| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- แก้ไขข้อมูลสมาชิก | เข้าระบบผู้ดูแล | ตั้งกระทู้ใหม่ -



ภารกิจลับของสหรัฐอเมริกา ..!!


ภารกิจลับของสหรัฐอเมริกา ..!!
สร้างความปั่นป่วนตามแนวชายแดนไทย



๏ ๏ ๏ ในรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์ เมื่อวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม 2547 ที่ผ่านมา สนธิ ลิ้มทองกุล ได้พูดถึงเรื่อง CTIC - Counter Terrorist Intelligence Center ที่เข้ามาตั้งศูนย์ปฏิบัติการลับในบริเวณ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเปรียบเทียบว่าน่าจะใกล้เคียงกับ ฉก. 399 ที่ ชายแดนไทย-พม่า และได้เอ่ยถึงชื่อเสียงเรียงนามของ อเมริกันชน นายหนึ่ง แบร์รี่ ชาปิโร ที่พอภารกิจในประเทศไทยซาลงก็ถูกหน่วยเหนือโยกย้ายไปอยู่ที่ อัฟกานิสถาน นั้นวันนี้ “เซี่ยงเส้าหลง” ขอทำหน้าที่ เก็บตก มาอรรถาธิบายขยายความตามข้อมูลที่พอรู้มาต่อเนื่องอีกสักวันนะ

๏ ๏ ๏ อันว่า แบร์รี่ ชาปิโร (ภาษาอังกฤษเขียนว่า Barry Shapiro) เป็นนายทหารบกแห่งกองทัพสหรัฐอเมริกายศ พันเอก ตำแหน่งในประเทศไทยเมื่อ ปี 2543 – 2545 คือ หัวหน้าหน่วยจัสแมกไทย เคยมาทำงานในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 3 ครั้ง จึงไม่แปลกที่จะ พูดภาษาไทยได้ดี และแต่งงานกับ ผู้หญิงไทย แถมจบการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก (หลักสูตรหลักประจำชุดที่ 66) เมื่อพ้นจากตำแหน่งแห่งที่ในประเทศไทยแล้วก็ไปประจำการต่อในตำแหน่ง นายทหารติดต่อ แห่ง กองกำลังผสม/ร่วมเฉพาะกิจที่ 180 ใน อัฟกานิสถาน ส่วนผู้ที่ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าหน่วยจัสแมกไทย แทนคือ พันเอกเควิน คลาร์ก การโยกย้ายครั้งนั้นที่เกิดขึ้นในช่วง กันยายน 2545 แน่นอนว่าในทางเปิดเผยแล้วก็ต้องบอกว่าเป็นไป ตามปกติ และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ ความไม่สงบชายแดนไทย-พม่า ที่คุกรุ่นมาตั้งแต่ ปี 2543, 2544 และเกือบจะ บานปลาย ในช่วง เมษายน 2545 แต่หากไล่เรียงลำดับวันเวลาจะพบว่าเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตัดสินใจ โยกย้ายก่อนฤดูกาล เลื่อนชั้นให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ลุกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. ไปเป็น ผบ.สูงสุด และยังเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา คอลิน พาวเวลล์ เดินทางมาพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ที่ในทางลึกแล้ว แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิด บอก “เซี่ยงเส้าหลง” ไว้ว่าหนึ่งใน Dialogue ที่ต้อง ขีดเส้นใต้หลายเส้น คือแจ้งอย่างเป็นทางการว่า สหรัฐอเมริกาขอปฏิเสธการดำรงอยู่อย่างเป็นทางการของนโยบายใด ๆ ที่อาจสร้างเข้าใจผิดให้กับไทยและพม่า การโยกย้ายที่เกิดขึ้นกับ พันเอกแบร์รี่ ชาปิโร จึงเสมือน การยุติปฏิบัติการบางประการบริ เวณชายแดนไทย-พม่า แต่จะยุติปฏิบัติการพิเศษบางประการในหน่วย CTIC ที่ขณะนั้นต้องยอมรับว่า เข้ากับสถานการณ์หลังเหตุการณ์ 9/11 มากกว่า หรือไม่ ไม่มีใครรู้ เพราะขณะนั้นไม่มีใครรู้ถึงการคงอยู่ของ CTIC แต่ที่แน่ ๆ คือเรื่องราวของ CTIC จะต้องผ่านการรับรู้ของ พันเอกแบร์รี่ ชาปิโร และเจ้าหน้าที่ใน หน่วยงานความมั่นคงของไทย โดยเฉพาะหน่วยที่ ทำงานประสานกับสหรัฐอเมริกา มาจนเรียกได้ว่า คุ้นเคย-นานวัน จนเห็นว่าเป็น เรื่องปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ที่ทำงานประสานด้านการข่าวและรับความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาในด้าน ข่าวกรอง มาตั้งแต่ยุคที่ยังเป็น กรมตำรวจ, กรมประมวลข่าวกลาง โน่น

๏ ๏ ๏ อันที่จริง เครือข่าย ของ อเมริกันชน ที่เข้ามาฝังตัวในบ้านเราและทำงานบริเวณ ชายแดนไทย-พม่า นั้นมีมานานแสนนานทั้ง เป็นทางการ และ ไม่เป็นทางการ ในประการหลังนี้ก็โดยผ่าน องค์กรเอกชนที่บำเพ็ญสาธารณประโยชน์, นักสอนศาสนา กรอบอ้างอิง สิทธิมนุษยชน เข้าไปสัมพันธ์กับ กะเหรียงคริสต์ และ กองพล 93 ภารกิจเปิดเผยก็คือ ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมทั้งมีส่วนเสนอแนะต่อ UNHCR ในงานด้าน บริหารจัดการศูนย์อพยพ และ คัดเลือกผู้ลี้ภัยไปยังสหรัฐอเมริกา ส่วนภารกิจไม่เปิดเผยคือ งานข่าวกรอง บริเวณพื้นที่ยุทธศาสตร์ ด้านทิศใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เครือข่ายที่ว่านี้ก่อนหน้าการถือกำเนิดของ ฉก. 399 และบทบาทโดดเด่นของ แบร์รี ชาปิโร มีคนที่โด่งดังมาก ๆ ในบริเวณนั้นชื่อ เดวิด ยูแบงก์ เป็นอดีตนายทหารอเมริกันยศ พันตรี เคยประจำการอยู่ใน หน่วยรบพิเศษ ที่ 1 Fort Lewis, Washington State เข้ามาทำงานด้าน สิทธิมนุษยชน และให้ความช่วยเหลือต่อ บุคคลผลัดถิ่น (Internal Displaced Persons) คน ๆ นี้มีบิดาเป็น นักสอนศาสนา ความรู้และความผูกพันบริเวณ ชายแดนไทย-พม่า จึงกล่าวได้ว่า สูงมาก ทั้งยังเชื่อว่าน่าจะได้รับการสนับสนุนจาก คนใหญ่คนโตในแวดวงการเมืองอเมริกัน อย่าง วินสตัน ลอร์ด ผู้ที่ก็มีความผูกพันกับ ชายแดนไทย-พม่า อีกคนหนึ่งผ่าน สายใยรัก ของ ผู้หญิงจีน ที่รู้จักกันนาม เบ็ตตี้ บาว ผู้ที่มี เตี่ย เป็นพลพรรคระดับนำของ กองพล 93 เครือข่ายอเมริกันชนกลุ่มนี้ดำเนินนโยบาย ต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า ใน ทุกรูปแบบ โดยไม่ยึดถือเคร่งครัดในหลัก สันติภาพ ไม่พยายามป้องกัน สงครามไทย-พม่า แต่กลับ ไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะ สมช. - สภาความมั่นคงแห่งชาติ ยุค พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ คัดค้านขัดขวางและดำเนินนโยบาย สวนทาง จนเกือบจะบรรลุวัตถุประสงค์ ชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่มตกลงกับรัฐบาลทหารพม่าอย่างสันติ มาติดขัดอยู่ก็ที่ ไทยใหญ่ กับ กะเหรี่ยงคริสต์ ที่มีเครือข่ายสายสัมพันธ์กับ อเมริกันชน กลุ่มที่ว่านี้

๏ ๏ ๏ มีข้อน่าสังเกตในยุครัฐบาล ชวน หลีกภัย ภายใต้การกุมบังเหียนนโยบายต่างประเทศของ สุรินทร์ พิศสุวรรณ และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้เกิดปรากฎการณ์ 3 จุด นักศึกษาพม่ายึดสถานทูต, กะเหรี่ยงยึดโรงพยาบาลราชบุรี และ กำเนิดฉก. 399 ที่มีโอกาส พลิกสถานการณ์ ก่อให้เกิด สงครามไทย-พม่า ได้

๏ ๏ ๏ จะให้ “เซี่ยงเส้าหลง” สืบสาวเรื่องราวโดยไม่ยกแต่ Conspiracy Theory สถานเดียวได้อย่างไรเล่าในเมื่อ 2 เหตุการณ์แรกเสมือนล้อกัน-แก้กัน เพราะตัวการเปิดเผยในเหตุการณ์แรกถูก วิสามัญฆาตกรรมทุกคน ในเหตุการณ์ที่ 2 ส่วนเหตุการณ์ที่ 3 นั้นเป็นไปตามนโยบายของ กองทัพไทย ยุค พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ พล.อ.วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ นึกไม่ออกเหมือนกันว่าหากไม่เกิด เหตุการณ์ 9/11 ขึ้นมาผนวกกับ ทิศทางนโยบายต่างประเทศไทยไม่แปรเปลี่ยนจากเดิม (หรือพูดง่าย ๆ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยังคง กุมบังเหียนประเทศ) สถานการณ์จะพัฒนาไปสู่ระดับใดแล้ว

๏ ๏ ๏ ก่อนหน้า เหตุการณ์ 9/11 หนึ่งในจุดล่อแหลมที่สหรัฐอเมริกายุคใหม่ The Military Complex ของ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช พุ่งเป้ามา กดดัน ก็คือ ชายแดนไทย-พม่า ภายใต้เหตุผลฟังดูดี ทำสงครามกับยาเสพติด แต่หลังจากนั้นเป้าหมายหลักเคลื่อนมาที่ อัฟกานิสถาน และตามมาด้วย อิรัก เพราะเหตุผล ทำสงครามกับขบวนก่อการร้ายสากล นั้น ขายได้, โดน มากกว่า

๏ ๏ ๏ ในมุมมองนี้ประเทศไทยก็เลยออกจะ โชคดี ที่ในช่วง ต้นปี 2544 ระหว่างรอยต่อ 2 รัฐบาลสามารถ ยับยั้งพัฒนาการของสถานการณ์ไว้ได้ ด้วยการที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จั่ว ไพ่จีน แต่ขณะที่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัยโดยพื้นฐานอีกไม่กี่เดือนถัดมาก็เกิด เหตุการณ์ 9/11 ส่งผลดีต่อปฏิบัติการ ถอนชนวน ในระยะเวลาสั้นคงไม่มีใคร สร้างสถานการณ์ เพื่อนำไปสู่ สงครามไทย-พม่า ได้ง่าย ๆ อีกต่อไป

๏ ๏ ๏ เกมการเมืองระหว่างประเทศเมื่อ ต้นปี 2544 ที่เรียกว่า จั่วไพ่จีน ครั้งนั้นคงจะจำกันได้ว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เชิญแขกอาวุโสคนสำคัญจากเมืองจีน พลเอกสือโห้วเถียน ผู้ที่ในขณะนั้นนอกจากจะดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วยังมีตำแหน่งใน พรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นถึง คณะกรรมการกลาง – รับผิดชอบกิจการด้านพม่า มา เยือนไทย หลังจากนั้น ไม่ถึง 10 วัน เหตุความไม่เข้าใจจากฝั่ง พม่า ก็เริ่ม สงบ และแม้จะเกิดเหตุรุนแรงช่วง ปลายเดือนเมษายน 2545 สถานการณ์โดยรวมก็ยังคง สงบ รายละเอียดในเรื่องนี้ “เซี่ยงเส้าหลง” เขียนไว้เมื่อ วันที่ 18 พฤษภาคม 2547 แล้ว

๏ ๏ ๏ จริง ๆ แล้วในทาง กฎหมาย ไม่มีทางจะโยง พันเอกแบร์รี่ ชาปิโร ให้เข้ากับ ชายแดนไทย-พม่า, ฉก. 399 รวมทั้ง CTIC ได้เลยแม้แต่น้อย

๏ ๏ ๏ เพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบใน การบริหารจัดการศูนย์อพยพ รวมทั้ง การ คัดเลือกผู้ลี้ภัยไปยังสหรัฐ อเมริกา ในทาง กฎหมาย คือ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR – United Nations High Commissioner for Refugees ซึ่งในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-พม่านั้นมี Field Offices ตั้งอยู่ที่ แม่ฮ่องสอน, แม่สอด และ สังขละบุรี และก็ไม่ได้คัดไปเฉพาะ สหรัฐอเมริกา แต่ใช้คำรวม ๆ ว่า ประเทศที่ 3 ต่างหาก

๏ ๏ ๏ แต่ใน ทางปฏิบัติ แล้วยากจะแยกออกจาก บทบาท ของ สหรัฐอเมริกา ในการเฝ้าระวังพื้นที่แถวนั้นมานานวันในฐานะ ปากประตูด้านใต้ของจีน มีเรื่องราวเล่าขานกันมาจนเป็น ประวัติศาสตร์ และ ตำนาน มากหลาย

๏ ๏ ๏ ใน เอเชีย-แปซิฟิค ยุทธศาสตร์โลกของ สหรัฐอเมริกา กำหนด หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ไว้ที่ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และ ออสเตรเลีย ประเทศใน อาเซียน อย่างมากก็มีค่าแค่ พันธมิตร แน่นอนว่าประเทศที่จะ ถูกปิดล้อมทางยุทธศาสตร์ ในอาเซียนก็คือ มาเลเซีย และ พม่า โปรดสังเกตว่า ประเทศไทย นอกจากจะ อยู่ตรงกลางระหว่างพม่ากับมาเลเซีย แล้วยังมี ความสลับซับซ้อนของปัญหา ในบริเวณพื้นที่ ชายแดนไทย-มาเลเซีย และ ชายแดนไทย-พม่า ด้วย

๏ ๏ ๏ ในส่วน ชายแดนไทย-พม่า เราต้อง รับผลกระทบจากความไม่สงบภายในพม่า และในส่วน ดินแดน 3 จังหวัดภาคใต้ เรามีพื้นฐานของ ปัญหาชนกลุ่มน้อย แม้ว่า ก่อนปี 2547 จะถือได้ ไม่รุนแรง แต่ก็เป็น ตัวแปรที่พัฒนาได้เร็ว อย่างยิ่ง

๏ ๏ ๏ ปัญหาที่ ละเอียดอ่อนมากที่สุด คือระบบการเมืองของประเทศวันนี้ถึงอย่างไรก็ยังขึ้นอยู่กับ กระแสความนิยม จริงอยู่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความชำนาญสุดยอดใน การบริหารกระแส แต่ก็จริงอยู่เช่นกันว่า แนวทางที่ถูกต้อง ในการบริหาร ปัญหาชายแดน, ปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยทั่วไปแล้วไม่เป็นที่ ถูกใจ ของ แนวคิดชาตินิยม ที่แม้จะ ไม่ตรงกับประวัติศาสตร์ที่แท้จริง แต่ก็ถูกฝังรากลึกมาจาก ยุคสร้างชาติ-ยุครัฐนิยม โดยเฉพาะในสมัย จอมพลป. พิบูลสงคราม, พล.ต.หลวงวิจิตรวาทการ และ ฯลฯ ที่มักจะเป็น กระแสหลัก ในยามเกิดปัญหา

๏ ๏ ๏ จะเพราะการเกิดขึ้นของ CTIC หรือเหตุผลใดอื่นก็ตาม หน่วยสืบราชการลับ ของทั้ง สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย เข้ามาอยู่ใน ประเทศไทย และ อาเซียน ทั้ง เป็นทางการ, ไม่เป็นทางการ เต็มไปหมดในนามของ การต่อต้านการก่อการร้าย ตั้งแต่ ภาคใต้ ยัน กัมพูชา มาแล้วตั้งแต่ช่วงหลัง เหตุการณ์ 9/11 ไม่ต้องพูดถึง เชื้อความคิด ที่ฝังรากลึกอยู่ในหมู่ ข้าราชการประจำ ที่ถึงอย่างไรก็มอง อเมริกา, ตะวันตก เป็น มิตร โดยพื้นฐาน

๏ ๏ ๏ ปัญหาหลักของ ข่าวกรองด้านความมั่นคง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ มุสลิม นั้นคือ ขาดความรู้ความเข้าใจพื้นฐานต่อโลกอิสลาม ยิ่งอาศัย เครือข่ายข่าวกรอง จาก สหรัฐอเมริกา + พันธมิตร เป็น หลัก ยิ่งเสมือนซ้ำเติมสถานการณ์เลวร้าย

๏ ๏ ๏ เป็นต้นว่า....ย่อมเป็นปกติของ โลกอิสลาม ไม่ต่างจาก โลกคริสต์, โลกพุทธ ที่มี การสนับสนุนและช่วยเหลือทางการเงิน จาก ประเทศร่ำรวย ทั้งในฐานภาพ รัฐ, เอกชน ไปยัง ประเทศยากจน และก็เป็นเรื่องปกติเช่นกันที่มีกิจกรรม เผยแพร่ศาสนา, สอนศาสนา กระจายไป ทั่วโลก โดยเฉพาะ ประเทศกำลังพัฒนา, ประเทศยากจน ทำให้ต้องมี ครูสอนศาสนา, อาสาสมัครสอนศาสนา หากไม่จำแนกระหว่าง องค์กรศาสนาอิสลาม กับ ขบวนก่อการร้าย ก็จะเกิดลักษณะ เหมารวม, เลือกปฏิบัติ และนำไปสู่ปฏิบัติการ ปิดกั้นกิจกรรมขององค์กรศาสนาอิสลามทั้งหมด ที่สุดโลกก็จะกลายเป็น สงครามอารยธรรม สมดังสมมติฐานที่ แซมมวล ฮันติงตัน วาดไว้ในงานเรื่อง The Clash of Civilization (and the Remaking of World Order) ดู กัมพูชา ก็ได้ที่มี องค์กรภาคเอกชน, องค์กรศาสนา เข้าไปเคลื่อนไหว มากกว่า 100 องค์กร ส่วนใหญ่เป็น คริสต์ศาสนา ทั้งจาก สหรัฐอเมริกา และโดยเฉพาะ ออสเตรเลีย เสีย มากกว่า 80 องค์กร กลับถือเป็น ปกติ, ไม่เป็นข่าว แต่พอมีการเคลื่อนไหวจาก โลกมุสลิม เข้าไป ไม่กี่องค์กร กลับ เป็นเรื่อง, ถูกจับกุม และกำลังนำไปสู่วิธีการ สุดขั้ว คือ กีดกันกิจกรรมของศาสนาอิสลามโดยไม่มีการจำแนก ทั้ง ๆ ที่โดยพื้นฐาน หลักธรรมอิสลาม นั้นสอนให้ประชาชนมุ่งหวัง สันติ, สงบ และ สมถะ และแม้แต่จะพยายาม จำแนก แต่ถ้ารายชื่อ บัญชีดำขบวนก่อการร้ายของสหรัฐอเมริกา ขยาย กว้าง กิจกรรมปกติของ องค์กรศาสนา ก็มีโอกาสถูกกวาดเข้าไปอยู่ใน ขบวนก่อการร้าย มิพักต้องพูดถึง มาตรฐาน, ความถูกต้อง ในการพิพากษาให้องค์กรใดขบวนใดเข้าไปอยู่ใน บัญชีดำ ล้วนเป็นเรื่องของ สหรัฐอเมริกา โดย เอกเทศ อย่างแท้จริง

๏ ๏ ๏ ใน ขอบเขตทั่วโลก สหรัฐอเมริกาให้ข่าวประณาม อัลกออิดะห์ พอมาใน ขอบเขตเอเชียอาคเณย์ พวกเขาให้ข่าวเสริมสร้าง ความไม่ดีไม่งาม ให้กับ เจไอ ที่ก็พอดีสอดคล้องกับ ปัญหาภายใน ของ สิงคโปร์, อินโดนีเซีย กลายเป็น ขนม(จีน)ผสมน้ำยา พอดี

๏ ๏ ๏ ทางด้าน สิงคโปร์ ความเป็นฐานที่มั่นของ ทุน รวมทั้ง เชื้อชาติของชนชั้นปกครอง ย่อมไม่สบายใจอย่างยิ่งต่อ กระแสสถาปนารัฐอิสลาม ที่เกิดขึ้น ทั่วโลก และประเทศเพื่อนบ้านก็มี มาเลเซีย, อินโดนีเซีย ประชิดติดอยู่ ชนชั้นปกครองอินโดนีเซีย เองนั้นกล่าวได้ว่าเป็น “...อิสลามที่ลอยลงมาจากฟากฟ้า.”, “...โมเดิร์นอิสลาม.” มีวัตรปฏิบัติที่ แตกต่างออกไป และคบหาสมาคมใกล้ชิดกับ สหรัฐอเมริกา ย่อมเป็น เป้าหมายแห่งการโค่นล้ม ของ กระแสสถาปนารัฐอิสลาม สถานการณ์ วิกฤตเศรษฐกิจ, วิกฤตชนกลุ่มน้อย ก็ทำให้ เสถียรภาพสั่นคลอน ประเทศทั้งสองจึงมี ความจำเป็นทางการเมือง ใน การเดินร่วมทิศทางเข็มมุ่งของสหรัฐอเมริกา ในที่สุด

๏ ๏ ๏ แต่ ประเทศไทย มีสถานการณ์เฉพาะที่ แตกต่าง จาก อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ ถ้าเรา ก้าวผิด เข้าไป เดินร่วมทางกับสหรัฐอเมริกา เราก็เหมือน ชักศึกเข้าบ้าน โดยแท้

๏ ๏ ๏ เพราะนาทีนี้เมื่อพูดถึง การทำให้เป็นสากล หรือ สากลานุวัตร หรือ Internationalization นั้นหาได้มีแต่เฉพาะด้าน ทุน (ที่อาจจะเป็นความหมายด้านหลักของ โลกานุวัตร, โลกาภิวัตน์) ในช่วงสองสามปีมานี้เรายังได้เห็นถึง พลัง แห่งกระบวนการ สกลานุวัตรของเอ็นจีโอ และวันนี้ “เซี่ยงเส้าหลง” เชื่อว่าเรากำลังเห็น สากลานุวัตรของศาสนาอิสลาม หรือ สากลานุวัตรของมุสลิม ชัดขึ้นทุกที

๏ ๏ ๏ รัฐบาลไทยอย่าได้เพลิดเพลินเจริญใจแต่ สากลานุวัตรของทุน ที่ทำให้ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก มาแทนที่ ฟุตบอลไทย และทำให้ปฏิบัติการ ซื้อหุ้นลิเวอร์พูล เป็น ข่าวใหญ่, ข่าวน่ายินดี เพราะบนแผ่นดินขวานทองเดียวกัน สากลานุวัตรของศาสนาอิสลาม ทำให้ ประชากรมุสลิมวัยหนุ่มสาวในพื้นที่ กำลัง เปลี่ยนไป อย่างชนิด หน้ามือเป็นหลังมือ ทีเดียว

..............................................
โดย เซี่ยงเส้าหลง .....http://www.manager.co.th/Politics/PoliticsView.asp?NewsID=4779554116129

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   เมื่อ : 26/05/2004 10:46 AM

 
 
ความคิดเห็นที่: 1


ที่บ้านเราเป็นครอบครัวทหาร .....
เราได้ยินผู้ใหญ่คุยๆ กันบ่อยๆ ว่า ทหารมีหน้าที่ปกป้องอาณาเขตของประเทศด้วยชีวิต แต่ยามบ้านเมืองสงบสุขดี ทหารก็มีหน้าที่ต้องช่วยบ้านเมืองและประเทศร่วมพันธมิตร ในการพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆด้วย ประเทศไทยน่าจะมีสัญญาฯ อะไรกันสักอย่างกับประเทศสหรัฐอเมริกา นะคะ

เพราะ .....
ตั้งแต่เราจำความได้ ตลอดชีวิตของเรา เราเห็นพวกทหารหน่วยที่เรียกว่า Cobra Goal ก็มาช่วยพัฒนาประเทศไทยอยู่เป็นประจำทุกปี จะมีทั้งหมอทหารของสหรัฐอเมริกา ที่ออกไปดูแลรักษาชาวบ้านตามชนบท แล้วก็มีทหารที่ร่วมฝึกแบบซ้อมรบ ทั้งแบบออกข่าวทาง ที.วี. ได้ และ แบบที่เป็นความลับมาด้วยตลอด ในช่วงราวๆ เดือน มีนาคม-มิถุนายน ของทุกๆปี .. รัฐบาลไทยคงไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้หรอก มั้งคะ ...???

พอดีปกติ .....
เมืองไทยของเราก็สงบเรียบร้อยดี .. เรื่องของทหารแต่ก่อน .. ทหารเป็นกลุ่มชนผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศ เรื่องราวหรือข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทหาร ก็เลยไม่ค่อยมีออกมาได้ง่ายๆ มากๆ อย่างในปัจจุบัน .. ถ้าให้เดา เรื่องแบบนี้ น่าจะมีมามากกว่า ๒๐ ปีแล้ว มั้งคะ ..?

เคยดูละครเรื่องคู่กรรม มั้ยคะ .....
ที่ก่อนจะมีสงครามฯ พวกผู้คนของญี่ปุ่น ก็เข้ามาอยู่ในประเทศไทยของเรา อย่างมิตร อย่างเพื่อนบ้าน เหมือนคนปกติธรรมดาๆ แต่พอทางการประกาศภาวะสงครามฯ ผู้คนของญี่ปุ่นมากมายเหล่านั้น ก็เปลี่ยนชุดเป็นเครื่องแบบทหารได้ในบัดดลเลย .. ปัจจุบันประเทศไทยของเรา ก็อาจจะอยู่ในภาวะ เช่นนั้นก็ได้ .. ใครจะรู้ .. น่าคิดออก นะคะ :-)

ยิ่งมีข่าวของพวกเบอร์ซาตู .....
มาต่อรองขออำนาจปกครองตัวเอง อย่างงี้มีหวังได้เกิดสงครามกลางเมืองแบบอิรัก มั้ยคะ?



โชคดีนะคะ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 26/05/2004 10:54 AM


ความคิดเห็นที่: 3


ข้อสังเกตสายสัมพันธ์เบอร์ซาตูกับเครือข่ายสหรัฐอเมริกา

๏ ๏ ๏ จู่ ๆ เพียงแค่ให้สัมภาษณ์ วิทยุบีบีซีภาคภาษาไทย เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2547 ชื่อของ วัน คะเดียร์ เจ๊ะแมน หรือ วัน อับดุล การเดร์ หรือเขียนให้เต็มยศศักดิ์ของคนจบปริญญาเอกจากออสเตรเลียว่า ดร.วัน คะเดียร์ เจ๊ะแมน พลันโด่งดังขึ้นมาทันตาเห็นในฐานะ ผู้นำ, แกนนำ ขององค์กร เบอร์ซาตู ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ยืนยันว่ามี การติดต่อกันจริง เพื่อจะนำไปสู่ โต๊ะเจรจา และเสมือนมี เสียงเชิงสนับสนุน จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในทางตรงกันข้ามกลับมี เสียงเชิงคัดค้าน จาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เพราะเห็นว่านี่ไม่ใช่ ตัวจริง เกรงจะเป็นการเดินหลงทิศผิดทาง ให้ความสำคัญผิดคนผิดองค์กรเกินเหตุ จน เข้าทาง ให้เขาสามารถเดินหมากระหว่างประเทศเข้าไปมีที่นั่งใน OIC - Organization of the Islamic Conference หรือ สันนิบาตมุสลิมโลก ทำให้สถานการณ์พัฒนาไปสู่ โต๊ะเจรจาที่มีคนกลางไกล่เกลี่ย ได้ไม่ยากในอนาคตอันไม่ไกล ผิดทิศผิดทาง ที่อำนาจรัฐส่วนกลางพยายามบอกเล่ามาโดยตลอดว่าปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น สาเหตุหลักไม่ใช่ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่แม้จะยัง ดำรงอยู่ แต่ อ่อนแอ สาเหตุหลักจริง ๆ เป็น ปัญหาภายใน ที่เกิดจาก กลไกรัฐ, อิทธิพลท้องถิ่น, อิทธิพลค้ายาเสพติด และ การเมือง เรื่องนี้อย่างน้อยในชั้นต้นก็แสดงให้เห็นว่ายังคง ไร้เอกภาพทางความคิดในหมู่ผู้กุมนโยบายด้านความมั่นคง เหมือนเดิม

๏ ๏ ๏ ก่อนอื่น วัน คะเดียร์ เจ๊ะแมน นั้นชื่อที่ถูกต้องควรจะเป็น วันอับดุลกาเดร์ เจ๊ะมัน เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า CheMan, W.K. มีประวัติความเป็นมาโดยสังเขปดังในล้อมกรอบ “เซี่ยงเส้าหลง” ว่าดูจากประวัติการศึกษาแล้วถ้าจะเรียกว่า ดร.วันอับดุลกาเดร์ เจ๊ะมัน ก็ไม่ผิด

๏ ๏ ๏ อยู่ใน สหรัฐอเมริกา ยาวนานถึง 10 ปี จนจบปริญญาตรีก่อนกลับมาทำงาน รพช. – สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท เพียง 3 ปี แล้วลาออกไปเรียนต่อปริญญาโทที่ ปีนัง มาเลเซีย แล้วได้ทุนไปเรียนจบ Ph.D ที่ ออสเตรเลีย ก่อนจะกลับมาปักหลักสอนหนังสืออยู่ใน มาเลเซีย ไม่รู้จะบาปหรือเปล่าหาก “เซี่ยงเส้าหลง” จะขอตั้งข้อสมมติฐานว่าท่านผู้นี้อาจ สัมพันธ์กับเครือข่ายสหรัฐอเมริกาและตะวันตก ในระดับหนึ่ง

๏ ๏ ๏ ควรจะเจรจาด้วยหรือไม่นั้น “เซี่ยงเส้าหลง” ขอทวนประเด็นว่าตั้งแต่เกิดเหตุในรอบ 4 เดือนมานี้คำว่า เบอร์ซาตู (ซึ่งควรจะต้องเขียนว่า เบอร์ซาตู-ใหม่ เพราะเป็นคนละเรื่องกับ เบอร์ซาตู-เดิม ที่เกิดขึ้นจากคนละบริบทเมื่อ 20 – 30 ปีก่อน) ดูเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาในฐานะ องค์กรพันธมิตรขบวนการแบ่งแยกดินแดน ก็จากการเผยแพร่ข่าวสารต่อสื่อมวลชนของ หน่วยข่าวกรองไทย ทั้ง ตำรวจ, ทหาร ที่ไม่รู้ว่าโดยได้รับความร่วมมือจาก CTIC - Counter Terrorist Intelligence Center หรือไม่ เบอร์ซาตู-ใหม่ คือ การอ่านโจทย์ ว่าสาเหตุหลักของความไม่สงบคือ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่มีฐานอยู่ใน ประเทศเพื่อนบ้าน โดยอาศัยช่องว่างทาง คน 2 สัญชาติ ซึ่งไม่มีใครยืนยันว่า ถูกต้อง แล้ว

๏ ๏ ๏ ย้อนเล่าเรื่อง เบอร์ซาตู–เดิม เสียหน่อยว่าเป็นเรื่องของ อดีต ก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 7 สิงหาคม 2520 (ล้อกับ วันที่ 7 สิงหาคม 2508 อันถือเป็น วันเสียงปืนแตก) วัตถุประสงค์แท้จริงก็คือเพื่อ ต่อสู้ช่วงชิงอำนาจรัฐไทย ตามอุดมการณ์ สังคมนิยม ที่เป็น สากลนิยม ไม่ใช่เรื่อง แบ่งแยกดินแดน ที่ยังคงเป็น ชาตินิยม ช่วงเวลานั้นเหตุการณ์พื้นฐานที่เกิดขึ้นคือ พคม. - พรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ได้รับผลสะเทือนจากเหตุการณ์สิ้นอำนาจของ แก๊ง 4 คน ใน พคจ. - พรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อ วันที่ 6 ตุลาคม 2519 เป็นเหตุให้กองกำลังทั้ง กรมที่ 8, กรมที่ 10 และ กรมที่ 12 ขัดแย้งกันเองถึงขั้น จับอาวุธขึ้นเข่นฆ่าล้มตาย ส่งผลสะเทือนมายังการต่อสู้ของ พคท. - พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ยุคหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่ นิสิตนักศึกษาปัญญาชน เข้าไปเป็น แนวร่วม และดำเนินนโยบายที่เรียกขานในภาษาซ้ายยุคนั้นว่า นโยบายชนชาติส่วนน้อย (แปลว่า สามัคคีชนทุกหมู่เหล่าดำเนินการปลดแอกประเทศไทย) เพื่อแก้ไขความขัดแย้งเฉพาะหน้าและเพื่อขยายสงครามปฏิวัติ พคท. จึงสนับสนุนให้มีการจัดตั้ง กองกำลังอาวุธของชนชาติส่วนน้อย ขึ้นมาอีกกองหนึ่งแยกต่างหากออกมาจาก ทปท. - กองทัพปลดแอกประชาชนไทย มีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยว่า กองทัพปลดแอกประชาชนมุสลิมไทยมาลายู มีชื่อเป็น ภาษายาวี ว่า เบอร์ซาตู โดยมีสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งประมาณ 60 คน เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ตำบลนาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา นำโดยคนของ พคท. ที่มีชื่อจัดตั้งว่า สหายชาติ และ สหายดุล ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว

๏ ๏ ๏ นอกเหนือจากสายตรงจากพรรค สหายชาติ, สหายดุล แล้วยังมี ผู้ประสานงาน ระหว่าง พคท. กับ เบอร์ซาตู-เดิม หลายคนด้วยกันที่ปัจจุบันนอกจากจะยัง มีชีวิตอยู่ แล้วยัง ก้าวหน้าในวิชาชีพ บางคนก็ทำงานอยู่ใน เครือข่าย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชนิด วงใน รวมทั้ง ภรรยาของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกิดใหม่แห่งหนึ่ง ด้วย

๏ ๏ ๏ จะว่าไปแล้ว เบอร์ซาตู-เดิม ประสบความสำเร็จไม่เลวเลย พคม. ทั้ง 3 กรม แม้จะ ขัดแย้งกันเอง ก็ต่างก็ ร่วมมือหนุนช่วยเบอร์ซาตู มีการแต่งเพลงในจังหวะรองแง็งชื่อ เบอร์ซาตูระยัต มีเนื้อความตอนหนึ่งว่า “...เบอร์ซาตูลาระยัต มาลายูไทย เบอซาตูฮาตี เบอซามอซัวซูวอ.” แปลความว่า “...สามัคคีประชาชนไทยมาลายู รวมกายรวมใจเป็นหนึ่งเดียว.” แต่ทั้งสิ้นทั้งปวงก็กลายเป็นเพียง ความทรงจำในประวัติศาสตร์ เมื่อทั้ง เบอร์ซาตู, พคท. และ พคม. ค่อย ๆ หมดพลังและสลายตัวไปเพราะนโยบายที่ถูกต้องของรัฐไทยเริ่มมาตั้งแต่ คำสั่งที่ 66/2523 และการแก้ปัญหา 3 เส้า 4 – 5 ฝ่ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นผลสำเร็จใน ปี 2529 – 2530 ช่วงที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็น ผู้บัญชาการทหารบก/รักษาราชการผู้บัญชาการทหารสูงสุด จึงกล่าวได้ว่า เบอร์ซาตู-เดิม ปิดฉากไปตั้งแต่ ปี 2531 แต่มาเกิด นวัตกรรมใหม่ ขึ้นมาในรายงานของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ ปี 2540 จนโด่งดังมหาศาลในช่วง ต้นปี 2547 นี้

๏ ๏ ๏ บ้านนี้เมืองนี้กำลังอยู่ในช่วง หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ อีกครั้งหนึ่ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าจะหวนคืนสู่ ความสงบโดยพื้นฐาน หรือพัฒนาไปสู่ สงครามกลางเมือง, สงครามประชาชน ในลักษณะ สงครามกู้เอกราช, สงครามแบ่งแยกดินแดน ขึ้นอยู่กับว่า อ่านโจทย์ถูก, ตีโจทย์แตก หรือไม่

๏ ๏ ๏ ที่สำคัญคืออย่าให้ อ่านโจทย์, ตีโจทย์ ไปเข้าทาง สหรัฐอเมริกา ที่ต้องการเข้ามาเป็น ผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง เป็นใช้ได้

๏ ๏ ๏ ความโด่งดังชั่วข้ามคืนของ วันอับดุลกาเดร์ เจ๊ะมัน ช่าง สวนทาง กับสภาวะตกต่ำในช่วง 3 – 4 เดือนมานี้ของ วันมูหะมัดนอร์ มะทา และ กลุ่มวะดะฮ์ เสียเหลือเกิน มุสลิมปฏิรูป ที่เพียรพยายาม เดินแนวทางสันติ เข้ามาอยู่ใน วงในอำนาจรัฐ กำลังประสบปัญหาใหญ่หลวง

๏ ๏ ๏ ก่อนหน้านี้ ทิศทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ-ทหาร เอนเอียงมาทางอ่านโจทย์ว่าเป็นฝีมือของ ขบวนการแยกดินแดน, ขบวนการก่อตั้งรัฐปัตตานี ภายใต้ การบงการ ของ จอมบงการ ในระดับ ส.ว., ส.ส. จนกระทั่งมีการออกหมายจับ นัจมูดดีน อูมา และการคุกคาม เด่น โต๊ะมีนา ทายาท หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ ขณะที่ทั้ง กลุ่มวะดะฮ์ และ วันมูหะมัดนอร์ มะทา นั้นกล่าวโดยรวมแล้ว ติดกับดักการเลือกตั้ง เฉพาะท่านหลังที่เป็น ผู้นำกลุ่ม แม้จะผ่านสนามอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้แต่ก็ยากจะคลาย ปมสำคัญ ว่าด้วยระดับความผูกพันกับ เพื่อนสนิท ที่เป็น สตรีชาวไทยพุทธ ทำให้ยากที่ประเมินได้ว่าจะสามารถ รักษาความเป็นผู้นำ ไปได้นานแค่ไหน

๏ ๏ ๏ ล่าสุด วันอับดุลกาเดร์ เจ๊ะมัน ยังให้สัมภาษณ์ บีบีซีภาคภาษาไทย ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ด้วย เนื้อหาเชิงลบ เข้าใส่ มุสลิมที่พยายามเดินแนวทางสันติเข้ามาอยู่ในวงในอำนาจรัฐ เสียอีก

๏ ๏ ๏ ในที่สุดแล้วจะก่อให้เกิดกระบวนการผลักดัน ชนชั้นนำมุสลิมปฏิรูป อย่าง กลุ่มวะดะฮ์ ออกจาก วงในอำนาจรัฐ, เวทีเปิด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ฐานภาพอันเป็นสัญลักษณ์แห่งการยอมรับ ได้ไม่ยาก “เซี่ยงเส้าหลง” มองว่า อันตรายอย่างยิ่ง เพราะจะเท่ากับ โดดเดี่ยวมิตร, เสริมเงื่อนไขให้ศัตรู จากนี้ไปจะไม่มีที่ยืนให้ มุสลิมปฏิรูป เหลือแต่ มุสลิมยอมจำนน กับ มุสลิมปฏิวัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มุสลิมแบ่งแยกดินแดน เท่านั้น

๏ ๏ ๏ ไม่ใช่ว่าเกิดเป็น ชาวมลายูมุสลิม 3 จังหวัดภาคใต้ แล้วจะต้องมีความคิดเห็นเป็น เอกภาพ การเข้ามามีบทบาททางการเมืองผ่านเวทีการเลือกตั้งของ กลุ่มวะดะฮ์ ในสายตาของหลายกลุ่มล้วนเห็นเป็น แนวทางที่ผิด, แนวทางที่ไร้ประโยชน์ เช่นเดียวกับ คนไทยโดยทั่วไป ก็มีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไปเมื่อเห็นพวกเขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่โต รัฐมนตรี, รองนายกรัฐมนตรี และ ประธานสภา กว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ต้องผ่านกาลเวลา 40 – 50 ปี อย่าง อดทน ไม่น่าจะต้องมา พังภินท์เพียงชั่วข้ามคืน ณ วันนี้ที่อำนาจรัฐส่วนกลางกำลังจะให้ความสำคัญกับ ชาวมุสลิมมลายูนอกประเทศ – ที่มีสัมพันธ์สลับซับซ้อนกับเครือข่ายการข่าวประเทศมหาอำนาจ ที่ท้าทายอย่างนุ่มนวลว่าลองให้เขาเป็น ผวจ.นราธิวาส สัก 1 ปี ดูสิ

๏ ๏ ๏ โดยเปรียบเทียบแล้ว กลุ่มวะดะฮ์ ก็ไม่ต่างจาก ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร, ผิน บัวอ่อน และ ฯลฯ ที่ถูกเรียกขานเชิงลบว่า ลัทธิแก้, ขายตัวให้ชนชั้นปกครอง ในช่วงยุคสงครามเย็นที่ตกที่นั่ง ซ้ายก็ด่า – ขวาก็ตี นั่นแหละ

๏ ๏ ๏ ในหมู่ ชนชั้นนำในอำนาจรัฐ ที่คบหาสมาคมกับไม่ว่า ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร, ผิน บัวอ่อน และ ฯลฯ หรือ กลุ่มวะดะฮ์ ก็เช่นกันที่ตกที่นั่ง ซ้ายก็ด่า – ขวาก็ตี ต้องฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามมาสารพัด พล.อ.หาญ ลีนานนท์, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็น 2 ขุนพลที่สัมผัสมากับทั้ง 2 กรณี เป็นอย่างดี กลุ่มวะดะฮ์ นั้นเป็น พล.อ.หาญ ลีนานนท์ ที่เริ่มต้นนำเข้ามาสู่ พรรคประชาธิปัตย์ ในช่วง ปี 2529 ก่อนที่ในยุคต่อมาจะเป็น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่นำเข้ามาเป็นหลักใน พรรคความหวังใหม่ ใน ปี 2535 ก่อนจะไหลมารวมอยู่ที่ พรรคไทยรักไทย นายทหารทั้งสองเป็นหัวขบวน ทหารประชาธิปไตย จุดเริ่มต้นของ คำสั่งที่ 66/2523 จึงเข้าใจใน แนวทางการเมืองนำการทหาร เป็นอย่างดี

๏ ๏ ๏ ไม่ว่า หะยีสุหลง อับดุลการ์เดร์, หะยีอามีน โต๊ะมีนา และ บรรพบุรุษทางความคิด จะเคย คิด, ปฏิบัติ อย่างไร “เซี่ยงเส้าหลง” ว่า เด่น โต๊ะมีนา เลือกเดินบนเส้นทาง ระบบรัฐสภา, ระบบแห่งนิติรัฐ มาตั้งแต่ ปี 2519 ตามติดมาด้วย วันมูหะมัดนอร์ มะทา ใน ปี 2522 และทั้งอัตวิสัยและภววิสัยไม่เอื้ออำนวยให้ ชนชั้นนำมุสลิมในประเทศ คนใดคิดเรื่อง แบ่งแยกดินแดน อีกแล้วตั้งแต่ ปี 2533 เป็นต้นมา

๏ ๏ ๏ แต่ใน ระบบเลือกตั้ง ของบ้านเราที่อาจจะเรียกว่า ระบอบประชาธิปไตยอุปถัมภ์ (หรือ ประชาธิปไตยเอื้ออาทร) พูดก็พูดเถอะ “เซี่ยงเส้าหลง” ว่าไม่ว่า เด่น โต๊ะมีนา, วันมูหะมัดนอร์ มะทา และ ฯลฯ ต่างต้องเผชิญหน้ากับ กับดักการเลือกตั้ง ที่เป็น ความจริงแห่งชีวิต ทั้งการจะ ได้ที่นั่ง, รักษาที่นั่ง และ เพิ่มที่นั่ง ล้วนต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับ วิถีสีเทา ที่เกี่ยวข้องกับ ผลประโยชน์, เครือข่าย ไม่ต่างกับ นักการเมืองจังหวัดอื่นทั่วประเทศ จะมีปัญหาไม่ถูกไม่ต้องใดก็เกิดขึ้นก็ ณ จุดนั้นเป็นสำคัญ

๏ ๏ ๏ ไม่ได้ จงเกลียดจงชัง จนเมื่อมีเรื่องอะไรร้ายแรงก็ตอบเป็น สูตรสำเร็จ ชี้หน้าไปที่ สหรัฐอเมริกา เพียงแต่ทำหน้าที่ ตั้งข้อสังเกต ให้ ช่วยกันคิด อย่าลืมว่าเจ้าโลกอย่างอภิมหาอำนาจประเทศนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์แล้วสามารถ สร้างสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบ และขอโทษที่จะต้องบอกว่า บุคลากร ลักษณะ ดร.วันอับดุลกาเดร์ เจ๊ะมัน นั้นมีอยู่ ทั่วโลก, ทุกยุคทุกสมัย ศึกษาได้จากประวัติศาสตร์

๏ ๏ ๏ จำ จดหมายขู่ที่มีไปถึงสถานทูตไทยในกรุงสต็อคโฮล์ม สวีเดน ที่ส่งทางไปรษณีย์จาก เมืองมัลโม สวีเดน ใช้หัวจดหมาย ภาษาอาหรับ แล้วลงชื่อผู้ส่งเป็น อาบู บาเซีย อัล มักคาวี เมื่อ วันที่ 5 เมษายน 2547 ได้ไหมว่า “เซี่ยงเส้าหลง” เคยให้ความเห็น ณ ที่นี้ว่าช่างใกล้เคียงกับปฏิบัติการ จดหมายปลอม เมื่อ วันที่ 4 มกราคม 2517 ที่มีมาถึง รัฐบาลไทย (สมัยนั้นคือ ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์) ในนาม สหายจำรัส หรือ เปลื้อง วรรณศรี ของ เจรจาสงบศึก เพื่อชี้ให้เห็นถึงความมีอยู่และบทบาทของ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย นั่นเอง

๏ ๏ ๏ แต่ตราบใดที่ไม่คลี่คลาย ปม เรื่อง CTIC - Counter Terrorist Intelligence Center ก็ยากที่จะรู้ ทิศทางเดินของข่าวกรอง อันนำไปสู่ การติดต่อ คนดังจาก วิทยุบีบีซีภาคภาษาไทย – ลอนดอน ที่ชื่อ ดร.วันอับดุลกาเดร์ เจ๊ะมัน คนนั้น

.................................................................
โดย เซี่ยงเส้าหลง .....http://www.manager.co.th/Politics/PoliticsView.asp?NewsID=2000000059367

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 26/05/2004 07:18 PM


ความคิดเห็นที่: 4


วันอับดุลกาเดร์ เจ๊ะมัน ... CheMan W.K.
เป็นชาวอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี โดยกำเนิด ไปใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกามากกว่า 10 ปี จนจบปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์ (B.A. Political Science) จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน Washington State University) .. กลับมารับราชการที่สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.) กระทรวงมหาดไทย ในช่วงปี 2515 – 2516 แล้วลาออกจากราชการเมื่อปี 2518 ไปอยู่ที่ปีนัง มาเลเซีย โดยเรียนปริญญาโทสาขารัฐศาสตร์ (M.A. Political Science) ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ (University of Science) ปีนัง มาเลเซีย

เป็นอาจารย์ต่อที่ University of Science ..... ปีนัง มาเลเซีย จนได้ทุนไปเรียนปริญญาเอกต่อที่ออสเตรเลีย .. จบปริญญาเอกสาขารัฐศาสตร์ (Ph.D. Political Science) จากมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย แล้วกลับมาเป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยอิสลามระหว่างประเทศ หรือ UIA – University Islam Antara Bangsa ปีนัง มาเลเซีย จนกระทั่งปัจจุบัน เป็นผู้ศึกษาเปรียบเทียบเรื่องชนกลุ่มน้อยมุสลิมภาคใต้ของประเทศไทยกับชนกลุ่มน้อยมุสลิมโมโรในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ (Muslim Separatism : The Moros of Southern Philippines and the Malays of Southern Thailand) .. เชี่ยวชาญใน 3 ภาษา ไทย, อังกฤษ และมลายู

.................................................................
โดย เซี่ยงเส้าหลง .....http://www.manager.co.th/Politics/PoliticsView.asp?NewsID=2000000059367

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 26/05/2004 09:59 PM


ความคิดเห็นที่: 5


ทหารไทยเริ่มฝึกรบในเมืองเตรียมรับสถานการณ์โลก

พล.ท.นิพัทธ ทองเล็ก ..... ฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อดีตผู้อำนวยการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ 03 ชี้แจงเพิ่มเติมถึงนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มอบหมายให้กองบัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการจัดหาสถานที่ที่จะใช้ฝึกการรบในเมือง ว่า พล.อ.เชษฐาเห็นว่ารูปแบบการก่อความไม่สงบและการรบในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยรบกันในป่า กลับมารบและต่อสู้กันในเมืองมากขึ้น จึงได้ทำนโยบายนี้ขึ้นมา ซึ่งการที่มอบหมายให้กองบัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการจัดหาสถานที่นั้น เพื่อให้ทุกเหล่าทัพสามารถใช้พื้นที่ดังกล่าวได้ร่วมกัน ไม่ใช่พื้นที่ของกองทัพใดกองทัพหนึ่งโดยเฉพาะ สำหรับการเตรียมการเรื่องการฝึกรบแบบในเมืองเริ่มมา 2 เดือนแล้ว โดยจะใช้พื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะใช้พื้นที่ของจังหวัดลพบุรีหรือกาญจนบุรี ซึ่งการดำเนินการเรื่องนี้เป็นการเตรียมตัวเพื่อรองรับสถานการณ์โลกและรูปแบบการรบที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะเมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา

พล.ท.นิพัทธ กล่าวด้วยว่า ..... เรื่องการฝึกร่วมกองทัพไทยนั้น นายกรัฐมนตรีเห็นว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะกองทัพไทยได้ทำการฝึกร่วม/ผสมกับสหรัฐอเมริกาในการฝึกคอบร้า โกลด์อยู่ทุกปี ทั้งยังฝึกร่วมกับประเทศอื่น ๆ มาแล้ว จึงควรจะมีการฝึกร่วมกันเองภายในกองทัพไทยให้เกิดความเข้มข้น 3 เหล่าทัพจะรบร่วมกันได้หรือไม่ ซึ่งจากการฝึกร่วมเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2546 ที่ผ่านมา ที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปชมนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำหลายครั้งว่าควรดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องทุกปี และสำหรับการฝึกร่วมในปี 2547 นี้ คาดว่าจะมีขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ ใช้เวลาฝึกประมาณ 45 วัน โดย 15 วันเป็นการฝึกภาคสนามในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 ส่วน 30 วันที่เหลือจะเป็นการฝึกแก้ไขปัญหาในที่บังคับการ

..........................................................
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9470000003769

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 5/06/2004 06:35 PM



ชื่อ ::
  *
  รหัส ::   (เฉพาะสมาชิก)
 
อีเมล์ ::
  (สมาชิกไม่ต้องกรอก)
 
รูปประกอบ ::
  ไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
รายละเอียด ::
  *
  ใส่รูปแสดงอาการ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ

Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.