| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



ประวัติศาสตร์ศิลปะ แห่ง รัชกาลที่ 9
     
 


เรื่อง ..... ประวัติศาสตร์ศิลปะ แห่ง รัชกาลที่ 9
โดย ..... พิพัฒน์ พงศ์รพีพร
อ้างอิงจาก ..... นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9
ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ .....http://www.kanchanapisek.or.th

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    2/07/2004 05:44 PM  (203.144.143.250)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์


ประวัติศาสตร์ศิลปะ แห่งรัชกาลที่ 9 .....
เรียบเรียงจากคำอภิปราย และ ทัศนะจากศิลปินไทย ที่มีในสมุดภาพ สิ่งพิมพ์ และ ภาพยนตร์ ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2539 ถึง วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2540 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานนิทรรศการนี้ เกิดขึ้น .....
เนื่องในวโรกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี ในพุทธศักราช 2539 นั้น นับเป็นมหาวโรกาสอันไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ไทย และ ถ้านับกันจนถึงวันนี้ ก็ได้ประมาณ 58 ปีแล้ว และอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ก็จะถึง พระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 77 พรรษา


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 06:07 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์


ยังความปลาบปลื้มปิติ .....
แก่มหาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า เว็บไซต์น้ำตาล จึงจัดทำบันทึกของน้ำตาลหน้านี้ ด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น เพื่อเทอดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะทรงเป็น ... อัครศิลปิน

เว็บไซต์น้ำตาล .....
จึงรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยของพระองค์ท่าน และ รวมถึงของเหล่าศิลปินอื่นๆอีกมากมาย เพื่อถวายความจงรักภักดี และ แสดงความสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณ ที่เว็บไซต์น้ำตาล พึงจะสามารถทูลเกล้าฯ ถวาย แด่พระผู้เป็น อัครศิลปิน ในดวงใจของชาวไทยได้

และ เป็นที่ทราบกันดีว่า .....
ในหลวงของเรา ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะเกือบทุกแขนง ทรงเป็นจิตรกรชั้นเยี่ยม ช่างภาพฝีพระหัตถ์สูง คีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นที่ยิ่งใหญ่แก่ศิลปินไทย ทำให้ตลอดรัชสมัยมีศิลปินประดับรัชกาลอยู่เป็นอันมาก ถือเป็นสมัยแห่งวิวัฒนาการศิลปะโดยแท้


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 06:28 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์


หากรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง หรือ กลุ่มศิลปิน .....
จะได้มีการนำเสนอปรากฏการณ์สำคัญเหล่านี้ ให้เป็นที่ประจักษ์ ในรูปของนิทรรศการ หรือ วารสารศิลปะ จัดพิมพ์เอกสารที่เกี่ยวเนื่องให้สมบูรณ์ ก็น่าจะเป็นหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์อันเด่นชัดถึงความยิ่งใหญ่ของศิลปะ แห่ง รัชกาลที่ 9

เว็บไซต์น้ำตาล .....
ตระหนักถึงความหมายอันสำคัญที่ศิลปะมีต่อประเทศชาติ ความสำเร็จในการทำบันทึกของน้ำตาลหน้านี้ นอกเหนือจากเพราะความจงรักภักดีต่อในหลวงแล้ว ก็เนื่องมาจากความรักในงานศิลปะเป็นสำคัญ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 06:37 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์


ในนามของ เว็บไซต์น้ำตาล และเพื่อนๆ ทุกคน .....
ขอน้อมเกล้าฯ ถวาย แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
เว็บไซต์น้ำตาล และ เพื่อนๆ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 07:02 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ .....
การถ่ายภาพเป็นศิลปะอีกสาขาหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สนพระหฤทัยอย่างจริงจังมาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าในสมัยก่อนนั้น อุปกรณ์การถ่ายภาพต่าง ๆ ยังไม่ทันสมัยอย่างในปัจจุบันนี้ แต่พระองค์ก็ทรงศึกษา และทรงฝึกด้วยพระองค์เอง จนทรงเป็นนักถ่ายรูปที่มีพระปรีชาสามารถยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นกล้องธรรมดาหรือกล้องถ่ายภาพยนตร์ได้เริ่มทรงกล้องถ่ายภาพคู่พระหัตถ์ และทรงใช้ฟิล์มตั้งแต่ขนาด ๑๓๕ จนถึงขนาด ๑๒๐ และขนาดพิเศษ

กล้องถ่ายภาพที่ทรงใช้ในระยะเริ่มแรก .....
เป็นกล้องที่ไม่มีเครื่องวัดแสงในตัว จึงต้องใช้พระราชวิจารณญาณอย่างรอบคอบละเอียดถี่ถ้วน พร้อมทั้งพระปรีชาสามารถส่วนพระองค์ จึงทรงถ่ายภาพได้อย่างเชี่ยวชาญมั่นพระราชหฤทัย แม้ในปัจจุบันกล้องถ่ายภาพจะมีวิวัฒนาการขึ้นกว่าสมัยก่อน ก็มิทรงใช ้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงใช้แต่กล้องคู่พระหัตถ์แบบมาตรฐานอย่างที่นักเลงกล้องทั้งหลายใช้กัน


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 07:24 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ .....
สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ .. HER MAJESTY QUEEN SIRIKIT



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ .....
ทรงเชี่ยวชาญแม้กระทั่งการล้างฟิล์ม การอัดขยายภาพทั้งภาพขาวดำ และภาพสี ทรงทำ Dark Room ขึ้นในบริเวณชั้นล่างของตึกที่ทำการสถานีวิทยุ อ.ส. ด้วยพระราชประสงค์ที่จะทรง "สร้างภาพ" ให้เป็นศิลปะถูกต้องและรวดเร็วด้วยพระองค์เอง นอกจากนี้ทรงคิดค้นหาเทคนิคใหม่ๆ มาใช้ในการถ่ายภาพอยู่เสมอๆ จนทำให้ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของพระองค์เป็นผลงานศิลปะที่ล้ำยุค

ด้วยความที่ .....
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดการถ่ายภาพ และทรงถ่ายภาพต่างๆ อยู่เป็นประจำ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์เคยไปปรากฏตามหน้านิตยสาร เมื่อราวปีพุทธศักราช ๒๔๘๓ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของพระองค์ได้ปรากฏอยู่ในนิตยสารแสตนดาร์ดของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ทรงมีพระราชดำรัสด้วยพระอารมณ์ขันแก่ผู้ใกล้ชิดผู้หนึ่งถึงการเป็นช่างภาพอาชีพของพระองค์ว่า ... "ฉันเป็นกษัตริย์ก็จริง แต่ฉันก็ยังมีอาชีพเป็นช่างภาพของหนังสือพิมพ์แสตนดาร์ด ได้เงินเดือนละ ๑๐๐ บาท ตั้งหลายปีมาแล้วจนบัดนี้ก็ยังไม่เห็นเขาขึ้นเงินเดือนให้สักที เขาก็คงถวายเดือนละ ๑๐๐ บาท อยู่เรื่อยมา"


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 07:33 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ .....
สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ .. HER MAJESTY QUEEN SIRIKIT



เมื่อครั้งที่เสด็จขึ้นครองราชสมบัติใหม่ ๆ .....
โปรดที่จะถ่ายภาพสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมพระราชโอรสและพระราชธิดา โดยเฉพาะเมื่อได้ทรงเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระตำหนักภูพิงราชนิเวศน์ ซึ่งมีภูมิประเทศที่สวยงามเหมาะแก่การถ่ายภาพ

ในปัจจุบัน .....
เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชหฤทัยเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย และความเสียสละเพื่อพสกนิกร จึงทำให้ทรงมีพระราชภารกิจอันมากมายมหาศาลเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ราษฎร ไม่มีเวลาสำหรับคิดค้นเทคนิคใหม่ ๆ ในการถ่ายภาพได้อีก จะทรงถ่ายภาพก็ได้แต่เฉพาะในคราวที่เสด็จฯ ไปราชการตามสถานที่ต่าง ๆ เท่านั้น


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 07:43 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 8  
     
 


จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ ..... ครอบครัว .. FAMILY


ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์เหล่านี้ .....
ทรงใช้เพื่อประกอบการทรงงานของพระองค์ จะสังเกตได้ว่า ไม่ว่าพระองค์จะเสด็จฯ ไป ทรงเยี่ยมราษฎร ณ จังหวัดใด ก็จะทรงมีกล้องถ่ายรูปติดพระองค์ไปด้วยเสมอ โปรดถ่ายภาพสถานที่ทุกแห่งเพื่อทรงเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบงานที่ได้ทรงปฏิบัติ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์เหล่านี้ จึงมักเป็นภาพถ่ายแบบฉับพลัน ทันเหตุการณ์ ซึ่งถ่ายได้ครั้งเดียวด้วยไหวพริบ ไม่มีเวลาจ้องหาแง่มุม

แต่ด้วยพระปรีชาสามารถ .....
เราจึงได้เห็นภาพฝีพระหัตถ์อันคมชัดและมีศิลปะในการจัดองค์ประกอบของภาพ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในระยะหลัง ๆ นี้ ทรงใช้เป็นหลักฐานในการวางแผนปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วทันใจและสามารถแก้ไขเหตุการณ์ของบ้านเมืองได้ทันท่วงที เช่น เมื่อคราวน้ำท่วมกรุงเทพฯ หลายครั้ง ได้ทรงถ่ายภาพจุดสำคัญๆ ไว้เป็นหลักฐานการวางแผนป้องกันน้ำท่วมทางเฮลิคอปเตอร์

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ทั้งหลาย .....
ล้วนแสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มิได้ทรงถ่ายภาพเพื่อศิลปะแต่เพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละภาพทรงไว้ซึ่งคุณค่าทางศิลปะและวิชาการ สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง และนำความผาสุกร่มเย็นมาสู่ประชาชนชาวไทยได้อย่างดีอีกด้วย


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 07:55 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 9  
     
 


ประติมากรรมฝีพระหัตถ์ .....
พระรูปปั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถครึ่งพระองค์
ทรงปั้นด้วยดินน้ำมัน ขนาดสูง ๑๒ นิ้ว ต่อมาได้ทำแม่พิมพ์หล่อเป็นปูนปลาสเตอร์



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 08:22 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 10  
     
 


จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ ..... ไม่ปรากฎชื่อ .. UNTITLED


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 08:25 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 11  
     
 


จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ ..... ไม่ปรากฎชื่อ .. UNTITLED


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 08:40 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 12  
     
 


จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ ..... ไม่ปรากฎชื่อ .. UNTITLED


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 08:47 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 13  
     
 


จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ ..... ไม่ปรากฎชื่อ .. UNTITLED


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 09:12 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 14  
     
 


จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ ..... ไปตลาด .. GOING TO MARKET


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 09:23 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 15  
     
 


ภาพ ..... พระพุทธเจ้า
ภาพโดย ..... ศิลปิน ธนู มาลากุล ณ อยุธยา
ปี ..... 2505


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ .....
เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่ 9 ในพระบรมราชจักรีวงศ์

เมื่อประเทศไทย .....
กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางประวัติศาสตร์หลายประการ แม้ว่าบ้านเมืองกำลังคืนสู่ความสงบสุข หลังสิ้นสุดสงครามมหาเอเชียบูรพา แต่ไทยก็ยังต้องเผชิญความกดดันจากต่างประเทศ อันเนื่องมาจากการเข้าร่วมกับฝ่ายญี่ปุ่น เศรษฐกิจซึ่งตกต่ำมาตั้งแต่สองทศวรรษก่อน ก็ยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัว

แต่ประการสำคัญยิ่งก็คือ .....
การเปลี่ยนรัชกาล อันเนื่องมาจากการสวรรคตอย่างไม่คาดคิดของ พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทำให้ขวัญของประชาชนดำดิ่งสู่ความมืดมน และ ยังเป็นข้ออ้างของคณะทหารในการทำรัฐประหาร เปลี่ยนประเทศสู่ระบบเผด็จการทหาร การขึ้นครองราชของยุวกษัตริย์ จึงเป็นความหวังอันเรืองรอง ท่ามกลางเหตุการณ์มืดมนนานาประการในห้วงเวลานั้น


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 11:30 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 16  
     
 


ภาพโดย ..... ศิลปิน จ่าง แซ่ตั้ง
ปี ..... 2516


แต่ในแง่ของ ศิลปะ และ การสร้างสรรค์ .....
รัชกาลนี้ คือการเริ่มต้นของยุคใหม่อย่างแท้จริง มีความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้น ตั้งแต่ปีแรกๆของรัชกาล อันสืบเนื่องมาจากบทบาทของกลุ่มจักรวรรดิ์ศิลปิน ซึ่งเรียกร้องหาอิสรภาพในการสำแดงออก และ ต้องการหลุดพ้นจากระบบครอบงำของผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจเหนือกว่า การต่อสู้นี้ ทำให้ศิลปินในฐานะอิสระชน เริ่มเป็นที่ยอมรับ และ จะพัฒนาไปสู่การยกย่องในที่สุดว่า ศิลปินเป็นบุคคลากรอันมิอาจขาดเสียได้ในวิถีชีวิตของเมืองสมัยใหม่นี้ .....

ทรัพยากรบุคคลด้านศิลปะ .....
เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เพราะบทบาทของสถาบันการศึกษา ที่เพาะช่าง "จิตร บัวบุศย์" จิตรกรคนสำคัญ เพิ่งสำเร็จมาจากญี่ปุ่น และ เริ่มต้นปฏิรูปหลักสูตรศิลปะศึกษาระดับกลางให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก ในที่สุด แม้ท่านผู้นี้จะต้องยุติการสร้างสรรค์ด้านจิตรกรรมที่กำลังก้าวหน้า อย่างน่าสนใจ มาอุทิศตนปูพื้นฐานศิลปศึกษาสมัยใหม่ แก่โรงเรียนเพราะช่าง ผลลัพธ์นับว่ายิ่งใหญ่เกินกว่าจะเปรียบเทียบกับงานจิตรกรรมส่วนตัว

โรงเรียนเพาะช่าง .....
สามารถผลิตบุคคลากรผู้มีความรู้ด้านศิลปะนับหมื่นต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน คนเหล่านี้กระจายไปสู่ทุกแขนงวิชาชีพ ในที่สุดแล้ว ศิลปะทุกแขนง ไม่ว่าประยุกต์ศิลป์ หรือ พานิชย์ศิลป์ ล้วนแต่ช่วยให้การรับรู้ชื่นชมศิลปะของประชาชนเข้มแข็งขึ้นเสมอ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   2/07/2004 11:39 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 17  
     
 


ภาพ ..... หมู่บ้านชาวประมง
ภาพโดย ..... ศิลปิน ดำรง วงศ์อุปราช
ปี ..... 2503


สำหรับการผลิตศิลปินโดยตรง .....
ผลงานของ อ.ศิลป์ พีระศรี ในนามกรมศิลปากร คือรากฐานซึ่งจะดำรงไปตลอดรัชกาล บทบาทของท่าน ในสามสถานะ ล้วนเป็นผลโดยตรงต่อความก้าวหน้าของศิลปะในรัชกาล ..

บทบาทแรก .....
ในฐานะศิลปินของรัฐ ผลงานประติมากรรม และ อนุสาวรีย์ ทำให้จอมพล ป. พิบูลสงคราม เห็นรูปธรรม ในการใช้ศิลปะสนับสนุนอุดมการณ์ของชาติ และ ยินดีสนับสนุนต่อไป ด้วยการยกฐานะโรงเรียนผลิตศิลปินเล็กๆ ให้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่ 4 ของประเทศ

บทบาทที่สอง .....
ครูศิลปะของท่านโดดเด่นเป็นเอก ศิษย์จากการฝึกฝนของมหาวิทยาลัยศิลปากรนับร้อยคน ตลอดอายุของท่าน กลายเป็นที่มาของ "ประวัติศาสตร์ศิลปะร่วมสมัยของไทย" อย่างแท้จริง

คุณภาพของนักเรียนอยู่ในมาตรฐานสากล .....
และ ที่สำคัญกว่านั้นคือ ระบบความรู้และการฝึกฝนทางช่างนั้น แม้ว่าจะใช้กรอบของตะวันตก แต่ก็ไม่เคยละทิ้งมรดกด้านศิลปะของไทยโบราณไปเสียเลย ผลงานอันมีคุณค่าของเด็กหนุ่มสาวเหล่านี้ อาจเป็นแรงกระตุ้นให้ อ.ศิลป์ พีระศรี เปลี่ยนไปสนใจบทบาทที่สามในช่วงของปลายชีวิต ก็ได้

บทบาทที่สามของ อ. ศิลป์ พีระศรี .....
ในช่วงปลายชีวิตของท่าน ก็คือการสนับสนุนเผยแพร่ศิลปะสู่สังคมไทย เริ่มด้วยการจัดนิทรรศการศิลปะ ในรูปแบบของการประกวดงานศิลปะแห่งชาติ เพื่อเป็นเวทีให้ศิลปิน และ ผู้ที่ชื่นชอบผลิตผลแห่งความงามได้แลกเปลี่ยน มีปฏิสังสรรค์กันควบคู่กันก็คือการเผยแพร่ความรู้ด้านศิลปะ ด้วยการเขียนบทความ อย่างต่อเนื่อง


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 12:28 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 18  
     
 


ภาพ ..... ปากกาหมึกดำบนกระดาษ
ภาพโดย ..... ศิลปิน เหม เวชกร
ปี ..... 2485 - 2489


ชี้แนะสังคม .....
ให้เล็งเห็นความลึกของศิลปะแบบใหม่ของสังคมไทย อย่างไม่เคยเห็นมาก่อน บทบาทด้านนี้น่าจะจบลงด้วยการที่รัฐบาลจัดตั้ง "หอศิลปะแห่งชาติขึ้น" เพื่อรองรับมรดกศิลปะยุคใหม่ แต่น่าเสียดาย ที่ท่านสิ้นชีวิตลง 13 ปี หลังจากการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ .....

หลังจากการสิ้นชีวิต .....
ของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี แล้ว แรงดึงดูดอันทรงพลังของงานประกวดงานศิลปะแห่งชาติก็เสื่อมถอยลงไปด้วย พร้อมๆกับที่ศิลปินหัวก้าวหน้าได้พบกับเวทีตลอดจนผู้ชื่นชมกลุ่มใหม่ .. การขึ้นสู่อำนาจของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ เมื่อ พ.ศ.2500-2502 เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของการปกครองระบอบเบ็ดเสร็จ แม้จอมพลผู้นี้จะเสียชีวิตในอีกไม่กี่ปีต่อมา (ปี พ.ศ. 2506) ระบอบเดิมๆ ก็ยังสืบทอดอย่างแข็งแกร่ง และ ไม่มีทีท่าจะเสื่อมลงอย่างง่ายดาย

การปฏิวัตินี้ .....
ไม่ได้มีผลต่อการเมือง การปกครองเท่านั้น อุดมการณ์ของผู้นำทางทหารได้พาประเทศ ไปสู่ขอบเขตใหม่จากสังคมเกษตรกรรม และ ประเพณีนิยม เปลี่ยนไปเป็นอุตสาหกรรม และ เศรษฐกิจเงินตรา การที่รัฐบาลยุบเลิกกระทรวงวัฒนธรรม แล้วตั้งกระทรวงพัฒนาการ อาจเป็นประเด็นเล็กๆ ในด้านการเมือง แต่ในแง่จิตวิญญาณประชาชาติแล้ว นี่คือการปฏิวัติที่สองต่อจาก พ.ศ. 2475


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 12:40 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 19  
     
 


ภาพ ..... เสียงขลุ่ยทิพย์
ภาพโดย ..... ศิลปิน เขียน ยิ้มศิริ
ปี ..... 2492


เพื่อนำประเทศไปสู่ความก้าวหน้า .....
รัฐบาลทหารไม่เพียงแต่สั่งเข้าความเจริญ เข้ามาในรูปของ ถนน เขื่อน มหาวิทยาลัย ฯลฯ ข้าราชการผู้เชี่ยวชาญ และ คนหนุ่มสาวจำนวนมากยังถูกส่งออก เพื่อไปจำลองแบบวิทยาการของชาวตะวันตกกลับเข้ามา ทั้งนี้ย่อมแน่นอน ต้องรวมทั้งศิลปินในแขนงต่างๆอีกมากมายด้วย

แต่ครั้งนี้ .....
เป้าหมายทางศิลปะไม่ได้อยู่ที่ยุโรปเท่านั้น สหรัฐอเมริกากลายเป็นตรรกะศิลายุคใหม่ในช่วงสั้นๆ ศิลปินรุ่นใหม่เหล่านี้ จะกลับมาสร้างความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ ให้แก่วงการอย่างไม่มีผู้ใดจะคาดคิดล่วงหน้า


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 12:50 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 20  
     
 


ภาพ ..... วิกฤตการณ์ปัจจุบัน
ภาพโดย ..... ศิลปิน ปัญญา วิจินธนสาร
ปี ..... 2522


ภายใต้อุดมการณ์ใหม่ของระบอบเผด็จการ .....
ประเทศถูกเปลี่ยนจากชนบทกลายเป็นเมือง มีการย้ายถิ่นฐานอย่างต่อเนื่องและมหาศาล อำนาจทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ถูกรวมศูนย์ในเมืองหลวงโดยสิ้นเชิง ในสถานการณ์เช่นนี้ เวทีศิลปะยิ่งถูกผูกมัดอยู่ที่กรุงเทพฯ และ ยิ่งมีการถ่ายเทของข้อมูลข่าวสารระหว่างชาติ ช่องว่างของศิลปินกับสังคมแวดล้อม ก็ยิ่งแปลกแยก และ โดดเดี่ยวออกจากกันยิ่งขึ้น

เมื่อทศวรรษก่อนศิลปะในแนวคิวบิสก์ .....
ถือได้ว่าล้ำหน้าออกไปจากความเคยชินของผู้ชมมากแล้ว แต่เมื่อศิลปินใหม่ๆ เหล่านี้ หันไปสนใจศิลปะนามธรรม ทั้งสองฝ่ายก็แทบจะไม่มีปฏิสัมพันธ์แก่กันอีกต่อไป แม้แต่ศิลปินด้วยกัน ยังไม่สามารถยอมรับต่อกระแสใหม่ได้โดยเอกฉันท์


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 12:56 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 21  
     
 


ภาพ ..... พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญทุกข์กิริยา
ภาพโดย ..... ศิลปิน ประเทือง เอมเจริญ
ปี ..... 2519


ช่องว่างทางความคิดนี้ .....
เกิดขึ้นอย่างรุนแรง หลังการสิ้นชีวิตของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี มาตรฐานการตัดสินงานศิลปกรรมแห่งชาติ ซึ่งไม่เคยมีข้อโต้แย้ง ถูกท้าทายจากศิลปินหนุ่มกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ยอมรับงานที่ได้รางวัลสูงสุดสาขาจิตรกรรม เมื่อครั้งที่ 15 ปี 2507 และจะหันหลังให้เวทีการประกวดศิลปะระดับชาตินี้ตลอดไป


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 01:12 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 22  
     
 


ภาพ ..... ฝัน
ภาพโดย ..... ศิลปิน วิภาวี บริบูรณ์
ปี ..... 2526


กฎเกณฑ์เก่ากับความล้ำหน้า .....
เป็นสองแนวทาง ที่ยากจะบรรจบ โดยเฉพาะเมื่อขาดคำวินิจฉัยอันพึงเคารพจากปรมาจารย์ผู้ล่วงลับ แต่ศิลปินรุ่นใหม่ก็ได้รับการชดเชยอย่างทันใด จากความเจริญของประเทศ การหลั่งไหลเข้ามาของสิ่งที่เรียกว่า ความช่วยเหลือจากตะวันตก โดยเฉพาะจาก สหรัฐอเมริกา พาเอาบุคคลและแนวคิด อันน่าตื่นเต้นเข้ามา หนึ่งในปัจจัยเหล่านี้ก็คือ ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ และ ระบบจัดการศิลปะที่เปิดกว้างยิ่งขึ้น


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 01:18 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 23  
     
 


ภาพ ..... ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี
ภาพโดย ..... เฟื้อ หริพิทักษ์
ปี ..... 2505


ผู้บริโภคใหม่เหล่านี้ .....
มีรสนิยมอีกแบบหนึ่ง เป็นปัจเจกบุคคลแสวงหาความตื่นตาตื่นใจ และ มีระบบคิดอันเป็นรูปธรรม คนเหล่านี้มีกำลังทางเศรษฐกิจระดับกลางถึงสูง พึ่งพาข้อมูล ใฝ่หาข้อเท็จจริง กระหายการโต้แย้งและเป็นเอกชน รสนิยมของคนเหล่านี้ ยิ่งทำให้ความแตกต่าง นานาประการ ซึ่งเคยหลบอยู่ภายใต้ความประนีประนอมแตกหักออกมา


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 01:23 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 24  
     
 


ภาพ ..... รูปเหมือนอาจารย์ศิลป์
ภาพโดย ..... มีเซียม ยิบอินซอย
ปี ..... 2504


ศิลปินต้องเลือกระหว่างใหม่และเก่า .....
ไทยหรือสากล ทันสมัยหรือล้าหลัง นี้คือยุคที่สิ่งพิมพ์ ทั้งหนังสือพิมพ์และวารสาร เข้ามาเผยแพร่ศิลปวิจารณ์ ปัญญาชนเข้ามาถกปัญหาปรัชญาศิลปะ นักการค้าเข้ามาดำเนินธุรกิจศิลปะ ผู้อุปถัมภ์เดิมต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตน และ พลังเอกชนจะค่อยๆ แทนที่ภาระของรัฐ ศิลปินต้องอยู่รอดให้ได้ ในสภาพการณ์อันท้าทายนี้

การอยู่รอดในชั้นแรกก็คือ .....
ศิลปินต้องหาเวทีใหม่ แทนที่จะรอคอยการประกวดปีละครั้งเหมือนเคย
ระบบหอศิลป์เอกชนนับว่าเปิดโอกาสอันสำคัญ ถ้าหากศิลปินมีความพร้อม

ทางเลือกประการที่สองก็คือ .....
การศึกษา กล่าวได้ว่าจนถึงบัดนี้ ระบบศิลปะศึกษาสูงสุดในประเทศไทย ไม่เพียงพอต่อความต้องการเสียแล้ว การสร้างสรรค์ระหว่างปัญญาชนต่างชาติกับศิลปินหนุ่มๆ ผ่านนิทรรศการศิลปะ ทำให้มีทุนการศึกษาศิลปะเกิดขึ้น เพื่อไปยัง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ นอกเหนือจากอิตาลี ซึ่งเคยเป็นเป้าหมายอย่างเดียวของศิษย์ศิลป์ พีระศรี มาเป็นเวลานาน .....


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 01:30 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 25  
     
 


ภาพ ..... สัมมาทิฎฐิ
ภาพโดย ..... ศิลปิน อังคาร กัลยณพงศ์
ปี ..... 2525


อาจารย์อังคาร กัลยาณพงศ์ .....
เป็นคนมีฝีมือมากในเรื่องกวีและจิตรกร มีความสามารถทางการประพันธ์บทกวีเป็นเยี่ยม และ ยังมีฝีมือในการเขียนรูปฝาผนัง ที่ไม่เหมือนใคร .. วันหนึ่ง มีคุณหมอใหญ่ท่านหนึ่ง จ้างไปเขียนภาพฝาผนังที่หอพักของพยาบาล ทีแรกตกลงกันว่า เดือนเดียวเสร็จ ทำไป ทำมา 3 เดือนถึงเสร็จ เพราะไปเร่งเวลาอาจารย์ไม่ได้ อาจารย์เป็นศิลปิน นึกจะทำก็ทำ นึกไม่อยากทำก็ไม่ทำ เรื่องเวลาไม่ต้องมาพูดกัน อาจารย์ต้องการผลิตผลงานที่ดีที่สุด อาจารย์เป็นคนไม่พกนาฬิกา บางวันคุณหมอนัดเข้ากรุงเทพฯ บ่ายโมง อาจารย์มารอตั้งแต่ 6 โมงเช้า แต่บางวันนัด 8 โมงเช้า อาจารย์ก็มา 6 โมงเย็น จะเป็นอะไรทำนองนี้ประจำ :-)

พองานเสร็จเรียบร้อย .....
คุณหมอก็อยากจะสมนาคุณอะไรสักอย่าง เพราะค่าเขียนรูป ดูไม่คุ้มอยู่แล้ว คุณหมอก็รู้สึกเกรงใจอาจารย์เป็นอย่างมาก มาเสียเวลาอยู่ตั้ง 3 เดือน คุณหมอก็เลย อุตส่าห์ให้รางวัลมีค่า เป็นนาฬิกาข้อมืออย่างดี ราคาหลายพันบาท บอกเอาไว้ใช้ดูเวลา ปรากฏว่าอาจารย์โยนนาฬิกาทิ้งเลย และ บอกว่า .. ผมไม่อยากเป็นทาสเวลา ทุกวันนี้คนเราก็เป็นทาสอะไรต่ออะไรอยู่มากแล้ว ทำไมจะต้องมาเป็นทาสเวลาอีก

ตอนสมัยที่อาจารย์เป็นหนุ่มๆ อาจารย์มีฝีมือในกวีนิพนธ์ .....

๏ ๏ ๏ ฉันเอาฟ้าห่มให้....................หายหนาว
ดึกดื่นกินแสงดาว....................ต่างข้าว
น้ำค้างพร่างกลางหาว....................หาดื่ม
ไหลหลั่งกวีไว้เช้า....................ชั่วฟ้าดินสมัย ฯลฯ.

ความหมายก็ประมาณว่า .....
บริสุทธิ์จริงๆ อยู่กับธรรมชาติ เรียกว่าการพักผ่อนอย่างบริสุทธิ์ ไม่ต้องทำอะไรเลย

เอาฟ้าห่มให้หายหนาว .....
ก็แปลว่า ... อาจารย์ไม่นุ่งอะไรเลย :-)

ดึกดื่นกินแสงดาว .....
ก็แปลว่า ... ไม่ต้องกินอะไร เพราะไม่มีอะไรจะกิน ก็ไม่ได้ทำงานอะไร ก็ไม่ควรจะมีอะไรกิน ถูกต้องแล้ว นั่งเขียนกลอนเขียนรูปอย่างเดียว ที่นี้ พอวันไหน เกิดไปได้ไข่ไก่ป่า หรือ ไข่นกมาฟองหนึ่ง อาจารย์ก็บรรเลงทีเดียวว่า ...

๏ ๏ ๏ รุมไฟมื้อใหม่ข้าว....................ขาวหอม
เจียวไข่ดุจดาวปลอม....................ยั่วฟ้า
น้ำเมฆใส่กระออม....................ชิมชื่น
กินเพื่ออยู่ดูหล้า....................น่าสร้างเป็นสวรรค์ ฯลฯ.

หมายความว่า .....
วันนี้กินข้าวกับไข่ดาว แล้วก็น้ำฝน น้ำเมฆ ไง ที่ใส่กระออมไว้ นั่นหมายถึงชีวิตตอนหนุ่มๆ อยู่ในป่า ในเขาเป็นปี..ปี จนกระทั่งป่วยเป็นไข้มาลาเรีย ออกมารักษาตัว แล้วก็บังเอิญ อาจารย์สุลักษณ์ ศวรักษ์ ไปรู้จักและพบบทกวีเหล่านี้ เข้าเอามาพิมพ์รวมเป็นเล่ม ผู้คนถึงรู้จัก อาจารย์อังคาร กัลยาณพงศ์ พอมาอยู่ในเมือง ชีวิตก็เปลี่ยนแปลงไปมากมาย มาใช้ชีวิตแบบชาวกรุง อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป แม้แต่กวีนิพนธ์ก็เปลี่ยนไปมากด้วย อย่างเช่น

๏ ๏ ๏ อนิจจาน่าเสียดาย ฉันทำชีวิตหาย เสียครึ่งหนึ่ง
ครึ่งที่สูญนั้นลึกซึ้ง มีน้ำผึ้ง บุหงา ลัดดาวัลย์ ฯลฯ

ลองทวนดูใหม่นะ .....
ฉันทำชีวิตหาย เสียครึ่งหนึ่ง คือ เสียดายเวลาที่ผ่านไปแล้วครึ่งหนึ่ง ที่สูญหายไปนี่สำคัญเสียด้วย เป็นช่วงที่มีแต่ น้ำผึ้ง บุหงา ลัดดาวัลย์ .. บทกวีบทนี้ เขียนตอนแต่งงาน มาแต่งงานตอน แก่ๆ แล้ว ก็เลยเสียดายที่น้ำผึ้งจะหมดแล้ว เหลืออยู่ไม่กี่หยด มั่วแต่ไปนั่งกินน้ำค้างอยู่นาน :-)



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
......................................
ที่มา ::: น้ำตาลเก็บมาเล่า
อ้างอิงจาก ::: ผู้เล่าตัวจริง อาจารย์ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 09:03 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 26  
     
 


ภาพ ..... ทิวทัศน์
ภาพโดย ..... ศิลปิน เขียน ยิ้มศิริ
ปี ..... 2496


การอยู่รอดประการสุดท้ายก็คือ .....
ศิลปินต้องเสนองานที่ "ตลาด" สนใจเป็นพิเศษ กรณีหลังนี้ดูเหมือนว่าจะมีทางออกจำกัดยิ่ง ในสมัยนั้น การบริโภคความงาม เกือบจะแยกฝ่ายกันอย่างชัดเจน ระหว่างความงาม บนรากฐานที่ดูเป็นไทย กับ ความงามอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตะวันตกร่วมสมัย เห็นชัดว่าฝ่ายแรก ซึ่งเพาะหว่านเอาไว้อย่างระมัดระวัง มาตั้งแต่ศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 09:07 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 27  
     
 


ภาพ ..... ระเบียงวัด
ภาพโดย ..... ศิลปิน เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
ปี ..... 2520


จนสามารถสร้างอนุชนรุ่น 2 ขึ้นมา .....
ได้อย่างงดงาม ต้องหลีกทางให้แก่แนวทาง นิยมตะวันตก ปรากฎการณ์เด่นชัดที่สุดก็คือ เมื่อศิลปินแนวไทยชั้นนำ ส่วนใหญ่ของรุ่น 2 เปลี่ยนไปทำงานนามธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. 2506 ต่อเนื่องกัน ก็คือศิลปินที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระบบหลังจากนี้ จะยังคงแนวทางสร้างสรรค์อันเป็นสุนทรียะ เฉพาะตัวต่อไป น่าสนใจยิ่ง เมื่อพบว่าระยะสิบปีอันรุ่งเรืองของยุคนามธรรม เกิดคู่กับบรรยากาศทางปัญญา อันท้าทายจิตสำนึกอย่างยิ่ง


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 12:35 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 28  
     
 


ภาพ ..... อนาคต
ภาพโดย ..... ศิลปิน ถวัลย์ ดัชนี
ปี ..... 2535


คำถามเกี่ยวกับตัวตน .....
และ ความแปลกแยก วัฒนธรรมกับค่านิยมแห่งยุคสมัย คุณธรรม และ ความสำเร็จในชีวิต หรือ ความมั่นคง กับ เสรีภาพประชาธิปไตย ฯลฯ ซึ่งถกเถียงกันอย่างเข้มข้น ผ่านข้อเขียน และ กิจกรรมทางวิชาการ แทบจะไม่มีร่องรอยอยู่ในงานชิ้นเอกของยุคนี้เลย .....


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 12:58 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 29  
     
 


ภาพ ..... คืนดาวกระจ่างฟ้า
ภาพโดย ..... ศิลปิน ชาติชาย ปุยเปีย
ปี ..... 2535


แต่ในที่สุดแล้ว .....
คำถามทั้งหลายก็กลายเป็นพลังทางการเมืองระบอบ ถนอม - ประภาส ซึ่งสืบทอดต่อจาก จอมพลสฤษดิ์ มาอีกเกือบ 10 ปี ไม่อาจรักษาสถานะภาพอันมั่นคงต่อไป แม้จะถึงกับต้องทำรัฐประหารตัวเองใน พ.ศ. 2514 การเรียกร้องประชาธิปไตย เริ่มจากปัญญาชนกลุ่มน้อย บานปลายจนกลายเป็นการจลาจลกลางเมือง แต่แม้ว่าพลังประชาชนจะแลกด้วยชีวิต โค่นล้มอำนาจทหารได้สำเร็จ เมื่อวันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 สังคมไทยก็จะยังไม่สงบจนกว่าจะอีก 10 ปีให้หลัง


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 01:07 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 30  
     
 


ภาพ ..... รำลึกตุลาคม
ภาพโดย ..... ศิลปิน สมบูรณ์ พวงดอกไม้
ปี ..... 2530


เมื่อการสู้รบ .....
กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ยุติลงโดยสิ้นเชิง เพราะนโยบายการเมืองนำทหารอันเฉียบแหลม ท่ามกลางวิกฤติการณ์ และ คาวเลือดหลายครั้งหลายหน ศิลปินกลุ่มหนึ่งได้ทำในสิ่งที่นักสร้างสรรค์ด้านความงาม เคยละเลยมาเป็นเวลานาน คือการเข้าร่วมในการเคลื่อนไหวเรียกร้องทางการเมือง อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับมวลชน


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 01:17 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 31  
     
 


ภาพ ..... ชีวิต - สัจธรรม
ภาพโดย ..... ศิลปิน เกียรติศักด์ ชานนนารถ
ปี ..... 2537


กิจกรรมการเรียกร้องทางการเมือง .....
ที่เกิดต่อเนื่อง หลังจากวันมหาวิปโยค ต่างก็ต้องการใช้ประโยชน์จากศิลปะ ในหลากหลายรูปแบบ ทำนองเดียวกัน อุดมการณ์แสวงหาความเป็นธรรมในสังคม ก็เป็นวัตถุดิบให้ศิลปินปีกซ้าย ใช้กระตุ้นการสร้างงานใหม่ๆ สถานการณ์จึงเอื้ออำนวยให้แนวทางศิลปะอีกแบบหนึ่งเติบโตขึ้นมา ในระยะแรกเรียกกันว่า ศิลปะเพื่อชีวิต งานเหล่านี้ แม้จะสูญสลายไปอย่างรวดเร็ว และ หากกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว งานเหล่านี้ยังดิบ เร่งรีบ ขาดการกลั่นกรอง และ มักจะใช้เนื้อหาที่ซ้ำแนวกันจนเกินไป จึงไม่สามารถตกผลึก ผลิตผลงานชิ้นเอกในมาตรฐานสากลออกมาได้


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 01:23 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 32  
     
 


ภาพ ..... มโนห์รา
ภาพโดย ..... ศิลปิน จักรพันธุ์ โปษยกฤต
ปี ..... 2508


แต่พลังการแสดงออกอันโดดเด่น .....
ก็ยังควรค่าแก่การพินิจ และ คารวะ ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะขาดการสืบทอดอย่างเป็นระบบ แต่จนถึงปัจจุบันจิตวิญญาณของการโต้แย้งอย่างนี้ ก็ยังดำรงอยู่ในงานสำคัญๆ ชิ้นล่าสุดจำนวนไม่น้อย มรดกทางจิตใจของศิลปะเพื่อชีวิต จึงยังได้รับการดูแลสืบทอดต่อไป


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 01:26 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 33  
     
 


ภาพ ..... ลีลารัก
ภาพโดย ..... ศิลปิน ญาณพล วิเชียรเขตต์
ปี ..... 2525


แนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย .....
เป็นการจัดตั้งอันเป็นรูปธรรมมากที่สุดของ ศิลปะเพื่อชีวิต ผลงานซึ่งยากจะลืมเลือน คือการเนรมิตถนนราชดำเนินกลางทั้งเส้น ให้กลายเป็นห้องแสดงศิลปะ ด้วยคัทเอาท์การเมืองนับพันตารางเมตร ผู้เคยสัมผัสเท่านั้น จึงจะตระหนักถึงอำนาจปลุกเร้า อันยิ่งใหญ่ที่การเมืองให้กับศิลปะ แต่การล้อมปราบอย่างโหดร้ายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อเช้า วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 01:32 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 34  
     
 


ภาพ ..... หลงโง่งมงาย บาดแผลแห่งศรัทธา
ภาพโดย ..... ศิลปิน ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร
ปี ..... 2526


เมื่อเช้า วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 .....
ไม่เพียงทำลายแนวร่วมฯ นี้ กลับสู่จุดตั้งต้น ยังยุติพลังสร้างสรรค์ในการนำเสนอทั้งหมด ไม่ให้มีวิวัฒนาการอีกต่อไป เหลือไว้เพียงความอาวรณ์ถวิลหาจิตใจต่อสู้ ซึ่งถูกเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึก ผลสะท้อนของศิลปะในเชิงการเมืองอันไม่ควรมองข้ามประการหนึ่ง ก็คือ การเกิดใหม่ของศิลปะแห่งรูปทรงโดยเฉพาะ "รูปคน" ซึ่งศิลปินเกือบจะลืมเลือนไปแล้ว ไม่มีใครสื่อสาระเรื่องการกดขี่ทางชนชั้น


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 01:41 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 35  
     
 


ภาพ ..... การรอคอย
ภาพโดย ..... ศิลปิน สุวิชาญ เถาทอง
ปี ..... 2522


ไม่มีใครสามารถสื่อสาระ .....
เรื่องการกดขี่ทางชนชั้น และ เร่งเร้ามวลชนให้เข้าร่วมการต่อสู้ โดยใช้จิตรกรรมนามธรรม ซึ่งไม่แปลกเลยที่ศิลปินนอกรั้วศิลปากร จะเป็นผู้มีบทบาทนำในศิลปะกระแสนี้ โรงเรียนเพาะช่างและสถาบันอื่นๆ ต่างหาก ที่ยังสืบทอดศิลปะเหมือนจริงเอาไว้ รวมทั้งศิลปะแห่งการบรรยายเรื่องราว


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 01:57 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 36  
     
 


ภาพ ..... พัก
ภาพโดย ..... ศิลปิน เขียน ยิ้มศิริ
ปี ..... 2505


ศิลปะเพื่อชีวิตอันก้าวร้าวต้องยุติไป .....
และ จะไม่มีวันหวนกลับมามีบทบาทอีก เพราะการยึดอำนาจที่เรียกกันว่า การปฏิรูปมรดก ที่เหลืออยู่คือการแสดงออกด้านอุดมการณ์ที่อ่อนโยนกว่า เต็มไปด้วยความสะเทือนใจยังอยู่รอดมาได้ แม้จะไม่มีแรงกระตุ้นชัดเจนจนเหมือนเดิม แต่การตกค้างที่สำคัญก็คือ การต่อต้านเพื่อหาสมดุลย์ ความเชื่อมั่นและด้านผลประโยชน์ เริ่มตั้งแต่การขัดแย้ง วิธีบริหารของคณบดีคณะจิตรกรรม จนกระทั่งอาจารย์ครึ่งคณะ ต้องย้ายสังกัดใหม่ การโจมตีวิธีการตัดสินรางวัลของการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ปี 2523 และ การก่อตั้งกลุ่มประติมากร ปี 2524 ซึ่งก็คือการแยกตัวออกไปของศิลปินผู้เคยยึดมั่นต่อ การประกวดศิลปกรรมแห่งชาติมาเป็นเวลานาน ทั้งหมดคือข้อท้าทายต่อระบบศิลปะแบบเดิม นับจากนี้ วงการก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 02:05 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 37  
     
 


ภาพ ..... องค์ประกอบ
ภาพโดย ..... ศิลปิน เดชา วราชุน
ปี ..... 2512


ท่ามกลางวิกฤติการณ์ข้างต้น .....
ศิลปินนามธรรมผู้ปลีกตัวออกนอกการต่อสู้ทางการเมือง สามารถผลิตงานเอกของรุ่นที่ 2 ออกมา งานเหล่านี้ พัฒนาไปไกลจากจุดเริ่มต้น ก้าวพ้นความสลับซับซ้อนทางอารมณ์ ความรู้สึกมาสู่การนำเสนอทางปัญญา งานอันลุ่มลึกทางภาวะวิสัยทำให้มีการค้นคว้าเกี่ยวกับรูปทรงสมบูรณ์ ซึ่งจะได้รับการส่งต่อไปสู่ศิลปะอีกแขนงหนึ่งคือ ..... ภาพพิมพ์


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 02:36 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 38  
     
 


ภาพ ..... ตุ๊กแก
ภาพโดย ..... ศิลปิน ประหยัด พงษ์ดำ
ปี ..... 2506


การทดลองเกี่ยวกับศิลปะภาพพิมพ์ .....
ได้รับการบุกเบิกมาตั้งแต่ยุคของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เมื่อยังเป็นเทคนิคง่ายๆ ใช้แม่พิมพ์ไม้ พิมพ์สีเดียวหรือสอดสี พัฒนาออกมาจากสุนทรียภาพของงานวาดเส้น และ เน้นความคิดคำนึงเกี่ยวกับความเป็นไทย แต่เมื่อจัดตั้งสาขาศิลปภาพพิมพ์ ในคณะจิตรกรรมฯ ปี 2509 แล้ว ด้วยการสอนที่ก้าวหน้า ภายใต้เทคนิคการทำงานอันซับซ้อนตามมาตรฐานสากล เพียงไม่กี่ปี ศิลปะสาขานี้ก็กลายเป็นดาวเด่น ในระยะก่อตั้ง ศิลปินภาพพิมพ์ส่วนใหญ่ ผลิตแต่ผลงานนามธรรม แต่ด้วยลักษณะเด่นทางเทคนิค ซึ่งสัมพันธ์กับภาพถ่ายโดยไม่คาดคิด กลับกระตุ้นให้ศิลปินบางส่วน หวนกลับไปหารูปทรง จนกระทั่งแม้แต่ในงานที่เป็นนามธรรมบริสุทธิ์ ยังอดนำเสนอความเหมือนจริงที่ลวงตาไม่ได้


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 02:45 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 39  
     
 


ภาพ ..... แสงและเงา
ภาพโดย ..... ศิลปิน ปรีชา เถาทอง
ปี ..... 2518


พร้อมๆ กับ สถาบันเดิมลดความสูงส่งลง .....
ทางเลือกใหม่ๆ ก็มีเพิ่มขึ้น คณะจิตกรรมฯ และ การประกวดศิลปกรรมฯ และ การประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของศิลปินใหม่ๆ อีกต่อไปแล้ว ที่ประสานมิตรมีกิจกรรมศิลปะอย่างคึกคัก เพาะช่างเองก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งกับศิลปะแนวสังคม แม้แต่ครุศาสตร์ศิลปศึกษาจุฬาลงกรณ์ ก็ยังสามารถผลิตศิลปินที่น่าสนใจออกมา ระบบศิลปศึกษากำลังเดินหน้าไปสู่ความหลากหลาย พร้อมๆกับที่มีเวทีนิทรรศการศิลปะเกิดใหม่จนแทบจะนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะในโรงแรม ศูนย์การค้า หอศิลป์ในเชิงพานิชย์ หรือ ในมหาวิทยาลัย ซึ่งเมื่อมีคณะศิลปะเวทีจำนวนมาก ก็ย่อมต้องการศิลปินจำนวนมากด้วยเช่นกัน


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 02:50 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 40  
     
 


ภาพ ..... ภูเขาทอง
ภาพโดย ..... ศิลปิน ทวี นันทขว้าง
ปี ..... 2494


ยิ่งไปกว่านั้น .....
ในยุคนี้ ความสำเร็จของนิทรรศการศิลปะ วัดกันด้วยยอดขายมากกว่าคำวิจารณ์หรือรางวัล ดังนั้น ศิลปินรุ่นใหม่จึงต้องเพิ่มความสามารถด้านธุรกิจเข้าไปในศักยภาพส่วนตัว ระบบจัดการด้านศิลปะช่วงนี้ แม้ว่าจะเป็นผลสืบเนื่องจากยุคจีไอ เมื่อทศวรรษก่อนอยู่บ้าง อิทธิพลที่ลดลงของสหรัฐอเมริกา ก็เริ่มเด่นชัดก่อนแพ้สงครามอินโดจีนอย่างเป็นทางการเสียด้วยซ้ำ ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่เข้ามาแทนที่และเป็นกำลังซื้อรองรับครั้งใหม่ ดูเหมือนว่าจะเอาจริงเอาจัง และ สืบเนื่องชัดเจนกว่าพวก "ผู้เชี่ยวชาญ" ชุดก่อนๆ คนเหล่านี้ ก็คือนักธุรกิจชาวไทย


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 02:55 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 41  
     
 


ภาพ ..... คิด
ภาพโดย ..... ศิลปิน ชลูด นิ่มเสมอ
ปี ..... 2498


ยุคใหม่ของระบบศิลปะ .....
เริ่มต้นขึ้น เพราะการเปิดหอ ศิลป์ พีระศรี เมื่อปี 2517 ตามด้วยหอศิลปแห่งชาติ ปี 2520 หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี 2522 และ ที่ไม่อาจมองข้ามคือการเริ่มสะสมงานของ TISCO ปี 2514 การเข้ามาของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ด้วยรางวัลจิตรกรรมบัวหลวง ปี 2517 การประกวดศิลปกรรมร่วมสมัย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ปี 2522 รวมไปถึงการออกวารสารจตุรัส ปี 2519 พาที ปี 2520 วารสารเมืองโบราณ เริ่มสนใจศิลปะร่วมสมัยเมื่อ ปี 2520 โลกศิลปะ ปี 2524 จนแม้แต่หนังสือพิมพ์แนวธุรกิจ อย่างเช่น ประชาชาติธุรกิจ และ หนังสือสิ่งพิมพ์อื่นๆ ก็มีเรื่องศิลปะ ในขณะนั้นดูเหมือนว่า จะมีศิลปินไม่พอแก่การจัดแสดงงานเสียด้วยซ้ำ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 02:58 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 42  
     
 


ภาพ ..... ลูกม้า
ภาพโดย ..... ศิลปิน ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์
ปี ..... 2493


แต่เพียงไม่นาน .....
ที่จัดแสดงก็เต็มล่วงหน้าที่หอศิลปแห่งชาติ รายการแสดงยาวเหยียดมากกว่า 12 เดือน น่าเสียดายที่สถาบันอันเป็นความหวังของศิลปินไทย มาตั้งแต่ยังไม่เปิด หอศิลป์ พีระศรี ต้องยุติบทบาทลง หลังจากเป็นผู้สร้างทิศทางศิลปะร่วมสมัย ด้วยการดำเนินงานอันโดดเด่น 10 ปีเท่านั้น นับจากวันเปิด หอศิลปแห่งนี้ ได้สร้างมาตรฐานสองสามประการเอาไว้

หนึ่ง ..... ก็คือการเปิดโอกาสให้กับศิลปิน หรือ กลุ่มศิลปินใหม่อย่างยุติธรรม
สอง ..... ก็คือเมื่อใครก็ตามเข้าแสดงงานที่นี่ ผู้ชมมักคาดหวังได้ว่า จะเป็นงานแสดงที่ดีที่สุดของศิลปินเสมอ

การแสดงเดี่ยวหรือกลุ่มเล็กๆ .....
เป็นหัวข้อที่ปรากฏบ่อยครั้ง ในเชิงสร้างสรรค์แล้ว นิทรรศการด้วยความตั้งใจเช่นนี้ มีความหมายอย่างใหญ่หลวง และ ผู้ชม ตลอดจนสังคม ก็คือผู้รับประโยชน์ไปในที่สุด


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 03:06 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 43  
     
 


ภาพ ..... วงกลม
ภาพโดย ..... ศิลปิน สิทธิเดช แสงหิรัญ
ปี ..... 2496


ยุคบริโภคนิยมนี้ .....
เริ่มต้นในช่วงเศรษฐกิจถดถอย แต่โดยโครงสร้างแล้ว การชะงักงันนี้ เป็นสถานการณ์ชั่วคราว รัฐบาลกึ่งประชาธิปไตย ของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่เสถียรภาพ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และ สังคม แม้ว่าจะยังไม่สำเร็จอย่างสมบูรณ์ ก็เพียงพอที่จะก้าวกระโดดไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ในรัฐบาลต่อมา ปีสำคัญทางศิลปะวัฒนธรรมของยุคนี้ คือ พ.ศ.2525 การฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบสองร้อยปี พร้อมๆ กับ การที่ศิลปะของไทยก้าวขึ้นเป็นกระแสหลักของการแสดงออก


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 03:12 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 44  
     
 


ภาพ ..... เพื่อนบ้าน
ภาพโดย ..... ศิลปิน นิกร ไชยโยธา
ปี ..... 2539


การกลับมาสู่ศิลปะประเพณีนิยม .....
มีทั้งแบบอนุรักษ์นิยม หรือ แบบล้ำยุค เป็นปรากฏการณ์อันไม่เคยเกิดมาก่อน ควบคู่กันไปก็คือ ความสำเร็จทางการตลาด งานศิลปะที่สอดคล้องกับสถานการณ์นิยมไทย ดูงดงามเข้าใจได้ง่าย และ ยังเป็นการใช้จ่ายเงินอันพึงยกย่อง เป็นครั้งแรกที่ศิลปินสามารถพิสูจน์ให้ผู้บริโภคได้ประจักษ์ว่า คุณค่าของผลงานของตนมีทั้งสุนทรียศาสตร์ และ การประชาสัมพันธ์ ควบคู่กันไป


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 03:15 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 45  
     
 


ภาพ ..... หมู่บ้านชายทุ่ง
ภาพโดย ..... ศิลปิน บุญรัตน์ ณ วิชัย
ปี ..... 2539


ยุคเศรษฐกิจกิจเติบโตสิ้นสุดอย่างรวดเร็ว .....
โดยไม่มีใครคาดฝัน รัฐบาลของ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ถูกล้มล้างโดยคณะทหาร ซึ่งนำประเทศถอยหลังกลับไปสู่ความหายนะในแทบทุกด้าน ท้ายที่สุดแล้ว วิกฤติการณ์ในครั้งนี้ ก็จบลงด้วยชีวิตและน้ำตา การชุมนุมต่อต้านอำนาจทหารกลายเป็นเหตุการณ์นองเลือด เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2535 ที่สื่อมวลชนขนานนามว่า ..... พฤษภาทมิฬ

ศิลปินรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย .....
กลับเข้าร่วมในการต่อสู้ชัยชนะของประชาชนเกิดขึ้นอีกครั้ง บนความพ่ายแพ้ของประเทศชาติ ในตอนนั้นยังเร็วเกินไปที่เราจะประเมินความสูญเสีย อันเนื่องมาจากกรณีนี้ แต่สำหรับศิลปินส่วนหนึ่งพวกเขาลงความเห็นไปแล้ว ในนิทรรศการศิลปะช่วงหลายปีมานี้ งานที่มองโลกในแง่ลบ กลายเป็นกระแสหลักของการแสดงออก อย่างไรก็ดี นี่คือแสงสว่างท่ามกลางกาลวิกฤติ โดยการมองโลกในแง่ร้ายอย่างเข้าใจนี้เอง ทางออกจะถูกค้นพบในที่สุด

ศิลปะ .....
ไม่จำเป็นต้องรุ่งเรือง เฉพาะเมื่อสังคมผาสุกเท่านั้น
แต่จะต้องดำรงรักษาจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์เอาไว้ ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ ..!!


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 03:28 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 46  
     
 


ภาพ ..... นางในวรรณคดี
ภาพโดย ..... ศิลปิน เหม เวชกร
ปี ..... 2446 - 2512


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 03:41 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 47  
     
 


ภาพ ..... ปากกาหมึกดำบนกระดาษ
ภาพโดย ..... ศิลปิน เหม เวชกร
ปี ..... 2446 - 2512


ผู้ไม่มีร่างกาย .....
ในบรรดาศิลปินไทยแห่งยุคศตวรรษที่ 20 .. เหม เวชกร ซึ่งอยู่ในช่วง พ.ศ. 2446 - 2512 อาจนับได้ว่า เป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่ง ผลงานของเหม มิใช่ภาพจิตรกรรมราคาเรือนแสนเรือนล้านอันประดับไว้ ณ คฤหาสน์ของมหาเศรษฐี หากแต่ฝีมือของเขาแทรกซึมอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน ที่โรงเรียน และ ตามวัดวาอาราม ด้วยรูปโฉมของ นิยายภาพ ปกหนังสือ ภาพประกอบเรื่อง รูปในหนังสือแบบเรียน ตลอดจนถึง ภาพพุทธประวัติ อย่างที่นิยมแขวนไว้บนศาลาการเปรียญ

และ เนื่องจากเหมเป็นจิตรกร .....
ภาพประกอบเรื่องราวทั้งหมด ก็ย่อมต้องเป็นฝีมือของเขาด้วย ต้นฉบับของภาพชุดผี เท่าที่พบทั้งหมด เป็นภาพเขียนขนาดเล็ก หลายภาพหากดูเผินๆ ก็เหมือนจะธรรมดาๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่หากสังเกตให้ดี ก็จะพบว่าด้วยลำพังเพียงดินสอ หมึกดำ กับสีขาว เหมได้จูงมือพาเราไปสู่แดนสลัวรางของ ..... ใครบางคน


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 04:06 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 48  
     
 


ภาพ ..... ปากกาหมึกดำบนกระดาษ
ภาพโดย ..... ศิลปิน เหม เวชกร
ปี ..... 2446 - 2512


ร่างเงาที่ยืดยาวผิดส่วน .....
แบนราบราวแผ่นกระดาษ เท้าไม่ติดพื้น ผิวเนื้อโปร่งแสง ใบหน้าซีดเซียว ปากแสยะยิ้ม เหล่านี้ เมื่อประกอบกับการจัดแสงในภาพแบบทึมทึบ ก็ได้ช่วยสร้างบรรยากาศน่าระทึกขวัญ และเพิ่มความสยดสยองให้กับงานเขียนชุดผีไทยของเหมยิ่งขึ้นไปอีก

ในโลกที่ยังไม่รู้จักไฟฟ้า .....
หลังดวงอาทิตย์ลับลา คงมีแต่เพียงแสงเดือนริบหรี่ กับความวับแวมของ แสงไต้ แสงตะเกียง ผู้คนกลับกลายเป็นเพียงเงาตะคุ่ม ท่ามกลางความทะมึนมืดของบ้านช่อง และ ต้นหมากรากไม้ ลมกรีดเสียงกรูเกรียว หมาหอนรับกันเป็นทอดๆ ดังมาจากชายทุ่ง

เช่นนี้แหละ คือเวลาของ เหม เวชกร และ ..... ผู้ไม่มีร่างกาย


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 04:15 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 49  
     
 


ภาพ ..... พระมหาชนก
ภาพโดย ..... ศิลปิน อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
ปี ..... 2542


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 04:18 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 50  
     
 


ภาพโดย ..... ศิลปิน เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
๒๕๔๐ ..... เริ่มดำเนินการออกแบบก่อสร้าง พระอุโบสถ
วัด ..... ร่อนขุ่น จังหวัดเชียงราย วัดบ้านเกิดคุณเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ถวายเป็นพุทธบูชา


อุโบสถวัดร่องขุ่น .....
งานสร้างศิลป์เพื่อแผ่นดิน .. ผมใฝ่ฝันอยากจะสร้างอุโบสถ สักหลังก่อนตาย สาเหตุเพราะผมเป็นชาวพุทธแท้ ผมเป็นจิตรกร .. หลังจากที่ผมได้ทำบุญครั้งใหญ่เมื่อปี ๒๕๒๗ ด้วยการเดินทางไปเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง ถวายเป็นพุทธบูชาที่วัดพุทธประทีป ประเทศอังกฤษเป็นเวลา ๔ ปี ผมหมดเงินที่เคยสะสมมา ผมเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

ปี ๒๕๓๑ .....
ผมกลับไปที่บ้านเกิดของผม เพื่อกราบหลวงพ่อ และ ถวายรูปพิมพ์ผลงานวัดพุทธประทีปให้ท่าน แต่วัดที่บ้านเกิดของผมกลับทรุดโทรมมาก หลวงพ่อสมภารก็สุขภาพไม่ค่อยดีและชราภาพมาก อุโบสถหลังเล็กๆ ที่ผมเคยจำความได้ เคยเห็นพ่อผมกับเพื่อนๆ ท่านในหมู่บ้านชักลากไม้ด้วยช้างมาร่วมกันสร้างวัด ผมเคยเห็นหลวงพ่อ ตา ยาย พ่อ แม่ และ พี่น้อง ชาวบ้าน เดินทางไปอาราธนาหลวงพ่อศิลาดำใส่เกวียนออกมาจากป่า

ผมเข้าไปในโบสถ์ที่ใช้สังฆกรรมไม่ได้ .....
ด้วยเหตุเพราะชำรุดมาก และ กลายเป็นที่อยู่ของค้างคาวฝูงใหญ่ ผมตั้งอธิษฐานจิตถ้าชีวิตผมพร้อมเมื่อไหร่ ผมจะกลับมาสร้างโบสถ์ใหม่ให้ได้ เวลา ๑๐ ปีผ่านไป ด้วยกุศลจิต ชีวิตผมและครอบครัวก็ได้ประสบความสำเร็จทุกอย่างพร้อมแล้ว .. ผมกลับไปบ้านเกิดดำเนินการร่วมกับหลวงพ่อสมภาร เริ่มร่างรูปอุโบสถหลังใหม่ตามจินตนาการของท่าน เพื่อให้ท่านได้มีส่วนร่วม ดังนั้น โครงสร้างลักษณะสถาปัตยกรรมในช่วงปีแรกๆ จึงเป็นแบบตามใจหลวงพ่อสมภาร


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 04:29 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 51  
     
 


ภาพโดย ..... ศิลปิน เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
๒๕๔๐ ..... เริ่มดำเนินการออกแบบก่อสร้าง พระอุโบสถ
วัด ..... ร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย วัดบ้านเกิดคุณเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ถวายเป็นพุทธบูชา


ใน ๒ ปีต่อมา .....
ผมได้เริ่มต่อเติมเพิ่มสถาปัตยกรรมให้สง่าแปลกตาขึ้น โดยเพิ่มบันไดด้านข้าง ขึ้นประดับเปลวพระรัศมีทั้ง ๔ แบบ และ ขุดสระ สร้างสะพานข้ามเข้าอุโบสถ พร้อมกับงานตกแต่งในเรื่องของลวดลายปูนปั้น ประดับกระจกภายนอก เขียนแบบและหาเอาช่างพื้นบ้าน และ แม่บ้านในหมู่บ้านมาฝึกสอนปั้น และ ประดับกระจกทั้งหมด ๑๐ กว่าคน

ผมได้เริ่มงานมาถึงบัดนี้ .....
ปี ๒๕๔๕ เข้าปีที่ ๕ แล้วครับ คาดว่าจะใช้เวลาอีก ๕ ปี ถึงจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ ทั้งลวดลายปูนปั้นภายนอกและจิตรกรรมฝาผนังภายใน ผมต้องใช้เงินส่วนตัวอีกยี่สิบกว่าล้านบาทเพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นสุดท้ายของชีวิตผมให้ดีที่สุด เท่าที่ฝีมือและสติปัญญาผมมีอยู่

ผมอยากคืนชีวิตผมให้กับแผ่นดินเกิดของผม .....
งานศิลป์คือชีวิตผม วัดร่องขุ่นเป็นชีวิตที่ไม่เคยตายของผม .. วัดร่องขุ่นจะเป็นศิลป์สมบัติของคนไทยทุกคน และ สุดท้ายวัดร่องขุ่น อาจเป็นศิลป์สมบัติอีกแห่งหนึ่งที่มีคุณค่าแก่โลกมนุษย์ ในอนาคตก็ได้ แต่ทุกสิ่งไม่สำคัญเท่ากับบุญกุศลที่ผมและท่านผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน อุทิศถวายเพื่อเป็นทิพยญาณนำทางไปสู่ทิพยสถานและพระนิพพานเป็นที่สุด

กราบขอบพระคุณทุกท่าน
และขออนุโมทนาบุญที่ได้ร่วมสร้างมหากุศลกับผม



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 04:31 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 52  
     
 


ภาพ ..... MIDDLE PATH .. ปี 2525
ภาพโดย ..... ศิลปิน ถวัลย์ ดัชนี
ศิลปินแห่งชาติ ..... สาขาทัศนศิลป์ ด้านจิตรกรรม
ประจำปี ..... พุทธศักราช 2544


จากประวัติชีวิตและผลงานดังกล่าวข้างต้น .....
ของผู้ชายที่ชื่อ ถวัลย์ ดัชนี แสดงให้เห็นได้ถึงความเป็นศิลปินทางด้าน “ช่างวาดรูป” ผู้มีพุทธิปัญญานำแนวปรัชญาพุทธศิลป์ มาสร้างสรรค์งานศิลปไทยร่วมสมัยอันทรงพลังลุ่มลึก และ แกร่งกร้าวด้วยปัจเจกภาพส่วนตัว มีเนื้อหาสาระและท่วงทำนอง ที่มีชีวิตและจิตวิญญาณของความเป็นไทยให้เห็นเกือบทุกชิ้นงาน

เป็นผู้นำศิลปะไทย .....
เสนอต่อสายตาชาวโลก ด้วยวิธีการที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทั้งยังได้สร้างคุณูปการต่อวงการศิลปะ จนเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ จึงไม่แปลกเลยที่เขาจะได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ด้านจิตรกรรม ประจำปีพุทธศักราช 2544


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 04:50 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 53  
     
 


ภาพโดย ..... นายจักรพันธุ์ โปษยกฤต
ศิลปินแห่งชาติ ..... สาขาทัศนศิลป์ ด้านจิตรกรรม
ประจำปี ..... พุทธศักราช 2543


นายจักรพันธุ์ โปษยกฤต .....
เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2486 ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษา .. ปริญญาศิลปบัณฑิตสาขาจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร .. ปริญญาศิลปกรรมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานฤมิตศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย .. ปริญญาศิลปดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาประยุกต์ศิลปศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร .. และได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 52 นายช่างเอกในรอบ 200 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

นายจักรพันธุ์ โปษยกฤต .....
เป็นจิตรกรอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมไทยทั้งแบบไทยประเพณี และ ศิลปะร่วมสมัย มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองโดยเฉพาะ ผลงานที่วิจิตรงดงามบ่งบอกถึงพื้นฐานความรู้ที่แตกฉานด้านวรรณกรรมพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปะไทยและสากล เทคนิคการเขียนภาพและความรู้รอบตัว ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระสาทิสลักษณ์ ภาพเหมือน ภาพจิตรกรรมไทย จำนวนมาก ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในระดับชาติ ให้ประดับตกแต่งสถานที่สำคัญทั้งของภาครัฐและเอกชน เป็นสมบัติของชาติจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานหลายแห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 04:57 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 54  
     
 


ภาพ ..... ลายปูนปั้น
ภาพโดย ..... น. ณ ปากน้ำ


เป็นส่วนหนึ่งของผลงาน .....
อันเป็นเสมือนประจักษ์พยานของความงดงามยิ่งใหญ่ แห่งอารยธรรมไทย
ที่ถ่ายทอดผ่านสายตาอันแหลมคม ของศิลปิน และ ครูผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้

กล่าวกันว่า .....
น. ณ ปากน้ำ หรือ ประยูร อุลุชาฎะ นักเขียนนักค้นคว้าศิลปะโบราณวัตถุ สถานของไทย เป็นหนึ่งในบรรดา "ผู้มาก่อนกาล" ขณะที่กรมศิลปากรยุคเมื่อ ๔๐ ปีก่อน ยังคงมุ่งมั่นอยู่กับการหาสมบัติในกรุวัดร้าง ท่านผู้นี้ได้ก้าวล่วงไปถึงการศึกษาศิลปะ และอารยธรรมโบราณของสยาม ตลอดจน การอนุรักษ์โบราณวัตถุ สถานอันเป็นมรดกล้ำค่าของไทย ไว้ก่อนที่จะสูญสลาย หรือถูกทำลายไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และนั่นทำให้ลายปูนปั้นอันงดงาม ที่หน้าบันพระอุโบสถวัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี ธรรมาสน์รูปนรสิงห์แบก แห่งวัดวรจรรยาวาสอันงามวิจิตร ตลอดจนศิลปะโบราณอีกจำนวนมาก ยังคงปรากฏอยู่มาจนถึงปัจจุบัน


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 05:01 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 55  
     
 


ภาพ ..... ขึ้นลอยสาม
ภาพโดย ..... นายจักรพันธุ์ โปษยกฤต
ศิลปินแห่งชาติ ..... สาขาทัศนศิลป์ ด้านจิตรกรรม
ประจำปี ..... พุทธศักราช 2543


หลังจาก เก็บตัวทำงานเงียบๆ เป็นเวลานาน .....
ล่าสุด อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ด้านจิตรกรรม ประจำปีพุทธศักราช 2543 .. ก็ยอมให้นำผลงานมาจัดนิทรรศการ ในวาระครบ 60 ปี คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และ ภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ท่ามกลางงานศิลปะแขนงอื่นๆ กว่า 200 ชิ้น พร้อมมอบภาพที่มีชื่อว่า ขึ้นลอยสาม ให้แก่คณะฯ เพื่อจัดประมูลหารายได้

หลังจาก .....
ที่มีการประมูลเงียบไป เวลานี้ มีผลออกมาแล้วว่า ภาพชื่อ ขึ้นลอยสาม ของ อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต ที่ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 1 ล้านบาท ก็ตกเป็นของ นักการเมืองฝั่งประชาธิปัตย์ ผู้เคยลงสมัคร ส.ส. เขต 29 กรุงเทพมหานคร อย่าง ดร.ประกอบ จิรกิติ ไปอย่างชอบธรรม เพียงแค่ควักกระเป๋าจ่ายไปใน ราคา 2 ล้านบาทเท่านั้น..!!

ผู้ที่คุ้นเคยกับนาฏศิลป์ .....
จะรู้ ซึ่งมีขึ้นลอยหนึ่ง ขึ้นลอยสอง ขึ้นลอยสาม ภาพนี้เป็น ขึ้นลอยสาม อาจารย์เขียนแล้ว อาจารย์ก็รักรูปนี้มาก อาจารย์เก็บเอาไว้ จนกระทั่งทางคณะจิตรกรรมจัดงานให้อาจารย์ อาจารย์นึกว่า อาจารย์น่าจะให้ผลงานกับคณะฯ เอาไว้ เพื่อที่จะเก็บไว้เองก็ได้ หรือ จะหาประโยชน์ให้สำหรับนักศึกษา จุดประสงค์ที่อาจารย์อยากจะให้รูปแก่ทางคณะฯ ก็แล้วแต่ทางคณะจะไปจัดการอย่างไรก็ได้

ถ้าทุกคนที่ได้มีโอกาสไปชมนิทรรศการ .....
คงเห็นตรงกันว่า งานของท่าน มีความปราณีต ละเอียดอ่อน มีความหวาน ดูแล้วก็สบายใจ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 05:34 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 56  
     
 


ภาพ ..... Oriental Dreams หรือ จินตนาการแห่งตะวันออก
ภาพโดย ..... จางตงหง และ หวังชูหลิน สองศิลปินจีนคู่สามีภรรยา


ภาพที่ผู้หญิงคนหนึ่งเอนกายอ่านหนังสือด้วยท่วงท่าสบายๆ .....
ถ่ายทอดผ่านลายเส้นๆ ที่ดูเหมือนง่ายและเบาตา ไม่ใช่แค่ความสวย .. แต่เป็นความสงบเย็นที่สายตาได้รับทุกครั้งที่จดจ้อง ทำให้หวนนึกถึงหลายๆ โอกาสที่เคยได้ชมภาพเขียนของศิลปินจีนท่านอื่นๆ ต่างก็เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาหนักไปทางภาพเขียนพู่กันจีน ประเภทภาพม้า ภาพเสือ ภาพดอกเหมย ดอกท้อ และ ปลาว่ายวนน้ำ ไม่ใช่ภาพเขียนของศิลปินจีนรุ่นใหม่ที่รับเอาอิทธิพลของทางตะวันตก มาสอดรับกับเนื้อหางาน เช่นครั้งนี้

ภาพเขียนสีน้ำมันบนผืนผ้าใบของสองศิลปินชาวจีน .....
ชุด Oriental Dreams หรือ จินตนาการแห่งตะวันออก .. จางตงหง และ หวังชูหลิน สองศิลปินจีนคู่สามีภรรยา เขาและเธอดำรงชีพด้วยการเป็นศิลปินอิสระ ในมหานครใหญ่อย่างปักกิ่ง โลกภายนอกอาจดูวุ่นวาย ง่ายที่จะนำพาให้ใจแกว่ง แต่พวกเขาก็เลือกจับเอาจินตนาการของโลกหน้า ที่ไม่ได้เพิ่มพูนเพียงเทคโนโลยี ไม่ใช่เพียงภาพลวงตา หากแต่เป็นความงดงามอย่างแท้จริงแห่งโลกตะวันออกมาไว้บนผืนผ้าใบ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   3/07/2004 06:11 PM  (203.118.98.180)
 

 
  หัวข้อ : 57  
     
 


งานอดิเรกของผู้รักศิลปะ

การเขียนภาพ ..... ด้วยสีชนิดต่างๆ เช่น สีน้ำมัน สีอะครายลิค สีน้ำ หรืออื่นๆ ที่เรียกกันว่า “จิตรกรรม” ส่วนใหญ่มักจะเอาชื่อสีที่ใช้มาต่อท้าย เพื่อบ่งบอกเทคนิคของจิตรกรรมนั้นๆ ทำให้หมดปัญหาที่จะต้องมาถามถึงเทคนิคที่ใช้กัน ส่วนเรื่องราวของสิ่งที่จะเขียนก็มีต่างๆ กัน ตั้งแต่ คน สัตว์ สิ่งของ ธรรมชาติ รวมทั้งความรู้สึกนึกคิดส่วนตัวของผู้วาดที่ต้องการแสดงออก

งานจิตรกรรม ..... เป็นงานสร้างสรรค์ อันมีค่ายิ่ง จัดอยู่ในศิลปกรรมด้านวิจิตรศิลป์ เราสามารถแสดงออกด้านความงดงามของสรรพสิ่งที่เราพบเห็น .. รู้สึก .. นึก .. คิด .. ฝัน ให้ออกมาเป็นภาพโดยอาศัยจิตรกรรมเป็นสื่อนำ จากความงามอันละเมียดละไม รวมทั้งสีสัน และ ภาพลักษณ์ที่ปรากฏกับความมีสติจดจ่อ ความพยายามสร้างสรรค์ จึงเกิดสมาธิ จิตใจก็จะแจ่มใสเบิกบานมากขึ้น นับเป็นการพักผ่อนที่ดีมากอย่างหนึ่ง

ตลอดเวลา ..... ขณะปฏิบัติ หรือ แม้แต่หลังจากนั้น จะเกิดความภาคภูมิใจ เกิดความซาบซึ้งขึ้น ทั้งที่เป็นผลงานของตนเอง และ ศิลปินอื่นๆ จิตรกรรมจึงนับเป็นงานอดิเรกที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเราจะเห็นได้จากพระมหากษัตริย์รวมถึงรัฐบุรุษที่ยิ่งใหญ่มากมาย อาศัยจิตรกรรมเป็นงานอดิเรก อย่างเช่น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงงานจิตรกรรมภาพขุนนาง ข้าราชการผู้ใหญ่ เป็นเหมือนภาพเชิงล้อ สามารถสอดแทรกลักษณะพิเศษของบุคคลเหล่านี้ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม นับว่าพระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพ ทางด้านจิตรกรรมมากทีเดียว

แม้แต่ ..... พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ก็ทรงฉายพระอัจฉริยภาพเหล่านี้ ในผลงานของพระองค์ ออกมาอย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ดังที่ “เรื่องเล่าของน้ำตาล” ได้บันทึกไว้ในหน้า “ประวัติศาสตร์ศิลปะ แห่ง รัชกาลที่ 9”

เทคนิควิธี ..... ที่จะทำให้เกิดสุนทรียภาพ จากงานศิลปะเหล่านี้ เราอาจศึกษาได้จากการปฏิบัติ รวมทั้งหากการได้รับคำแนะนำในการเรียนรู้อย่างถูกต้อง จะท้าทายความสามารถของผู้ที่ต้องการฝึกหัดอย่างมาก ว่าเราทำได้ไม่ยากเลย แล้วศิลปะก็จะเข้ามาเป็น “งานอดิเรก” ที่ยอดเยี่ยมของเรา ช่วยคลายความเครียด ทำให้เกิดอารมณ์เย็น เป็นสุข และ สนุกบนพื้นฐานของความสวยงาม

นอกจากนี้ .....
ยังเสริมสร้างรสนิยมอันสุนทรียภาพ
และ เป็นความภาคภูมิใจในตนเองเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/
......................................
อ่านต่อที่นี่นะคะ ..... http://www.numtan.com///story_2/view.php?id=110

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/07/2004 09:41 AM  (210.86.209.68)
 

 
  หัวข้อ : 58  
     
 


ยกเลิก..!! Nude หมิ่น "โขน"

จะจัดแสดงงานจิตรกรรม 20 ปี ..... ของตัวเองทั้งที ก็ต้องมานั่งเช็ดน้ำตาเสียแล้ว สำหรับ สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ ศิลปินชื่อดังคนหนึ่งของเมืองไทย เพราะภาพที่นำเสนอ ไปหมิ่นของสูง ซึ่งก็คือ ‘หัวโขน’ ที่ทางกลุ่ม ศิลปะการแสดงโขนเขานับถือกัน

งานในครั้งนี้ ..... สมศักดิ์ เตรียมตัวล่วงหน้ามานานโข นี่ก็แจกการ์ดเชิญ ไปยังที่ต่างๆเรียบร้อยแล้ว ได้ฤกษ์เปิดแสดง ณ หอศิลป์แห่งชาติ ในวันพฤหัสที่ 5 กุมภาพันธุ์ โดยเชิญ อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ไปเป็นประธานในการเปิดนิทรรศการให้

ความจริงแล้ว ..... งานของสมศักดิ์ นำเสนอสู่สายตาคนชมมาแล้วหลายชุด และบางภาพ ที่ว่าด้วยเรื่องราวคล้ายกัน ก็เคยนำออกมาแสดงร่วมกับศิลปินท่านอื่นแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเดือนพฤษภาคม 2546 สมศักดิ์ได้เป็นโต้โผ จัดแสดงนิทรรศการ ชื่อ “ALL ASIA BEAUTIES” ณ อาคารสีลมแกลอเรีย ที่เชิญ ศิลปินเอเชีย ถึง 18 คน เข้าร่วม และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคนชม ซึ่งงานชิ้นของตัวเองที่สมศักดิ์ เลือกนำมาแสดง ก็เป็นงานชุดเดียวกับงานที่ตัวเองจะจัดแสดงครั้งใหญ่ครั้งนี้ เวลานั้นเขายังเอ่ยปากแจ้งข่าวไว้ล่วงหน้าว่าให้รอชม แต่พอมาถึงห้วงเวลานี้เจ้าตัวก็ต้องปวดใจเสียแล้ว

ที่ปวดใจนั้นเพราะ ..... เจตนารมณ์ เจ้าตัวไม่ต้องการจะคิดนำของสูง อย่างโขนมาดูหมิ่นเลย และภาพของเขา ไม่ว่าจะเป็นภาพผู้หญิงคู่กับยักษ์ ซึ่งมองคล้ายหัวโขน เขาต้องการจะสื่อว่า ผู้หญิงเรานั้นอยู่ในยุคที่สังคมโดยรอบตัวไม่น่าไว้วางใจมากไปด้วยภยันตราย จะทำตัวไร้เดียงสาไม่ได้แล้ว

ซึ่งเขาวาดภาพยักษ์แทนสังคมโดยรอบ ..... ขณะเดียวกันก็หมายถึงสิ่งชั่วร้าย ที่ผู้หญิงบางคนอาจไปหลงงมงายอยู่ ขณะที่นอกจากความเป็นยักษ์ เขาก็ยังวาดภาพผู้หญิงคู่กับเทวดาอีกด้วย ... แต่ยักษ์ มาร เทวดา ความดี และผู้หญิง งานชุดที่นำเสนอแบบเต็มๆ ก็ต้องปิดฉากลงเพราะมีคำสั่งจากเบื้องบน ห้ามแสดงโดยเด็ดขาด

---------------------------------
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2547

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   10/07/2004 03:35 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 59  
     
 


คืนวันที่ท่านๆ อาจารย์ ..... ออกรายการ ถึงลูกถึงคน
อาจารย์ทางฝ่ายศิลป์อธิบายไม่ได้ชัดเจน ตอบโต้อาจารย์ฝ่ายทางนาฏศิลป์ไม่ขึ้น

รูปแบบของฝรั่งที่เราชอบและเห็นนั้น ..... ไม่ได้มองว่ารูปวาดภาพเปลือยของหญิงชายเป็นสิ่งน่าเกลียด แต่เป็นความงามอย่างที่ไม่อาจพบได้ในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มองดูจากร่างกายและสรีระที่แสดงออกถึง ความแข็งแกร่ง และความงดงามของร่างกาย ศิลปะที่เป็นภาพเปลือยไม่ว่าเราจะปั้นหรือวาด ทั้งชายและหญิง สามารถมองเป็นเรื่องธรรมดาได้ อย่างรูปปั้น เดวิด ของ Michael Angelo ที่เป็นรูปปั้นของผู้ชายเปลือยที่มีสรีระอันงดงาม หรือภาพวาดของ Sandro Botticelli ที่เป็นภาพของผู้หญิงเปลือยมากมาย ล้วนสวยงามและสื่อความหมายได้อย่างเด่นชัดทั้งสิ้น

ถึงแม้ศิลปินควรจะมีเสรีภาพในการแสดงออก ..... ความคิดของศิลปินผู้วาดบอกว่า มีเจตนาที่ดี ต้องการนำยักษ์มาเป็นตัวแทนความชั่วร้ายที่มาชี้นำให้ผู้หญิงหลงผิด แล้วไปคิดถึงหัวโขนในรามเกียรติ์ จะด้วยต้องการให้เห็นศิลปะแบบไทยๆ ด้วยนั้น ท่านศิลปินคงลืมคิดไปกระมังว่า ตัวละครที่ท่านนำมาวาด นอกจากหัวโขนที่เรามองเห็นจากในภาพอย่างชัดเจนนั้นแล้ว ท่านก็ยังมีภาพตัวละครของเรื่องราวในรามเกียรติ์ ร่ายรำประกอบอยู่ในภาพด้านล่างอีกด้วย ซึ่งเรื่องราวของรามเกียรติ์ ถือว่าเป็นศิลปะที่สื่อให้เห็นประวัติศาสตร์มีชีวิต การแสดงโขนก็จะเห็นได้ว่ามีชีวิตอยู่บนเวที ดูโขนตอนทศกัณฐ์ออกนั่งเมืองที่กรุงลงกา แล้วลองนับจำนวนเสนายักษ์ดูสิคะ เราจะเห็นได้ว่า มีอัครมหาเสนาบดี ๒ คน จตุสดมภ์อีก ๔ ถ้าเป็นโขนโรงใหญ่ก็จะมีเสนาอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามา เรื่องราวเหล่านี้ ถ้าเราดูอย่างตั้งใจ เราก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกถ่ายทอดเอามาจากระบบการปกครองไทยสมัยโบราณ มีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แล้วรามเกียรติ์อาจถือได้ว่าเป็นศิลปะชั้นสูงประจำชาติไทยเลยก็ว่าได้ ต้องมีงานพิเศษระดับชาติหรือของเจ้านายฝ่ายในจริงๆ พวกเราจึงจะได้ดูโขนโรงใหญ่เต็มๆ

แบบนี้ ..... ถ้ามองอย่างคนที่เดินผ่านมาเห็นภาพวาดนั้น ก็ต้องบอกว่า .. ท่านศิลปินผู้วาดภาพนี้นั้น ท่านคิดน้อยไปกระมัง ลืมมองให้ไกลๆ ออกไปถึงผลกระทบที่อาจได้รับกลับมา เมื่อนำเสนอผลงานออกไปเช่นนั้น เพราะมุมมองทางด้านศิลปะ ย่อมมีมาตรฐานการมองที่หลากหลาย แตกต่าง แล้วถ้าภาพนี้ ได้ถูกนำเผยแพร่ไปยังประเทศต่างๆ ก็ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน ผู้หญิงไทยในสายตาของคนต่างชาติ หรือแม้แต่คนไทยด้วยกัน ก็ถูกมองในทางไม่ดีอยู่มากแล้ว ชุดภาพวาดของอาจารย์สมศักดิ์ที่นำเสนอออกมาในครั้งนี้ ถ้าเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องศิลปะ เดินผ่านมาเห็นเข้า งานของท่านก็เป็นศิลปะแบบอนาจาร ซึ่งคงไม่สามารถแบ่งแยกให้เห็นได้อย่างเด่นชัดจริงๆ ว่าเป็นศิลปะตรงไหน ยิ่งนำมาสื่อความหมายแบบร่วมสมัย ผสมผสานกับศิลปะชั้นสูงทางวัฒนธรรมไทย ที่ถือได้ว่า "โขน" เป็นนาฎศิลป์ไทย และ เป็นมรดกของชาติไทยด้วยแล้ว ท่านอาจารย์ผู้นำเสนองานนี้ ควรมีจิตวิญญาณที่จะสร้างสรรค์ผลงานด้วยวิจารณญาณและทำการศึกษาวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาติไทยให้มากๆ กว่านี้ เพราะการเล่าเรื่องด้วยภาพของท่าน ไม่เหมาะสมด้วยเหตุทั้งปวง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ..... น่าจะเป็นประเด็นที่ดี ที่จะได้พูดคุยว่า ศิลปะและศิลปิน ควรคำนึงถึงองค์ประกอบโดยรวมของสังคมที่ท่านดำรงชีวิตประจำวันอื่นๆด้วย อย่ามองแต่การสร้างงานศิลปะตามความคิดและจินตนาการของท่านเพียงฝ่ายเดียว กลุ่มชนของศิลปินและด้านจิตรกรรมหรืองานวาดภาพศิลปะแบบนี้ เป็นเพียงกลุ่มชนเล็กๆ ของสังคมบ้านเมืองเราเท่านั้น ถ้าท่านๆ ไม่ออกมาพูด มาอธิบาย ชาวบ้านธรรมดาๆ ที่เค้าบังเอิญเดินผ่านไปได้ชมผลงานของท่าน เค้าไม่มีทางเข้าใจเจตนาที่เด่นชัดของท่านได้ และแน่นอน ท่านก็คงไม่สามารถมานั่ง มายืน อธิบายความอย่างที่ไปพูดออกรายการทีวีนั้นได้ ถึงแม้ท่านได้พูดไปแล้ว ก็ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ไม่ได้ชื่นชมกับผลงานของท่านในครั้งนี้เลย กว่าท่านจะบอกว่ายอมถอน หรือ ยกเลิกงานการแสดงภาพศิลป์ ฝีมือของท่านชุดนี้ทั้งหมด ท่านก็ได้ถูกบอมส์เละไปแล้ว

การทำงานของตัวศิลปิน ถึงแม้จะบอกว่า ..... เป็นงานศิลปะร่วมสมัย หรือมักจะค้านว่างานศิลปะร่วมสมัยของบ้านเมืองเราไม่ไปถึงไหนๆ เพราะมีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นตัวขวางกั้นอยู่นั้น แล้วก็เที่ยวบ่นว่าคนอื่นๆ เชย แต่ตัวท่านเองต่างหากที่คงอาจจะลืมคิดถึงว่า พวกคนต่างชาติต่างภาษาเหล่านั้น พวกเค้ามิได้มี ขนบธรรมเนียม ประเพณี และ วัฒนธรรม ที่ดีๆ และสวยงามอย่างของบ้านเมืองเรา ที่สืบทอดกันมายาวนาน ที่จริงกลุ่มศิลปินในแขนงต่างๆ มีโอกาสอันดีมากกว่าใครๆ ที่สามารถจะชี้นำเรื่องราวใดๆก็ได้ ท่านศิลปินน่าจะพยายามฝึกจิตวิญญาณของท่านให้มีความเป็นไทย ให้เห็นคุณค่า รัก และ หวงแหน วัฒนธรรมไทยให้มากๆ จะช่วยกันสืบทอด เพื่อรักษาวัฒนธรรมดีๆ ของเราไว้ มิให้สูญหาย ดีกว่านำมาลบหลู่อย่างไม่รู้จักความหมายเช่นนั้น



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   10/07/2004 04:22 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 60  
     
 


ภาพ ..... เรือปโยชนม์
ศิลปิน ..... ครูเป้ สีน้ำ


ครูเป้ สีน้ำ ..... จะพาลูกศิษย์ประมาณ ๒๐ คน ออกจากท่า ล่อง เรือปโยชนม์ ไปตามแม่น้ำอย่างเพลิดเพลินใจ ซึ่งนอกจากจะทำให้ทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ชมธรรมชาติ อันสวยงามของสองฟากฝั่งแล้ว ก็ยังได้เรียนรู้เทคนิคการวาดภาพทิวทัศน์ทางน้ำ ด้วยสีน้ำกับ แคมป์สีน้ำบนเรือ ตลอดจนฟังดนตรี ชุดเพลงสายน้ำ ของครูเป้ และ อ๊ะ อมตะ แล้ว ก็ยังมีโอกาสได้รู้จักวิถีชีวิตชายน้ำ ถอยร่นไปเข้าเขตน่านน้ำต่างๆ ก่อนจะจอดพักค้างแรมกับชาวบ้าน แบบสไตล์ Home Stay และ รับประทานอาหารพื้นถิ่น เคล้าเสียงดนตรี


ความฝันของเรือ

๏ ๏ ๏ สายน้ำ เอื่อยไหล .................... เรือน้อย รอคอยที่จะล่องไป
สู่เวิ้งน้ำที่ฟุ้งฝัน

๏ ๏ ๏ วันและคืน..ถวิลหา .................... ถึงเบื้องหน้าของการเดินทาง
เช้าที่สลัวเลือน ด้วยสายหมอก .................... เรือน้อย ซ่อนตัวอยู่ในนั้น
ตื่นขึ้น พร้อมสายน้ำที่เย็นใส .................... ตื่นขึ้น พร้อมทิวไม้สองฟากฝั่ง
ตื่นใน...แสงตะวันแห่งวันเวลา

๏ ๏ ๏ เรือเจ้า .................... ไม่เคยอาลัยต่อฝั่ง
เคลื่อนคล้อยไปอย่างไร้หวัง .................... ไร้ที่พำนักที่แท้จริง
ไร้ความปรารถนาในจินตภาพ .................... ไร้การแสวงหาใดใด
ลอย-ล่อง ดุจเดียวกับสายน้ำ .................... ไม่รู้ถึงความหมายของจุดหมาย
คิดคำนึงถึงแต่เพียง .................... เช้าวันใหม่ที่น่าอัศจรรย์
ฟากฟ้า ที่สะท้อนใสอยู่ในห้วงน้ำ .................... หมู่ไม้ ที่เขียวครึ้มทั้งสองฟากฝั่ง
สายแดด...แห่งวันเวลา

๏ ๏ ๏ เรือเอย .................... มิตรของเจ้าเพิ่มพูนขึ้นในแต่ละวัน
การเดินทางอบอุ่นด้วยไมตรี .................... วันพรุ่ง...ก็คือวันนี้
คือวันที่มีแต่ความเบิกบาน

๏ ๏ ๏ เรือน้อย .................... เจ้าใฝ่ฝันถึงแต่เพียงว่า
เมื่อไร สายน้ำทุกสาย .................... จะพึงเชื่อมบรรจบ
ไหลรวมสู่กันและกัน .................... เป็นหนึ่งเดียวกับสมุทรแม่ ๏ ๏ ๏



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   14/07/2004 11:44 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 61  
     
 


ภาพ ..... ปราสาทสัจธรรม .. ปราสาทไม้ริมชายหาด
ผู้สร้าง ..... คุณเล็ก วิริยะพันธุ์
เริ่มสร้าง ..... เมื่อปี 2524
อ้างอิงจาก ..... นิตยสาร สารคดี และ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ


คุณเล็ก ได้สร้างปราสาทหลังนี้ ... ขึ้นจากศรัทธาที่มีต่อ ศาสนา ปรัชญา ในโลกตะวันออก ด้วยมุ่งหวังที่จะสร้างผลงานชิ้นนี้ ให้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย และต้องการให้มนุษย์ตระหนักในสัจธรรมแห่งชีวิต .. ลักษณะของปราสาท จัดเป็นงานไม้ทรงไทยจตุรมุข มีหลังคาลดหลั่นกันมาทั้ง 4 ด้าน สูงประมาณ 100 เมตร ที่ยอดสูงสุด สูงประมาณ 105 เมตร ประดับด้วยรูปแกะสลักองค์เทพ เทวดา นางฟ้า ในท่าต่างๆ แทนการใช้ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์

นอกจากนี้ ... ศิลปะต่างๆ ที่ปรากฏในปราสาทหลังนี้ ก็เป็นการนำศิลปะ และ ปรัชญาที่แสดงถึงภูมิปัญญาตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น จีน ไทย อินเดีย เขมร มาผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน โดยปราสาทแห่งนี้ นับเป็นปราสาทไม้ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก แถมวิธีการก่อสร้างก็ใช้วิธีการของช่างโบราณ คือไม่ใช้ตะปู แต่จะใช้การเข้าเดือย ตอกลิ่ม ตอกสลักแทน

อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ... ได้เขียนถึง คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ไว้ในหนังสือที่ระลึก เนื่องในการพระราชทานเพลิงศพคุณเล็ก เมื่อวันที่ 4 กันายายน พ.ศ. 2544 ซึ่งอธิบายความคิด วัตถุประสงค์ และ ความล่าช้าในการก่อสร้างปราสาทนี้ ไว้ว่า ...

ปราสาทสัจธรรม ... เป็นผลงานมาจากความคิดที่สวนกระแสกับชาวตะวันตกอย่างแท้จริง คือเห็นว่า เนื้อแท้ของมหาอำนาจทางตะวันตกไม่มีอะไร นอกจากการค้าสงครามที่แสดงออกด้วยการคิดเทคโนโลยีที่เป็นอาวุธยุทธภัณฑ์มามอมเมา และ หลอกขายตะวันออก โลกไม่มีทางสงบเพราะเป็นสิ่งยั่วยุให้มนุษย์ขู่ฆ่าทำลายกัน ในขณะเดียวกันตะวันออก รวมทั้งคนไทยด้วย ต่างก็มัวเมาในความต้องการทางด้านวัตถุ จนละเลยศาสนาและปรัชญาที่เคยจรรโลงความเป็นมนุษย์ให้อยู่ในกรอบของศีลธรรมและมนุษยธรรม อย่างที่เคยมีมาแล้วในอดีต

คุณเล็ก ... ต้องการสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งทางศิลปกรรม เพื่อให้สื่อความหมายทางคุณธรรมและมนุษยธรรม เพื่อให้สื่อความหมายทางคุณธรรมและมนุษยธรรม ที่บรรดาศาสนาและปรัชญาเมธีในอดีตค้นพบและคิดขึ้นมาเพื่อสอนมนุษย์ให้อยู่อย่างสันติสุข ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็คือสิ่งที่คุณเล็กได้อ่าน ได้ศึกษา และเลือกสื่อให้เหมาะสมกับกาลเทศะนั่นเอง

คุณเล็กเห็นว่า ... สิ่งสำคัญในโลกมีอยู่สามอย่าง คือ ฟ้า ดิน และมนุษย์ ถ้าปราศจากซึ่งสามสิ่งนี้ โลกก็ไม่เป็นโลก ความเป็นศูนย์กลางนั้น อยู่ที่มนุษย์ แต่การเป็นมนุษย์ได้นั้น หาใช่เป็นแต่เพียงการเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเยี่ยงสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่ หากต้องเรียนรู้และได้รับการอบรมทางคุณธรรม

คุณธรรมที่สำคัญก็คือ .....

ความกตัญญูกตเวทีกับฟ้าดินและพ่อแม่ ... เพราะ เป็นสิ่งที่ให้กำเนิดแก่สิ่งมีชีวิตทั่วไป
ความเมตตากรุณาและความซื่อสัตย์สุจริต ... ซึ่งล้วนเป็นคุณธรรมที่ค้ำจุนให้มนุษย์และสรรพสิ่งในโลกอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

คุณธรรมเหล่านี้ ... ล้วนเป็นหลักอยู่ในทุกศาสนา และ สื่อออกมาเป็นระบบสัญลักษณ์ในรูปแบบต่างๆ ทางศิลปกรรม ดังเช่น ความเมตตากรุณาแสดงออกมาในลักษณะของการเคารพกราบไหว้พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือพระกวนอิม ในขณะที่ความซื่อสัตย์สื่อออกมาในรูปแบบของการทำพิธีกรรมไหว้เทพเจ้ากวนอู เป็นต้น

คุณเล็ก ... ชื่นชมในความยิ่งใหญ่ของคนตะวันออก ในความคิดในเรื่องของมนุษย์ทางจิตวิญญาณ ที่ทำให้เกิดความเชื่อและการอธิบายจักรวาลได้อย่างสลับซับซ้อน โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อในรูปลักษณ์ต่างๆ ซึ่งล้วนแต่มีตำนาน และ คำอธิบายที่แฝงไปด้วยคุณธรรมที่จะธำรงโล .. ปราสาทสัจธรรมของคุณเล็กก็คิดขึ้นมาจากฐานความคิดเหล่านี้ ตัวปราสาทก็เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโลกและเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ในระดับภพภูมิมีที่สูงขึ้นไปก็เป็นที่สถิตของเทพเจ้า ที่ล้วนแล้วแต่เป็นตัวแทนของสถานต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าอินเดีย จีน เขมร และอื่นๆ ล้วนนำมาประดับตกแต่งให้แลเห็นความเคลื่อนไหวที่คึกคัก โดยมุ่งหมายในบริเวณตรงกลางภายในปราสาทเป็นที่ตั้งของบุษบกที่ว่างเปล่า ไม่มีรูปเคารพที่ศักดิ์สิทธิ์อันใดประดิษฐานไว้ เพราะต้องการให้เป็นที่นั่งของมนุษย์ที่ประพฤติดีมีคุณธรรม

ความคิดเช่นนี้ ... ไม่ใช่ของใหม่อะไรที่คุณเล็กคิดขึ้นเอง หากเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในคัมภีร์ไตรภูมิทางพระพุทธศาสนา ที่เชื่อว่า พระอินทร์ผู้เป็นใหญ่ในเทพเจ้านั้น เป็นตำแหน่งของผู้ที่บำเพ็ญคุณงามความดีที่สะสมกันมาหลายชาติหลายภพ เมื่อเทพองค์เดิมที่ดำรงตำแหน่งหมดวาระไป เพราะต้องไปจุติในภพภูมิอื่น ผู้ที่มีบุญบารมีท่านอื่นก็เข้ามาแทนที่ เหตุที่คิดเช่นนี้ ก็เพราะคุณเล็กมีความเชื่อในมิติทางจิตวิญญาณและความศักดิ์สิทธิ์เยี่ยงคนตะวันออกทั้งหลาย มนุษย์แม้ว่าจะเป็นฝุ่นธุลีของจักรวาลก็ตาม แต่ถ้าคุณธรรม ก็สามารถยกระดับจิตให้สูงขึ้นจากความรู้สึกนึกคิดและสันดานของความเป็นสัตว์เดรัจฉานมาเป็นมนุษย์ และเทวดาในภพภูมิต่างๆ จนในที่สุดก็รวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล

เมื่อแรกเริ่ม ... ปราสาทสัจธรรมก็เป็นสถาปัตยกรรมโบราณรูปปราสาทจัตุรมุขขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยไม้ แต่ยิ่งทำไปความโดดเด่นกลับไปที่การแกะสลักรูปประติมากรรมของเทพเจ้าและสัตว์เนรมิตในเทวนิยายที่มากมายหลายขนาดมาประกอบ ทั้งในลักษณะประดับและการแสดงสัญลักษณ์ของความหมายทางศาสนาและปรัชญา เลยกลายมาเหมือนกับการสร้างหรือแกะภูเขาไม้ทั้งเขา ทั้งภายนอกและภายใน เป็นเรื่องที่ไม่มีวันเสร็จง่ายๆ ในอายุขัยของคุณเล็ก เพราะการสร้างปราสาทหลังนี้ คุณเล็กสร้างเมื่ออายุใกล้จะเจ็ดสิบปีแล้ว

ณ ปัจจุบันนี้ ... ปราสาทสัจธรรมยังคงดำเนินการสร้างไปเรื่อยๆ และ คาดว่าจะเสร็จในอีก 15 ปีข้างหน้า แต่ว่าก็ได้เปิดให้คนเข้าไปเที่ยวชม สัมผัสความงามกันมานานแล้ว ณ ชายหาดแหลมราชเวช พัทยา สุดซอยนาเกลือ 12



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   15/07/2004 10:06 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 62  
     
 


ภาพ ..... ทรงเกี่ยวข้าว
โดย ..... ทนง โคตรชมพู ศิลปินนักวาดภาพด้วยปาก


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   19/07/2004 01:19 PM  (203.118.80.5)
 

 
  หัวข้อ : 63  
     
 


ภาพ ..... มองมนุษย์
ภาพโดย ..... ศิลปิน ช่วง มูลพินิจ


เอ่ยชื่อ ช่วง มูลพินิจ คิดว่าน่าจะรู้จักกันเกือบถ้วนหน้า หรืออย่างน้อยๆ ก็คงพอจะเคยได้ยินชื่อกันบ้างสำหรับคนรุ่นใหม่ๆ .. ช่วง มูลพินิจ เป็นศิลปินที่มีลายเส้นงดงาม ละเมียดละไม จน .. รงค์ วงษ์สวรรค์ ให้สมญานามว่าเป็น ศิลปินผู้เห็นมดยิ้ม .. มีผลงานทางด้านศิลปะเป็นที่ยอมรับและชื่นชอบจากผู้รักงานศิลปะทั้งในและต่างประเทศ เมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มนักเรียนศิลปะ เขาเป็นผู้หนึ่งที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงหนังสือ โดยเป็นผู้เขียนภาพประกอบ ภาพประดับให้กับหนังสือของ รงค์ วงษ์สวรรค์ และ เพื่อนๆ ซึ่งเป็นตำนานหนึ่งของคนทำหนังสือ



\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   21/08/2004 09:26 PM  (202.44.14.194)
 

 
  หัวข้อ : 64  
     
  ภาพทั้งหมดนี้เป็นภาพที่สวยงามมาก  
     
    By: ละอองดาว     6/09/2005 11:32 AM  (203.188.32.156)
 

 
  หัวข้อ : 65  
     
  Text Green
ภาพทุกภาพสวยงามและมีความหมายในตัว ชอบมากน่ะค่ะ ไม่ค่อยได้เห็นสักเท่าไหร แม้จะเป็นการเห็นที่ผ่านทางการสัมผัสทางสายตาก็ตาม ขอบคุณน่ะ
 
     
    By: โบ  Mail to โบ   3/10/2005 06:02 PM  (203.188.62.120)
 

 
  หัวข้อ : 66  
     
  good!!!  
     
    By: Win Art     7/10/2005 08:13 AM  (58.11.73.57)
 

 
  หัวข้อ : 67  
     
  ขอบคุณมากๆ  
     
    By: อินทิรา     12/10/2005 02:43 PM  (61.91.131.154)
 

 
  หัวข้อ : 68  
     
  ขอขอบคุณ numtan.com ที่ได้นำเสนอเรื่องราวพร้อมสิ่งสวยงามให้ได้ชมกัน ขอบคุณด้วยความรู้สึกที่มากกว่าคำว่า ขอบคุณ
...จริงๆ ค่ะ ...
 
     
    By: Jay  Mail to Jay   11/11/2005 12:38 PM  (202.44.7.66)
 

 
  หัวข้อ : 69  
     
  ขอบคุณภาพมีคุณค่าทุกภาพ เยี่ยม  
     
    By: สมกิจ     16/01/2006 09:33 AM  (203.172.133.68)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.