| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



“ไฟ” ... ที่ถูกจุดอีกครั้ง
     
 


อ้างอิงจาก .....
- หนังสือนิตยสาร สารคดี
- หนังสือเกี่ยวกับ ประเพณีไทย
- หนังสือส่งเสริมพระพุทธศาสนา แห่งประเทศไทย
เรื่อง ..... “ไฟ” ที่ถูกจุดอีกครั้ง โคมยี่เป็ง
เรื่อง โดย ..... วิวัฒน์ พันวุฒิยานนท์
ภาพเขียนโดย ..... อุทัย ขุนจิต [ปิยรัตน์]
ภาพโดย ..... วิวัฒน์ พันวุฒิยานนท์
ภาพสวยๆจาก ..... http://photo.apec2003.org/photo/index.php?mode=2


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    26/10/2003 10:24 PM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


ได้เวลารื่นเริงกันอีกแล้วในคืน ..... พระจันทร์เต็มดวง ยังมีน้ำหลากอยู่นะจ๊ะ ใครมีบ้านอยู่ใกล้น้ำ โปรดระวังน้ำท่วมแบบเฉียบพลัน น้ำจะขึ้นจะลงไม่เป็นเวลา ขอให้สังเกตุเวลามดไต่ขึ้นบ้านเยอะๆ ผิดปกติ แสดงว่าน้ำมาแล้ว ให้รีบเก็บของ แล้วเตรียมสูบลมเรือยางไว้ได้เลย ฝนจะตก น้ำจะท่วม เป็นเรื่องธรรมชาติ มิอาจโทษใครได้ ให้โทษบ้านท่านเองที่มีระดับต่ำกว่าน้ำ

น้ำจะท่วมก็ช่าง ..... ใกล้ถึง "เทศกาลลอยกระทง" แล้ว ปีนี้ตรงกับ วันเสาร์ที่ ๘ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ นะคะ ลอยกระทงทุกปีที่ผ่านมา คนมีคู่ก็ไปกับคู่ ใครไม่มีแฟนก็ไปกับเพื่อน ถ้าไม่มีทั้งแฟนทั้งเพื่อนล่ะ...เฮ้อ อย่าปล่อยให้ชีวิตเศร้าถึงขนาดเลย เทศกาลสนุกแบบนี้ หนึ่งปีมีแค่หนเดียว ขอให้ชีวิตได้มีโอกาสเลือกบ้างจะดีกว่า ต้องใช้ความสามารถพิเศษแล้วมั้งจ๊ะ ถ้าปฏิหาริย์มีจริง ลอยกระทงปีนี้ อยากเกี่ยวก้อยฮีโร่คนไหนไปอธิษฐานขอพรแม่คงคาด้วยกันดี

โอมเพี้ยง ...!!!
ตัวใครตัวมันนะจ๊ะ ตาลก็ยังหาไม่ได้เหมือนกันจ๊ะ


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๑ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/10/2003 10:28 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


“ไฟ” ... ที่ถูกจุดอีกครั้ง



พ้นจาก ..... งานประเพณีสงกรานต์หรือขึ้นปีใหม่ของไทย ในช่วงหน้าร้อน ชาวล้านนาจะจัดเทศกาลงานบุญครั้งใหญ่อีกครั้ง ก็ช่วงต้นฤดูหนาวของทุกปี คนทั่วไปรับรู้ว่า งานประเพณีแห่งฤดูหนาวหมายถึงงาน “ยี่เป็ง” ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันขึ้น ๑๔–๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เดือนสิบสองของล้านนา พร้อมๆกับการเทศน์มหาชาติ

ถ้าประเพณีแห่งฤดูร้อนเป็นเทศกาล “น้ำ” ..... ประเพณีแห่งฤดูหนาวก็เป็นเทศกาล “ไฟ” คืนดังกล่าว ย่อมเป็นคืนที่สว่างไสวด้วยแสงไฟ ทั้งแสงเทียนจากกระทงน้อย กระทงใหญ่พร่างพราวตลอดทั้งลำน้ำ แสงไฟจากผางประทีปที่รายเรียงอยู่หน้าบ้านเรือน นอกจากนั้นยังปรากฎแสงจากโคมไฟนานาชนิด อันแสดงเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นฐานล้านนาด้วย



สำหรับชาวนครเชียงใหม่ปีนี้ ..... นับเป็นปีที่ ๑๒ แล้ว ที่เทศกาลแห่งโคม “ยี่เป็ง”
ถูกปลุกขึ้นมา “รับใช้” ชาวเชียงใหม่ในโอกาสวันลอยกระทง
ทั้งในรูปแบบโคมแขวน โคมผัด โคมลอย และโคมไฟ

ตำนานเกี่ยวกับ “โคม” ..... ของชาวเหนือนั้นซับซ้อนพอสมควร และอาจเกี่ยวพันกับความเป็นสิริมงคล หรือการบูชาเทพาอารักษ์อีกด้วย ในพิธีทางศาสนาพราหมณ์ก็มีการบูชาพระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ด้วยการ “ยกโคม” ซึ่งภายในจุดด้วยเปรียงหรือไขข้อพระโค ที่พราหมณ์นำมาถวาย ในอดีตชาวพุทธก็นิยมทำโคมขึ้น สำหรับนำไปถวายพระ เพื่อจุดในโบสถ์วิหาร วางบนกำแพงวัด หรือแขวนตามประตูป่า เชื่อว่าอานิสงค์จากการถวายโคมจะทำให้มีสติปัญญาดีดุจโคมไฟที่ส่องหนทางในความมืด



สำหรับโคมแขวนนั้น ..... กล่าวกันว่าเริ่มจากในเวียงเจ้านายก่อน ภายในที่อยู่อาศัยของเจ้านายชั้นสูงจะนิยมประดับโคมลักษณะเดียวกับ “โคมประเทียบ” และ “โคมบริวาร” บ้านของคหบดีผู้มีฐานะก็จะประดับโคมบริวารเช่นกัน โดยตัวโคมประกอบขึ้นด้วยโครงไม้ไผ่หุ้มผ้าหรือกระดาษ ส่วนไฟที่ส่องสว่างจากภายในจะใช้เทียนหรือผางประทีปเล็กๆ ที่ประกอบด้วยถ้วยดินและน้ำมันพืชที่หล่อเลี้ยงไส้ที่อยู่ตรงกลาง

“โคมแขวน” ..... อาจประดิษฐ์เป็นรูปธรรมจักรชั้นเดียว
ธรรมจักรสองชั้น รูปดาว และ โคมหูกระต่าย



ส่วน “โคมผัด” ..... เป็นโคมทรงกระบอก ๒ ชั้น ชั้นนอกเป็นกระดาษที่ปะลงบนโครงไม้ไผ่ ส่วนชั้นในจะฉลุลวดลายบนกระดาษเป็นเรื่องราวในพระเวสสันดรชาดก หรือภาพสิบสองนักษัตร แล้วปะลงบนโครงที่หมุนได้ โดยใช้พลังงานความร้อนจากแสงเทียน ช่วยหมุนใบพัดขับเคลื่อนลายฉลุ แสงเทียนจะทำให้เกิดเงาของภาพที่เคลื่อนไปเรื่อยๆพร้อมกัน นับเป็นความวิจิตรงดงามที่หาชมได้ยากยิ่ง สมัยก่อนผู้มีอันจะกินนิยมทำไปถวายวัดในช่วงเทศกาลยี่เป็ง

“โคมลอย” ..... มักปล่อยกันในบริเวณลานวัดในเวลากลางวัน ลักษณะเป็นโคมกระดาษหลากสีสัน ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ด้วยความร้อนลักษณะเดียวกับบอลลูน จุดประสงค์ของการปล่อยโคมลอยนั้น เชื่อกันว่าเป็นการปล่อยความทุกข์โศก สิ่งไม่ดีต่างๆออกไป นอกจากนั้นยังถือเป็นการทำทานด้วย เพราะชาวบ้านนิยมแขวนสิ่งของ เงิน หรือข้อความที่ระบุว่าผู้ที่เก็บได้สามารถนำไปขึ้นรางวัลจากผู้ปล่อยโคมไปกับโคมที่ปล่อยลอยไปด้วย



โคมอีกชนิด ..... ที่นิยมจุดเล่นกันในเวลากลางคืน คือ “โคมลอย” ซึ่งเป็นโคมทรงกระบอกสีขาวล้วน จุดไฟไว้ภายใน จะปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อสิ้นแสงตะวันไปแล้ว บางคนเชื่อว่า การปล่อยโคมให้ลอยขึ้นสู่ฟากฟ้าเป็นการบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ด้วย

จุดมุ่งหมาย ..... โดยรวมของการจุดโคมจึงน่าจะอยู่ที่
๑ ..... เพื่อความสวยงาม
๒ ..... เป็นพุทธบูชา
๓ ..... เป็นสิริมงคลแก่เจ้าของบ้าน
๔ ..... เพิ่มความสว่างให้แก่อาคารบ้านเรือน



ผู้เชี่ยวชาญประเพณีด้านปฏิบัติของชาวล้านนา บอกว่า ..... ชาวล้านนานิยมทำโคมชนิดต่างๆ เนื่องในประเพณียี่เป็งมาช้านาน แต่สำหรับโคมแขวนและโคมผัด ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์แห่งล้านนานั้น จะมีคนทำน้อยลงหรือเสื่อมความนิยมไปเมื่อใดไม่ทราบแน่ชัด เมื่อ ๑๒ ปีที่แล้ว ประเพณีการทำโคมทั้งสองแบบก็กลับถูกรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้ง ด้วยความสนับสนุนจากศูนย์สรรพสินค้าเชียงอินทร์พลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ ที่หวังจะให้สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของประเพณียี่เป็งคงอยู่ เพื่ออนุรักษ์และสืบทอดประเพณีล้านนาไว้ต่อไป

ในการฟื้นอดีตเทศกาล “โคมยี่เป็ง” ..... ศูนย์สรรพสินค้าเชียงอินทร์ พลาซ่าได้จัดให้มีการประกวดโคมแขวน โคมผัด เน้นความถูกต้องตามลักษณะโคมที่สืบทอดกันมาและความสวยงามเหมาะสม และการประกวดริ้วขบวนการแสดงเกี่ยวเนื่องกับศิลปวัฒนะธรรมของชาวล้านนา ซึ่งในแต่ละปีจะได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนส่งโคมเข้าร่วมประกวดอย่างคับคั่ง



คราวที่เริ่มรณรงค์งานเทศกาลโคมยี่เป็งในปีแรกๆ .....ผู้จัดต้องไปสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับโคมล้านนา จากคนเฒ่าคนแก่ที่มีความรู้ เช่น ลุงสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร และอาจารย์มณี พยอมยงค์ ส่วนช่างฝีมือในเมืองเชียงใหม่ที่สามารถประดิษฐ์โคมผัดและโคมแขวนได้อย่างสวยงาม ทุกวันนี้มีเหลืออยู่น้อยเต็มที ที่ถือว่าระดับ “ครู” คงมีก็แต่ลุงสิงห์แก้ว แห่งบ้านป่าแดด และป้าบัวไหล คำไส บ้านเมืองสาตร ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง

ดังนั้น ..... นอกจากเรื่องของฝีมือแล้ว เมื่อจัดการประกวด ปัญหาที่พบเสมอได้แก่ คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยเข้าใจรูปแบบของโคมแขวน ผลงานที่สะท้อนออกมาอาจผิดเพี้ยนไปจากที่เคยเป็นมาในอดีต จึงต้องอาศัยช่างฝีมือรุ่นใหญ่หลายคนมาช่วยกันพิจารณา นอกจากโคมที่จัดทำขึ้นประกวดประขันกันแล้ว ตามหมู่บ้านในปริมณฑลนครเชียงใหม่ ยังพบเห็นโคมแขวนตามประตูป่าหรือซุ้มประตูที่อยู่หน้าบ้านเรือนและวัดหลายแห่ง ส่วนโคมผัดนั้น ไม่พบว่ามีผู้ทำขึ้นเพื่อนำไปถวายวัดเลย ทั้งนี้อาจเพราะเป็นโคมที่ทำยากและต้องใช้ทุนทรัพย์สูงก็เป็นได้ สำหรับโคมลอยและโคมไฟ ชาวเชียงใหม่นิยมกันทั่ว ไม่ว่าตามลานวัดหรือริมแม่น้ำ



ฟากฟ้าคืน "ยี่เป็ง" ..... เมืองนครพิงค์ พ.ศ. นี้
ยังสว่างไสวด้วยโคมไฟจากแหล่งต่างๆ ทั่วเมือง ประหนึ่งว่า
โคมไฟ โคมลอย โคมแขวน มีขึ้นเพื่อฟ้าในคืน "ยี่เป็ง" เท่านั้น




โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๒ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/10/2003 10:32 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


ประวัติความเป็นมาของเทศกาลลอยกระทง ..... เทศกาลลอยกระทง ตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ หรือ ราวเดือนพฤศจิกายน ของทุกๆปี เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทย ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทงมีอยู่หลายตำนาน ดังนี้ .....

๑..... การลอยกระทงเพื่อ ขอขมาแก่พระแม่คงคา

๒..... การลอยกระทงเพื่อ บูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์
คือ บูชาพระนารายณ์ ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร

๓..... การลอยกระทงเพื่อ ต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไป
จำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อทรงเทศนา อภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา

๔..... การลอยกระทงเพื่อ บูชารอยพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า ที่หาดทราย
ริมแม่น้ำนัมมทานที เมื่อราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดใน สาครพิภพ

๕..... การลอยกระทงเพื่อ บูชาจุฬามณีบนวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกษาของพระพุทธเจ้า

๖..... การลอยกระทงเพื่อ บูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก

๗..... การลอยกระทงเพื่อ บูชาพระอุปคุตตเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถา
อยู่ในท้องทะเลหรือสะดือทะเล


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๓ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/10/2003 10:38 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


การลอยกระทงในเมืองไทย..... มีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เรียกว่า "การลอยพระประทีป" หรือ "ลอยโคม" เป็นงานนักขัตฤกษ์รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วง ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัว แทน การลอยโคม การลอยกระทงหรือลอยโคม ในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถ ของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๔ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/10/2003 10:41 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


การลอยกระทงเพื่อ บูชารอยพระพุทธบาท ..... รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า ที่ไปปรากฏอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ คือ ครั้งหนึ่งพญานาคทูลอารธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ เมื่อพระองค์จะเสด็จกลับพญานาคทูลขออนุสาวรีย์ไว้กราบไหว้บูชา พระพุทธองค์จึงทรงประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไว้ที่หาดทราย ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เพื่อให้บรรดานาคทั้งหลายได้สักการะบูชา


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๕ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/10/2003 10:51 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


การลอยกระทงเพื่อ บูชาพระจุฬามณี .....เมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จออกจากพระนครกบิลพัสดุ์ในเวลากลางคืนด้วยม้ากัณฐกะ พร้อมนายฉันนะมหาเล็กผู้ตามเสด็จครั้นรุ่งอรุณก็ถึงฝั่งแม่น้ำอโนมานที เข้าชายทรงขับม้ากัณฐกะกระโจนข้ามแม่ไปไปโดยสวัสดี เมื่อทราบทราบว่าพ้นเขตกรุงกบิลพัสดุ์แล้ว เจ้าชายสิทธัตถะจึงเสด็จลงมาประทับเหนือหาดทรายขาวสะอาดตรัสให้นายฉันนะนำเครื่องประดับ และม้ากัณฐกะกลับพระนคร ทรงตั้งพระทัยปรารภจะบรรพชา โดยเปล่งวาจา "สาธุ โข ปพฺพชฺชา"แล้วจึงทรงจับพระเมาลีด้วยพระหัตถ์ซ้าย พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ตัดพระเมาลี แล้วโยนขี้นไปบนอากาศ พระอินทร์ได้นำผอบทองมารองรับพระเมาลีเอาไว้ และนำไปบรรจุยัง พระจุฬามณีเจดีย์สถานในเทวโลก พระจุฬามณี ตามปกติมีเทวดาเหาะมาบูชาเป็นประจำ แม้พระศรีอริยเมตไตรยเทวโพธิสัตว์ซึ่งในอนาคตจะมาจุติบนโลกและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งก็ยังเสด็จมาไหว้ การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณี จึงถือเป็นการไหว้บูชาพระศรีอาริยเมตไตรยด้วย


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๖ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/10/2003 10:56 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


การลอยกระทงเพื่อ ต้อนรับพระพุทธเจ้า .....เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวชจนได้บรรลุธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว หลังจากเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่สาธุชน โดยทั่วไปได้ระยะหนึ่ง จึงเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาธรรมโปรดพระพุทธมารดา ครั้นจำพรรรษาจนครบ 3 เดือน พระองค์จึงเสด็จกลับลงสู่โลกมนุษย์ เมื่อท้าวสักเทวราชทราบพุทธประสงค์ จึงเนรมิต บันไดทิพย์ขึ้น อันมีบันไดทอง บันไดเงิน และบันไดแกล้ว ทอดลงสู่ประตูเมืองสังกัสสนคร บันไดแก้วนั้นเป็นที่ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จ ลง บันไดทองเป็นที่สำหรับเทพยดาทั้งหลายตามส่งเสด็จ บันไดเงินสำหรับพรหมทั้งหลายส่งเสด็จ ในการเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ครั้งนี้ เหล่าทวยเทพและประชาชนทั้งหลาย ได้พร้อมใจกันทำการสักการบูชาด้วยทิพย์บุปผามาลัย การลอยกระทง ตามคตินี้ จึงเป็นการรับเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากดาวดึงส์พิภพ เป็นตำนานเดียวกับประเพณีตักบาตรเทโวรับเสด็จพระพุทธเจ้าลงจากดาวดึงส์


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๗ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/10/2003 11:09 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


การลอยกระทงเพื่อ บูชาพระนารายณ์ .....ยังมีพิธีการลอยกระทงตามคติพราหมณ์อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งกระทำเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้า คือพระนารายณ์ที่บรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร นิยมทำกันในวัน ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เป็น ๒ ระยะ


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๘ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/10/2003 11:12 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
 


การลอยกระทงเพื่อ บูชาท้าวพกาพรหม ..... นิทานต้นเหตุเกี่ยวกับวันลอยกระทงอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นนิทานชาวบ้าน กล่าวถึง เมื่อครั้งดึกดำพรรพ์ มีกาเผือกสองตัวผัวเมียทำรังอยู่บนต้นไม้ในป่าหิมพานต์ใกล้ฝั่งแม่น้ำ วันหนึ่งกาตัวผู้ออกไปหากินแล้วหลงทางกลับรังไม่ได้ ปล่อยให้นางกาตัวเมียซึ่งกกไข่อยู่ ๕ ฟอง รอด้วยความกระวนกระวายใจ จนมีพายุใหญ่พัดรังกระจัดกระจาย ฟองไข่ตกลงน้ำ แม่กาถูกลมพัดไปทางอื่น เมื่อแม่กาย้อนกลับมาที่รังไม่พบฟองไข่ จึงร้องไห้จนขาดใจตาย ไปเกิดเป็นท้ายพกาพรหมอยู่ในพรหมโลก ฟองไข่ทั้ง ๕ นั้นลอยน้ำไปในสถานที่ต่างๆ บรรดาแม่ไก่ แม่นาค แม่เต่า แม่โค และแม่ราชสีห์ มาพบเข้า จีงนำไปรักษาไว้ตัวละ ๑ ฟอง ครั้นถึงกำหนดฟักกลับกลายเป็นมนุษย์ ทั้งหมดไม่มีฟองไหนเกิดมาเป็นลูกกาตามชาติกำเนิดเลย กุมารทั้ง ๕ ต่างเห็นโทษภัยในการเป็นฆราวาสและเห็นอานิสงส์ในการบรรพชา จึงลามารดาเลี้ยงไปบวชเป็นฤาษี ต่อมาฤาษีทั้ง ๕ ได้มีโอกาสพบปะกันและถามถึงนามวงศ์และมารดาของกันและกัน จึงทราบว่าเป็นพี่น้องกัน ฤาษีทั้ง ๕ มีนามดังนี้ .....



- คนแรก ชื่อ กกุสันโธ (วงศ์ไก่)
- คนที่สอง ชื่อ โกนาคมโน (วงศ์นาค)
- คนที่สาม ชื่อ กัสสโป (วงศ์เต่า)
- คนที่สี่ ชื่อ โคตโม (วงศ์โค)
- คนที่ห้า ชื่อ เมตเตยโย (สงศ์ราชสีห์)

ต่างตั้งจิตอธิษฐานว่า ..... ถ้าต่อไปจะได้ไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้า ขอให้ร้อนไปถึงมารดา ด้วยแรงอธิษฐาน ท้าวพกาพรหมจึงเสด็จมาจาก เทวโลก จำแลงองค์เป็นกาเผือก แล้วเล่าเรื่องราวแต่หนหลังให้ฟัง พร้อมบอกว่าถ้าคิดถึงมารดา เมื่อถึงวันเพ็ญเดือน ๑๑ หรือเดือน ๑๒ ให้เอาด้ายดิบ ผูกไม้ตีนกา ปักธูปเทียนบูชาลอยกระทงในแม่น้ำ ทำอย่างนี้เรียกว่าคิดถึงมารดา แล้วท้าวพกาพรหมก็ลากลับไป ตั้งแต่นั้นมาจึงมีการลอยกระทงเพื่อบูชาท้าวพกาพรหม และเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทซึ่งประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที



ส่วนฤาษี ทั้ง ๕ .....ต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า คือ

ฤาษีองค์แรก ..... ชื่อ กกุสันโธ ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระกกุสันโธ
ฤาษีองค์ที่สอง ..... ชื่อ โกนาคมโน ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระโกนาคมน์
ฤาษีองค์ที่สาม ..... ชื่อ กัสสโป ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระกัสสปะ
ฤาษีองค์ที่สี่ ..... ชื่อ โคตโม ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระสมณโคดม
ฤาษีองค์ที่ห้า ..... ชื่อ เมตเตยโย ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระศรีอาริยเมตไตรย

พระพุทธเจ้า ๓ พระองค์แรก ..... ได้มาบังเกิดบนโลกแล้วในอดีตกาล
พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๔ ..... คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน
พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๕ ..... คือ พระพุทธเจ้าที่จะมาบังเกิดบนโลกในอนาคตได้ แก่ พระศรีอาริยเมตไตรย




โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๙ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/10/2003 11:17 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
 


การลอยกระทงเพื่อ บูชาพระอุปคุตตเถระ ..... การลอยกระทงเพื่อบูชาพระอุปคุตต์นี้ เป็นพระเพณีของชาวเหนือและชาวพม่า พระอุปคุตต์เป็นพระอรหันต์เถระหลังสมัยพุทธกาล โดยมีตำนานความเป็นมาดังนี้ .....

เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราช ..... ทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้โปรดให้สร้างพระสถูปเจดีย์และพุทธวิหารขั้นทั่วชมพูทวีป มหาวิหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ "อโศการาม" ซึ่งตั้งอยู่ในเขตแคว้านมคธ หลังจากที่สร้างพระสถูปเจดีย์ถึง ๘๔,๐๐๐ องค์สำเร็จแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชทรงมีพระราชประสงค์จะนำพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปบรรจุในพระสถูปต่างๆ และบรรจุในพระมหา สถูปองค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่มีความสูงประมาณครึ่งโยชน์ และประดับประดาด้วยแก้วต่าง ๆ ประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาใกล้ปาฏลีบุตร อีกทั้งต้องการให้มีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เป็นเวลา ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน



แต่ด้วยเกรงว่า ..... พญามารจะมาทำลายพิธีฉลอง มีเพียงพระอุปคุตต์ที่ไปจำศีลอยู่ในสะดือทะเลเพียงท่านเดียวเท่านั้นที่จะสามารถปราบพญามารได้ เมื่อพระอุปคุตต์ปราบพญามารจนสำนึกตัวหันมายืดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งแล้ว พระอุปคุตต์จึงลงไปจำศีลอยู่ในสะดือทะเล ตามเดิม

พระอุปคุตต์นี้ไทยเรียกว่า ..... พระบัวเข็ม ชาวไทยเหนือหรือชาวอีสานและชาวพม่านับถือพระอุปคุตต์มาก ชาวพม่าไม่ว่าจะมีงานอะไร ต้องนิมนต์พระอุปคุตต์มาเข้าพิธีด้วยเสมอ ไทยเราใช้บูชาในพิธีขอฝนหรือพิธีมงคล ฯลฯ




โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๑๐ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/10/2003 11:28 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


การลอยกระทงในภาคอีสานเรียกว่า ..... เทศกาลไหลเรือไฟจัดเป็นประเพณียิ่งใหญ่ในจังหวัดนครพนม โดยการนำหยวกกล้วยหรือวัสดุต่าง ๆ มาตกแต่งเป็นรูปพญานาคหรือรูปอื่น ๆ ตอนกลางคืนจุดไฟปล่อยให้ไหลไปตามลำน้ำโขงดูสวยงามตระการตา นอกจากนี้ยังมีประเพณีลอยกระทงในเทศกาลต่างๆ เช่น ที่เขมร จีน อินเดีย โดยมีคติความเชื่อและประวัติความเป็นมาตรงกันบ้าง แตกต่างกันไปบ้าง


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๑๑ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/10/2003 12:00 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
 


การลอยกระทงในปัจจุบัน ..... ยังคงรักษารูปแบบเดิมเอาไว้ได้ตามสมควร เมื่อถึงวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวงในเดือน ๑๒ ชาวบ้านจะจัดเตรียมทำกระทงจากวัสดุที่หาง่ายตามธรรมชาติ เช่น หยวกกล้วยและดอกบัวนำมาประดิษฐ์เป็นกระทงสวยงาม ปักธุปเทียนและดอกไม้ เครื่องสักการะบูชาก่อนทำการลอยในแม่น้ำก็จะอธิษฐานในสิ่งที่มุ่งหวังพร้อมขอขมาต่อพระแม่คงคา ตามคุ้มวัดหรือสถานที่จัดงานหลายแห่ง มีการประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ และมีมหรสพสมโภชในตอนกลางคืน นอกจากนั้นยังมี การจุดดอกไม้ไฟ พลุ ตะไล ซึ่งในการเล่นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และวัสดุที่นำมาใช้ทำกระทง ควรเป็นของที่สามารถ ย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติ


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๑๒ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/10/2003 12:03 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
 


คำอธิษฐานวันลอยกระทง .....

อะหัง อิมินา ปะทีเปนะ อะสุกายะ
นัมมะทายะ นะทิยา ปุลิเน ฐิตัง
มุนิโท ปาทวลัญชัง อะภิปูชะยามิ อะยัง
ปะทีเปนะ มุนิโท ปาทวลัฐชัง ปูชา
มัยหัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ

แปลว่า ..... ด้วยประทีปนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมบูชารอยพระพุทธบาทของพระศรีศากยมุนี อันประดิษฐานอยู่ ณ หาดทราย แห่งนัมมทานทีอันไกลโพ้น ขอให้การบูชารอยพระพุทธบาทด้วยประทีปนี้ จงเป็นไปเพื่อประโยชน์และประโยชน์สุขแก่ข้าพเจ้าสิ้นกาลนานเทอญ.


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๑๓ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/10/2003 12:08 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
 


เพลง รำวงลอยกระทง

๏ ๏ ๏ วันเพ็ญเดือนสิบสอง .......... น้ำนองเต็มตลิ่ง
เราทั้งหลายชายหญิงสนุกกันจริง .......... วันลอยกระทง
ลอย ลอยกระทง .......... ลอย ลอยกระทง
ลอยกระทงกันแล้ว .......... ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง
รำวงวันลอยกระทง .......... รำวงวันลอยกระทง
บุญจะส่งให้เราสุขใจ .......... บุญจะส่งให้เราสุขใจ

๏ ๏ ๏ วันเพ็ญเดือนสิบสอง .......... น้ำนองเต็มตลิ่ง
เราทั้งหลายชายหญิงสนุกกันจริง .......... วันลอยกระทง
ลอย ลอยกระทง .......... ลอย ลอยกระทง
ลอยกระทงกันแล้ว .......... ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง
รำวงวันลอยกระทง .......... รำวงวันลอยกระทง
บุญจะส่งให้เราสุขใจ .......... บุญจะส่งให้เราสุขใจ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏

_____________________________________

ฟัง และ ร้องเพลง ที่นี่คะ
-http://www.mochit.com/showLyric.php?id=0517

_____________________________________



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

๑๔ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/10/2003 12:14 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
  ลอยกระทงอีกปีแล้ว
เทศกาลนี้ ทำให้นึกถึงการทอดกฐินด้วยครับ
บ้านผมที่เมืองไทย ค้าขายเกี่ยวกับเครื่องสังฆภัณฑ์
ทำให้ไม่ค่อยได้มีเวลาเที่ยวสำหรับ ลอยกระทงเท่าไร
แต่ก็จะมีช่วงวันสุดท้าย ของกฐิน คือวันลอยกระทง ที่จะพอมีเวลาว่างได้ ซึ่งก็บ้านผมอยู่ใกล้กับ วัดภูเขาทอง (ซึ่งผมก็ยังไม่เคยได้มีโอกาศได้ขึ้นไปกราบพระด้านบนเลยครับ)

งานวัดภูเขาทอง คนเยอะนะครับ ขนมก็อร่อย และจะมีการเล่นดอกไม้ไฟ ในสมัยก่อน (ซี่งผมก็เข้าใจว่า ราชการ ได้ห้ามจำหน่ายแล้ว ซึ่งก็เห็นด้วยครับ)

สุขสันต์ วันลอยกระทงนะครับ
 
     
    By: วุฒิชัย     27/10/2003 09:12 AM  (12.243.234.207)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
  วันลอยกระทง นอนฟังเพลงอยู่บ้านดีกว่า
เดี๋ยวต้องไปนั่งอิจฉาคนอื่น

รอยรักลอยกระทง



แสงเดือน ใสส่องฟ้า ลมหนาวมา คืนฟ้าผ่อง
ปีก่อน เดือนสิบสอง พี่กับน้อง ร่วมลอยกระทง
จับมือน้อง ลอยกระทง

สองคน บนฝั่งน้ำ เอ่ยถ้อยคำ รักมั่นคง
นั่งคอย ปล่อยกระทง ลงแม่น้ำ จำไม่ลืม
จำไม่ลืม ลืมไม่ลง

เดือน ลอยฟ้า เหมือนตา ที่คอยจ้องมอง
กระทง ใบตอง ล่องตามสาย น้ำส่ง
อ้อน บอกจันทร์ เป็นพยาน วันลอยกระทง
ขอให้รักยืนยง อธิษฐาน ร่วมกันสองคน
สอง คน สองคนสองคน

แสงจันทร์ ใสส่องฟ้า คอยสัญญา ใจหมองหม่น
ปีนี้ พี่กังวล ไม่มีคน ที่คอยหา
ลมหนาวมา เจ้าลาไกล

หัวใจ ใฝ่พะวง ลอยกระทง ตามหาใจ
หนาวมา เจ้าอยู่ไหน จันทร์เห็นใจ ช่วยนำทาง
ช่วยตามนาง มาลอยกระทง

เดือน ลอยฟ้า โปรดรู้ ว่าใจเฝ้าคอย
เหลือ เพียงรอย อดีตรัก ที่ลืมไม่ลง
บอกเดือนงาม ส่องแสงตาม
น้องอย่าลืมหลง กลับมาเติมรักยืนยง
ลอยกระทงร่วมกันสองคน สอง คน สองคนสองคน

http://www.mochit.com/showLyric.php?id=00695
 
     
    By: พี่เก่ง     27/10/2003 11:28 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
  พูดถึงลอยกระทง หนึ่งไม่ค่อยจะได้ลอยกระทงหรอกครับ เพราะว่าหนึ่งไม่ชอบไปที่ไหนก็ตามที่มีคนเยอะ
งานลอยกระทงทำให้พี่วุฒินึกถึงการทอดกฐินเลยหรอครับ
หนึ่งพึ่งไปทอดมาครับ กลับมาบ้านไม่สบายเลย
ฉีดยาไป 2 เข็มแล้ว สงสัยจะเข้าวัดไม่ได้มั่งครับ อิอิ
 
     
    By: หนึ่ง     28/10/2003 08:58 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
  ลอยกระทง ใช้ใบตองนะครับ
รักษาสิ่งแวดล้อม
 
     
    By: รัตติกาล     29/10/2003 04:45 PM  (210.86.179.235)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
  เราต้องมาถกกันแล้ว รัตติกาล

ความเห็นของผมคือ

ลอยในแม่น้ำ ใช้กระทงธรรมชาติ เำพราะมันสามารถย่อยสลายได้ และ มีการไหลวน

ลอยในสระ ใช้กระทงประดิษฐ์เพื่อให้สามารถเก็บง่ายๆ ถ้าใช้พวกย่อยสลาย พอจมลงไปจะทำให้น้ำเน่า

มีใครคิดอะไรแตกต่างกว่านี้ไหมครับ
 
     
    By: ีพี่้เก่ง     30/10/2003 01:13 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
  ในภาพ ..... วันงาน APEC เค้าเรียกว่า กระทงสาย
เป็นประเพณีลอยกระทงของจังหวัดตาก ตัวกระทง คือ กะลาขัดมัน
เดิมภายในบรรจุด้วยด้านฟั่นรูปตีนกา

ตามการเล่าขานว่า ..... เป็นการขอบูชาแม่กาเผือกของพระพุทธเจ้า 5 พระองค์
ปัจจุบันภายในเปลี่ยนบรรจุด้วย ขี้ไต้

ถ้าใช้ ..... กะลา แบบนี้แทน ใบตอง กะ โฟม จะเป็นไรมั้ยคะ ?


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   30/10/2003 05:55 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
  ความคิดของพี่เก่งถูกต้องครับ เป็นความคิดของท่านสมัครเมื่อสองปีที่แล้ว เป็นความคิดที่เฉียบมากเลยนะครับ
แต่หนึ่งกะว่าจะลอยตัวเองน่ะครับ ลอยขึ้นอากาศนะครับ ต้องใช้ลูกโป่งกี่ลูกเนี้ยถึงจะลอย
 
     
    By: หนึ่ง     30/10/2003 09:58 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
  หนึ่งไม่ต้องใช้ลูกโป่งหรอกนะ แค่อุดปาก อุดจมูก และ ที่ๆมีรูทั้งหลาย ก็จะลอยตัวขึ้นไปได้  
     
    By: พี่เก่ง     31/10/2003 09:05 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
  ส่วนผมคิดหนักครับ ว่า จะลอยแบบไหนดี  
     
    By: วุฒิชัย     2/11/2003 11:34 AM  (24.2.139.23)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
  โหพี่เก่งครับ มาว่าแต่หนึ่ง พี่เก่งก็ใช่ย่อยนะครับ น้องๆโดราเอมอนเลยนะครับ
พี่เก่งคงจะลอยได้มากกว่าหนึ่งนะครับ อิอิ
 
     
    By: หนึ่ง     2/11/2003 05:20 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 25  
     
 


ตาลว่า ..... พี่ๆ ทั้ง พี่วุฒิ พี่เก่ง พี่หนึ่ง ๓ คนเลย นั่นแหละจ๊ะ
ช่วยกันอุดปาก อุดจมูก และ ที่ๆมีรูทั้งหลาย
พอลอยตัวขึ้นไปได้แล้ว ก็ช่วยๆฉุดตาลลอยไปเที่ยวด้วยคน นะจ๊ะ พี่ๆจ๋า
คิ๊ก คิ๊ก คิ๊ก คิ๊ก ๆๆๆๆๆ


โชคดีนะจ๊ะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/11/2003 07:35 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 26  
     
  น้องตาลเรียงลำดับดีนะครับ
ตัวแรกคือพี่วุฒิ
ตัวที่สองคือพี่เก่ง
ตัวที่สามคือพี่เอง อิอิ

หรือว่ามีใครไม่เห็นด้วยครับ
 
     
    By: หนึ่ง     3/11/2003 09:48 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 27  
     
  อยากรู้วิธีการทำโคมลอย หาได้ที่ไหนครับ
จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ขอขอบคุณครับ
 
     
    By: จตุรพร ไท้ทอง  Mail to จตุรพร  ไท้ทอง   16/10/2004 07:22 PM  (203.150.217.119)
 

 
  หัวข้อ : 28  
     
 


โคมลอย
หรือในบางท้องถิ่นเรียกว่า ว่าว มี ๒ ชนิด คือ ว่าวลม และ ว่าวไฟ

ว่าวลม คือว่าวที่ปล่อยในเวลากลางวัน
ว่าวไฟ ใช้ปล่อยในเวลากลางคืน

วิธีการเล่น ทำว่าว หรือ โคมลอย ซึ่งจะมีอยู่ ๒ ชนิดคือ

๓.๑ โคมที่ใช้ปล่อยตอนกลางวันจะเรียกว่า ว่าว โดยใช้วิธีรมควัน

๓.๒ โคมปล่อยตอนกลางคืนใช้วิธีรมควันเหมือนว่าวที่ปล่อยกลางวัน แต่จะจุดไฟที่ท่อนผ้าผูกติดกับปากโคมลอยปล่อยสู่อากาศ

การทำว่าว จะใช้กระดาษเนื้อบาง ติดประกอบกันเป็นรูปทรงต่าง ๆ ส่วนใหญ่ทำเป็น ลักษณะของถุงลมก้นใหญ่ วงปากแคบ กระดาษที่ใช้ทำนั้น จะใช้กระดาษสีเดียวหรือหลาย สี ก็ได้ แล้วแต่ความพอใจของเจ้าตำรับ ในสมัยก่อนนิยมมาช่วยกันทำที่วัด เพราะต้องใช้ สถานที่ทำเป็นลานกว้าง โดยมีเจ้าตำราเป็นผู้ควบคุมดูแล

โคมลอย ทำจากการต่อกระดาษว่าวเป็นโคมขนาดใหญ่เป็นรูปกลมหรือสี่เหลี่ยมตรงปากใช้ไม้ไผ่ขดเป็นวงกลมพอให้ใช้ไม้ที่พันผ้าและชุบน้ำมันยาง เผา หรือใช้ชันหรือที่เรียกว่าขี้ขะย้าเผาให้เกิดควัน แล้วปล่อยควันไฟเข้าไปอัดในว่าว ซึ่งมีคาร์บอนไดออกไซด์นำไม้จุดไฟนี้เข้าไปในวงกลมนี้ ทําให้ควันอยู่ข้างใน จนว่าวลอยตัวและตึงเต็มที่ เมื่อปล่อยควันเข้าไปจนกระทั่งโคมนั้นเบาตัวก็ปล่อยโคมนั้นให้ลอยขึ้นสู่อากาศ เมื่อถึงตอนนี้ ชาวบ้านก็ช่วยกันมากขึ้น บางคนก็ถือวงปาก บางพวก ก็คอยให้กำลังใจอยู่รอบข้าง โดยมีขบวนแห่กลองสิ้งหม้องและฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนาน อาจจะมีการนำเงิน หรือ เขียนหนังสือติดไปด้วยว่าถ้าใครเก็บได้ก็จะมีรางวัลให้ และ เมื่อว่าวลอยตึงเต็มที่ ก็จะนำประทัดหรือหางว่าวมาผูกติดกับวงปาก ปลดไม้ค้ำยันออก และ ปล่อยขึ้นไป ถ้าเป็นการแข่งขันก็จะดูว่าว่าวหรือโคมของใครสวยหรือไม่ โดยดูตั้งแต่ ขนาด รูป ทรงของว่าว การลอยตัว และลูกเล่นต่าง ๆ ที่ผูกติดวงปากของว่าวหรือโคมลอย

คติการปล่อยโคมลอยนี้ เพื่อบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ หรือบูชาผู้ให็กำเนิดของตน คือ พ่อเกิด แม่เกิด และโดยเฉพาะผู้ที่เกิดปีจอต้อง ไหว้บูชาพระเกศแก้วจุฬามณีเจดีย์หรือเป็นการสะเดาะเคราะห์ จึงนิยมทำโคมลอยและในอีกประโยชน์หนึ่งคือ สมัยโบราณเมื่อเกิดมีสงครามก็จะใช้โคมลอยช่วยในการโจมตีข้าศึกโดยจะใส่ดินไฟเข้าไปแล้วจุดธูปปักไว้ในหม้อดินไฟเมื่อโคมไปยังเมืองของข้าศึกพอดีกับธูปไหม้ลงถึงดินก็จะระเบิดติดกระดาษโคมทำให้ลูกไฟตกลงหม้อเผ่าค่าย บ้านเรือนข้าศึก โคมลอยนี้จะเป็นโคมชนิดเดียวที่จะจุดปล่อยในเวลากลางวัน โดยเฉพาะในตอนเช้าถึงเที่ยงเป็นส่วนมาก

โอกาสหรือเวลาที่เล่น การปล่อยว่าวหรือโคมลอยนั้น นิยมเล่นหรือแข่งขันกันในเทศกาลงานประเพณี สำคัญ ๆ ของหมู่บ้าน เช่น วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา ประเพณียี่เป็ง หรืองานบุญต่าง ๆ ไม่ มีข้อจำกัด

แนวคิด สาระ และ คุณค่า การปล่อยว่าวหรือโคมลอยนี้ ชาวบ้านมีความเชื่อกันว่า เพื่อให้ว่าวได้นำเอาเคราะห์ ร้าย ภัยพิบัติต่าง ๆ ออกไปจากหมู่บ้าน ดังนั้นว่าวหรือโคมลอยที่ปล่อยขึ้นไป ถ้าไปตกในบ้าน ใครบ้านนั้นต้องจะทำพิธีสะเดาะเคราะห์เพื่อล้างเสนียด จัญไรทั้งปวงออกไป นอกจากนี้ ยัง ถือกันว่าเป็นการทำเพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และเพื่อความสนุกสนาน สร้าง ความสามัคคีในหมู่บ้านอีกด้วย


................................................................
อ้างอิงจาก ... http://kanchanapisek.or.th

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   17/10/2004 09:21 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 29  
     
  อยากรู้ประวัติโคมลอย
 
     
    By: อำ     9/11/2005 03:58 PM  (203.172.211.249)
 

 
  หัวข้อ : 30  
     
  ลองอ่านที่ ความคิดเห็นที่: 28 ก่อน นะคะ หรือไม่ก็ เข้าไป .....
>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ




 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   10/11/2005 09:35 AM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 31  
     
  ต้องการได้เนื้อเพลงรำวงลอยกระทง ที่นอกเหนือจากเพลงที่ขึ้นต้นว่า " วันเพ็ญ เดือนสิบสอง........ยุญจะส่งให้เราสุขใจ ๆ " เพื่อประกอบการทำรายงาน หากมีรูปภาพด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ใครทราบช่วยบอกด้วยนะคอ หาไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ :  
     
    By: น้องอีฟ  Mail to น้องอีฟ   12/12/2005 12:40 PM  (203.113.81.169)
 

 
  หัวข้อ : 32  
     
 


นอกจากเพลงที่ ความคิดเห็นที่ 14 และ 16 สองเพลงนั้นแล้ว
เพลงอื่นๆ ยังไม่เคยเห็นเลย นะคะ ...................


>>> ลองคลิกหารายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ นะคะ





 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   13/12/2005 12:09 AM  (202.44.8.98)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.