| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- แก้ไขข้อมูล | - เข้าระบบผู้ดูแล | ตั้งกระทู้ใหม่ - -



มนุษย์จะกินยาปลุกสมองให้แล่น เหมือนอย่างซดกาแฟตอนเช้า

อ้างอิงจากล

http://www.thairath.co.th/thairath1/2548/techno/jul/16/tec3.php
นักวิทยาศาสตร์รวมหัวกันทำนายถึงอนาคตอันใกล้นี้ว่า ต่อไปคนจะนิยมกินยากระตุ้นสมองกัน เหมือนกับที่เราซดกาแฟเพื่อให้สมองโปร่งกันในตอนเช้า

คณะนักวิทยาศาสตร์กลุ่มที่มีชื่อว่าคณะมันสมองของอนาคตในอังกฤษ ได้รวมหัวกันร่างรายงานพยากรณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ในระยะ 20 ปีข้างหน้า กล่าวระบุว่า “เครื่องดื่มกระตุ้นสมองนั้น จะกลายเป็นกาแฟชนิดใหม่” ถึงกับได้บอกให้ ระวังว่า อาจจะต้องตั้งกฎห้ามนักเรียนที่จะเข้าห้องสอบกินยาพวกนั้น เหมือนกับที่ห้ามนักกีฬากินยาโด๊ปกันก่อนแข่ง

นักวิทยาศาสตร์ในคณะผู้หนึ่ง ศาสตราจารย์ เทเวอร์ รอบบินส์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กล่าวเปิดเผยว่า ทุกวันนี้ก็มียาที่ออกฤทธิ์ต่อสมองที่รู้จักกันอยู่แล้ว และก็มีนักเรียนนักศึกษาแอบใช้กันก่อนเข้าสอบด้วย มันมีสรรพคุณช่วยให้มีความคิดก่อนที่จะตัดสินใจให้รอบคอบขึ้น นอกจากนั้นยังได้พบว่าโมเลกุลบางแบบก็ช่วยเสริมสารเคมี ที่มีหน้าที่รับความรู้สึกในสมองให้มีความไวยิ่งขึ้น ซึ่งชี้ให้เห็นทางว่า อาจไปทำยาเพื่อช่วยฟื้นความจำที่อ่อนเปลี้ยลงให้กลับแข็งขันขึ้นได้

รายงานของคณะกลุ่มสมอง ได้กล่าวสรุปว่า “ในโลกซึ่งต้องต่อสู้แข่งขัน และไม่ยอมหยุดนิ่งนี้ ผู้คนอาจจะหันไปใช้สิ่งซึ่งเคยกินเล่น กลายเป็นของหลักเหมือนอย่างกาแฟไปก็ได้”.

    �� : นัน  Mail to นัน   ����� : 17/07/2005 12:03 AM

 
 
�����Դ��繷��: 1




เราเรียนทางพระพุทธศาสนา ..........
เค้าบอกว่า คนเราส่วนใหญ่ จะมีอายุของแต่ละคน ประมาณ แค่ ๗๕ ปี
แต่ถ้าได้อยู่เกิน ๗๕ ปี แสดงว่าบุคคลเหล่านั้น ได้กระทำการเสริมบุญมาดี

แต่เราว่า คนที่อายุมากๆ แล้วยังมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข อยู่อย่างสบายๆ
ก็จึงเรียกว่ามีบุญบารมีที่จะอยู่เป็นมิ่งขวัญ ให้ลูกหลานได้มีสุขไปด้วย มั้งคะ ?

แต่ถ้ามีอายุมากๆ แล้ว และยังมีชีวิตอยู่ ที่แค่ต้องหาเลี้ยงตัวเอง
ก็ยังลำบากแล้วเนี้ยะ ... น่าจะเป็นการใช้กรรมเก่ามากกว่ามั้งคะ ?

โดยปกติ .........
ชาวชนบท อยู่กับเคล็ดลับ ๒ ประการ
ที่เปรียบเสมือนยาวิเศษของชีวิต ของพวกเค้าอยู่แล้วมั้งคะ คือ

๑ . การบริหารร่างกายให้แข็งแรง ..... ชาวชนบท มีงานที่ต้องใช้แรง อย่างสมบุกสมบันกันเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็ต้องทำงานกันเกือบตลอดทั้งวัน ซึ่งก็เปรียบว่า ได้ออกกำลังกายอยู่แล้ว ผิดกับคนในเมือง ซึ่งทำงานอยู่แต่ในอาคาร ในห้อง ใช้เวลาแทบทั้งวันกับการนั่งโต๊ะ ได้แค่ขยับนิ้ว และ มือเป็นงานหลัก จึงไม่ค่อยได้ขยับตัว หรือใช้พลังงานมากๆ จึงจำเป็นต้องหาเวลามาออกกำลังกายอีกที

๒. การเลือกทานอาหาร ที่มีคุณค่าตามธรรมชาติ ..... เรื่องอาหาร ชาวชนบท ได้เปรียบคนเมืองอีกแล้ว พวกเค้ามีอาหารตามธรรมชาติ มีผักพื้นบ้าน นานาชนิด อาหารหลัก ก็มักจะเป็น ผักจิ้มน้ำพริก และ ปลาที่หามาได้ตามแม่น้ำลำคลอง

ที่สำคัญ ..........
ชาวชนบทได้มีท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ไว้พักผ่อนยามทอดสายตาไปไกลๆ
ได้บริหารสายตากับทุ่งสีเขียวๆ มีอากาศที่บริสุทธิ์ได้สูดดมอีกด้วย

แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่ชาวชนบทบางท้องถิ่น
และ น่าจะเป็นส่วนใหญ่ของประเทศอีกด้วย
ที่ไม่ได้รับการชี้แนะ และ แนะนำในการดำเนินชีวิต ที่ถูกต้อง
พวกเค้าจึงดูเหมือนถูกทอดทิ้ง ให้อยู่ตามยถากรรม ตามแต่ ฟ้า ดินจะบันดาล

ผู้ใหญ่ที่บ้านของเราบอกว่า .....
ปัจจุบันก็ดูดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อนมากแล้ว
แต่เราก็ยังหวังอยู่เสมอว่า จะได้เห็นบ้านเมืองของเราค่อยๆพัฒนาขึ้นไปอีกเรื่อยๆ
ปัญหามีมากมาย เงินก็มีน้อยๆ คงต้องใช้เวลาอีกมากๆนะคะ ....

แต่นานแค่ไหนก็จะรอ
บ้านเมืองของเรา เราเป็นคนไทย
ก็ต้องช่วยกันดูแล และคอยเอาใจช่วย จริงมั้ยคะ ?


โชคดีนะคะ :-)



-------------------------------------------------------------
>>>>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ




    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 17/07/2005 03:16 PM


�����Դ��繷��: 2




คาเฟอีน (Caffeine) ..... เป็นอัลคาลอยด์ที่สกัดได้จากเมล็ดกาแฟและใบชา หรือได้จากการสังเคราะห์ มีฤทธิ์ กระตุ้นระบบ ประสาทส่วนกลาง พบได้ในเครื่องดื่มประเภท กาแฟ น้ำชา โคล่า ในระยะเริ่มแรกคาเฟอีนถูกจัดรวมอยู่ในสารต้องห้าม (banned substances) ของการควบคุมการโด๊ป แต่เนื่องจากผลต่อสมรรถภาพ ทางการกีฬายังไม่เป็นที่แน่ชัด จึงถูกถอนชื่ออกจากสารต้องห้าม เมื่อปี ค.ศ. 1972 แต่จัดเข้าไปไว้ในกลุ่ม สารควบคุมพิเศษ โดยจำกัดปริมาณการตรวจพบในปัสสาวะให้มีได้ไม่เกิน 12 ไมโครกรัม ต่อมิลลิลิตร เทียบเท่ากับการดื่มกาแฟประมาณ 4-6 ถ้วยมาตรฐาน (กาแฟ หรือ ชา 100 มิลลิลิตร จะมีคาเฟอีน ประมาณ 55-85 มิลลิกรัม)

คาเฟอีน ..... จัดอยู่ในกลุ่มยากระตุ้นระบบประสาทกลาง ทำให้นักกีฬาไม่ง่วงซึม หายอ่อนเพลีย ถ้ากินในขนาดสูง ประมาณ 250-300 มิลลิกรัม จะเร่งการสลายไขมันให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระ (free fatty acid) ทำให้ประหยัดการใช้ไกลโคเจนในระหว่าง การออกกำลังกายได้ นอกจากนี้คาเฟอีนยังออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อลายโดยตรง เร่งแคลเซียมให้ซึมกลับเข้าไปใน sarcoplasmic reticulum ได้เร็วขึ้น เท่ากับว่ามีฤทธิ์กระตุ้นกล้ามเนื้อลายได้เล็กน้อย แต่จะเห็นผลเฉพาะในขณะพักเท่านั้น ขณะออกกำลังกาย ไม่มีผลกระตุ้นกล้ามเนื้อให้มีพลังมากขึ้นแต่อย่างใด ในทางกลับกันถ้าได้รับคาเฟอีนจำนวนมากๆ อาจมีผลเสียต่อการเล่นกีฬา ที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น ยิงธนู ยิงเป้าบิน หรือ ยิงปืน เนื่องจากทำให้ นักกีฬาเกิดอาการมือสั่นและใจสั่น

คาเฟอีน ไม่ดีต่อเบาหวาน .....
เป็นที่รู้กันว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องระมัดระวัง ....
เรื่องการรับประทานอาหารบางประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำตาล

............... นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยดุกส์ในสหรัฐอเมริกา ทดลองให้ผู้ป่วยเบาหวานซึ่งดื่มกาแฟเป็นประจำจำนวน 14 คน รับประทานอาหารตามที่กำหนด ซึ่งรวมถึงคาเฟอีนแบบแคปซูล และหลังจากนั้น ก็ทำการตรวจวัดระดับน้ำตาลและอินซูลินในเลือด .. ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่รับประทานคาเฟอีนระหว่างมื้ออาหาร ระดับกลูโคสในเลือดจะสูงขึ้น 21 เปอร์เซ็นต์ ระดับอินซูลินสูงขึ้น 48 เปอร์เซ็นต์ นักวิจัยอธิบายว่า เป็นเพราะคาเฟอีนทำให้ระบบการเผาผลาญอาหารของร่างกายไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน ...............

ดังนั้น ..........
กาแฟจึงน่าจะเป็นอาหารอีกประเภท ที่ผู้เป็นโรคเบาหวาน ควรหลีกเลี่ยง ..!!


อย่าลืมดูแลตัวเองบ้างนะคะ


โชคดีค่ะ :-)



-------------------------------------------------------------
อ้างอิงจาก ... คอลัมน์รู้ทันโรค นิตยสารแพรว ฉบับวันที่ 10 กันยายน 2547

>>>>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ





    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 17/07/2005 03:59 PM


�����Դ��繷��: 3

กลัวว่าพวกยาประเภทนี้ ที่ช่วยกระตุ้นสมองจะมีผลข้างเคียง
ในระยะยาว อ่านแล้วผมรู้สึกกลัว บางทีคนเราอาจทำอะไรฝืนธรรมชาติมากไป ถ้าเราฉลาดกันมากกว่านี้ เราจะใช้มันไปในทางไหนกันนะ

    �� : entae   Mail to entae  ����� : 26/07/2005 10:15 AM


�����Դ��繷��: 4

ติด starbuck ครับ
นะครับน้ำตาลจ๋า ไม่ใส่น้ำตาล ก็ไม่หวานอ่ะนะครับ

    �� : วุฒิชัย   Mail to วุฒิชัย  ����� : 28/07/2005 04:02 AM



ชื่อ ::
  *
  รหัสผ่าน ::  
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ

Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.