| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- แก้ไขข้อมูล | - เข้าระบบผู้ดูแล | ตั้งกระทู้ใหม่ - -



ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ แต่ทำไมคนไทยจึงนิยมบูชาอะไรแบบไร้เหตุผล

ตามหัวข้อแหละครับ ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ มีศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเป็นศาสนาประจำชาติ แล้วถ้าถามว่าศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเน้นในเรื่องอะไร เน้นในเรื่องหลักธรรมคำสอน หลักธรรมคำสอนก็มาจากการที่พระพุทธคิดวิเคราะห์ ไตร่ตรองสิ่งที่เป็นไปของโลกนี้ บางคนเขายังเปรียบศาสนาพุทธเป็นวิทยาศาสตร์ นั่นคือใช้เรื่องของความเป็นเหตุเป็นผลเป็นหลักในการดำเนินชีวิต เช่นทุกข์เกิดจากอะไรนั้นย่อมมีสาเหตุ เมื่อหาสาเหตุของทุกข์ได้แล้ว จะแก้ไขอย่างไร ทำอย่างไรไม่ให้มีทุกข์...... เหมือนวิชาเลขอะครับ เป็นเรื่องหาเหตุผลมาวิเคราะห์

แต่ที่ผมสงสัยจริงๆก็คือ ในเมื่อศาสนาพุทธเขาสอนมาแบบนั้น ทำไมคนไทยซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ จึงนิยมกราบไหว้บูชาอะไรแบบไร้เหตุผล เห็นอะไรก็บูชาไปหมด ไหว้ราหู ถูต้นไม้ขอหวย ถูกความหลงงมงายต่างๆครอบงำ เชื่ออะไรง่าย ทั้งๆที่ฝรั่ง ซึ่งเน้นแต่คำว่า จงเชื่อ จงเชื่อ ยังดูเป็นคนไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เหมือนคนไทยส่วนใหญ่ ผมอยากทราบจริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรือคนเราจะเป็นยังไงไม่ได้ขึ้นอยู่กับศาสนา อยู่ที่การศึกษาอย่างเดียวหรือเปล่า อยากให้แสดงความคิดเห็นหน่อยครับ

    �� : Max  Mail to Max   ����� : 22/04/2005 10:17 PM

 
 
�����Դ��繷��: 1

โดยปกติคนเราต้องมีศาสนา ..... จะศาสนาใดก็ได้ศาสนาหนึ่ง ซึ่งจะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเพื่อให้ชีวิตดำเนินไปในแนวทางที่ตัวเองชอบ ศาสนานั้น ควรจะเข้าใจให้กว้างๆ ไม่ควรงมงาย เพราะศาสนาแต่ละศาสนา ต่างมีความเข้าใจถูกต้อง ตรงต่อเหตุและผลของศาสนานั้นๆ ผู้ที่เข้าใจผิดก็เนื่องจากได้รับการอบรมในทางที่ผิด หรือไม่ศึกษาอย่างจริงจัง จึงเป็นจริงขึ้นมาไม่ได้ ความเข้าใจผิดเกิดจากไม่รู้จริง เมื่อฝึกฝนให้มีการศึกษา อบรมในสิ่งที่ชอบ และคิดในทางที่ดีเสมอไป ก็จะกลายเป็นคนเข้าใจถูกมากขึ้น เพราะธรรมชาติของคนเป็นคนดี ป้องกันไว้ก่อน ไม่ยอมให้ความคิดผิดเกิดขึ้น ก็จะเป็นคนที่มีความคิดที่ถูกทาง

อยากเป็นคนดี แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร หรือมีเหตุขัดข้องบางประการอยู่ในใจเสมอ เช่น

- การงานยุ่งยาก ต้องทำมาหากิน จะรักษาศีลได้อย่างไร
- ถึงรักษาได้ก็อึดอัด ห้ามกันมากนัก
- เราเป็นคนธรรมดาสามัญ จะรักษาศีลให้บริสุทธิ์ทำไมกัน ต้องรักษาตัวรอดก่อนก็พอแล้ว

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นข้อแก้ตัวทั้งสิ้น


ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดๆ หรือไม่นับถือศาสนาใดๆ เลย .....
ความจริงอันเป็นสัจจะนั้น ก็ดำรงอยู่เสมอ เพียงแต่ว่ากาลหนึ่งนั้น ได้มีบุรุษผู้กอปรด้วยบารมีอันเต็มเปี่ยมได้เข้าถึงซึ่งความจริงนั้น แล้วนำมาบอกกล่าว ... ซึ่งความจริงนั้น พระมหาบุรุษได้เรียกว่าธรรม ซึ่งความจริงนั้นก็มีอยู่ตลอดกาล ... แม้ไม่มีพระมหาบุรุษ ความจริงนั้น ก็ยังคงอยู่ เมื่อพระมหาบุรุษทรงสอนให้มหาชนเข้าถึงความจริงนั้น พระองค์ก็ได้บัญญัติการสอนให้เป็นระบบแบบแผนขึ้น จึงได้เกิดเป็นศาสนาอย่างที่เรารู้จักกัน แต่ในบางกาลสมัย ก็มีผู้ค้นพบความจริง อันเป็นสัจจะขึ้น แต่ท่านผู้ค้นพบมิได้บอกกล่าวในวงกว้าง คือมิได้บัญญัติแบบแผนอันเป็นศาสนาขึ้น แต่ท่านก็ค้นพบความจริงนั้น

เราเรียกท่านผู้นั้นว่า ..... พระปัจเจกอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
คือ พระผู้บรรลุแล้วมิได้สั่งสอนผู้ใดและมิได้บัญญัติศาสนาขึ้นเป็นผู้รู้เฉพาะตน
ส่วนธรรมนั้น เช่น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่ว่ากาลใด ธรรมนั้นก็เป็นธรรมอันแน่แท้ไม่แปรผัน

ทุกศาสนาไม่เหมือนกันทั้งหมด ..... แต่ทุกศาสนามีหลักการหรือจุดหมายพื้นฐานเหมือนหรือใกล้เคียงกัน จะต่างกันก็แต่จุดหมายปลายทางสุดท้ายเท่านั้น แต่คำถามนี้ก็ไม่สำคัญหรอก ที่ท่านจะเอาแต่คุ้นคิดเพียงอย่างเดียว ขอให้ท่านได้สัมผัสศาสนาใดศาสนาหนึ่งบ้าง อย่างจริงจัง แม้สักนิดก็ยังดี เพื่อว่าใจของท่านจะได้สัมผัสความร่มเย็นแห่งศาสนาบ้าง ไม่ใช่อยู่อย่างผู้ไม่รู้ หรืออยู่แบบผู้ไม่มีศาสนา ไม่มีพื้นฐานความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อจุดยืนไม่ถูกต้องก็คิดหรือวิจารณ์อะไรแบบผู้อยู่จุดนอก อาจมองไม่เห็นความจริงถนัดนัก เหมือนกับท่านเป็นคนต่างชาติไม่เคยทานต้มยำกุ้ง ถ้าท่านเอาแต่ถามถึงรสชาติของต้มยำกุ้ง แต่ไม่ยอมชิม แล้วจะรู้หรือว่ารสชาติที่ฟังมากับที่ชิมมันต่างกันอย่างไร มัน เผ็ด แซบ ร้อน เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ต่างกับที่ท่านคิดหรือจินตนาการอย่างไร

ศาสนาอยากอยู่ในดวงใจของคน .....
แต่คนไม่ยอมเปิดประตูให้ธรรมเข้าไป ธรรมจึงกระจัดกระจาย
ไม่สามารถที่จะรวมกำลังกำจัดกิเลสของคนได้ จึงได้แต่เพียงดำรงอยู่ตามธรรมชาติ ...

คนที่มีร่างกายอันเปรอะเปื้อน ..... จึงควรชำระล้างให้สะอาด ผู้ใดไม่ได้กระทำความชั่ว ทางกาย วาจา ใจ ซึ่งเป็นบาป ผู้นั้นก็ไม่ต้องละบาป ลอยบาป ...

อันเป็นพิธีกรรมสำหรับลวง .....
ให้คนฉลาดน้อยเชื่อถือ เป็นวิธีหากินอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้คนฉลาดน้อยมากขึ้น ...


สังคมของเราทุกวันนี้ ..... มีแต่สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี คนที่เกิดมาจำนวนมากๆ ก็ไม่ดำรงอยู่ด้วยหลักธรรม ความดีงาม คนที่ชอบกระทำความชั่ว ก็เริ่มมีมากกว่าคนที่ชอบกระทำความดี ที่ซ้ำร้ายก็คือ คนที่ชอบกระทำความชั่วนั้น ก็จะคิดว่าตัวนั้น กระทำถูกแล้ว เพราะความเคยชินที่ล้อมรอบตัวอยู่ จนลืมไปแล้วว่า การกระทำความดีนั้น เป็นเช่นไร

ผู้คนก็มักชอบจะพูดกันเสมอว่า ... ศีลธรรมเสื่อม ... ศาสนาเสื่อม
แต่ความจริงแล้ว ... คนเราต่างหากที่เสื่อมจากศีลธรรมมากกว่า

แต่คนเราในปัจจุบันนี้ ..... ขาดศีลธรรม ชอบกระทำแต่ความชั่ว เบียดเบียนเพื่อนมนุษย์ ทั้งนี้น่าจะมาจากเหตุที่เราห่างจากศีลธรรมไปทุกวัน เพราะสิ่งที่เรานับถือและเชื่อถือว่าเป็น พระพุทธศาสนานั้น ไม่ใช่พระพุทธศาสนาที่แท้จริง แต่ได้ผันแปรไปมาก ฉะนั้นปัญหาของการเสื่อมโทรมจึงเกิดขึ้น ทั้งๆที่คนก็สนใจศาสนาก็ยังมีอยู่มาก แต่คนที่ข้องใจในวิธีการปฏิบัติต่างๆ ในวงการศาสนาและตัวบุคคลของศาสนาก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ... จริงๆ แล้ว พวกเราที่อยู่ตรงนี้ เราตั้งใจกระทำความดีกันอยู่แล้ว แต่หน่วยงานใหญ่ๆ ของสังคมอย่างรัฐบาลต่างหาก ที่ควรจะหันกลับมาหาทางสนับสนุน แบบปลุกระดม หรือ ร่วมใจกันปลุกเสกคนของประเทศอย่างจริงจัง และจริงใจจริงๆ ...

เราเชื่อมั่นว่า ..... ถ้าทุกๆ คนมีความตั้งใจกระทำความดีกันจริงๆ ให้ฝังเข้าไปอยู่ในสายเลือดของเราเลย ทั้งกาย วาจา ใจ อีกไม่นาน บ้านเมืองของเรา รวมถึงทุกอย่างที่แวดล้อมเราอยู่ ก็น่าจะดีขึ้น

เราเคยเข้าอบรม Human Resources Development ..... ที่สถาบันการพูดแบบการทูต ในช่วงหนึ่งของการบรรยายของ ดร.ปานใจ สุภาพ และ อาจารย์ทุกท่านที่ดำเนินการบรรยายนั้น เน้นถึง "กรรม" ในเรื่องทางพุทธศาสนา บอกว่า ... ทั้ง มโนกรรม กายกรรม และ วจีกรรม เป็นปัจจัยแห่งการกระทำทั้งปวงของมนุษย์ เป็นพฤติกรรมของมนุษย์ เป็นการแสดงออกของมนุษย์ เป็นพลังงานของมนุษย์ มนุษย์จะ ... ฉลาดมากหรือฉลาดน้อย ... ดีหรือเลว ... มีสุขหรือทุกข์ ... ล้วนขึ้นอยู่กับ มโนกรรม กายกรรม และ วจีกรรม ของคนๆ นั้นทั้งสิ้น การอบรมครั้งนั้น เน้นให้ผู้เข้าอบรมประพฤติและปฏิบัติดี โดยยึดถือศีลห้าที่ชาวพุทธส่วนใหญ่ ที่นับถือพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งขัด ได้ปฏิบัติกันอยู่แล้ว

โดยสรุป ก็คือ ให้เราเป็น คนดี คิดดี ทำดี และไม่โลภนั่นเอง

และ อาจารย์ยังพูดถึง .....
ถ้าใครปฏิบัติผิดศีลห้า ก็ให้คิดไว้ได้เลยว่า เรานั้น Stand By เป็นสัตว์นรก ไปแล้ว



โชคดีนะคะ



    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 23/04/2005 12:54 AM



ชื่อ ::
  *
  รหัสผ่าน ::  
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ

Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.