| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- แก้ไขข้อมูลสมาชิก | เข้าระบบผู้ดูแล | ตั้งกระทู้ใหม่ -



เกิดมาทำไม

พอดีมีคนถามที่ Budpage เลยมาใส่ไว้ที่นี่ครับ
ให้มาอ่านกัน
อันนี้คัดลอกมาจาก webboard แห่งหนึ่ง
แล้วมาจัดหน้าใหม่ครับ
-----------------------------------------------
1. เกิดมาเพื่อชดใช้กรรม ชาติก่อนทำบุญไว้มาก ทำบาปไม่เกิน 30 % ของกรรมทั้งหมด พอตาย ไปขึ้นสวรรค์ เสวยสุขไปชั่วระยะหนึ่ง เกิดความไม่สบายใจ จึงตัดสินใจลงมาใช้กรรมเก่าชั่วคราว คนผู้นี้เมื่อมาเกิดใหม่ จะได้รับความทุกข์ทรมาน แต่ความเดือดร้อนนั้นจะไม่มีพลังหักเหให้เขาหัน กลับไปทำความชั่วอีก เมื่อชดใช้กรรมหมดแล้ว ก็จะได้กลับไปเสวยสุขบนสวรรค์อีก

2. เกิดมาเพื่อสร้างบารมี เมื่อโลกมนุษย์เกิดความระส่ำระสาย เทพเจ้าผู้ปกครองสวรรค์จะคัดเลือกเทพลงมาช่วยแก้สถานการณ์ เทพเหล่านี้เมื่อลงมาเกิดในโลกมนุษย์ ตลอดชีวิตจะต่อสู้เพื่อ สังคม เพื่อความดีงาม เพื่อเสรีภาพไม่หยุดหย่อน แม้ภาวการณ์คลี่คลายลง เทพนั้นก็จะละร่างไปเสวยสุขในโลกเบื้องสูงต่อไป

3. เกิดมาเพื่อสร้างบารมี เป็นผู้นำ เทพบางองค์ยอมเสียสละความสุขบนสวรรค์ลงมาเกิดเพื่อ เป็นผู้นำหรือเป็นประมุขปกครองคนหมู่มากให้มีความสุข เป็นการสร้างบารมีไปในตัวด้วย

4. หนีนรกมาเกิด สัตว์นรกบางตนใช้กรรมในนรกยังไม่ทันหมดก็หนีมาเกิดในโลกมนุษย์ ครั้นนาย นิรยบาลทราบเรื่องก็จะให้ยมทูตมาเอาตัวกลับไปทรมานอีก สัตว์นรกในร่างมนุษย์นั้นจะอายุสั้น ตายตั้งแต่อายุยังน้อย

5. หนีแดนโจรมาเกิด สัตว์ในแดนโจรบางตน ทนทุกข์ทรมานในแดนโจรแต่ยังไม่หมดกรรม ก็หนีมาเกิดในโลกมนุษย์ ทำให้มาเกิดเป็นคนพิการแต่กำเนิดหรือมีอุบัติเหตุทำให้กลายเป็นคนพิการ ในที่สุด

    โดย : พี่เก่ง     เมื่อ : 20/05/2003 09:35 AM

 
 
ความคิดเห็นที่: 1

6. หนีแดนเปรตมาเกิด เปรตที่ยังไม่หมดกรรม หนีมาเกิดในโลกมนุษย์ จะเป็นผู้ที่อดหยากยากไร้ หิวโหย หาได้ไม่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง อดมื้อกินมื้อ หรือกินแต่ของบูดเน่า ของเหลือเดน

7. หนีแดนปีศาจมาเกิด ผู้ที่ชอบรีดนาทาเร้น คดโกงผู้อื่น ตายไปแล้วต้องไปต่อสู้ฟาดฟันกันเองในแดนปีศาจ บางตนใช้กรรมยังไม่หมดก็หนีมาเกิดในโลกมนุษย์ คนพวกนี้จะเป็นคนอาภัพ ได้รับการดูถูกเหยียดหยาม ถูกเอารัดเอาเปรียบจากสังคมและผู้เกี่ยวข้อง

8. เกิดมาเพื่อเสวยสุข บางคนทำบุญไว้น้อย ทำบาปไว้มาก จึงต้องไปรับกรรมในอบายภูมิ เพื่อชดใช้กรรมหมด ก็ได้กลับมาเกิดในโลกมนุษย์เพื่อรับผลของบุญที่ทำไว้ คนพวกนี้จะมีนิสัยเลวร้าย ชอบเอาเปรียบคดโกง แล้วร่ำรวยเพราะการกระทำดังกล่าว เขาจะเสวยสุขเพื่อรอวาระสุดท้ายในชีวิต ซึ่งยมทูตจะมารับกลับไปทรมานในอบายภูมิเช่นเดิม

9. เกิดมาเพื่อเพิ่มเติมบารมีให้เต็ม เทพเจ้าบางองค์ ตั้งความปรารถนาที่จะเป็นพระพุทธเจ้า เป็น พระปัจเจกโพธิเจ้า เป็นพระอรหันตสาวก ฯลฯ แม้ตัวท่านจะมีบุญบารมีมากมาย แต่เขายังบกพร่องในบารมีธรรมบางข้อ ท่านจึงได้อำลาพรหมโลก ละทิ้งป่าหิมพานต์ หนีจากแดนบาดาลมาเกิดเป็นมนุษย์ คนพวกนี้จะตั้งหน้าตั้งตากอบโกยเอาแต่บุญบารมี ไม่ยอมสะสมหลักฐานหรือ ทรัพย์สมบัติใดเพื่อตนเอง ท่านจะยอมลำบากลำบน ทำแต่ความดี สร้างบารมี บางครั้งคนทั่วไป เลยหาว่าโง่

10. เกิดมาเพื่อเสวยสุขและทุกข์ตามกรรมที่ทำไว้ในอดีตชาติ บางคนไม่สนใจเรื่องบุญบาป นรก สวรรค์ คนพวกนี้ทำบุญไว้มากกว่าบาป แต่บุญไม่มากพอที่จะส่งขึ้นสวรรค์ บาปก็ไม่มากพอที่จะส่งลงนรก เมื่อตายไปแล้วจึงต้องกลับมาเป็นมนุษย์อีก เสวยผลกรรมตามที่ทำไว้ในอดีตชาติ เขาจะใช้ชีวิตเฉกเช่นสามัญชนทั่วไป แสวงหารักแท้ ดิ้นรนเพื่อหน้าที่การงาน ต่อสู้เพื่อให้มีหลักฐาน ความมั่นคง ทำดีเพราะเห็นว่าเป็นหน้าที่ที่ควรกระทำ

    โดย : พี่เก่ง     เมื่อ : 20/05/2003 09:42 AM


ความคิดเห็นที่: 2

11. เกิดมาเพื่อทำลายล้าง บางคนเป็นคนที่มากไปด้วยความแค้น ไม่ยอมใคร หากในอดีตชาติเขา ถูกศัตรูกลั่นแกล้งทรมาน เขาจะต้องหาทางแก้แค้น หากไม่ทันได้แก้แค้นและศัตรูตายไปก่อน เขาก็จะยังไม่ยอมเลิกรา ด้วยอำนาจความแค้นจะทำให้เขาเกิดร่วมชาติกับศัตรู เพื่อตามทำลายล้าง กันตั้งแต่ต้นจนจบ ลูกชายเจ้าสำราญ ล้างผลาญทรัพย์สินของพ่อแม่ที่อดออมมาเป็นเวลานาน ภรรยาโขกสับสามี จิกหัวใช้สามีเยี่ยงทาส อาจารย์กลั่นแกล้งนักศึกษาจนต้องลาออก ไม่ได้รับประกาศนียบัตร ประกอบการค้าเล็กๆ แต่ก็ถูกนายทุนใหญ่กลั่นแกล้งจนตัวเองล่มจม

12. เกิดมาเพื่อปลดเปลื้องคำสาป บางคนทำบุญไว้มาก แต่ไม่เคยประพฤติศีลในครบถ้วน เมื่อตายไปได้ขึ้นสวรรค์ แต่ไม่รู้จักประพฤติตนให้เหมาะสม เทพเจ้าผู้ปกครองสวรรค์จึงใช้อำนาจบันดาลให้เขามาลงรับบทเรียนบางอย่างในโลกมนุษย์ มนุษย์พวกนี้ลงมาเกิดด้วยฤทธิ์คำสาปของสวรรค์ และด้วยบุญที่ทำมามาก เขาจึงมาเสวยสุขในโลกมนุษย์ แต่เป็นแบบมีขอบเขต เช่น มีเงินทองมากมาย แต่คิดทำการใหญ่เมื่อใด ก็จะขาดทุนป่นปี้ มีอาการแพ้วัตถุบางอย่าง เช่น ขึ้นเครื่องบินไม่ได้ เพราะมีอาการแพ้รุนแรง หรือ ต้องบูชาเทพบางองค์ ถ้าขาดบูชาเมื่อใดมักมีเรื่องเดือดร้อนตามมา

13. เกิดมาเพื่อทดสอบอุดมคติ บางคนทำความดีไว้มาก ตายไปได้ขึ้นสวรรค์ ได้รับความเมตตา จากเทพฝ่ายบริการ ครั้นสนิทสนมกันดีก็สงสัยว่าไฉนเทพฝ่ายบริการซึ่งบุญบารมีใกล้เคียงกับตนเองจึงมีฤทธิ์เหนือกว่า สามารถไปมาระหว่างโลกสวรรค์ โลกมนุษย์และโลกทิพย์ได้ จึงตั้งความปรารถนาที่จะมีฤทธิ์แบบเทพฝ่ายบริการบ้าง จึงขออนุญาตเทพเจ้าผู้ปกครองสวรรค์ลงมาสร้างฤทธิ์อำนาจในโลกมนุษย์ มนุษย์พวกนี้จะมาเกิดในหมู่โจร เกิดท่ามกลางคนชั่วคนเลว อันธพาล ผู้มีอิทธิพล นักการเมืองที่มีอำนาจ นี่คืออุปสรรคหรือบททดสอบสำหรับเขา
ถ้าเขาปรับตัวเข้ากับบุคคลเหล่านั้นได้ ยอมร่วมมือทำความชั่ว เขาจะมีความสุข มีอำนาจในโลกมนุษย์ แต่จะไม่มีฤทธิ์อำนาจตามที่ปรารถนาเอาไว้ ถ้าเขาเข้มแข็ง เป็นคนดีในหมู่โจร ไม่ยอมทำความชั่วแม้จะถูกบีบคั้น เมื่อเขาตาย ก็จะตายในขณะที่คุณความดียังอยู่ เมื่อเขาตาย สวรรค์จะต้อนรับเขา เขาคือ ครูญาณ ทูตสวรรค์ เขาจะมีฤทธิ์อำนาจไปมาข้ามห้วงเวลาได้ สามารถปรากฎตัวในโลกมนุษย์เพื่อรับวัตถุทานที่บุตรหลาน บำเพ็ญกุศลไปให้ หรือปรากฎตัวในแดนสวรรค์เพื่อเสวยสุข หรือปรากฎตัวในอบายภูมิเพื่อศึกษาเรื่องผลของกรรม

14. เกิดมาเพื่อเปลี่ยนวงจรชีวิต มนุษย์บางคนเกิดมาทำบุญน้อย ทำบาปมาก หลังจากตายแล้ว ต้องรับโทษ เมื่อรับโทษหมดไปประมาณ 90 % ก็กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ และดำเนินชีวิตแบบเดิม คือ ทำบุญน้อย ทำบาปมาก วงจรชีวิตจะหมุนเวียนระหว่างโลกมนุษย์กับอบายภูมิ จนก่อนละโลก ครั้งหลัง เขาได้พบสมณชีพราหมณ์ เกิดความเลื่อมใส ทำให้เริ่มหันหน้าเข้าวัด แต่ผลบุญยังน้อย มิอาจต้านทานกระแสบาปได้ ตายไปจึงต้องไปรับทุกข์ในอบายภูมิตามเดิม ก่อนตายได้ตั้งสัตยอธิษฐานว่าจะทำความดีเพื่อไม่ให้ตกต่ำไปกว่าเดิม ดังนั้น เมื่อเกิดมาก็ยังต้องทนทุกข์ทรมาน เป็นคนอาภัพ ทำคุณคนไม่ขึ้น ปิดทองหลังพระ แต่ เขาจะฝืนทำความดี ถึงแม้ว่าจะกลายเป็นคนดีที่โลกไม่แยแส เมื่อจบชีวิตแล้ว ทูตสวรรค์จะมารับ วิญญาณไปสู่สวรรค์เบื้องสูง วงจรชีวิตจะเปลี่ยนไป ได้เสวยสุขในสวรรค์

15. เกิดมาเพื่อก่อตั้งศาสนา เมื่อใดที่ศาสนาเสื่อมทรามจนเหลือแต่หลักวิชา และพระโพธิสัตว์จะมาจุติในโลก เหล่าทวยเทพจะติดตามลงมาเพื่อช่วยกันประกาศหลักธรรม เพื่อให้ศาสนาดำรงอยู่ เป็นที่พึ่งของคนทั่วไป

    โดย : พี่เก่ง     เมื่อ : 20/05/2003 09:50 AM


ความคิดเห็นที่: 3

16. เกิดมาเพื่อรับพุทธพยากรณ์ ในโลกธาตุหนึ่ง จะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้พร้อมกันสองพระองค์ พร้อมกันมิได้เป็นอันขาด ในขณะที่หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ายังอยู่ครบครันมั่นคง หาก จะมีใครคนหนึ่งอ้างตัวเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ เขาผู้นั้นเป็นคนโกหกหลอกลวงอย่างหน้าด้านที่สุด
ขณะที่พระโพธิสัตว์องค์หนึ่งจุติลงมาตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อประดิษฐาน พระศาสนา พระโพธิสัตว์ผู้ที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปก็จะติดตามลงมาเกิดเป็นมนุษย์
เพื่อรับพุทธพยากรณ์ เป้าหมายของพระโพธิสัตว์ คือ พุทธภูมิ ดังนั้นจะพร่ำสอนชี้แจงอย่างไร พระโพธิสัตว์ก็มิอาจบรรลุคุณวิเศษอันใดได้ พระโพธิสัตว์เกิดมาเพื่อรับพุทธพยากรณ์เท่านั้น

17. เกิดมาเพื่ออุปถัมภ์ บางคนเคยทำบุญร่วมกัน แต่ไม่ได้ทำบาปร่วมกัน คนหนึ่งตายแล้วไปสวรรค์ อีกคนหนึ่งเกิดบนโลกมนุษย์ คนที่เกิดบนโลกมนุษย์จะยิ่งได้รับผลบุญมากเต็มที่เมื่ออยู่ร่วมกับคนที่อยู่บนสวรรค์ หากคนที่อยู่บนสวรรค์ลงมาเกิดและอยู่ร่วมด้วย คนที่อยู่บนโลกมนุษย์ก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น ลูกบางคนเกิดมาทำให้พ่อแม่ร่ำรวย ค้าขายคล่อง การงานก้าวหน้า แต่ตัวลูกเองประพฤติตัวเกเร ถ้าพ่อแม่ไล่ออกจากบ้านก็จะทำให้ความเป็นอยู่ของพ่อแม่เดือดร้อนอีก

18. เกิดมาเพื่อรับใช้อุปัฎฐาก เมื่อเทพเจ้าจุติลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อเพิ่มเติมบารมีธรรมให้เต็มเปี่ยม เทพฝ่ายบริการ เทพผู้รับใช้ประจำตัวจะติดตามลงมาเกิด โดยทิ้งช่วงห่างประมาณ 10 ปีถึง 25 ปี เมื่อเทพเจ้าพระองค์นั้น (ในร่างมนุษย์) สร้างบารมีตนเอง เทพรับใช้ก็จะมามอบตัวเป็นลูกศิษย์คอยช่วยเหลือปฏิบัติดูแลเทพองค์นั้น เมื่อเทพองค์นั้นอำลาจากโลกมนุษย์ เทพรับใช้ก็จะอยู่ปฏิบัติงานจนเรียบร้อยแล้วก็จะติดตามกลับไปรับใช้ในโลกทิพย์ต่อไป

19. เกิดมาเพื่อทดสอบพรหมวิหารธรรม เทพเจ้าผู้สละพรหมโลกมาเกิดในโลกมนุษย์เพื่อสร้างบารมีเลื่อนอันดับเป็นเทพเจ้าผู้ปกครอง ปกติจะเป็นนักบวช อุทิศชีวิตเพื่อความรุ่งเรืองของศาสนา เป็นนักปฏิบัติธรรมผู้ไม่หวังลาภยศ วางเฉยได้ทั้งต่อคำยกย่องและคำด่า เพราะในหัวใจของท่านอัดแน่นไปด้วยฮัมมตัณหา ไม่มีที่ว่างเหลือสำหรับกามตัณหา

20. เกิดมาเพื่ออนุรักษ์ประเพณีโบราณ ยามใดที่โลกมีวิญญาณชั้นสูงมาเกิดน้อย วิญญาณชั้นต่ำ มาเกิดมาก พวกเทพจะอาสามาเกิดเป็นมนุษย์เพื่ออนุรักษ์ประเพณีโบราณ เทพเหล่านี้จะได้รับความเจริญในชีวิต ได้รับความคุ้มครองจากสวรรค์เป็นการตอบแทน ประเพณีโบราณได้แก่ ศิลปวิทยาการอันเก่าแก่ เช่น ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ ดนตรี การขับร้องฟ้อนรำ วรรณคดี จิตรกรรม ประติมากรรม วัฒนธรรม

    โดย : พี่เก่ง     เมื่อ : 20/05/2003 09:56 AM


ความคิดเห็นที่: 4


เรื่องนี้ อ่านแล้วพิจารณาด้วยนะครับ

    โดย : พี่เก่ง     เมื่อ : 20/05/2003 09:57 AM


ความคิดเห็นที่: 5

สวัสดีครับ พี่เก่ง
แล้วเราสามารถรู้ได้ไหมครับว่าตัวเราจัดอยู่ในประเภทใด แล้วเราต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อที่จะให้เราสามารถที่จะเลือกเกิดได้ในชาติหน้า ครับ คือเกิดมาเหมือนกับชาตินี้มีพ่อแม่พี่น้องและคนรักเดิม ตอบแทนบุญคุณและทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปให้กับคนที่รักทั้งหมด ครับ

    โดย : na   Mail to na  เมื่อ : 20/05/2003 09:59 AM


ความคิดเห็นที่: 6



ลองเข้าไปศึกษา ที่นี่ครับ www.jarun.com

การทำวิปัสสนากัมมฐาน จะช่วยให้ รู้กฎแห่งกรรม และ กรรมของตนเอง เกิดปัญญาสำหรับแก้ปัญหาชีวิต

ขอย้ำนะครับ คำถามที่ถามมานั้น มีคำตอบทั้งนั้น และ รู้ได้ด้วยตนเอง แต่จะปฏิบัติได้ถึงหรือไม่ ขึ้นกับแต่ละคนว่ามี ขันติ วิริยะ อุตสาหะ เพียงใด

การเลือกเกิดนั้น คงทำไม่ได้หรอกครับ อยู่ที่การทำบารมีสะสมมาแต่ละชาติ ถ้าทำกรรมดี ก็ไปเกิดในตระกูลดี เรื่องกรรมเป็นอจินไตย ตือ สลับซับซ้อน ไม่ควรไปนั่งไล่เลียง เสียเวลาเปล่า
แค่ "คิดดี ทำดี และ ไม่โลภ" ก็มีความสุขแล้วครับ

อย่าลืมว่า เมื่อคุณทำความดี แต่ถ้าคนอื่นๆไม่ได้ทำดีด้วย ความผูกพันก็ลดการเชื่อมโยงและเหินห่างกันต่อๆไป

    โดย : พี่เก่ง     เมื่อ : 20/05/2003 10:43 AM


ความคิดเห็นที่: 7

ขอบคุณมากๆนะคะ
โชคดีค่ะ บ๊ายบายนะคะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 20/05/2003 04:42 PM


ความคิดเห็นที่: 8

ดีมากๆๆ ครับ

    โดย : วุฒิชัย     เมื่อ : 21/05/2003 03:37 AM


ความคิดเห็นที่: 9

ผมเกิดมาสร้างบารมีครับ แล้วก็มุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม ร่วมกับมหาปูชนียาจารย์ คุณครูไม่ใหญ่และหมู่คณะ เพื่อรื้อสรรพสัตว์ทั้งหมดทั่วแสนโกฎิจักรวาล อนันตจักรวาลขึ้นสู่พระนิพพาน แล้วพวกผมจะขอเข้านิพพานเป็นชุดสุดท้าย

    โดย : กล้าตะวัน     เมื่อ : 21/05/2003 02:50 PM


ความคิดเห็นที่: 10

งานใหญ่นะครับคุณกล้าตะวัน..ขอให้ปณิธานอันแรงกล้านี้ประสบความสำเร็จนะครับ..

    โดย : นกเสรี     เมื่อ : 23/05/2003 12:54 PM


ความคิดเห็นที่: 11

ตอนนี้ผมกำลังเรียนปริญญาตรีอยู่ มีอยู่วิชาหนึ่งที่มีอาจารย์มาสอนวิชาการบริหารผลผลิตงานอุตสาหกรรม แล้วท่านให้การบ้านมาว่า เราเกิดมาทำไม เกิดมาเพื่ออะไร ซึ่งงงมาว่าทำไมท่านต้องให้ทำด้วย เราไม่ได้เรียนวิชาธรรมมะซักหน่อยที่จะต้องปลงสังขาร เราก็ไม่ได้บวชด้วยทำไห้ผมงงมาก แต่ก้ต้องทำมันเป็นคะแนน ขอบคุณคับ

    โดย : vunnaage   Mail to vunnaage  เมื่อ : 21/09/2005 10:56 PM


ความคิดเห็นที่: 12


เราเกิดมาทำไม เกิดมาเพื่ออะไร ..?

มนุษย์ส่วนใหญ่ที่กำลังมีชีวิตอยู่ ชอบที่จะถามกันว่า .. เกิดมาทำไม .. แต่ไม่ค่อยมีใครชี้ประเด็นให้ชัดเจนเลยว่า ที่มาเกิดเป็นแบบนี้ เพราะอะไร ทำกรรมอะไรมา จึงมาเกิดเป็นมนุษย์ได้อย่างไร

ถ้าศึกษาเกี่ยวกับกรรมกำหนด ตามหลักของพระพุทธเจ้า หรือตามหลักการแบบของวิทยาศาสตร์ ก็น่าจะพบว่ามีอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ ทุกอย่างต้องมีเหตุของที่มาเสมอ ผลรับต้องไหลมาจากเหตุ และในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดๆ ที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาลอยๆ ไม่มีแน่นอน ทุกอย่างไหลมาแล้ว ก็ต้องไปสู่จุดจบ แปรเปลี่ยนไปตามสภาพเสมอ

แม้แต่ความพอใจและความไม่พอใจที่เรามาเกิดเป็นมนุษย์ ..!!

มนุษย์ทุกๆ คน เมื่อเกิดมา และ ยังมีชีวิตอยู่ จะมี .. สัจจธรรม ..
ที่ว่าด้วย เรื่องของกรรม หรือ การกระทำของมนุษย์ ซึ่งมีอยู่ ๓ ทาง ด้วยกัน คือ

- การกระทำทางใจ
- การกระทำทางกาย และ
- การกระทำทางวาจา

ซึ่งถ้าเราสังเกตดีๆ ก็จะเห็นได้ว่า ผิดกับสัตว์โลกชนิดอื่นๆ
เพราะมนุษย์มีความรู้สึกนึกคิด มีสติปัญญา และ มีการสื่อความหมายกันด้วย .. การพูด

มนุษย์จึงเป็นสัตว์โลกชนิดเดียว .....
ที่สามารถพัฒนาตัวเองได้ดีกว่า หรือ เหนือกว่า
แล้วก็ยังมีวิวัฒนาการเจริญรุ่งเรืองได้มากๆ และ รวดเร็วกว่า .. สัตว์โลกชนิดอื่นๆ

มนุษย์ผู้ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยกรรมดีทั้ง ๓ ทางนั้น และถ้าเราคิดไม่ผิด มนุษย์น่าจะเกือบทุกๆ คน ย่อมมีความปรารถนาที่จะพัฒนากรรมทั้ง ๓ ทางของตัวเองให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เราจึงเห็นอยู่บ่อยๆ ที่จะมีมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย ทำการคิดค้นหาวิธีและหลักการ และหรือ ทฤษฎีต่างๆ ขึ้นมาตอบสนองพฤติกรรมของมนุษย์กันอยู่เรื่อยๆ


quote:

พระพุทธศาสนาถือว่า การได้กำเนิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นการยาก และ การที่ได้เกิดมาเป็น มนุษย์นั้น นับเป็นลาภอันประเสริฐ เพราะการได้สภาพเป็นมนุษย์นั้น เป็นการได้โอกาสอันดีงามที่จะพัฒนาตน พัฒนาชีวิตให้ดี หรือเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปกว่าภาวะที่เป็นอยู่ จนกระทั่งถึงภาวะอันเป็นความสมบูรณ์แห่งชีวิต ตามคติแห่ง ... พระพุทธศาสนา

แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้โอกาสอันดีนี้ ให้เกิดประโยชน์ได้เพียงไร ซึ้ง .. พระพุทธศาสนา .. ได้ชี้แนะแนวทาง ในการพัฒนาตน พัฒนาชีวิต ให้เจริญ อย่างเป็นขั้นตอนไว้ด้วยแล้ว อย่างพร้อมมูล ผู้ที่ศึกษาเรื่องของ ชีวิต ย่อมจะเป็นผู้ไม่ปล่อย ให้ชีวิตผ่านไปอย่างไร้สาระ แต่จะเป็นผู้รู้จักใช้ชีวิตอย่างเป็นประโยชน์ ด้วยการสร้าง และ กระทำแต่สิ่งอันเป็นประโยชน์ทั้งปวงตามความสามารถ

ผู้ซึ่งทำได้เช่นนี้ ถือได้ว่า ..........
เป็นผู้มีชีวิตเจริญด้วยผลดี อันจะพึงได้ทั้ง ในโลกนี้ และ ในโลกหน้า


...........................................................................................................................
อ้างอิงจาก ... พระธรรมเทศนาและโอวาท ในวันสงกรานต์ ๑๓ เมษายน ๒๕๔๖
โดย ... สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก








    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 22/09/2005 07:47 AM


ความคิดเห็นที่: 13

นี่เป็นวิธีคิดตามคติของศาสนาพุทธ เพื่อตอบคำถามที่ว่า
คนเราเกิดมาเพื่ออะไร และทำไมจึงมีความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของ
เพศ ผิวพรรณ สุขภาพ ปัญญา ฐานะ มากมายเหลือเกิน

ผมจะไม่ถกว่าผมเชื่อหรือไม่เชื่ออย่างไร เพราะยังไงมันก็พิสูจน์
ไม่ได้

ที่สำคัญคือ ไม่ว่าคุณจะเกิดมาสูงดำต่ำขาว ยากดีมีจนอย่างไร
คุณก็ได้เกิดมาแล้ว นี่ต่างหาก
ปัญหาที่ตามมาคือ เราได้เกิดมาแล้ว แล้วยังไงต่อไป

สิ่งที่เราพบเห็นเป็นอยู่ในทุกวันนี้
แน่นอนว่าเกิดจากการกระทำ ของเราเอง และของบุคคลอื่นๆ
เราต้องเจอกับธรรมชาติที่โหดร้าย
เพราะการกระทำที่ไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมของเรา
และคนรุ่นบรรพบุรุษของเรา
เราเจอกับภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ด เพราะการกระทำของ
รัฐบาลชุดก่อนๆ ซึ่งก็เป็นเรา หรือคนรุ่นพ่อเรานั่นแหละที่
เลือกเข้ามา ผมมีเงินใช้ในวันนี้เพราะผมทำงานมาทั้งเดือน
ผมยังไม่มีรถขับ เพราะผมเอาเงินไปใช้ทำอย่างอื่นหมด
ผมซื้อของดีๆกินได้ เพราะผมไม่มีภาระต้องผ่อนรถยนต์
ลูกผมไม่มีรถนั่งไปโรงเรียน เพราะผมยังไม่คิดที่จะซื้อ
ซึ่งผมคงไม่โทษว่าเป็นกรรมของมันเองที่เกิดมาเป็นลูกผม
(ถึงผมมี ผมก็จะให้มันนั่งรถโรงเรียนอยู่ดี) ทุกอย่างมันมีเหตุ
ปัจจัยของมันอยู่ มันเป็นเหตุเป็นผล นี่ต่างหากเรื่องของกรรม

เราเคยทำความดีกับเขา วันหลังเราไม่มีเขาก็ช่วยเหลือเรา
นี่เรียกว่ากินบุญเก่า เราไปขอให้เขาช่วยบ่อยๆ บุญเก่าของเรา
ก็ค่อยๆหมดไป เขาก็ระอาหลบหน้าเรา
เราไปตีหัวเขา เขาเห็นลูกเราโดนหมากัด เขาก็ไม่ช่วย นี่ไงกรรม

การกระทำดี ย่อมส่งผลดีต่อตนเอง ต่อคนรอบข้าง
ต่อลูกหลาน ต่อสังคม ต่อมนุษยชาติ และต่อโลกในอนาคต
การทำชั่ว แม้วันนี้จะส่งผลต่อคนอื่น แต่ต่อมาย่อมส่งผลชั่ว
ต่อโลก ต่อสังคม ต่อคนรอบข้างเรา จนมาถึงเราและลูกหลาน
ในอนาคต อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (เช่นถ้าเราขายยา เราจะหวัง
ให้สังคมที่ลูกหลานเราอยู่เป็นสังคมที่ดีได้อย่างไร)

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราในวันนี้นั้น เกิดจากการกระทำ(หรือกรรม)
ของเราและคนรอบข้าง หรือคนรุ่นก่อนหน้าเราแน่ๆ
และผมคงไม่ต้องไปนั่งพะวง หรือไปถามแม่ชี
ว่าทำไมเป็นอย่างนี้ เพราะ"มันเป็นเช่นนั้นเอง"

........................................................................

อย่าไปครุ่นคิดหมกมุ่นกับความผิดพลาดในอดีต
อย่าไปหลงระเริงกับความสำเร็จที่ได้มาแล้ว
อย่าไปกังวลห่วงใยเรื่องในอนาคต

อยากรู้อดีต ดูผลในปัจจุบัน อยากรู้อนาคต ดูกรรมในปัจจุบัน

อดีตเป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้ว อนาคตยังไม่เกิด
จงเพ่งธรรมในปัจจุบัน (ปัญญาปารมิตาสูตร)

สรุปว่าให้ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอแล้ววันหน้าต้องดีแน่นอน

....................................................................

ไม่ว่าอย่างไรถือว่าเราโชคดี ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย
และได้เจอพุทธศาสนา

ระวังไม่ให้กรรมชั่วที่เคยทำแล้ว เกิดขึ้นอีก
ระวังไม่ให้กรรมชั่วที่ไม่เคยเกิด เกิดขึ้นได้
กรรมดีที่เคยทำมาแล้ว ทำต่อไป
กรรมดีที่ไม่เคยทำ ให้ทำให้เกิดขึ้น

สร้างกรรมดีใหม่ๆ กรรมชั่วเก่าๆ ก็ลดไปเรื่อยๆเอง

    โดย : momit   Mail to momit  เมื่อ : 13/12/2005 07:43 PM



ชื่อ ::
  *
  รหัส ::   (เฉพาะสมาชิก)
 
อีเมล์ ::
  (สมาชิกไม่ต้องกรอก)
 
รูปประกอบ ::
  ไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
รายละเอียด ::
  *
  ใส่รูปแสดงอาการ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ

Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.