| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



<> พ่อยอดชายของ ... ตาล <>
     
 


<> พ่อยอดชายของ ... ตาล <>



แล้ววันนั้น.....ก็มาถึง สาวน้อยวัย 17 อย่างตาลก็มี SOMEONE กับเค้าจนได้ ถ้าไม่ใช่กรรม ก็คงจะเวรนั่นแหละ สาวน้อยที่วัน...วัน เอาแต่เรียน...เรียน ก้มหน้าก้มตาบ้าอ่านหนังสือ จนตัวเป็นเกลียว หัวเป็นนอตแล้วนี่ เกิดนึกอยากมีแฟนกะเค้าสักคน ก็เห็นเพื่อน...เพื่อนเค้าเดินกันเป็นคู่...คู่ ก็อยากมีบ้างนะ



ทำไงดีหล่ะ..! เดินไปก็คิดไป จนเดินผ่านสนามบอล เห็นพี่...คนหนึ่ง เป็นหนุ่มวิศวฯ รูปงาม หุ่นทรมานใจสาว เป็นนักฟุตบอลของมหาลัยซะด้วย สมองของ...ตาลก็เริ่มปฏิบัติการพิเศษ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย อย่างที่เคยฝึกพลังจิตใต้สำนึกมา ตาล...มานั่งจ้องพี่เค้า ที่ข้างสนามบอลทุกครั้งที่ตาลว่าง ทำแบบนี้อยู่ 3 วัน พี่เค้าก็เริ่มสนใจ...ตาลบ้างแล้ว หันมายิ้ม...ยิ้ม ให้ตาลบ่อย...บ่อย พอวันที่ 5 มีแข่งบอล ระหว่างคณะ ก่อนที่พี่เค้าจะลงสนาม พี่เค้าก็เอาดอกกุหลาบสีแดงมายื่นให้...ตาล



ตาลบอกว่า ..... ”ขอบคุณคะ”
แล้วพี่เค้าก็พูดว่า ..... ”ช่วยนั่งอยู่ตรงนี้ เป็นกำลังใจให้พี่หน่อยนะครับ”
ตาลก็ตอบว่า ..... ”คะ”
นั่น ..... เป็นครั้งแรกที่เราได้พูดกัน



จากนั้น ..... พี่เค้าก็มาตกหลุมรัก...ตาลหน่ะสิ ย้ำ! อย่างหัวปักหัวปำด้วยนะ ก็เพราะตั้งแต่เกิดมา ก็ไม่เค้ยไม่เคยกับเค้าสักครั้ง ทำให้...ตาลต้องตัดสินใจอยู่เป็นนาน กว่าจะรับปากเป็นคู่ควงของ...พี่เค้า



เมื่อ ..... ความรักเข้าตา คว้าอะไร เป็นเอามาทึ้ง มาคลึงไปซะหมด อารมณ์ประมาณว่าเคลิ้มสุด..สุด โดยเริ่มจากการมองหาข้าวของ เครื่องใช้ สีชมพู ตาจ้องเขม็งไปที่สนามบอล หูคอยเงี่ยฟังเสียงกริ๊ง...กริ๊งจากโทรศัพท์ เริ่มจำกัดอาหารอย่างเอาเป็นเอาตาย เปลี่ยนอุปนิสัยร้าย...ร้าย ไปในทางที่ดี แม้กระทั่ง...เจ้าโคล่า...หมาของอา ที่ตาลเคยแอบเหยียบหางมันเล่นอยู่บ่อย...บ่อย ก็กลายมาเป็นเพื่อนซี้ คอยนั่งฟัง...ตาลรำพึงรำพันถึงพี่เค้าเป็นวัน...วัน บางครั้ง...เดิน...เดินอยู่ก็ยิ้ม..ยิ้มออกมาคนเดียว นั่งเรียนวิชาสถิติ ยากจะตาย คำนวณเพียบ สูตรเยอะแยะ ยังยิ้มออกมาได้เลย อาการแบบนี้...คงไม่ต้องสาธยายให้มากความ เอาเป็นว่า เราเริ่มจี๋กันเรื่อย...เรื่อยก็แล้วกัน



ความแปลกใหม่ระหว่าง ..... เรา เป็นอะไรที่น่าค้นหา และท้าทายที่สุด พี่เค้าเกรงใจ...ตาล และ ตาล...ก็ให้เกียรติ...พี่เค้าด้วยเช่นกัน จนเราทั้งคู่เกือบจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปหมดสิ้น แต่ตอนนั้น...ไม่รู้ตัวหรอกนะ ก็เพราะอยากเอาอกเอาใจกันและกันนี่แหละ เหตุการณ์มันก็น่าจะหวานฉ่ำปานน้ำผึ้งนะ ถ้าตาล...ไม่รีบสลัดรัก...พี่เค้าไปเสียก่อน ที่ตาล...จะรู้สึกว่า ตาลเป็นผู้ชาย หรือ ผู้หญิง กันแน่ เพราะแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราหน่ะสิ มันร้ายแรงจน...ตาล ต้องแอบไปถามแม่ว่า...เมื่อตอนเด็ก..เด็กแอบพา นู๋ ไปผ่าตัดแปลงเพศมาหรือเปล่า อ้าว! นี่เรื่องจริง...จริงนะ



ในที่สุด ..... ตาลก็ได้รับการพิสูจน์ และ ยืนยันจากแม่ และ ญาติ...ญาติว่า ตาล...เป็นสาวแท้ ที่มีจิตใจเป็นผู้หญิงแบบที่ใคร...ใครเค้าก็เป็นกัน ส่วนพี่เค้า...ก็เป็นชายทั้งแท่ง ที่คอยมายื้อแย่งอาการที่ผู้หญิงพึงมีพึงทำ ไปจาก...ตาลเสียหมดหน่ะสิ



เริ่มจาก.....การอาบน้ำ พี่เค้า...นัดตาลไว้ 10 โมงเช้า ที่บ้านของพี่เค้า ตาล...งดอาหารมื้อเช้า เพราะวันนั้น ตาล...ตื่นสาย ก็เลยรีบอาบน้ำแต่งตัวไปตามนัด นี่เป็นนัดแรกที่นัดกันที่บ้านพี่เค้าด้วย กลัวพี่เค้าจะว่าเอา...ว่าผู้หญิงก็แบบเนี้ยะ สายเสมอ!! แล้วก็คิดว่าอีกเดี๋ยวก็จะมื้อเที่ยงแล้ว ตาล...ไปถึงที่หมายตรงเป๋ง ไม่ขาดไม่เกิน เข้าไปนั่งเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ในห้องรับแขก สักครู่...คุณแม่ของพี่เค้าก็ออกมาชวนคุย บอกว่าพี่เค้ากำลังอาบน้ำอยู่ ตาล...นึกในใจว่าถึงเวลานัดแล้วเนี้ยนะ เพิ่งจะอาบน้ำ เอ้า! ไม่เป็นไร พี่เค้าคงดูหนังสือจนดึก ก็ต้องตื่นสายเป็นธรรมดา ตาล...นั่งรอไป ยิ้มไป กับคุณแม่ของพี่เค้า จนเหงือกเริ่มจะแห้งแล้วนะ ทีนี้...ยิ้ม ก็เริ่มหุบลง ทีละขยึก เมื่อเวลาผ่านเลยไปครึ่งชั่วโมง.....สี่สิบห้านาทีก็แล้ว และในที่สุดก็ล่วงเลยไปหนึ่งชั่วโมงกว่า ตาล...เริ่มยิ้มแต่ปาก หากแต่ว่านัยน์ตานั้น เริ่ม ... ขวาง ... แข็งกร้าว ... และดุดัน ลองนึกถึงภาพหมาที่กำลังโมโหหิว แล้วมีอีกตัวมาแย่งนะ ดูไม่จืดเลยหล่ะคะ ตาล...แค่ต้องการอธิบายให้เห็นภาพชัด...ชัดนะ แต่ตอนนั้น...ตาลจวนจะเป็นลมแล้วคะ



โธ่ ..... พี่จ๋า พี่ช่างมี มุมไหน หลืบไหน ให้ขัดกันมากมายหนอ น่ากลัวจะเหี่ยวไปทั้งตัวแล้วมั้งจ๊ะ เวลาเท่านี้...ตาล ขัดผิว นวดตัว ทำเล็บ สระผม ไดร์ผม แต่งหน้า ไปงานหรู...หรู ได้เลยนะคะเนี้ย เฮ้อ! กลุ้ม



และ ..... ในที่สุด พี่เค้าก็ลงมาพร้อมกลิ่นกายอันสะอาดสะอ้านสะท้านทรวง กลิ่นเวอร์ซาเซ่นุ่ม...นุ่ม หล่อเลี่ยม ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า อา! พ่อเทพบุตรสุดหล่อ หุ่นช่างบาดใจนู๋เหลือเกิน ก็พอจะคุ้มค่าที่ให้นั่งรออยู่หรอกนะ



แต่เท่านี้ ..... เรื่องเล็ก ยังมีเด็ดกว่านี้อีก พี่เค้า...เริ่มออกอาการอ้อนแม่ ต้อนหน้าต้อนหลัง ออดอ้อนออเซาะ ขนาด...ตาล ยังทำไม่ได้เท่านี้เลยนะ



ผู้ชาย ..... เรียบร้อย อารมณ์ละเมียดละมัยแบบนี้ ตาล...ก็ปลื้มอยู่หรอกนะ แต่ถ้าพี่เค้าเนี้ยบเฉียบไปซะทุกเรื่องแบบนี้ ตาล...ก็เหวอไปเหมือนกันนะ



ตบท้าย ..... เย็นวันนั้น พี่เค้าชวนตาลไปช้อปปิ้งอย่างออกรสออกชาติ ตัวพี่เค้าหรอกนะ ที่สนุกสนานเดินหาซื้อของ ขึ้นชั้นนั้น ลงชั้นนี้ ได้อย่างไม่มีเบื่อ รู้ที่เก็บ ที่วาง ไปเสียหมดทั้งห้าง แล้วตอนที่เราเข้าไปหาของใช้ในซูปเปอร์มาร์เก็ตนี่สิ พี่เค้า...ขนาดแทบจะนับเม็ด ... นับจำนวนกรัมกับราคา คำนวณตัวเลขออกมาแป๊ะ...แป๊ะ ทำตัวเป็นแม่บ้านสุดฤทธิ์ โธ่...พี่จ๋า ปล่อยให้นู๋ทำมั้งสิคะ



ตาล ..... รู้สึกขอบคุณสวรรค์เป็นที่สุด ที่รักของเรามีอันเป็นไปซะก่อน ตาล...หลีกทางแต่โดยดีให้สาวน้อยหน้าใสที่มาหลงปลื้มพี่เค้าอย่างเอาเป็นเอาตายอีกคน ก็กำลังเบื่อ...เบื่อ เลยทำเป็นเสือสวมรอย ซิ่งไปตามระเบียบ



ตอนนี้ ..... เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ อย่างน้อย...เราก็ยังชอบอะไรที่เหมือนกันบ้าง ก็...มะขามคลุกน้ำตาล...ที่พี่เค้าชอบแย่งตาลทานบ่อย...บ่อย ไงหล่ะ



คิ๊ก...คิ๊ก คิ๊ก...คิ๊ก คิ๊ก...คิ๊ก



หลังจาก ..... ที่ตาล...สลัดรัก พี่นะ พ่อยอดชายของ...ตาล คนแรกไปเรียบร้อยแล้ว ก็มี พี่น้อย เพื่อนสนิทของ...พี่นะ มาคอยชวนตาลคุยอยู่เรื่อย..เรื่อย พี่น้อยคงคิดว่าตาลเหงา และคิดว่า พี่นะ ทิ้งตาลไปมีแฟนใหม่ ที่จริง ตาล กะ พี่น้อยก็พบกันเกือบทุกวันอยู่แล้ว เพราะ พี่น้อยเป็นครูสอนพิเศษว่ายน้ำที่ศูนย์เยาวชนในหมู่บ้านฯ ปกติ...ตอนเย็น...เย็น ถ้าตาลว่าง ตาลก็จะมาช่วยพี่น้อยสอนเด็ก...เด็กว่ายน้ำเสมอ...เสมอ



พี่น้อย ..... เป็นชายหนุ่มร่างสูง ใหญ่ เวลาที่เธอใส่กางเกงว่ายน้ำ เปลือยท่อนบน เผยให้เห็นกล้ามเนื้อฟิตเปรี๊ยะได้รูปสวยงาม เซ็กซี่แบบนักกีฬา ผมยาวลงมาถึงต้นคอ มองดูคล้าย...คล้ายสุดหล่อ David Beckham ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยนะ



สายตา ..... ซุกซนของตาล ชอบมองเวลาที่ พี่น้อยยกมือทั้งสองข้างขึ้น ตอนวอร์มอัพก่อนลงสระว่ายน้ำ กล้ามเนื้อแทบทุกส่วนของพี่น้อย จะขยายเกร็งจนเห็นเป็นเส้นไปทั้งร่าง ลอนกล้ามท้องเป็นลูก...ลูก ไม่มีไขมันเลยสักนิด ที่หน้าอกมีไรขน พอชวนมองให้วาบวิว : ) : )



”เพี๊ยะ” ..... อ๊ะ...อ๊ะ... เสียงที่ดังขึ้นจนตาลสะดุ้ง พร้อมกับรู้สึกเจ็บที่แขนนิด...นิด
ตาล ..... “อุ๊ยสส....นายมาตีเราทำไมเนี้ยะ“
เพื่อน ..... “ยังมีหน้ามาถามเราอีก รู้นะ มองอะไรอยู่ ทำยังงี้ได้ไงย่ะ เล่นมองไม่ชวนเลยนะ” คิ๊ก...คิ๊ก : ) : )



ตาล ..... กะเพื่อนจะแซว และ ล้อกันเล่นเรื่องแอบมองสรีระของพี่น้อยประจำ ก็เธอหุ่นออกจะ ประมาณนั้น...อื้อฮือ...สาวที่ไหนจะไม่มองจ๊ะ แล้วตาลก็หัวเราะ อิอิ เพราะจนด้วยหลักฐาน พอรู้ตัวว่าถูกจับได้ ก็เขิน แต่...ก็ยังไม่วาย หันไปเถียงเพื่อนข้าง...ข้างคู...คู ทำนองว่า ทีพวกผู้ชาย เค้ายังมองพวกเราเลยนะ ไม่เห็นมีใครว่า แล้วก็น่าดูออกนะ คิ๊ก...คิ๊ก ... : ) : )



บรรยาย ..... แต่หุ่นทรมานใจสาวของพี่น้อยจนเพลิน เดี๋ยวเค้าจะนึกว่า “เรื่องเล่าของ...น้ำตาล” วันนี้ เรทเอ็กซ์ ซะหล่ะมั้ง เฮ้อ..!! ผ่านนะ อิอิ : ) : )



พี่น้อย ..... เป็นคนพูดน้อย สมชื่อ แล้วก็บางทีก็ ขรึม...ขรึม เหมือนคนมีอะไรอยู่ในใจ เลยมองดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุจริง..จริง พี่น้อย...เรียนด้วย ทำงานพิเศษไปด้วย ตาลรู้สึกเหนื่อยแทนทุกครั้ง ที่เห็นพี่เค้าวิ่ง หอบ แฮ้ก..แฮ๊ก มาที่สระน้ำ เพื่อที่จะสอนเด็ก...เด็ก บางวัน...ที่ตาลว่าง ตาลก็จะรับอาสา มาช่วยสอนแทน



พี่น้อย ..... ทำตัวเหมือนพี่ชาย...ที่น่ารัก และช่างสังเกต พี่น้อย ... จะมีดอกกุหลาบสีขาวก้านยาว ดอกใหญ่...ใหญ่ ติดมือ มาฝากตาลบ่อย...บ่อย แล้ววันหนึ่ง...เธอก็คงทนไม่ได้ ที่เห็นตาลไม่แสดงอาการตื่นเต้น ดีใจที่ได้รับดอกไม้สวย...สวยนี้เลย แม้สักครั้งเดียว ที่จริงก็ไม่ใช่แต่ดอกไม้นะ ตาลเป็นโรคไม่ตื่นเต้น ดีใจ กับอะไรทั้งสิ้น จนถูก เพื่อนๆ และแม้แต่ญาติพี่น้อง ตำหนิเอาบ่อยๆ



พี่น้อยก็เอ่ยปากถามตาลว่า ..... ”น้องตาล ไม่ชอบดอกกุหลาบเหรอคะ” พี่น้อยพูดกับตาลอย่างสุภาพเสมอ พี่น้อย ใช้คำลงท้ายว่า “คะ” ได้เสียงนุ่มและไพเราะ



ตาลตอบพี่น้อยว่า ..... “ตาลชอบดอกไม้สิคะ แต่...ตาลไม่ชอบให้ดอกไม้ ออกมาอยู่นอกต้นคะ”



หลังจาก ..... ที่ตาล ตอบพี่น้อยไปแบบนั้น พี่น้อยก็ไม่เอาดอกไม้มาให้ตาลอีก แต่...ผ่านไปแค่ 2 อาทิตย์เองคะ พี่น้อยก็หอบเอาดอกกุหลาบสีขาวสวย...สวยมาให้อีก แต่คราวนี้มาทั้งกระถางเลยนะคะ ตาล...เห็นแล้ว ก็อดที่จะชื่นชมในความพยายามของพี่เค้าที่จะทำให้ตาลประทับใจไม่ได้
ชีวิตในช่วงนั้น ..... ของตาลดูมีความสุขจังคะ เย็น...เย็น เลิกเรียน ก็ไปรอพี่น้อยที่สระว่ายน้ำ บางวัน...พี่เค้าติดแข่งบอล ตาลก็อาสามาสอน ว่ายน้ำ แทน เพราะกลัวว่าพี่เค้าจะถูกตัดเงินไป ชีวิต...ของพี่น้อยดูโดดเดี่ยว และ เงียบเหงา บาง เสาร์-อาทิตย์ ตาลต้องกลับบ้านที่เชียงราย ตาลชวนพี่น้อยไปด้วย แต่พี่เค้าก็จะปฏิเสธตาลทุกครั้ง ว่าพี่ต้องทำงาน แต่พี่เค้าก็ทำงานจริง..จริง ชีวิตมีแต่เรียน..เรียน เล่นบอล แล้วก็ทำงานพิเศษ ที่สระว่ายน้ำ ที่ศูนย์กีฬาฯ พี่น้อย...ใช้เงินที่ตัวเองหาได้ ตาลไม่เคยเห็นพี่น้อยมี ธนาณัติ หรือเครดิตการ์ด แต่พี่น้อยก็ไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงิน



ตาล ..... ไม่เคยคาดหวังว่า จะได้รับสิ่งใด...ใด จากพี่น้อย แต่พี่น้อย...ก็แสดงให้ตาลเห็นว่า พี่น้อย “แคร์” ตาลเสมอ เมื่อไรที่พี่น้อยมีเวลา แม้สักนิด พี่น้อย จะพาตาลไปทานข้าวกันสองต่อสอง ในร้านดี...ดี เงียบ...เงียบ นั่งฟังเพลงเบา...เบา ที่มีบรรยากาศน่ารื่นรมย์



ความสุขเหล่านั้น ..... ที่เค้าบอกว่า...ไม่ให้เราเพลิดเพลินจนเกินไป มาได้...ก็ไปได้...ตาลไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ชีวิตที่ตาลบอกตัวเองเสมอว่า “ตาล...มีความสุขจัง” ถึงแม้ พี่น้อยจะบอก...รักตาล แล้วตาลก็ไม่เคยรู้สึกว่าตาลรักพี่น้อยจริง...จริง แต่ตาลก็ไม่ได้รักใคร และไม่มีใคร ไม่มีจริง...จริงคะ ตาล...แค่รู้สึกว่าพี่น้อยเป็นพี่ชาย เป็นเพื่อนต่างเพศที่รู้ใจ และคุยกันได้ ตาลไม่เคยคิดไกลไปว่าต้องเป็นคู่รัก ต้องเป็นแฟน เพราะตาลเพิ่งจะผ่านความรู้สึกรักปลอม...ปลอมกับ พี่นะ มาไม่นานนี้เอง ตาลยังกลัว...กลัวอยู่ว่าวันหนึ่ง ตาลจะเจอ “เกย์” อีก เป็นคนที่ 2 มั้ย?



คะ ..... ตาลต้องร้องไห้ และ เสียใจอีกแล้ว ตาล...คิดว่าทำไมหล่ะ ชีวิตเราต้องเจอแต่เรื่องเศร้า...เศร้า



ตาล ..... เริ่มไปไหน มาไหนกับพี่น้อยบ่อย...บ่อย เมื่อประมาณกลางเดือน มกราคม 2543 ในไดอารี่ของตาล กะ ของพี่น้อย ซึ่ง...ตาลขอมาจากคุณแม่ของพี่น้อย มีข้อความบางตอนที่บันทึกไว้คล้าย...คล้ายกัน ว่า.....



16 มกราคม 2543 ….. ไปเที่ยวดอยอินทนนท์ กับเพื่อน...เพื่อน ทำกระจกรถคนอื่นแตก ต้องเรี่ยไรเงินกัน ซ่อมให้เค้า ...ฯลฯ



6 กุมภาพันธ์ 2543 ….. มีสงครามกล้วย..!! พอดีต้นกล้วยหลังบ้านพักของพี่น้อย สุกงอมมาก ไม่มีอะไรทำ ก็เลย เอากล้วย มาปาเล่นกัน เลอะเทอะไปหมดเลย พี่น้อย...เอากล้วยมาขยี้ใส่หัว...ตาล ล้างกว่าจะหมดตั้งหลายชั่วโมง ยายต้นตาล...บ่นใหญ่ “คนอะไรเล่นบ้า...บ้าจัง !”



13 กุมภาพันธ์ 2543 ….. วันนี้...ตื่นมาโคตรเซ็งเลย แทนที่วันหยุดจะได้นอนหลับสบาย...สบาย แต่ต้องตื่นมาแต่เช้าเหมือนวันอื่น...อื่น เพราะเสียงเพื่อนบ้านทะเลาะกัน ด้วยความฉุนทนนอนต่อไปไม่ไหวแล้ว ก็เลยต้องลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวออกไปขับรถเล่น ได้เห็นบรรยากาศธรรมชาติในตอนเช้า รู้สึกสดชื่น และสบายขึ้นหน่อย แต่รู้สึกว่าจะขาดอะไรไปอย่างนะ รำคาญชะมัด..ออ..! นึกได้แล้ว ขาดตัวกวนนั่นเอง สายจะตายแล้ว...ยังไม่โทรมาอีก



โทร.ไปเองก็ได้ว่ะ ..... น้องตาล ยังไม่ตื่นอีกเหรอคะ
ตาล ..... บอกแล้วไงคะ ว่าวันนี้วันหยุด จะตื่นเที่ยง เมื่อคืน ตาลทำรายงานจนเกือบเช้านะ ตาลไปนอนก่อนนะคะ บ่าย...บ่าย ค่อยพบกันนะคะ บ๊ายบายคะ ...ฯลฯ



14 กุมภาพันธ์ 2543 ….. วันนี้ตื่นมาคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันแห่งความรัก ที่ใคร...ใคร เขามีความสุขกัน โดยส่งการ์ด แล้วก็ดอกกุหลาบให้คนที่เขา...รัก ส่วนเรา...ก็พลอยดัดจริตมีดอกกุหลาบกับเขามั่ง อย่านึก...เลยว่ายายต้นตาลจะให้ดอกกุหลาบเรา เฮ้อ...ชีวิต เหงาโว้ย..! แต่ก็เอา...ดอกกุหลาบมาใส่แก้วลอยน้ำไว้ดูเล่นเอง อย่างงั้นแหละ ก็ยังดีที่อุตส่าห์มีกุหลาบให้เก็บ โธ่...ยายต้นตาลเอ่ย เมื่อไร...น้องตาลจะยอมรับพี่สักทีนะ ไม่เป็นไร...สู้..สู้



ต่อแต่นี้ ..... ช่วงความสุขของเรา ก็เริ่มลดน้อยลงไปเรื่อย...เรื่อย เนื่องจาก.....



20 มีนาคม 2543 ….. ตอนหัวค่ำไป คลีนิคใกล้...ใกล้บ้าน เพราะรู้สึกปวด และ แน่นหน้าอกจนทนไม่ไหว ตัดสินใจ X-Ray ดู หมอวินิจฉัยว่าเป็น “โรคปอดบวม“ รู้สึกใจหาย ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ตัวเองจะ เจ็บ-ไข้ ถึงขนาดนี้ อุตส่าห์ทำใจแข็งต่อสู้กับมันมาตั้งหลายวัน ตกลง หมอให้ยามาทานดูก่อน 1 อาทิตย์ ......



21 มีนาคม 2543 ….. ตื่นขึ้นมาตอนเช้า รู้ตัวเองดีว่า ชักไม่ค่อยดี แต่ก็ฝืนใจไปสอบ ไม่อยากขาดสอบ ระหว่างที่สอบอยู่นั้น มันช่างทรมานเหลือเกิน ไอ..ไอ..ไอ..ๆๆๆๆๆๆ พร้อมกับอาการแน่นหน้าอกก็ยิ่งมีมากขึ้น แต่ก็พยายามแข็งใจสอบจนเสร็จ



22 มีนาคม 2543 ….. เพลียมาก เพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับเลย ก็อีกเช่นเคย แข็งใจไปสอบ เพราะไม่อยากขาดสอบ ต้องลงเรียนใหม่ เสียเวลา เสียเงินอีก แต่ว่า...ในที่สุดเราก็แพ้มัน ฝืนอยู่ได้แค่ ช่วงเช้าเท่านั้น ช่วงบ่ายก็ต้องขอลาป่วย มันเป็นลางที่จะบอกว่า ตั้งแต่นี้ไป แก...มีแต่จะทรุดลง...ทรุดลง แล้วก็เป็นจริง พอถึงบ้าน...ต้องรีบนอนทันที ทั้ง...ทั้งที่รู้ว่า...นอนไม่ได้ ก็อยากจะนอน เพราะมันไม่ไหวจริง...จริง



23 มีนาคม 2543 ….. อาการยังทรุดลง ยิ่งเท่ากับไม่มีอะไรดีขึ้น “โรคมายา...โรคออเซาะ” เอ..! มีเพื่อน..เพื่อนปากหมา...ช่วยวินิจฉัยโรคให้เราใหม่แล้วสิ มันเก่งกว่าหมออีกแน่ะ !



24 มีนาคม 2543 ….. วันนี้รู้สึกจะแย่ที่สุด ปวดขนาดหลังแตะพื้นไม่ได้ ทั้งคืน...เรานอนไม่ได้เลย ทุรนทุราย จนสว่าง เลยไปนั่งฟุบอยู่หน้าบ้าน ก็เลยค้นพบวิธีนอนแบบใหม่ คือนอนฟุบไปกับโต๊ะ ก็พอหลับลงได้บ้าง



25 มีนาคม 2543 ….. เหมือนเดิม ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ตอนนอนตอนกลางคืนก็ใช้วิธีที่ค้นพบ เมื่อตอนเช้า คิดเสียว่าเรานั่งรถไปไหนไกล...ไกล สักแห่ง แต่ไม่ใช่รถทัวร์ เป็นรถธรรมดา เพราะมันเป็นไม้ เอนไม่ได้ และ ก็ต้องฟุบกับโต๊ะ หลับ...หลับตื่น...ตื่น ไปตามเรื่อง เซ็งขึ้นมาก็ ไอ...ไอ...ไอ..ไอ จนตัวโก่ง ระบมไปหมดทั้งตัว เพื่อน...เพื่อน คงกลัวติดโรคจากเรารึไง ไม่รู้ พากันย้ายไปนอนที่อื่นกันหมด เหลือเราอยู่คนเดียว เฮ้อ...เพื่อน..!



26 มีนาคม 2543 ..... วันนี้เช้า...น้องตาลมาอยู่เป็นเพื่อน เราก็เอาแต่นอนอย่างเดียว รู้ตัวเองดีว่า มันใกล้ถึงขีดสุดแล้ว แต่ก็แข็งใจทนมันต่อไป น้องตาล...อยู่ดูแลเราจนดึกมากถึงกลับไป



๏ อันความกรุณาปราณี
จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ
จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน ... ฯลฯ.




น้องตาล ..... ดีกับเราเหลือเกิน เพื่อน...เพื่อนที่กินนอนมาด้วยกันเป็นแรมปี ดันเสือ..กกลัวติดโรคจากเรา....เฮ้อ..!



27 มีนาคม 2543 ….. โ.ค.ต.ร.ซ..ว.ย..! นอนโรงพยาบาล.....วันนี้..รู้สึกว่าจะเลวร้ายที่สุด ก็ฝืนเอา ก็พยายามนอน อยากนอนมาก เพราะมันเจ็บ ปวดหน้าอกไปหมด ถ้าหลับก็คงจะไม่รู้สึกเจ็บ หรือไม่ก็น้อยลง น้องตาล...คงเหงา ที่เห็นเราเอาแต่นอน ก็เข้ามาแหย่เล่น แต่เราไม่สนุกด้วยเลย มันเจ็บ มันระบม ไปหมดทั้งตัว ก็เราไม่แสดงออกว่าเราเจ็บป่วยมาก...มากอย่างที่เรารู้สึก น้องตาล...คงอยากให้เราดูร่าเริง สนุก...สนุก เหมือนอย่างปกติ น้องตาล...ก็เอาแต่แกล้ง...แกล้ง บอกว่าอย่า..! ยายต้นตาลก็ไม่ฟัง ไม่เชื่อ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เรานึกโมโหขึ้นมา จะทำอะไร น้องตาล ก็ทำไม่ได้ ... “เรารักน้องตาล...เสียแล้ว” ... รักมากมายเหลือเกิน น้องตาล...ดีต่อเราทุกอย่าง ตอนนี้เรามี...น้องตาล...คนเดียว คนเดียวจริง..จริง ก็ทำไร ไม่ได้ ก็ร้องไห้ดีกว่าโว๊ยสส...จะได้หายยั๊ว !! ... นี่ถ้าเป็นปกติธรรมดาแล้ว เราทำอะไรใครไม่ได้ เราจะวาดรูปคนนั้น ลงบนลูกบอล แล้วก็เอาไปเตะอัดกับกำแพงแรง...แรง ถึงจะหายแค้น



29 มีนาคม 2543 ….. มานอน ที่นี่ ได้ 2 วันแล้ว ฉีดยาไป 12 เข็ม นอนระบมไปทั้งตัว เพราะฤทธิ์ยา วันหนึ่ง...วันหนึ่ง ก็ได้แต่นอนคิดถึงตัวเอง คิดถึงความลำบาก...คิดถึงความเคราะห์ร้าย คิดถึงแต่ความชั่วร้าย ที่ซ้ำประดัง คิดถึงชีวิตที่แสนอาภัพ ชีวิตที่ลำเข็ญตลอด ที่ผ่านมาในชีวิต บางครั้งรู้สึกท้อแท้ ไม่อยากที่จะสู้ ....



30 มีนาคม 2543 ….. รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นมาก อย่างผิดสังเกต แต่ที่น่าเบื่อ ก็ยัง ไอ...ไอ...ไอ...ไอ...นั่นเอง คิดว่าถ้าโชคดี เราคงหายในไม่ช้านี้ สงสาร...น้องตาล ที่คอยเป็นธุระให้ ชั่วชีวิตนี้ ขอสาบานว่า จะไม่ลืม...ผู้หญิงที่แสนดีคนนี้เลย ”นิชา.....” ความจริงใจ...น้ำใจอันประเสริฐ...ความเห็นใจ...ความห่วงใย...ความเอื้ออารี...ความกังวลวิตกแทน...น้องตาล...มีให้เราเต็มเปี่ยม สาวน้อย...เธอใจดีเหลือเกิน สิ่งที่เราได้รับแล้ว เราจะตอบแทนได้อย่างไรกัน ไม่ว่าจะกี่ชาติ...กี่ภพ...จะขอตามจนหมดสิ้น....ฯลฯ.



31 มีนาคม 2543 ….. รู้สึกดีขึ้นมาก อาจจะเป็นเพราะกำลังใจเราดีกระมัง ถึงได้คิดอย่างงั้น ตอนหัวค่ำ...หมอเข้ามาคุยด้วย คุยเรื่อง... ”เนื้องอกที่ขั่วปอด” ...และ การรักษา รู้แล้วแทบช็อค ยาเข็มละ 1 พันบาท ทำให้หมดกำลังใจเลย อยากจะปล่อยและให้เป็นไปตามบุญตามกรรม ก็อีกเช่นเคย...น้องตาล...คอยปลอบและให้กำลังใจ ร่วมทั้งคอยให้ความช่วยเหลือทุกเรื่อง....



1 เมษายน 2543 ….. วันนี้วันเกิด น้องตาล น้องตาล...กลับบ้านที่เชียงราย บอกว่า แม่ให้กลับไปทำบุญ เราก็นึกว่า...วันนี้คงไม่เจอน้องตาลแล้ว กำลังนอนมองเพดานคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เหงา...เหงา อยู่พอดี น้องตาล...ก็สะพายเป้ใบเล็ก..เล็กเข้ามา เราดีใจมาก และดีใจจนบอกไม่ถูก เมื่อได้ยิน น้องตาล...



บอกกับนางพยาบาลว่า ..... “พี่ไปพักเถอะคะ คืนนี้ ตาลจะอยู่ที่นี่เอง เช้า...เช้า พี่ค่อยมาลงเวลาออกเวรก็ได้คะ“



เรารู้ตัวเลยว่า ..... เรานอนยิ้มหวาน ทั้งหน้า ทั้งใจ และ คงทุกส่วนของร่างกาย ที่บ่งบอกถึงความสุข และ ดีใจอย่างมากมาย มันเป็นแบบนี้เองเหรอ...เราถามตัวเองว่า เราฝันไปหรือเปล่า...แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ



เสียงน้องตาลก็บอกว่า ..... พี่น้อยลุกเดินไหวมั้ยคะ ... ???
เราถามน้องตาลว่า ..... ทำไมเหรอ ... ???
น้องตาลก็ตอบว่า ..... พี่น้อยลืมแล้วเหรอคะ ว่าวันนี้...วันเกิดของตาลไงคะ … ???
พี่น้อย ..... ไม่ลืมจ๊ะ
ตาล ..... พี่เปลี่ยนชุดนี้นะ
พี่น้อย ..... ทำไมต้องเปลี่ยนหล่ะ ... ???
ตาล ..... พี่เปลี่ยนชุดสิคะ ไม่เปลี่ยนจะออกไปจากโรงพยาบาลได้ไงคะ
พี่น้อย ..... เราจะไปไหนกัน
ตาล ..... ตาลไม่เคยเลี้ยงวันเกิดเลยนะคะ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ตาลจะเลี้ยงไอติมพี่ : ) : )
พี่น้อย ..... เรากลั้นหัวเราะไม่อยู่ เป็นหัวเราะที่มีความสุขและดังที่สุดในชีวิตของเรา
เราบอก ..... ยายน้องตาลเอ่ย...พี่จะทานไอติมกับน้องตาลได้ไง พี่ป่วยอยู่นะ
ตาล ..... เมื่อวาน ตาลถามคุณหมอแล้ว คุณหมอบอกว่า..ทานได้คะ
พี่น้อย ..... เอ้า !! ...ไปก็ไป
น้องตาล ..... ยิ้มหวานสมชื่อ เธอคงดีใจ ไม่แพ้เราหรอกนะ



2 - 3 เมษายน 2543 ….. หายเหงาไปเยอะ เพราะน้องตาลอยู่เป็นเพื่อน น้องตาลมีเรื่องเล่าของน้องตาลเยอะแยะ เราฟังไม่รู้จักเบื่อ ... จบเรื่องนี้ ... ต่อเรื่องนั้น น้องตาล...ก็เล่าไปเรื่อย...เรื่อย บางครั้งก็ออกท่าออกทาง เราหัวเราะจนเจ็บท้องไปหมด ต้องบอกให้น้องตาลหยุด..หยุดก่อน ระหว่างที่น้องตาลเล่าเรื่องอะไรต่ออะไรมากมาย เรามองเธอด้วยความสุข วันหนึ่ง...เราต้องชนะใจเธอให้ได้ ถึงแม้...น้องตาลจะดีกับเรามาก...มาก แต่เราไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่า เธอรักเรา เธอเป็นคนมีน้ำใจ ถ้าคนอื่นเป็นอย่างเรา เธอก็คงช่วยเหลือเช่นกัน เฮ้อ..ไอ้น้อยเอ่ย .. ! เจ้ามีบุญ หรือ มีกรรมกันแน่ว่ะ ที่ได้มาเจอ...น้องตาล เด็กผู้หญิง ที่ใจดีแบบนี้ จะหาได้ที่ไหนอีกมั้ยเนี้ยะ เฮ้อ..!



4 เมษายน 2543 ….. อาการดีขึ้นเยอะ จนคิดว่า ตัวเราเองหายแล้ว แต่ หมอบอก ... เอาให้แน่ก่อน ... ที่จริงถ้านอนฟรี..! เราจะไม่ขัดเลย ยิ่งผ่านไปนานวันเท่าใด ก็หมายถึงค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อย...เรื่อย ก็ไม่อยากรบกวน น้องตาล...มาก...มาก ก็เลยบอกหมอว่า ไปพักผ่อนที่บ้าน แล้วค่อยมาหาหมอตามนัดดีกว่า...



5 เมษายน 2543 ….. วันนี้ทานได้เกือบ 100% แล้ว น้องตาล...ไปเรียนแต่ยังอุตส่าห์สั่งให้แม่บ้านทำข้าวต้มกุ้งมาฝาก วันนี้...มีอะไรมา ซัดเรียบหมด รู้สึกเจริญอาหารดี



7 เมษายน 2543 ..... ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว



8–12 เมษายน 2543 ..... ไปเป็นเพื่อน น้องตาล เรียนซัมเมอร์



12 เมษายน 2543 ..... ตั้งแต่.....พี่น้อยออกมาจากโรงพยาบาล กลับมาอยู่บ้าน บางครั้งดูเหมือนค่อยยังชั่วแล้ว แต่บางวันพี่น้อยก็ไอ...ไอ..มาก..มาก กว่าเก่าอีก พี่น้อยแอบป้วนเสมหะทิ้งในห้องน้ำ คิดว่าตาลไม่รู้ พี่น้อย...ไอออกมาเป็นเลือดก้อน...ก้อน ทีละมาก...มาก แต่พี่น้อยทำเป็นเหมือนไม่มีอะไร เพื่อน...เพื่อนพี่น้อยคงเห็น แล้วก็กลัวว่าพี่น้อยจะเป็นวัณโรค แบบเป็นโรคติดต่อ เลยพากันหนีหน้าไปหมด เวลาพี่น้อยไปมหา’ลัย กะ ตาล พี่น้อยก็ไปแอบ นั่ง...นั่ง นอน...นอน อยู่ใต้ต้นไม้ ไกล...ไกลตึกเรียน ไม่ให้ใครเห็น ถ้าเพื่อน...เพื่อนบังเอิญเดินผ่านมาเห็น เค้าก็จะทำท่ารังเกียจพี่น้อยอย่างออกหน้า แบบคนที่ไม่มีน้ำใจเลย ตาล...รู้เลยว่าพี่น้อยเสียใจที่เพื่อน..เพื่อนเป็นแบบนั้น บางครั้ง...ตาลเห็นพี่น้อยร้องไห้ ตาลคิดเอาเองว่า ถ้าผู้ชายตัวโต..โต ร้องไห้ได้ เค้าคงอาการแย่มาก...มากแล้ว



13 เมษายน 2543 ….. ออกไปเล่นสงกรานต์ สนุกมากครับ



14 เมษายน 2543 ….. พี่น้อย..ป่วยอีกแล้ว เป็นความผิดของตาลเองที่ปล่อยให้พี่เค้าไปเล่นสงกรานต์ ตาล...โทรหา พ่อแม่ที่เชียงราย และขออนุญาตพ่อแม่ พาพี่น้อยไปรักษาที่ ศูนย์มะเร็ง ที่ โรงพยาบาลศิริราช ตามหมอบอก และ พ่อของตาลก็มีบัตร ผู้อุปการะกิตติมศักดิ์ ของโรงพยาบาลศิริราชด้วย คงอาจจะประหยัดค่ารักษาพยาบาลลงไปได้มากกว่าอยู่โรงพยาบาลเอกชนนี้ ... จากนั้นหมอก็ทำหนังสือโอนผู้ป่วยและประวัติการป่วยของพี่น้อยมาให้ด้วย ตาลพาพี่น้อยไปพักที่บ้านพ่อแม่ของตาลที่กรุงเทพฯก่อน 1 คืน



15 เมษายน 2543 ….. ป้าแม่บ้านบอกว่า โรงพยาบาลของรัฐคนเยอะมาก คุณต้องไปแต่เช้ามืด คุณถึงจะได้คิวทันตรวจตอนเช้า ตาลก็ไม่ได้คิดว่า แค่ไป โรงพยาบาลเพื่อโอนย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช นั้น จะยุ่งยากมากมาย ก็ไม่ได้ขอให้พ่อแม่ช่วยอะไร ก็คิดว่าทำเองได้ ประมาณตี 4 ตาลก็ขับรถพาพี่น้อยไปโรงพยาบาล ไม่ได้ให้คนขับรถไปด้วย เพราะไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ตาลก็แค่ถามทาง แล้วก็ขับไปเอง ตาลมาถึงโรงพยาบาลประมาณ ตี 4.30 น.



พอไปถึง ..... โรงพยาบาลศิริราช ตาลอยากร้องไห้จังคะ นี่เหรอ โรงพยาบาลของรัฐ ชีวิตนี้ ... เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก โธ่...เรา ตาลกะพี่น้อย มองหน้ากันแบบ ไม่รู้จะยิ้มหรือจะทำหน้าไงดี ร้องเท้าแตะหน้าเคาเตอร์ที่ลงทะเบียนผู้ป่วย ยาววววววมากเลยคะ ไม่มีคน มีแต่ร้องเท้าเข้าแถวอยู่



โอ๊ยสสส ... !! ยายต้นตาลเอ่ย ... เสียงพี่น้อย เรียกตาลเบา...เบา
ตาลก็บอกพี่น้อย ..... นั่งรอตาลอยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ ตาลจะไปหารถเข็นมาให้พี่นั่งสักคันก่อนนะ



จากนั้น ..... อีกประมาณ 2 ชั่วโมงต่อมา เราก็ได้ บัตรผู้ป่วย ถึงแม้พี่น้อยจะมีแฟ้มประวัติผู้ป่วยมาจากโรงพยาบาลเก่าแล้ว แต่ดูเหมือน...แฟ้มนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย พี่น้อย...ต้องเริ่มต้นใหม่หมด ตั้งแต่เช็คอัพ X-Ray เจาะไขสันหลัง ตาลจำได้ไม่มีวันลืม ถ้าพี่น้อย ไม่ห้ามตาลไว้ ตาลเกือบทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลฯ หลายครั้ง ภายใน 1 ชั่วโมงนั้น ต้องบอกว่าชุ่ย..!! มากๆ นะคะ เล่าตรงนี้คงไม่จบแน่ ใครอยากรู้ก็ลองไปที่โรงพยาบาลฯนั้นเอง แล้วกันคะ



แค่ ..... ตรวจร่างกาย ก็อยู่คนละตึก เดินเข็นรถแค่ไป...ไปมา...มา เพื่อเช็คอัพ...X-Ray…เจาะไขสันหลัง กว่าจะได้ห้องพักปาเข้าไป จะ 1 ทุ่มแล้ว ตาลกับพี่น้อย ไม่ได้ทานอาหารกลางวันและอาหารเย็นเลยในวันนั้น เราดื่มนมกันคนละ 1 กล่อง แค่นั้น ตาล...เหนื่อยจนทานอะไรไม่ลง แล้วก็เหม็นยามาก...มากด้วย อยากเป็นลมตั้งหลาย...หลายครั้ง แต่เป็นไม่ได้ เพราะถ้าตาลเป็นอะไรไปตอนนี้ ใครจะดูแลพี่น้อยหล่ะ บุรุษพยาบาล และนางพยาบาลที่นี่ ต้องจองก่อนล่วงหน้า ไม่มีให้บริการเราเลย ทุกครั้งที่เข็นรถพี่น้อยลงทางลาด ตาลก็แทบจะดึงรถไม่อยู่ เพราะด้วยความฉลาดน้อย ไม่รู้ว่าควรจะเดินถอยหลัง กว่าจะมองเห็นว่าคนอื่นเค้าทำกันยังไง ก็เกือบบ่ายแล้วคะ ตาลบอกพี่น้อยให้ไปโรงพยาบาลเอกชนกันเถอะ แต่พี่น้อยไม่ยอม พี่น้อยไม่อยากรบกวนที่บ้านตาลมาก...มาก ตกลงวันนั้นพี่น้อยก็ได้เข้าไปพักในห้องผู้ป่วย ประมาณ 1 ทุ่มกว่าแล้ว



คืนนั้น ..... ยังหาพยาบาลมาเฝ้าผู้ป่วยไม่ได้ ตาลก็โทรให้ป้าแม่บ้านเอาเสื้อผ้ามาให้แล้ว อยู่เป็นเพื่อนพี่น้อย จนถึงเย็นวันที่ … 16 เมษายน 2543



แล้วก็ ..... กลับไปเรียนซัมเมอร์ต่อ ตาล...ฝากพี่น้อยไว้กับ ป้าแม่บ้าน บอกฝากกับอาอ้อย กับพี่นิด กับพี่หน่อย บอกกับทุกคนที่เป็นญาติตาล และ พอมีเวลาไปดูพี่น้อยให้ ทุกคนใจดี ช่วยกันผลัดไปเยี่ยมพี่น้อย ทุกวันต้องมีใครคนใดคนหนึ่งไปเยี่ยมพี่น้อยที่โรงพยาบาลเสมอ...ไม่ได้ขาด เพราะตาลบอกกับทุกคนว่า พี่น้อยไม่มีญาติ ก็ตาลไม่เคยได้ยินพี่น้อยเล่าเรื่องครอบครัวของพี่น้อยเลย ตาล...เป็นคนที่ไม่ซัก ไม่ถาม ไม่อะไรทั้งนั้น บอกตาลให้รับรู้แค่ไหน ก็แค่นั้น จนบางครั้งพี่น้อยก็ต่อว่าตาล หาว่าตาลไม่สนใจพี่น้อยเลย ตาล...ก็บอกว่า อยากให้...ตาลรู้อะไรก็บอกตาลสิคะ ตาล...ไม่รู้จะซักถามทำไมนี่นา.....



วันไหน ..... ที่ตาลว่าง ไม่มีเรียน ตาลก็มาเยี่ยมพี่น้อยเสมอ และ เมื่อวันที่



2 พฤษภาคม 2543 ….. ตาลมีเรียน และ สอบซัมเมอร์ ช่วงนั้นตาลก็รู้สึกว่า พี่น้อยไม่มีอาการดีขึ้นเลย นอกจากทรุดลงทุกครั้งที่ตาลเห็น ร่างกายของพี่น้อย ที่ตาลเคยแอบมองและชื่นชมนั้น เดี๋ยวนี้...เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ผมที่ยาวสวย...สวยก็หลุดร่วงไปหมดแล้ว ดวงตาแห้ง...แห้งปราศจากแววของพี่น้อย ยังติดตาตาลอยู่ตราบทุกวันนี้



ตาล ..... ตัดสินใจเสียมารยาท แวะไปที่บ้านพักของพี่น้อย บอกลุงที่เฝ้าบ้านว่า ขอเข้าไปค้นหาเอกสาร ที่อาจจะมีที่ติดต่อใครที่เป็นญาติของพี่น้อยได้บ้าง ลุงที่เฝ้าบ้าน ก็คือเจ้าของบ้านเช่าของพี่น้อยนั่นเอง เธอใจดีกับพี่น้อยมาก เวลาที่พี่น้อยอยู่ที่นี่ ตาลไม่มา ลุงก็ช่วยดูแลพี่น้อยเสมอ วันนี้...ก็เช่นกัน ลุงเข้าไปช่วย...ตาลค้นหาด้วย เราตั้งใจค้นหากันอยู่ประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง เกือบจะหมดความพยายามกันอยู่แล้ว ก็พอดีเจอแฟ้มที่พี่น้อยเก็บเอกสารสำคัญไว้พอดี มีสำเนาทะเบียนบ้าน ที่จังหวัด พะเยา มีชื่อ บิดา มารดา ตาล...ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ อย่างน้อย...น้อย พี่น้อยน่าจะดีใจนะ ที่จะได้พบกับพ่อแม่ พี่น้อยอาจมีกำลังใจสู้กับชีวิตอีกสักนิดก็ได้ แค่เป็นความหวังเล็ก...เล็กที่ตาลคิดเท่านั้น



หลังจาก ..... ตาลโทรเลขไปให้พ่อแม่ พี่น้อยไม่ถึง ครึ่งวัน ก็มีโทรศัพท์จาก คุณแม่พี่น้อย ถึงตาล เสียงคุณแม่พี่น้อย ดูใจดี ขอบใจตาลอย่างมากมาย



แล้วท่านก็บอกว่า ..... ท่านจะเดินทางมากรุงเทพฯ พร้อมกับพ่อของพี่น้อย
ตอนนั้น ..... ตาลยังไม่เข้าใจหรอกนะคะ
ว่า ..... ทำไม พี่น้อยไม่เคยเล่าเรื่องครอบครัวของพี่น้อยให้ใคร...ใครรู้เรื่องเลย



3 มิถุนายน 2543 ตาล ..... มาเยี่ยมพี่น้อยอีกครั้งหลังจากสอบเสร็จ พบกับ พ่อแม่ของพี่น้อย ทั้งสองท่าน ดูจากการแต่งตัว เรียบร้อยดี พูดจาก็ไพเราะ ท่าทางเค้าดีใจมาก...มากที่พบตาล...คุยกับตาลเหมือนลูกหลาน ไม่รู้ช่วงที่พ่อแม่พี่น้อยมากรุงเทพฯ ดูแลพี่น้อยอยู่นั้น พี่น้อยโม้อะไรให้พ่อแม่ฟังบ้าง พ่อแม่พี่น้อยถึงทำท่ารักตาลจัง กว่าจะทักทายกับพ่อแม่และญาติ...ญาติ ของพี่น้อย เป็น สิบจนครบทุกคน ก็เล่นเอาเวียนหัวเลยนะคะ



พี่น้อย ..... กระซิบบอกแม่ว่า ต้องการอยู่กับ...ตาลสองคน พ่อแม่พี่น้อยก็พาคนอื่นออกไปข้างนอก พอทุกคนลับตาไป พี่น้อยก็เอ่ยปากต่อว่าตาลใหญ่เลย ไม่ใช่เรื่องที่ตาลบอกพ่อแม่ของพี่น้อยนะคะ แต่เป็นเรื่อง...ที่ตาลหายไปหลายวัน ไม่ใช่หลายวันสิคะ เป็นเดือนเลยคะ



พี่น้อยกล่าวหาว่า ..... ตาลลืมพี่น้อยแล้ว ทำไมหายไป



ตาลก็บอกว่า ..... พี่น้อยลืมเหรอคะ ตาลโทรหาพี่ทุกวันนี่คะ พี่ไม่เห็นบอกว่าต้องการให้ตาลมาหาพี่ แล้วพี่...ก็มีพ่อแม่ญาติพี่น้องมาอยู่เยี่ยมมากมายแล้ว ตาลเป็นคนนอก ตาล...ไม่กล้ามาหรอกคะ ตาลไม่รู้ว่าตาลจะทำตัวยังไง แล้วอีกอย่าง ตาลก็ยังสอบไม่เสร็จเลยนะคะ ตอนนี้...ตาลสอบซัมเมอร์เสร็จแล้ว พอมาได้ ตาลก็มาหาพี่ไงคะ

พี่น้อย ..... พูดอะไรอีกมากมาย ตาลฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะเสียงพี่น้อยเปลี่ยนไปแล้ว เบา และ แหบ...แหบ เกือบจะไม่ได้ยิน



วันนั้น ..... หน้าพี่น้อย บวม...บวม แขนและมือก็บวมทั้งสองข้าง พี่น้อย...ขอให้ตาลจับมือพี่น้อยไว้ให้นานที่สุด ตาลก็ทำตามที่พี่น้อยขอ ระหว่างที่ตาลจับมือพี่น้อยอยู่นั้น ตาลมองเห็นแหวนนามสกุลของตาลติดอยู่ที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของพี่น้อย ... ตาลเกือบลืมไปแล้วว่า แหวนนามสกุลของตาล อยู่กับพี่น้อยตั้งแต่เมื่อไร พี่น้อยเห็นตาลมองแหวน



พี่น้อยก็ถามว่า ..... จำแหวนวงนี้ได้มั้ย ???
ตาล ก็บอกว่า ..... จำได้สิคะ ก็ของตาลเอง ทำไมจะจำไม่ได้ ตาลทำแหวนวงนี้หาย ที่สระน้ำ ตั้งแต่วันแรกที่ตาลเข้ามาเป็นน้องใหม่ ตาลเข้าไปว่ายน้ำที่ศูนย์ฯ แล้วขึ้นไปกระโดดสปริงบอร์ด แล้ววันนั้นแดดแรงมาก ตาลก็ทาครีมกันแดดเยอะ...เยอะ มือคงลื่น...ลื่น แหวนที่ใส่อยู่ที่นิ้วกลางข้างซ้ายก็หลุดลงน้ำหายไปเมื่อไรก็ไม่รู้ ช่วยกันหาตั้งหลายคน ก็ไม่เจอ จนพวกเราคิดว่า แหวนไหลลงท่อระบายน้ำไปแล้ว ก็เลิกหา .....



มีรุ่นพี่คนหนึ่ง ..... ก็คือพี่น้อยนี่แหละ

ตะโกนบอกว่า ..... ไม่เอาแล้วใช่มั้ยครับ ถ้าผมหาเจอ ก็เป็นของผมเลยนะครับ หลังจากนั้น...ตาลก็ไม่เคยเห็นแหวน หรือได้ข่าวคราวของแหวนวงนี้อีกเลย จนกระทั้งวันนี้...ถึงรู้ว่า พี่น้อยเก็บแหวนวงนี้ไว้ตลอด พี่เค้าก็ใส่อยู่ตลอดนะ ตาล...ก็เห็น แต่ตาลไม่เคยนึกว่าเป็นแหวนนามสกุลของตาล คงเป็นเพราะตาลไม่ได้สนใจมั้งคะ



พี่น้อยบอกว่า ..... พี่จะเอาไปด้วย พี่น้อยพูดแปลก...แปลก เหมือนจะลาไปไหนแล้ว ตาลใจไม่ดีเลย

ตาลก็บอกกับพี่น้อยว่า ..... พี่น้อยไม่เป็นอะไรหรอกคะ อีกไม่นานเราก็จะได้ไปว่ายน้ำแข่งกันได้แล้วคะ



ตาล ..... ก็ยิ้มให้พี่น้อย แต่พี่น้อยไม่ยิ้มกับตาลแล้ว พี่น้อย...ร้องไห้ น้ำตาค่อย...ค่อยไหลซึมออกมา ตาลเอาผ้าเช็ดหน้าของตาลออกมาเช็ดน้ำตาให้พี่น้อย แล้วพี่น้อยก็ขอผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้ พี่น้อยกำผ้าเช็ดหน้า พร้อม...พร้อมกับที่จับมือตาลแน่น...แน่นมาก...มาก มือพี่น้อยเย็นขึ้นเรื่อย...เรื่อย



ตาลบอกพี่น้อยว่า ..... พี่น้อยนอนเถอะนะคะ ตาล...จะอยู่เป็นเพื่อนพี่ตรงนี้ ยังไม่ไปไหน คืนนี้จะอยู่เป็นกับพี่คะ ตาลพูดปลอบใจพี่เค้าไปแบบนั้นเอง ไม่ได้คิดว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า เพราะญาติๆพี่เค้ามาเยอะแยะ ตาลก็ไม่ได้สงสัยว่าทำไม วันนี้คนเยอะจัง ก็คิดว่า แค่ทุกคนคงมาเยี่ยมพี่น้อยเท่านั้น



พี่น้อย ..... นอนหลับไปแล้ว นอนหลับตา แล้วก็...น้ำตาซึมออกมานิด..นิด หน้ายิ้ม...ยิ้มอย่างมีความสุข สักประเดี๋ยวตาลก็...สงสัยว่าทำไมมือพี่น้อยเย็นมาก...มากจัง ก็มองไปทางเครื่องช่วยหายใจ เครื่องไม่ทำงานแล้ว คลื่นหัวใจ คลื่นนั้น...ไม่มีรอยหยัก...หยักขึ้น...ขึ้นลง...ลงอีกแล้ว คลื่นหัวใจของพี่น้อยเป็นเส้นตรงไปแล้ว พี่น้อย...จากตาล...ไปแล้วจริง...จริงเหรอคะ



ตาล ..... กำลังจะกดกริ่งเรียกพยาบาล แต่พอหันไปมองทางประตู ก็มีพ่อแม่และญาติ...ญาติของพี่น้อยยืนร้องไห้อยู่ และหมอ นางพยาบาล ก็ยืนรออยู่แล้ว ตาล...เพิ่งรู้ว่า...ทุกคนรู้แล้ว มีตาลเท่านั้น ที่ไม่รู้อะไรเลย และถ้าวันนี้...ตาลไม่มาหล่ะ ตาลก็คงไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่น้อยอีกเลย.....



ทุกคน ..... ร้องไห้ มีแต่ตาลเท่านั้น ที่ยืนมองหมอเค้าทำโน้น ทำนี้ที่ตัวพี่น้อย ตอนนั้น...23.30 น. พอดี ตาล.....ยืนมองพี่น้อย และ ถามตัวเองว่า พี่น้อย...บอกลาและจากตาลไปแล้วจริง...จริงเหรอคะ ตาลมาถึงที่นี่...ตั้งแต่ 17.15 น. 6 ชั่วโมง ที่ตาล กะ พี่น้อย มีโอกาสคุยกันเป็นครั้งสุดท้าย ทุกคนคงคิดว่า ตาล...ไม่ได้เสียใจเลย ที่พี่น้อยจากไป ไม่มีใครเคยเห็นตาลร้องไห้



คะ ..... ตาลยอมรับว่า ตาลอยากให้พี่เค้าจากไปเร็ว...เร็ว ตาล...เห็นสภาพพี่เค้าแล้ว ตาล...สงสาร พี่น้อย...คงเจ็บปวดทรมานมากเหลือเกินแล้ว



พี่จ๋า ..... พี่พ้นทุกข์ทรมานไปแล้ว ตาล...ดีใจที่ได้ช่วยเหลือปรนนิบัติดูแลพี่...ในช่วงสุดท้ายแห่งชีวิตของพี่ พี่น้อย...ได้ดิ้นรนต่อสู้มามากแล้ว วันนี้พี่...ได้พักผ่อนแล้วนะคะ พี่ไม่ต้องบ่น...บ่น ว่าเหนื่อยอีกแล้ว



ขอให้ ..... ดวงวิญญาณของพี่น้อย...ไปสู่สรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด ถ้าชาติหน้ามีจริง...ขอให้ ตาล กะ พี่ เกิดมาพบกันอีก แล้วพี่อย่าหนี...ไปเร็ว...เร็วแบบนี้อีกนะคะ



ไม่ยุติธรรมเลย ..... ที่พี่ทิ้งให้...ตาล อยู่คนเดียวแบบนี้ .....ฯลฯ.



คืนนี้ ..... วันที่ 3 มิถุนายน 2543 พี่น้อย...จากไปตอนประมาณ 23.30 น. กว่าตาล...จะออกจากโรงพยาบาล ก็ประมาณ ตี 2 กว่าแล้ว ตลอดทางที่ขับรถกลับบ้าน



คิดถึงแต่พี่น้อยว่า ..... ป่านนี้ พี่น้อยไปล่องลอยอยู่ตรงไหนหนอ...คิดได้แค่นั้น ก็เหลือบตาไปดูกระจกส่องหลัง นึกว่าจะเหมือนแบบในหนังไทยบ้าง ว่าบางที...พี่น้อยอาจจะมานั่งอยู่ที่เบาะหลัง มองไปก็ไม่มี ก็มองดูเบาะข้าง...ข้างอีกที ก็ไม่มี



นึกถามตัวเองว่า ..... เรากลัวพี่น้อยมั้ย ... ???
ก็ตอบว่า ..... ไม่กลัว มาก็มา มาก็คุยกันต่อสินะ ยังคุยไม่หายคิดถึงเลย อยู่...อยู่ก็คุย อยู่ดี...ดี พอบอกให้หลับ ก็เล่นหลับไป ไม่ตื่นอีกเลย แบบนี้คงต้องถามกันหน่อยแล้วมั้งว่า จะรีบไปไหน ? ก็นึกอยู่แบบนั้น จริง...จริงจะบอกว่าไม่กลัวเลย ก็คงไม่ใช่นะ กลัวเหมือนกัน กลัวว่า...ถ้าพี่น้อยมาแบบหน้า เละ...เละ ตาล...อื๊อสส...อื๊อสส...จะทำไงดี ก็นั่งคิดไปตลอดทาง ตาก็คอยมองไปเรื่อย...เรื่อย แบบกลัว...กลัว กล้า...กล้า หน่ะ...!!



ในที่สุด ..... ก็ถึงบ้านจนได้ พอถึงบ้าน ก็รีบขึ้นไปห้องที่ พี่น้อยเคยมานอนพักที่นี่ 1 คืน ก่อนที่จะเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ที่รีบไปดู ไม่ใช่อะไร อยากรู้ว่า พี่น้อยหน่ะ มาที่นี่มั้ย ? แต่ไม่เห็นมีอะไร ?



ป้าแม่บ้านเดินตามมา แล้วก็ถามว่า.....มีอะไรเหรอคะคุณ ?
ตาลก็ตอบว่า ..... พี่น้อย จากไปแล้วคะ ตาลอยากรู้ว่า พี่เค้าจะมานอนที่ห้องนี้มั้ย ?



ป้าแม่บ้านบอกว่า ..... คุณน้อยเข้ามาไม่ได้หรอกคะ บ้านเราก็ต้องมีเจ้าที่ เจ้าทาง ถ้าเจ้าของบ้านไม่ไปบอกให้อนุญาต ให้เข้ามา ก็เข้ามาไม่ได้คะ

ตาลก็ว่า ..... อ้าว เหรอคะ งั้น ทำไงดีจ๊ะป้า ที่จะให้พี่น้อยเข้ามาในบ้านเราได้
ป้าแม่บ้านก็ตอบว่า ..... คุณก็ไปจุดธูปบอกที่ศาลพระภูมิ ว่าอนุญาตให้คุณน้อยเข้ามาได้
ตาลตอบรับ ..... จ๊ะ จ๊ะ



แล้ว ..... ตาลก็วิ่งปรื๋อ ไปเลยคะ ป้าก็วิ่งตาม พอจุดธูปบอกเสร็จ ตาลก็รีบวิ่งเข้าบ้าน แล้วก็วิ่งขึ้นไปบนห้องนั้นอีก วิ่ง...วิ่งตลอดเลยนะคะ กลัวว่าถ้าพี่น้อยหายตัวได้ ตาลจะไม่ทันเห็นพี่น้อย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ตาล...ถึงคิดว่า พี่น้อยจะต้องมาที่นี่



คืนนี้ ..... ตาลไม่ได้อาบน้ำ เปลี่ยนชุดนอนเลยนะ ตาล...นั่งอยู่บนเตียงที่พี่น้อยเคยนอน แล้วก็จ้องแต่ที่ประตู ว่าเมื่อไรพี่น้อยจะมา เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า...กว่า ตาลกับป้าแม่บ้าน ได้กลิ่นธูป หอม...หอม มาก...มาก



ป้าแม่บ้านบอกว่า ..... คุณน้อยมาแล้ว แต่เรามองไม่เห็น คุณอยากพูดอะไรกับเธอก็รีบ...รีบพูดสิคะ

ตาลก็....มอง...มองไปรอบ...รอบห้อง แล้วก็พูดว่า พี่น้อย...ได้ยินเสียงตาลมั้ยคะ ? ตาล...เป็นห่วงพี่น้อยนะคะ พี่ไปอยู่ที่ไหน สบายดี หรือไม่สบายดี ก็อย่าลืมมาส่งข่าวบอกกันบ้างนะคะ ตาล...จะบอกพ่อแม่ของตาล ให้ทำบุญให้พี่เยอะ...เยอะนะคะ พี่จะได้ไม่ลำบาก ออ...แล้วพี่ เจอใครที่ไม่รู้จัก พี่พูดกับเค้าดี...ดี นะ เดี๋ยวเค้าจะรังแก พี่เอาอีก พี่ได้ยินตาลนะ แล้วเช้านี้...ตาลจะไปเชียงราย ไปขออนุญาต พ่อแม่ ไปงานของพี่น้อยที่พะเยานะคะ พี่อย่าห่วงเลยนะ ตาลไปได้คะ แล้วพบกันในงานนะคะ ป่านนี้...รถของโรงพยาบาลที่ไปส่งพี่ คงไปไกลแล้วนะคะ เดี๋ยวพี่...จะลอยไปทันมั้ย ? รีบไปเถอะคะ โชคดีนะคะ บ๊ายบายคะ



หลังจาก ..... ที่ตาลพูดเสร็จ กลิ่นธูปหอม...หอม นั้นก็จางหายไป
ป้าแม่บ้านถามตาลว่า ..... คุณจะนอนหรือยังคะ ป้าจะอยู่เป็นเพื่อน
ตาลบอกว่า ..... ไม่นอนแล้วคะ จะเช้าแล้ว ตาล...อาบน้ำแต่งตัวไปสนามบินดีกว่านะคะ ป้าช่วยบอกลุงเอารถออกด้วยนะคะ

4 มิถุนายน 2543 ….. เช้านี้ ตาลก็เดินทางไปเชียงราย ไปขออนุญาตพ่อแม่ ไปงานของพี่น้อย แล้วก็ขอเงินพ่อแม่ไปทำบุญให้พี่น้อยด้วย วันนี้ เป็นเช้าวันอาทิตย์ ตาลฝากให้แม่เป็นธุระ เรื่องลาเรียน 10 วัน กับอาจารย์ประจำวิชาต่าง...ต่างของตาลให้ด้วย แล้วก็เพิ่งเปิดเรียน ไม่กี่วันเอง คงยังไม่มีอะไรเรียนมาก...มาก ตาลก็กะว่าจะอยู่ที่พะเยาจนกว่างานของพี่น้อยจะเสร็จเรียบร้อย



เช้านี้ ..... เสร็จเรื่องจากเชียงราย ตาลก็นั่งเครื่องมาลงที่เชียงใหม่ แล้วก็นั่งรถปรับอากาศไปพะเยาคนเดียว ตอนแรกแม่ก็จะไม่ยอม แต่ตาลบอกว่า พี่น้อยเคยสัญญาว่าจะพาตาลไปเที่ยวพะเยา และนั่งรถปรับอากาศจากเชียงใหม่ ไป พะเยา



ตาลบอกพ่อแม่ว่า ..... ขอตาลทำอย่างที่พี่น้อยบอกตาลนะคะ แล้วตาลจะคอยโทรศัพท์บอกพ่อแม่ทุก 15 นาที ว่าตาลอยู่ตรงไหนแล้ว

พ่อกับแม่ ก็มองหน้ากัน แล้วพ่อก็บอกว่า ..... โอเค สั้น..สั้น



1 / 2

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    17/07/2003 07:04 PM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


<> พ่อยอดชายของ ... ตาล <>



ตาล ..... ก็รีบวิ่งไปขึ้นรถให้รถที่บ้านไปส่งที่สนามบินเชียงราย ..........

จาก.....เชียงรายมาเชียงใหม่ แล้วก็นั่งรถประจำทางไปที่พะเยา ตลอดการเดินทางครั้งนี้ ตาลคิดถึง...แต่ที่พี่น้อยบอกว่าจะพาตาลไปเที่ยวบ้านของพี่น้อย ตาล กะ พี่น้อย คุยกันเสมอว่า...ตาลชอบของเก่า..เก่า โบราณ..โบราณ



พี่น้อยก็บอกว่า ..... สงสัยตาลคงกลับชาติมาเกิดนะ ดูท่าทางตาลเชื่อเรื่องไสยาศาสตร์ และก็เรื่องขนบธรรมเนียมของคนเก่า...เก่า จัง

คะ ..... ตาลเชื่อ ก็ตาลอยู่ที่บ้าน บ้านตาลมีแต่คนสูงอายุมากมาย ได้รับการบอกเล่า เรื่องราวต่าง...ต่าง ฟังแล้วน่ากลัว น่าเชื่ออีกต่างหาก แล้วผู้ใหญ่ก็สอนเสมอว่า อย่าลบลู่เรื่องราว และสิ่งที่คนโบราณเค้าเชื่อถือกัน เราฟังไว้ก็ไม่เสียหายอะไร



ตาล ..... กับพี่น้อยคุยกันเรื่องนี้ทีไร มีอันต้องทะเลาะกันแบบเถียง...เถียงกันนั่นแหละ แต่ก็ซีเรียสนะคะ ตาลต้องคอยระวังว่า ถ้าจะมากเรื่องแล้ว ตาลก็จะชวนพี่น้อยคุยเรื่องอื่นแทน

อย่างเรื่อง ..... ของพี่น้อยก็เหมือนกัน ตาลก็ไม่อยากเชื่อว่าทำไม พี่น้อยถึงป่วยหนักแล้วก็ตายเร็วจัง อย่างไม่มีวี่แววของคนป่วยมาก่อน ปกติพี่น้อยดูแข็งแรง ไม่มีอาการของคนที่จะเจ็บป่วยสักนิด



แต่ ..... หลังจากที่พี่น้อย ไปฉี่ใส่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ที่ผูกผ้าสี..สี ที่คนโบราณเค้าถือกันว่ามี...รุกขเทวดา...อาศัยอยู่ในต้นไม้นั้น ชาวบ้าน...ส่วนใหญ่จะน้ำอาหารและของเซ่นไหว้มาที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นเสมอ...เสมอ

วันนั้น ..... ตาลกับพี่น้อย ก็ขี่มอเตอร์ไซต์แข่งกันเล่น...เล่น ออกไปนอกเมือง ปกติเราสองคนก็ขี่รถเล่นกันบ่อย..บ่อย พี่น้อยก็ไม่เคยจะจอดรถฉี่ข้างทางเลย แต่วันนั้น...พี่น้อยบอกว่าทนไม่ไหวแล้ว พี่น้อยก็ไปจอดตรงต้นไม้ใหญ่ๆต้นนั้น ตาลหันไปเห็นต้นไม้มีผ้าสี..สีผูกอยู่



ตาลก็ตะโกนบอกพี่น้อยว่า ..... ”พี่น้อยอย่านะ เค้าถือ”
แต่พี่น้อยก็ตะโกนกลับมาบอกว่า ..... “ถืออะไรตอนนี้ พี่ปวดฉี่จะแย่แล้ว ขอก่อนหล่ะ”
แล้ว ..... พี่น้อยก็เดินตรงไปที่ต้นไม้นั้น พอพี่น้อย ฉี่เสร็จ ได้ยินเสียง
พี่น้อยบอกว่า ..... “ไม่เห็นมีอะไร ชาวบ้านพวกนี้ก็งมงายไปเอง”



ตาลก็บอกพี่น้อยว่า ..... ”พี่น้อยไม่ยกมือไหว้ขอโทษเค้าหน่อยเหรอคะ เผื่อมีอะไรอย่างที่ชาวบ้านเค้าคิดกันนะ ไปทำแบบนี้ไม่ได้มั้งคะ”

พี่น้อยก็ว่า ..... ”ตาล ก็เป็นไปด้วยเหรอ ไม่เอาล่ะ จะมืดแล้วกลับกันเถอะ”

ตาล ..... ก็ไม่รู้จะทำไง ตาลก็ยกมือไหว้ ต้นไม้นั้นบอกว่า ... “อย่าถือโทษโกรธพี่น้อยเลยนะคะ เค้าคงปวดฉี่มากไป ทนไม่ไหวแล้วมั้งคะ ลูกขอโทษแทนแล้วกันนะคะ”



แล้ว ..... เราก็ขับรถกลับ ช่วงที่ถึงสีแยกไฟแดง ไฟที่สีแยกนั้นเสียหรือ รถสิบล้อที่แล่นมาจากทางด้านขวามือนั่น ฝ่าสัญญาณไฟแดงออกมาหรือไงไม่รู้ กำลังจะพุ่งชนรถของพี่น้อย รถตาลตามหลังรถพี่น้อยมาไม่ห่างกันนัก ตาลเหลือบไปเห็นพอดี ก็รีบเร่งรถขึ้นไปตีคู่กับรถของพี่น้อยทางด้านขวา ตาลได้ยินเสียงรถสิบล้อนั่น เบรกเสียงดัง...เอี๊ยดดสสส...ลั่นถนน รถสิบล้ออยู่ห่างจากตาล ไม่ถึง 1 เมตร สิบล้อจอดสนิท รถของตาล กะ ของพี่น้อย ก็จอดเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าจอดทำไม แทนที่จะแล่นไปข้างหน้ากลับจอดอยู่เฉย...เฉย หัวใจเต้นโคม...โคม ตื่นเต้นมาก บอกไม่ถูกนะ ว่ารู้สึกยังไง รู้แต่ว่า ถ้ารถจะชนพี่น้อยก็ขอให้ชนเราก่อน แค่นั้น ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น ไม่ได้กลัวตาย แต่กลัวว่าพี่น้อยจะถูกรถสิบล้อนั่นชน เท่านั้นเอง

จากนั้น ..... คนขับรถสิบล้อ ลงมาต่อว่า เรียกว่า “ด่า” น่าจะถูกกว่านะ เค้าก็คงตกใจเช่นกัน ตาลก็ขอโทษเค้านะ ที่เราทำผิด แต่พี่น้อยกลับไปเถียงเค้าว่า สัญญาณไฟของเราถูกต้อง ทางรถสิบล้อก็ว่าของเค้าถูกเช่นกัน



ในที่สุด ..... พอหายตกใจ และ ใจเย็น แล้วก็เลิกรากันไป พี่น้อยก็ขอบใจตาล ที่ตาลช่วยพี่น้อยไว้

พี่น้อยบอกว่า ..... พี่น้อยไม่เห็นรถสิบล้อเลย และ บนถนนพี่น้อยก็ไม่เห็นอะไรเลยจริง..จริง ตาลก็ งง..งง แล้วก็คิดของตาลเองว่า...แปลกจังนะคะ !!

พอ ..... กลับไปเชียงรายก็ไปเล่า...เรื่องทั้งหมดนี้ให้ อุ้ยคำ คุณยายชาวดอยแก่..แก่ ที่มาทำงานกับพ่อแม่ตาลนานแล้ว แก่บอกว่า “ถ้าตาลไม่เอารถเข้าไปตรงนั้น ป่านนี้พี่น้อยของตาลถูกสิบล้อทับไปแล้ว เป็นเพราะดวงของคุณช่วยกันไว้” ตาล...นึกดีใจที่ตาลตัดสินใจแบบนั้น......... ฯลฯ



หลังจาก ..... เรื่องรถสิบล้อ วันต่อมา...พี่น้อยก็เริ่ม...ไอ…ไอ...ไอ มาก...มาก จนเพื่อน...เพื่อนที่รักตัวกลัวตาย หรือกลัวติดโรคจากพี่น้อย หรืออะไรก็ไม่รู้ พวกเพื่อน...เพื่อนของพี่น้อยที่เคยกินนอน อาศัยอยู่ที่บ้านพี่น้อยฟรี...ฟรี พวกนั้นก็ ทยอยออกจากบ้านพี่น้อยไป ลุงเจ้าของบ้านให้เช่า แอบบอกตาลว่า พี่น้อยไอเป็นเลือดออกมาทีละมาก...มากผิดปกตินะ ตาล...ก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องของพี่น้อย ดูสิว่า...เมื่อไรพี่น้อยจะบอกตาล แต่...เอ๊ะ ถ้าพี่น้อยไม่กล้าบอกตาลหล่ะ เค้าอาจจะกลัว ว่าตาลจะจากไปอย่างเพื่อน...เพื่อนเค้าก็ได้

ในที่สุด ..... ตาลก็ต้องเป็นคน ขอร้องให้พี่น้อยไปหาหมอ แต่...วันแรก...แรก เกือบ 2 สัปดาห์ ที่หมอวินิจฉัยผิด บอกว่าพี่น้อยเป็นปอดบวม แต่...หลังจากนั้นหมอก็บอกว่า พี่น้อยเป็นมะเร็งที่ขั้วปอด ซึ่งเป็นระยะเริ่มต้น คงจะรักษาหาย ให้ส่งไปที่ศูนย์มะเร็งที่ โรงพยาบาลที่ศิริราช จากวันที่อาการป่วยของพี่น้อยเริ่มแสดงออกมา จนถึง วันที่พี่น้อยจากไปนั้น เร็วเหลือเกิน แค่ 69 วันเอง



ก็คิด ..... อะไรเรื่อยเปื่อย เผลอแป๊บเดียวก็ถึงพะเยาแล้ว แป๊บเดียวของตาลนั้น ก็ประมาณ 2 ชั่วโมงมั้งคะ ไม่แป๊บแล้วมั้ง แต่คงเป็นเพราะตาลนั่งคิดอะไรมาเรื่อย...เรื่อย เลยไม่ได้สนใจเวลา ก็เลยดูเร็ว...เร็ว

ไปถึงพะเยา ..... ต้องจ้างสามล้อถีบ ไปหาบ้านของพี่น้อยตามบ้านเลขที่ ที่จดไว้ ถูกคนถีบสามล้อหลอกเอาจนได้ ที่จริง...เดินไปจากสถานีรถประจำทางก็ได้นะ ใกล้นิดเดียวเอง แต่เค้าพาตาลนั่งชมเมือง ซะ รอบเลยคะ เก็บเงินไป 50 บาท แต่ไม่เป็นไร ถือว่าชมวิวเล่นนะ นี่...ถ้าป้าแม่บ้านของตาลรู้ แกต้องบอกว่า...เสียค่าโง่... คิ๊ก คิ๊ก : ) : )



พอไปถึง ..... ญาติ...ญาติของพี่น้อยออกมาตอนรับอย่างดี และ ท่าทางดูเหมือนดีใจมากมาย เพราะไม่มีใคร...ใครที่เป็นเพื่อน...เพื่อนของพี่น้อย จากมหา’ลัยมาเลย



นอกจาก ..... ผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาดูดี ขาว สะอาด หน้าเศร้า...เศร้า คุณแม่พี่น้อย แนะนำให้รู้จักว่า...นี่ “อร เมียนายน้อย” ตาล...ก็ไม่ได้ตกใจอะไรนะ คงเพราะตาลชินกับพ่อตาลที่มีภรรยามาก...มากมั้งคะ ตาล...ก็ยกมือสวัสดี เพราะพี่อรท่าทางจะอายุมากกว่าตาล แต่เธอทำท่าเหมือน ตัวอิจฉาในละครเลยนะ เธอแสดงออกว่าเธอไม่พอใจที่ตาลมา และ ยิ่ง ญาติ...ญาติพี่น้อยดีกับตาลมาก...มาก เธอก็จะแสดงกิริยา ไม่น่ารักมากขึ้นเรื่อย...เรื่อย



ทุกคน ..... ที่นี่สนใจตาลเป็นพิเศษ แล้วตัวตาลเอง ... ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมจึงรู้สึกเหมือนคุ้นเคยกับบ้านนี้มาก...มาก ทั้ง...ทั้งที่เคยมาเป็นครั้งแรก ญาติ...ผู้พี่ของพี่น้อยพาตาลเดินดูรอบ...รอบบ้าน ไปทั่ว...ทั่ว โดยไม่มีใครคิดว่าตาลคือคนอื่น ลักษณะการพูดจาก็เหมือนญาติสนิท ตาลนึกในใจว่า...แปลกจังนะ !!

บ้านหลังนี้ ..... บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่...ใหญ่ ลมที่พัดมาอ่อน...อ่อน กำลังเย็นสบาย ทำให้ได้ยินเสียง โมบายเล็ก...เล็กรูประฆังที่แขวนอยู่ตามมุมชายหลังคาบ้าน ดัง กรุ๊ง...กริ๊ง ถ้าไม่ตั้งใจฟัง ก็ คงไม่ได้ยินหรอกนะ บ้าน...เป็นแบบทรงไทยโบราณ ยกพื้นสูง...สูงขึ้นมา มีบันไดเดินขึ้นมาประมาณ 9 ขั้น ใต้ทุนบ้านมองเข้าไปสุดลูกตา นับเสาไม่ถ้วน มีลานกว้างอยู่กลางบ้าน เหมือนห้องโถงรับแขก ข้าง...ข้างสองฟากเป็นห้อง...ห้อง ไม่รู้ห้องอะไรบ้าง ตาลเข้าใจเอาเองว่าก็คงเป็นห้องนอนของแต่ละคนที่อยู่ที่นี่ แต่มีหลายห้องมากคะ มีเรือนครัว และ ห้องน้ำ ห้องส้วม แยกไปด้านหลังเป็นแถวหลายห้อง ในบริเวณเดียวกัน ยังมี บ้านทรงสมัยใหม่ อยู่อีก 3 หลัง เวลาฟังเค้าพูดคุยกัน เค้าก็พูดภาษาเหนือ ตาลก็ฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง แต่ก็พอรู้เรื่องว่า ที่นี่...เป็นพวก...เจ้า...ทางเหนือ ตาลนึกในใจ...พี่น้อยเท่จริง ไม่เห็นเคยเล่าให้ตาลรู้เลย : ) : )



ที่นี่ ..... มีผู้สูงอายุมากมายจริง...จริง ตาล...ลองนับเล่น...เล่นในใจอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก็ร่วมร้อยคนแล้วนะ ทุกคน...ส่วนใหญ่ก็นั่งจับกลุ่มกันตรงลานกว้างนั่นแหละ นอนบ้าง นั่งบ้าง แล้วก็ตำหมากนี่เป็นงานหลักเลยนะ มองไปทางไหนต้องได้เห็นสัก 10 คน

ตอนที่.....ตาลขึ้นไปบนบ้านพี่น้อย ตาล...เห็นเค้ากำลังดูแลเปลี่ยนน้ำแข็งในโลงของพี่น้อยพอดี ตาล...ก็เดินไปมองพี่น้อย พี่น้อยนอนอยู่ในโลง ใส่เสื้อผ้าชุดสีขาวออกนวลๆ เสื้อเป็นผ้าไหม คออย่างทรงพระราชทาน ดูสะอาดจัง พนมมือที่อก มีดอกไม้ธูปเทียน ถือพนมไว้ ที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของพี่น้อย ยังสวมแหวนนามสกุลของตาลอยู่ คุณแม่พี่น้อยบอกว่าพี่น้อยสั่งไม่ให้เอาออก เค้าคงฉีดยากันเน่าให้พี่น้อยเรียบร้อยแล้ว พี่น้อยดูเหมือนคนป่วยที่นอนหลับ แต่...พี่น้อย...ถูกมัดตราสังไว้ 3 เปลาะ เปลาะแรก มัดกลางลำตัวโดยรอบแขน เปลาะที่ 2 มัดตรงเข่า เปลาะที่ 3 มัดตรงข้อเท้า มีธูปปักไว้ทางปลายเท้าของพี่น้อย เค้าจุดตะเกียงดวงเล็ก...เล็ก ไว้เบื้องหัวของพี่น้อยด้วย



คุณแม่ ..... พี่น้อยจัดให้ตาลพักที่บ้านหลังนี้ เปิดประตูห้องมา เห็นโลงของพี่น้อยอยู่ฝั่งตรงข้ามห้องพอดี มารู้ที่หลังว่าเป็นห้องนอนของพี่น้อย พ่อแม่พี่น้อยตั้งศพ พี่น้อยไว้ 9 วัน ตอนกลางคืน จะมีสวดพระอภิธรรม และบงสุกุลทุกคืน หลังจากสวดเสร็จ ก็มีพวกญาติ...ญาติ พี่น้อยทั้งชาย หญิง ตั้งวงเล่นไพ่กันอยู่ที่หน้าโลงของพี่น้อย เค้าบอกว่าอยู่เป็นเพื่อนพี่น้อย

ตอนเช้า ..... เค้าก็จะเตรียมอาหารไปทำบุญที่วัด อุทิศส่วนกุศลไปให้พี่น้อย



บริเวณ.....สนามข้าง...ข้างบ้าน มีพวกผู้ชายหลายสิบคน ส่วนใหญ่ดูสูงอายุแล้ว เค้ามาช่วยกันทำบ้านแบบ "ปราสาท" มียอดปราสาทยกฉัตรเป็นช่อชั้น...ชั้น มีกระดาษสี...สีสวยงามตระการตา ตกแต่งอย่างสวยงามมาก...มาก นี่ขนาดเค้าบอกว่ายังไม่เสร็จนะ เค้าทำเร็วมาก เค้าเพิ่งทำเมื่อรู้ว่าพี่น้อยจากไปเอง



ตาลถามเค้าว่า ..... เอามาทำอะไรคะ ???
เค้าบอกว่า ..... เอาไว้เวลาจูงศพไปป่าช้า ต้องเอาโลงศพวาง
เห็นแล้ว ..... เหมือนบ้านเทวดาสวย...สวย ในภาพวาด อยากตายบ้างจัง อิจฉา พี่น้อย ซะแล้ว : ) : )



อีกพวกหนึ่ง ..... ก็จัดเตรียมหาฟืน มากองไว้ สำหรับเอาไปใช้ในวันเผา ที่นี่เค้ายังอนุรักษ์การเผากันแบบโบราณอยู่...............ฯลฯ



วันแรก ..... ที่อยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไร พอเช้าวันที่ 3 นับจากวันที่พี่น้อยจากไป ญาติ...ญาติพี่น้อย ที่สูงอายุก็คุยกันแต่ว่า........

คืนนี้ ..... พี่น้อยต้องกลับมาบ้านแน่นอน ใครจะขอหวย ขออะไรก็เตรียมนึกไว้เน้อ..!! ตาล...ได้ยินแบบนั้น ตาลก็ดีใจนะ พี่น้อยจะมาจริง...จริงเหรอ ตาล...ก็เดินไปที่หน้าพระหมู่บูชา ที่เค้าจัดไว้ตรงหน้าศพพี่น้อย เข้าไปนั่งรอว่าจะจุดธูปบอกพี่น้อย “ให้มาหาตาลบ้างนะ ตาลเป็นห่วง อยากรู้ว่าพี่สบายดีหรือเปล่า”



แต่พอ ..... ไปนั่งตรงนั้น ตาลเห็นพี่อร ภรรยาของพี่น้อยนั่งอยู่ กำลังจุดธูป และ พูดเสียงดังฟังชัดมาก...มาก คนที่อยู่ไกลกว่าตาลอีกนิดก็คงได้ยิน

เธอพูดภาษากลางว่า ..... ”ตอนเป็นคน ขยันหลอกจริง ทีตายแล้ว ไม่เห็นมาหลอกเลย อยากรู้ว่าจะไปหลอกใครในนรกอีก” พี่อร...พูดไปเรื่อย...เรื่อย ประมาณตัดพ้อ ต่อว่าพี่น้อยต่างๆนานา ตาล...ได้ยินประมาณนั้น ก็รู้สึกไม่ค่อยดีนะ เลยไม่เข้าไปจุดธูปบอกพี่น้อยแล้ว สงสารพี่อร เธอพูดไปร้องไห้ไป ตาลก็พลอยเศร้าไปด้วย



ตาล ..... ก็เดินลงจากเรือนไปเงียบ..เงียบ เจอกลุ่มญาติของพี่น้อย เธอบอกว่าอย่าไปถือสายายอรเลย เค้าเป็นแบบนี้แหละ นายน้อยถึงหนีไป ตาล...ก็ยิ้ม...ยิ้ม ตอนนั้นประมาณ 4 โมงเย็นกว่าแล้ว เค้าก็ชวนตาลไปเที่ยวกว๊านพะเยา อยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังนี้นัก เค้าถามตาลว่าขี่มอเตอร์ไซต์เป็นหรือเปล่า ตาลก็พะยักหน้ารับ เราก็ออกไปที่กว๊านพะเยากัน 9 คน

กว๊านพะเยา ..... เป็นบึงธรรมชาติ ที่งดงาม มีน้ำใสสะอาด เป็นที่เพาะพันธุ์ปลา นานาชนิด ที่ริมทาง...เลียบกว๊านเป็นทางยาว มีคนมานั่งเล่นพักผ่อน มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย เหมือนที่นี่เป็นที่ท่องเที่ยว มีผู้คนมารอดูพระอาทิตย์ตก ถือว่า..เป็นจุดชมวิวแห่งหนึ่ง ของ จังหวัดพะเยา พวกเราทานอาหารเย็นกันที่กว๊าน พอพระอาทิตย์ตก ผู้คนที่มาเที่ยวพักผ่อน ชมวิวที่กว๊าน ก็ทยอยกลับ รวมทั้งพวกเราด้วย



คืนนี้ ..... หลังจากพระสวดอภิธรรม และ บงสุกุลเสร็จ ก็มีพวกญาติ...ญาติของพี่น้อยทั้งชาย หญิง ตั้งวงเล่นไพ่ กันอยู่ที่หน้าโลงของพี่น้อยอีกเหมือนอย่างทุกคืน

แต่คืนนี้ ..... ดูจะพิเศษกว่าคืนอื่น...อื่นตรงที่ ทุกคนรอคอยการมาเยือนของพี่น้อยอย่างใจจด ใจจ่อ ทุกคนดูแน่ใจว่า ยัง...ไง...ยัง...ไง คืนนี้...พี่น้อย...ต้องมาหาใครสักคน ตาล...ก็ไม่ได้คิดถึงพี่น้อยมาก...มากแล้ว เพราะ...พี่อรของพี่น้อย ดูเธอโกรธแค้นพี่น้อยมากมาย ทุกวัน...พี่อรต้องมานั่งร้องไห้ที่หน้าศพของพี่น้อย แล้วก็ต่อว่าพี่น้อยอยู่แบบนั้น จนตาลนึกสงสารเธอว่า...ทำไมผู้หญิงถึงรักผู้ชายได้มากมายขนาดนี้



ตาล ..... เคยถามตัวเองหลายครั้งว่า ตาล..รักพี่น้อยมั้ย? ตาล...ช่วยเหลือเค้าทำไม? แต่...คำตอบที่ได้ก็แค่...ตาล...สงสารพี่น้อย แล้ว ตาล...ก็รู้สึกผูกพันกับพี่น้อยมาก...มาก เหมือนรู้สึกว่า ตาลมีหน้าที่ดูแลพี่น้อยจนถึงที่สุด เท่าที่ตาลจะต้องทำให้ได้

นับตั้งแต่ ..... วันที่มีเพื่อนพี่น้อยคนนึง เอาด้ายมาวัดเส้นชีวิตของพวกเรา แล้วก็คูณด้วย 7 แล้วบอกว่า...ตัวเลขที่ได้คืออายุที่เราจะมีชีวิตอยู่ ตาล...เห็นพี่น้อยวัดเส้นชีวิต แล้วก็หน้าเปลี่ยนไป ตาลก็ถามว่า พี่น้อยวัดได้กี่เซ็นคะ พี่น้อย..ไม่ตอบ ตาลก็จับมือพี่น้อยมาดู เส้นชีวิตของพี่น้อย ไม่ถึงร่องตรงนิ้วโป่งด้วยซ้ำ ถ้าวัดออกมาคงได้สัก 3 ซ.ม. มั้ง ตาล...ก็แค่พูดปลอบใจพี่น้อยว่า “อย่าไปเชื่อมากเลย ไม่จริงหรอกคะ” แต่...ในใจตาลก็เชื่อไปแล้วนะ 7 คูณ 3 ก็เท่ากับ 21 ตาล...มารู้ทีหลังว่า พี่น้อยเกิดวันที่ 3 มิถุนายน และ วันที่พี่น้อยจากไป ก็เป็นวันที่ 3 มิถุนายน พี่น้อย...อายุครบ 21 พอดี



คืนนี้ ..... ตาลเข้านอนตามปกติ แต่...ตาลก็ตื่นเต้นตามคนอื่น..อื่นด้วยนะ นอนไม่หลับหรอกคะ ตาล...เอาหนังสือมานอนอ่านไปเรื่อย...เรื่อย ไม่นานก็เริ่มรู้สึกง่วง รู้ตัวนะว่าตัวเองง่วงมากแล้ว แต่ก็นอนไม่หลับอีก ไฟ...ในห้องปิดหมดทุกดวงแล้ว แต่...ก็มีแสงสลัว...สลัวจากด้านนอกเข้ามา ได้ยินเสียงประตูเปิดดังแอ๊ด เบา...เบา ตาล...หันไปดู เห็นคนในชุดขาว เดินเข้ามาหาตาล พอเข้ามาใกล้...ใกล้ ตาล...ก็จำได้ว่าเป็น พี่น้อย ตาลรีบลุกขึ้นนั่ง



แล้วก็พูดว่า ..... พี่น้อยเหรอคะ ?
พี่น้อย ..... ก็เดินเข้ามาใกล้..ใกล้ แล้วก็นั่งลงที่เตียงนอน ตาล..จับมือพี่น้อยทั้งสองมือ ด้วยความดีใจ แล้วก็ป้อนคำถามให้พี่น้อยเป็นชุดเลย



ถามพี่น้อยว่า ..... พี่น้อยหายไปไหนมาคะ?
ตาล ..... คิดถึงพี่จัง ... ทำไม..พี่ไปไหนไม่บอกตาลเลย ... ตาลเป็นห่วงพี่นะคะ...



เอ๊ะ! ..... ทำไมวันนี้ พี่ดูดีจัง พี่ไม่ป่วยแล้วนี่คะ ที่ตาลเห็นนั้น ... พี่น้อยแต่งชุดเดียวกับที่แต่งนอนอยู่ในโลง แต่รูปร่างหน้าตาของพี่น้อยเหมือนตอนที่ไม่ได้เจ็บป่วย พี่น้อย...กลับมาในร่างของชายหนุ่มร่างงาม ที่ตาลเคยชอบแอบมอง หน้าตาดูสดใส และ มีความสุข หลังจาก...ที่ตาลป้อนคำถามให้พี่น้อยมากมาย

พี่น้อยก็พูดขึ้นมาว่า ..... พี่คิดถึงตาลมาก พี่ถึงมาหาตาล...ขอบใจตาลมาก ที่เป็นธุระให้...พี่สบายดี ตาลไม่ต้องเป็นห่วง...พี่อยากให้ตาลไปอยู่ด้วย...ตาลไม่กลัวพี่ใช่มั้ย ? ... ระหว่างที่พี่น้อยพูด...พูดอยู่นั้น ตาลรู้สึกตัวนะ แล้วมือเราสองคน ก็ยังจับมือกันอยู่



ตาลบอกพี่น้อยว่า ..... พี่น้อยตายแล้ว แต่ตาลยังไม่ตาย จะไปได้ไงคะ... ???
พี่น้อยพูดว่า ..... พี่คิดถึงตาลมาก ตาลไปอยู่กับพี่เถอะนะ...



ตาลบอกพี่น้อยว่า ..... ไม่หรอกคะ ตาลไม่ได้บอกพ่อแม่ว่าตาลจะไปไหน เดี๋ยวพ่อแม่เป็นห่วงตาล พี่สบายดี ตาลก็ดีใจ แล้วพี่ไม่ไปหาพ่อแม่พี่เหรอคะ พี่น้อยทำหน้าแบบไม่พอใจ หน้าบึ่ง..บึ่ง แล้วก็พูดเสียงดัง พี่น้อยเปลี่ยนไปแบบคนที่โมโห

พี่น้อยพูดว่า ..... ไหนตาลบอกว่าไม่กลัวพี่ ตาลรังเกียจพี่ ตาลไม่รักพี่ แต่พี่รักตาล พี่ต้องการให้ตาลไปอยู่ด้วย

แล้ว ..... พี่น้อยก็จับข้อมือตาลกำไว้แน่น...แน่น แน่นมาก...มาก ออกแรงดึงตาลแบบกระชาก...กระชาก จนตาลรู้สึกเจ็บ

ตาลก็บอกพี่น้อยว่า ..... พี่จ๋า...ตาลเจ็บนะคะ...ปล่อยมือตาลนะ...ปล่อยสิคะ...พี่อย่าทำแบบนี้...ตาลกลัวนะคะ...ปล่อยสิ...ปล่อยสิคะ...ปล่อย...ปล่อย...ตาลเจ็บนะคะ...ตาลจำได้ว่า...ตาลร้องไห้...แล้วก็หวีดร้องลั่น แผดร้องจนสุดเสียง อยู่นานทีเดียว กว่าที่จะมีญาติๆของพี่น้อยพังประตูห้องเข้ามา แล้วก็เปิดไฟในห้องสว่างขึ้น



แม่พี่น้อยเข้ามาปลอบตาลว่า ..... ไม่มีอะไรแล้ว ตาล...ยังร้องไห้อยู่ แล้วก็มองไปรอบ...รอบห้อง ก็เห็นคนเต็มห้องเลย

พ่อพี่น้อยถามตาลว่า ..... จำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น



ตาลก็...ค่อย...ค่อยเล่าให้ทุกคนฟัง ทุกคนตั้งใจฟัง แล้วก็เชื่อที่ตาลเล่า...ว่าพี่น้อยมาหาตาลจริง...จริง เพราะที่ข้อมือของตาลทั้งสองข้าง ยังมีร้อยแดงกล่ำอย่างเห็นได้ชัดเจน

ตอนที่ ..... ตาลเล่านั้น ตาลยังตกใจ และ กลัว...กลัว พี่น้อยอยู่ มีคุณยายคนนึง
พูดขึ้นมาว่า ..... ถ้านู๋ตอบตกลงกับนายน้อยว่า ... “ไป” ... นู๋ก็จะนอนตายอยู่ที่นี่อีกคน



ทุกคน ..... ที่นั่งอยู่ในห้อง ฟังตาลเล่าเรื่องของพี่น้อย ทำท่ากลัว บอกว่า ... เหมือนหัวใจจะหยุดเต้น ขนลุกไปทั้งตัว บางคนบอกว่า ... ถ้าเป็นเค้า คงหัวใจวายตายไปแล้ว



พอ ..... ตาลเริ่มดีขึ้น ตาลก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ตาลก็ไปที่หน้าศพพี่น้อย...จำได้ว่า...ตาลจุดธูปบอกพี่น้อยยาวมาก บอกว่า...ตาลเสียใจ ที่ตาลกลัวพี่ ก็พี่ทำให้ตาลเจ็บและกลัวด้วย พี่น้อย...ดูท่าทางมีความสุขดีแล้ว ไม่เหมือนตอนที่พี่น้อยอยู่ในโลงนี้ ตาลก็หวังว่า ... พี่น้อยจะไม่โกรธตาล และ เข้าใจตาลนะคะ ตาล...ขอให้พี่มีความสุขมาก...มาก ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ขอให้พี่...พบ เจอ คนที่พี่รัก และ เค้ารักพี่ เช่นกัน ถ้าพี่...คิดถึงตาล จะมาหาตาลอีก พี่อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ ตาลกลัวนะ ถ้าพี่มาดี..ดี ตาลไม่กลัวพี่หรอกคะ ตาล...ก็คิดถึงพี่ เช่นกันคะ

หลังจากคืนนั้น ..... พี่น้อยก็ไม่เคยมาให้ใครเห็นอีก



ในวันปลงศพ ..... ตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตร นิมนต์พระมาสวด และ แสดงธรรมเทศนา ถวายภัตตาหาร และ ไทยทาน พระสงฆ์ที่นิมนต์มา จะมีทั้งเณรและพระสงฆ์ มีเณร 21 รูป พระสงฆ์ ก็ 21 รูป จำนวนกำหนดตามอายุของพี่น้อย พระสงฆ์ และ เณร ที่มานี้จะทำหน้าที่จูงศพไปป่าช้าที่อยู่ท้ายวัดใกล้ๆบ้าน ในตอนบ่าย มีญาติ...ญาติของพี่น้อยบวชหน้าศพด้วย จำนวน ก็เท่ากับอายุของพี่น้อย ก่อนเอาศพลงจากเรือน เค้าทุบหม้อน้ำ ซักฟากออกสามกีบ และ เคลื่อนศพไปสู่ป่าช้า มีคนถือตุงสามหาง และ ย่ามห่อข้าวนำหน้า เมื่อศพถึงป่าช้า ก็มีการบงสุกุล เอาโลงออกจากปราสาท เอาน้ำมะพร้าว...ถือว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์…ล้างหน้า และ เวียนเชิงตะกอน 3 รอบ หมายถึง ต้องเวียนว่ายตายเกิด ใน 3 โลก



จากนั้น ..... ก็วางบนเชิงตะกอน ญาติและผู้ที่มาในงาน วางดอกไม้จันทน์ ยืนเคารพศพ ไว้อาลัย 1 นาที และกล่าวคำปลงสังเวช แล้วพระก็เป็นผู้จุดไฟเผาก่อน เมื่อเผาเสร็จ เช้าวันรุ่งขึ้น ก็มาเก็บอัฐิ และ ทำบุญบ้าน เค้าเรียกว่า "สังคหะ" คือทำบุญล้าง อวมงคล ออกจากบ้าน ส่วนอัฐิของพี่น้อยนั้น เค้าก็นำมาตำให้ป่นกับดินปืน แล้วจุดเป็นดอกไม้ไฟ ขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่เหลืออีกบางส่วน เค้าก็เอาไปก่อเจดีย์เรียกว่า "กู่" อีกบางส่วนก็เอาใส่ในหม้อดินใหม่ เอาผ้าขาวปิดไว้ทำพิธีแล้วปล่อยลอยไปกับแม่น้ำ



เช้าวันรุ่งขึ้น ..... หลังจากจบงานทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ตาลจะเดินทางกลับ ญาติของพี่น้อยชวนตาลไปเยี่ยมชม ที่ โรงเรียนอนุบาลของครอบครัว มาที่นี่...ตาลอบอุ่นเหมือนเป็นบ้านของตัวเอง ไม่แปลกหรอกนะ ที่พี่อร...จะรู้สึกอิจฉาและไม่ชอบหน้าตาล ก็ดูญาติ..ญาติของพี่น้อยตอนรับตาลสิ ภาพที่ใคร...ใครเห็น ก็คงจะยืนยันได้ว่า ตาลไม่ใช่คนนอกของที่นี่ คงไม่บ่อยนักหรอกมั้งคะ ที่คนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน จะเปิดประตูใจรับกันได้ง่าย...ง่าย โดยเฉพาะคนนอกครอบครัว



ที่สระว่ายน้ำ ..... ตาลเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังสอนเด็ก...เด็กตัวเล็ก...เล็กหัดว่ายน้ำในสระ ก็คิดถึงพี่น้อย ว่าป่านนี้ พี่น้อยจะไปสอนใครว่ายน้ำอีกหรือเปล่าหนอ ... ???



พี่น้อยเคยบอกตาลว่า ..... พี่บูชาความรักของพี่...ด้วยดวงใจ และ ร่างกายของพี่
แล้วพี่น้อยก็ถามตาลว่า ..... ตาลจะบูชาความรักของตาลด้วยสิ่งใด
ตาลตอบพี่น้อยว่า ..... ตาลบูชาความรักของตาล ... ด้วยจิตวิญญาณที่ผูกพัน ... ด้วยความรักที่เต็มดวงใจ ... ด้วยความซื่อสัตย์ และ จงรักภักดีต่อคนที่ตาลรัก ไม่มีเสื่อมคลาย



นับถึงตอนนี้ ..... ที่ตาลนั่งเขียน “เรื่องเล่าของน้ำตาล” อยู่นี้ อีก 1 วัน ก็จะถึง วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2545 ครบ 2 ปี พอดี ที่พี่น้อยจากไป ตาล...ก็ได้สร้างสมประสบการณ์ ทั้งความรู้สึก นึกคิด ต่าง...ต่าง อีกมากมาย ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของตาล อย่างตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม



แต่ ..... ความรู้สึกดี..ดี...ความจริงใจ...ความห่วงใย...ความเอื้ออาทร...ที่ตาลและพี่น้อย มีให้กันและกันเสมอนั้น...ตาลมั่นใจว่า...ตาลไม่มีวันลืมได้ และ ตาลขอสัญญาว่า ... จะเก็บรักษาความผูกพันนั้นไว้ ... ตลอดไป ... ชั่วกาลนิรันดร์



พี่จ๋า ..... พี่ดูแลตัวเองดี..ดี นะ ตาลต้องกลับบ้านแล้ว




โชคดีนะคะ บ๊ายบายคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/



2 / 2

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   17/07/2003 07:10 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
  พี่น้อยรู้ว่าน้องตาลมีความรู้สึกดีกับพี่น้อยตลอดเวลา
พี่น้อยคงจะนั่งยิ้มและก็ดีใจตลอดเวลาเหมือนกันนะครับ
อย่างน้อยในชีวิตหนึ่งของพี่น้อยก็ได้มาเจอน้ำตาลนะครับ

ขอให้พี่น้อยไปสู่สุขตินะครับ
.........................................
โดย หนึ่ง เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2545, 22:45 น.
 
     
    By: พี่หนึ่ง     17/07/2003 07:32 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
  ดีใจกับ ตาลมากครับ
ด้วยความผูกพัน ทำให้ชีวิตของคนเรามีค่ามากขึ้นนะ
..................................................................
โดย : วุฒิชัย - [ 15 ก.ค. 2002 , 22:22:14 น.]
 
     
    By: วุฒิชัย     17/07/2003 07:38 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
  From: "Rungroj S."
To: numtan_kw@hotmail.com
Subject: Re: Sent Love Article
Date: Mon, 15 Jul 2002 02:17:51 -0700 (PDT)

สวัสดีครับ
พี่เป็นเวบมาสเตอร์ของ LoveConcept.com นะครับ ที่เมล์มานี่
อยากจะบอกว่าอ่านครบหมดทุกเรื่อง แล้วก็ชอบอ่านด้วย
รู้สึกว่าธรรมชาติดีครับ เหมือนมีคนมานั่งเล่าอะไรให้ฟัง
หายเหงาไปเยอะ ยังเสียดายที่ลงให้ทุกเรื่องไม่ได้
เพราะบางเรื่องยาวมากเลย

..............................................................
โดย LoveMaster เมื่อ วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2545, 09:55 น.
 
     
    By: Rungroj S.     17/07/2003 07:45 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
  พิมอ่านจนจบเลย...เป็นอะไรที่บรรยายออกมาได้ยากมาก...
รู้สึกดีอ่ะ...ประทับใจกะหลายๆความรู้สึก..ระหว่างพี่น้อยกะน้ำตาล
มันเป็นอะไรที่ดีนะ..ถึงแม้ว่าเรื่องบางเรื่องมันจบแบบไม่สวยสักเท่าไหร่....
ดีใจที่มีโอกาสได้อ่านความรู้สึกดีๆเรื่องนี้นะ..
เป็นกำลังใจให้กะน้ำตาลและทุกความรักค่ะ....
...........................................................
โดย : พิม... - [ 16 ก.ค. 2002 , 13:19:43 น.]
 
     
    By: พิม     17/07/2003 07:48 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
  ตาล ส้มเสียใจแทนตาลจัง ป่านนี้เขาก็ไปดีแล้วล่ะค่ะ
ตาลคิดถึงพี่เขามากสินะ ส้มอยากให้ตาลเจอคนดีๆอย่างพี่น้อยอีกนะคะ
ส้มอ่านแล้ว ขนลุกเลยค่ะตาล

ส้มจะเป็นกำลังใจให้ตาลเสมอนะคะ :)
...................................................
โดย : SOM - [ 18 ก.ค. 2002 , 00:09:52 น.]
 
     
    By: SOM     17/07/2003 07:54 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
  เข้ามาอ่านแล้วครับ ชอบ มาก เขียนได้ดี ทำให้น้ำตาซืมเลย แถมมีตื่นเต้นอีกด้วย ซับซ้อน อาถรรพณ์ ครบเลยครับ จะติดตามผลงานต่อไปน่ะ
...............................................................
โดย : นายยิ้ม - [ 17 ก.ค. 2002 , 15:52:37 น.]
 
     
    By: นายยิ้ม     17/07/2003 07:55 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
  um...wanna cry na...ur love r so..um..
dun noe how 2 explain my feeling,..it's so mpressive..
but i think this will be ur special impressive...
not only be 4 ,, but 4 ever...-_-...
..................................................
โดย : pitygirl - [ 20 ก.ค. 2002 , 11:15:22 น.]
 
     
    By: pitygirl     17/07/2003 08:04 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
  ตาลมีสำนักพิมพ์ที่ไหนติดต่อรึยังครับ....
อ่านแล้วชวนฝันถึงอารมณ์จริงๆ เจ้าพระคุณรุนช่อง
.................................................................
BY : Berman Man - [ 20 ก.ค. 2002 , 00:01:24 น.]

หมายเหตุ .....

..... เมื่อวันเกิด "พี่ตี้" ตาลกับพี่หนึ่งคุยกันว่า พี่ตี้ หน้าตาไม่เหมือนในภาพที่พี่เอเอามาโพสเลย ตัวจริงๆดูผอมมากๆๆๆ แล้วตาลก็บอกพี่หนึ่งว่า คุณลุงของตาล และ ญาติของตาล เวลาป่วยมากๆ เค้าชอบตาย... !! หลังจากที่ทำบุญวันเกิดแล้ว "พี่ตี้" ทำบุญวันเกิดไป เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2545 ที่ผ่านมาไม่กี่วันนี้เอง

เช้านี้ ..... ตาลก็เข้าไปที่ AC104 จะไปโพสทักทายเล่น ก็เห็นข้อความของพี่ ตี๋ฮง ที่โพสไว้พอดีคะ

..... เพื่อนๆ คุณตี้ BERMAN ของพวกเราไปสบายแล้ว เมื่อเช้านี้ เพื่อนตี้ของพวกเราได้เสียชีวิตแล้วประมาณ 7 โมงกว่าๆ และในเย็นนี้ เวลา 15.00 น.จะมีการรดน้ำศพ และ สวดศพที่ศาลา 27 ณ วัดธาตุทอง ถ้าเพื่อนๆท่านใดว่างก็ขอเชิญไปร่วมงานกัน

พี่ตี้ Berman เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เช่นกัน เศร้าจัง ... !!
..........................................................................
โดย น้ำตาล เมื่อ วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2546, 11:21 น.
 
     
    By: Berman Man     17/07/2003 08:13 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
  เศร้าจังเลยอ่ะ สงสารจัง
...............................
โดย i_am เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2545, 18:06 น.
 
     
    By: i_am     17/07/2003 08:21 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
  I've seen lots of stories and comments u';ve written on this website..
and i think they're all nice and wonderful..
it makes me really curious...
i wanna be friend with you..so if you get this message..
just say hello to a girl named " unknown "
then we can contact each other by posting messages on this page. na..
....................................................................
โดย unknown เมื่อ วันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2545, 19:09 น.
 
     
    By: unknown     17/07/2003 08:24 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
  ไม่รู้จะบอกอย่างไรนอกจากคำว่า เสียใจ
ทำให้หวนคิดไปถึงหนังฝรั่งเรื่อง Love Story อีกแล้ว
ไรอัน โอนีล กับ อาลี แม็คกรอว์
...................................................................
โดย STUV เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2545, 17:18 น.
 
     
    By: STUV     17/07/2003 08:26 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
  ฮื่อ..เศร้าจัง คิดถึงหนังเรื่อง Ghost ด้วย
เดมี่ มัวร์ แพทริก สเวซี่ แสดงนำ กับเพลงประกอบหนังเพลงนี้
เรื่องนี้ ... พระเอกตายไปก่อน และวิญญาณยังคอยมาติดตามหานางเอกอยู่เสมอ
............................................................................
โดย add เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2545, 17:19 น.
 
     
    By: add     17/07/2003 08:28 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
  ดีใจด้วยนะครับ จากวันนั้นจนถึงวันนี้
พี่ว่าน้องตาลกับพี่น้อยก็ยังคงมีความรู้สึกที่ดีต่อกันเสมอ
แม้ว่าพี่น้อยจะจากน้องตาลไปนานแล้วก็ตาม
ขอให้ความรู้สึกที่ดีต่อกันนี้ มีให้กันอยู่เสมอและตลอดเวลานะครับ
.........................................................................
โดย พี่หนึ่ง เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2546, 20:50 น.
 
     
    By: พี่หนึ่ง     17/07/2003 08:30 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
  link เข้ามาทาง budpage.com
และ เพิ่ง อ่านเรื่อง "พ่อยอดชายของตาล" จบ
ทำเอาน้ำตาซึมเหมือนกันนะคะ ภาษาสวยงามมากเลย.....

ดีใจที่ยังมีเยาวชนแบบน้องตาลอยู่.....
แล้วจะเข้ามาเยี่ยมบ่อยๆนะจ๊ะ
..............................................................................
โดย benny เมื่อ 25 เม.ย. 46 21:50:29น.
 
     
    By: benny     17/07/2003 08:33 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
  วันที่ 3 มิถุนายน 2546
สวัสดีครับ คุณน้อย

...ครบสามปี แล้วสินะครับ ที่คุณเดินทางไปที่ๆไกลโพ้น
คุณจะทราบไหมว่า เรื่องราวของคุณมีคนได้อ่านกับเป็นจำนวนพันจำนวนหมื่น โดยสาวน้อยคนนั้น
และวันนี้ของทุกๆปี เธอยังคงระลึกถึงคุณอยู่เสมอ

...ผมอิจฉาคุณครับ
คนที่ผมรัก และเคยมั่นใจว่า เธอก็รักผม ตามที่เธอเคยกล่าวไว้ เช่นกัน
เธอได้มาบอกว่า จะหยุดรัก และให้ความรัก จากผม
หยุดแม้กระทั่ง ความคิด ความฝัน ของเธอ

.... อย่าเพิ่งคิดต่อนะครับ ....

ผมยืนยันว่าเธอเป็นคนดีครับ เธอเป็นคนดีสำหรับผมเสมอ
เพียงแต่ เรามีปัญหาด้วยกัน ครับ
แต่เธอคงเปราะบางเกินไปที่จะสู้ปัญหาร่วมกับผม
ผมไม่โทษเธอหรอกครับ ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด
ผมอ่อนแอเกินไป ผมทำให้เธอไม่มั่นใจที่จะยืนหยัดสู้กับผม
เธอยืนยันที่จะหยุด เธอให้ผมเพียงคำว่า เป็นพี่เป็นน้องกับเธอเถอะครับ
แล้วคุณจะให้ผมใจร้ายกับคนที่ผมรักได้หรือครับ

...ผมอิจฉาคุณครับ
คุณจากไป ยังมีคนยังคงคิดถึง และทำบุญไปให้
ส่วนผม ถ้าผมไปเสียตอนนี้ ก็คงมีแต่พ่อแม่ที่คิดถึงผมอยู่เท่านั้น
ถ้า ผมไปหลังจากพวกท่าน ก็คงไม่มีใครคิดถึงผมมั้งครับ
เธอ...จะได้รู้ และระลึกถึงผมหรือไม่ ผมไม่ทราบครับ
ผมอาจจะมาวนเวียนดูแลเธออยู่ใกล้ๆ เงียบๆ แบบคุณมั้งครับ

ผมเคยคิดว่า ชีวิตนี้ ผมมีคนที่เข้าใจผมแล้ว
แต่สุดท้าย ผมไม่แน่ใจ ในสิ่งที่ผมเคยมั่นใจว่า ความรัก ความเข้าใจในตัวผมของเธอนั้น
มาจากอารมณ์เด็กๆของเธอ หรือ มาจากความจริงใจของเธอ กันแน่???

เธอเคยบอกผมว่า ความฝันนั้นเป็นของเธอ อย่างน้อยก็เป็นอิสระที่ได้ฝัน
วันนี้ เธอได้ทำให้ผมเห็นแล้ว ว่ามันไม่จริง แม้แต่ฝัน เธอยังไม่เป็นอิสระ
เธอยังคงบอกผมว่า เธอจะอยู่สู้กับผมจนถึงวันสุดท้าย
วันนี้ เธอก็ทำให้ผมเห็นแล้ว ว่าผมเป็นที่พึ่ง ให้เธออยู่สู้ร่วมกับผมไม่ได้ เช่นกัน

แต่ไม่เป็นไรหรอก เธอเก็บความฝันของเธอไป เก็บความฝันของเราไป
"เรา" กำลังแพ้ ครับ แต่ผมยังเหลือความฝันของผม
วันไหนที่ผมหยุดความฝันของผม ก็คงเป็นวันที่ ผมกับคุณคงได้พบกัน
ผมยังตั้งหน้าตั้งตา รอฝันเพ้อเจ้อคนเดียวของผมต่อไปนะสิครับ
ยังหวังต่อไป เหมือนที่เธอเคยให้ผมหวังไว้ว่า "สักวัน ฟ้าคงเห็นใจ"

คุณอาจจะกำลังคิดว่า ผมเสียสติละสิครับ
ไม่รู้สิครับ ผมไม่ทราบเหมือนกัน อาจจะดูเหมือนอย่างนั้น
แต่ชีวิตผม ข้างหน้าจะเป็นยังไง
แต่ผมขอมีรักเดียวครับ ผมก็ยึดไว้เป็นสรณะทางใจของผม ตลอดไป

ถ้า คุณได้รับอีเมล์นี้ ก็ช่วยกรุณาตอบผมที ว่าคุณเห็นด้วยกับผมมั้ย
หรือ จะให้ผมไปถามคุณเอง ดีล่ะครับ ???

ขอแสดงความนับถือ
..............................

From: พี่ .....
To: niCha Kw.
Sent: Monday, June 02, 2003 4:50 AM
Subject: จดหมายถึงคุณน้อย

ตาล ครับ วันที่ 3 ไปทำบุญ
พี่ฝากส่งจดหมายด้วยครับ
ขอบคุณครับ
 
     
    By: พี่ .....     17/07/2003 08:40 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
  ขอให้พี่น้อยไปสู่สุขตินะครับ
ไม่ต้องเป็นห่วงน้องตาลนะครับ
น้องตาลสบายดีครับ
หรือว่าอยากมาหาน้องตาลไหมครับ อิอิ
....................................................
โดย หนึ่ง เมื่อ วันอังคารที่ 3 มิถุนายน 2546, 07:24 น.
 
     
    By: พี่หนึ่ง     17/07/2003 08:42 PM  (208.147.1.3)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
  นับถึงวันนี้ ..... วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2546
ครบ ..... 3 ปี พอดี ที่พี่น้อยจากไป

พี่น้อย ..... ไปเกิดใหม่ หรือ อยู่ที่ไหนคะ ... ???
อย่าลืม ...... ดูแลตัวเองดี..ดี นะคะ

โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
...........................................................................
โดย น้ำตาล เมื่อ วันอังคารที่ 3 มิถุนายน 2546, 10:41 น.
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   17/07/2003 08:46 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
  ขอให้คุณน้อย ไปสู่สุคติ
ผม จะช่วยดูแลน้ำตาลให้ดีครับ
.............................................................................
โดย วุฒิชัย เมื่อ วันอังคารที่ 3 มิถุนายน 2546, 10:45 น.
 
     
    By: วุฒิชัย     17/07/2003 08:50 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
  พี่วุฒิ กะ พี่หนึ่ง ..... ดีใจอะไรกันจ๊ะ
ตกลง ..... พี่น้อย รับปากให้พี่ๆทั้งสอง
ดูแล ..... ตาล แล้วเหรอจ๊ะ
ถึง ..... ได้ดีใจ จนเขียนผิดๆ ทั้งสองพี่เลยนะจ๊ะ

พี่ๆจ๋า ..... "สุคติ" ..... นะจ๊ะ

โชคดีจ๊ะ บ๊ายบายนะจ๊ะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
..............................................................................
โดย น้ำตาล เมื่อ วันอังคารที่ 3 มิถุนายน 2546, 11:15 น.
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   17/07/2003 08:55 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
  From: พี่ ....
To: <nicha_kw@mweb.co.th>
Sent: Tuesday, June 03, 2003 5:48 AM
Subject: รักคือคำตอบ

ผมอ่านเรื่องพ่อยอดชาย (ไม่รู้จำชื่อเรื่องถูกรึเปล่า )
แล้วรู้สึกว่าวันนี้ ( 3 มิถุนายน ) จะเป็นวันที่สำคัญของน้ำตาลวันหนึ่งในชีวิต
เท่าที่อ่านดูเรื่องพ่อยอดชาย.....เป็นเรื่องของความรักที่ต้องพลัดพลากจากกันไป
ก็ขอแสดงความเสียใจด้วยแล้วกัน
อืม...... ผมมีเพลง ๆ หนึ่ง ที่อยากมอบให้น้ำตาล กับแฟนของน้ำตาลคนนั้น
ที่เค้าจากไปแล้ว คิดว่าน่าจะเหมาะสมมาก ๆ ชื่อเพลง

" รักคือคำตอบ " เป็นเพลงประกอบภาพยนต์ เรื่อง "คู่แท้ 2 โลก "
หนังเรื่องนี้ ได้รับรางวัลมากมายจากชมรมวิจารณ์บันเทิง
ปี 2533-2544 ดังนี้ จ้ะ

รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม - อุดม อุดมโรจน์ จาก คู่แท้ 2 โลก
ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม - อรุณ ภาวิไล จาก คู่แท้ 2 โลก
บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - อุดม อุดมโรจน์ ,ปวันรัตน์ นาคสุริยะ , พิสุทธิ์
แพร่แสงเอี่ยม , กอบเกียรติ พรนาคาเดช จาก คู่แท้ 2 โลก
กำกับภาพยอดเยี่ยม - ปัญญา นิ่มเจริญพงศ์ จาก คู่แท้ 2 โลก
ลำดับภาพยอดเยี่ยม สุนิตย์ อัศวินิกุล จาก คู่แท้ 2 โลก

ตีมของหนังเรื่องนี้เป็นความรักของชายและหญิง ฝ่ายชายเป็นคนธรรมดาอย่างเรา ๆ
นี่แหละ ดารานำที่เล่นบทชายคนนี้ คือ ก้อง วงนูโว หรือ สหรัถ สังคปรีชา
และทำให้เค้าได้รับรางวัลดารานำฝ่ายชายยอดเยี่ยม จาก
สมาคมสมาพันธ์ภาพยนต์แห่งชาติ และยังพ่วงด้วย รางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม
และเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม อีก 2 รางวัลด้วยกัน
น่าเสียดาย....ที่ผมจำชื่อดาราฝ่ายหญิง ที่เล่นเป็นคนรักของก้องไม่ได้
แต่ในบทเธอเป็นแวมพาย ( ค้างคาวดูดเลือดสาวสวย ) ที่หลงทางมาบนโลกมนุษย์
แล้วมาพบกับชายที่เธอต้องมอบหัวใจของเธอให้ตลอดไป
เพราะความรักที่มีให้กัน แม้จะมีอุปสรรคมาขวางทางเธอมากแค่ไหน เธอก็ต่อสู้
จนตัวเธอต้องตายจากชายที่เธอรักไป แต่ความรักของเธอกับเค้า
กลับเบ่งบานอยู่เคียงคู่กัน ตลอดไป.......ตลอดไป......

และที่น่าเสียดายอีกมาก ๆ คือ ผมก็ลุ้นอยู่ว่าเพลง " รักคือคำตอบ "
จะได้รางวัลเพลงประกอบภาพยนต์ยอดเยี่ยมหรือไม่ แต่ก็พลาดไป
เสียดายจริง ๆ เลย เพราะเพลง ๆ นี้ คนเขียนเนื้อร้อง เขียนทำนอง และขับร้อง
เป็นคนในครอบครัวของผมเอง แบบใกล้ชิดกันมาก ๆ
จำได้ว่าตอนที่ร้องเพลงนี้ในห้องบันทึกเสียง ผมก็นั่งอยู่ด้วย
ไปเป็นเพื่อนเค้า ยังแอบชื่นชมว่า.......เราเสียงดีเหมือนกันนะ
ก็ขอมอบให้น้ำตาล ในวาระพิเศษของชีวิตน้ำตาลนะจ๊ะ......

" รักคือคำตอบ " ( www.mochit.com )

เพราะรู้..ว่าแท้จริงที่ใจต้องการ คือเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
ที่ก้าวเข้ามา ในใจของฉันผู้เดียว
เพราะรู้..ว่าความผูกพันยิ่งใหญ่ เกินห้ามใจให้ไปถึง
ไม่มีสิ่งใดกั้นขวาง ทางของเรา

แล้ว...ความรักจึงเริ่มก่อ เกิดเป็นสายใยร่วมกัน
จะแปลกตรงไหน ถ้ามีความเข้าใจให้กัน...อย่างนี้
เพราะว่ารักคือคำตอบ เพราะว่ารักคือทุกสิ่ง
ความผูกพันกันนี้ ที่มีให้กัน เท่านั้นที่ต้องการ (ดนตรี)

แล้ว...ความรักจึงเริ่มก่อ เกิดเป็นสายใยร่วมกัน
จะแปลกตรงไหน ถ้ามีความเข้าใจให้กัน...อย่างนี้
เพราะว่ารักคือคำตอบ เพราะว่ารักคือทุกสิ่ง
ความผูกพันกันนี้ ที่มีให้กัน เท่านั้นที่ต้องการ......
..............................................................................
โดย พี่ ..... เมื่อ วันพุธที่ 4 มิถุนายน 2546, 11:10 น.
 
     
    By: พี่ ...     17/07/2003 09:03 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
  ขอให้ คุณน้อย ได้รับกุศล จากผู้ที่ทำบุญอุทิศไปให้
ไปสู่สัมปรายภพแห่งสุคตภูมิ
ว่างๆ แวะมาคุยกันนะครับ

ส่วนน้องตาล
พี่...พี่แถวนี้ คอยดูแลอยู่ ครับ

<><><><><><><><><>

ดาราแสดงนำฝ่ายหญิง คือ กัลยา เลิศเกษมทรัพย์ หรือ เง็ก
แวมไพร์สาว...ถูกสั่งให้ออกล่าเหยื่อมนุษย์ด้วยตนเองเป็นครั้งแรก
แต่เกิดไปเห็นการฆาตกรรมโดยบังเอิญ จึงถูกตามล่าตัวเพื่อฆ่าปิดปากแทน

จนได้มาพบกับ เคน สตั้นแมนที่ใช้อย่างปลี่ยวเหงากับงาน
ไม่ต่างจากลิ่วล้อของกองถ่ายไปวันๆ
ช่องว่างของหัวใจที่ขาดหายไปของทั้งสองคน
ได้รับการเติมเต็มซึ่งกันและกัน

แต่เมื่อความจริงของเธอถูกเปิดเผย เธอรู้ว่าความรักระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์
ไม่มีวันเป็นไปได้ และเธอไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตเป็นแวมไพร์ได้อีก
ความตายจึงเป็นทางออกสุดท้ายของเธอ
............................................................................
โดย พี่เก่ง เมื่อ วันพุธที่ 4 มิถุนายน 2546, 22:44 น.
 
     
    By: พี่เก่ง     17/07/2003 09:07 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
  พ่อยอดชายฉบับรวมเล่มแก้ไขใหม่ล่าสุด
ใช้เวลาจัดทำ

2 ชั่วโมง กับ 3 นาที ก็สำเร็จลงได้เรียบร้อย
 
     
    By: พี่เก่ง     17/07/2003 09:14 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 27  
     
  >ตาล ..... เคยถามตัวเองหลายครั้งว่า ตาล..รักพี่น้อยมั้ย?
>ตาล...ช่วยเหลือเค้าทำไม? แต่...คำตอบที่ได้ก็แค่...ตาล...สงสารพี่น้อย แล้ว ตาล...ก็รู้สึกผูกพันกับพี่น้อยมาก...มาก เหมือนรู้สึกว่า ตาลมีหน้าที่ดูแลพี่น้อยจนถึงที่สุด เท่าที่ตาลจะต้องทำให้ได้

--แม้ความรักจะยังไม่เกิด แต่ก็ได้รู้สึกดี ที่ได้ทำให้คนที่ "รักเรา" รู้สึกดี และมีความสุขจนวันสุดท้ายของเค้า--ใช่ไหมคะน้องตาล

กับคนๆหนึ่งที่เดินผ่านเข้ามาในชีวิต..และได้มีโอกาสที่จะได้รู้จักและผูกพัน คนอื่นๆ อาจจะมองว่า เราเป็นคู่..รึแม้ในบางที..เราก็ก็รู้สึกได้ว่า เค้าอยากจะให้เราเป็นมากกว่าคำว่าเพื่อน..แต่สำหรับเรามันไม่ใช่..มันไม่ใช่ความรัก..แบบนั้น แต่เป็นความรู้สึกดีๆ ที่แบ่งปันระหว่างคนสองคน ที่เพื่อนจะพึงมีให้เพื่อนได้..

พี่เต้ : พี่จองที่ไว้ให้แล้วนะ นั่งด้านหน้าสุดเลย..เลิกเรียนแล้วยืมเล็กเชอร์ด้วยจะนั่งฟังอย่างเดียว

พี่เต้ : เย็นนี้ เราไปไหนอ่ะป่าว..จะไปเก็บผลการทดลองบนดาดฟ้าไปด้วยกันไหม..ต้องรอเก็บผลตอน หกโมงเย็น ไม่มีเพื่อนคุย(ต้องนั่งคุยเป็นเพื่อน จนพระอาทิตย์ตกดิน เกือบทุกวัน)

พี่เต้ : นี่ๆๆใกล้สอบแล้ว มาติวให้หน่อย (เค้าชอบมาตะโกนเรียก หลังหอ..ได้ยินไปไม่รู้กี่ห้องต่อกี่ห้อง)

พี่เต้ : เนี่ย ลองฟังเพลงนี้ดู..หนักดี..ชอบ..เพลง underground, dead metal น่ะ แล้วก็ยัดเยียดมาให้อัลบั้มนึง..แล้วเย็นนี้จะไปถ่ายรูปน่ะ เป็นนางแบบให้หน่อย เลี้ยงก๋วยเตี๋ยวชามนึง

เราเหมือนเป็นปาท่องโก๋..กันสักพักใหญ่..เริ่มมีสายตาคนอื่นๆมองเราแปลกๆ..ถึงเวลาจะต้องแกะปาท่องโก๋ละมั้ง..เริ่มไม่ว่างซะแล้ว..มีธุระต้องทำเหมือนกัน..

พี่เต้ : ทำไม? บอกได้ไหม?
---ไม่มีอะไร---

จนวันนึง..

พี่เต้ : เนี่ยจะขี่มอเตอร์ไซด์ขึ้นเชียงใหม่..จะไป site งาน
> จะดีเหรอ เนื้อหุ้มเหล็กนะ
(แต่เค้าก็กลับมาด้วยความปลอดภัย..นะ)...

พี่เต้ : กลับมาแล้ว ยังไม่ตายเหมือนอย่างที่เราแช่งไว้หรอก..(เออ ดีแล้ว..แล้วยังมาว่าเราอีกว่าแช่ง เตือน ได้ยินไหมว่าเตือน)..เออแล้วเดี๋ยว อีกสัก สองอาทิตย์จะไปยืมหนังสือหน่อยนะ..แล้วติวให้ด้วย ลืมหมดแล้ว(คือว่าจนทำงานแล้วพี่แกยังต้อง มีติวคะ..)..แล้วจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวสองชามน่ะ (ชอบติดสิน บนคะ ..อาหารโปรดของ--พี่เต้-- บะหมี่แห้งหมูแดง)

แล้วพี่เต้ก็เงียบหายไปเลย ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะแกชอบเป็นนินจาอยู่แล้ว เดือนสองเดือนโผล่มาที

แล้วเพื่อนก็โทรมาบอก -- พี่เต้-- เสียแล้ว มอเตอร์ไซด์ชนกลางสี่แยก

เพื่อนแกบอกว่า ในเป้-- พี่เต้--มีกล่องของขวัญด้วย

แล้วอีกสองอาทิตย์ที่--พี่เต้--จะว่าจะมาเอาหนังสือเนี่ยเป็นวันเกิดเรา

ขอบคุณคะสำหรับ..ความรู้สึกดีๆที่ให้มา..และมันจะอยู่ตลอดไปน่ะ..ถึงแม้ว่ามันความรู้สึกที่ให้กลับไปมันจะไม่ใช่ความรัก..แบบที่ต้องการ แต่มันก็เป็นความรู้สึกดีๆ ที่เพื่อนจะพึงมีให้กับเพื่อนเช่นกัน..

ป.ล. อย่าไปเปิดเพลง underground, dead metal ให้สะเทือนสวรรค์ล่ะ เค้าหนวกหู รู้ไหม "นายสหรัฐ"
 
     
    By: พิจิก     18/07/2003 07:58 AM  (24.114.11.118)
 

 
  หัวข้อ : 28  
     
 


คะ ..... บางความรู้สึก
ไม่มี ..... ใครอาจล่วงรู้ได้ว่า..เรารู้สึก หรือ คิดยังไง ???
แต่ ..... รับรองได้ว่า ไม่มีคิดร้าย .. !!
แต่ ..... อาจจะไม่เป็นอย่างที่อีกคนต้องการ .. !!

โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   18/07/2003 10:06 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 29  
     
  ตาล
ผมไม่ได้เข้ามานานแล้ว พอเข้ามาก็เจอความหลังของตาล ก็ไม่รู้จะบอกตาลว่ายังไงดี ก็ขอเป็นเพื่อนกับตาลตลอดไปนะ ถ้าตาลมีอะไรจะให้ผมช่วยก็บอกนะจะช่วยเหลือตาลเต็มที่ครับ
 
     
    By: na  Mail to na   20/07/2003 03:02 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 30  
     
  ขอบคุณ พี่ na มากๆ นะคะ
โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   20/07/2003 08:03 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 31  
     
  น้องตาลทำอย่างนี้ค่อยน่าอ่านขึ้นมาหน่อยนะครับ อันก่อนพี่ใช้เวลากว่าจะอ่านหมดก็หลายเดือนมากเลยนะครับ  
     
    By: หนึ่ง     20/07/2003 09:16 AM  (210.86.207.240)
 

 
  หัวข้อ : 32  
     
  ป่านนี้พี่น้อยจะอยู่ที่ไหน
ป่านนี้พี่น้อยจะอยู่กับใคร
ปานนี้พี่น้อยจะเหงาไหม
ป่านนี้พี่น้อยจะเป็นอย่างไร
..........ขอให้รู้ไว้ ว่ามีคนห่วงใย..พี่น้อยเสมอมา
 
     
    By: หนึ่ง     20/07/2003 04:13 PM  (210.86.208.186)
 

 
  หัวข้อ : 33  
     
  น่าอิจฉาทั้งพี่น้อยและพี่วิศวะคนนั้นจัง
...ที่เค้ามีโอกาสอยู่ใกล้กับนำตาล....
 
     
    By: พี่เด่น  Mail to พี่เด่น   21/07/2003 01:16 PM  (202.29.4.251)
 

 
  หัวข้อ : 34  
     
  ถึงแม้จะต้องพลัดพรากจากกันไป แต่อย่างน้อยเราก้อดีใจได้ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตเราได้เคยเจอกับคนดีๆ เช่นนี้ ซึ่งจะประทับอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป  
     
    By: รักที่ต้องรอ     3/11/2003 01:42 PM  (192.169.41.46)
 

 
  หัวข้อ : 35  
     
  สวัสดีค่ะ น้องน้ำตาล เพิ่งเข้ามาเวปนี้ครั้งแรก อ่านแล้วสะเทือนใจด้วย ประทับใจด้วย ขอชื่มชมหัวใจสวยๆของน้องตาลนะคะ ขอให้พบกับรักที่สวยงามตลอดไปนะคะ  
     
    By: โสน     14/11/2003 07:04 AM  (217.83.137.177)
 

 
  หัวข้อ : 36  
     
  บางครั้งชีวิตคนเรามันก็ยิ่งกว่านิยายซะอีกเนอะ......อยากรู้จังว่าพี่ตาลรู้สึกยังไง ใครๆเค้าเป็นห่วงพี่ตาลมากมายเลยนะเนี่ย ขอให้ใครๆพบเจอ..รักแท้  
     
    By: ใบไม้  Mail to ใบไม้   18/11/2003 05:53 PM  (202.12.73.6)
 

 
  หัวข้อ : 37  
     
  คุณน้ำตาล

วันนี้งานยุ่งมากๆ เป็นวันที่เครียดมากวันหนึ่ง (แต่ตอนนี้คิดว่าพรุ่งนี้น่าจะเป็นวันที่แย่กว่า) ก็เลยหนีไปนั่งอ่านเรื่องเล่า พ่อยอดชายของ...ตาล ...คุณทำให้ผมนั่งน้ำตาไหลใน office (อายเขาไหม) แต่ไม่มีใครเห็นหรอก เพราะประมาณสี่ทุ่มแล้ว เศร้าจังครับ แต่ชอบมากนะ ที่ว่ามาทั้งหมดแค่อยากจะบอกว่า ขอบคุณที่เล่าเรื่องดีๆ เอาไว้ให้อ่าน และขอให้มีเรื่องเล่าดีๆ อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ นะครับ
 
     
    By: Mu_taru.     21/11/2003 04:34 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 38  
     
  สวีสดีค่ะน้องน้ำตาล
อ่านเล้วเศร้าจัง...น้ำตาซึม...นึกถึงคนที่ผูกพัน...
 
     
    By: เอมี่     1/12/2003 04:49 PM  (217.121.178.99)
 

 
  หัวข้อ : 39  
     
  ยังไงๆ ก็หลุดเข้ามาแล้ว ก็ขออกความเห็นสักหน่อยนะ

ชีวิตคนเราก็เหมือนนิยาย

ความรัก ควมผูกพันธ์ ก็คือ ใยเหนียวที่ผูกภพ ชาติ ตลอดไป

หากเราไม่วางมันลง ด้วยปัญญา ก็จะวนอยู่อย่างนี้ตลอดไป

พบแล้วจาก พบแล้วจาก เป็นสังารวัฏอันยาวนาน

ขอให้โชคดีครับ
 
     
    By: นรชาติ     4/12/2003 10:58 AM  (202.57.160.158)
 

 
  หัวข้อ : 40  
     
  ดีใจด้วยนะ ที่ได้กลับมาเป็นโสดอีก...
พี่บอกแล้ว เป็นโสดดีก่า
 
     
    By: wm  Mail to wm   8/12/2003 11:25 AM  (203.27.83.33)
 

 
  หัวข้อ : 41  
     
 

ที่ตรงช่อง อ่าน บอกตัวเลข ๑,๘๓๔
มีเพื่อนๆ เข้ามาอ่านมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ ?


ขอบคุณมากๆ คะ โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/01/2004 05:10 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 42  
     
  คุณน้ำตาลมีจิตใจที่ดีทีเดียว แล้วยังมีความมานะอดทนสูง อุตส่ามีน้ำใจใช้ความพยายามเขียนแสดงความคิดเห็นการวิเคราะห์ที่ยาวแต่น่าจะมีประโยชน์กับอีกหลายๆคน ขอชมเชยครับกับน้ำตาล แล้วคงจะได้chat กับน้ำตาลอีกเร็วๆนี้

ตอนนี้กำลังอ่านเรื่อง “พ่อยอดชายของ ... ตาล” อยู่ อ่านเกือบจบแล้ว อ่านไปก็นึกทึ่งไปกับความสามารถของคนๆนี้อีก เขียนถ่ายทอดเรื่องราวส่วนหนึ่งของชีวิตตัวเองได้ดีมากๆ ลำดับเรื่องได้ดีทีเดียว (คนอื่นว่ายังไงผมไม่รู้นะ) น่าจะมีคนเอาไปทำเป็นหนัง ก็คงจะเป็นหนังที่มีหลายรสชาติ เช่นความรักกระหนุงกระหนิง ความดีที่มีให้กันและกัน เรื่องเร้นลับ เรื่องผีวิญญาณ เรื่องเศร้า เรื่องกีฬา เรื่องเรียน อีกอย่างละนิดนึงด้วย ฯ แถมมีสาระสอนอะไรๆให้แก่หลายๆคนได้ และที่สำคัญอีกอันคือไม่มีเรื่องsexอย่างที่มีอยู่ทั่วไปในหนัง (คือเวลาดูหนังฝรั่งรู้สึกว่าจะต้องมีฉากsex ฉากนุ่งน้อยห่มน้อยอยู่เสมอเพื่อจะได้เป็นหนังสนุกในทัศนคติของผู้สร้าง)

ใครสนใจก็ไปอ่านได้ที่
http://www.numtan.com/story_2/view.php?id=33

คำอวยพร :- Have a Peaceful Day
-------------------------------------------
โดยคุณ : ณรงค์เดช เมื่อ 6 ธันวาคม 2546, 15:45 น.
http://www.budpage.com/budboard/show_content.pl?b=1&t=2202
 
     
    By: Copy     5/01/2004 05:41 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 43  
     
 


ที่มีเพื่อนๆ มาอ่านมากๆ
คงจะเป็นเพราะความคิดเห็นของ คุณ : ณรงค์เดช
ที่ Budpage นี่เอง ขอบคุณมากๆ นะคะ
ที่เขียนชื่นชมตาลมากมายขนาดนั้น ขอบคุณมากๆคะ :-)


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/01/2004 05:48 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 44  
     
  อาจจะ้เป็นเพราะเป็นเรื่ิองจริงฉบับยาว เหมือน นิยายรักอมตะหวานซึ้งของป้าอี๊ด ทมยันตีในสกุลไทยรายสัปดาห์ ทำให้ท่านผู้มีอุปการคุณต้องเข้ามาอ่านกันหลายรอบกว่าจะจบครับผม  
     
    By: พี่เก่ง     5/01/2004 06:04 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 45  
     
  ที่ตรงช่องอ่าน เพียงไม่กี่ชั่วโมง จาก ๒,๔๔๗ เป็นบอกตัวเลข ๓,๘๐๗ แล้ว
ถ้าท่านๆ เข้ามาอ่านจริงๆ ก็ขอบคุณมากคะ
แต่ถ้าเจตนาแกล้งคลิ๊กเล่น กรุณาอย่าคลิ๊กนะคะ
เดี๋ยวเว็บไซต์น้ำตาล Error อีกนะคะ


ขอบคุณมากๆ คะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/01/2004 06:22 PM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 46  
     
  เหตุที่ผมเข้ามาอ่าน
-ผมอยากมีคนรักแบบนี้บ้าง จะได้รู้กันว่า ผมจะสนองตอบแบบเขาได้ไหม หรือว่ามันเป็นแบบนี้แหละ มนุษย์จึงต้องถามหาความยุติธรรม ความสมดุล ...ถามไปเรื่อยจนถึง ธรรม
 
     
    By: อัครพล ทองมาก     25/01/2004 01:25 AM  (203.208.155.154)
 

 
  หัวข้อ : 47  
     
 


เราเชื่อว่า …..
สถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สำคัญที่สุดของสังคมไทย
เมื่อครอบครัวอบอุ่น ทุกชีวิตจะรู้จักรักและแบ่งปัน …ฯลฯ


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   25/01/2004 06:37 AM  (203.107.130.10)
 

 
  หัวข้อ : 48  
     
  ดีจังเลยนอกจากเล่าเรื่องแล้วยังมีเกร็ดความรู้ด้วย (ก็เรื่องพิธีศพไง) น้ำตาลเก่งจังชอบ  
     
    By: อ้อ     28/01/2004 06:18 PM  (210.203.175.245)
 

 
  หัวข้อ : 49  
     
  หลังจากพยายามเปิดเวบของคุณน้ำตาลอยู่นาน ในที่สุดก็ประสบผลสำเร็จ ผู้เฒ่าได้อ่านแล้ว และส่งต่อให้ลูกสาวอ่านด้วย

การได้ขีดเขียน บันทึกสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิต ช่วยให้เราได้ติดใคร่ครวญไตร่ตรอง ค่อยๆ ทำความเข้าใจกับสาระของชีวิต นี่คือชีวิตที่แท้จริง

ช่วงวัยที่ผ่านพ้นไปแต่ละวัน ให้ความหมายอะไรแก่ชีวิตได้บ้าง??
 
     
    By: ผู้เฒ่าคนเมือง     3/03/2004 08:46 AM  (169.210.102.201)
 

 
  หัวข้อ : 50  
     
 


ขอบคุณ คุณลุงผู้เฒ่าคนเมือง มากๆนะคะ
ที่อุตส่าห์พยายามเข้ามาอ่าน "เรื่องเล่าของ...น้ำตาล"

ทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของตาล
จะมายังไงก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย
ตาลถือว่า เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับชีวิตของตาลเสมอ ...!!!

ขอให้ คุณลุงผู้เฒ่าคนเมืองและครอบครัว มีความสุขมากๆ นะคะ



โชคดีค่ะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/03/2004 09:45 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 51  
     
  น้องน้ำตาล...
พี่เพิ่งได้อ่านเรื่องนี้...น้ำตาซึมเลย (ขนาดเก็บความรู้สึกแล้ว ตั้งแต่ที่น้ำตาลเกริ่น ๆ ว่า เรื่องจะเศร้า แต่ไม่คิดว่าจะเศร้าและน่าประทับใจอย่างนี้)

พี่คิดว่า...คนเรา ที่พบกันในชาตินี้..คงมีอะไรที่ผูกพันกันมาก่อนแน่ ๆ แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของของตน คนเรามีเวลาที่จะอยู่ในโลกนี้ไม่เท่ากัน ...แต่สำหรับพี่แล้ว...อย่างน้อย ประสบการณ์ สิ่งต่าง ๆที่เข้ามาให้เราได้เรียนรู้ให้...บางสิ่งก็เป็นสิ่งที่งดงามและน่าจดจำ..ไม่ว่าสิ่งนั้นจะอยู่กับเราในชีวิตของเราเป็นเวลาสั้น หรือยาวนานก็ตามทีมันก็มีค่าในความทรงจำของเราเสมอ....

ชีวิตคนเรา...จะมีค่าแค่เพียงว่า เราเกิดมาแล้วมีคนที่เรารักเค้าสักคนนึงก็เพียงพอแล้วนะ...ความรักที่บริสุทธิ์ มีพลังในตัวของมัน ช่วยทำให้เกิดสิ่งดีงาม โลกใบนี้ก็งดงามได้ก็เพราะความรักนะ..

ขอให้น้องน้ำตาลคนนี้..ได้พบกับคนที่ดี รักน้องเหมือนที่น้องรักเค้านะ การที่พ่อแม่หาคู่ให้นั้น ...เค้าก็ไม่ได้บังคับเราสักทีเดียว...น้องก็ลองคบเค้าค่อย ๆ ดูนิสัยกันไปนะ....คู่ของเราหน่ะ...ไม่จำเป็นต้องเจาะจงหรอกว่าจะมีที่มาอย่างไร (จากพ่อแม่ เพื่อน พบกันเอง..) แต่สิ่งสำคัญคะ อยู่ที่ความเข้าใจที่มีต่อกัน รักและจริงใจ มีน้ำใจต่อกันอย่างแท้จริงต่างหากนะ

แล้วพี่จะติดตามอ่านเรื่องราว ดี ๆ ของน้องสาวที่ชื่อ น้ำตาล คนนี้ตลอดไปจ๊ะ.......

ขอให้ น้องน้ำตาล มีความสุขมาก ๆ นะจ๊ะ
 
     
    By: เอ๊ะ  Mail to เอ๊ะ   9/08/2004 06:47 PM  (203.144.215.45)
 

 
  หัวข้อ : 52  
     
  อ่านได้ครึ่งเรื่องเอง....(ปวดลูกกะตาแฮะ).....เดี๋ยวพักแล้วค่อยต่อดีกว่า.........  
     
    By: ฉงน     25/08/2004 09:02 PM  (203.144.138.201)
 

 
  หัวข้อ : 53  
     
  ตั้งแต่คราวที่แล้วที่ผมถามและไม่เข้าใจ เกี่ยวกับความรัก แล้วผมก็นำไปสู่ของจริงที่เกิดขึ้นกับผม ตอนนี้ก็ไม่เข้าใจในรักเหมือนเดิม หรือเพราะต้องสมหวังในรักถึงจะเข้าใจ หรือว่ารักที่บริสุทธิ์ หรือรักแท้แท้ ต้องเป็นแบบนี้คือต้องไม่ได้รักกัน จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มิฉะนั้นแล้วก็ไม่มีเรื่องเล่าให้ฟังกัน
นานแล้วที่ไม่ได้เข้ามา ไปตามหารักเสียนานเดือน

ขอบคุณ

เจมส์
 
     
    By: อัครพล ทองมาก     7/09/2004 05:11 PM  (210.86.179.206)
 

 
  หัวข้อ : 54  
     
 


ความรัก และ ความเข้าใจ น่าจะต้องเดินไปคู่กันมั้งคะ?
มีความรัก ... แต่ไม่เข้าใจ อาจก่อความรำคาญให้กับอีกคนได้
มีความเข้าใจ ... แต่ไม่มีความรักและเอื้ออาทรต่อกัน จะหาความสุขใจได้อย่างไร ???


ลองเข้าไปอ่านที่หน้าบันทึกฯ นี้ สิคะ

เติมชีวิตด้วย ... รัก ..!!
http://www.numtan.com/story_2/view.php?id=80

เรื่องของคนสองคน ...!!
http://www.numtan.com/story_2/view.php?id=71



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   7/09/2004 05:58 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 55  
     
  ขอไม่ แสดงความเห็น

เจมส์
 
     
    By: อัครพล ทองมาก     11/10/2004 02:59 AM  (203.145.14.186)
 

 
  หัวข้อ : 56  
     
  ขอบคุณที่เขียนให้อ่าน ซึ้งในความรู้สึกที่คุณมีให้กันมาก นำ้ตาซึมเลย เพิ่งจะดู the letter มานำ้ตาจะไม่มีให้ไหลแล้วนะ ขอให้พี่น้อยของนำ้ตาลไปสู่สุขคตินะคะ และนำ้ตาลก็มีความสุขมากๆนะ
 
     
    By: อุ๊  Mail to อุ๊   15/12/2004 03:23 PM  (202.57.156.66)
 

 
  หัวข้อ : 57  
     
  เนื้อเรื่องดี เล่าได้บรรยากาศ แต่ขาดเรื่องอีโรติคไปนิดนึง ช่วยบรรยายขยายความให้ออกรสชาติตรงที่ไปชายที่แสนดีของคุณนอนค้างคืนที่บ้านคุณด้วยกันคืนนึง จะดีมากเลย  
     
    By: หมอสัน     16/12/2004 07:28 PM  (203.151.227.33)
 

 
  หัวข้อ : 58  
     
 


quote:

14 เมษายน 2543 ….. พี่น้อย..ป่วยอีกแล้ว เป็นความผิดของตาลเองที่ปล่อยให้พี่เค้าไปเล่นสงกรานต์ ตาล...โทรหา พ่อแม่ที่เชียงราย และขออนุญาตพ่อแม่ พาพี่น้อยไปรักษาที่ ศูนย์มะเร็ง ที่ โรงพยาบาลศิริราช ตามหมอบอก และ พ่อของตาลก็มีบัตร ผู้อุปการะกิตติมศักดิ์ ของโรงพยาบาลศิริราชด้วย คงอาจจะประหยัดค่ารักษาพยาบาลลงไปได้มากกว่าอยู่โรงพยาบาลเอกชนนี้ ... จากนั้นหมอก็ทำหนังสือโอนผู้ป่วยและประวัติการป่วยของพี่น้อยมาให้ด้วย ตาลพาพี่น้อยไปพักที่บ้านพ่อแม่ของตาลที่กรุงเทพฯก่อน 1 คืน

15 เมษายน 2543 ….. ป้าแม่บ้านบอกว่า โรงพยาบาลของรัฐคนเยอะมาก คุณต้องไปแต่เช้ามืด คุณถึงจะได้คิวทันตรวจตอนเช้า ตาลก็ไม่ได้คิดว่า แค่ไป โรงพยาบาลเพื่อโอนย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช นั้น จะยุ่งยากมากมาย ก็ไม่ได้ขอให้พ่อแม่ช่วยอะไร ก็คิดว่าทำเองได้ ประมาณตี 4 ตาลก็ขับรถพาพี่น้อยไปโรงพยาบาล ไม่ได้ให้คนขับรถไปด้วย เพราะไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ตาลก็แค่ถามทาง แล้วก็ขับไปเอง ตาลมาถึงโรงพยาบาลประมาณ ตี 4.30 น.




*** ตาลพาพี่น้อยไปพักที่บ้านพ่อแม่ของตาลที่กรุงเทพฯก่อน 1 คืน

*** ชายที่แสนดีของคุณนอนค้างคืนที่บ้านคุณด้วยกันคืนนึง

*** ลองอ่าน 2 ประโยคนั่นใหม่ อีกครั้งสิคะ
ภาษาที่คุณหมอสันใช้สื่อความหมายมานั้น ไม่น่าจะให้อารมณ์ของคำ ที่เหมือนกันมั้งคะ ?

กรุณา ...... แสดงความคิดเห็นตามตัวอักษรอย่างสุภาพ
และ อย่าพยายามเบี่ยงเบนประเด็นในความหมายของคำและประโยคที่อ่านนั้นๆ

................. / จักขอบพระคุณยิ่ง...!!!!!!!!





 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   16/12/2004 08:57 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 60  
     
  โถ ก็ถามอย่างสุภาพแล้วนะ

โอเค อาจไม่สุภาพพอก็ได้


น้องตาลจ้ะ พี่สันว่า น้องตาลแต่งเรื่องได้เก่งมากจ้ะ พี่สันอ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้งเป็นนิยายรักโรแมนติคจ้ะ มีแนวแฟนตาซีนิดหน่อยตรงเรื่องผีๆ พี่สันก็ได้อรรถรสครบเกือบทุกรสชาติจ้ะ แต่นิยายรักที่ดีต้องมีแนวอีโรติคนิดนึงนะจ๊ะ พี่เลยคิดว่าตรงเนื้อหาที่ได้อยู่ด้วยกันหนึ่งคืน น่าจะเสริมแนวอีโรติคเข้าไปน่ะจ้ะ

น้องตาลจ๊ะ การเป็นนักเขียนต้องใช้จินตนาการที่บรรเจิดมากจ้ะ จะให้พี่ตีความตามตัวอักษรตรงๆแบบที่น้องตาลเขียน พี่นี้ก็ขาดความเป็นนักอ่านสิจ๊ะ
แต่ที่พี่พิมพ์มานี้ มิได้หมายความว่าน้องตาลทางเสียหายนะจ๊ะ พี่เชื่อว่าน้องตาลน่าจะเวอร์จิ้นอยู่น่ะจ้ะ แต่อาจจะมีอะไรตามประสาคนรักกันแต่ภายนอก ก็คงไม่สึกหรออะไรนี่จ้ะ (พี่หัวสมัยใหม่จ้ะ)

พี่ก็อยากให้น้องตาลเป็นนักเขียนแบบจินตนาการสุดๆไปเลย น้องตาลจะได้โลดแล่นไปบนถนนวรรณกรรมไงล่ะจ้ะ
 
     
    By: พี่สัน     17/12/2004 06:48 PM  (203.151.227.59)
 

 
  หัวข้อ : 61  
     
 


สวัสดีคะ .....

เว็บไซต์น้ำตาล และที่หน้า บันทึกของน้ำตาล เป็น เรื่องเล่าของ...น้ำตาล หรือ เรื่องเล่าของเพื่อนๆ บ้าง แต่คำว่า เรื่องเล่า...!! ในความหมายของพวกเราคือ เล่าจากเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเราจริงๆ แล้ว เรื่องเล่าของ...น้ำตาลกับพี่น้อย ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ ที่เรามีความรัก ความผูกพันซึ่งกันและกัน อย่างบริสุทธิ์ใจ

แต่ตาลก็รับรองได้ว่า ถ้าเรามีระยะเวลาที่มากมายกว่านั้น การคบหาของเราไม่มีทางพัฒนาการกว้างไกล ไปเป็น บทรัก อย่างที่ คุณหมอสัน วาดมโนภาพหรือจินตนาการตามความรู้สึกเดิมๆ ในสิ่งแวดล้อมที่สังคม ของ คุณหมอสัน ได้สัมผัสจนเคยชินนั้นๆ แน่นอนคะ


ความรู้สึกรัก ..... เป็นสิ่งที่ดีเสมอ
บทรัก ..... คือสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดพร้อมกับความรู้สึกรัก
บทรัก ..... ควรมาพร้อมกับระฆังวันวิวาห์ เคียงคู่มากับความคิดที่รู้จักรับผิดชอบ ในวิถีแห่ง ชีวิตคู่ เท่านั้น


จริงๆ แล้ว ..... ก็คงจะเป็นสิทธิ์ของเราเอง ที่จะเป็นผู้เลือกกระทำในประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน คงไม่มีใครมาบอกเราว่า ผิดหรือถูก ได้อย่างเด่นชัด แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ทุกอย่างในวันนี้ จะเหมือนเดิม ถ้าเรายอมกระทำตามใจตัวเองหรือตามใจแฟนของเราเช่นนั้น ยึดหลักความถูกต้องของการดำเนินชีวิตคู่ของผู้ใหญ่ไว้ น่าจะดูดีและน่าภูมิใจสำหรับตัวเราเองดีกว่า

แต่ใครจะคิดต่างกับเรา ก็คงไม่แปลกเช่นกัน ตราบใดที่การกระทำของเรา ยังไม่ได้ไปก่อความเดือดร้อนให้กับใครๆ แค่สนองความต้องการของมนุษย์ชาติด้วยตัวตนของตัวเอง ก็คงจะไม่มีใครว่าอะไรเราหรอกมั้งคะ ...?????

ถ้าจะมี ก็น่าจะเป็นกรรมของเราเองนั่นแหละ ที่ชอบจะหมกมุ่นแต่เรื่องแบบนั้น มากเกินไป จนเสียเวลาที่จะไปค้นหาสิ่งที่เป็นสาระในชีวิตให้กับตนเองมากกว่าที่เป็นอยู่

อ่านต่อที่นี่นะคะ .....
http://www.numtan.com/story_2/view.php?id=83




 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   17/12/2004 09:24 PM  (202.28.6.18)
 

 
  หัวข้อ : 62  
     
 
ติดตามอ่านผลงานของคุณมาได้ซักพัก...

บนถนนนักเขียน...มักเจ็บปวด....ทว่า"นักอยากเขียน" ก็เกิดขึ้นมากมาย...น่าชื่นชม

ต้องขอบคุณ ศุ บุญเลี้ยง...ที่ประดิษฐ์คำนี้ให้ได้ใช้กัน

แต่......

"ถนนนักเขียน"..จะเดินคู่ไปกัน "ถนนนักวิจารณ์"

ลองส่งไปขอคำวิจารณ์จาก อ.สุชาติ สวัสดิ์ศรี ดูว่าอย่างไร

ในความคิด

คุณมีความพยายามที่ดีมากในการเขียน และการอ่าน

แต่....
เมื่อไหร่ที่อ่านงานของคุณ และมองผ่านตัวอักษรของคุณที่เขียน

ที่คุณตอบรับคำติชมแล้ว.......อึดอัดดูคุณไม่ค่อยยอมรับ จึงไม่

ค่อยกล้าจะเขียนแสดงความเห็นเลย เห็นว่าคนชมมามาก

คำชม เป็นหลุมพรางหนึ่งที่อาจตกได้ และทำให้ก้าวหน้าช้าลง


สำหรับงานชิ้นนี้.....

ถึงจะเป็นการถ่ายทอดเรื่องจริง แต่ด้วยตัวเรื่องราวที่สามารถทำให้ผู้อ่านสะเทือนใจไปตามวัฏฏะแห่งชีวิตธรรมดาแบบนี้ได้ ซึ่งตัวเนื้อหาเองสามารถดึงอารมณ์ร่วมที่จะสะเทือนใจไปด้วยตัวเองได้อย่างสบาย

แต่สำหรับการพัฒนาเป็นงานเขียนนั้นมีจุดอ่อนที่การวางลำดับอตีด,ปัจจุบัน ผลงานชิ้นนี้ลีลาการเขียนทำให้งานดูจืดไม่เล่นไปกับอารมณ์ผู้อ่าน เพราะเมื่ออ่านมาถึงกลางเรื่องก็สามารถคาดเดาถึงตอนจบได้

งานหนักของนักเขียน คือ การดึงดูดให้คนอ่านอยู่กับเราจนบรรทัดสุดท้าย ลองอ่านท่วงทีการเล่าเรื่องของหนังสือที่ได้ซีไรต์ดู(แบบวรรณกรรมแท้นะ) จะเป็นการเพิ่มเหลี่ยมมุมในการเขียนได้ดี

ไม่แน่ใจว่ารูปแบบของไดอารี่ที่นำมาเขียน ดึงมาอย่างไรหรือมีการเขียนเพิ่มเติมอย่างไร เพราะภาษาที่ใช้มีลักษณะหนักไปทางชวนฝัน ตรงจุดนี้ ลองอ่านหนังสือ "โอ้อลิส" ดูเพราะเป็นการนำเสนอไดอารี่เช่นกัน และเป็นเรื่องจริงเช่นกัน

อีกอย่างที่อยากบอก คือ

การเขียนที่มีการพาดพิงถึงหน่วยงาน ถ้าหากจำเป็นที่ต้องระบุชื่อ เช่น รพ.ศิริราช ในเรื่อง มีความจำเป็นมากที่ควรระมัดระวัง
การเขียนถึง

เพราะบทบาทนักเขียน น่าจะเป็นผู้จับเหตุการณ์ มาบอกเล่าให้ผู้อ่านเห็นภาพและเกิดอารมณ์คล้อยตาม ซึ่งคุณเขียนได้ดีตอนที่ หยอกล้อกันกับคุณน้อย

แต่พอมาเขียนเอ่ยถึง ศิริราช ดูเป็นการเขียนเชิงลุแก่อารมณ์ คือนำเอาอารมณ์ส่วนตัวมาตัดสิน ทำให้ขาดเสน่ห์และโอกาส ในการนำเสนอความรู้สึกแย่ๆต่อเหตุการณ์นั้น โอกาสที่คุณสามารถบรรยายได้

แต่การใช้คำว่า "ชุ่ย" ดูเป็นคำที่โดดเด่นที่บอกถึงอารมณ์ผู้เขียนว่าตัดสิน ซึ่งที่จริงมีรูปแบบอีกมากมายที่จะบรรยายให้ผู้อ่านมีความรู้สึกถึงคำว่า "ชุ่ย" ในแบบที่คุณรู้สึกได้ และองค์กรณ์คงไม่ชอบนักกับการตัดสินและเอ่ยนามแบบนี้

สุดท้ายที่อยากบอกมาก

คือ คนเราธรรมดาโลกที่เราทุกคน จะชอบที่มีคนมาชื่นชม

สังเกตอยู่ว่า เมื่อมีการติ คุณดูจะตอบโต้แบบไม่พอใจ

อยากบอกว่า ถนนนักเขียนเปิดรอทุกคน

นักเขียนจำเป็น...

......"ต้องมีอัตตา และต้องพร้อมละวางอัตตาตลอดเวลา"


อ่านงานเขียนคุณแล้ว....

เห็นความพยายามและความร่ำรวยภาษามาก

แต่ยังขาดการถ่ายทอด บรรยาย เพิ่อดึงและเล่นกับอารมณ์

ความรู้สึกของผู้อ่าน


คำชม ทำให้มีคนเรามีเรี่ยวแรงเดินต่อ อย่างสุขใจ

คำติ ฟังไม่รื่นหูแต่ ทำให้เราเฉียบคม บนถนนนักเขียนได้

เปิดใจกว้างๆ เพิ่มขึ้นอีกสักนิด


ขออภัยที่แสดงค.คิดเห็นล่วงเกินถึงคุณน้ำตาล

จาก

มือเรียว เกี่ยวรวง

 
     
    By: มือเรียว เกี่ยวรวง  Mail to มือเรียว   เกี่ยวรวง   27/07/2005 02:34 AM  (203.113.71.168)
 

 
  หัวข้อ : 63  
     
 
สวัสดีคะ ..........

ขอบคุณ คุณมือเรียว เกี่ยวรวง มากๆ นะคะ
ที่กรุณา เสียเวลาและตั้งใจ วิเคราะห์ วิจารณ์ บันทึกของน้ำตาล มาอย่างมากมาย

ขอบคุณมากๆ ค่ะ


ที่จริง น้ำตาลยินดีน้อมรับ .....
คำตำหนิ ชี้แนะ อบรม และ สั่งสอน ของทุกๆ ท่านเสมอ

.......... แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเว็บไซต์แห่งนี้ ก็เพราะเราไม่สามารถจะป้องกันตัวเอง ให้พ้นจากปัญหา หรือ ความไม่ยุติธรรม และหรือ การหมั่นไส้จากบุคคลอื่นๆ ได้ เราเกิดมาไม่ใช่เพื่อมาทำตัวให้คนทั้งโลกรักเรา พอใจในการกระทำและการแสดงความคิดเห็นของเรา เพราะชีวิตจริงๆ ของพวกเรา ย่อมถูกอบรมเลี้ยงดูและมีสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันมากมาย แต่เมื่อเรามีเจตนาที่จะเข้ามาร่วมใช้ชีวิตในโลกของ Cyber นี้จริงๆ เราก็จะกระทำในสิ่งที่เราพอใจให้ดีที่สุด ..........

เราใช้คำว่า ...............
มาเล่นอินเตอร์เน็ต เพื่อความบันเทิงทางปัญญา

.......... บางเวลา เราก็นึกสนุกๆ แกล้งตอบให้แรงๆ บ้าง ให้พวกเค้ารู้สึกหงุดหงิด ที่มาวุ่นวายกับเราเอง ตอบแล้ว เราก็ไม่เคยได้ใส่ใจอะไร แต่เพื่อนๆ ที่ไม่สนิทกัน ก็คิดว่าเราซีเรียส ที่จริงเหมือนเราได้เล่นสนุกไปตามบทบาทที่เค้าส่งมาให้เราต่างหาก ..........


แล้วที่นี่ ก็คือ บันทึกของน้ำตาล
ถ้าน้ำตาลทำตามใจใครๆ ไปหมด ที่นี่จะเรียกว่า บันทึกของน้ำตาล ได้อย่างไร ..?

ถ้าเราไม่สามารถกระทำในสิ่งที่เราเป็นและเราต้องการ
เราจะเสียเงินมากมาย มาทำเว็บไซต์แห่งนี้ เพื่ออะไรกัน ..?


.......... แล้วที่สำคัญ เราไม่เคยคิดจะก้าวร้าว ระราน ใครๆ ก่อน แต่ก็อย่ามาฉวยโอกาสกระทำในสิ่งที่ไม่ควร อย่างคนที่ไร้มารยาทกับเรา มิเช่นนั้น พวกเค้าก็จะเป็นเหยื่ออันโอชะ ให้เราได้เล่นสนุกยอกย้อน จนกว่าเราจะพอใจ ด้วยเช่นกัน ..........

.......... ภาษา ไม่ว่าจะภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย ล้วนมีถ้อยคำมากมายมหาศาล ที่แต่ละบุคคลจะสามารถเลือกใช้ได้หลากหลาย ที่จะทำให้ผู้อ่านอย่างเรา ได้อ่านแล้ว เกิดความรู้สึกที่ดีๆ ต่อกัน ผู้ใดจะใช้ถ้อยคำเหล่านั้น อย่างมีมนต์ขลัง เพื่อส่งกระแสจิตให้เกิดปฏิกิริยาแก่อารมณ์ของคู่สนทนาหรือของผู้ฟัง หรือ ให้เราดูยิ่งใหญ่ และหรือ ต่ำต้อยด้อยค่าเพียงใด ..........

ก็ขึ้นอยู่กับความจริงใจ .....
หรือ การเสแสร้งของบุคคลนั้นๆ ที่จะใช้ถ้อยคำเหล่านั้น ทั้งสิ้น ..!!

.......... ถ้าจะอธิบายให้ชัดเจน หรือ เรียกให้ถูกขึ้นอีกนิด ก็น่าจะต้องเรียกว่า เป็นความงอกเงยของภาษาที่มีศัพท์เพิ่มขึ้น เป็นการเขียน สะกด หรือ ออกเสียง ให้ภาษาที่มีความหมายใหม่ๆ เกิดขึ้น ก็น่าจะให้คำนิยามว่า ..........

คงต้องแล้วแต่จริตของใคร .....
ว่าจะตีความและนำภาษาไปคิดให้เป็นไปในทางใด ต่างหาก


.......... การไปวัดถือศีลกับผู้ใหญ่ทุกครั้ง ก็จะช่วยทำให้จิตใจสงบ สบาย แต่เราไม่ได้ถือศีลและปฏิบัติธรรมทุกๆ วัน และเราก็ยังไม่เคยคิดที่จะบวชชีเป็นอาชีพ เราก็ยังมีชีวิตสนุกๆ อยู่กับโลก แสง สี ภายนอกมากกว่า บางครั้งมีอะไรมากระทบ ก็ทำให้เรายังรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เราว่า ก็ดีขึ้นมากๆ กว่าที่เราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ..........

.......... และ บางที บางสิ่ง บางอย่าง ที่เราได้กระทำนั้น ก็น่าจะพอมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ร่วมโลกของเราได้บ้าง แล้วคนที่จะเห็นคุณค่าของเรา ก็คือคนที่เห็นประโยชน์ในสิ่งที่เราได้กระทำ หรือ เพียงแค่มีเพื่อนๆ ที่คุยกันรู้เรื่อง มีความจริงใจซึ่งกันและกัน แม้มีเพียงคนเดียว หรือ ไม่มีเลยสักคน แต่เราได้กระทำในสิ่งที่เราต้องการ แค่นี้ เราก็น่าจะมีความสุขอย่างมากมายแล้ว ..........

.................................................................มิใช่หรือ ..?



ยินดีที่ได้รู้จัก คุณมือเรียว เกี่ยวรวง
มีความสุขมากๆ นะคะ


ด้วยความเคารพและนับถือ

น้ำตาล





 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2005 05:22 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 64  
     
 
quote:


aonlin BB Member
ตอบเมื่อ: Wed Jul 27 2005 12:59 am.
เรื่อง: Re: เรื่อง: หนังสือยอดฮิต มีเล่มเดียวในโลก ..!!
--------------------------------------------------------------------------------

เข้าไปอ่านแล้วนะคะ ต้นเรื่องภาษาเหมือนเรากำลังอ่านไดอารี่ แต่พอหลังๆเนียนดีค่ะ ประทับใจ ในส่วนที่พูดถึงในไดอารี่ของน้อยที่เขียนถึงน้ำตาล ทำให้รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่ารัก อ่านแล้วซึ้งนิดๆ อิจฉาหน่อยๆ 555

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆหรือปล่าวคะ ถ้าจริงก็เศร้าแหะ

น้ำตาลมีเรื่องอื่นเขียนไว้บ้างป่าวคะ แนะนำมาได้นะคะจะเข้าไปอ่านค่ะ





ขอบคุณ คุณ aonlin มากๆ นะคะ
ที่สนใจเข้าไปอ่าน บันทึกของน้ำตาล

ขอบคุณมากๆ คะ :-) :-D

ทุกเรื่องราวใน บันทึกของน้ำตาล
เป็นเรื่องเล่า... ที่มาจากความทรงจำ ที่เกิดขึ้นจริงๆ





 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2005 05:50 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 65  
     
 
quote:

นังวี BB Fanclub
ตอบเมื่อ: Wed Jul 27 2005 11:10 am.
--------------------------------------------------------------------------------

อ่านจบแล้วมีความรู้สึกว่าหนูเข้มแข็งเยอะเยอะนะค่ะ

การพลัดพรากยิ่งทำให้รักมีคุณค่า ความรักที่มีคุณค่าทำให้เราเข้มแข็ง ความเข้มแข็งจะทำให้คนที่รักเราสบายใจและสุขใจค่ะ





 
     
    By: สำเนา     27/07/2005 12:15 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 66  
     
  นักวิจารณ์จำเป็น...
......"ต้องมีอัตตา และต้องพร้อมละวางอัตตาตลอดเวลา"
เช่นเดียวกันกับนักเขียนนะครับ และน่าจะมากกว่าด้วย เพราะว่า บางครั้งไปวิจารณ์โดยไม่ได้รับการขอร้อง

แต่เหมือนว่า นักวิจารณ์ในปัจจุบัน ไม่ค่อยรับความคิดของคนอื่นสักเท่าไหร่ วันๆจ้องจะหาข้อวิจารณ์อย่างไร้สำนึก

สาเหตุเดิมๆที่มีคนมาวิจารณ์น้ำตาล ก็คือ ไม่ได้ทราบต้นสายปลายเหตุ ที่มีในเว็บนี้ตั้งแต่ต้น แล้วมักมาเตือนน้ำตาลให้ทำนั่นทำนี่ โดยไม่อ่านให้ละเอียดเสียก่อน หลายๆคนเมื่อกลับไปอ่านละเอียด ถ้าเป็นสุภาพชนก็จะมาขอโทษ หรือไม่ก็หายสาบสูญไปเลย (บางทีก็แอบแปลงร่างมาใหม่)

ที่ท่านวิจารณ์มาก็มีส่วนถูกสำหรับคนทั่วไป แต่อย่าลืมว่า คนนั้นต่างกัน ความต้องการต่างๆก็ต่างกัน อย่าพึงคิดว่า คาดว่า น่าจะ คง(อย่างนั้น)มั้ง เพราะนั่นมันคือความคิดของท่าน มันอาจจะต่างกับความจริงสุดกู่เลยก็ได้
 
     
    By: พี่เก่ง     31/07/2005 05:41 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 67  
     
  เห็นด้วยกับคุณน้ำตาลค่ะ ว่าเราเขียนเพื่อความสบายใจ และอยากเขียน ไม่ต้องสนใจคำวิจารณ์หรอกค่ะ เพราะพี่ก็เป็นคนนอกกรอบ ไม่ชอบทำอะไรตามกฎเกณฑ์ของสังคม และที่สำคัญไม่ชอบทำอะไรตามคนอื่น  
     
    By: พี่หญิง     6/08/2005 04:42 PM  (61.90.80.68)
 

 
  หัวข้อ : 68  
     
  สรุปว่า ความรักคืออะไร....หาคำตอบได้ยากเหลือเกิน ว่ารักน่ะ คือรักเค้า หรือรักตัวเอง..  
     
    By: eros     18/11/2005 01:04 PM  (58.8.185.100)
 

 
  หัวข้อ : 69  
     
  เปิ้ลชอบเรื่องที่พี่น้ำตาลเขียนนะคะ เปิ้ลก็มีความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียนเหมือนกัน
แต่เรื่องที่เปิ้ลเขียนเนี่ยสิมันไม่เป็นเรื่องเป็นราวเลย บอกตามตรงเลยนะคะเรื่องของพี่น้ำตาลดีกว่าเยอะ ขอให้พี่น้ำตาลตั้งใจเขียนต่อไปนะคะ สู้ๆนะ เปิ้ลก็จาเขียนเรื่องของเปิ้ลให้ออกมาดีบ้างเหมือนกัน
 
     
    By: เปิ้ล  Mail to เปิ้ล   9/12/2005 11:51 AM  (203.118.93.98)
 

 
  หัวข้อ : 70  
     
  ยินดีด้วยนะ
ทุกๆ อย่างสำเร็จได้ เพราะความตั้งใจดีๆ ของตัวเรา ..!!

พี่ตาล เป็นกำลังใจให้
และจะคอยอ่านเรื่องราวของ น้องเปิ้ล



โชคดีนะจ๊ะ :-)






 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   9/12/2005 01:05 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 71  
     
  นักเขียนเป็นนักเขียนมากมายแต่ไม่เคยเห็นไปช่วยสังคมอย่างที่เขียนเลย อย่างสึนามิ ไม่เห็นตาลไปช่วยเก็บศพเลย เห็นมีแต่เก็บศพที่ไม่เห็นด้วยกับตาลในเวปของตาล จริงไหมจ๊ะน้องหนูคงไม่บล็อกพี่นะจ๊ะ ถ้าบล็อกพี่จะได้แฉสังคมของคนไฮโซอีกที่มีแต่ความเลอะเทอะมีแต่กิเลสโอ้อวดกันจนสังคมเต็มไปด้วยกิเลสที่ล้อตาล้อใจให้เห็น และชอบแอบอ้างตำแหน่งใหญ่ไปขู่คนอื่น นี่คือสังบ้ายอ  
     
    By: เก่งและไม่กลัว     14/12/2005 06:43 AM  (58.11.51.47)
 

 
  หัวข้อ : 72  
     
 


ไม่มีใคร รู้จักใคร แค่เดินผ่านมา ..?

ท่านแน่ใจหรือว่า ... เราไม่กระทำอะไร หรือ เรากระทำอะไร ..?
ท่านมั่นใจหรือว่า ... ท่านต้องการคบหาเรา ..?
ท่านคิดว่า ... ข้อความที่ท่านโพสอยู่ที่ No.71 นั้น มีเจตนาอย่างมิตร และ จริงใจกับเรา จริงๆ ..?



... เราเกิดมา มีปัญญา มีความคิด
เราคือ ผล ผะ-หลิต คนรุ่นหลัง
เราคิดได้ ไม่โดนครอบ กรอบการฟัง
เราคือพะ ลังประชา ธิปไตย

... ใครจะคิด อย่างไร ไม่ควรผิด
อย่าสะกิด ต้องอย่างนั้น หรืออย่างไหน
เหตุผลใคร ใครก็ตอบ ด้วยชอบใจ
คิดแบบไหน ไม่ต้องครอบ จักขอบคุณ ฯลฯ



*** กรุณาอ่านที่ No.63 และหรือ ความคิดเห็นนี้ ซ้ำๆ
เมื่อท่านพอจะเข้าใจความหมายได้บ้างแล้ว และ เราหวังอย่างยิ่งว่า ท่านควรจะเข้าใจ

ก็ขอได้โปรด อย่ามารบกวนความสงบสุขของผู้อื่นอีก ...

แล้วที่นี่ ก็คือ บันทึกของน้ำตาล
ถ้าน้ำตาลทำตามใจใครๆ ไปหมด ที่นี่จะเรียกว่า บันทึกของน้ำตาล ได้อย่างไร ..?

.......... แล้วที่สำคัญ เราไม่เคยคิดจะก้าวร้าว ระราน ใครๆ ก่อน แต่ท่านก็อย่ามาฉวยโอกาสกระทำในสิ่งที่ไม่ควร อย่างคนที่ไร้มารยาทกับเรา มิเช่นนั้น ท่านก็จะเป็นเหยื่ออันโอชะ ให้เราได้เล่นสนุกยอกย้อน จนกว่าเราจะพอใจ ด้วยเช่นกัน ..........

.......... ภาษา ไม่ว่าจะภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย ล้วนมีถ้อยคำมากมายมหาศาล ที่แต่ละบุคคลจะสามารถเลือกใช้ได้หลากหลาย ที่จะทำให้ผู้อ่านอย่างเรา ได้อ่านแล้ว เกิดความรู้สึกที่ดีๆ ต่อกัน ผู้ใดจะใช้ถ้อยคำเหล่านั้น อย่างมีมนต์ขลัง เพื่อส่งกระแสจิตให้เกิดปฏิกิริยาแก่อารมณ์ของคู่สนทนาหรือของผู้ฟัง หรือ ให้เราดูยิ่งใหญ่ และหรือ ต่ำต้อยด้อยค่าเพียงใด ..........

ก็ขึ้นอยู่กับความจริงใจ .....
หรือ การเสแสร้งของบุคคลนั้นๆ ที่จะใช้ถ้อยคำเหล่านั้น ทั้งสิ้น ..!!

.......... ถ้าจะอธิบายให้ชัดเจน หรือ เรียกให้ถูกขึ้นอีกนิด ก็น่าจะต้องเรียกว่า เป็นความงอกเงยของภาษาที่มีศัพท์เพิ่มขึ้น เป็นการเขียน สะกด หรือ ออกเสียง ให้ภาษาที่มีความหมายใหม่ๆ เกิดขึ้น ก็น่าจะให้คำนิยามว่า ..........

คงต้องแล้วแต่จริตของใคร .....
ว่าจะตีความและนำภาษาไปคิดให้เป็นไปในทางใด ต่างหาก



>>> คลิกอ่านตัวอย่าง ..........
ความคิดประชาธิปไตย แบบสังคมบ้ายอ อย่างที่ท่านกล่าวหาผู้อื่นบ่อยๆ ได้ที่นี่ นะคะ :-)


>>> เชียร์สนธิต้องเว็บผู้จัดการ? Manager.Co.Th คลิกได้เลยคะ
>>> รักทักษิณเข้าเว็บ Pantip.Com นะคะ
>>> แต่ถ้าชอบ น้ำตาล ก็ต้องเข้า NumTan.Com อย่าลืมนะคะ :-)






 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   14/12/2005 09:58 AM  (202.44.8.98)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.