| หน้าที่ท่านบรรเลง | บันทึกข้องน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนด | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแล - -



กวีดีเด่นของโลก
     
 


ภาพ ..... จาก Post Card ที่ถ่ายจากรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส
ของ ..... พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม
อ้างอิงจาก ..... บทความ ของ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
ฉบับ ..... วันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    27/06/2004 08:21 AM  (203.144.143.250)  
 
 
 
  หัวข้อ : 1  
     
 


เที่ยวไทยไปกับนิราศสุนทรภู่ ..... หากพูดถึง สุนทรภู่ เชื่อแน่ว่า อาจารย์ภาษาไทย คนรักกวี รวมถึงพวกเจ้าบทเจ้ากลอน คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก สุนทรภู่ หรือ พระสุนทรโวหาร ซึ่งถือเป็นสุดยอดแห่งกวีศรีรัตโกสินทร์ จนได้รับรางวัลจากองค์การ UNESCO ในฐานะ กวีดีเด่นของโลกในปี ๒๕๒๙ เรียกว่าพวกเจ้าบทเจ้ากลอนในเมืองไทย นี่ใครไม่รู้จักสุนทรภู่ ถือว่าเชยแย่

แต่ก็ใช่ว่า ..... สุนทรภู่จะมีดีเฉพาะบทกลอน บทกวี เท่านั้น ในเรื่องของการเป็นนักเดินทางนี่ท่านก็ถือว่าโดดเด่นไม่แพ้ใคร เพราะว่าไปลุยมาแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แต่ที่ถือว่าเป็นงานบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวระดับมาสเตอร์คีของสุนทรภู่ก็คือ นิราศต่างๆ ของท่าน ที่ล้วนแต่งดงามไปด้วยการใช้ภาษา อารมณ์ และ วิธีการการเล่าเรื่องราว ซึ่งมีนักเขียนสารคดีรุ่นใหม่หลายๆคน มักจะหยิบยกผลงานของท่านมาอ้างถึงอยู่เสมอ

ความหมายของนิราศ ..... ก็คืองานประพันธ์ที่แต่งขึ้นมา เพื่อเล่าเรื่องราวบันทึกการเดินทาง ด้วยสมัยก่อน การเดินทางค่อนข้างลำบาก และ ใช้เวลานาน นักเดินทางจึงแก้ความเหงาและเบื่อหน่ายด้วยการ ประพันธ์บทกวีพรรณนา ถึงการเดินทางและสภาพภูมิประเทศ โดยมากมักโยงเข้ากับความรู้สึก ความรัก ความเหงา ความห่วงหา

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ..... ทรงอธิบาย ที่มาของนิราศเอาไว้ว่า .. หนังสือจำพวกที่เรียกว่านิราศ เป็นบทกลอนแต่งเวลาไปทางไกล มูลเหตุจะเกิดหนังสือชนิดนี้ขึ้น สันนิษฐานว่าคงเป็นเพราะเวลาเดินทาง ที่มักต้องไปเรือหลายๆ วัน มีเวลาว่างมาก ได้แต่นั่งๆ นอนๆ ไป จนเกิดเบื่อ ก็ต้องคิดหาอะไรทำแก้รำคาญ ผู้สันทัดในทางวรรณคดี จึงแก้รำคาญ โดยทางกระบวนคิดแต่งบทกลอน บทกลอน แต่งในเวลาเดินทางเช่นนั้น ก็เป็นธรรมดาที่จะพรรณนาว่าด้วย สิ่งซึ่งได้พบเห็นในระยะทาง แต่มักแต่งประกอบกับครวญคิดถึงคู่รัก ซึ่งต้องพรากทิ้งไว้ทางบ้านเรือน กระบวนความในหนังสือนิราศ จึงเป็นทำนองอย่างว่านี้ ทั้งนั้น ชอบแต่งกันมาแต่ครั้งกรุงรัตนโกสินทร์

นิราศที่แต่งกันในชั้นกรุงรัตนโกสินทร์ ..... แต่งทั้งเป็นโคลงและเป็นกลอนสุภาพ ดูเหมือนกวีที่แต่งนิราศ ในครั้ง รัชกาล ที่ ๑ รัชกาลที่ ๒ จะถือคติต่างกันเป็น ๒ พวก พวกหนึ่งถือคติเดิมว่าโคลง ฉันท์ เป็นของสำคัญ และ แต่งยากกว่า กลอน กวีพวกนี้ แต่งนิราศเป็นโคลงตามเยี่ยงอย่างศรีปราชญ์ทั้งนั้น กวีอีกพวกหนึ่งชอบเพลงยาว อย่างเช่นเล่นกัน เมื่อปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา กวีพวกนี้แต่งนิราศ เป็น กลอนสุภาพ ถ้าว่าเฉพาะที่เป็นกวีคนสำคัญในระยะหลังๆ นี้ ก็คือสุนทรภู่แต่งนิราศเป็นกลอนสุภาพ มากเรื่องกว่าใครๆ ทั้งหมด กลอนของสุนทรภู่คนชอบอ่านกันแพร่หลาย ก็ถือเอานิราศของสุนทรภู่ เป็นแบบอย่างแต่งนิราศกันต่อมา ตั้งแต่รัชกาลที่ ๓ จนถึงรัชกาลที่ ๕



\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/


๑ / ๓

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/06/2004 08:23 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 2  
     
 


สำหรับนิราศของสุนทรภู่ ..... นอกจากจะพรรณนาการเดินทางแล้ว ก็ยังมีการสอดแทรกคติธรรม ข้อเตือนใจต่างๆ และเปรียบ เทียบถึงชีวิตของตัวท่านเองเข้าไว้ด้วย โดยผลงานนิราศของสุนทรภู่นั้นมีอยู่ด้วยกัน ๙ เรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องต่างก็มีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป

๑ ..... นิราศเมืองแกลง ถือเป็นนิราศเรื่องแรก แต่งขึ้นในปี พ.ศ.๒๓๔๙ หลังจากพ้นโทษออกมา ซึ่งพรรณาถึงการเดินทางโดยเรือกลับไปเมืองแกลงบ้านเกิดของบิดาตนเอง กับศิษย์ ๒ คน คือน้อยและพุ่ม ซึ่ง ณ วันนี้นักวิชาการยังหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ว่าสุนทรภู่เดินทางกลับไปทำไม แต่ที่แน่ๆ ทางจังหวัดระยองก็ได้นำเรื่องราวในประวัติศาสตร์ช่วงนี้ไปสร้างเป็นอนุสาวรีย์สุนทรภู่ขึ้นมาที่เมืองแกลง ซึ่งก็ทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดคิดว่าสุนทรภู่เกิดที่เมืองแกลง แต่ว่าความจริงแล้วสุนทรภู่ ท่านเป็นคนกรุงเทพฯ เกิดแถวคลองบางกอกน้อย

๒ ..... นิราศพระบาท แต่งตอนไปพระพุทธบาทในฐานะมหาดเล็กติดตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ โดยรำพันถึงนางจันภรรยา ว่าทิ้งตนเองไปพร้อมกับกล่าวชมความงามของพระพุทธบาทและสอดแทรกความรู้ทางสถาปัตยกรรมไทยและประวัติของสถานที่ต่างๆเข้าไป

๓ ..... นิราศภูเขาทอง นี่คือสุดยอดแห่งนิราศของสุนทรภู่ ท่านแต่งเรื่องนี้ขึ้นเมื่อครั้งเดินทางไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทอง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะที่บวชอยู่ ณ วัดราชบูรณะ โดยนิราศเรื่องนี้มีเนื้อความไม่ยาวแต่ว่าเป็นนิราศที่ครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยลักษณะของนิราศทุกประการ อีกทั้งถ้อยคำต่างๆก็ประณีตสวยงาม นอกจากนี้สุนทรภู่ยังได้สอดแทรกความคิดของตนเองลงไปอย่างอิสระเสรี

๔ ..... นิราศสุพรรณ เป็นนิราศเพียงเรื่องเดี่ยวของสุนทรภู่ที่แต่งเป็นโคลง โดยนัยว่าต้องการที่จะลบคำสบประมาทว่าทานแต่งได้เพียงแค่กลอนตลาด เนื้อเรื่องเล่าถึงการออกจากวัดเทพธิดารามไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม หรือ คลองบางกอกน้อย จนถึงเมืองสุพรรณ จากนั้นไปนมัสการพระที่วัดป่าเลไลย์

๕ ..... นิราศวัดเจ้าฟ้า เป็นนิราศเชิงผจญภัยที่สนุกสนานเรื่องหนึ่ง เนื้อความกล่าวถึงการเดินทางไปหายาอายุวัฒนะตามลายแทง และที่น่าแปลกก็คือนิราศเรื่องนี้ไม่รำพันถึงผู้หญิงเลย ซึ่งผิดวิสัยเจ้าชู้ของสุนทรภู่อย่างมาก

๖ ..... นิราศอิเหนา แต่งขึ้นระหว่างไปพึ่งบารมีพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ โดยนิราศเรื่องนี้ไม่ได้กล่าวถึงการเดินทางแต่อย่างใด

๗ ..... นิราศพระประธม หรือ พระปฐมเจดีย์ สันนิษฐานว่าน่าจะเดินทางในช่วงหน้าหนาว อันเป็นฤดูน้ำขึ้น โดยไปกับลูกชาย ๒ คน นิราศตอนเรื่องนี้ได้พรรณนาถึงความรักความอาลัยอย่างซาบซึ้ง

๘ ..... นิราศเมืองเพชร สันนิษฐานว่าท่านแต่งตอนที่มีอายุมากแล้ว โดยเดินทางด้วยเรือจากท่าน้ำวัดอรุณไปถึงเมืองพริบพรี หรือ เพชรบุรี ไปนมัสการพระพุทธรูปแล้วเดินทางกลับ สำหรับนิราศเรื่องนี้มีการรำพึงรำพันถึงหญิงคนรักแต่เพียงลอยๆ ไม่ได้เอ่ยชื่อเจาะจงคนใดคนหนึ่ง

๙ ..... นิราศพระแท่นดงรัง เป็นนิราศสั้นๆที่แต่งขึ้นในการเดินทางไปนมัสการพระแท่นดงรัง โดยรำพึงรำพันถึง ม่วง หญิงคนรัก สันนิษฐานว่านิราศเรื่องนี้สุนทรภู่แต่งหลังจากที่ลาสิกขาบท แล้วไปอาศัยอยู่กับผู้อื่น

นอกจากนิราศทั้ง ๙ เรื่องแล้ว ..... สุนทรภูยังได้แต่ง .. รำพันพิลาป .. ซึ่งแม้จะไม่ใช่นิราศโดยตรงแต่ก็มีลักษณะที่จัดว่าเป็นนิราศ โดยสุนทรภู่ได้รำพันความฝันในตอนต้น ต่อจากนั้นก็รำพันถึงวัดเทพธิดาราม และกล่าวถึงความเป็นอยู่ของตนในช่วงที่กำลังตกต่ำ และก็ใช่ว่าสุนทรภู่จะมีแต่นิราศเสียเมื่อไหร่เพราะ ท่านยังมีงานประพันธ์ชิ้นเยี่ยมที่คงความอมตะมาจนทุกวันนี้ให้เราศึกษาอยู่มากมาย อย่าง พระอภัยมณี สุภาษิตสอนหญิง บทเสภาขุนช้าง-ขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม และอีกมากมายหลายเรื่อง

จากนิราศทั้ง ๙ ..... และผลงานอีกหลากหลายของสุนทรภู่ ก็จะเห็นได้ว่าสุนทรภู่นั้นนอกจากจะเป็นกวีที่ยอดเยี่ยมแล้ว ท่านยังเป็นนักเดินทางระดับหาตัวจับยาก เช่นเดียวกับความเป็นคนเจ้าชู้ระดับหาตัวจับยาก และความเป็นนักดื่มระดับคอทองแดง ซึ่ง ณ วันนี้ ก็มีชายไทยเป็นจำนวนมากที่พยายามเดินตามรอยความเจ้าชู้ และความเป็นนักดื่มของสุนทรภู่เหมือนกัน



\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/


๒ / ๓

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/06/2004 08:25 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 3  
     
 


สุนทรภู่ บรมครูกวีศรีรัตนโกสินทร์ ..... สุนทรภู่ หรือ พระสุนทรโวหาร นามเดิม ภู่ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สุนทรภู่ เกิด เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๓๒๙ ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แถวคลองบางกอกน้อย แต่มีคนมักเข้าใจผิดว่าเกิดที่ อ.แกลง จ.ระยอง เนื่องจากอนุสาวรีย์สุนทรภู่อยู่ที่ อ.แกลง จ.ระยอง ทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดว่าท่านเกิดที่นั่น

โดยในหนังสือสุนทรภู่แนวใหม่ ..... ของ ดำรง เฉลิมวงศ์ ได้เขียนเล่าถึงประวัติของสุนทรภู่เอาไว้ว่า .. บิดาชื่อพลับ เป็นชาวบ้านกร่ำ เมืองแกลง ถูกเกณฑ์มาในกองทัพพระเจ้าตากสิน มีบรรดาศักดิ์เป็นขุนศรีสังหาร มีภรรยาชื่อช้อย แต่งงานแล้วมีบ้านพักอยู่ใกล้กำแพงวังหลัง คลองบางกอกน้อย เกิดสุนทรภู่ๆได้ประมาณ ๑ ปี ก็หย่าร้างกัน เดินทางกลับเมืองแกลง บวชได้เป็นเจ้าอาวาสวัดป่า และเป็นเจ้าคณะเมืองแกลง สมณศักดิ์เป็นพระครูอรัญธรรมรังษี แต่ไม่ปรากฏว่ามรณภาพเมื่อไร .. มารดาชื่อ ช้อย เป็นชาวเมืองฉะเชิงเทรา มาอยู่กับบิดามารดาที่คลองบางกอกน้อย แต่งงานกับขุนศรีสังหาร คลอดสุนทรภู่ได้ประมาณ ๒-๓ เดือน ถูกคัดเลือกเข้าไปเป็นนางนมของธิดาในพระราชวังหลัง ประมาณ ๑ ปีแล้วหย่าร้างกับสามี แล้วมีสามีใหม่ ลูกหญิงอีก ๒ คนชื่อ ฉิม และ นิ่ม ถึงแก่กรรมราว พ.ศ. ๒๓๘๔..

สุนทรภู่ได้เล่าเรียนวิชาหนังสือ ..... ในสำนักวัดชีปะขาว ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า วัดศรีสุดาราม ในคลองบางกอกน้อย ต่อมาได้เข้ารับราชการเป็นเสมียน ในกรมพระคลังสวน แต่ไม่ชอบทำงานอื่นนอกจากแต่งบทกลอน ซึ่งสามารถแต่งได้ดี ตั้งแต่ยังรุ่นหนุ่ม

ใน พ.ศ. ๒๓๕๙ ..... ในรัชกาลที่ ๒ สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมอาลักษณ์ได้เป็นขุนสุนทรโวหาร ระหว่างรับราชการต้องจำคุกเพราะเมาสุราจนครองสติไม่ได้ .. สุนทรภู่ถือกำเนิดขึ้นมา โหรผูกดวงเสร็จ ก็ฟันธงเลยว่า เด็กคนนี้อยู่ในอาลักษณ์ขี้เมา .. ภายหลังพ้นโทษ ได้เป็นพระอาจารย์ ถวายอักษรสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๒

ส่วนในรัชกาลที่ ๓ ..... สุนทรภู่ถูกกล่าวหาด้วยเรื่องของการดื่มสุราและอื่นๆ จนถูกปลดออกจากตำแหน่ง ต่อมาจึงไปบวชอยู่ที่วัดราชบูรณะ หรือ วัดเลียบ และเดินทางไปจำพรรษาตามวัดต่างๆ และได้รับการอุปการะจากพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ จนพระองค์ประชวรสิ้นพระชนม์ ระหว่างนี้ ได้ลาสิกขาบท รวมอายุพรรษาที่บวชได้ประมาณ ๑๐ พรรษา

ครั้นเจ้านายพระองค์นั้นสิ้นพระชนม์ ..... สุนทรภู่ก็ขาดที่พึ่งได้รับความลำบากมาก ต้องลอยเรืออยู่และแต่งหนังสือขาย เลี้ยงชีวิต ต่อมาจึงได้รับพระอุปถัมภ์ จากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาในสมเด็จพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

เมื่อ ..... พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ครองราชย์ สุนทรภู่ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น .. พระสุนทรโวหาร.. ตำแหน่งเจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ายพระบวรราชวังในปี พ.ศ. ๒๓๙๔ ขณะนั้นมีอายุ ๖๖ ปี และรับราชการต่อมาอีก ๔ ปี ก็มรณภาพใน พ.ศ. ๒๓๙๘ รวมอายุได้ ๗๐ ปี

สุนทรภู่ ..... นั้นมีผลงานทางด้านงานนิพนธ์มากมาย จนได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก UNESCO ให้เป็นกวีดีเด่นของโลก ในวาระครอบรอบวันเกิด ๒๐๐ ปีของท่านเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๒๙

สำหรับในวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ นี้ ..... ก็เป็นครบรอบ ๒๑๘ ปี ของสุนทรภู่ ในหลายๆ พื้นที่ หลายๆ โรงเรียนก็ ได้จัดงานรำลึกถึงสุนทรภู่ ยอดกวีศรีรัตนโกสินทร์ที่ตัวตาย แต่ชื่อยังคงอยู่คู่เมืองไทยไปตราบชั่วนิรันดร์



\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/


๓ / ๓

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   27/06/2004 08:27 AM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 4  
     
 


สุภาษิตสอนหญิง


๏ ๏ ๏ประนมหัตถ์นมัสการขึ้นเหนือเศียร
ต่างประทีปโกสุมประทุมเทียน
จำนงเนียรนบบาทพระศาสดา ๏ ๏ ๏

๏ ๏ ๏ อันเป็นมิ่งโมลีสี่ทวีป ............... ดังประทีปส่องทั่วทุกทิศา
ก็ล่วงลับดับไกลนัยนา ............... สู่มหาห้องนิพพานสำราญรมย์
ฉันชื่อภู่ผู้ประดิษฐ์คิดสนอง ............... ขอประคองคุณใส่ไว้เหนือผม
ให้ประเสริฐเลิศล้ำด้วยคำคม ............... โดยอารมณ์ดำริรักชักภิปราย

๏ ๏ ๏ ขอเจริญเรื่องตำรับฉบับสอน ............... ชาวประชาราษฎรสิ้นทั้งหลาย
อันความชั่วอย่าให้มัวมีระคาย ............... จะสืบสายสุริย์วงศ์เป็นมงคล
ผู้ใดเกิดเป็นสตรีอันมีศักดิ์ ............... บำรุงรักกายไว้ให้เป็นผล
สงวนงามตามระบอบให้ชอบกล ............... จึงจะพ้นภัยพาลการนินทา

๏ ๏ ๏ เป็นสาวแส้แร่รวยสวยสะอาด ............... ก็หมายมาดเหมือนมณีอันมีค่า
แม้แตกร้าวรานร่อยถอยราคา ............... จะพลอยพาหอมหายจากกายนาง
อันตัวต่ำแล้วอย่าทำให้กายสูง ............... ดูเยี่ยงยูงแววยังมีที่วงหาง
ค่อยเสงี่ยมเจียมใจจะไว้วาง ............... ให้ต้องอย่างกิริยาเป็นนารี ฯ

๏ ๏ ๏ จะนุ่งห่มดูพอสมศักดิ์สงวน ............... ให้สมควรรับพักตร์ตามศักดิ์ศรี
จะผัดหน้าทาแป้งแต่งอินทรีย ............... ดูฉวีผิวเนื้ออย่าเหลือเกิน
จะเก็บไรไว้ผมให้สมพักตร์ ............... บำรุงศักดิ์ตามศรีมิให้เขิน
เป็นสุภาพราบเรียบแลเจริญ ............... คงมีผู้สรรเสริญอนงค์ทรง

๏ ๏ ๏ ใครเห็นน้องต้องนิยมชมไม่ขาด ............... ว่าฉลาดแต่งร่างเหมือนอย่างหงส์
ถึงรูปงามทรามสงวนนวลอนงค์ ............... ไม่รู้จักแต่งทรงก็เสียงาม
ประการหนึ่งซึ่งจะเดินดำเนินนาด ............... ค่อยเยื้องยาตรยกย่างไปกลางสนาม
อย่าไกวแขนสุดแขนเขาห้ามปราม ............... เสงี่ยมงามสงวนไว้แต่ในที

๏ ๏ ๏ อย่าเดินกรายย้ายอกยกผ้าห่ม ............... อย่าเสยผมกลางทางหว่างวิถี
อย่าพูดเพ้อเจ้อไปไม่สู้ดี ............... เหย้าเรือนมีกลับมาจึงหารือ
ให้กำหนดจดจำแต่คำชอบ ............... ผิดระบอบแบบกระบวนอย่าควรถือ
อย่านุ่งผ้าพกใหญ่ใต้สะดือ ............... เขาจะลือว่าเล่นไม่เห็นควร

๏ ๏ ๏ อย่าลืมตัวมัวเดินให้เพลินจิต ............... ระวังปิดปกป้องของสงวน
เป็นนารีที่อายหลายกระบวน ............... จะสงวนศักดิ์สง่าอย่าให้อาย
อนึ่งเนตรอย่าสังเกตให้เกินนัก ............... จงรู้จักอาการประมาณหมาย
แม้ประสบพบเหล่าเจ้าผู้ชาย ............... อย่าชะม้ายชะม้อยตะบอยแล

๏ ๏ ๏ อันนัยน์ตาพาตัวให้มัวหมอง ............... เหมือนทำนองแนะออกบอกกระแส
จริงมิจริงเขาก็เอาไปเล่าแช ............... คนรังแกมันก็ว่านัยน์ตาคม ฯ
อันที่จริงหญิงกับชายย่อมหมายรัก ............... มิใช่จักตัดทางที่สร้างสม
แม้นจักรักรักไว้ในอารมณ์ ............... อย่ารักชมนอกหน้าเป็นราคี

๏ ๏ ๏ ดังพฤกษาต้องวายุพัดโบก ............... เขยื้อนโยกก็แต่กิ่งไม่ทิ้งที่
จงยับยั้งชั่งใจเสียให้ดี ............... เหมือนจามรีรู้จักรักษากาย
อันตัวนางเปรียบอย่างปทุมเมศ ............... พึ่งประเวศผุดพ้นชลสาย
หอมผกาเกสรขจรจาย ............... มิได้วายภุมรินถวิลปอง

๏ ๏ ๏ ครั้นได้ชมสมจิตพิศวาส ............... ก็นิราศแรมจรัลผันผยอง
ไม่อยู่เฝ้าเคล้ารสเที่ยวจดลอง ............... ดูทำนองใจชายก็คล้ายกัน
แม้นชายใดใจประสงค์มาหลงรัก ............... ให้รู้จักเชิงชายที่หมายมั่น
อันความรักของชายนี้หลายชั้น ............... เขาว่ารักรักนั้นประการใด

๏ ๏ ๏ จงพินิจพิศดูให้รู้แน่ ............... อย่าทำแต่ใจเร็วจะเหลวไหล
เปรียบเหมือนปริศนาอย่าไว้ใจ ............... มันมักไพล่แพลงขุมเป็นหลุมพราง
อันแม่สื่ออย่าได้ถือเป็นบรรทัด ............... สารพัดเขาจะพูดนี้สุดอย่าง
แต่ล้วนดีมีบุญลูกขุนนาง ............... มาอวดอ้างให้อนงค์หลงอาลัย

๏ ๏ ๏ อันร้ายดีมิได้เห็นเป็นแต่ว่า ............... จะคาดหน้าแน่ลงที่ตรงไหน
เหมือนเขาหลอกบอกลาภถึงเมืองไกล ............... อย่าควรไปตามคำเขารำพัน
ทางไกลตาอุประมาเหมือนเสียเนตร ............... สุดสังเกตุเท็จจริงทุกสิ่งสรรพ์
เขาจะนำไปให้ตายก็ตายพลัน ............... คนทุกวันเชื่อมันยากปากมักโกง

๏ ๏ ๏ อันแม่สื่อคือปีศาจที่อาจหาญ ............... ใครบนบานเข้าสักหน่อยก็พลอยโผง
อย่าเชื่อนักมักตับจะคับโครง ............... มันชักโยงอยากกินแต่สินบน
อันความชั่วอยู่ที่ตัวของเราหมด ............... ต้องกำสรดโศกร้างอยู่กลางหน
จงฟังหูไว้หูกับผู้คน ............... สืบยุบลเสียให้แน่อย่าแร่ไป ๏ ๏ ๏

 
     
    By: พี่เก่ง     28/06/2004 12:54 PM  (210.86.208.29)
 

 
  หัวข้อ : 5  
     
 


๏ ๏ ๏ สวรรค์ส่งลงมาเป็นอาลักษณ์
จึงทุกอักษรศรีที่สร้างสรรค์
ร้อยประเลงเพลงมนต์ของคนธรรพ์
กำจายบรรณพิภพมิลบเลือน ๏ ๏ ๏
....................................(ส. เชื้อหอม)

 
     
    By: พี่เก่ง     28/06/2004 03:28 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 6  
     
 


๏ ๏ ๏ สุนทรภู่รู้ค่าภาษาศิลป์
สมเป็นจินตกวี ศรีสยาม
ท่านรู้ซึ้งถึงรสถ้อยงดงาม
จึงแทรกความคิดไว้ในร้อยกรอง
เป็น สุตกวี ผู้รู้แจ้งชัด
เป็นเอก อรรถกวี ไม่มีสอง
เป็น ปฎิภาณกวี ที่ช่ำชอง
ท่านจึงครองใจคนด้วยมนต์กลอน ๏ ๏ ๏
................... (เพชรี เพชรายุ)

 
     
    By: พี่เก่ง     28/06/2004 03:29 PM  (203.144.143.250)
 

 
  หัวข้อ : 7  
     
 


๏ ๏ ๏ อย่างหม่อมฉันอันที่ดีและชั่ว
ถึงลับตัวแต่ก็ชื่อเขาลือฉาว
เป็นอาลักษณ์นักเลง ทำเพลงยาว
เขมรลาวลือเลื่องถึงเมืองนคร ๏ ๏ ๏
..............................สุนทรภู่ (รำพันพิลาป)

 
     
    By: พี่เก่ง     28/06/2004 03:30 PM  (203.144.143.250)
 

" ?????? "    ???   test   3/02/2016 02:39 PM
     
  http://ชาติไทย.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/  
     

     
 
       
ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.