| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



เข้าพรรษาพาใจให้ใกล้วัด
     
 


บทเพลง ..... ฝันร้าย และ เชิญไปวัด
ผู้แต่งและขับร้อง ..... ดร.จอมพล สุภาพ
อ้างอิงจาก ..... การอบรม Human Resources Development
ภาพประกอบโดย ..... อาจารย์ธนู มาลากุล ณ อยุธยา



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    31/07/2004 01:50 PM  (203.195.105.34)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


วันเข้าพรรษา
ตรงกับ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘
หรือ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ หลัง ในปีอธิกมาส


๏ ๏ ๏ เข้าพรรษา...............พาใจให้ใกล้วัด
ย่อมช่วยพัฒนาจิต...............ไม่คิดหมอง
จักทำการสิ่งใด...............ควรไตร่ตรอง
เพื่อประคองใจพ้น...............ทางอบาย

๏ ๏ ๏ จึงขอฝากเพื่อนรัก...............ท่านนักดื่ม
จงทำลืมสักนิด...............มิตรสหาย
ไตรมาสนี้ควรมาออก...............กำลังกาย
แล้วจูงตาพายาย...............ไปทำบุญ ๚๛



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 01:52 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


วันเข้าพรรษา คือ .....
วันที่กำหนดให้พระภิกษุสงฆ์อยู่ประจำวัดตลอด ๓ เดือน ตามพระวินัย ทั้งนี้เพื่อให้ท่านได้หยุดจาริกไปในที่ต่างๆ เพราะอาจไปเหยียบย่ำข้าวกล้าและพืชพันธุ์ ของชาวไร่ชาวนาที่เพาะปลูกไว้ รวมถึงสัตว์เล็กๆ อาจเป็นอันตรายได้ .. เมื่อถึงวันเข้าพรรษา พระสงฆ์จะประชุมกันในพระอุโบสถ เพื่อทำพิธีกล่าวคำอธิษฐานพรรษา จากนั้นจะมีการขอขมา และกล่าวคำให้อภัยต่อกัน ในหมู่พระภิกษุสงฆ์

ในวันเข้าพรรษา ...
พุทธศาสนิกชนนิยมการถวายเทียนจำนำพรรษา เพื่อให้จุดไว้ตลอดพรรษา และยังนิยมการถวายผ้าจำนำพรรษา คือผ้าสำหรับอาบน้ำในช่วงเข้าพรรษาตลอดไตรมาส หากถวายผ้าอาบน้ำนี้นอกกาลพรรษา จะไม่เรียกว่าเป็นผ้าจำนำพรรษา



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 01:55 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


วันเข้าพรรษา
ตรงกับ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘
หรือ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ หลัง ในปีอธิกมาส

ปีนี้เริ่มตั้งแต่ ... วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นวันอาสาฬหบูชา
แล้วก็ตามด้วย วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นวันเข้าพรรษา

อย่าลืมนะคะ
ดื่มเหล้าดีกรีสูงๆ
ซึ่งเป็นภัยต่อสุขภาพ
และ ทะเลาะวิวาทกัน
ก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา นะคะ



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 01:57 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


ฝันร้าย

๏ ๏ ๏ เมื่อคืนนี้ ............... ฉันฝันไม่ค่อยจะดี
ฝันว่า ............... มีคนมาทำร้ายชาติไทย
ให้รอยยิ้มหายไป ............... เหลือเพียงความเศร้าใจ
อยู่ที่ไหน...สุขใจไม่มี ............... ให้ชีวิตมีแต่ความถือตัว
ให้เห็นแก่ตัว ............... เมามัวอำนาจที่มี
ไม่มีความหวังดี ............... คงมีเพียงแสร้งแกล้งทำ
จิตประจำ ............... หลอกลวงผู้คน

๏ ๏ ๏ หมดไปแล้ว ............... น้ำใจคนไทยไม่มี
เมตตาปราณี ............... ไม่มีอยู่ในหัวใจ
แกร่งแย่งแข่งขัน ............... ละความสัมพันธ์ทิ้งไป
อ่อนน้อมให้ใคร ............... ไหว้คนไม่เป็น

๏ ๏ ๏ ตื่นจากฝัน ............... ขอวอนพรพระคุ้มครอง
ให้ปรองดอง ............... รักกันดังที่ผ่านมา
ให้มี ............... รัก ... เมตตา ... กตัญญู ... รู้คุณค่า
ให้ศรัทธา ธรรมมะ ............... เหมือนเดิม ๚๛



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 02:00 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


วันอาสาฬหบูชา
หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ หรือ เดือน ๘ เนื่องในโอกาสคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาเป็นครั้งแรก โดยแสดงปฐมเทศนา คือ ธรรมจักกัปปวัตนสูตร เป็นผลให้มีพระสาวกรูปแรกขึ้นในพระพุทธศาสนา จนถือได้ว่า เป็นวันแรกที่มี พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ครบเป็นองค์พระรัตนตรัย

ความสำคัญ ... พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา เนื้อหาว่าด้วยทางสายกลาง มัชฌิมาปฏิปทา ที่นำไปสู่การบรรลุนิพพานของ ฤๅษีโกณฑัญญะ ได้บรรลุโสดาปัตติผล แล้วทูลขอบวชเป็นพระสาวกรูปแรก ที่เป็นประจักษ์พยานในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในบรรดาประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาที่ประกาศให้มีวันอาสาฬหบูชาและถือปฏิบัติมาจนกระทั่งปัจจุบัน

กิจกรรมทางวัฒนธรรมในวันอาสาฬหบูชา
๑. ทำความสะอาดบ้าน ประดับธงชาติและธงธรรมจักร และจัดแต่งโต๊ะหมู่บูชา
๒. บำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร บริจาคทาน รักษาศีล ฟังธรรม สนทนาธรรม เวียนเทียน เจริญภาวนา
๓. ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ปลูกต้นไม้ ทำความสะอาดที่สาธารณะ รักษาสภาพแวดล้อม บริจาคโลหิต



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 02:38 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


เชิญไปวัด นะคะ

๏ ๏ ๏ เชิญคะเชิญ ............... เชิญท่านสาธุชนเข้าวัด นะคะ
แปดค่ำ สิบห้าค่ำ ............... น่าจะทำกันได้
วัดก็อยู่ไม่ไกล ............... เราต้องไปกันบ้างหนอ
มั่งมีเงินแสน ............... อย่าวางแผนแต่เคลียคลอ
เข้าไปวัดกราบหลวงพ่อ ............... อย่ารอให้ต้องชราเอ่ย

๏ ๏ ๏ ไปวัดเถอะไปวัด ............... ยามที่ตรมหมองไหม้
อย่ารอเค้าหามไป ............... ไม่มีใครเสน่หา
ไปวัดกันสักที ............... ตอนที่มีเวลา
ไปโบสถ์ดูศาลา ............... สนทนาธรรมเอ่ย

๏ ๏ ๏ ร่ำรวยเป็นเศรษฐี ............... เราก็หนีไม่ได้
ถึงเวลาก็ต้องไป ............... อยู่ที่ใครสร้างกรรม
ทำดีต้องได้ดี ............... จะไม่มีวันตกต่ำ
ทำบาปและสร้างกรรม ............... ต้องชอกช้ำ เดียวดาย

๏ ๏ ๏ ไปวัดเถอะไปวัด ............... เราต้องตัดกันได้
ธุรกิจมากมาย ............... ขนเอาไปไม่ได้นะ
เกิดมาก็หลายปี ............... สร้างความดีหรือยังหล่ะ
หรือไม่เคยไหว้พระ ............... จุดธูปเทียนทำทาน
จะต้องชอกช้ำ ............... ถ้าไม่ทำบุญบ้างเลย

๏ ๏ ๏ เข้าวัดทำบุญ ............... กันเถอะเอย
ถ้าละเลย ............... จะซมซาน
วัดไหนก็ได้ที่อยู่ ............... ใกล้กับบ้าน
หมั่นทำบุญทำทาน ............... จะสุขสำราญใจเอ่ย ๚๛

.............................................................
ภาพประกอบโดย ..... อุทัย ขุนจิต หรือ ปิยรัตน์



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 02:40 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


ชนบทยามเช้า

ผู้คนยังใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ
และ สืบทอด ขนบธรรมเนียม ประเพณี ของ บรรพบุรุษแต่โบราณ
ลักษณะของสังคม เป็นแบบเอื้อซึ่งกันและกัน อย่างพี่ อย่างน้อง และ เสมือนญาติ
ถ้าสังเกต ดี..ดี จะเห็นมี...พระสงฆ์...มารับบิณฑบาตรด้วยนะคะ
มี เด็ก...เด็ก ขี่ม้าก้านกล้วย ... ขี่ควายด้วยนะ ดูแล้วน่าอยู่จังนะคะ



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 02:44 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


ชีวิตใหม่

มีความหมายถึง การเริ่มต้นของชีวิตครอบครัว
ที่ต้องแยกตัวออกไปอยู่อย่างโดดเดี่ยว
เพื่อสร้างฐานอันมั่นคง ด้วยสติปัญญา
และ แรงกายของตัวเอง เพื่อนำพาชีวิตของตัวเองและครอบครัว
ที่เราต้องรับผิดชอบไปให้ถึงฝั่ง และ สร้างหลัก สร้างฐาน ของตัวเองให้ได้ในที่สุด



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 02:48 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
 


อนาคต

เป็นภาพรอยต่อ หรือจุดเชื่อมต่อของภาพ ชีวิตใหม่
ว่า อนาคต จะเป็นอย่างไร ? จะเลือกไปในทางใด..?
เป็นเรื่องสำคัญที่พึงตระหนักว่า สภาพการณ์ต่าง...ต่าง
ได้เปลี่ยนแปลงไปมากเพียงไร
เราจะทำอะไรได้บ้าง การต่อสู้ยังต้องดำเนินต่อไป
ขึ้นอยู่ที่เรา มีความต้องการในชีวิตมากน้อยแค่ไหน



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 02:52 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
 


เมื่อยามที่เราประสบปัญหาที่วุ่นวาย
จงมีสติแล้วทำจิตให้นิ่งๆ
เพื่อให้เกิดปัญญา และ การรู้แจ้ง
ซึ่งจะส่งผลให้เรา ... คิดดี ... พูดดี ... ทำดี
และ ตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 02:56 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


ตาลเล่าเรื่องของพระพุทธเจ้า
ที่ตาลเคยฟังพระเทศน์มาจากวัด
ตอนที่ตาลตามคุณตาคุณยายไปวัดบ่อย...บ่อย นะคะ

พระท่านบอกว่า ... ปัญหาเกี่ยวกับอภิปรัชญา เช่น ปัญหาว่า
- โลกนี้เที่ยง หรือไม่ ?
- ร่างกายคือชีวิต หรือไม่ ?
- ชาติหน้ามีจริง หรือไม่ ?
- ฯลฯ. ........

ปัญหาเหล่านี้ พระพุทธเจ้าจะไม่ทรงตอบ ...
เพราะเป็นปัญหาที่ตอบแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตของ ผู้ถาม
หรือสังคมของเราดีขึ้น และ ไม่ทำให้พ้นทุกข์
หรือดับทุกข์ในปัจจุบันนี้ได้ จึงไม่ทรงตอบปัญหาเหล่านี้

ในครั้งพุทธกาล .....
ได้มีบุคคลผู้หนึ่งทูลถามพระพุทธเจ้าถึงปัญหาเหล่านี้
และ คาดคั้นให้พระพุทธเจ้าตอบให้ได้ แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบ

ทรงให้เหตุผลว่า .....
ถึงแม้พระองค์จะทรงตอบ ก็ไม่ทำให้ผู้ถามพ้นทุกข์ และ ทรงยกนิทานเรื่องหนึ่ง

มีอยู่ว่า .....
มีชายผู้หนึ่งถูกยิงด้วยธนู แล้วมหาชนทั้งหลาย จะพาชายผู้นี้ไปพยาบาล

แต่ชายผู้นี้กลับพูดว่า ..... ถ้าตนไม่รู้ว่า ผู้ยิงธนูใส่เค้า...เป็นใคร...ชื่ออะไร...มาจากไหน และ ลูกศรที่นำมายิง ทำมาจากอะไร คันศรทำจากไม้อะไร ตนจักไม่ยอมให้หมอรักษา เอาศรออกจากกายตน ... ถ้าเป็นเช่นนี้ ชายผู้นี้ก็จักถึงแก่ความตายเป็นแน่แท้

ฉะนั้น จึงสรุปได้ว่า ..... ปัญหาเหล่านี้ เป็นปัญหาที่ไกลตัว เป็นปัญหาที่ไม่ทำให้เกิดประโยชน์แก่ตน และ มหาชน เช่นนี้ เราทั้งหลายควรตั้งคำถามที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง และ มหาชนทั่วไปด้วย แล้วจงลงมือปฏิบัติ ตามวิถีทางที่ทำให้ตน และ มหาชนทั้งหลายประสบประโยชน์ อันยิ่งใหญ่ และ ถึงซึ่งความระงับดับสนิทแห่งทุกข์ทั้งสิ้นทั้งมวลเถิด ฯลฯ



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 03:00 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
 


ตาลเคยฟังนิทานของชาวพุทธเรื่องหนึ่ง .....
ตอนที่ไปอบรมปฏิบัติธรรม ของโครงการบวชเนกขัมมจารี ซึ่งนุ่ง-ห่มขาว และ ถือศีลปฏิบัติธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของ ในหลวง และ พระราชินี มี ปีละ ๒ ครั้ง ครั้งละ ประมาณ ๓ - ๔ วัน ที่ วัดพระเชตุพนฯ

พระครูที่สอนธรรมท่านเล่าว่า .....
บุคคลที่ประพฤติปฏิบัติตนในการหลอกลวง ข่มขืน และ ประพฤติผิดในกาม ที่บุคคลนั้นทำจน คุ้นเคย และ ไม่คิดเปลี่ยนแปลงนิสัย เมื่อตายไปแล้ว ก็เป็นเหตุให้ไปเกิดเป็น เปรต และ ถ้ายังมีบาปมากมายจนต้องกลับมาเกิดใหม่ ก็จะมาเกิดเป็นบุคคลที่ผิดเพศ .. เป็นกระเทย .. เป็นเกย์ .. เป็นทอม .. เป็นดี้ .. ชีวิตจะมีแต่ความสุขจอมปลอม .. ถูกคนอื่นเกลียดชัง และ มีศัตรูมากๆ โดยไม่รู้ตัวเสมอๆ



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 03:03 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
 


อย่าเบื่อธรรมะ และ จะหาธรรมะได้ที่ไหน .....
เมื่อต้องการธรรมะ ย่อมเห็นธรรมะได้ เพราะมีคนอยู่ที่ไหน ธรรมะ ก็จะมีอยู่ในที่นั้น

- จงมีเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั่วๆไป ไม่ลำเอียงว่า พวกเรา หรือ พวกเขา
- จงอย่ามีจิตประทุษร้ายต่อใครๆ
- จงมีจิตใจให้สม่ำเสมอตลอดไป โดยไม่มีข้อยกเว้น

ธรรมะ .....
จึงอยู่ที่การสลัดทิ้งนิสัยเดิมๆ ที่ไม่ดีไปเสีย และ ปลูกฝังนิสัยที่ดีๆ ขึ้นมาแทน มี เมตตา ไม่คิดประทุษร้าย ต่อตัวเอง และ ผู้อื่น แม้จะมีอารมณ์มากระทบ ทำให้จิตใจเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ก็สามารถที่จะอดทนได้ ไม่ยอมให้ความชั่วเข้ามาครอบงำง่ายๆ ธรรมะจึงเป็นเครื่องขัดเกลาความเศร้าหมองให้หมดสิ้นไป และ ช่วยชำระจิตใจของเรา ให้บริสุทธิ์ ผ่องใส จน ความชั่ว ไม่สามารถมาจับติด และ ผูกพันกับเราได้ ... !!



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/07/2004 03:05 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
  ยังไม่รู้เลยว่าจะไปเวียนเทียนที่วัดไหน
เพราะว่าคนคงเยอะน่าดูเลย
ถ้าเวียนไม่ได้ก็คงเดินจงกลมที่บ้านแทนนะครับ
 
     
    By: พี่หนึ่ง     31/07/2004 03:07 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
  ห่างวัดห่างวามานาน
มีโอกาส ก็หมั่นทำบุญ ระลึก บาปบุญ
รักษาศีล 5 บ้างครับ
 
     
    By: วุฒิชัย     31/07/2004 03:08 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
  ๏ เข้าพรรษา สามเดือน น้อมเตือนจิต
คอยเพ่งพิศ เพียงสิ่งดี มิมีหมอง
คิดแต่ดี ทำแต่ดี สมใจปอง
ยึดครรลอง เป็นธรรม ประจำใจ ... ๚๛
 
     
    By: พี่เก่ง     31/07/2004 03:09 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
  น้ำตาลครับ
ผมไปถวายอาหารที่วัดทุกวันก่อนไปทำงาน
แล้วก็สวดมนต์ทำวัดเย็นที่วัดทุกวัน
เลยไม่ได้สนใจว่าวันไหนเข้าพรรษาหรือวันพระ
เพราะผมมีวันพระทุกวันหรือทุกชั่วโมง
จึงไม่มีวันไหนสำคัญเป็นพิเศษเลย
 
     
    By: พี่โอ่     31/07/2004 03:10 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
  อิอิ ที่ทำงานผม
เขาสวดมนต์ทำวัตรเช้ากันทุกเช้า
....จริง ๆ นา ผู้อำนวยการเขาบ้าธรรมะอ่ะ
 
     
    By: อุ้ยคำ     10/09/2004 12:37 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
 


มาฆบูชา วันแห่งความรักในพระพุทธศาสนา
โดย ..... นสพ.ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548


ในปีหนึ่งๆ นอกเหนือไปจากวันพระตามปกติ
พุทธศาสนิกชนจะมีวันพระที่จัดเป็นวันสำคัญพิเศษ
อีก 3 วัน คือ .. วันมาฆบูชา .. วันวิสาขบูชา .. และ วันอาสาฬหบูชา

วันวิสาขบูชา ..... เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ถือได้ว่าเป็น วันพระพุทธ

วันอาสาฬหบูชา ..... เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาครั้งแรก เป็น วันพระธรรม

วันมาฆบูชา ..... วันที่พระสงฆ์มาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อรับฟังหลักการ อุดมการณ์ ตลอดจนวิธีปฏิบัติในการเผยแพร่พุทธศาสนาเป็น วันพระสงฆ์

วันมาฆบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญ เดือนมาฆะคือเดือน 3 หรือเดือน 4 ในปีที่มีอธิกมาส เนื่องในโอกาสคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งปีนี้ตรงกับ วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548

ในสมัยโบราณ ก่อนที่จะมีพุทธศาสนานั้น การบูชาในวันเพ็ญเดือนมาฆะเป็นพิธีดั้งเดิมของศาสนาพราหมณ์ เรียกว่า ศิวาราตรี คือ เป็นการทำพิธีลอยบาปในแม่น้ำคงคา และประกอบพิธีสักการบูชาพระเป็นเจ้าของพราหมณ์ ซึ่งเป็นพิธีใหญ่ในเทวสถานต่างๆ ... เมื่อพุทธศาสนาได้กำเนิดขึ้น พระภิกษุพุทธสาวกซึ่งมาจากวรรณะต่างๆ มีทั้งวรรณะกษัตริย์ วรรณะพราหมณ์ และวรรณะอื่นๆ แต่ส่วนใหญ่ก็เคยนับถือศาสนาพราหมณ์มาก่อนทั้งสิ้น

เมื่อถึงวันเพ็ญมาฆบูชา ได้เห็นพวกพราหมณ์ทำพิธีใหญ่ ซึ่งตนเคยทำมาก่อน ก็คงคิดว่าน่าจะทำอะไรทำนองนั้นบ้าง จึงได้พากันไปเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย และนี้เอง จึงได้ก่อให้เกิดเหตุที่ถือว่าอัศจรรย์ขึ้นในเวลาต่อมา

กล่าวคือ นับตั้งแต่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้เป็นเวลา 9 เดือน ตั้งแต่วันเพ็ญ เดือน 6 ถึง วันเพ็ญเดือน 3 ของอีกปี และเริ่มออกสั่งสอนเป็นเวลา 7 เดือน สอนครั้งแรกคือไปโปรดปัญจวัคคีย์ เมื่อวันอาสาฬหบูชา คือวันเพ็ญเดือน 8 ในปีเดียวกับที่ตรัสรู้ พระพุทธเจ้าได้ลูกศิษย์ คือพระภิกษุที่เป็นพระสาวกขณะนั้นกว่า 1,300 รูป ซึ่งพระสาวกเหล่านี้ พระพุทธองค์ได้ทรงส่งออกไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ทรงค้นพบใหม่ไปยังเมืองต่างๆ ส่วนพระองค์ประทับอยู่ ณ วัดเวฬุวัน หรือป่าไผ่ กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ ที่พระเจ้าพิมพิสารถวาย และถือเป็นวัดแห่งแรกในพุทธศาสนา

ปรากฏว่า พระสาวกที่เดินทางมาเฝ้าโดยมิได้นัดหมายกันนี้มีถึง 1,250 รูป ซึ่งถือว่าเป็นเหตุอัศจรรย์ยิ่ง เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ ตลอดพระชนมชีพของพระพุทธองค์มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้น จึงได้กำหนดเรียกวันนี้ว่า วันจาตุรงคสันนิบาต คือวันประชุมใหญ่ครั้งแรกและเป็นครั้งพิเศษ ด้วยเป็นวันที่ประกอบด้วยองค์ 4 คือ

1..... พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเป็นพุทธสาวก จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

2..... พระพุทสาวกเหล่านี้ ล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือพระพุทธเจ้าทรงประทานอุปสมบทด้วยพระองค์เอง

3..... พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา 6 ได้แก่ แสดงฤทธิ์ได้ ระลึกชาติได้ ตาทิพย์ หูทิพย์ กำหนดรู้ใจคนอื่นได้ และบรรลุ อาสวักขยญาณ คือญาณหยั่งรู้ธรรมที่เป็นที่สิ้นแห่งอาสวะหรือกิเลสทั้งหลาย

4..... วันนั้นเป็นวันเพ็ญ เดือนมาฆะ พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดคือ เป็นเวลากลางคืน อากาศไม่ร้อน ท้องฟ้าแจ่มใส ... เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนสาม (มาฆปุรณมี) หรือ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ในปีอธิกมาส

ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงเห็นเป็นโอกาสเหมาะที่จะให้การมาครั้งนี้ของพุทธสาวกเป็นการประชุมพิเศษในการแสดงโอวาทปาติโมกข์เพื่อประกาศหลักการ อุดมการณ์และวิธีการปฏิบัติในการเผยแพร่พุทธศาสนาให้นำไปใช้ได้ในทุกสังคม ซึ่งเปรียบเสมือนธรรมนูญแห่งพุทธศาสนา ที่ชาวพุทธทั้งหลายจะได้ยึดถือเป็นแม่บทสำหรับประพฤติปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ และยังเป็นแม่บทในการเผยแพร่พระพุทธศาสนามาจนทุกวันนี้

โอวาทปาติโมกข์ ที่ว่านี้ เป็นคนอย่างกับพระปาฏิโมกข์หรือศีล 227 ข้ออันเป็นพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติ และพระภิกษุต้องลงโบสถ์ฟังทุกวันพระกึ่งเดือน ซึ่งโอวาทปาติโมกข์ที่พระบรมศาสดาแสดงในวันนั้น ถือเป็นหลักธรรมคำสอนที่สำคัญ หรือเป็น หัวใจของพระพุทธศาสนา เลยทีเดียว

หลักธรรมดังกล่าว แบ่งเป็น 3 ส่วน
คือ หลักธรรม 3 อุดมการณ์ 4 และ วิธีการ 6 อันได้แก่

หลักการ 3 ได้แก่
1..... การไม่ทำบาปทั้งปวง ไม่ว่าจะด้วยกาย วาจาและใจ
2..... การทำกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำความดีทุกอย่าง
3..... การทำจิตใจให้ผ่องใส ด้วยการละบาปทั้งปวง ถือศีลและบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อมด้วยการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนา จนถึงขั้นบรรลุอรหันตผล อันเป็นความผ่องใสที่แท้จริง

อุดมการณ์ 4 ได้แก่
1..... ความอดทน คือการอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งกาย วาจา ใจ
2..... ความไม่เบียดเบียน คือ การงดเว้นจากการทำร้าย รบกวนหรือเบียดเบียนผู้อื่น
3..... ความสงบ คือ ปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย วาจาและใจ
4..... นิพพาน คือ การดับทุกข์ที่เป็นเป้าหมายสูงสุดในพุทธศาสนา ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อดำเนินชีวิตตามมรรคมีองค์ 8

วิธีการ 6 ได้แก่
1..... ไม่ว่าร้าย คือ ไม่กล่าวให้ร้ายหรือโจมตีใคร
2..... ไม่ทำร้าย คือ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
3..... สำรวมในปาติโมกข์ คือ ความเคารพระเบียบวินัย กติกา กฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของสังคม

4..... รู้จักประมาณ คือ รู้จักพอดี พอกินพออยู่
5..... อยู่ในสถานที่ที่สงัด คือ อยู่ในสถานที่ที่สงบและมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
6..... ฝึกหัดจิตใจให้สงบ คือการฝึกจิต หมั่นทำสมาธิภาวนา

สำหรับหลักการ 3 ที่กล่าวข้างต้น ถือได้ว่าเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา เป็นการสอนหลักในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องแก่พุทธศาสนิกชน

ส่วนอุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6 นั้น อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหลักครูหรือหลักของผู้สอนคือวิธีการที่จะนำไปปรับปรุงตัวให้เป็นกัลยาณมิตรทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งผู้ใดปฏิบัติได้นอกจากจะเป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว ยังจะช่วยเผยแพร่พระศาสนาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย


>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   22/02/2005 01:24 AM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
 
พระพยอม ติง ม.ขาดการประยุกต์วันเข้าพรรษาใช้กับนศ.
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 กรกฎาคม 2548 23:45 น.


พระพยอม กัลยาโณ หรือ พระเทพวิสุทธิกวี .. แนะพุทธศาสนิกชนตั้งสัจจะอธิษฐานลด-ละ-เลิก-อบายมุขและความฟุ้งเฟ้อ ตลอดช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน พร้อมติงมหาวิทยาลัยและเยาวชนรุ่นใหม่ขาดการนำวันเข้าพรรษามาประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงเพื่อเป็นยากันบูดให้สังคม

พระพยอม กัลยาโณ ประธานมูลนิธิวัดสวนแก้ว และ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวว่า วันเข้าพรรษามาถึงแต่ละปีอยากให้พุทธศาสนิกชนคิดถึงความสำคัญของวันนี้ ซึ่งเหมือนยากันบูดให้สังคมอย่างดีเยี่ยมมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่สังคมกำลังบูดด้วยส่วนเกิน ทั้งการมีสามี ภรรยา เพศ การดื่มสุรา การกินใช้เที่ยวเตร่อย่างสนุกสนาน ฉะนั้นเมื่อถึงฤดูพรรษา ควรงด ลด ละ เลิกส่วนเกินเหล่านั้น ด้วยการอธิษฐานใจว่าจะถือศีลอุโบสถใดตลอดไตรมาส 3 เดือน เช่น การงดเหล้าเข้าพรรษา ลดการพนัน ลดการเที่ยวเตร่ตามเธค ผับ บาร์ เป็นต้น

............... คนกินเหล้าเกินมาก็หยุด ทำอะไรเหลวไหลไร้สาระก็หยุด มาบำเพ็ญบารมีกัน ทำให้เข้าพรรษาเหมือนยากันบูดที่สังคมเคยบูดมานาน มาเยียวยากัน 3 เดือน มาถือศีลอุโบสถ ลดส่วนเกิน เพื่อให้อยู่ด้วยการพอดี ๆ เรียกว่าทางสายกลาง อย่าให้พรรษาผ่านไปแบบไร้สาระ หมดความสำคัญ การแย่งชิงอำนาจ การใส่ร้ายที่เกิดขึ้นกันมากมายเวลานี้ โลกเรามีแต่เกิดความเลวร้าย จนกระทั่งหนอน ปลิง ขึ้นมาเข้าหูคน จมูก ปาก คอ น่าจะเป็นสัญญาณโลกสกปรกด้วยความประพฤติไม่ดีของคน เลยเกิดสิ่งไม่เคยพบมาก่อน ขอให้ชาวพุทธกลับมาหาวันเข้าพรรษาตั้งสัจจะกัน ลองเอาเข้าพรรษานี้เป็นพรรษาแรก ...............

พระพยอม กล่าวว่า ปัจจุบันเยาวชนไม่รู้จักการกำหนดชีวิตช่วงเข้าพรรษา ทั้งที่เป็นมหาวิทยาลัยชีวิตที่ดีของโบราณ แต่อวดดีว่ามีการศึกษาดีเลยลืมเรื่องเข้าพรรษา ทำให้ติดเหล้าเพิ่ม รับน้องใหม่รุนแรงขึ้น ทำอะไรทางเพศมากขึ้น เที่ยวเตร่กินเล่นสนุกสนาน หมกมุ่นมัวเมามากขึ้น เพราะไม่ได้เรียนรู้เรื่องเข้าพรรษา และ เชื่อว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ไม่คิดอะไรที่จะมาปรับปรุงให้นักศึกษามีความสามารถ มีเชื้อกันบูดให้สังคมได้ พรรษานี้ขอเสนอให้ลองดู พานักเรียนนักศึกษามาวัดสวนแก้ว

พรรษานี้อาตมาจะไม่ไปต่างจังหวัด ตั้งท่ารับ หลังผิงถ้ำอยู่ที่วัด
เพื่อให้ศาสนิกชนที่ปรารถนาจะทำให้พรรษานี้มีคุณค่ามาพบมาฟังธรรมมาปฏิบัติ ..

พระพยอม กัลยาโณ หรือ พระเทพวิสุทธิกวี
รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวางแผน มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย กล่าวว่า

............... วันเข้าพรรษาจะมาหลังวันอาสาฬหบูชา ซึ่ง ปีนี้ตรงกับวันที่ 21 กรกฎาคม โดยวันอาสาฬหบูชามีจุดเด่นคือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาและแสดงธรรมกัณฑ์แรกและมีพระอริยบุคคลรูปแรกเกิดขึ้นในโลกคือโกนฑัญญะ เป็นพระเถระที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าเป็นเลิศน่าจะเอาแบบอย่างมาใช้ให้เกิดประโยชน์ คือคนมีความรู้มากควรถ่ายทอดให้คนอื่น ในเรื่องของปฐมเทศนามีความสำคัญคือพระพุทธเจ้าแสดงทางสายกลางให้เราปฏิบัติซึ่งสามารถประยุกต์มาใช้ได้กับทุกสถานการณ์และทุกเรื่อง โดยเฉพาะภาวะวิกฤติเศรษฐกิจปัจจุบัน คือเรื่องน้ำมัน น่าจะเดินทางสายกลางคืออย่าใช้ให้ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเกินไปแต่ไม่ถึงกับกระเหม็ดกระเหม่จนลำบาก ทำงานไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญสูงสุด พระพุทธเจ้าสอนให้เดินทางสายกลางเพื่ออยู่ได้อย่างมีความสุข มีหลักแห่งความพอเพียงขึ้นมา ก็สามารถทำให้สังคมเราอยู่อย่างมีความสุขได้ ...............

พระเทพวิสุทธิกวี กล่าวอีกว่า ถัดจากวันอาสาฬหบูชาเป็นวันเข้าพรรษาคือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 การเข้าพรรษานั้น โดยความหมายจริง ๆ คือให้พระได้หยุดอยู่กับที่ในฤดูฝนไม่ให้เดินทางไกลไปไหนมาไหนด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสมัยก่อนมีปัญหาเรื่องการเดินทางต้องเดินทางเท้าอาจไปรบกวนทำลายพืชพรรณธัญญาหารของชาวนาชาวไร่ แต่วัตถุประสงค์อีกอย่างหนึ่งคือเพื่อให้พระได้หยุดอยู่กับที่ มีการศึกษาเล่าเรียนธรรมะวินัยร่วมกัน รับรู้ร่วมกัน คล้าย ๆ ว่าปีหนึ่ง 3 เดือน มาประชุมสัมมนาทำความเห็นให้ถูกต้องตรงกัน รับรู้กฎเกณฑ์กติกาให้ตรงกันและที่สำคัญกว่านั้นไม่ใช่ให้หยุดเฉย ๆ ให้อธิษฐานด้วย ตั้งสัจจะอธิษฐานว่าใน 3 เดือนนี้ จะทำอะไรสักอย่างเพื่อชำระขัดเกลากิเลสให้เบาบางลงไป ความโลภ ความโกรธ ความหลง ซึ่งเป็นมูลใหญ่ ๆ ให้เกิดปัญหาสังคม และเกิดปัญหาต่อโลก

............... ฝากถึงพุทธศาสนิกชนทั้งหลายว่าพระสงฆ์อยู่จำพรรษา อธิษฐานคือตั้งจิตใจแน่วแน่ว่าต้องอยู่ที่นี้ตลอด 3 เดือน และตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอยู่ร่วมกันตลอด 3 เดือน ประคับประคองไม่ให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่ว่ามาจากไหน เมื่อมาอยู่ร่วมกันก็อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน คณะสงฆ์จึงอยู่มาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 2,590 ปี ก็น่าเป็นตัวอย่างให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ถือแบบอย่างนี้ไปอธิษฐานตนว่า จะลด ละ เลิก อะไรบ้างที่เกินไป อะไรที่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ทำให้ครอบครัวยากจน ลดละเลิกสิ่งนั้น ...............

พระเทพวิสุทธิกวี กล่าวว่า วัดราชาธิวาสจะมีการเทศนาตลอดพรรษาตั้งแต่เวลา 19.00-19.30 น. และการ อบรมกรรมฐาน ฝึกหัดบำเพ็ญจิตภาวนา ในเวลาอันสงบเลิกงานแล้ว เข้าวัดจะได้ตั้งจิตอธิษฐาน ฟังสิ่งที่ดี ไม่รู้จะอธิษฐานอะไร ก็อธิษฐานว่าจะเข้าวัดตลอดพรรษาฟังเทศน์ฟังธรรมจะได้ความรู้มากมายได้แนวทางไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตตนอย่างประมาณมิได้


-------------------------------------------------------------
>>>>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   21/07/2005 02:29 AM  (58.10.152.121)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
  ขอบคุณมากนะครับที่ได้ลงบทความดี ๆ และบทเพลงที่ผมได้แต่งไว้ เพื่อช่วยกันจรรโลงศาสนาให้ยั่งยืน  
     
    By: ดร.จอมพล สุภาพ  Mail to ดร.จอมพล สุภาพ   26/09/2005 12:16 PM  (202.183.132.153)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
  สวัสดีคะ .....
ขอบคุณ อาจารย์จอมพล มากๆ เช่นกันนะคะ
ที่กรุณาเข้ามาทักทายในหน้าบันทึกของเว็บไซต์น้ำตาล

ขอบคุณมากๆ คะ :-) :-D





 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   26/09/2005 07:00 PM  (58.10.152.122)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
   
     
    By: na     9/01/2006 03:36 PM  (202.176.91.80)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.