| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



"สิทธารถะ" ผู้เป็นปัจเจกพุทธะแห่งยุคสมัยฯ
     
 


"สิทธารถะ" ผู้เป็นปัจเจกพุทธะแห่งยุคสมัยฯ

อ้างอิงจาก ..... หนังสือเรื่อง สิทธารถะ [ SIDDHARTHA ]
เขียนโดย ..... แฮร์มัน เฮสเซ [ Hermann Hesse ]
แปลโดย ..... สีมน [แปลจากภาษาเยอรมัน]
ภาพประกอบ ..... หนังสือชุดจิตรกรรมฝาผนังในประเทศไทย ของ เมืองโบราณ

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    9/11/2003 10:20 PM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


สิทธารถะ ..... ถูกแต่งขึ้นโดยแฮร์มัน เฮสเซ เจ้าของรางวัลโนเบิล สาขาวรรณกรรม ในปี พ.ศ. ๒๔๖๕ นับว่าเป็นวรรณกรรมที่มีอายุหลายปีมาก แต่ก็ยังมีอิทธิพลอยู่ในใจของผู้แสวงหาบางกลุ่มพอสมควร

สิทธารถะ ..... เป็นเรื่องราวของพราหมณ์หนุ่ม ซึ่งมีชื่อว่า "สิทธารถะ" ผู้บังเกิดในตระกูลอันสูงส่งและเพียบพร้อมทุกอย่างทั้งสติปัญญา รูปร่างหน้าตา และทรัพย์สมบัติ "สิทธารถะ" เป็นผู้ที่เหล่าพราหมณ์ชื่นชมในความสามารถและสติปัญญา แล้วยังเป็นผู้ที่บิดาหมายมั่นจะให้เป็นผู้นำเหล่าพราหมณ์ในภายภาคหน้า แต่ "สิทธารถะ" ไม่ได้พอใจกับสิ่งที่บิดาวาดหวังไว้ ท่านมุ่งแสวงหาหนทางที่จะสิ้นทุกข์

1 / 10

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/11/2003 10:25 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


และ ท่านได้ลาเหล่าพราหมณ์ ..... พร้อมเพื่อนๆ ผู้ศรัทธาในตัวท่าน มีนามว่า “โควินทะ” เพื่อไปบวช ฝึกตบะ บำเพ็ญเพียร ท่านเรียนรู้ได้รวดเร็ว และ เห็นว่าวิถีทางของการเป็นสมณะแบบนี้ ยังไม่ใช่ทางแห่งการสิ้นทุกข์ ท่านจึงได้ลาจากเพื่อนๆ เพื่อเข้าเฝ้า “พระสมณะโคดม” ผู้ที่ร่ำลือกันว่า เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งการสิ้นทุกข์แล้ว

ณ เบื้องพระพักตร์แห่งพระสมณะโคดม "สิทธารถะ" ..... ได้ฟังธรรม และ ท่านได้สูญเสีย “โควินทะ” เพื่อนผู้เป็นดุจเงาตามตัวของท่าน ให้แก่พระสมณะโคดม เพราะ “โควินทะ” ซาบซึ้งในรสพระธรรม และ ได้ปวารณาตัวถึงพระรัตนะตรัยอันเป็นที่พึ่ง แต่ตัวสิทธารถะเอง ไม่ได้เข้าร่วมในหมู่สมณะแห่งพระโคดม ไม่ใช่เพราะท่านไม่เชื่อว่าพระสมณะโคดม บรรลุถึงฝั่งแห่งการพ้นทุกข์แล้ว แต่เพราะท่านยังมีทิฐิที่ว่าจะไม่แสวงหาครูอาจารย์ใดอีก และ ท่านเชื่อว่าในชั่วโมงหรือวินาทีแห่งการตรัสรู้ธรรมของพระสมณะโคดมนั้น ไม่สามารถบอกกล่าวถึงสภาวะแห่งการรู้แจ้งนั่นออกมาได้ ท่านจะค้นหาด้วยตัวเองต่อไป

2 / 10

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/11/2003 10:28 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


นับจากที่ "สิทธารถะ" ..... ได้จากพระสมณะโคดมมาท่านได้พบหญิงงาม ชื่อว่า “กมลา” “สิทธารถะ” พึงพอใจในตัวนางอย่างมาก และ เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับ “กมลา” ท่านจึงจำเป็นต้องมีทรัพย์สมบัติ และ ของขวัญ เพื่อ “กมลา” ท่านจึงได้ปลดเปลื้องเครื่องนุ่งห่มแห่งพราหมณ์ออก และ แต่งตัวอย่างชาวบ้าน เข้าไปค้าขายร่วมกับ “กามสวามี” จนร่ำรวย “สิทธารถะ” จึงได้ใกล้ชิด “กมลา” หญิงงามเมืองผู้นั้น และ ได้เรียนรู้ ... ศิลปะแห่งรักจากนาง

วันหนึ่ง ..... เหตุการณ์ณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น “สิทธารถะ” เกิดเบื่อหน่ายในสิ่งต่างๆและ กลับคิดได้ว่า ตัวเองคือใคร และ มาทำไมที่นี่ ท่านจึงได้หนีจาก “กมลา” ไปจนถึงริมฝั่งแห่งแม่น้ำ “สิทธารถะ” ได้พบกับสมณะ “โควินทะ” เพื่อนเก่าอีกครั้ง และ ที่นี่ท่านยังได้พบชายแจวเรือข้ามฝาก ที่ชื่อว่า “วสุเทพ” “สิทธารถะ” ได้ขออาศัยอยู่กับ “วสุเทพ” โดยขอทำหน้าที่แจวเรื่อข้ามฝากร่วมกับ “วสุเทพ” “วสุเทพ” ก็อนุญาต และ ยังได้สอนศิลปะของการฟังเสียงแห่งแม่น้ำให้ “สิทธารถะ” อีกด้วย

3 / 10

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/11/2003 10:30 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


อยู่มาวันหนึ่ง ..... หมู่สมณะ และ ฝูงชนจำนวนมากต่างทยอยกันมายังแม่น้ำ เพื่อข้ามฝั่งไปเฝ้า พระสมณะโคดม ผู้อาพาธหนักใกล้จะปรินิพพาน ในหมู่คนเหล่านั้น มีหญิง “กมลา” และ เด็กน้อยคนหนึ่งร่วมทางมาด้วย “กมลา” โชคร้ายถูกงูพิษกัด “สิทธารถะ” ได้เข้ามาช่วย และ จำได้ว่าเธอคือ “กมลา” ผู้เคยเป็นที่รัก แต่ทุกสิ่งได้สายไปเสียแล้ว เพราะพิษงูร้ายได้กำเริบ และ ทำให้ “กมลา” ถึงแก่ชีวิต และ ทิ้งบุตรผู้บังเกิดแก่ “สิทธารถะ” ไว้กับ “สิทธารถะ” นั่นเอง

“สิทธารถะ” ..... เฝ้าดูแล สั่งสอนบุตรด้วยความเอ็นดู แต่ก็หาได้ชนะใจเด็กน้อย ผู้มองว่า “สิทธารถะ” เป็นดั่งคนแปลกหน้าได้ไม่ และ วันหนึ่งบุตรชายได้หนีจากไปทำให้ “สิทธารถะ” เศร้าใจอย่างมาก

4 / 10

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/11/2003 10:32 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


บัดนี้ ..... “สิทธารถะ” ได้เรียนรู้บทเรียนแห่ง ความสุข ... ทุกข์ ... เศร้า มามากพอสมควรแล้ว “วสุเทพ” ชายแจวเรือผู้ใจดีและมีความเอื้ออาทรอยู่เสมอ จึงได้ชักชวน “สิทธารถะ” ฟังเสียงแห่งแม่น้ำร่วมกับท่านอีกครั้ง “วสุเทพ” ได้ชี้นำ และ ให้ท่านเฝ้าดูแม่น้ำเอื้อนเอ่ย และ เหตุอัศจรรย์ก็ได้บังเกิดขึ้น “สิทธารถะ” อดีตพราหมณ์หนุ่มผู้รอบรู้ ได้ลุถึงฝั่งแห่งความสิ้นทุกข์อย่างสิ้นเชิงแล้ว และ เมื่อ “วสุเทพ” ชายแจวเรือ ผู้รอคอยเวลาอันสำคัญแห่ง “สิทธารถะ” มานานนักหนา ก็ได้ประจักษ์แล้ว จึงได้ลาจาก “สิทธารถะ” เข้าป่าไปสู่ความเป็นเอกภาพอันสมบูรณ์ของตัวเองต่อไป

5 / 10

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/11/2003 10:35 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


มาวันหนึ่ง ..... ภิกษุโควินทะเพื่อนเก่าผู้เคยรัก และ เคารพ “สิทธารถะ” ได้ยินเสียงร่ำลือถึงชายแจวเรือผู้รอบรู้ปราดเปรื่องยิ่งนัก จึงได้เดินทางมาพบชายแจวเรือ และ จำได้ว่าคือ “สิทธารถะ” เพื่อนเก่านั่นเอง ทั้งสองได้สนทนากันด้วยเรื่องต่างๆมากมาย “โควินทะ” สังเกตได้ว่าความคิดของ “สิทธารถะ” ฟังดูแปลกพิกล จึงได้เตรียมตัวลาจากไป แต่สุดท้ายก่อนอำลา “โควินทะ” ผู้ยังมีทุกข์ร้อนในใจ ยังไม่ถึงฝั่งแห่งพระนิพพานได้ จึงขอร้องให้ “สิทธารถะ” บอกอะไรบางอย่างอีกซักครั้ง เพื่อท่านจะได้นำไปเป็นแนวทางขบคิดเพื่อหนทางแห่งความสิ้นทุกข์ต่อไป

“สิทธารถะ” ..... ได้ให้ “โควินทะ” โน้มตัวก้มเข้ามา และ ให้จุมพิตที่หน้าผากของท่าน และ ในวินาทีนั้นเอง สิ่งอัศจรรย์ได้บังเกิดขึ้นแก่ “โควินทะ” ความรู้สึกมีตัวตนได้ดับไป น้ำตาได้ไหลอาบใบหน้าอันชราภาพของ “โควินทะ” โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกภายในนั้น ราวกับถูกแผดเผาด้วยความรัก บังเกิดศรัทธา เลื่อมใสอย่างท่วมท้นในหัวใจ และ พระ “โควินทะ” ได้ค้อมเศียรคารวะจนจรดพื้นดิน แด่ผู้ที่นั่งไม่ไหวกาย รอยยิ้ม แห่งผู้นั้น ได้เตือนให้ท่านรำลึกถึงทุกสิ่ง ที่ท่านเคย ... รัก ... ยินดี สิ่งที่เคยทรงคุณค่า และ น่าเคารพบูชาในชีวิตของท่านเอง

และ บัดนี้ ..... “พระโควินทะ” ก็ได้บรรลุถึงฝั่งแห่งความสิ้นทุกข์เฉกเช่น “สิทธารถะ” แล้ว เช่นกัน ... !!

6 / 10

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/11/2003 10:39 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


สิทธารถะผู้เป็นปัจเจกพุทธะแห่งยุคสมัยฯ ..... สิทธารถะผู้เรียนรู้สัจจะจากน้ำ ผู้เข้าถึงความสงบโดยละอาสวะออกจากจิตใจอันเกลี้ยงเกลา และ เป็นบุรุษผู้มอบศรัทธาแห่งธรรมแก่โควินทะสหายรัก จะเปรียบได้มั้ยว่า สิทธารถะ ผู้นี้ ผู้มีรูปกายอันงดงาม ดุจดังมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในโลกธรรม สิทธารถะผู้เข้าถึงฝั่งแห่งสัมมาสัมพุทธะ และ เพียงการสนทนาธรรมแรกของท่าน สามารถนำแสงแห่งธรรมอันอัศจรรย์ให้บังเกิดขึ้นแก่โควินทะผู้เคยรักและศรัทธาในตัวท่าน สนทนาธรรมแรกของท่านนั้น เปรียบได้ดังธรรมจักรกัปปวัตตนะสูตร ได้หรือไม่ ?

และ โควินทะสหายรักผู้เคยรัก ..... และ ภักดีต่อสิทธารถะ คือตัวแทนของหมู่ปัจจวัคคีย์ทั้ง ๕ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยศรัทธาและยึดมั่น แต่สุดท้ายก็ทอดทิ้งพระพุทธเจ้าไป เพื่อวิถีที่เห็นว่าถูกต้อง และ โควินทะผู้นี้อาจยังเป็นตัวแทนของโกณฑัญญะอรหันตเจ้า ผู้ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาว่า คือภิกษุองค์แรก และหรือ คือบุตรชายคนโตของพระพุทธศาสนา ได้หรือไม่ ?

7 / 10

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/11/2003 10:42 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


ย้อนกลับไปในวัยเด็กของสิทธารถะ ..... บุตรน้อยแห่งผู้นำพราหมณ์ มิใช่ท่านหรอกหรือ ผู้เป็นความหวังของบิดา และ เหล่าพราหมณ์ทั้งหลาย ที่หวังจะให้ท่านเป็นผู้นำพราหมณ์ในภายภาคหน้า เหตุการณ์นี้ เปรียบได้ดังเจ้าชายน้อยสิทธัตถะผู้ฉลาดปราดเปรื่อง และ เป็นความหวังของพระราชบิดาผู้หวังจะให้ครอบครองราชบัลลังก์ศากยวงศ์ในภายภาคหน้า และ อาจเป็นถึงมหาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไปในทุกทิศทั่วแผ่นพื้นชมพูทวีป และ การที่สิทธารถะต้องจากบิดาของท่านไปด้วยจิตอันแสวงหา และ ได้เข้าเป็นศิษย์ของนักบวชหมู่หนึ่ง ก็หาได้ต่างจากการที่สิทธัตถะหนีพระราชบิดาออกบวช และ เข้าเป็นศิษย์ของอุทกดาบส และ อาฬารดาบส แต่อย่างใดไม่ ?

การที่สิทธารถะได้เจอกมลาและมีบุตรกับนาง ..... ก็เปรียบทั้งสองได้กับ พระนางยโสธารา และ ราหุล ผิดก็แต่ในตอนสุดท้ายบุตรน้อยของท่านได้หนีจากท่านไป แต่ก็ไม่แน่นะ ถ้าเฮสเซได้เขียนภาคต่อไป สิทธารถะอาจรอให้บุตรของท่านโตกว่านี้ แล้วค่อยสอนท่านถึงวิถีแห่งแม่น้ำ ไม่นานบุตรของท่าน ก็อาจเข้าถึงธรรม เฉกเช่นราหุลในกาลต่อมาก็ได้ ?

8 / 10

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/11/2003 10:45 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
 


นิยายเรื่องนี้ ..... เฮสเซพยายามจะสร้างสิทธารถะ และ เหตุการณ์บางเหตุการณ์ ให้คล้ายกับประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คงจะเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า แม้คนธรรมดาสามัญไม่ได้มีเลือดเนื้อเชื้อกษัตริย์ก็อาจบรรลุถึงธรรมได้ และ ก็อาจบรรลุได้จากการเรียนรู้จากสรรพสิ่งรอบตัว ไม่เว้นแม้แต่น้ำ หรือ อาจจะเป็นดิน ลม และ ไฟ หรือ อะไรก็ตาม

- แต่ในความเป็นจริงสามารถเป็นเช่นนั้นได้หรือ ?
- สัมมาสัมพุทธะ สามารถเกิดร่วมสมัยกันได้หรือ ?
- ฉะนั้นปัจเจกพุทธะ จะเกิดร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้า ได้อย่างไรกัน ย่อมเป็นไปไม่ได้เช่นกัน ใช่มั้ย ?


จริงอยู่ ธรรมนั้นเป็นอกาลิโกฯ ..... ไม่ว่าจะมีผู้ค้นพบธรรมหรือไม่ ธรรมนั้นก็มีอยู่ และ ก็ไม่จำกัดการเข้าถึงการบรรลุธรรมของผู้หนึ่งผู้ใด ทุกคนสามารถเข้าถึงธรรมได้ แต่นั่นก็ต้องเป็นไปตามวิวัฒนาการของการสร้างสมบารมีที่มากพอ และ เหมาะแก่ธรรมนั้น และ การเข้าถึงนั้นก็ต้องพร้อมกับเหตุปัจจัยที่เหมาะสมแก่เวลาของตนอีกด้วย

9 / 10

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/11/2003 10:50 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


ในกรณีของสิทธารถะ ..... ก็อาจเชื่อได้ว่าท่านสามารถบรรลุถึงธรรมได้ แต่ท่านไม่สามารถเป็นสัมมาสัมพุทธะได้ คงเป็นได้เพียงแค่ปัจเจกพุทธะผู้รู้เฉพาะตน และ สัมมาสัมพุทธะไม่อาจเกิดร่วมสมัยกันได้ ...!!!

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ..... นับได้ว่า เฮสเซได้แต่งนิยายเรื่องนี้ได้ยอดเยี่ยม ทั้งถ้อยภาษาที่คมคาย สละสลวยยิ่ง ใครได้อ่านแล้วก็ต้องนึกชมชอบในภาษาของท่านเป็นธรรมดา สมแล้วกับรางวัลโนเบิล แต่การนำแนวความคิดการดำเนินเรื่องมาจากพุทธประวัติ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาได้อย่างเด่นชัด แต่กระนั้น ก็เป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้อ่านชวนขบคิดยิ่งนัก ... ?????

10 / 10

___________________________________________________


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/11/2003 10:53 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
  ขอบคุณมากค่ะ น้องน้ำตาล
อ่านแล้วได้แง่คิดดี พร้อมกับความเพลิดเพลินค่ะ

ขอให้น้องมีความสุขสนุกกับการทำงาน และ มีสุขภาพกาย-ใจ สมบูรณ์แข็งแรงนะคะ

ด้วยรัก,
พี่มนต์
 
     
    By: มนต์  Mail to มนต์   10/11/2003 08:36 AM  (202.129.15.82)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
  หากเรื่องนี้เป็นนิยาย ก็แล้วไปนะ แต่.......... ในสมัยที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาอุบัติเกิดขึ้นในโลก ในสมัยนั้นจะไม่มีทางอุบัติขึ้นแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้าแห่งยุคสมัยนั้นได้เลย.... อันนี้เป็นข้อสังเกต การอุบัติเกิดขึ้นของพระปัจเจกพุทธะต้องอยู่นอกกาลสมัย.... ลองค้นหาดู หรือ ปรึกษาท่านผู้รู้นะ ว่ามีการเข้าใจอะไรผิดพลาดไหม
 
     
    By: seksit_supa     10/11/2003 05:27 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
  พระปัจเจกพุทธเจ้า คือ พระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ได้ด้วยตนเอง แต่มิได้สะสมบารมีเพื่อโปรดสัตว์อื่น จึงไม่สามารถสั่งสอนผู้อื่นให้บรรลุถึงธรรมได้ (แต่ผู้อื่นมีบารมีพอที่จะเข้าถึงพระธรรมได้เพีัยงเห็นท่าน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ตรัสรู้เองโดยชอบแล้ว สอนผู้อื่นให้รู้ตาม, ท่านผู้รู้ดีรู้ชอบด้วยตนเองก่อนแล้ว สอนประชุมชนให้ ประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ; พระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ที่ใกล้กาลปัจจุบันที่สุดและคัมภีร์กล่าวถึงบ่อยๆ คือพระวิปัส- สี พระสิขี พระเวสสภู พระกกุสันธะ พระโกนาคมน์ พระกัสสป และพระโคดม; พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์แห่งภัทรกัป ปัจจุบันนี้ คือ พระกกุสันธะ พระโกนาคมน์ พระกัสสปะ พระโคดม และพระเมตเตยยะ (เรียกกันสามัญว่าพระศรีอาริย์ หรือพระศรีอริยเมตไตรย); พระพุทธเจ้า ๒๕ พระองค์นับแต่พระองค์แรกที่พระโคตมพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าพระองค์ ปัจจุบัน) ได้ทรงพบและทรงได้รับการพยากรณ์ว่าจะได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า (รวม ๒๔ พระองค์) จนถึงพระองค์เอง ด้วย คือ ๑. พระทีปังกร ๒. พระโกณฑัญญะ ๓. พระมังคละ ๔. พระสุมนะ ๕. พระเรวตะ ๖. พระโสภิตะ ๗. พระ อโน มทัสสี ๘. พระปทุมะ ๙. พระนารทะ ๑๐. พระปทุมุตตระ ๑๑. พระสุเมธะ ๑๒. พระสุชาตะ ๑๓. พระปิยทัสสี ๑๔. พระอัตถทัสสี ๑๕. พระธัมมทัสสี ๑๖. พระสิทธัตถะ ๑๗. พระติสสะ ๑๘. พระปุสสะ ๑๙. พระวิปัสสี ๒๐. พระ สิขี ๒๑. พระเวสสภู ๒๒. พระกกุสันธะ ๒๓. พระโกนาคมน์ ๒๔. พระกัสสปะ ๒๕. พระโคตมะ (เรื่องมาในคัมภีร์ พุทธวงส์ แห่งขุททกนิกาย พระสุตตันตปิฎก); ดู พุทธะ ด้วย ข้อควรทราบบางประการเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน ตามที่ตรัสไว้ในคัมภีร์พุทธวงส์ คือ พระองค์ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม (โคตมพุทธ) เจริญในศากยสกุล พระนครอันเป็นถิ่นกำเนิดชื่อกบิลพัสดุ์ พระบิดาคือพระเจ้าสุทโธทนะ พระมารดามีพระนามว่า มายาเทวี ทรงครองฆราวาสอยู่ ๒๙ ปี มีปราสาท ๓ หลังชื่อ สุ- จันทะ โกกนุท และโกญจะ มเหสีพระนามว่ายโสธรา โอรสพระนามว่าราหุล ทอดพระเนตรเห็นนิมิต ๔ ประการแล้ว เสด็จออกผนวชด้วยม้าเป็นราชยาน บำเพ็ญทุกรกิริยาอยู่ ๖ ปี ประกาศธรรมจักรที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมือง พาราณสี พระอัครสาวกทั้งสอง คือ พระอุปติสสะ (พระสารีบุตร) และพระโกลิตะ (พระมหาโมคคัลลานะ) พุทธ อุปัฏฐากชื่อว่าพระอานนท์ พระอัครสาวิกาทั้งสองคือ พระเขมา และพระอุบลวรรณา อุบาสกสองผู้เป็นอัครอุปัฏฐาก คือ จิตตคฤหบดี และหัตถกอุบาสกชาวเมืองอาฬวี อุบาสิกาสองผู้อัครอุปัฏฐายิกา คือ นันทมารดา และอุตราอุบาสิกา บรรลุสัมโพธิญาณที่ควงไม้อัสสัตถพฤกษ์ (คือต้นโพธิ์ได้แก่ไม้อัสสัตถะ) มีสาวกสันนิบาต (การประชุมพระสาวก) ครั้งใหญ่ ครั้งเดียว ภิกษุผู้เข้าร่วมประชุม ๑,๒๕๐ รูป คำสั่งสอนของพระองค์ผู้เป็นศากยมุนี เจริญแพร่หลายกว้างขวาง งอกงามเป็นอย่างดีบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว เป็นประโยชน์แก่ประชาชนจำนวนมาก

----------------------------------------------------------------
พระพุืทธเจ้าย่อมไม่อุบัติในเรื่องกาลสมัยเดียวกัน (เพราะมีโควต้ามา) นั่นคืิอ พุทธกาลที่เป็นช่วงของการเผยแพร่ของศาสนาของตน

แต่ พระปัจเจกพุทธเจ้า สามารถอุบัติขึ้นได้ไม่จำกัด ถ้ามีผู้มีบารมีมาตรัสรู้พร้อมๆกัน ซึ่งไม่มีผลกระทบใดๆมากมายนัก เพราะ ท่านตรัสรู้เพื่อตัวท่านเอง

การที่พระปัจเจกจะเกิดในพุทธกาล นั้น คงเป็นไปได้ยาก เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้าในกาลนั้น ยังคงเผยแพร่อยู่้

พระปัจเจกอาจจะจุติลงมา่เพื่อเพิ่มบุญบารมี และ เลืิอกการอุบัติในกาลอื่นๆแทน
 
     
    By: พี่เก่ง     10/11/2003 06:08 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
  ขอบคุณ พี่ๆ ทุกๆ คน มากๆ นะคะ
ที่กรุณาตั้งข้อสังเกต และ แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ให้พวกเราได้มีความรู้ในเรื่องราวของพระพุทธศาสนา มากๆ ยิ่งขึ้น


ขอบคุณมากๆ คะ โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   14/11/2003 02:03 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
  การดูลักษณะ 32 ประการในบุคคลว่าเป็นพระพุทธเจ้าหรือไม่ ดังนี้

๑. มีพระบาทประดิษฐ์ฐานอยู่ด้วยดี

๒. มีลายจักร อันมีซี่กำพันหนึ่ง มีกง มีดุม บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง เกิดภายใต้ฝ่าพระบาททั้งสอง

๓. ทรงมีพระส้นยาว

๔. ทรงมีพระองคุลียาว

๕. ทรงมีฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่ม

๖. ทรงมีพระหัตถ์และฝ่าพระบาทเป็นลายตาข่าย

๗. ทรงมีพระบาทสูงนูน

๘. ทรงมีพระชงฆ์เรียวดังแข้งเนื้อทราย

๙. ทรงประทับยืนตรง ไม่ค้อมลง ฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองลูบคลำพระชานุมณฑล

๑๐. ทรงมีพระคุยหฐานเร้นอยู่ในฝัก

๑๑. ทรงมีพระฉวีวรรณดังทองคำ

๑๒. ทรงมีพระฉวีละเอียดดังผิวทองคำ เพราะทรงมีพระฉวีละเอียดฝุ่นละอองไม่ติดพระกาย

๑๓. ทรงมีพระโลมาขุมละเส้น

๑๔. ทรงมีพระโลมาปรายงอนขึ้นเบื้องบนทุกเส้น สีเขียวดังดอกอัญชันขดเป็นมณฑลทักษิณาวัฏ

 
     
    By: แม่หมอ     18/11/2003 07:54 PM  (203.147.0.44)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
  ๑๕. ทรงมีพระกายตรงดังกายพรหม

๑๖. ทรงมีพระกายเต็มในที่ ๗ แห่ง

๑๗. มีพระกายเต็มดังกึ่งกายเบื้องหน้าแห่งสีหะ

๑๘. ทรงมีพระปฤษฎางค์เต็ม

๑๙. ทรงมีปริมณฑลดังต้นนิโครธ มีพระกายกับวาเท่ากัน

๒๐. ทรงมีพระศอกลมเสมอ

๒๑. ทรงมีเส้นประสาทสำหรับรับรสหมดจดดี

๒๒. ทรงมีพระหนุดังคางราชสีห์

๒๓. ทรงมีพระทนต์ ๔๐ ซี่

๒๔. ทรงมีพระทนต์เสมอกัน

๒๕. ทรงมีพระทนต์ไม่ห่าง

๒๖. ทรงมีพระทาฐะอันขาวงาม

๒๗. ทรงมีพระชิวหาใหญ่ยาว

๒๘. ทรงมีพระสุรเสียงดังเสียงพรหม

๒๙. ทรงมีพระเนตรดำสนิท

๓๐. ทรงมีดวงพระเนตรดังตาโค

๓๑. ทรงมีพระอุณาโลมขาวละเอียดอ่อนดังสำลี เกิดระหว่างพระขนง

๓๒. มีพระเศียรกลมเป็นปริมณฑลดังประดับด้วยกรอบพระพักตร์


ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เป็นความรู้สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้
และเป็นการทบทวนความรู้ของผู้ที่รู้แล้ว

ส่วนความเห็นส่วนตัวนั้นกระผมคิดว่าจะรู้ว่ามีพระเมตไตรยโพธิสัตว์หรือไม่นั้นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ
เพราะเราควรจะมีความศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ของเรา
และพยายามปฏิบัติตนเองให้เป็นผู้ใกล้จากกิเลสเสียเองมากกว่า

"รู้ก็สักแต่ว่ารู้ เห็นก็สักแต่ว่าเห็นฯ วางเฉยไว้ภายในใจอยู่เสมอ
อภิชฌาและโทมนัสก็จะไม่เกิดแล"

อ้างอิง : พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ๓. มหาปรินิพพานสูตร (๑๖)

พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕ มหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ

โดย : แมวน้อย [ 31/10/2003 , 13:
โฮมเพจห้องโหรหมายเลข9เวบ
http://www.geocities.com/honghon9 โดยแม่หมอแมวน้อย =o^_^o=
 
     
    By: แม่หมอ     18/11/2003 08:18 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
  หมั่นเจริญสติปัฏฐานสี่เถิด เมื่อบังเกิดผลแล้ว ก็ไม่ต้องเพียรไปถามคนนั้นคนนี้ เพราะตัว "รู้หนอ" จะเป็นผู้บอกเราและอยู่ในตัวเอง  
     
    By: เอกชน     21/11/2003 04:06 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
  ถามถึงเหตุที่ไม่มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นพร้อมกัน ๒ พระองค์

ข้าแต่พระนาคเสน สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า
"พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เกิดพร้อมกันในโลกธาตุอันเดียว." ก็พระตถาคตเจ้าทั้งปวง เมื่อจะทรงแสดงธรรม ก็ทรงแสดงโพธิปักขิยธรรม ๓๗ อริยสัจ ๔ เมื่อจะให้ศึกษาก็ให้ศึกษาในไตรสิกขา ( ศีล สมาธิ ปัญญา ) เมื่อจะทรงพร่ำสอนก็ทรงพร่ำสอนในอัปปมาทปฏิบัติ (การเป็นผู้ไม่ประมาท) เหมือนกันทั้งสิ้น
แต่เหตุไรจึงไม่เกิดพร้อมกัน ๒ องค์โยมเห็นว่า ถ้ามีพระพุทธเจ้าเกิดพร้อมกันหลายองค์ จะทำให้เกิดประโยชน์สุขแก่โลกมากยิ่งขึ้น แต่เหตุไรจึงเกิดพร้อมกับ ๒ องค์ไม่ได้ โยมสงสัย

ขอถวายพระพร หมื่นโลกธาตุนี้ ทรงไว้ได้เพียงพระคุณธรรมของพระพุทธเจ้า คราวละพระองค์เดียวเท่านั้น ถ้ามีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นพร้อมกันถึง ๒ พระองค์ หมื่นโลกธาตุนี้ก็จะทรงอยู่ไม่ไหว จักถล่มทะลายไป
"เรือที่พอนั่งคนเดียวได้ เมื่อมีผู้มานั่ง ๒ คน เรือนั้นจะทรงอยู่ได้หรือไม่ ?"
"ไม่ได้ พระผู้เป็นเจ้า เรือนั้นต้องจม"
"ข้อนี้ก็อุปมาฉันนั้นแหละ มหาบพิตรอีกประการหนึ่ง บุรุษกินข้าวอิ่มแล้ว มีผู้ให้กินข้าวอีกเท่านั้นลงไป บุรุษนั้นจะเป็นสุขหรือไม่ ?"
"ไม่เป็นสุข พระผู้เป็นเจ้า ถ้าเขาขืนกินลงไปให้มากอีกเท่านั้น เขาก็ต้องตาย"
"ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร อีกอย่างหนึ่ง มีเกวียนอยู่ ๒ เล่ม บรรทุกเต็มไปด้วยรัตนะเหมือนกัน แต่เมื่อมีผู้มาขนเอารัตนะจากเกวียนอีกเล่มหนึ่ง ขึ้นไปบรรทุกรวมเกวียนเล่มเดียวกัน เกวียนเล่นนั้นจะทรงไหวไหม ?"
"ไม่ไหว พระผู้เป็นเจ้า เกวียนเล่มนั้นดุมต้องแตก กำต้องหัก กงต้องทรุดลง เพลาต้องหัก เพราะหนักเกินไป"
"ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร แต่ขอให้พระองค์ทรงสดับเหตุอื่นต่อไปอีก คือถ้ามีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดขึ้นพร้อมกัน ๒ พระองค์ ความวิวาทของพุทธบริษัทก็จักมีขึ้นคือ ต่างฝ่ายก็จะยกย่องพระพุทธเจ้าของตน เปรียบเหมือนบริวารของอำมาตย์ผู้ใหญ่ ๒ คน ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ยกย่องนายของตนฉะนั้น
อนึ่ง ถ้ามีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นพร้อมกันถึง ๒ พระองค์ คำว่า

อัคโค พุทโธ พระพุทธเจ้าเป็นอัครบุคคลนั้น คำนี้มิผิดไปหรือ
เชฏโฐ พุทโธ พระพุทธเจ้าเป็นผู้เจริญที่สุดก็จะผิด
วิสิฏโฐ พุทโธ พระพุทธเจ้าประเสริฐกว่าเทพยดามนุษย์นั้นก็ผิด
อุตตโม พุทโธ พระพุทธเจ้าเป็นผู้อุดมก็จะผิดไปสิ้น ดังนี้ เป็นต้น
(ยังมีอีก)

อีกประการหนึ่ง ธรรมดามีอยู่ว่า ในแผ่นดินใหญ่หนึ่ง ๆ ก็มีสาครใหญ่เพียงหนึ่งเขาสิเนรุราชเพียงหนึ่ง อากาศเพียงหนึ่ง ท้าวสักกะเพียงหนึ่ง มารเพียงหนึ่ง มหาพรหมเพียงหนึ่งเท่านั้น
ด้วยเหตุเหล่านี้แหละ จึงไม่มีพระพุทธเจ้าเกิดพร้อมกันถึง ๒ พระองค์ ขอถวายพระพร

ข้าแต่พระนาคเสนปัญหาข้อนี้ พระผู้เป็นเจ้าแก้ไขดีด้วยเหตุการณ์หลายอย่าง โยมขอรับว่าถูกต้องดีทั้งนั้น

จาก
http://www.watkoh.com/to/milin/ml27.htmและ
หนังสือ มิลินทปัญหา ฉบับพร้อมด้วยอรรถกถา ฎีกา
ชำระโดย พระธรรมมหาวีรานุวัตร (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2: 3 ธันวาคม 2509)

--------------------------------------------------------
โดย : พี่เก่ง (203.107.130.10) เมื่อ : 6/12/2003 11:57 AM
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/12/2003 03:38 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
  อ่านแล้ว แล้วก็เข้าใจ ก็คนธรรมดาแต่งด้วยสติปัญญาที่เขามี
เข้าใจมันก็ได้แค่นี้ ถ้าเขาบรรลุธรรมจะแต่งออกมาอีกแบบไง
 
     
    By: wm  Mail to wm   8/12/2003 11:17 AM  (203.27.83.33)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
  ย้ำว่าในความเห็นของผมนะ พระปัจเจกพุทธเจ้า ไม่สามารถ เกิดร่วมสมัยกับ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้

เหตุเพราะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้เองโดยชอบ แล้วประกาศพระศาสนา ผู้อื่นฟังตาม จึงเรียกว่าสาวกทั้งปวง

ยกเว้นพระโพธิสัตว์ ผู้บำเพ็ญเพียรในบารมีธรรม จะลงมาในโลกเพื่อสั่งสมบารมีแต่ไม่บรรลุธรรมในพระพุทธเจ้าทุกพระองค์

เมื่อถึงกาลสมัยที่ไม่มีพระพุทธเจ้า และ ไม่มีพระพุทธศาสนา หรือกล่าวอีกอย่างว่า ธรรมอันตรธานหายไปจากใจมนุษย์ในโลก ในกาลนั้นจึงจะเกิดพระปัจเจกพุทธเจ้าได้(เพราะท่านตรัสรู้เองเช่นกัน แต่ไม่ตั้งพระศาสนา เพราะเกินกำลังแห่งญาณทัศนะ)

อย่าเสียทีที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา อย่าหวังรอชาติหน้า พระพุทธเจ้าองค์ต่อไป เพราะเราไม่รู้ว่า ชาติหน้าเราจะเกิดเป็นอะไร ใช่ไหม?!?!?!

ไม่ทราบถูกผิดประการใด ลองถามท่านผู้รู้อีกทีนะ
 
     
    By: นรชาติ     8/12/2003 04:08 PM  (202.57.160.158)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
  ถึงคุณน้ำตาล

ผมสนใจใฝ่หาหนังสืิอสิทธารถะฉบับสีมนแปล
บังเอิญผมตั้งใจตะเวนหาซื้อหนังสือสิทธารถะ โดยใช้เวบgoogle และได้มาเจอกระทู้คุณเข้า
ผมกำลังตะเวนหาซื้อหนังสือเล่มดังกล่าวอยู่ ผมอ่านเล่มนี้หลายครั้งแล้ว ฉบับสดใสแปล แต่ก็ยังหาซื้อไม่ได้มีแต่ฉบับถ่ายเอกสารจากห้องสมุดมหาลัย (ผมมีเฮสเส เล่มอื่นบ้าง หาซื้อจากตลาดหนังสือมือสอง)

ผมรู้ว่าฉบับสีมนแปลเพิ่งพิมพ์ขาย แต่ไม่รู้จะไปหาซื้อที่ไหน นอกจากกรุงเทพ เพราะผมอยู่ต่างจังหวัด
ถ้าไม่เป็นการรบกวน โปรดแนะนำ้ด้วยครับ

ด้วยความชื่นชม
ณรงค์ฤทธิ์ สุมาลี
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
 
     
    By: ณรงค์ฤทธิ์  Mail to ณรงค์ฤทธิ์   17/02/2004 10:12 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 25  
     
  ตาล สั่งซื้อหนังสือที่นี่นะคะ
http://www.silkwormbooks.info/Web%20thai/fiction1.htm

ห้างหุ้นส่วนจำกัด สำนักพิมพ์ซิลค์เวอร์ม
104/5 ถ.เชียงใหม่-ฮอด หมู่ 7 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ 053-271889 โทรสาร 053-275178

E-mail silkworm@loxinfo.co.th http:// www.silkwormbooks.info


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   17/02/2004 10:28 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 26  
     
  คุณน้ำตาล

ผมได้แหล่งแล้วจะลองติดต่อดู, ขอแสดงความขอบคุณต่อน้ำใจที่มีให้
และหวังว่าคงได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอื่นๆในโอกาสต่อไปครับ

ขอแสดงความชื่นชม
 
     
    By: ณรงค์ฤทธิ์     18/02/2004 05:42 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 27  
     
  มาโม้่มั่ง
ของเรามีสามเวอร์ชั่นแหน่ะ
เพิ่งเจอเมื่อเดือนก่อนในห้องสมุดส่วนของศาสนา
เก๋ากึ๊กเลย ว่างๆจะถ่ายหน้าปกมาลง
 
     
    By: พี่เก่ง     18/02/2004 07:43 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 28  
     
  เพิ่งรู้ว่ามีคนสนใจในเรื่องศาสนาอย่างลึกซื้งขนาดนี้
ผมเป็นเด็กวัดอยู่สิบสองปี...อาศัยข้าวก้นบาตรเลี้ยงชีวิต
ยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องพวกนี้เลยครับ
อ่อ....ยังไงผมก็เห็นว่า
พระปัจเจกพุทธเจ้ากับพระพุทธเจ้า
ไม่สามารถอุบัติร่วมสมัยกันได้
ก็..คิดว่าเป็นแบบเดียวกับที่
พระนาคเสนตอบปัญหาพระเจ้ามิลินท์นั่นแหละครับ
ที่เขาเขียนไว้ข้างบนอ่ะ
 
     
    By: อุ้ยคำ     23/07/2004 11:29 AM  (203.113.32.8)
 

 
  หัวข้อ : 29  
     
  ผมก็อ่านหนังสือ Siddhartha เหมื่อนกันครับ

ต้องบอกว่า ผมชอบมากๆ เกี่ยวกับเรื่องราว.. และภาษาที่สวยงาม...
แต่รู้ไม๊ครับว่ามีหนังออกมาฉายด้วยเป็นภาพยนตร์ DVD ผมรู้
แต่ไม่รู้ว่าจะหาซื้อที่ไหน ถ้าทราบรบกวนบอกผมด้วยหน่อยน่ะครับ..
 
     
    By: DJ.Phong  Mail to DJ.Phong   12/11/2004 12:33 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 30  
     
  ไม่ทราบเหมือนกันคะ :-)

แต่ลองค้นหาและติดต่อสั่งซื้อดู ที่นี่นะคะ .....

http://www.google.co.th/search?hl=th&q=SIDDHARTHA+%2C+DVD&meta=

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/11/2004 12:50 PM  (202.44.14.194)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.