| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



มองโลกในแง่ดี ... ชีวิตมีสุข
     
 


ใกล้ถึง ..... วันแม่แล้วนะคะ
ตาลมีบทความ และ ภาพสวยๆ ที่จะทำให้ตาล
และ พี่ๆ เพื่อนๆ ทุกๆคน พอที่จะมีความสุขได้บ้างคะ

โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
........................................
ที่มาของภาพ .....
-http://www.numtan.com/cgi-bin/webboard/generate.cgi?content=0232&board=board_1
1 / 16

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    2/08/2003 08:13 PM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


มองโลกในแง่ดี ... ชีวิตมีสุข

ตาล ….. โชคดีที่เกิดมาในบ้านที่มีแต่ญาติผู้ใหญ่ที่ใจบุญ มีเมตตา และ ปรารถนาดีต่อคนรอบข้างเสมอ
ทุกย่างก้าวของชีวิตในวัยเด็กของพวกเราในหมู่ญาติพี่น้อง ผู้ใหญ่ในบ้านของเรา ท่านมักจะสอน
ให้เรามองถูก มองผิด และ ควรมองแต่แง่ดีตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

ในหมู่ญาติของตาล ..... มี 2 ศาสนา ฝ่ายพ่อ ปู่เป็นอิสลาม และ ย่าเป็นคนจีน
ทางแม่เป็นคนไทยเชื้อสายมอญ ซึ่งนับถือศาสนาพุทธอย่างเคร่งครัด
แต่ทั้ง 2 ศาสนา ก็สอนให้ทุกคนทำดีเช่นกัน

ตาล ..... เลือกนับถือศาสนาพุทธตามแม่
เพราะตาลอยู่ใกล้ญาติ..ญาติของแม่มากกว่าญาติของทางพ่อ

2 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:29 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


ส่วน ..... เรื่องของความรัก ความเข้มแข็ง เด็ดขาด และ เด็ดเดี่ยว
ตาลได้คำสอน และ บทเรียน จากพ่อของตาลซึ่งท่านเจ้าชู้มาก มีภรรยามากๆ

ตาล ..... ได้ความคิดจากญาติผู้ใหญ่อีกมากมายล้นเหลือที่จะจดจำ

ตาล ..... ได้ความรักที่เสียสละและอบอุ่นจากแม่ของพี่ณัฐและอาของตาล

3 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:37 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


อาเคยบอกตาลว่า ..... ชีวิตคนเรา 100 คน ก็ 100 แบบ ลอกเลียนแบบกันไม่ได้
ถึงแม้จะมีตัวอย่างมาแล้ว ถึงตาเรา เราก็มองไม่เห็นปัญหาของเราหรอกคะ
เราจะแก้ปัญหาต่าง…ต่างของเราได้ ก็ต้องถอยออกมาอยู่นิ่ง…นิ่งสักพัก
แล้วค่อยๆ คิดอย่างระมัดระวัง แล้วไม่นาน เราจะรู้ว่า เราต้องทำอะไร?
ทุกอย่างต้องใช้เวลา ใครจะมาแทนที่ใครไม่ได้ ถ้าใจเราไม่รับ และ

อายังบอกตาลอีกว่า ..... ถ้าเรารักใครจริง…จริงสักคน เ
ราสามารถให้อภัย และ เสียสละความสุขของเราทั้งหมด
และทั้งหมดจริง…จริง ให้เค้าได้อย่างที่ไม่มีข้อแม้ใด…ใดเลย

4 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:38 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


ตาล ..... อยู่กับครอบครัวใหญ่…ใหญ่ อยู่กับละครโรงใหญ่มาก หลากหลายชีวิต
ตาลก็ไม่ได้บอกว่า ตาลเป็นผู้หยั่งรู้ เพียงแต่….ตาลอยากบอกว่า……

เมื่อเรารู้สึกว่าตัวเองมีความสุขอย่างมากมายแล้ว
เราก็ควรช่วยดูแล แขน ขา และ ทุกอย่างที่อยู่รอบ…รอบตัวเราด้วย
อย่าเพียงแค่มอง และ ดูแลหัวใจดวงน้อยของตัวเองเท่านั้น
เพราะ ..... ถ้าเราขาดสิ่งหนึ่ง สิ่งใด ที่จะเอื้อให้เรามีความสุขได้แล้ว
เราจะยังคิดว่า ... เราจะมีความสุขนั้นได้อีกหรือ?


5 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:40 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


เราเป็นคนดี ..... วันหนึ่งทุกอย่างที่เราวาดฝันไว้ ต้องเป็นของเราแน่นอนคะ
มั่นใจ และ ตั้งใจ ให้เต็มดวงใจของเราทุกครั้ง ที่เราต้องการกำลังใจนะคะ

นั่งหลับตา ..... นิ่ง…นิ่ง อยู่ในท่าที่สบาย…สบายและผ่อนคลาย
สูดลมหายใจเข้าออกลึก..ลึก และ ยาว..ยาว ช้า..ช้า สัก 10 ครั้ง แล้วลืมตา
แล้วยิ้มกับตัวเอง อย่างมีความสุข นึกและให้พลังกับตัวเองทุกครั้งที่ต้องการ
เราเป็นคนดี เรามีความสุข และ เราประสบความสำเร็จ

6 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:42 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


เมื่อเรา ..... มีความสุขดีแล้ว เราสามารถถ่ายเทพลังที่มีความสุขนี้ ให้แก่บุคคลที่เรารัก
และต้องการให้เค้ามีความสุขเช่นกันได้ ด้วยการยืนเผชิญหน้ากัน
จับประสานมือทั้งของเราและของเขาทั้งสองข้าง จ้องมองที่ดวงตาซึ่งกันและกัน
และเราก็บอกเค้าด้วยเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของเรา
ด้วยเจตนาถ่ายทอดความสุขเหล่านั้นให้เพื่อนผู้นั้นด้วย

บอกเค้าว่า ..... คุณเป็นคนดี คุณมีความสุข คุณประสบความสำเร็จ
แล้วโอบกอดกันด้วยมิตรภาพที่เปี่ยมล้นด้วยความสุขทั้งของเราและของเค้า

ลองทำดูนะคะ ..... อาสอนตาล แล้วนี่เป็นครั้งแรก
ที่ตาลถ่ายทอดคำพูดนั้นมาให้พี่..พี่ เพื่อน…เพื่อน และ น้อง..น้อง ที่บอร์ดของตาลและที่นี่

ตาลหวังอย่างยิ่งว่า ..... พวกเราทุกคนต้องได้รับความสุข อย่างที่ตาลเป็นเช่นกัน

7 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:44 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


ปัจจุบัน ..... เทคโนโลยีก้าวไกล ความเป็นอยู่ของเราสะดวกสบายขึ้นมากมาย
แต่สิ่งต่าง…ต่างเหล่านี้ ถูกมองว่าเป็นเพียงการพัฒนาไปในทางวัตถุ

หลายคน ..... ทำงานแข่งกับเวลาจนลืมหันกลับมาดูแลเอาใจใส่ตัวเอง
ทั้งสุขภาพกาย และ จิตใจ ความเครียด อารมณ์ที่แปรปรวน
และอาการเจ็บป่วยต่าง…ต่าง จึงเป็นผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

8 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:46 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


การคิด ..... ในทางบวก หรือ การมองโลกในแง่ดี ทำได้ในหลาย…หลายเรื่อง
ซึ่งมีหลายเรื่องในชีวิตที่บางครั้งอาจดูเป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกิน
แต่เดี๋ยวนี้ต้องกลับมาเรียนรู้กันใหม่ อาจเป็นเพราะคนฉลาดและคิดซับซ้อนมากขึ้น
เรื่องง่าย…ง่าย ธรรมดา…ธรรมดา บางครั้งจึงคิดไม่ออก
ทำให้พอมีปัญหาเข้ามา ทางออกที่พบจึงมักไกลตัว

แต่ ..... เชื่อมั้ยคะว่า บางครั้งทางออกนั้น อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่กลับมองไม่เห็น

เคยสงสัยมั้ยว่า ..... คนเราจะมองโลกในแง่ดีได้อย่างไร หากชีวิตที่เผชิญอยู่ตรงหน้า
ดูยุ่งเหยิงไปหมด ยิ่งถ้าตกอยู่ในความทุกข์ด้วยแล้ว ดูเหมือนจะมองไม่เห็นทาง

9 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:49 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
 


อาของตาลเคยเล่าว่า ..... อามีปัญหากับเพื่อนคนนึงประจำ
มีโอกาสเมื่อไรเพื่อนคนนี้ของอา ต้องพยายามหาเรื่องทันที
ทั้งพูดจากระทบแรง…แรง จนถึงขั้นบางครั้งก็ปะทะคารมกัน
บ่อยครั้งที่อาเคยคิดอยากจะเลิกคบหากลับเพื่อนคนนี้ แต่ก็ทำไม่ได้สักที
เพราะเพื่อน…เพื่อนคนอื่น…อื่น ก็เลิกคบเธอกันหมดแล้ว อาจึงจำต้องทำใจ
และตัดสินใจเผชิญหน้ากับปัญหาที่มีอยู่นี้ ดีกว่าที่จะหนี

อายอมรับว่า ..... อาไม่ชอบเพื่อนคนนี้เอามาก…มาก แต่พออาตั้งใจคบกับเธอ
และรู้จักเพื่อนคนนั้นมากขึ้น อาก็กลับเห็นใจ และ สงสาร

10 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:51 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
 


อาบอกว่า….. เพราะเธอมีปมด้อยมาแต่เด็ก…เด็ก เธอมีนิสัยช่างเปรียบเทียบ
จนกลายเป็นความอิจฉาขึ้นมา ทำให้อาคิดได้ว่านั่นเป็นเพราะตัวอาดีกว่านั่นเอง
ถึงมีคนมาอิจฉา และอาก็บอกว่า ป่วยการที่จะไปต่อกรกับเธอ

พอ ..... อาคิดได้เช่นนี้ อาก็บอกว่า ทำให้ใจเราสบายขึ้นด้วย
ตอนหลังๆ เมื่ออาไม่สนใจคำพูดของเพื่อนแล้ว เธอก็ค่อยๆ เลิกยุ่งกับอาไปเอง
และเพื่อนของอา ก็กลับพูดจาดี..ดี อย่างที่อา ดีกับเธอเช่นกัน

อาบอกว่า ..... คิดดี ต้องเริ่มกับตัวเราเองก่อน

11 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:53 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


การคิดดีกับตัวเองนั้น ..... ไม่ใช่การหลงตัวเอง จนกลายเป็นเข้าข้างตัวเองแบบหัวชนฝา
การคิดดีกับตัวเองคือ การเห็นคุณค่าของตัวเอง หันมาใส่ใจตัวเอง ทั้งทางร่างกาย และ จิตใจ
หาเวลาว่างให้กับตัวเอง เพื่อมีเวลาคิดทบทวนถึงสิ่งต่างๆ รับฟังความรู้สึกของตัวเองบ้าง

เพราะ ..... ส่วนใหญ่เรามักไปสนใจแต่ความคิดของผู้อื่นมากเกินไป
โดยให้ความคิดของคนอื่นมาตัดสินเรา จนบางทีเราก็ลืมนึกไปว่า .....

“สิ่งที่เราต้องการจริง..จริงนั้นคืออะไร”

12 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:55 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
 


การที่เราให้เวลา ..... เพื่อรับฟังความรู้สึกของตัวเอง บางทีเราอาจค้นพบตัวตนของเรา
ที่เราไม่เคยรู้เลยว่า เราเองก็มีสิ่งนั้นในตัวเรา และ การที่เราหันมาดูแลตัวเอง
เห็นคุณค่าของตัวเองนั้น ผลที่ตามมาก็คือทำให้เรามีการนับถือตัวเอง
และ สิ่งที่ตามมาก็จะเป็นไปในทางบวกเสมอ เป็นผลดีให้กับตัวเองทั้งสิ้น

13 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:57 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
 


อาบอกว่า ..... ใช้วิธีฝึกหัดอย่างง่าย…ง่าย
ตื่นเช้าขึ้นมา เมื่อลืมตา อย่างแรกให้นึกว่า .....

“วันนี้เป็นวันที่เรามีความสุข เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อย..เรื่อย”

เท่ากับ ..... เป็นการโปรแกรมหรือสั่งจิตใต้สำนึกของเรา ให้เริ่มต้นวันใหม่ที่เป็นบวกแล้ว
ทำแบบนี้ทุกวัน อย่างน้อยก็ทำให้เป็นเช้าวันใหม่ที่เราตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น แจ่มใส
เป็นการให้กำลังใจกับตัวเอง

14 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 08:59 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
 


บางคนบอกว่า ..... อย่างนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการหลอกตัวเองสิ
เพราะปัจจุบันชีวิตเราอาจจะแย่จะตายอยู่แล้ว แล้วถ้าคิดแต่อย่างนั้น เมื่อไรชีวิตจะดีขึ้นสักที

เชื่อเถอะว่า ..... การโปรแกรมหรือสั่งจิตใต้สำนึกของตัวเอง อย่างน้อยก็คิดถึงส่วนดีที่มีอยู่
จากจุดเล็ก…เล็ก ก็ยังดี ค่อย…ค่อยทำไปเรื่อย…เรื่อย กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
หากชีวิตเราขาดกำลังใจแล้ว เราคงจะมีชีวิตอยู่อย่างซังกะตายไปวัน…วันอย่างงั้นเอง

15 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 09:01 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
 


การสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง ..... เป็นผลมาจากการคิดในแง่ดี เราจึงควรหาเวลาว่าง
เพื่อเอาใจใส่กับตัวเองให้มากขึ้น เติมความสุขให้กับตัวเอง หาอะไรทำที่สร้างสรรค์
เป็นการเพิ่มพลังให้กับชีวิต

สิ่งเหล่านี้ ..... ทำให้เรามองโลกในแง่ดีได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีมุมมองใหม่ๆ
ให้กับชีวิตได้มองอะไรได้ง่ายขึ้น และในที่สุดเรื่องร้าย…ร้ายก็จะกลายเป็นเรื่องดีไปเอง

อย่าลืมว่า ..... การมองโลกในแง่ดีนั้น ต้องเริ่มที่ตัวเราเองก่อนเท่านั้น
“เปลี่ยนที่ตัวเราก่อน และ โลกจะเปลี่ยนตามเรา”



โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

16 / 16

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 09:05 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
  ได้อ่านบทความที่หนูน้ำตาลส่งมาให้ในเมล์ ขอบใจมากๆที่ทำให้คิดได้ ว่าก่อนที่เราจะรักคนอื่นเราต้องรักและซื่อตรงต่อตัวของเราเสียก่อน ได้อ่านบทความนี้แล้วทำให้ภูมิใจในเยาวชนของไทยเราที่มีความคิดสร้างสรรในสิ่งดี รวมทั้งบทความในเวปของหนูน้ำตาล ที่เรียกหนูก็คิดว่าตัวเองคงในราวอายุคุณพ่อของหนูน้ำตาลแล้วและอยู่ในเมกากว่า34ปีแล้ว ถ้ามีอะไรให้ช่วยทางนี้ก็ยินดีเสมอ
นับถือความสามารถจริงๆ
สันติ
 
     
    By: สันติ กิจเจริญนิรุตม์  Mail to สันติ กิจเจริญนิรุตม์   2/08/2003 11:32 PM  (4.40.46.112)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
 


ตาลจ๋า ก่อนอื่นนะ
ตาลต้องตั้งโปรแกรมว่า ตาลร้องเพลงได้เพราะ มีเสียงไพเราะ
พี่ เอาใจช่วย ตาลให้ตาลหายป่วยเร็วๆ นะครับ

...........................................................
โดย วุฒิชัย เมื่อ วันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2545, 10:47 น.

 
     
    By: วุฒิชัย     2/08/2003 11:38 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
 


ขอบคุณพี่วุฒิมาก..มากคะ ที่เป็นกำลังใจให้ตาลเสมอ
ถ้าไม่หายก็ไม่เป็นไรคะ ร้องเพลงแบบเสียงแหบ..แหบก็น่าฟังไปอีกแบบนะคะ
แบบที่เค้าเรียก.....แหบเสน่ห์ ไงคะ : )

............................................................................
โดย น้ำตาล เมื่อ วันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2545, 12:43 น.

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 11:44 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
 


>>> ได้อ่านบทความนี้แล้วทำให้ภูมิใจในเยาวชนของไทยเรา
>>> ที่มีความคิดสร้างสรรในสิ่งดี รวมทั้งบทความในเวปของหนูน้ำตาล
>>> ถ้ามีอะไรให้ช่วยทางนี้ก็ยินดีเสมอ นับถือความสามารถจริงๆ
>>> By: สันติ กิจเจริญนิรุตม์ 2/08/2003 11:32 PM

ขอบคุณ ..... คุณลุงสันติ มากๆนะคะ ที่ชื่นชมเรื่องราวต่างๆที่ตาลนำเสนอ
และ ขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจของคุณลุง ที่มีต่อพวกเราที่นี่ทุกๆคนด้วยนะคะ

ขอให้คุณลุงมีสุขภาพแข็งแรง และ มีความสุขมากๆนะคะ
โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล     2/08/2003 11:56 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
 


ความเมตตายิ่งให้มากก็ยิ่งได้มาก

@ เรื่องหลายเรื่องก็ไม่น่าให้อภัย คุณว่าอย่างนั้นไหม แต่ถ้าเราอภัยได้ เราเองนั่นแหละ ที่จะได้เปรียบ อย่างน้อยก็ได้ใจเดิมๆ ที่สดใสกลับมา เพราะฉะนั้นก็อภัยๆไปเถอะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามที เพื่อตัวของเราเอง

@ ก่อนอื่นคุณต้องยอมรับกับตัวเองก่อนว่า คุณโกรธและมีเหตุผลสมควรที่จะโกรธ หลังจากนั้น เมื่อโทสะ ในอารมณ์คอยๆบางเบาลง ให้ลองมองคนต้นเหตุในมุมมองใหม่ เพราะคนเราไม่มีหรอกที่จะเลวไปหมดทุกอย่าง อย่างน้อยนอกจากความผิดที่เขาทำกับเราแล้ว เขาก็คงจะมีอะไรอื่นที่ดีอยู่บ้าง

@ ถ้าเป็นไปได้ แผ่เมตตาให้ไปเลยยิ่งดี นี่ไม่ได้พูดเล่นนะ พูดจริง และต้องการให้คุณทำให้ได้จริงๆ ความเมตตา ยิ่งให้มากเท่าไร ก็มีแต่ได้กลับมาเท่านั้น ไม่ต้องกลัวหมด

@ แต่เอาเถอะ คุณก็ไม่ต้องกังวลไปหรอกหากไม่สามารถทำใจให้อภัยได้ในเร็ววัน หรือไม่อาจเรียกความสงสารให้มาเต็มตื้นได้ เรื่องแบบนี้ต้องอาศัยเวลา เราก็เพียงอยากให้คุณได้ลองเริ่มต้นเท่านั้น เริ่มต้นและพยายาม ทุกอย่างก็เพื่อตัวเราเองทั้งนั้น ฯลฯ.

..............................................................................
โดย ArOoy เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2545, 19:24 น.

 
     
    By: ArOoy     3/08/2003 12:02 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
 


ได้อ่านแล้วนะครับ ทั้งสองเรื่อง รวมทั้งเรื่องอื่นๆ อีก
ชอบนะครับ คุณเป็นคนที่ถ่ายทอดเรื่องราวได้ดี ภาษาลื่นไหล
น่าจะเอาดีทางด้านนี้ได้ หนับหนุนครับ
สำหรับผม.....ยอมรับว่า เป็นคนมองโลกในแง่ดีมากๆ
เมื่อมีเรื่องหนักใจอะไร ผมจะเปลี่ยนจุดยืนครับ
เพราะเมื่อเราเปลี่ยนจุดยืนแล้ว มุมมองของเราจะเปลี่ยนไป
.....โลกนี้ ยังสวยสด.......เพราะไม่หมด คนช่างฝัน
.....แม้เปลี่ยนเวียนคืนวัน....ก็หมดจด ก็งดงาม
.....คนหนึ่ง ถึงจะน้อย......ถูกคนร้อย คอยซักถาม
.....ตอบได้ ในทุกยาม......โลกใบนี้ ก็โสภา
.....กี่คน ที่ยืนแกร่ง...........ศาตราแฝง โถมแทงมา
.....กี่คน ที่โรยรา...............ยอมแพ้พ่าย แก่ใจตน
.....มีรัก ก็พักใจ.................เก็บซ่อนไว้ เผื่อยินยล
.....ป่าวร้อง แด่ผองชน.....ปลูกรักไว้ ให้โลกงาม
..............................................................................

ปลูกรัก...อุตส่าห์พิทักษ์รักษาไว้
ชื่นช่อชูใบ..ปลูกรักไว้หมายดอมดม
พรวนดินรดน้ำเช้าค่ำ..พร่ำชม
แดดลมมิให้พัดต้อง..ดอกใบ
ฉันถนอมออมไว้..ชื่นชู้..ชูใจมิได้หมางเมิน...............................

........................................................................
ไปละ อิอิอิ

.............................................................................
โดย ทิดโส โม้ระเบิด เมื่อ วันพุธที่ 11 กันยายน 2545

 
     
    By: ทิดโส โม้ระเบิด     3/08/2003 12:10 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
 


Hello Numtarn

I'm "Som's friend".
Her e-mail is milinda21@hotmail.com First! I've to say sorry to you that I have to type in English.
Because I study in Australia and I don't have my personal computer.
I don't know who you are and how old are you.
I'd like to say that you are very optimistic person.
The way you write makes me feel good and easily smile.
You can call me "Pong" which is my name and my e mail address is
pongpats@hotmail.com If you can send me mail to talk to, I'll be very happy.
Hope you doing well, and healthy
I see you later numtarn

Bye
Pong

........................................................................
โดย Pongpat เมื่อ วันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2545, 18:14 น.

 
     
    By: Pong     3/08/2003 12:15 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
 


ยินดีที่ได้รู้จักคะ

ถ้า "Pong" อ่านเรื่องราวที่นี่ได้ ก็แสดงว่า "อ่านไทย" ได้นะ
ตาลก็ตอบเป็นไทยนะ น้อง..น้องที่อยู่ชั้นประถมและมัธยมต้น
จะได้อ่านได้ด้วยไม่ลำบากนัก แต่ Pong จะใช้อังกฤษก็ไม่เป็นไรนะ ตามสบายคะ

Pong เป็นเพื่อนกับ Som ยังงั้นก็คงอายุ ใกล้เคียงกับตาลนะ
ตาลเรียกชื่อ พงษ์ เฉย..เฉยนะ

ขอบคุณมาก..มากนะ ที่สนใจอ่าน "เรื่องเล่าของ...น้ำตาล"
ปกติตาลก็มาที่นี่ทุกวัน พงษ์ จะเมล์คุยกับตาล
หรือเข้ามาร่วมตอบกระทู้เล่นกับเพื่อน..เพื่อน ที่นี่ก็ได้

อย่าลืมแวะมาเที่ยวเล่นที่เว็บของตาลอีกนะคะ


โชคดีคะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
...........................................................................
โดย น้ำตาล เมื่อ วันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2545, 20:28 น.

 
     
    By: น้ำตาล     3/08/2003 12:24 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
 


เปลี่ยนที่เรา ก่อน แล้ว โลก จะเปลี่ยน ตาม
รอถึงตอนนั้น อาจช้าเกินไป
ช่วย กันเปลี่ยนแปลงโลก
ด้วยการ ใช้ ความสงบเย็น ชนะ
ความรุ่มร้อน ของสังคม โลก จะดีกว่ามั้ย

............................................................................
โดย อิสระ คนเดินทาง เมื่อ วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2545, 23:38 น.

 
     
    By: อิสระ คนเดินทาง     3/08/2003 12:29 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 25  
     
 


อย่าลืมว่า…..การมองโลกในแง่ดีนั้น ต้องเริ่มที่ตัวเราเองก่อนเท่านั้น
“เปลี่ยนที่ตัวเราก่อน และ โลกจะเปลี่ยนตามเรา”


มาสนับสนุนความคิดนี้ครับ ... สิ่งที่ใหญ่ๆล้วนมาจากเล็กก่อน ถ้าเล็กไม่ดี หรือยังดีไม่ได้ ป่วยการที่จะคิดถึงเรื่องใหญ่ ทำนองเดียวกัน ตัวเราเองยังดีไม่ได้ ก็ไม่ต้องพูดถึงว่าจะเปลี่ยนสังคม มันเป็นเรื่องตลก

มีประโยค 2 ประโยค ที่เรามักจะสับสน และใช้กันไม่ค่อยถูก
คือ "มองโลกในแง่ดี" กับ "มองอะไรมอง 2 ด้าน"

มองโลกในแง่ดี ไม่ได้หมายความว่า ให้เห็นอะไรๆ ก็ดีไปหมด จนกลายเป็นหลง หรือเชิดชูเกินจริง จนลืมไปว่าเขาก็เป็นปุถุชนเหมือนเราๆ ย่อมมีทั้งที่ดีและที่เสีย ตราบใดที่ยังไม่ใช่พระอรหันต์ แนวโน้มของการคบหาในทางอินเตอร์เนต มีโอกาสสูงที่จะคิดเช่นนี้ ซึ่งเป็นธรรมดาอยู่เอง ทุกคนต่างก็เอาแต่ที่ดีมาพูด ใครจะเอาของเสียมาอวดหล่ะ การวาดฝันซะวิจิตรแล้วมันไม่วิจิตรอย่างว่า ก็นำมาซึ่งความผิดหวังเศร้าโศกเสียใจ อันอาจนำมาซึ่งการฆ่าตัวตายในที่สุด

ณ.เวลาแบบนี้ต้องใช้อีกประโยค

มองอะไรมอง 2 ด้าน นี่เป็นกฏทั่วไป ไม่มีอะไรดีไปเสียทั้งหมด และไม่มีอะไรแย่ไปเสียทั้งหมด กฏเกณฑ์นี้จะบอกให้เรารู้ว่าชีวิตไม่ได้มีแต่ สิ่งที่ดีงามหรอกนะ มันมี 2 ด้านเสมอ ถ้ารู้เสียอย่างนี้ก็จะไม่ดิ้นรนทุรนทุราย ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต มีสุขย่อมมีทุกข์ เป็นของคู่กัน เปรียบเหมือนหัวกับก้อยในเหรียญๆเดียวกัน

เมื่อเรารู้ว่า ... ทุกสิ่งทุกสถานะทุกสถานที่ทุกคน ล้วนมีทั้งที่ดีและที่เสีย แล้วทำไมชีวิตจึงต้องคอยวิ่งหนีความทุกข์ แล้ววิ่งตามหาความสุข ในเมื่อทุกแห่งหนก็ล้วนมีทั้งที่ดีและที่เสีย สิ่งที่น่าจะทำมากที่สุด ก็คือเราจะหาสิ่งที่ดีๆจากที่เป็นอยู่ได้อย่างไร จงทำตัวให้อยู่ที่ไหนๆอยู่กับใครๆก็สามารถมีดีได้โดยตัวเราเองมิดีกว่าหรือ และนี่คือที่มาที่สำคัญของประโยคที่ว่า "มองโลกในแง่ดี"

มองโลกในแง่ดี ... จึงเป็นวิธีคิดวิธีสร้างกำลังใจให้กับตนเอง เพราะเชื่อว่าทุกแห่งทุกที่ต้องมีสิ่งที่ดีๆแฝงอยู่ น้ำครำว่าเน่าว่าเหม็นเรายังสามารถกลั่นเป็นหยดน้ำได้สะอาดเลย นับประสาอะไรกับคนเรา คือต้องมองค้นหาสิ่งดีที่มีอยู่ให้เจอ แล้วก็ใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้น ถ้าคิดได้อย่างนี้ชีวิตนี้ไม่มีตกอับ เรื่องที่ดีๆจะถูกเราดูดซึมซับเข้ามาหาตัวเราเรื่องแล้วเรื่องเล่า แล้วชีวิตเราจะได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง
--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง

........................................................................
โดย KiLiN เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2545, 18:43 น.

 
     
    By: KiLiN     3/08/2003 12:41 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 26  
     
 


ถ้าเราคิดดีซะอย่าง ... ไม่มีทางเลยนะครับ ที่ความไม่ดีจะเข้ามาสู่ในชีวิตของเรา เช่น ถ้าเราเกิดไปขึ้นรถไม่ทัน บางคนก็จะคิดว่า "ทำไมเราเป็นคนแบบนี้น่า ไม่เอาไหนเลย แค่ขึ้นรถก็มาไม่ทัน" แต่ถ้าเราคิดดี คิดแบบว่า "ไม่เป็นไร คันต่อไปอาจจะมาช้ากว่า แต่อาจจะไปถึงจุดหมายปลายทางก่อนก็ได้"

เห็นไหมล่ะครับ ... ถ้าคิดดีแล้ว จิตใจของเราก็แจ่มใส ถ้ามั่วคิดไม่ดี ใจเราก็จะกังวลเรื่องที่เราคิดทั้งวัน ทำให้เราไม่มีจิตใจที่จะไปทำงานหรือว่าเรียนหนังสือได้นะครับ

............................................................
โดย พี่หนึ่ง เมื่อ วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2545, 20:43 น.

 
     
    By: พี่หนึ่ง     3/08/2003 12:46 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 27  
     
 


สวัสดีจ๊ะน้ำตาล
ส้มแวะมาเวปนี้เป็นครั้งที่ 10 ได้มั้ง แฮะๆ เคยมีคนส่งเรื่องมาให้ส้มอ่านจากเวปนี้ แล้วก็เห็นคนจากเวป budpage แวะไปหาตาลที่เวปประจำ เลยแวะมาตอบกระทู้ตาลด้วยละ

เรื่อง การมองโลกในแง่ดี ... ตาลเขียนดีมากๆๆ เราชอบมากๆ เราขอ Copy ไป print เก็บไว้นะ แล้วก็จะเอาไปเก็บไว้ในเวปของส้มด้วย

ไม่ว่ากันนะค๊ะ ^__^

ส้มสมัยเด็กๆ ส้มมองโลกเป็นสีชมพูมาตลอด มองคนในแง่ดีเกินไป เพื่อนๆส้มว่าอย่างนั้น แต่ตอนนี้ ส้มก็พยายามคนสองแง่สองมุม ในแง่ดี และแง่ลบ และมักจะเลือกคบคน

ส้มเคยมีเพื่อน ... อย่างกับอาของน้ำตาลที่เจอคนชอบเปรียบเทียบ เชื่อมั้ย บางทีส้มก็เป็นซะเอง เพราะว่าเราขี้น้อยใจ แต่ตอนนี้ ไม่แล้ว นั่นนิสัยเด็กๆ เมื่อตอนอยู่ ม.ปลาย

ส้มมีเพื่อนคนนึง ... ที่มักจะเปรียบบเทียบเรื่องฐานะกับส้ม แต่ส้มขี้เกียจต่อกรกับเขา เลยเฉยๆ บางทีก็ประชด "ใช่ ฉันเป็นอย่างนี้ ฉันเป็นอย่างนั้น" ก็เขามัวแต่มาเหน๊บแนม น่าเบื่ออ่ะ

เห้ออ.....อ่านของตาลแล้วก็ดีนะ ขอบใจที่มาบอกกันค่ะ

คำอวยพร :-
ขอให้น้ำตาลพบกับความสุข ขอให้โลกเราจงสงบสุข ขออย่าให้เกิดสงครามไปมากกว่านี้เลย ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคนทั้วทั้งโลก อย่าให้เกิดภัยอันตรายใดๆด้วยเถิด....

........................................................................
โดยคุณ : ส้ม..ไดอารี่ 25 มีนาคม 2546, 3:53 น.
http://www.budpage.com/webboard/show_content.pl?board=0&topic=836

 
     
    By: ส้ม..ไดอารี่     3/08/2003 12:55 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 28  
     
 


การมีชีวิต อยู่ในสังคมที่บูชาวัถตุ และเอารัดเอาเปรียบกันอย่างมากเช่นในปัจจุบัน การมองโลกต้องมองในทุกๆ แง่ ไม่ใช่มองแต่ในแง่ดี เพียงอย่างเดียว

เมื่อมองหลายๆ มุมแล้ว ก็เอาปัญญามีพิจารณาสิ่งที่มองเห็น แล้วตัดสินใจว่าเราจะทำอะไร หรือไม่ทำอะไร
สติ ปัญญา คุณธรรม และประสบการณ์ของคน จะทำให้คนกระทำการสิ่งใด แล้ว อยู่รอดได้ และมีความสุขตามอัตภาพ

ผมขอยกนิทานเรื่องอากงกับหลาน มาให้อ่านดังนี้ ( ขออภัยที่ใช้สำนวนของตนเองนะครับ และเล่าตามที่จำได้)

เย็นวันหนึ่ง อากง ( แปลว่า คุณปู่ ) เรียกหลาน 6 คนมีนั่งล้อมวงโดยอากงนั่งอยู่ตรงกลาง ในมืออากงมืตะเกียงจีนถืออยู่และถามหลานว่า ตะเกียงสีอะไร

หลานคนที่ 1 บอกว่า ..... สีแดง คนที่ 2 บอกว่า สีส้ม คนที่ 3 บอกว่า สีเขียว คนที่ 4 บอกว่า สีเหลือง คนที่ 5 บอกว่า สี ฟ้า คนที่ 6 บอกว่า สีขาว

หลานทั่ง 6 คนต่างก็เถียงกันใหญ่ว่า ตนเองถูก คนอื่นผิด และให้อากงตัดสิน อากงว่าถูกทุกคน อากงก็เลยเรียกหลานมาดูตะเกียงใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ตะเกียงถูกหมุนเปลี่ยนหมุนไป หลานทั่ง 6 คนก็เห็นความจริงที่เกิดขึ้น

ท่านใดมีนิทานฉบับเต็มก็รบกวนนำมาลงด้วยนะครับ

คำอวยพร :- สุขวันนี้ เพราะผลทีทำกรรมดีในอดีต การทำกรรมดีในปัจจุบัน ส่งผลดีในอนาคต

....................................................................
โดยคุณ : มาม่า 25 มีนาคม 2546, 7:11 น.
http://www.budpage.com/webboard/show_content.pl?board=0&topic=836

 
     
    By: มาม่า     3/08/2003 01:06 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 29  
     
 


ปุจฉา - วิสัชนา
ถ้าเกิดมีคนในศาสนาอื่นเขาบอกว่า ศาสนาพุทธมองโลกในแง่ลบคือมองแต่ทุกข์ ไม่มองโลกให้มีความสุขบ้างเลยหรือ เราจะตอบเขาว่าอย่างไรดีครับ

*************************************

พระพุทธเจ้าตรัสกิจ หรือ หน้าที่ต่ออริยสัจสี่ไว้ครบถ้วนแล้วแต่ละอย่าง ๆ

๑. หน้าที่ต่อทุกข์ คือ " ปริญญา " แปลว่า กำหนดรู้ รู้เท่าทัน จับตัวมันให้ได้
พระพุทธเจ้าตรัสว่า " ทุกขัง ปริญเญยยัง " ภาษาพระแปลกันว่า " กำหนดรู้ " ทุกข์นั้นเป็นสิ่งที่จะต้องรู้เท่าทัน ปริญเญยยัง เป็นคุณศัพท์ ถ้าใช้เป็นคำนามก็เป็น ปริญญา เป็นชื่อของการสำเร็จการศึกษา

ทุกข์นั้นเป็นตัวปัญหา เป็นปรากฏการณ์ ท่านเปรียบเหมือนกับ " โรค " ในทางร่างกายของเรา เมื่อเรามีโรคเราก็จะแก้ไขบำบัดหรือกำจัดโรค แต่พอเอาเข้าจริง เรากำจัดโรคไม่ได้ เราต้องเรียนรู้จักโรค เหมือนหมอจะแก้ไขโรค ต้องกำหนดรู้ให้ได้ว่าเป็นโรคอะไร เป็นที่ไหนตรงไหน และรู้ร่างกายซึ่งเป็นที่ตั้งของโรคด้วย

ทำนองเดียวกัน ทุกข์ จึงไม่ใช่เรียนเฉพาะปัญหา แต่เรียนชีวิตซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งปัญหาด้วย ปัญหาเกิดที่ไหน มันเกิดที่ชีวิต หรือ เกิดในโลก เราก็ต้องรู้จักโลก รู้จักชีวิตและดูที่ชีวิต (นามรูป / ขันธ์ ๕ )

๒. หน้าที่ต่อ สมุทัย คือ " ปหานะ " แปลว่า ละ หรือ กำจัด พอรู้โรคว่าเป็นโรคอะไร จับได้แล้ว ต้องสืบหาสาเหตุของโรค ต้องจับให้ได้ เหมือนกับแพทย์ที่วินิจฉัยโรคให้ได้ สืบหาตัวสาเหตุของโรค อาจจะเป็นเชื้อโรค หรือ ความบกพร่องของอวัยวะ ไม่ใช่เชื้อโรคอย่างเดียว เมื่อมีโรคก็ต้องมี สมุฏฐาน หรือ สมุทัย นี่แหละเป็นตัวที่ต้องแก้ไข หรือ กำจัด

๓. หน้าที่ต่อ นิโรธ เรียกว่า " สัจฉิกิริยา " แปลว่า ทำให้ประจักษ์แจ้ง คือ บรรลุถึงนั่นเอง เราต้องมีเป้าหมายว่าเราจะเอาอะไร และทำได้แค่ไหน จุดหมายอะไรที่ต้องการ กำหนดให้ได้และรู้ความเป็นไปได้ในการแก้ไข คนที่ไม่มีความชัดเจนว่าต้องการอะไร มีความเป็นไปได้อย่างไร ก็จะทำอะไรไม่สำเร็จ แพทย์ก็ต้องวางเป้าหมายในการรักษาโรคว่าเป็นไปได้แค่ไหน เอาอะไรเป็นจุดหมายในการรักษา แล้วทำให้ได้ ให้บรรลุจุดหมายนั้น

๔. หน้าที่ต่อ มรรค เรียกว่า " ภาวนา " แปลว่า บำเพ็ญ คือ ปฏิบัติ ลงมือทำ ทำให้เกิด ทำให้มีขึ้น พอวางเป้าหมายเสร็จก็มาถึงขั้นลงมือปฏิบัติ จะผ่าตัดให้ยา และให้คนไข้ปฏิบัติตัวบริหารร่างกายอย่างไร วิธีรักษาทั้งหมดมาอยู่ในข้อ ๔ คือ มรรค เป็นขั้นที่ต้องลงมือทำ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มีรายละเอียดมากมาย

เพราะฉะนั้น อริยสัจสี่ จึงเป็นวิธีการวิทยาศาสตร์ จะใช้ในการสอนก็ได้ ในการรักษาโรคก็ได้ แพทย์ก็ใช้วิธีการนี้

สรุปความว่า พระพุทธศาสนาสอนเรื่องทุกข์ไว้สำหรับปัญญารู้ แต่สอนเรื่องสุขสำหรับให้เรามีชีวิตเป็นจริงอย่างนั้น พูดอย่างสั้นว่า พุทธศาสนาสอนให้รู้ทันทุกข์ และให้การอยู่เป็นสุข หรือให้สั้นกว่านั้นอีกว่า พุทธศาสนาสอนให้เห็นทุกข์ แต่ให้เป็นสุข คือ ทุกข์สำหรับเห็น แต่สุขสำหรับเป็น

เพราะฉะนั้น ต้องมองพระพุทธศาสนาว่าเป็นศาสนาแห่งความสุข ไม่ใช่ศาสนาแห่งความทุกข์

แก่นแท้ของพระพุทธศาสนา
/พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต)


คำอวยพร :- Good luck krab

..............................................................
โดยคุณ : Saranond 25 มีนาคม 2546, 9:10 น.
http://www.budpage.com/webboard/show_content.pl?board=0&topic=836

 
     
    By: Saranond     3/08/2003 01:18 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 30  
     
 


ก็เป็นรูปแบบหนึ่งในการใช้ชีวิตที่น่าสนใจ ซึ่งถ้าคนอื่นจะทำตามเราคิดว่าต้องมีองค์ประกอบอื่นๆอย่างน้ำตาลด้วย อย่างน้อยก็ต้องมีเพื่อนเยอะหรือมีความเมตตาประกอบเป็นต้น แต่อยากจะขอแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง บางจุดนะ

ก็คือ การมองโลกในแง่ดี คำนี้เรามองว่าจะกว้างไปหน่อย แต่ในความเข้าใจของน้ำตาล ก็ไม่ถึงกับผิดอะไร เราว่าน่าจะมองส่วนดีในความผิดของคนรอบข้าง และมองโลกอย่างความเป็นจริงมากกว่า (อาศัยถามตัวเรา ลองเอาใจเขาใส่ใจเรา เราก็รู้อะไรดีไม่ดี) ตอนนี้สังคมที่น้ำตาลอยู่อาจจะอยู่ในจุดที่ไม่เลวร้ายมาก(ซึ่งถึงไม่เลวร้ายมากแต่การจะใช้ชีวิตให้ดีได้ก็ยังต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ)

แต่การมองโลกในแง่ดี กับช่วงของโลกที่กำลังชั่วร้าย เช่นต่อไป สมมุติ คนฆ่ากันเป็นเรื่องปกติ คนมั่วเพศกัน เต็มไปด้วยยาเสพติด คนพูดจามีแต่ใส่ร้ายกัน โกหกกัน หากเรายังมองในแง่ดีอยู่ มันจะเป็นการส่งเสริมให้แย่ลงกว่าเดิม เราควรมองโลกตามความเป็นจริงด้วย อันไหนมันแย่ เราอย่าไปยุ่งกับมัน ถ้าเราเปลี่ยนแปลงให้มันดีได้เราก็ทำ ส่วนการมีเมตตาของนำตาลก็เป็นสิ่งที่ดีมาก และช่วยจุนเจือโลกนี้(เราพูดแบบพุทธคือแยกองค์ประกอบออกมาว่านี่เรียกว่าอะไรจนมองเห็นชัดขึ้น) และที่นำตาลบอกเปลี่ยนตัวเราเองก่อนอันนี้ก็เห็นด้วยครับและถูกต้องมากเลย จริงเราเปลียนคนอื่นไม่ได้หรอกครับ เราทำตัวเราให้ดีก่อน คนเห็นว่าดีจึงทำตามแต่ก็เฉพาะบางคน พระพุทธเจ้ายัง แบ่งประเภทคนเลย

คำอวยพร :- มองโลกตามความเป็นจริง ช่วยเตือนสติคนต่างให้พัฒนาจิตใจตนเอง

.................................................................
โดยคุณ : คนรู้น้อย 26 มีนาคม 2546, 8:23 น.
http://www.budpage.com/webboard/show_content.pl?board=0&topic=836

 
     
    By: คนรู้น้อย     3/08/2003 01:28 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 31  
     
 


เราเคยรับเอาสิ่งเหล่านี้ไว้บ้าง หรือ ไม่ ... ?????
..... พวกเราส่วนใหญ่นับจากวัยแรกเกิดเป็นต้นมา ได้ถูกหยิบยื่นคำชี้แนะ ในทางทำลายไว้มากมาย โดยไม่รู้วิธีที่จะขัดขวาง หรือ ขจัดมันออกไป จึงรับเข้าไว้ในจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้สึกตัว คำชี้แนะจิตใจในทางทำลายเหล่านี้คือ

- คุณต้องไม่ทำ
- คุณจะล้มเหลว
- คุณไม่มีโอกาสหรอกน่า
- คุณทำผิดแล้ว
- มันใช้การไม่ได้
- คุณไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นหรอก
- คุณแก่เกินไปแล้ว
- สิ่งต่างๆ เลวร้ายลงทุกที
- ชีวิตช่างเลวร้ายไม่จบสิ้น
- คุณไม่สามารถเอาชนะได้
- คุณจะล้มละลายในไม่ช้า ..... ฯลฯ

เว้นแต่ว่า ..... บุคคลที่โตแล้วเช่นเรา จะใช้การแนะนำจิตใจในทางสร้างสรรค์ ซึ่งจะปรับสภาพในทางอายุรเวช รวมทั้งความประทับใจที่ผ่านมาในทางที่ผิด อันเป็นต้นเหตุของการสร้างรูปแบบอุปนิสัยที่นำความล้มเหลว มาสู่ชีวิตทั้งส่วนตัวและทางด้านสังคม

การแนะนำจิตใจตัวเอง ..... หมายถึงการปลดปล่อยตัวเราให้รอดพ้นจากถ้อยคำทางทำลายที่อาจบิดเบือนรูปแบบชีวิตของเราให้บูดเบี้ยว จนยากแก่การพัฒนาอุปนิสัยที่ดีงามให้เกิดขึ้นได้

เมื่อใด ..... ก็ตามที่หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน เราจะพบกับเรื่องราวที่เป็นการโปรยหว่านเมล็ดพันธ์แห่ง ... ความโอ้อวด ... ความหวาดกลัว ... ความวิตกกังวล ... ทุกข์ร้อน และ เคราะห์กรรม ที่คืบใกล้เข้า ถ้าเรารับเอาความคิดทางทำลายทั้งหลายเหล่านั้นเข้าไว้

ก็จะเป็นสาเหตุ ..... ให้เราสูญเสียโอกาสดีแห่งชีวิต

เรา ..... สามารถเพิกเฉยต่อคำชี้แนะในทางทำลายเหล่านั้นได้ ด้วยการให้จิตใต้สำนึกของเรา ได้รับแต่สิ่งที่สร้างสรรค์ แล้วเราจะสามารถขจัดแนวความคิดทางทำลายออกไปได้ในที่สุด ... ฯลฯ


โชคดีนะคะ บ๊ายบายคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/…..\[=^๐^=]/
.............................................................
ที่มา .....
- จากหนังสือ The Power of Your Subconscious Mind By Dr.Joseph Murphy หรือ
- ฉบับแปล "พลังจิตใต้สำนึก" แปลโดย ..... ทศยุทธ

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/08/2003 01:39 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 32  
     
 


ภาพสวยๆมาจากหนังสือเล่มนี้มากมายคะ
โชคดีนะคะ บ๊ายบายคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/…..\[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/08/2003 01:44 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 33  
     
  หลานน้ำตาล
ก่อนอื่น ขอชื่นชมอาที่เล่าเรื่องดีดี
แต่ มีสิ่งหนึ่งที่เราควรเข้าใจ คำว่า โลก
อย่างน้อยมี 2 โลก คือ
- โลกภายนอก ที่ตาเนื้อมองเห็น และ
- โลกภายใน ต้องใช้ตาใจหรือตาปัญญามองจึงเห็นได้
เช่น โลกของความรู้สึกในใจ เรารู้สึกอย่างไรเราก็รับผลเช่นั้น

ขอบพระคุณที่ช่วยแจ้งข่าว / อาของหลานเป็นคนดีมีน้ำใจ
เราเป็นเพื่อนที่ดีมากและตลอดไป

ขอให้หลานและอาของหลานมีแต่ความสุขกายสบายใจ
สติปัญญารักษาใจให้ดี มีปัญญา เมื่อมีปัญหาก็แก้ได้สบายๆ

/ ..... ลุง
 
     
    By: Dr.Marut  Mail to Dr.Marut   3/08/2003 10:00 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 34  
     
  สวัสดีค่ะน้องน้ำตาล
ขออภัยที่ให้ความคิดเห็นช้าไปบ้าง พี่ชื่อแอนค่ะ ได้อ่านเรื่องราวของน้องน้ำตาลทุกเรื่องที่ส่งมาเลยค่ะ แต่บังเอิญช่วงนี้งานก็ยุ่ง เรียนก็หนัก เลยเช้ามาอ่านจดหมายช้าไปนะคะ
พี่ก็มีคนที่รู้จักที่ชอบเปรียบเทียบ พี่คิดว่าเขาคงไม่มีความสุขกับอะไรที่เขามี ทั้งๆที่หลายอย่างก็ดีกว่าใครอีกหลายคน แต่เขากลับไม่พอใจไปซะทุกอย่าง เช่นเขามีโทรศัพท์มือถือที่มีระบบการทำงานครบถ้วน แต่เขาก็ไม่พอใจเมื่อมีคนอื่นโหลดเพลง MP3 ได้ แล้วก็จะเป็นทุกข์ว่าทำไมของฉันทำไม่ได้
พี่คิดว่าเทคโนโลยีมันไม่หยุดนิ่ง ถ้าต้องมากังวลว่าเราจะมีไม่เท่าคนอื่น ก็คงไปกระโดดตึกแล้วหล่ะค่ะ จะได้จบๆ
 
     
    By: แอนค่ะ  Mail to แอนค่ะ   3/09/2003 02:09 PM  (202.28.169.165)
 

 
  หัวข้อ : 35  
     
 


ถ้าวันไหน เรารู้สึกเศร้าๆ ... ก็ลองมองดูคนพิการเอาไว้ให้มากๆ พวกเค้าพยายามต่อสู้ชีวิต เพื่อที่จะอยู่ได้ในสังคมของคนปกติ ทั้งๆ ที่บางคนเค้ามีความยากลำบากมากมายที่จะมีชีวิตอยู่ไปวันๆ แต่เค้าก็ยังอยู่ได้ คนพิการที่ยอมรับว่าตัวเองเป็นอะไร และ ไม่ท้อแท้ต่อชีวิต เค้าจะมีความสุข และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์มากมาย มีคนพิการอีกมากมายที่เค้าสู้ชีวิต และ ประสบความสำเร็จในหลายๆ สาขาอาชีพ มีครอบครัวที่มีความสุขอีกด้วย

แล้วทำไม ... คนปกติธรรมดาอย่างเราๆ จะไม่พยายามหาวิธีแก้ไขปัญหาของเราอย่างสร้างสรรค์ต่อสังคมและตัวเองบ้าง ทำไมจึงชอบที่จะคิดแต่ในทางลบให้กับชีวิต ชีวิตก็ตกต่ำไปตามที่คิดได้ทุกวัน เราควรซื่อสัตย์กับสิ่งที่เรายึดมั่น ความแข็งแกร่ง และ พลังในการมีชีวิต และ ภาพที่เรานึกฝันอยากจะเป็น เกิดจากสิ่งต่างๆ ที่เราให้คุณค่าอย่างมุ่งมั่น และ จริงจังคะ

ทุกชีวิตในโลกนี้ .....
มีความสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว
ในวิกฤติย่อมมีโอกาสอื่นๆ รออยู่เสมอ ลองตั้งใจดูดีๆ นะคะ :-)



โชคดีค่ะ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   30/11/2004 12:32 AM  (210.86.208.92)
 

 
  หัวข้อ : 36  
     
  เพลิดเพลินในความรู้สึก..ย่อมมีทุกข์เป็นเบื้องหน้า
สาระมีไว้มากมาย..หากไม่หยั่งรู้ความหมายนั่นเพียงเพลิดเพลิน
 
     
    By: ผ่านมา     8/04/2005 01:23 AM  (203.151.140.118)
 

 
  หัวข้อ : 37  
     
 
๏ ๏ ๏ ต่างคน .......... ต่างความคิด
หลายหลากจิต .......... ในกมล
แต่หนึ่ง .......... นั้น คงทน
มิตรภาพ .......... ตราบเท่านาน ...ฯลฯ



โชคดีนะคะ




 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   8/04/2005 04:05 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 38  
     
  อ่า รู้สึกดีจิงๆเลยคับที่ได้มาอ่านกระทู้นี้  
     
    By: armo_0  Mail to armo_0   22/08/2005 05:51 PM  (210.86.223.14)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.