| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



คืนวันของ "เจ้าทุย"
     
 


คืนวันของ "เจ้าทุย"

บทความนี้ เกิดจากการเชิญชวนของ คุณตุ๋ย ชมรม ..... คุณตุ๋ย ชมรม บอกว่าจะทำ ชมรมคนรักควาย ในเว็บไซต์ http://www.carabao.info แล้วขอให้ตาลช่วยออกความคิดเห็นหน่อย ตาลก็ไม่ได้รู้จัก “ควาย” เป็นการส่วนตัวมากมายนะ เพราะตาลเกิดที่กรุงเทพฯ นาน..นาน ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดที ก็จะเห็นควาย ซึ่งเป็นเรื่องตื่นเต้นมากสำหรับตาล ตอนที่ยังเป็นเด็กตัวเล็ก..เล็ก ชอบมากที่จะเห็นควายไถนา และ ได้ขึ้นขี่หลังควาย เคยแต่ขี่ม้า นึกว่าขี่ควายจะดูง่าย…ง่าย เห็นตัวกว้าง..กว้าง ใหญ่..ใหญ่ แต่พอขึ้นไปอยู่บนหลังควายจริง..จริง น่ากลัวออกนะ ยิ่งถ้าควายตัวนั้นมีเขาแหลม...แหลมด้วย น่ากลัวจะลื่นไปเสียบกับเขาจัง

“เจ้าทุย” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ควาย” ..... มีความผูกพันอยู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน และ ดูเหมือนเจ้าทุยจะมีฐานะต่ำต่อยเสียเหลือเกิน ถ้าใครถูกเปรียบเทียบว่า เป็นควาย ก็แสดงว่า คนนั้นฉลาดน้อยหรือพูดให้ชัดๆ ขึ้นอีกนิด ก็คือ โง่ นั่นเอง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ควายมีประโยชน์มากกว่าคน

ตอนที่ควายมีชีวิต เค้าก็ยังช่วยชาวนาทำนา
พอควายตาย หัวควายยังโชว์ที่ผนังหน้าบ้านได้ คงไม่มีบ้านไหนตัดเอาหัวคนมาโชว์
เนื้อของควาย ก็ยังกินได้ ถึงจะเหนียวไปหน่อย แต่คนที่รู้จักทาน ก็สามารถทำได้อร่อยน่าทานทีเดียว
หนังของควาย ก็ยังไปทำประโยชน์อื่นๆ ได้อีกมากมาย

แต่มาวันนี้ ควาย ของเรา ..... ถูกทอดทิ้งให้ต่อสู้ ความอดอยาก หิวโหย อยู่เพียงลำพัง ตามต่างจังหวัด บางบ้านก็ปล่อยเจ้าทุยของเราผูกโยงไว้ใต้ถุนบ้านอย่างเดียวดาย ด้วยอาจเพราะเค้าหรือเธอ แก่จนหมดสภาพที่จะใช้งานได้แล้ว บางบ้านก็ตัดสินใจขายควายไป เพราะลูกหลานไม่สนใจรับเลี้ยงควายนั้นต่อ ประกอบกับปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไป มีวิวัฒนาการของเครื่องจักรมาช่วยผ่อนแรง ใครๆ ก็พากันไปใช้ควายเหล็กกันหมด

ตาลรู้จัก ควาย บุญเลิศ ..... ที่เป็นดาราเด่นจากภาพยนตร์เรื่องบางระจัน ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว หลังจากที่สุขภาพเริ่มทรุดโทรม จากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องบางระจัน เป็นที่เสียใจแก่เจ้าของและชาวบ้านในพื้นที่พนัสนิคมเป็นจำนวนมาก ในที่สุด ควายที่มีเขาสวยที่สุด ที่ตาลเคยเห็นมาในชีวิต ก็หมดลมไปจนได้ เค้าบอกกันว่าควายตัวนั้น เป็นโรคชราตาย เสียดายมาก หาควายที่มีเขางามขนาดนั้น คงไม่ได้ง่ายๆ เหมือนกับเค้าเกิดมา เพื่อมีส่วนร่วมในหนังเรื่องบางระจัน พอหนังถ่ายจบหมดเรื่องก็จากไป

แต่ถ้าคิดอีกแง่หนึ่ง ..... ควายบุญเลิศ ก็ไปสบายแล้ว อาจไปเป็นเทวดา
หรือ มาเกิดใหม่เป็นคนก็ได้ หวังว่าคงอยู่สบายกว่าตอนเป็นควายนะ บุญเลิศ..!!!


คนเล่นหนังกับควายที่ถูกพามาเล่นหนังต่างกัน ตรงที่ว่า ..... คนเล่นแล้ว ได้เงิน ได้ใช้เงินของตัวเอง แต่ควายบุญเลิศ เล่นเสร็จแล้ว คนเป็นฝ่ายได้เงิน ควายเหนื่อย แต่ไม่ได้ใช้เงิน เพราะควายใช้ไม่เป็น ถ่ายทำไปกี่เทค ควายไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่เค้าให้วิ่งก็วิ่ง เขาลากมาถ่าย ก็มา ไม่ใช่เพราะอยากดัง

หนังได้เงินเยอะแยะขนาดนั้น ..... น่าจะคิดทำอะไร เพื่อระลึกถึงควายบ้าง นะคะ ...!!!


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
--------------------------------------------------------------
โดย น้ำตาล เมื่อ วันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2545, 13:44 น.

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    7/11/2003 03:57 PM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 2  
     
  เอาเพลงมาแจมกับคุณน้ำตาลด้วย
ภาพชีวิตชนบท กับเจ้าควายคู่ใจ เปรียบเทียบกับชีวิตคนกรุง
อย่างนี้ต้องถามคุณวิลิตซะแล้ว ว่าชีวิตในท้องทุ่ง กับชีวิตเมืองหลวง
แตกต่างกันอย่างไร คุณวิลิตอย่าลืมเล่าให้ฟังนะ...

--------------------------------------------------------------

เพลง ..... ข้างขึ้นเดือนหงาย
ผู้ขับร้อง ..... เลิศ ประสมทรัพย์

--------------------------------------------------------------

๏ ๏ ๏ ข้างขึ้นเดือนหงาย เราขี่ควายชมจันทร์
เพลิดเพลินใจฉัน โคมสวรรค์พราวพราย
ไขว่ห้างนั่งเฉย เออระเหยลอยชาย
เป่าขลุ่ยเพลงหนัง บนหลังควาย ชื่นพระพายโชยมา
..แม้ว่าต้องการ เพื่อนคุย ฉันมีเจ้าทุยสนทนา
พูดจาตอบถามตามประสา ลัดเลี้ยวคันนาตามชอบใจ
..สุขใจจริงหนอ เราไม่ง้อใครๆ เจอะหน้าคนรัก ก็รับไป
เป่าขลุ่ยสอดคล้องเราร้องไป ขี่ควายชมฟ้าเพลินตาเพลินใจ จันทร์แจ่มใสเต็มดวง

๏ ๏ ๏ ข้างขึ้นเดือนหงาย เราขี่ควายพาควง
แต่หนุ่มชาวเมืองหลวง พาคู่ควงเปลืองครัน
อยู่กรุงอยู่นา ไอ้มันก็ฟ้าเดียวกัน
ขี่ควายขี่เก๋ง ก็เหมือนกัน มันก็พระจันทร์ดวงเดียว
..เขาว่ารถยนต์ สบาย แต่ฉันว่า แพ้ควายแท้เทียว
อยู่กรุงไปไหนให้หวาดเสียว ปรู๊ดปร๊าดโครมเดียว เราก็ตาย
..ต้นข้าวอ่อนพริ้ว ชูยอดริ้วเรียงราย
ค่อยชมแช่มช้อย ค่อยเยื้องกราย ขี่ควายแช่มช้า ประสาควาย
อยู่นาสุขแสนเมืองแมนกลายๆ เดือนก็หงายพอกัน ..... ฯลฯ

--------------------------------------------------------------
โดย add เมื่อ วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2545, 11:18 น.
ฟังทำนองเพลงได้ที่นี่นะคะ ::: http://www.toursong.com/song/0640.htm
 
     
    By: add     7/11/2003 04:21 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
  เพลง ..... "กลิ่นโคลนสาบควาย"
โดย ..... ไพบูลย์ บุตรขัน

--------------------------------------------------------------

๏ ๏ ๏ อย่าดูหมิ่นชาวนาเหมือนดั่งตาสี
เอาผืนนาเป็นที่ พำนักพักพิงร่างกาย
ชีวิตเอยไม่เคยสบาย ฝ่าเปลวแดดแผดร้อนแทบตาย
ไล่ควาย ไถนา ป่าดอน
เหงื่อรินหยดหลั่งลงรดแผ่นดินไทย
จนผิวดำเกรียมไหม้ แดดเผามิได้อุธรณ์
เพิงพักกายมีควายเคียงนอน
สาบควายส่งกลิ่นเคล้าโชยอ่อน ยามนอนหลับแล้วใฝ่ฝัน

๏ ๏ ๏ กลิ่นโคลนสาบควายเคล้ากายหนุ่มสาว
แห่งชาวบ้านนาไม่ลอยเลิศฟ้าเหมือนชาวสวรรค์
หอมกลิ่นน้ำปรุงฟุ้งอยู่ทุกวัน กลิ่นกระแจะจันทร์
หอมเอยผิวพรรณนั้นต่างชาวนา
อย่าดูถูกชาวนาเห็นว่าอับเฉา
มือถือเคียว ชันเข่า เกี่ยวข้าวเลี้ยงเราผ่านมา
ชีวิตคนนั้นมีราคา ต่างกันแต่ชีวิตชาวนา
บูชากลิ่นโคลนสาบควาย ..... ฯลฯ

-----------------------------------------------------
โดย add เมื่อ วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2545, 18:27 น.
ฟังเสียงทำนองเพลงได้ที่นี่คะ ::: http://www.toursong.com/song/0161.htm
 
     
    By: add     7/11/2003 04:27 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
  ดีใจครับ ที่มีใครหลายๆ คน เริ่มนึกถึงเพื่อนเก่า....
โดยส่วนตัว..ผมเองนั้น ผูกพันกับควายอยู่หลายปี ตั้งแต่เล็กๆ จนจบ ป.๖
พ่อผม...มีควายอยู่ สิบกว่าตัว (ห้ามนับตัวผมด้วยนะ)
ทำไงได้ละครับ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ในจังหวัดเล็กๆ เงินเดือนเพียงน้อยนิด แค่จะเจียดเป็นค่าใช้จ่ายของลูกชายสุดที่รักทั้ง ๕ พระหน่อ เป็นค่าใช้จ่ายเรื่องเรียนในแต่ละเดือน ก็แทบหมดแล้ว
แม่ผม...อาชีพที่ไม่ยอมมีวันกเษียณคือแม่บ้าน และขายของชำเล็กๆ ประจำหมู่บ้าน ร้อยกว่าหลังคาเรือน กับที่ดินที่มีประมาณ ไร่กว่านิดหน่อย เพื่อไว้ปลูกผลไม้ท้องถิ่นและผักสวนครัว
เรียกว่า เดือนแทบจะไม่ชนเดือนกันเลยแหละ
ที่มาของควายก็เริ่มขึ้น.....

พ่อผม กู้เงินสวัสดิการมาก้อนหนึ่ง ซื้อควายมา ๕ ตัว เป็นเพศผู้ ๒ เพศเมีย ๔
อ๊ะ อ๊ะ อย่าคิดว่าผมบวกผิดไปล่ะ คือมีลูกติดท้องมาอีก ๑ ตัว (กำไร)
ในสภาพบ้านผมขณะนั้น ต้องเรียกว่าเป็นดงช้างป่าเสืออยู่เลย
การเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยาก...เช้ามาก็ปล่อยเข้าสวน ให้หากินหญ้าไปเรื่อย เสร็จแล้วพ่อผมก็ขี่ม้าไปทำงาน
กลางวัน แม่ผมก็ตักน้ำให้กิน....ฟูมฟักอยู่ ๒ ปี จำนวนประชากรควายก็เพิ่มขึ้น สถานที่ก็คับแคบไป จนวันหนึ่ง พ่อผมก็มีทางออก...เมื่อถึงฤดูทำนา จะมีคนมาติดต่อขอเช่า โดยตกลงค่าเช่าเป็นข้าวเปลือกหรือแบ่งลูกควายกัน ซึ่งขณะนั้น ผมยังเล็กๆ น่ารัก ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย หมดฤดูทำนาก็นำมาคืนกัน
ถึงเวลาปิดเทอมใหญ่ ประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ซึ่งไม่ใช่ฤดูทำนา พวกผมพี่น้องสุดหล่อประจำบ้าน (ลูกชายทั้งสิ้น) ก็จะช่วยกันเลี้ยง...

เช้าขึ้นมาก็ห่อข้าว มีปลาร้าสับยืนพื้น น้ำซักกระติก หนังสะติ๊ก เสียม ข้อง และกระป๋องน้ำ ช่วยกันถือคนละชิ้น ละอัน เปิดคอกได้ก็ขึ้นขี่ตัวของใครของมัน สนุกเฮฮา มีท้าแข่งกันบ้าง ตามวัยคะนอง จุดที่เรานำควายไปเลี้ยงจะเป็นพื้นที่ป่ารอบๆ หมู่บ้าน สายขึ้นมาก็จะมีเพื่อนๆ นำควายมาเลี้ยงเช่นกัน ซึ่งตรงนี้ต้องระวังให้ดี หากมีหลายฝูงเข้าจะต้องล่ามเชือกไว้บ้าง กันพวกชนกัน เพราะโดยส่วนมาก ควายทั้งหมดเมื่ออายุได้ประมาณ ๑ ปี เจ้าของก็จะสนตะพาย โดยใช้ไม้แหลมเจาะเข้าไปตรงกลางจมูก คล้ายๆ วัยรุ่นสมัยนี้ที่เจาะจมูกใส่ตุ้มหมูกนั่นละครับ (น่าจะเรียกสนตะพายได้เนอะ) เมื่อได้ที่แล้วก็จะเอาเชือกร้อยรูนั้นผูกชิดเขา จะติดตัวควายตัวนี้ไปจนกว่าเชือกจะเปื่อยขาด เมื่อจะล่ามความหรือนำไปไถนา ก็จะนำเชือกยาวอีกเส้น มาผูกต่อไปได้เลย เมื่อควายมีที่หากินแล้ว ก็ถึงคราผู้เลี้ยงต้องหาอาหารบ้าง ตรงนี้ใช้ความถนัดของแต่ละคนเป็นตัวเลือกเลยครับ พี่ชายผมขุดหากบเก่งมาก บางรูนะครับ ๒-๓ ตัวยังมีเลย ซึ่งกรรมวิธีก็ไม่ยาก เมื่อเจอรู จะใช้ไม้เล็กๆ แหย่เข้าไป ขยับไม้บ้างในบางครั้งเพื่อเปลี่ยนจุด หากนิ่มๆ หยุ่นๆ ก็เริ่มจะแน่ใจแล้ว พอชักไม้ออกมา จะดูปลายไม้อีกครั้งว่า มีเมือกติดมาหรือไม่ หากปลายไม้มีความชื้นละก็ เกือบจะ ๑๐๐% อยู่แล้ว ก็จะเริ่มขุดกันละ ผมก็จะยืนเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ มือถือไม้ขนาดพอเหมาะมือ เผื่อเป็นรูงูจะได้ออกกำลังกันหน่อย ขุดไป ควักดินออกไป ไม่นานเกินไป ก็จะเห็นเป็นโพรง เจ้าปูนาจะอยู่ข้างหน้า เมื่อจับปูใส่ข้องแล้ว ก็ถึงคราวกบบ้าง จบรูนี้ก็ไปรูโน้น จนกว่าจะเหนื่อยหรือเริ่มร้อน

ส่วนผมมันประเภทนักล่า อาวุธประจำตัวของผม ประกอบไปด้วย หนังสะติ๊ก แห หรือกระป๋องน้ำ หากเป็นหนังสะติ๊กผมก็ออกล่าประเภทนก โดยมีนกปรอด นกเขา นกคุ่ม เป็นหลัก หากเป็นแห - ละก็ (เด็กบ้านนอก ๖-๗ ขวบ เรื่องทอดแหหาปลาเรื่องจ้อยครับ) โน่นเลย หนองน้ำ ซึ่งพอถึงช่วงนี้น้ำจะลด เหลือไม่เกินเอวเด็กก็เสร็จผมละครับ ปลาเล็กปลาน้อย เก็บเรียบ เผื่อเย็นให้แม่ทอดมันให้กิน ที่บ้านผมเรียกว่าทำปลาเห็ดครับ ก็จะมีเครื่องแกง มะพร้าวขูด เนื้อปลาสับ ไข่ไก่ ใบมะกรูดหั่นฝอย ปรุงรส คลุกเคล้าผสมกันให้ดี ก็ปั้นลงทอดน้ำมันร้อนๆ (ผมทำกับข้าวเก่งครับ วันหลังว่าจะทำเป็นเมนูเด็ดๆ ฝากไว้กับคุณน้ำตาลดีมั้ย อิอิอิ) อร่อย.....

ถึงมื้อกลางวันก็งัดห่อข้าวออกมา กบหรือปลาย่างควันฉุย (หอมกลิ่นควันไฟ) ผักก็หาเอาแถวนั้น มีเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นผักเสม็ด ผักติ้ว ผักแต้ว สายบัว ผักแว่น ฯลฯ ฉีกกบหรือปลาจิ้มปลาร้าสับ แก้มด้วยผักสดๆ เอร็ดจนน้ำหูน้ำตาไหล ข้าวหมดห่อไม่รู้ตัว หนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มอยากพักงาน ก็เลยตามใจไปจนถึงช่วงบ่าย ๓ (๑๕.๐๐ น.) พาฝูงควายลงอาบน้ำในหนอง เก็บสัมภาระ เดินทางกลับบ้าน ลงจากหลังควาย จูงไปเข้าคอก เสร็จแล้วก็นำอาหารที่หามาได้ ช่วยแม่บรรจงผลิตอาหารมื้อค่ำกัน ตกเย็นพ่อกลับมา ก็หั่นหยวกไปเลื้ยงหมูบ้าง โปรยข้าวให้ไก่บ้าง สาละวนด้วยความสุข สนุกสนาน

เมื่อม่านรัตติกาลเริ่มคลี่คลุมก็ไปสุมไฟให้ควายในคอก เพื่อไล่พวกยุง พวกริ้น หรือสัตว์กินเลือดอื่นๆ ให้ควาย เสร็จแล้วก็มานั่งล้อมวง จุดตะเกียงเจ้าพายุ (ไม่มีไฟฟ้าหรอก กันดารน่ะ) ผมยังจำโฆษณาไส้ตะเกียงได้เลยนะ "ไส้ตะเกียงเจ้าพายุ Cold Man ส่องแสงแทนสุริยาในราตรี" โห! สุดยอดของการครีเอตเลยนะเนี่ย กินข้าวกันไป รับฟังเรื่องเล่ากันไป จากปากพ่อบ้าง จากแม่บ้าง บางครั้งก็ยาย หรือบางครั้งก็มีเพื่อนบ้านมาร่วมแจมด้วย แบกไหสาโทเข้ามา วันนั้นก็จะครึกครื้นเป็นพิเศษ ผมชอบนั่งฟังกลุ่มเพื่อนๆ พ่อพูดคุยกัน เพราะบางเรื่องมีตื่นเต้น หวาดเสียว สนุกเฮฮา ฯลฯ สงสัยว่านี่คือสิ่งที่ผมติดตาตรึงใจมาตั้งแต่เล็กๆ จนเติบใหญ่ขึ้นมา จึงรู้ได้ว่า ไม่ใช่แต่เฉพาะ โก้วเล้ง หรอกนะครับ ที่หลงไหลบรรยากาศในวงสุรา ผมนี่ก็ไม่ด้อยไปกว่าเลย อิอิ

ชีวิตในช่วงนั้น จะเป็นวัฏจักรเช่นนี้ทุกวัน จนเรามีความผูกพันกันมากขึ้น แทบว่ามองตาก็รู้ใจประมาณนั้นเลย ก็ถึงวันที่ต้องแยกกันอีกแล้ว.....เริ่มเปิดเทอมแล้วครับ และฝนแรกก็เริ่มทักทายเข้ามาแล้ว ชาวนาเจ้าเดิมก็มารับฝูงควายกลับไป ไถนาทำนาต่อ............................
..............................................................................................................
ยังมีเรื่องเล่าอีกมากมายเหลือเกิน กับเพื่อน ทั้งฝูงนี้ บางครั้งสนุก บางครั้งแอบมีน้ำตาด้วยนะเออ หากมีเวลา และไม่รบกวนสายตากันเกินไป ว่างๆ ผมจะมาเล่าต่อ เด้อ
ไปละ อิอิอิ
-----------------------------------------------------
โดย ทิดโส โม้ระเบิด เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2545, 15:43 น.
 
     
    By: ทิดโส โม้ระเบิด     7/11/2003 04:35 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
  พี่ทิดโส เล่าต่อสิคะ ตาลชอบชีวิตชนบทที่พี่เล่าจัง น่าสนใจดี
และพี่ก็เล่าได้เห็นภาพเลยนะ เมนูอาหารก็น่าทานนะคะ
ตาลชอบกบทอดอร่อยกว่านะ ทานง่ายดีกรอบๆคะ

-----------------------------------------------------
โดย น้ำตาล เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2545, 19:03 น.
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   7/11/2003 04:37 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
  ผมได้เห็นในความคิดเห็นของคุณหลายๆครั้ง รู้สึกดีดูเป็นธรรมชาติดีครับ ผมชอบ ครับ ยิ่งเห็นที่คุณแสดงความคิดเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับ ชมรม เลยอดไม่ได้ที่จะชมกับความคิดที่ดีๆ ของคุณ คุณอาจไม่คุ้นกับชื่อผมแต่ผมก็ติดตามความเคลื่อนไหว ตลอดมา เพียงแต่ไม่แสดงความคิดมากเท่าไหร ไม่ทราบว่า พี่ ตุ๋ย ขอบคุณไปแล้วหรือยัง แต่อย่างไรผมก็ต้องขอ ขอบคุณที่ สนใจใน ชมรม คนรักควาย ครับ ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ

--------------------------------------------------------------
โดย น๊อต ชมรม เมื่อ วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2545, 13:22 น.
 
     
    By: น๊อต ชมรม     7/11/2003 04:39 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


คนที่ชอบควาย ..... น่าจะเป็นคนรักสันโดษพอควรนะ แล้วก็คงจะพูดน้อยๆ แต่ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายดี เพราะตาลไม่เคยเห็นควายเค้าวิ่งเล่นกับใครๆ แบบยิ้มแย้มแจ่มใส ร่าเริงนะ เห็นทีไรพวกเค้าหรือเธอก็ทำงานอยู่กลางนา หรือไม่ก็ยืนซึมๆอยู่กลางทุ่ง เงียบๆ ถึงแม้จะอยู่กันหลายตัว เค้าก็ไม่สังสรรค์กันนะ ต่างตั้งหน้าตั้งตากินหญ้า กินฟาง ตรงหน้าไม่สนใจใครเลย

แต่ ..... เค้าหรือเธอ น่าจะค่อนข้างจะหงุดหงิดง่ายๆนะ เพราะถ้ามีใครเดินมาใกล้ๆ พวกเค้าก็จะมองจ้องอย่างดุดันเชียว น่ากลัวออกนะ เห็นผู้ใหญ่บอกเล่าว่า ควายไม่ชอบสีแดงๆ เห็นทีไรพวกเค้าก็จะไล่ขวิดเอานะ ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน ถ้าไง โญ กระบือ จะลองพิสูจน์ดูก็ได้นะ ไม่มีใครว่าหรอกจ๊ะ แต่ไม่รับรองความปลอดภัยนะ ระวังๆด้วยแล้วกัน

ควาย ..... เป็นสัตว์ใหญ่ ที่น่าสงสารนะ ตาลเคยขับรถตามหลังรถที่บรรทุกควายไปโรงฆ่าสัตว์มั้ง ตาลก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ตาลจึงคิดว่าเค้าต้องพาพวกควายนั้นไปฆ่า แต่ตลอดทางที่รถติดนั้น คิดอย่างเดียวว่าพวกเจ้าต้องตายแน่ แล้วเจ้าควายพวกนั้นก็หน้าเศร้าๆ มองเห็นน้ำตาของพวกเค้าซึมๆออกมาด้วยนะ ไม่รู้ตาลคิดมากไปหรือเปล่านะ แต่เห็นแบบนั้นจริงๆ ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ทานเนื้อสัตว์ใหญ่ๆอีกไปนานๆ ตอนนี้เวลาไปงาน ก็พออยากทานก็ทานไม่ได้แล้ว ถ้าฝืนทานเข้าไปก็จะอาเจียนทุกครั้งไปเลย

แล้ววันนั้น ..... ตาลก็สวดมนต์ให้เจ้าควายพวกนั้นไปเกิดในที่ดีๆนะ เพราะพวกเค้ามีคุณและประโยชน์ต่อพวกมนุษย์มากมาย เค้าน่าจะได้อยู่อย่างสบายๆบ้าง ไม่ใช่พอมีแรงก็ใช้ทำงานๆๆๆๆ พอหมดแรง ก็เอามาฆ่ากินกัน

น่าเศร้าจัง ... !!!

-----------------------------------------------------
โดย น้ำตาล เมื่อ วันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2546, 20:32 น.

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   7/11/2003 04:47 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
  เอ๊ะๆๆ เพื่อนๆสังเกตกันไหมว่า คนขี้ควาย แล้วทำไม เราถึงเห็นขาคนได้ล่ะ

-----------------------------------------------------
โดย หนึ่ง เมื่อ เมื่อ วันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2546, 20:42 น.
 
     
    By: หนึ่ง     7/11/2003 04:55 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
  พี่หนึ่งจ๋า ..... เค้ายื่นอยู่ที่เส้นสตาร์ทคะ แบบแข่งควาย ที่จังหวัด ชลบุรี ไงคะ
ไม่ได้ขึ้นไปขี่คะ ยืนเชียร์ควายของตัวอยู่มั้งคะ ?

-----------------------------------------------------
โดย น้ำตาล เมื่อ วันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2546, 23:36 น.
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   7/11/2003 05:04 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
  พลอยก็ไม่รู้เหมือนกันเลยค่ะ ว่าควายนั้นใกล้หมดแล้วในโลกนี้

--------------------------------------------------------------
โดย ploy เมื่อ วันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2545, 21:35 น.
 
     
    By: ploy     7/11/2003 05:11 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
  พี่น้ำตาลคะ เพลงเจ้าทุยเพราะๆๆๆๆๆๆเลยคะ น้องแยมว่า เพลงอย่างงี้ดูสบายใจดีคะ

-----------------------------------------------------
โดย น้องแยม เมื่อ วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2545, 21:00 น.
 
     
    By: น้องแยม     7/11/2003 05:12 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
  แพรวก็รู้เหมือนกันค่ะ ว่าควายจะหมดไปจากโลกนี้แล้ว
ก็เลยอยากเข้าชมรมฅนรักควายเหมือนกันค่ะ
และเพลงขวัญใจเจ้าทุยและก็เพลงข้างขึ้นเดือนหงาย น้องแพรวอยากชมว่าเพราะมากค่ะ

-----------------------------------------------------
โดย แพรว เมื่อ วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2545, 21:48 น.
 
     
    By: แพรว     7/11/2003 05:13 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
  ผมคิดว่าควายคือบรรพสัตว์ของเรา เราควรอนุรักษ์ไว้ครับ ปัจจุบันควายมีจำนวนน้อยลงเหมือนช้าง ทั้งควายและช้างต่างก็เคยได้รับใช้คนไทยในการกู้ชาติ เป็นสัตว์ใช้แรงงาน แม้แต่ในประวัติศาสตร์ก็ยังปรากฎว่าทั้งช้างและควายต่างใช้ในการรบพุ่ง เพื่อต่อต้านศัตรู แต่คุณน้ำตาลรู้ไหม ปัจจุบันเขาเลี้ยงควายไว้ฆ่าหรือไว้ขายให้โรงฆ่าสัตว์ควายอาจจะไถนาได้ช้า แต่ก็ไม่เปลืองน้ำมันและมูลของควายก็ยังสามารถนำมาเป็นพลังงานได้ ถ้ามีการศึกษาค้นคว้าสนับสนุนอย่างจริงจัง อย่ามองสัตว์เหล่านี้เป็นเพียงเพื่อการฆ่า

-----------------------------------------------------
โดย โญ กระบือ เมื่อ วันอังคารที่ 14 มกราคม 2546, 18:17 น.
 
     
    By: โญ กระบือ     7/11/2003 05:16 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
 


ตัวอย่างแบบบัตรสมาชิก ได้รับการออกแบบโดย พี่รัตติกาล
ตาลชอบแบบที่ตาล Copy มานี้ ดูให้บรรยากาศของท้องทุ่ง และ เดียวดายยามเย็นดี นะคะ


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/…..\[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   7/11/2003 05:24 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
 


ขวัญใจเจ้าทุย
---------------------------------------

๏ ๏ ๏ เจ้าทุยอยู่ไหน ได้ยินมั้ยใครมา กู่ กู่....................เรียก หาเจ้า อยู่ อยู่ หนใดรีบมา
เจ้าทุยเพื่อนฉัน ออกมาหากันดีกว่า อย่า....................เฉยเลย อย่า อย่า มะมา เร็วไว
เกิด มามีแต่ทุย เป็นเพื่อนกัน....................ค่ำเช้า ทำงาน ไม่ทิ้งกัน ไม่หายไป
ข้า มีข้าวและน้ำ นำมาให้....................อีกทั้ง ฟางกองใหญ่ อย่าช้าใย อย่าช้าใย

๏ ๏ ๏ เจ้าทุยเพื่อนจ๋า ออกไปไถนาคงเหนื่อย อ่อน....................เหนื่อย นักพักผ่อนก่อน หนาวจนอ่อนใจ
ข้าจะอาบน้ำ ป้อนฟางทั้งกำ คำใหญ่ ใหญ่....................จะสุมไฟกองใหม่ ใหม่ ไว้กันยุงมา
เจ้ามีคุณแก่เรามามาก มาย....................ถึงแม้ เป็นควาย เจ้าเหนือกว่า ดีเสียกว่า
ผู้คน ที่เกียจคร้าน ไม่เข้าท่า....................ทุยเอ๋ยเจ้าดีกว่า ช่วยไถนา ได้ทุกวัน

๏ ๏ ๏ เจ้าทุยนี่เอ๋ย ข้าเคยเลี้ยงดูมาก่อน เก่า....................เมื่อ ครั้งยังเยาว์เยาว์ ทั้งทุยและฉัน
ข้าเคยขี่หลัง นั่งไปไหนไป ไม่หวาด หวั่น....................จะสุขทุกข์เคยบุกบั่น รู้กันด้วยใจ
เติบโตมาด้วยกัน ในไร่นา เคยหา กินมา....................ข้าเห็นใจ ข้าเห็นใจ
เจ้าทุย ยากจะหา ใครเทียมได้....................ข้ารักดัง ดวงใจ ไม่รักใคร ข้ารักทุย ๏ ๏ ๏

---------------------------------------
ที่มา .....
http://www.thailook.com/karaoke/playmini.php?code=0093


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/06/2004 12:10 PM  (203.195.105.33)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
 


บางท่านก็นั่งคิดนอนคิดได้มากมาย .....
โพสไปเต็มบอร์ด ทั้งวัน ทั้งคืน แต่พอมีผู้อื่นมาแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากท่านๆ บ้าง ท่านๆ บางคน ก็จะรีบออกมาต่อว่า เปรียบเทียบผู้อื่นทันที เราก็ งง..งง อยู่เหมือนกัน ว่าทำไม ท่านๆ เหล่านั้น จึงมีความรู้สึกว่าผู้อื่นจะต้องเห็นด้วยกับท่านๆ เสมอ .. ผู้อื่นจะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากท่านๆ บ้าง ... ไม่ได้หรือ ?

บางท่านก็ชอบเรียกผู้อื่นที่คิดต่างจากท่านว่า
ควาย
แล้วท่านๆ ที่ชอบเปรียบเทียบบุคคลอื่นๆ เยี่ยงนั้น ... ท่านแน่ใจแล้วหรือ ?


ปกติแล้ว คนเราก็อยากเป็นคนฉลาด .....
แต่ชอบกระทำและคิดอย่างคนฉลาดน้อย แล้วชอบที่จะไปด่าว่าสมองของ ... ควาย

ท่านรู้มั้ยว่า ควายนั้น .....
มีบุญคุณแก่แผ่นดินและบรรพบุรุษของเรายิ่งนัก แม้ตายเหลือแต่ซาก ก็ยังมี เขา ที่สวยงามเหลือไว้ ให้ผู้คนนำเอามาประดับบ้านเรือน เป็นศิลปะอันงดงามแก่ผู้พบเห็นได้อีกด้วย ...


เราเกิดมา ... ก็พอควรแล้ว เรียนรู้มาก็ไม่น้อย เรายังไม่เคยเห็นใคร เอาหัวคนมาประดับบ้านเรือนให้ดูงาม แม้คนนั้น จะเป็นผู้มีอัจฉริยะ หรือ มีคุณประโยชน์ กับบ้าน กับเมือง มากมายแค่ไหนก็ตาม ...



ท่านๆ ที่ชอบเอาควายมาเปรียบเทียบเช่นนั้น .....
ก็คงไม่รู้ซึ้งเหมือนกันว่า ตัวท่านหรือควาย ที่มีคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินมากกว่ากัน ...!!




\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   12/08/2004 09:49 AM  (203.195.105.34)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.