลย่อยทั้งมวลเอาไว้ และ ถ้าเราคิดไปเรื่อยๆ อาจมีมหาจักรวาลอีกมากมาย ซึ่งสุดท้ายเราก็ไม่รู้ว่ามีการดำรงอยู่ ที่ซับซ้อนกี่ชั้นกันแน่ คิดไปแล้วก็ให้รู้สึกสงสารเจ้าเส้นหยักในสมองของเราเปล่าๆ

ถ้าคิดไปในทางพระพุทธศาสนา .....
เรื่องนี้ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องอจินไตย เป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่ควรคิด เพราะหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ ไม่มีประโยชน์ แถมยังจะพาให้ปวดหัวอีกด้วย ระดับอย่างเราๆ ทั้งหลาย ควรคิดและทำแค่เรื่องของจุลจักรวาลให้ดีที่สุดก็คงพอ เท่านี้ก็น่าจะถือว่าเก่งแล้ว

การหนีจากข่ายเมทริกซ์ หรือ หนีจากวัฏสงสาร .....
ก็คือหนีจากการเวียนว่ายตายเกิดนั่นแหละ ... เราทำได้มั้ย ?


เทพพยากรณ์ผู้เปรียบดังภิกษุณีของเทพอพอลโลแห่งกรีก ..... สุดท้ายแล้วเธอก็คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกสร้างเหมือนกัน ดูเหมือนเธอจะมีงานที่จำเป็นต้องทำในการที่จะช่วยกลุ่มผู้กอบกู้ของนีโอ แต่ลองคิดให้ดีๆ อาจเป็นไปได้ว่าโปรแกรม AI ที่ฉลาด ย่อมทำหรือคิดสิ่งต่างๆ ได้เท่าเทียมกับมนุษย์ นั่น ก็แสดงว่าโปรแกรมของเทพพยากรณ์ฉลาด และ ซับซ้อนมากๆ ถึงมากที่สุด เพราะเธอสามารถเล่นเกมกับสถาปนิกผู้สร้างได้ เป็นเกมที่มีเดิมพันด้วยความดับสูญของเผ่าพันธุ์มนุษย์กลุ่มสุดท้าย ซึ่งก็ดูเหมือนว่า เป็นเกมที่เทพพยากรณ์รู้เรื่องดี และ คาดหมายว่าเรื่องทั้งหมดจะเกิด แล้วจบลงอย่างไร เธอจึงกล้าเล่นเกมนี้กับสถาปนิกผู้สร้าง ผู้เป็นดังพระเจ้า ...!!!

แต่สังเกตมั้ยว่า .....
ฉากสุดท้าย เทพพยากรณ์ถามผู้สร้างว่า ..... เราทั้งหมดจะออกจากเมทริกซ์ได้มั้ย ...?
ผู้สร้างสัญญาว่า ..... เราทั้งหมดจะได้ออกไป
และ พูดด้วยถ้อยคำสุดท้ายก่อนจบว่า ..... อย่าคิดว่าผมจะเหมือนอย่างมนุษย์ ... ?

หรือว่าผู้สร้างนี้ ..... จะเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยเหมือนกัน ...?
และ โปรแกรมอะไรล่ะ ที่ควบคุมเค้าไว้ ...?
คิดแล้วเสียวสันหลังเลย ... นะท่าน ...!!!

สำหรับ ไซออน ..... ดินแดนที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินตรงกึ่งกลางโลก ก็คืออาณาจักรแห่งความจริง น่าจะเปรียบได้กับอาณาจักรแห่งจิตใจที่อยู่ภายในตัวมนุษย์นั่นเอง ถ้าวันใดเราเกิดรู้จักตัวตนของเรา ว่าทั้งหมดคือมายา หรือ มีผู้ชี้แนะว่าอะไรคือความจริง เมื่อนั้นเราก็จะเข้าใจไซออนภายในตัวเราเอง และ ภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่จะหนีจากวงจรโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันชั่วร้ายก็จะเริ่มขึ้น เช่นกันการหนีจากข่ายวังวนแห่งวัฏสงสารก็จะมีขึ้นทันที

ถ้าเปรียบเทียบในแนวทางแห่งพระพุทธศาสนาแล้ว ..... เหล่าบุคคลเช่น มอร์เฟียส ทรินิตี้ นีโอ และ คนอื่นๆ ก็คือโพธิสัตว์ ผู้ทำหน้าที่ช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งมวล ได้ก้าวจากโลกแห่งความจริงเสมือนที่เราอยู่ ไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงแท้แบบไซออน และ ถ้าพลังของทุกคนมากพอ ก็อาจต่อสู้เอาชนะกฏแห่งวัฏสงสาร แบบเครื่องจักรที่บงการมนุษย์ได้ เมื่อนั้นโลกแห่งความหลอกลวงก็จะหมดสิ้นไป จนเหลือแต่โลกแห่งความจริง และในที่สุดไซออนจากใจกลางของโลก ก็จะขยายขอบเขตขึ้น และ พื้นดินทั้งหมดก็จะเป็นไซออนอีกครั้ง มนุษย์ชาติก็จะเป็นหนึ่งเดียวในดินแดนของมนุษย์ ชั่วนิรันดร์ ... ?

แต่ทุกอย่างก็คงไม่ง่ายนัก .....
นอกจากเราต้องเอาชนะเครื่องจักร ซึ่งเปรียบดังกฏของวัฏสงสารแล้ว
เรายังต้องหลบหนีจากพญามาร และ บางครั้งยังต้องเข้าต่อสู่อีกด้วย
โชคไม่ดีเราอาจจะถูกมารล่อลวงไปเสียก่อนก็ได้

แต่ ถ้าเราโชคดี ..... สามารถเอาชนะกฏของวัฏสงสารแบบเมทริกซ์ได้แล้ว ก็ยังมีปัญหาชวนให้ขบคิดอีกข้อหนึ่งว่า เราแน่ใจหรือว่า เราได้ชนะแล้วจริงๆ และ เราทั้งหมดในจุลจักรวาลนี้ จะแน่ใจได้ยังไงว่า เราอาจจะไม่ได้ถูกควบคุมด้วยกฏใดใด ... อีกระดับ ... หรือ อีกระดับ ... ที่ซับซ้อนกว่าไปเรื่อยๆ ... แล้วจุดสุดท้าย คือที่ไหน ... มหาจักรวาลสุดท้ายอยู่ที่ใด ... แล้วความซับซ้อนมีกี่ชั้นกันแน่ ... มีกฏที่ถูกกฏควบคุมกันกี่กฏกันแน่ ... และ นี่เป็นจุลจักรวาลระดับที่เท่าไร ...?

ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่า ..... เราเป็นอะไรที่เล็ก ... เล็กมากๆ เกินระดับอณูเลยล่ะ
เมื่อเทียบกับเรื่องทั้งหมดที่เล่ามานี้ ... แล้วท่านล่ะ คิดอย่างไรกับเมทริกซ์ ... ?

-------------------------------------

หมายเหตุ ::: ย้ายมาจากหน้าหลักของเว็บไซต์น้ำตาล

-------------------------------------



"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/11/2003 03:21 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 41  
     
  ขอบคุณที่ทำให้ผมดูหนังรู้เรื่องขึ้น ผมอ่านเรื่องเล่าของน้ำตาล ที่นี่ เมื่อหลายวันมาแล้ว พอดีเมื่อคืนมีเพื่อน ๆ ชวนไปดูหนังเรื่องนี้ โชคดีที่ผมอ่านบทสรุปของคุณน้ำตาลไปก่อน เพื่อน ๆ ผมบ่นว่าดูไม่รู้เรื่องและเพื่อนผมหลายคนดูแบบเอามัน ๆ อย่างเดียว บางคนถึงขนาดหลับก็มี คุณน้ำตาลมองโลกได้หลายแง่มุมดีเหลือเกิน คิดจะทำงานด้านเขียนหนังสือ หรือวิจารณ์หนังแบบนี้ เป็นอาชีพเลยหรือเปล่า ผมชื่นชอบวิธีการอธิบายความของคุณน้ำตาล ขอเป็นกำลังใจให้คุณน้ำตาลอีกคนครับ

 
     
    By: พงษกร  Mail to พงษกร   28/11/2003 09:10 AM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 42  
     
  หนังก็คือหนัง.....
แต่หนังเรื่องนี้มีบางสิ่งบางอย่างแทรกอยู่จริง
ทั้งเนื้อหาบทเรื่อง ภาพซ้อนในเรื่องนี้
เสียงด้วย ถ้าใครก็ตามสามารถดูย้อนกลับได้
ลองดูนะ จะได้เห็นบางอย่างทั้งภาพและเสียง
ต้องดูเอง อธิบายยากนะ ดูแล้ว....ก็เข้าใจเอง
น้องน้ำตาลลองดูนะ คิดว่าน้องคงมีอุปกรณ์ไฮเทคทำได้
มันมีอะไรบางอย่าง...ความเห็นส่วนตัวนะ..
อย่าเพิ่งเชื่อ..ดลใจให้สองพี่น้องคู่นี้ทำหนังเรื่องนี้
เป็นหนังเปรียบเทียบกับสงครามอะไรสักอย่าง
ที่กำลังรบกัน แต่เราว่ามันเกิดขึ้นแล้ว และยังรบกันอยู่...
คงสงสัยช่ายไหม งงงงงงง ลองคิดดูนะ
แท้จริงแล้วเราคือใคร... ไม่ช่ายมนุษย์อย่างที่เข้าใจ
หลายคนอาจแย้ง บ้าป่าวเราเป็นคนเห็นๆกันอยู่
ก็ใช่ที่เห็น..แต่ของจริงเราเป็นคนจริงๆหรือ
เป็นคำถามที่หาคำตอบได้ยากมากที่สุดในโลก
แต่มีคำตอบอยู่ เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อ...ในแง่ของพุทธคือ
บรรลุธรรมล่ะมั่ง แต่ในหนังเป็นการเชื่อมต่อกับระบบโดย
ไม่ต้องเสียบปล๊ก และในโลกของเราคือเปรียบได้กับความฝัน
เราจะรู้ได้อย่างไรระหว่างความฝันกับความจริง
ว่าต่างกันอย่างไร....จะรู้ได้ก็ต้องตื่นก่อน
แล้วก็รู้ว่าเราคืออะไรกันแน่จริงๆน่ะ คือ.....
ต้องตื่นเองถึงจะรู้ เราอธิบายให้ไม่ได้เพราะเปรียบไม่ถูก
เหมือนรส ของอาหาร อธิบายให้รับรสไม่ได้ต้องกินเองฉันนั้น
เอาเป็นว่าไปดูก่อนแล้วค่อยมาคุยกันต่อ
ไม่เชื่อไม่ว่า ไม่ลองไม่รู้.....
 
     
    By: wm  Mail to wm   8/12/2003 12:34 PM  (203.27.83.33)
 

 
  หัวข้อ : 43  
     
  ในศาสนาคริสต์ไม่ได้กล่าวเรื่องวัฏสงสาร ไม่ได้กล่าวเรื่องการไม่กลับมาเกิดอีกไม่ใช่หรือ....ผู้แต่งทั้งสองคนนั้นเป็นชาวพุทธหรือเปล่า....ดังนั้นการเปรียบเทียบ Metrix เป็นวัฏสงสาร คงเป็นการพลิกแพลงของชาวพุทธบางคน...โดยไม่สอดคล้องกับผู้แต่ง....ถ้า Metrix คือว้ฏสงสารแล้ว ใครเป็นผู้สร้าง Metrix หรือใครสร้างวัฏสงสารให้กับมนุษย์.....วัฏสงสารถูกสร้างขึ้นมาหรือ....สรุปก็คืออย่าจับแพะชนแกะ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน....เด็กคนหนึ่งเกิดมายังไม่มีกิเลส กิเลสครอบงำเด็กคนนั้นในเวลาต่อมาเพราะอะไร......  
     
    By: พธ     9/12/2003 03:50 AM  (217.137.252.12)
 

 
  หัวข้อ : 44  
     
 


ข้อคิดธรรมะจากเรื่อง
"เดอะแมทริกซ์ รีโหลด (The Matrix Reloaded)"

โดย เชน ไซแอน www.TheDailyEnlightenment.com
เผยแพร่บนเครือข่ายข่าวสารชาวพุทธ
(The Buddhist News Network)
4 มิถุนายน 2546

ภาพยนตร์ไตรภาค เดอะแมทริกซ์ ..... ( "เดอะแมทริกซ์รีโหลด" เป็นภาคที่สอง) มีแง่มุมชวนคิดหลายอย่าง อาทิ คำถามเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของตัวตน , อะไรคือความจริง , การเข้าถึงสัจจะและการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ บทความนี้จึงเขียนขึ้นมาเพื่อชวนกันวิเคราะห์ภาพยนตร์ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

พี่น้องตระกูลวาโชว์สกี ..... ซึ่งเป็นผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวว่า "มีอะไรหลายอย่างที่โดดเด่น และน่าสนใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและคณิตศาสตร์ ซึ่งติดตราตรึงใจเรามานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกฎควอนตัมฟิสิกส์ และในแง่ที่ศาสตร์ทั้งสองมาบรรจบพบกัน"

บทความนี้ ..... พยายามที่จะสะท้อนให้เห็นว่าแต่ละฉากในภาพยนตร์มีความพยามยามดำเนินเรื่องให้สอดคล้องกับหลักพุทธศาสนาอย่างไร ก่อนอื่นใคร่ขอบอกว่า นี่เป็นเพียงการเชื่อมโยงอย่างคร่าว ๆ เท่านั้น และไม่ได้มุ่งเน้นความถูกต้องตามหลักปริยัติอย่างเคร่งครัด หากต้องการร่วมแสดงความคิดเห็นหรือเสนอแนะใด ๆ กรุณาอีเมล์ไปที่ matrix@thedailyenlightenment.com

แมทริกซ์คือสังสารวัฏฏ์ ..... แมทริกซ์เทียบได้กับอะไร แมทริกซ์เปรียบเสมือนสังสารวัฏฏ์ (คือ เราอาศัยอยู่ในโลก แต่เรารับรู้สิ่งต่าง ๆ อย่างไม่ถูกต้อง ด้วยจิตใจที่หลงผิดของเราเอง) การถูกแมทริกซปิดบังให้มืดบอดไม่ใช่สิ่ง ที่เป็นไปไม่ได้ เหมือนกับสมัยนี้ ถ้าเราไม่ได้รับการศึกษา เราก็คงจะเข้าใจว่าโลกแบน(เพราะตามันเห็นว่าแบนจริง ๆ ) หรือไม่ก็เข้าใจว่าพระอาทิตย์สว่างตอนเช้าแล้วดับตอนกลางคืน เพราะเชื่อสายตาของตนเอง โลกนี้ช่างเต็มไปด้วยสิ่งลวงตาลวงใจมากเหลือเกิน!

ฝันร้ายของนีโอ ..... แม้ว่านีโอจะหวาดผวากับฝันร้ายซ้ำซากว่า ไตรนิตีถูกยิง ตอนที่เธอจะ "ตาย" แต่เขาก็เชื่อว่า "มันจะไม่สิ้นสุด จนกว่ามันจะสิ้นสุด" เขาเชื่อเช่นนี้ เพราะเขายังไม่ได้เห็นเธอตายจริง ๆ ข้อนี้ช่วยให้เราระลึกได้ว่า แม้สิ่งต่าง ๆ มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นตามกฎแห่งกรรม แต่ก็อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ ตราบใดที่เรามี"ความเพียร"ในการกอบกู้สถานการณ์ให้เปลี่ยนแปลงไป และตอนหนังใกล้จบ นีโอก็สามารถทำให้ไตรนิตี ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้หลังจากที่เขาสามารถเข้าถึงภาวะใกล้ตายของเธอได้สำเร็จ

นีโอ ผู้มีเมตตาแต่ขาดปัญญา ..... แม้นีโอจะมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองว่าเขาเป็นหนึ่งเดียวที่สามารถช่วยทุกคนให้รอดพ้นจากแมทริกซ์ได้ แต่นีโอก็บอกกับไตรนิตีว่า "ผมเพียงอยากรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง" นีโอจึงเปรียบได้กับผู้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความกรุณา แต่ขาดปัญญา ไม่รู้ว่าจะนำพาสรรพสัตว์หลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์ (การเวียนว่ายตายเกิด) ได้อย่างไร ตรงนึ้เท่ากับช่วยย้ำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาปัญญาควบคู่ไปกับ ความกรุณา อุปมาเหมือนกับนกที่จะต้องมีสองปีก จึงสามารถบินได้

ศรัทธาที่มืดบอดของมอร์เฟียส ..... หลายคนสงสัยว่า ทำไมมอร์เฟียสจึงเชื่อมั่นในคำทำนายของโอราเคิลยิ่งนัก เขาเชื่อตั้งแต่ในภาคแรก และยืนยันความเชื่อที่ปราศจากเหตุผลรองรับ มาจนถึงภาค reloaded ด้วยความเชื่ออันงมงายของมอร์เฟียส ลูกเรือทุกคนต่างเต็มใจปฏิบัติตามคำบัญชาของเขาด้วยความเชื่อมั่นและไว้ใจในตัวเขา เขาคือผู้ที่ทำให้ประชาชนชาวไซออน (Zion) มีความหวัง แต่แล้วในตอนจบของหนัง มันได้กลับกลายเป็นความสิ้นหวังไป (แต่เราก็หวังว่านีโอจะสามารถช่วยชีวิตชาวไซออนได้ในภาคที่สาม)

ความเชื่อมั่นในคำทำนายของ"โอราเคิล" ..... เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นในความยึดมั่นถือมั่นของมอร์เฟียส ทำให้ได้เห็นความต้องการลึกๆ และ ความเชื่อมั่นของเขา อย่างไรก็ตามในที่สุด ความ(ไม่)จริงก็ได้ปรากฏตามที่มันเป็น (ไม่ได้เป็นไปตามความเชื่อของใครๆ) ตรงนี้ถ้าพิจารณาให้ดี จะเห็นว่าคนเราทั่วๆไปก็เหมือนกัน คืดจะเชื่อในสิ่งที่เราต้องการเชื่ออยู่แล้ว ถ้าเป็นเช่นนี้จริง เราจำเป็นต้องการให้โอราเคิลมาบอกเราให้เชื่อในสิ่งที่เราเชื่อ หรือต้องการเชื่ออยู่แล้วหรือ! ไม่จำเป็นเลย ใช่ไหม ฉะนั้นอย่าตกเป็นเหยื่อของการหลอกตัวเอง เพราะขาดปัญญา

เอเยนต์สมิธ คือ"มาร" ..... เอเยนต์สมิธ ซึ่งไล่ล่านีโออย่างไม่ลดละ อาจเปรียบได้กับมารในตัวนีโอเอง ที่พยายาม "ฆ่า" เขา ด้วยการขัดขวางไม่ให้เขาบรรลุเป้าหมาย (คือการรู้แจ้งสัจธรรม) ในภาคแรก นีโอไม่ได้ทำลายล้างเอเยนต์สมิธให้สิ้นซาก เขาจึงกลับมาได้ในภาคสอง ตรงนี้บอกให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการกำจัดกิเลสมาร (ความโลภ ความโกรธ ความหลง) ในตัวเราให้หมดสิ้นไป การที่สมิธสามารถ "เนรมิตกาย" ขึ้นมาตั้งมากมาย อาจเทียบได้กับการที่เรายอมให้กิเลสมารเกิดขึ้นในใจของเราอย่างง่ายดายและรวดเร็ว เพราะไม่ได้ฝึกจิตใจให้เข้มแข็งพอ และมักทำอะไรตามความเคยชิน ไม่ทำด้วยความมีสติ เหตุการณ์ที่ซ้ำรอยเดิม ตอนที่นีโอหนีสมิธอีกครั้ง สมิธพูดว่า "มันกำลังเกิดขึ้นอีกแล้ว เหมือนครั้งก่อนเลย" แต่ "กายเนรมิต" ของเขากลับพูดว่า "ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว" ตรงนี้บอกเราว่า การเวียนว่ายตายเกิด ทำให้เราต้องประสบเรื่องทำนองเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงกระนั้น เรื่องแต่ละเรื่องก็ไม่เหมือนกันเสียทั้งหมด และมีหลายครั้งที่เราสามารถพัฒนาเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ได้

ความเป็นซุปเปอร์แมนของนีโอ ..... การที่นีโอเหาะได้เหมือนซุปเปอร์แมน สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของจิตใจที่มีอำนาจเหนือวัตถุ (ฤทธิ์) สามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อ (และดูเหมือนท้าทายกฎทางฟิสิกส์) ได้ อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้อย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เขารอดพ้นจากแมทริกซ์ได้โดยเด็ดขาด เพราะอำนาจจิตไม่ได้นำมาซึ่งการรู้แจ้ง แต่เป็นเพียงผลพลอยได้ในกระบวนการฝึกจิตเท่านั้น

(ตอน 2) ..... ชุดของนีโอ

นอกจาก ..... เสื้อคลุมสีดำของนีโอจะใกล้เคียงกับชุดของเซ็นแล้ว ใบหน้าของเขายังสงบนิ่งและสำรวมแบบพระแทบจะตลอดเวลาด้วย สองเรื่องนี้เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจไม่น้อย

ชาวไซออนเปรียบได้กับชาวพุทธ ..... พลเมืองชาวไซออน (ซึ่งเปรียบได้กับชาวพุทธ) ยังเพียงอยู่บนเส้นทางสู่อิสรภาพที่สมบูรณ์ (การรู้แจ้ง) เท่านั้น ยังไม่ได้บรรลุเป้าหมายที่แท้จริง เพราะอิสรภาพที่สมบูรณ์ (นิพพานในพระพุทธศาสนา) หมายถึง ความสงบระงับ ไม่มีความทะยานอยากอีกต่อไป ชาวไซออนส่วนใหญ่รู้ความจริงของแมทริกซ์ (ความจริงแห่งสังสารวัฏฏ์) ระดับหนึ่ง ซึ่งอาจเทียบได้กับพระโสดาบันเท่านั้น ยังไม่ได้บรรลุพระอรหันต์ จึงไม่สามารถบรรลุเสรีภาพที่แท้จริง (สิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิด) ส่วนชาวไซออนที่มุ่งมั่นช่วยเหลือผู้อื่นให้ตื่นตัวและหลุดพ้น อาจเปรียบได้กับพระโพธิสัตว์ในคติพระพุทธศาสนา

ไซออนล่มสลาย เปรียบได้กับพระธรรมอันตรธานสิ้น ..... การทำลายล้างไซออนจนหมดสิ้น อาจเปรียบได้กับการสิ้นยุคพระพุทธศาสนา เพราะนั่นย่อมหมายความว่าไม่เหลือผู้รู้ความจริงเกี่ยวกับแมทริกซ์ (สังสารวัฏฏ์) แม้แต่คนเดียว

นีโออาจเปรียบเสมือนพระพุทธเจ้า ..... ในบางกรณีอาจถือได้ว่านีโอมีลักษณะคล้ายพระพุทธเจ้า คือเป็นผู้ "หลุดพ้น" จากแมทริกซ์ (สังสารวัฏฏ์) โดยสิ้นเชิง และสามารถกลับเข้าไปได้โดยไม่ถูกครอบงำ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ผู้อื่น (สรรพสัตว์) ได้หลุดพ้นตาม แต่นีโอกลับ "รู้แจ้ง" น้อยกว่าที่เราคิด จึงอาจเทียบได้กับพระโพธิสัตว์ที่เปี่ยมด้วยแรงจูงใจ (ความกรุณา) แต่ขาดความรู้ (ปัญญา) ที่จะช่วยเหลือโลก นีโอสามารถปลุกเร้าให้ชาวไซออนตื่นตัวเท่านั้น ไม่อาจดึงใครออกจากแมทริกซ์ได้ หากคนคนนั้นไม่ตั้งใจและเพียรพยายามด้วยตัวเอง (ทำนองเดียวกัน พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้ชี้ทางเดินเท่านั้น เราจะเดินหรือไม่เดินเป็นหน้าที่ของเรา) จิตใจที่จะสามารถหลุดพ้นได้ จึงต้องมีความปรารถนาและเพียรพยายามเป็นทุนเดิม

ที่ปรึกษา (counsellor) พูดถึงความว่างเปล่าของเครื่องจักร ..... ที่ปรึกษาระบุว่า เครื่องจักรช่วยชาวไซออนทำงานมากมาย เช่นทำให้เกิดแสงสว่าง ความร้อน และอากาศ แต่ก็มีเครื่องจักรบางอย่างมีเป้าหมายทำลายพวกเขาด้วย ดังนั้น ลำพังเครื่องจักรเองจึงเสมือนเป็นสิ่งว่างเปล่า จะบอกว่าดีหรือไม่ดีไม่ได้ การตั้งโปรแกรมหรือเจตนาที่อยู่เบื้องหลังการสร้างและควบคุมเครื่องจักรต่างหาก ที่ทำให้เครื่องจักรดีหรือไม่ดี

เหตุที่ฑูตสวรรค์ (seraph) ต้องประลองฝีมือ ..... ฑูตสวรรค์บอกนีโอหลังจากที่ประลองฝีมือกัน เพื่อพิสูจน์ว่าใช่นีโอจริงหรือไม่ว่า "คุณไม่อาจรู้จักใครได้อย่างแท้จริง จนกว่าคุณจะได้สู้กับเขา" เราเองก็เช่นกัน เราจะไม่รู้จักตัวเราเองเลย หากเราเอาชนะตัวเองไม่ได้ เราต้อง "สู้" กับตัวเอง เพื่ออิสรภาพและการรู้แจ้ง

การหยั่งเห็นองค์ประกอบแมทริกซ์ของนีโอ ..... การที่นีโอสามารถหยั่งเห็นเนื้อในของแมทริกซ์ ว่าแท้จริงคือรหัสคำสั่งโปรแกรมที่แปรเปลี่ยนตลอดเวลา อาจเปรียบได้กับการหยั่งเห็นความไม่มีตัวตน (อนัตตา) ของสิ่งต่าง ๆ การหยั่งเห็นองค์ประกอบแมทริกซ์ของนีโอ

การหยั่งเห็นองค์ประกอบแมทริกซ์ของนีโอ ..... โอราเคิลบอกนีโอหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องชะตาลิขิต เธอบอกด้วยว่า เธอรู้ทุกสิ่งที่กำลังจะเกิด แต่เธอก็พูดขัดกับตัวเองว่า นีโอต้องเพิ่มพลัง เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาลิขิตที่ได้ "กำหนดตายตัว" แล้ว นี่ย่อมแสดงว่า สิ่งที่ดูเหมือนได้ "ลิขิต" มาแล้ว แท้จริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ยังเปลี่ยนแปลงได้อีก

สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น หรือมีขึ้น เพื่ออะไร? ..... โอราเคิลบอกนีโอว่า "สิ่งใดก็ตามที่ได้เกิดขึ้น ย่อมเกิดขึ้นเพื่อเหตุผลบางอย่าง" ข้อนี้ไม่น่าจะถูกต้องเสียทั้งหมด เพราะสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น ชาวพุทธบางคนเชื่อว่า คนเราเกิดมาเพื่อทำลายและหลุดจากกงล้อแห่งการเวียนว่ายตายเกิด แต่บางคนอาจเชื่อว่าคนเราเกิดมาเพื่อเหตุผลอย่างอื่น ดังนั้น คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า เราควรมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรจึงมีได้หลากหลาย สิ่งที่ควรคำนึงคือ คำตอบใดที่เราคิดว่าดีที่สุด ประเสริฐสุด แล้วดำเนินไปตามนั้น ทำนองเดียวกัน มอร์เฟียสเองก็พูดว่า "เราทุกคนมาอยู่ที่นี่ เพื่อทำสิ่งที่เราทุกคนต้องทำเมื่อมาอยู่ที่นี่" แต่แท้จริงแล้ว ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เรา "ต้อง" ทำ เราเลือกได้ตลอดเวลาเพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า เป็นประโยชน์กว่า ตอนหนึ่ง เอเยนต์สมิธบอกนีโอว่า ทั้งสองอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพราะหลุดพ้นจากแมทริกซ์ แต่เพราะไม่หลุดพ้นต่างหาก ข้อนี้เป็นจริง เพราะแม้ว่าทั้งสองจะถอดออกจากแมทริกซ์แล้ว แต่ถ้าพวกเขาเป็นอิสระจากแมทริกซ์จริง พวกเขาก็จะไม่ต่อสู้กัน ดังนั้น การจะเป็นอิสระจากแมทริกซ์ได้ ยังต้องพัฒนาให้สูงขึ้นไปอีก

merovingian พูดถึงความไม่มีกฎเกณฑ์ (เหตุ & ผล) ..... merovingian พูดอย่างอหังการว่า "ทางเลือกคือสิ่งลวง ที่ผู้มีอำนาจสร้างขึ้นสำหรับผู้ไม่มีอำนาจ" เขาพูดขณะที่คิดว่าตัวเขาคือผู้มีอำนาจคนหนึ่ง ที่กำลังชักใยผู้อื่นอยู่ แต่เหตุการณ์กลับกลายเป็นว่า เขาถูกภรรยาหักหลัง โดยเธอเลือกที่จะทำเอง และกว่าเขาจะรู้ ก็สายเสียแล้ว มุมมองเรื่องนี้ของเขาจึงไม่ถูกต้อง แม้ว่าทางเลือกจะเป็นสิ่งลวง (ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่) ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่เฉย ๆ ยอมก้มหน้ารับชะตากรรม โดยไม่ดิ้นรนอะไร เพราะคุณไม่มีวันรู้ว่า ชะตาชีวิตของคุณเป็นอย่างไร และไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน เขายังบอกด้วยว่า "สิ่งใดที่เกิดแล้ว ย่อมเกิดแล้ว ไม่ผันแปรเป็นอย่างอื่น" ข้อนี้ชัดเจนในตัว เป็นที่น่าสังเกตว่า หนังเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงการเดินทางข้ามเวลา (ซึ่งโดยหลักการแล้วเป็นไปไม่ได้ เพราะขัดกับกฎแห่งเหตุและผล) สิ่งใดที่ปรากฏขึ้นแล้ว จะไม่ปรากฏก็ไม่ได้ หรือจะปรากฏเป็นอย่างอื่นก็ไม่ได้เช่นกัน

ข้อคิดจากช่างทำกุญแจ ..... ต่อข้อถามที่ว่า เขาจะไปไหน ขณะถูกไล่ล่า ช่างทำกุญแจตอบว่า "ไปอีกทางหนึ่ง จะต้องมีอีกทางหนึ่งเสมอ" คำตอบนี้ทำให้เราได้ข้อคิดว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด เรามีทางเลือกอย่างน้อยสองทางเสมอ และเราเลือกได้อย่างอิสระ แม้ในสภาพการณ์ที่บีบรัด ช่างทำกุญแจบอกว่า ประตูมีหลายบาน แต่ละบานเปิดสู่ "สถานที่" ที่ต่างกัน แต่จะมี "ประตูบานหนึ่งนำไปสู่ต้นกำเนิด (แกนกลางของแมทริกซ์)" ประตูบานนี้อาจเทียบได้กับประตูที่นำไปสู่แก่นแท้ของความจริง นั่นคือพระไตรลักษณ์ และจะนำไปสู่อิสรภาพได้ในที่สุด ู่

มอร์เฟียสพูดถึงเหตุผลแห่งการมีอยู่ ..... มอร์เฟียสพูดก่อนที่จะ "ทำสงคราม" ขั้นเด็ดขาดว่า "เราทุกคนสู้ศึกนี้มาชั่วชีวิต เราไม่ได้มาที่นี่โดยบังเอิญ ผมไม่เชื่อเรื่องบังเอิญ ผมเชื่อว่าชะตาชีวิตลิขิตให้เรามาที่นี่" สงครามที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรากำลังเผชิญอยู่ คือสงครามในจิตใจ ที่เรากำลังต่อสู้กับ "ตัวตน" ของเรา แน่นอน เราไม่ได้ "อยู่ที่นี่" โดยบังเอิญ แต่เป็นเพราะอำนาจกรรม ซึ่งจะเรียกว่า "ชะตากรรม" ก็ได้ ชักนำให้เรามาอยู่ที่นี่ แต่ถึงกระนั้น "ชะตากรรม" ในอนาคตก็อยู่ในมือของเรา เราสามารถกำหนดได้

สถาปนิกเปรียบได้กับอีโก้ ..... ผู้ที่อยู่เบื้องหลังแมทริกซ์ (สังสารวัฏฏ์) คือสถาปนิก ซึ่งในเรื่อง เขาเป็นผู้ที่มีความถือตัว เห็นแก่ตัว และชื่นชอบความสมบูรณ์แบบ ยอมรับความล้มเหลวไม่ได้ รวมทั้งที่เป็นของตัวเขาเอง ซึ่งเขาไม่เห็นว่านั่นเป็นความล้มเหลว จึงไม่ยอมรับ แต่กลับโทษว่าเป็นเพราะความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ (ผู้อื่น) เขาพูดว่าความหวังคือสิ่งลวง แต่ตัวเขาเองก็มีความหวัง เขาหวังว่านีโอจะลบล้างและเริ่มต้นระบบที่บกพร่องใหม่อีกครั้งตามที่เขาต้องการ ในเรื่องความสมบูรณ์แบบ เขาไม่น่าเป็นคนสมบูรณ์แบบ เพราะยังทำให้จิตใจของเขาสมบูรณ์แบบไม่ได้ เขาเปรียบเหมือนพระเจ้าจอมปลอม ซึ่งเป็นเพียง "มนุษย์" เท่านั้น ู่

สถาปนิกเปรียบเหมือนตัณหา ..... สถาปนิกอ้างตนว่าเป็นผู้ออกแบบแมทริกซ์ ในทางพระพุทธศาสนา สถาปนิกหรือ "นายช่างผู้สร้างเรือน" คือตัณหา มีข้อน่าสังเกตคือ ในเรื่อง "Little Buddha" คีนูรีฟซึ่งแสดงเป็นพระพุทธเจ้า (และในเรื่องเดอะแมทริกซ์แสดงเป็นนีโอ) ได้พูดกับตัณหาและเรียกตัณหาว่า "นายช่างผู้สร้างเรือน" การที่นีโอพบกับสถาปนิกช่วยให้เขาตระหนักถึงธรรมชาติที่แท้จริงของเขา สถาปนิกเปรียบได้กับตัณหา เพราะเป็นผู้ผลักดันให้เราสร้างแมทริกซ์ - สร้างความยึดติดในสังสารวัฏฏ์ หลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ พระองค์ตรัสว่า
"เรือนคืออัตภาพที่เกิดในภพนั้นๆ บ่อยๆ เป็นของไม่เที่ยง เราแสวงหา นายช่างคือตัณหาผู้สร้างเรือน เมื่อไม่พบ ได้ท่องเที่ยวไปสู่สังสารวัฏฏ์สิ้นชาติมิใช่น้อย การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์ร่ำไป ดูกรนายช่างผู้สร้างเรือน บัดนี้ เราพบท่านแล้ว ท่านจักไม่ต้องสร้างเรือนให้เราอีก โครงเรือนคือกิเลสของท่าน เราหักเสียหมดแล้ว และยอดเรือนคืออวิชชาแห่งเรือนท่านเราทำลายแล้ว จิตของเราไม่เกิดต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว จักดับอยู่ในภพนี้เอง"

สถาปนิกพูดถึงนีโอ .....

นีโอ "ทำไมผมมาอยู่ที่นี่?"
สถาปนิก "ชีวิตของคุณคือผลรวมของส่วนเกินของสมการที่ไม่สมดุลในโปรแกรมแมทริกซ์ แล้วกลายมาเป็นสิ่งผิดปรกติในที่สุด ซึ่งแม้ผมจะพยายามเต็มที่แล้ว แต่ก็กำจัดให้หมดไปไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่อยู่เหนือการคาดคิด และจึงไม่ใช่สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ด้วยเหตุนี้คุณจึงต้องมาอยู่ที่นี่ไง"

เราเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเราต้องมาอยู่ที่นี่ ภาวะของความไม่รู้นี้คือความหลงหรืออวิชชา ตัวอวิชชานี้เองทำให้เราต้องเกิดใหม่ เราคือสมการที่ไม่สมดุล เนื่องจากเรามีความหลง ความหลงทำให้เราเป็นสิ่งผิดปรกติของโลกนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะควบคุมไม่ได้ และถ้าขณะใดเราไม่ควบคุมตัวเราเอง ตัณหาหรือสถาปนิกก็จะมาควบคุม ู่

สถาปนิกพูดถึงพลังของสิ่งเล็กน้อย .....

สถาปนิก "… เห็นได้ชัดว่ามันเป็นความบกพร่องขั้นพื้นฐาน จึงก่อให้เกิดความผิดปรกติต่อระบบ ซึ่งถ้าปล่อยปละละเลย ก็จะเป็นภัยคุกคามระบบได้ ดังนั้น ความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจสะสมและทวีความรุนแรงจนเป็นภัยพิบัติได้ โลกเราก็เช่นกัน เราทุกคนต่างมีกรรมร่วมและเชื่อมโยงกันในลักษณะที่แยกแยะลำบาก การกระทำของคนคนหนึ่ง อาจนำมาซึ่งหายนะของโลก หรือช่วยเหลือโลกก็ได้

สถาปนิกพูดถึงความรับผิดชอบของนีโอ .....

สถาปนิกพูดกับนีโอว่า "… ปัญหาก็คือ คุณพร้อมรับผิดชอบต่อการตายของทุกชีวิตในโลกนี้หรือไม่" ในแง่นี้ นีโอเปรียบได้กับพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง ซึ่งพยายามช่วยชีวิตสรรพสัตว์อย่างเต็มความสามารถ

สถาปนิกพูดถึงทางเลือก "สุดท้าย" .....

สถาปนิก "มีประตูสองประตู ประตูขวานำไปสู่ต้นกำเนิด และช่วยชาวไซออนได้ ประตูซ้ายพาคุณกลับไปสู่แมทริกซ์ ไปหาเธอ แต่เผ่าพันธุ์ของคุณก็สิ้นสุดด้วย เราเองก็ต้องเลือกตลอดเวลา ทางเลือกมีสองทางเป็นอย่างน้อย อยู่หรือไม่อยู่ ทำหรือไม่ทำ เราเลือกได้ว่าจะติดอยู่ในสังสาร หรือหลุดพ้นออกไป

สถาปนิกพูดถึงปฏิกิริยาลูกโซ่ .....

สถาปนิก "แต่เราก็รู้แล้วว่าคุณกำลังจะทำอะไรไม่ใช่หรือ? ผมสามารถเห็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่บ่งบอกว่าอารมณ์กำลังชนะเหตุผล เพราะอารมณ์กำลังปิดตาคุณไม่ให้เห็นความจริง ทั้งที่ความจริงนั้นออกจะเรียบง่ายและชัดเจน เธอกำลังจะตาย และคุณก็ไม่มีทางหยุดยั้งได้

นีโอเดินไปเปิดประตูซ้าย ซึ่งตรงข้ามกับที่สถาปนิกคาดคิด ..... นีโอทำให้สถาปนิกคาดการณ์ผิดพลาด โดยการทำสิ่งที่ตรงข้ามกับที่สถาปนิกต้องการให้ทำ เราเองแม้จะติดอยู่ในวงจรปฏิกิริยาลูกโซ่ของเหตุและผล แต่เราก็ทำลายวงจรนี้ได้ เราสามารถตัดวงจรการเวียนว่ายตายเกิด ด้วยการรู้แจ้งสัจธรรม การที่นีโอเลือกประตูที่ช่วยชีวิตไตรนิตี เป็นการทำลายโปรแกรมที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (การเกิดและการตาย) ได้เด็ดขาด หากเขาเลือกอีกประตูเพื่อช่วยชีวิตชาวไซออนตามที่ "ได้โปรแกรม" ไว้ ก็เท่ากับทำซ้ำรูปแบบเดิมที่คนก่อนเคยทำแล้ว (และนำไปสู่การเกิดใหม่ต่อไป) การทำลายลูกโซ่ของนีโอ เท่ากับไปเปลี่ยนแปลงระบบ และเป็นการช่วยมวลมนุษย์อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดเสรีภาพที่แท้จริง นีโอตระหนักว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะทำให้แมทริกซ์บูท (เกิด) ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง การเกิดใหม่โดยไม่มีอะไรก้าวหน้า หรือไม่มีอิสรภาพมากขึ้น เป็นสิ่งไร้ค่า เพราะไม่ช่วยให้เราเข้าใกล้ความสุขที่แท้จริง ู่

สถาปนิกพูดถึงความหวัง .....

สถาปนิก "ความหวังคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์หลงผิดได้มากที่สุด มันทั้งทำให้คุณเข้มแข็งที่สุด และอ่อนแอที่สุดในเวลาเดียวกัน ข้อนี้บอกเราว่า ความหวังจะเป็นความศรัทธาที่มืดบอดได้ หากไม่มีปัญญากำกับ
บทสนทนาทั้งหมดระหว่างนีโอกับสถาปนิก

ดูได้ที่http://www.theantitrust.net/articles/viewarticle.php?articleid=108

ทำไมเลือกความจริง ไม่เลือกสิ่งลวง ..... เมื่อดูหนังเรื่องนี้ เราอาจถามตัวเองว่า "ทำไมเราควรเลือกที่จะใช้ชีวิตในโลกแห่ง "ความจริง" ที่ดูออกจะแห้งแล้ง ไร้สีสัน ทั้งที่มีโลกมายาที่น่าอภิรมย์กว่า คำตอบคือ ก็เพราะโลกมายาไม่มีอยู่จริง ความสุขในโลกมายาจึงไม่จริงด้วย ความสุขที่แท้จริงมาจากการควบคุมชีวิตได้ทั้งหมด และสามารถเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ถูกต้องชัดเจน (ปัญญา)

ชีวิตหรือความสุขในแมทริกซ์ (สังสารวัฏฏ์) ..... ต้องขึ้นกับความเมตตาสงสารของแมทริกซ์ ซึ่งก็เหมือนกับที่เราต้องอิงอาศัยวัตถุ จึงจะมีความสุขได้ แต่นั่นไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง ความสุขที่แท้ต้องมาจากการมีจิตใจอิสระ ไม่ต้องอิงอาศัยหรือพึ่งพิงสิ่งใด

เราเองก็ติดอยู่ในแมทริกซ์ ..... เป็นไปได้ไหมว่า เราทุกคนล้วนเลือกที่จะเชื่อมต่อหรือติดอยู่ในแมทริกซ์เอง ไม่มีการบังคับใด ๆ มีอะไรปิดตาหรือลวงเราอยู่หรือเปล่า ทำไมเราไม่หลุดพ้นเสียที?

ทำไมต้องโหลดใหม่ ..... หลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ครั้งที่สอง ผมก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า ทำไมภาคนี้จึงตั้งชื่อว่า เดอะแมทริกซ์ "รีโหลดเดด" - ก็เพราะระบบแมทริกซ์ได้รับการโหลดใหม่ (หรือเกิดใหม่) ทั้งระบบอีกครั้งนั่นเอง เราทุกคนก็ต้อง "โหลด" ประสบการณ์ใหม่หลายครั้ง จนกว่าจะแน่ใจ รู้แนวทางที่ถูกต้อง และหลุดพ้นได้โดยสิ้นเชิงในที่สุด

แหล่งข้อมูล : www.TheDailyEnlightenment.com
แปลโดย เสรี ลิขิตธีรเมธ

ขอเชิญชาวพุทธทุกท่าน ที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ ณ เวบเพจหน้านี้

------------------------------------------------------------------------
ที่มา :::::http://www.budpage.com/bm29.shtml



"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/12/2003 08:53 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 45  
     
  วัฏสงสาร เป็นหนึ่งในสี่ของอจินไตย

อจินไตย ๔ - สิ่งที่ไม่ควรคิด ๔ ประการ
จตฺตารีมานิ ภิกขฺเว อจินเตยยานิ น จินเตตพฺพานิ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่ไม่ควรคิด ๔ อย่างนี้คือ

๑. พุทธวิสัย วิสัยของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
๒. ฌาณวิสัย วิสัยของผู้ได้ฌาณ
๓. กัมมวิบาก กรรมและผลกรรม
๔. โลกจินตา คิดเรื่องโลก
 
     
    By: พี่เก่ง     9/12/2003 10:44 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 46  
     
  ทั้งสี่อย่างเป็นสิ่งที่ไม่ควรคิด เพราะว่า มันเป็นสิ่งที่สลับซับซ้อนเกินกว่า ปุถุชนทั่วไปจะมีปัญญา(ในทางพุทธ)หยั่งถึง
เช่น เรื่องของโลก
นักวิทยาศาสตร์อาจพบกำเินิดจักรวาล คือ บิ๊กแบง
ก่อนบิ๊กแบง คือ กลุ่มก๊าซ
แล้วก่อนกลุ่มก๊าซ คือ อะไร?????
 
     
    By: พี่เก่ง     9/12/2003 10:47 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 48  
     
  กิเลส คือ สิ่งที่นำให้มีการเกิด ไม่ว่า ใน อบาย มนุษย์ เทวโลก หรือ พรหมโลก

ผู้ที่ละกิเลส คือ พระพุทธเจ้า และ พระอรหันต์ จึงพ้นจากการเกิดทั้งปวง
 
     
    By: พี่เก่ง     9/12/2003 11:02 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 51  
     
  ขอบคุณที่เตือน แต่ลองอ่านความเห็นอื่นดูบ้างดีกว่า......

Here's something that many of us wanted to see: Neo fighting the million Agent Smiths, and finding a way to destroy each and every one. Saving the people in the Matrix and bringing them to Zion. Being the hero of the people. Superman.

What would have happened?

Destroying the Smiths, but not himself: He's a hero. He flies off triumphantly, with the loss of Trinity to sit with for the rest of his life, lest he find another girl.

Saving the people and bringing them to Zion: How many people can Zion sustain? The Matrix is a huge place, and saving everyone at once would create chaos for the city of Zion. All the newly free people would try to adjust to finding out that their lives were all simulations, and also figuring out how to live in the Real World

Clearly that scenario has a major problem, and it's not the fault of the storytelling, it's just that it's being realistic.

Now, what happened:

Neo and Smith have it out, after Neo exchanges Peace for Agent Smith's head with the Deus Ex Machina. As the fight is waged, Neo hears the words of the Oracle again. "Everything that has a beginning, has an end."

Here we must jump back for a bit.

In the first film, Neo jumps inside of Agent Smith, and tries to delete him, but in doing so, copies a part of himself onto Smith. Smith is now upgraded, and can copy himself onto anyone in the Matrix.

In Reloaded, Neo is almost copied onto by Smith, and he describes it as the same feeling that he had when he was back in the hallway in "The Matrix" when Smith shot him. "It felt like dying."

Back to the fight, he knew that he must sacrifice himself to destroy Smith. Neo was plugged into the Source, and Smith was beyond the control of the Source.

Smith's purpose was to stop Neo. We were told that any program without a purpose was deleted or removed. Smith, upon killing Neo, no longer had a purpose.

Once Smith copied himself onto Neo, killing him, the Deus Ex Machina upgraded the Matrix code, as the Architect said would happen. Smith was deleted. The Matrix reloaded. Smith, and all of his copies disappeared, but the programs that were copied onto returned to normal. Sati, the Oracle, but not Neo. Neo was not a program, which is why his body wasn't lying there when the reload happened. If all the human's that Smith copied himself onto were there at the end, when Sati woke up, this would be disputable. However, there was only Sati and the Oracle out of millions. Smith hadn't taken over everyone, as can be seen based on the time they took Neo to see the Oracle.

The revolution was complete. The cycle of the One. The first film was his slimy birth, and coming to know that he is the One. The second was about life, and the knowledge that comes with it. The third about death. Neo's story is over. The A.I. will free anyone that discovers the truth about the Matrix. The people in the Real World will live on.

All that they ever wanted was peace, from the first film, to the third. The purpose of the One wasn't to free everyone from the Matrix. It never was. It was just how we perceived it based on the words used. "So, you're here to save the world." The world that Cypher was referring to, was not the people inside the Matrix, but rather the people of Zion, and to end the war.

http://forums.matrixfans.net/showthread.php?s=&threadid=19930
 
     
    By: พธ     10/12/2003 06:45 AM  (62.252.128.6)
 

 
  หัวข้อ : 59  
     
  หลักกาลามสูตร

หลักกาลามสูตร เป็นสูตรหนึ่งในคัมภีร์ติกนิบาท อังคุตตรนิกาย ในศาสนาพุทธ ความว่าพระพุทธเจ้าตรัสสอนชนชาวกาลามะ แห่งเกสปุตตนิคมในแคว้นโกศล ไม่ให้เชื่อถืองมงามไร้เหตุผล ตามหลัก ๑๐ ประการ คือ

๑. อย่าเชื่อเพราะฟังตามกันมา

ื๒. อย่าเชื่อเพราะโบราณท่านถือสืบ ๆ กันมา

๓. อย่าเชื่อเพราะเขาเล่าลือกัน

๔. อย่าเชื่อเพราะเขาอ้างตำราหรืออ้างคัมภีร์

๕. อย่าเชื่อเพราะต้องด้วยหลักตรรก

๖. อย่าเชื่อเพราะอนุมานหรือคาดคะเนเอาว่าน่าเชื่อ

๗. อย่าเชื่อเพราะคิดตามเหตุผลแล้วน่าเชื่อ

๘. อย่าเชื่อเพราะพอดีเข้ากันได้กับทฤษฎีของตน

๙. อย่าเชื่อเพราะมองเห็นรูปลักษณะแล้วน่าเชื่อ

๑๐. อย่าเชื่อเพราะคนที่บอกเป็นครูบาอาจารย์ของเรา

ท่านให้เชื่อต่อเมื่อได้พิจารณาด้วยปัญญาของตน

.............

ดังนั้นแต่ละคนจึงต้องหาข้อมูลให้เพียงพอก่อนวินิจฉัย

-------------------------------------------------------------
By: พธ (129.215.189.86) 10/12/2003 11:37 PM
 
     
    By: Copy  Mail to Copy   11/12/2003 06:41 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 60  
     
  ขอโทษนะคะคุณพธ

ก่อนจะแสดงความคิดเห็น ..... หรือ วิจารณ์ วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกล่าวหาใดๆ หาเวลาหรือค่อยๆกลับมาอ่านให้ทั่วๆ อีกครั้ง ท่านจะได้วิเคราะห์ วิจารณ์ หรือเจตนาว่ากล่าวซ้ำเติมด้วยเหตุและผลได้อย่างถูกต้อง เราไม่รังเกียจที่จะรับฟังการตอกย้ำของท่านในทางลบสำหรับเรา แต่กรุณากระทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ เรายินดีต้อนรับท่านเสมอ

และท่านควรเข้าใจด้วยว่า ..... การแสดงความคิดเห็น เค้าแสดงความคิดเห็นต่อหัวข้อกระทู้เท่านั้น และ พวกเราเพียงวิเคราะห์กันเพื่อประเทืองปัญญา สนุกๆ

หนัง หรือ ภาพยนตร์ ..... เค้าก็มีไว้ให้ดูเพื่อความบันเทิง พักผ่อนหย่อนใจนะคะ :-)


โชคดีค่ะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

----------------------------------------------------------------------
แสดงความคิดเห็นนอกประเด็นที่นี่นะคะ ::: http://www.numtan.com/nineboard/view.php?id=1317
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   11/12/2003 06:54 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 61  
     
  ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ... อิอิ  
     
    By: ก้อง  Mail to ก้อง   1/06/2005 03:49 PM  (203.156.122.22)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.