| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



รัตนะแห่งแผ่นดิน
     
 


เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๔๘ พรรษา
ในวันที่ ๒ เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖ นี้
เพื่อเทิดพระเกียรติ แสดงความจงรักภักดี และ เชิดชูพระบารมี
พร้อมขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายพระพร

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
เว็บไซต์น้ำตาล และ เพื่อนๆ



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    27/07/2004 02:20 AM  (203.195.105.34)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


พระฉายาลักษณ์ ..... สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ฉายโดย ..... นายนิติกร กรัยวิเชียร
อ้างอิงจาก ..... สมุดบันทึกเฉลิมพระเกียรติ เมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๓๘
ของ ..... มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
และ ..... จาก ปฏิทินปี พุทธศักราช ๒๕๔๖
ของ ..... บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 02:30 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


เสด็จพระราชสมภพ ..... เมื่อวันเสาร์ที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๘
ณ ..... พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
ทรงมีพระนามเดิมว่า ..... สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 02:36 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


ในหลวงทรงกล่อมบรรทมสมเด็จพระเทพฯ
ด้วยเพลงพระราชนิพนธ์ ..... LALLABY


เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๗ ..... สถาบันการดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ หมายเลข ๒๓ นับเป็นชาวเอเชียเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น .. ในจำนวนเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งสิ้น ๔๔ เพลง เพลง ชื่อ "LALLABY" จัดอยู่ในหมู่เพลงกล่อมนอน

กล่อมนอน ..... ในความหมาย หมายถึง กล่อมเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ ที่ต่อมาได้เฉลิมพระนามเป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร สยามบรมราชกุมารี .. เนื่องเพราะเมื่อแรกประสูติกาล ณ วันที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๘ ทรงเป็นทารกน้อยที่ไม่โปรดบรรทม ทรงบรรทมยากอย่างยิ่ง .. เนื่องเพราะการพระราชทานพระกษีรธาราของสมเด็จแม่เป็นสิ่งจำเป็น ด้วยไม่ทรงสามารถเสวยนมผงที่ใช้เลี้ยงทารกเป็นการเสริมได้เลย

กระนั้น ..... พระราชกุมารีน้อย กลับทรงเจริญด้วยพระปัญญาอย่างรวดเร็วน่าพิศวง ทรงรู้ความเกินพระชันษา แม้ไม่กี่เดือนก็ตามที เป็นต้น เมื่อมีพระพี่เลี้ยงท่านหนึ่ง กล่อมพระบรรทมด้วยเพลง "ลมพัดชายเขา" เป็นประจำ หากมีพระพี่เลี้ยงอีกท่านหนึ่งที่เข้าเวรกลับเปลี่ยนเพลงกล่อมบรรทมเป็นเพลงอื่น พระราชกุมารีน้อยทรงจำได้ว่า ผิดตัว ผิดเพลง มักจะทรงพระกรรแสง .. ทว่า หากกลับมาขับร้องเพลง "ลมพัดชายเขา" ก็จะทรงหยุดพระกรรแสงอย่างฉับพลันทันที .. นี่เองคือ ความบันดาลใจแห่งที่มาของเพลงพระราชนิพนธ์ "LALLABY"

และ จากหนังสืออ้างอิงชื่อ "ดนตรีจากพระราชหฤทัย ศูนย์ดวงใจแห่งปวงชน"
เนื่องในมหามงคลฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ ๕๐ ปี วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๙
จัดทำโดย สำนักงานเอกลักษณ์แห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี

มีความตอนหนึ่งว่า ..... เพลง "LALLABY" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๔ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ นิพนธ์คำร้องเป็นภาษาอังกฤษ ร่วมกับ ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา และท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา ประพันธ์คำร้องภาษาไทย

มีเรื่อง “เขาเล่าว่า” ..... พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอุ้มสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ไว้ในอ้อมพระกรข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งทรงอิเล็กโทน พระราชนิพนธ์เพลง "LALLABY" กล่อมพระบรรทม แล้วทูลกระหม่อมพระองค์น้องก็ทรงหลับไป ..!!


.................................................................................
อ้างอิงจาก ..... คอลัมน์ลัดดาซุบซิบ / หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฯ

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:02 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


ทรงมีพระนามเล่นว่า .....
ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงน้อย

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:06 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงน้อย


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:12 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงน้อย ทรงฉายกับทูลกระหม่อมเล็ก


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:16 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงน้อย ตามเสด็จออกงาน


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:19 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


ทรงเล่นขายของที่บ้านเล็กในสวนจิตรฯ


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:21 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
 


ทรงหยอกล้อตามประสาพี่น้อง


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:23 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
 


ในห้องเรียนชั้นประถม


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:25 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


ทรงเจริญชันษาในแบบขัตติยกุมารี


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:28 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
 


ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงน้อย กับ ครูคนแรก


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:31 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
 


หนอนหนังสือ


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:34 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
 


ทรงโปรดการเรียนหนังสือ


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:39 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
 


ทรงพระสิริโฉมงดงามสมพระวัย


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:42 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
 


กับ ทูลกระหม่อมเล็ก .. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:47 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
 


กับ โอลีฟสุนัขตัวโปรด


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:49 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
 


ทรงแสดงดนตรีที่จุฬาฯ


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:54 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
 


ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงน้อย


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 03:58 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
 


ทรงฉายพระรูปกับพระสหายที่โรงเรียนจิตรลดา


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 04:00 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
 


ทรงศึกษาระดับ อนุบาล ประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา ที่โรงเรียนจิตรลดา
ทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการเรียน
โดย ทรงสอบได้ลำดับที่ ๑ ของประเทศไทย
ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนกศิลปะ ในปีการศึกษา ๒๕๑๕

และ ทรงเป็นนิสิตใหม่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 04:06 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
 


ทรงมีพระนิสัยร่าเริงอยู่เสมอ


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 06:44 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
 


ทรงสอบเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี
ที่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปีการศึกษา ๒๕๑๖
และ ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาอักษรศาสตร์บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
พร้อมทั้งได้รับพระราชทานเหรียญทองรางวัลคะแนนยอดเยี่ยมตลอดหลักสูตร
สาขาวิชาประวัติศาสตร์ ในปีการศึกษา ๒๕๑๙

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 06:48 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
 


ทรงรักดนตรีไทย .....
โปรดดนตรีไทย ทั้งเล่น และ ฟังมา ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เพราะทรงเห็นว่าดนตรีไทยช่วยส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติก่อให้เกิดความรู้สึกชาตินิยม ด้วยทรงเชื่อมั่นว่า ดนตรีไทยมิได้ถอยหลัง หรือหยุดนิ่งอยู่กับที่ หากแต่ก้าวหน้า มีการสืบต่อเปลี่ยนแปลงเข้ากับชีวิตของคนไทยมาแต่อดีต แม้ปัจจุบัน ดนตรีไทยก็ยังไม่มีวันดับสลาย

ดังเช่น ที่ได้ทรงแทรกความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาดนตรีไทยในงาน พระราชนิพนธ์ เรื่อง "เหตุใดข้าพเจ้าจึงชอบดนตรีไทย" และ ยังทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงไทยอีกมากมาย มีพระราชประสงค์จะใช้ดนตรีเป็นสื่อแทรกความคิดต่างๆ แก่คนฟัง เช่น ความคิดที่จะให้คนในชาติสมัครสมานสามัคคี และ รักชาติ เป็นต้น จนได้รับการยกย่องเชิดชูว่าทรงเป็น ... เอกอัคราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 07:32 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 25  
     
 


ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา
วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๐
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระนาม ตามที่จารึก ในพระสุพรรณบัฏว่า .....
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 07:36 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 26  
     
 


พระปณิธานที่ได้ทรงกล่าว ต่อที่ประชุมพระบรมวงศานุวงศ์
และ สมาชิกในราชตระกูลที่มาเฝ้าถวายพระพร

๏ ๏ ๏ ข้าพเจ้า ขอตั้งความปรารถนาต่อที่ประชุมนี้ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้สมกับตำแหน่งฐานะโดยเต็มกำลัง สติปัญญา และ ความสามารถ เพื่อให้สำเร็จประโยชน์สุขอันไพบูลย์ และ เจริญวัฒนาแก่ประเทศ และ ประชาราษฎร์ทั้งมวล .....

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 07:44 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 27  
     
 


ทรงรักการเรียนรู้ .....
ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จน ปัจจุบัน พระองค์ทรงศึกษาได้คะแนนดีตลอดมา ทรงเข้าศึกษาต่อระดับปริญญามหาบัณฑิต ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยทรงได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต ใน ปี ๒๕๒๒ และ ปริญญาอักษรศาสตร์มหาบัณฑิต ในปี ๒๕๒๓

ต่อมาได้ทรงเข้าศึกษาระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร และ ได้รับพระราชทานปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต ในปี ๒๕๒๙ พระองค์มิได้ทรงหยุดยั้งการแสวงหาความรู้อยู่เพียงแค่นั้น แต่ใฝ่พระราชหฤทัยศึกษาหาความรู้ในศาสตร์แขนงต่างๆอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะความรู้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพสกนิกรของพระองค์

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 07:55 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 28  
     
 


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิต พัฒนศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 08:21 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 29  
     
 


ตั้งแต่ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๒๓
ทรงเป็น ทูลกระหม่อมอาจารย์
ของเหล่านักเรียน โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 08:34 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 30  
     
 


ทรงแข่งขันวอลเลย์บอล
ของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ



 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 08:38 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 31  
     
 


ทรงเป็นนักโภชนากร .....
เพราะทรงเห็นว่า โภชนาการเป็นพื้นฐานของการมีสุขภาพดี และ คุณภาพชีวิตที่ดีของคนในประเทศ และ มีพระราชประสงค์ ที่จะเห็นเด็กๆทุกๆคนมีความเสมอภาคทางโภชนาการ จึงทรงริเริ่มปรับปรุง และ เสริมสร้างภาวะทางโภชนาการ ด้านสุขภาพพลานามัยของประชาชน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ โครงการปรับปรุงภาวะโภชนาการ ของเด็กก่อนวัยเรียน รวมทั้งโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ พระองค์มีพระราชวินิจฉัยว่า หากเด็กมีคุณภาพชีวิตไม่ดีพอ มีอาหารไม่เพียงพอ สุขภาพพลานามัย ก็จะไม่ดี สมองก็จะไม่พัฒนา และ จะกลายเป็นกำลังคนที่ไม่มีคุณค่าของประเทศในอนาคต

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 08:51 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 32  
     
 


ทรงพระสิริโฉมงดงาม



 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 10:23 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 33  
     
 


ทรงพระสิริโฉมงดงาม



 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/07/2004 10:25 PM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 34  
     
 


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ



 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 02:28 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 35  
     
 


ทรงเป็นแบบอย่างของบุตรที่ดี .....
พระองค์ทรงปฏิบัติพระองค์เป็น "บุตร" ที่ดี ที่ทรงทำหน้าที่ของ "บุตร" ได้อย่างดีเลิศเสมอมา ด้วยทรงยกย่องเคารพ เทิดทูน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นอย่างยิ่ง และ ดำเนินตามเบื้องพระยุคลบาท ทรงดูแลแบ่งเบาพระราชกรณียกิจในการพัฒนาประเทศ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ที่อยู่ในชนบทห่างไกล และ ทุรกันดาร

ทั้งยังทรงเป็นราชเลขานุการส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมชนกนาถ ในอันที่จะรับพระบรมราโชบาย และ พระราชดำริ มาทรงดำเนินการสนองพระเดชพระคุณ ทั้งในงานด้านเกษตร และ ด้านการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร เป็นการดูแลพระราชกิจต่างพระเนตรพระกรรณ เป็นกำลังสำคัญของล้นเกล้าล้นกระหม่อมทั้งสองพระองค์ ในการพัฒนา ประเทศชาติ ทุกแขนง และในการดำเนินกิจการโครงการตามพระราชดำริทุกโครงการให้สำเร็จด้วยดีตลอดมาอีกด้วย

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 02:42 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 36  
     
 


พระราชกรณียกิจที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อสังคมนั้น
มิได้ยิ่งหย่อนกว่าการอนุรักษ์ และ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
ทรงดำรงตำแหน่ง
- อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย
- องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทย
- องค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา
- องค์อุปถัมภ์มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 02:45 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 37  
     
 


ทรงเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เช่น
- โครงการพัฒนาเด็กเล็ก
- โครงการการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน
- โครงการปรับปรุงภาวะโภชนาการเด็กเล็ก ..... ฯลฯ

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 02:47 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 38  
     
 


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ



 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 02:49 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 39  
     
 


ทรงเป็นครู .....
ตั้งแต่ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๒๓ เป็นต้นมา ทรงเป็น "ทูลกระหม่อมอาจารย์" ของเหล่านักเรียน โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ได้ทรงอุทิศกำลังพระวรกาย และ พระทัยแก่การสอนอย่างเต็มที่ และ ทรงพัฒนาหลักสูตรให้มีสาระที่ทันสมัยตามความก้าวหน้าทางวิชาการ ทรงร่วมบรรยายวิชาพื้นฐานอารยธรรมไทย ประวัติศาสตร์ไทย ประวัติศาตร์โลกร่วมสมัย ประวัติศาสตร์ยุโรป ประวัติศาสตร์อเมริกา ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก

ในการสอนแต่ละครั้ง ทรงค้นคว้าเขียนคำบรรยายที่เปี่ยมด้วยสาระความรู้ อันน่าสนใจพระราชทานแก่นักเรียน และ เตรียมสื่อการสอนหลากหลายประเภท มาประกอบการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไป และ ทรงร่วมการประชุมทางวิชาการทั้งใน และ ต่างประเทศอยู่เสมอ

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 03:11 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 40  
     
 


ทรงเป็นนักเขียน .....
พระอัจริยภาพ ในการนิพนธ์วรรณกรรมร้อยแก้วร้อยกรองหลายด้านฉายชัด ทั้งด้านวรรณคดี ภาษาศาสตร์ ดนตรี โบราณคดี ประวัติศาสตร์ และศาสนา สารคดีท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง เพราะทรงสามารถเล่าเรื่องต่างๆ ที่ได้ทรงพบเห็นอย่างละเอียดลออ ผ่านสำนวนภาษาที่สละสลวยงดงาม ทั้งยังมีข้อมูลสาระที่ทรงคุณค่า และยังมีพระปรีชาชาญในเชิงวรรณศิลป์ ทรงพระราชนิพนธ์บทกวีได้อย่างไพเราะ ไม่แพ้กวีเอกในอดีต

นอกจากนี้ ... ยังมีบทกวีนิพนธ์ภาษาไทยและภาษาฝรั่งเศส รวมทั้งทรงแปลกวีนิพนธ์ และ วรรณกรรมจีนเป็นภาษาไทยอีกด้วย รายได้จากพระราชนิพนธ์ทั้งหมด เป็นทุนการศึกษาของมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ซึ่งสนับสนุนให้นักเรียนที่ขาดแคลนมีโอกาสศึกษาต่อ ทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 03:21 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 41  
     
 


ทรงมีพระอารมณ์ขัน .....
ทรงมีความร่าเริงแจ่มใส อันเป็นลักษณะเด่นประจำพระองค์ แม้ในช่วงเวลาซึ่งแทบจะหาความสนุกสนานไม่ได้เลย เช่น การประชุมทางวิชาการ ก็ยังทรงหาแง่มุม ซึ่งสร้างวาระแห่งความขบขัน และ สร้างความสดชื่นให้แก่คนรอบข้างได้เสมอ พระอารมณ์ขันเหล่านี้ ยังปรากฎอยู่ในพระราชนิพนธ์ต่างๆ เช่น

ในเรื่อง "ชมดอกไม้ไกลบ้าน" ตอนหนึ่ง ว่า .....
๏ ๏ ๏ ไปถึงโรงแรม ข้าพเจ้าทดลองใช้บัตรโทรศัพท์กลับเมืองไทย แต่ไม่มีใครพูดด้วย เพราะช่วงนั้น มีรายการฟุตบอลโลก ทุกๆคนที่บ้านข้าพเจ้านอนกลางวัน กลางคืนดูบอลโลก เลยพูดใส่เครื่องรับโทรศัพท์อัตโนมัติเอาไว้

หรือใน "เขมรสามยก" .....
๏ ๏ ๏ นางอัปสรเหล่านี้ แต่งกายและแสดงท่าทางต่างๆกัน มีคนช่างสังเกต เห็นจะเป็นคุณพิชแก้ว บอกว่า มีอัปสรเพียงสี่นางที่นครวัด ที่ยิ้มเห็นฟัน ใครไปนครวัด ถ้าสนใจฟันก็เชิญไปหาดูได้

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 03:26 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 42  
     
 


โปรดการจดบันทึก



 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 03:30 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 43  
     
 


ทรงเป็นนักเดินทาง .....
ได้เสด็จประพาสประเทศต่างๆมามากมาย บางประเทศได้เสด็จไปหลายครั้ง จนกล่าวได้ว่า...ทรงมีวิญญาณของมาร์โคโปโล แต่ไม่ว่าพระองค์จะเสด็จไปแห่งใดก็ทอดพระเนตรกิจการด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ศิลปกรรม เกษตรกรรม และ อุตสาหกรรม อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

ทรงพกสมุดเพื่อบันทึกข้อความ พร้อมกล้องถ่ายภาพเพื่อบันทึกเรื่องราวไว้ตลอดเวลา สิ่งที่ได้ทรงพบเห็นและเรื่องราวที่ผู้เชี่ยวชาญ ได้กราบบังคมทูลถวายนั้น พระองค์จะทรงนำมาใช้เพื่อพัฒนาประเทศ หรือพัฒนาความรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลในบทพระราชนิพนธ์สารคดีต่างๆ เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชนต่อไป .. นอกจากนี้ การเสด็จพระราชดำเนินแต่ละครั้งยังเป็นการกระชับสัมพันธ์ และ เสริมสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทย และ ประเทศนั้นๆ ให้สนิทสนมแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอีกด้วย

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 03:32 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 44  
     
 


ทรงเป็นหนอนหนังสือ
ไม่ว่าจะเสด็จเยือนเมืองใด จะเสด็จร้านหนังสือเกือบทุกครั้ง กล่าวได้ว่าทรงเป็น "หนอนหนังสือ" อย่างแท้จริง แม้พระองค์จะมีพระราชกรณียกิจมากมาย แต่ก็ทรงหาเวลาว่างซึ่งแทบไม่มี อ่านค้นคว้าอยู่เสมอ และ นอกจากจะสนพระทัยในการอ่านหนังสืออย่างจริงจังแล้ว ยังทรงเป็นนักสะสมหนังสือ ทั้งในด้านประวัติศาตร์ โบราณคดี ภาษาไทย ภาษาตะวันออก และ อื่นๆ ทรงเห็นคุณค่าของหนังสือทุกเล่ม หนังสือดีเล่มใดที่ยังไม่ทรงมี ก็จะทรงยืมจากพระสหายไปอ่าน เพื่อมิให้พลาดหนังสือเล่มนั้น จากการอ่านหนังสือเป็นจำนวนมากนี่เอง พระองค์จึงทรงรู้รอบด้าน และ ทรงสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศชาติได้เป็นอย่างดี

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 03:34 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 45  
     
 


ทรงเป็นนักการพูด ......
ลักษณะเด่นในการพูดของพระองค์นั้น มีลักษณะพิเศษเด่นชัดอยู่ 2 ประการคือ ทรงสามารถสร้างความเป็นกันเองกับผู้ฟังได้อย่างรวดเร็ว และ ทรงถ่ายทอดพระอารมณ์ขันลงไปอย่างเหมาะเจาะ เช่น .....

ในการบรรยาย ... ทางวิชาการในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติครั้งหนึ่ง มีความตอนหนึ่งว่า .. คือ ตั้งแต่เป็นนักเรียนชั้นเล็กๆ ข้าพเจ้ามีความสนใจ เรื่องโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ เรื่องสภาพสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติเกี่ยวกับทะเล ภูเขา แผ่นดิน แม่น้ำ ก้อนหิน ดินต้นไม้ ทุกสิ่งทุกอย่าง และ พยายามหารือ ไถ่ถามผู้หลักผู้ใหญ่ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ ยังไม่เข้าใจอยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น มีอยู่วันหนึ่ง ก็สงสัยขึ้นมาว่า ทำไมแม่น้ำบางสาย ไหลขึ้นทางเหนือ เพราะว่าดูแล้ว แม่น้ำทั้งหลายทั่วเมืองไทยนี้ ก็ไหลจากทางเหนือไปสู่ทางใต้ พอไปถามอาจารย์ที่สอน ในเวลานั้น ท่านก็ไม่เข้าใจว่าทำไมสงสัยอย่างนั้น เพราะว่า การที่แม่น้ำจะไหลไปทางไหนนี่ ขึ้นอยู่กับระดับความสูงต่ำของพื้นที่ ไม่ใช่อยู่ทางเหนือหรือทางใต้ กว่าจะจับได้ว่า ที่เข้าใจอย่างนั้น เพราะว่าครูเอาแผนที่ติดบนกระดาน แล้วก็เรียนมาว่า น้ำย่อมจะไหลจากสูงไปสู่ที่ต่ำ เพราะแรงดึงดูดของโลก :-)

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 03:37 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 46  
     
 


ทรงเป็นนักอนุรักษ์มรดกไทย .....
ในด้านศิลปวัฒนธรรมไทย พระองค์ทรงให้ความสำคัญด้วยการทำนุบำรุง และ สนพระทัยในทุกๆด้าน ทั้งดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทย ศิลปหัตถกรรมไทยทุกแขนง ทรงศึกษาวรรณกรรมไทย และ ต่างประเทศอย่างลึกซึ่ง เพื่อขยายพรมแดนแห่งความรู้ไปสู่วัฒนธรรมอื่น รวมทั้งทรงสนพระทัยผลงานจิตรกรรม ทั้งที่เป็นแนวอนุรักษ์ และ ศิลปกรรมร่วมสมัย และ เป็นที่ทราบกันว่า ทุกครั้งที่เสด็จฯ ออกงานราตรีสโมสรพระองค์จะทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดไทยเท่านั้น

และ ผู้ติดตามจะไม่เคยได้ยินพระองค์ท่านรับสั่งด้วยคำไทยปนฝรั่งเลย นอกจาก คำนั้น เป็นคำเรียกชื่อเฉพาะ หรือ ศัพท์เทคนิค จึงทรงเป็นความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ด้วยพระอัธยาศัยนิยมความเป็นคนไทย ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง มีความภูมิใจในชาติ และ วัฒนธรรมไทย ยามเมื่อต้องเสด็จไปที่ต่างๆ โดยเฉพาะเสด็จต่างประเทศ จะทรงวางพระองค์ได้เหมาะสม เป็นผู้แทนลักษณะของคนไทยทั้งชาติ ไม่ว่าจะเป็นฉลองพระองค์ พระจรรยามารยาท และ ทรงเป็นตัวอย่างของลักษณะคนไทยที่ดี


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 03:41 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 47  
     
 


สมเด็จพระเทพฯ ประทับรถไฟฟ้า .....
บ่ายวันอาทิตย์วันหนึ่ง ผู้โดยสารในรถไฟฟ้าบีทีเอสต่างรู้สึกประหลาดใจแกมตื่นเต้น เมื่อบังเอิญพบว่ามีผู้ร่วมเส้นทางเป็นถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน โดยพวกเขามิได้รู้ล่วงหน้ามาก่อน .. ในวันนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จฯ ไปทรงซื้อหนังสือที่ร้านหนังสือชื่อญี่ปุ่นร้านหนึ่งที่ห้างดิ เอ็มโพเรี่ยมบนถนนสุขุมวิท พระองค์ท่านจึงเสด็จฯเป็นการส่วนพระองค์แบบไม่มีพิธีการใด ๆ โดยทรงพระราชดำเนินจากวังสระปทุมที่ประทับมายังสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สยามพร้อมกับผู้ติดตามคนสนิทอีกเพียง ๒-๓ คนเท่านั้น

ผู้โดยสารบนรถบางคนเห็นดังนั้น ที่ยืนอยู่ก็รีบถวายการถอนสายบัว บ้างก็ยกมือไหว้พระองค์ท่านอย่างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง จากนั้นเสด็จออก ณ สถานีพร้อมพงษ์และทรงพระดำเนินเข้าห้างและต่อไปยังร้านบางคนยังไม่ทันได้สังเกตพระองค์ท่าน บางคนเลือกหนังสือเพลิน จนเข้าใกล้พระองค์ท่านมากแล้ว ก็ยังไม่รู้ตัวเลย เพื่อนที่มาด้วยและคนข้าง ๆ ต้องเข้าไปสะกิดให้ระวังชนพระองค์ท่าน

เมื่อสมเด็จพระเทพฯทรงเลือกหนังสือได้ตั้งใหญ่แล้ว ก็ทรงพระดำเนินมาเข้าคิวชำระเงินตามปกติ จากนั้นจึงประทับรถไฟฟ้ากลับวังตามเดิม .. ทำเอาผู้คนที่พบเห็นเหตุการณ์วันนั้นล้วนปลาบปลื้มปิติในความไม่ถือพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้


----------------------------------------------------------------------
ที่มา ... จากคอลัมน์แมงเจ๊าะแจ๊ะ
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕


 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 03:50 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 48  
     
 


ภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ .....
ฉลองพระองค์ชุดสนาม ทรงยศ พล.อ.อัตราจอมพลในการฝึกภาคสนามของนักเรียนนายร้อย จปร.ที่กรมการทหารช่างราชบุรี ปรากฏบนหน้านสพ. คำถามก็เดินทางมาว่า ... พระยศพล.อ.อัตราจอมพล ของพระองค์ เงินเดือนอัตราจอมพล คือ พล.อ.ที่ประดับเครื่องหมายยศแตกต่างจาก พล.อ.ทั่วไปตรงที่มีคธาจอมพลบนบ่ามีเงินเดือนสูงกว่า พล.อ.ตามขั้นที่วิ่งจาก ๔๓,๙๖๐ บาท ถึงเต็มขั้น ๖๔,๐๔๐ บาท

ณ วันนี้กองทัพบกมี พล.อ.อัตราจอมพล ๔ อัตรา หนึ่งคือ พล.อ.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ หมายเลขประจำพระองค์ ๖๒๓๑๐๒๐๔๙๘ ตำแหน่งศาสตราจารย์ส่วนการศึกษา ร.ร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า รับเงินเดือนเต็มขั้น ๖๐,๐๔๐ บาท

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   28/07/2004 03:55 AM  (203.195.105.34)
 

 
  หัวข้อ : 49  
     
 


ยูเนสโกเชิดชูพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ ยิ่งใหญ่

นายเชลอน เชฟเฟอร์ ผู้อำนวยการองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ แถลงเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ว่าหลังจากทางยูเนสโก แสดงเจตนารมณ์ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีแด่องค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ไปก่อนหน้านี้นั้น สมเด็จพระเทพฯ ทรงพระกรุณารับตำแหน่งทูตสันถวไมตรีดังกล่าว สร้างความภาคภูมิใจให้กับยูเนสโกอย่างยิ่ง โดยนายโคอิชิ มัตสึอูระ ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก จะเดินทางเยือนไทยเพื่อทูลเกล้าฯถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรี ด้านการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กชนกลุ่มน้อย ด้วยการศึกษาและด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ระหว่างเวลา 09.00-10.00 น.

นอกเหนือจาก การถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีแด่องค์สมเด็จพระเทพฯแล้ว วารสาร อินโฟแชร์ ซึ่งเป็นวารสารของสำนักงานสารด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารของยูเนสโก ได้ตีพิมพ์บทความเฉลิมพระเกียรติการอุทิศพระองค์เพื่อการศึกษาเรียนรู้ด้านสารสนเทศของเด็ก และผู้ด้อยโอกาสของไทย รวมทั้งถวายพระนาม ไอที พรินเซสส์ หรือ เจ้าหญิงไอที อีกด้วย

ในถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการของยูเนสโกระบุว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพฯทรงอุทิศพระองค์เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ ปลูกฝังความรู้รักสามัคคี และเสริมสร้างสถานภาพของเด็กและเยาวชนชาวไทยภูเขา ชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร การอุทิศพระองค์ดังกล่าวเป็นที่ตระหนักและยกย่องไม่เพียงจากยูเนสโกเท่านั้น หากแต่จากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกันอีกด้วย

พระราชกรณียกิจประการหนึ่ง ที่ทางยูเนสโกยกมาเป็นอุทาหรณ์ในการอุทิศพระองค์ของสมเด็จพระเทพฯ คือการที่ทรงริเริ่มเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ของเด็กที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร เช่น โครงการพัฒนาการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนชนกลุ่มน้อย จังหวัดตาก และอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทรงใช้วิธีรักษาวินัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในโครงการจะประกอบด้วยการศึกษาขั้นพื้นฐาน โภชนาการ การบริการด้านสุขภาพ คำแนะนำในการสร้างอาชีพ ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญยิ่งคือการปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของชาวเขา และชนกลุ่มน้อย ยึดมั่นในการรู้รักสามัคคี

ในด้านการรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมนั้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการทรงพระกรุณารับตำแหน่งประธานในการบูรณะพระราชวังเดิม ในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมัยกรุงธนบุรี ทรงให้คำแนะนำในการบูรณะฟื้นฟู จนกระทั่งโครงการดังกล่าวได้รับรางวัลการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจากยูเนสโกเมื่อปี 2547 ที่ผ่านมา นอกจากนั้น ยังทรงอุทิศพระองค์เพื่อการให้ความรู้และการปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและเสริมสร้างความสามัคคีอีกด้วย

ถ้อยแถลงของยูเนสโกระบุว่า สมเด็จพระเทพฯ ทรงพระกรุณารับตำแหน่งทูตสันถวไมตรี โดยทรงมุ่งมั่นที่จะเสียสละช่วยเหลือชุมชนที่อยู่ห่างไกลและรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมของคนพื้นเมือง สำหรับภาระหน้าที่ใหม่นี้ สมเด็จพระเทพฯจะทรงสนับสนุนวัฒนธรรมของชนต่างเชื้อชาติที่อยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่ชาวเขาในภาคเหนือ ชาวเล ชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และในประเทศอื่นๆ แถบลุ่มแม่น้ำโขง โดยพระองค์จะทรงพยายามให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่เหล่านี้ได้รับการศึกษาที่ดีอย่างทั่วถึง รวมถึงการเสริมสร้างสถานะทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม พัฒนาด้านสุขภาพและสาธารณสุข ภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน และขจัดความยากจนอีกด้วย

ผู้อำนวยการยูเนสโกระบุว่า ในการถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีแด่องค์สมเด็จพระเทพฯในครั้งนี้ นอกจากจะเปิดโอกาสให้ยูเนสโกสามารถนำเอาวิธีการในการขยายการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนเหมือนกับที่พระองค์ทรงทำในประเทศไทยไปเป็นแบบอย่างแล้ว ด้วยประสบการณ์อันทรงคุณค่าและการสนับสนุนจากพระองค์จะเป็นแรงผลักดันยูเนสโกให้ดำเนินความพยายามต่อเนื่องในการส่งเสริมการศึกษาเพื่อปวงชนจนบรรลุผลสมเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ ............


โดย ... นสพ.มติชน วันที่ 22 มีนาคม 2548

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   23/03/2005 03:33 AM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 50  
     
 


เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๕๐ พรรษา
ในวันที่ ๒ เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ นี้
เพื่อเทิดพระเกียรติ แสดงความจงรักภักดี และ เชิดชูพระบารมี
พร้อมขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายพระพร

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
เว็บไซต์น้ำตาล และ เพื่อนๆ





 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   31/03/2005 07:56 AM  (202.44.8.98)
 

 
  หัวข้อ : 51  
     
  เรื่องเล่า 4 พระอัจฉริยภาพ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเจ้าฟ้านักอนุรักษ์มรดกไทย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 มีนาคม 2548 09:05 น.

2 เมษายน 2548 เป็นอีกวันหนึ่งที่สำคัญของปวงชนชาวไทย เนื่องเพราะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”

ตลอดระยะเวลา 50 ปีแห่งพระชนมายุ พระองค์ท่านมีพระราชกรณียกิจสำคัญๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อปวงชนชาวไทยมากมาย และหนึ่งในแขนงสาขาที่ปวงชนชาวไทยรู้จักกันดีก็คือ การอนุรักษ์มรดกไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 4 สาขาด้วยกันคือ สถาปัตยกรรม วรรณกรรม ดนตรีไทยและนาฏศิลป์

ในงานเสวนาเรื่อง “พระราชกรณียกิจในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีด้านการอนุรักษ์มรดกไทย” ซึ่งจัดโดย คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในงานดังกล่าวมีวิทยากรที่ล้วนแล้วแต่ถวายงานใกล้ชิดกับพระองค์ท่าน มาเผยถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านในด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพฯที่ทรงเกี่ยวข้องกับงานอนุรักษ์มรดกไทย

เรื่องของหนอนกับงานซ่อมวัดพระแก้ว

เริ่มต้นจาก ดร.สุวิชญ์ รัศมิภูติ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งเคยถวายงานใกล้ชิดกับสมเด็จพระเทพฯ ที่จะมาบอกเล่าถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านในด้านสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเล่าน่าสนใจเกี่ยวกับที่มาของการกำเนิดวันอนุรักษ์มรดกไทย

ดร.สุวิชญ์เล่าให้ฟังว่า “ผมคิดว่า เรามีวันอะไรต่างๆมากมาย น่าจะมีสักวันหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องของการอนุรักษ์มรดกไทย ก็เลยคิดขึ้นมาและเอาชื่อนี้แหละ ตอนนั้นทำงานรับราชการเป็นรองอธิบดีกรมศิลปากร ก็มาคิดว่าน่าจะเอาวันประสูติกาลของสมเด็จพระเทพฯ เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย ก็พากันไปขอพระอนุญาตจากพระองค์ท่าน ไปกับเลขาฯ หน้าห้อง ปรากฏว่าพระองค์ท่านไม่รับ พระองค์ท่านบอกว่าเดี๋ยวคนอื่นจะตำหนิเอา เราก็อ้อนวอนอยู่นาน ให้เหตุผลไปว่า บ้านเมืองเรามีสมบัติมรดกทางวัฒนธรรมอยู่มาก คนไม่รู้จะเอาไปไว้ไหน พากันสูญหายไปหมด ถ้าเป็นวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย ประชาชนก็จะนึกถึงและนำสมบัติต่างๆ มาถวาย พระองค์ท่านก็ทรงส่งต่อให้กรมศิลป์ช่วยดูแล ก็เป็นการช่วยอนุรักษ์มรดกของไทยอีกทางหนึ่ง สุดท้ายพระองค์ท่านก็พระทัยอ่อน ยอม”

นอกจากนี้ เกร็ดที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งก็เป็นช่วงที่กำลังเตรียมการบูรณะซ่อมแซมวัดพระแก้วเพื่อเตรียมเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี

ดร.สุวิชญ์เล่าว่า “ช่วงนั้นคณะกรรมการเพื่อการบูรณะวัดพระแก้วเปลี่ยนแปลงตลอดงานบูรณะไม่สำเร็จเสียที ผมก็มาคิดว่า คนอย่างเราคงไม่มีบุญบารมีเพียงพอ ก็เลยไปขอพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงเป็นประธาน แต่ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพฯ เป็นแทน ปรากฏว่าพอสมเด็จพระเทพฯ ทรงมาเป็นประธาน มีคณะกรรมการเพิ่มมาถึง 8 ชุด เพราะใครก็อยากทำงานถวายพระองค์ท่าน และทุกคณะผมเป็นเลขานุการหมด งานวุ่นวายมาก ผมขอลาออกถึง 5-6 ครั้ง แต่ทุกครั้งท่านผู้หญิงเจริญซึ่งทำงานถวายสมเด็จพระเทพจะเรียกผมไปกินข้าว และพูดเกลี้ยกล่อมจนผมไม่ลาออก เป็นอยู่ 5-6 ครั้ง ที่สุดสมเด็จพระเทพฯ ท่านตรัสว่า อยากกินข้าวก็ไม่บอก ไม่ต้องมาทำเป็นลาออกหรอก ผมจึงไม่กล้าลาออก”

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่การบูรณะซ่อมแซมวัดพระแก้วใช้ช่างฝีมือจำนวนมาก แถมช่างแต่ละคนจะอีโก้สูงมาก ไม่มีใครยอมใคร ทะเลาะกัน แต่ด้วยพระบารมีของสมเด็จพระเทพฯ ที่ทรงวินิจฉัยตัดสินด้วยพระองค์เอง ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี งานถึงได้สำเร็จทันเฉลิมฉลอง 200ปี พอดี

.................... วันหนึ่งผมทำงานอยู่ที่ท้ายวัง ท่านก็ทรงให้คนมาเรียกบอกว่ามีของจะพระราชทาน พอไปถึง ท่านตรัส มีของมาฝาก แล้วก็ล้วงไปในกระเป๋า กำไว้ ให้ผมแบมือ ผมก็รับ ปรากฏว่าเป็นหนอน 4 ตัว ซึ่งพระองค์ท่านก็ทรงทราบว่าผมเกลียดหนอนมาก พระองค์ท่านตรัสกินสิ ผมก็ไม่กิน พระองค์ท่านคว้าหนอนไปเคี้ยวกร้วม 1 ตัว บอกว่า อะไรที่ท่านทำไม่ได้ ท่านไม่ให้ทำตามหรอก ผมก็กลั้นใจเคี้ยวไป 1 ตัว เหลืออีก 2 ตัวท่านก็ตรัสให้กินให้หมด ผมก็บอกว่า อธิบดีเดโช( อดีตอธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น)ชอบ ท่านก็ทรงให้เรียกมา อธิบดีเกลียดหนอนมากกว่าผมเสียอีก ตั้งแต่นั้นมาอธิบดีเดโชก็งอนผมตลอด เวลาผมยกมือไหว้ก็สะบัดหน้าหนี ....................

ดร.สุวิชญ์ สรุป ถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพฯ ในด้านสถาปัตยกรรมว่า ทรงมีพระปรีชาสามารถมาก ขณะเดียวกันพระองค์ท่านก็ทรงพระความกรุณามาก ให้ความเป็นกันเองกับคนทำงาน ไม่ถือพระองค์ และมีความประนีประนอมสูง

เรื่องพระอารมณ์ขันในงานวรรณกรรม
ถัดมาก็เป็นพระอัจฉริยภาพในเรื่องของวรรณกรรม...

ผศ.ดร.ญาดา อารัมภีร อาจารย์ประจำภาควิชาวรรณคดี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เขียนคอมลัมน์ประจำในนิตยสารสกุลไทย กล่าวถึงงานพระราชนิพนธ์ของพระองค์ว่า มีหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับความสนพระหฤทัยของพระองค์ท่าน

กล่าวคือ มีทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง บันเทิงคดี และสารคดี ความเป็นนักเขียน และกวีของพระองค์ท่านมาจากการเป็นนักอ่าน ซึ่งเป็นรากฐานของการเขียน และพระองค์ท่านก็มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวง ซึ่งหมายถึงความวิริยะฝึกฝนต่อเนื่องมาโดยตลอด จะเห็นได้ว่าท่านมีสมุดจดบันทึกตลอด นอกจากนั้น ยังมีความเชี่ยวชาญหลายภาษา ไม่ใช่แค่พูด อ่าน และเขียน แต่ลงลึกถึงเรื่องวรรณกรรมกระทั่งสามารถแปลงานวรรณกรรมได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจริญพระชนมายุมากขึ้น ลักษณะพระราชนิพนธ์ก็เปลี่ยนไปตาม พระปรีชาสามารถ และความสนพระราชหฤทัยก็เปลี่ยนไป

.................... ขณะนี้ท่านทรงสนพระทัยสารคดีท่องเที่ยว ผลงานที่ออกมามีมากกว่า 50 เล่ม จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นเขียนเป็นหนังสือ และใครซื้อหนังสือพระราชนิพนธ์สมเด็จพระเทพฯ ก็ได้ทำบุญช่วยเหลือเด็กให้มีทุนการศึกษาไปด้วย เพราะรายได้มอบให้เป็นทุนการศึกษาทั้งหมด ซึ่งท่านทรงให้ความสำคัญมากกับเรื่องของการศึกษา ....................

ส่วนเสน่ห์ในงานพระราชนิพนธ์ ในสมเด็จพระเทพฯ นั้น ต้องบอกว่า เป็นความรู้ที่คู่กับอารมณ์ขัน ปกตินักวิชาการมักจะไม่ค่อยมีอารมณ์ขัน แต่ท่านมี เช่น ในพระราชนิพนธ์เรื่อง ย่ำแดนมังกร มีตอนหนึ่งที่พระองค์ท่านไปประทับที่เมืองซีอาน ประเทศจีน ตอนหนึ่งว่า ในที่พัก ประตูตู้เหมือนประตูห้องมาก จนเปิดประตูเดินเข้าตู้ไปหลายรอบ ซึ่งอ่านแล้วขำมาก ใช้คำง่ายๆ แต่เห็นภาพทั้งหมด

เรื่องเล่าจากครูดนตรีไทย
พระอัจฉริยภาพด้านที่ 3 คือเรื่องดนตรีไทย...

อ.เฉลิม ม่วงแพรศรี ครูดนตรีไทย ออกตัวว่า พระองค์ท่านทรงเหมือนฝนที่โปรยปรายลงมาในหัวใจของนักดนตรีไทย ทำให้นักดนตรีไทยมีกำลังใจ หากพระองค์ท่านทรงทราบว่ามีนักดนตรีไทยคนไหนเจ็บป่วย พระองค์ท่านจะทรงดูแลตลอด

.................... ผมเคยถูกรถชน พระองค์ท่านก็พระราชทานความช่วยเหลือ จำได้ไม่ลืม วันที่ 14 เม.ย. 46 ท่านเสด็จฯ มาเยี่ยมพระอาจารย์ที่โรงพยาบาล เมื่อทรงทราบว่าผมป่วยพักอยู่ที่โรงพยาบาลท่านก็ทรงแวะมาเยี่ยมด้วย ....................

นอกจากนี้ เวลาเสด็จผ่านครูดนตรีไทย พระองค์ท่านจะเสด็จโดยพระชงค์(เข่า) ไม่เคยเสร็จโดยเท้า ให้ความเคารพ และไม่ถือชั้นวรรณะเลย

อ.เฉลิม เล่าถึงความไม่ถือพระองค์และความเป็นกันเองของสมเด็จพระเทพฯ ด้วยว่า “มีวันหนึ่งพระองค์ท่านประทับนั่งใกล้กับศิลปินแห่งชาติท่านหนึ่ง ชื่อตี๋ พระองค์ท่านรับสั่งว่า วันนี้นั่งใกล้ศิลปินแห่งชาติด้วย เราก็เป็นศิลปินแห่งชาติเหมือนกันนะ แล้วก็พูดต่อว่า แต่ชาติหน้านะ คุณตี๋ปลาบปลื้มมาก เอาไปคุยไม่หยุดเลย”

สนพระทัยเรื่องนาฏศิลป์
...และด้านสุดท้ายคือ นาฏศิลป์

ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ในด้านนาฏศิลป์นั้น สมเด็จพระเทพฯ จะทรงดนตรีไทยทุกวันอาทิตย์ เช้าเรียนดนตรีไทย บ่ายเรียนนาฏศิลป์ พระองค์ท่านไม่ได้ทรงอยากเรียนเพื่อจะเป็นนักแสดง แต่อยากศึกษาให้ลึกซึ้งในทุกศาสตร์ศิลป์

.................... ความสนพระทัยของพระองค์ท่าน ดิฉันเรียกว่า มีทั้งด้านอนุรักษ์ พัฒนา และสร้างสรรค์ ในด้านอนุรักษ์นั้น พระองค์ท่านทรงให้มีการถ่ายทอดการสอนท่ารำแก่เยาวชน ทรงให้รื้อฟื้นการแสดงต่างๆที่หายไปแล้ว เช่น โขนหน้าจอ เป็นต้น ด้านการพัฒนานั้น ในแต่ละครั้งที่มีการฝึกซ้อมนาฏศิลป์ พระองค์ท่านจะทรงแนะนำ ติชมตลอด จนถึงเรื่องการแต่งกาย ผลงานจึงออกมาประณีตมาก ....................

.................... ส่วนการสร้างสรรค์นั้น พระองค์ท่านเคยมีรับสั่งกับกรมศิลปากรว่า น่าจะมีการแสดงชุดระบำไดโนเสาร์ด้วยนะ ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน ผ่านไป 1 ปี กรมศิลป์ก็ยังคิดไม่ออก จนท่านต้องทวง ตอนนั้น อ.เสรี หวังในธรรม ท่านก็ไปคิดท่ามาแล้วรำถวาย ก็เลยมีการแสดงชุดระบำไดโนเสาร์ ความที่พระองค์ท่านสนพระทัยในนาฏศิลป์ วันหนึ่งพระองค์ท่านตรัสว่า ใครว่าคนอ้วนรำละครไม่ได้ ดูเราเป็นตัวอย่างสิ แล้วก็เลยมาถึงดิฉันด้วยว่าอ้วนก็ยังรำละครได้สวยเลย ก็ไม่รู้ว่าชมดิฉันรำสวย หรือรับสั่งทางอ้อมว่าดิฉันอ้วนกันแน่ ....................

ม.ร.ว.อรฉัตร เล่าถึงความเป็นกันเองของพระองค์ท่านว่า "เวลาที่พระองค์ท่านเสด็จทอดพระเนตรการแสดงนาฏศิลป์ที่โรงละครแห่งชาติ พระองค์ท่านก็โปรดให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิด ไม่ถือพระองค์ ประชาชนก็พากันปูเสื่อปูผ้านั่งดูนาฏศิลป์อยู่ใกล้ๆ"

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเทพฯก็ทรงเป็นคีตศิลป์พระองค์หนึ่ง มีความสนพระทัยและเชี่ยวชาญในเรื่องโคลงฉันท์กาพย์กลอนมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์

ม.ร.ว.อรฉัตร เล่าว่า ในเรื่องของการสักวา ท่านก็มีพระปรีชาสามารถมาก และมีอารมณ์ขัน ด้วย ดังในตอนที่ เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดศูนย์วิจัยวัฒนธรรมเอเชียอาคเนย์ ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2530 โดยพระองค์ท่านทรงแสดงสักวาตอนรจนาเลือกคู่ พระองค์ท่านทรงบทรจนา ร่วมกับศิลปินท่านอื่นๆ มีตอนหนึ่ง พระองค์ท่านทรงร้องสักวาว่า

..... สักวารจนาแอบดูก่อน
เห็นมีแต่คนจรไม่รู้จัก
หมอนก็หมิ่นไม่เข้าท่าน่าขันนัก
เหมือนเลือกหมูเลือกผักมาต้มกิน
พระพี่นางชอบอย่างนี้ชีวิตเขา
มาลัยเราไม่ให้ใครทั้งสิ้น
แต่หากเป็นพระประสงค์องค์นรินทร์
ต้องผันผินอย่างฉลาดแคล้วคลาดเอย .....


By: ว่าวลม 31/03/2005 01:27 PM
>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ
 
     
    By: สำเนา     31/03/2005 03:49 PM  (202.44.14.194)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.