| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- - เข้าระบบผู้ดูแ | ตั้งกระทู้ใหม่ - -



ตู้ปลา ..!!




สวัสดีค่ะน้องน้ำตาล

พี่โสนเองนะคะ พอดีน้องตาลเขียนไว้ว่ามีตู้ปลา พี่ก็คิดมาหลายคืนแล้วว่าจะถามอย่างไรดี เพราะกระทู้มันยาวแล้วนะคะ แล้วพี่ก็ไม่กล้าขึ้นกระทู้ใหม่ เกรงใจน้องน้ำตาลคะ เพราะมันออกจะส่วนตัวนิดๆด้วย ถ้าน้องตาลสะดวก และมีเวลาช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมคะว่ามีปลาอะไร ต้นไม้อะไรบ้าง พี่สนใจคะ

พี่พยายาม พี่เขียนกระทู้ไม่ค่อยเป็น เวลาคุยเล่นๆมักจะแซวแรงๆ เพื่อนผู้หญิงอันน้อยนิดที่มีก็เป็นเหมือนกัน แล้วเราก็ไม่รู้ตัวด้วยว่า เพราะเราฝึกลับฝีปากไว้รับมือกับกลุ่มผู้ชายจนติดนิสัยไปเลยคะ ถ้าแซวแรงไปในเวปน้องน้ำตาลก็อย่าโกรธกันนะคะ พี่ไม่ตั้งใจเลยคะ

ช็อคโกแลตพี่เก่งสวยไหมคะ :) ที่เยอรมันมีช็อคโกแลตยีห้อ Lindt ที่อร่อยมากๆ พี่จะไม่ค่อยได้ทานสวยๆ ที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยมักเอามาขายแบบถุงโตๆคละรส คละลาย ไม่ได้ห่อกระดาษสวยๆอะไร แต่ราคาถูกมากคะ โดยเฉพาะช่วงหลังเทศกาลที่มีการแจกช็อคโกแลตเด็กๆ ก็จะมีช็อคโกแลตเหลือๆมาลดราคา โชคดีก็เป็นของเรา คิ๊กๆๆๆ

อ่านเจอว่าน้องตาลไม่ชอบการใช้ชื่อเปลี่ยนๆไปในเวปบอร์ด พี่ก็ขอโทษนะคะ แต่ก็อยากมาเล่นที่บอร์ดน้องตาลคะ น่ารักดีคะ

หวังว่าไม่รบกวนเวลาน้องน้ำตาลมากไปนะคะ มีความสุขมากๆนะคะ

    �� : โสน      ����� : 22/08/2004 11:06 AM  (202.44.14.*)

 
 
�����Դ��繷��: 1




สวัสดีคะ พี่โสน

ตอนนี้ ... ตาลทำงานของตาลอยู่นะคะ เดี๋ยวว่างๆ แล้วตาลมาตอบให้ใหม่คะ พี่โสน ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ หรอกนะคะ พวกเราคุยเล่นกันสบายๆ ภาษาจะดึกดำบรรพ์แค่ไหนก็พูดได้ตามสบายเลย ที่เว็บไซต์น้ำตาล ไม่มีจำกัดการกรองคำหยาบ เพียงแต่ให้รู้กันว่า เราควรคุยกันประมาณไหน และ ไม่ระรานความคิดเห็นของผู้อื่นมากจนเกินไปก็พอแล้ว คุยกันที่เว็บบอร์ด จะได้ช่วยกันตอบได้หลายๆ คน บางท่านก็อายุมากแล้ว ปกติไม่ค่อยคุยเล่นกับใครๆ แต่พี่ๆ เค้ามีสาระมากมายส่งมาที่เมล์เสมอๆ ถ้าพวกเราคุยกันสนุกๆ ท่านใดมีความรู้หรือสนใจในเรื่องอะไรๆ บ้าง ก็อาจจะอยากออกมารวมวงด้วย บรรยากาศก็ดูดีออกนะคะ นานๆ ไป จะได้มีผู้กล้าออกมาคุยกันเรื่อยๆ ไงคะ นิสัยคนไทยส่วนมาก ต้องมีผู้นำ :-)

แต่ ... จะอ่านอย่างเดียว หรือ ร่วมคุยเล่นด้วยกันบ้าง ก็ไม่มีปัญหาหรอกนะคะ .. ที่นี่ เป็นที่พักผ่อนสบายๆ ภาษาไม่ว่าจะภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย ล้วนมีถ้อยคำมากมายมหาศาล ที่พวกเราสามารถเลือกใช้ได้หลากหลาย ที่จะทำให้ผู้อ่านอย่างเราๆ ได้อ่านแล้ว รู้สึกว่าพวกเราเป็นมิตร กันและกัน ได้มากกว่าที่บางท่านกำลังกระทำกับน้ำตาลและเว็บไซต์น้ำตาลอยู่เรื่อยๆ :-)

แค่ ... แสดงความเป็นมิตรให้กันและกัน เราก็น่าจะคุยกันได้แล้ว .. จะคุย จะถาม ก็ได้ทุกเรื่องคะ ใครใคร่ตอบก็ตอบ เราไม่ว่ากันอยู่แล้ว .. แต่ถ้าใครอ่านแล้ว รู้สึกก้าวร้าว ระรานกันก่อน แล้วเค้ายอกย้อน โดนบอมส์กลับไปบ้างก็อย่ามาว่ากัน .. เพราะที่นี่ ทุกคนมีตัวตน มีชีวิต เป็นปกติของมนุษย์คนธรรมดา ยังมิได้บรรลุ..!! เพียงแต่พวกเราใฝ่ดี และ ชอบที่จะอยู่ในโลกของคนที่มองโลกอย่างมุมมองที่สร้างสรรค์มากกว่าเท่านั้น

พูดและเขียน ... อย่างที่เป็นตัวเรา อย่างที่เราเป็นในชีวิตจริงๆ
มีความเกรงใจและเอื้ออาทรซึ่งกันและกันบ้าง ชีวิตของพวกเราตรงนี้ ก็มีความสุขมากมายแล้วคะ

แล้วค่อยคุยกันใหม่นะคะ



โชคดีค่ะ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    ����� : 22/08/2004 11:09 AM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 2

ขอบคุณนะคะ แล้วพี่จะเข้ามาดูในเวปคะ
ทำงานให้สนุกนะคะ

    �� : โสน      ����� : 22/08/2004 11:09 AM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 3




สวัสดีคะ พี่โสน :-)

น้ำตาลมาตอบชุดใหญ่แล้วนะคะ

เริ่มอะไรก่อนดี ... ตอบเรื่องช็อคโกแลตสวยๆ จากพี่เก่งก่อนแล้วกันนะคะ :-)

น้ำตาลกับพี่เก่ง ... นัดแลกเปลี่ยนขนมกันวันจันทร์ที่ ๙ ส.ค.นี้คะ แล้วขนมทองพับสูตรของน้ำตาล ที่ตาลวานให้แม่บ้านทำ ก็ยังไม่ได้มาเลย .. ช่วงนี้พี่เก่งก็ไปประชุมฯ ที่จังหวัดระยองยังไม่มีเวลามามั้งคะ ตาลก็เลยยังไม่รู้ว่า ของฝากจากพี่เก่งจะเป็นช็อคโกแลตสวยๆ อย่างที่ตาลขอไปหรือเปล่า :-)

มาถึงเรื่อง ตู้ปลา เป็นงานอดิเรกโดยบังเอิญของตาลอย่างหนึ่ง .....
แล้วก็เป็นนิสัยของตาลเองมั้งคะ ที่ชอบเก็บของ แต่ไม่ใช่เก็บแบบสมบัติบ้านะคะ ตาลเก็บของแบบหมวดหมู่ ส่วนใหญ่จะอยู่เป็นรูปเล่มมากกว่าตั้งโชว์ ... เช่น สมุดสแตมป์ .. สมุดสะสมเงินตรา .. สมุดภาพสีน้ำมัน .. สมุดภาพ Paint .. สมุดภาพนักกีฬาเก่ง...เก่ง .. CD ภาพยนตร์ .. หนังสือ .. นาฬิกา .. ภาพ View .. ภาพการ์ตูน .. ภาพโบราณ .. ภาพ Post Card ต่างประเทศ และในประเทศ ที่เพื่อน..เพื่อน และ ตาล ส่งโต้ตอบกันทาง ป.ณ. .. การ์ดโทรศัพท์ .. การ์ดเครดิต...แอบเก็บไว้ไม่เคยหักส่งคืน พอเค้าทวงถามก็บอกว่าส่งแล้วคืนแล้ว .. ยังมีอื่น...อื่นอีกอย่างละนิด .... ฯลฯ.

งานอดิเรกของตาล ... ส่วนใหญ่ จะเป็นของสะสมมากกว่า อาทิเช่น เด็กๆ ก็เริ่มสะสมแสตมป์ .. พอโตขึ้นมาหน่อย เริ่มท่องเที่ยวในโลกกว้าง ก็มีเงินตรา ของประเทศต่างๆ มาเก็บสะสมไว้ ธนบัตร ของบางประเทศสีสันสดใสชวนมอง ชวนดู และชวนเก็บ .. ต่อมาก็เป็น การ์ดโทรศัพท์ ของบ้านเรา และ ของต่างชาติบ้าง .. หนังสือ หลากหลายแนว เด็กๆ ก็มีแต่การ์ตูนเต็มไปหมด ตอนนี้ ใครว่าอะไรดี ก็จะไปหาซื้อมาเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยหาเวลาอ่านทีหลัง .. นาฬิกา ชอบมาก เห็นเมื่อไร ต้องร้องขอให้ พ่อ แม่ ซื้อให้ทุกครั้ง ซื้อมาก็ไม่เคยได้ใช้ แต่เห็นไม่ได้ ต้องมีติดมือกลับบ้านทุกครั้ง .. ตอนนี้ เริ่มรู้สึกว่า ของที่เราสะสมมา มีค่า กะตัวเรา และ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราไปแล้ว ต้องคอยหาเวลาดูแล

เมื่อเราโตขึ้นเรื่อยๆ ... ความคิดต่อสิ่งสะสมพวกนั้น ก็ยิ่งมีความหมายในความสนใจของเรามากขึ้น เราไม่ได้มองแค่ความสวยงามภายนอกอีกแล้ว งานอดิเรกจากของสะสมพวกนี้ ทำให้เราเป็นคนช่างสังเกต คอยเฝ้าดู ติดตาม อย่างใจเย็น เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ที่ก่อตัวขึ้นในความรู้สึกลึก…ลึกในจิตใจของเราเอง....!!

ที่บ้านพักของตาล ... มีปลาตู้ ด้วยนะคะ แต่มีด้วยความบังเอิญมากกว่าคะ เลี้ยงมาได้เกือบ ๕ ปีแล้ว วันที่ได้มา เพื่อนตาล ชวนไปงานวัดใกล้ๆ บ้าน ในงานก็มี ออกร้านขายของ มีเกมต่าง…ต่าง มากมาย มีอยู่ร้านนึง เค้าแข่งขันตักปลาเงินปลาทองกัน เราต้องเสียเงิน ครั้งละ ๑๐.- บาท และ จะได้กระชอนที่ทำด้วยกระดาษฟางขนาดพอเหมาะที่จะตักปลาตัวเล็ก..เล็กได้ครั้งละ ๑-๒ ตัว ตาลก็ไปยืนดูเพื่อน..เพื่อนตักปลาพวกนั้น ทั้งคนขาย คนตัก คนดู สนุกสนานมาก มีเสียงหัวเราะ เสียงโมโห ต่อว่าเจ้าปลาตัวน้อย บางคนโลภมาก ตักปลามาหลายตัว กระชอนเป็นกระดาษฟางก็ขาดก่อนที่จะถึงกระบอกใส่ปลา

เพื่อน..เพื่อนหันมาบอกตาลว่า ... เอ้อ...พูดดีมาเลย มาลองดูบ้างสิ

ตาลก็ลองดู ... โชคช่วยมั้งคะ แค่ตาลเอามือลงไปตี..ตี น้ำ เจ้าปลาน้อยแทนที่จะหนีกลับว่ายมาหามือตาลใหญ่เลย เหมือนสังข์ทองเรียกปลาเลยคะ ไม่ได้โม้นะคะ :-) ตาลก็ตักได้สบาย…สบายประมาณ ยี่สิบกว่าตัว จนกระชอนขาด เสียเงินไปแค่ ๒๐.- บาทเอง นับแต่วันนั้น...พวกเราเลยต้องมีภาระเลี้ยงปลาเงินปลาทองอีก แต่ก็สวยดีนะคะ เพลินตาดีคะ

แล้วก็มีทุกรสชาติเลยคะ ... เกิด แก่ เจ็บ ตาย..!!

ตายนี่ ...
ส่วนใหญ่ ตาลทำเค้าตาย...นะคะ ก็เศร้าไปหลายวันเลยคะ .......ฯลฯ

ในตู้ปลา ... ตอนนี้ก็จัดเหมือนๆ ตามที่ร้านรับจ้างจัดและดูแลตู้ปลาเค้ามาจัดการให้ทุกๆ ๒ สัปดาห์ เค้าจะมาดูแลและเปลี่ยนน้ำให้ เค้าคิดค่าใช้จ่ายเดือนละเท่าไรไม่ทราบคะ พ่อแม่เป็นคนจัดการให้คะ ตาลดูเล่นสวยๆ อย่างเดียวคะ :-)

.................................................................................................

ดูภาพปลาและตู้ปลาสวยๆ ฝีมือของพี่เอจาก AC104 นะคะ ...

- http://www.ac104.com/forum/showanswer.php?qid=805

.................................................................................................



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    ����� : 22/08/2004 11:21 AM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 5

ขอบคุณมากๆเลยคะน้องน้ำตาล แค่เห็นรูปปลากัดก็ดีใจแล้ว พี่เอถ่ายรูปได้บรรยากาศมากๆเลย

น้องน้ำตาลโชคดีจังที่ของสะสมยังอยู่ดีมีค่า พี่ย้ายบ้านบ่อยๆ มากๆ แล้วของสะสมสมัยเด็กๆจะหายไป ที่คิดว่าเสียดายที่สุดคือรูปวาดฝีมือตัวเองค่ะ ที่วาดส่งครูในแต่ละสัปดาห์ พี่คิดว่าทำได้ดี แต่ละภาพจะใช้ความอดทน และมีรูปแบบที่ต่างๆกันไป พี่จะวาดตามจินตนาการเด็ก ด้วยเทคนิคที่ต่างๆกันไปแล้วแต่ครูจะสั่งคะ ภาพเหล่านั้นถ้าสะสมรวมกันก็จะเป็นร้อยรูป เพราะเราวาดภาพกันทุกสัปดาห์ตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยม บางภาพถูกนำไปแสดงนิทัศการณ์โรงเรียน ตอนนี้ให้กลับไปวาดใหม่ก็ไม่ได้ดีเท่าเดิม เพราะวัยและอารมณ์เปลี่ยนไปหมดแล้ว บวกกับฝีมือตกด้วยคะ

เดี๋ยวพี่มาต่อนะคะ ต้องไปสะสมเสบียงก่อนคะ พรุ่งนี้ห้างปิดหมด แล้ววันนี้ก็ปิดเร็วด้วยคะ ไม่ได้เปิด ถึง 4 ทุ่มแบบบ้านเรา

    �� : โสน      ����� : 22/08/2004 11:41 AM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 6

กลับมาแล้วคะ ห้างขายของชำที่พี่ไปเค้ามีชั้นบนเป็นร้านขายปลา และสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆเช่นกระต่าย กิ้งก่า เต่า กุ้ง พวกนี้คะ พี่มักแวะไปดูทุกทีที่ไปซื้อของเค้าขยันจัดร้านให้มีปลาใหม่ๆมาบ่อย มีนีโม่น้อยน่ารักด้วยคะ

เริ่มเกริ่นไกลๆก่อนนะคะ การเลี้ยงสัตว์ของพี่เริ่มตั้งแต่จำความได้เลย มีทั้งสัตว์เลี้ยงแสนรักและแสนโหด พี่เริ่มจากสัตว์ปีกพวกแมงทับ ด้วง ตั๊กแตนต่อยมวย ซึ่งเราต้องไปหากันมา ตามกระแสแถวบ้านพี่ งูก็เคยเอากลับมา นี่จริงๆนะมีคนให้มาเป็นงูเผือก แต่ผู้ใหญ่ก็รับไปดูแล พี่ก็ไม่เห็นว่าสนุกเพราะจับต้องก็ไม่ได้ ภารกิจที่พี่ชอบคือหาอาหารให้แมงทับแสนรัก พี่ว่ารุ่นน้องตาลคงไม่เคยเห็นนะคะ แมลงปีกแข็งสีเขียวพระอินทร์ เค้าจะชอบใบมะขามเทศอ่อน พี่จะมีความสุขเวลาดูเค้าแทะเล็มเป็นแหว่งๆเล็กๆครึ่งวงกลม พวกเราเจ้าของแมงทับก็ทานฝัก รสฝาดๆหวานๆ การที่เห็นแมงทับออกไข่ซึ่งซ่อนไว้ใต้ดินในโหลแก้วที่เราเลี้ยงถือเป็นความสำเร็จอันสูงสุด

ที่นี้หน้าฝนเราก็ต้องหา กุ้ง หอย ปู ปลากัน ที่น่าทึ่งก็คือ สัตว์เหล่านี้มาเดินกันให้เกลื่อนถนน มาเล่นน้ำฝนกับเราด้วย พี่เองนอกจากจะได้ปูแล้ว ก็ได้เต่ากลับมา ที่จะเป็นอาหารนั้นพึ่งพาพี่ไม่ได้เลย แม่ใหญ่ของพี่รับเลี้ยงเต่า ซึ่งก็เลี้ยงง่ายๆด้วยผักบุ้ง จำได้ว่าเลี้ยงได้ไม่นานเราก็เอาเค้าไปปล่อย ไม่ทราบว่าเหตุผลอะไร ถ้าคิดให้ดูดีก็คงเป็นการคืนอิสรภาพมั้งคะ

แถวบ้านพี่พอฝนตกมากๆ น้ำก็ท่วมคะ ท่วมมากพอที่พี่จะลอยในกาละมังได้ พี่ก็แสนจะมีความสุขที่ปลาจะมาว่ายเวียนถึงบันไดบ้าน คนรักปลาอย่างพี่ คือรักที่จะทานปลา และเสาะหามาดูเล่น ทีนี้พวกพี่เค้าเลี้ยงปลากัดกัน พี่ก็ได้เลี้ยงกับเขาด้วย พี่ๆเค้าเลี้ยงไว้กัด แต่พี่ไม่ชอบกัด ไม่เข้าใจด้วยว่ากัดกันยังไง พี่เริ่มชอบสีสัน และประทับใจมาเรื่อยๆ

พี่ไปเข้าโรงเรียนที่ต่างจังหวัด ทุกๆปิดเทอมแม่จะรับกลับมากรุงเทพ ย่านบางกะปิ ซึ่งภาพที่พี่จำได้คือ มีหนองน้ำบ่อน้ำตื้นๆหลายบ่อ แล้วบ่อโตๆด้วย โตแล้วกลับไปดูไม่เหลืออะไรให้จำได้อีกแล้ว บ้านคุณลุงผู้พัน คุณนายผู้กอง ที่พี่ไปวิ่งกลิ้งเล่น สมัยเด็กว่ากว้างใหญ่ กลับไปต้องตกใจที่มันเล็กได้อย่างเหลือเชื่อ พี่ก็เดาๆว่าบ่อพวกนั้นคงจะเล็กๆเหมือนกัน ไม่โตๆเหมือนที่พี่รู้สึกตอนเด็กๆ

บ่อเหล่านี้มีปลา มีบัวหลวง บัวสาย และพืชน้ำที่เป็นอาหาร มากมาย ตอนนั้นเด็ก ก็รู้แต่ว่าสนุก ไม่รู้หน้าตาปลาเป็นอย่างไรก็ไม่ได้สังเกตุ รู้แต่ตัวลื่นๆอาบโคลน แถมมีอาวุธคมบาดมือเราด้วย ปลาตัวที่จับมาจากโคลนคงเอาไปทานเป็นอาหารไป

พอโตมากๆแล้ว พี่ก็มีโอกาสได้เลี้ยงปลากัดอีก เป็นโหลใหญ่กว่าสมัยเด็ก ปลากัดสีฟ้าหางยาว คราวนี้รักมาก เพราะสอนกันได้ เข้าใจกันมาก เค้าจะส่ายหางดีใจเมื่อเห็นเรากลับมา แล้วก็สามารถกระโดดได้สูงขึ้นมางับอาหารจากปลายนิ้ว ที่พี่แสนภูมิใจในการฝึกฝน ซึ่งเลี้ยงได้แค่ปีกว่า มีภรรยา แต่ไม่มีบุตร แล้วก็ตายไป

เกริ่นยาวมากแล้ว ก็เข้าเรื่องตู้ปลาซะทีนะคะ

    �� : โสน      ����� : 22/08/2004 11:51 AM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 7

พี่มีปลาขวด ปลาโหล ปลาอ่าง มาแล้ว ก็เพิ่งมีปลาตู้ที่เยอรมันนี่เองคะ พี่ได้มาเป็นของขวัญ ตอนนี้มีปลาที่ไม่ทราบชื่อ มีกุ้ง christal red สีเหมือนกุ้งซูชิเลยคะ ที่ญี่ปุ่นเค้านิยมเลี้ยงกันมาก อ่านจากเวปนะคะ เทจจริงอย่างไรคุณชีวประภาอาจจะทราบบ้าง พอมีตู้ปลาก็ต้องมีพืชน้ำ มีการขยายพันธุ์ พี่ก็เกิดความสนใจใฝ่รู้ขึ้นมา ต้องจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับปลา ก็พบว่า พืชน้ำสำหรับตู้ปลา นั้นแสนแพง ผักตบชวาที่บ้านเรามีมากจนต้องกำจัดนั้น ที่นี่ขาย กอละ 1.5 -3 ออยโร โอโห!! วิธีที่ประหยัดคือการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ที่มีตู้ปลาเหมือนกัน แล้วก็พยายามปลูกผักที่เราซื้อมาทานนี่แหละคะ เช่นผักบุ้ง ผักกระเฉด แม้แต่แห้วก็ลองด้วยคะ ก็กลายเป็นอาหารเจ้าหอยเจ้าปลาไป โกร๋นหมดคะ

พอเจอนักเลี้ยงปลาอื่นๆมากขึ้น ไปแวะร้านปลาบ่อยขึ้น เค้าก็มักจะถามเราเกี่ยวกับปลาที่มาจากเอเซีย และปลาไทยต่างๆ ที่มีเข้ามาขาย ชื่อก็คุ้นๆทั้งนั้นเหมือนเคยเล่นน้ำด้วยกันสมัยเด็ก :) มีแม้กระทั่ง ปลาดุก ปลาสลิด ไม่เคยเห็นว่าจะสีสวย ดูน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ เห็นแต่ที่ย่างและทอดฟูๆมาอร่อยๆ กุ้งเค้าก้เลี้ยงกันด้วยค่ะ แบบกุ้งแช่น้ำปลานี่เลยคะ

แล้วตอนนี้ก็มีปลาข้าว มาจากไทย คือเค้าว่าปลานี้โตในนาข้าว ตัวใสๆ ตาสีฟ้าสวย ขนาดประมาณ 4 เซ็นติเมตรคะ ที่แปลกคือเค้าจะมีไข่ 4-5 ฟองตอนเช้าๆ ห้อยๆไปมา แล้วก็ร่วงหายไป ไข่ไม่อยู่ในท้องเหมือนปลาอื่นๆ ไว้พี่จะถ่ายรูปให้ดูนะคะ

นี่แหละคะ พอมีใครถามถึงพืชน้ำ ปลาต่างๆที่มาจากบ้านเรา แล้วเราไม่รู้จัก จะรู้สึกเสียเชิงนิดๆ มิหนำซ้ำ พืชต่างๆก็ยังรู้กันมากเหลือเกิน พี่ก็เลยอยากแลกเปลี่ยนกับใครที่มีตู้ปลาที่เมืองไทยว่าเค้าปลูกพืชน้ำอะไร เลี้ยงปลาอะไรกันนะ จะมีพืชน้ำพวกผักแว่น ผักที่ทานได้มาปลูกกันบ้างไหม หรือมีใครเลี้ยงปลาเข็ม ปลาปักเป้าไทยๆกันบ้างไหม

ปลาทองของน้องตาล พี่เคยคิดอยากได้คะ ว่ายดุกดิกน่ารัก ปลาทองสีน้ำตาล พี่ว่าเท่ห์ดีนะคะ แต่เค้าต้องการพื้นที่มากๆ บวกกับดูแลยาก ก็เลย ไปดูตามร้านก็น่ารักดีแล้วคะ :)

    �� : โสน      ����� : 22/08/2004 11:52 AM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 8

ผมต้องออกตัวก่อนว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญกับเรื่องทุกๆเรื่องในญี่ปุ่นเสียทีเดียว แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ผมสนใจผมอาจจะพอให้ข้อมูลได้บ้าง ตอนนี้เพื่อนคนไทยบางคนเหมาเอาว่าตอนนี้ผมเป็นคนญี่ปุ่นไปแล้ว ในขณะที่เพื่อนคนญี่ปุ่นที่นี่บางคนก็เกือบลืมไปว่าผมเป็นคนไทย เขาคิดว่าเรามาเรียนหนังสือที่นี่แล้วคงฝังรากที่นี่หลังเรียนจบไปแล้ว

จริงๆแล้วผมยังคิดแบบไทยๆอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่ปฏิเสธว่าได้รับอิทธิพลความคิดในด้านดีบางอย่างจากสังคมญี่ปุ่นมาผสมผสานเวลาจะคิดหรือทำอะไรบางอย่างในปัจจุบัน โดยเฉพาะที่นี่เป็นสังคมญี่ปุ่น เรื่องบางเรื่องมาใช้วิธีแก้ปัญหาแบบไทยๆมันใช้ไม่ได้ครับ เผลอๆเรื่องดีกลายเป็นร้ายอีก ตัวอย่างที่ผ่านมามีเยอะแยะ

เรื่องกุ้งที่คุณโสนพูดถึง ผมไม่รู้ว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร ที่นี่ไม่ค่อยมีใครใช้ภาษาอังกฤษเรียกชื่อสิ่งของครับ อย่างปลาแมคคอเร็ลเขาก็เรียกว่า ปลาซาบะ หรือดอกไฮดรานเยีย ซึ่งจริงๆต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น เขาเรียกกันว่า ดอกอาจิไซ (คนไทยไม่มีใครเรียกดอกอาจิไซนะ) ตัวยีราฟที่นี่เขาเรียกว่า กิริน

(ตำนานดอกอาจิไซนี่น่าสนใจครับ เป็นเรื่องโรแมนติกที่เวลาเล่าให้น้องผู้หญิงไทยคนไหนฟังก็มักจะปลื้มกับตำนานนี้ ไม่รู้ว่าคุณโสนอยู่ที่เยอรมัน รู้จักตำนานรักในอดีตระหว่างหมอชาวเยอรมันVan Bon Seiboldsกับผู้หญิงญี่ปุ่นที่ชื่อ โอทากิ ไหม? ดูเหมือนจะมีหอพิพิธฑภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติของคุณหมอชีโบลด์ในยุโรปด้วย คุณหมอเกิดในเยอรมันแต่ทำงานให้กับบริษัทการค้าอีสท์อินเดียของฮอลแลนด์)

เคยผ่านร้านขายพวกปลาตู้ เห็นเขาขายกุ้งด้วย อาจจะเป็นชนิดเดียวกับที่คุณโสนพูดถึงก็ได้ เห็นปลาที่เขาเลี้ยงในสวนสาธารณะหรือตามบ้านที่นี่แล้วดูอ้วนมากๆ เห็นปลานิลในสวนตัวใหญ่มาก ผมมาอยู่ญี่ปุ่นถึงได้รู้ว่าปลานิลในไทยมีต้นกำเนิดมาจากจักรพรรดิญี่ปุ่นองค์ปัจจุบันสมัยยังทรงเป็นมกุฎราชกุมารเสด็จไปเยือนไทยแล้วทรงมอบปลานิลให้ประเทศไทยไปเพาะเลี้ยง

โดยส่วนตัวผมไม่สนใจเลี้ยงปลาเพราะเคยเลี้ยงแล้วพอเปลี่ยนน้ำใหม่ลืมไปว่าน้ำมีคลอรีน ปลาตายหมด รู้สึกผิด

ยิ่งตอนนี้พยายามรักษาไม่ให้ศีลด่างพร้อย ยิ่งพยายามหลีกเลี่ยงการทำลายชีวิตสัตว์ จะสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ทุกชีวิตต่างรักชีวิตของมัน ยิ่งคุณฆ่าสัตว์มากเท่าไหร่ ชีวิตคุณอาจจะสั้นมากขึ้นเท่านั้น นี่เป็นความเชื่อที่ผมได้รับการปลูกฝังมาภายหลังจากสนใจปฏิบัติธรรมมากขึ้น

การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับคนอีกหลายๆคน เพราะอาจจะทำให้จิตใจของผู้คนที่เลี้ยงมีความอ่อนโยน มีความเมตตาต่อสัตว์และคนอื่น แต่สำหรับผม ภายหลังจากเคยเลี้ยงแมว เลี้ยงปลา เลี้ยงแมลงทับ เลี้ยงด้วง แล้วมันตายจากไป ผมรู้สึกเศร้าเพราะมีความผูกพันกับสัตว์เหล่านั้น วิธีหลีกเลี่ยงจากความเศร้าที่อาจจะเกิดขึ้นมาอีกคือไม่เลี้ยงอีกต่อไป

นี่ถ้าสมมติว่าตอนนี้เลี้ยงหมาอยู่ในเมืองไทย คงคิดถึงมากๆที่ไม่ได้เจอหน้ามัน เป็นห่วงมันว่าจะเป็นอย่างไร หรือถ้าผมคิดจะเลี้ยงปลาที่นี่ ถ้าผมกลับเมืองไทยจะจัดการกับปลาเหล่านี้อย่างไร เคยไปบ้านเพื่อนคนสวีเดนที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เขาบอกว่าเขาจะทิ้งปลาไปตอนกลับประเทศเขา ผมฟังแล้วรู้สึกโหดร้ายพอสมควร ผมทำไม่ได้หรอก สัตว์เลี้ยงเวลาเราเลี้ยงเรามีความผูกพันเหมือนมันเป็นลูกของเรา บทจะทิ้งก็ทิ้งดื้อๆแบบนั้นคงไม่ใช่เรา

คุณโสนน่าจะอายุน้อยกว่าผมราวๆ ๗-๘ ปี ดูเหมือนจะผ่านประสบการณ์ในวัยเด็กมาในรุ่นที่ยังพอจะใกล้เคียงกันบ้าง เรื่องที่คุณโสนเล่า ทำให้นึกถึงเหตุการณ์สมัยผมเป็นเด็กขึ้นมา

ผมมักจะไม่ค่อยเรียกใครที่อายุน้อยกว่าโดยเอาคำว่าน้องนำหน้า รุ่นน้องหลายๆคนเขาพยายามให้เรียกเขาว่าน้องอย่างโน้นน้องอย่างนี้ เราไม่ชอบเรียกแบบนั้นเราเลยไม่เรียก แต่ผมมักเรียกคนที่อายุมากกว่าว่าพี่ เวลาคบกันเราคบกันเป็นเหมือนเพื่อนมากกว่าแต่เคารพนับถือในวัยที่ต่างกัน (ผมพึ่งมารู้ว่าคำว่าอาวุโสในภาษาบาลีแปลว่าคนอายุน้อยกว่า ภันเตต่างหากที่แปลว่าคนที่มีอายุมากกว่า ก็ตอนที่บวชนี่แหละ ไม่รู้ว่าทำไมภาษาไทยใช้ในความหมายตรงข้ามแบบนี้มานาน ถ้าอยู่ดีๆผมลุกขึ้นมาแปลตามต้นกำเนิดภาษาบาลีจริงๆ คงมีคนว่าผมเพี้ยน ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานก็ยังแปลว่าอาวุโสหมายถึง อายุที่มากกว่า)

เว็บของน้ำตาลน่าสนใจดีมีเรื่องที่เป็นประโยชน์หลายๆเรื่อง ถ้าบางประเด็นที่ผมเห็นว่าน่าสนใจ ผมจะแสดงความเห็นในส่วนที่พอจะเสริมได้ แต่ถ้าเป็นประเด็นในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์ยั่วยุมากๆ ผมคงผ่านไปมากกว่า เพราะเท่าที่ผ่านมาดูเหมือนยิ่งต่างคนต่างเขียนโต้ตอบกันมากขึ้นเรื่องมันไม่เคยจบอย่างง่ายๆซักที น่าจะทิ้งสิ่งดีๆไว้ในเว็บนี้ให้คนมาอ่านแล้วได้สิ่งดีๆกลับไปมากกว่ายิ่งอ่านแล้วอารมณ์โกรธแค้นมากขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าคุณโสนสนใจอยากคุยแลกเปลี่ยนเรื่องทั่วๆไป ติดต่อทางอีเมลข้างล่างก็ได้ครับ ในฐานะนักเรียนไทยในต่างแดนเหมือนกัน อาจจะมีข้อมูลบางอย่างที่เป็นประโยชน์แลกเปลี่ยนระหว่างกันได้ ถ้าผมจะสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ก็ยินดีครับ เรื่องส่วนตัวบางเรื่องอาจจะไม่เหมาะนักที่จะมาเล่าผ่านเว็บครับ

    �� : ชีวประภา  Mail to ชีวประภา    ����� : 22/08/2004 11:53 AM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 9

มีประเด็นมากมายที่โสนอยากรู้อยากแลกเปลี่ยนความเห็นด้วย เดี๋ยวค่อยๆเริ่มทีละเรื่องนะคะ

ก่อนอื่นขอเรียกว่าพี่ชีวประภานะคะ ตามที่โสนอาวุโสกว่า :) ซึ่งปกติการเป็นน้องนี่แสนง่าย เพราะจะได้รับการสอนการให้อภัยจากใครๆที่เป็นพี่เสมอ แม้ว่าเราจะแก่ขึ้นมาก ถ้าสังคมเราเค้ายังมีแต่พี่ๆกันอยู่ เราก็ยังทำตัวเป็นน้องเสมอไป โสนก็มาฝึกเป็นพี่คนไม่นานมานี้ เพราะมักจะชอบอยู่ในหมู่พี่ๆ อบอุ่นดี แต่แล้วอยู่ๆก็พบว่ารอบตัวเรามีแต่น้องๆแล้ว การเป็นพี่นั้นยาก เพราะต้องวางตัวให้สมควรแก่การเป็นพี่ แล้วการที่โสนเรียกคนที่เด็กกว่าว่าน้องทำให้เตือนเราด้วยว่าเราโตกว่าเค้าเราต้องนำเค้าไปในทางที่ดี ต้องอภัยเค้า และรักเอ็นดูเค้าแบบน้อง ทำให้รู้สึกดีคะ

เรื่องตำนานดอกอาจิไซ ถามเพื่อนชาวเยอรมัน เค้าก็ไม่รู้จัก เดี๋ยวจะลองถามคุณป้าข้างบ้านนี่แหละค่ะ อาจพอมีตำนานบ้าง

กุ้งซูชิที่ว่านี้ตัวเล็กคะ ยาวประมาณ 2.5 เซ็นติเมตร ชื่อเป็นญี่ปุ่นยังไม่ทราบคะ แม้ว่าจะเคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมา 1 เทอม ตอนนี้ก็ลืมแล้วนะคะ ลูกๆของเค้าจะตัวจิ๋วๆเดินหางงอนๆแสนจะน่ารัก กุ้งพันธุ์นี้เพาะยากคะ แต่นี่มีลูกมากมาย อย่าเพิ่งชมคะ ส่วนหนึ่งคือท้องมาแล้ว มาคลอดในตู้เรานี่เองคะ ถ้าโสนเพาะพันธุ์ปลาเก่งๆ อะไรๆที่จะสูญพันธุ์นี่จะเพาะให้เยอะๆเลย เรื่องเสียใจกับการจากไปของเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ ก็ธรรมดา แต่คิดถึงช่วงที่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ภาพก็ยังอยู่ให้คิดถึง รู้สึกดีๆคะ

ที่เค้าว่ากันว่าเลี้ยงสัตว์ทำให้อ่อนโยนนั้น โสนกลับใจร้ายตอนเด็กๆ ที่บ้านเลี้ยงแมวแล้วเค้ามาข่วน เลยจับใส่ตระกร้าหมุนให้งงไปเลย สนุกด้วย ตอนนี้สำนึกผิดคะ เวลาปวดศรีษะก็จะนึกขึ้นมาได้ว่าแมวคงจะมึนไม่น้อยไปกว่านี้ ถ้าจะเลี้ยงสัตว์ต้องพร้อมจริงๆ เลี้ยงแล้วต้องรับผิดชอบเค้าเหมือนญาติ จะมาโกรธกันแกล้งกัน เวลาที่สัตว์เลี้ยงเราไม่ได้ดังใจหรือเกเร นิสัยไม่ดี จะทิ้งขว้างเค้า ไม่ดูแลก็ไม่ได้ กลายเป็นภาระไปนะคะ

ถ้าพี่ชีวประภาอยู่แถวบ้านโสนตอนเด็กปลาจะไม่ตาย เพราะเราใช้น้ำฝนกับน้ำคลองคะ ไม่มีน้ำประปานะคะ ตอนโตเลี้ยงปลากัดก็ตายเพราะน้ำประปานี่เหมือนกันคะ เสียใจคะ นี่วิธีเลี้ยงกุ้งเวปคนญี่ปุ่นเค้าสอนไว้เลยคะ ว่าเปลี่ยนน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ หนึ่งส่วนสามของระดับน้ำที่มีคะ แต่ปลาอื่นๆ กุ้งอื่นๆนั้น ต้องละเอียดละออกับเรื่องอื่นๆอีก เช่นเค้าชอบพืชอะไร อุณหภูมิเท่าไหร่ เท่าที่เค้าจะมีความสุขเหมือนอยู่ในธรรมชาติเลยคะ

เรื่องฆ่าสัตว์นั้นละเว้นได้คะ เล็กใหญ่ไม่ทำคะ แต่งดทานนั้นยังไม่ได้ พยายามมาหลายช่วงนะคะ แล้วจะมีช่วงลืมกลับมาทานอีก โดยเฉพาะเมื่อเริ่มหัดทำอาหาร แล้วทำแต่จานผักนี่จะไม่ค่อยประทับใจท่านผู้ชิมทั้งหลายมากนัก นานๆก็ต้องมีเนื้อสัตว์บ้างทำให้กลับมาทานอีกคะ ยิ่งปลานี่โปรดปราน ปลานิลทอดน้ำพริกกะปิ แต่ถ้ามาเห็นว่ายน้ำเริงร่าอยู่อาจจะทานไม่ลงคะ

เรื่องราวสมัยเด็กนี้โสนจะจำเป็นภาพนิ่งหรือวีดีโอไบ้ ไม่มีบทสนทนาที่จำได้เลยคะ แต่เล่าให้แม่ฟัง แม่ก็ยืนยันว่าตรงคะ ไม่ได้จินตานาการเรื่องต่างไปเอง แม่ปลื้มใจมากว่าลูกเรานี่ฉลาดจำอะไรได้แม่นยำ แต่ไม่บอกแม่นะคะว่าที่มีสาระดีๆ มีประโยชน์น่าจดจำ มักจะลืมคะ

setting เครื่องมีปัญหาเรื่องการส่งอีเมลคะ ยังไม่ทราบว่าแก้ไขไงนะคะ พอกดคำว่าเมลก็จะไม่เห็น email address คะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะลองอีกทีนะคะ

มีความสุขมากๆนะคะ บายคะ


เวปนี้ตู้ปลาสวย แต่คับแคบสำหรับปลา ลองดูเพลินๆนะคะ
http://www.akwarium.org/galerie.php?ID_GALERIA=22&PHPSESSID=a514852870026e704ff31c753756b638

    �� : โสน      ����� : 22/08/2004 11:57 AM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 10




On 1996/5/17, Japanese newspaper reported.

Mr. HISAYASU SUZUKI has succeeded in breeding true red bee shrimp. He has named the shrimp "Crystal Red" and has been awarded a patent for his new shrimp.

Mr, SUZUKI has been breeding normal bee shrimps, which are banded with black stripes and has spent more than 8 million yen developing methods for breeding them over the past 6 years. Three years ago, he notice a single red bee shrimp in a batch of about a thousand shrimp.
This first red bee shrimp died but three generations of bee shrimp later, he discovered 3 red bee shrimps among the 3,000 he had bred.
He was successful in breeding the 3 red bee shrimp and now has more than 8,000 red bee shrimp in his tanks.


Mr. SUZUKI is a master of a small SUSHI bar in Aichi, Japan.
The Crystal Red bee shrimp is truly red. It's color is just like that of boiled shrimp on Sushi rice.

ตอนนี้เจ้ากุ้งสีแดงนี้ขายกันตามร้านในเยอรมันตัวละ 7-10 ออยโร ในขณะที่ตัวสีดำสลับขาวสายพันธุ์เดียวกันตัวละ 3 ออยโรเท่านั้นคะ แล้วมักจะขายดีด้วยคะ จึงเดาว่ากำลังได้รับความนิยม

    �� : โสน      ����� : 22/08/2004 12:00 PM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 11



เป็นงานอดิเรก ของคนธรรมดาคนหนึ่งที่รักการเลี้ยงปลาครับ
http://www.ranchushop.com/Tour/Shop_tour_POP1.html

    �� : วุฒิชัย      ����� : 22/08/2004 12:13 PM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 12



จากที่เขียนไว้
..................................................................................
แล้วตอนนี้ก็มีปลาข้าว มาจากไทย คือเค้าว่าปลานี้โตในนาข้าว ตัวใสๆ ตาสีฟ้าสวย ขนาดประมาณ 4 เซ็นติเมตรคะ ที่แปลกคือเค้าจะมีไข่ 4-5 ฟองตอนเช้าๆ ห้อยๆไปมา แล้วก็ร่วงหายไป ไข่ไม่อยู่ในท้องเหมือนปลาอื่นๆ ไว้พี่จะถ่ายรูปให้ดูนะคะ
..................................................................................
รอถ่ายภาพปลานี้แต่ไม่ได้ภาพคมชัดสวยงาม เลยเอาภาพที่คนอื่นถ่ายมาฝากแทน แม้ว่าตาปลาในภาพจะไม่ฟ้าแต่อาการออกไข่และทรวดทรงปลานั้นเหมือนกันเลยคะ

    �� : โสน      ����� : 22/08/2004 12:16 PM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 13


เข็มทะเล ลำตัวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 เซ็นติเมตร

วันก่อนเห็นมีปลาเข็มน้ำจืดมาขายในร้านขายปลา ซึ่งเคยมีให้เห็นมากมายตามแหล่งน้ำบ้านเรา เขาจะชอบว่ายทวนกระแสน้ำเล่นอย่างสนุกสนาน แต่เอามาไว้ในตู้ค่อนข้างอันตราย เพราะปากอันบอบบางถ้ามาว่ายชนกระจกคงแย่แน่ๆเลย ที่น่าสนใจ ทราบมาว่าออกลูกเป็นตัวค่ะ

    �� : โสน      ����� : 22/08/2004 12:51 PM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 14

พี่ชีวประภาอย่าลืมมาเล่าตำนานดอกอาจิไซนะคะ
เอาเวอร์ชั่นญี่ปุ่นก่อนเลยค่ะ โสนหาเวอร์ชั่นเยอรมันยังไม่ได้เลยค่ะ คอยรออยู่ค่ะ

    �� : โสน      ����� : 22/08/2004 12:52 PM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 15




มังกรใต้น้ำ ในสวนสัตว์แฟรงฟวต ประเทศเยอรมันนี


โลกใต้ทะเลอันล้ำลึกและกว้างใหญ่ไพศาลนั้น ยิ่งดำลึกลงไปก็ยิ่งพบกับความแปลกมหัศจรรย์ ยิ่งศึกษาลึกลงไปด้วยแล้ว ยิ่งจะพบกับเรื่องราวของสรรพชีวิตที่เราอาจคาดคิดไม่ถึง ดูอย่างโลกของม้าน้ำ ซึ่งดำเนินวิถีชีวิตที่น่าเป็นแบบอย่างของลูกผู้ชายตัวจริงที่ยากจะหาได้ในปัจจุบัน

หลายคนอาจจะทำใจที่จะเชื่อได้ยากลำบาก ว่าม้าน้ำเป็นปลาชนิดหนึ่ง ซึ่งน่าจะเรียกได้ว่าเป็นปลาที่ไม่เหมือนปลามากที่สุดก็ว่าได้ แต่ม้าน้ำก็จัดเป็นปลาที่มีคุณสมบัติของปลาอย่างครบถ้วน มีกระดูกสันหลัง หายใจทางเหงือก มีผิวหนังที่พัฒนามาจากเกล็ด มีครีบเล็กๆข้างๆส่วนหัวไว้ว่ายน้ำ และครีบด้านหลังไว้เป็นหางเสือกำหนดทิศทาง แม้จะว่ายน้ำแนวตั้งไม่เป็นแนวนอนเหมือนปลาอื่นก็ตาม และชอบม้วนหางเกาะอยู่ตามกิ่งก้านกัลปังหามากกว่าที่จะชอบว่ายน้ำ แต่อย่างไรเสียม้าน้ำก็ยังว่ายน้ำเป็นครับไม่เสียชื่อปลา

ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ไม่เหมือนปลาของม้าน้ำ มันจึงมีวิถีชีวิตต่างไปจากปลาอื่นๆ โดยม้าน้ำที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนม้าน้ำที่จัดอยู่ในกลุ่มม้าน้ำแท้ๆนั้นทั่วโลกมีอยู่ราว 35 ชนิด โดยในท้องทะเลไทยนั้น เราจะพบม้าน้ำได้ทั้งแนวน้ำตื้นบริเวณพื้นทรายใกล้ชายฝั่ง ในทำเลที่มีปะการังกัลปังหา หญ้าทะเล ขึ้นอยู่บนพื้นทรายด้วย ซึ่งมีอยู่มากแถวทะเลตะวันออกแถบระยอง ชลบุรี แต่ส่วนใหญ่ทะเลแถบนี้จะมีสภาพน้ำขุ่น จึงไม่ใช่แหล่งดำน้ำ ไม่ใช่แหล่งที่จะสามารถดำไปพบไปดูวิถีชีวิตของม้าน้ำเหล่านี้ได้ แม้นจะไม่เคยดำลงไปพบไปเห็น แต่ที่รู้ว่ามีม้าน้ำอาศัยอยู่บริเวณนี้เป็นจำนวนมากก็เพราะ มักจะติดอวน ติดตาข่ายหรืออุปกรณ์ทำประมงของชาวบ้านขึ้นมาบ่อยๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วชาวประมงบ้านเราไม่ได้ตั้งใจจะล่าม้าน้ำขึ้นมา แต่ต้องการจับปลาจับปูเป็นหลัก แต่เมื่อติดขึ้นมาแล้ว ก็จะนำเอามาตากแห้งส่งขายพ่อค้า ซึ่งม้าน้ำนั้นถูกนำไปปรุงเป็นเครื่องยาจีนนิยมใช้กันมากในประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน ในขณะที่ทางตะวันตกนิยมซื้อม้าน้ำไปเลี้ยงดูเล่นในตู้ปลา ซึ่งปีหนึ่งๆมีปริมาณม้าน้ำที่ถูกล่าไปจากท้องทะเลเป็นจำนวนมาก

หลายฝ่ายกำลังวิตก ว่าม้าน้ำจะสูญพันธุ์ไปจากท้องทะเล โดยข้อมูลจาก The World Conservation Union หรือ IUCN ระบุว่าม้าน้ำและสัตว์ในตระกูลม้าน้ำได้ถูกจัดให้เป็นสัตว์ที่อยู่ในบัญชีแดงมาหลายปีแล้ว ในฐานะที่เป็นสัตว์ที่มีสถานภาพถูกคุกคามอย่างหนัก โดยจากการสำรวจล่าสุด พบว่าประชากรม้าน้ำทั่วโลกกำลังมีจำนวนลดลงอย่างน่าตกใจกว่า 25 - 50 เปอร์เซ็นต์ โดยสาเหตุหลักจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นแนวปะการัง แนวหญ้าทะเล และป่าชายเลนที่เป็นเสมือน แหล่งอาศัย แหล่งหลบภัย และเป็นปราการดักตะกอนของเสียที่จะไหลลงสู่ท้องทะเล รวมทั้งการล่าม้าน้ำเพื่อการค้าที่เพิ่มปริมาณขึ้นทุกปี

หลังจากดำน้ำมามายาวนานราว 5 ปี ผมจึงเพิ่งมีโอกาสพบเห็นม้าน้ำจริงๆ ตัวเป็นๆเป็นครั้งแรกที่ระดับความลึกราว 80 ฟุตใกล้พื้นที่กองหินริเชลิว กองหินใต้น้ำของจังหวัดพังงา เจ้าม้าน้ำที่เห็นเป็นม้าน้ำลายเหลืองน้ำตาล ม้วนหางเกาะแน่นพรางตัวจนสีสันและลวดลายกลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง คงเพราะกริยาอาการที่ชอบเกาะนิ่ง กับกิ่งกัลปังหา ทำให้นักดำน้ำยากจะมองเห็น มิน่าผมต้องใช้เวลาถึง 5 ปี จึงจะค้นพบเจ้าม้าน้ำตัวจริง



ภาพม้าน้ำ มีเรื่องราวของม้าน้ำมาฝากด้วยค่ะ จากผู้จัดการออนไลน์


ผมว่าใครก็ตามที่พบเห็นม้าน้ำ แล้วมีโอกาสแอบสังเกตอากัปกริยาอันเชื่องช้าน่ารัก ดวง ตากลมโต ที่สามารถเหลือบแลด้วยการหมุนปรับองศาไปเกือบรอบด้าน คงไม่แปลกที่จะต้องตกหลุมรัก และยิ่งได้ศึกษาพฤติกรรมของม้าน้ำแล้ว ก็ยิ่งจะต้องหลงไหล ม้าน้ำเป็นปลาที่มีปากเป็นท่อยื่นยาวออกมา ใช้ดูดแพลงก์ตอนสัตว์ตัวเล็กๆเข้าไปเป็นอาหาร ม้าน้ำสามารถจะปรับสีสันลวดลายให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่มันอยู่อาศัยได้ ไม่เพียงจะมีรูปร่างหน้าตาแปลกตาน่ารักเท่านั้น ม้าน้ำยังเป็นปลานิสัยดีที่ควรยกย่องสรรเสริญ ด้วยม้าน้ำเป็นสัตว์รักเดียวใจเดียว คือเมื่อจับคู่เกี้ยวพาราสีกันแล้วก็มักจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันยาวนานตลอดไป ไม่ชอบเปลี่ยนคู่เหมือนสัตว์ประเภทอื่นๆ นอกจากนั้นความรักของม้าน้ำยังหวานชื่น จนโลกสีครามแทบจะกลายเป็นโลกสีชมพู เพราะเมื่อจับคู่กันม้าน้ำจะเกาะเกี่ยวคลอเคลีย คล้ายเริงระบำอย่างหวานชื่น จนนักดำที่อยู่ในอาการอกหักไม่ควรจะชมภาพที่บาดตาบาดใจเช่นนั้นเป็นอันขาด เพราะจะเป็นอันตรายต่อความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อจับคู่กันจนถึงเวลาอันสมควร ม้าน้ำสาวก็จะปล่อยไข่ลงไปในถุงหน้าท้องของม้าน้ำหนุ่ม ซึ่งม้าน้ำหนุ่มจะรับเอาไข่เข้าไปเก็บไว้ แล้วปล่อยน้ำเชื้อไปผสมกับไข่ จากนั้นพ่อม้าน้ำจะเป็นผู้เสียสละเป็นผู้รับหน้าที่อุ้มท้อง ที่ต้องใช้คำว่าอุ้มท้องนั้น ก็เพราะในถุงหน้าท้องของพ่อม้าน้ำนั้น จะมีสายใยที่เป็นสายโลหิตคล้ายกับสายรกเกาะเกี่ยวเชื่อมต่อกับไข่เพื่อให้ความอบอุ่น และเพิ่มพูนขนาดรวมทั้งความสมบูรณ์ของไข่ พ่อม้าน้ำจะใช้เวลาฟูมฟักประคบประหงมไข่ราว 21 วัน จนลูกน้อยได้เวลาคลอดออกมาจากไข่เป็นม้าน้ำตัวจิ๋ว ภาระกิจอันหนักหน่วงของพ่อม้าน้ำยังไม่สิ้นสุด เพราะพ่อม้าน้ำจะต้องทนทุกทรมาน และใช้ความพยายามสูงสุด ในการใช้แรงเบ่งสุดฤทธิ์ เพื่อผลักดันลูกม้าน้ำตัวน้อยๆ พุ่งทะยานออกมาจากถุงหน้าท้องทีละตัวสองตัว ซึ่งในการตั้งท้องแต่ละครั้ง พ่อม้าน้ำอาจจะให้กำเนิดลูกม้าน้ำสูงสุดถึง 200 ตัวทีเดียว กว่าจะออกแรงเบ่งด้วยความเจ็บปวกทุกข์ทรมานจนลูกม้าน้ำตัวสุดท้ายคลอดออกมาสู่โลกสีคราม พ่อม้าน้ำก็แทบจะหมดแรงสิ้นลม

ผมไม่รู้ว่าทำไมธรรมชาติจึงต้องสร้างให้พ่อม้าน้ำต้องมีความรับผิดชอบสูงสุด และเป็นผู้รับผิดชอบกับภารกิจอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ ซึ่งแตกต่างไปจากสัตว์อื่นๆบนผืนโลกและในห้วงมหาสมุทร และไม่รู้ว่าพ่อม้าน้ำจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตที่ ไม่เท่าเทียมหรือผิดแผกแตกต่างไปจากสัตว์ประเภทอื่นๆ หรือรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นสัตว์น้อยชนิดนัก ที่ผู้เป็นพ่อจะได้มีโอกาสรับภารกิจอันยิ่งใหญ่ของชีวิตเช่นนี้

ผมวางมือจากต้นฉบับละสายตาจากโต๊ะเขียนหนังสือ มองผ่านวงแสงโคมไฟไปยังเตียงนอนมืดสลัว เสียงเจ้าม้าน้ำตัวน้อยวัยขวบเศษของผมพลิกตัวลุกขึ้นมานั่งงัวเงีย ส่งเสียงเรียก…พ่อ…นม

ได้เวลาชงนมรอบดึกแล้วครับ.


จาก.... http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9470000000788

    �� : โสน      ����� : 22/08/2004 12:59 PM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 16

ปลาที่คุณวุฒิชัยเลี้ยงหรือสนใจนี้ ดูท่าทางจะเลี้ยงยากนะคะ คงต้องการประสบการณ์มากหน่อยในการดูแลเดาๆนะคะ แล้วอีกอย่างเห็นหัวโหนกๆของเจ้าปลานี้ จะสงสารเค้าเพราะดูเหมือนสมองมาอยู่ข้างบนน่ะค่ะ อย่าว่ากันนะคะ รู้สึกแบบนี้

โสนชอบเลี้ยงปลาตัวเล็กๆ กับกุ้ง เพราะไม่ต้องการตู้ใหญ่มาก และดูแลง่าย ขยายพันธุ์ไม่ยากด้วยค่ะ เมื่อเฝ้าสังเกตการณ์ว่าเค้าเริ่มมีไข่มีปลาจิ๋วๆฝึกว่ายน้ำอยู่ในตู้จะสนุกมาก
มีเวปแนะนำภาพเค้าใหญ่ถ้าเอามาแปะคงไม่ขึ้นนะคะ ภาพกุ้งไข่มุกขาว มีภาพกุ้งตัวผู้ ตัวเมียตั้งแต่เริ่มตั้งท้อง จนกระทั่งท้องแก่เห็นลูกตาหลายๆคู่อยู่ในท้องเลย ลองดูนะคะ
http://www.wirbellose.de/arten.cgi?action=show&artNo=277

    �� : โสน      ����� : 23/08/2004 02:13 AM  (217.225.97.*)


�����Դ��繷��: 17



ตู้เลี้ยงปลา มาดใหม่สไตล์บ้านทรงไทย .....
ไอเดียไฉไลจากอดีตวิศวกร ผู้ผันตัวเองมาประกอบธุรกิจรับผลิตบ้านสัตว์เลี้ยง สร้างผลงานสุดเฉียบนำตู้เลี้ยงปลาธรรมดาๆ ประยุกต์ให้กลายเป็นตู้ปลาบ้านทรงไทย มีทั้งรูปแบบเรือนเดี่ยว และเรือนหมู่ ถูกใจทั้งชาวไทย และต่างประเทศ พร้อมนำเข้าประกวดสุดยอดผลิตภัณฑ์โอทอปเพิ่มช่องทางการตลาด


.....................................................................
อ้างอิงจาก .....
http://www.iamhome2003.com

    �� : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    ����� : 23/08/2004 10:34 AM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 18


โอ่งเลี้ยงปลา…ไอเดียของคน ‘รักษ์’ โอ่ง

จุดเด่นที่สำคัญของโอ่งเลี้ยงปลาผลงานไอเดียจากผู้ประกอบการนักคิดรายนี้ นอกจากความแปลก ความสวยงามแล้ว การดูแลที่สะดวกสบายนับว่ามีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอย่างมาก นั่นก็คือการที่ลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนน้ำบ่อย ซึ่งเกิดจากการวางระบบนิเวศ และเรียนรู้ความต้องการของสิ่งมีชีวิตมาเป็นอย่างดี

โดยปลาที่เหมาะสมกับโอ่งเลี้ยงปลาต้องเป็นปลาที่ไม่กินพืชเป็นอาหาร เพราะจะไม่กัดกินต้นไม้ภายในโอ่ง แต่สิ่งที่ผู้ซื้อควรระมัดระวังคือปริมาณของอาหารปลาชนิดเม็ดที่ให้ หากใส่ปริมาณมากเกินไปก็จะให้น้ำเสียเร็ว


.............................................................................
อ้างอิงจาก ..... ผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤษภาคม 2547
ภาพประกอบ .....http://www.ninekaow.com/fishstores/index.php?p=7

    �� : โสน      ����� : 24/08/2004 09:17 AM  (202.44.14.*)


�����Դ��繷��: 19

ภาพปลา Killifisch

เป็นปลาที่มีลวดลายสีสันสวยงามมาก พันธุ์ที่เลี้ยงอยู่ตอนนี้ จะเป็นพันธุ์เดียวกับในภาพนะคะ สีของเค้าเหมือนถูกวาดแบบแต้มจุดเป็นแนวยาวๆ เริ่มตั้งแต่ปากเลย ปากทู่ๆมากคาดใต้ปากด้วยสีแดงเส้นตรงตลอดแนวขนาดประมาณครึ่งเซ็นติเมตร ที่มีอยู่ตัวเป็นลายเส้นประสีแดง สลับฟ้าอมเขียว แล้วหางจะเป็นเปลว สีเลือง หรือน้ำตาลไหม้ บางพันธุ์ จุดจะไม่ต่อกันใกล้ชิดเท่านี้

แต่น่าแปลกคือ ปลานี้ตัวผู้จะสีสันดี หางยาวงามน่ารัก แต่ตัวเมียกลับพุงป่องๆ ไม่เพรียวลม สีน้ำตาลดำๆ ลายก็ไม่มีให้เห็นเด่นชัด น่าสงสารมาก ข้อดีของเค้าคือ ลูกตัวเล็กๆก็มีสีสันน่ารักกันเลย ต่างจากปลากัดที่ต้องคอยลุ้นแสนนานกว่าจะได้เห็นลวดลายกัน แล้วเค้าก็อยู่กันได้อย่างสงบสุข ไม่กัดกันจนตัวแหว่ง หางแหว่งอยู่เนืองๆแบบพวกปลากัด จึงเป็นปลาในดวงใจอีกพันธุ์หนึ่งของผู้รักปลาตัวเล็กๆสีเจ็บๆค่ะ



    �� : โสน      ����� : 2/09/2004 03:32 PM  (80.134.246.*)


�����Դ��繷��: 20


ปลาม้าลาย

”กว่าทศวรรษมาแล้ว ที่นักชีววิทยาและนักพันธุศาสตร์ตระหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า “ปลาม้าลาย” มีประโยชน์อย่างมาก ในการนำมาเป็นต้นแบบหรือโมเดลศึกษาพัฒนาการขั้นพื้นฐานของโมเลกุล” เลวิน กล่าว และระบุว่า การนำปลาม้าลายมาทดลอง เพิ่มขึ้นมากตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์สามารถเก็บตัวอย่างจำนวนมากไว้ได้นานขึ้น และอย่างที่พิตต์สเบอร์ก นักวิจัยก็ได้เก็บตัวอย่างปลาไว้ในกล่องและวางไว้เป็นชั้นๆ

ปลาเหล่านี้เป็นผลดีต่อนักวิทยาศาสตร์ เพราะว่าพวกมันมีกระดูกสันหลัง และมีลักษณะทางพันธุกรรมหลายๆ อย่างใกล้เคียงกับมนุษย์ โดยนักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ได้รับอนุญาตให้วิจัยเกี่ยวกับปลาม้าลายได้อย่างเต็มที่ เพื่อองค์ความรู้ที่จะนำไปสู่การเข้าใจถึงกลไกการเกิดโรคและภาวะพิการต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ จากนั้นจึงจะสามารถหาวิธีหลีกเลี่ยงโรคร้ายเหล่านี้ได้

ปลาม้าลายว่ายน้ำได้รวดเร็ว สามารถเลี้ยงตู้เดียวกับปลากัดได้ เพราะมันว่ายหนีทัน เป็นปลาที่เลี้ยงง่ายไม่เปราะบาง ทนต่อสภาวะอากาศได้ดีทุกฤดูทีเดียวค่ะ

..................................................................................
จาก... http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9470000056388

    �� : โสน      ����� : 23/09/2004 09:06 PM  (202.44.14.*)



ชื่อ - นามสกุล ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.