| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



ชีวิตต้องสู้ ของ วณิพกเฒ่า ... !!
     
 


ชีวิตต้องสู้ของวณิพกเฒ่า ... !!
อ้างอิงจาก ..... บทสัมภาษณ์ของ คุณลุงกรี เจียมบุญ
ของ .....http://www.manager.co.th / วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2546

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    22/08/2003 10:32 PM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


ชีวิตต้องสู้ ของ วณิพกเฒ่า ... !!

กรี เจียมบุญ ..... ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป และนี่คืออีกหนึ่งบทเรียนชีวิตภายใน 1 วันของนายกรี เจียมบุญ ชายชราวัย 60 ปี ซึ่งไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ยึดอาชีพวณิพก เล่นแอคคอเดี้ยนเพลงไทยเดิม หาเลี้ยงตัวเอง และครอบครัว ด้วยความภาคภูมิใจ

เราบังเอิญพบลุงกรี ในเช้าวันหนึ่ง ..... ณ ป้ายรถเมล์บริเวณท่าช้าง เสียงบรรเลงเพลงไทยเดิมจากแอคคอเดี้ยน และป้ายบอกชื่อวงว่า “ผู้เฒ่าโบราณ” ทำให้สะดุดตา จนต้องหยุดยืนฟัง และเกิดข้อสงสัยต่อมาว่า เหตุใดชายชราผู้นี้ จึงเลือกเล่นเฉพาะเพลงไทยเดิม ด้วยเครื่องดนตรีที่แปลกกว่าวณิพกโดยทั่วไป จึงได้เข้าไปขอพูดคุยด้วย

วณิพกเฒ่าแนะนำตัวว่า ..... ชื่อ กรี เจียมบุญ พร้อมด้วยยื่นนามบัตรที่ทำจากเศษกระดาษแผ่นเล็ก ๆ เขียนด้วยปากกาหมึกน้ำเงิน โดยเข้าใจว่า จะติดต่อไปแสดงตามงานเช่นที่ผ่านมา แต่เมื่อเราบอกถึงต้องการที่จะแท้จริง ลุงกรีตอบรับด้วยความยินดี

ลุงกรี เล่าให้ฟังว่า ..... ปัจจุบันอายุ 60 ปีแล้ว เป็นคนจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากเกิดในครอบครัวยากจน จึงไม่มีโอกาสเรียนสูงนัก รักการฟังเพลงมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะเพลงไทยเดิม มีพุ่มพวง ดวงจันทร์ และทูล ทองใจ เป็นขวัญใจ ส่วนการเล่นดนตรีฝึกฝนด้วยตัวเอง จนช่วงวัยรุ่นจึงตั้งวงดนตรีแสดงภายในจังหวัดและละแวกใกล้เคียง

1 / 5

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   22/08/2003 10:35 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


เล่นที่ป้ายรถเมล์ ท่าช้าง ..... “รักฟังเพลงมาก พอเริ่มหัดเล่นดนตรี ก็เป็นเอง อาศัยฟังจากวิทยุเทป แล้วก็มาจับทีละตัว พยายามฝึกเอง ปรากฏว่ามาจับคอร์ด เข้ากับโน้ตได้หมด พออายุ 17 ตั้งวงตระเวนเล่นไปเรื่อยๆ เมื่อก่อนเล่นกองเชียร์รำวง ตามงานวัด งานประจำปีต่างๆ รับจ้างไปทั่ว เล่นมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ เป็นทั้ง แอคคอเดี้ยน คีย์บอร์ด อิเล็กโทน ผมเล่นได้หมด”

หลังจากตระเวนเล่นดนตรีอยู่หลายปี ..... ลุงกรีเปลี่ยนมาทำงานขับรถ เพราะมั่นคง และรายได้ดีกว่า แต่เมื่ออายุมากขึ้น ไม่มีใครจ้าง ตกงานอยู่กว่า 2 ปี จนเมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อนรักรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นวณิพกอยู่ก่อนแล้ว จึงชวนให้ขึ้นมากรุงเทพฯ เล่นดนตรีด้วยกัน

“เริ่มตระเวนเล่นดนตรีตั้งแต่อายุ 17 ..... จนมาหยุดตอนอายุ 24 หันไปยึดอาชีพขับรถ ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่ , สิบล้อ ,สองแถว , รถเทรลเลอร์ , รถเมล์ ขับมาหมดแล้ว ทำอยู่นาน ไม่มีประวัติเฉี่ยวชนเลยนะ จนอายุมาก ย่างเข้า 55 ไม่มีใครจ้าง ช่วงนั้นตกงาน ว่างอยู่เกือบ 2 ปี”

“พอดีมีเพื่อน ชื่อ สุระ พันธะจรัญ ..... ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่เด็ก เขาย้ายจากกาญจนบุรี มาทำงานที่กรุงเทพฯ จนเกษียณอายุ ก็มีปัญหารายได้ พอดีเขาเล่นไวโอลินได้ จึงมายืนเล่นตามข้างถนน ปรากฏว่า รายได้ดี พอเลี้ยงตัว และครอบครัวได้ เขาก็คิดถึงเรา รู้ว่าตกงานอยู่ ก็ชวนมาเล่นด้วยกัน และก็พักอยู่กับเขาด้วย”

2 / 5

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   22/08/2003 10:37 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


เดินทางไปร้านเฮียแป๊ะ ..... “ด้านดนตรีตั้งแต่ทำงานขับรถ ไม่ได้เล่นอย่างเป็นจริงเป็นจังเลย ต้องมาฟื้นใหม่ แต่คนเคยเป็นอยู่แล้ว มันก็เข้ารอยเดิมได้ แต่ตอนนั้น ยังไม่มีเครื่องดนตรี ผมมีรถเก่าๆ อยู่คันหนึ่ง ก็เอาทะเบียนรถไปเข้าไฟแนนซ์ ได้เงินมา 7,000 บาท หลังจากหักจ่ายหนี้สินที่ค้างไว้ เหลือเงิน 4 พันกว่าบาท มาซื้อแอคคอเดี้ยน ของจีนแดงที่หลังกระทรวงมหาดไทย ราคา 4,800 บาท”

และเหตุที่ใช้ชื่อวง “ผู้เฒ่าโบราณ” ..... และเลือกเล่นเฉพาะเพลงไทยโบราณ ลุงกรี เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดี

“ชื่อวงผมนึกขึ้นได้อย่างกะทันหัน ..... เพราะช่วงปีใหม่ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ จ้างผมไปเล่น ทางธนาคารก็ถามว่า ชื่อวงอะไรล่ะ จะเขียนป้ายขึ้นให้ เราก็คิดว่า เราชอบเพลงโบราณ และเล่นแต่เพลงโบราณเก่าๆ เช่น สุรพล สมบัติเจริญ , สมยศ ทัศนพันธ์ , ทูล ทองใจ , ชาย เมืองสิงห์ และอีกอย่างเราก็อายุมากแล้ว จึงบอกทางธนาคารว่า ชื่อวง “ผู้เฒ่าโบราณ” หลังจากนั้นก็ใช้ชื่อนี้มาตลอด และก็เล่นแต่เพลงที่เราชอบ ให้ไปเล่นอย่างอื่นก็คงไม่ได้”

ช่วงแรกของอาชีพนักดนตรีข้างถนน ..... ลุงกรีแสดงร่วมกับลุงสุระเพื่อนสนิท ใช้ป้ายรถเมล์บริเวณท่าช้างแห่งเดียวเป็นเวที ลุงกรีทำหน้าที่เล่นแอคคอเดี้ยน ส่วนลุงสุระเล่นไวโอลิน และร้องนำ เริ่มแสดงตั้งแต่ 7 โมงเช้ายัน 2 ทุ่ม รายได้แบ่งครึ่ง วันหนึ่งจะได้คนละประมาณ 200 กว่าบาท แต่เมื่อเวลาผ่านไป รายได้น้อยลง เพราะคนรอรถเป็นกลุ่มเดิมๆ ลุงสุระจึงแยกไปแสดงที่อื่น แต่จะมารวมกันหากมีผู้ว่าจ้างไปแสดงตามงานต่างๆ

“แรกๆ ไปเล่นก็ดี ..... แต่พอเล่นไปหลายๆ วัน คนมารอรถเขาก็ชิน รายได้ก็น้อยลง เพราะเขาให้ไปแล้ว ก็ไม่ให้อีก รายได้แบ่งกันแล้วเหลือคนละ 100 กว่าบาท ก็คิดกันว่า เราน่าจะแยกกันเล่น รายได้น่าจะดีขึ้น”

“หลังจากแยกกัน ผมก็ยังเล่นอยู่ที่นี้ก่อน ..... เพราะยังไม่รู้จะไปไหน จนคนที่มารอรถเมล์เริ่มแนะนำให้ไปเล่นที่โน้นบ้าง ที่นี้บ้าง เราก็ไปตาม รายได้ก็ดีขึ้น ผมเคยได้มากสุด ตอนงานปิดถนนคนเดินที่ถนนสีสม เล่นแค่ 6 ชม. 4,700 บาท บางวันก็ได้น้อยแค่ร้อยกว่าบาท แต่ก็ไม่ท้อนะ เพราะคิดว่าเป็นธรรมดาที่ต้องได้มากบ้าง น้อยบ้าง ”

3 / 5

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   22/08/2003 10:39 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


ในภาพคือ เฮียแป๊ะ ผู้ใจดี

นอกจากลุงกรี และลุงสุระแล้ว ..... วงผู้เฒ่าโบราณยังมีสมาชิกใหม่เข้าร่วม คือ “กบ” เล่นกีตาร์ และร้องนำ เดิม กบ เป็นวณิพกร้องเพลงเพื่อชีวิตอยู่ที่ป้ายรถเมล์ท่าช้างเช่นกัน แต่รายได้ไม่ดี เพราะไม่มีจุดขายของตัวเอง จึงขอมาเข้าร่วมวง ซึ่งลุงกรีก็ยินดี แต่มีข้อแม้ว่า ต้องเปลี่ยนมาหัดร้องเพลงไทยเดิม ซึ่งกบก็ยินยอม

ทุกวันนี้ ..... ลุงกรี จะตระเวนเล่นคู่กับกบ มีรายได้ประมาณวันละ 400 – 500 บาท แบ่งกันคนละครึ่ง ถ้ามีคนมาติดต่อไปเล่นตามงานต่างๆ แสดง 2 คน คู่กับลุงสุระ คิดแค่ 1,000 บาท ถ้า 3 คนเต็มวง 1,500 บาท ติดต่อได้ที่ 01-0078609

เนื่องจากวันนั้น ..... กบไม่ได้มา เพราะไม่สบาย ลุงกรีจึงต้องเล่นเดี่ยว โดยเริ่มที่ป้ายรถเมล์ท่าช้าง ตั้งแต่ 7 โมง จนถึงเวลาประมาณ 10.30 น. ลุงกรี จึงไปยังร้าน “ข้าวแกงแป๊ะ รสเด็ด” ถ.จรัญสนิทวงศ์ สถานที่แสดงแห่งต่อไป

“เฮียแป๊ะเป็นคนดี ..... ร้านแกขายดีมาก ผมจะเล่นจนถึงบ่าย 2 ก็กลับมาที่สะพานปิ่นเกล้า แล้วรอประมาณช่วง 5 โมงเย็น ก็เล่นอีกครั้ง จนถึงประมาณ 2 ทุ่ม ค่อยกลับที่พัก” ลุงกรี เล่าถึงเจ้าของร้านอาหารที่กำลังจะไปแสดง ระหว่างเดินทางด้วย

ลุงกรี ..... จะตระเวนแสดงเช่นนี้เกือบทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ และวันจันทร์ ที่จะกลับกาญจนบุรี เพื่อนำเงินไปให้ภรรยา ป้าสมศรี เจียมบุญ ซึ่งแต่งงานกันตั้งแต่อายุ 22 ปี มีลูกด้วยกัน 4 คน

“ตั้งแต่อยู่กินกันมา ..... ไม่เคยทะเลาะกันเลย เพราะผมไม่กินเหล้า บุหรี่ก็เลิกสูบแล้ว ตอนหนุ่มๆ ที่เล่นดนตรีอยู่ก็มีผู้หญิงมาชอบ แต่ผมก็ไม่ยุ่งด้วย”

“ลูก 4 คน ..... คนโตเป็นผู้ชาย อีก 3 คนเป็นผู้หญิง ลูกชายเขาบวชไม่สึก คนที่สองมีปัญหาด้านประสาทเราก็ต้องดูแล ลูกสาวคนที่สามแต่งงาน แล้วไปอยู่ที่กับสามีที่อำเภอมุกดาหาร ส่วนลูกสาวคนเล็ก เขาเป็นคนสวย มีหนุ่มๆ มาติดพันเยอะ ทำให้หลงผิดไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จนถูกจับไปติดคุก” ชายชรา บอกกล่าวถึงชีวิตส่วนตัว

การยึดอาชีพวณิพก ทำให้บางครั้งจะโดนดูถูกจากผู้พบเห็น ..... แต่ลุงกรี ยึดมั่นว่าตนเป็นผู้มีศักดิ์ศรี ทำงานสุจริต และจะไม่ยอมเล่นเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ข้างถนนเด็ดขาด

“ถามว่าผมอายไหม ..... แรกๆ ก็อาย ทุกวันนี้ก็อาย แต่ผมถือว่าผมมีศักดิ์ศรี มีคนมาว่า ทำไมมาขอทานที่ป้ายรถเมล์ ผมก็บอกว่า ผมไม่ได้ขอทาน ผมใช้เสียงเพลงแลก ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร และถ้าผมเล่นไม่ดี ก็ว่ากันได้”

“ผมจะเล่นต่อไปจนกว่าไม่ไหว ..... เพราะเราทำตรงนี้ ก็ได้รับการต้อนรับที่ดี ข้าราชการ เทศกิจไม่เคยมาจับผมเลย คุณป้า (หมายถึงภรรยา) ก็เห็นด้วย เพราะเราไม่ได้ขอทาน ไม่ต้องอายใคร เราทำงานสุจริต ไม่ลักขโมยใคร”

“แต่เพลงของในหลวงผมจะไม่นำมาเล่นข้างถนน ..... แต่ถ้าขึ้นเวทีผมจะเล่น เพราะรักท่านมาก ถ้าผมเห็นคนอื่นนำเพลงท่านมาเล่นข้างถนน ผมก็จะเข้าไปว่า ‘ทำไมนำเพลงท่านมาเล่นที่แบบนี้’ นอกจากนั้น เวลาเล่น ก็จะแต่งตัวให้สุภาพหน่อย ให้เกียรติคนที่เขาดูเราด้วย“

4 / 5

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   22/08/2003 10:44 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


11. 00 น. เราถึงจุดหมาย ..... ลุงกรี เข็นแอคคอเดี้ยนคู่ใจลงจากรถเมล์อย่างคุ้นเคย ลากไปตามระยะทางจากป้ายถึงร้านอาหารประมาณ 500 เมตร เฮียแป๊ะซึ่งยุ่งกับการดูแลลูกค้าแน่นร้าน ต้อนรับอย่างคุ้นเคย หลังจาก พักผ่อนสักพัก ลุงกรี เริ่มบรรเลงเพลงอีกครั้ง

“ผมเป็นคนชอบฟังเพลงมาก ..... ตอนเย็นๆ ปิดร้านก็จะไปนั่งฟังเพลงไทยเดิม พอลุงกรีมาเล่น ก็ยินดี ส่วนลูกค้าก็ชอบ บางครั้งพอกินเสร็จเศษเงินทอนก็มาใส่ให้ลุง บางวันเขาได้น้อยเราเห็นใจ บอกให้อดทนหน่อย ถ้าขาดเหลือผมก็เติมให้ เรื่องอาหารก็ตักกินตามสบายเลย ไม่คิดเงิน” เฮียแป๊ะ เล่าถึงความรู้สึกที่มีวณิพกเฒ่า ซึ่งมาเล่นร้านตนเป็นประจำ

จากที่เรานั่งสังเกตการณ์ ..... นอกจากลุงกรีแล้ว ยังมีพ่อค้า และแม่ค้า อีกหลายราย ทั้งเข็น ทั้งหาบ มาออขายแน่นหน้าร้าน แต่เฮียแป๊ะก็ยินดี จากการสอบถามแม่ค้า เล่าให้ฟังว่า เฮียแป๊ะจะดีกับทุกคน ไม่เคยต่อว่า ทำให้หน้าร้านเกะกะ มีแต่ถ้าขายไม่ดีจะช่วยซื้อ เราได้ยินแล้ว อดไม่ได้ที่จะชื่นชมน้ำใจของชายคนนี้ และอย่างน้อยสังคมนี้ก็ยังไม่แย่จนเกินไป

หลังจากเดินทางกลับจากร้านเฮียแป๊ะ ..... มาถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เราขอแยก ณ จุดนี้ ลุงกรี กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกวันนี้ ชีวิตมีความสุขดี พอเลี้ยงดูตัวเอง และครอบครัวไหว หนี้ต่างๆ ที่คิดว่า ชีวิตนี้จะไม่มีทางใช้คืนได้ ก็สามารถหามาคืนได้ จากการเล่นดนตรีข้างถนน ...

5 / 5

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   22/08/2003 10:46 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
  น่าชื่นชม คุณลุงกรี มากๆนะคะ

ตาลเคยเห็น ..... บางคนเอากระป๋องมาวางๆ รอบๆตัว แล้วก็ตีเป็นเพลงได้ด้วย
ที่ต่างประเทศตามเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ เราจะพบเห็นผู้คนที่มีความสามารถเฉพาะตัว
ออกมาทำอะไรต่ออะไรมากมาย ที่ตัวเองถนัด ตามท้องถนน ตามสวนสาธารณะ
แล้วก็มีคน นั่งดู ยืนดู มุงดูกันมากมาย ด้วยความสุข ทั้งผู้แสดง แล้วก็ผู้ดู ...

ตาล ..... ทึ่งในฝีมือของพวกเค้าทุกคน สุดยอดศิลปินจริงๆ ชอบจังคะ เท่มากๆด้วย
ดีจังนะคะ ..... ที่ได้มีโอกาส ได้รับรู้ และ เห็นเรื่องราวอะไรที่ดีๆแบบนี้ด้วย

ตาลว่า ..... เงินที่เค้าได้นั้น คงเป็นแค่ผลพลอยได้ในการดำรงชีวิตของศิลปินคนหนึ่งเท่านั้น
แต่สิ่งที่พวกเค้าได้รับ น่าจะเป็นความอิสระเสรีในแนวคิด แถมยังได้เป็นนายของตัวเอง
มีความสุขกับกิจการส่วนตัวเล็กๆ ไม่ต้องเป็นลูกจ้างกินเงินเดือนของใคร

ที่สำคัญ ..... เค้าได้นำเสนอความสามารถของตัวเอง ที่เค้าชอบนั้น อีกด้วย


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   22/08/2003 11:04 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
  พจนานุกรม ..... ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้คำจำกัดความของ .....

"วนิพก" หรือ "วณิพก" ว่า ..... เป็นคนขอทาน โดยร้องเพลง หรือดีดสีตีเป่าให้เราฟัง

ส่วน "ขอทาน" หมายถึง ..... ผู้ที่หาเลี้ยงชีพ ด้วยการขอเงิน หรือ สิ่งของมาเลี้ยงชีวิต และหรือ หากินทางขอสิ่งที่ผู้อื่นให้ โดยไม่มีอะไรเป็นการแลกเปลี่ยนตอบแทน

อ่านแล้ว ..... ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีนะคะ ว่าท่านเอา "วนิพก" หรือ "วณิพก" ไปเปรียบกับขอทานได้ไงคะ
ในเมื่อ ..... "วนิพก" หรือ "วณิพก" นั้น มีเสียงร้องเพลง หรือไม่ก็เสียงดนตรีอันไพเราะ เป็นการแลกเปลี่ยนนี่นา

พจนานุกรม ฯ ..... ตีความผิด หรือว่าตาลไม่เข้าใจภาษาไทย และ ตีความผิดกันแน่คะเนี้ย งง !!


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   22/08/2003 11:32 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
  คนเราทุกคนก็ต้องสู้ครับ
 
     
    By: วุฒิชัย     23/08/2003 10:10 AM  (12.243.234.207)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
  เมื่อมีผู้ขอทาน ก็มีผู้ให้ทาน เมื่อให้ทานบุญก็ปรากฏ
ถ้าซื้อขายแลกเปลี่ยนการให้เงินก็เป็นแค่ซื้อเสียงเพลง
หามีคุณค่าเท่ากับบริจาคไม่

ส่วนคนร้องเพลงให้คนอื่นฟังก็ไม่ได้ขายเสียงเพลง
ใครไม่ให้เงินก็ฟังได้ ไม่ได้เก็บค่าผ่านประตู
ใครฟังมีความสุขคนร้องเพลงก็ได้บุญ

อาชีพเขาคือขอทาน และให้ทานด้วย
แต่ไม่ใช่แลกเปลี่ยนอย่างที่ตาลเข้าใจ
เขาได้บุญโดยให้ทานด้วยเสียงเพลงนั่นแล

เด็กสมัยนี้มองแต่การค้าการแลกเปลี่ยนไปหมด
 
     
    By: พี่โอ่     23/08/2003 01:02 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
  ตาล ..... ตีความตามตัวหนังสือที่ในพจนานุกรมฯ เขียนไว้ต่างหากคะ
ถ้าเค้าเขียน ขยายความให้มากขึ้น แบบที่พี่โอ่ อธิบายมานั้น
ตาลก็ต้องเข้าใจบ้างสิคะ ตาลไม่ได้มองของตาลเองนะคะ
ตาลพูดถึง "คำจำกัดความ" ที่เค้าให้ไว้ในหนังสือคะ

ขอบคุณพี่โอ่ มากๆนะคะ ที่กรุณาเมตตาชี้แจง แยกแยะความหมายต่างๆ
ให้ตาลได้เข้าใจชัดเจนมากยิ่งขึ้นคะ


โชคดีนะคะ บ๊ายบายคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   23/08/2003 01:11 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
  พวกราชบัณฑิตชอบตัดความหมายเดิมๆในการชำระพจนานุกรมทุกครั้ง
เดี๋ยวนี้พจนานุกรมไม่ได้รวบรวมสิ่งที่คนควรเข้าใจ
ไม่ช้าเราจะค้นหารากเง่าอะไรไม่เจอและต้องตีความกันมากขึ้น
ลองดูพจนานุกรมพุทธศาสตร์ของพระประยุทธ์ ปยุตโต ว่าดังนี้

วณิพก : คนขอทานโดยร้องเพลงขอ
คือขับร้องพรรณนาคุณแห่งการให้ทานและสรรเสริญผู้ให้ทาน ที่เรียกว่าเพลงขอทาน

(เพลงขอทานนั้นยังมีความซาบซึ้งในการสรรเสริญคุณความดี หาได้เป็นเพลงสักแต่ว่าเพลงเที่ยวร้องไปๆอย่างเดี๋ยวนี้ไม่)
 
     
    By: พี่โอ่     23/08/2003 05:14 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
  ขอบคุณ พี่โอ่ มากๆนะคะ ที่แนะนำ
โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   23/08/2003 06:03 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
  ยังสงสัยอยู่ว่า แล้วพวกเจ้าของลิขสิทธ์พวกเพลงที่ลุงกรีแกร้องอยู่ไม่เล่นงานเอาหรือครับ เพราะแกมาร้องเลี้ยงชีพแบบนี้ ผมคิดแบบพวกหัวหมอที่ไม่เห็นแก่หน้าใครนะครับ พวกนักแสดงข้างถนนในต่างประเทศเช่น เมกา เขาจะเรียกตัวเองว่านัดแสดงอิสระ(ในเมกานักแสดงต้องมียูเนียน)เลยเรียกตัวเองว่าพวกฟรีแลนส์ไม่ใช่ขอทาน
สันติ
 
     
    By: สันติ กิจเจริญนิรุตม์  Mail to สันติ กิจเจริญนิรุตม์   24/08/2003 06:10 AM  (4.40.46.112)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
  คนไทยส่วนใหญ่ ..... มีพื้นฐานของความใจดีอยู่มากๆ
เจ้าของค่ายเพลงต่างๆ หรือตัวนักร้องเจ้าของเพลงนั้นๆ
ก็เค้าคงไม่คิดมากๆอย่างที่พี่สันติ บอกหรอกมั้งคะ ???
คุณลุงเค้าลำบากจะแย่อยู่แล้ว

ตาลว่า ..... คนที่ผ่านไปมา น่าจะเห็นใจคุณลุงมากกว่าคิดไปถึงเรื่องอื่นๆมั้งคะ ???


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/08/2003 06:53 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
  Life is difficult ! He does the decent job.  
     
    By: 104 AM     24/08/2003 03:07 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
  วณิพก มีความหมายมากกับคาราบาว เพราะพวกเค๊าเคยเปรียบว่าตัวเองเป็น วณิพก จึงมีการแต่งเพลง วณิพกขึ้นมา วณิพกในความหมายของพวกเขา คือ ศิลปิน ผู้อันไม่ค่อยมีอันจะกิน หากแต่คงไว้ซึ่งศักดิ์ และเกียรติของความเป็นศิลปะในอารมณ์ ศิลปิน ไม่ขอของใครฟรีๆ ว่างั้นเหอะ

ฉะนั้น หากเจอวณิพก อย่ารีบให้อะไรเขา แต่ต้องดูว่าเขาให้อะไรเรา คือหมายถึงรูปแบบงานศิลปะ เช่นเพลง หรือ อื่น ๆ การตอบแทน เหล่าวณิพก หลาย ๆ ครั้ง ไม่จำเป็นด้วยการให้ทรัพย์ อาจเป็น น้ำ ชา กาแฟ ก้อได้แล้วแต่สะดวก แต่วณิพก ปัจจุบัน ชอบ ตังค์มากกว่า เพราะ มันทำให้ไปซื้ออย่างอื่นได้อีก..... คนเหล่านี้หลายคนมีความสามารถมากนะครับอย่าไปดูถูก.....

เคยถามตัวเองบ้างรึเปล่า? เวลาเห็นเค๊าเล่นเครื่องดนตรีแบบนี้เนี่ยะ คุณน่ะเล่นได้อย่างเค๊ารึเปล่า? ถ้าคำตอบคือไม่ได้ ก้อลองสนับสนุนเค๊าดูไม่ดีกว่าหรือครับ????
 
     
    By: erotica balm     24/08/2003 03:10 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
  ทุกครั้งที่ส้มดู ส้มมักจะตั้งคำถามในใจว่า ทำไมพวกเขาไม่ไปเป็นศิลปะซะ ก็ได้ไงเยอะด้วย เพราะเล่นดนตรีกันเจ๋งดี ตามรถไฟใต้ดินนะ เจ๋งอ่ะ ชอบๆ  
     
    By: ส้มเอง     24/08/2003 08:31 PM  (203.149.1.103)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
  ชีวิตย่อมเป็นไปตามกรรม แต่พวกเขาก็มีความสุขดีไม่ใช่หรือ เวลาให้ทานเขาก็ควรให้ด้วยความเคารพ  
     
    By: พี่โอ่  Mail to พี่โอ่   24/08/2003 10:47 PM  (203.147.31.123)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
 

คนที่แสดงศิลปะต่าง ๆ นั้นมีชื่อเรียกขานโดยเฉพาะว่าเป็นศิลปินประเภทต่างๆ เช่น ลิเก นักร้อง ฯลฯ ถึงแม้การแสดงนั้นจะเสียเงินในการเข้าชมก็ไม่ใช่เป็นการขอ เหตุเพราะผู้นั้นทำด้วยใจรักและเข้าถึงศิลปตามอาชีพของตนนั้นคือ นักแสดง
วณิพก เป็นขอทานประเภทหนึ่ง การแสดงต่าง ๆ ที่นำเสนอออกมานั้นมีหลายรูปแบบ ตามแต่ความถนัดหรือความชอบส่วนตัวมุ่งหวังเพื่อการขอเป็นสำคัญ มิใช่เข้าถึงในอรรถรสแห่งศิลปนั้นไม่
การที่ราชบัณฑิตยสถานกำหนดเช่นนั้น มุ่งหวังให้แยกแยะเจตนาและป้องกันมิให้ผู้ไม่รู้ตีความในอันที่จะทำให้ ศิลปินเกิดความตกต่ำได้
จึงเรียนมาเพื่อทราบตามความเข้าใจเอาเอง

 
     
    By: blackninja     25/08/2003 02:47 AM  (203.113.41.103)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
  ขอบคุณ คุณลุง blackninja มากๆนะคะ
ที่กรุณาอธิบาย ให้เข้าใจมากๆยิ่งขึ้น
ขอบคุณมากๆคะ

โชคดีนะคะ บ๊ายบายคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   25/08/2003 02:58 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
  ข้อความของคุณสันติที่เขียนว่า "ยังสงสัยอยู่ว่า แล้วพวกเจ้าของลิขสิทธ์พวกเพลงที่ลุงกรีแกร้องอยู่ไม่เล่นงานเอาหรือครับ เพราะแกมาร้องเลี้ยงชีพแบบนี้ ผมคิดแบบพวกหัวหมอที่ไม่เห็นแก่หน้าใครนะครับ พวกนักแสดงข้างถนนในต่างประเทศเช่น เมกา เขาจะเรียกตัวเองว่านัดแสดงอิสระ(ในเมกานักแสดงต้องมียูเนียน)เลยเรียกตัวเองว่าพวกฟรีแลนส์ไม่ใช่ขอทาน" อ่านแล้วมีความรู้สึกไม่ค่อยดีเลย ถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงจะเล่นงาน ก็ต้องรวมถึงพวกที่ร้องตามห้องอาหาร ผับ บาร์ และสถานเริงรมย์อื่น ๆ อีกมากมาก น่าจะเป็นอย่งนั้นมากกว่า แต่ไม่เห็นมีการว่าเลยเน๊าะ สร้างสรรค์หน่อย คนทำมาหากินดีกว่าคนไม่ทำอะไรเลยใช่ไหมคะ

สมพร
 
     
    By: สมพร     25/08/2003 08:59 AM  (202.28.27.3)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
  การร้องเพลงของวณิพกเป็นศิลปะประเภทหนึ่งหรือมิใช่ศิลปะ หรือนักร้องต่างๆร้องเพลงเป็นงานศิลปะหรือไม่ใช่ศิลปะ ใครคือผู้กำหนดว่างานนั้นเป็นศิลปะหรือไม่เป็นการกำหนดได้อย่างอิสระตามแต่ใจต้องการ เพราะศิลปินอาจแฝงอยู่ในอาชีพต่างๆได้แม้แต่คนขอทาน ศิลปินไม่ตกต่ำไปเป็นขอทาน ถ้าเรามองคนด้วยความเป็นคน มันก็เหมือนกัน กรรมเป็นเครื่องจำแนกสัตว์โลกให้แตกต่างกัน และเราอาศัยสมมุติไปยึดถือเอาเอง  
     
    By: พี่โอ่  Mail to พี่โอ่   25/08/2003 03:07 PM  (203.147.31.123)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
  เป็นคนที่สู้ชีวิตดีมากค่ะ หนูขอเชยชมค่ะ  
     
    By: mon  Mail to mon   31/08/2003 02:19 PM  (202.183.233.12)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
  หนึ่งว่าเวลาที่เราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เราก็จะมีความสุขนะครับ
คุณลุงก็เรียกท่านได้เลยว่าเป็นศิลปินขนานแท้ได้เลยนะครับ
เพราะว่าศิลปินจริงๆต้องคู่กับกระเป๋าแห้งด้วยนะครับ
 
     
    By: หนึ่ง     31/08/2003 05:03 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 25  
     
  คนที่เลี้ยงชีพทำนองนี้มีไม่น้อย ช่วยหามานำเสนอบ่อย ๆ นะครับ ผมว่าเป็นคนน่ารักและน่านับถือจริง ๆ อ่านแล้วผมตื้นตันทุกครั้งเลย ขอบคุณมากที่หนูน้ำตาลนำมาเสนอ  
     
    By: สุขุม(ตามมาจากbudpage)     11/09/2003 03:19 PM  (202.129.16.29)
 

 
  หัวข้อ : 26  
     
  ยินดีนำเสนอ เรื่องดีๆของสังคม
ทุกๆคนจะได้มีกำลังใจ
และ ตั้งใจที่จะทำดีต่อไปเรื่อยๆนะคะ

ขอบคุณ คุณลุงสุขุม มากๆ นะคะ
ที่ชอบเรื่องราว ที่หน้า บันทึกฯ นี้ ของน้ำตาลคะ


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   11/09/2003 05:07 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 27  
     
  ^_^  
     
    By: t     21/09/2003 05:56 PM  (203.152.41.4)
 

 
  หัวข้อ : 28  
     
  เพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่านแบบเต็มๆวันนี้เอง....

ผมก็เคยผ่านไปพบตอนแกเล่นอยู่เหมือนกัน เห็นเล่นคู่อยู่กับหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นคุณกบนะ

วันนั้นผมผ่านไปได้ยินเพลงที่แกเล่นและร้อง เป็นเพลงเก่าๆที่ผมฟังแล้วก็รู้สึกดี ก็เลยหยุดฟังแกเล่น ดูชื่อวงแก ยืนฟังแกเล่นซึ่งก็รู้สึกชื่นชมแก และก็เลยช่วยแกไป 50 บาท และก็ยังอยากจะเห็นแกเล่นต่อไป.....
 
     
    By: นกเสรี     22/09/2003 08:04 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 29  
     
  อยากได้รายระเอียดเกี่ยวกับวณิพกมากกว่านี้คะ ว่า มีคนที่ร้องเพลงข้างถนนมีมากน้อยเพียงใดในกรุงเทพ  
     
    By: กนกอร  Mail to กนกอร   8/02/2005 02:41 PM  (202.176.140.39)
 

 
  หัวข้อ : 30  
     
  คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำอะไรก็ด่ายนิ จิงไหมขอเราตั้งจัย ทุกอย่างก็จะอยุ่ในมือของเรา เพียงแต่เราต้องสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ ( สู้โว๊ย)  
     
    By: เอก     8/02/2005 03:39 PM  (203.209.117.127)
 

 
  หัวข้อ : 31  
     
  อยากได้รายระเอียดเกี่ยวกับวณิพก
คงต้องเที่ยวตระเวนดูเอาเอง มั้งคะ ...?
ไม่รู้เหมือนกัน ว่าจะมีใครสนใจบันทึกทำสถิติ
เรื่องราวของ วณิพก ไว้อย่างไร หรือไม่ เพียงใด
ลองเข้าไปค้นหาที่ Google สิคะ บางทีอาจจะมีอยู่บ้าง

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/02/2005 04:48 PM  (203.150.217.118)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.