| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



Khun Sanid กะ อินเดียนแดง
     
 


From: Khun Sanid
To: nicha_kw@mweb.co.th
Sent: Thursday, August 07, 2003 1:00 PM

เรื่อง ..... ประสบการณ์เป็นครูสอนโรงเรียนอินเดียนแดง
ภาพประกอบ ..... จากสมุดภาพ Guildhall Cowboy

1/ 8

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    14/08/2003 11:35 PM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


ประสบการณ์เป็นครูสอนโรงเรียนอินเดียนแดง ..... ที่ผมเรียก อินเดียนแดง ก็เรียกอย่างคนไทยเรียก.. ถ้าให้ถูกต้อง ต้องเรียกว่า Native Americans หรือ American Indians เผ่าที่ผมสอนเรียกว่า Navajo (โฮ) อยู่ในเขตที่เขาจัดไว้ให้คนเผ่านี้อยู่โดยเฉพาะ เรียกว่า Reservation อยู่ในรัฐ Arizona

ผมสอนที่นั่น ..... 6 ปี ตำแหน่งครูบรรณารักษ์

2 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   14/08/2003 11:39 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


Reservation ..... นี้ใหญ่ที่สุดในอเมริกา กว้างและยาวกว่า 200 ไมล์ มีประมาณ 6 พื้นที่การศึกษา(School District) แต่ละ School District มีอำนาจเด็ดขาด ไม่ขึ้นกับใคร

Reservation ..... นี้มีประชากรราว 3 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นชนบท และคนชอบสร้างบ้านไกลๆจากกัน แต่ทุกบ้านจะมีถนนถึงบ้าน(ส่วนมากไม่ลาดยาง) ทุกบ้านมีไฟฟ้า มีน้ำมาตามท่อ และมีรถ ส่วนมากเป็นรถกะบะ...

เพราะ ..... บ้านเด็กอยู่ไกลโรงเรียน จึงต้องมีรถนักเรียนไปรับส่งเด็ก บางบ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนถึง 50 ไมล์ ... ตัวอาคารเรียน ครู อุปกรณ์เครื่องใช้สอน ได้เงินอุดหนุนไม่ต่างกันจากเด็กอเมริกันทั่วไปในเมืองอื่นๆ ... แต่ผลการเรียนโดยรวมจะอ่อนกว่านิดหนึ่ง เพราะเด็กเผ่านี้ พูดภาษาของเผ่าก่อนที่จะมาเรียนภาษาอังกฤษ......

3 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   14/08/2003 11:43 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


งานในตำแหน่งคือ Media Specialist ..... คือตำแหน่งผู้บริหารงานห้องสมุด และทุกอย่างเกี่ยวกับ Media Technology ตำแหน่งนี้ต้องสอนนักเรียนในการใช้ห้องสมุด และสอนการใช้คอมและมีเดียอื่นๆทุกชนิด

เด็กที่ผมสอน ..... อยู่ในระดับ อนุบาล ถึง ป. ๖ ระดับสูงขึ้นไปก็มีคนสอนอีก ๒ คน เด็กเกือบทั้งหมดเป็น Navajo มีเด็ก Anglo (ฝรั่งขาว)ปะปนบ้าง เด็กชั้นอนุบาล ป.๑ ไม่ค่อยรู้ภาษาอังกฤษสอนยาก เพราะผมไม่รู้ภาษา Navajo....หน้าตาผมคล้ายๆกับพวกเขา แต่เราพูดภาษาเขาไม่ได้ พูดภาษา เม็กซิกันก็ไม่ได้

เขาก็ถามว่า ..... What tribe are you?
ผมก็ตอบว่า ..... Thai
ทุกคนจะร้อง ..... ...."อ๋อ"....ที่จริงหมายถึงเผ่าไหนก็ไม่รู้
เขาไม่เคยได้ยิน.....เพราะ Native Americans มีถึง ๑๐๐ เผ่า...

4 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   14/08/2003 11:49 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


ลืมบอกไปว่า ..... ใน Indian Reservation นั้น ไม่มีการซื้อและขายบ้านและที่ดิน คนของเขา เขาอยู่กันฟรีๆ ภาษีที่ดิน ภาษีการค้าไม่ต้องเสีย จะตั้งบ้านเรือนที่ไหนก็ได้ โรงเรียนที่สอนก็อยู่ในชนบท แล้วจะให้ผมไปพักที่ไหน? ในเขตโรงเรียนเขาต้องจัดบ้านไว้ให้ครูเช่า...การบังคับให้ต้องเช่า กฎหมายบังคับให้คิดราคาเช่าถูก....บ้านพัก ๑ ห้องนอนให้เช่าเดือนละ ๑๕ เหรียญเท่านั้น คนอยากมีเงินเหลือก็ต้องไปทำงานในถิ่นกันดารแบบนี้

ถิ่นกันดาร???...... ไม่จริงหรอก บ้านปูพรม มีเครื่องปรับอากาศร้อน หนาว มีโทรศัพท์ มีน้ำประปาร้อนเย็น และมีถนน Black Top(ลาดยาง) ถึงประตูบ้าน.....รถจอดตรงไหนก็ได้....ที่ว่างเยอะแยะไป

คำว่า ถิ่นกันดาร ..... คงจะหมายถึงว่า "ไกลจากเมืองใหญ่" เพราะที่เราอยู่ก็มีร้านขายของชำเล็กๆ ถ้าจะซื้ออาหารให้ครบ ต้องขับไป ๒๐ ไมล์ ถ้าจะซื้อของได้ทุกอย่างก็ไกลไปอีก ๓๐ ไมล์ ที่จริงจะไปตลาดทุกวันก็ได้ แต่พวกเราไปกันอาทิตย์ละหน

5 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   14/08/2003 11:53 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


บ้านแบบโบราณของ ..... Navajo เรียกว่า Hogan (โฮ้กัน) ที่จริงเป็นกระท่อมทำด้วยไม้และปะด้วยโคลน ของเดิมมีลักษณะเป็บวงกลม ของใหม่ นิยม ๕ ๖ หรือ ๘ เหลี่ยม เดี๋ยวนี้ก็ยังมีให้ดูแต่ไม่มากนัก

เหตุที่ ..... Navajo นิยมมีบ้านอยู่ห่างๆกันมากๆ ก็เพราะคนส่วนมากนิยมเลี้ยงแพะและแกะ เพื่อเอาขนมาทำพรมและเอาเนื้อเป็นอาหาร แพะและแกะต้องหากินไกลๆ อีกอย่างหนึ่งก็เพราะประเพณี ที่ถ้ามีคนตายในบ้าน เขาจะต้องเผาบ้านทิ้ง เป็นความเชื่อโบราณเพื่อฆ่าเชื้อโรค ถ้าบ้านอยู่ใกล้คนอื่นก็มีปัญหา

Native Americans ..... โดยทั่วไป รวมทั้ง Navajo มีปัญหาเรื่องกินเหล้า คือถ้ากินก็กินจนเมามาก และ ก็เป็นโรคติดเหล้าง่าย ด้วยเหตุนี้ทุกเผ่ามีกฎหมาย ห้ามมีร้านขายเหล้าในเขต Reservation แต่พอเลยเขตออกไปนิดเดียว ก็มีคนฉวยโอกาสเปิดร้านขายเหล้าตามชายเขตแดน หรือในเมืองใกล้ๆ Reservation จะมีคนขี้เมาอยู่ทั่วไป

6 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   14/08/2003 11:57 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


การศึกษาบังคับของเด็กทุกคน ..... คือ ๑๑ ปี หรือ อนุบาล ถึงเกรด ๑๐ เพราะบ้านแต่ละบ้านของ Navajo Indians อยู่ห่างไกลกันมาก แม้จะมีถนนไปถึงบ้านทุกบ้าน แต่ถนนย่อยๆก็เป็นถนนลูกรัง จึงมีความลำบากในการจัดการศึกษาให้แก่คนกลุ่มนี้เป็นอันมาก เป็นหน้าที่ของแต่ละโรงเรียน (ไม่ใช่ผู้ปกครอง)ที่จะต้องมีรถโรงเรียนสีเหลืองแก่ ไปรับเด็กมาโรงเรียนและไปส่งเด็กกลับบ้าน ระยะทางก็ไกล แต่ก็ต้องทำให้ได้ บางแห่งหน้าหิมะตก รถเข้าไปไม่ได้ โรงเรียนก็นับจำนวนวันที่โรงเรียนต้องหยุดสอนเพราะหิมะตกหนัก (Snow Days) เอาไว้....พอตอนสิ้นปีการศึกษา โรงเรียนต้องจัดสอนเพิ่มวันเพื่อทดแทนวันที่โรงเรียนจำเป็นจะต้องหยุดไป....

เด็กที่จบเกรด ๑๐ แล้ว ..... ต้องการเรียนต่อถึงเกรด ๑๒ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ฟรีแบบเดียวกันกับ การศึกษาภาคบังคับ

การศึกษาบังคับ ๑๑ ปีนี้ ..... เด็กทุกคนในทุกรัฐจะต้องเรียนจนครบ เป็นหน้าที่ของรัฐจะต้องจัดการให้เด็กทุกคนได้เรียน หากสุดวิสัยก็มีการลดหย่อนเป็นรายๆไป และรัฐจะอำนวยความสะดวกแบบอื่นๆ เพื่อการศึกษาของผู้ใหญ่ต่อไป

7 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   15/08/2003 12:01 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


ภาษา Navajo ..... เป็นภาษาพูด ภาษาเขียนไม่มี คน Navajo ทุกคนสื่อสารกันด้วยภาษานี้ จะมียกเว้นก็เด็กๆเขาพูดกันในโรงเรียน เขามักจะใช้ภาษาอังกฤษ คน Navajo ทุกคนจะพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย เพราะเป็นภาษาราชการที่ใช้ในโรงเรียน

Navajo Code Talker ..... เป็นการสื่อสารของทหารอเมริกันในการทำสงครามกับญี่ปุ่น ที่ทหารญี่ปุ่นไม่สามารถจะแปลความหมายได้ มีผลทำให้ทหารญี่ปุนปวดหัวมาก

ในการสอน ..... เราครูต้องใช้ภาษาอังกฤษ เด็กชั้นอนุบาล หรือ ป.๑ มีปัญหาบ้าง แต่เด็กๆที่รู้อังกฤษก็มี จึงช่วยกันแปลกันเอง

เรื่องแย่งชิงที่อยู่ที่ทำกินก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานมาแล้ว ..... มีการบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์อย่างตรงไปตรงมา ทั้งสองฝ่ายต่างก็ทำร้ายซึ่งกันและกัน ทั้งสองฝ่ายต่างก็เกื้อกูลต่อกัน คนในรุ่นนี้ไม่มีใครติดใจอีกต่อไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่ากฎหมายที่แบ่งแยกดินแดนให้เป็น Reservation นั้นมีความยุติธรรมแก่พวกเขา และโดยที่จริงพวกเขาได้สิทธิมากกว่าคนอื่นๆในอเมริกา เช่นเขาจะเลือกอยู่ที่ไหนก็ได้ในประเทศ แต่ถ้าอยู่ใน Reservation ที่ดินไม่ต้องซื้อ จะเอาเท่าไรก็ได้ อีกทั้งไม่ต้องเสียภาษีหลายอย่าง และเขามีรัฐบาลปกครองกันเองได้อีก

แต่ที่สำคัญคือ ..... รัฐบาลกลางเอาใจใส่ดูแลให้ทุกเรื่องเป็นอย่างดีเช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ถนน สาธารณูปโภค งานทำ และสวัสดิการสังคมต่างๆ

8 / 8

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   15/08/2003 12:10 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


ชาวอินเดียนแดง ..... เชื้อสายดั้งเดิมเป็นมองโกล ที่อพยพมาจากทวีปเอเซีย ข้ามไปยังทวีปอเมริกาเหนือ โดยผ่านทางช่องแคบเบริง แล้วกระจายไปทั่วทวีปอเมริกาเหนือ กลาง และใต้ สำหรับในอเมริกาเหนือ ในประเทศสหรัฐฯ และแคนนาดา ชาวอินเดียนแดง เป็นชนกลุ่มน้อยที่ได้รับการจัดพื้นที่พิเศษ ให้เป็นนิคมของชาวอินเดียนโดยเฉพาะ

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   15/08/2003 01:07 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
 


ดินแดนแห่งอิสรภาพ ..... ที่ใครต่อใครโหยหาจะมาเยือนกันนั้น ยังคงเป็นที่ชื่นชอบ ของผู้ที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปัจจุบันใครจะรู้บ้างเล่าว่าเมื่อก่อน ... ชาวอินเดียนแดง ยึดเอาพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ริมฝั่งทะเล ตั้งหลักปักกระท่อม ใช้ชีวิตด้วยความสุขสงบ

จนวันหนึ่ง ..... ชนผิวขาวชาวสเปน ก็ล่องเรือเข้ามามีบทบาท และเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่ ของพวกเขาโดยสิ้นเชิง เมื่อนายพลแกสเปอร์ เดอ พอร์ทูล่า มาถึงเมื่อปี ค.ศ.1769 ได้แลกเปลี่ยนของเล็กๆน้อยๆ กับกลุ่มชนอินเดียนแดง ที่ลำน้ำแห่งหนึ่ง เขาจึงเรียกลำน้ำนั้นว่า Senora la Reina de Los Angeless de Porciuncula และอีก 12 ปีถัดมา เมืองนี้ได้ตั้งชื่อว่า ..... "Los Angeles"

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   15/08/2003 01:17 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
 


4 July เหลียวดูอเมริกาในวันประกาศอิสรภาพ ..... หากพูดถึงประเทศที่ได้ชื่อว่ามีอิสรภาพและเสรีมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ย่อมหนีไม่พ้นประเทศอเมริกา จากทวีปที่เคยรกร้าง มีเพียงชนเผ่าอินเดียแดงเป็นเจ้าของ จนกระทั่งชาวยุโรปผิวขาวได้เริ่มอพยพเข้ามา เวลาผ่านไปกว่า 4 ศตวรรษ ในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1776 อาณานิคมของอังกฤษ 13 แห่งได้ออกคำประกาศเอกราช (DECLARATION OF INDEPENDENCE) จากอังกฤษ ซึ่งทำให้เกิดการก่อตั้ง ... ประเทศสหรัฐอเมริกา ขึ้นเป็นประเทศใหม่ล่าสุดของโลกในขณะนั้น

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   15/08/2003 01:36 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


อเมริกา ..... มาจากชื่อของนักสำรวจชาวอิตาลี ชื่ออเมริโก เวสปุชชี (Amerigo Vespucci) และเป็นประเทศใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก รองจากรัสเซีย แคนนาดา และจีน เมืองหลวงชื่อวอชิงตัน ดีซี (WASHINGTON DC) แต่เมืองใหญ่ที่มีจำนวนประชากร และพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีมากที่สุด ได้แก่ นิวยอร์ก (NEW YORK) ลอสแอนเจลิส (LOSANGELES) และชิคาโก (CHICAGO) สหรัฐฯ มีภูมิทัศน์และภูมิอากาศเกือบทุกรูปแบบ คือแบบทุนดราในมลรัฐอะแลสกา แบบทะเลทรายในมลรัฐแอริโซนา ยอดเขาที่มีหิมะคลุมในเทือกเขาร็อกกี และไร่นาที่อุดมสมบูรณ์ในกลุ่มมลรัฐมิดเวสต์ตรงช่วงใต้ทะเลสาบทั้งห้า (GREAT LAKES)

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   15/08/2003 01:39 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
 


ย้อนอดีตอีกสักนิด ..... ชาวพื้นเมืองอเมริกัน ก็คือชาวอินเดียนแดง กลุ่มแรกมาจากทวีปเอเชียโดยมาทางพื้นดินที่เมื่อราว 25,000 ปีมาแล้วเคยทอดข้ามช่องแคบเบริง (Bering Strait) เชื่อมทวีปอเมริกาเหนือและเอเชีย เมื่อต้นศตวรรษที่ 16 พวกสเปนได้มาสำรวจภาคใต้และภาคตะวันตกของพื้นที่ส่วนที่เป็นสหรัฐฯ ในปัจจุบันนี้ ถิ่นฐานถาวรแห่งแรกของชาวอังกฤษคือเมืองเจมส์ทาวน์ (Jamestown) ซึ่งตั้งขึ้นในมลรัฐเวอร์จิเนียใน ค.ศ.1607 ครั้นสิบสามปีต่อมาคนอังกฤษที่เดินทางมาตั้งรกรากก็ขึ้นจากเรือที่เมืองพลีมัท (Plymouth) ในมลรัฐแมสซาซูเซตส์ การตั้งถิ่นฐานได้แผ่ขยายออกไปทางด้านตะวันตกอย่างรวดเร็ว ขับไล่พวกอินเดียนแดง (NATIVE AMERICANS) ไปจากถิ่นกำเนิดดั้งเดิม และแล้ว ในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1776 อาณานิคมของอังกฤษ 13 แห่งได้ออกคำประกาศเอกราช (DECLARATION OF INDEPENDENCE) จากอังกฤษ ซึ่งทำให้เกิดการก่อตั้ง ... ประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้น

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   15/08/2003 01:42 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
 


ปัจจุบัน ..... ทุกวันที่ 4 กรกฎาคม คนอเมริกันทั้งประเทศจะเฉลิมฉลองอิสรภาพ ในเมืองต่างๆ จะจัดขบวนพาเหรดสีสันสวยงาม ครอบครัวต่างๆ จะออกมาปิกนิค ปิดท้ายในช่วงกลางคืนด้วยการจุดดอกไม้ไฟอย่างงดงาม เพลงที่นิยมเล่นในวันนี้ อาทิ The Stars and Stripes Forever เป็นต้น

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   15/08/2003 01:46 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
 


แต่เป็นที่น่าสงสัยว่า ..... ปีนี้ ในขณะที่อุณภูมิทางการเมืองของอเมริกากำลังเข้มข้น โดยเฉพาะการพยายามตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับกลุ่มชนชาติมุสลิม การพยายามยึดครองแหล่งน้ำมันของประเทศอื่น หรือการพยายามเป็นจ้าวโลก โดยไม่เชื่อความคิดเห็นของสหประชาชาติ จะทำให้ชาวอเมริกันจะมีความสุขกับอิสรภาพของตนเอง และ หวั่นกลัวต่อการก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้น ในขณะที่มีกลุ่มคนจำนวนมากมุ่งเกลียดชังประเทศของตนเอง ... เช่นนี้

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   15/08/2003 01:48 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
 


ตาล ..... อ่านเรื่องราว และ รู้เรื่องของประเทศอเมริกา มาตั้งแต่จำความได้ ดูเหมือนประเทศอเมริกา ยิ่งใหญ่ในความรู้สึกของเรา แต่เมื่อเรายิ่งโตขึ้น เรียนรู้มากขึ้น เรามีความรู้สึกว่า ประเทศอเมริกาเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ ที่ใครๆก็ต้องฟังเสียงอเมริกากันเป็นหลักทีเดียว

ถึงแม้วันนี้ ..... สงครามระหว่างอเมริกา กะ อิรัก จบสิ้นไประดับหนึ่งแล้ว เราก็ยังไม่แน่ใจว่าอเมริกาจะได้อะไรจากการบุกถล่มอิรักในครั้งนี้ แต่ที่แน่ที่สุด เราว่าตอนนี้อเมริกาน่าจะกำลังขาดมิตรประเทศไปทีละประเทศ ซึ่งมิใช่เป็นวิถีของการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ถูกต้องเลย

โดยเฉพาะในยุคนี้ ..... ที่อเมริกาเป็น "จ้าวโลก" ไปโดยปริยายแล้วเนี้ย มีอำนาจเต็มที่ ที่จะทำดีก็ได้ ทำชั่วก็ได้ ซึ่งการทำดีก็ได้ผลดี แล้วถ้าทำชั่ว ก็น่าจะได้ผลชั่วตามมาเช่นกัน

โลกของเราทุกวันนี้ ..... มีแต่เทคโนโลยี่ที่ก้าวหน้า และเรื่องสร้างสรรใหม่ๆ ที่น่าภูมิใจ

แต่เหตุใด ..... ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงไม่คิดกลับเนื้อกลับตัว และ สร้างแต่ "กรรมดี" บ้าง ทำไมคิดแต่จะทำลายล้างกันให้สิ้นซากแบบนี้

แปลกนะคะ ..... คนที่ฉลาดมากๆ รู้มากๆ แล้วก็รวยมากด้วย และ ถูกยกย่องว่าเป็น "จ้าวโลก" แต่ก็ยังมีความคิดแบบโง่ๆ แฝงตัวอยู่ใน ก..ม..ล..สั..น..ด..า..น ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำระดับผู้บริหารของประเทศ อีกมากมายทีเดียว

น่าเสียดายจัง ..... ที่ประเทศอเมริกา ที่ผู้คนมีความคิดสร้างสรรค์มากมาย และ โชคดีที่มีเงินสนับสนุนในการทำอะไรต่างๆ ได้ง่ายๆ ตามใจนึก แต่กลับไปนึกคิดที่จะใช้วิธีทำลายล้างด้วย "สงคราม" ซึ่งก็รู้อยู่ว่ามีผลเสียมากกว่าผลดี

อุตส่าห์ ..... นั่งคิดนอนคิด ไปได้ถึงดวงดาวที่ไกลลิบ แต่กลับไร้ซึ่งความคิดที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศอิรักด้วยสมอง ให้สมกับศักดิ์ศรีของความเป็นประเทศ "จ้าวโลก" กลับใช้ความยิ่งใหญ่ และ ได้เปรียบ ทำลายล้างผู้อื่นที่ไม่มีทางสู้นั้นให้สิ้นซาก

ไม่เข้าใจจริงๆคะ ..... ว่าน่าภูมิใจตรงไหน ... ???

แล้วก็ ..... ไม่น่าแปลกใจ ที่อเมริกามีแต่เรื่องก่อการร้ายอยู่เสมอๆ
ก็กระทำสิ่งใดไว้ ก็ย่อมได้รับสิ่งนั้นตอบอย่างสาสม เช่นกัน ... !!


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   15/08/2003 02:07 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
  อยู่อเมริกามาตั้งนาน ไม่ค่อยได้เจอ Native American เท่าไรหรอกครับ ในรัฐที่ผมอยู่ก็มี หลายเผ่าอยู่
คนพวกนี้ จะว่ามีอภิสิทธิ์ เยอะมาก ก็ใช่นะครับ
หัวหน้าเผ่าเขา ยอมรับข้อเสนอของนายทุน เปิดคาสิโนในพื้นที่
เมื่อได้ผลกำไรแล้วก็แจกจ่ายให้กับลูกเผ่า
เชื่อไหม ว่า หนังสือพิมพ์เคยลงบทสัมภาษณ์ ว่า คนพวกนี้ เกิดมาจนแก่ ไม่เคยเห็นเงิน dollar ด้วยซ้ำ ปรากฎว่า อยู่ดีๆๆ ก็มีเช็คมาส่งให้ที่บ้าน ปีละเป็นหมื่น เป็นแสนเหรียญ
 
     
    By: วุฒิชัย     15/08/2003 09:18 AM  (12.243.234.207)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
 
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดีครับ

 
     
    By: จิตปัน     15/08/2003 12:27 PM  (203.107.130.11)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
  ดีใจที่ได้อ่านเรื่องราว ดีๆ นะคะ ขอบคุณมากๆ ที่สรรหามาเล่า เรื่องสาระแบบไม่น่าเบื่อ  
     
    By: พิจิก     20/08/2003 09:57 AM  (24.114.11.118)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
  ขอบคุณนะคะ สำหรับเรื่องราวดีๆแบบนี้ เป็นคนที่ชื่นชอบในเรื่องของอินเดียนแดงมากๆ ดีใจที่ได้เห็นภาพสวยๆแบบนี้  
     
    By: ไซคี     17/06/2004 12:44 PM  (202.28.21.6)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
  สิ่งที่คุณนำเสนอน่าสนใจและมีประโยชน์มากหวังว่าคนที่ชอบเรื่อ
งอินเยนแดงจะเคยชมหนังเรื่อง"DanceswithWolves"ของเควินคอสเนอร์นะครับหนังดีมาก
 
     
    By: กอล์ฟ  Mail to กอล์ฟ   29/06/2004 04:29 PM  (203.149.54.149)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
 


สองสามวันมานี้ ตื่นมาก็ได้ยินข่าว ..........
ของสหรัฐอเมริกาพูดจาเชิงตำหนิประเทศไทยตั้ง 2 ข่าว


- สหรัฐฯชี้ไทยศูนย์กลางค้ามนุษย์
- มะกันชี้ไทยสังหารตามอำเภอใจผู้ต้องสงสัยแยกดินแดนใต้


นายกฯ ทักษิณ ได้กล่าวไว้หลายๆ ครั้งว่า .......
สื่อภาษาต่างประเทศ ๒-๓ ฉบับ ของประเทศไทยเอง
ที่ไม่ค่อยชอบหน้าผม พอเขียนออกไป สื่อต่างประเทศก็เอาไปเขียนตาม


.......................... สงสัยน่าจะมีมูลแห่งความจริงอย่างที่นายกฯ ว่ามานั้นอยู่มากทีเดียว เพราะประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มีเรื่องที่เลวร้ายมากมาย ทั้งเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนของนักโทษชาวอิรัก ในกรณีทรมานนักโทษอิรัก ก็นับเป็นการเปิดโปงด้านมืดของการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของสหรัฐอเมริกา และเหตุอื้อฉาวดังกล่าว ยังทำให้มนุษยชาติรู้สึกช็อก และ สหรัฐอเมริกาก็ถูกประชาคมนานาชาติประณามอย่างมากมาย ..........................

.......................... ตลอดเวลา ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มาแล้ว มีแต่ข่าวประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาชอบฆ่าคนเพื่อแย่งชิงของเค้ามาเป็นของตัว ชอบทำตัวเป็นเจ้าชีวิตของคนทั้งโลก อ้างสิทธิ์และความชอบธรรมอย่างไม่ยุติธรรม รุกรานประเทศของผู้อื่นอย่างหน้าตาเฉย ข่าวแบบนั้นโด่งดังไปทั่วโลก ใครๆ ก็รับรู้ แต่กลับไม่เขียนเรื่องของตัว ทำเป็นหูหนวก ตาบอด ไม่เคยออกมาตำหนิและประจานตัวเองกันบ้าง แต่กลับมามุ่งจับผิด และ ประนามประเทศของผู้อื่นอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งๆ ที่ตัวก็ไม่รู้จริงว่า ข้อมูลที่เท็จจริงนั้น คืออะไร? ..........................




.......................... น่าแปลกมั้ย ที่สหรัฐอเมริกาไม่เคยพูดถึงการกระทำมิชอบของตัวเอง แล้วแทนที่จะตำหนิประเทศอื่นโดยไม่มีเหตุผลอย่างงั้น สหรัฐอเมริกาควรสะท้อนถึงพฤติกรรมของตนและแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนของตนอย่างจริงจังบ้าง มาตรฐานต่างระดับของสหรัฐอเมริกาในเรื่องสิทธิมนุษยชน และ การดำเนินการเพื่อครองความเป็นเจ้าและแสวงหาอำนาจของสหรัฐอเมริกา โดยอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนบังหน้า .. เราว่า ตอนนี้อเมริกาน่าจะกำลังขาดมิตรประเทศไปทีละประเทศ ซึ่งมิใช่เป็นวิถีของการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ถูกต้องเลย อาจก่อให้เกิดเสียงคัดค้านจากสมาชิกทั้งมวลที่มีใจเป็นธรรมของประชาคมนานาชาติอย่างแน่นอน ..........................

.......................... สหรัฐอเมริกาอ้างว่า นำประชาธิปไตยไปสู่อิรัก แต่ก็ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นด้วยการปิดหนังสือพิมพ์ของชาวชีอะห์ในกรุงแบกแดด และ ได้ลิดรอนสิทธิของสื่อมวลชน ซึ่งรายงานอ้างถึงบทวิจารณ์ของนิวยอร์กไทมส์ .. จริงๆ แล้ว ในประเทศสหรัฐฯ ก็มีการค้ากามกันเกลื่อนถนนอย่างในรัฐที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย มีทั้ง หญิง ชาย และ เด็กๆ .. มี คนจน คนอดอยาก และ คนไร้บ้านที่อยู่อาศัยอีกมาก บางเมืองตกค่ำก็ออกมาเดินเล่นไม่ได้แล้ว .. อัตราความยากจนในปีที่ผ่านมา ก็มีถึงร้อยละ 12.5 .. ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของสหรัฐ ในเรือนจำของสหรัฐ มีการทรมาน ใช้ความรุนแรง และ ละเมิดทางเพศต่อนักโทษ ชาย หญิง อยู่เป็นประจำ ..........................

.......................... และ สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศเดียวในโลกที่ห้ามผู้เคยต้องโทษจำคุกในการออกเสียงเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนประมาณ 5 ล้านคน และ ประชาชนพวกผิวดำ อย่างน้อยๆ ร้อยละ 13 ที่ต้องเสียสิทธิ์ในการออกเสียงเลือกตั้ง และ ในสหรัฐอเมริกาก็ยังคงมีการเลือกปฏิบัติด้านเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ คนผิวขาวได้ค่าตอบแทนสูงกว่าคนผิวดำถึงร้อยละ 70 เมื่อทำงานอย่างเดียวกัน แต่ถ้าคนผิวขาวกระทำผิด ก็ถูกลงโทษจำคุกเบากว่าถึง 6 เดือน ในข้อหาเดียวกัน ..........................




แถมเรื่องการค้ากาม ..........
ผู้ที่ซื้อขายสินค้ากามมนุษย์อย่างหื่นกระหาย
หนึ่งในลูกค้านั้น ก็คือพวกชนชาติอเมริกันบางกลุ่มชนของตัวนั่นเอง
...................... เมื่อมีคนอยากซื้อ ก็ต้องมีคนอยากขาย มิใช่หรือ...?


.......................... แต่เราว่า คนที่น่าจะถูกตำหนิมากกว่า ไม่ใช่นักข่าวอเมริกัน แต่ควรจะเป็นนักข่าวและนักวิชาการบางท่านของประเทศไทยนั่นแหละ ที่เขียนข่าวและนำเสนอข่าวอย่างลำอียง ไม่ตรงไปตรงมา ผู้สื่อข่าวต่างชาติเค้าจะมารู้อะไรที่ลึกซึ้งอย่างพวกเราคนไทยได้ไง ถ้าบ้านเมืองของไทยเป็นแบบนั้นจริงๆ ป่านนี้บ้านเมืองของเราคงไม่น่าอยู่แล้ว พวกที่เข้ามาทำข่าวของประเทศไทยแบบนั้น คงไม่มีชีวิตรอดกลับไปเสนอข่าวใดๆ ได้อีกอย่างแน่นอน ..........................



quote:
ย้ำ
.......................... ดังนั้น อย่าเอาคนไทยและประเทศไทย ไปดูถูก ดูหมิ่น ให้ร้าย เปรียบเทียบกับคนต่างชาติ อย่างเรื่อยเปื่อย อย่างคนไร้จิตวิญญาณขนาดนั้น ยิ่งเปรียบเทียบก็ยิ่งเห็นความแตกต่างระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา ที่ผิดกันไกล ..........................!!!

.......................... และ สิ่งที่ อ.บางท่านกล่าวถึงนั้น ตอนที่ญาติของท่าน เป็นนายกฯ ทำไม ท่านไม่ออกมาเรียกร้อง ให้กระทำกิจนั้นๆ อย่างจริงๆ จังๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีล่ะ จะได้ไม่ต้องทำบาปต่อเนื่องมาให้คนอื่นรับช่วงต่อๆ ไปอีก ท่านพูดมากๆ ไป ก็เท่ากับกล่าวโทษย้อนหลังให้ บุพการีของท่าน ด้วยหรือเปล่า...........................?





quote:
ย้ำ
........................... คนอเมริกันนั้น ต้องทนกับบุช ส่วนคนไทยก็คงต้องอดทนกับท่านนายกฯ ทักษิณ เช่นกัน ดูเหมือนทั้งสองประเทศนี่ เหมือนกันจัง คือไม่มีทางเลือก ยังไงๆ ก็ต้องทน เลี่ยงไม่ได้ ... แต่คนไทยนั้น แค่เพียง อาจจะต้องอดทน แต่อาจจะไม่ก็ได้ หากท่านนายกฯ ทักษิณนำชาติไทยไปสู่ความสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองได้จริงๆ คนไทยก็จะมีความสุข ไม่ต้องทนเหมือนคนอเมริกัน ซึ่งไม่ว่าจะเดินทางไปไหนมาไหนก็สุดแสนลำบาก ต้องระวังตัวกันอยู่ตลอด ชีวิตนี้ทั้งชาติภพของคนอเมริกันไม่มีทางเป็นปกติสุข เพราะศัตรูคอยจ้องเขมือบอยู่ตลอดเวลา ...........................






 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/03/2005 08:58 AM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
  มันก็ช่วยไม่ได้

ตอนนี้สหรัฐอเมริกาเปรียบเหมือนหัวหน้าฝูงหมาป่า

เวลาเขาทำอะไร เขาก็ถูกเสมอน่ะ

เจ้าลูกฝูงมีหน้าที่ฟังหัวหน้าพูดอย่างเดียว

ถ้าสะเออะมาจับผิดหัวหน้าฝูงล่ะ ฮึ่ม!
 
     
    By: Max     5/03/2005 11:55 PM  (61.90.8.176)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
 


เรามีความรู้สึกว่า ..........
ประเทศสหรัฐอเมริกาทำตัวเหมือนมีภาพลักษณ์เป็น 2 ระบบ
อย่างนักธุรกิจทางการเมืองบางคน ที่ชอบนำเสนอบัญชีรายได้เป็น 2 ฉบับ

ฉบับที่ 1 เป็นรายได้จริง เก็บไว้อ้างอิงต้นทุนและผลกำไรจริงๆ ของธุรกิจของพวกตัวดูเอง

ฉบับที่ 2 เป็นรายได้ที่ต้องการนำเสนอต่อบุคคลทั่วๆไป เพื่อแจกแจงการทำงบประมาณของธุรกิจ และ นำยื่นภาษีรายได้ฯ

พูดตรงๆ บัญชีรายได้ฉบับที่ 2 นี่ก็คือ กลโกงหรือกลลวงต่อสังคม

เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา ที่หน้าหนึ่ง ก็ทำเป็นผู้ปกครองโลกที่แสนดี ต้องการช่วยดูแลโลกนี้ให้สงบสุขอย่างจริงๆ จังๆ ชอบที่จะแสดงตนดำเนินการเพื่อครองความเป็นเจ้าและแสวงหาอำนาจ โดยอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนและการปกครองแบบประชาธิปไตยมาบังหน้า


แต่ในความเป็นจริง ..........
อเมริกาก็เป็นประเทศศูนย์กลางของการผลิตอาวุธ
ทำลายล้างมนุษย์ที่ร้ายแรงต่างๆ อย่างไม่ลดละ เช่นกัน


เบื้องหน้า สหรัฐอเมริกา
ทำเป็นบุกรุกประเทศนั้น ประเทศนี้ด้วยความชอบธรรม

แต่ในทางลับๆ ใครจะรู้ได้ว่า อเมริกาอาจจะให้พวกของตัว แอบเข้าไปบ่อนทำลาย และ แอบขายอาวุธที่ร้ายแรงเหล่านั้น ให้กับประเทศต่างๆ ที่กลัวการก่อการร้ายและสงคราม จึงต่างพากันซื้อ เก็บสะสมอาวุธสงคราม ที่มีความคิดสร้างสรรค์ทางอันตราย ให้กลายเป็นอาวุธอันทรงอานุภาพ และ พร้อมจะใช้เครื่องมือสามัญที่แปลงเป็นอาวุธได้อย่างบูรณาการทุกมิติ โดยไม่แยแสกับชีวิตมนุษย์ ทั้งของผู้บริสุทธิ์อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องและของตนเอง

สหรัฐอเมริกา ทำตัวว่า ตนเป็นเหยื่อแห่งความรุนแรงที่เป็นประเทศทรงอานุภาพทางด้านอาวุธสงคราม เป็นที่เกรงขามทั่วไปในโลกมนุษย์แห่งนี้ แล้วก็ฉกฉวยโอกาส อาศัยกำลังอาวุธทำลายล้างที่ทันสมัย ใช้กองกำลังทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ ทั้งของตนและของพันธมิตร ที่เป็นปฏิปักษ์กับพวกผู้ก่อการร้าย

อาศัยข่าวสารข้อมูล และโครงสร้างการสื่อสารระดับโลกที่ครองอยู่ สร้างความชอบธรรมให้กับการตัดสินใจของตัว เพื่อตอบโต้ความรุนแรงของฝ่ายผู้ก่อการร้ายที่เป็นดังเงา มองไม่เห็นชัด ด้วยสงครามสมัยใหม่ อย่างเต็มรูปแบบ ภาพและเสียงแห่งความรุนแรงที่เป็นดังเงาทะมึนครอบงำทุกผู้คนอยู่ในขณะนี้ ก่อให้เกิดความมืดบอดชนิดหนึ่ง ที่เป็นภัยต่ออนาคตของโลก และความมืดบอดในดวงตาของผู้นำประเทศอภิมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ก็กำลังจะก่อให้เกิดความหายนะในหมู่มวลมนุษยชาตินี้ เช่นกัน ...!!





 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/03/2005 10:36 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
  จำกระทู้นี้ได้ครับเฮียชอบฯ

นึกถึงบ้านเมืองเราเอง ชาวม้ง มูเซอ กลุ่มจีนฮ่ออดีตกองพล 93 ด้วย ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง เราก็จำเป็นต้องบังคับเขาให้รับวัฒนธรรมบางส่วนของเราไป

(ว่าไปแล้วยังสงสัยว่านักท่องเที่ยวคนไทยเห็นพวกม้งเป็นเหมือนตัวเขาเองหรือเปล่า - แต่ใครจะสนใจ)

ซาไก มอแกน ยะไข่ ฯลฯ
 
     
    By: ตัวฉันหล่อนะเธอ     10/03/2005 12:50 AM  (203.118.83.241)
 

 
  หัวข้อ : 25  
     
  บอกก่อนว่าไม่ได้มาขัดเฮียนะ

แต่มามองตัวเราเอง ก็ไม่ได้ปฏิบัติกับคนของเราเองดีสักเท่าไหร่

มันคงมีความจำเป็นมั้งครับ
 
     
    By: ตัวฉันหล่อนะเธฮ จริงๆ     10/03/2005 12:53 AM  (203.118.83.241)
 

 
  หัวข้อ : 26  
     
 


ทุกคนที่เกิดเป็นคนไทย และ ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย
ไม่ว่าเชื้อชาติไหนๆ พึงเข้าใจว่า ....................... เราคือ ไทย..!!

และ แผ่นดินนี้ ..........
ให้เสรีภาพในความเป็นมนุษย์ แก่คน ทุกเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์

พึงมีหลักใจในความเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที...........................ต่อแผ่นดิน

ไม่มีคำพูดไหน จะซึ้งใจเท่ากับคำชื่นชมที่คนชาติอื่นภูมิใจในเราว่า
เป็น.............................................สยามเมืองยิ้ม...คนไทยใจบุญ


ทุกคนที่เกิดเป็นคนไทย .....
และ ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย มีหน้าที่รักษามรดกเหล่านี้


ชาติกับชีวิตเป็นสิ่งเดียวกัน
มีชาติจึงมีชีวิต ไร้ชาติก็ได้ชื่อว่าไร้ชีวิต เช่นกัน
คนไร้ชาติย่อมขาดความภูมิใจ แม้จะมีชีวิตอยู่ก็ไม่ทะนงองอาจได้

...................... ชาติไทยมิใช่ชาติใหม่ หากเป็นชาติเก่าแก่ที่มี อักษร ภาษา ศิลปวัฒนธรรม เป็นของตัวเองมาเป็นเวลายาวนาน ความเป็นเอกราชของแผ่นดินอาจจะยังไม่ใช่ความเป็นเอกราชของชาติ หากใจของคนไทยยังเป็นทาสของชนชาติ และ วัฒนธรรม อื่นๆ ......................

...................... เมื่อจะอาสารักษาชาติบ้านเมือง ก็พึงเข้าใจความหมายของคนชาติไทย ผืนแผ่นดินไทยของเราให้ถ่องแท้ว่า มีประวัติศาสตร์ทางด้านศาสนา และ สังคมมีความเป็นมาอย่างไร ชาติกับศาสนาเป็นของคู่กัน และ ชาติไทยเดินคู่มากับพระพุทธศาสนาตลอดเวลา กระทั่งเป็นศาสนาประจำของชนชาติไทย ......................


แต่คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ
ก็มิได้มีปัญหากับทุกคนที่เกิดเป็นคนไทย
และ ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ที่นับถือในศาสนาอื่นๆ


...................... คนไทยพึงภาคภูมิใจว่า การเกิดเป็นคนไทยนั้น เป็นสิ่งที่ชนชาติอื่นปรารถนาอยากเป็น พึงเข้าใจให้ถ่องแท้ว่าประเทศไทย ให้เสรีภาพ มิใข่เพียงกาย แต่ให้เสรีภาพไปถึงส่วนลึกของจิตใจ หากแต่เป็นเสรีภาพที่มีธรรมาธิปไตยเป็นพื้นฐาน ......................

พึงเรียนให้รู้ว่า ..........
- วิถีชีวิตแบบของคนไทยเป็นอย่างไร..?
- หาเหตุผลให้ได้ว่า ทำไมบรรพบุรุษไทยจึงหวงแหนเทิดทูนยิ่งนัก..?



>>> กรุณาคลิกตอบแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ



 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   10/03/2005 08:13 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 27  
     
  ชอบมากเลยคะ หาข้อมูลของคนอินเดียนแดงอยู่ตั้งนาน
แต่ถ้ามีเรื่องของชนเผ่าอาปาเช่(apache)ด้วยก็จะยิ่งดีมากๆเลยนะคะตอนนี้กำลังศึกษาอยู่นะคะ..
 
     
    By: commin     17/11/2005 01:50 AM  (203.188.17.30)
 

 
  หัวข้อ : 28  
     
  คนเกิดมานานย่อมรู้ว่าชาติไหนบ้างเป็นชาติที่เอาเปรียบรุกรานยึดครองชาติอื่น...ไทยเราเองเคยมีดินแดนกว้างขวางล้ำดินแดนของประเทศอื่นๆไปทุกทิศ ได้มาอย่างไรต้องไปอ่านประวัติศาสตร์ของชาติเพื่อนบ้าน... ขอมและมอญเมื่อก่อนเขาอยู่กันที่ไหนมิทราบ?...ได้ข่าวว่าเมื่อก่อนคนไทยอยู่กันในมณฑลยูนนานโน่น...ชาติไหนบ้างมาเอาพม่า มลายู ลาว เขมร เวียตนาม อินโดเนเซียเป็นเมืองขึ้น? ไทยเราเองเสียดินแดนให้แก่ชาติไหน? ประเทศไหนที่มาครอบครองไทยอยู่ร่วม ๕ปี...และทำไมประเทศนั้นต้องถอนทัพกลับบ้านเมืองตัวเองไป...ถ้าสหรัฐอเมริกาไม่เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่๒ โลกที่เราอยู่กันทุกวันนี้เป็นอยู่กันอย่างไรมีใครพอทำนายได้ไหม?...ผมเองแน่ใจว่าคนไทยต้องพูดภาษาญี่ปุ่นเก่งกว่าคนไทยในยุคนี้มากนัก  
     
    By: Khun Sanid  Mail to Khun Sanid   24/01/2006 11:26 AM  (4.240.144.218)
 

 
  หัวข้อ : 29  
     
  i really like you story....ka.it will be useful oneday..i've been to the U.S but hardly seen American Indians..i'm glad to hear yr story..  
     
    By: mink  Mail to mink   25/01/2006 01:05 AM  (61.7.156.173)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.