| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- แก้ไขข้อมูล | - เข้าระบบผู้ดูแล | ตั้งกระทู้ใหม่ - -



นักศึกษาสาวเดนิชหลงรักเมืองไทย


ผ่านงานวงการบันเทิงทั้งถ่ายแบบ, เดินแบบ, ถ่าย MV ให้น้องสาว “นาตาลี สตีเบิร์ท” และอีกสารพัดสำหรับ “อเล็กซ์ซานดร้า สตีเบิร์ท” นักศึกษาปี 1 คณะศิลปศาสตร์ โครงการอังกฤษ - อเมริกันศึกษา



ซานดร้าบอกการเข้าเรียนในโครงการอังกฤษ - อเมริกันศึกษาที่ธรรมศาสตร์ นั้นจะเอ็นทรานซ์เข้าหรือใช้คะแนนสอบโทเฟลก็ได้



“ซานดร้ามาสมัครเรียนเป็นเพื่อนน้อง ซานดร้ามีลูกพี่ลูกน้องแล้วเขาเรียนเร็วไปปีหนึ่ง เขาเรียนโรงเรียนนานาชาติ ก็จะมาสมัครเรียนที่นี่ ซานดร้าก็เลยมาสมัครกับเค้า แต่ว่าเค้าสอบไม่ติดซานดร้าติด (หัวเราะ)”



“ตอนแรกซานดร้าเอ็นฯมาแล้ว คือเลือกไว้ 4 ที่แต่ไม่ติดสักที่เลยค่ะ ตอนนั้นคือซานดร้าคิดว่าถ้าไม่ติดคือเราจะไม่มีที่เรียน แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงกลับเดนมาร์ค พอรู้ว่าตัวเองติดก็ทั้งงงทั้งดีใจค่ะ”



เธอบอก เธอเรียนที่เมืองไทยมาตั้งแต่เด็ก

“ซานดร้าย้ายมาไทยตอนอยู่ป. 2 คือคุณพ่อซานดร้าชอบเมืองไทยมากเค้าอยากให้ลูก ๆ เรียนภาษาไทย เรียนที่เมืองไทยหมดเลยค่ะ แล้วทั้งคุณพ่อและคุณแม่ค่ะเค้าเห็นว่าเราติดธรรมศาสตร์ก๋ดีใจมากๆ แล้วพอซานดร้าเข้ามาเห็นสถานที่ยิ่งชอบ”



“ที่ธรรมศาสตร์บรรยากาศดีมาก รุ่นพี่ที่นี่ก็ดีจากที่เราเคยไปเห็นหลายๆ ที่ พอมาที่นี่จะแบบเป็นกันเองเป็นครอบครัวใหญ่ ตอนนี้ถ้าซานดร้าเห็นใครกำลังจะสอบเอ็นฯ ซานดร้าจะบอกเค้าว่าน้องเข้าธรรมศาสตร์นะ ซานดร้าชอบที่นี่มากค่ะการเรียนการสอนดีบรรยากาศดี”



แต่สำหรับคนเดนมาร์กแล้วภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาหลัก เพราะ คนเดนมาร์กใช้ภาษาเดนิช

“ภาษาอังกฤษไม่เก่ง ด้วยล่ะก็คิดว่าเรียนที่ธรรมศาสตร์ไม่ได้แน่ๆ ซานดร้าเรียนภาษาไทยมาอย่างเดียวที่บ้านจะใช้ภาษาเดนิชกับภาษาไทย แต่พอเข้าไปเรียนจริงๆ อาจารย์จะถามตลอดว่าเราเข้าใจมั๊ย”



“ตอนเรียนมัธยมซานดร้าเรียนโรงเรียนไทยค่ะ เรียนที่เซนฟรังฯ เรียนพระหฤทัยฯนนทบุรี อ้อ! แล้วก็เรียนโรงเรียนกศน.(การศึกษานอกโรงเรียน) ด้วยค่ะ คือที่เรียนกศน.ก็ตอนย้ายมาเข้าโรงเรียนที่ไทยมีแค่ถึงป.6 แต่ตอนนั้นไม่ได้ภาษาไทยเลย เขียนไม่ได้ อ่านไม่ออก ต้องเริ่มเรียนภาษไทยใหม่ พอไปสอบทางโรงเรียนเค้าก็บอกว่ายังไม่ได้นะภาษาไทยยังไม่ปึ้ก (ไม่แน่น) ให้ลงเรียนซ้ำชั้น 2 ปี พอจบม. 3 ตอนนั้นไม่มีสอบเทียบแล้วกศน.เค้าห้ามเรียนควบด้วยก็เลยตัดสินใจเรียนเฉพาะกศน. จนจบม.6 ประมาณ ปีครึ่ง ก็จบ”



“เรียนกศน.ยากมากต้องอ่านหนังสือตลอด เพราะ อาทิตย์นึงเรียนแค่ครั้งเดียว ต้องอ่านมาก ๆ เลย อันไหนไม่เข้าใจซานดร้าจะถามคนที่รู้จักหรือถามอาจารย์ที่โรงเรียนเก่าเค้าก็จะบอกเรา ซานดร้าว่าทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่ยากนะถ้าเราเข้าใจ จริงๆ แล้วทุกอย่างเป็นอะไรที่เบสิก เพราะ เรามีพื้นฐานอยู่แล้ว”



ถึงจะมีพื้นฐานอยู่บ้าง แต่เธอบอกไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่ลูกครึ่งทุกคนจะต้องเก่งภาษาอังกฤษ เพราะ มีลูกหลายคนที่เกิดเมืองไทย “ซานดร้าเกิดที่เดนมาร์กแต่ย้ายที่เรียนบ่อยทำให้ซานดร้าพูดได้ 4 ภาษา มีภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ, ภาษาเยอรมัน แล้วก็มีภาษาเดนมาร์ก(เดนิช) ก็ผสมกันมั่วไปหมดเลย พอย้ายมาเมืองไทยพูดแต่ภาษาไทยด้วย”



“คนไทยเก่งภาษาอังกฤษเยอะมากๆ แกรมม่าเก่งมาก อย่างที่เรียนตอนนี้ในห้องซานดร้าลูกครึ่งน้อยมาก จะมีแต่คนไทย แล้วไปเจอที่แบบเค้าไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนกลับมาความมั่นใจสูงเค้ากล้า พอมาเจอแบบนี้โอ้โหคนไทยเก่งจัง คุณพ่อเป็นฝรั่งแต่คุณพ่อพูดภาษาไทยอย่างเดียวไม่พูดภาษาอื่น (หัวเราะ) คุณพ่อชอบเมืองไทย ก็พูดภาษาไทยกับซานดร้าตลอดเลยค่ะ ตอนนี้คุณพ่อมาอยู่เมืองไทยแบบถาวรเลยค่ะ ”



เธอบอกถ้าเธอจะเรียนต่อปริญญาโท เธอจะเรียนที่เมืองไทย

“ไม่จำเป็นต้องไปเรียนถึงเมืองนอกเสมอไปเดี๋ยวนี้ฝรั่งมาเรียนที่เมืองไทยก็เยอะนะคะ มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาเรียนในเมืองไทย พวกเค้าก็ตะลึงแล้วก็ตกใจเหมือนกันว่าคนไทยเก่ง ไม่ใช่ว่าคนไทยไม่รู้เรื่อง คนไทยเก่งทั้งทฤษฎี เก่งแกรมม่าอะไรแบบว่าได้หมดฝรั่งยังอายเลยค่ะ เพราะ บางคนไม่ได้ อย่างตัวซานดร้านี่เรื่องแกรมม่าเรื่องเขียนเราก็ไม่เก่ง แค่เข้าใจแค่นั้นเอง” (หัวเราะ)



......ฝรั่งยังรักเมืองไทย เรียนเมืองไทย แล้วพี่ไทยเราล่ะ !!....
______________________________
ที่มา ::::: http://www.manager.co.thของ วันที่ 7 กันยายน 2546

    �� : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   ����� : 7/09/2003 11:28 AM

 
 
�����Դ��繷��: 1


แปลกมั้ยคะ...??? ที่ "ซานดร้า" แต่งตัวดูเป็นนักศึกษา
มากกว่านักศึกษาหญิงของไทยหลายๆคนอีก น่ารักจังนะคะ



คนต่างชาติ ..... หลงรักเมืองไทย รักวิถีชีวิตที่มีเสน่ห์ของคนไทย
บางคนถือว่าเมืองไทยเป็นบ้านของเค้าเลยทีเดียว



คุณสมบัติอันงดงาม ..... ในวัฒนธรรมไทย น่าชื่นชม และน่าดึงดูดใจ ความงามของวัฒนธรรมไทยมีหลากหลาย ที่มีเสน่ห์และน่าประทับใจ ประกอบกับความอ่อนน้อมในวิถีชีวิตของคนไทย ยังมีความเอื้อเฟื้อ มีการเคารพนับถือผู้มีอาวุโส และ ความมีน้ำใจของคนไทย คงเป็นเอกลักษณ์เพียงไม่กี่ประการ ที่ทำให้เมืองไทยพิเศษจริงๆ



พวกเราคนไทยทุกคนรู้ว่า ..... อะไรที่เป็นของไทยๆ ที่ดูดี ที่ควรปกป้องรักษาไว้ แต่พวกเราคนไทยมีอยู่จำนวนไม่น้อย ที่บ้าหลงทำตัวอย่างคนต่างชาติเอง แล้วที่น่าสมเพชมาก ก็คือทำได้น่าเกลียดกว่าคนต่างชาติอีก เพราะคนต่างชาติมากมาย ที่มาหลงรักวัฒนธรรมของไทยเรา อย่างที่ศึกษาเข้าถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทยทีเดียว



สังคมของคนไทย ..... มีช่องว่างในสังคมระหว่างคนสมัยเก่าและสมัยใหม่ เช่นในด้านการพูดจา การแต่งกาย และ ทัศนคติ ซึ่งบางพวกก็ติดกับของเก่าจนไม่ลืมหูลืมตา บางพวกก็ไม่รับของเก่า รับเอาแต่วัฒนธรรมใหม่ๆจากตะวันตก แล้วก็คงจะน้อยลงทุกวัน ที่เราจะยึดเอาแนวทางสายกลาง เพื่อผสมผสานระหว่างสิ่งเก่าและสิ่งใหม่ ให้เป็นจุดต่อเนื่องระหว่างอดีต และปัจจุบันที่เหมาะสม ...!!!!!



โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ
"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 7/09/2003 01:27 PM


�����Դ��繷��: 2

เห็นด้วยครับน้ำตาล
เธอน่ารักสมวัยของเธอจังเลย
สงสารก็น้อง ๆ นักศึกษาของไทยเรานี่แหละ
ใส่เสื้อตัวนิดเดียว
ไม่รู้เวลาหายใจ จะอึดอัดกันบ้างมั้ย
เฮ้อ!!!.........
ไปละ อิอิอิ

    �� : ทิดโส     ����� : 7/09/2003 03:31 PM


�����Դ��繷��: 3

น่ารักจังเลยยยยย แต่ก็ดูกลมกลืนกับนักเรียนไทยดีจ๊ะ
ส้มกะนะว่า จะกลับมาเรียน โท ที่กรุงเทพเพราะว่า เพื่อนส้มหดหมดแล้วววววววว T_T

    �� : ส้มไดอารี่     ����� : 7/09/2003 05:06 PM


�����Դ��繷��: 4

น่ารักจังคะ ทั้งความคิดและ หน้าตา...

    �� : พิจิก     ����� : 8/09/2003 02:00 AM


�����Դ��繷��: 5

เมื่อหลายปีก่อน รู้จักกับแม่เพื่อน
ท่านเป็นชาวเยอรมัน แต่มาหลงไหลเมืองไทย เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว จึงแต่งงานกับคนไทย
ปัจจุบัน ท่านเป็นเจ้าของโรงเรียนพาณิชยการ แห่งหนึ่ง แถวราชดำเนิน
ป้าแหม่ม พูดไทยได้ชัดมากๆๆๆๆๆ
รวมทั้งเรียนภาษาไทย จนสามารถสอบ ปกศ.สูง (วุฒิสำหรับครูสมัยก่อน) โดยเจ้าหน้าที่แปลกใจมากที่ฝรั่งสอบภาษาไทยได้คะแนนสูงกว่าคนไทยเสียอีก

ใครเป็นสมาชิกสปอร์ตคลับ อาจจะเคยเห็นลูกชายป้าแหม่มซึ่งเป็นผู้จัดการอยู่ที่นั่น นั่นแหละผลผลิต ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน

ตอนนี้กำลังใช้ให้ทำงานราชการลับอยู่ อิอิ

    �� : พี่เก่ง     ����� : 8/09/2003 11:07 AM


�����Դ��繷��: 6

แหม...ราชการลับ ของพี่เก่ง เนี้ยะ !!!
ลับมากๆ เลยนะจ๊ะ
ระวัง...จะโดนดีด นะจ๊ะ คิ๊ก คิ๊ก ๆๆๆๆ


โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 8/09/2003 01:12 PM


�����Դ��繷��: 7


อรรถรส .. ภาษาไทย .. ในใจชาวต่างชาติ
โดย ... ภาณุเบศร์ มหาเรือนขวัญ ผู้จัดการรายวัน 31 สิงหาคม 2548

วันเวลาแห่งการรู้จักเมืองไทย คนไทยของชาวต่างชาติผ่านการใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักดังที่นิยมกันในปัจจุบันนั้น ผ่านการพิสูจน์มาเนิ่นนานแล้วว่า มักจะสะดุดหยุดอยู่เพียงแค่เปลือก กระพี้ประเพณีวัฒนธรรมไทยเท่านั้น เนื่องจากการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษบางคราขาดความลุ่มลึก ทำความหมายในบรรทัดและระหว่างบรรทัดหล่นหาย

วันนี้ ชาวต่างชาติไม่น้อยจึงหันมาลงทะเบียนเรียนภาษาไทย สื่อสารด้วยภาษาไทยแทน เพื่อจะได้สัมผัสอรรถรสครบถ้วนยามเดินทางท่องเที่ยว ประสิทธิภาพสูงสุดยามติดต่อประสานงาน หรือกระทั่งมิตรภาพอบอุ่นยามต่อรองราคาสินค้า

มนต์เสน่ห์เมืองไทย ในสายตาชาวต่างชาติวันนี้ จึงมิได้จำกัดอยู่เพียงความรื่นรมย์งดงามของสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ อลังการแห่งโบราณสถาน ประณีตศิลป์แห่งจิตรกรรม หรือท่วงท่าอ่อนช้อยละเมียดละไมของนาฏศิลป์เท่านั้น ทว่าคุณค่าภาษาไทยในโลกแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมและข้อมูลข่าวสารยังช่วยเผยคุณค่า มุมมองใหม่ในนวัตกรรมภูมิปัญญาไทย ผ่าน .. เมืองหลวงสปาแห่งเอเชีย .. ครัวไทยสู่โลก .. เมดิคอลฮับ .. และกรุงเทพเมืองแฟชั่น .. ให้ประจักษ์สู่สายตาและซาบซึ้งตรึงใจชาวต่างชาติที่รู้ภาษาไทยด้วย

รักไทย พูดไทย นอกจากข่าวคราวการไม่รู้ ไม่พูดภาษาไทยของคนไทยส่วนหนึ่งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้จะน่าวิตกเท่านั้น ทว่าการพูดไทยคำ อังกฤษคำของวัยรุ่น พูดไทยไม่ชัด ร-ล ไม่ต่างกันของพิธีกรโทรทัศน์ ดารานักแสดงกลับน่าหวาดวิตกกว่ามาก ด้วยพฤติการณ์เหล่านี้มิเพียงเกิดจากการเลียนแบบค่านิยมผิดๆ ที่ไม่ได้เกิดจากความแตกต่างทางวิถีชีวิต วิถีวัฒนธรรมดั่งที่เกิดในภาคใต้เท่านั้น แต่ยังน่าละอายเมื่อเทียบกับความพยายามฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาไทยให้ไพเราะชัดเจนของชาวต่างชาติในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ธรรมศาสตร์ และม.ศรีนครินทรวิโรฒ ที่ในแต่ละปีมีโอกาสต้อนรับชาวต่างชาติจำนวนมากจากทั้งซีกโลกตะวันตกและออก

.. อยู่เมืองไทยมา 2 ปีครึ่งแล้ว ไม่รู้ภาษาไทยก็กระไรอยู่
วันนี้แม้จะพูดภาษาไทยได้ แต่อยากเขียน อ่านภาษาไทยได้ด้วย ..

นักแสดง และพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสาวญี่ปุ่นหน้าใสวัย 25 .. มากิ โคโนะ .. หรือชื่อไทยไพเราะว่า มาติกา เผยความรู้สึกว่าตั้งใจจะเรียนภาษาไทยในรั้วศรีนครินทรวิโรฒฯ มานานแล้วด้วยมีเพื่อนชาวญี่ปุ่นแนะนำและเคยมาเรียนที่นี่ ทว่ายังไม่มีเวลา ช่วงนี้ว่างจึงรีบมาเรียน

.. ใช้ภาษาไทยค่อนข้างเยอะในแต่ละวัน เพราะนอกจากจะต้องเล่นละครเวทีในประเทศไทยแล้ว ยังต้องถ่ายโฆษณาด้วย ภาษาไทยมีเสน่ห์มาก เสียงเพราะดี ตัวอักษรก็สวย น่ารักดี อาจารย์ก็เอาใจใส่ สอนสนุก เมืองไทยก็สวยงาม คนไทยก็น่ารัก คิดว่าจะอยู่เมืองไทยให้นานที่สุด อย่างไรก็ตามภาษาไทยก็ต่างจากญี่ปุ่นมาก ออกเสียงยากโดยเฉพาะ ร ล และ ต ท ..

มากิเผย พร้อมยังเล่าติดตลกด้วยว่าทั้งๆ ที่ตัวเธอเองเป็นชาวญี่ปุ่น แต่ก็ยังออกเสียงคำว่า .. ญี่ปุ่น .. ไม่ชัด จึงต้องรีบมาเรียนภาษาไทยเพื่อจะได้พูดชัดสักที

ขณะที่ เพื่อนนักศึกษา .. ไมค์ กิลลิโก .. หรือไมตรีในชื่อไทย ครูสอนภาษาอังกฤษชาวออสเตรเลียวัย 34 ที่อยู่เมืองไทยมานานกว่า 1 ปีแล้ว เล่าว่า แม้การเรียนภาษาไทยจะไม่ยากนักในระดับพื้นฐาน ทว่าเมื่อเรียนสูงขึ้นไปจะพบว่าไม่ง่ายเลย กระนั้นเมื่อใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย การรู้ภาษาไทยก็สำคัญมากเพราะจะช่วยให้เข้าใจคนไทย ประเทศไทยได้ดีขึ้น การใช้ภาษาไทยติดต่อสื่อสารจึงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีค่าได้มากกว่าภาษาอังกฤษอย่างแน่นอน ..

ไม่ต่างอันใดกับ .. เฉียง จีเซี่ยน .. หรือจินดาในชื่อไทย มัคคุเทศก์สาวจีนที่อยู่เมืองไทยมานาน 8 เดือนที่มองว่า ภาษาไทยแม้จะง่ายกว่าภาษาจีน ทว่าก็ยังถือว่ายาก แต่เธอก็ต้องพยายามเรียนรู้ให้มากที่สุดและไวที่สุด เพราะภาษาไทยสำคัญกับอาชีพเธอมาก ด้วยจะต้องติดต่อพูดคุยกับลูกทัวร์คนไทยยามพาเดินทางไปเที่ยวเมืองจีนตลอด การเรียนภาษาไทยจึงช่วยเติมความมั่นใจและความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของเธอได้ ..

เช่นเดียวกับ ชาวต่างชาติที่ลงทะเบียนเรียนภาษาไทยในรั้วธรรมศาสตร์ที่มองว่า นอกจากภาษาไทยจะมีเสน่ห์ไพเราะ และเป็นกุญแจดอกสำคัญในการไขไปหาความมหัศจรรย์แห่งวัฒนธรรมประเพณีวิถีภูมิปัญญาไทยแล้ว ยังมีคุณประโยชน์ต่อการทำงานในสังคมไทยที่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจยังสดใสอยู่

เช่นที่ .. ลินดา ลัม .. สาวสิงคโปร์วัย 36 ผู้จัดการฝ่ายการตลาดในบริษัทส่งออก เล่าว่านอกจากจะใช้ภาษาไทยในการเพิ่มประสิทธิภาพการติดต่อประสานงานกับลูกน้อง และเพื่อนร่วมงานที่ส่วนมากเป็นคนไทยแล้ว บรรยากาศการทำงานที่เคยตึงเครียดยังผ่อนคลายลงเมื่อเริ่มใช้ภาษาไทยมากขึ้นในการทำงานด้วย

ทว่า .. เฟร์นันโด มูโย กริโฟ .. ชาวเสปนวัย 35 ผู้เชี่ยวชาญด้านโปรโตคอล กลับมีเหตุผลในการลงทะเบียนเรียนภาษาไทยที่ต่างออกไป ด้วยเขาจะใช้ความรู้ภาษาไทยที่ได้รับจากในห้องเรียนไปใช้พูดคุยกับภรรยา ญาติพี่น้องของภรรยาที่เป็นคนไทยให้เข้าใจกันยิ่งขึ้น กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แม้หลายครั้งเขาจะรู้สึกท้อ เพราะอยู่เมืองไทยมา 2 เดือนแล้ว แต่ก็ยังพูดไม่ค่อยได้เลย

นอกจากนั้น คุณค่าของภาษาไทยในแง่มุมเชิงวิชาการก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน เมื่อ .. อูทา บาเกเนล .. สาวใหญ่ชาวเยอรมันวัย 55 ผู้เป็นทั้งทนายและนักมานุษยวิทยาที่ผ่านการใช้ชีวิตในเมืองไทยมาแล้ว 3 ครั้ง 3 ครา เล่าว่าสนใจเรียนภาษาไทยมาก เพราะตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องภาษาไทยอยู่ เท่าที่ศึกษาพบว่าภาษาไทยเป็นหนึ่งในภาษาที่ยากมากทั้งในแง่การออกเสียง คำศัพท์ และสำนวน

ความตั้งใจจริง ของพวกเขายามเรียนรู้ภาษาไทย นอกจากจะวิวัฒน์มาเป็นความไพเราะในแบบชาวต่างชาติพูดภาษาไทย .. ฝรั่งพูดไทย-ญี่ปุ่นพูดไทย .. ที่แม้จะไม่ชัดเจนเท่า .. คนไทยพูดไทย .. ทว่าก็น่ารักและมีเสน่ห์มากกว่า คนไทยที่ตั้งใจพูดไทยไม่ชัด หรือ เจตนาเขียนและสะกดภาษาไทยอย่างไม่ถูกต้อง มากทีเดียว รวมทั้งยังเปิดประตูแห่งโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การศึกษา การท่องเที่ยว สังคม ให้พวกเขาได้ไม่น้อยทีเดียว

บทพิสูจน์ปากต่อปาก ปัจจุบันแม้จะมีสถาบันและโรงเรียนที่เปิดสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดทั้งในใจกลางกรุงเทพฯ หรือตามหัวเมืองใหญ่ต่างๆ ทว่าชาวต่างชาติส่วนใหญ่ก็ยังไว้วางใจเรียนภาษาไทยในรั้วมหาวิทยาลัยดังเดิมทั้งในจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ และศรีนครินทรวิโรฒ เนื่องจากชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และหลักสูตรการเรียนการสอนที่ผ่านการพิสูจน์แบบปากต่อปากถึงประสิทธิภาพในการเรียนการสอน

ด้วยสถานที่ตั้งใจกลางกรุงเทพฯ การเดินทางสะดวกสบาย และค่าเล่าเรียนไม่แพง ตลอดทั้งปี ทั้ง 3 มหาวิทยาลัยจึงไม่เคยว่างเว้นการลงทะเบียนเรียนภาษาไทยจากชาวต่างชาติผู้รักการเรียนรู้ ยิ่งกว่านั้นในปัจจุบันยังต้องจองคิว ลงทะเบียนเรียนข้ามปีกันทีเดียว ดังที่ผศ.ม.ร.ว.กองกาญจน์ ตะเวทีกุล ผู้รับผิดชอบโครงการอบรมภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศ (Intensive Thai Program) ของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ที่เผยว่าปัจจุบันชาวต่างชาติที่สนใจเรียนภาษาไทยทวีจำนวนสูงขึ้นมาก จนต้องแจ้งตารางเรียนล่วงหน้า 2 ปี เพื่อพวกเขาจะได้วางแผนการลงทะเบียนเรียนข้ามปีได้ เนื่องจากชาวต่างชาติที่มาเรียนส่วนใหญ่จะได้ทุนเรียนหรือทุนวิจัยในประเทศไทย หรือไม่ก็ทางบริษัทต่างชาติส่งมาฝึกอบรมภาษาไทยเพื่อนำไปใช้ในองค์กร

ชาวต่างชาติ ที่เข้ามาอบรมเรียนภาษาไทยจะมีความรู้ความสามารถต่างกัน บางคนมีพื้นฐานความรู้ภาษาไทยมาระดับหนึ่ง ฟัง พูดได้ แต่เขียน อ่านไม่ได้ ขณะที่อีกหลายคนไม่มีพื้นความรู้ภาษาไทยมาเลย ทางจุฬาฯ จึงจัดชั้นเรียนไว้ 3 ระดับ พื้นฐาน กลาง สูง โดยในแต่ละระดับจะแยกย่อยลงไปอีก 3 ระดับ เพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียนมากสุด

ผศ.ม.ร.ว.กองกาญจน์ อธิบายว่า ชาวต่างชาติจะต้องเรียนภาษาไทย 100 ชั่วโมงในแต่ละระดับ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนครบทุกระดับ เพราะถ้ามีเวลาน้อย อาจเรียนเฉพาะระดับพื้นฐาน 3 ระดับก็ได้ แต่ถ้าเรียนทั้ง 9 ระดับจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ทั้งนี้เพื่อรักษามาตรฐานการเรียนการสอน นักศึกษาไม่เพียงจะต้องเรียนอย่างเข้มข้นทั้ง 4 ทักษะพร้อมๆ กันเท่านั้น แต่ยังต้องใส่ใจกับการบ้าน ท่องศัพท์ และทบทวนไวยากรณ์ด้วย รวมทั้งยังต้องเข้าเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของชั่วโมงเรียน ถ้าขาดเรียนเกินกว่ากำหนดจะไม่มีสิทธิสอบ เมื่อสิ้นสุดการอบรมแต่ละระดับจะต้องสอบประเมินผลด้วย

.. หลังจากเรียนแล้ว ชาวต่างชาติจะสื่อสารภาษาไทยกับคนไทยได้ เช่น ถ้าสอบได้ในระดับพื้นฐาน 1 จะสื่อสาร พูดเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยได้ สอบผ่านในระดับพื้นฐาน 2 -3 จะพูดเขียนอ่านได้ถูกต้องตามระบบไวยากรณ์ภาษาไทย และถ้าเรียนต่อเนื่องในระดับที่สูงขึ้น จะพูด ฟัง อ่าน เขียนดีขึ้นมาก จนสามารถเข้าใจบทความจากสื่อทุกประเภท แสดงความคิดเห็นในหัวข้อต่างๆได้ รวมทั้งยังจดคำบรรยาย เขียนรายงานและกล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาไทยได้ด้วย ..

ด้านโครงการสอนภาษาไทย แก่ชาวต่างประเทศ (Basic Thai for Foreigners) ซึ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้น 36 ชั่วโมงของทางธรรมศาสตร์นั้น จะแยกเป็น 2 ส่วนชัดเจนคือ คอร์สเขียน-อ่าน และคอร์สฟัง-พูด โดยในแต่ละส่วนจะมีด้วยกัน 3 ระดับ คือ เบื้องต้น กลาง สูง คล้ายกับทางจุฬาฯ ทั้งนี้อาจารย์เยาวลักษณ์ กระแสสินธุ์ ผู้อำนวยการโครงการฯ เล่าว่าภาควิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ ได้เปิดโครงการฯ นี้มาตั้งแต่ปี 2537 เพื่อรองรับความต้องการเรียนภาษาไทยของชาวต่างชาติที่นับวันจะทวีจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ เนื้อหาในการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับแต่ละยุคสมัยมาโดยตลอด

ขณะที่โครงการสอนภาษาไทย ให้ชาวต่างชาติ (Intensive Thai Language Course) ของภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒนั้นจะต่างออกไป ด้วยจะมุ่งเน้นการเรียนรู้ทั้ง 4 ทักษะควบคู่กันไป โดยอาจารย์รุ่งฤดี แผลงศร ผู้ประสานงานโครงการฯ อธิบายว่าในระดับแรกที่เรียนนาน 200 ชั่วโมงนั้นจะเหมาะกับผู้เริ่มต้นเรียนภาษาไทย ส่วนระดับที่สองที่ต้องเรียนอีก 100 ชั่วโมงจะเหมาะกับผู้ต้องการพัฒนาทักษะด้านภาษาไทยให้ดีขึ้น โดยในชั้นเรียนจะไม่มีการพูดภาษาอังกฤษเลย เพื่อให้นักศึกษาเรียนรู้ภาษาไทยได้เร็วที่สุด

.. ทั้งนี้จำนวนผู้เรียนจะส่งผลโดยตรงต่อการเปิดคอร์ส ถ้าไม่มากพอก็เปิดคอร์สนั้นๆ ไม่ได้ ไม่คุ้มทุน โดยในแต่ละคอร์สจะมีผู้เรียนเฉลี่ยไม่เกิน 10 คน เพื่อการดูแลอย่างทั่วถึงของอาจารย์ผู้สอน และแม้ว่าประมาณร้อยละ 80 ของพัฒนาการด้านภาษาไทยของชาวต่างชาติจะมาจากความขยันหมั่นทบทวนของพวกเขาเอง ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจารย์เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการดึงดูดให้พวกเขาสนใจบทเรียน ฝึกฝนจนกระทั่งประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด ..

จิตวิญญาณอาจารย์ ในชั้นเรียนสอนภาษาไทยแก่ชาวต่างชาติของธรรมศาสตร์นั้น เสียงนักศึกษาท่องศัพท์ ฝึกบทสนทนาโปรยปรายมากับสายลมยามเย็น การโต้ตอบระหว่างนักศึกษาต่างชาติผ่านภาษาไทย แม้จะกระท่อนกระแท่นบ้าง ทว่าก็แฝงความมุ่งหวังตั้งใจไว้เต็มเปี่ยม ไม่นานนาทีก็แว่วเสียงอาจารย์คนไทยที่คอยแนะนำ แก้ไขเวลาลูกศิษย์พูดผิด พูดเพี้ยน พูดไม่ได้ บรรยากาศอบอุ่น สบาย เป็นกันเองของมหาวิทยาลัยริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่างละม้ายคล้ายคลึงกับชั่วโมงฝึกทักษะการฟังในรั้วศรีนครินทรวิโรฒมาก

ขณะที่อาจารย์รุ่งฤดี ผู้รับหน้าที่สอนทักษะการฟังภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ แสดงฉลากยา และอธิบายการใช้ฉลากยาให้กับนักศึกษาฟังนั้น จะได้รับความสนใจจากนักศึกษามาก เพราะบางคนเคยผ่านประสบการณ์การหาหมอมาแล้ว แต่ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ ต้องใช้ภาษาอังกฤษหรือล่ามแทน ในชั่วโมงนั้นจะจำลองสถานการณ์ให้นักศึกษาเป็นผู้ป่วยไปพบแพทย์ และอธิบายอาการของโรค เช่น ปวดหัว ปวดท้อง ปวดฟัน เป็นภาษาไทยให้ได้ พร้อมทั้งยังต้องเข้าใจความหมายบนฉลากยา และคำอธิบายการใช้ยาที่แพทย์สั่งด้วย โดยอาจารย์จะสวมบทบาทเป็นหมอแล้วอ่านฉลากยาให้ฟัง เพื่อดูว่านักศึกษาเข้าใจมากน้อยแค่ไหน

นอกจากนี้ จิตวิญญาณความเป็นครู เป็นอาจารย์แบบไทยยังฉายเด่นชัด เมื่อเสียงกริ่งเลิกเรียนจางหายไป ด้วยหลังจากหมดเวลาการเรียนการสอนแล้ว นักศึกษาคนใดที่ยังมีปัญหาค้างคาใจ ไม่เข้าใจบทเรียนก็สามารถสอบถามกับอาจารย์ได้ ยิ่งกว่านั้นการเอาใจใส่ ให้ความสำคัญ ให้ความรู้กับนักศึกษาต่างชาติของอาจารย์ไทยเหล่านี้ ก็ไม่ได้ลดน้อยต่างจากที่เคยให้นักศึกษาคนไทยแต่อย่างใด ดังที่อาจารย์เยาวลักษณ์เน้นว่า

.. ไม่คิดว่าการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติเป็นการค้า แต่คือการให้ความรู้ สนุกที่ได้สอน ในชั้นเรียนที่มีความแตกต่างทางเชื้อชาติมากๆ นั้นจะมีปัญหาเฉพาะหน้าให้แก้ไขตลอด จึงสนุกมาก ..

ทั้งนี้ ไม่เพียงอาจารย์ที่สอนส่วนใหญ่จะจบปริญญาโท-เอกทางด้านภาษาไทยเท่านั้น แต่พวกเขายังมีเทคนิคในการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่แตกต่างหลากหลาย ทว่าสิ่งที่เหมือนกันในทุกคนคือการแทรกเรื่องประเพณีวัฒนธรรมไทยเข้าไว้ในการเรียนการสอนด้วย โดยเฉพาะมิติด้าน .. ความควร-ไม่ควร ..

ภาษา-วัฒนธรรม ในคอร์สที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติของผู้เรียนที่มาจากทั้งซีกโลกตะวันตกและออกเช่นในธรรมศาสตร์ที่ผู้เรียน 8 คนมาจาก 7 ชาติ อังกฤษ อเมริกัน เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น สิงค์โปรนั้น ไม่เพียงพื้นฐานด้านภาษาและวัฒนธรรมของพวกเขาจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงเท่านั้น แต่ช่องว่างระหว่างวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมดั้งเดิมของพวกเขาแต่ละคนก็ยังถ่างกว้างมากด้วย

ภารกิจสำคัญ ของโครงการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติจึงไม่ได้ยุติอยู่เพียงแค่การสร้างชาวต่างชาติที่สามารถพูดได้ สื่อสารเป็นภาษาไทยได้โดยไม่ตกหล่นความหมายเท่านั้น ทว่ายังต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมประเพณีไทยให้เกิดขึ้นในจิตใจพวกเขาด้วย เพราะเวลาได้พิสูจน์แล้วว่าการสื่อสารโดยขาดบริบทด้านวัฒนธรรมรองรับนั้นมักจะล้มเหลวมากกว่าประสบความสำเร็จ

กระนั้น การแทรกมิติด้านวัฒนธรรมประเพณีไทยในการเรียนการสอนภาษาไทยนั้น ทั้ง 3 มหาวิทยาลัยจะใช้วิธีแทรกเข้าไปทีละน้อยๆ จนกระทั่งพวกเขาเริ่มตระหนักรับรู้ว่าสิ่งใดควรทำ-ไม่ควรทำเวลาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยโดยอัตโนมัติ และมิใช่หรือที่ความหวังในการเรียนภาษาใดภาษาหนึ่ง ไม่เฉพาะภาษาไทย ท้ายสุดแล้วปรารถนาเพียงความเข้าใจร่วมกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่อยู่บนโลกแห่งความหลากลายทางวัฒนธรรมความเชื่อ



-------------------------------------------------------------
>>>>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ





    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 1/09/2005 10:30 AM



ชื่อ ::
  *
  รหัสผ่าน ::  
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ

Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.