| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแ | ตั้งกระทู้ใหม่ - -



สัมพัสบรรยากาศแห่งนิทาน โพสให้อ่านเล่นๆ

ไม่ได้เข้ามาตั้งนาน บอร์ดนี้ยังดูเงียบเหงาเหมือนเดิม วันนี้เลยขอโพสอะไรเล่นๆให้อ่านพักสมองหน่อย

    �� : Max  Mail to Max    ����� : 30/03/2005 09:04 PM  (61.91.142.*)

 
 
�����Դ��繷��: 1

"ความคิดของผมเปรียบเหมือนเมล็ดพันธ์ดอกไม้ที่นอนนิ่งอยู่ในจิตใจ รอเวลาที่จะมีสัมผัสแผ่วเบามาปลุกให้ตื่น
รอแสงแดดจุมพิตอ่อนโยน รอความมุ่งร้ายสักหยาดเหงื่อ แล้วก็จะผลิบานเป็นดอกไม้งามตระการตา"


"เรื่องแทบทุกเรื่องที่ผมเขียนคือภาพสะท้อนตัวผมเอง ตัวละครทุกตัวคือคนที่มีชีวิตอยู่จริงทั้งสิ้น"


"ผมไม่ได้เขียนเทพนิยายแต่เล่าต่างหากล่ะ"





ในวันที่ 2 เมษายนปีนี้เป็นวันครบรอบ 200 ปี การถือกำเนิดของ “ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน” นักประพันธ์ชื่อก้องชาวเดนมาร์กซึ่งให้กำเนิดเทพนิยายที่ประทับใจชาวโลกมากมายหลายเรื่อง ซึ่งที่ประเทศเดนมาร์กก็ได้มีการเฉลิมฉลองเมื่อไม่นานมานี้

ในโอกาสนี้จึงขอนำนิทานเรื่องเอกของแอนเดอร์สันมาเล่าสู่กันฟังครับ

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:07 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 2

ลูกเป็ดขี้เหร่

มีลูกเป็ดตัวหนึ่งเมื่อฟักออกจากไข่แล้ว ปรากฏว่าตัวโตและหน้าตาอัปลักษณ์ผิดพี่น้องเป็ดตัวอื่น เมื่อโตขึ้นก็ยังร้องเสียงก๊าบ ก๊าบ ให้ไพเราะเหมือนพี่ๆ ไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มันถูกพวกสัตว์ อื่นๆ และพี่น้องของตัวเองรังแกอยู่เสมอ

วันหนึ่งเมื่อมีโอกาส มันจึงหนีไปเพื่อผจญภัยในโลกกว้าง และได้พบว่าโลกนี้เต็มไปด้วยอันตรายและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

เย็นวันหนึ่งของฤดูใบไม้ร่วง ลูกเป็ดขี้เหร่ได้พบกับฝูงหงส์ขนาดใหญ่และสวยงามฝูงหนึ่งบินโผขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายลับไป มันตื่นเต้นมากและคิดว่าเป็นภาพที่น่าประทับใจและไม่มีวันลืม

เมื่อฤดูหนาวที่โหดร้ายมาเยือน ลูกเป็ดต้องต่อสู้กับความยากลำบากมากมาย จนถึงฤดูใบไม้ผลิ ลูกเป็ดได้พบฝูงนกสีขาวที่แสนสง่างามอีกครั้ง ลูกเป็ดตัดสินใจเข้าไปหานกเหล่านั้น ด้วยคิดว่าถ้าไม่ถูกยอมรับเข้าพวก มันก็จะยอมตายเสียดีกว่ามีชีวิตอยู่อย่างลำบากเหมือนที่ผ่านมา ขณะที่บินเข้าไปพร้อมกับก้มมองลงในน้ำอย่างเจียมตัว สิ่งที่มันมองเห็นจากเงาสะท้อนในน้ำไม่ใช่ภาพของลูกเป็ดขี้เหร่ที่น่าเกลียดดังที่มันคิดอีกต่อไป กลับเป็นภาพนกสีขาวคอเรียวยาวแช่มช้อย มันเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า แท้จริงแล้วตัวมันมิใช่เป็ด หากแต่เกิดมาเป็นหงส์ต่างหาก

ลูกเป็ดขี้เหร่บัดนี้คือหงส์ขาวผู้งามสง่ากำลังบินเข้าสู่ฝูงของตัวเองด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสุข

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:09 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 3

เงือกน้อย


เงือกน้อยเกิดในท้องทะเลที่สวยงาม เธอเป็นเจ้าหญิงผู้มีนิสัยแตกต่างไปจากพี่สาวทั้งห้า คือเป็นเงือกที่เงียบขรึมช่างคิด เมื่อเงือกน้อยอายุครบ 15 ก็ได้รับอนุญาตขึ้นมาบนผิวน้ำได้ และบังเอิญพบกับเจ้าชายที่เจออุบัติเหตุเรือแตก เธอจึงช่วยชีวิต และหลงรักเจ้าชายอย่างเต็มหัวใจ โดยยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่างในท้องทะเลไม่ว่าจะเป็นเสียงอันไพเราะ รวมทั้งความรักความผูกพันที่มีต่อครอบครัว ให้กับแม่มดแห่งท้องทะเลเพื่อเปลี่ยนครีบหางให้เป็นขา แม้ทุกย่างก้าวของเธอจะต้องทนเจ็บปวดแสนสาหัสเพียงใด โดยมีข้อแม้ว่าหากได้แต่งงานกับเจ้าชาย ทั้งสองก็จะครองรักกันอย่างเป็นสุข แต่ถ้าวันใดเจ้าชายแต่งงานกับหญิงอื่นเธอก็จะแหลกสลายกลายเป็นฟองคลื่นในทะเล

เจ้าชายได้พบกับเงือกน้อยอีกครั้งในฐานะสาวงาม แต่เงือกน้อยไม่มีเสียงพูดและเจ้าชายก็ไม่สามารถจำเหตุการณ์วันเรือแตกได้ เพราะเมื่อฟื้นขึ้นมาในวันนั้น เจ้าชายก็พบตัวเองอยู่ที่ชายหาดใกล้โบสถ์ โดยมีหญิงสาวจากคอนแวนต์ช่วยเหลือไว้ และเจ้าชายก็ได้หลงรักหญิงผู้นั้นและแต่งงานกับเธอในที่สุด

ในวันแต่งงานเป็นวันที่เศร้าที่สุดของเงือกน้อย เพราะนอกจากต้องสูญเสียคนรักแล้ว ยังเป็นวันที่เธอจะต้องกลายเป็นฟองคลื่น มีเพียงวิธีเดียวที่จะแก้คำสาปของแม่มดได้ คือการนำมีดไปแทงหัวใจของเจ้าชายก่อนพระอาทิตย์ตกดิน แล้วนำพระโลหิตมาล้างเท้าของเธอ จึงจะกลับเป็นเงือกได้อีกครั้ง แต่ด้วยความรักที่มีต่อเจ้าชายทำให้เธอปฏิเสธและยอมตายกลายเป็นฟองคลื่นในทะเลตราบจนทุกวันนี้

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:11 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 4

เด็กหญิงขายไม้ขีด

ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า ท่ามกลางหิมะที่กำลังตกหนัก และอากาศหนาวเย็น มีเด็กหญิงผู้ยากจนคนหนึ่งเดินอยู่ตามถนนเพื่อขายไม้ขีดไฟ เธอไม่ได้สวมหมวกและรองเท้า ในมือมีถุงกระดาษและห่อผ้าเก่าๆ ที่บรรจุไม้ขีดไฟอยู่เต็ม

วันนี้เป็นวันที่โชคร้าย เพราะตลอดทั้งวันเธอยังขายไม้ขีดไฟไม่ได้แม้แต่กลักเดียว ดังนั้นเธอจึงไม่กล้ากลับบ้าน เพราะพ่อจะต้องโมโหและทุบตีเธออย่างแน่นอน

มือทั้งสองของเธอชาด้วยความเหน็บหนาวอย่างแสนทารุณ เธอตัดสินใจหยิบไม้ขีดขึ้นมาจุดหนึ่งก้าน เพื่อหวังที่จะให้มือน้อยๆ อบอุ่น แต่ทันใดนั้น เธอเผลอคิดไปว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่หน้าเตาผิงที่หรูหราและแสนอบอุ่นอย่างมีความสุข พอไม้ขีดดับลงภาพในความฝันก็สลายไป เธอจึงจุดอีกก้านหนึ่ง ครั้งนี้เธอเห็นโต๊ะขนาดใหญ่มีจานชามหรูหราและอาหารส่งกลิ่นหอมน่าลิ้มรส แต่แล้วภาพนั้นก็จางหายไปเมื่อไม้ขีดดับลง เด็กหญิงตัดสินใจจุดไม้ขีดก้านที่สาม แล้วพบว่าตัวเองนั่งอยู่ใต้ต้นคริสต์มาสที่สวยงามประดับไปด้วยเทียนนับพันเล่ม เมื่อไม้ขีดดับลง เธอเห็นเทียนเหล่านั้นพุ่งขึ้นไปยังท้องฟ้ากลายเป็นดวงดาว เมื่อเธอจุดไม้ขีดก้านที่สี่ ปรากฏภาพใบหน้าของย่าที่ตายไปแล้ว ย่าเป็นคนเดียวที่มีความเมตตาให้เธอ เด็กหญิงต้องจะได้เห็นภาพที่แสนสุขให้นานที่สุด เธอจึงจุดไม้ขีดไฟก้านแล้วก้านเล่า และอยู่กับความสุขเหล่านั้น

รุ่งเช้าของปีใหม่ ริมถนนมีร่างน้อยๆ ของเด็กหญิงที่ปราศจากวิญญาณ บนตัวของเธอมีห่อผ้าเก่าๆ และถุงกระดาษวางอยู่ เป็นภาพที่น่าสมเพชแก่คนที่เดินผ่านไปมายิ่งนัก

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:13 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 5

ทหารดีบุกผู้ทรหด

ในห้องของเล่นของเด็กชายคนหนึ่ง มีตุ๊กตาอยู่มากมายในจำนวนนั้นมีตุ๊กตาดีบุก 25 ตัว ทุกตัวแบกปืนยาว ยืนตัวตรง มองตรงไปข้างหน้า แต่มีอยู่ตัวหนึ่งที่ยืนขาเดียวเพราะช่างหลอมมันเป็นตัวสุดท้ายจึงมีดีบุกไม่พอ

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:15 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 6

นอกจากนั้นยังมีตุ๊กตาสาวน้อยกระดาษแข็งตัวเล็กๆ อีกตัว เธอยืนบนขาข้างเดียวเช่นกันเพราะเธอเป็นนักระบำบัลเล่ต์ ทหารดีบุกเห็นขาข้างเดียวของเธอก็คิดว่าทั้ง 2 เหมาะสมกันจึงพยายามที่จะไปทำความรู้จักทักทาย

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:16 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 7

คืนวันหนึ่งมันแอบอยู่นอกกล่องเพื่อรอเวลาไปหาเธอแต่มันก็ถูกตุ๊กตาหน้าผีกลั่นแกล้ง ในวันรุ่งขึ้นมันก็หล่นออกไปนอกหน้าต่าง และการผจญภัยของมันก็เริ่มขึ้นในบัดนั้น เมื่อมันถูกจับลอยใส่เรือกระดาษไหลไปตามท่อระบายน้ำ จนหล่นไปในแม่น้ำ ถูกปลาฮุบกลืนเข้าท้อง แต่ในที่สุดมันก็ได้กลับมาที่ห้องของเล่นอีกครั้ง เมื่อสาวใช้ของบ้านผ่าท้องปลาแล้วจำมันได้

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:17 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 8

...

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:18 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 9

...

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:19 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 10

....

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:20 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 11

....

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:20 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 12

...

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:21 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 13

ทหารดีบุกได้เจอตุ๊กตานางระบำที่มันหลงรักอีกครั้ง แต่ก็ทำได้เพียงมองตากัน และจู่ๆ เด็กชายเจ้าของมันก็โยนมันเข้าเตาผิงไปอย่างไม่คาดฝัน มันกำลังจะละลายแต่ก็ยังยืนตรงอย่างภาคภูมิ ทันใดนั้นลมก็กรรโชกเข้ามาในห้อง พัดเอาตุ๊กตานางระบำปลิวตกลงมาในเตาผิงและถูกไฟไหม้ลามเลียในพริบตา

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:22 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 14

วันรุ่งขึ้นเมื่อสาวใช้มาทำความสะอาดเตาผิง เธอพบดีบุกรูปหัวใจดวงน้อย และเครื่องประดับที่เคยอยู่บนอกเสื้อนางระบำ เคียงกันอยู่ในกองเถ้าถ่าน


.......................................................................................

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:23 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 15

เกือกแดง

เด็กหญิงยากจนแต่สะสวยคนหนึ่งได้รับรองเท้าผ้าสีแดงจากช่างซ่อมรองเท้า เธอรักมันมากและสวมมันเป็นครั้งแรกในวันงานศพแม่ของตน ระหว่างเดินตามโลงศพไปโบสถ์ หญิงชราผู้ร่ำรวยคนหนึ่งนั่งรถผ่านมาเห็นเธอเข้าจึงขอเธอจากนักบวชไปอุปการะ สิ่งแรกที่นางทำเมื่อพาเด็กหญิงไปถึงบ้าน คือเผารองเท้าแดงคู่นั้นเสีย เพราะนางคิดว่ามันน่าเกลียดและผิดกาลเทศะ

เด็กหญิงฝังใจกับรองเท้าแดงมาก วันหนึ่งเธอได้เห็นขบวนแห่ของพระราชินีและเจ้าหญิงซึ่งสวมรองเท้าหนังสีแดง ยิ่งทำให้เธอใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของรองเท้าแดง จนเมื่อมีโอกาสซื้อรองเท้าคู่ใหม่ไปงานพิธีในโบสถ์ เธอจึงเลือกรองเท้าสีแดงที่มีคนมาสั่งตัดไว้แต่ช่างตัดพลาดเล็กเกินไป ทว่าเธอใส่ได้พอดี

ในงานพิธี ทุกคนจ้องมองแต่ที่รองเท้าสีแดงซึ่งผิดกาลเทศะ จิตใจของเด็กหญิงก็คิดถึงแต่ความสวยงามของรองเท้าแดง ในอาทิตย์ต่อๆ มา แม้จะถูกสั่งห้าม แต่เธอก็ยังดื้อดึงจะสวมมันไปโบสถ์อีก

ที่หน้าประตูโบสถ์ เธอได้พบทหารแก่ที่ยืนคอยทำความสะอาดรองเท้าแลกเศษสตางค์ ทหารคนนั้นทำความสะอาดรองเท้าแดงให้เธอแล้วอวยพรให้รองเท้าคู่นี้ติดแน่นเวลาเต้นระบำ

ตลอดเวลาที่อยู่ในโบสถ์ เด็กหญิงคิดแต่เรื่องรองเท้าแดงโดยไม่ฟังคำสวด คำสอนใดๆ และเมื่อเธอออกมานอกโบสถ์ รองเท้าของเธอก็ขยับเต้นรำไปเองโดยที่เธอไม่สามารถบังคับมันได้ต้องเต้นตามไปด้วย จนผู้คนต้องช่วยจับเธอไว้และถอดรองเท้าออกให้ ตั้งแต่นั้นมาหญิงชราผู้อุปการะเธอก็ได้เอารองเท้าแดงไปใส่ตู้ล็อกไว้แน่นหนา

ไม่นานหญิงชราก็ล้มป่วย เด็กหญิงต้องคอยเป็นผู้ปรนนิบัติดูแลใกล้ชิด จนวันหนึ่งมีงานในเมือง เด็กหญิงอยากไปมากจึงแอบหนีไปโดยเอารองเท้าแดงไปด้วย พอสวมมันเข้า รองเท้าแดงก็พาเธอเต้นไปไม่หยุด หูก็ได้ยินเสียงแช่งว่าที่เธอทำตัววางโต โอ้อวด และดื้อดึง เธอเต้นตลอดคืนจนเช้าและเต้นผ่านบ้านที่อาศัยอยู่จึงรู้ว่าหญิงชราผู้มีพระคุณตายเสียแล้ว แต่เธอก็ไม่สามารถหยุดเต้นได้ จนไปถึงบ้านของเพชฌฆาต เธอจึงขอให้เขาช่วยตัดเท้าของเธอที่มีรองเท้าแดงสวมอยู่เพื่อที่เธอจะได้หยุดเต้นเสียที เพชฌฆาตจึงตัดเท้าของเธอออกแล้วทำเท้าไม้กับที่ค้ำยันให้คู่หนึ่ง เท้าที่มีรองเท้าแดงติดอยู่ก็เต้นรำต่อหายเข้าไปในป่าลึก

ด้วยความสำนึกผิดในทุกสิ่งที่กระทำมา เธอจึงกระเสือกกระสนไปจนถึงโบสถ์ และเมื่อได้รับการให้อภัยจากพระที่โบสถ์ เธอก็สิ้นใจ

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:25 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 16

จากนิทานที่เขาแต่งไว้ 156 เรื่อง แม้จะมีผู้กล่าวว่านิทานของแอนเดอร์สันบางเรื่องโหดร้าย บางเรื่องมีบทเกี่ยวกับความรักซึ่งไม่เหมาะสมกับเด็ก แต่แอนเดอร์สันได้กล่าวไว้ว่า "นิทานของเขาสำหรับผู้อ่านทุกวัย ไม่ใช่เฉพาะเด็กเท่านั้น"

ฮือๆ อ่านแล้วจาร้องไห้


เรื่องที่จะให้อ่านเป็นเรื่องสุดท้ายไม่ค่อยเศร้านัก ใครที่รู้จักแอนเดอร์สันคาดว่าต้องรู้จักเรื่องนี้แน่นอน

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:29 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 17

เจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีเจ้าชายที่ตั้งพระทัยไว้ว่าจะอภิเษกกับเจ้าหญิงที่แท้จริงเท่านั้น แม้ว่าจะเสด็จประพาสทั่วทิศแต่ก็ยังไม่เคยได้พบเจ้าหญิงพระองค์นั้นเสียที เจ้าหญิงที่มีอยู่ดาษดื่นในยุคนั้นก็ล้วนแต่มีข้อบกพร่องอยู่บ้างทั้งสิ้น

กระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง หญิงสาวคนหนึ่งปรากฏกายขึ้นหน้าปราสาท ระบุว่าเธอเป็นเจ้าหญิงที่หลงทางมาและต้องการจะขอค้างที่ปราสาทแห่งนี้สักคืนหนึ่ง

พระราชินีผู้เป็นพระมารดาของเจ้าชายทรงได้แผนการทดสอบว่าหญิงสาวผู้นี้เป็น "เจ้าหญิงที่แท้จริง" หรือไม่ โดยเสด็จไปที่เตียงที่จะให้หญิงผู้นั้นพัก รื้อที่นอนออกแล้วนำเมล็ดถั่วเม็ดเล็กจิ๋ววางไว้บนพื้นเตียง ก่อนจะนำฟูกวางซ้อนกันถึง 20 ชั้น และผ้านวมขนนกอีก 20 ผืน

เช้าวันรุ่งขึ้นสาวใช้ถามหญิงสาวว่านอนหลับสบายหรือไม่ เธอตอบว่า "โอย ฉันหลับไม่ลงทั้งคืนเลยล่ะ ไม่รู้อะไรอยู่ในเตียงทำเอาหลังฉันช้ำไปหมด!"

ทุกคนจึงได้รู้ว่าเธอเป็นเจ้าหญิงที่แท้จริง เพราะมีแต่เจ้าหญิงที่แท้จริงเท่านั้นล่ะ ที่จะรู้สึกได้ว่ามีเมล็ดถั่วอยู่ใต้ที่นอนและผ้านวมอย่างละ 20 ชั้น

เจ้าชายจึงอภิเษกกับเจ้าหญิงพระองค์นี้ ส่วนเมล็ดถั่วก็ถูกนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์หลวง ซึ่งเด็กๆ จะเดินทางไปเยี่ยมชมก็ได้นะ ถ้าตอนนี้ยังไม่มีใครขโมยมันไป

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:31 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 18

ขอจบแค่นี้ครับ หึๆ วันนี้ไม่มีอะไรทำ ได้มาโพสอะไรเล่นๆแล้วมันดี บายล่ะ

    �� : Max      ����� : 30/03/2005 09:36 PM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 19

บอร์ดเหงาๆ .......... !!
ขึ้นอยู่กับคนมองและคนคิดเอง ต่างหาก

บางที บางสิ่ง บางอย่าง ที่เราได้กระทำนั้น
ก็น่าจะพอมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ร่วมโลกของเราได้บ้าง
แล้วคนที่จะเห็นคุณค่าของเรา ก็คือคนที่เห็นประโยชน์ในสิ่งที่เราได้กระทำ

หรือ เพียงแค่มีเพื่อนๆ ที่คุยกันรู้เรื่อง
มีความจริงใจซึ่งกันและกัน แม้มีเพียงคนเดียว หรือ ไม่มีเลยสักคน

แต่เราได้กระทำในสิ่งที่เราต้องการ แค่นี้ เราก็น่าจะมีความสุขมากมายแล้ว..........จริงมั้ยคะ :-)




    �� : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    ����� : 31/03/2005 12:28 AM  (202.44.8.*)


�����Դ��繷��: 20

ผมคิดไปเองเหรอ แต่ก็ดีนะ เข้ามาเว็บนี้แล้วมันรู้สึกสงบดี เหมือนอยู่ในโลกห่างจากความวุ่นวาย พอเบื่อๆไม่รู้จะไปเว็บอะไรก็ชอบมาเว็บนี้แหละ สวยแบบเรียบง่าย เนื้อหาก็เยอะดี

    �� : Max      ����� : 31/03/2005 01:12 AM  (61.91.142.*)


�����Դ��繷��: 21


จะมีสุขหรือทุกข์ ก็น่าจะอยู่ที่ใจของเราต่างหาก มั้งคะ ?

แต่สำหรับเราแล้ว ..........
การที่คนเราไม่หัวเราะ นั่งอยู่เงียบๆ เฉยๆ
ก็ไม่ได้หมายถึงว่า ... เรากำลังทุกข์ระทมอยู่
ตอนนั้น เราอาจจะมีความสุขมากๆ ที่คิดถึงใครสักคนอยู่ในใจของเราก็ได้ :-)




    �� : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    ����� : 31/03/2005 06:43 AM  (202.44.8.*)


�����Դ��繷��: 22

คุณเคยมีความรักเหรอคับ อิอิ

    �� : Max      ����� : 31/03/2005 12:04 PM  (61.91.66.*)


�����Դ��繷��: 23

มีสิ ..!!
ไม่มีได้ไง :-)

    �� : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    ����� : 31/03/2005 01:26 PM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 24

เพิ่งเคยเข้ามาดูเป็นครั้งแรก แล้วพออ่านนิทานแล้วถูกใจจังคะ ถ้าเป็นเด็กๆคงได้มีการร้องงอแงขอฟังนิทานอีกไม่รู้จบแน่เลย คุณครูMAX ใจดีจังน้า.........
ที่บอกว่ามีบางคนที่คิดว่าในหนังสือเล่มนี้มีนิทานบางเรื่องที่ไม่เหมาะกับเด็กอาจจะเสนอแง่มุมที่รุนแรงเกินไป แต่คุณบอกว่ามันเหมาะกับคนทุกวัย อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยทำไม่ถึงคิดว่ามีแต่เด็กเท่านั้นที่ต้องอ่านนิทานทั้งๆที่ผู้ใหญ่นั้นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายรับการบำบัดทางจิตใจอย่างหนักเด็กๆเขามีจิตใจที่บริสุทธิ์อยู่แล้วผู้ใหญ่ต่างหากที่ไปกะเกณฑ์เด็กเพราะอยากให้เขาเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ
จริงๆเป็นคนชอบอ่านนิทานนะ ความฝันคืออยากเป็นนักเล่านิทาน ถึงที่สุดคือเราแต่งนิทานเองได้ก็น่าจะดีไม่น้อยเลย (ยังต้องทำตามฝันอีกไกลคะ) เพราะฉนั้นต้องขอบคุณที่แนะนำหนังสือนิทานอีกเล่มหนึ่งเพราะลองอ่านเรื่องที่เขียนมาแล้วก็บอกตัวเองว่าต้องอ่านเรื่องที่เหลือให้ได้เลย
มีอะไรดีๆก็นำมาฝากกันอีกนะคะ

    �� : raya      ����� : 10/06/2005 06:03 PM  (202.28.50.*)



ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.