| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- แก้ไขข้อมูล | - เข้าระบบผู้ดูแล | ตั้งกระทู้ใหม่ - -



อยากรบกวนสอบถามเรื่องช้างเร่ร่อนหน่อยครับ

ผมกำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับช้างเร่ร่อนอยู่น่ะครับตอนนี้กำลังเก็บข้อมูลอยู่ว่าส่วนใหญ่แล้วช้างเร่ร่อนที่พวกเรา
พบเห็นนั้นอยู่ที่ใดและกระจายตัวอย่างไร รบกวนท่านที่อ่านช่วยบอกหน่อยนะครับว่าเคยพบเห็นช้างเร่ร่อนที่ใดบ้าง(เฉพาะในประเทศไทยนะครับ) ขอบคุณครับ

    �� : ton  Mail to ton   ����� : 26/07/2005 09:24 PM

 
 
�����Դ��繷��: 1


เคยทำหน้าบันทึกเรื่องของ ช้าง ไว้บ้าง
แต่หน้าบันทึกนั้น error หายไปนานแล้ว ยังไม่ได้ทำใหม่
และ มีสำเนา ข้อเขียนและบทความของเราอยู่บ้าง ลองอ่านดูนะคะ เผื่อจะใช้ได้ ......



ในวิถีชีวิตชาวไทย ช้าง ถือว่ามีฐานะพิเศษที่ได้รับการยกย่องตลอดมา แต่มาวันนี้ ช้างไทย ของเราไม่มีจะกิน และ กำลังประสบปัญหาสารพัด ช้างส่วนหนึ่งต้องเร่ร่อนจากป่า เข้ากรุง เข้าเมือง เพื่อแสวงหาโอกาสที่ดีกว่า ดีกว่าทนอดอยาก หิวโหย และ เพื่อจะได้ไม่อดตายอยู่ที่บ้านเกิด

ช้างไทย ที่ต้องเน้นว่า ช้างไทย เพราะว่าช้างอื่นๆ เช่น ช้างอาฟริกา เค้าก็ไม่ได้เป็นสัตว์สงวนอย่างจริงจัง เพราะเรามีญาติสะใภ้เป็นชาวอังกฤษที่ครอบครัวพ่อแม่ของเธออพยพไปอยู่ที่อาฟริกา และ เมื่อเธอกลับไปเที่ยวบ้านของเธอทีไร เธอก็มักจะเอา เนื้อเค็มช้างตากแห้ง มาฝากพ่อแม่ของเราอยู่เสมอ เนื้อช้างเหนียวมาก เวลาจะนำมาทำอาหารทานทีก็ต้องหั่นเป็นฝอยๆ เลยนะ ที่อาฟริกาเค้ามีเนื้อช้างจำหน่าย อาจเป็นเพราะประเทศเค้ามีช้างมากมายก็ได้

แต่ ช้างไทย ผูกพันอยู่กับวิถีชีวิตของชาวไทยมาช้านาน และมีฐานะสูงส่งเป็นพิเศษ เช่น เป็นพาหนะของเทพและของพระมหากษัตริย์ ในอดีตเคยใช้ช้างเป็นเครื่องหมายของสยามประเทศ แต่มาวันนี้ ช้างไทยของเราถูกทอดทิ้งให้ต่อสู้กับความอดอยาก หิวโหยอยู่เพียงลำพัง

ในสถานการณ์เช่นนี้ คนเลี้ยงช้าง ที่จังหวัดสุรินทร์ จึงพาช้างของเค้าออกมาเร่ร่อนไปทั่ว และ จุดหมายหนึ่งของพวกเขา ก็คือ กรุงเทพมหานคร เมืองแห่งสังคมหรูหรา และ เป็นแหล่งรวมปัญหาของสังคมบ้านเมืองและประเทศ

ที่จังหวัดสุรินทร์ เป็นที่อยู่ของชุมชนชาวกวยที่เลี้ยงช้างมาแต่โบราณกาลแล้ว เมื่อถึงฤดูแล้ง อาหารการกินไม่อุดมสมบูรณ์ ชาวกวยจึงพาช้างขึ้นรถบรรทุก หรือไม่ก็เดินไปเรื่อยๆ มุ่งหน้าเข้ามาหากินตามเมืองใหญ่ๆ รวมไปถึงกรุงเทพมหานครเมืองฟ้าของเราด้วย ไม่น่าเชื่อว่าเมืองใหญ่ๆอย่างกรุงเทพฯ จะเป็นแหล่งทำมาหากินแห่งหนึ่งของควาญและช้าง แม้เมืองหลวงของเราจะแปลกแยกกับพวกเขาอย่างมากมายเหลือเกินก็ตาม โดยพวกเค้าและช้างคู่หูของเค้าจะอาศัยพักอยู่ตามที่ดินรกร้าง ควาญจะพาช้างตระเวนไปตามแหล่งชุมชนทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วแต่ควาญจะเห็นสมควร เพื่อให้บริการแก่คนที่ต้องการ .. ลอดท้องช้างสะเดาะเคราะห์ .. กับ ขายสินค้าประเภท .. เครื่องรางของขลัง .. ที่มีชื่อของจังหวัดสุรินทร์นั้นอีกด้วย บางรายโชคดีก็อาจได้งาน โชว์ตัว ได้ค่าจ้างดีทีเดียว

เราเคยเห็นช้าง ที่มาเร่ร่อนในกรุงเทพฯ ด้วยนะ บ้านของเราอยู่ใกล้ๆ กับสวนหลวง ร. 9 แล้วเราก็อดไม่ได้ที่จะซื้อผักผลไม้ต่างๆ ให้ช้างได้กิน แล้วก็มีคนทำอย่างเรามากมาย ด้วยพวกเค้าคงนึกเมตตาสงสารเจ้าช้างนั้นเช่นกัน

เรานึกในใจว่า นี่ถ้าไปเดินผ่านตรงตลาดสด เจ้าช้างเพื่อนยากของเรา มีหวังได้อิ่มหมีพีมันเป็นพิเศษแน่ เพราะพวกพ่อค้าแม่ค้า เธอคงจะขนเอาของที่เหลือขาย หรือพืชผักผลไม้ที่ช้ำๆ ขายไม่ได้แล้ว หรือ ที่เค้าตัดทิ้งแล้ว ออกมาให้ช้างกินกันเป็นเข่งๆ แน่เลยนะ

เด็กๆ ก็ออกมามุงดูช้างอย่างสนใจ เพราะคนกรุงเทพฯไม่เคยได้ใกล้ชิดช้าง จะพบเห็นบ้างก็ในสวนสัตว์ หรือลานแสดงตามแหล่งท่องเที่ยว บางคนใจกล้าหน่อยก็เข้าไปขอลูบคลำที่ตัวช้าง บางคนที่บ้านอยู่ใกล้ๆ แถวนั้น ก็วิ่งกลับเข้าไปในบ้าน ขนผักผลไม้เท่าที่มีในบ้านออกมาเลี้ยงช้าง หรือ ไม่ก็วิ่งไปที่ร้านค้าใกล้ๆ ซื้อผักผลไม้มาให้ช้าง บ้างก็เอาอ่างมาใส่น้ำ หรือไม่ก็ลากเอาสายยางมาฉีดน้ำให้ช้างได้ดื่มกินแก้กระหายและคลายร้อน เจ้าช้างน้อยที่เดินตามแม่มา ขี้เล่นจัง เอางวงสูบน้ำไปหมดอ่าง แล้วก็พ่นน้ำออกมาเป็นฝอยๆ อย่างละอองฝนใส่พวกเราที่ยืนดูกันอยู่ทั่วหน้า ก็ทำให้พวกเราได้หัวเราะเฮกันอย่างสนุกสนาน :-) :-D

เสียงตะโกนว่า .. ช้างมา .. ช้างมา .. ดังไปทั่ว เหมือนช้างเป็นสัตว์ประหลาดเลย ส่วนควาญก็เชิญชวนให้ผู้สนใจลอดท้องช้างเพื่อสะเดาเคราะห์ ปรากฏว่า มีผู้สนใจมากมาย ส่วนควาญหนุ่มๆ ก็นำเครื่องรางของขลังออกมาเสนอขาย บางคนใจดีก็ให้เงินควาญช้างโดยไม่เรียกร้องเอาของอะไรเลย บางคนก็คุยเล่นหยอกล้อกับควาญช้างด้วย พวกเด็กๆจะดูตื่นเต้นกับการได้พบเห็นช้างตัวจริงอย่างใกล้ชิด บ้างก็ไปบอกพ่อแม่ ให้นำกล้องมาถ่ายรูปคู่กับช้าง ควาญช้างบอกผู้คนที่มามุงดูและถามว่ารายได้พอกับค่าอาหารของควาญกับช้างมั้ย ควาญตอบว่า ได้วันละประมาณ 1500 – 2000 บาท ต่อ วัน รายได้ดีทีเดียวนะคะ

เราเคยอ่านหนังสือนิตยสารคดี ที่เค้าเขียนเกี่ยวกับเรื่องช้างเร่ร่อนนานแล้วนะ รู้สึกจะช่วงที่มีช้างบาดเจ็บหนักๆ ที่เป็นข่าวใหญ่โตนั่นแหละ เค้าบอกว่า ปัจจุบันมีชาวกวย ของจังหวัดสุรินทร์ ที่เลี้ยงช้างอยู่ประมาณร้อยละ 70 ที่หันมายังชีพด้วยการนำช้างออกมาเร่ร่อนไปหากินต่างถิ่นที่มีอาหารการกินสมบูรณ์กว่า

เนื่องจาก ปัจจุบันทำเลเลี้ยงช้าง ซึ่งเป็นป่าสาธารณะของหมู่บ้านของพวกเค้า ที่เคยพาช้างไปหากินได้ ก็ถูกผู้มีอันจะกินในท้องถิ่น บุกรุกพื้นที่ และ มิหนำซ้ำทางการยังมีนโยบายส่งเสริมให้มีการปลูกต้น ยูคาลิปตัส ซึ่งเป็นพืชที่ช้างไม่กิน ทำให้พื้นที่หากินและอาหารของช้างลดน้อยลงทุกปี การนำช้างเข้ามายังกรุงเทพฯ จึงเป็นทางออกหนึ่งของพวกเค้า

ชาวกวย หลายคนที่ตัดสินใจเลิกอาชีพเลี้ยงช้าง เมื่อช้างตัวสุดท้ายของครอบครัวของเค้าตายไป บางคนก็ตัดสินใจขายช้างของเค้าไปถูกๆ เพียงเพราะว่าลูกหลานของเค้าไม่สนใจที่จะรับเลี้ยงช้างต่อ

ดังนั้น ผู้ที่เลือกจะเป็น ชาวกวยผู้สืบทอดอาชีพการเลี้ยงช้าง ก็ต้องต่อสู้กับปัญหาของพวกเค้าอย่างโดดเดี่ยว โดยไม่มีใคร หรือ หน่วยงานไหนสนใจจะยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของพวกเค้าอย่างจริงจังมากนัก มีข่าวขึ้นมาที ก็ดูแลกันที

ปัจจุบัน ปัญหาที่พวกช้างเร่ร่อนเผชิญ นอกจากเรื่องพื้นที่รกร้างในกรุงเทพฯ หายากแล้ว กรุงเทพมหานคร ยังประกาศห้ามนำช้างเข้ากรุงเทพฯ โดยให้เหตุผลว่า การนำช้างมาเดินในถนนเป็นการทรมานสัตว์ และ กีดขวางการจราจร และ ช้างอาจจะอาละวาดทำร้ายผู้คนได้

หากฝ่าฝืน ควาญช้างก็จะต้องถูกปรับเงิน ซึ่งก็เท่ากับจำกัดทางเลือกของควาญและช้าง ซึ่งมีน้อยอยู่แล้ว ให้น้อยลงไปอีก

ที่จริง อากาศในกรุงเทพฯ หรือบนถนน ไม่น่าจะดีกับช้าง มีทั้งควันรถ และ ฝุ่นละอองเต็มไปหมด คนนานๆ เดินผ่านทียังแทบแย่ แล้วนี่ช้างเดินอยู่ตลอดทางทั้งวันทั้งคืน จะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้นะ เป็นเราก็คงป่วยภายในวันแรกที่ออกมาเดินนั่นแหละ

ประเทศไทย มีปัญหาที่รัฐบาลต้องแก้ไขอีกมากมาย รัฐบาลอาจคิดว่า ปัญหาของคนมีมากมายและสำคัญกว่าของช้างก็ได้นะ เลยเลือกที่จะแก้ปัญหาให้คนก่อน ซึ่งก็ยังแก้ไม่ตกสักทีเหมือนกัน

หนทาง ที่ช้างจะเดินเร่ร่อนไปทั่วประเทศ ให้คนไทยรุ่นใหม่ได้รู้จัก และ ระลึกถึงว่า ช้าง เป็นเครื่องหมายของสยามประเทศนั้น คงยังมีระยะทางอีกยาวไกลทีเดียว ทุกวันนี้ เราก็ยังเห็นช้างเดินเร่ร่อนหากินอยู่ในกรุงเทพฯ บ่อยๆ ไม่เห็นจะมีใครจัดการอะไรจริงๆ จังๆ อย่างที่มีข่าวออกมาเลย

บางที ...............
ลมหายใจของช้างไทย อาจจะสั้นเกินไปก็ได้ ..!!






บางคนบอกว่า ..........
ช้างเร่ร่อนพวกนั้น เป็นของนายทุน

แล้วถ้าช้างพวกนั้น เป็นของควาญช้างจริงๆ
ไม่ใช่ของนายทุน แต่เค้าเดือดร้อนจริงๆ จะทำอย่างไร?

กรณีห้ามช้างเข้ากรุงเทพฯ
ห้ามเด็ดขาดไม่ให้ควาญนำช้างเข้ามาหากินในกรุงเทพฯ
เป็นการจำกัดทางเลือกของควาญและช้างให้น้อยลงไปอีก

กรุงเทพมหานคร ได้มีคำสั่ง ห้ามช้างเข้ากรุงเทพฯ
หากฝ่าฝืนจะถูกจับ แต่เราก็ยังเห็นช้างเดินอยู่ในกรุงเทพฯ ทุกวัน ไม่เห็นมีใครจับอะไรเลย

มาตรการนี้ มุ่งแก้ไขปัญหาของคนกรุงเทพฯ มากกว่าจะแก้ไขปัญหาของช้างกับควาญช้าง กทม.ให้เหตุผลว่า ที่ต้องมีคำสั่งห้ามช้างเข้ากรุงเทพฯ ก็เพราะหากนำช้างเข้ามาเดินในกรุงเทพฯ จะทำให้การจราจรติดขัด เกรงว่าคนกรุงเทพฯ จะถูกช้างทำร้าย และ สงสารที่ช้างต้องมาเดินบนถนนที่ร้อนระอุ แต่ กทม.ไม่ได้มองถึงสาเหตุที่ควาญช้างต้องนำช้างเดินไปยังที่ต่างๆ นั่น ก็เพราะพื้นที่เลี้ยงช้างในภูมิลำเนาของพวกเค้าในภาคอีสาน แถบจังหวัด สุรินทร์ บุรีรัมย์ ได้เปลี่ยนสภาพไป มีการแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ทำกิน ทำให้ไม่มีอาหารเพียงพอสำหรับช้าง

ดังนั้น คนเลี้ยงช้างจึงต้องพาช้างเดินไปตามที่ต่างๆ เพื่อหาอาหารให้ช้าง และ หารายได้ให้ตัวเอง และส่งกลับไปให้ครอบครัว เมื่อประกาศห้ามช้างเข้ากรุงเทพฯ ก็เท่ากับจำกัดทางเลือกของพวกเค้าให้น้อยลงไปอีก

เราคิดว่า คำสั่งนี้อาจเกิดขึ้นโดยมีความคิดว่า ควาญนำช้างมาทรมาน บังคับช้างให้หาเงินให้ตัวเอง ควาญเป็นคนใจร้ายและไม่รักช้าง ทุกคนเมื่อคิดถึงช้างมักจะไม่นึกถึงควาญช้าง คิดแต่จะช่วยช้างอย่างเดียว ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในกรณีของช้างเลี้ยง เพราะช้างเลี้ยงต้องมีควาญ และ ควาญก็ต้องมีรายได้ ควาญเลี้ยงช้างและรักช้างใน ๓ ฐานะ

ฐานะแรก ช้างเป็นทรัพย์สินราคาแพง เค้าจะต้องใช้เงินจำนวนแสนซื้อช้างมา ควาญจึงรักและหวงแหนช้างอย่างสมบัติส่วนตัว

ฐานะที่สอง ช้างเป็นผู้มีพระคุณ ช้างนำรายได้มาสู่ครอบครัวของควาญช้าง

ฐานะที่สาม ควาญช้างมีความผูกพันกับช้าง เพราะโดยปกติ ควาญช้างจะต้องพาช้างไปอาบน้ำ พาไปหาอาหารกิน เวลาช้างเจ็บไข้ได้ป่วย ควาญช้างก็จะกังวลใจ รีบติดต่อหมอให้มารักษา จะคอยสุมไฟ นอนเฝ้าดูแลอยู่ข้างๆ ปรนนิบัติช้างเสมือนคนในครอบครัว

ถ้าเราตระหนักถึงเรื่องนี้ การแก้ปัญหาน่าจะมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า การประกาศห้ามดังกล่าว กทม. น่าจะอนุญาตให้ช้างอยู่ในสวนสาธารณะ โดยมีกำหนดให้ช้างแต่ละเชือกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ควาญจะได้มีรายได้จากการขาย กล้วย อ้อย แก่นักท่องเที่ยวหรือชาวบ้านทั่วไปที่มาดูช้าง ช้างก็จะได้มีอาหารกิน และ ได้รับการดูแลอย่างดี อยู่ในสวนสาธารณะ เหมือนอย่างงานโชว์ตัวของช้างตามสถานที่ของเอกชนต่างๆ ที่เค้าให้ช้างแสนรู้ทำกัน

ทำไมเค้าทำได้ล่ะ แล้วทำไมรัฐท่าน จะทำบ้างไม่ได้ ?

วิธีนี้ น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ดีกว่าจะปล่อยให้ควาญช้างกลายเป็นผู้กระทำผิด เมื่อพาช้างมากรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย ที่มีช้างเป็นสัญลักษณ์ .!!!


โชคดีนะคะ



-------------------------------------------------------------
>>>>>> คลิกที่นี่ เพื่ออ่านและค้นหา เรื่องช้างเร่ร่อน เพิ่มเติม ได้ที่ Google นะคะ




    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 26/07/2005 11:57 PM


�����Դ��繷��: 2

ขอบคุณคุณน้ำตาลมากนะครับ
ยิ่งศึกษาเรื่องช้างผมยิ่งคิดว่า
ช้างมีส่วนคล้ายคนเข้าไปทุกทีแล้วล่ะครับ
(ไม่ใช่เรื่องทางกายภาพนะครับ)

    �� : ton   Mail to ton  ����� : 28/07/2005 10:18 PM


�����Դ��繷��: 3


ยินดีคะ ........

เรื่องราวทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ น่าสนใจทั้งนั้น
ขึ้นอยู่กับว่า เราจะมุ่งประเด็นไปในทางใด ..?


โชคดีนะคะ :-)





    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 28/07/2005 10:49 PM



ชื่อ ::
  *
  รหัสผ่าน ::  
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ

Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.