| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



ปู่เย็น แก้วมณี ... เฒ่าทรนง แห่ง ลุ่มน้ำเพชรบุรี
     
 


ปู่เย็น แก้วมณี เฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี

บันทึกเรื่องราวโดย ..... รายการ คน ค้น ฅน ทาง TV 9 วันที่ 22-23 มีนาคม 2548
ข่าวอ้างอิงจาก ..... น.ส.พ. มติชน ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2548 จนถึงปัจจุบัน
เว็บไซต์ คน ค้น ฅน ..... http://www.tvburabha.com


>>> คลิกดูภาพของ ปู่เย็น แก้วมณี เพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ
>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ




 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    24/03/2005 03:04 PM  (202.44.8.98)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


คุณเคยตั้งคำถามให้กับตัวเองหรือไม่ ..?
.................... ถ้าในวันหนึ่งคุณมีอายุ 100 ปี วันนั้นคุณจะเป็นอย่างไร..?
......................................................................................อยู่กับใคร..?
.............................................................................อยู่ในสภาพไหน..?
..........และที่สำคัญการมีชีวิตในวัยชราของคุณในวันนั้นจะเป็นอย่างไร..?

รายการคนค้นฅน ได้พาพวกเราไปพบกับ 1 คำตอบของคำถามนี้ จากชีวิตของชายชราคนหนึ่ง ที่มีอายุเลยข้ามศตวรรษมาถึงเกือบ 106 ปี นายเย็น แก้วมณี หรือ ปู่เย็น ชายชราผู้หลงยุค ผู้มีร่างกายแข็งแรงและเต็มเปี่ยมไปด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง ที่ไม่ยอมจำนนต่อวัยและสังขารอันร่วงโรย ในเรือลำเล็กๆ ลำหนึ่งขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 5 เมตร ที่เป็นทั้งเรือนงานแห่งชีวิตกับการยึดอาชีพวางอวนหาปลาในแม่น้ำเพชรบุรี อีกรวมถึงยังเป็นเรือนนอนที่กินอยู่และอาศัยพักพิงเพียงอยู่ตัวคนเดียวมาหลายสิบปี หลังจากที่ภรรยาและญาติสนิทมิตรสหายค่อยๆ ล้มหายตายจากไปตามอายุขัยของคนปกติที่มีอายุอาจไม่เกิน 80 ปี

ทุกเช้าที่บริเวณตลาดสดแถวสะพานลำใย ชายชราหลังงองุ้มคนหนึ่งจะปรากฏตัวขึ้นมาจากบันไดเชิงสะพาน พร้อมกับกะละมังหนึ่งใบใส่ปลาน้ำจืดประมาณ 10-20 ตัว มานั่งขายให้กับผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาด .. ไม่มีตราชั่ง .. ไม่มีถุงใส่ .. ไม่มีป้ายตั้งราคา .. ใครอยากซื้อเท่าไหร่ก็จ่ายมาเท่านั้น และ เมื่อปลาหมด การนั่งกินน้ำเต้าหู้ที่ร้านใกล้สะพานก็จะเป็นมื้อเช้าของปู่ทุกวันก่อนกลับลงเรือที่จอดอยู่ใต้สะพาน

เหตุการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนหลังฤดูฝนไปจนถึงเดือนมิถุนายนก่อนการกลับมาของฤดูฝนอีกครั้ง และเมื่อถึงฤดูฝนปู่เย็นจะกลับขึ้นฝั่ง ไปพักอาศัยอยู่กับหลานพร้อมกับการยกเรือขึ้นไปอยู่บนฝั่งที่ อ.ท่ายาง เนื่องจากน้ำในแม่น้ำหลากเกินไปที่จะหาปลาและอยู่อาศัยได้ และ เมื่อหมดฝนการเฝ้ารอคอยของปู่เย็นที่จะได้กลับลงแม่น้ำอีกครั้งก็จะเกิดขึ้น เรือลำหนึ่งจะล่องจากท่ายางมาที่เมืองเพชรเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร เพื่อกลับสู่วิถีชีวิตเดิมๆ ภาพของวัฎจักรแห่งชีวิตและการงานของปู่เย็นก็จะดำเนินไปอีกครั้ง กับชีวิตและความผูกพันกับแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำสายแห่งชีวิตที่ปู่เย็นทำมาหากินหล่อเลี้ยงตัวเองมาจนวัยลุล่วงมาจนถึง 106 ปีในวันนี้

คนที่รู้จักกับปู่เย็นกล่าวว่า ปู่เย็นอาจจะเป็นคนหนึ่งที่เป็นดัชนีชี้วัดความเป็นไปในสายน้ำเพชรบุรีแห่งนี้ ได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าปู่เย็นยังคงพึ่งตนเองได้ด้วยการจับปลาในแม่น้ำแห่งนี้ได้อยู่ ก็แสดงว่าแม่น้ำเพชรบุรี ก็ยังคงสะอาดพอที่จะมีสิ่งชีวิตอาศัยอยู่ในแม่น้ำ และยังสามารถหล่อเลี้ยงชีวิตบั้นปลายของคนๆ หนึ่งได้จนถึงทุกวันนี้

แต่สำหรับการลงเรือของปู่เย็นครั้งล่าสุดในปีนี้ ภาพที่ผู้คนเห็นจนคุ้นตาอาจจะกลายเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเป้าหมายและภาระกิจของปู่เย็นเที่ยวสุดท้ายในครั้งนี้ คือการหาเงินให้ได้ครบตามที่ตั้งเอาไว้แล้ว เมื่อฤดูฝนที่จะมาถึงก็จะเป็นการกลับคืนขึ้นฝั่งตลอดกาล ชีวิตคนบางคนความตายมาถึงขณะที่ยังไม่พร้อม แต่ในขณะที่บางคนอาจพร้อมที่จะตายได้ทุกเมื่อ ขณะที่ความตายยังเดินทางมาไม่ถึง ถึงแม้อาจไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้ ว่าเราจะอยู่ได้ถึงเมื่อไหร่ จะตายวันไหน และ เราจะมองเรื่องการตายอย่างไรก็ตาม

แต่สำหรับชายชราอย่างปู่เย็น การรอคอยวันตายอาจไม่ใช่สิ่งสุดท้ายของการมีชีวิตอยู่ เพราะการมีชีวิตอยู่ในวันนี้ของปู่เย็น ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา ไม่จำเป็นต้องเป็นภาระ หรือ แบมือขอใครกิน และ ที่สำคัญไปกว่านั้น ถ้าหากการตายจะเกิดมาจากคำว่า อดตาย คงไม่มีทางเกิดขึ้นกับชายชราที่ชื่อ ปู่เย็น เป็นอันขาด .................. !!





 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/03/2005 03:42 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชเสาวนีย์ให้ ผู้ว่าฯเพชรบุรี ช่วยเหลือดูแลปู่เย็น แก้วมณี ผู้เฒ่าวัย 105 ปี ที่ใช้ชีวิตในเรือหาปลาเลี้ยงชีพไปวันๆ พร้อมกับมีพระประสงค์จะพระราชทานเรือลำใหม่ที่มีหลังคากันแดดให้ เฒ่าทรนงซาบซึ้งถึงกับกอดพระบรมฉายาลักษณ์ บอกจะอยู่ให้ถึง 110 ปี

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2548 ผู้สื่อข่าวของ นสพ.มติชน รายงานว่า จากกรณีที่ รายการ คน ค้น ฅน ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ได้นำเสนอการดำรงชีวิตของ นายเย็น แก้วมณี อายุประมาณ 105 ปี ชาวเพชรบุรี ที่ประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองด้วยการหาปลาจากแม่น้ำเพชรบุรี และใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในเรือ โดยใช้ชื่อเรื่องว่า ปู่เย็น เฒ่าทรนง ออกอากาศ 2 ตอน ในวันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ และ วันอังคารที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเสนอให้เห็นการสู้ชีวิตและดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี โดยไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากใคร หาเลี้ยงชีพด้วยการหาปลาในแม่น้ำเพชรบุรีไปขายทุกวัน อีกทั้งใช้ชีวิตอยู่ในเรือตลอดนั้น

ความทราบถึงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้นายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และคุณหญิงสงวนศรี พิทูรกิจจา นายกเหล่ากาชาดจังหวัด เข้ามาดูแล และให้การช่วยเหลือเบื้องต้น โดย เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 มีนาคม นายประสงค์พร้อมด้วยคุณหญิงสงวนศรี นำเครื่องยังชีพพระราชทานมามอบให้แก่นายเย็นหรือปู่เย็น ที่ท่าน้ำศาลากลางบ้านคามวาสี ใกล้สะพานใหญ่ หน้าวัดมหาธาตุวรวิหาร พร้อมสอบถามถึงความเป็นอยู่ สุขภาพ และความต้องการ โดยนายเย็นยังคงนั่งสนทนาอยู่ในเรือ

นายประสงค์เปิดเผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ดูแลปู่เย็นเป็นกรณีพิเศษ ตลอดจนมีพระราชประสงค์จะพระราชทานเรือลำใหม่ที่มีหลังคากันแดดกันฝนได้ เบื้องต้นตนได้ถ่ายทอดพระราชเสาวนีย์ให้ปู่เย็นทราบ ครั้งแรกนายเย็นไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ต่อเมื่อได้ยืนยัน ปู่เย็นยังกล่าวแบบเกรงใจว่า ..........

.................... เรือแพอย่ากวนใจท่านเลยมันลำบาก คนแก่ไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน ปีหน้าก็ตายแล้ว จนต้องคะยั้นคะยอให้รับเรืออยู่หลายครั้ง ปู่เย็นจึงรับปาก และหัวเราะต่อท้ายก่อนพูดว่า กูไม่ตายแล้ว ใจมันกว้าง จะอยู่ไปถึง 110 ปี และ กอดพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถไว้แนบอก และบอกว่าจะนำไปใส่กรอบไว้กราบไหว้ ....................

เบื้องต้น นายประสงค์ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหาเรือ ได้ข้อสรุปจะหาเรือมาดที่ทำจากไม้ กว้าง 1.50 เมตร ยาว 6 เมตร มีหลังคาเป็นที่พักอาศัยหลบแดดให้ คาดว่าจะส่งมอบได้กลางเดือนมีนาคมนี้

นายเย็น .......... เป็นชาวเพชรบุรี
นับถือ .......... ศาสนาอิสลาม
บิดาชื่อ .......... นายสุข แก้วมณี
มารดาชื่อ .......... นางชม แก้วมณี
อาศัยอยู่ .......... 274/4 ถนนมาตยาวงศ์ ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี
เดิมประกอบอาชีพ .......... รับจ้างเลี้ยววัว
ภรรยาชื่อ .......... นางเอิบ แก้วมณี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2536

จากนั้นก็ใช้ชีวิตอยู่ในเรือมาตลอด เลี้ยงตนเองด้วยการหาปลาขาย มีรายได้วันละ 30-70 บาท จะขึ้นฝั่งไปอยู่กับหลานที่ อ.ท่ายาง ช่วงน้ำหลากเชี่ยวเท่านั้น หากนับอายุตามหลักฐานทะเบียนราษฎร์มีอายุ 86 ปี แต่ปู่เย็นเล่าให้ฟังว่าเกิดปีฉลู ขณะนี้อายุ 105 ปี ซึ่งจากการสอบถามผู้สูงอายุกว่า 80 ปี ใน อ.เมือง ยืนยันว่าเมื่อยังเด็กเห็นปู่เย็นเป็นหนุ่มใหญ่แล้ว

นายเย็น เป็นคนเกรงใจคนอื่นอย่างมาก ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากใครง่ายๆ ไม่ยอมให้ใครทำอะไรให้ฟรีๆ โดยบอกว่า ตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตก็อยู่บนฝั่งไม่ได้ ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในเรือ และการหาปลาก็ทำให้ลืมความคิดถึงภรรยาไปได้บ้าง แต่ก็ยืนยันว่าชีวิตตนเองไม่ได้ลำบากอะไร ทั้งนี้ นายเย็นจะปักและกู้อวนวันละ 2 รอบ คือช่วง 21.00 น. และ 04.00 น. จากนั้นในตอนเช้าจะนำปลาไปขายที่ตลาด โดยต้องการหาเงินให้ครบ 1 หมื่นบาท ขณะนี้ขาดเงินอีก 3 พันบาท ที่ต้องหาให้ครบ เพื่อเป็นเงินสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อได้ครบแล้วจึงจะหยุดหาปลา ...................



โดย น.ส.พ. มติชน

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/03/2005 04:50 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


คนแห่ไปเยี่ยมปู่เย็นเฒ่าทรนงวัย 105 ปี พร้อมมอบเงิน สิ่งของให้ ขณะที่เจ้าตัวบอกว่าเหนื่อยที่ต้องต้อนรับคนจำนวนมาก แต่ยืนยันมีเงินพอใช้ไม่เดือดร้อน ย้ำไม่อยากรบกวนใคร ผู้ว่าฯเพชรบุรีสนองพระราชเสาวนีย์ ตั้งคณะ กก.เฉพาะกิจช่วยเหลือ จัดหาเรือลำใหม่ให้เบากว่าเดิม คนโพสต์เข้าเว็บไซต์มติชนตึม ชื่นชมผู้เฒ่าทรนง

กรณีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อนายเย็น แก้วมณี หรือปู่เย็น ผู้เฒ่าชาวไทยมุสลิม จ.เพชรบุรี อายุ 105 ปี ที่ได้ชื่อว่าเป็น เฒ่าทรนง ซึ่งใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในเรือและหาปลาประทังชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากใคร โดยมีพระราชเสาวนีย์ถึงนายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และคุณหญิงสงวนศรี พิทูรกิจจา นายกเหล่ากาชาด จ.เพชรบุรี ให้การช่วยเหลือโดยด่วนนั้น

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2548 มีประชาชนจากหลายจังหวัดเดินทางมายังใต้สะพานท่าสงฆ์ แม่น้ำเพชรบุรี อ.เมือง จ.เพชรบุรี บริเวณที่ปู่เย็นจอดเรือหลบแดดในช่วงว่างจากการหาปลา เพื่อมาพูดคุยและนำเงินและของมามอบให้ ซึ่งปู่เย็นนั่งคุยกับประชาชนที่มาเยี่ยมในช่วงเช้า แต่ปู่เย็นหูตึงมาก จึงต้องพูดเสียงดัง จากนั้นในช่วงสายปู่เย็นได้พายเรือหลบไปยังสะพานลำไย หรือสะพานใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียง โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว รู้สึกเหนื่อยกับการต้อนรับคนจำนวนมาก จึงอยากพักผ่อนบ้าง ส่วนเงินทองนั้นมีพอใช้ไม่เดือดร้อน และไม่อยากรบกวนใครมาก เพราะขณะนี้ไม่มีญาติพี่น้องหรือลูกหลานให้ต้องเป็นห่วงมากมาย

ด้านนายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยนายเย็น โดยตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้น มีนายประหยัด ยะคะนอง ปลัดจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธาน ดำเนินการหาเรือให้แก่นายเย็น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา สเก็ตช์ภาพเรือมาให้แล้ว เป็นเรือพายที่มีน้ำหนักเบา พายในน้ำตื้นได้ดี และสะดวกแก่การหาปลา รวมทั้งจะทำหลังคาเรือเพื่อกันแดดกันฝนให้ด้วย

ขณะที่นายสมศักดิ์ อิสมันยี รองประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรี กล่าวว่า การที่นายเย็นยังสามารถหาปลาในแม่น้ำเพชรบุรีได้ แสดงให้เห็นถึงสภาพของแม่น้ำยังใสสะอาด สิ่งมีชีวิตยังอาศัยอยู่ได้ แม้ว่าสภาพจะตื้นเขินเพราะแล้งจัดก็ตาม ในฐานะที่ชมรมมีบทบาทในการอนุรักษ์แม่น้ำสายประวัติศาสตร์นี้มาตลอด จึงคิดว่าปู่เย็นจะเป็นอีกตำนานหนึ่งที่นักอนุรักษ์แม่น้ำสายนี้ต้องจดจำวิถีชีวิตที่นายเย็นดำรงอยู่ ในอนาคตแม้ปู่เย็นจะไม่อยู่แล้ว เรือของปู่เย็นที่ได้รับพระราชทาน น่าจะบอกเล่าถึงอดีตของปู่เย็น ผู้เฒ่าทรนง ที่มีสัมพันธภาพกับสายแม่น้ำเพชรแห่งนี้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการนำเสนอข่าวเรื่องที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานความช่วยเหลือ ปู่เย็น นั้น ปรากฏว่าตลอดทั้งวันมีประชาชนโพสต์แสดงความเห็นในข่าว ปู่เย็น เฒ่าทรนง ทางเว็บไซต์ http://www.matichon.co.th ของหนังสือพิมพ์ มติชน แสดงความชื่นชมในวัตรปฏิบัติของปู่เย็น อวยพรให้ปู่อายุมั่นขวัญยืน แนะนำให้คนรุ่นหลังยึดเป็นแบบอย่าง นอกจากนี้ยังชื่นชมช่อง 9 และรายการ คนค้นคน พร้อมกับเสนอแนะให้นำเรื่องราวของปู่เย็นบันทึกลงในวิดีโอ หรือซีดีแจกให้โรงเรียนต่างๆ หรือออกอากาศซ้ำ คนที่ไม่ได้ดูจะได้ดูเป็นแง่คิด

อย่างไรก็ดี มีหลายคนทักท้วง เรื่องที่จังหวัดจะจัดหาเรือขนาดกว้าง 1.5 เมตร ยาว 6 เมตร แล้วติดเครื่องยนต์ให้ปู่เย็น เนื่องจากใหญ่เกินไปไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต และสภาพลำน้ำ เพราะเรือที่ใช้อยู่เป็นเรือขนาดเล็ก พอเหมาะกับการลงอวน กู้อวน และแกะปลาที่ติดอวนออกมา และต้องเคลื่อนเรือไปทีละนิดตามความยาวของอวน ถ้าเป็นเรือขนาดใหญ่ยาว คงเอามาใช้งานลักษณะนี้ไม่ได้ ถ้าให้มาแล้วปู่เย็นจอดทิ้งไว้เฉยๆ และใช้เรือลำเก่าของแกต่อไป จะดูไม่ค่อยดี เป็นภาระให้คนเฒ่าคนแก่เปล่าๆ

ผู้ใช้ชื่อ ช ระบุว่า ได้ดูรายการคนค้นคนปู่เย็นแล้วได้ข้อคิดมากมาย คนเราถ้ารู้จักพอ ก็จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ สังคมจะน่าอยู่ การแก่งแย่งช่วงชิงเอารัดเอาเปรียบคงหมดไป ขอบคุณรายการคนค้นคน ที่นำเสนอค้นมาให้ชม ดีใจกับปู่เย็นที่ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือจากพระองค์ท่าน การได้เกิดเป็นคนไทยถือได้ว่าโชคดีที่สุดในโลก ทุกศาสนาได้รับการดูแลจากพระองค์ท่านอย่างเท่าเทียมกัน ขอให้ผู้ที่หลงผิดทั้งหลาย กลับตัวกลับใจช่วยกันพัฒนาประเทศ อย่าให้พระองค์ท่านต้องทรงกังวลห่วงใย

ผู้ใช้ชื่อ เก่ง ระบุว่า ได้ของดีจากปู่ที่ว่า
หอยไม่มีมือ ไม่มีเท้า ยังหากินได้ ไม่อดตาย คนเรามีครบทุกอย่างจะกลัวอะไร..?

ผู้ใช้ชื่อ ชาวพุทธใน 3 จว.ภาคใต้ มีข้อเสนอดังนี้
1. ฝากไปถึงช่อง 9 ช่วยสละเวลาออกอากาศอีกครั้งหลังข่าวเร็วๆ นี้ เพื่อเป็นข้อคิดเตือนใจ และให้ผู้ที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมืองได้เห็นว่า สถาบันกษัตริย์ไทย นั้น ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน

2. เรือลำใหญ่ปู่พายไม่ไหวแน่ ผู้ว่าฯ ควรพูดโน้มน้าวให้ปู่อยู่บนบก หรือ ให้เรือจอดอยู่ที่เดียว

3. เรื่องเงินผู้ว่าฯควรจัดการให้ เพราะเกรงจะเรื่องไม่ดีไม่งาม เช่น ถูกปล้น มีคนอื่นฉ้อโกง สูญหาย



โดย น.ส.พ. มติชน

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/03/2005 05:34 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


ปู่เย็นตกเรือบาดเจ็บขณะฝนตกหนัก ผวจ.เพชรบุรีส่งพยาบาลช่วยรักษาบาดแผล ทนนอนหนาวในเรือ ไม่ยอมรับเสื้อกันหนาว เผยเหตุเชื่อคติเก่าๆ ออกจากบ้านต้องใส่ชุดเดิมหากเปลี่ยนจะถูกไอ้เข้กิน ยังขี้เกรงใจเหมือนเดิม บอกขอโทษต้องหนีคนแห่เยี่ยม รู้สึกเหนื่อยมากจริงๆ

ความคืบหน้ากรณีนายเย็น แก้วมณี หรือปู่เย็น ผู้เฒ่าชาวไทยมุสลิม จ.เพชรบุรี อายุ 105 ปี ที่ได้ชื่อว่าเป็น เฒ่าทรนง ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในเรือและหาปลาประทังชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ขี้เกรงใจ ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากใคร พักอาศัยในเรือที่ใต้สะพานท่าสงฆ์ อ.เมือง จ.เพชรบุรี กระทั่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ถึงนายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และคุณหญิงสงวนศรี พิทูรกิจจา นายกเหล่ากาชาด จ.เพชรบุรี เร่งให้การช่วยเหลือ โดยกำลังต่อเรือลำใหม่ให้แก่ ปู่เย็น เป็นเรือพระราชทาน

ต่อมา เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป มีผู้ไปเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย
จน ปู่เย็น รู้สึกเหนื่อยมาก ถึงกับพายเรือหนีไปนอนอยู่ใต้สะพานอื่น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 5 มีนาคม ยังคงมีผู้มีน้ำใจจำนวนมากเดินทางไปยังใต้สะพานลำใย แม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากสะพานท่าสงฆ์ประมาณ 500 เมตร เพื่อเยี่ยม ปู่เย็น ด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากในช่วงค่ำของคืนวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักเป็นเวลาหลายชั่วโมงในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีและในตอนเช้าวันที่ 5 อากาศค่อนข้างหนาวเย็น มีผู้พบเห็น ปู่เย็น นั่งขดตัวอยู่ในเรือ ที่แขนขวาใต้ข้อศอกมีแผลถลอกยาวประมาณ 5 เซนติเมตร เลือดไหลซึม และปวดที่หัวแม่เท้าซ้าย

จากการสอบถาม ปู่เย็น ได้ความว่าขึ้นไปทำธุระบนฝั่ง ขณะกำลังหนีฝนจะก้าวลงเรือ ด้วยความมืดของใต้สะพานทำให้มองเรือไม่ถนัด จึงหกล้ม ตัวกระแทกกับแง่หินริมตลิ่ง เป็นเหตุให้แขนขวาและหัวแม่เท้าซ้ายถลอกและบาดเจ็บดังกล่าว แต่ ปู่เย็น ก็มิได้ร้องขอความช่วยเหลือจากใคร อ้างว่าเกรงใจไม่อยากให้ใครเดือดร้อน และได้นำยาแดงรักษาบาดแผลที่มีอยู่ติดเรือมาทา และนอนปวดแผลอยู่ในเรือทั้งคืน

เมื่อถามว่าเหตุใดไม่ยอมใส่เสื้อหนาๆ
เพื่อกันหนาว ปู่เย็น ตอบว่า ตนเป็นชาวบ้านที่หากินด้วยการจับสัตว์น้ำ

มีคติความเชื่อว่า
เมื่อสวมเสื้อผ้าออกจากบ้านชุดไหน ก็จะไม่เปลี่ยนไปใส่ชุดอื่น ไม่เช่นนั้นจะถูกจระเข้กิน


ผ้าห่มที่มีอยู่ก็พอจะกันหนาวได้บ้าง ตอนนี้มีผู้สื่อข่าวและคนที่มีน้ำใจเดินทางมาเยี่ยมและช่วยเหลือมาก แต่ต้องขอโทษรู้สึกเหนื่อยจริงๆ เมื่อเขามาไม่พูดคุยก็ไม่ได้ เกรงใจเขามาก ก็ใช้วิธีพายเรือหลบไปอยู่ในที่เงียบๆ แต่ก็ตามมาจนได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ตอนสายวันเดียวกัน นายประสงค์ พิทูรกิจจา ทราบว่า ปู่เย็น ได้รับบาดเจ็บ จึงประสานไปยัง นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ผู้อำนวยการ รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ส่งหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่เร็วมารักษาบาดแผลให้ ปู่เย็น แล้ว ซึ่งหากให้การรักษาช้า แผลอาจจะติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจาก ปู่เย็น อายุมาก ภูมิต้านทานโรคมีน้อย



โดย น.ส.พ. มติชน

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/03/2005 06:08 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


ความคืบหน้ากรณีนายเย็น แก้วมณี หรือปู่เย็น อายุ 105 ปี ชาวไทยมุสลิม จ.เพชรบุรี ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในเรือและหาปลาประทังชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี พักอาศัยในเรือที่ใต้สะพานท่าสงฆ์ อ.เมืองเพชรบุรี จนกระทั่งรายการ คนค้นฅน ทำสกู๊ปชีวิต เฒ่าทรนง ออกทางช่อง 9 ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ถึงนายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และคุณหญิงสงวนศรี พิทูรกิจจา นายกเหล่ากาชาด จ.เพชรบุรี ให้เข้าช่วยเหลือนั้น

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2548 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีผู้มีประชาชนที่มีน้ำใจจำนวนมากเดินทางมายังใต้สะพานลำใย แม่น้ำเพชรบุรี เพื่อเยี่ยมปู่เย็นตลอดทั้งวัน ปู่เย็นยังคงมีอาการอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากพักผ่อนน้อย และเพิ่งประสบอุบัติเหตุตกเรือเจ็บแขน ขณะที่นายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้มอบหมายให้นางเฟื่องฟ้า ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายธวัชชัย รักขนาม นายอำเภอเมืองเพชรบุรี จัดเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแลปู่เย็นตลอดทั้งวัน และในช่วงสาย เจ้าหน้าที่พยาบาลจากโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี มาทำความสะอาดแผลที่แขนขวาให้แก่ปู่เย็น หลังจากหกล้มเมื่อคืนวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา

นายประสงค์กล่าวว่า หากไม่มีปัญหาใดๆ เรือที่ปู่เย็นจะได้รับพระราชทานน่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 20 วัน แต่เรือจะออกมาในลักษณะใดขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

นายหมาดสุโข เสมสรร และนายมูหะหมัด กอดีรี ชาวไทยมุสลิม อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 1 ต.โมกขรันต์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เดินทางมาเยี่ยมปู่เย็นที่ท่าน้ำสะพานลำใย นายหมาดสุโขเปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับปู่เย็นได้ความว่า ปู่เย็นไปละหมาดที่ ต.ท่าแร้ง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เฉพาะวันศุกร์เท่านั้น ความจริงแล้วภาคบังคับของศาสนาอิสลามจะต้องละหมาดวันละ 5 ครั้ง แม้ว่าปู่เย็นจะมีอายุมาก แต่มีวิธีละหมาดสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งพยายามจะสื่อให้ปู่เย็นเข้าใจ แต่ปู่หูตึงมาก คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง นายหมาดสุโขกล่าวว่า .........

.................... องค์กรมุสลิมในจังหวัดเพชรบุรี ควรเข้ามามีส่วนรู้เห็นความเป็นอยู่ของปู่เย็น ประธานมุสลิมหรือโต๊ะอิหม่ามในจังหวัด ควรเข้ามาดูแลช่วยเหลือในฐานะที่ปู่เย็นเป็นมุสลิมคนหนึ่ง แต่คาดว่าก่อนหน้านี้องค์กรมุสลิมในจังหวัดคงจะไม่ทราบความลำบากของปู่มาก่อนก็เป็นได้ ส่วนพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีต่อปู่เย็น ในฐานะชาวไทยมุสลิมรู้สึกได้ว่าพระองค์ท่านมีมนุษยธรรมสูง ตรงตามหลักศาสนาอิสลามที่มนุษย์ควรแผ่ความเมตตาธรรมสู่มนุษย์ร่วมโลก ศาสนาอิสลามเปิดกว้างในเรื่องนี้อยู่แล้ว ....................

ด้านนางสวลี วิบูลวาณิช อาจารย์โรงเรียนศุขประสารราษฎร์ อ.เมืองเพชรบุรี ได้นำผ้าขาวม้าลายขาว-น้ำเงินมาให้แก่ปู่เย็นโพกศีรษะแทนผืนเก่าที่เก่าคร่ำคร่า และหมอน 1 ใบมาให้ปู่เย็น แต่ปู่เย็นรับไว้แต่ผ้าขาวม้าเท่านั้น อ้างว่าหมอนมีแล้วไม่ต้อง แต่ผ้าขาวม้ายังนำมาใช้ไม่ได้ ต้องกลับไปบ้านก่อน ไม่เช่นนั้นถูกจระเข้กินแน่นอนตามความเชื่อโบราณ

ปู่เย็นกล่าวว่า จะพายเรือหนีไปหลบใต้สะพานไหนก็ตาม จะมีผู้นำสิ่งของมาให้ตลอดทั้งวัน รู้สึกเหนื่อยมากแต่ก็ดีใจ ที่ผ่านมาอยู่อย่างพอมีพอกิน ไม่อยากขอใคร เกรงคนจะว่าเป็นพวก แขกดอย บางคนไม่รู้ว่าเป็นมุสลิมนำหมูหยองและอาหารที่มีส่วนผสมของหมูมาให้ แต่ก็รับและฝากคนเอาไปให้แก่เด็กยากจน ส่วนเงินเอามาให้จะไม่รับไว้ ทุกวันนี้ขนาดมีของกินของใช้เต็มลำเรือยังนอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจากกลางดึกใต้สะพานเงียบและมืดมาก เกรงพวกขี้ยาจะลอบเข้ามาตีหัว

ส่วนกรณีที่มีกระแสเรียกร้อง ให้รายการ คนค้นฅน นำเทปเรื่องราวชีวิตของปู่เย็นกลับมาออกอากาศอีกครั้ง หลังจากที่ออกอากาศไปเมื่อวันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคมที่ผ่านมานั้น นายสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ ผู้ผลิตและคนเดินเรื่องรายการ คนค้นฅน กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงเรียกร้องให้นำเทปของปู่เย็นกลับมาออกอากาศอีกครั้งว่า ตอนนี้แน่นอนแล้วว่าจะมีการนำกลับมาฉายอีกครั้ง โดยในวันอังคารที่ 8 มีนาคมนี้ จะเข้าไปคุยกับทางผู้บริหารสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวีว่าจะนำมาออกในวันหรือช่วงเวลาใด นอกจากจะนำเทปกลับมาออกอากาศอีกครั้งแล้ว ทางสถานียังให้นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เชิญปู่เย็นมาออกรายการ ถึงลูกถึงคน ด้วย ทั้งหมดจะได้ข้อสรุปเรื่องเวลาออกอากาศในวันอังคารนี้

ส่วนกรณีของความช่วยเหลือที่หลั่งไหลเข้ามา ให้ปู่เย็นนั้น นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า หลังจากที่ได้ไปพูดคุยกับปู่เย็นเมื่อวันศุกร์ที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ปู่เย็นยังยืนยันกับความตั้งใจเดิม คือถ้ามีใครเอาอะไรไปให้ก็จะรับในสิ่งที่คิดว่าจำเป็นต่อชีวิตเท่านั้น เพราะปู่เย็นมีชีวิตอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างแท้จริงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ขอบคุณกับน้ำใจของคนที่มาช่วยเหลือ สำหรับเรือพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถนั้น ปู่ยอมรับเลยว่า ปลาบปลี้มยินดีมาก แต่คงไม่ใช้เรือลำนี้ทำมาหากิน ตั้งใจจะใช้อยู่อาศัยเท่านั้น

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนเป็นห่วงนั้น คือการบริจาคเงินช่วยเหลือนั้น ทางรายการไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่จะมีนายเกียรติศักดิ์ กล่อมสกุล อาชีพทำทัวร์อนุรักษ์แม่น้ำเพชรบุรี เพื่อนสนิทคนเดียวของปู่เย็น รับเป็นผู้ดูแลให้ โดยจะไปเปิดบัญชีให้ปู่เย็น และเบิกมาให้ใช้เดือนละ 1,000 บาท คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะปู่เย็นแข็งแรงมากในเรื่องของความคิด ความเชื่อ เพราะเป็นคนกำหนดความพอดีของชีวิตทั้งหมดเอง

ผู้ผลิตรายการ คนค้นฅน กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเมื่อรายการคนค้นฅนนำเทปชีวิตของคนต้นเรื่องออกไปก็มักจะมีการติดต่อให้ความช่วยเหลือกลับมายังรายการเสมอ ทางรายการจะเป็นผู้ติดต่อให้ไปช่วยเหลือคนต้นเรื่องโดยตรง อาทิ ก่อนหน้าปู่เย็น จะมีกรณีของคุณยายหนองสาหร่ายที่ต้องเก็บผักจากหนองสาหร่ายมาขายที่สะพานควายเวลาตี 3-4 ของทุกวัน เพื่อจะหาเงินไปสร้างบ้าน ตอนนี้มีคนช่วยเหลือซื้อบ้านให้คุณยายเรียบร้อยแล้ว และต้องบอกว่า การนำเสนอของรายการ คนค้นฅน มีจุดประสงค์หลักอย่างหนึ่งเพื่อให้เกิดความช่วยเหลือแก่คนต้นเรื่องตามมา เพราะคิดว่าคนไทยอะไรที่ช่วยกันได้ก็น่าจะช่วย


โดย น.ส.พ. มติชน

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/03/2005 06:28 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2548 นายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยถึงเรือพระราชทานที่นายเย็น แก้วมณี อายุ 105 ปี ซึ่งอาศัยหลับนอนอยู่ในเรือ และประทังชีพด้วยการหาปลาขาย จะได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ว่าเป็นฝีมือการออกแบบของวิทยาลัยการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา เป็นเรือกว้าง 1 เมตร ยาว 6 เมตร มีประทุนหลังคากันแดดกันฝน ด้านครึ่งเรือตอนท้ายจะมีผ้ามุ้งสำหรับกันยุงและสิ่งอำนวยความสะดวกในเรือครบครัน เช่น ยารักษาโรค และภาชนะจำเป็นสำหรับการอุปโภคบริโภค ตลอดเครื่องใช้จำนวนหนึ่ง สำหรับตัวเรือจะเป็นเนื้อไฟเบอร์กลาสตลอดทั้งลำ มีน้ำหนักเบาสามารถลอยตัวอยู่ในน้ำตื้นได้ โดยจะสร้างเสร็จภายในไม่เกิน 20 วัน

และ วันเดียวกัน ยังคงมีผู้มีน้ำใจทั้งภายใน จ.เพชรบุรีและต่างจังหวัดจำนวนมากเดินทางมายังใต้สะพานลำใย อ.เมืองเพชรบุรี เพื่อเยี่ยมปู่เย็นด้วยความเป็นห่วง โดยในช่วงเย็นปู่ได้ขึ้นมานั่งรับผู้ที่มาเยี่ยมเยียนบนบันไดสะพาน ปู่เย็นเปิดเผยถึงสาเหตุที่ขึ้นจากเรือมานั่งบนบันไดสะพานว่า

หลายวันมานี้ มีคนมาร่วมพูดคุยและมาเยี่ยมเยียนที่เรือทุกวัน ทำให้รู้สึกเกรงใจผู้ที่มาเยี่ยมเยียนที่ต้องเดินทางลงไปใต้สะพานซึ่งไม่สะดวก เมื่อวันก่อนมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ใกล้ๆ ที่จอดเรือมีสภาพชื้นแฉะแต่คนก็ยังลงไปเยี่ยมอย่างไม่ขาดสาย เมื่อห้ามคนมาเยี่ยมไม่ได้ จึงขึ้นมานั่งรอที่บันไดดีกว่าคนมาเยี่ยมจะได้ไม่ต้องลำบากเดินลงไป

วันนี้มีคนเอาของมาให้มากมาย ทั้งของกินของใช้ ทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผู้คนมาเยี่ยมเยอะทำให้ช่วงนี้ไม่ได้ออกหาปลา อีกทั้งอาหารการกินก็ได้รับอนุเคราะห์จากผู้มาเยี่ยมเยียนจำนวนมากจึงยังไม่จำเป็นต้องออกหาปลามาประทังชีวิต อย่างไรก็ตาม หากผู้มาเยี่ยมเยียนน้อยลงก็จะออกหาปลาตามปกติ

เจ้าของบ้านที่เคยไปพัก เดินทางมาตามและจะรับกลับไปพักผ่อนที่บ้านที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี แต่ได้กล่าวปฏิเสธไป เพราะได้ลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะกลับขึ้นไปพักบนบกในเดือนหก ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาก็ต้องรักษาคำพูด อาศัยอยู่ในเรืออย่างที่เคยพูดไว้



โดย น.ส.พ. มติชน

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/03/2005 06:52 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


ภายหลังรายการ คนค้นฅน ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวีออกอากาศชีวิตของนายเย็น แก้วมณี หรือปู่เย็น เฒ่าทรนงที่ใช้ชีวิตอยู่ในเรือด้วยวัย 105 ปี จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานเรือให้ ตามมาด้วยสายธารแห่งความช่วยเหลือจากทั่วประเทศที่หลั่งไหลไปให้ ปู่เย็น นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2548 นายสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ กรรมการผู้จัดบริษัททีวีบูรพา เจ้าของรายการ คนค้นฅน ที่แพร่ภาพออกอากาศทางช่อง 9 เวลา 22.00-23.00 น. ทุกวันอังคาร ให้สัมภาษณ์หลังจากได้ข้อสรุปจากผู้บริหารจากช่องโมเดิร์นไนน์ทีวีว่า จะทำเทปใหม่เกี่ยวเรื่องราวชีวิตของ ปู่เย็น มานำเสนอในรูปแบบใหม่ โดยการสอบถามจากคนรอบข้าง เพื่อเจาะข้อมูลเบื้องลึกว่า ตลอดชีวิตของเขาเป็นอย่างไร และใครพูดถึงปู่เย็นในแง่มุมใดบ้าง รวมถึงกระแสหลังจากออกอากาศต่อปู่เย็นด้วยว่าเป็นอย่างไร

ซึ่งจะมีการแพร่ภาพในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ส่วนเทปเฒ่าทรนง 1-2 ที่เคยออกอากาศไปแล้วนั้น จะมีการนำกลับมาออกอีกในวันที่ 22-23 มีนาคมนี้ ในเวลาเดียวกัน สำหรับเรตติ้งนั้น นายสุทธิพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องรออีก 2 สัปดาห์กว่าจะเช็คเรตติ้งได้ แต่เท่าที่รับฟังกระแสสื่อในการนำเสนอเรื่องราวดังกล่าวก็คิดว่าน่าจะอยู่ในเกณฑ์เดียวกับเทปที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ขณะที่อีกด้านหนึ่งนั้น ประชาชนจำนวนมากยังไปเยี่ยมปูเย็นที่บริเวณใต้สะพานลำใย อ.เมือง จ.เพชรบุรี ไม่ขาดสาย ทำให้ปู่เย็นมีน้ำเสียงแหบแห้งกว่าวันก่อนๆ เนื่องจากการพูดคุยตอบโต้ แม้จะมีเด็กหญิงอายุประมาณ 13 ปีทำหน้าที่เป็นล่าม คอยตะโกนถามคำถามของชาวบ้านที่ข้างหู แต่ปู่เย็นยังคงอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ

แต่กรณีสื่อมวลชนที่ไปทำข่าว หากไม่ขออนุญาตบันทึกภาพ จะถูกปู่ต่อว่า
บางครั้งพานหยุดคุย และเอาผ้าห่มมาห่มคลุมโปงแกล้งหลับไปเลย เพื่อให้รู้ว่า กำลังประท้วง


ผู้สื่อข่าวถามว่า หากได้รับพระราชทานเรือจะเอาเรือไปทำอะไร..?

ปู่เย็นตอบว่า จะชวนคนรู้จักมาลงเรือ แล้วพายเล่นไปทั่ว ส่วนเรือลำที่มีอยู่ก็จะใช้หาปลาต่อไป ตอนนี้รู้สึกซาบซึ้งในน้ำพระทัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ห่วงใยคนแก่ ขอให้พระราชินีอายุยืนหลายร้อยปี ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ารายการ ถึงลูกถึงคน ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา จะเชิญปู่เย็นไปออกรายการช่อง 9 นั้น ปู่เย็นกล่าวว่า คงต้องตัดเอาศีรษะไป เพราะจะไม่ยอมเดินทางไปเด็ดขาด แต่หากนายสรยุทธจะมาพูดคุยที่ท่าน้ำก็ยินดี แต่เนื้อหาต้องไม่ซ้ำกับรายการ คนค้นฅน จึงจะอนุญาต

ปู่เย็นกล่าวว่า เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา มีคนร้าย 2 คนย่องมาเรือ เมื่อถามว่า มาทำไม ก็ไม่ตอบ แต่ฉวยเอาเงินจำนวน 160 บาทที่เก็บไว้ในถุงพลาสติคไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งเป็นเงินที่ผู้มาเยี่ยมให้ไว้ ซึ่งตนจำหน้าคนร้ายไม่ได้ เพราะใต้สะพานมืดมาก แต่ไม่คิดแจ้งตำรวจ ถือว่าแบ่งกันกิน คงจะอดอยากเหมือนกัน คิดว่าให้ทานไป คืนต่อไปคงจะพายเรือไปนอนที่ใต้สะพานใหญ่ ยึดเรือไว้กับหลักกลางแม่น้ำ พวกขโมยจะได้เข้ามาลำบาก ....................



โดย น.ส.พ. มติชน

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/03/2005 07:09 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


จัดตำรวจเฝ้า 24 ชั่วโมง หลังปู่เย็นโดนฉกเงิน

ปู่เย็น หรือนายเย็น แก้วมณี ชาวไทยมุสลิมจากเพชรบุรี อายุ 105 ปี ที่ได้ชื่อว่าเป็นเฒ่าทรนง ยังคงดำเนินชีวิตอยู่ในเรือใต้สะพานลำไย อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นปกติตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้สถานีวิทยุโทรทัศน์นำเสนอเรื่องราวการใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในเรือและหาปลาประทังชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี โดยไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากใคร กระทั่งได้พระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานเรือลำใหม่ให้ปู่เย็น โดยขณะนี้ทางจังหวัดกำลังเร่งต่อเรือลำใหม่ให้ปู่เย็นตามพระราชเสาวนีย์

ทั้งนี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทางไปเยี่ยมปู่เย็นไม่ขาดสาย ทำให้ปู่เย็นค่อนข้างเหนื่อย เนื่องจากต้องตะโกนตอบคำถามผู้มาเยี่ยมถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ และต้องเงี่ยหูฟังคำถามเนื่องจากหูมีปัญหาในการรับฟัง โดยช่วงเช้าจะมีพยาบาลจากโรงพยาบาลพระจอมเกล้ามาดูแลทำความสะอาดแผลที่แขนขวาของปู่เย็น ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุตกเรือ และช่วงเย็นปู่เย็นจะออกมานั่งที่พื้นฟุตบาทบนสะพาน เพื่อพูดคุยกับผู้มาเยี่ยม มีเด็กหญิงวัย 13 ปี ช่วยในการสื่อสาร นอกจากนี้ยังมีตำรวจชุดสายตรวจหมุนเวียนกันมาดูแลปู่เย็นตลอด 24 ชั่วโมง ภายหลังปู่เย็นถูกชิงเงินจำนวน 160 บาท ขณะปู่เย็นนอนหลับ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2548 นายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และคณะ เดินทางไปเยี่ยมปู่เย็นที่ท่าน้ำใต้สะพานลำไย โดยนำเครื่องช่วยฟังยี่ห้อซีเมนส์ไปให้ปู่เย็นด้วย ทำให้ปู่เย็นพึงพอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วยทำให้ได้ยินเสียงชัดเจนขึ้นมาก เมื่อผู้ว่าฯสอบถามว่า ปู่เย็นได้ดูรายการ คนค้นฅน ทางช่อง 9 ที่นำเรื่องราวของปู่เย็นกลับมาออกอากาศอีกครั้งหรือไม่..?

ปู่เย็นตอบว่า มีคนชวนขึ้นไปดู แต่ไม่อยากไป เพราะทราบดีว่าได้พูดอะไรไปบ้าง และฝากขอบคุณรายการดังกล่าวด้วย แต่ตนไม่อยากดัง และไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร..?

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากเรือลำใหม่ที่เป็นเรือพระราชทานส่งมาให้ จะอาศัยอยู่ที่ลำเก่าหรือลำใหม่ ..?

ปู่เย็นตอบว่า จะอยู่ลำใหม่ ส่วนลำเก่าจะนำไปไว้ที่บ้านคนรู้จักที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี แต่จะเปลี่ยนที่จอดเรือ เนื่องจากเรือพระราชทานคงจอดใต้สะพานลำไยไม่ได้ เพราะอาจไม่ปลอดภัย ดังนั้นจะพายไปจอดที่หน้าร้านอาหารระเบียงริมน้ำ ใต้สะพานจอมเกล้า ซึ่งอยู่ห่างจากสะพานลำไยประมาณ 700 เมตร เนื่องจากเรือดังกล่าวเป็นเรือพระราชทานจึงต้องจอดให้อยู่ในที่ดีๆ ให้สมพระเกียรติที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทาน อีกทั้งรู้สึกชอบพออัธยาศัยของนายจำลอง วิลัยเลิศ เจ้าของร้านระเบียงริมน้ำ ที่ให้เด็กนำข้าวมาให้รับประทาน โดยนายจำลองไม่กล้านำมาให้เอง เพราะเกรงว่าจะไม่รับและว่าดูถูก ซึ่งชอบคนลักษณะนี้มาก

เมื่อถามว่า เวลาฝนตกหนักทำอย่างไร..?

ปู่เย็นตอบว่า จะกางร่มมาคลุมและซุกอยู่ใต้ร่มไม่ให้ตัวเปียกฝน ผ้าห่มหรือข้าวของในเรือจะเปียกฝนบ้างก็ช่างมัน เมื่อเปียกได้ก็แห้งได้ แต่ตนอายุมากแล้ว ถ้าถูกฝนมากๆ อาจไม่สบายและล้มเจ็บได้ ....................



โดย น.ส.พ. มติชน

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/03/2005 09:43 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
 


เรือพระราชทานให้ ปู่เย็น ใกล้เสร็จ เรือพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานแก่นายเย็น แก้วมณี หรือปู่เย็น เฒ่าทรนงแห่งแม่น้ำเพชรบุรี จัดสร้างโดยวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม มีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าจะแล้วเสร็จวันที่ 21 มีนาคมนี้

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2548 นายบำรุง อร่ามเรือง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นำดูการต่อเรือพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานแก่นายเย็น แก้วมณี หรือปู่เย็นเฒ่าทรนงแห่งแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งคาดว่าจะเสร็จวันที่ 21 มีนาคม

โดยทำจากไฟเบอร์กลาสทั้งลำ ไม่มีเครื่องยนต์และน้ำหนักเบา กว้าง 1 เมตร ยาว 6 เมตร ใต้ท้องเรือ .. หัวเรือ .. และท้ายเรือ .. มีกล่องเอนกประสงค์สำหรับใส่ของ พร้อมมีบ่อดักน้ำสำหรับหวิดน้ำออกจากเรือ หรือ ไว้ขังปลาที่วางข่ายได้ สำหรับหลังคาทำจากผ้าใบอย่างดีตลอดลำเรือ โครงหลังคาเป็นอะลูมิเนียมถอดพับได้ มีหน้าต่างพร้อมมุ้งลวด ติดผ้าใบกันฝน 2 ข้าง หลังคาเรือ เมื่อต่อเสร็จแล้วที่หัวเรือ 2 ข้าง จะเขียนชื่อเรือ ย-แก้วมณี ที่มาจากชื่อนายเย็น แก้วมณี ราคาเรือไม่รวมค่าแรงประมาณ 30,000 บาท

นายบำรุงกล่าวว่า คณะนักศึกษาและอาจารย์สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงให้วิทยาลัยเป็นผู้ออกแบบและจัดสร้าง โดยยึดหลักถึงความสะดวกของปู่เย็น และให้ใช้เรือดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข



โดย น.ส.พ. มติชน

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/03/2005 10:07 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
 


วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา ได้นำเรือพระราชทานที่สมเด็จพระราชินีพระราชทานแก่ ปู่เย็น แก้วมณี เฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี ที่ต่อเสร็จแล้วไปทดลองลอยลำในแม่น้ำป่าสัก ก่อนส่งมอบให้ปู่เย็น แก้วมณี ในวันที่ 23 มีนาคม 2548

กรณีนายเย็น แก้วมณี หรือปู่เย็น อายุ 105 ปี เฒ่าทรนง ที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายหาปลายังชีพอยู่ที่แม่น้ำเพชรบุรี เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมีพระราชเสาวนีย์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ให้ดูแลปู่เย็นและรับสั่งให้มีการต่อเรือลำใหม่ให้ปู่เย็นนั้น

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 มีนาคม 2548 นายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้เชิญปู่เย็น ที่ลอยเรืออยู่ใต้สะพานลำไย ให้เดินทางมายังบริเวณหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ริมแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อทำพิธีมอบเรือพระราชทานที่เพิ่งสร้างเสร็จ และนำมาจอดไว้ที่บันไดท่าน้ำหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด

จากนั้นได้มีพิธีมอบเรือพระราชทาน ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยผู้เข้าร่วมพิธีประกอบด้วยนายประสงค์ นายสมศักดิ์ แก้วสุทธิ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และคณะหัวหน้าส่วนราชการของ จ.พระนครศรีอยุธยา รวมตลอดถึงนายบำรุง อร่ามเรือง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา และคณะอาจารย์ที่มีส่วนในการต่อเรือพระราชทาน

.................... ต่อมานายประสงค์และนายสมศักดิ์ได้ประคองปู่เย็น ที่ใส่เครื่องช่วยฟังที่หูซ้าย ลงไปที่เรือพระราชทาน โดยให้ปู่เย็นนั่งที่ตอนหน้าของเรือ ส่วนท้ายเรือมีนายเกียรติศักดิ์ กล่อมสกุล ผู้ที่ปู่เย็นเรียกว่า .. เพื่อน .. ทำหน้าที่คัดท้ายและพายไปยังใต้สะพานลำไย อันเป็นเสร็จพิธี ....................

นายอาชว์ เตาลานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่เดินทางมาเยี่ยมปู่เย็นที่ใต้สะพานลำไยในช่วงเช้า กล่าวว่า รู้สึกชื่นชม และตั้งใจมาเยี่ยมปู่เย็น ได้เห็นตัวจริงและได้พูดคุยก็ไม่ผิดหวัง เหมือนได้พบพระอรหันต์ เพราะปู่เย็นไม่โลภ ไม่ติดยึด มีความเป็นอยู่แบบพออยู่พอกินตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีแนวปรัชญาชีวิตที่คิดว่าหากใครได้เดินตามปู่เย็น โลกนี้ก็จะพบกับความสงบสันติ



โดย น.ส.พ. มติชน

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/03/2005 10:22 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


ลงเรือพระราชทาน
ปู่เย็นนั่งที่ตอนหน้าของเรือ ส่วนท้ายเรือมีนายเกียรติศักดิ์ กล่อมสกุล
ผู้ที่ปู่เย็นเรียกว่า .. เพื่อน .. ทำหน้าที่คัดท้ายและพายไปยังใต้สะพานลำไย



โดย น.ส.พ. มติชน

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/03/2005 10:31 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
 


ลงเรือพระราชทาน
.................... ปู่เย็นนั่งที่ตอนหน้าของเรือ ... ถ้าจำไม่ผิดที่นั่งอยู่ข้างหลังปู่เย็น น่าจะเป็นคุณสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ ผู้สัมภาษณ์และนำเสนอเรื่องราวของปู่เย็นทั้งหมดในรายการ คน ค้น ฅน ... ส่วนท้ายเรือมีนายเกียรติศักดิ์ กล่อมสกุล ผู้ที่ปู่เย็นเรียกว่า .. เพื่อน .. ทำหน้าที่คัดท้ายและพายไปยังใต้สะพานลำไย ....................



โดย น.ส.พ. มติชน

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/03/2005 10:50 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
 


quote:
คุณตาของเราเคยบอกว่า เพราะคนไม่รู้ว่า เกิดมาทำไม จะได้เลือกเกิดให้เหมาะสม แต่เมื่อเกิดมาแล้ว จึงรู้ว่าหน้าที่ ที่จะต้องทำนั้น มีเตรียมไว้พร้อมแล้ว เป็นเพียงแต่ว่าจะทำหรือไม่ทำ ดีมีอยู่มาก ชั่วก็มีมากเช่นกัน การเลือกกระทำ จึงเป็นเหตุให้คนเราแตกต่างกัน..!!


คำพูดในประโยคเหล่านั้น น่าจะอธิบายบทความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของปู่เย็นได้ดี ขนาดรูปลักษณ์ของปู่บ่งบอกว่าชราภาพมากมาย ปู่ยังมีเจตนาที่จะหาเลี้ยงชีพด้วยตัวของตัวเอง ไม่เคยคิดจะพึ่งพาหรือเอาเปรียบเบียดเบียนผู้อื่น แต่คนบางคนกลับคิดจ้องฉกฉวยของคนอื่นได้ตลอดเวลา แม้ผู้นั้นจะแก่เฒ่าดูชราภาพสักปานไหน ก็ไม่ละเว้นเลย

ดีใจกับปู่ด้วยนะคะ ที่ในที่สุด คุณงามความดีของปู่ ก็มีผู้คนสังเกตเห็นและให้ความช่วยเหลือ ดูจากภาพแรกๆ ของ รายการ คน ค้น ฅน ปู่ท่าทางเศร้าๆ ชีวิตก็ดูเงียบเหงา และเป็นตัวของตัวเองมากๆ แต่หลังจากปู่ เป็นที่รู้จักกันมากมายในสังคมแล้ว ชีวิตของปู่ก็ดูวุ่นวาย แต่ดูแล้ว ปู่ก็มีพลังแห่งชีวิตมากขึ้น หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส่ แม้ชีวิตจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็น่าจะดีกว่าที่อยู่เพียงลำพัง แม้ปู่จะยืนยันว่า ปู่ไม่ลำบากก็ตาม..!!

โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปมากมาย มีการสื่อสารที่ทันสมัย ความเจริญของบ้านเมืองก้าวหน้า ปัญหาสังคมก็ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น แต่ยังมีภาพของความน่ารักของปู่เย็น ผู้เฒ่าผู้มีจิตใจงดงาม ให้ผู้คน ได้เห็น ได้ชื่นใจ ได้รู้สึกสะดุดใจและประทับใจกับคำพูดของปู่ ที่ดูจะพูดอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็แฝงไว้ซึ่งแนวคิดที่น่าสนใจจริงๆ

๏ ๏ ๏ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และ สิ่งศักดิ์สิทธิ์
โปรดดลบันดาล และ คุ้มครอง.........................ปู่เย็น
ให้ประสบแด่...................ความสุขตลอดไป นะคะ :-)




 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   25/03/2005 04:49 AM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
  สวัสดีค่ะ คุณน้ำตาล มะเหมี่ยว ก็ได้ดูปู่เย็น ทางทีวีค่ะ
ดูจบก็ สำรวจตัวเองทันที สรุปว่า.....อายปู่เลยค่ะ
 
     
    By: มะเหมี่ยว     25/03/2005 10:26 AM  (61.91.151.241)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
 


น้ำเพชร..น้ำศักดิ์สิทธิ์

น้ำในลำน้ำเพชรบุรี หรือ น้ำเพชร ในอดีต เคยขึ้นโต๊ะเสวยมาแล้ว ด้วยรสชาติที่กล่าวกันว่าอร่อยกว่าน้ำในลำน้ำใดๆ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงจึงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นน้ำเสวย และน้ำมงคลในพิธีต่างๆ สืบมาจนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

น้ำเพชร..น้ำรสดีที่สุด ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่า น้ำเพชร มีคุณสมบัติพิเศษกว่าน้ำจากแหล่งน้ำอื่นๆ เพราะเหตุใด คงมีแต่สำเนาพระราชหัตถเลขาของพระทาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับ น้ำเพชร แม้ว่าจะเสวยน้อย แต่ก็อิ่มและอร่อย ถ้าเสวยน้ำอย่างอื่นต้องเสวยมากและไม่สิ้นกระหาย ทำให้พระนาภีคือ อนึ่งพระองค์ทรงจำรสของ น้ำเพชร ได้อย่างแม่นยำ ถ้ามีผู้ใดนำน้ำอย่างอื่นปลอมมาถวายก็จะทรงทราบทันที

น้ำเพชร..น้ำรสดีที่สุด การเตรียมจัดส่งน้ำเสวยจากเพชรบุรีไปยังกรุงเทพฯ ในครั้งนั้น พนักงานกองจัดน้ำเสวยเป็นผู้รับผิดชอบการควบคุม การตัก ต้มน้ำ บรรจุลงโอ่ง ตลอดจนลำเลียงน้ำส่งบรรทุกไปยังกรุงเทพฯ จึงถือว่า น้ำเพชร เป็นของดีอีกอย่างหนึ่งของเมืองเพชรบุรี

น้ำเพชร นี้เป็นน้ำในลำน้ำเพชร หรือ แม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่เกิดจากทิวเขาตะนาวศรี ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของจังหวัด ในเขตท้องที่อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด วัดท่าไชย หรือ วัดท่าไชยศิริ ในปัจจุบัน อำเภอเมืองเพชรบุรี และลงสู่อ่าวไทยที่อำเภอบ้านแหลมด้านทิศเหนือของจังหวัด

น้ำแห่งความศักดิ์สิทธิ์ คนรุ่นปู่ย่าตายายมักจะเล่าให้ฟังเสมอว่า เวลามีงานมงคลชาวบ้านจะต้องไปตักเอา น้ำเพชร ที่วัดท่าไชยหรือวัดท่าไชยศิริในปัจจุบันมาทำเป็นน้ำมนต์ ด้วยถือว่าเป็นน้ำที่ศักดิ์สิทธิ์ ใช้ทำน้ำมนต์ในการทำบุญบ้าน งานมงคลสมรส แม้สำหรับพระที่จะลาสิกขาบท ใช้ทำน้ำมนต์ประจำพรรษาตามวัดต่างๆ เช่น น้ำมนต์หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ วัดมหาธาตุ ตลอดจนทำน้ำพิพัฒน์สัตยาด้วย

นอกเหนือจากเกียรติคุณในการเป็นน้ำเสวย หรือน้ำมงคลดังกว่าแล้ว น้ำเพชร ยังมีความสำคัญเปรียบเสมือนเส้นชีวิตของชาวเพชรบุรี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นที่มาของความสมบูรณ์นานับประการทั้งทางด้าน .. การเกษตร .. คมนาคม .. อุตสาหกรรมครัวเรือน .. การผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นน้ำกินน้ำใช้ในชีวิตประจำวัน และถือว่ามีรสอร่อย ใสสะอาด และจืดสนิท มีคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรม .. ข้าวเกรียบ .. ขนมเชื่อม .. ข้าวแช่ .....ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม การจัด น้ำเพชร เป็นน้ำเสวยได้ถูกยกเลิกในปี พ.ศ. 2465 เนื่องจากพบว่าได้เกิด มลภาวะ ขึ้นบริเวณสองฝั่งแม่น้ำ เมื่อประชากรตั้งบ้านเรือนอยู่กันหนาแน่นขึ้น น้ำในแม่น้ำเพชรบุรีจึงเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล ไม่สมควรจะใช้เป็นน้ำเสวยสำหรับพระเจ้าแผ่นดินอีกต่อไป

ปัญหาเหล่านี้ เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ เมื่อมีการระบายน้ำเสียจากชุมชน ตลอดจนน้ำที่ปนเปื้อนปุ๋นเคมีและยากำจัดศัตรูพืชจากเรือกสวนไร่นาริมแม่น้ำเพชรบุรี ส่งผลให้การเป็นน้ำเสวยและน้ำศักดิ์สิทธิ์ของ น้ำเพชร เป็นเพียงอดีต..!!


>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   25/03/2005 02:47 PM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
  ขอบคุณครับคุณน้ำตาลที่ทำเว็ปนี้ขึ้นมาผมอยู่อเมริกาได้ดูปูเย็นเเล้วชอบมากเลยครับ""""
ชอบมากครับ
 
     
    By: บอสตัน  Mail to บอสตัน   26/03/2005 01:26 AM  (155.41.212.52)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
  ได้ดูรายการคนค้นคน ปู่เย็น เฒ่าทรนง แล้วได้ข้อคิดมากมาย คนเราถ้ารู้จักพอ ก็จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ สังคมจะน่าอยู่ การแก่งแย่งช่วงชิงเอารัดเอาเปรียบคงหมดไป ขอบคุณรายการคนค้นคนและคุณน้ำตาล ที่นำเสนอค้นมาให้ชมให้อ่าน

ดีใจกับปู่เย็นที่ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือจากพระองค์ท่าน การได้เกิดเป็นคนไทยถือได้ว่าโชคดีที่สุดในโลก ทุกศาสนาได้รับการดูแลจากพระองค์ท่านอย่างเท่าเทียมกัน ขอให้ผู้ที่หลงผิดทั้งหลาย กลับตัวกลับใจช่วยกันพัฒนาประเทศ อย่าให้พระองค์ท่านต้องทรงกังวลห่วงใย อีกทั้งจะทำให้ความเจริญก้าวหน้าของประเทศจะได้ก้าวไปอย่างราบรื่น การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ ในภาคใต้จะดียิ่งขึ้น อย่าได้ทำเรื่องที่เลวร้ายกันอีกเลย กลับตัวกลับใจเสีย เราเป็นคนไทยด้วยกัน
 
     
    By: anajak  Mail to anajak   26/03/2005 06:11 AM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
 


หลังจากนายเย็น แก้วมณี หรือปู่เย็น อายุ 105 ปี ผู้เฒ่าชาวมุสลิม จ.เพชรบุรี ได้รับพระราชทานเรือท้องแบนลำใหม่ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แล้ว เมื่อบ่ายวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้แห่ไปเยี่ยมหนาตา ในช่วงเย็นวันที่ 23 รวมถึงวันที่ 24 มีนาคมที่ใต้สะพานลำไย อ.เมือง จ.เพชรบุรี จนปู่เย็นแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แม้จะดูอิดโรยเหนื่อยอ่อน แต่ก็ยังยิ้มแย้มต้อนรับผู้ไปเยี่ยมอย่างมีอัธยาศัยไมตรี ปู่เย็นกล่าวว่า ..........

.................... มีผู้ใจบุญซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้ง จ.เพชรบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา ให้เงินเมื่อวันรับพระราชทานเรือร่วมหมื่นบาท แต่รู้สึกเฉยๆ ไม่ยินดียินร้าย เพราะจิตใจไม่ปรารถนาเงินของใครอยู่แล้ว แต่เมื่อให้ก็ต้องรับ เพราะกลัวผู้ให้จะเสียน้ำใจ โดยเงินที่มีผู้เอามาให้จะฝากหลานเอาไปเก็บไว้ที่ธนาคาร แล้วก็รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ....................

.................... พระองค์ใจดี สงสารคนแก่ ขอพระอัลเลาะห์จงคุ้มครองให้พระองค์อายุยืนกว่าผมหลายเท่า เรือพระราชทานสวยมาก จะเอาไปผูกไว้ที่ท่าโรงหม้อซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานลำไย ประมาณ 30 เมตร ใช้เป็นที่หลับนอนในเวลาที่อยากพักผ่อน แต่การจับปลายังจะใช้เรือลำเก่าเพราะขึ้นลงในขณะหาปลาสะดวกกว่า เคยบอกว่าอยากได้เครื่องยนต์มาใส่ท้ายเรือเพื่อจะขับไปต่างที่ได้ แต่หลายคนไม่เชื่อว่าขับเรือได้ ถึงขับได้ก็เป็นห่วงว่าจะเกิดอันตราย ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนเรือลำเก่าก็เคยใส่เครื่องยนต์ แต่เครื่องพังไปนานแล้ว ถ้ามีก็ขับได้ แต่ไม่เรียกร้อง เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าเรื่องมาก ....................



โดย น.ส.พ. มติชน

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/03/2005 06:21 AM  (202.44.8.98)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.