| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



แม่ ... !!
     
 


วันแม่

๏๏๏ วันเอ๋ย วันแม่
เหล่าลูกน้อย ชะแง้ คอยแลหา
รอเพื่อกราบ แทบเท้า ของมารดา
บุญหนักหนา เกิดมา ร่วมชาติกัน

๏๏๏ วันไหนไหน หาต่างไม่ จากวันนี้
เร่งทำดี ให้ท่าน อยู่สุขสันต์
เวลาลอย คล้อยเคลื่อน อย่างเงียบงัน
พอรู้ทัน ท่านหาย ตายจากไป

๏๏๏ ทดแทนคุณ เมื่อท่าน ยังอยู่ใกล้
จักสุขใจ สุขยิ่ง หาสิ่งเหมือน
ประทับภาพ ในใจ คอยย้ำเตือน
มิลืมเลือน ทุกจิต มิจืดจาง

๏๏๏ ท่านเฝ้าเลี้ยง ดูแล คอยแก้ไข
คอยปลอบใจ ปลอบจิต มิคิดห่าง
ทั้งสั่งสอน ตักเตือน ให้ถูกทาง
แม่ผู้สร้าง ครองพิภพ จบสากล ..... ฯลฯ


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    8/08/2003 05:51 PM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 3  
     
 


รักลูก ..... ลูกรัก

๏๏๏ พ่อแม่ ก็แก่เฒ่า จำจากเจ้า ไม่อยู่นาน
จะพบ จะพ้องพาน เพียงเสี้ยววาน ของวันคืน
ใจจริง ไม่อยากจาก เพราะยังอยาก เห็นลูกหลาน
แต่ชีพ มิทนทาน ย่อมร้าวราน สลายไป

๏๏๏ ขอเถิด ถ้าสงสาร อย่ากล่าวขาน ให้ช้ำใจ
คนแก่ ชะแรวัย คิดเผลอไผล เป็นแน่นอน
ไม่รัก ก็ไม่ว่า เพียงเมตตา ช่วยอาทร
ให้กิน และให้นอน คลายทุกข์ผ่อน พอสุขใจ

๏๏๏ เมื่อยาม เจ้าโกรธขึง ให้นึกถึง เมื่อเยาว์วัย
ร้องไห้ ยามป่วยไข้ ได้ใครเล่า เฝ้าปลอบโยน
เฝ้าเลี้ยง จนโตใหญ่ แม้เหนื่อยกาย ก็ยอมทน
หวังเพียง จะได้ยล เติบโตจน สง่างาม

๏๏๏ ขอโทษ ถ้าทำผิด ขอให้คิด ทุก..ทุก ยาม
ใจแท้ มีแต่ความ หวังติดตาม ช่วยอวยชัย
ต้นไม้ ที่ใกล้ฝั่ง มีหรือหวัง อยู่ทนได้
วันหนึ่ง คงล้มไป ทิ้งฝั่งไว้ ให้วังเวง ๏๏๏ ฯลฯ


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
.......................................
ที่มา ..... หลังปกหนังสือสวดมนต์ ตอนเด็กๆ จำไม่ได้แล้วนะคะ ว่าหนังสือของใครคะ
โดย ..... น้ำตาล เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2545, 11:45 น.

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/08/2003 06:59 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


แม่ ..... คำนี้มีอานุภาพยิ่งใหญ่ในใจลูกทุกคน

จนยากที่จะเปรียบเทียบได้ ..... กับทุกสรรพสิ่งในโลก ดังคำขวัญที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานไว้ว่า “แม่เป็นพระอรหันต์ของลูก คนที่เที่ยววิ่งหาพระเพื่อกราบไหว้พระอรหันต์ อย่าลืมว่ามีพระอรหันต์อยู่กับตัวแล้ว ควรปฏิบัติต่อแม่อย่าให้บกพร่องได้” พระคุณของแม่อันประกอบไปด้วยความรักที่มีต่อลูกอย่างสุดหัวใจเช่นนี้ คงไม่ยากจนเกินไปนัก หากเอ่ยคำว่า “รัก” ให้แม่ได้ชื่นใจบ้าง เพราะคุณอาจโชคดีกว่าหลาย ๆ คนที่ได้เพียงแต่รำลึกถึงพระคุณแม่ผ่านภาพและเงาที่ตราตรึงไว้ในความทรงจำเท่านั้นว่า “ลูกรักแม่”

ชาวอเมริกัน ..... เป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ. 2457) โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้านหรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว

สำหรับในประเทศไทยนั้น ..... มีการจัดงานวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังจากผ่านพ้นวิกฤติสงครามไปแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 กำหนดงานวันแม่ในวันนี้ยังดำเนินต่อมาอีกหลายปี ก็ต้องมาหยุดชะงักลงอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุนซึ่งก็คือกระทรวงวัฒนธรรมที่ถูกยุบไปนั่นเอง

ต่อมา ..... สมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทยเห็นว่าควรมีการจัดงานวันแม่ต่อไป จึงได้รื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นมาอีก และได้กำหนดให้จัดงานวันแม่ คือวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา

เหตุผลที่ให้ ..... ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับ.....

ความรัก ..... อันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย !!

.....................................................................
โดย น้ำตาล เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2545, 11:06 น.

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/08/2003 07:08 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


วันนี้ ..... เป็นวันอะไรของตาลไม่รู้ แย่จัง ตกลง...วันนั้นก็เที่ยวไม่สนุกแล้ว ก็กลับไปนั่งเล่น นอนเล่นกันที่บ้านพัก ตาล..พอกลับถึงบ้าน ก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ให้ดูสดชื่นกว่าเดิม จากนั้น...ก็เริ่มคิด วางแผนหาทางแก้แค้น..ยายป้ามหาภัย..นั่น ยังไง..ยังไง แค้นนี้ต้องเอาคืนแน่คะ :( :(

ที่จริงวันนี้ ..... ตาลก็ไม่โชคร้ายซะทีเดียว พอมานั่งคุยอยู่กับเพื่อน..เพื่อนได้ไม่นาน รถตู้..กลุ่มขบวนของผู้ใหญ่ก็มาพอดี ตาลดีใจมากที่เห็นหน้าแม่ วิ่งเข้าไปกอดแม่ แม่..รู้ทันทีว่าตาลมีปัญหา แม่..ลูบหัวตาลเบา..เบา แล้วถามว่า... “มีอะไรจ๊ะลูกรักของแม่” ตาลได้ฟังแค่นั้น ตาลก็น้ำตาไหลพรากแบบสะอึกสะอื้นเลย คุณแม่พาตาลแยกมาจากกลุ่มญาติ..ญาติ เข้าไปในห้องนอน พูดกับตาลช้า..ช้าว่า “ค่อย..ค่อยเล่า มีอะไรเกิดขึ้น” ตาลก็เล่าให้แม่ฟัง แม่..ก็ฟังอย่างตั้งใจ แล้วแม่..ก็กอดตาลไว้ตลอด ตาลรู้สึกได้เลยว่าเวลานั้น ตาลปลอดภัยแล้ว

แม่พูดว่า ..... “กล้องที่หาย มันหายไปแล้ว เสียดายก็ไม่มีประโยชน์อะไรนะจ๊ะลูกแม่ สิ่งที่..นู๋ ได้มีบทเรียนเพิ่มมาตรงนี้ คือต้องระมัดระวัง และรอบคอบมากขึ้น ไม่ทำตัวเหลวไหลอีก และเมื่อรู้ตัวว่าผิดก็ดีแล้ว ให้อภัยตัวเอง และจำไว้ว่า ต้องดูแลตัวเอง และของ..ของตัวให้ดียิ่งขึ้น อย่าผลักภาระไปให้คนอื่นอีกนะจ๊ะ....” ตาล..ก็ได้แต่รับคำ “คะ”

“ส่วนเรื่องป้าแม่ค้านั่น ..... เดี๋ยวแม่จัดการเอง แล้วตาลดูแล้วจำไว้ แม่ไม่ได้ว่า วิธีที่แม่จะทำดีทั้งหมด แต่ก็ใช้ได้กับคนที่เลว..เลว ทิ้งไว้ไม่ได้ เพราะเราทำงานกับนักท่องเที่ยว นี่ถ้าไปทำกับคนต่างชาติ เราก็อายจนแทรกแผ่นดินหนีนะ ว่าบ้านเรามีคนแบบนี้ ตาลคอยดูนะลูก คนที่เค้าเคยเลวและโลภมาก เค้าจะทำเมื่อเค้าเห็นเงินแบงค์ใหญ่..ใหญ่อีก ตาลเอากระดาษมา จดหมายเลขแบงค์ใบละหนึ่งพันนี่ เดี๋ยวแม่เซ็นชื่อกำกับไว้ แล้วตาลอยู่ในรถตู้ จอดฝั่งตรงข้ามร้าน เอากล้องวีดิโอของแม่ถ่ายแบบซูมตอนที่แม่เดินซื้อของแถวร้านพวกนั่น เอาชัด..ชัด โชว์ฝีมือหน่อยนะจ๊ะลูกรัก เตรียมเครื่องฉายไปด้วยให้พร้อม จะได้ไปสถานีตำรวจเลยไม่ต้องมาที่บ้านอีก”

“ออ ...... ครั้งนี้แม่เห็นสมควร ที่จะทำให้ป้าแม่ค้านั่นสำนึกผิด แต่...แม่ไม่ต้องการให้..นู๋ อาฆาตใคร และแก้แค้นทุกครั้งนะจ๊ะ เรื่องบางเรื่อง..เราสามารถให้อภัยได้ ลูกเข้าใจนะ “

ตาลไม่เคยคิดว่า ..... แม่จะใช้วิธีจับคนขี้โกงยังกะในหนังนักสืบเลยนะ ตาลชอบวิธีที่แม่พูดและสอนตาลจังคะ แม่..เอื้ออาทร ห่วงใย ดูอบอุ่นและซาบซึ้งทุกครั้ง แม่..ไม่เคยใช้อารมณ์ แม่พูดด้วยคำพูดที่ไพเราะ อ่อนหวาน ค่อย..ค่อยสอน..จนตาลรู้ว่า..อะไรถูก อะไรผิด และ ไม่ควรทำอีก

ตกลง ..... วันนั้นเราก็จับป้าขี้โกงนั้นได้ แม่เดินซื้อของด้วยวิธีที่เดียวกะที่ตาลเดิน แล้วป้าก็ทำอย่างที่ทำกับแม่ อย่างที่ทำ กะ ตาลจริง..จริง ผลลงเอยว่า ป้าร้องไห้อ้อนวอนว่า “ป้าต้องเลี้ยงหลานเล็ก..เล็ก อีก 2 คน รายได้ไม่พอใช้ ขายของไม่ได้ คนไม่นิยมซื้อของที่ระลึกแล้ว” แม่ก็บอกป้าว่า “ก็คุณทำแบบนี้ คนเค้าก็พูดกันไปเรื่อย..เรื่อย ว่าคุณโกงกัน แล้วใครจะมาซื้ออีกหล่ะจ๊ะ” ป้าบอกว่าเงินที่ได้มาจากตาลนั้น ป้าจ่ายค่าของไปแล้ว เมื่อป้าไม่มีเงินค่าปรับ ตกลงคุณตำรวจ...ก็ให้ป้าอยู่ในห้องขัง 2 วัน เพราะมีคนมาแจ้งเรื่องของป้าทั้งหมด 26 รายการ คุณตำรวจบอกว่าน่าจะขังป้าสัก 1 เดือน ป้าแกก็ร้องไห้ไม่หยุดว่า “ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว” แต่ คุณตำรวจบอกว่า “ผิด ก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย”

ป้าแก ก็บอกว่า ..... “แล้วหลานฉันจะอยู่กับใครยังเล็ก..เล็กกันอยู่เลย” เด็ก..เด็กหลานป้าอายุ 2 ขวบ 1 คน อีกคน ประมาณ 5 ขวบ มั้งคะ ผู้หญิงทั้งคู่ แม่มองหน้าคุณตำรวจ แล้วก็มองหน้าตาล แล้วแม่ก็บอกว่า “เรื่องบางเรื่องก็อภัยกันได้นะป้า ป้ารับปากแล้วว่าจะไม่ทำอีก ก็ดีแล้ว แต่ครั้งนี้ป้าก่อคดีไว้มากมายหลายรายการ ป้าอยู่ในห้องขังนี่ตามที่คุณตำรวจบอก แค่ 2 วันไม่หนักหนาหรอกนะ

ส่วนเด็ก..เด็ก ..... เดี๋ยวฉันจะให้แม่บ้านช่วยดูให้ ระหว่างที่ป้าอยู่ที่นี่ แล้วป้าก็จำไว้แล้วกันว่า การทำผิด ไม่มีอะไรดีกับป้าหรอกนะ” แล้วแม่ก็ให้เงินใบ 1 พัน ที่ป้าโกงแม่ไปด้วย แม่บอกป้าว่า “คุณเอาไว้ใช้แล้วกัน เพราะต้องอยู่ในนี้ตั้ง 2 วันคงไม่มีรายได้ ยังไง..ยังไง ฉันก็เซ็นชื่อมาแล้ว ฉันให้ป้าไว้เป็นที่ระลึกนะ” แม่พูดยิ้ม..ยิ้ม ป้าก็ยกมือไหว้ขอบคุณแม่เป็นการใหญ่

ตาลก็เพิ่งรู้วันนั้นว่า ..... ชีวิตคนเรามีหลากหลายแบบ บางครั้ง...รู้ทั้งรู้ว่าเค้าผิด แต่ด้วยอีกหลาย..หลายอย่างที่เค้าทำ บางที..เค้าก็มีความจำเป็น พอได้ฟัง ก็เศร้าไปเหมือนกัน แต่ไม่ทำผิดดีกว่านะคะ ทำแบบนี้ เล่นเอาตาลกะเพื่อน..เพื่อนหมดสนุกไปตั้ง 1 วัน เลยนะคะ แถมยังต้องมานั่งนึกว่า เราโหดร้ายไปหรือเปล่าที่มาฟ้องแม่ แทนที่จะให้อภัยเค้าไปตั้งแต่แรก

แต่ ..... เงินตั้งพันนะ ตาลใช้ได้ตั้งหลายวัน แล้วยังถูกว่ากลางถนนอีก

โอ๊ยสส..... ร้ายก็ร้ายนะ นี่แหละคะ เรื่อง...แค้นนี้ต้องชำระ ของตาล


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
........................................................
อ่านต่อที่นี่นะคะ ..... http://www.numtan.com/story_2/view.php?id=37
โดย น้ำตาล เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2545, 10:08 น.

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/08/2003 07:13 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


แบงค์อ่านบทความในหนังสือเล่มนึงเค้าเขียนว่า
"พ่อแม่กูสั่งสอนแล้วแต่กูไม่ฟังไม่ต้องมาหาว่าแม่กูไม่ได้สั่งสอน" เยี่ยมเลยครับ
..................................................................
โดย ..... ๏[[B@nK]]๏ เมื่อ วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม 2545, 16:31 น.

 
     
    By: ๏[[B@nK]]๏     8/08/2003 07:28 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


เข้ามานั่งอ่านแล้วก็ดีนะครับ ..... ทั้งบทความเรื่องแม่ แล้วก็ประวัติวันแม่ ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จนมาลงตัววันที่ 12 สิงหาคม ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของพระราชินี แต่เรื่องนี้ ผมไม่เห็นด้วย และขอพูดซักหน่อยก็แล้วกัน

ผมไม่รู้ว่า ..... พวกข้าราชบริพาล หรือใครก็แล้วแต่ที่เป็นตัวตั้งตัวตี เรื่องการพยายามให้มีวันแม่ ได้นึกถึงปัญหาที่จะตามมาอีกมากมายกันบ้างรึเปล่า คุณรู้มั๊ยครับ ว่าการกำหนดวันโน่นวันนี่ขึ้นมา เพื่อจะให้เหมือนต่างชาติ ( พวกตามตูดฝรั่ง ) มันสร้างปัญหาในสังคมมากมาย เพียงคิดแค่จะเอาหน้า ถ้าพยายามผลักดันให้มีวันอะไรก็แล้วแต่ได้สำเร็จ

ในที่นี้ ..... ผมจะขอพูดถึงวันแม่ คุณรู้กันบ้าง หรือมองกันบ้างมั๊ยครับ ว่าเด็กที่ไม่มีแม่ อันเนื่องมาจากครอบครัวแตกแยก แม่หนีพ่อไปมีผัวใหม่ ปล่อยให้พ่อเลี้ยงลูกอยู่ตามลำพัง หรือกรณีแม่ตายจากลูกไป ด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ หรือกรณีมีแม่ แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน อันเนื่องมาจากปัญหาครอบครัว ต้องแยกกันอยู่ ปัญหาเหล่านี้ จะกดดันเด็กมาก ๆ ถึงมากที่สุด เมื่อถึงวันที่พวกผู้ใหญ่ ที่มีสมอง แต่เหมือนขาดสติคิดถึงปัญหาวันข้างหน้า หมายถึงอะไร ?

หมายถึงเมื่อครบรอบปีในวันแม่ ..... ซึ่งก็จะต้องมีการไปกราบแม่ เอามะลิไปไหว้แม่ ภาพจากสื่อทุกสื่อในงานวันแม่ ทุกสื่อต่างประโคมแต่เรื่องแม่ แม่ แม่ แล้วก็แม่ จากนั้นก็.........ต้องดูแลแม่นะ แม่เลี้ยงเรามา แม่เท่านั้นที่ลำบาก เราก็ต้องดูแลแม่ด้วยการไปกราบแม่กันนะ.....

แล้วพวกคุณคิดถึงหัวใจ ..... ผมใช้คำนี้เลยนะ หัวใจในห้วงที่ลึกที่สุดของเด็กเหล่านี้ ที่ไม่มีแม่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดที่ว่ามาแล้วก็ตาม คิดถึงบ้างมั๊ยครับ ......เจ็บปวดครับ ผมบอกได้เลย เด็กเหล่านี้จะเจ็บปวด ร้องไห้ แอบร้องไห้คนเดียว เจ็บสุด ๆ ซึมเศร้า แม้เพียงแค่ใกล้ถึงวันที่คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้จะมีกิจกรรมในวันแม่กัน เด็กกลุ่มนี้ก็เจ็บปวดแล้ว แล้วคิดดูซิครับ พวกเค้าจะต้องเจ็บปวดแบบนี้ทุกปี และกี่ปี จนกว่าพวกเค้าจะเติบโตจนมีครอบครัวของตัวเอง จนตัวเค้าเองกลายเป็นพ่อหรือเป็นแม่แทน ความรู้สึกขาดตรงนั้น จึงอาจจะเบาบางลงบ้าง แต่ผมก็เชื่อว่าความเจ็บปวดจะไม่มีวันหายไปจากใจได้เลย

นี่ไงครับ ..... การที่พวกผู้ใหญ่ในบ้านนี้เมืองนี้ ทำกันเอาไว้ ในระบอบประชาธิไตย? ตามจริงผมก็ไม่ได้ขัดแย้งไปซะหมด แม้เรื่องวันแม่ ถามว่าดีมั๊ยที่มี ก็ดี แต่จะต้องกำหนดรูปแบบและวิธีการที่จะใช้กับวันนี้ให้ดี เช่น เมื่อถึงวันนี้ในทุกปี ให้ทุกคนรวมกันทำประโยชน์ให้สังคม เช่น นักเรียนนักศึกษาที่เรียนในโรงเรียน หรือในมหาวิทยาลัย ก็กำหนดให้ทำสาธารณประโยชน์กัน จะอะไรก็แล้วแต่ ก็แล้วแต่จะคิดกันไป ส่วนคนที่อยู่ในวันทำงาน ก็ทำประโยชน์ในหน่วยงาน แล้วก็จับยัดลง concept ว่าเราทำประโยชน์ให้สังคมเพื่อทดแทนบุญคุณแม่ จบมั๊ยครับ ดีมั๊ยครับ เด็กที่ไม่มีแม่ ก็ไม่ต้องเจ็บปวด กลับรู้สึกดี เพราะทุกคนก็มาร่วมกันทำประโยชน์ให้สังคม

แต่ความเป็นจริงทุกวันนี้ ..... มันทุเรศในตาผมเหลือเกิน คุณเชื่อกันมั๊ย ว่าขนาดเด็กที่มีแม่กันตามปกติ ๆ นี่แหละ ยังมีปัญหาให้เด็กเลย เพราะไอ้ระบบบ้า ๆ ที่พวกผู้ใหญ่ที่ว่าฉลาดนักหนา ที่มันกำหนดกันขึ้นมานี่แหละ มีปัญหายังไง ? ก็ครอบครัวที่ลูกหลายคน แล้วก็มีลูกไล่ ๆ กัน กำลังเรียนกันทั้งนั้น แต่อยู่กันคนละโรงเรียน ผมยกตัวอย่างแค่ครอบครัวที่มีลูกแค่สองก็แล้วกัน โรงเรียนขานรับนโยบายสนองพระคุณแม่เต็มที่ จัดงานกราบตีนแม่ พร้อมเก็บเงินค่ามะลิกราบตีนแม่ เสร็จแล้วเชิญให้แม่มานั่งให้ลูกคลานมากราบตีน โดนให้แม่นั่งเป็นแถวหน้ากระดาน แล้วให้ลูกคลานเข้ามากราบ แล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื่นกันทั้งลูกทั้งแม่ แต่บางคนก็ร้องไม่ออก เพราะอยู่บ้านด่ากันทุกวันทั้งแม่และลูก

แล้วปัญหาของเด็ก ..... ที่มีแม่ตามปกติมันอยู่ตรงไหน ก็อยู่ตรงที่ระบบบ้า ๆ ในประเทศนี้ยังไง ที่แม้แต่โรงเรียนก็ปัญญาอ่อนไปด้วย ก็ในเมื่อวันแม่มันมีวันเดียว ใน 1 ปี แล้วไอ้ครอบครัวที่มีลูกหลายคน แม่จะเอาปัญญาที่ไหนไปให้ลูกกราบตีนได้ครบทุกคน แค่ต้องลางานไปให้ลูกกราบตีนที่โรงเรียนเนี่ย ก็แย่อยู่แล้ว กลับต้องมาเจอการน้อยเนื้อต่ำใจของลูกคนที่แม่ไม่เลือกไปอีก เพราะต้องเลือกไปให้ลูกเพียงคนเดียวเท่านั้น

พอมองออกแล้วใช่มั๊ยครับ ..... นี่ไงปัญหาที่พวกผู้ใหญ่ในประเทศนี้ เค้ามองไม่เห็นกันมานาน.......มากแล้ว และปัญหาแบบนี้ มันจะมีต่อไป ถ้าเราไม่ปรับทิศทางกันใหม่ ก็ได้แต่หวังว่ารัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม จะมีตา มีสมอง กล้าคิดกล้าทำ กล้าตัดสินใจกันบ้าง

" เด็ก ๆ ที่ไม่มีแม่ จะได้เลิกเจ็บปวดซะทีไงครับ "

.............................................................................
โดย ..... มุสลิม เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2545, 21:22 น.

 
     
    By: มุสลิม     8/08/2003 07:43 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
 


ตาลว่า ..... ที่คุณมุสลิมกล่าวมานั้น คงมีส่วนถูกบ้าง แต่คงไม่ทั้งหมดหรอกมั้งคะ

คนที่ตั้ง ..... "วันแม่" ขึ้น เค้าคงมีเจตนาที่ดี อาจจะเพราะเรามี "วันพ่อ" แล้ว ก็เลยต้องมี "วันแม่" ไปด้วย ตาลก็ไม่แน่ใจหรอกนะคะ แต่ช่างเถอะ รัฐบาลเค้าจัดให้มีแล้วก็มีไป เราคงไปเปลี่ยนแปลงอะไรของเค้าไม่ได้

แต่ที่ตาลจะบอกตรงนี้ ..... ก็คือ ตาลก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่มี "แม่" เหมือนกัน ไม่เคยเห็นหน้า ไม่มีรูปสักใบ ไม่เคยรู้จัก ทุกคนในบ้านมีเจตนาไม่ให้เรารู้จัก แล้วก็ .... ไม่ทุกอย่าง .....

พอโตมา เราก็รู้ว่า ..... แม่ที่เราเรียกอยู่ทุกวันนี้ ที่ดีกับเรามากมายนั้น เป็นแม่ของพี่ชายเราต่างหาก เคยคิดถึงแม่จริงๆเหมือนกัน แต่คิดถึงว่า ทำไมเค้าไม่สนใจเราเลยนะ แต่ไม่มากมายนัก อาจจะคิดเพราะ มีคนพูดให้คิดมากกว่า แต่โดยส่วนตัว คงยอมรับแม่ที่เลี้ยงเรามา จนเราโต และ รู้จักคิด รู้จักดูแลตัวเอง ตาลสนิทสนมกับแม่ของพี่ชาย จนไม่มีใครสามารถแยกออกว่า ตาลไม่ใช่ลูกของท่าน

ตาลว่า ..... ทุกคนคงมีปัญหาของตัวเอง ไม่ว่าสังคมจะเป็นอย่างไร จะสังคมของชุมชนแออัด สังคมชนบท หรือสังคมหรูหรา ร่ำรวยจนล้นฟ้า ทุกชีวิตเลือกไม่ได้หรอกมั้งคะ เวลามีปัญหาเข้ามาก็ต้องแก้ไขกันไป

ทุกปัญหาแก้ไขได้ ….. นั้นเป็นหลักของความจริง ไม่มีปัญหาใด ที่แก้ไขไม่ได้ ถ้าทุกคนในสังคมมีสำนึกที่จะรับผิดชอบ ช่วยเหลือ แบ่งปันความรัก และ น้ำใจ ให้แก่กันและกัน

ตาลยังเชื่อมั่นว่า ..... ทุกชีวิตเริ่มต้นที่ครอบครัวของเราเสมอคะ
เมื่อครอบครัวอบอุ่น ทุกชีวิต จะรู้จักรักและแบ่งปัน …ฯลฯ

" แม้เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นคนดีได้ " นะคะ

............................................................................
โดย ..... น้ำตาล เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2545, 22:23 น.

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/08/2003 07:52 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
 


ผมขอแสดงความเสียใจเรื่องแม่ ..... ที่คุณเล่าให้ฟัง คุณเป็นคนเปิดเผยมากนะครับ ตามจริงไม่ต้องบอกก็ได้และผมขอชื่นชมที่คุณเป็นคนคิดดี มองโลกในแง่ดีเสมอ ขอให้สิ่งดีๆเหล่านั้น ย้อนมาหาคุณเสมอ ๆ นะครับ ผมชอบคำพูดที่ว่า " แม้เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นคนดีได้ "

คุณน้ำตาลเป็นคนดีคนหนึ่ง ..... เท่าที่ผมมองดู จึงขอเป็นกำลังใจให้คุณทำในสิ่งที่ดีงาม โดยเฉพาะงานเขียนที่นี่ เป็นกำลังใจให้คุณทำต่อไปนะครับ ส่วนที่ผ่านมา หากผมทำอะไรให้ขัดใจหรือล่วงเกินไปบ้าง ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

...................................................................
โดย ..... มุสลิม เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2545, 23:27 น.

 
     
    By: มุสลิม     8/08/2003 08:03 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


ไม่เป็นไรคะ
ทุกชีวิต ..... เริ่มต้นที่ครอบครัว
พ่อแม่ของเรา ..... เป็นคนดี แล้วเราจะไม่ดี ได้อย่างไรกัน ... ???

...................................................................
โดย ..... น้ำตาล เมื่อ วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2545, 00:16 น.

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/08/2003 08:08 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
 


ค่าน้ำนม

๏๏๏ แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง .......... ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล
แม่ ... เราเฝ้าโอ้ละเห่ .......... กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันเห ไปจนไกล
แต่เล็กจนโตโอ้แม่ถนอม .......... แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลูกปักดวงใจ
เติบ โตโอ้เล็กจนใหญ่ .......... นี่แหละหนาอะไร มิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม

๏๏๏ ควร คิดพินิจให้ดี .......... ค่าน้ำนมแม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม
โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม .......... เลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน
ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝัง .......... แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน
บวช เรียนพากเพียรจนสิ้น .......... หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย ..... ฯลฯ

..............................................................................
ที่มา .....http://www.mochit.com/showLyric.php?id=0015

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/08/2003 08:27 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
 


แม่

๏ ๏ ๏ กี่วันคืน จะผ่านไป กี่ฤดู จะผ่านมา
แม่ก็ยัง เฝ้าคอย ลูกกลับ. นับวันเวลา เจ้าโตแล้วไป
สร้าง ครอบครัวใหม่ ไม่หันมา สนใจ แม่ เลย.
แม่ถนอม เลี้ยงลูกรัก รักเกิน รักยิ่งสิ่งใด
ไม่ให้ใคร ทำร้าย ให้ลูกเจ็บ. แม่ทำงานหนัก ให้ลูกสบาย
เมื่อเจ้าโตใหญ่ เป็นคนดี มีค่า ของสังคม.

๏ ๏ ๏ แม่ทั้งห่วงหวง คิดถึงดวงใจ ลูกจ๋า
แวะเวียนหา แม่บ้างซิ. แม่อยู่เหงาๆ เดี่ยวเดียวดาย
เฝ้าคอยคิด หวังว่า ลูกจะมา. แต่ไม่มีเลย
หรือลืม แม่แล้วลูกจ๋า

๏ ๏ ๏ แม่ทั้งห่วงหวง คิดถึงดวงใจ ลูกจ๋า
แวะเวียนหา แม่บ้างซิ. แม่อยู่เหงาๆ เดี่ยวเดียวดาย
เฝ้าคอยคิด หวังว่า ลูกจะมา. แต่ไม่มีเลย
หรือลืม แม่แล้วลูกจ๋า. ถึงอย่างนี้ แม่ก็รัก
แม่จะรอ ร๊อรอ คงสักวัน
ลูกอาจจะคิดถึงแม่ แม่เฝ้ามองดู อยู่ข้างเสมอ
ถ้ามีเวลา กลับมาหาแม่ สักที นะลูกจ๋า ... ฯลฯ


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
.....................................
ที่มา ...http://www.mochit.com/showLyric.php?id=2689

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/08/2003 08:31 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
 


แม่ ... !!

๏๏๏ ลูก ... ปวดหัวตัวร้อนนอนสะอื้น
แม่ ... ก็ตื่นขึ้นมารักษาให้
ปรนนิบัติพัดพามากกว่าใคร
ดังน้ำใสไหลลื่นชื่นชีวา

๏๏๏ ในครอบครัวหากขาดแม่คล้ายแพแตก
ลูก ... เหลวแหลกเพราะขาดแม่แก้ปัญหา
สังคมดีเพราะแม่ดีมีปัญญา
แม่ ... ล้ำค่าเหนือกว่าใครในแผ่นดิน ..... ฯลฯ


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
......................................
ที่มา ..... ตาลแต่งส่งคุณครูใน "วันแม่" ตอนเรียนอยู่ ประถม 2

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/08/2003 08:42 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
 


๏๏๏ แม่จ๋า ลูกมาแล้ว .......... เสียงแจ้วๆ ร้องเรียกมา
แม่จ๋า ลูกมาหา .......... เสียงดังมา ด้วยยินดี
ลูกจ๋า ถ้ารักแม่ .......... ขอเพียงแค่ เป็นคนดี
ลูกเอ๋ย ทำเช่นนี้ .......... สุขชีวี ของแม่เอย

๏๏๏ เจ้ารัก แม่ก็รู้ .......... เพราะอุ้มชู มิได้เลือน
ยามเด็ก คอยเป็นเพื่อน .......... เฝ้าตักเตือน จนเติบโต
เมื่อใหญ่ ได้ศึกษา .......... มีคุณค่า แก่บ้านเมือง
สร้างชื่อ ให้ลือเลื่อง .......... แม่คุยเขื่อง ได้มากมาย

๏๏๏ วันนี้ เจ้ามากราบ .......... เป็นที่ซาบ ซึ้งหัวใจ
ไม่ว่า เจ้าอยู่ไหน .......... แม่นั้นไซร้ ห่วงทุกครา
บัดนี้ ขออวยชัย .......... ให้เจ้าได้ สมอุรา
หวังใด จงได้มา .......... ด้วยบุญญา กตัญญู ....

 
     
    By: เพ่งกี่ ลานน่ำตั๊ก     9/08/2003 07:08 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
 


สมัยเด็กๆ นะ ส้มโดนแม่ตีประจำ เพราะดื้อ
ไม่ยอมทานข้าว และก็ไม่ชอบแปรงฟัน
แม่ก็จะตีส้ม....ทั้งตัวเลย
พอส้มเผลอหลับ ส้มต้องนอนคว่ำ เพราะเจ็บก้นค่ะ
ตื่นมา ก็เห็นแม่ทายาหม่องให้ เพราะตัวส้มเขียวทั้งตัว

หลายครั้ง ที่ส้มทะเลาะกับแม่ แล้วแม่ร้องไห้
ส้มไม่รู้นะว่าทำไมต้องทะเลาะ รู้แค่ว่า ไม่ชอบแม่
ไม่ชอบที่แม่ ไม่ธรรมชาติ ไม่ชอบหลายอย่าง
แต่พอคุยกับพ่อ พ่อบอก อยากให้เรา เฉยๆ
การโมโห มันก็ยิ่งทำให้เราลำบาก

แต่บางครัง ที่แม่ตีเรา แม่ก็ร้องไห้ซะเอง......

ถึงส้มจะดื้อนะ ส้มก็รักแม่ ไม่มีวันจะเอาแม่ไปไว้ที่ไหนๆ
คนไม่ดี ชอบเอาแม่ไปไว้พ้นๆตัวเรา เพราะว่าจะได้ไม่มีอุปสรรค
แย่จังนะคะ ......

บางที ส้มก็กลัวว่า ส้มจะเป็นอย่างในเรื่อง ของจวัญ ของแม่
http://www.somdiary.com/webboard/show.php?No=133258
ที่ส้มได้มาจากอีเมล์ Forward อ่านไปแล้ว ก็ร้องไห้เอง ... แต่พออ่านตอนจบ ส้มว่าส้มแย่แล้วนะ แต่คนในนั้น กลับแย่กว่า คิดจะเอาแม่ไปบ้านพักคนชรา มีคนไหนอยากไปมั่งละนะ

อนิจจัง ชีวิตคนเรา ดั่งนิยายน้ำเน่า ณ คลองแสนแสบ

 
     
    By: ส้มไดอารี่     10/08/2003 01:16 PM  (203.149.1.103)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
 


ความรัก ..... จริงๆแล้ว ทำให้ชีวิตอิ่มเอม มีความสุข แต่เมื่อเรายังเป็นเด็กๆ จะให้คบกันอย่างมีเหตุ มีผล แบบผู้ใหญ่ไปเสียทุกเรื่อง บางทีก็ยังทำไม่ได้ คือบางครั้งเรายังอยากทำให้โลกของเรา สดใส สวยงาม โดยไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมากๆนัก ในความรู้สึกของตาล ถึงเวลา ... ก็คงลงตัวเอง

ตอนนี้ ..... จะเศร้าๆทุกครั้งที่คิดถึงพ่อแม่ ที่ท่านอายุมากแล้ว ถึงแม้จะดูแข็งแรงมากๆอยู่ก็ตาม แต่ถ้านับเวลาถอยหลัง บางทีตาลก็อยากกอดพ่อแม่ไว้นานๆไม่อยากปล่อย อยากให้พ่อแม่ เล่าเรื่องโน้น เรื่องนี้ ในอดีตให้ฟังมากๆ บางเรื่องถ้าเราต้องสูญเสียไป จะหาอะไรมาทดแทนคงไม่ได้ ตาลพยายามเก็บความรู้สึกที่ดีๆ ไว้ให้นานที่สุด โดยเฉพาะ ... กับคนที่เรารักมากๆ

พ่อแม่ ..... ของตาลอายุมากๆแล้ว
ตาลก็ทำให้ดีที่สุด ที่พ่อแม่ต้องการ
ส่วนชีวิตของตาลยัง อีกยาวไกล
แค่วาดฝันเอาไว้ในใจ
เมื่อมีโอกาส ค่อยสานฝันนั้นต่อ เมื่อไรก็ได้
ตาลเชื่อมั่นในความรู้สึกที่ดีๆของตาล
และตาลก็มั่นใจว่า ถ้าเรามีเจตนาที่ดี และ ทำดีอย่างจริงจัง
และจริงใจจริงๆ เราจะได้รับผลดีนั้นตอบเสมอ


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/
.......................................
http://www.numtan.com/story_2/view.php?id=13

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   10/08/2003 09:40 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
 


อิ่มอุ่น

๏๏๏ อุ่นใดๆ ... โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อุ่นอกอ้อมแขน ... อ้อมกอดแม่ตระกอง
รักเจ้าจึงปลูก ... รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
ไม่อยากจากไปไกล ... แม้เพียงครึ่งวัน

๏๏๏ ให้กายเราใกล้กัน ... ให้ดวงตาใกล้ตา
ให้ดวงใจ ... เราสองเชื่อมโยงผูกพันธ์
อิ่มใดๆ ... โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อิ่มอกอิ่มใจ ... อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก ... อาหารของความอาทร
แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน ... สอนสั่ง

๏๏๏ ให้เจ้าเป็น ... เด็กดี ให้เจ้ามี ... พลัง ให้เจ้าเป็น.. ความหวังของแม่ต่อไป..
ใช่เพียงอิ่มท้อง ... ที่ลูกร่ำร้อง เพราะต้องการไออุ่น อุ่นไอรัก.. อุ่นละมุน
ขอน้ำนมอุ่น ... จากอกให้ลูกดื่มกิน
ให้กายเราใกล้กัน ... ให้ดวงตาใกล้ตา ให้ดวงใจ.. เราสองเชื่อมโยงผูกพัน
ให้เจ้าเป็น ... เด็กดี ให้เจ้ามี ... พลัง ให้เจ้าเป็น ... ความหวังของแม่ต่อไป ..... ฯลฯ

........................................................................
เพลง อิ่มอุ่น ..... คำร้อง-ทำนอง : ศุ บุญเลี้ยง

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   11/08/2003 08:16 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
 
...อิ่มอุ่น....

เพลงเพราะนะครับ... :-)

 
     
    By: จิตปัน     12/08/2003 02:06 AM  (203.107.130.11)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
  ที่บ้านของตาล ..... ให้ความสำคัญกับผู้ใหญ่ในบ้านเสมอ
พวกเราให้ความเคารพและเชื่อฟังคำบอกเล่าของผู้ใหญ่อยู่ตลอดเวลา
พ่อแม่ของเราถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำใจของพวกเราพี่น้อง
พ่อแม่ให้ความรักกับเราเสมอกันทุกวัน พวกเราพี่น้องก็มีความรักต่อพ่อแม่เสมอเหมือนกันทุกวัน
ที่บ้านของเราพ่อแม่ชอบมีปาร์ตี้บ่อยๆมากๆ และ ที่บ้านของเราไม่เคยมีงาน ... วันแม่ หรือ วันพ่อ

พวกเราไปทำบุญที่วัด ..... เพราะตรงกับวันพระ เท่านั้น


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   13/08/2003 10:37 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
  แม่

๏๏๏ เผ้าถนอม กล่อมเกลี้ง เลี้ยงลูกยา .................... คลอดออกมา ตีนเจ้า เท่าฝาหอย
แม่ไม่เคย เหนื่อยหล้า ตั้งตาคอย .................... เห็นลูกน้อย เล่นสนุก แม่สุขใจ
ยามลูกเจ็บ แม่ปวด แสนรวดร้าว .................... แม่คอยเฝ้า ป้อนยา หาหวั่นไหว
ยามลูกน้อย ร้องมา ครั้งคราใด .................... ทำเหมือนให้ ใจแม่หยุด ต้องทรุดกาย
๏๏๏ แม้จะเหน็ด จะเหนื่อย แสนเมื่อยล้า .................... ถึงกายา ขาดสอง ต้องสลาย
แม้เจ็บป่วย เพียงใด ยังไม่คลาย .................... ขอเพียงได้ เห็นหน้าลูก เป็นสุขพอ
ลูกทั้งหลาย โตได้ ในวันนี้ .................... เจ้าเคยมี สิ่งใด ให้บ้างหนอ
เจ้าไม่รู้ ว่าใจ แม่ไห้รอ .................... แม่นั้นขอ เพียงใจลูก ผูกสัมพันธ์ .....ฯลฯ
--------------------
(กาพ์กลอน ซ่อนเพลง)
ขอเชิญร่วมระลึกถึงพระคุณของแม่
 
     
    By: ไพร่นอกคอก     14/08/2003 02:22 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
  การเขียนกลอนบูชาแม่
ไม่ว่าท่านผู้ใดประพันธ์
ไม่ว่าใช้บทประพันธ์ประเภทใด
ทุกสิ่ง ล้วนสวยงาม หมดจดดีแท้
แล้วหากแต่งได้ จะขอนำมาลงด้วยครับ
ไปละ อิอิอิ
 
     
    By: ทิดโส     14/08/2003 02:28 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 25  
     
  ๏๏๏ สับสน สงสัย ใคร่รู้ .................... ฉันลอง ฉันดู ตามฝัน
รักรัก หลงหลง วันวัน .................... สุดท้าย หาฝัน ไม่เจอ
ตรากตรำ เนิ่นนาน งานหนัก .................... ประจักษ์ แก่ใจ เสมอ
ลาภยศ สรรเสริญ บำเรอ .................... ใครใคร เขาเพ้อ มัวเมา
๏๏๏ แก่งแย่ง แข่งขัน ชิงดี .................... เขามี เขาดี กว่าเขา
ทรัพย์สิน ชื่อเสียง เปรียบเอา .................... กว่าเขา กว่าเรา กว่าใคร
เปรียบได้ ได้เปรียบ จึงสุข .................... เหตุทุกข์ ขาดคู่ รักไร้
สัจจะ บูดเบี้ยว ของใคร .................... ฉันเผลอ หลงไหล นานวัน
๏๏๏ เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ กลับบ้าน .................... ฉันนอน หนุนตัก แม่ฉัน
ข้อธรรม คำสอน แม่นั้น .................... ท่านคือ อรหันต์ ชี้ทาง
ใจคน หยั่งยาก ล้ำลึก .................... ใจแม่ รู้สึก แจ่มกระจ่าง
ฉับพลัน ทุกข์เข็ญ ปล่อยวาง .................... ฉันพบ แสงสว่าง กลางใจ ..... ฯลฯ

....................................................
ขอร่ายโศลกด้วยคนครับ :-)
 
     
    By: จิตปัน     14/08/2003 02:30 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 26  
     
  แม่

๏๏๏ สืบสวรรค์สรรมนุษย์สุดสามภพ .................... ใครจะลบล้ำแม่สุดแลหา
จะค้นคำไขขานคุณมารดา .................... ทุกภาษาสิ้นพจน์ไม่หมดนัย
จะเอาโลกดาราจันทราทิพย์ .................... ก็น้อยนิดหนึ่งเปรียบไม่เทียบได้
จะคำนวณถ้วนถี่วิธีใด .................... ก็หนึ่งในแสนส่วนไม่ถ้วนทด
๏๏๏ สามประลัยไฟลมน้ำจะนำอ้าง .................... มาลบล้างอย่างไรก็ไม่หมด
จะสวมชีพสามภพนพประณต .................... ไม่อาจชดเชยใช้ได้เทียมทัน
ลูกจะขอยกคุณขึ้นทูลเกล้า .................... ทุกค่ำเช้าเฝ้าบูชาจนอาสัญ
แม้ล่วงลับภพใดเกิดใหม่พลัน .................... ถึงโกฏิกัลป์แม่ลูกพันผูกแลฯ

.........................................................
จาก...ห้องสมุดประจำตระกูล"ข้าพเจ้าเอง"
โดย...คนระยอง
 
     
    By: พี่เก่ง     14/08/2003 02:38 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 27  
     
  ๏๏๏ เรียงร้อยดาริกา .................... เป็นมาลาด้วยสายขวัญ
ลายรุ้งเลื่อมผ่องพรรณ .................... ประดับสวยด้วยจันทรา
เรืองโรจน์ตะวันฉาย .................... เทียนธูปหมายว่าบูชา
พระคุณแห่งมารดา .................... มนัสน้อมกตัญชลี
๏๏๏ มาลาบนพานแก้ว .................... พราวแพรวประภัสศรี
แด่ผู้ให้แห่งปฐพี .................... ด้วยหยาดหยดกษิรธาร
ด้วยหัตถ์แห่งเมตตา .................... เลี้ยงชีวามหาศาล
อบอุ่นทุกวันวาร .................... ด้วยอ้อมอกที่อุ่นไอ
๏๏๏ คือรักจากใจแม่ .................... เป็นรักแท้ไร้เงื่อนไข
ใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งใด .................... พระคุณสุดจะทดแทน
โอมเอยพระไตรรัตน์ .................... อันศักดิ์สิทธิ์สฤษดิ์แสน
อวยพรแม่ทุกทั่วแดน .................... แทนลูกนั้นนิรันดร์เทอญ ..... ฯลฯ
.............................................
๏๏๏ วันนี้มาขอแจมด้วยคนค่ะ..
เคยได้แต่เข้ามาอ่านเท่านั้น
 
     
    By: ชลาชล     14/08/2003 02:39 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 28  
     
  ๏๏๏ ก้มก้มเงยเงยงองุ้ม .................... หลังคุ้มไหล่ลู่สองข้าง
รอยยิ้มแม่ไม่เคยจาง .................... แม้ตาฝ้าฟางลงทุกที
อกแม่อบอุ่นยิ่งนัก .................... ความรักลูกนั้นล้นปรี่
สองมือกอดรัดคนดี .................... แม่รักลูกนี้กว่าใคร
๏๏๏ ตักแม่เคยหนุนเสมอมา .................... เมื่อครั้งน้ำตาลูกไหล
คำหวานจากแม่ปลอบใจ .................... ยามที่ร้องไห้ทุกครา
รักแม่นั้นคือรักแท้ .................... ยิ่งใหญ่กว่าผืนแผ่นฟ้า
เลิศล้ำเกินกว่าวาจา .................... ใดเลยจักหาเปรียบปาน
๏๏๏ กราบเท้าแม่ลงตรงนี้ .................... ระลึกคุณที่ไพศาล
พระคุณแม่ล้นพ้นประมาณ .................... ลูกขอกราบกรานด้วยดวงใจ ..... ฯลฯ
 
     
    By: ชลาชล     14/08/2003 02:42 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 29  
     
  รักแม่ด้วยดวงใจ

๏๏๏ ใครหนอ ใครเล่า เฝ้าถนอม .................... ใครหนอ ใครยอม ถามไถ่
ใครหนอ ปกป้อง เยาว์วัย .................... ใครหนอใคร เลี้ยงดู อุ้มชูมา
อกใคร ไหนเล่า อบอุ่น .................... อกใคร เจือจุน เราหนา
อกใคร โอบรัด เมตรา .................... อกใครมา ปกป้อง คุ้มครองภัย...ฯลฯ
 
     
    By: ไพร่นอกคอก     14/08/2003 02:44 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 30  
     
  มิตรแท้คือแม่ที่ลูกรัก
ต้องเชิดชูเกียรติศักดิ์ไว้ให้สม
อันดอกไม้หอมหวลกลิ่นทวนลม
คือคุณแม่ที่อุดมด้วยความดี/ พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ
 
     
    By: พี่เก่ง     7/09/2003 02:36 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 32  
     
  มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร

มารดา เป็น มิตรในเรือน
มารดา เป็น เพื่อนในบ้าน
มารดา เป็น อาจารย์ของชีวิต
มารดา เป็น พรหมลิขิตของลูก

................................................................

เปรียบพ่อแม่ เช่นโคมทอง ของชีวิต
ช่วยชี้ทิศ ช่วยนำทาง ช่วยสร้างสรรค์
ให้ความรัก ให้ความรู้ ชูชีวัน
ลูกจงหมั่น กตัญญู รู้แทนคุณ

................................................................
จาก...หนังสือชุด..อยู่เย็น เป็นสุข
โดย..."พระพิจิตรธรรมพาที" วัดประยุรวงศาวาส
 
     
    By: น้ำฟ้า     22/07/2004 02:53 PM  (203.147.0.44)
 

 
  หัวข้อ : 35  
     
  พระองค์แรก...ผู้แสนดี...ให้ชีวิต
ครูคนแรก...ผู้ประสิทธิ์...การศึกษา
หมอคนแรก...ผู้ถือช้อน...คอยป้อนยา
รวมคุณค่า...นี้ได้แก่...แม่เราเอง
 
     
    By: น้ำฟ้า     23/07/2004 09:13 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 36  
     
  คิดถึงคุณแม่ ที่อยู่ต่างจังหวัด....และก็คิดถึงลูกน้อย ที่อยู่บ้าน
"วันแม่"..ที่จะถึงปีนี้ ตื่นเต้นมาก ๆ เพราะเราเป็นทั้งลูกและแม่
เราวางแผนที่จะลางานยาว..ช่วงวันเฉลิมฯ นี้ พาลูกน้อยไปทำบุญ
กับคุณยาย พร้อมกราบท่าน (คุณแม่) ฯลฯ ตื้นตันค่ะ อยากให้
ให้ลูก ๆ ที่อยู่ไกลอกแม่ กลับไปหาแม่กันนะคะ หรือคนที่อยู่
กับแม่ทุกวัน ก็ดีมาก ๆ อยากอยู่ด้วยแบบนี้จัง แต่เป็นไปไม่ได้
เข้ามาอ่านกระทู้นี้ตั้งแต่วันแม่ปีที่แล้วค่ะ ปีนี้ก็ขอเข้ามาแจมนะคะ
 
     
    By: น้ำฟ้า     23/07/2004 09:17 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 37  
     
 

.

 
     
    By: น้ำฟ้า     23/07/2004 09:24 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 41  
     
  อบอุ่นกรุ่นอกแม่ อุ่นรักแท้จากดวงใจ
ไออุ่นหนุนนำให้ ลูกฝักใฝ่ในความดี
อุ่นนักแม่รักลูก จิตพันผูกลูกสุขี
คุณธรรมล้ำฤดี รักแม่นี้อบอุ่นใจ
 
     
    By: โสน     31/07/2004 10:18 PM  (80.134.247.110)
 

 
  หัวข้อ : 42  
     
  เจ้าข้าเอ๋ย ใครหนอใคร ให้กำเนิด
จึงก่อเกิด เติบใหญ่ ด้วยไออุ่น
ทั้งกล่อมเกลี้ยง เลี้ยงลูกมาด้วยการุณ .................
 
     
    By: ฝ้าย     10/08/2004 10:00 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 43  
     
  คำว่าแม่นี้มิได้มีเพียงคนเดียว  
     
    By: mild     10/08/2004 10:01 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 44  
     
  ตลอด12 ปีที่ผ่านมาเเม่ดูแลลูกมาอย่างดีตลอด
ลูกอยากบอกแม่ว่าลูกจะตอบแทนเเม่
ด้วยการตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดค่ะ
 
     
    By: nam     10/08/2004 10:02 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 45  
     
  รักแม่ที่สุด
แม่คือผู้ให้กำเนิดและให้ความรักแก่เรา
พระคุณแม่เหนือล้นใดเปรียบได้
และยิ่งใหญ่กว่าโลกทั่วไพศาล
แม้เราผิดทำผิด แม่ปลอบใจ
เราทั้งหลายเทิดทูนคุณท่านเอย
 
     
    By: รักแม่ตลอดไป     10/08/2004 10:05 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 46  
     
  สิบสองสิงหาคม
เราทุกคนคงรู้ดี
วันแม่ของทุกปี
ต่างยินดีและปรีดา
 
     
    By: ปอมแปม     10/08/2004 10:06 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 47  
     
  รักแม่มากเท่าชีวิต
ลูกจะทำให้แม่ภูมิใจในตัวของลูก
และ ไม่ทำให้แม่ต้องเสียน้ำตาอีกต่อไป
ลูกจะเป็นเด็กดี และ เป็นคนดีที่แม่รักตลอดไปจนวันตาย

 
     
    By: รักแม่ตลอดไปจนวันตาย     10/08/2004 10:07 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 48  
     
  แม่เป็นพระพรหมของลูก
แม่เป็นผู้หญิงต้นแบบของลูก
แม่คอยนำทางให้ลูก
แม่ทำทุกๆอย่างเพื่อลูก

ลูกรักแม่ค่ะ
 
     
    By: katopatc     10/08/2004 10:08 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 49  
     
  i love mom
 
     
    By: kate     10/08/2004 10:10 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 50  
     
  หลักของบ้านคือเสา หลักของเราคือแม่
 
     
    By: หนึ่ง     10/08/2004 10:10 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 51  
     
  แม่จ๋าแม่รู้ไหมใครคิดถึง
รักของแม่ลูกซึ้งลูกโหยหา
รักของแม่ลูกรู้ได้ในแววตา
รักของแม่ล้ำค่ากว่ารักใคร

แม่คิดถึงลูกไหมที่ไกลจาก
แม่ใยให้ใครมาพรากลูกไปได้
ใครเขาไม่ห่วงหาไม่อาลัย
ใครเขาไม่รักใคร่ไม่อาทร

ลูกไม่มีบ้านน้อยคอยโอบรับ
อยากจะกลับคืนรังครั้งปีกอ่อน
มีตักแม่ให้หนุนอุ่นอกนอน
ฝันร้าวรอนจนอ่อนล้ามาหลายปี
 
     
    By: นกขมิ้นเหลืองอ่อน     10/08/2004 10:12 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 52  
     
  รักแม่ที่สุดเลยค่ะ
 
     
    By: หญิง     10/08/2004 10:13 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 53  
     
 


ความรักของแม่ ทำให้ลูกฟื้นคืนชีพได้ ..!!

...................................................................................

แม่…ผู้ให้ชีวิตใหม่
ถึงลูกถึงคน วันอังคารที่ 10 สิงหาคม 2547


ผู้ร่วมรายการ :

ภัครวรรณ หรือ กอล์ฟ อาภาสุนันท์
ลูกที่ประสบอุบัติเหตุจากรถมินิบัสชนจนเกือบเป็นเจ้าชายนิทรา

ขนิษฐา อาภาสุนันท์
แม่น้องกอล์ฟที่เลี้ยงดูเจ้าชายนิทราจนหายเกือบเป็นปกติ

นิคม อาภาสุนันท์ พ่อน้องกอล์ฟ

ศุภิศรา หรือ กิฟท์ อาภาสุนันท์ น้องสาวกอล์ฟ

...................................................................................


สรยุทธ ..... ทุกวันนี้เขายังเหลือแต่เดินไม่ได้ โดยทั่วไปตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

ขนิษฐา ..... อย่างอื่นค่อยๆ ดีขึ้นมาเรื่อยๆ

สรยุทธ ..... แต่เมื่อสักครู่เขาบีบมือผมนะครับ แล้วก็ยื่นมือให้น้องกอล์ฟบีบ … เจ็บนะครับ …เจ็บ… เจ็บ… แรงเยอะมาก และตอนนี้เขาเริ่มกลับมานวดคุณแม่แล้ว นวดคุณแม่หรือเปล่า

กอล์ฟ ..... นวด

สรยุทธ ..... นวดยังไง

กอล์ฟ ..... ตรงขา

สรยุทธ ..... บีบขา

กอล์ฟ ..... แม่เมื่อย

ขนิษฐา ..... เวลาแม่เมื่อย

สรยุทธ ..... อยากนวดให้คุณแม่ไม๊

กอล์ฟ ..... อยาก

สรยุทธ ..... เหนื่อยไม๊นวดให้คุณแม่

กอล์ฟ ..... ไม่เหนื่อย

สรยุทธ ..... ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 7 ปีก่อน 10 ต.ค.40 น้องกอล์ฟตอนนั้น 10 ขวบ เขาจำอะไรได้ไม๊ เคยถามเขาไม๊

ขนิษฐา ..... เขาจำได้ช่วงที่ตอนไปฟังผลสอบ และไปทานเลี้ยง หลังจากนั้นก็จำไม่ได้แล้ว

สรยุทธ ..... เราพยายามถามเขาไม๊ครับ

ขนิษฐา ..... ก็พยายามถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็นึกไม่ออก รู้แต่ว่าครูกำลังจะไปส่งบ้าน

สรยุทธ ..... วันนั้นเป็นอุบัติเหตุที่รถปิกอัพที่คุณครูขับ แล้วน้องกอล์ฟนั่งมา ชนประสานงากับรถมินิบัสเป็นของสวนสัตว์แห่งหนึ่ง สภาพรถยับเยินเลย ตอนนั้นคุณแม่จำได้ไม๊

ขนิษฐา ..... ตอนนั้นเห็นมันผิดเวลา ก็เลยโทรไปที่บ้านของครู พอดีคนข้างบ้านมารับสายว่ารถเกิดอุบัติเหตุอยู่ตรงสี่แยก ก็เลยตามไปดู พอไปที่เกิดเหตุ แต่ไม่เห็นร่องรอยการชน เห็นแต่คนมุงดู เศษกระจกก็ไม่เห็น ตอนนั้นใจคิดว่าไม่มีใครเป็นอะไร เพราะเห็นเศษกระจกก็ไม่มี สเปรย์ฉีดก็ไม่มี คิดว่าคงไม่เป็นอะไรมาก แต่คำตอบที่ได้รับบอกว่าเด็กเสียชีวิตคาที่ 1 คน ตอนนั้นรู้สึกใจไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าจะใช่ลูกเราหรือเปล่า

สรยุทธ ..... ไปโรงพยาบาล

ขนิษฐา ..... แล้วก็ถามเขาว่ารถไปส่งที่ไหน คนแถวนั้นก็ไม่ทราบ ก็ตามไป รพ.นพรัตน์ก่อน ทาง รพ.บอกว่าส่งไปที่สินแพทย์ ตอนนั้นเหมือนโชคไม่ค่อยดี รถติดมากเลยกว่าจะไปถึงสินแพทย์ใช้เวลานานมาก

สรยุทธ ..... ครั้งแรกที่เห็นกอล์ฟ จำได้ใช่ไม๊ครับ

ขนิษฐา ..... จำไม่ได้ค่ะ เหมือนเละไปหมดเลย เลือดเต็มตัวเลย เด็ก 3-4 คนที่เข็นนอนเรียงกันมา สภาพเดียวกันหมดเลย ก็เลยจำไม่ได้ว่าคนไหนเป็นลูก แต่มีน้องสาวของเขาจำได้ แต่ตอนนั้นเหมือนเราหูอื้อ ตาลาย ได้แต่มองว่านี่หรือลูก และไม่มีคำพูดอะไรออกมา มันเหมือนช็อกน่ะค่ะ

สรยุทธ ..... ผมขอเล่านิดนึง คุณพ่อมักทำงานต่างจังหวัด แล้วก็วันหยุดถึงจะกลับมาอยู่กับครอบครัว

นิคม ..... ประมาณซัก 10 วัน

สรยุทธ ..... ตอนนั้นคุณแม่ทำงานอยู่

ขนิษฐา ..... ค่ะ เป็นงานบริษัทแห่งหนึ่งค่ะ

สรยุทธ ..... ตอนนั้นหูตาอื้อเลย

ขนิษฐา ..... ทำอะไรไม่ถูกเลย แต่จำได้ว่าคุณหมอเดินเข้ามาถามบอกว่า ลูกอาการหนักมาก โอกาสรอดมีไม่ถึง 10% ถ้าจะให้หมอผ่าตัด ต้องยอมรับสภาพอาจจะเป็นเจ้าชายนิทรา หรือไม่ก็ไม่รอด มี 2 ทางให้เลือก ตกลงจะเอาไว้ไม๊

สรยุทธ ..... คือถ้ารอดเป็นเจ้าชายนิทรา

ขนิษฐา ..... ใช่ค่ะ เจ้าชายนิทราต้องอยู่ในสภาพเหมือนหลับตลอดชีวิต

สรยุทธ ..... แล้วแม่คิดยังไงตอนนั้น

ขนิษฐา ..... ตอนนั้นก็ตัดสินใจเลยว่าเอา แต่ถึงจะเป็นเจ้าชายนิทรา ก็จะเลี้ยง พอหลังจากผ่าตัดลูกแล้ว เพื่อนยังบอกว่าเอาลูกไว้ทำไม เห็นสภาพแล้วไม่น่าเอาเขาไว้เลย ทรมานเขา คือใครมาเห็นก็จะบอกอย่างนี้ทุกคนไม่น่าเอาลูกไว้เลย สงสาร

สรยุทธ ..... ตอนนั้นกอล์ฟไม่มีทางได้สติอยู่แล้ว

ขนิษฐา ..... ไม่รับรู้อะไรเลย บวมไปทั้งตัว บวมไปทั้งหน้า

สรยุทธ ..... สมองตอนนั้น ณ เวลานั้นเป็นยังไงครับ

ขนิษฐา ..... เราเห็นแต่ภาพทางศีรษะ และมีเลือดซึมออกมาตลอด ทั้งหู จมูก เลือดซึมตลอด

สรยุทธ ..... หมออธิบายว่ายังไงตอนนั้น

นิคม ..... ก็อธิบายกว้าง เป็นอาการทางสมองที่ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง

สรยุทธ ..... กะโหลกมันแตกด้วยใช่ไม๊ครับ

นิคม ..... ครับ ค่อนข้างแตกรุนแรง ตอนนั้น 3-4 เดือนแรกทำการผ่าตัดที่ศีรษะประมาณ 4-5 ครั้ง พอติดหนังศีรษะแล้ว ก็มีเรื่องระบบของน้ำหล่อเลี้ยงสมองไม่ทำงาน ก็ต้องไปผ่าอีกครั้งเพื่อไปฝังเส้นสายเพื่อจะลำเลี้ยงน้ำสมองออกที่ช่องท้อง และมีอาการกะโหลกบวมอีกซัก 2 ครั้งโดยประมาณ คือทุกครั้งต้องแก้ไขด้วยการเข้าผ่าตัด

สรยุทธ ..... ผ่าทั้งหมดกี่ครั้งครับ

นิคม ..... ประมาณ 6 ครั้งในช่วงปีแรก ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติของชีวิตน้องกอล์ฟ

สรยุทธ ..... ผมถามตรงๆ เคยคิดว่าจะเสียน้องกอล์ฟไปแล้วไม๊

นิคม ..... ว่ากันไปตามรู้สึกจริงๆ จะบอกว่าไม่เคยคิด ก็ยังไม่ยอมแพ้นะครับ ถ้าลูกยังมีลมหายใจ เราก็ยังมีความหวัง และจะทำยังไงให้ดีที่สุด ให้เขาช่วยเหลือตัวเองมากที่สุด เท่านั้นแหละครับ

สรยุทธ ..... ไม่เคยหรือครับคุณแม่ที่ความหวังจะหมดไป

ขนิษฐา ..... ไม่เคยค่ะ

สรยุทธ ..... เพื่อนๆ ญาติๆ บางคนบอกว่าปล่อยไปทำไม

ขนิษฐา ..... บอกว่าปล่อยเอาไว้ทำไม ทรมานเขา แต่เราก็คิดว่าซักวันนึงเขาต้องหาย

สรยุทธ ..... บอกอะไรกับลูกในสภาพที่เขาอยู่ในขั้นโคม่า

ขนิษฐา ..... บอกว่าแม่รักเขานะ ต้องอยู่กับแม่นะ เป็นลูกผู้ชายต้องอดทน เดี๋ยววันนี้มันต้องผ่านไป

สรยุทธ ..... บอกทุกวัน วันละ …

ขนิษฐา ..... วันละเป็นพันครั้งคงได้ค่ะ เพราะได้อยู่กับเขาตลอด 24 ชั่วโมง

สรยุทธ ..... ตอนนั้นต้องให้อาหาร

ขนิษฐา ..... ทางสายยาง เข้าทางจมูก

สรยุทธ ..... ไม่ท้อเหรอ

ขนิษฐา ..... ในความรู้สึกของคนเป็นมนุษย์ บางครั้งก็ท้อบ้างเหมือนกัน ยอมรับ

สรยุทธ ..... ตอนนั้นเขาลืมตาไม๊

ขนิษฐา ..... ลืมตา แต่ไม่กะพริบเลย คือตาดำไม่กลิ้ง ตาค้างตลอด จนกระทั่งเขาจะหลับ ถึงค่อยหลับตาลง

สรยุทธ ..... ตอนนั้นชาวบ้านเขามองว่าผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มเด็กอายุ 10 ขวบ ซึ่งสภาพไม่ปกติ

ขนิษฐา ..... ค่ะ ก็มีสายยางห้อย และแม่ก็เอาสายยางพาดไหล่ไว้ด้วย

สรยุทธ ..... แล้วอุ้มเขาเดิน

ขนิษฐา ..... และคุยกับเขาไปเรื่อย เพื่อจะดูอาการของเขา

สรยุทธ ..... ทำทุกวัน

ขนิษฐา ..... วันละหลายๆ ครั้ง

สรยุทธ ..... ไม่เหนื่อยเหรอ

ขนิษฐา ..... ตอนนั้นไม่เหนื่อยค่ะ มันมุ่งมั่นว่าลูกต้องรับรู้นะ ลูกต้องรู้ว่าแม่ทำอะไรอยู่

สรยุทธ ..... แต่เขาก็นิ่งอยู่อย่างนั้นเกือบ 2 ปี คือ 700 กว่าวัน

ขนิษฐา ..... ค่ะ และจะบดมะละกอให้ละเอียดแล้วเอาใส่เข้าไปในปากเขา ทำอย่างนี้ทุกวัน ทำเหมือนพยายามให้ลิ้นของเขารับรู้ บางทีก็เอานิ้วมือดึงลิ้นของเขาออกมาเพื่อให้รู้สึก

สรยุทธ ..... ตอนนั้นพ่อห้ามไม๊ แม่ทำอะไรเนี่ย

นิคม ..... ส่วนมากจะปล่อยทางแม่บ้าน เพราะผมเข้าใจว่าเขายังมีความตั้งใจและมุ่งมั่นสูง อะไรหลายๆ อย่างที่เขาคิดหรือทำ เป็นภาพบวกมากกว่า ก็ปล่อยเขา

สรยุทธ ..... ตอนนั้นเหมือนกับบ้าไม๊ ผมถามตรงๆ

นิคม ..... ผมคงไม่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีความรู้สึกในลักษณะนั้นมากกว่า เพราะเรารู้ว่าภาระ หรือเราเผชิญอยู่กับอะไรในช่วงเวลานั้น ก็ไม่ได้คิดว่าภรรยาตัวเองบ้า บางครั้งตอนที่ลูกรู้สึกดีขึ้น ภรรยาผมก็อยากจะให้ลูกมีการเคลื่อนไหว ก็ให้เขาคลานเพื่อให้เขามากินข้าว ตอนนั้นเราก็รู้สึกขัดแย้งกับเขาว่าไม่ควรทำ แต่ตอนหลังเด็กก็คงหิวก็คลานมา

ขนิษฐา ..... ยอมรับว่าวิธีการที่มาใช้นี้ มันเจ็บปวดมากเลยนะ แต่สิ่งที่ออกไป เราคิดว่ามันต้องได้

สรยุทธ ..... ตอนนั้นกิฟท์จำได้ไม๊ตอนนั้น 8 ขวบ แม่ทำอะไรไปบ้าง

กิฟท์ ..... แม่ชักลอกขาพี่กอล์ฟ เอาถุงทรายมาพันขาพี่กอล์ฟ ก็ดึงขาพี่กอล์ฟขึ้น-ลง หนูก็ช่วยแม่ทำด้วย

ขนิษฐา ..... ตอนนั้นพอทำไปเรื่อยๆ ก็หันไปเห็นนิ้วโป้งเท้าของเขากระดิก ความหวังก็จุดประกายขึ้นมา ลูกรับรู้แล้ว ตอนนั้นก็มีความหวังมากขึ้น ตอนนั้นดีใจมากเลย

สรยุทธ ..... ตอนนั้นแม่ดีใจขนาดไหนครับ

กิฟท์ ..... แม่ดีใจมากเลย แม่ร้องไห้

สรยุทธ ..... กระดิกเยอะไม๊

กิฟท์ ..... กระดิกครั้งเดียวแล้วก็หายไปเลย

สรยุทธ ..... แต่หลังจากนั้นก็ดีขึ้นๆ

ขนิษฐา ..... ปกติก็จับมือเขาบ่อยๆ ฝึกเขา จนวันนึงเขาก็มีกำลังยกขึ้นมาได้เอง เราก็ใช้นิ้วชี้โน่นชี้นี่ และก็เริ่มป้อนความจำว่า ไหนพ่อ ไหนแม่ ไหนพี่ ไหนน้อง ไหนจมูก ก็ให้ชี้ที่แม่

สรยุทธ ..... นี่คือสุดยอดสร้างความรู้สึกอีกเหมือนกัน คือกระดิกหัวแม่เท้า แต่นี่เขาเริ่มเข้าใจสื่อสาร คุยกับแม่แล้ว

ขนิษฐา ..... แต่คุยด้วยนิ้ว จะเอาอะไรก็ใช้นิ้ว ทำอยู่อย่างนี้ประมาณปีกว่าเกือบสองปี

สรยุทธ ..... ดวงตาของเขาเป็นยังไง

ขนิษฐา ..... เริ่มกลอกตาได้แล้ว ช่วงที่ผ่านมาเราก็ไปหาไสยศาสตร์ ไปไหว้พระ ขอพรมา ขอให้ลูกพูดได้ พอกลับมาได้แค่อาทิตย์ เขาก็พูดได้ค่ะ

กิฟท์ ..... เขาพูดว่า “แม่” และเรียกแม่

ขนิษฐา ..... แล้วก็หายไปอีกนาน

สรยุทธ ..... เหมือนตอนกระดิกหัวแม่เท้า

สรยุทธ ..... ไหนลองพูดซิแม่

กอล์ฟ ..... แม่

ขนิษฐา ..... แต่ไม่ชัดอย่างนี้

กอล์ฟ ..... เขาจะเรียกว่า แม่……พูดเสียงยาวๆ

สรยุทธ ..... วินาทีที่ได้ยินคำว่า “แม่”

ขนิษฐา ..... อื้อหือ … ก็เหมือนถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่ 1 รอบ 2

สรยุทธ ..... แม่ไม่ต้องไปทำงานเหรอ

ขนิษฐา ..... นับจากวันนั้นก็ลาออกเลย ไม่มีใจทำอะไรทั้งสิ้น ทิ้งทุกอย่างเลย

สรยุทธ ..... ตอนนั้นเตือนความจำเขายังไงบ้าง

ขนิษฐา ..... ให้ฟังเพลง

นิคม ..... เทปของเขาที่เคยอัดไว้

ขนิษฐา ..... ฟังเสียงตัวเขาเอง พอเขาเริ่มส่งเสีย แม่ก็จะอัดเทปไว้แล้ว และก็เปิดให้เขาฟัง เขาก็จะเริ่มยิ้ม ว่าเป็นเสียงของเขา เริ่มจำได้

สรยุทธ ..... ทุกวันนี้ยังถือว่าช่วยตัวเองไม่ได้เต็มที่

ขนิษฐา ..... ยังคลานได้บ้าง เพราะไม่ต้องการให้ลูกนอนอยู่เฉยๆ ขนาดคนปกตินอนนานๆ ก็ไม่ดี มันต้องทำอะไรไปเรื่อยๆ ออกกำลังกายบ้าง ดีกว่าอยู่เฉยๆ ค่ะ ตอนนั้นนอนกับแม่ แต่ตอนนี้ให้เขานอนคนเดียวแล้ว แต่จะมีสัญญาณเวลาเกิดฉุกเฉิน เขาก็จะเรียกเราได้

สรยุทธ ..... คิดยังไงถึงให้เขานอนคนเดียว

ขนิษฐา ..... อยากให้เขาช่วยตัวเอง ถ้าวันนึงแม่ไม่อยู่กับเขา หรือไม่มีแม่แล้ว ไม่เป็นภาระให้คนอื่น

สรยุทธ ..... เห็นบอกว่าไม่เคยขัดใจแม่นี่

ขนิษฐา ..... เขาเป็นเด็กน่ารักมากเลยตอนที่เขาปกติ แม่ใช้อะไร เขาทำทุกอย่าง กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ ขัดพื้น แม้กระทั่งตอนเช้า เขาก็แต่งตัวให้น้อง เตรียมอาหารให้น้องด้วย นั่งทานกันไปในรถ

สรยุทธ ..... จำได้ไม๊ก่อนที่พี่กอล์ฟจะเจ็บ

กิฟท์ ..... ปลูกหนูขึ้นมา ตื่นมาพี่ก็หยิบยาสีฟันให้หนู เตรียมข้าวใส่กล่องไว้ให้หนู เตรียมชุดนักเรียน พี่ก็จะจัดการให้หนูทุกอย่างเลย

สรยุทธ ..... 7 ปีอยู่กันในชีวิตแบบนี้หรือครับคุณพ่อ คือสอนไปทีละอย่าง แต่ว่ามีความหวัง ไม่เคยหมด แต่อาจจะมีความเห็นต่างกับคุณแม่บ้างเรื่องวิธีการสอน แต่ก็ทำ

นิคม ..... ครับ ถึงเบื้องต้นความเห็นจะต่างกัน แต่สุดท้ายก็คือทำ เพราะเรามีจุดหมายเดียวกัน

สรยุทธ ..... อันนี้คือการ์ด

ขนิษฐา ..... ก่อนเกิดเหตุเมื่อปี 40 ค่ะ

สรยุทธ ..... เขียนอะไรให้แม่หน่อยสิ ลองดูนะครับ ได้ไม่ได้ก็ไม่รู้ เราจะลองดูตรงนี้แหละ

……….. น้องกอล์ฟเขียนตัวหนังสือ ……..

สรยุทธ ..... เขียนสวยครับ ท่านผู้ชมครับ เหลือเชื่อครับ เขียนคำว่า กอล์ฟรักแม่

สรยุทธ ..... ไหนลองพูดอะไรกับแม่ซิ

กอล์ฟ ..... กอล์ฟรักแม่

ขนิษฐา ..... แม่ก็รักกอล์ฟจ้ะ

สรยุทธ ..... คุณพ่อความหวังยังไงจากนี้ไป

นิคม ..... อย่างที่คุณแม่เขาว่า ก็หวังว่าให้กอล์ฟเดินได้ในระดับนึง ช่วยตัวเองได้มากขึ้น แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับเขาว่าจะมีความพยายามหรือตั้งใจมากน้อยแค่ไหน

สรยุทธ ..... กอล์ฟคุยกับแม่ทุกวันไม๊

กอล์ฟ ..... คุยครับ

สรยุทธ ..... แม่ยังพูดกับกอล์ฟว่ายังไง

กอล์ฟ ..... แม่รักกอล์ฟ

สรยุทธ ..... มีอะไรจะพูดกับแม่ไม๊

กอล์ฟ ..... มีดอกมะลิ กอล์ฟรักแม่ ก็ขอขอบคุณที่แม่เลี้ยงดูผมมาจนถึงวันนี้

ขนิษฐา ..... และที่สำคัญเราเป็นลูก …

กอล์ฟ ..... ผู้ชาย

สรยุทธ ..... กำมืออีกที เดินได้แล้วก็ไปบวชให้แม่

กอล์ฟ ..... ครับ

สรยุทธ ..... ปล่อยได้แล้ว … เจ็บ … เจ็บ … เอาล่ะครับ โชคดีครับ.


...................................................................................
เรียบเรียงโดย ชาญชัย จิติมา .....http://www.mcot.net/tltk/newstalk2004-08-10.htm

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   11/08/2004 11:26 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 54  
     
  อยากบอกแม่ว่า รักมากๆค่ะ  
     
    By: หลิง  Mail to หลิง   13/08/2004 12:35 AM  (203.150.217.118)
 

 
  หัวข้อ : 55  
     
  จะมาเล่าเรื่องของเพื่อนค่ะ เพื่อนของฉันก็ไม่มีแม่ค่ะแม่ของเพื่อนเสียไปหลังจากที่เขาเกิดได้ไม่นาน เพื่อนฉันคนนี้เล่าว่าแม่เขาอยู่ได้นานพอที่จะตั้งชื่อเขาเท่านั้น.....แล้วหลังจากนั้นพ่อเขาก็แต่งงานใหม่ !!! พ่อของเพื่อนไม่เคยเล่าเรื่องแม่ให้เพื่อนฉันฟังเลยซักครั้ง แถมดูเหมือนพ่อเขาจะเผารูปแม่เพื่อนฉันทิ้งหมดเลย !! เพื่อนฉันก็เลยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแม่แท้ ๆ ซักอย่างนอกจากชื่อ เพื่อนฉันก็เคยถามพ่อเขาเรื่องนี้เหมือนกันแต่พ่อเขาก็ไม่เคยตอบ ( ตอนเพื่อนเล่าให้ฟังฉันสงสารเขามากกกกกกกกกกกกกกกกกก)
แล้วพอถึงวันแม่ทีไรเขาดูเศร้า มาก ๆ แล้วฉันก็มีความรู้สึกว่าเขาไม่ชอบวันแม่เอาซะเลย เพื่อนบางคนที่ไม่รู้เรื่องนี้เคยมาล้อชื่อแม่(แท้ ๆ )เพื่อนฉัน ฉันโกรธมาก มันเหมือนไปตอกย้ำเพื่อนฉันนะค่ะ( คือแม่ใหม่ของเพื่อนไม่ได้จดทะเบียนสมรส ชื่อตามทะเบียนจึงยังเป็นชื่อแม่แท้ ๆ ของเพื่อนอยู่ ) แต่เขาเป็นคนเข้มแข็งนะคะเขาไม่เคยแสดงท่าทีโกรธ เสียใจ หรือว่าคิดถึงแม่ ต่อหน้าคนอื่นเลย
ฉันเคยถามว่าคิดถึงแม่ ( แท้ ๆ ) ไหม เขาตอบว่า "ตอนนี้เรามีแม่ (เลี้ยง ) อยู่แล้ว ที่จริงเราก็อยากคิดถึง แต่ไม่มีใครคิดถึงคนที่ตัวเองไม่รู้จักได้หรอก "
เสียงเขาสั่นเหมือนจะร้องไห้ ฉันรู้ว่าเขาโกหก !! เขาคิดถึงแม่แน่ ๆ ฉันรู้เพราะเราเป็นเพื่อนกันมาแต่เด็ก ฉันเป็นคนเดียวด้วยซ้ำที่เคยเห็นเขาร้องไห้ ฉันสงสารเพื่อนมาก และก็อยากรู้ว่าคนอื่นที่ไม่มีแม่เป็นแบบนี้กันบ้างไหม
ฉันอยากให้เพื่อนของฉันชอบวันแม่ขึ้นอีกซักนิดก็ยังดีคะ
 
     
    By: Eve     15/08/2004 06:04 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 56  
     
  เราเป็นลูกที่เลวที่สุดคนนึงก็ว่าได้ เพราะตัวเราจำไม้ได้เลยว่าบอกรักท่านครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ อยากบอกนะ แต่ไม่กล้าเลยก็ไม่รู้ว่าจะกลัวอะไร อาย ยังไงก็ไม่รู้ เหมือนมันเป็นคำที่พูดยาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่เคยไหว้แม่นะวันแม่เราไหว้ทุกปีเลยคุณคงคิดว่าไม่เท่าไหร่หรอกใช่มะก็แค่ไหว้ไม่ใช่กรบความจริงเราก็กราบลงบนตักท่านนะแต่เราอยากกราบท่านที่เท้ามากกว่าเลยไม่อยากใช้คำว่ากราบเพราะเราคิดว่าการที่เราเอาส่วนที่สูงที่สุดของเราไปสัมผัสกับส่วนที่ตำ่สุดของผู้มีพระคุณนั้นยิ่งใหญ่มากถ้าเราจะใช้คำว่ากราบก็คงจะใช้กราบที่เท้าท่านเท่านั้น สุดท้ายนี้ ขอบอกรักท่านทางนี้ละกันท่านอาจไม่รับรู้แต่ก็ยังดีที่ลูกเลวๆคนนี้ได้บอกออกไปว่า รักแม่มาก ที่สุดด้วย  
     
    By: pure  Mail to pure   7/12/2004 09:33 PM  (203.150.217.118)
 

 
  หัวข้อ : 57  
     
 


เพลง ..... เรียงความเรื่องแม่
อัลบั้มสุดพิเศษ ..... คิดถึงแม่ เรียงความเรื่องแม่
คำร้อง ทำนอง เรียบเรียงฯ ..... สุทธิพงษ์ .. วุฒิชัย .. อนุชา
ขับร้องโดย ..... น้องๆ สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านมหาเมฆ และ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี


หน่านานา น้านา น้านา นานา
หน่านานา น้านา น้านา นานา

คุณครูสั่งให้เขียน เรียงความเรื่องแม่ฉัน บอกว่าส่งให้ทัน วันพรุ่งนี้
มันยากจัง ทำไม่ไหว หนูแม่ไม่มี แล้วจะเขียนให้ดี ยังไง

เป็นห่วงก็ไม่รู้ ดูแลก็ไม่คุ้น กอดแม่อุ่นจริงๆ มันจริงไหม
พร้อมหน้ากัน ทานอาหาร เคยมีแค่ฝันไป ไม่มีเพลงกล่อมใด ไม่มี

ห่มผ้าไม่เคยอุ่นเลย กอดหมอนไม่เคยอุ่นใจ นอนหลับไปอย่างเดียวดาย ทุกที
ไม่มีอะไรจะเขียน ให้ครูได้อ่านพรุ่งนี้ วันแม่ก็ได้แต่นับ น้ำตา

ถ้าแม่ฟังอยู่ ไม่ว่าแม่อยู่ไหน ไม่ว่าแม่เป็นใคร ช่วยส่งรักกลับมา
ถ้าแม่ฟังอยู่ คิดถึงหนูหน่อยหนา หนูขอสัญญาว่า .... หนูจะเป็นเด็กดี

หน่านานา น้านา น้านา นานา
หน่านานา น้านา น้านา นานา

เป็นห่วงก็ไม่รู้ ดูแลก็ไม่คุ้น กอดแม่อุ่นจริงๆ มันจริงไหม
พร้อมหน้ากัน ทานอาหาร เคยมีแค่ฝันไป ไม่มีเพลงกล่อมใด ไม่มี

ห่มผ้าไม่เคยอุ่นเลย กอดหมอนไม่เคยอุ่นใจ นอนหลับไปอย่างเดียวดาย ทุกที
ไม่มีอะไรจะเขียน ให้ครูได้อ่านพรุ่งนี้ วันแม่ก็ได้แต่นับ น้ำตา

ถ้าแม่ฟังอยู่ ไม่ว่าแม่อยู่ไหน ไม่ว่าแม่เป็นใคร ช่วยส่งรักกลับมา
ถ้าแม่ฟังอยู่ คิดถึงหนูหน่อยหนา หนูขอสัญญาว่า .... หนูจะเป็นเด็กดี

ถ้าแม่ฟังอยู่ ไม่ว่าแม่อยู่ไหน ไม่ว่าแม่เป็นใคร ช่วยส่งรักกลับมา
ถ้าแม่ฟังอยู่ คิดถึงหนูหน่อยหนา หนูขอสัญญาว่า .... หนูจะเป็นเด็กดี

ถ้าแม่ฟังอยู่ ไม่ว่าแม่อยู่ไหน ไม่ว่าแม่เป็นใคร ช่วยส่งรักกลับมา
ถ้าแม่ฟังอยู่ คิดถึงหนูหน่อยหนา หนูขอสัญญาว่า .... หนูจะเป็นเด็กดี

ถ้าแม่ฟังอยู่ ไม่ว่าแม่อยู่ไหน ไม่ว่าแม่เป็นใคร ช่วยส่งรักกลับมา
ถ้าแม่ฟังอยู่ คิดถึงหนูหน่อยหนา หนูขอสัญญาว่า .... หนูจะเป็นเด็กดี

ถ้าแม่ฟังอยู่ ไม่ว่าแม่อยู่ไหน ไม่ว่าแม่เป็นใคร ช่วยส่งรักกลับมา
ถ้าแม่ฟังอยู่ คิดถึงหนูหน่อยหนา หนูขอสัญญาว่า .... หนูจะเป็นเด็กดี

----------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------

ถ้าแม่ฟังอยู่ ไม่ว่าแม่อยู่ไหน ไม่ว่าแม่เป็นใคร ช่วยส่งรักกลับมา
ถ้าแม่ฟังอยู่ คิดถึงหนูหน่อยหนา หนูขอสัญญาว่า .... หนูจะเป็นเด็กดี

หน่านานา น้านา น้านา นานา
หน่านานา น้านา น้านา นานา

ถ้าแม่ฟังอยู่ ไม่ว่าแม่อยู่ไหน ไม่ว่าแม่เป็นใคร ช่วยส่งรักกลับมา
ถ้าแม่ฟังอยู่ คิดถึงหนูหน่อยหนา หนูขอสัญญาว่า .... หนูจะเป็นเด็กดี

หน่านานา น้านา น้านา นานา
หน่านานา น้านา น้านา นานา




-------------------------------------------------------------
>>>>>> คลิกฟังเพลงของน้องๆ ได้ที่นี่นะคะ




 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/08/2005 10:05 PM  (61.90.105.180)
 

 
  หัวข้อ : 58  
     
 


วันก่อน มีเพื่อนถามตาลว่า เคยฟังเพลงนี้มั้ย ..?
ตาลบอกกับเพื่อนไปว่า ไม่เคยได้ยินเพลงนี้เลย

แต่คืนนี้ บังเอิญเปิดมารอดู .. รายการคุยคุ้ยข่าว ..
แต่รายการนั้น ยังไม่มา มีรายการ VIP ก่อน เลยได้ฟังเพลงพอดี

ฟังแล้ว เศร้าจังนะคะ
ไม่รู้ผู้คนที่เค้าทิ้งลูกๆ ไป เค้าจะรู้สึกอย่างไรบ้าง เมื่อได้ยินเพลงนี้ ..?

แต่ตาลว่า .................
น้องๆ ในสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านมหาเมฆ และ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี นั่น

คงต้องเศร้ามากๆ มากกว่าตาลหลายร้อยเท่า
เพราะ ชีวิตของตาล ไม่เคยประสบแบบพวกเค้าเลย
อย่างน้อยตาลก็ยังมีพ่อของตาล แล้วก็มีแม่ของพี่ณัฐ ที่คอยดูแลพวกเราอย่างดีเสมอ

ตาลพิมพ์เนื้อเพลงเสร็จ ก็เลยเอามาโพสไว้ที่นี่
เผื่อมีใครๆ จะอยากส่งให้เพื่อนๆ บ้าง

แต่ตรงช่วงที่เป็นภาษาพูดธรรมดา ไม่ได้พิมพ์มาด้วยนะคะ ฟังแล้วไม่ซื้งเลยคะ

ในเนื้อเพลง ตรง 2 บรรทัดสุดท้าย
ตอนนี้ ตาลคิดเหมือนคุณมุสลิม ในความคิดเห็นที่ 8 โน้นเลย
ว่าเค้ามี .. วันแม่ .. และ มาแต่งเพลงอย่างนี้ ไม่ดีเลยนะคะ สงสารน้องๆ เค้า

แต่ก็หวังว่า ..........
ผู้หญิงรุ่นใหม่ๆ ที่ชอบทำตัวเหลวไหลและคิดฆ่าลูก
หรือ เอาลูกๆ ไปทิ้งตามถังขยะ คงจะมีสำนึกที่ดีๆ ขึ้นมาบ้าง นะคะ





 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/08/2005 11:17 PM  (61.90.105.180)
 

 
  หัวข้อ : 59  
     
 
......วันที่สิบสอง สิงหาคม เป็นวันแม่
ที่เพียงแต่ ให้เรา ได้นึกถึง
พระคุณแม่ แผ่ไพศาล ปานประหนึ่ง
เป็นเหมือนซึ่ง ร่มโพธิ์ทอง ของลูกยา

คอยปกป้อง คุ้มภัย ให้ลูกรัก
ได้ประจัก ดังที่ใจ ได้ปรารถนา
ยามป่วยไข้ เฝ้าใกล้ชิด ในกิจจา
คอยป้อนยา เอาใจใส่ ไม่ห่างเลย

แต่ใครบ้าง จะคิดได้ อีกนัยหนึ่ง
เป็นสิ่งซึ่ง ที่พวกเรา เฝ้าเมินเฉย
แม่ของเรา คนที่สอง อย่ามองเลย
คนคุ้นเคย คือคุณครู ผู้สอนเรา

เมื่อตื่นเช้า ขึ้นมา นะลูกรัก
แม่ก็จัก ปรนนิบัติไป ไม่อับเฉา
คอยปกป้อง ลูกรัก แม้หนักเบา
ก่อนจะเอา ลูกไป ให้โรงเรียน

ในหนึ่งวัน นั้นหนา จะบอกให้
นานเท่าไร ที่พวกเรา เฝ้าอ่านเขียน
อยู่กับคุณ ครูนั้น ที่โรงเรียน
ได้พากเพียร เรียนวิชา สถาพร

จากต่างพ่อ ต่างแม่ แต่มาร่วม
เข้ามารวม อยู่กับครู ผู้สั่งสอน
คุณครูต้อง อดทน เอื้ออาทร
เฝ้าสั่งสอน ลูกทั้งหลาย ให้ได้ดี

แม้จะเหน็ด เหนื่อยล้า ไม่กล้าบ่น
ต้องอดทน เพื่อลูกรัก ไม่หันหนี
เมื่อลูกรัก ต้องจากไป แล้วได้ดี
เป็นสิ่งที่ ครูภูมิใจ ที่สุดเลย

จึงอยากให้ ลูกรัก รู้จักคิด
อย่าได้บิด เบือนไป นะลูกเอ๋ย
ตอบแทนคุณ แม่แล้ว อย่าลืมเลย
ทดแทนคุณ ครูที่เคย สั่งสอนเรา

พระคุณแม่ ยิ่งใหญ่ หาใดเทียบ
พระคุณครู ก็เปรียบ ดังภูเขา
พระคุณแม่ สุดยิ่งใหญ่ ในใจเรา
พระคุณครู ก็ไม่เบา ใหญ่เท่ากัน

เกิดมาแล้ว ชาตินี้ ที่ได้คิด
ในดวงจิต คิดตอบแทน ไม่แปรฝัน
พระคุณแม่ พระคุณครู ควบคู่กัน
ชั่วกาลนาน ก้าวหน้า สถาพร


โดย ... คุณ TUNA

 
     
    By: สำเนา     10/08/2005 10:00 AM  (61.90.102.69)
 

 
  หัวข้อ : 60  
     
 
ข้า...มีชีพอยู่ได้ในโลกหล้า
ข้า...เติบโตขึ้นมาได้ไฉน
ข้า...เป็นคนดีได้ด้วยผู้ใด
ข้า...เติบใหญ่ใครเล่าเลี้ยงดูมา

เมื่อ...ข้าทุกข์ใครเศร้ากำสรดด้วย
เมื่อ...ข้าสุขใครช่วยหัวเราะขาน
เมื่อ...ข้าเยาว์ใครล้วนทำการงาน
เมื่อ...ข้าพาลใครพาข้ากลับใจ

ก็ใครเล่าคนแรกที่ข้าเห็น
ก็ใครเล่าที่เป็นเช่นกล่าวไข
พระคุณล้วนจารึกไว้ในฤทัย
มิใช่ใคร...มารดาของข้าเอง

***แทนความเคารพรัก แด่คุณแม่ของหนู
และคุณแม่ทุก ๆ ท่านบนโลกใบนี้***


 
     
    By: CAT  Mail to CAT   10/08/2005 12:07 PM  (61.90.102.69)
 

 
  หัวข้อ : 61  
     
  เราก็รักแม่เหมือนกัน คิดถึงแม่มากเลยคงไม่มีใครรักเราเท่าแม่และหวังดีกับเราเท่าแม่  
     
    By: น้องน้อย     23/11/2005 09:02 PM  (210.213.21.42)
 

 
  หัวข้อ : 62  
     
  รักใดไหนเล่าเท่ารักแม่...วีรกรรมสุดยิ่งใหญ่ของแม่ที่ลูกทุกคนต้องอ่าน!

ตึกเซนต์หลุยส์มารี โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม ราวกลางปี พ.ศ.2539

“มิสคะ ช่วงพักเที่ยงจะมีผู้ปกครองมารอพบสองท่านที่หน้าห้องรับรองค่ะ” โทรศัพท์แจ้งจากห้องประชาสัมพันธ์ทำให้มิสอุไรพร นาคะเสถียร ครูสาวประจำระดับชั้นป.4 รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะจำได้ว่ามีการโทรนัดหมายจะมาพบจากคุณแม่ท่านหนึ่งเพียงท่านเดียวในวันนี้

เอ...ใครล่ะนี่ จะมีเรื่องอะไรรึเปล่านะ

เมื่อมิสอุไรพรเดินมาถึงหน้าห้องประชาสัมพันธ์ ครูสาวก็แทบยกมือรับไหว้จากสุภาพสตรีทั้งสองท่านไม่ทัน หากก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นคุณแม่ท่านหนึ่งยกมือไหว้แต่เพียงแขนข้างเดียว อย่างไรก็ตามมิสได้เชิญคุณแม่ท่านแรกเข้าไปคุยก่อนตามลำดับการนัดโดยเก็บงำความแปลกใจไว้

หลังจากคุยกับคุณแม่ท่านแรกเสร็จมิสจึงเชิญคุณแม่อีกท่านเข้ามาคุยในห้องรับรอง ภาพแรกที่ได้เห็นชัดๆทำให้ครูสาวตกใจเล็กน้อย แขนซ้ายของคุณแม่เป็นแขนเทียม คุณแม่มาปรึกษาเรื่อง การเรียนของลูกเพราะไม่ได้มาในวันนัดพบผู้ปกครองประจำปี เมื่อต้นปีการศึกษาที่ผ่านมา

“ลูกเขาไม่อยากให้มา เขาว่าเขาอายที่แม่ใส่แขนเทียม กลัวโดนเพื่อนล้อ แม่มาทีเพื่อนก็ล้อกันประจำว่า แม่แขนเดียว แม่เป็นหุ่นยนต์เหรอ อะไรนี่น่ะค่ะ เลยไม่ได้มา” น้ำเสียงของคุณแม่แฝงแววเอ็นดูมากกว่าที่จะโกรธหรือไม่พอใจ

มิสอุไรพรขออนุญาตซักถามเกี่ยวกับสาเหตุที่คุณแม่ต้องใส่แขนเทียม เมื่อได้ทราบความจริงทั้งหมดครูสาวก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องจัดการเรื่องที่ลูก ไม่ยอมรับและไม่เข้าใจแม่นี้โดยเร็ว หากปล่อยเรื่องนี้ไป...ก็จะเป็นบาปอันหนักยิ่งติดตัวเด็กไปในภายหน้า ทั้งตัวลูกชายและคนที่ล้อเพื่อนด้วย

ช่วงเย็นวันนั้นมีชั่วโมงลูกเสือแต่ฝนตกหนัก มิสอุไรพรจึงได้โอกาสนำ เรื่องนี้มาเล่าให้นักเรียนฟังในห้องเรียน เรื่องราวที่ว่านั้น มีดังต่อไปนี้

วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2536 หลังวันแม่เพียงไม่กี่วัน...ครอบครัวหนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวนากุ้งที่ จังหวัดสตูล ครอบครัวนี้ประกอบด้วยคุณพ่อ คุณแม่ และลูกชายอีกสามคนพวกเขาเดินชมนากุ้งไปตามทางเดินซึ่งเป็นคันดิน ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นของธรรมชาติ โดยคุณพ่อเดินนำ หน้ากับลูกชายคนโตสองคน ส่วนคุณแม่เดินตามหลัง มากับลูกชายคนเล็ก ทางเดินที่เป็นคันดินนั้นมีการแบ่งเป็นท้องร่องเพื่อติดตั้งระหัดวิดน้ำ ซึ่งมีใบพัดทำจากเหล็กสูงจากคันดินราว 25ซม คุณพ่อและลูกคนโตสองคนก็ข้ามท้องร่องแล้วเดินนำรอไปข้างหน้า ไม่มีใครฉุกใจคิดระวังถึง
เหตุร้าย แต่แล้วลูกชายคนเล็กกลับก้าวพลาดล้มลงไปในท้องร่อง ขากางเกงเข้าไปติดกับร่องของระหัดวิดน้ำที่กำลังหมุนอยู่และฉุดขาของลูกทั้งสองข้างเข้าไปในใบพัดเหล็ก

“ถ้าเป็นพวกคุณ น้องตกลงไปอย่างนี้คุณจะทำอย่างไร” มิสหยุดเรื่องไว้ ก่อนเพื่อซักถาม มองหน้าเด็กนักเรียน

ทั้งห้องที่นั่งเงียบกริบ หน้าซีด โดยเฉพาะ “ลูกชาย” ของคุณแม่ท่านนั้น “ทุกคนตกตะลึงใช่มั้ย คิดไม่ทันใช่มั้ย แต่นักเรียนรู้มั้ยว่าคุณแม่ท่านตัดสินใจทำอย่างไร” คุณแม่ไม่ยอมเสียเวลาคิดอะไรเลย ท่านรีบยึดดึงตัวลูกเอาไว้แล้วเอาแขนซ้ายที่ว่างอยู่เข้าไปขวางใบพัดเหล็กไว้ก่อน... ใบพัดจึงหมุนเอาแขนของคุณแม่เข้าไป...คนงานที่เห็นเหตุการณ์รีบปิดเครื่องทันที แต่แรงเฉื่อยทำให้ใบพัดยังหมุนต่อด้วยกำลังแรง...แรงจนกระชากแขนซ้ายของคุณแม่ขาดสะบั้นลง! คุณแม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสสติสัมปชัญญะดับวูบลงในทันที ท้องร่องทั่วบริเวณแดงฉานไป ด้วยเลือด...เลือดของแม่...ใบพัดเหล็กยังหมุนต่อไปอีกเล็กน้อยและบดเอาขาทั้งสองข้างของลูกชายคน
เล็กจนกระดูกหัก...แต่ไม่ขาด ไม่ขาด...เพราะแขนซ้ายของแม่ขาดแทน...ไม่ขาด...เพราะแม้จะไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ มือขวาของคุณแม่ก็ยังยึดตัวลูกเอาไว้แน่น...ไม่ยอมปล่อย... คุณพ่อและลูกคนโตทั้งสองคนหันกลับมามองตามเสียงตะโกนเอะอะโวยวายของคนงานพร้อมๆกับเสียงกรีดร้อง ของคุณแม่ ภาพที่
เห็นทำให้พวกเขาช็อก จนแทบสิ้นสติ! คุณพ่อกระโจนพรวดเดียวถึงตัวคุณแม่ และลูกน้อย แต่...มันสายเกินไปแล้ว! สิ่งเดียวที่ทำได้คือรีบพาสองแม่ลูกส่งโรงพยาบาลทันที ผลของการรักษาคือคุณแม่ต้องใส่แขนเทียมแทนแขนซ้ายที่ขาดไป ส่วนลูกคนเล็กที่ขาหักต้องอยู่โรงพยาบาลนานราวสามเดือนจึงสามารถเดิน
เหินได้เป็นปกติ

มิสอุไรพรกวาดสายตามองไปรอบๆห้องถามขึ้นอีกว่า “นักเรียนคิดว่าคุณแม่ท่านนี้กล้าหาญมั้ยคะ”

“กล้าหาญมาก” เด็กๆพากันตอบเป็นเสียงเดียวกันพลางพยักหน้า หลายๆคนยังหน้าซีดเซียวเมื่อนึกภาพ เหตุการณ์ไปตามที่ครูเล่า มิสมองหน้า “ลูกชาย” ของคุณแม่แล้วบอกต่อว่า

“นักเรียนทราบมั้ยว่าคุณแม่ท่านนี้เป็นคุณแม่ของเพื่อนเราในห้องนี้เองไหน ใครเป็นลูกของคุณแม่ท่านนี้ยืนขึ้นให้เพื่อนเห็นหน่อยสิ”
เด็กนักเรียนคนนั้นยืนขึ้น ท่ามกลางเสียงปรบมือของเพื่อนทั้งห้อง “วันนี้เมื่อคุณกลับไปบ้านมิสฝากเรียนคุณแม่ด้วยว่าพวกเราชื่นชมและยกย่องท่านมากจริงมั้ยพวกเรา”
“จริงครับๆ ใช่ครับๆ” เสียงเล็กๆตอบมาเป็นทางเดียวกัน
“มิสได้ทราบมาว่ามีหลายๆคนไปล้อเลียนเพื่อน ไหนคนไหนบ้างคะที่เคยล้อคุณแม่เขา ถ้าเราเป็นลูกผู้ชายต้องกล้ารับค่ะ” มีนักเรียน 3-4 คนยืนขึ้น สีหน้าของ แต่ละคนซีดเซียวอย่างสำนึกผิด
มิสอุไรพรมองหน้าของเด็กกลุ่มนี้อย่างอ่อนโยน ถามว่า
“ดีมากนักเรียน ตอนนี้คุณคงอยากพูดอะไรกับเพื่อนใช่มั้ยคะ”
เด็กชายกลุ่มนั้นเดินเข้าไปโอบกอดคอแล้ว กล่าวขอโทษเพื่อนด้วยความจริงใจ

ครูสาวน้ำตาคลอ ยืนมองภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้มยินดีหนักใจอยู่เหมือนกันว่าหากถามขึ้นมาแล้วไม่มีใครยอมรับว่าเคยล้อเพื่อน...จะทำอย่างไร?

เธอไม่เคยผิดหวังในตัวนักเรียนอัสสัมชัญและจนถึงเวลานี้ก็ยังคงไม่ผิดหวังใครเล่า...จะเข้าใจความเจ็บช้ำ ขมขื่นในหัวใจเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่งที่ถูกเพื่อนล้อเลียนประสาเด็ก โดยไม่ทันคิด หากบัดนี้...ความรักของแม่และน้ำใจของเพื่อนได้สลายปมด้อยในใจของเด็กคนนี้ลงจนสิ้น
 
     
    By: วุฒิชัย     4/02/2006 10:39 AM  (68.63.90.84)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.