| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



โฆษณานี้สร้างสรรค์หรือแสดงความ “ถ่อย” ของสังคม...??
     
 


เราได้รับ Mail FWD. ฉบับนี้ ..... มาจากเพื่อนที่อเมริกา เกี่ยวกับภาพยนตร์โฆษณาของ PEPSI ที่มีเด็กผู้ชาย เดินมาที่ตู้น้ำอัดลมที่มีไว้บริการแบบหยอดเหรียญ ที่ตู้นั้นมีน้ำอัดลมหลากหลายยี่ห้อ แต่เด็กยอมเสียเงินหยอดเหรียญและเลือกกดปุ่มของ น้ำอัดลมยี่ห้อ COKE มา แล้วนำไปวางที่พื้นหน้าตู้น้ำอัดลม ระดับเดียวกับพื้นที่เด็กยืนอยู่ ทีละกระป๋อง จนครบจำนวน 2 กระป๋อง แล้วก็ใช้ขาทั้งสองของเค้าเหยียบบนกระป๋อง COKE เพื่อต่อขาของเค้าให้สูงขึ้นไปกดปุ่มของ PEPSI ได้ 1 กระป๋อง แล้วก็เดินดื่มไป

PEPSI เคยใช้เด็กกับการโฆษณา ..... ที่ก้าวร้าว ไม่มีมารยาท คล้าย...คล้าย กันนี้ กับนักฟุตบอลระดับโลก ซึ่งนักบอลกำลังเดินดื่ม PEPSI แบบกระป๋องมา แล้วก็ส่งให้เด็ก แล้วเด็กก็ขอเสื้อยืดของนักบอลที่เขาใส่อยู่ นักบอลก็ถอดให้ด้วยความเต็มใจ ดูเหมือนเขาจะดีใจ ภูมิใจ ที่เด็กขอเสื้อของเขา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเหนือความคาดเดาในตอนนั้นก็คือ เด็กเพียงขอเสื้อยืดของนักบอลที่มีชื่อเสียงระดับโลกมา เพื่อเช็ดฝากระป๋องที่นักบอลได้ใช้ปากดื่มน้ำอัดลมนั้น แล้วเด็กคนนั้น ก็โยนเสื้อยืดตัวนั้นกลับคืนให้นักบอลที่ยืนทำหน้างงๆ

โฆษณาแบบนี้ สร้างสรรค์หรือแสดงความ “ถ่อย” ของสังคม...??

เราเจตนาใช้คำว่า “ถ่อย” ..... เพราะถือว่า ที.วี. และ สื่อโฆษณาเป็นตัวชี้นำให้กับสังคมโดยตรง ยิ่งกับ เด็ก...เด็ก ที่ไร้เดียงสา ที่ผู้ใหญ่นำมาเป็นสื่อ เล่นป้อนแต่ข้อมูลที่ ก้าวร้าว ระราน แสดงกิริยาไม่สมควร ในการอยู่ร่วมกันในสังคมหมู่มาก แทนที่ควรจะตั้งใจและเอาใจใส่กับ เด็ก..เด็ก และ ลูกหลานในบ้าน พยายามช่วย อบรมและตักเตือน ให้เค้าโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และ มีความรับผิดชอบต่อตัวเอง และสังคมให้มาก..มาก ผู้ใหญ่กลับป้อนสิ่งที่ ผิด...ผิดให้เค้าผ่านสื่ออย่างเห็นได้ชัดเจน และ เมื่อเด็ก...เด็ก ได้รับข้อมูลอย่างนั้น บ่อย...บ่อย พอโตมาเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่บางคนก็ยังนึกไม่ออกว่า อะไรคือมารยาทที่ถูกต้องสำหรับการอยู่ร่วมกันในคนหมู่มาก.....??

แล้ววันหนึ่ง ก็มาเรียกร้อง เพื่อจัดระเบียบของสังคม ..........................เราว่ามันขัดกันอยู่นะ..?

มุมมองของเรากับโฆษณาชุดนี้ ที่จะชี้ให้เห็นอีกเรื่องคือ
>>>>> เด็กยอมเสียเงินหยอดเหรียญ เอา COKE มา
>>>>> เพื่อต่อขาของเค้าให้สูงขึ้นไปกดปุ่มของ PEPSI ได้ 1 กระป๋อง แล้วก็เดินดื่มไป

บ้านเมืองและสังคมไทยในปัจจุบัน ..... อยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่อาจเรียกได้ว่า วิกฤต ผู้ใหญ่ในบ้าน เราหมายถึง ญาติผู้ใหญ่ของเรา จริง...จริง และ รวมถึงผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ท่านคอยบ่นและพร่ำสอนพวกเรา ให้อยู่อย่างรู้จักคำว่า พอเพียง และ ใช้ปัญญา และหรือ พละกำลังที่มี ได้ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นและสังคมบ้าง ไม่วางเฉยกับเรื่องที่ไม่ถูกต้อง สังคมของเราก็จะมีความสุข

ไม่ยุติธรรมเลยใช่มั้ย ? ..... ที่ให้พวกเรา ซึ่งมีสติปัญญาอันน้อยนิด มาคอยจ้องจับผิด และ ดูเหมือนแรงกายและแรงทรัพย์ก็ไม่พอจะทำอะไรได้ด้วย นอกจากนั่ง พูด...พูด ในเรื่องที่เรา อยากได้ อยากมี ในสังคมของเรา แต่สื่อโฆษณาถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่เค้าทั้งนำเสนอ และ ได้ผลกำไรจากสังคมโดยตรง กลับทำนิ่งเฉย บางคนโบ้ยว่า เป็นของ ชาติโน้น...ชาตินี้ ไม่รับผิดชอบ ทั้ง...ทั้งปัจจุบันเรารู้อยู่แก่ใจว่า สื่อสารถึงกันได้ทั่วทุกมุมโลกแล้ว

ในภาพโฆษณา ..... เค้าจะนำเสนอในแง่มุมใด และ ใครจะมองอย่างไรนั้น เป็นความรู้สึกต่างมุม ซึ่งทุกคนย่อม นึก คิด ได้เสมอ แต่ให้เรามอง ยังไง...ยังไง เราก็ยังเห็นถึงความผิดของสื่อโฆษณาชิ้นนั้นอยู่ดี ถ้าไม่นับถึงความก้าวร้าวที่ได้พูดถึงไปแล้ว อีกแง่หนึ่งก็คือ สื่อชี้นำและสอนให้เด็กใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย ไม่มีการประหยัด และ ยังสอนให้เด็กเอาแต่ใจตัวเอง อย่างที่เราเห็นในโฆษณา เด็กเอาเงินหยอดเหรียญ เพื่อกดเอา COKE มา 2 กระป๋อง ร้านค้าบางแห่งก็ขายกระป๋องละ 15-20 บาท 2 กระป๋องก็ประมาณ 30-40 บาท กดมาเพื่อเหยียบต่อขาเอาความสูงแค่นั้น พอได้ PEPSI ที่ต้องการ แค่ 1 กระป๋อง ก็ทิ้ง COKE 2 กระป๋องไปเลย.....

เงิน 30-40 บาท ..... สำหรับคนบางคนอาจเป็นแค่เศษเงิน
แต่สำหรับบางคนและบางครอบครัวมีค่ามากมายในชีวิตประจำวัน...!!


ถ้าคิดในแง่ของความรับผิดชอบต่อสังคม .....
น้ำอัดลมทั้งสองบริษัทฯ เค้าได้ผลกำไรจากการค้ามากมาย
และ สินค้าของเค้าก็ติดตลาดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องนำเสนอสิ่งเลวร้ายที่ ผิด..ผิดให้สังคมก็ได้

บางครอบครัว เด็กน้อยตัวเล็ก...เล็ก ต้องรับผิดชอบตัวเองแล้ว
อายุไม่ถึง 5 ขวบ ก็ต้องดูแลตัวเอง และ ผูกน้อง...น้อง ตัวเล็ก...เล็ก ไว้ข้างหลังอีกคน
แล้ว ผู้ใหญ่ตัวโตๆ ไม่คิดจะรับผิดชอบสังคมของท่านๆ บ้างเลยหรือ..?


ที่เรานำเสนอเรื่องนี้ ..... เพราะคิดว่า บริษัทฯ ที่เค้าขายสินค้าต่างๆ จนติดตลาดแล้ว ควรมีสิ่งตอบแทนต่อสังคมที่ตัวเองมาหาผลประโยชน์บ้าง อย่ามุ่งเอาแต่เรื่องธุรกิจการค้าของตัวอย่างเดียว ถ้าทุกบริษัทฯ คิดถึงแต่ผลประโยชน์ในแง่การค้า ปลูกฝังแต่สิ่งเลวร้ายให้กับสังคม ในอนาคตบ้านเมืองของทุกประเทศ ซึ่งสื่อสารถึงกันหมดแล้ว อย่าบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ของประเทศเรา คงฟังไม่ขึ้น และ ถ้าทุกบริษัทการค้ามุ่งเน้นแต่สิ่งที่ก้าวร้าว สิ่งที่มองแล้วไม่ได้เกิดความสร้างสรรค์แต่อย่างใด อีกไม่นานคงมีแต่คนก้าวร้าว เป็นนักเลง เที่ยวระรานคนได้ไม่เลือกที่

แล้วบางท่านก็มาตั้งกระทู้ถามว่า .....

>>> ถ้าคุณเลือกได้ อยากให้ดวงเฉลิมมีจุดจบอย่างไร ? ............

>>> น่าจะมีใครโยนระเบิดไปสักลูก เมื่อวันที่มอบตัว จะได้ชำระความถูกต้องไปซะเลยทีเดียว..?

>>> ดวงเฉลิม เข้ามอบตัวแล้ว จะเป็นอย่างไร ?
1. หลุดแน่ๆ พ่อช่วยอยู่แล้ว
2. ติดคุก รับกรรม ตามที่ตัวเองก่อ
3. อื่นๆ .............................. ฯลฯ.

เราเห็นกระทู้แบบนี้ ..... มากมายตามเว็บบอร์ดต่างๆ เกือบทุกเว็บไซต์ที่เราเข้าไป แม้กระทั้งเค้าได้ ลาบวช ไปแล้ว บางท่านก็ยังชอบที่จะต่อว่าให้ร้ายเค้าอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งพวกคอลัมน์นิสตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ อีกด้วย

คุณดวงเฉลิม เป็นตัวอย่างผลพวงของการถูกปลูกฝังนิสัยที่ผิดๆ
มาจากครอบครัว และ สังคมที่ยกย่องเงินตรา และ ผลประโยชน์


เราอยากถามว่า ..... ท่าน..ท่าน ชอบและยินดีที่จะให้ ญาติ พี่น้อง หรือ ลูกหลานของท่าน..ท่าน มีนิสัยอย่างครอบครัวของคุณเฉลิมหรือ..? และ การที่ คุณดวงเฉลิม และหรือ พี่ๆ ของเค้า มีนิสัย ที่สังคมรังเกียจนั้น เป็นความผิดของเค้า หรือเป็นความผิดของครอบครัว ของพ่อแม่ หรือของสังคมรอบๆ ตัวเค้าที่ยกย่องสรรเสริญ ทั้งสนับสนุนให้เค้าทำอย่างผิดๆ มาตลอดชีวิตของเค้า และ ทำให้คนๆ หนึ่งที่มาจากครอบครัวที่ควรได้มีโอกาสชีวิตที่ดีและก้าวหน้าในอนาคต กลับกลายเป็นคนเลวในสายตาของสังคมไปในที่สุด

เราเพียงอยากได้คำตอบว่า ..... เมื่อเราเกิดมาแรกเริ่ม เราบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา รวมทั้งจิตใจของเราก็บริสุทธิ์สดใสตามธรรมชาติ เรายังไม่รู้เรื่องและทำอะไรได้เลย จากนั้นเราค่อยๆ เจริญเติบโต ชีวิตเราเริ่มกระทบกับสิ่งแวดล้อม จากการสัมผัสทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง เราได้เรียนรู้และวิวัฒนาการมาเรื่อย...เรื่อย จนวันหนึ่ง ทำไมเราแยกตัวเราออกมาอยู่กันแต่ละกลุ่มชน เช่น เรากะท่าน..ท่าน คุยกัน ถกเถียงกัน มองต่างมุมกันด้วยเหตุ ด้วยผล ตรงนี้ แต่อีกกลุ่มก็ตั้งหน้าตั้งตา เล่นเน็ต แบบ Chat กันเรื่องเซ็กส์ สุดฤทธิ์ สุดเดช ส่งภาพนู๊ด ภาพแอบถ่าย ภาพโป๊..โป๊ เปลือย...เปลือย ของตัวเองบ้าง หรือ ของคนอื่นบ้าง Forward ถึงกันทั่วหน้า

ท่าน..ท่าน ปฏิเสธได้มั้ยว่า .....
ทุกอย่างไม่ได้มาจากสังคม ครอบครัว และ ธุรกิจการค้า....ฯลฯ




โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/



อ้างอิงจาก บันทึกของน้ำตาล #1 เมื่อวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2545, 10:44 น.
>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    24/01/2005 09:15 AM  (202.44.14.194)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


เรื่องของผู้หญิงกับสื่อมวลชน

๑ ...... สื่อทุกวันนี้ เต็มไปด้วยความเซ็กซี่ เน้นความไร้ยางอายของผู้หญิงสาวและวัยรุ่นมากๆขึ้นเรื่อยๆ เสื้อคว้านคอลึก เปลือยอก และ แผ่นหลัง หรือไม่ก็กางเกง-กระโปรงสั้นจู๋ ล้วนเป็นเครื่องแต่งกายน้อยชิ้น ที่สื่อนำเสนอบนเรือนร่างของผู้หญิง พยายามรังสรรค์ให้ดูดี มีราคา เน้นวัตถุ สิ่งของ ยี่ห้อ และ เงินตรา

๒ ..... สิ้นค้าบางยี่ห้อ นำผู้หญิงสูงอายุ ที่ควรค่าแก่การเคารพนับถือ และควรเป็นตัวอย่างในการรักษาอารมณ์ได้ดีในวัยนั้น แต่สื่อกลับนำเสนอความก้าวร้าวของผู้หญิงสูงอายุ เมื่อรู้สึกผิดหวัง ...!!!

สรุป ..... สื่อต่างๆ เท่าที่เห็นในทุกวันนี้ ทำให้ผู้หญิงดูไร้สาระ มากกว่ามีคุณค่า ไม่มีอะไรทำให้ดูว่าสร้างสรรค์สังคมได้ เป็นตัวนำและชักจูง ให้ใช้เงินอย่างไม่เห็นค่าของเงินที่ตัวเองยังหามาไม่ได้

๓ ..... เราจึงได้ตั้งข้อสังเกตกับผู้หญิงหลาย..หลายกลุ่ม
แล้วก็ได้บทสรุปคร่าว..คร่าวเกี่ยวกับความน่าสนใจในตัวผู้หญิง ดังนี้

- ความงาม
- ความอดทน
- ความแข็งแกร่ง
- อาชีพการงาน

ความงาม …..
ผู้หญิงไทยมีชื่อเสียงด้านความงามไปทั่วโลก
มีทั้งความสงบเสงี่ยมเรียบร้อยและสะดุดตาอยู่ในตัว
ไม่ว่าจะ สูง ต่ำ ดำ ขาว อย่างไร ก็ดูกลมกลืนสมส่วน ถูกตาต้องใจผู้ชายสักคนเสมอ

อายุ .....
เป็นเพียงตัวเลขจริง..จริงสำหรับผู้หญิงไทย
เพราะอายุไม่เคยบดบังความงาม แม้ว่าวัยจะล่วงเลยไปนานเท่าไรก็ตาม :-)

ความอดทน ความแข็งแกร่ง …..
ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ที่เรารู้จักจะมี ความฉลาด สุขุม
มีบ้างเป็นส่วนน้อยที่ วี๊ดว้าย กรีดกราย
แม้จะมาจากสังคมชั้นสูงแค่ไหน เราก็จะยังพบ ความแกร่งดังเหล็กกล้า
ในตัวของเธอ เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์คับขัน

อาชีพการงาน …..
โดยธรรมชาติผู้ชายไทยมีความขี้เกียจอยู่ในสายเลือดไม่น้อย ลองดูตอนเช้า..เช้าสิคะ เธอปลุกนาฬิกาไว้ จะกี่โมงก็แล้วแต่ เธอจะขอแถมตลอด เราสังเกตมาตั้งแต่รุ่น คุณปู่ คุณตา คุณพ่อ พี่ชาย เพื่อน..เพื่อน หรือแม้แต่เจ้าน้องชายญาติตัวกระเปี๊ยก เธอก็ยังขอต่อเวลาทุกครั้ง หรือ จะสังเกตจากงานที่ต้องยืนนาน..นาน เราจะเห็นว่าผู้ชายส่วนใหญ่ มักจะเลี่ยงไปหามุมสงบนั่งซะมากกว่า แล้วผู้ชายส่วนใหญ่ก็ชอบทำงานแบบไม่ละเอียดถี่ถ้วน เธอมักจะทำงานแบบที่ภาษาราชการเค้าเรียกว่า เช้าชาม เย็นชาม หรือ นั่ง..นั่ง นอน..นอน ให้ผ่านไปวัน..วัน

จนอาจพูดได้เต็มปากว่า …..
ความอดทนขยันขันแข็ง ไม่เกี่ยงงานของผู้หญิงนั่นแหละ
ที่เป็นเบื้องหลังความสำเร็จในงานหลาย..หลายสาขาอาชีพของผู้ชาย

คุณสมบัติของผู้หญิงทั้งหมดที่กล่าวมานี้ …..
เป็นที่มาของคำถามของเราว่า ทำไมเราและเพื่อนๆ
มองเห็นผู้หญิง ในอีกหลายแง่มุมที่ดีๆ มากมาย
แต่พวกสื่อเป็นอะไรคะ มองผู้หญิงได้แต่แค่สวยๆ และ เซ็กซี่ตลอด ..?

ตอนนี้พอรู้บางแล้ว ..... ก็ช่วยนำเสนอผู้หญิงในแง่มุมอื่นๆ ที่ดีๆ บ้างนะคะ ยิ่งเรื่องส่วนตัวของชาวบ้าน กรุณาอย่าไปสนใจน่าจะดีกว่า เพราะทุกครั้ง สื่อจะนำเสนอโดยยังไม่รู้ข้อเท็จจริงที่แน่นอน ด้วยตัวใหญ่พาดหัวข่าว พร้อมภาพอย่างชัดเจน แต่พอสรุปได้ว่าข่าวนั้นไม่เป็นจริง สื่อก็แค่ไปลงขอโทษไว้ ตัวยังกะมดหน้าท้ายๆ ฉบับเสมอ



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   24/01/2005 09:20 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
  ผมว่าน้องตาลคิดดีครับ และมีเหตุผลที่น่ายอมรับได้ ในระดับหนึ่ง (เหมือนเด็กน้อย ในโฆษณา ชิ้นนั้น)

ตาลอาจ เครียจมากไปหน่อยกับรื่องนี้นะครับ อีกอย่างมองในเรื่องของ เศรษฐกิจ สังคมไปเสียนี่ .. แน่นอนครับเรื่องของสื่อ ย่อมมีอิทธิพลกับกลุ่มคน อย่างมาก และในทุก ๆ เรื่อง

ผมว่าถ้ามองในมุม นี้ ทั้ง โค๊ก หรือ เป๊บซี่ แค่ซื้อคนละกระป๋องนี่ก็เปลียงแล้วครับ ทั้งในด้านของคุณค่าก็ไม่ได้ ให้ประโยชน์ต่อร่างกายเราเท่าไหร่เลย .

มาดูผลกระทบของสือ ถ้าเด็ก ๆ ที่ดู อาจจะซึมซับ เข้าไปและอาจจะไปทำตาม แต่ในเรื่องจริง ไม่รู้จะมีกี่ราย ที่เด็กเล็กขนาดนั้น สามารถ ออกมาข้างนอกบ้าน ( ซื้อ pepsi )โดยที่พ่อแม่ไม่มาด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้น ต้องโทษ แม่ หรือ พ่อ .. และเด็กคนนั้นทำอย่างนั้น ผมขอ ชื่นชม ในความคิดของเขา ผมว่านั้นคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ (เหมือนลิงชิมแฟนซี ที่ขังไว้ โดยมีกล้วยผูกไว้ สูง ๆ และเอา ลังไม้ มาวงข้าง ๆ ไกล ๆ ออกไป มันสามารถ คิดได้ว่าต้องเอาลังไม้ มาต่อขา เพื่อจะสูงขึ้น สามารถหยิบลูกกล้วยกินได้..)

เหมือนตาลตอนนี้ ที่คิดได้ คิดเป็น คิดดี ผมชอบความคิดนี้ครับ ถ้ามีคนอย่าง ตาล สัก ครึ่ง 1 ของประชากร ของประเทศ ถ้าประเทศไทยไม่เจริญ ผมยินดีเลี้ยง MK เลยเอ๊า เอิ๊ก ๆๆ


โดย ดอกธูป เมื่อ วันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2545, 15:15 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 09:42 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
  อืม ๆ น่าคิดตามครับ ประเด็น ที่มีคนเกือบทั้งประเทศ ที่เกลียด การกระทำของดวงเฉลิม และครอบครัว (ที่ใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา)..

แต่สังคมยังคงป้อนความรุนแรงให้กับ สังคมอยู่ เฉกเช่นทุกวัน... แล้วอย่างนี้ มันยังจะขัดแย้ง ตัวเองหรือเปล่า ???


โดย ดอกธูป เมื่อ วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2545, 11:21 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 09:44 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
  ทุกชีวิตย่อมมีอิสระที่จะคิด
ตาผุยขอสนับสนุนในความคิดของหลานน้ำตาลที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมไทย
สังคมไทยทุกวันนี้ขาดคนเช่นหลานน้ำตาลนี้มากมายเด้อลูกหลาน..

บางครั้งคนเราย่อมมีขีดสุดของความอดกลั้น ..
เมื่อไรที่มันทานไม่ได้แล้วนั้นย่อมต้องระเบิดมันออกมา .. ตาผุยเข้าใจ

หากการระเบิดออกมาครั้งนี้ของหลานน้ำตาล
น่าจะทำให้พวกเราตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและวัฒนธรรมอันดีงามของไทยให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ..

อย่าได้เห็นเป็นเพียงความสะใจที่ปรากฏในภาพ ..

โฆษณาย่อมวัดระดับจิตใจของผู้ชมได้ ..ว่าผู้ชมนั้นๆมีระดับจิตใจที่รับผิดชอบต่อสังคมที่ตนอยู่ได้มากน้อยเพียงไร ..

ในขณะเดียวกันโฆษณาที่เรียกว่าGlobal Campagin (โฆษณาที่ทำขึ้นมาในลักษณะเดียวกันทั้งทางเนื้อหา โครงเรื่อง เพื่อทำการเผยแพร่ทั่วโลก) นั้นสามารถทำตัวดัชนีชี้ให้ชาติตะวันตกเจ้าของสินค้าเห็นว่ากลุ่มชนใดในโลกที่วัฒนธรรมตะวันตกสามารถเจาะเข้าเพื่อทำลายวัฒนธรรมดั้งเดิมและวางฐานอณานิคมทางเศรฐกิจของตนเองเข้าแทนที่ได้ง่ายหรือไม่

หากเรายอมรับสิ่งที่เขาให้ย่อมหมายความว่าเราได้เปิดประตูเมืองเชื้อเชิญศัตรูในคราบของมิตรเข้ามา
อย่างไม่รู้ตัว

อย่ากระนั้นเลยลูกหลานหากเรายังมัวสอนสั่งจิตใจเราให้เป็นเช่นชาติตะวันตก
ไหนเลยเราจะเห็นการคืบคลานเข้ามาของศัตรูที่เรียกตัวเองว่ามหามิตรได้เล่า

ขี้ฮกถั่งเพ เด้อ !


โดย ตาผุย เมื่อ วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2545, 10:24 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 09:45 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
  ผมจะนำนิทานเรื่องอาจารย์คาราเต้มาเล่าให้ฟังนะครับ

วันหนึ่งอาจารย์สอนคาราเต้ได้พาลูกศิษย์คนหนึ่งไปเดินเล่นที่ชายหาด แล้วก็ขีดเส้น 2 เส้นที่ชายหาด เส้นหนึ่งสั้น เส้นหยึ่งยาว

แล้วก็ถามลูกศิษย์ว่า "เจ้าจะทำอย่างไรให้เส้นยาวกว่านั้นสั้นกว่าเส้นที่สั้นกว่า"

เมื่ออาจารย์ถามเช่นนี้ ลูกศิษย์ก็แทบจะไม่ต้องคิดอะไรให้มากเลย ศิษย์ก็เดินเอาเท้านั้นไปเขี่ยกลบเส้นที่ยาวกว่าให้มันสั้นลงแล้วก็สั้นกว่าเส้นที่เดิมเคยสั้นกว่า แล้วก็หันกลับมาถามอาจารน์ว่า "อย่างนี้ใช่มั๊ยครับอาจารย์"

อาจารย์ก็ตอบว่า "คนส่วนใหญ่มักจะคิดอย่างนี้ แต่ถ้าเป็นสปิริตของคาราเต้แล้ว เค้าจะไม่ทำอย่างนั้น"

ลูกศิษย์ก็เกาหัวใหญ่เลย ไม่เข้าใจว่าต้องทำอย่างไรจึงจะถูก อาจารย์ก็เดินเข้าไปที่เส้นที่สั้นกว่าขณะนี้ แล้วบอกว่า "ถ้าหากต้องการจะให้อีกเส้นหนึ่งนั้นสั้นกว่า เราจะต้องขีดเส้นที่สั้นกว่าให้ยาวขึ้นและยาวกว่าเส้นที่เคยยาวกว่าจึงจะถูกวิธีของคาราเต้"

ศิษย์ก็ยิ่งสงสัยไปใหญ่เลยว่า "แล้วมันแตกต่างกันตรงไหน ในเมื่อมันได้ผลลัพธ์เหมือนกัน"

อาจารย์ก็อธิบายเพิ่มเติมว่า "ใช่ที่ว่ามันได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน แต่มันต่างกันที่วิธีการ การกระทำอย่างแรกนั้นก็เหมือนกับว่าเราได้พบคู่แข่งที่เก่งกว่าและเข้มแข็งกว่าเรา เราก็เลยทำลายล้างเค้าไปซะจะได้ไม่มีใครเก่งกว่าเรา แต่วิธีการหลังนี้เมื่อเราเจอคู่แข่งที่เก่งและเข้มแข็งกว่าเรา เราก็ต้องพยายามเพิ่มขีดความสามารถของเราเองให้เหนือกว่าเค้าให้ได้ มันจึงแตกต่างกันด้วยประการฉะนี้ เข้าใจรึยัง"

ศิษย์ก็ตอบว่า "เข้าใจแล้วครับ"

สังคมจึงเป็นเช่นนี้เอย......เราจะเห็นได้ว่าแม้แต่นักการเมืองบ้านเราส่วนใหญ่ยังเลือกวิธีการแบบแรกเลย...

อนาถใจแท้...น๊อ...


โดย นกเสรี เมื่อ วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2545, 15:27 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 09:47 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
  ลองกลับไปดูโฆษณาอื่นๆในเมืองไทย ผมว่ามันก็ไม่ค่อยแตกต่างกัน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ ผม ผิว ผอม ที่จะยุยงให้หาผัว มันทำให้เราต้องทำอย่างนั้น สิ่งที่สำคัญไม่มีใครเลยออกมารับผิดชอบหรือดูแลการให้การศึกษาโดยผ่านสื่อสาธารณะเหล่านี้ ซึ่งมันเป็นของทุกคน แต่รัฐเอาไปขายหมด เขาก็เลยเอาไปปู้ยี่ปู้ยำ ทำนองเอ็งจะพูดอะไรจะขายอะไรก็ได้ ห้ามพูดการเมืองอย่างเดียว สงสารตัวเองจัง


โดย คเชนต์ชัย เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2545, 19:06 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 09:48 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
  ใช่ครับ เซ็กส์แอบแฝงในโฆษณาบ้านเราตอนนี้น่ากลัวที่สุด ไม่ทราบผู้หญิงบ้านเราทนได้ยังไง หรือรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังถูกหยามอยู่ ลองนึกถึงโฆษณายาสระผม ผู้หญิงคนเดียวมีผู้ชายทำท่าเล้าโลมอยู่รอบกายถึง ๓ คน สีหน้าเธอปลาบปลื้มมีความสุข และอีกอันหนึ่งที่แสดงผลของการใช้ครีมบำรุงผิว ว่ามีโอกาสมีอะไร ๆ กับนักร้องดัง และแสดงความภาคภูมิใจออกมา

การเปลี่ยนแปลงในสังคมของเยาวชนหรือวัยรุ่นบ้านเราในทางเลียนฝรั่ง มิได้เป็นไปโดยธรรมชาติ แต่ถูกชี้นำและยัดเยียดค่านิยมทางเพศโดยกลุ่มพ่อค้า และวงการบันเทิง ผมคิดว่าปัญหาทางสังคมเกี่ยวกับเยาวชนในบ้านเราทุกวันนี้สาเหตุใหญ่มาจากทางทีวี และเนื้อหาในเพลงไทยยุคนี้ ที่ล้วนแล้วแต่สื่อถึงเรื่องทางเพศอย่างชัดเจน และเพิ่มปริมาณให้เห็นให้ซึมซับขึ้นเรื่อย ๆ

การนิยมใช้เซ็กส์เป็นสื่อ เพราะแรง เร็ว และได้ผล ส่วนปัญหาอื่น ๆ พร้อมใจกันมองข้ามไป ผมเคยลองตั้งกระทู้ลักษณะนี้ในเว็บอื่น ๆ คำตอบที่ได้รับบางคำตอบก็ทำให้เศร้าใจมากยิ่งขึ้น


โดย 1812 เมื่อ วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม 2545, 14:50 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 09:49 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
  ผมคิดว่าปัญหาในสังคมเราเนี่ย เป็นปัญหาจิงๆ หรือเราคิดเอาเองว่าเป็นปัญหา อย่างปัญหาของการเที่ยวของเด็กอายุ 18-20 เกิน 18 เลือกตั้งได้ ให้คิดเองได้ ทำไมเที่ยวไม่ได้ หรืออย่างปัญหาการพนันบอล มันก้อเป็นเรื่องปกติ แต่เรากลับชอบยก ศาสนามาบ้าง ทั้งที่ความจิง มีคนหลายเปอร์เซนต์ที่ไม่ได้สนใจ เค้าอาจไม่ใช่คนส่วนใหญ่ไม่ใช่คนทั้งหมด แต่ประชาธิปไตย ไม่ได้หมายความว่า ทำเพื่อคนส่วนใหญ่เท่านั้นไม่ต้องสนใจคนส่วนน้อยนี่คับ

ดังนั้น ปัญหาโฆษณาอยู่ที่ว่ามองในมุมไหน ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่ว่าทำโฆษณาออกมาอย่างไร แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าระบบทุนนิยมดีต่อคนส่วนใหญ่จิงๆหรือ โฆษณาเป็นส่วนหนึ่งของทุนนิยมนะคับ เป็นเครื่องมือหลักทางการตลาด ดังนั้น ต้องมองถึงระบบเศรษฐกิจโดยรวมคับ ระบบทั้งระบบ ถ้ามองเป็นปัญหาย่อยๆ ก้อจะแก้ได้ไม่หมดคับ

ถ้าจะแก้ไขที่โฆษณามันปลายเหตุคับ เราต้องมองไปถึงระบบเศรษฐกิจ และการเมือง จะเลือกใช้แบบไหน ถ้าเราใช้ทุนนิยม ใช้ประโยชน์จากมัน ก้อต้องยอมรับผลกระทบได้คับ ถ้ายอมรับไม่ได้ ไปใช้แบบสังคมนิยม ซึ่งต้องแยกให้ออกนะคับ สังคมนิยมกับคอมมิวนิสต์ไม่เหมือนกันนะคับ ถ้าใช้สังคมนิยม เราต้องยอมรับ productivity ที่ต่ำลง การพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่อาจจะช้าลง อย่างถ้าเป็น com ป่านนี้เราอาจเพิ่งมีแค่ pentinm 3 หรืออะไรประมาณนี้

ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า โลกนี้ไม่มีอะไรฟรีคับ ถ้าต้องการได้อย่างหนึ่ง ก้อต้องแลกกับอีกอย่างหนึ่ง ถ้าต้องการความรับผิดชอบมากๆในการโฆษณา ต้องยอมรับสังคมนิยมคับ จะมาร้องขอความเป็นธรรมกับระบบทุนนิยม มันเป็นอะไรที่ เป็นไปไม่ได้คับ จับปลาหลายมือเกินไปคับ


โดย summer เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2545, 15:01 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 09:50 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
  ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่ง นี่แหละสงครามการค้ายุคปัจจุบัน


BY : mmm - [ 5 พ.ค. 2002 , 08:27:37 น.]
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 09:52 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
  เมื่อก่อนผมเฝ้า หาคำตอบ ว่าเด็ก ๆ สมัยนี้ ทำไม เขาถึงไม่ค่อยสนใจ หรือให้ความสำคัญ ในเรื่องส่วนรวม เรื่องของสังคมบ้าง ?? ทำไม เขาสนใจแต่เรื่องเขา เขาเตือนร้อนว่าวันนี้วันหยุด เขาจะไปไหนกันดี .. เที่ยวไหนสนุก.. ??

ตราบทุกวันนี้ผม ก็ยังไม่ได้คำตอบ แต่ผมได้เลิกคิด เลิกโกรธที่พวกเขาไม่ เป็นดั่งตั้งใจ ผมกลับมาสงสารพวกเขาแทน ที่ยังอ่อนแอต่อโลก อ่อนแอต่อสิ่งรบร้าวภายนอก สิ่งรบร้าวที่เรียกว่าสื่อ .. "แฟร์ชั่น เทคโนโลยี่" สิ่งนี้เองคือต้นเหตุ .. ถามว่า มันมาจากไหน ?? ทุกคนคงจะรู้คำตอบ ดี ครับ


BY : ดอกธูป - [ 5 พ.ค. 2002 , 09:17:59 น.]
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 09:54 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
  ไม่ถึงกับถ่อยหรอกครับ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วในประเทศอเมริกา หากเป็นเมืองไทย ผู้ชมคงเห็นใจบริษัทที่โดนลบภาพพจน์ก่อนเป็นแน่ คนไทยใจดี ใจอ่อน ในเรื่องแบบนี้อยู่แล้วครับ


BY : ทีวีไทย - [ 5 พ.ค. 2002 , 11:52:19 น.]
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 09:56 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
  อยู่อเมริกา ก็เห็น โฆษณาลักษณ์นี้อยู่บ่อยๆ
โดยส่วนตัวไม่ชอบครับ
ผมว่าโฆษณา สร้างสรร มีตั้งหลายอย่าง
คิดว่า คนที่คิดมา คงเป็นพวกชอบ ข่มเหงคนอื่น
และ ไม่อยากเห็น Creative ในเมืองไทย คิดแบบนี้เลยครับ


BY : นายตี๋ วุฒิชัย - [ 5 พ.ค. 2002 , 21:19:03 น.]
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 09:57 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
  - เห็นด้วยกับ น้ำตาล ครับ ว่าการโฆษณาโดยใช้สื่อ แต่ไร้ความรับผิดชอบ เป็นความถ่อยของสังคม เป็นความเห็นแก่ตัวของนายทุนบางคน และมันแสดงถึงการมอมเมา โดยไม่สนใจผลกระทบต่อผู้คน โดยเฉพาะเด็กๆ เลย

- "ถ่อย" ไม่แรงไปหรอกครับ ผมว่าด่าให้มันกว่านี้ ก็ยังไม่สาสม

- เรื่องแบบนี้ ใครเห็นว่าปกติ นั่นคือ "ทุนนิยม" มันกลืนพวกคุณไปแล้วละ ไม่ปกติหรอกครับ เราควรแสดงความเห็นต่อต้านด้วยซ้ำ

- Creative เมืองไทย ก็กำลังจะกลายพันธ์นะ เช่น ตลกดูดนม (โย) , M150 ต่อต้านพม่า เป็นต้น เป็นความสร้างสรรค์แบบเลวๆ เห็นแก่ตัว โดยไม่สนใจผลกระทบเลย


โดย : รัตติกาล - [ 5 พ.ค. 2002 , 23:26:10 น.]
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 09:59 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
  ตัวผมเองยังไม่ได้ดูโฆษณานี้น่ะครับ ก็เลยยังไม่กล้าออกมาวิจารณ์มากมาย
บางทีเค้าอาจจะหยิบเอาบางประเด็นมาเล่น โดยไม่น่าเกลียดก็ได้นะครับ

แต่จากที่อ่านของน้องน้ำตาลนะครับ
คิดว่า มันออกจะเกินไปนิดนึง .. ถ้ามองอย่างคนไทยก็คืออะไรที่เอาเท้าเหยียบแล้วเนี่ย
มันเหมือนกับ หมดค่า ไม่มีค่าเลย.. แต่ฝรั่งผมไม่รู้นะครับ

สรุปก็คือโฆษณาชุดนี้ไม่เหมาะกับคนไทย แน่นอน ผมว่านะ


โดย : กร - ICQ : 84690344 - [ 5 พ.ค. 2002 , 23:48:31 น.]
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:02 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
  ไม่ใช่เรื่องของความถ่อยหรอกน่ะ แต่....เป็นเรื่องของการคำนึงถึงเป้าหมายมากกว่าวิธีการ ซึ่ง เป็นเรื่องปกติมากในสังคมปัจจุบัน ชัยชนะถูกวัดด้วยผลสำเร็จ จนลืมไปว่าเกียรติแห่งการต่อสู้นั้น คือวิธีการ คือกติกา คือ การผ่อนปรนให้อภัย ก็ไม่ต่างจากระบบการเมือง การศึกษา การกีฬา ฯลฯ ที่มีอยู่ เต็มไปหมดในสังคมนี้เมืองนี้ อย่าไปด่าอเมริกาเลย สังคมไทยถ้าแหกขี้ตาดูสักนิด ก็ไม่แตกต่าง ทั้งๆ ที่ พื้นฐานสังคมไทย ต่างจากเขามาก วัฒนธรรมที่เอื้อเฟื้อแบ่งปันกัน ถ่อยทีถ่อยอาศัยกัน มันหายไปหมดแล้ว อเมริกัน มันแข่งขันกัน ใครแกร่งอยู่ได้ แต่ถ้าอ่อนแอก็สลายไป ผมว่าเขารับได้หรือคุ้นเคยกับการต่อสู้แบบนี้น่ะ

แล้วเราหล่ะ....

ส่วนเรื่องเด็ก ที่ถูกสอนให้ฟุ่มเฟือย ให้เหยียดหยาม สิ่งที่ตนไม่เลือก ไม่เห็นด้วย ผมว่า ก็อีกเรื่องหนึ่งที่น่าคิด มากมาก เดี๋ยวนี้ เด็กบ้านเรา ก็ไม่ต่างจากนี้ หรอก...... อาจจะไม่แค่เหยียบโค้ก 2 ป๋องเพื่อเอาเป็ปซี่ 1 ป๋อง แต่อาจจะทุบทั้งตู้เพื่อ ... ประชด หรือ เพื่อความสะใจ ตัวเองด้วยซ้ำ แล้ว ขว้างเงิน ค่าเสียหาย .....

บางที ..... น่าเบื่อ มาก ถ้า เอาเรื่องนี้มาคิดดีๆ จะเห็นว่าโลกใบนี้ มันแย่ลงทุกวัน คนปิดตัวเอง ในส่วนดี แล้วแสดงออกในส่วนก้าวร้าวมากขึ้น เหยียดคนอื่นแล้วเหยินยอตนเองมากขึ้น ที่สำคัญ มันไม่ยอมรับรู้ โลกที่นอกจากตัวมันเลย นี่สำคัญมากครับ


โดย : ทิวา พิสุทธิ์ราตรี - [ 6 พ.ค. 2002 , 04:33:22 น.]
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:04 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
  แล้วเราจะสอนเด็ก สอนตัวเอง และปฏิสัมพันธ์ กับสังคม โดยการมอง การคิด การปฏิบัติ การให้คุณค่า กับสังคมยังไงครับ....

ข้ารักความยุติธรรม.....แต่ ลูกข้าทำอะไร ถูกหมด แบบเหลิม ดีไหม๊ ข้าจำทำเพื่อชาติบ้านเมืองและประชาชน แต่คลื่นสัญญาณ ข้าขอเก็บไว้ก่อนแบบท่านนายกฯ ไหม๊....

เหล้าไม่ดี ห้ามประชาชนต้มเหล้า แต่ ให้โฆษณาเหล้านอกได้เสรี.... มีแต่คำว่าเพื่อน แบบ เบรม่า ไหม๊.....

ผมว่าถ้า คุณคิดให้ดี เอาจาก ประเด็นเล็กๆ ของคุณน้ำตาลนี่แหละมองออกไปสู่สังคมภายนอก และจากภายนอกสู่ตัวเรา .... ถ้าการศึกษาโดยรัฐไทยมันดีจริง ผมว่า เราจะเห็นได้ไม่ยากเลย ว่า สังคม เขาอยู่ยังไง คิดยังไง ใครได้เปรียบที่สุด ได้ประโยชน์ที่สุด สุขสบายที่สุด .....

การโฆษณาที่คุณน้ำตาลว่ามา เป็นเพียงกระผีกหนึ่ง ของกระบวนการครอบงำของระบบทุนนิยม การสร้างความหมายในการเสพ การบริโภค ที่มีแต่ละวันทั้งเร็วและรุนแรง ขณะที่คนรับอ่นอแอมากทุกวัน ไม่ต้องมองแป๊ปซี่หรอกครับ ... แค่เรื่องเบียร์ ก็เห็นมานานแล้ว ขี่ช้างจิบเบียร์สิงห์..... จากนั้นก็ถูกลอบยิงโดย คนไทยแท้ต้องกินเบียร์ช้าง.... คนนนน ทายยย หรือ ปล่าววว.....

ความเชื่อของระบบตลาดเสรีกล่าวว่าการแข่งขัน ทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ บวกความคิดเรื่อง ดีมานด์ ซัพลาย .... เรื่องนี้นักเรียนเศรษบศาสตร์เข้ารู้ดี นะ แต่ถามจริงๆ ....ตรงไหนที่ผู้บริโภคได้ประโยชน์....

กลับมามองเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ผมยอมรับว่าเป็นแนวคิดที่แหลม แต่ ในทางปฏิบัตินั้นยังยาก มาก ...

ยากยังไง ค่อยมาคุยกัน.....ครับ


BY : ทิวา พิสุทธิ์ราตรี - [ 6 พ.ค. 2002 , 07:04:13 น.]
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:06 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
  ถ่อยแน่นอนเลยครับ ทำไมต้องไปทำอะไรกับคนอื่นด้วย ทำไมเค้าไม่แข่งขันกันด้วยเนื้อเรื่องมากกว่า กว่าที่จะมาสร้างภาพที่ไม่ดีของอีกฝ่ายนะครับ แต่เราก็ต้องทำใจนะครับว่ามันคือธุรกิจของเค้า ที่ต้องแข่งขันกัน แต่มันก็เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งเลยนะครับ


BY : Redhotchillipepper - [ 6 พ.ค. 2002 , 09:34:05 น.]
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:08 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
  มองในแง่การตลาด Pepsi ได้อะไรจากการเหยียบ Coke
มีใครอยากตอบบ้าง

ผมเคยเห็นโฆษณารถ Audi ในปี 1995 ภาพโฆษณา มีรถหลาย ๆ ยี่ห้อที่เป็นคู่แข่ง คือ Benz
BMW Honda Ford วิ่งขึ้นทางชัน 40 องศา มีน้ำไหลลงมา รถคันอื่น ๆ วิ่งขึ้นไป แล้วก็ไหลลงมา มีเพียง AUDI (ระบบ Quattro) คันเดียว วิ่งขึ้นไปได้

ถามว่า Audi ได้อะไรจากโฆษณานี้บ้าง

ก่อนที่เค้าตัดสินใจทำอะไรแน่นอนว่าจะต้อง weight ผลดีและผลเสียก่อน ถึง launch โฆษณานี้ออกมา ผมทิ้งคำถามไว้แล้ว ตอบกันในใจ หรือตอบลงกระทู้ดูก็ได้ แล้วจะมาคุยกันต่อ


BY : หมีฟูนะ - [ 7 พ.ค. 2002 , 22:01:59 น.]
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:09 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
  ความรับผิดชอบ
อยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละบุคคล
ไม่ใช่อยู่ที่ระบบ


โดย โม เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2545, 03:01 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:11 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
  น้องตาล ดูเหมือนจะเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพมาก พี่ดีใจที่ยังมีคนอย่างน้องเหลืออยู่ในสังคมเส็งเคร็งใบนี้ ขอให้น้องช่วยขยายแนวคิดแบบน้องนี้ออกไปให้มากที่สุด ลองตั้งใจสิว่าวันนี้เราจะเปลี่ยนความคิดเพื่อนหรือคนที่เรารู้จักให้ได้วันละ 1คน

ถ้าทำได้อย่างนี้ 1 เดือนจะมีคนคิดแบบเราเพิ่มขึ้นมาถึง 30 คน ถ้าปีหนึ่งล่ะ ตั้ง 365 คนเชียวน่ะ ไม่น้อยเลยใช่ไหมน้องตาล


โดย pasit เมื่อ วันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2545, 18:36 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:12 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
  เชียร์ด้วยคนให้กำลังใจหนูตาล
ลุงป๋าสิดเริ่มขยายเขตงานแล้วไหมล่ะเห็นด้วยๆๆๆๆ


โดย madun เมื่อ วันอังคารที่ 24 กันยายน 2545, 19:52 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:13 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
  แพรวว่านะค่ะว่าถ่อยมากว่าค่ะ เพราะว่าอย่างของอเมริกาเด็กผู้ชายเหยียบกระป๋อง cokeแล้วเขามาเหยียบของกินได้ยังไงค่ะ และ ก็ของไทยเราบ้างนะค่ะ ที่ต่างประเทศเอามาฉายในเมืองไทยนะค่ะ ที่เด็กผู้ชายเขาขอเสื้อนักฟุตบอลชื่อดังน่ะค่ะ นักฟุตบอลอุตสาห์ดีใจที่แท้ก็เอาเสื้อไปเช็ดกระป๋อง pepsi นี้เอง และแถมยังโยนให้อีกด้วยค่ะ ซึ่งเขาโยนให้ผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นกิริยาที่ไม่ดีเลยนะค่ะ


โดย แพรว เมื่อ วันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2545, 20:44 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:14 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
  น้องแยมว่า การที่ทำโฆษณาอย่างนี้
น้องแยมว่ามันไม่ดีนะคะ
เพราะการทำโฆษณาออกสู่เด็กหรือผู้ใหญ่อาจจะไม่ถูกต้อง


โดย น้องแยม เมื่อ วันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2545, 20:53 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:15 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
  มันเป็นกลไกทางการค้าของเขา นะเราว่างั้น
แต่ที่ออกมาในรูปบบใดๆๆ สุดแต่การสรรสร้าง
พฤติกรรมต่างๆๆ ที่ตามมานั้นเป็รผลพลอยได้ ที่คนทั่วไปได้รับอิทธิพลจากสื่อ....
เพราะเงิน เป็นใหญ่ ในระบบทุนนิยม เลยทำให้ขาดการไตร่ตรองในทางที่ดี

เปรียบเปรยกับ คนไทย ก็ดูท่านนายก ก็เหมือนกัน ใช้ระบบทุนนิยม มาบริหารประเทศ.....
ทำให้คนไทยบางส่วนไร้จิตสำนึกในเรื่อง ของความประพฤติในเชิงคุณธรรม
ส่วนมากล้วนทำตามใจตนเอง ว่าเป็นสิทธิ.


โดย นนท์......... เมื่อ วันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2545, 00:01 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:17 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 25  
     
  เหยียดหยามมากๆๆ


โดย cHoMpHu เมื่อ วันพุธที่ 2 ตุลาคม 2545, 08:56 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:18 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 26  
     
  ผมว่ามันเป็นการสมประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายนะ..
เพราะเมื่อมีคนวิพากษ์วิจารณ์มากๆ สินค้าก็ยิ่งขายดี
แต่..มันคือความห่วย ทั้งสองค่ายก็รวยกันมากพอแล้ว น่าจะคืนให้กับสังคมบ้าง..
ในรูปของโฆษณาที่สร้างสรรค์ก็ได้
ขอเถอะครับ เพราะทุกวันนี้....สื่อ คือเบ้าหลอมประชากรของประเทศที่สำคัญ
อย่าทำร้ายสังคมในแบบนี้เลย...
ทุกวันนี้ก็แทบจะรับไม่ไหวกันแล้ว
เป็นไปได้หรือไม่ว่า ประเทศของเรา โลกของเรา มีมนุษย์บางส่วนที่รับสิ่งไม่ดีมา และซึมซับเก็บไว้ เนื่องจากคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี มันเป็นความเท่ เป็นเอกลักษณ์ของเอกบุรุษ และแสดงความ เถื่อน ถ่อย ออกมา ตามที่สาธารณะต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งใน web ของ "เจ๊ตาล" ก็เห็นมีอยู่ (ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้เอ่ยชื่อใครนะครับ เพราะฉะนั้นห้ามร้อนตัว) เศร้าเนอะ
ไปดีกว่า


โดย tidso เมื่อ วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2545, 15:58 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:19 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 27  
     
  เข้ามาเชียร์หนูอีกคนค่ะ
ดีใจจังที่มีเยาวชนคนหนุ่มสาวอย่างน้องตาลนะคะ


โดย Windy เมื่อ วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2545, 21:30 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:20 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 28  
     
  ขอพูดเสริมเรื่องการโฆษณานะ

การโฆษณาในทีวี ทุกวันนี้ มีโฆษณาที่ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของบริษัท คือ ต้องการขายสินค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อหวังผลกำไรสูงสุดนั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่น การโฆษณา จั๊กแร้ขาว

ให้เด็กผู้หญิงในห้องเรียน ยกมือขึ้นเมื่อครูถามปัญหา แต่เมื่อครูถามว่าตอบว่าอะไร เด็กสาวคนนี้ก็ตอบอย่างภาคภูมิใจว่า " ไม่ทราบค่ะ"

โฆษณานี้เท่ากับสร้างค่านิยมให้ผู้หญิงรักสวยรักงามจนลืมไปว่า การที่ตอบเช่นนี้เป็นเรื่องน่าละอายมากกว่าที่จะภาคภูมิใจ

หรือโฆษณา หน้าขาวและผมสวย เพื่อมัดใจชาย

แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงไม่ต้องมีคุณค่าหรือความเก่งในตัวเอง แค่ทำให้ตัวเองสวยก็พอแล้ว ที่จะทำให้ผู้ชายรัก

ทัศนะเช่นนี้ก็แย่พอกันทั้งตัวผู้หญิงเองที่วันๆไม่ทำอะไรนอกจากแต่งตัว และผู้ชายที่จะรักผู้หญิงแค่ความสวยงามภายนอกเท่านั้น

ลองคิดดูว่า ถ้าเยาวชนมีทัศนะมุ่งเน้นแต่การแต่งตัวมากกว่าการขวนขวายหาความรู้ ประเทศของเราในอนาคตจะเป็นอย่างไร


โดย add เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2545, 03:40 น.
 
     
    By: สำเนา     24/01/2005 10:21 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 29  
     
  >>>ตาล.....เพียงอยากได้คำตอบว่า เมื่อเราเกิดมาแรกเริ่ม เราบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา รวมทั้งจิตใจของเราก็บริสุทธิ์สดใสตามธรรมชาติ เรายังไม่รู้เรื่องและทำอะไรได้เลย จากนั้นเราค่อย...ค่อยเจริญเติบโต ชีวิตเราเริ่มกระทบกับสิ่งแวดล้อม จากการสัมผัสทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง เราได้เรียนรู้และวิวัฒนาการมาเรื่อย...เรื่อย

[๘๖๒] ดูกรอานนท์ ก็พระเสขะผู้ยังปฏิบัติอยู่เป็นอย่างไร ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เกิดความชอบใจ ความไม่ชอบใจ ทั้งความชอบใจและไม่ชอบใจ เพราะเห็นรูปด้วยจักษุ เธอย่อมอึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความชอบใจ ความไม่ชอบใจ ทั้งความชอบใจและไม่ชอบใจ อันเกิดขึ้นแล้วนั้น เกิดความชอบใจ ความไม่ชอบใจ ทั้งความชอบใจและไม่ชอบใจ เพราะได้ยินเสียง ด้วยโสต ... เพราะดมกลิ่นด้วยฆานะ ... เพราะลิ้มรสด้วยชิวหา ... เพราะถูกต้อง โผฏฐัพพะด้วยกาย ... เพราะรู้ธรรมารมณ์ด้วยมโน ... เธอย่อมอึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความชอบใจ ความไม่ชอบใจ ทั้งความชอบใจและไม่ชอบใจ อันเกิดขึ้นแล้วนั้น ดูกรอานนท์ อย่างนี้แล ชื่อว่าพระเสขะผู้ยังปฏิบัติอยู่ ฯ

[๘๕๖] พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรอานนท์ ก็การเจริญ อินทรีย์อันไม่มีวิธีอื่นยิ่งกว่าในวินัยของพระอริยะ เป็นอย่างไร ดูกรอานนท์ ภิกษุ ในธรรมวินัยนี้ เกิดความชอบใจ ความไม่ชอบใจ ทั้งความชอบใจและไม่ชอบใจ ขึ้น เพราะเห็นรูปด้วยจักษุ เพราะได้ยินเสียง ด้วยโสต ... เพราะดมกลิ่นด้วยฆานะ ... เพราะลิ้มรสด้วยชิวหา ... เพราะถูกต้อง

โผฏฐัพพะด้วยกาย ... เพราะรู้ธรรมารมณ์ด้วยมโน ... เธอรู้ชัดอย่างนี้ว่า เราเกิดความชอบใจ ความไม่ชอบ ใจ ทั้งความชอบใจและไม่ชอบใจขึ้นแล้วเช่นนี้ ก็สิ่งนั้นแล เป็นสังขตะ หยาบ อาศัยกันเกิดขึ้น ยังมีสิ่งที่ละเอียด ประณีต นั่นคือ อุเบกขา เธอจึงดับความชอบใจ ความไม่ชอบใจ ทั้งความชอบใจและไม่ชอบใจ อันเกิดขึ้นแล้วนั้นเสีย อุเบกขาจึงดำรงมั่น ดูกรอานนท์ ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งดับความชอบใจ ความไม่ชอบใจ ทั้งความชอบใจและไม่ชอบใจ อันเกิดขึ้นแล้วอย่างนี้ได้เร็วพลันทันที โดยไม่ลำบากเหมือนอย่างบุรุษมีตาดีกระพริบตา ฉะนั้น อุเบกขาย่อมดำรงมั่น ดูกร อานนท์ นี้เราเรียกว่า การเจริญอินทรีย์ในรูปที่รู้ได้ด้วยจักษุ...ด้วยโสต ... ด้วยฆานะ ... ด้วยชิวหา ... ด้วยกาย ... ด้วยมโน ... อย่างไม่มีวิธีอื่นยิ่งกว่า ในวินัยของพระอริยะ ฯ

>>>พี่..พี่ ปฏิเสธได้มั้ยว่า…..ทุกอย่างไม่ได้มาจากสังคม ครอบครัว และ ธุรกิจการค้า....ฯลฯ

Yes, I am the one who could refuse your above conclusion. The process of socialization is influential to our lives. I agree. But not all of our thoughts are the consequence of that process. You are underestimating human thinking capacities, Numtan. Think of yourself, why are you not duped by that advertisement? Why were not persuaded into materialist tendencies unlike other teenagers?

คำอวยพร :- Good luck krab


โดยคุณ : Saranond 23 มีนาคม 2546, 5:53 น.
 
     
    By: สำเนาจาก budpage     24/01/2005 10:27 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 30  
     
  การประชาสัมพันธ์ในอเมริกาแบบนี้เขาถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาครับ เขาเล่นกันขนาดที่ว่าดื่มยี่ห้อนี้ดีกว่า อร่อยกว่ายี้ห้อนั้น(บอกชื่อมาด้วย) เขาเล่นกันแรงมาก

ถ้ามองในแง่ทางการใช้เงิน ไม่ดีแน่และไม่เหมาะสมกับสังคมไทย เพาระสังคมไทยสอนให้เด็กออ่นน้อมถ่อมตน รู้จักประหยัด ไม่แสดงอาการรังเกียดออกมาโดยตรง

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนั้นอยู่ที่การอบรมบมนิสัยมาตั้งแต่เด็ก ถ้าพ่อแม่ตามใจมากเด็กอาจจะหลงผิดคิดว่าตังเองเป็นใหญ่ อยากจะทำอะไรก็ได้ ผลจึงออกมาแบบที่เห็นกัน ถ้าเขามีศีลธรรมอันดีงามสักนิดเรื่องเลวร้ายคงไม่เกิดขึ้นมาเป็นแน่

คำอวยพร :- ขอให้คุณจงตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม และให้คุณมีความสุขกายและใจตลอดไป


โดยคุณ : sanad 23 มีนาคม 2546, 18:38 น.
 
     
    By: สำเนาจาก budpage     24/01/2005 10:28 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 31  
     
  บางคนต้องมีผู้ชี้แนะจึงจะเกิดปัญญา
บางคนต้องมีผู้สั่งสอนจึงจะเกิดปัญญา
บางคนต้องใช้เวลาจึงจะเกิดปัญญา
ปัญญาสร้างศีลธรรม
เด็กในวันนี้ มีอะไรที่ก่อให้เกิดปัญญาบ้าง

อืม... อย่างน้อยก็เวบนี้ล่ะนะ

คำอวยพร :- โฆษณาดีๆมีเยอะ ไม่ดีก็เยอะ ผู้ปกครองควรพิจารณา


โดยคุณ : ArLim 24 มีนาคม 2546, 22:8 น.
 
     
    By: สำเนาจาก budpage     24/01/2005 10:30 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 32  
     
  เห็นด้วยกับน้องตาลค่ะ

โฆษณาเดี๊ยวนี้เน้นเพียงแค่ให้ติดหู ติดตา สะดุดตา หรือดึงดูดความสนใจผู้ชมกันซะมากกว่า คิดถึงผลสะท้อน หรือผลข้างเคียงของรูปแบบ ลักษณะการแสดงออกมาของสื่อ ซึ่งบางครั้ง เขาอาจจะลืมไปว่า ผู้ชมมีทุกระดับอายุ ในบางส่วนที่เด็ก หรือเยาวชน เขายังไม่มีวุฒิภาวะที่จะแยกแยะ ก็อาจจะคิดผิด หรือนำไปเป็นแบบอย่างตามที่โฆษณาแสดงออกมาเลย เช่น ลักษณะการแต่งกาย การแสดงท่าทาง หลาย ๆ อย่าง ที่สื่อแบบทางอ้อมให้คนดูตีความเอง ซึ่งในระดับผู้ใหญ่จะแยกแยะได้ แต่ขอให้คิดถึงเยาวชนด้วย บางครั้งเขาเลียนแบบโดยคิดว่าเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับ ถึงออกโฆษณาได้ ถ้าเลียนแบบพฤติกรรมก็น่าจะไม่ผิด ประมาณนี้ ก็อาจจะมีผลในภายหลังต่อสังคมเราได้นะคะ ก็ไม่ได้คิดมากเกินนะคะ แต่จากที่เห็นจริงในปัจจุบัน

คำอวยพร :- อนาคตเยาวชนของชาติ และคนไทยรุ่นต่อไปจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่จะวางรากฐาน แนวทางให้เป็นไป


โดยคุณ : peam 28 มีนาคม 2546, 13:56 น.
 
     
    By: สำเนาจาก budpage     24/01/2005 10:31 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 33  
     
  สื่อโฆษณาและโทรทัศน์ กับการพฤติกรรมเคยชิน

ช่วงนี้มีโฆษณาอยู่ 2 เรื่องที่ดูแล้วไม่ค่อยเข้าท่าเลยดูแล้วหงุดหงิดใจมาก คือโฆษณาแว่นตาที่เอากระเทยอุบาทว์มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และโฆษณามือถือยี่ห้อหนึ่งที่เล่นเพลงได้ พอเพลงขึ้นความอุบาทว์ของผู้ชาย 2 คนก็เกิดขึ้น ผมถือว่าเป็นโฆษณาที่ไม่ได้เรื่องและไม่มีสามัญสำนึกรับผิดชอบร่วมกับสังคมเลย แล้วยิ่งเดี๋ยวนี้โทรทัศน์ทุกเรื่องต้องมี ตุ๊ด เกย์ ผิดปกติออกมาแสดงเป็นตัวชูโรงเกือบทุกเรื่อง แล้วคุณจะทำอย่างไรแหละลูกหลานดูแล้วมันแล้วไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องผิด ผมรู้ต้องมีคนตอบว่าต้องเลือกดูหรือสังคมเปิดกว้างอะไรอีกมากมาย แต่มันก็ไม่ต่างอะไรกับหนังเอกซ์แหละถ้าคุณคิดเช่นนั้นว่าเราต้องมีเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนอะไรนั้นแหละ จริง ๆ ตัวผมเองไม่เคยเลยที่จะใช้คำว่าสิทธิมนุษยชนมาอ้างเหตุผลเข้าข้างตัวเอง แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือต่อต้านตุ๊ดหรือเกย์ให้ออกจากสังคมหรือออกจากโลกนี้ไปเพียงแต่การที่ต้องแสดงอะไรหรือสื่ออะไรกับคนดูอีกหลายสิบล้านคนขอความกรุณาพิจารณาให้ถี่ถ้วนหน่อย ช่วยเสนอแนะด้วย (ไม่ได้ปิดกั้นหรือต่อต้านใครจากใจจริงเพื่อสังคม)


โดยคุณ : นิรนาม เมื่อ 17 มกราคม 2548, 21:10 น.
 
     
    By: สำเนาจาก budpage     24/01/2005 10:34 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 34  
     
  การโฆษณาก็คือการชวนเชื่อหรือโน้มน้าวจิตใจของผู้รับสื่อ ให้มีแนวโน้มของความคิดไปในทิศทางที่ผู้เผยแพร่ต้องการจะนำเสนอออกไป ซึ่งอาจจะสำเร็จประโยชน์ดังที่คิดเอาไว้หรือไม่ก็ตาม การจะแก้ปัญหาจริงๆนั้นก็ควรจะแก้เป็นเชิงบูรณาการ คือมีมาตรการอันพอเหมาะและสมควรมาควบคุมผู้ผลิตให้อยู่ในระดับที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้ อีกทางหนึ่งก็เสริมภูมิต้านทานและแนะนำแนวคิดหรือความคิดเห็นมุมมองในการที่จะเสพสื่อต่างๆ การแก้ปัญหาอย่างนี้ก็เหมือนกับการทำอาหารแหล่ะครับ ที่เราต้องมีการจัดสรรส่วนประกอบแต่ละชนิดของอาหาร ปริมาณ อุณหภูมิ เวลา และองค์ประกอบต่างๆให้เหมาะสมและได้สัดส่วนอย่างพอดีกับอาหารในแต่ละจาน ซึ่งตรงนี้ต้องใช้ประสบการณ์ความชำนาญในระดับหนึ่งจึงจะสามารถควบคุมวิธีการทำอาหารสักจานให้ออกมาได้รสชาติที่กลมกล่อมและพอดีกับส่วนผสมและองค์ประกอบต่างๆครับ

ซึ่งมันก็ค่อนข้างเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีการให้ความรู้กับผู้อื่นมากๆ กระตุ้นและแนะแนวทางให้ผู้อื่นได้คิดมากๆ เมื่อมีคนได้ฝึกฝนวิธีคิดอย่างนี้มากขึ้นก็จะทำให้ในสังคมมีบุคคลที่มีคุณภาพและมีวิสัยทัศน์ที่ละเอียดและกว้างไกลเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะทำงานหรืออยู่ในหน่วยงานไหนก็ตามก็จะมีส่วนผลักดันให้ประเทศชาติมีความเจริญมากยิ่งขึ้นไปครับ

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการสร้างความเห็นและมุมมองที่ถูกต้องมีประสิทธิภาพให้เกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้ก่อน แล้วการพัฒนานั้นจะมีตามมาเองอย่างหลากหลายตามความสามารถและความถนัดของแต่ละท่าน แต่ถึงจะหลากหลายเพียงใดก็จะตั้งอยู่บนพื้นฐานอันมั่นคงเดียวกันซึ่งมาจากความเห็นในเบื้องต้นครับ

คำอวยพร :- ขอให้โชคดีมีความสุขและเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปครับ


โดยคุณ : wit เมื่อ 17 มกราคม 2548, 22:13 น.
 
     
    By: สำเนาจาก budpage     24/01/2005 10:35 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 35  
     
  เห็นด้วยกับคุณนิรนามครับ และอยากให้สังคมคำนึงถึงเรื่องโฆษณาที่มีผลต่อจิตใจคนในสังคมมากยิ่งขึ้น แต่ก่อนเครื่องสำอางค์ผู้ชายไม่ค่อยมี เดี๋ยวนี้โฆษณา (พ่อค้า) ได้ทำให้เรื่องนี้เป็นที่ยอมรับและแพร่หลายมากขึ้นแล้ว พวกเขาหวังแต่รวย หวังแต่กอบโกย ไม่คำนึงว่าผลกระทบจะเป็นอย่างไร

คำอวยพร :- อย่าใจกว้าง เปิดกว้างจนลืมใช้ปัญญา


โดยคุณ : เสรี เมื่อ 18 มกราคม 2548, 1:44 น.
 
     
    By: สำเนาจาก budpage     24/01/2005 10:36 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 36  
     
  ขอพูดเรื่องสื่อเช่นเดียวกันนะคะ
แต่ขอติเรื่องสื่อที่นำเสนอให้เด็กค่ะ
เห็นโฆษณาขนมในช่วงเวลาการ์ตูน
ไม่เห็นว่าของที่ให้เด็กบริโภค จะมีประโยชน์อะไรเลย แถมมีโทษอีกต่างหาก ทั้งความหวาน สารปรุงแต่งหรือผงชูรส สารกันบูด ซึ่งจะทำให้เด็กฟันผุและเป็นโรคอ้วน เด็กจะขาดสารอาหารที่จำเป็นด้วยเนื่องด้วยร่างกาย ไม่ได้รับสารอาหารที่ควรจะได้รับในวัยเจริญเติบโต เราว่าถึงเวลาที่จะเอาจริงเอาจัง ปฏิวัติเรื่องสื่อโฆษณากันเสียที

คำอวยพร :- ช่วยกันติเพื่อก่อค่ะ


โดยคุณ : jill เมื่อ 18 มกราคม 2548, 11:44 น.
 
     
    By: สำเนาจาก budpage     24/01/2005 10:37 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 37  
     
  เรื่องนี้คนในสังคมน่าจะช่วยกันร้องเรียนไปยังผู้ควบคุมสื่อและคนสร้างสื่อนะครับ คิดว่าคงไม่มีข้อกฏหมายหรือข้อบังคับไหนที่จะทำให้ กบว เซนเซอร์โฆษณาเหล่านี้ได้ คงต้องช่วยกันร้องเรียนถึงความไม่เหมาะสมและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับเยาวชน มีใครทราบว่าควรจะร้องเรียนไปที่ไหนบ้างล่ะครับ

คำอวยพร :- มาช่วยกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้สังคมกันครับ


โดยคุณ : Be no one เมื่อ 18 มกราคม 2548, 11:45 น.
 
     
    By: สำเนาจาก budpage     24/01/2005 10:38 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 38  
     
  เด็กสมัยนี้แต่งหน้าแต่งตากันจัง
แต่งเนื้อ แต่งตัวก็คล้าย ๆ กัน ดูเหมือนเป็นคนล้ำสมัย แต่แท้ที่จริง ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง มักใส่ตาม ๆ กัน ซึ่งแท้ที่จริง ก็คือตามแฟชัน

ครูเคยพูดให้ฟังเป็นข้อคิดว่า
"สาวเร็ว สวยเร็ว แก่เร็ว...ตายเร็ว"

คำอวยพร :- อย่าหลงระเริงกันเลย


โดยคุณ : เสรี เมื่อ 19 มกราคม 2548, 1:27 น.
 
     
    By: สำเนาจาก budpage     24/01/2005 10:39 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 39  
     
  หากเรารู้ว่าเรากำลังเสพอะไร เสพแล้วอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าไม่เสพแล้วจะเป็นอย่างไร คือหมายความ ให้รู้จักที่จะเสพ มีสติที่จะเสพ

ทั้งเราและโฆษณา ต่างมีจุดประสงค์ แต่โฆษณามีจุดประสงค์เพื่อที่จะหาประโยชน์จากที่ผู้อื่นได้เสพ (โทรทัศน์) ให้รู้จักสินค้าและหันมาซื้อสินค้าของตน ถ้ามีคนรู้จักและยอดขายสูงขึ้น เขาก็ประสบความสำเร็จในโฆษณานั้น

ส่วนผู้เสพอย่างเราๆ ท่านๆ ก็มีจุดประสงค์เหมือนกันที่จะเห็นอะไรที่มันดีกว่า แต่หากมาพิจารณาตนเองดูแล้วก็ยังไม่รู้จักเสพอยู่นั่นเอง หากประชาชนคนไทยรู้เท่าทันที่จะเสพที่จะบริโภค เราคงจะเป็นเมืองพุทธที่สมบูรณ์แบบ เพราะประชากรมีสติปัญญา ไม่ตกเป็นทาสของยุคสมัยบริโภคนิยม หากเป็นอย่างนี้เราคงจะไม่ต้องคอยเป็นห่วงเป็นใยเยาวชนของเราที่จะดูหนังโป้ บ้าเกม ฯลฯ เพราะรู้จักเสพอย่างมีปัญญา

ผมได้แนวคิดเรื่องนี้มาจากท่านเจ้าคุณธรรมปิฎก ลองไปศึกษาดูใน "ตามพระใหม่ไปเรียนธรรม" คงจะช่วยท่านเจ้าของกระทู้และท่านผู้สนใจได้มากยิ่งขึ้นนะครับ

คำอวยพร :- ขอให้เจริญในธรรม


โดยคุณ : ชายแก่ เมื่อ 23 มกราคม 2548, 17:0 น.
 
     
    By: สำเนาจาก budpage     24/01/2005 10:41 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 40  
     
  โฆษณาในเมืองไทยเดี๋ยวนี้ กว่าจะรู้ว่าสื่ออะไรก็ต้องเสียเวลาดูและเดาผิดไปจนจบ และรู้สึกส่วนใหญ่จะไม่มีเหตุผล บ้าๆบอๆ และปัญญาอ่อน ไม่รู้ว่าพวกครีเอตีฟยุคนี้ไปติดโรคไวรัสขึ้นสมองที่ไหนมาจึงเพี้ยนไปใหญ่ หรืออาจสะท้อนสังคมวัยรุ่นหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่ต่างก็มีพฤติกรรมทำตัวให้เด่นไม่ว่าจะทางดี(มีน้อย)หรือร้าย(มากกว่า) และมักไม่ปิดบังสัญชาตญาณดิบ(ก้าวร้าว)ของตน แต่เวลาไปเมืองนอกดูทีวีเขาไม่เห็นมีโฆษณาแนวที่ดูไม่รู้เรื่องแบบนี้เลย ของเขาจะตรงประเด็นว่าโฆษณาอะไรและประหยัดเวลา วงการโฆษณาเราคงต้องหันมาพิจารณาดูตัวเองให้จงดีนะ...จะบอกให้

คำอวยพร :- เป็นงงและเป็นห่วง


โดยคุณ : ดาด้า เมื่อ 23 มกราคม 2548, 20:14 น.
 
     
    By: สำเนาจาก budpage     24/01/2005 10:41 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 41  
     
  แย่มาก  
     
    By: พลอยฝน  Mail to พลอยฝน   3/02/2005 07:04 PM  (202.129.4.163)
 

 
  หัวข้อ : 42  
     
  พี่เห็นมานานแล้วล่ะ แต่พี่ว่าเป็นโฆษณาที่ไม่สร้างสรรค์ มากเลยล่ะครับ มีโฆษณาที่ตลกมากๆเลยนะครับ เอาพี่จะเล่าให้น้องตาลฟังนะจ๊ะ ที่นี้ไม่สุภาพเลยครับ อิอิ  
     
    By: พี่หนึ่ง  Mail to พี่หนึ่ง   4/02/2005 11:33 PM  (61.90.42.215)
 

 
  หัวข้อ : 43  
     
 


>>> คลิกดูภาพและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ

ข้าพเจ้าฯ ไม่เชื่อว่า ..... ที่ คุณปุ๊กกี้ ให้ข่าวว่าไม่ได้ตั้งใจว่าจะเป็นการอนาจาร และทำลายภาพพจน์ของผู้หญิงไทยนั้น เป็นความรู้สึกที่แท้จริง เพราะเมื่อไม่นานมานี้ คุณลูกเกด ก็รับโฆษณาสบู่อาบน้ำ ซึ่งโฆษณานั้น ก็ไม่ได้เปลือยจริงๆ แต่เป็นการใส่ชุดแนบเนื้อ สีเนื้อ แสดงท่าอาบน้ำอยู่ในตู้กระจก บนรถปิ๊กอัพ กลางถนนสาธารณะในกรุงเทพฯ ก็ยังถูกเจ้าหน้าที่จับ และ ทีมงานทั้งหมด ก็ถูกปรับไปคนละ 500 บาท

งานนี้รับรองได้ว่า ..... ทีมงานของคุณปุ๊กกี้ เจตนาโฆษณาสินค้าทางลัดแน่นอน ก็คิดดูสิคะ แค่ค่าปรับคนละ 500 บาทเองนะคะ ได้เป็นข่าวดังไปทั่วโลกเลยนะ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น เป็นการเห็นแก่ตัว และ ฉวยโอกาส ชัดๆ แล้วสื่อทุกวันนี้ ก็เต็มไปด้วยความเซ็กซี่ เน้นความไร้ยางอายของผู้หญิงสาวและวัยรุ่นมากๆ ขึ้นเรื่อยๆ เสื้อคว้านคอลึก เปลือยอกและแผ่นหลัง หรือไม่ ก็กางเกงทรงสกิดหลุด ... กระโปรงสั้นจู๋ ... เสื้อรัดฟิตตัวเล็กจิ๋ว ล้วนเป็นเครื่องแต่งกายน้อยชิ้น ที่สื่อนำเสนอบนเรือนร่างของผู้หญิง พยายามรังสรรค์ให้ดูดี มีราคา เน้นวัตถุ สิ่งของ ยี่ห้อ และ เงินตรา ... สิ้นค้าบางยี่ห้อ นำผู้หญิงสูงอายุ ที่ควรค่าแก่การเคารพนับถือ และ ควรเป็นตัวอย่างในการรักษาอารมณ์ได้ดีในวัยนั้น แต่สื่อกลับนำเสนอความก้าวร้าวของผู้หญิงสูงอายุ เมื่อรู้สึกผิดหวัง ...!!!

สรุป ..... สื่อต่างๆ เท่าที่เห็นในทุกวันนี้ ทำให้ผู้หญิงดูไร้สาระ มากกว่ามีคุณค่า ไม่มีอะไรทำให้ดูว่าสร้างสรรค์สังคมได้ เป็นตัวนำและชักจูง ให้ใช้เงินอย่างไม่เห็นค่าของเงินที่ตัวเองยังหามาไม่ได้เลย







สนธิ มองสังคมไทยเพี้ยน ตำหนิ ตบนม โชว์
โดย ...... ผู้จัดการออนไลน์ 26 กุมภาพันธ์ 2548 08:52 น.


สนธิ ตำหนิ ตบนม
คิดถึงแต่กำไรเป็นตัวตั้ง และมองสังคมไทย เพี้ยน
เพราะคิดแต่เรื่องไร้สาระ พร้อมเผยแฟชั่นนมใหญ่มาจากฮอลลิวูด

สโรชา .......... มาสู่เมืองไทยรายสัปดาห์นะคะ ไปคุยประเด็นแรกกันก่อนดีกว่า เรื่องของการนวดเสริมอก คุณสนธิค่ะ ตกลงเขาก็ฮือฮากันพอสมควรแต่ประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์คือเหมือนจะเจตนาออกมาแสดงอย่างนี้เพื่อสร้างข่าว ยอดขายจะได้ขึ้น

สนธิ .......... เรื่องนี้มองได้ 2 มิติ มิติหนึ่งคือเรื่องของการค้า อีกมิติหนึ่งคือว่า ทำไมเรื่องของนม เรื่องของต้ม มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปแล้วทุกวันนี้ มิติแรก ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการเห็นแก่ตัวมากๆ ของผู้ประกอบการ คือวันนี้ถึงเขาจะโดนอย.ปรับ หรือจะโดนสคบ.ปรับแต่งานประชาสัมพันธ์ที่เขาได้ออกไปในสื่อมวลชนทั้งหมด ทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ มูลค่ามหาศาล แท้ที่จริงแล้วต้องการจะเพิ่มยอดขาย ผมว่าบริษัทนี้เห็นแก่ตัวมาก

ผมว่าใช้ไม่ได้ ทีนี้ถ้าคุณจะเพิ่มยอดขาย ชาโออิชิยังไม่เป็นไร คุณจะเอาใครก็ตามมายืนและตะโกนลั่นมาบุญครองหรือทุกแห่งพร้อมกันหมด โดยตั้งนาฬิกาว่า 10.15 น. ทุกศูนย์การค้าจะมีคนถือชาโออิชิ และร้องบันไซว่าดื่มชาโออิชิผมไม่ว่าอะไรกัน เพราะอย่างน้อยที่สุดตัวสินค้า ยังไม่ได้ล้ำเส้นที่ผมเรียกว่าเส้นแห่งศีลธรรม นะครับ แต่การทำเช่นนี้และผมดูเขาให้สัมภาษณ์มันสะท้อนให้เห็นเจตนารมณ์ที่แท้จริง เขาเล่าให้ฟังอย่างภาคภูมิใจเลยว่าเขาส่งออกขายต่างประเทศ เขากะจะขายในเมืองไทยตกแล้วประมาณเท่านี้ๆ เฉลี่ยแล้วผมทำตัวเลขคูณว่าที่เขาพูดจริง หลังจากนี้แล้วเขาจะได้รายได้ปีละ 1,250 ล้านบาท

สโรชา .......... จากการมาร์เก็ตติ้งด้วยใช่ไหมค่ะ

สนธิ .......... จากการมาร์เก็ตติ้งครับ แต่ว่าสังคมไทยจะพินาศไปยังไงเขาไม่สนใจ

สโรชา ..........แต่เขาบอกว่าเขาเคยถูกกล่าวหาว่า โฆษณาเกินจริง และนั่นคือที่นำมาซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะว่าอยากจะพิสูจน์

สนธิ .......... การโฆษณาเกินจริงหรือไม่เกินจริงนั้น ประเด็นไม่ได้อยู่ที่นั่น ประเด็นอยู่ที่ว่า ถ้ามันเป็นไปได้และทำได้จริง ปากต่อปากมันออกไป ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ก็ได้ ผมถามคุณสโรชาอย่างหนึ่ง วันนี้ผมอ่านความเห็นที่เข้ามาในเว็บไซต์ของผู้จัดการแล้ว หลายคนที่มาจากสหรัฐอเมริกาเขาส่งความเห็นมาเลยว่า แม้กระทั่งในสหรัฐเขายังไม่มีการทำเช่นนี้เลย จู่ๆ เอาคนมาเปลือยอกและมานวด มองดูเหมือนกับว่าเป็นทางวิชาการ ผมถามกลับคุณสโรชา ................

ถ้าผมจะสั่งเครื่องขยายองคชาติผู้ชายมา และ มาทดลองเหมือนกับที่เขาทำหน้าอก ผมใช้กระบวนทัศน์เดียวกัน พาราไดม์เดียวกัน ถูกไหม ไม่ได้ ในสังคมไทย หรือว่าในทุกๆ สังคมมันจะมีเส้นเส้นหนึ่ง เส้นนี้เขาเรียกว่าเส้นแบ่ง สุดท้ายแล้วจะล้ำเส้นนี้ไม่ได้ หรือถ้าเราจะพูดว่าเส้นนี้เหมือนฟางเส้นสุดท้ายบนหลังอูฐที่วางลงไปปั๊บ อูฐหลังหักเลย เส้นศีลธรรมก็จะถึงจุดจุดหนึ่งซึ่งเกินกว่านี้ไม่ควร นะครับ เส้นของความโลภ ถึงจุดจุดนี้ก็น่าจะพอแล้ว เส้นถึงความใจร้าย ถึงจุดนี้ก็พอแล้ว เส้นตรงนี้มันไม่ได้มีในกติกา แต่มันมีอยู่ในจิตวิญญาณ สุดแล้วแต่เราอยู่ในสังคมไหน

สโรชา ..........จิตสำนึกไงค่ะ

สนธิ .......... เราอยู่ในสังคมมุสลิมทางตะวันออกกลาง เขาก็จะมีเส้นของเขา เราอยู่ในสังคมตะวันตก ซึ่งแม้กระทั่งสังคมตะวันตกนั้นความเสรีนิยมในเรื่องหลายเรื่อง ตลอดจนในเรื่องเพศนั้นเขายังมากกว่าเราเยอะ เขาก็ยังมีเส้นพอสมควร แต่เมืองไทยไม่มี ที่ผมเสียดายคือคุณปริศนา พรายแสง คุณปุ๊กกี้คนนี้ คือแกพูดฉอดๆ แกพูดหน้าตาเฉยเลย ถ้ามันดีจริง ทำไมคุณปุ๊กกี้ไม่ทำกับตัวเองและก็เดินเปลือยหน้าอกละ

สโรชา .......... คุณปุ๊กกี้ใช้อีกชนิดหนึ่ง

สนธิ .......... ก็ให้ชาวบ้านดู ดูนะคะของปุ๊กกี้ ดีไหมค่ะอย่างโน้นอย่างนี้ ก็ว่ากันไป แต่ผมกำลังชี้ให้เห็นว่ามันไม่ใช่อย่างนี้เป็นอันขาดเลย เพราะฉะนั้นแล้ว ผมเป็นห่วงมาก และผมไม่เห็นด้วย และผมถือว่าเจ้าของกิจการอันนี้ใช้ไม่ได้ ใช้ไม่ได้จริงๆ คุณควรจะรู้สิ่งที่คุณทำ และที่ผมต้องตำหนิมากที่สุดคือใครรู้ไหม พวกประชาสัมพันธ์ที่คิดเรื่องนี้ ผมอ่านข่าวเขาพูดให้สัมภาษณ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์บอกว่าถ้าจะแนะนำอะไร มันไม่แรง อย่างนี้ถึงจะแรง ผมถามว่าถ้าคุณแรงแบบนี้คุณเปลือยหน้าอก คุณมานวดหน้าอก และคุณขายของได้ และคุณร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี อีกหน่อยคนซึ่งเห็นแก่ได้ ก็เฮ้ย เขาทำแบบนี้แรง เขาไปได้ ถ้าเราทำเหมือนเขา ไม่แรง เพราะเขาทำมาแล้ว ต้องทำแรงกว่านั้น มันก็ยิ่งเพิ่มไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักหยุดยั้ง นะครับ มันไม่มีความพอดี

สโรชา ..........คุณสนธิคิดว่าความกล้าตรงนี้มาจากไหน คือทำไมเขาถึงกล้าทำ

สนธิ .......... ตรงนี้มาอีกมิติหนึ่ง คือเดี๋ยวนี้เราเอากำไรเป็นตัวตั้ง เมื่อเราเอากำไรเป็นตัวตั้งแล้ว เราจะพูดกับตัวเองตลอดเวลาเลยว่า ทำอะไรก็ได้ขอให้ได้กำไรชิ้นนั้นมา อันนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก

สโรชา ..........ประโยคเด็ดนะ

สนธิ .......... จะเด็ดไม่เด็ดผมไม่รู้ แต่ที่ผมรู้อยู่อย่างหนึ่ง สมัยแม่ผม ทั้งแม่ ทั้งปู่ ทั้งย่า ทั้งยายของพวกเรานะครับ หรือรุ่นพี่ ป้า น้า อาเรา สมัยก่อน ทำไมเขาไม่เห็นจะต้องมายุ่งเรื่องหน้าอกเล็กหน้าอกใหญ่เป็นยังไง

สโรชา .......... ค่านิยมมันผิดกัน

สนธิ .......... ทำไมเดี๋ยวนี้ผู้หญิงที่ดี ผู้หญิงที่สวยจะต้องหน้าอกใหญ่ เซ็กซี่หน้าอกใหญ่ แฟชั่นมันมาจากไหนคุณสโรชา

สโรชา .......... จากต่างประเทศ

สนธิ .......... มันมาจากฮอลลิวูด ก็ไม่เห็นหรือครับ เบย์ วอทช์ พาเมลา แอนเดอร์สัน หน้าอกวิ่งกันเหมือนกับอุ้มแตงโมอยู่ 2 ลูกอย่างนี้ แค่ดูก็อึดอัดแทบตายอยู่แล้ว เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยังมามีดาราต่างประเทศฮอลลิวูด ผมไม่เคยเห็นดาราฮอลลิวูดคนไหนที่ไปออกงานแล้ว ไม่โชว์ความอึ๋มของหน้าอก และเดี๋ยวนี้เริ่มเป็นประเพณีไปแล้ว ในบ้านเราเดี๋ยวนี้ก็ถือเป็นธรรมดา ต้องให้เห็นร่องเนินอกซักนิดนึง สมัยโบราณ สมัยยุควิคตอเรีย จำได้ไหมครับ เขามีการดันหน้าอกขึ้นมาให้สูงนูนๆ อันนั้นเผอิญเป็นประเพณีของฝรั่งเขาชอบของเขาอย่างนั้น ของอังกฤษ แต่ของไทยก็ไม่ได้สนใจในเรื่องพวกนี้ ของไทยนี่ปิด

สมัยโบราณนานมาแล้ว ของไทยก็เปลือยอก ผู้หญิงไม่ใส่เสื้อผ้าเลยนะข้างบน คือมันเป็นยุคเป็นสมัยมาเรื่อยๆ แต่ว่าที่ผมกำลังชี้ให้เห็นว่า เดี๋ยวนี้ผู้หญิงสมัยนี้ความเป็นธรรมชาติแทบจะไม่มี ไม่เสริมอก ก็ทำจมูก ไม่ทำจมูกก็กรีดตา ไม่กรีดตาก็เสริมคาง หลายคนหน้าอก จมูก ตา คาง พร้อมและยังจะต้องเย็บอีกต่างหาก เย็บให้ตึง เย็บทุกจุดนะครับ ไม่ต้องบรรยาย แต่กำลังเล่าให้ฟัง ว่าในขณะนี้ในสังคมไทยทุกวันนี้ กำลังถูกอิทธิพลที่ไม่ค่อยดีแบบนี้ครอบงำจนกระทั่ง คือพ่อแม่ให้อะไรมา ควรจะพอใจได้ไหม กลายเป็นเดี๋ยวนี้เราเชื่อในสิ่งซึ่งไร้สาระอย่างเช่น เราเชื่อในเรื่องโหงวเฮ้งมากจนเกินไป แก้โหงวเฮ้งซักหน่อยได้ไหมค่ะ ได้ไหมครับ ทำจมูกให้สูงซักหน่อย นะครับ หรือว่าปากคุณห้อยมากไป ทฤษฎีต่างๆ เยอะแยะไปหมด

สโรชา .......... จมูกสูงเป็นเขื่อน ไม่ให้เงินไหลออก ต่างๆ นานา

สนธิ .......... ทีนี้ตรงนี้เราตัดเรื่องโหงวเฮ้งด้านนี้ออกไป เรามาถึงเรื่องสรีระของผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องหน้าอก กลายเป็นว่าภาพยนตร์ในช่วงหลัง ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมานี้นะครับ เน้นที่ผู้หญิงหน้าตาดีและก็โชว์หน้าอกที่ใหญ่พอสมควร อย่างน้อยต้องพอสมควร เข้าใจไหมครับ และก็กลายเป็นค่านิยมที่ตายตัวไปแล้วว่า เดี๋ยวนี้การทำหน้าอก ไม่มีอะไรเสียหาย เป็นเรื่องปกติ ตรงนี้มันก็เลยทำให้กิจกรรมทางด้านเครื่องสำอางที่จะต้องมาส่งเสริมการขายทางด้านนี้เริ่มเติบโตขึ้นมา เมื่อเริ่มเติบโตขึ้นมาก็เลยเกิดกรณีทำยังไงให้ขายดีล่ะ นะครับและอย่างที่หัวข้อที่คุณสโรชาตั้งว่า อกหักเรื่องเล็ก อกเล็กเรื่องใหญ่

สโรชา .......... พูดไปเดี๋ยวคนจะคิดว่าดิฉันตั้งจริงๆ นะคะ คุณสนธิ ไม่พูดนะคะว่าใครตั้ง ไม่พูด

สนธิ .......... เป็นเรื่องจริงนะครับ เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเป็นห่วง เป็นห่วงหน้าอก ถึงขนาดต้องใส่ซิลิโคนช่วยกัน ผมก็ถามว่า อกเล็กแล้วมันเป็นยังไง อกใหญ่แล้วมันเป็นยังไง ตัวเตี้ยแล้วเป็นยังไง ตัวสูงแล้วเป็นยังไง

สโรชา .......... เดี๋ยวนี้เขายืดขากันด้วยนะคะ

สนธิ .......... ทำไมสังคมไทยไม่พูดถึงว่า ขอโทษนะครับ ทำไมยายนี่โง่จัง ยายนี่ฉลาดจัง ทำไมไม่มองที่ปัญญาที่อยู่ในศีรษะ หรือว่าผู้หญิงบางคนสวยทุกอย่าง แต่ว่าไม่มีกบาล อันนี้ผมยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ เรากลับไปเน้นเดี๋ยวนี้เน้นเรื่องพวกนี้ ฉะนั้นสังคมไทยเริ่มไร้สาระตั้งแต่เรื่องพวกนี้ เมื่อไร้สาระแต่เรื่องพวกนี้แล้ว เรื่องที่สาระ เรื่องที่ต้องมีสติช่วยกันคิด ก็คิดไม่ออก มัวไปคิดเรื่องอื่น หรือพอมีเรื่องอะไรขึ้นมา ก็ใช้อารมณ์คิด นี่ไงครับ เรื่องอารมณ์จะโยงไปถึงเรื่องอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตข้างหน้า ผมถึงบอกให้ทราบว่าพวกเราได้รับกระบวนทัศน์ที่ผิดมาตลอดแล้วเราไม่หาทางที่จะส่งเสริมหรือป้องกัน ของแบบนี้คุณสโรชา ผมจะเรียนให้ทราบ ว่าของแบบนี้มันเป็นเรื่องของรากเหง้า เรื่องของจิตวิญญาณ และที่สำคัญที่สุดคือว่า การจะทำการค้าอะไรก็ตามนี่ มันต้องมีขอบเขต ถึงจุดจุดหนึ่ง มันต้องรู้ตัวเองว่าพอได้แล้ว และถ้ามองด้วยเหตุด้วยผล ถ้าสินค้าที่คุณปุ๊กกี้เอามาแสดง มีเหตุมีผลและใช้ได้ดีจริงๆ เขาแทบจะไม่ต้องโฆษณา

สโรชา .......... คือปากต่อปาก

สนธิ .......... แน่นอนที่สุดครับ ถ้าทำได้ผลจริงๆ นะครับ ผมยืนยัน อย่างน้อยที่สุดเขาก็เอาพรรคพวกเพื่อนฝูงเขาที่หน้าอกเล็ก เอามาทำกัน หรือที่ห้อยย้อยคลาย เอามาให้ทำกัน ถ้ามันดีแล้วพวกนี้ก็จะบอกว่า เธอดีจังเลย พูดต่อไปก็มา และที่ผมรับไม่ได้คือว่า มีคนพูดในคอมเมนต์ในเว็บไซต์ของผู้จัดการ บอกว่า เขาเอามาแสดงในที่เอกชน ไม่ใช่ที่สาธารณะก็คือโรงแรม เขาบอกอย่างนี้

สโรชา .......... โรงแรมนี่เอกชนแล้ว

สนธิ .......... เขามองว่าเอกชน ปัญหาข้อผิดพลาดคือสื่อเอง เป็นคนเอามาตีแผ่ ก็คุณจงใจที่จะเชิญสื่อทุกประเภทไป และพวกสื่อก็พอๆ กัน พอพูดบอกว่าไปดูการนวดหน้าอก ก็ไปกันตรึมเลย และก็ถ่ายกันแบบตาแทบเหล่เลย กล้องก็จับกันอยู่แค่นั้น คือโทษนะครับ ถ้าเป็นลักษณะก็หญิงร้ายชายชั่ว ก็พอๆ กัน ทั้งสองฝั่งนั่นแหละพอๆ กัน ผมพูดแล้วผมขำว่าเมืองไทยมันไร้สาระ ถึงขนาดที่เรื่องบางเรื่องเด็กที่เรียนดี คนที่ทำความดี จะเชิญสื่อมวลชนไปทำข่าวซักชิ้นหนึ่ง ลากไปยังแทบจะอิดออด หรือเผลอๆ ไม่ไป แต่พอบอกเชิญไปดูตบนมเท่านั้นแหละ ทั้งช่างภาพเอย พวกหนุ่มกลัดมันทั้งหลายรีบไปมุงกันเต็มไปหมด ผมถึงบอกว่าเมืองไทย มันเพี้ยนไปแล้ว

สโรชา .......... จริงๆมีเรื่องอื่นจะพูดคุยกันเยอะแยะ มีเรื่องที่ต้องทำข่าวอีกเยอะ

สนธิ .......... อันนี้เป็นสังคมองค์ความรู้หรือที่เราพยายามจะสร้าง ถ้าเอาสังคมองค์ความรู้ที่เราพยายามสร้างออกมาในรูปแบบนี้ ผมว่าเราอย่ามาสร้างดีกว่าองค์ความรู้แบบนี้

สโรชา .......... อ้าวแต่ว่าเขาไม่ได้นะ เรายังพูดเลยนะ ตั้งสิบกว่านาทีเนี่ย เอาละค่ะ แต่ก็นำมาพูดคุยกันนะคะ ถึงมิติที่แตกต่าง ว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นนั้นถ้ามองในแง่ของศีลธรรม แน่นอนค่ะ ว่า การตลาดนั้น คงจะนำเรื่องราวของศีลธรรมไม่ได้


>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ



>>> คลิกอ่าน โฆษณานี้สร้างสรรค์หรือแสดงความ ถ่อย ของสังคม...?? ได้ที่นี่นะคะ



 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/02/2005 12:22 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 44  
     
  โด่งดังทั่วโลก

Produsentene av en ny krem som skal gi større byster og tre modeller ble alle bøtelagt for blotting etter at kremen ble demonstrert i Bangkok torsdag, melder nyhetsbyrået AP.


>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/02/2005 11:37 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 45  
     
  โฆษณาไม่น่าชม Telewiz

สว.ระเบียบรัตน์ ประท้วงเรื่อง โฆษณาผงชูรส ที่มีการแสดงการเอาใจแม่สามี นั้น ไม่ทราบว่า ลองมาพิจารณา โฆษณานี้ดีกว่าไหม?

มีเด็กหญิงพลัดหลงกับแม่ในศูนย์การค้า จึงมีเป้าหมายไปยังลูกโป่งของร้าน TeleWiz
ทางร้านก็ต้อนรับขับสู้อย่างดี มีขนม มีของเล่น โดยพนักงานสาวๆสวยๆ (ว่างๆจะหลงไปมั่ง)
จนกระทั่งสุดท้าย แม่มารับ เด็กหญิงจึงกล่าวกับแม่ว่า
"แม่มาตามหาหนูทำไม หนูอยากอยู่ที่นี่นานๆ"

โฆษณาลักษณะนี้ ไม่ใช่สิ่งสร้างสรร หรือ แสดงสติปัญญาของเจ้าของกิจการ รวมทั้ง ผู้ผลิด เป็นการแสดงความถ่อยทางวัฒนธรรม ที่นับวันที่เสื่อมโทรมลงไป ทั้งๆที่ มีวิถีทาง และคำพูดอีกมากมายที่สามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้

ผู้เกี่ยวข้องลองนึกสภาพตนเอง โดนลูกหลานตอกหน้าว่า ไปไกลๆ น่ารำคาญ เช่นนั้น ถ้าคิดว่าสมควรก็ขอให้ได้รับสิ่งนั้นไปเถิด

การแก้ไข: การจูงใจให้คนมาใช้บริการประทับใจ มีหลายรูปแบบ เช่น เด็กอาจจะกระโดดกอดแม่ บอกแม่ว่า แม่จ๋า คราวหน้ามาชอปปิ้ง พาหนูมาที่นี่นะคะ พี่ๆเขาใจดี นะคะ นะคะ เป็นต้น

จะเกิดอะไร เมื่อคนไทยไร้วัฒนธรรม???
 
     
    By: พี่เก่ง     7/03/2005 10:00 AM  (202.44.8.98)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.