| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



น้ำท่วม <> ทุกข์ท่วมใจ
     
 


น้ำท่วม <> ทุกข์ท่วมใจ

อ้างอิงจาก ::::: คัดย่อ มาจาก นิตยสาร สารคดี
เรื่องโดย ::::: อรสม สุทธิสาคร และ จากคำบอกเล่าของ สรศัลย์ แพ่งสภา
ภาพ ::::: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    30/10/2003 12:08 PM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ..... ได้มีพระราชดำริ ให้จัดตั้ง "มูลนิธิชัยพัฒนา"เพื่อสนับสนุน การช่วยเหลือประชาชน ในรูปของการดำเนินการพัฒนาในด้านต่างๆ ในกรณีที่การดำเนินงานนั้นๆถูกจำกัดด้วย เงื่อนไขดังที่ได้กล่าวไว้แล้วหรือดำเนินงาน ในลักษณะอื่นใด ที่จะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วและไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดในเรื่องเงื่อนไขของเวลา เช่น โครงการแก้มลิงเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

_____________________________________________
ที่มา ::::: http://www.chaipat.or.th

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   30/10/2003 12:24 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


ภาพในช่วงปี พ.ศ. 2485 ตอนนั้นเป็นช่วงของสงครามมหาเอเชียบูรพา
ในภาพ ..... ผู้คนพายเรือสัญจรไปมา หน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   30/10/2003 12:28 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


ภาพในช่วงปี พ.ศ. 2485 ตอนนั้นเป็นช่วงของสงครามมหาเอเชียบูรพา
ในภาพที่เห็น ..... บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คะ

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   30/10/2003 12:30 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


ภาพในช่วงปี พ.ศ. 2485 ตอนนั้นเป็นช่วงของสงครามมหาเอเชียบูรพา
ในภาพที่เห็น ..... ประชาชนกำลังวางพวงมาลาที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 23 ตุลาคม 2485


น้ำท่วม ในปี พ.ศ. 2485 ..... ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา ช่วงนั้นเป็นภาวะสงคราม ชาวบ้านไม่มีใครทำคันกั้นน้ำ โดยใช้ซีเมนต์ เพราะวัสดุอุปกรณ์ขาดแคลน ได้แต่ทำคันดินกั้นน้ำ

เรื่องอาหารการกิน ….. นอกจากในตลาด ซึ่งกลายเป็นตลาดน้ำแล้ว ก็ยังมีตลาดน้ำอยู่หลายแห่ง เค้าจ่ายตลาดที่คลองบางลำพู ตั้งแต่สะพาน นรรัตน์ ถึง ท่าน้ำวัดบวรฯแห่งหนึ่ง กับที่คลองผดุงกรุงเกษม บริเวณสะพานเทเวศน์ ถึงวัดเทวราชกุญชรอีกแห่งหนึ่ง พื้นที่กว้างขวาง จอดเรือซื้อขายกันได้ทั้งในคลอง และบนถนน สนุกมาก ตลาดน้ำแห่งนี้อยู่ในทำเลที่สะดวกแก่การไปมาทำเนียบรัฐบาล บางทีเราพบคุณหญิงคุณนายไฮโซนั่งเรือผ่านไปมา แต่งตัวสวยงาม

เนื้อสัตว์ กับ ผักหญ้า ..... พอมีขายบ้าง แต่ราคาแพงมาก บางทีมีแม่ค้าพายเรือเที่ยวขายของตามบ้านนั้นบ้านนี้ เขาพายเข้ามาขายในซอยบ้านเลย

ข้าวแพง ….. ชาวบ้านก็เผาข้าวหลามกินบ้าง กินข้าวต้มบ้างบางมื้อ ข้าวมี แต่ไม่ค่อยมีกับ ไม่สะดวกอย่างสมัยนี้ ก็อาศัยกินพวกผักบุ้งที่ขึ้นในบ้าน ถั่วเขียวก็เอามาเพาะถั่วงอกเอา เครื่องกระป๋องไม่ค่อยมี มีแต่ของฝรั่ง ชาวบ้านทั่วไปก็ไม่ได้ซื้อกิน เนื้อสัตว์ที่กินกันบ่อยก็พวกเนื้อปลา ที่อาศัยจับ หรือตกกินในบ้านนั่นแหละ

การสื่อสารสมัยนั้น ….. เป็นไปด้วยความล่าช้า วิทยุต้องอาศัยข่ายวิทยุของทหาร กว่าคนกรุงเทพฯจะรู้ว่าน้ำท่วมเมืองเหนือ น้ำก็ท่วมเกือบถึงกรุงเทพฯ แล้ว

แต่ ….. ผู้คนยุคก่อนยังไม่ค่อยมีความเครียดอย่างทุกวันนี้ คนไทยยุคนั้น จึงหาความสำราญ สนุกสนานจากน้ำท่วมด้วยการพายเรือเล่นกัน โดยเฉพาะคนหนุ่ม..หนุ่ม สาว..สาว ตกเย็นก็จะพายเรือไปชุมนุมกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และ แถวสวนลุมพินี มีแม่ค้า พ่อค้า พากันพายเรือไปขายอาหารคาวหวานมากมาย

ที่นัดกันไปเทียบกราบเรือ ..... ตั้งวงสุรายาเมากัน ก็มีไม่น้อย บ้างก็นำกีตาร์ แอคคอร์เดียน ตั้งวงดนตรีร้องเพลงเล่นกันเป็นที่ครึกครื้น ยิ่งคืนไหนเดือนหงาย ก็ยิ่งสนุก บางครั้งก็พายเรือแข่งกัน แถวราชดำเนินนอกกันเลย

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   30/10/2003 12:35 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


ภาพในช่วงปี พ.ศ. 2485 ตอนนั้นเป็นช่วงของสงครามมหาเอเชียบูรพา
ในภาพที่เห็น ..... วังสระปทุม ปทุมวัน ที่ประทับของในหลวง ร.9 ในสมัยยังพระเยาว์


คนกรุงเทพฯ ….. แก้ปัญหาเรื่องการขับถ่ายด้วยการอุจจาระใส่ใบตอง หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วรัดเชือกกล้วย นำไปทิ้งให้ไกลจากบ้านของตัวเอง หรือไม่ก็ทิ้งลงแม่น้ำ เพราะยุคนั้น ยังไม่มีถุงพลาสติกอย่างสมัยนี้ ส่วนคนที่เป็นโรคน้ำกัดเท้า บ้างก็ใช้สารส้มมาตำ ทา แก้เท้าเปื่อย บ้างใช้ยางหมาก บ้างก็ใช้วาสลิน นับว่าแก้ปัญหาน้ำกัดเท้าได้ชะงัด

จอมพล ป. กับท่านผู้หญิงละเอียด ..... นั่งเรือยนต์ของทหารมาจากบ้านที่หลักสี่ มาขึ้นที่ท่าวาสุกรี แล้วก็นั่งเรือต่ออีกทอดไปที่ทำเนียบ กลางคืนก็ออกมาเยี่ยมราษฎร มีทหารแค่คนสองคนตามไปด้วย บางทีท่านผู้หญิงก็ตามไปด้วย ไม่เห็นมีคนแห่ตามมากมายอย่างเจ้านายสมัยนี้

ชาวบ้านร้องให้ช่วย ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง ..... เพราะ ที่สวน ที่นา มันล่มหมด เครื่องสูบน้ำก็ไม่มี น้ำมันก็ขาดแคลน หยูกยาก็ไม่มี ชาวบ้านสมัยก่อน เขามีน้ำใจต่อกันดี ในตรอกซอกซอย ถ้าใครมีเรือ เขาก็จะพายไปรับคนข้างบ้านออกมาถนนใหญ่ด้วยกัน จะได้ไม่ต้องเดินลุยน้ำให้ลำบาก

นอกจากนั้น ..... ยังมีข่าวจระเข้หลุดจากเขาดิน จากบ่อในสวนสราญรมย์ และบ่อวัดสามปลื้ม อาจารย์หมอจากศิริราชกับลูกศิษย์ออกมาตกปลาก็เห็นจระเข้ ว่ากันว่าจระเข้จากบึงบอระเพ็ดก็หลุดมาด้วย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จึงไม่กล้าเล่นน้ำกันไปพักหนึ่ง เพราะกลัวจระเข้คาบไปเคี้ยว

ยุคนั้น ..... มีเพลง “น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง” มีวงดรตรีไปเล่น ร้องให้คนฟังแถวสนามหลวง ชาวบ้านไม่ชอบใจ เอาน้ำสาดเลย แล้วก็มีเพลง “ก๋วยเตี๋ยว” ไม่มีข้าวหุงกิน ก็ทำก๋วยเตี๋ยวกินกัน จอมพล ป. สนับสนุนการทำก๋วยเตี๋ยว ในทำเนียบ ข้าราชการก็ขายก๋วยเตี๋ยวเพื่อสนองนโยบายรัฐบาล

ผักหญ้าก็แพง ..... ผักบุ้งเป็นอาหารขึ้นโต๊ะประจำ จอมพล ป. ให้เรียกผักทอดยอด เพราะท่านว่า “ผักบุ้ง” เป็นคำไม่สุภาพ

เวลาพายเรือไป ..... ไปเจออุจจาระลอยฟ่อง เขาเรียก “กล้วยแขก” บางทีก็เรียก “ข้าวเม่า” ลอยเป็นแพเลย

คนสมัยนั้น ..... เขาไม่เครียดกัน ก็สนุกสนาน หาเรื่องหัวเราะกันไปได้เรื่อย..เรื่อย คนกรุงเทพฯเขาพูดคุยกันสนุก..สนุก ว่า…..ที่กรุงเทพฯ น้ำไม่ท่วมแห่งเดียวคือ “ภูเขาทอง” หลวงพ่อโตที่วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม น้ำท่วมถึงพระบาทท่าน เพราะท่านประทับยืน ส่วนหลวงพ่อนอนวัดโพธิ์ ท่วมไปครึ่งองค์ เพราะท่านประทับนอน ที่สนามหลวงเขาพายเรือเล่นแข่งกันระหว่างทหารเรือกับพวกธรรมศาสตร์ เขาแข่งกันประจำทุกปีอยู่แล้ว ในแม่น้ำเจ้าพระยา มาปีนั้นเลยแข่งกันที่สนามหลวงเสียเลย น้ำที่นั้นสูงขนาดเอว

ส่วนแถวลานพระบรมรูปทรงม้า ..... น้ำท่วมสูงถึงคอ บางแห่งสูงถึง 2 เมตรกว่า ท่วมหัว ถึง วันที่ 23 ตุลาคม คนก็พายเรือมาวางพวงมาลา เรือแน่นเต็มลานพระบรมรูปทรงม้า เต็มไปหมด

เขาว่ากันว่า ..... ที่สถานเสาวภางูหลุดออกไปเยอะ ไปกัดม้า ที่สนามม้าตาย เพราะม้าวิ่งในน้ำไม่ได้

หลังจากน้ำแห้ง ..... ในราวกลางเดือนพฤศจิกายน บนถนนเต็มไปด้วยขยะร้อยแปด ถนนหนทาง บ้านเรือนมีแต่คราบตะไคร่น้ำเกาะอยู่ทั่วไป ภารกิจแรกของคนกรุงเทพฯคือการใช้กาบมะพร้าวขัดถูขี้โคลน และ ตะไคร่น้ำ จากพื้น และ ข้างฝา ตะไคร่จับไปทั่ว ทั้งผิวถนนและทางเท้า ใครเดินไม่ดี เผลอ..เผลอตีลังกาเอาง่าย..ง่าย

เมื่อรถเมล์ รถราง ..... พอจะออกบริการได้นั้น บนถนนและบนราง ยังมีน้ำขังอยู่ราว 5-10 เซนติเมตร รถเมล์โดนตะไคร่น้ำลื่นบังคับไม่ได้ แล่นเป๋ไปเป๋มา ฝ่ายรถรางที่สันราง มีตะไคร่จับเหมือนกัน ลื่นจนล้อหมุนอยู่กับที่

หลังจาก กรุงเทพฯ ..... เปลี่ยนสภาพจากเวนิสตะวันออก กลับสู่สภาพปกติ โรงละคร มหรสพทั้งหลายก็เปิดดำเนินการตามเดิม ไม่มีภาพยนตร์ใหม่..ใหม่เข้ามาฉาย มีแต่ภาพยนต์เก่านำมาฉาย และ มีละครเวทีเล่น พอผ่อนคลายอารมณ์ยามสงคราม

เล่นไป หลบลูกระเบิดไปด้วย ฮ่าาาาาาาาา ...!!!

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   30/10/2003 12:39 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


ภาพในช่วงปี พ.ศ. 2485 ตอนนั้นเป็นช่วงของสงครามมหาเอเชียบูรพา
ในภาพที่เห็น ..... ถนนราชดำเนิน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คะ


คนกรุงเทพฯ แก้ปัญหาเรื่องการขับถ่าย ..... ด้วยการอุจจาระใส่ใบตอง หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วรัดเชือกกล้วย นำไปทิ้งให้ไกลจากบ้านของตัวเอง หรือไม่ก็ทิ้งลงแม่น้ำ เพราะยุคนั้น ยังไม่มีถุงพลาสติกอย่างสมัยนี้

เห็นประโยคนี้แล้ว ให้รู้สึกว่า ..... บ้านเมืองเรา มีนิสัยเห็นแก่ตัว
และ ไม่มีระเบียบวินัย มาเนินนานมากเลยนะคะ

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   30/10/2003 12:43 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


ภาพในช่วงปี พ.ศ. 2485 ตอนนั้นเป็นช่วงของสงครามมหาเอเชียบูรพา
ในภาพที่เห็น ..... โรงเรียนพลตำรวจ ปัจจุบันคือ ที่ตั้งของกรมตำรวจ


น่าแปลกใจมั้ยคะ ? ..... เราได้ยินเรื่องน้ำท่วม ที่บ้านเมืองเราประสบปัญหาน้ำท่วมมาอยู่เรื่อยๆ
สังคมไทยมีบทเรียนเกี่ยวกับน้ำท่วมมาก็หลายครั้งแล้ว น่าจะควรมีการแก้ไข
และ วางแผนในระยะยาว เพื่อป้องกันน้ำท่วมกันได้บ้าง แต่เราก็ไม่สามารถสู้ภัยธรรมชาติได้สักปี
เห็นแต่ว่า น้ำท่วมวันนี้ ก็แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันอย่างเต็มที่
ไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน แต่พอน้ำลด แล้วก็ลืมที่จะวางแผนแก้ไขกันต่ออีก

"เทศกาลน้ำท่วม" ..... เราจะพบกันได้ทุกปี
ระหว่าง เดือนกันยายน ถึง เดือนพฤศจิกายน

อากาศเริ่มเย็นลงนิดๆแล้วนะคะ ..... ตอนนี้โรคตาแดงกำลังระบาด น้ำก็ท่วมอีก
ดูอะไรๆไม่ค่อยเป็นใจเอาซะเลย ยังไงๆ ก็อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะคะ
เดี๋ยวก็สิ้นปีแล้ว บรรยากาศดีดี กำลังจะกลับเข้ามา


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   30/10/2003 12:46 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


น้ำท่วม ..... ไม่ว่าที่ไหน..ไหน ผู้ลอยตัวจากความเดือดร้อนทั้งมวล
มักมีแต่เด็ก..เด็กเท่านั้น ที่ออกมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานทุกครั้งไป


เมื่อเช้า ..... ประมาณ ตี 4 ฝนตกหนักมาก ตาล..ได้ยินเสียงลมและฟ้าคำราม เสียงดัง..ดัง น่ากลัวมาก จนนอนไม่หลับ ก็เลยลุกขึ้นมาจะเปิดไฟ ไฟก็ดับอีก

เฮ้อ ...!!! อยู่คอนโดฯ ตั้งชั้น 10 นึกว่าจะปลอดภัย และอยู่อย่างมีความสุขจากเหตุการณ์ใด..ใด ก็คงไม่ต่างกับคนอื่น..อื่นหรอกนะ

จนเช้าแล้ว ...... ฝนก็ยังไม่หยุดตก มองลงไปข้างล่าง เห็นน้ำล้นขึ้นมาท่วมที่พื้นลานจอดรถ เป็นไปได้ไงเนี้ย พื้นลานจอดรถของคอนโดฯ สูงกว่าพื้นถนนปกติเกือบ 2 ฟุต น้ำยังท่วมอีก แบบนี้ บ้านธรรมดาในหมู่บ้านต้องโดนน้ำเข้าบ้านกันแน่..แน่เลย น่าสงสารจังนะ แทนที่จะได้อยู่บ้านสวย…สวยอย่างมีความสุข กลับต้องกลัวน้ำเข้าบ้านอีก

ที่บ้านในกรุงเทพฯ ...... พ่อแม่มีประสบการณ์น้ำท่วมมาอย่างดี ดังนั้นคงไม่ต้องกลัวน้ำท่วมเข้าบ้าน เพราะบ้านของเราตั้งอยู่บนเนินดินสูง ยังกะภูเขาเตี้ย..เตี้ยเลยคะ

โทร. ไปหาเพื่อนๆ และ ญาติๆ ..... ตอนเช้าไม่มีใครออกไปทำงานเลย ทุกคนก็บอกว่าน้ำยังไม่เข้าบ้าน ถ้าวันนี้ตกอีกทั้งวันก็คงมีหวังน้ำเข้าบ้านแน่


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/
______________________________________________________
โดย น้ำตาล เมื่อ วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2545, 16:50 น.

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   30/10/2003 12:49 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
  เตรียมเรือไว้สักลำสิจ๊ะน้ำตาล
ส้มว่าอีกหน่อย เมืองไทยต้องมีเรือขายกันแน่ๆเลย
เพื่อน้ำท่วมโดยเฉพาะ อิอิ
 
     
    By: ส้มไดอารี่     1/11/2003 01:08 AM  (195.92.67.68)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
  ภัยธรรมชาติ ช่างโหดร้ายจัง นะคะ ..!!
หน้าร้อนก็ร้อนจนพื้นดินแตกแห้ง น้ำก็ไม่มีดื่มกิน บางครั้งก็มีไฟไหม้ป่าอีกด้วย .. พอหน้าฝน น้ำก็มากเกินไป จนท่วมถึงหลังคาบ้าน สัตว์เลี้ยง สวน ไร่ นา เสียหายหมด .. พอหน้าหนาว ก็หนาวจนตัวชา แทบจะขยับตัวทำอะไรไม่ได้ นั่งอยู่แต่หน้ากองไฟกันทั้งวัน .. แบบที่เค้าเรียกกันว่า ซ้ำซาก นั่นแหละ

ล่าสุดน้ำป่าที่ไหลหลาก .....
กัดเซาะตลิ่งและคอสะพานพังเสียหาย ร่วมไปถึงพื้นที่ทำกินของราษฎร ถูกน้ำกัดเซาะหายไปจำนวนมาก ตอนเย็นวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำป่าที่ไหลลงมาตามลำห้วยอย่างรุนแรงกัดเซาะหน้าดินที่ทำการเกษตรปลูกผลไม้เสียหาย สะพานคนข้ามถูกน้ำพัดพังเสียหาย รถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้ อีกทั้งมีลมแรงพัดกระหน่ำซ้ำเข้าไปอีก ทำให้ผู้คนต้องขนย้ายสิ่งของหนีแทบกันไม่ทัน บางบ้านที่มีลางสังหรณ์ได้ดี ก็ต้องรื้อบ้านหนีน้ำไปปลูกที่ใหม่ โดยมีเพื่อนบ้านมาต่างช่วยกันทำ นอกจากนี้ ยังทำความเสียหายให้กับพื้นที่อีกมากมายที่ถูกน้ำกัดเซาะ

วันนี้ ..... ๒๔ พ.ค. ๒๕๔๗
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศ ว่า วันนี้สภาพอากาศทั่วไป จะมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ของประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนลดน้อยลง รวมทั้งคลื่นลมในบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลงด้วย

แต่อย่าประมาทนะคะ .....
เพราะเค้าใช้คำว่า พยากรณ์ ก็คงใกล้เคียงกับการเดา
ดังนั้น อาจจะคลาดเคลื่อนผิดจากความเป็นจริงบ้าง ก็เป็นได้

ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ประสบเหตุในครั้งนี้ ด้วยนะคะ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/05/2004 09:36 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


ช้างออกช่วยประชาชนน้ำท่วม..!!

สถานการณ์น้ำท่วม ทางภาคเหนือรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดน้ำได้ทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชน จมอยู่ใต้น้ำ ที่ลำปางได้นำช้างออกช่วยประชาชนที่ติดอยู่บนชั้นสองของบ้านจำนวนมาก ชุมชนริมแม่น้ำบางจุด จมน้ำจนมิดขอบหน้าต่างบ้านชั้นล่าง และ มีประชาชนติดอยู่บนชั้นสองของตัวบ้าน ไม่สามารถเดินทางออกมาได้ หลายครัวเรือน

สถาบันคชบาลแห่งชาติ จึงนำช้างจำนวน 2 เชือกออกมาให้บริการช่วยเหลือ รับส่ง และส่งมอบอาหารให้แก่ประชาชนที่เดือดร้อน ช้างเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลำปางเช่นกัน เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อน ควาญช้างก็นำช้างออกมาให้การช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

สถานการณ์น้ำท่วมทางภาคเหนือขณะนี้ บางพื้นที่ มีน้ำท่วมสูงสุดในบางจุด สูงกว่า 2 เมตร เริ่มทรงตัว และเขื่อนก็ช่วยระบายน้ำได้บ้าง แต่น้ำยังไม่ลดลงและยังคงไหลเชี่ยว และสะพานข้ามแม่น้ำวัง หลายจุดในเขตเทศบาลไม่สามารถใช้ได้ สะพานบางแห่งต้องปิด ไม่สามารถสัญจรได้ มีสะพานเขลางค์นคร สะพานพัฒนาภาคเหนือ สะพานวัดเกาะ สะพานรัษฎาภิเษก เพราะน้ำท่วมบริเวณชุมชนที่อยู่ริมน้ำใกล้สะพานในรัศมี 200 เมตรจากริมแม่น้ำ และ สะพานขนาดเล็กบางจุดขาด ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ แต่สะพานหลักในเขต อ.เกาะคา ยังสามารถใช้การได้ตามปกติ


ขอให้เหตุการณ์เหล่านี้
ผ่านพ้นไปด้วยดีโดยเร็ว นะคะ




-------------------------------------------------------------
>>>>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ




 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   30/09/2005 08:41 PM  (61.90.102.137)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
  นอกวรรณคดี ก็เคยมีจระเข้มีชื่อเสียงหลายตัว ที่ดังที่สุดก็เห็นจะเป็น “ไอ้บอด” วัดสามปลื้ม อดีตกาลนมเนนมบูดมาแล้ว แต่ก็เคยดังกว่าอะไรอื่นที่ไม่ใช่คน เหมือนแม่นาคพระโขนง

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน
สยามรัฐ สัปดาหวิจารณ์
27 ธันวาคม 2524

ในปี 2485 ไม่เพียงแต่น้ำท่วมเท่านั้นยังมีจระเข้ตาบอดออกไล่กินคนอีกด้วย มีฉายาว่า "ไอ้บอด" ตอนหลังมันหนีไปอยู่วัดสามปลื้มชาวบ้านจึงขุดบ่อเลี้ยงมันไว้ที่นั้น

เขาบอกว่าคนพายเรื่อขายของอยู่มันตวัดหางเอาคนตกไปกินเลยครับ

 
     
    By: คนอนุรักษ์ประวัติศาสตร์     5/10/2005 12:51 AM  (203.151.140.115)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.