| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- แก้ไขข้อมูล | - เข้าระบบผู้ดูแล | ตั้งกระทู้ใหม่ - -



องค์กรมุสลิม ... กังขารัฐบาลปราบโจรใต้ทำเกินกว่าเหตุ..!!


เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการดับไฟใต้ ..... ซึ่งถูกระบุว่าทำเกินกว่าเหตุในการบุกโจมตีกลุ่มก่อการร้ายในมัสยิดภาคใต้ “กรรมการสิทธิฯ-องค์กรมุสลิม”หวั่นสถานการณ์ภาคใต้เลวร้าย “จรัล”ชี้เป็นโศกนาฎกรรมทางการเมืองรองเหตุการณ์ 14 ตุลา ขณะที่ประธานองค์กรมุสลิม ไม่เชื่อเด็ก 14-15 ติดยามีอุดมการณ์ก่อความไม่สงบ พร้อมระบุรัฐปฏิบัติการเกินกว่าเหตุเข้าขั้นฆ่าตัดตอน สังหารหมู่

นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ..... กรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ว่า ถือเป็นโศกนาฎกรรมอีกครั้งหนึ่งของประเทศไทยหลังจากเหตุการณ์เดือนตุลา เพราะวันเดียวมีเหตุการณ์เกิดขึ้น คนตายเป็นร้อยคน และโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นก็ต้องเรียกว่าเป็นโศกนาฎกรรมทางการเมือง เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นไม่ว่ารัฐบาลจะใช้วิธีการใด ๆ ในการแก้ไข หรือคลี่คลายปัญหานับตั้งแต่เกิดปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ 4 มกราคมเป็นต้นมานั้น ได้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แนวความคิดสันติวิธี การดำเนินการตามกฎหมาย การยึดหลักสิทธิมนุษยชน เป็นสิ่งทำได้ไม่สำเร็จเพราะไม่มีใครยึดถือ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังสะท้อนว่า กลุ่มที่เสียชีวิตซึ่งมีอาวุธเป็นเพียง มีด ดาบ หรือกริช และเตรียมออกปฏิบัติการณ์พร้อมกันใน 3 จังหวัด เป็นกระบวนการที่มีความฮึกเหิมมาก

นายจรัล กล่าวต่อว่า ..... ในอนาคตจะมีปัญหาตามมาคือ โศกนาฎกรรมนี้ทำให้พี่น้องมุสลิมภาคใต้เกิดความไม่พอใจ โกรธแค้นที่ภาครัฐดำเนินการกับลูกหลานของเขา แม้อาจจะเชื่อว่าลูกหลานตนเองผิด แต่รัฐบาลก็ทำเกินกว่าเหตุ และจะเกิดเป็นความขัดแย้งทางความคิด โดยส่วนหนึ่งก็จะบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการปราบปราม ส่วนหนึ่งก็จะมองว่าเป็นการปะทะ และทำเกินกว่าเหตุ สุดท้ายมุมมองที่ต่างกันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็จะกลายเป็นปัญหาทางการเมืองในที่สุด ที่ซ้ำร้ายคือ จะมีผลในด้านเศรษฐกิจ และสังคมในภาคใต้ ที่ต่อไปก็จะมีไม่ใครสนใจ หรือพูดถึงแนวทางการใช้สันติวิธีแก้ไขปัญหา

“สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ..... การที่หลายฝ่ายมองว่าปัญหาภาคใต้นับแต่ 4 มกราคมเป็นต้นมา เป็นการสร้างสถานการณ์ ของคนมีสีที่เสียผลประโยชน์ของซีไอเอ สหรัฐ หรือของกลุ่มการเมืองที่จ้องล้มรัฐบาล ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ผิดหมด และเชื่อว่าผลของเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีทางที่จะทำให้ภาคใต้สงบลงได้เลย ตรงกันข้ามกลับจะยิ่งลุกหนักขึ้น ซึ่งผมกลัวว่ามันอาจจะรุนแรงเหมือนมินดาเนาในฟิลิปปินส์ หรืออาเจะห์ ในอินโดนีเซีย”นายจรัล กล่าว

กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ยังกล่าวอีกว่า ..... หนทางที่จะแก้ไขคือ ทุกฝ่ายต้องยุติการใช้ความรุนแรงต่อปัญหาความไม่สงบในภาคใต้อย่างสิ้นเชิง พร้อมตั้งกรรมการเป็นที่เป็นกลางขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อลดความขัดแย้งทางความคิดที่มีต่อสถานการณ์ และรัฐบาลต้องใช้แนวทางการเมืองนำการทหารให้มากกว่านี้ เพราะที่ใช้อยู่ แม้จะมีการนำเงินลงไปพัฒนาภาคใต้ ดูแลบุคคลที่ถูกระบุเป็นผู้ต้องหาในทิศทางทีดีขึ้นแต่ก็ไม่เพียงพอ เพื่อการแก้ไขปัญหาในระยะยาว จะทำให้ได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีการเคารพสิทธิความเป็นมนุษย์ และเชื้อชาติศาสนาที่ต่างกัน

ด้านนายนิติ ฮาซัน ประธานองค์กรมุสลิมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ..... ได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องมุสลิมในลักษณะสับสนกับเหตุการณ์ และมองว่ารัฐทำรุนแรงเกินไปหรือไม่ เพราะบุคคลที่เสียชีวิตล้วนแต่เป็นเยาวชน มีอายุแค่ 14-15 มีอาวุธแค่กริช แค่สปาต้า รัฐน่าจะใช้วิธีการที่นุ่มนวลมากกว่านี้ จับกุมแล้วมารีดหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังจะดีกว่า เพราะสิ่งที่รัฐทำนั้นจะยิ่งทำให้ปัญหาภาคใต้รุนแรงมากยิ่งขึ้น

"เยาวชนที่ร่วมก่อการในครั้งนี้ ..... มีทั้งที่ติดยาเสพติด เป็นคนมุสลิม และไม่ใช่มุสลิม จึงเกิดเป็นคำถามว่า พวกเขาเป็นกลุ่มที่มีอุดมการณ์ที่จะไปก่อความไม่สงบในภาคใต้จริงหรือ สิ่งที่รัฐทำเป็นการฆ่าตัดตอน เป็นการสังหารหมู่หรือไม่ แนวทางแก้ไขปัญของรัฐที่ผ่านมาทีแรกเราคิดว่ามันน่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่เกิดเหตุครั้งนี้แล้วทำให้คิดว่าสถานการณ์มันจะเลวร้ายอย่างมาก และสถานการณ์ภาคใต้ของไทยก็จะยิ่งเป็นที่จ้องมองในเชิงตั้งคำถามจากสังคมโลกหนักขึ้นไปอีก”ประธานองค์กรมุสลิมแห่งประเทศไทย กล่าว

................................................................

ที่มา ..... http://www.manager.co.th/Politics/PoliticsView.asp?NewsID=4782405068277

    �� : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   ����� : 29/04/2004 09:02 AM

 
 
�����Դ��繷��: 2

อยากให้กระชากหน้ากาก คนที่อยู่เบื้องหลังจริงออกมา
อย่างในคนในองค์กรที่ว่า ถ้าต้องการแบ่งแยกดินแดน ทำไมไม่มีผู้นำ ถ้าให้คิดในอีกมุม ทำไมไม่ย้ายถิ้นฐานไปอยู่ในประเทศมุสลิม และข้อลี้ภัยทางการเมือง
การศาสนา และ การปกครองนั้นแบ่งแยกกันไม่ได้เด็ดขาดหรอกนะครับ ถ้าคุณคิดแบบหัวชนฝา แบบว่าทุกคนต้องคิดแบบที่ฉันคิด โลกนี้ไม่มีสันติสุขหรอกนะครับ

อย่างไรผมยังเชื่อในพื้นฐานของความเป็นคน และความเชื่อที่ว่า ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี อย่าใช้ทิฐิของตน นำความเสื่อมมาให้แก่ผู้อื่นอีกเลยนะครับ

    �� : วุฒิชัย     ����� : 29/04/2004 09:53 AM


�����Դ��繷��: 3


แปลกมั้ยคะ ...?
ที่ปกติ มนุษย์เราจะรู้ตัวโดยอัตโนมัติ ว่า ตอนนี้ ตรงนี้ มีอันตราย เค้ากำลังยิงกัน
เราก็จะหลบไปให้ไกลๆ ให้พ้นจากที่เกิดเหตุนั้นๆ .....


แต่ที่เห็นเหตุการณ์เมื่อวานนี้ .....
ในข่าวของ ที.วี. ช่อง 5 ของทหาร เวลาประมาณ 5.30 น. วันที่ 28 เม.ย. 2547 นี้
ผู้คนสองข้างทาง หรือ บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุทุกๆ ที่ ที่ข่าวนำเสนอออกมา
ไม่มีใครเลย ที่จะหลบหนี แต่กลับพยายามขยับตัวให้เข้าไปใกล้กับเหตุการณ์
พร้อมส่งเสียงโห่ร้อง แต่ไม่รู้ว่าเสียงนั้น เชียร์ทหาร-ตำรวจ ที่ปฏิบัติการอยู่
หรือ เชียร์ที่ฆ่าพวกกลุ่มอุดมการณ์ก่อความไม่สงบฯได้ ... กันแน่?

แล้ว ถ้าคิดตามเหตุการณ์ .....
กลุ่มชาวมุงเหล่านั้น ก็น่าจะพร้อมเป็น .....
พวกกลุ่มอุดมการณ์ก่อความไม่สงบฯ ด้วยหรือไม่ ?


จึงเป็นเหตุให้ .....
นายทหารฯ ชั้นผู้ใหญ่ สั่งปฏิบัติการณ์ขั้นเด็ดขาด ก่อนที่จะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้
และเกิดเหตุปลานปลายไปมากกว่านี้

เพราะ ..... ทหาร-ตำรวจเหล่านั้น กำลังปฏิบัติหน้าที่ของตน
แต่ก็กำลังฆ่าลูกหลานชาวมุสลิมของพวกเขา ในถิ่นของเขา ... ด้วยเช่นกัน


แล้วตอนนี้ ทางฝ่ายรัฐฯ ก็ถูกกล่าวโทษว่า ..... ทำเกินกว่าเหตุ
โดย ผู้สื่อข่าวต่างชาติ และ องค์กรมุสลิม ชี้ว่ารัฐทำเกินกว่าเหตุ
เพราะอาวุธของคู่ต่อสู้ ไม่คู่ควรแก่การจับตาย ...!!

แต่เราว่า .....
ถ้าผู้สื่อข่าวต่างชาติ และ องค์กรมุสลิม มองย้อนกลับไปที่ความเสียหายที่บ้านเมืองของเราได้รับ
พระ และ ชาวบ้านที่สูญเสีย และ ตายไปโดยไร้อาวุธ และ ไม่มีซึ่งความผิดใดๆ เลยนั้น

ก็เป็นบุคคลที่ไม่คู่ควรแก่การตาย เช่นกัน ...!!




โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 29/04/2004 10:20 AM


�����Դ��繷��: 4

การใช้วิธีสงบกับนักอุดมการณ์ฝ่ายตรงข้ามไม่อาจจะใช้ได้เสมอไป รู้ๆกันอยู่ว่าที่ปัญญาชนออกมาจากป่ากัน เพราะเกิดความขัดแย้ง ระหว่างรัสเซียและจีน พอดีท่านเปรม รู้ทัน ก็ใช้มาตราการออกป่าโดยให้มาพัฒนาบ้านเมืองแทน.. ชาวพรรคเลยใช้โอกาสนี้ออกมาจากพรรค...

    �� : สหายเพลิง   Mail to สหายเพลิง  ����� : 29/04/2004 10:59 AM


�����Դ��繷��: 5


พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี

วัน/เดือน/ปีเกิด : วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2479

วุฒิการศึกษา : โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หลักสูตรสูงสุด 5 ปี ... วทบ.(ทบ.)

เกียรติประวัติ .....
- วุฒิสมาชิก
- ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
- เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

ตำแหน่งปัจจุบัน .....
รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน.


“พัลลภ” ยืดอกพร้อมรับผิดฐานฝืนคำสั่งห้ามลุย“กรือเซะ “

พัลลภ" แจง ..... หลังถูกเด้งออกจากพื้นที่ภาคใต้ ทำไปเพราะเหตุสุดวิสัย ยันพร้อมรับผิดทุกอย่าง ขณะที่ ผบช.ภ.9 เตรียมสอบสวนผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงถล่ม ทหาร-ตร. ด้าน สหรัฐประกาศพร้อมช่วยเหลือไทยต่อกรณีความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้

วันนี้( 29 เม.ย.) ..... พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. เปิดเผยหลังได้รับคำสั่งให้ย้ายออกจากพื้นที่ภาคใต้ภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อเวลา 16.00 น. วานนี้( 28 เม.ย.) ว่า การตัดสินใจกวาดล้างคนร้ายที่ยึดมัสยิดกรือเซะ อ.เมือง จ.ปัตตานี เป็นฐานสู้รบกำเจ้าหน้าที่เมื่อวานนี้ เป็นเหตุสุดวิสัย เพราะมีประชาชนเข้ามาเป็นแนวร่วมอีกเป็นจำนวนมาก และโห่ร้องทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่เคลื่อนไหว เมื่อประเมินสถานการณ์ดู หลังปิดล้อมมาเป็นเวลา 9 ชั่วโมง

“เกรงว่าหากค่ำลงจะสร้างปัญหา ..... และความสูญเสียให้เจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มมากขึ้น จึงจำต้องตัดสินใจฝ่าฝืนคำสั่ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ผู้บังคับบัญชา ที่สั่งไม่ให้ใช้กำลังเข้าปราบปราม และพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง อย่างไรก็ตามวันนี้จะไปรายงานตัวกับรองนายกรัฐมนตรี และจะรายงานสถานการณ์ให้ทราบหากมีการสอบถาม”

ขณะที่ ..... พล.ต.ท.ปรุง บุญผดุง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวถึงสถานการณ์ หลังเกิดเหตุปฏิบัติการโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร ในพื้นที่ภาคใต้ว่า ขณะนี้เหตุการณ์ อยู่ในความสงบแล้ว พร้อมปฏิเสธรายงานการโจมตีระลอกใหม่ของกลุ่มผู้ปฏิบัติการ อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า ตอนนี้กำลังเข้าใกล้ตัวผู้บงการแล้ว โดยจะได้ดำเนินการตามหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏ ขณะเดียวกันชาวบ้านในพื้นที่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี โดยทางฝ่ายปกครองได้จัดชุดมวลชนสัมพันธ์ เพื่อเข้าทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 90 % ให้กำลังใจและให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี และในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ตั้งประเด็นทางคดี พร้อมดำเนินการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหาที่ปฏิบัติการในครั้งนี้

ด้าน รัฐบาลสหรัฐออกมาแสดงความวิตกกังวล ..... ต่อสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ภายหลังจากมีรายงานว่า การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของไทย กับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้วานนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 107 ราย โดยรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ เปิดเผยว่า ในเวลานี้รัฐบาลสหรัฐได้มีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวกับทางรัฐบาลไทยแล้ว และในเบื้องต้นรัฐบาลสหรัฐได้มีการเตรียมการให้ความช่วยเหลือกับทางรัฐบาลไทย ต่อกรณีดังกล่าว หากได้รับการร้องขอแล้ว

แต่อย่างไรก็ดี ..... ทางกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนในสหรัฐ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครนิวยอร์ก ก็ได้มีการร้องขอให้รัฐบาลไทย หาข้อพิสูจน์ต่อกรณีที่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของทางการไทย ใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการในครั้งนี้ว่า เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่

-------------------------------------------------------------
ที่มา ..... http://www.manager.co.th/asp-bin/ViewNews.asp?NewsID=4784866005777&PageNo=1&#Comment

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 29/04/2004 11:29 AM


�����Դ��繷��: 6

ขอสนับสนุนการตัดสินใจของท่าน .....
และ เป็นกำลังใจให้ท่าน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ด้วยอีกคนนะคะ :-)


โชคดีค่ะ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 29/04/2004 11:35 AM


�����Դ��繷��: 7

ห้ามเอามะกันเข้ามาในไทยเป็นอันขาด ไม่ฉะนั้น เหตุการจะบานปลาย จนคาดไม่ถึง

    �� : สหายเพลิง   Mail to สหายเพลิง  ����� : 29/04/2004 11:45 AM


�����Դ��繷��: 8


ลองคิดเล่นๆ แต่ลึกซึ้งอีกนิ๊ดดด ! .....
บางทีการสั่งย้าย ท่านพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ออกจากพื้นที่ภาคใต้ภายใน 24 ชั่วโมงนั้น

อาจเป็นผลดีกับระดับผู้ใหญ่ของฝ่ายรัฐบาลก็ได้

เพราะ .....
ผู้ใหญ่ของฝ่ายรัฐบาล ก็จะได้ ไม่ผิดคำพูดที่ให้ไว้กับชาวบ้านที่นั่น ว่าจะดำเนินการอย่างสันติวิธี ด้วยจะให้เหตุผลแก้ตัวว่า ไม่รู้เห็นกับการกระทำของ ท่านพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี และ ท่านพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ก็ได้ชี้แจง เหตุผลของการกระทำของท่านไปเรียบร้อยแล้ว ... ว่าด้วย เพราะเหตุสุดวิสัย และ พร้อมรับผิดทุกอย่าง ... แค่นี้ผู้ใหญ่ระดับบริหารของฝ่ายรัฐบาลก็ยังได้หน้า แล้วก็คบหากับชาวบ้านได้อย่างสนิทใจตามเดิม :-)


แต่เมื่อกี้ น้ำตาลบอกแล้วว่า .....
ลองคิดเล่นๆ แต่ลึกซึ้งอีกนิ๊ดดด ! ...
เราก็ต้องคิดว่า ... นี่เป็นแผนหนึ่งของรัฐบาลด้วยหรือไม่ ?

แล้วการสับเปลี่ยนกองกำลังชุดใหม่เข้าพื้นที่ .....
ที่อาจจะกระทำได้ง่ายๆ กว่าเดิม และ นำกองกำลังชนิด โหด เหี้ยม สุดๆ
เข้าไปพร้อมๆ กับผู้บังคับการฯ คนใหม่ ด้วยนโยบายใหม่ๆ อีกมากมาย
ที่อาจจะเป็นความลับสุดยอดของฝ่ายทหารของรัฐฯ ก็ได้ นะคะ :-)



โชคดีค่ะ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 29/04/2004 12:17 PM


�����Դ��繷��: 9


ขอแสดงความเสียใจ .....
กับครอบครัวของผู้สูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย นะคะ



โชคดีค่ะ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 29/04/2004 12:38 PM


�����Դ��繷��: 10


14 หรือ 6 ตุลาฯ กับ เหตุการณ์นี้ .....
ต่างเหตุและผลกันมากมายคะ
ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ ... มั้งคะ ?






น้ำตาลว่า .....
ถ้าท่าน และ ผู้สื่อข่าวต่างชาติ และหรือ องค์กรมุสลิม

ลองมองย้อนกลับไปดีๆ .....
ที่ความเสียหายรายวัน ที่บ้านเมืองของเราได้รับ
ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวของหลายๆ จังหวัดทางภาคใต้
พระ ครู นักเรียน ข้าราชการฯ และ ครอบครัวชาวบ้านที่สูญเสีย
และ ตายไปโดยไร้อาวุธ ...!!


ถามว่า ... ผู้คนเหล่านั้น มีความผิดอันใด ?
และ พวกเค้าสมควรตายรายวัน ด้วยฝีมือของพวกก่อการฯ เหล่านี้ด้วยหรือ?


ถ้าเหตุการณ์ไม่ถูกกระทำให้ยุติโดยเร็ว .....
ชาวบ้านแถบนั้น ไม่มีวันอยู่อย่างสงบ ต้องนอนหวาดระแวง ขวัญผวา !
งานการและอาชีพต่างๆ ก็ดำเนินไปอย่างปกติไม่ได้


ให้พวกกลุ่มอุดมการณ์ก่อความไม่สงบฯ ได้รับผลที่เค้าได้ก่อไว้บ้าง
ก็น่าจะเป็นบทเรียนแก่พวกเค้า ที่จะได้รับการโต้ตอบที่สมควรแก่เหตุผล
ดีกว่าปล่อยให้ชาวบ้านที่บริสุทธิ์อีกหลายๆ จังหวัดทางภาคใต้ อยู่อย่างตายทั้งเป็นคะ ...!!




เฉือดไก่ ให้ลิงดู



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 29/04/2004 06:18 PM


�����Դ��繷��: 11

อุดมการณ์ของพวกนี้ เป็นอุดมการณ์ที่ ทำอย่างไรก็ได้ให้ไปถึงจุดหมาย โดยไม่คำนึงถึงมนุษยธรรมเหมือนพรรคคอมมิวนิสต์...
อีกอย่าง..บอกตรงๆ...มีแต่คนโง่....ไม่รู้จักวางแผนที่ดี..ตายทีเดียว107ศพ พรรคไม่เคยเจอ ผมไม่ได้ก้าวร้าวหรอก..แต่เรื่องจริงๆครับ

    �� : สหายเพลิง   Mail to สหายเพลิง  ����� : 29/04/2004 08:46 PM


�����Դ��繷��: 12

พระภิกษุ ..... ท่านถือศีล 227 ข้อ
มีข้อหนึ่งที่บอกว่า ... ห้ามฆ่าสัตว์
แต่ไม่มีข้อไหนที่ ... ห้ามหรือบังคับไม่ให้ฉันเนื้อสัตว์ ...!!

ดังนั้น ..... ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้
จึงต่างด้วยเหตุ และ ผล ซึ่งกันและกันเสมอ มั้งคะ ?


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 29/04/2004 08:52 PM


�����Դ��繷��: 13

เห็นด้วยกับน้ำตาลมาก มาก ค่ะ ตรงกับความคิด และความรู้สึกที่มี ... ขอสนับสนุนการตัดสินใจของท่านพ.อ. พัลลภ ปิ่นมณี..และเป็นกำลังใจให้ท่านด้วยคนค่ะ..Text Brown

    �� : Noi   Mail to Noi  ����� : 30/04/2004 03:38 AM


�����Դ��繷��: 14

ไม่รู้จะโพสได้ไหม ... แวะเข้ามาผ่านๆ เจอน้ำตาลด้วย

คือก็สงสารคนที่ เสียชีวิตทั้งหมดนะ ...ไม่ว่าจะเป็นผู้ร้าย ทหาร ตำรวจ เรามองว่าเป็นคนไทยหมด ถึงแม้พวกเค้าจะไม่คิดแบบเรา ถึงได้ทำอะไรที่รุนแรง

แต่ที่ออกมาพูดกันว่า ... ทำไมไม่ให้โอกาศ ที่กรีเซะ ด้วยเรามองว่าถึงแม้จะถือมีด แต่การ ที่เค้าสวดมนต์เข้ามาฟัน นั้นเป็นยุทธวิธีที่ ใช้กันปรกติ ของกองโจร ที่เข้าตี คือให้ คนถือปีน ยืนยิง กด ให้ตำรวจ อยู่ที่มั่น แล้วให้เด็กวัยรุ่น นี่แหละ เข้าประชิด ยุทธวิธีนี้ เป็นการ ประหยัด อาวุธ และใช้คน ที่ ฝึกมาน้อย คนเข้าประชิดใช้แต่ความกล้า และยอมแรก ซึ้ง ทำให้ดูว่า เป็นกลุ่มกำลัง มากแต่จริง มีผู้ที่คุมมา แค่ 2-3คน อธิบายถึงการยิงถึงตาย ด้วยเหตุผล ของตำรวจ นะวันๆเค้าไม่ได้ยิงปืนเล่นหรอก ที่หัดมาก็แค่วิธีใช้ นานๆยิงที แล้วเอ็มสิบหก นะ ยิงได้เป็นชุดกับทีละนัด ถ้าคนมาเยอะกรุ่กันเข้ามา คงไม่มีใครจะยิงทีละนัด คน20กันป้อมตำรวจ แค่ 5 คนยืนยาม

ถึงกรืเซะซะที เรามองว่า ... ถ้าปล่อยให้ระยะเวลายืดต่อไป ก็ทำได้ แต่มั่นใจแค่ไหน หว่าจะ ไม่มีกลุ่มโจร ที่แผงตัวเข้ามาในหมู่ชาวบ้านแล้วยิง ออกมาจากชาวบ้าน มั่นใจแค่ไหน ว่าคนในกรื่เซะ ไม่มีการติดต่อ กับทาง ข้างนอก แล้วเมื่อเค้าติดต่อและตั้งสติ ได้ กองกำลังจากภายนอก เจาะเข้าด้านหนึ่งแล้วให้กลุ่มข้างในทะลวงออกมา ตรงนี้ จะทำให้เจ้าหน้าที่ตั้องยิงชาวบ้านซึ่งจะทำให้เกิดเหตุน่าเศร้ากว่านี้ คงจะพอใจกับคำอธิบาย ของเรานะสำหรับคนที่ สงสารและอย่างรู้ว่าทำไมถึงต้องจัดการแบบนั้น จะสังเกตได้ว่า ตอนกลางคืน มีกล่มวัยรุ่น รวมตัวกันเป็น 1000คนเพื่อไปรับศพเพื่อน ถ้ามองตรงนี้ จะเห็นถึง ว่าพ่อแม่ปล่อยลูกออกมา ในสถาวะเหตุการณแบบนี้นได้อย่างไร พ่อแม่เค้าดูแลลูกกันอย่างไร มีข่าวอยู่อันหนึ่ง พ่อแม่ รู้ว่าลูกจะไปทำอะไรซักอย่างเกียวกับพระเจ้า แล้วบอกว่า ให้เตรียมข้าวสารไว้ให้ เพื่อหลบหนี พ่อแม่ไม่ ตกใจบ้างหรือว่าลูกไปทำอะไรถึงต้อง หลบหนีเตรียมอาหารให้ ไม่ห้ามไม่ถามให้ละเอียดหรือแล้วไปทำเรื่องดีๆ จะต้องหลบหนีไหม คำถามเหล่านี้ยอดไปสู่ ผู้ ที่ตั้งกระทู้ ให้หันมาดูว่า ความรุนแรงไม่ได้ช่วยแก้ไข ปัญหาจริงๆ อย่างผู้ตั้งกระทู้ พูดแต่ ด้วย พื่นที่ ที่ไม่ได้มีเหตุผล เป็นที่ตั้ง เอาพวกเอาจำนวนเป็นที่ตั้ง อย่างเช่น การ ล้อม สถานีตำรวจ ทำรายตำรวจจนตาย เพื่อแย่งชิงผู้ต้องหา

สิ่งเหล่านี้ ... คือเหตุผลที่รอไม่ได้ ถ้าช้ากว่านี้น แล้วทหารที่ ก็เป็นคน รักชีวิต ไม่ยอมให้ล้อมกรอบ เค้ายิงสู้ เหตุการณ์จะน่าเศร้ากว่านี้ เราอาจจะพูดถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดหรือเป็นไปไม่ได้

แต่สิ่งที่เราเห็นคือ ... ตอนกลางคืนมีคนร้าย ได้ทำการอีก เด็กวัยรุ่นรวมกล่มกันไปรับเพื่อนเป็นพัน พอจะมองให้คิดไปได้ว่า ถ้า กลุ่มผู้ร้ายยังไม่ถูกจับหรือตายหมด จะเป็นปัญหาที่ ยากจะแก้ไปและใหญ่โตกว่านี้

-------------------------------------------------
โดย : somsak69 (203.156.97.161) เมื่อ : 30/04/2004 09:01 AM
ความคิดเห็นที่: 112 ... http://www.thaingo.org/webboard/view.php?id=3466

    �� : สำเนา     ����� : 30/04/2004 09:22 AM


�����Դ��繷��: 15


ขอน้ำตาลใช้ Vreb to เดา เข้าข้างรัฐบาลอีกนี๊ดดดดด นะคะ

การที่รัฐบาลไม่แถลงการณ์ออกมาว่า .....
เหตุการณ์พวกกลุ่มอุดมการณ์ก่อความไม่สงบฯ ที่ทาง ๓ จังหวัดภาคใต้นั้น
เป็นพวกกลุ่มผู้ก่อการร้ายสากลฯ ก็น่าจะเป็นการดีกับประเทศไทยอยู่มากมาย ...!!

เพราะ ถ้าแถลงการณ์ประกาศออกไปว่า ..... เหตุการณ์นั้นเกิดจาก พวกกลุ่มผู้ก่อการร้ายสากลฯ จริงๆ ต่างประเทศก็อาจจะถือสิทธิ์ เข้ามาร่วมจัดการ พวกกลุ่มผู้ก่อการร้ายสากลฯ นี้ เป็นแน่ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาที่เราได้ไปร่วมเป็นพันธมิตรนอกนาโต้ กับเค้าไว้ ตั้งแต่ช่วงที่มีงานประชุม APEC และ ครั้งหนึ่งในอดีต ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เคยมาลอยเรือรบอยู่ในน่านน้ำของประเทศไทย ในช่วงที่เค้าอ้างว่ามีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อยู่ในแถบนี้ แล้วก็ต่อเนื่องมากับสงครามเวียดนาม จนสงครามสงบลง ก็ไม่มีทีท่าว่าอยากจะกลับไปบ้านเมืองของตน จึงถูกพวกนักศึกษาและพวกเราคนไทยในอดีต เรียกร้องกับรัฐบาล แบบขอร้องเชิงขับไล่ออกไปได้ในที่สุด ...

แล้วถ้าเค้ารู้ว่า ..... มีพวกกลุ่มผู้ก่อการร้ายสากลฯ อยู่ในประเทศไทยจริงๆ เค้าจะไม่ถือวิสาสะตามล่าลุกล้ำเข้ามายังดินแดนอันสงบสุขของเราหรือ? ... ซึ่งแน่นอนว่า นั่นเป็นสิ่งที่ประเทศบ้าอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ใฝ่ฝันอยากเข้ามายึดครองทางภูมิภาคเอเชียนี้เป็นที่สุด แล้วก็จะใช้นิสัยเดิมๆ ถือสิทธิ์อย่างหน้าตาเฉยว่า งานนี้ต้องเป็นเรื่องของอเมริกา ที่ตั้งตัวเป็น จ้าวโลก ไปโดยปริยายแล้วเนี้ย..! ซึ่งเค้าคงคิดว่า เค้ามีอำนาจเต็มที่ ที่จะทำดีก็ได้ ทำชั่วก็ได้ เค้าก็คงจะพากันเข้ามากระทำการอย่างที่ทำกับประเทศอิรักก็ได้ ... ใครจะรู้ ?



โชคดีนะคะ


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 30/04/2004 11:18 AM


�����Դ��繷��: 16


บริเวณอาณาจักรปัตตานีในอดีต ..... ที่ถูกวาดไว้โดยชาวฮอลันดา เมื่อพ.ศ. 2144


ด้วยพระนามแห่งอัลลอห์
ประชาชนชาวมลายูปาตานีที่รัก

เราขอไว้อาลัยประชาชนชาวมลายูปาตานี หนึ่งร้อยกว่าชีวิต ..... ที่ต้องสูญเสียชีวิตอันบริสุทธิ์ที่กรีเซะ เนื่องจากว่า พวกเขาไปทำพิธีซอลาตในมัสยิดญามิอ์ แต่แล้วพวกเขาก็ถูกกองกำลังตำรวจและทหารเข้าสังหาร ทำให้พวกเขาถูกปลอดชีวิต ล้มระเนระนาด ที่สนามหญ้า ซึ่งในอดีตเคยเป็นพระลานของพระมหาราชวังไพลินโกตานีลัม และมัสยิดญามิอ์ อันเป็นที่ชุมนุมของอาจารย์สอนศาสนาอิสลาม พวกเขาก็ถูกทหารและตำรวจไทยเข้าเข่นฆ่า พวกเขาล้มตายลง ณ จุดเดียวกันกับที่เหล่าบรรพวีรบุรุษ ที่ล้มตายในอดีต เมื่อครั้งที่ชาวสยามบุกรุกเข้ามาในพระนครปาตานีดารุสสลาม แล้วเอาไฟเผามัสยิดญามิอ์ หลังจากที่พยายามขูดเอาทองคำและแกะพลอยออกจากฝาผนัง และอย่าคิดว่า บรรดาผู้ที่ถูกสังหารในทางแห่งอัลลอห์นั้นตายไป ทว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ณ อัลลอห์ ได้รับปัจจัยยังชีพ (อัลกุรอาน)

องค์การพูโล ..... ขอน้อมรับพวกทุกท่านที่เสียชีวิตวันนี้ มาเทอดทูญเหนือเกล้าของพวกเรา และหากการกระทำของพวกท่าน เป็นความผิดตามกฏหมายของทรราชย์ เราขอน้อมรับความผิดนี้ด้วยความยินดียิ่ง พวกท่านคือวีรบุรุษ พวกท่านคือเยี่ยงอย่างที่พวกเรา และชนรุ่นหลังจะปฏิบัติตาม โศกนาฎกรรมของลูกหลานเราวันนี้ที่กรือเซะ จะปล่อยให้เป็นเพียงแค่โศกนาฏกรรมกระนั้นหรือ โศกนาฎกรรมหลายร้อยโศกนาฏกรรม การปล้น การฆ่า การทรมาน ถูกลืมไปกับกาลเวลา เมื่อเขาเอายา เอาผ้าห่มมาลูบหลัง มลายูปาตานี ประชาชนของแผ่นดินที่ร่ำรวยที่สุดในภูมิภาค แผ่นดินที่เคยได้รับการขนานนามว่า สุวรรณภูมิ ที่แท้จริง เพราะมีเหมืองทองที่โต๊ะโมะ เป็นที่หมายปองของนานาชาติ ทั้งอังกฤษ วิลันดา ฝรั่งเศษ โปรตุเกส บัดนี้กลับกลายเป็นชนที่อัปยศที่สุด เมื่อตกอยู่ภายใต้สยาม กลับกลายเป็นชนที่ยากจน แม้ทรัพยากรบนบกและในน้ำ สามารถจะสร้างประเทศให้ร่ำรวยเสมือนพี่น้องบรูไนของเราก็ตาม

พระมหาราชวังไพลินกลายเป็นผงธุลี ..... มัสยิดญามิอ์ถูกยัดเยียดด้วยตำนานสกปรก ทิศตะวันตกที่ต้องหันใบหน้ายามซอลาต ถูกสุสานจีนจำลองขวางกั้น ถูกโอ่งใหญ่บดบัง ความอัปยศเพิ่มความอัปยศ เมื่อทรราชย์สร้างทักษิณราชนิเวศน์ ขึ้นสยบจิตใจผู้คน นั่นก็เพราะว่าเราเป็นชนที่รักสันติ จึงถูกชาวสยามผู้รักการรุกรานยึดครองแผ่นดิน จนสุดท้ายกลายเป็นคนที่ขลาดกลัว นั่นเพราะเราไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของอัลกุรอาน ที่ห้ามไม่ให้อยู่ภายใต้การปกครองของเหล่ากาฟิร เราจึงยอมสยบสวามิภักดิ์ต่อพวกสยาม ให้ย่ำยีและนำความเสื่อมเสียมาให้แก่แผ่นดินของเรา แผ่นดินที่ครั้งหนึ่งมีชื่อว่า ปาตานีดารุสสลาม แผ่นดินแห่งสันติใต้ธงอิสลาม

พี่น้องมลายูร่วมศาสนาในแผ่นดินปาตานีและทั่วโลก ..... ขอเรียกร้องท่านทั้งหลายต่อต้านสยามที่ย่ำยีอนาธิปไตยของชาวมลายูปาตานี ด้วยการประณามการกระทำอันทารุณโหดร้ายของชาวสยาม ที่กรีเซะครั้งนี้ และการฆ่าฟันประชาชนชาวมลายูในช่วงเวลาสามเดือนที่ผ่านมา อีกทั้งยังใส่ร้ายพวกเราอีกว่า ว่าการก่อวินาศกรรม การฆ่าฟันนั้นเป็นฝีมือของพวกเราเอง ลุกขึ้นเถิดพี่น้องมลายูปาตานีและพี่น้องมลายูทุกหนแห่ง ลุกขึ้นต่อสู้กับอธรรมสยามในทุกรูปแบบ อย่าให้ชีวิตสูญเปล่า อย่าให้ต้องตายด้วยความขลาดเขลา และต้องตายภายใต้ร่มเงาของกาฟิร แท้จริงบรรดาผู้ที่เอากาฟิรเป็นผู้ปกครองนั้น จะไม่มีวันประสบความสำเร็จในโลกนี้และโลกหน้า เราขอเตือนชาวสยามให้รับทราบด้วยว่า ชีวิตของชาวมลายูปาตานีมีค่า ชาวสยามจะต้องจ่ายค่าเสียหายของพวกเรา ด้วยราคาที่แพงลิบลิ่ว และด้วยน้ำตาเช่นกัน

ผู้ต่อต้านอธรรมคือโจร ..... ผู้ต่อรักชาติและมาตุภูมิคือผู้ก่อการร้าย โลกนี้มีอะไรที่กลับตาลปัตรเสมอ ตัวอย่างเช่น องค์การเพื่อเอกราชสหปาตานี (พูโล) หรือขบวนการมลายูปาตานีอื่น ๆ ที่ต่อสู้เพื่อเอกราชของมาตุภูมิปาตานี ถูกประณามว่าเป็นโจรก่อการร้ายตลอดมา ในวันนี้คำว่า โจร ถูกใช้จนพร่ำเพรื่อ ใช้กันในหนังสือพิมพ์ทุกหน้า ซึ่งความหมายของโจรในความคิดของพวกเขาคือ ประชาชนชาวมลายู ที่นับถือศาสนาอิสลาม และอาศัยอยู่ในห้าจังหวัดภาคใต้ ส่วนลูกหลานมลายูที่ถูกกลืนชาติไปแล้ว ทั่วประเทศไทย ยังไม่ได้ถูกเรียกว่าเป็นโจร แต่ทนายสมชาย คือทนายโจร

หากว่าจะนิยามความหมาย การก่อการร้าย คืออะไร ..... ใคร ๆ ก็สรุปได้ว่า การก่อการร้ายคือการนำความทุกข์ให้แก่ผู้คนในรูปแบบที่ปราศจากความยุติธรรม ที่นี้ใครกันแน่ที่ก่อการร้าย? ชาวสยามที่รุกรานอาณาจักรอิสลามปาตานี และสิงขรนคร (สงขลาปัจจุบัน) ฆ่าฟันผู้คน เหล่าพระราชวงศ์ และอุลามา ที่เหลือจับขึ้นกรุงเทพเป็นเชลยศึก การตีเมือง ยึดประเทศ ไม่ใช่การก่อร้ายหรอกหรือ

การส่งคนมาปกครองแผ่นดินที่ไม่ใช่แผ่นดินของตน .....
การโยกย้ายผู้คนเข้ามาในกอบโกยทรัพยากรแผ่นดินของผู้อื่น
การกีดกันเจ้าของแผ่นดินไม่ให้มีสิทธิในแผ่นดินของตน ไม่ใช่การก่อการร้ายหรอกหรือ

การบังคับไม่ให้ผู้คนใช้ภาษามลายู .....
เป็นสื่อการสอนในโรงเรียน ไม่ใช่เผด็จการหรอกหรือ

การฮุบเอาทรัพยากรแผ่นดินเป็นของพวกตน .....
การสูบทรัพยากรธรรมชาติออกจากท้องถิ่น ไม่ได้เป็นการปล้นหรอกหรือ

การฆ่าฟันประชาชนล้มตายทุกวัน ..... ไม่ใช่การก่อร้ายหรอกหรือ

การที่พวกเขาก่อวินาศกรรม .....
เพราะแก่งแย่งอำนาจกันเอง แล้วมาซัดทอดว่า ชาวมลายูผู้ไร้อำนาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
ใครกันแน่ที่ชั่วช้าสามานย์

ในอดีต พูโล และขบวนการเพื่อกู้เอกราชกลายเป็นโจร .....
แต่วันนี้ประชาชนคนทั่วไปกลับกลายเป็นโจรกันหมด ท่านคือโจร
และลูกหลานของท่านคือโจร แล้วโจรที่แท้จริงนั้น กลายเป็นคนดี

------------------------------------------------
ข้อความจาก ..... http://www.pulo.org

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 30/04/2004 08:05 PM


�����Դ��繷��: 17

งานแรกส่ง เด็กๆ มาตายเพื่อสร้างมวลชน ปลุกระดม โดยมีการลงขันระหว่าง พวกแบ่งแยกดินแดน พวกพ่อค้ายาเสพติด พวกอิทธิพลท้องถิ่น และ องค์กรก่อการร้ายข้ามชาติ

งานที่สองส่ง ทหารกองโจรเข้ามาถล่มยึดอำนาจ แยกเป็นรัฐปัตตานี ประเทศอิสระ

งานที่สาม ใช้ประเทศเป็นที่กบดานของเจ้าพ่อ พ่อค้ายาเสพติด และ ผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ

    �� : พี่เก่ง     ����� : 1/05/2004 10:52 AM


�����Դ��繷��: 18

แด่...คนที่อยู่ในเงามืด
ทุกชีวิตบนโลกมีคุณค่า ผูกพันกับอีกหลายชีวิต
การที่ มอมเมา หลอกล่อเอาชีวิตไปตายอย่างไร้ค่า
........มีความสุขหรือครับ .....ถ้าใช่คุณเป็น
...........มนุษย์ที่ขี้ขลาดและใจร้ายมาก...............

    �� : kreang     ����� : 1/05/2004 12:04 PM


�����Դ��繷��: 19


'สนธิ' ชี้ปะทะใต้เป็นหลุมพราง ..... พร้อมเผยความชั่วร้าย 8 ประการภาคใต้
โดย ..... ผู้จัดการออนไลน์


"สนธิ" ..... ชี้เหตุการณ์ยิงผู้ร้ายในมัสยิดกรือเซะ ระบุเป็นการหว่านปุ๋ยเพาะเชื้อให้วัยรุ่นไปร่วมอัลกออิดะห์หรือเจไอ และเป็นหลุมพรางที่คนร้ายวางไว้ พร้อมเผยความชั่วร้าย 8 ประการในภาคใต้

สโรชา ..... สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการเมืองรายสัปดาห์ อาหารสมองก่อนเข้านอนในทุกคืนวันศุกร์ กลับมาพบกันเป็นประจำนะคะ กับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล และดิฉัน สโรชา พรอุดมศักดิ์ เชื่อนะคะว่าตลอด 3 วันที่ผ่านมา คุณผู้ชมทุกท่านก็ว่าได้คงจะได้ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ตลอดทั้งวันนั้นดิฉันเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงเกาะติดหน้าจอโทรทัศน์ ติดตามสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มัสยิดกรือเซะ ในที่สุดวันนั้นก็จบลงด้วยการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่สำหรับประเทศเรา วันนี้เราคงจะหนีไม่พ้นเรื่องนี้แน่นอนค่ะจะต้องคุยกันถึงนัยความสำคัญ วันที่ 28 เมษายน ทำไมต้องเป็นวันที่ 28 ตำนานหรือคำเล่าขานประวัติศาสตร์ของมัสยิดแห่งนี้เป็นมาอย่างไร รวมไปถึงทิศทางในอนาคตด้วยว่า จากนี้ไปที่หลาย ๆ ท่านวิพากษ์วิจารณ์กันว่า มันเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงที่อาจจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นมันจริงเท็จขนาดไหน วันนี้คงต้องมาคุยกันเรื่องนี้นะคะ ถ้าหากว่ามีเวลา อาจจะต่อท้ายด้วยข่าวการเมืองซักนิดนึง

สนธิ ..... ถ้ามีนะครับ ผมไม่แน่ใจ

สโรชา ..... เรื่องภาคใต้ก็ยาว

สนธิ ..... เรื่องภาคใต้เป็นเรื่องที่หลายมิติและทับซ้อนกัน สิ่งหนึ่งซึ่งคุณสโรชาคงจำได้ว่า แรกสุดที่เราพูดเรื่องภาคใต้ ถ้าไปเปิดเทปใหม่จะเห็นว่าสิ่งที่เราพูดเอาไว้ไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว

สโรชา ..... ค่ะ จะเป็นยังไง เดี๋ยวติดตามในช่วงหน้านะคะ สำหรับสัปดาห์นี้เช่นเคยค่ะ เราเรียนถามความคิดเห็นของคุณผู้ชมว่า หลังเหตุการณ์วันที่ 28 เมษายน 2547 ท่านเห็นว่าสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะทวีความรุนแรงหรือว่าจะยุติลง ถ้าหากว่า ยุติกด 91 ไม่ยุติ กด 92 ค่ะ ส่งมาที่ 84820 และยังสามารถโทร.มาแสดงความคิดเห็นและร่วมโหวตได้ ใน 0-2201-6055-60 ค่ะ ขอบคุณฟรีอินเตอร์เน็ตที่เอื้อเฟื้อระบบเอสเอ็มเอสให้กับเราในสัปดาห์นี้และหลาย ๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา พักซักครู่เดี๋ยวกลับมาคุยกันค่ะ

สโรชา ..... กลับมาสู่เมืองไทยรายสัปดาห์นะคะอย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นนะคะว่าวันนี้เราจะคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ คุณสนธิบอกว่ามีหลายมิติ เราจะเริ่มกันที่มิติไหนก่อนดีค่ะ

สนธิ ..... เราเริ่มที่มิติความพ่ายแพ้ของประเทศไทย คือผมก็เข้าใจความรู้สึกของทหารหรือตำรวจเมื่อตอนที่เรื่องจบแล้ว ก็มีความรู้สึกดีใจ คล้ายๆ ว่าเราได้รับชัยชนะแล้ว แต่จริงๆ มันไม่ใช่ชัยชนะหรอกครับ ชัยชนะที่แท้จริงต้องไม่เสียเลือดเนื้อ อันนี้ต้องถือว่าเป็นกาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและก็เป็นการลงทุนที่สูงมาก ซึ่งเมื่อลงทุนแล้ว เราไม่พิจารณาที่จะเรียกหาทุนคืนเราจะลำบาก เพราะจ 113 ศพ จะเป็น 107 หรือ 108 ศพของคนหนุ่มชาวมุสลิมและ 5 ศพของทหารตำรวจนั้นมันก็ศพคนไทย อันนี้ผมอยากให้พ่อแม่พี่น้องชาวไทย ตลอดจนทุกๆ คนที่เป็นทั้งไทยมุสลิมหรือชาวไทยพุทธ หรือใครก็ตามให้ระลึกเสมอว่า นั่นคือศพของคนไทย มิติที่ผมพูดหลายๆ ครั้งมาตั้งแต่ครั้งแรกสุดที่เราเคยคุยกันว่า ถ้าเราจะมองปัญหาทางภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มองเหตุการณ์ครั้งนี้ผมอยากจะให้มองตรงนี้นิดนึง คือผมมองว่าถ้าบอกว่านี่เป็นแผนของพวกอัลกออิดะห์ กับพวกเจไอ ผมคิดว่าคงไม่ใช่

สโรชา ..... ไม่ใช่หรือค่ะ ไม่มีพวกนี้อยู่เบื้องหลัง

สนธิ ..... ไม่มีครับ แต่เหตุการณ์นี้จะเป็นปุ๋ยที่ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ที่จะเพาะเชื้อของพวกที่จะเข้าร่วมขบวนการอัลกออิดะห์กับเจไอได้ เพราะลักษณะของการปฏิบัติการ ถ้าดูให้ดีๆ นะครับ คุณสโรชา เดือนมกราคม เขาขโมยปืนไป 380 กระบอก พร้อมทั้งเอ็ม 79 เครื่องยิงระเบิด ถ้าเขาขโมยไปจริง มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน 4 เดือนเต็มๆ ถ้าเขาฝึกคนของเขา ผมเชื่อว่าเขาน่าจะฝึกคนของเขาได้ประมาณ 120 คน ประมาณนั้น น่าจะได้กองกำลัง 1 กองกำลังที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลที่ดีมาก ถ้าฝึกโดยคนซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับอัลกออิดะห์ และเจไอ ไม่ใช่ 110 กว่าคนที่เป็นเด็กหนุ่ม และถือมีด และนอนตายเป็นเบือ อันนี้ไม่ใช่แน่นอน

สโรชา ..... คือถ้าสมมติว่าเขามีเจตนาที่จะฝึกมาแล้ว ผลลัพธ์ต้องไม่เป็นอย่างนี้

สนธิ ..... ต้องไม่ใช่อย่างนี้ครับ นั่นข้อที่หนึ่ง ข้อที่สอง ข่าวในเชิงลึกเท่าที่ทราบ นราธิวาสที่ไม่มีเรื่องจริงๆ แล้วก็เพราะว่าผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าปฏิบัติการในนราธิวาสรู้ว่าข่าวรั่ว ก็เลยสั่งการหยุดการปฏิบัติการ ต้องมีที่นราธิวาสด้วย ทีนี้เรามายุติเรื่องตรงนี้นิดนึง ผมทำแผนที่มาให้คุณสโรชาแสดงให้ท่านผู้ชมเห็นซักนิดนึง ข้างหลังแผนที่ของคุณสโรชาก็มีแผ่นจำลองให้คุณสโรชาเข้าใจ ตรงที่เป็นสีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน นั่นคือจุดซึ่งบรรดาพวกผู้ก่อการเข้ามาโจมตี จะเห็นได้ชัด ตั้งแต่บ้านแพ อ.ธารโต อ.บันนังสตา ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงอ.เมืองปัตตานี จะสังเกตเห็นว่าทางนราธิวาส ทางขวามือของคุณสโรชา ไม่มี ตรงนี้นะครับ สุดๆ แถวนี้คือเจาะไอร้อง ที่ปืนหาย

สโรชา ..... ที่ไปปล้นปืนกัน

สนธิ ..... จะเห็นได้ชัดว่าเขาใช้เส้นทางทางหลวงสาย 410 ไล่ไปเรื่อยๆ เลย ในวันที่ 28 ขึ้นไปจบที่ต.บาบา อ.เมืองปัตตานี พ้นจากข้างบนคือทะเลแล้ว คำถามซึ่งน่าสนใจมากก็คือว่าคนซึ่งวางแผนถ้ามันไม่โง่จริงๆ มันก็ต้องมีเจตนาสกปรกที่จะสร้างความแตกแยกร้าวฉาน เพราะว่าคุณปฏิบัติการตอนตี 5 ครึ่ง ฟ้าจะสางแล้ว คุณสโรชา ถ้าปฏิบัติการ ต้องปฏิบัติการตอนตี 1 มีปัญหายังใช้ความมืดหลบหนีได้ และเป็นครั้งแรกนะครับที่โจมตีตามที่ที่เป็นชุมชน สมัยก่อนลงมาข้างล่าง ริมชายแดนมาเลเซียยังป่าอยู่ แถว ๆ จะแนะนะครับ ยังมีป่าหลบได้ นี่แสดงว่าจงใจอย่างโจ๋งครึ่ม และที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือว่า ทำไมต้องวิ่งเข้าไปที่มัสยิดกรือเซะ

สโรชา ..... พูดง่ายๆ ว่าคราวที่แล้วที่มีการปล้นปืนกัน มันมีบริเวณป่าที่สามารถจะหลบหนีเข้าไปได้ แต่กลับกันครั้งนี้อยู่ในชุมชนทั้งนั้นเลย

สนธิ ..... และที่สำคัญคือว่า ปฏิบัติการตอน ตี 5 ครึ่ง ไม่ได้คิดเลยหรือว่าภายใน 1 ชั่วโมง 6 โมงครึ่งฟ้าสาง เห็นตัวคน เฮลิคอปเตอร์สามารถขึ้นไป แสดงว่าจงใจมาตาย

สโรชา ..... จงใจในเวลา จงใจในสถานที่ด้วย

สนธิ ..... คือต้องการจะถอยไปที่มัสยิดที่กรือเซะ เพราะฉะนั้นแล้ว มันเหมือนกับจงใจ คือผมอยากจะมองในแง่ดีว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ช่วยไม่ได้ ผมทนไม่ได้ ผมต้องคิดว่านี่เป็นคนซึ่งจิตใจสกปรกที่สุดวางแผน เพราะว่าการซึ่งถอยไปในมัสยิด ซึ่งประเดี๋ยวเราจะคุยกันถึงเรื่องนัยของมัสยิดกรือเซะนั้นหมายความว่ายังไง ในจิตใจของชาวมุสลิม ก็ปรากฏว่าไปรวมตัวอยู่ในมัสยิดตรงนั้น ในระหว่างที่รวมตัว ก็มีอยู่ 2 แนวความคิด นะครับ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ซึ่งท่านก็เป็นผู้บัญชาการตรงนั้น ท่านก็สั่งทหารล้อม แล้วท่านก็ให้เหตุผลว่าท่านรอไม่ได้ ที่ท่านรอไม่ได้ เพราะเหตุการณ์มันจะลุกลาม จะเริ่มมีคนก่อม็อบ ก็สั่งทหารบุกเข้าไปในมัสยิด เพื่อที่จะไปจับตัวผู้ก่อการร้าย คนพวกนี้ ทีนี้การบุกเข้าไปอย่างนี้ แน่นอนที่สุด การจับเป็นไม่มีหรอก ประเดี๋ยวผมจะพูดถึงความคั่งแค้น ที่ทหารตำรวจ มีความคั่งแค้นมาตั้งแต่มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน ที่พระโดนฟันหัว ทหารโดนยิง ตำรวจโดนฟันหัวตายมาเรื่อย ๆจนจับมือมาใครดมไม่ได้ มันอัดอั้นตันใจเหมือนมันจาระเบิด เดี๋ยวเราพักตรงนี้ไปซักพักหนึ่ง ทีนี้พอบุกเข้าไปแล้ว ตรงนี้เป็นการทำลายน้ำใจของคุณมุสลิม ซึ่งตรงกันข้ามกับนโยบาย ของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

สโรชา ..... ที่มีการโทรศัพท์คุยกัน

สนธิ ..... พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านสั่งเด็ดขาดบอกว่า มัสยิดกรือเซะอย่าบุกเข้าไป ให้ล้อมเอาไว้ ในเมื่อเราเป็นฝ่ายล้อม เขาจะยิงยังไง เราก็หลบกระสุนให้ดีก็แล้วกัน ไม่เป็นไรหรอก แต่อย่าให้ออกมาและเข้าไป หมายความว่าถ้าจำเป็นต้องล้อม 7 วัน ไม่ให้มีข้าวกิน ก็ไม่เป็นล้อมไปก็ได้

สโรชา ..... อีกซักพักหนึ่งเขาก็ออกมาเอง

สนธิ ..... แล้วให้ผู้นำทางศาสนาของเขา โต๊ะอิหม่ามหรือใครก็ตามที่เป็นโต๊ะครู หรือเป็นใครก็ตามที่เคารพนับถือ เดินเข้าไปในมัสยิดเพื่อเจรจา เพราะพล.อ.ชวลิต พยายามทำให้เห็นว่านี่คือพี่น้องคนไทยด้วยกัน ถึงจะนับถือศาสนามุสลิมก็ตาม นี่คือเหตุผลหนึ่ง ซึ่งทำไม พล.อ.ชวลิต ถึงต้องย้ายพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี กลับมาอยู่ที่กรุงเทพฯทันทีภายใน 24 ชั่วโมง เพราะเป็นการบรรเทาความโกรธแค้น ว่ารัฐบาลได้ทำแล้ว เข้าใจไหมครับ แต่ที่นี้ในสถานภาพของพล.อ.พัลลภ ซึ่งคุณสโรชา ก็เป็นคนสัมภาษณ์พล.อ.พัลลภ ในรายการคนในข่าว

สโรชา ..... ค่ะก็มีโอกาสได้คุยกันค่ะ

สนธิ ..... ท่านบอกว่ายังไง

สำราญ ..... ท่านบอกในสถานการณ์อย่างนั้นตอนนั้นที่เริ่มปฏิบัติการกัน คนไม่เท่าไหร่มารุมล้อม มามุงดู ปรากฏว่าพอเวลาล่วงเลยไป เป็นชั่วโมงที่ 4 ชั่วโมงที่ 5 ชั่วโมงที่ 6 จนชั่วโมงที่ 7 คนนี่เป็นพันแล้วและทุกครั้งที่พยายามที่จะส่งเสียงเข้าไปเจรจากับกลุ่มคนร้ายที่อยู่ข้างใน ก็จะมีเสียงโห่เจ้าหน้าที่ นี่คือคำบอกเล่าของพล.อ.พัลลภ โห่เจ้าหน้าที่ พอมีการยิงออกมา ก็เหมือนกับว่าเป็นการเชียร์คนที่อยู่ข้างใน เพราะฉะนั้นท่านกลัว

สนธิ ..... ผมไม่อยากไปค้านพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี หรือผมไม่อยากจะไปทำตัวเป็นสอนจระเข้ว่ายน้ำ เพราะท่านอาจจะเก่งในยุทธวิธี แต่ผมคิดว่า โดยหลักจิตวิทยาแล้ว ถ้าท่านมีธงชัดว่าท่านจะล้อมเอาไว้ ค่ายคอหงส์ ที่หาดใหญ่ กับปัตตานี ระยะเวลารถวิ่งจริงๆ ชั่วโมงกว่าๆ หรือว่าจะใช้เฮลิคอปเตอร์บรรทุกทหารมาก็ได้ ประชาชน 1,000-2,000 คน เราจะเอาตชด. หรือทหารมาซัก 500หรือ 600 คนหรือตำรวจก็ได้ ที่จะล้อมกั้นเป็นรั้วไว้ ไม่ให้เข้า และที่สำคัญคือว่าทหารไม่ควรเจรจา ทหารควรอยู่เฉยๆ เพราะพล.อ.ชวลิต ท่านบอกแล้ว ท่านบอกให้เรียกผู้นำทางศาสนามาคุย

สโรชา ..... คือท่านพล.อ.พัลลภบอกว่า มีการอาศัยนายอำเภอเป็นคนคุย เป็นคนกลางระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนที่อยู่ด้านใน และท่านบอกว่า ถ้าหากว่า ทิ้งไว้ สถานการณ์จากที่คนร้ายเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ กลายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเผชิญหน้ากับประชาชนนับพันคนที่อยู่ล้อมรอบท่าน

สนธิ ..... ก็ตรงนี้ไง ที่ผมบอกว่าวิธีป้องกันเราก็ต้องกันไม่ให้ประชาชนเข้า เราต้องเรียกกำลังมา เพราะท่านอยู่ 4-5 ชั่วโมง ตั้งแต่ชั่วโมงแรกท่านต้องคิดได้แล้ว ว่าจะต้องมีประชาชนมาล้อมท่านจะต้องเรียกกำลังมาเสริมแล้วกันออก ไม่ให้ประชาชนเข้ามา และที่สำคัญคือไปใช้นายอำเภอทำไม ก็ใช้ผู้นำศาสนาให้เขาไปคุยกัน เพราะถ้ามองในมิติประวัติศาสตร์แล้ว มัสยิดกรือเซะ อุปมาอุปมัยก็เหมือนวัดพระแก้วมรกตของเรา ถ้าเรามีความเคารพในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นปูชนียสถานในจิต ทางศาสนาเขา เราก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่าใครมาทำกับเราอย่างนี้เราก็ไม่พอใจเช่นกัน เอาเลือดมาล้างอุโบสถเรา กับเอาเลือดไปล้างมัสยิดเขา เขาก็ไม่พอใจ ของธรรมดา ซึ่งตรงนี้มันเป็นหลุมพรางกับดัก ซึ่งใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังมันขุดเอาไว้ตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ขุดเอาไว้ ทำไมถึงให้คนพวกนี้หลบเข้ามาตรงนี้

สโรชา ..... แล้วมีการเตรียมน้ำ เตรียมข้าว เตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว

สนธิ ..... เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ก็แสดงว่าเป็นจุดสุดท้ายที่จะต้องไปที่นั่น เพื่อให้มันเกิดเรื่องและเพื่อให้ตาย ประเด็นที่พล.อ.พัลลภ ท่านต้องเข้าใจ คือการตายครั้งนี้ของคน 32 คนในมัสยิด เขาไม่ใช่ตายแล้วจบ ประเด็นคือว่า คน 32 คนจะถูกจดจำอย่างไร ทั้งๆ ที่ทั้ง 32 คนอาจจะเป็นวัยรุ่นที่ติดยา ทั้งที่อาจจะถูกล่อลวงมา ถูกปลุกปั่นในเชิงผิด

สโรชา ..... คือ ณ เวลานี้ไม่สำคัญแล้วว่าบุคคลพวกนี้เป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ แต่ว่าเขาตายตรงนี้

สนธิ ..... ถูกต้องเป็นใครไม่สำคัญแล้ว เขาตายไปแล้วตรงนี้ ตรงนี้แหละที่ผมเล่าให้คุณฟัง นี่คือปุ๋ย ที่หว่านลงไปเรียบร้อยแล้ว ดินมันอุดมสมบูรณ์แล้ว รอให้ต้นการก่อการร้าย มันเกิดขึ้นมา เหตุผลเพราะว่าเราไปหว่านปุ๋ยไหว้ตรงนั้น นั่นคือประเด็นที่ผมจะพยายามพูดในตอนแรก ในเบรกแรกอันนี้ เพื่ออธิบายเหตุการณ์ในเรื่องราวต่างๆ ในเรื่องพวกนี้ให้ คือผมเห็นใจทหาร ตำรวจ ผมเห็นใจมาก ผมเห็นใจความเคียดแค้นของเขา ที่เขาถูกลอบทำร้ายมาตลอด แต่คำถามที่เราต้องระวัง และเราต้องระลึกเสมอว่า ในเมื่อคนร้อยกว่า คน โดยส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์แล้วถือมีดสปาร์ต้า ถูกไหมครับ ด้วยเหตุผล ถ้าทางการรู้อยู่แล้ว เพราะมีชาวบ้าน คุณจักรภพ เพ็ญแข บอกว่า ชาวบ้านมาแจ้งให้ทราบว่าจะมีการบุก ได้รับการร่วมมือจากชาวบ้าน เพราะฉะนั้นทางการได้เตรียมรับแล้ว ถ้าทางการรู้อย่างนั้นจริงๆ นะครับ ผมคิดว่า การที่จะยิงให้บาดเจ็บสาหัส หรือยิงขา ยิงแขน หรือใช้วิธีไหนก็ได้ที่ไม่มีการสูญเสียชีวิตมากขนาดนี้ ย่อมทำได้ แต่เผอิญ คุณสโรชา อัดอั้นตันใจมา 4 เดือน เอามีดไปฟันหัวพระบ้าง ฟันหัวตำรวจ เผาโรงพักบ้างและหนี จับใครไม่ได้ ทั้งทหารเองก็หงุดหงิดใจ ปืนหายไป 380 กระบอก ก็ไม่รู้ว่าหายไปที่ไหน ไปไหน ก็ไม่มีใครให้ความร่วมมือเอาละเข้ามางวดนี้ก็ต้องถล่มซะ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป คือเวลาทำไม่ได้คิด คือเป็นการลงทุนที่สูงมาก น่าเห็นใจ ที่พูดนี่ผมเห็นใจ แต่ต้องระลึกเสมอนะครับ คุณสโรชา ข่าวล่าสุด ข้าหลวงใหญ่ของสำนักงานสิทธิมนุษยชน ได้มีการเรียกร้องแล้วที่จะให้ประเทศไทย ตรวจสอบการปฏิบัติการครั้งนี้ว่ารุนแรงเกินเหตุหรือเปล่า นั่นข้อที่หนึ่ง ข้อที่สอง นายกรัฐมนตรี มาเลเซีย นายบาดาวี ได้แจ้งแล้วนะ ว่าคนไทยมุสลิมที่อยู่ 3 จังหวัดภาคใต้ ถ้าต้องการหลบลี้ภัยเขามาเลเซียก็สามารถเข้าได้ แต่เขาจะไม่ตั้งค่ายลี้ภัยและเขากำลังจะส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเขามาเมืองไทย น่าจะพรุ่งนี้หรือวันสองวันนี้เพื่อคุยกับทางฝ่ายไทยเพื่อไม่ให้มีความเข้าใจผิดซึ่งกันและกัน ที่เหลือเราค่อยคุยต่อในช่วงหน้าครับ

สโรชา ..... ในช่วงหน้านะคะ ความเป็นมา ความเป็นไปหรือว่า รายละเอียดในปฏิบัติการวันที่ 28 เมษายน คุยกันตรงนี้ไว้ก่อน กลับมาเราจะมรคุยกันถึงนัย ความสำคัญของมัสยิดกรือเซะ ว่าเป็นมาอย่างไร รวมไปถึงตำนานต่าง ๆ ที่มีการพูดคุยกันในตอนนี้ ว่าพี่น้องชาวไทยมุสลิมเขาเข้าใจอย่างที่ตำนานเป็นหรือเปล่า เดี๋ยวกลับมาคุยกันค่ะ

สโรชา ..... กลับมาสู่เมืองไทยรายสัปดาห์ค่ะ เรามาคุยกันต่อถึงที่เกิดเหตุ มัสยิดกรือเซะ ที่เป็นมัสยิดที่เก่าแก่ถึง 400 ปี มีคำถามขึ้นมาเยอะว่าทำไมถึงต้องเป็นที่นี่ และตำนานที่เขาเล่าขานกันจริงๆ แล้ว พี่น้องชาวไทยมุสลิมเชื่อในตำนานนี้อย่างที่หลายๆ คนเชื่อหรือเปล่า

สนธิ ..... ก่อนที่เราจะไปพูดถึงตำนานของมัสยิดกรือเซะ ผมอยากให้คุณสโรชาและท่านผู้ฟังทางบ้านเข้าใจหรือว่า ลองนึกถึงความคล้องจองกันของวันที่ซักนิดนึง วันที่ 28 เมษายน 2547 เป็นวันซึ่งมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ร้อยกว่าคน วิ่งกันเอามีดสปาร์ต้าไปไล่ฟันเจ้าหน้าที่บ้านเมือง และต่อสู้กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ถูกฆ่าตายเป็นเบือและกลุ่มหนึ่งวิ่งหนีเข้าไปหลบอยู่ในมัสยิดกรือเซะ และก็ถูกปราบปราม จน 32 คนในมัสยิดนั้นไม่รอดชีวิตออกมาเลย ย้อนหลังไปเมื่อ 2491 วันที่ 28 เมษายน เป็นปีที่ผมครึ่งขวบ ซึ่งคุณสโรชาคงเป็นวิญญาณอยู่แถวนั้นก็ยังไม่รู้ ช่วงนั้นมีกบฏดุซงญอ กบฏดุซงญอ เป็นเหตุการณ์สมัยรัฐบาลชุดจอมพลป. พิบูลสงคราม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะช่วงนั้นเกิดขึ้น เพราะว่าประชาชนตอนนั้น ชาวไทยมุสลิม รวมตัวกัน เรียกร้องที่จะรัฐช่วยดูแลพวกเขาในกรณีโจรคอมมิวนิสต์บุกข้ามฝั่งเข้ามาทำให้เขาเดือดร้อน พอรวมตัวขึ้นมาแล้ว ก็เลยถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดูว่าเป็นกบฏ ก็เลยปราบปรามซึ่งกบฏดุซงญอนั้น ที่คนไทยเรียก คนมลายูเรียกว่าสงครามโต๊ะเปรัค ดุซงญอ โต๊ะเปรัคคือผู้นำของดุซงญอตอนนั้น เกิดที่ต.ดุซงญอ ปรากฏว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นและมีการปราบปราม 3-4 วัน ระหว่าง วันที่ 25-28 เมษายน

สโรชา ..... สิ้นวันที่ 28 เมษายน 2491

สนธิ ..... 36 ชั่วโมงตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ชาวมลายูมุสลิมปัตตานี ตาย 400 กว่าคน ตำรวจไทยตาย 30 คน ตรงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการซึ่งคนมลายูมุสลิม เริ่มตั้งชมรมและเข้าป่าอย่างเป็นทางการ วันที่ 28 เมษายน ผมไม่กล้าคิดว่าที่เขาจงใจปฏิบัติการวันที่ 28 ด้วยอันนี้ ผมไม่อยากจะคิดและผมหวังว่าคงไม่ใช่ แต่ถ้ามันใช่มา มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากและยิ่งมีการตายในมัสยิด อย่างที่ผมบอกว่า ประเด็นไม่ใช่พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี มีความเด็ดขาดหรือไม่ หลายคนผมเชื่อว่าชมพล.อ.พัลลภ เด็ดขาดมาก ผมเห็นด้วยว่าท่านเด็ดขาด แต่การเด็ดขาดไม่เด็ดขาดนั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายเงื่อนไข เงื่อนไขทางวัฒนธรรม เงื่อนไขทางศาสนา การเด็ดขาด มันเด็ดขาดได้ง่าย มันแค่สั่งบอกลุย ยิง ก็จบ แต่ว่าทำอย่างไรที่จะให้ 32 คนในมัสยิดอันนั้นยอมที่จะเดินออกมาแล้วมอบตัว โดยใช้วิธีการอื่น ๆนั่นคือชัยชนะที่สำหรับผมแล้วเป็นชัยชนะที่แท้จริงเพราะว่ามัสยิดกรือเซะ เป็นมัสยิดซึ่งมีมานานแล้ว 400 กว่าปี สร้างมาตั้งแต่ปี 2138 สมัยราชินีฮิเยา ซึ่งเป็นราชินียุคแรกของรัฐปัตตานี และต่อมาประมาณ 130 ปี ก็ถูกบูรณะเมื่อปี 2268 โดยท่านสุลต่านลองยุนุส แต่ว่าบูรณะไม่ได้ไม่เสร็จ เพราะท่านปกครองแค่ 11 เดือนท่านก็สิ้นชีวิต หลังจากนั้นก็มีสงครามมาตลอด มีสงครามกับรัฐสยาม อย่าลืมนะประเทศไทย สยามนาวาประเทศ ส่งกองทัพไปปราบปรามรุกรานปัตตานีมาตลอด 3-4 ครั้ง หลายครั้ง ผลพวงของสงครามอันนี้ ในข้อเท็จจริงก็เลยทำให้มัสยิดกรือเซะ อันนี้สร้างไม่เสร็จซะที แต่ว่าเผอิญช่วงนั้นเราไปปกครองคนไทยมุสลิม ทาง 3-4 จังหวัดภาคใต้ เราก็เลยไปสร้างบางเรื่องขึ้นมาเพื่อเป็นการกดขี่สัญลักษณ์ การกดขี่ทางวัฒนธรรมกับเขา โดยที่ตรงนี้เราไม่เคยมาคิด สมมติตัวอย่างง่ายๆ ว่า มัสยิดกรือเซะ เราเอาเป็นอาคารอนุรักษ์ เป็นโบราณสถาน

สโรชา ..... กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไป

สนธิ ..... กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้วแต่คนมุสลิมเขาไม่ได้ถือว่ามัสยิดเขาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เขาถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า ซึ่งเขาต้องเข้าไปปฏิบัติศาสนกิจ ต้องไปละหมาด และการที่เขาจะเข้าไปมัสยิดตรงนั้นเขาต้องทำตัวเขาให้สะอาด แต่เป็นที่นักท่องเที่ยวเดินไป มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ เหงื่อไหลไคลย้อย และเดินดูว่า 300-400 ปี ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งซึ่งเราไม่เคยเข้าใจตรงนี้เลย ซึ่งผมคิดว่าผมเสียดายมากซึ่งประเด็นตรงนี้มีความพยายามที่คนมุสลิมในพื้นที่จะขอคืนสภาพมัสยิดกรือเซะกลับไปเป็นเพียงศาสนสถาน ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเหมือนมัสยิดทั่วไป ครั้งล่าสุดที่เขาขอคือปี 2532 กับ 2533 แต่ไปติดขัดตรงกฎหมายส่วนกลางซึ่งขีดเส้นไว้ว่าสถานที่นี้เป็นสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานอนุรักษ์ เป็นสมบัติของชาติมาตั้งแต่ปี 2478 แล้ว

สโรชา ..... คือเขาไม่ต้องการให้เป็นโบราณสถาน ต้องการให้กลับมาเป็นมัสยิดธรรมดา ทั่วๆ ไป

สนธิ ..... เป็นศาสนสถานของเขา ซึ่งศักดิ์สิทธิ์ และก็เหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ เราที่จ.อยุธยา ใช่ไหมครับ อุปมาอุปมัยเหมือนเราเป็นชนกลุ่มน้อย ประเทศไทยเป็นชนกลุ่มน้อยและคนอื่นเขาปกครอง ศาสนาอื่น และเราก็เป็นชาวพุทธ เรามีวัดสรรเพชญ์ ที่เป็นโบราณสถาน ที่เราเคารพและเราก็ขอวัดสรรเพชญ์ไว้ให้เรากราบไหว้บูชา พระพุทธรูป เข้าไปนั่งปฏิบัติธรรม เข้าไปทำกิจของสงฆ์ แต่ว่าทางผู้ปกครองที่เราอยู่ภายใต้อาจจะเป็นคนมุสลิมก็ได้ เขาก็บอกว่าไม่ได้อันนี้เป็นโบราณสถาน จะต้องดำรงเอาไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ก็จะมีคนท่องเที่ยว ใส่รองเท้าเดินเข้าไป เดินที่พระควรจะนั่ง พระพุทธรูปอยู่เราจะรู้สึกอย่างไร ตรงนี้ต่างหากซึ่งผมคิดว่าที่ผมพยายามพูดกับคุณสโรชาและท่านผู้ชมทางบ้านมาตลอดว่า มิติทางวัฒนธรรม เราต้องเข้าใจเขา ถ้าเราไม่เข้าใจมิติทางวัฒนธรรม ตรงนี้มีปัญหา ทีนี้ก็มีปัญหาอีกแล้ว เพราะทางปัตตานีมี 3 สัญลักษณ์ทางศาสนา มุสลิมคือมัสยิดกรือเซะ ไทยคือวัดช้างให้ ของหลวงพ่อทวด คุณท่องคาถาหลวงพ่อทวดเป็นหรือเปล่า นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา อิติ โพธิสัตว์ อิติ อิติโพธิสัตว์ อิติ อิติโพธิสัตว์ เห็นไหม นี่ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ ก็เป็นที่เคารพของชาวพุทธ และก็มีศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว คุณสโรชารู้ประวัติศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหรือเปล่า

สโรชา ..... มีตำนานความเป็นมา ว่ามีหญิงสาวมาตามพี่ชายและปรากฏว่าพี่ชายไม่ยอมกลับบ้านด้วยก็น้อยใจและก็ผูกคอตายและสาปแช่งไว้

สนธิ ..... ครับ พี่ชายชื่อลิ้มโต๊ะเคียม เป็นพ่อค้าเมืองจันทร์ และมาค้าขายที่ปัตตานี และก็มาแต่งงานกับคนในระดับสูงในระดับศักดินาทางใต้ ก็ไม่ยอมกลับบ้าน น้องสาวก็มาตามพี่ชายให้กลับ พี่ชายก็ไม่ยอมกลับ น้องสาวก็เลยผูกคอตายและตำนานก็บอกว่า สาปแช่งไว้ว่า ไม่ให้มัสยิดนี้สร้างเสร็จ สร้างเสร็จเมื่อไหร่ฟ้าก็ต้องผ่าตลอดเวลา ทีนี้ตำนานแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าใครสร้างขึ้นมา แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันคาใจคนมุสลิมเขาถูกไหมครับ มันเกี่ยวอะไร กลายเป็นว่าเอาศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวมาเป็นการสร้างอภินิหารให้เหนือ

สโรชา ..... มาผูกมัดไว้

สนธิ ..... เอาเป็นอภินิหารให้เหนือพวกชาวมุสลิมเขา

สโรชา ..... เพราะตามตำนานพี่ชายไปเป็นหัวหน้าก่อสร้างมัสยิดตอนนั้น ก็เลยสาปแช่งว่าสร้างไม่เสร็จหรอก

สนธิ ..... เพราะฉะนั้นแล้วด้วยเหตุอันนี้ก็มีความไม่พอใจ อยู่ลึกๆ ข้างใน ตรงนี้ต่างหากซึ่งเราไม่เคยพยายาม มีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านเดียวเท่านั้นเอง ที่ท่านเข้ามาแก้ปัญหา ท่านพูดเป็นสัจจะวาจาออกมาเลย ท่านพูดเลยว่า โบราณสถานทั้ง 3 แห่ง มัสยิดกรือเซะ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และที่สำคัญคือวัดช้างให้จะต้องได้รับการบูรณะ ให้ขึ้นมาเท่าเทียมกัน และคุณสโรชารู้ไหมว่า ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เดิมทีไม่ได้อยู่ข้างหลังมัสยิด เดิมทีอยู่ริมทะเล และก็พังไป และตอนหลังก็ย้ายขึ้นมา พูดง่าย ๆว่าเป็นพิธีกรรมหรือเป็นวิธีการของผู้ปกครองที่ต้องการที่จะให้ประเด็นของชาวมุสลิมให้อยู่ภายใต้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ นี่ผมพูดไม่เข้าข้างใคร ผมเพียงแต่วาถ้าเราจะลงไปแก้ปัญหาต่างๆ พวกนี้ เราต้องแก้ให้ถูก

สโรชา ..... แสดงว่าพี่น้องชาวมุสลิมก็จะมีความรู้สึกว่าตำนานนี้ ไม่ใช่หรอก ที่สร้างไม่เสร็จเพราะว่าเจอสงครามซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สนธิ ..... จริงๆ มันเป็นเรื่องสงคราม พอพ้นมาถึงยุคปี 2478 มัสยิดนี้ก็ถูกลงทะเบียนให้เป็นโบราณสถานที่ต้องอนุรักษ์เอาไว้ ถ้าไม่ได้ถูกยังเป็นศาสนสถานอยู่ อย่างน้อยที่สุดชาวมุสลิมเขาก็ระดมเงินระดมทองกันที่จะมาพัฒนาได้ ตั้งแต่ปี 2478 เขาแตะต้องอะไรไม่ได้เลย เอาละเรามามองย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผมคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอันนี้ผมเล่าเรื่องมิติทางวัฒนธรรมซึ่งมีความขัดแย้งกัน ผมเล่าเรื่องของมิติศาสนา ผมเล่าเรื่องมิติทางความคิดหลายอย่าง คุณสโรชา พวกนี้คือเชื้อไฟซึ่งมันมีอยู่แล้ว หรือเป็นปุ๋ยซึ่งลงไปในพื้นดิน มีอยู่ตลอด ทีนี้ต้องยอมรับพี่น้องชาวมุสลิมทางใต้ก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่า ก็มีพี่น้องชาวมุสลิมไม่น้อยเหมือนกันที่เรียนรู้หรือว่าไม่มีปัญญามากพอที่จะศึกษาหรือว่าเข้าใจเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ถูกปลุกปั่นได้ง่าย ทำไมผมถึงพูดอย่างนี้ ก็มีหลาย ๆ อย่างที่มันเกิดขึ้นและชวนให้สงสัย ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นในบางครั้ง มันเกิดมิใช่เพราะพี่น้องชาวมุสลิมต้องการให้เกิดขึ้น แต่ว่าเกิดขึ้นเพราะว่า ถูกวางยาเอาไว้ คุณสโรชา เรามีทั้งเจไอ เรามีทั้งอัลกออิดะห์ เราก็มีทั้งซีไอเอ และเราก็มีทั้งหน่วยสืบราชการลับของต่างประเทศ จำได้ไหม ผมเคยพูดมาหลายครั้ง คุณสโรชาจำได้ไหมว่า อาบูซายาฟ มีอยู่ในฟิลิปปินส์มาตั้งนานแล้ว แล้วรัฐบาลฟิลิปปินส์ปราบไม่ได้ซะที ไม่ว่าจะปราบยังไงก็ปราบไม่ได้ จนในที่สุดสหรัฐบอกว่าต้องการความช่วยเหลือไหม อาโรโย บอกว่าเข้ามา ก็เลยเข้ามา พอเข้ามาเสร็จเรียบร้อยก็เลยตั้งกองกำลังในฟิลิปปินส์ ในมินดาเนา

สโรชา ..... จริงๆ แล้วหลังจากที่เกิดเหตุภายในวันนั้นก็มีสารจากวอชิงตันใช่ไหมค่ะ

สนธิ ..... แน่นอน อเมริกาก็ส่งสารว่าต้องการความช่วยเหลือไหม

สโรชา ..... คนไทยต้องการความช่วยเหลือไหม ไอยินดีนะ บอกมา

สนธิ ..... อเมริกาบอกไปทางมาเลเซีย ว่า ต้องการที่จะให้เรือรบมาลาดตระเวนช่องแคบมะละกาไว้ไหม ยินดีที่จะทำให้ เพราะฉะนั้นแล้วผมจะไม่ประหลาดใจเลยว่ากลุ่มของเด็กที่มาตาย เท่าที่เขาตรวจสอบมาเป็นพวกวะหะบิ ประวัติวะหะบิถูกอเมริกาแทรกแซงมากที่สุด เพราะนักบวช หรือคนซึ่งนับถือนิกายวะหะบินั้นส่วนใหญ่ที่มีการศึกษา เรียนหนังสือมาจากอเมริกาทั้งสิ้น ในเมืองไทยก็ไม่น้อย ผมไม่อยากจะพูดว่าหลายๆ คนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับซีไอเออย่างมาก มุสลิมสายวะหะบิ เพราะฉะนั้นแล้ว วะหะบิก็เป็นมุสลิมซึ่งก่อเหตุในซาอุดีอาระเบียเมื่อเร็ว ๆนี้ จำได้ไหมที่ผมเล่าให้ฟัง ว่าเมื่อเจ้าชายอับดุลเลาะห์จะเปลี่ยนจากวะหะบิมาเป็นชีอะห์ กลุ่มวะหะบิก็เลยวางระเบิดลุกฮือต่าง ๆ คิดว่าเวลาเราใกล้จะหมดในคิวนี้เอาไว้ต่อไปเดี่ยวค่อยพูดถึงปัญหาและรากลึก 8 ประการในทางภาคใต้ ที่ทำให้อันนี้เกิดขึ้น

สโรชา ..... ค่ะ ดิฉันก็อยากจะถามคุณสนธิด้วยนะคะ เขาบอกว่าชันสูตรศพแล้ววัยรุ่นหลาย ๆ คนที่ไปร่วมก่อเหตุด้วยมีสารยาเสพติด มีการให้การว่ามีการดื่มยาก่อนที่จะไปปฏิบัติการ เป็นการปลุกระดมอะไรบางอย่างหรือเปล่าและมันแตกต่างกันยังไง กับกลุ่มวัยรุ่นธรรมดาๆ ที่เราเห็นเป็นแก๊งมอเตอร์ไซค์ เป็นพวกกลุ่มก่อกวนเมือง มันจะต่างกันยังไง เดี๋ยวกลับมาคุยกันค่ะ

สโรชา ..... กลับมาช่วงสุดท้ายของเมืองไทยรายสัปดาห์นะคะ ไปดูผลโพลกันซักนิดค่ะ สัปดาห์นี้เราถามคุณผู้ชมว่าหลังเหตุการณ์วันที่ 28 เมษายน 2547 ที่ผ่านมา คุณผู้ชมคิดว่าเหตุการณ์ในภาคใต้จะยุติหรือไม่ คุณผู้ชมตอบกลับมาว่ายุติ 12 เปอร์เซ็นต์ ไม่ยุติ 81 เปอร์เซ็นต์ ก็ค่อนข้างชัดเจนนะคะ สำหรับคนที่ชมรายการเรา มีความคิดเห็นค่อนข้างเยอะใช่ไหมค่ะ คุณสนธิ

สนธิ ..... มีความคิดเห็นเยอะครับ และส่วนใหญ่ค่อนข้างต่อว่าผมนะครับ อย่างเช่น พล.อ.พัลลภทำถูกแล้วถ้าปล่อยให้ตกดึกอาจจะมีแนวร่วมมาเพิ่ม เห็นใจท่านพัลลภ ทหารทำดีที่สุด คิดว่าเหตุการณ์น่าจะจบด้วยการปราบปราม คุณสนธิไม่ควรชี้นำว่ารัฐทำเกินกว่าเหตุ คุณไทยพุทธรู้สึกกลัว คุณสนธิตัดสินความรู้สึกว่าทำไปเพราะความเคียดแค้น เป็นการใช้คำผิด คุณสนธิไม่เคยเป็นตำรวจ ทหาร ผมคงจะต้องพูดกับท่านผู้ชมที่วิพากษ์วิจารณ์ตัวผมมา อย่างตรงซักนิดนึงนะครับ คือถ้าท่านผู้ชมฟังรายการนี้มาตลอด ท่านผู้ชมจะเห็นว่าผม พยายามเอาองค์ความรู้ และก็เอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เอามิติทางประวัติศาสตร์ มิติทางวัฒนธรรมและมิติทางศาสนา ซึ่งเป็นจิตวิญญาณของมนุษยชาติ

สำหรับผม ..... ท่านผู้ชมซึ่งนับถือพุทธ ผมก็มีความเสียใจ แค้นใจ ที่พระสงฆ์องค์เจ้าถูกฟันหัวแบะ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็มีความเสียใจ และก็เศร้าโศกไปกับญาติพี่น้องของคนซึ่งอยู่ในตึกเวิลด์เทรดที่ถูกเครื่องบิน 2 ลำ มาชน และตายกันเป็นร้อยเป็นพันคน ผมเศร้า ผมเสียใจ แต่ว่าผมไม่ได้เศร้าและเสียใจและมานั่งเคียดแค้น ผมจะถามตัวผมเองตลอดเวลาว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เรื่องแบบนี้ ผมอยากรู้ มันต้องมีเหตุที่ทำให้ผลอันนี้มันเกิดขึ้นมา นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามจะหาคำตอบ ชีวิตผมทั้งชีวิต ไม่ได้เกิดและแสดงอารมณ์ด้วยความเคียดแค้นและไม่ได้แสดงอารมณ์ว่าฆ่ามันเถอะ สมควรตายแล้ว ตัดสินใจให้ถูกต้อง เอามันให้ตายให้หมดเลย ผมคิดว่าการพูดจาแบบนี้ไม่ใช่เป็นวิธีการแก้ปัญหา ถ้าเรายังคิดว่า ชาวมุสลิมนั้นเป็นคนไทยเหมือนเรา เราก็ต้องแยกแยะว่าชาวมุสลิมที่รักสันตินั้น เขาก็มี แต่ชาวมุสลิมที่ถูกปลุกปั่นโดยไม่รู้ข้อเท็จจริง และในขณะเดียวกันคนที่ชั่วร้ายกว่าคนที่ถูกปลุกปั่นก็คือคนซึ่งมีจิตใจสกปรก ที่ต้องการให้เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ทหารที่ฆ่าพวกเด็กชาวมุสิลมร้อยกว่าศพ ก็เป็นเหยื่อทางการเมืองอีกส่วนหนึ่งซึ่งจะต้องทำไปเช่นนั้น ผมพยายามที่จะเอาสติเข้ามาหาสังคมไทย และให้พวกเรานั่งคิดกันว่าเออหนอสิ่งที่มันเกิดขึ้นนั้นเราผิดพลาดตรงไหนหรือเปล่า ถ้าเราตอบแต่เพียงว่า ฆ่ามันให้หมด ถ้าอย่างนั้นแล้ว สังคมไทยไม่เป็นสังคมไทยในทุกวันนี้ ท่านผู้ชมอย่าลืมนะครับประวัติศาสตร์คือการเมืองในอดีต การเมืองที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นกลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว และการเมืองปัจจุบันก็คือประวัติศาสตร์ในอนาคต ท่านผู้ชมต้องไม่ลืมเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นแล้วการเมืองกับประวัติศาสตร์จะแยกออกจากันไม่ได้เลย ไม่มีทางแยกออกจากกันได้ ท่านผู้ชมจะเข้าใจการเมืองวันนี้ยังไง ถ้าท่านไม่เข้าใจประวัติศาสตร์เมื่อวาน ประวัติศาสตร์เมื่อวานมีที่มาที่ไป และประวัติศาสตร์เมื่อวานเป็นสิ่งบอกเหตุให้เรารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้มันมีรากเหง้ามาจากหลายๆ ปี หลายสิบปี หลายร้อยปีที่เกิดขึ้นมา อย่าพูดด้วยอารมณ์ที่เคียดแค้น ผมเชื่อว่าคนมุสลิม คนไทย คนจีน ฝรั่ง ชาวคริสต์ ชาวพุทธ ทุกคนรักสันติ ทุกศาสนาสอนคนให้เป็นคนดี ความชั่วร้ายหลายๆ อย่างที่เข้ามานั้น ผมกำลังจะพูดกับคุณสโรชาว่าประเทศไทยในทางใต้นั้นมีความชั่วร้าย 8 ประการ

ประการแรก ..... คือปัญหาจากการจัดวางเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เป็นฝักเป็นฝ่าย รับใช้ทางการเมืองและพวกชั่วหรือแสวงหาประโยชน์ลงไปสมทบเป็นขบวนในพื้นที่ ความชั่วร้ายข้อที่ สอง คือการที่ทำให้อำนาจรัฐว่างลงไป เพื่อให้อำนาจรัฐที่สอง ครองอำนาจใน 3 จังหวัดภาคใต้หลังจากที่ให้ทหารถอยออกมา ในเมื่อทหารถอยออกมาแล้วก็เลยต้องใช้เวลาในการเสริมสร้างจัดเครือข่ายขึ้นมา มันเป็นสุญญากาศ มันก็เป็นความชั่วร้ายอันที่สามคือ ความไม่ไว้วางใจกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร กับตำรวจ ซึ่งทะเลาะกันอย่างหนัก ก็เลยเกิดความชั่วร้ายอันที่สี่คือความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ในการค้าของเถื่อน การค้ามนุษย์ อันที่ห้า คือเป็นความไม่ถูกต้องที่เป็นผลพวงตกค้างมาจากประวัติศาสตร์ในเรื่องความคิดแบ่งแยกดินแดนซึ่งยังคงมีอยู่ แต่แม้จะขาดพลัง หากร่างกายคือรัฐอ่อนแอเมื่อไหร่ โรคนี้กำเริบทันที ความชั่วร้ายที่หก เป็นความชั่วร้ายที่พื้นที่ตรงนั้นไม่ได้ถูกพัฒนามีแต่ความล้าหลัง ความยากจน ขาดแคลนทุกด้าน ประชาชน เด็กต่างๆ เหล่านี้ที่ตายไปจึงง่ายที่จะตกเป็นเหยื่อของการปลุกปั่น ความชั่วร้ายที่เจ็ดคือการถูกขยายผลทางด้านศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์จนเกินความเป็นจริง ทำให้เกิดความไม่พอใจต่อรัฐบาลและความชั่วร้ายอันสุดท้ายคือจากการเล่นการเมืองไม่ลืมหูลืมตา ไม่ร่วมมือไม่เห็นประโยชน์ของรัฐเป็นที่ตั้ง พื้นที่ทางภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์มีส.ส. 50 คน รัฐบาลมี 6 คน พรรคประชาธิปัตย์มีเครือข่ายมวลชนมากกว่าเยอะ หากคิดอ่านจะร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศก็น่าจะทำได้ เอาข้อมูลข่าวสารมาแก้ปัญหา ดีว่าจะมาเล่นการเมืองกัน เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องต่างๆ เหล่านี้ สิ่งที่เราพูดวันนี้ไม่เป็นไรครับท่านผู้ชมสิ่งที่ผมพูดพิสูจน์ได้ ตลอดเวลาเหมือนผมพูดเรืองอิรัก เหมือนผมพูดเรื่อง 11 กันยายนเมื่อปีที่แล้ว ทุกอย่างที่ผมพูด ผมพูดเชิงมิติประวัติศาสตร์ มิติทางวัฒนธรรม และเป็นความจริงมาตลอด ไม่เป็นไรครับแต่ว่าอย่าตัดสินเรื่องราวด้วยความเคียดแค้น จริง คนพวกนั้นมาก่อกวน จริง ตำรวจทหารมีทางเลือกอะไรได้ ต้องต่อสู้กลับไป คำถามคือว่านอกเหนือจากการต่อสู้กลับไปแล้ว เราเข้าใจปัญหามันหรือเปล่า ถ้าเราเข้าใจปัญหา เราก็จะรู้ว่าในบางครั้งเราก็มีทางเลือก ทางอื่นมากกว่าการที่จะต้องฆ่าทั้งหมด

สโรชา ..... เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประวัติศาสตร์จะไม่ต้องซ้ำรอยอีก วันที่ 28 เมษายน แน่นอนค่ะต้องลงเป็นประวัติศาสตร์ว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในบ้านเรานะคะและก็อย่างที่บอกว่า มันเป็นประวัติศาสตร์ของคนในอนาคต แน่นอนค่ะ คนไทยทุกคน ชาวพุทธ ชาวมุสลิม ชาวคริสต์ ถึงเวลาแล้วนะคะ ที่เราจะต้องมาร่วมมือกันไม่ให้ประวัติศาสตร์เช่นนี้มันซ้ำรอยอีก หมดเวลาแล้วค่ะสำหรับเมืองไทยรายสัปดาห์ กลับมาพบกันใหม่ นะคะ ในสัปดาห์หน้า วันนี้คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ดิฉัน สโรชา พรอุดมศักดิ์ สวัสดีค่ะ

สนธิ ..... สวัสดีครับ

...............................................................................
- http://www.manager.co.th/tdweekly/ViewNews.asp?NewsID=4761414315103

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 1/05/2004 01:32 PM


�����Դ��繷��: 20

เดินมาถูกทางแล้วรัฐ เห็นข่าวนี้แล้วนึกถึงนโยบายจอมพล ป. พิบูลสงคราม เราน่าจะเอามาใช้ใหม่นะ

    �� : คนบางระจัน     ����� : 2/05/2004 12:08 PM


�����Դ��繷��: 22


จับตาวิกฤตทางภาคใต้ .....
หลังจากปฏิบัติการ ๑๐๘ ศพ


http://www.manager.co.th/asp-bin/Viewnews.asp?NewsID=4712596566081

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 2/05/2004 05:08 PM


�����Դ��繷��: 23


“จักรภพ” เผย ต่างชาติมองไทยดีขึ้น หลังแจงเหตุลุย “กรือเซะ”

โฆษกรัฐบาล ..... ยันเหตุรุนแรงในภาคใต้เป็นเรื่องท้องถิ่น ไม่เกี่ยวโยงกับปัญหาระหว่างประเทศ ระบุ หลังแจงเหตุที่ต้องใช้ความรุนแรงแล้ว ความรู้สึกของชาวต่างชาติต่อประเทศไทยดีขึ้น เผย ผู้อยู่เบื้องหลังก่อความวุ่นวายเปลี่ยนวิธีติดต่อกันหลังรัฐควบคุมสถานการณ์ได้ ยันนายกรัฐมนตรีไม่เปลี่ยนใจไปตรวจราชการภาคใต้

วันนี้(2 พ.ค.) ..... นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางร่วมคณะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อพบปะประชาชน จ.ตราด และรับฟังปัญหาตามนโยบายการดำเนินงานของรัฐบาล โดยเปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา รัฐบาลยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันทั่วโลกให้ความสนใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในหรือระหว่างประเทศ รวมทั้งเรื่องการใช้กำลัง การเคารพสิทธิมนุษยชน และขั้นตอนการแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเน้นย้ำกับประชาชนและชาวต่างประเทศ โดยยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ตั้งแต่เดือน ม.ค. – 28 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นเรื่องของท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเด็นภายในประเทศที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า มีความเกี่ยวข้องกับประเด็นระหว่างประเทศ นอกจากจะมีคนเพียงจำนวนน้อยที่มีความใฝ่ฝันต้องการจะโยงเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นระหว่างประเทศ ส่วนเรื่องธุรกิจผิดกฎหมายนั้น ยืนยันว่ามีตัวตนจริง และรัฐบาลจะต้องปราบปรามต่อไป

นายจักรภพ กล่าวด้วยว่า ..... รัฐบาลยังตระหนักว่า กลุ่มวัยรุ่นได้ถูกนำมาใช้เป็นประโยชน์ เป็นฉากหน้าในการปกป้องขบวนการผิดกฎหมายเหล่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการอธิบายสื่อสารให้เกิดความเข้าใจว่า จะทำอย่างไรเมื่อต้องถูกชักจูง หรือหลอกล่อ ทั้งในแง่ของอุดมการณ์ ศาสนา ประวัติศาสตร์ในเรื่องของดินแดน และการว่าจ้าง

นายจักรภพ ยืนยันว่า ..... ปัญหาในภาคใต้จำเป็นจะต้องปรับปรุงด้านการข่าว เพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหว และจะได้เตรียมการว่าจะต้องดำเนินการอะไรบ้าง ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทิ้งประเด็นที่มีคนคอยเสริมประเด็นในภาคใต้ให้มีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปด้วย และเชื่อว่าความรู้สึกของชาวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเห็นได้จาก 2 วันที่ผ่านมาที่ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น เพราะได้มีการอธิบายถึงเหตุผลที่เจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นต้องยิงที่มัสยิดกรือเซะ รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับการยั่วยุของฝ่ายตรงข้าม การให้โอกาสหลายครั้ง เพื่อให้คนร้ายมอบตัว ความพยายามใช้อาวุธที่ไม่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต เช่น แก๊สน้ำตา แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่รัฐกลับถูกตอบโต้ นอกจากนี้ฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในมัสยิดกรือเซะยังประกาศชัดเจนว่า พร้อมจะตายเพื่อพลีชีพ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่รัฐจะเสี่ยงต่อไปได้ จึงจำเป็นต้องเข้าจู่โจม

นายจักรภพ ยอมรับว่า ..... ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวในหมู่ผู้ก่อการและผู้อยู่เบื้องหลัง โดยพยายามติดต่อสื่อสาร เพื่อหารือกัน แต่ได้เปลี่ยนวิธีการโดยพยายามใช้โทรศัพท์มือถือให้น้อยลง เพราะเจ้าหน้าที่รัฐควบคุมได้ ขณะเดียวกันการพบปะกันของผู้ปฏิบัติการก็ทำได้ในจำนวนที่ไม่มาก ซึ่งรัฐบาลกำลังติดตามอยู่ เพื่อสาวไปให้ถึงตัวผู้บงการ ทั้งนี้รัฐบาลไม่ต้องการทำงานในลักษณะที่บุ่มบ่าม ด้วยการจับตัวคนร้ายในระดับปฏิบัติ เพราะทำให้สาวไปไม่ถึงตัวผู้บงการจริงได้ ก็ขอให้ใจเย็น และขณะนี้สถานการณ์คงคลี่คลายภายในไม่กี่วันนี้

นายจักรภพ ยืนยันด้วยว่า ..... นายกรัฐมนตรียังยืนยันที่จะเดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่ภาคใต้เหมือนเดิม โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้การตรวจราชการเป็นไปตามปกติ โดยเฉพาะการติดตามโครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่ตั้งใจจะดำเนินการในภาคใต้ ว่า มีความคืบหน้า หรือขัดข้องอย่างไร พร้อมปลอบขวัญประชาชน ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 เมษายน และยืนยันในจุดยืนเดิมว่า สิ่งที่ทำมานั้นจะดำเนินการต่อไป นอกจากนี้จะพบหารือกับผู้นำศาสนา หรือผู้นำท้องถิ่น เพื่อต้องการจะทราบว่าจะให้รัฐบาลดำเนินการอะไรให้บ้าง และยกระดับความรู้สึกให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ

-------------------------------------------------------------
http://www.manager.co.th/asp-bin/Viewnews.asp?NewsID=4778585945963

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 2/05/2004 08:23 PM


�����Դ��繷��: 24


รายงานพิเศษ: ตีแผ่ชีวิตตชด. "ป้อมกรือเซะ"

ตำรวจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนมาก ..... ต้องใช้ชีวิตอยู่ในป้อมแคบๆเพียงไม่กี่ตารางเมตรนานนับเดือน ทั้งยังต้องเสี่ยงภัยจากกลุ่มผู้ก่อกวนที่มักเล็งที่พักของเจ้าหน้าที่เป็นเป้าการโจมตี เพราะพวกเขาก็คือเหยื่อของผู้ก่อกวนนั่นเอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนหนุ่มวัยฉกรรจ์นายหนึ่ง ..... ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ นอนซมบนเตียงด้วยอาการบาดเจ็บ ใบหน้าและลำตัว ถูกมีดสปาร์ต้า เฉือนเป็นแผลฉกรรจ์หลายแห่ง จากการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อการวัยรุ่น กับเจ้าหน้าที่ตำรวจป้อมกรือเซะเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2547

ตชด..รายนี้กล่าวว่า ..... ที่รอดชีวิตมาได้ ไม่ใช่ดวงแข็งหรือมีของดีแต่ประการใด แต่เพราะตัวเองเป็นคนมุสลิม พูดภาษายาวีได้ และเป็นคนในพื้นที่ จึงมีความคุ้นเคยกับเส้นทางหนีที่ไล่เป็นอย่างดี

"คืนนั้นจำได้ก่อนกลุ่มโจรจะบุกเข้ามา ..... มีทหารนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่า มีกลุ่มคนไม่จำนวนท่าทางมีพิรุธวิ่งเข้ามาทางป้อมตำรวจ อีกไม่นานวัยรุ่น พร้อมมีดสปาร์ต้า กรูกันเข้ามาจะเอาชีวิต ผมคว้าปืนได้แต่ไม่ทันได้ลั่นไก ก็รู้สึกชาที่มือ และหน้า"

ตชด.รายนี้กล่าวว่า ..... แม้ตนเองจะเชื่อมั่นในกำลังของเจ้าหน้าที่ว่าจะรักษาความสงบเรียบร้อยได้ด้วยกำลังพลจำนวนมาก แต่กำลังพลส่วนใหญ่เน้นไปที่การประจำการตามสถานที่ราชการ เช่น ป้อมยาม โรงเรียน เป็นการเสียกำลังโดยเปล่าประโยชน์ หากแบ่งเป็นหน่วยลาดตระเวน โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ จะได้ประสิทธิภาพ มากกว่าการใช้รถยนต์ที่มีกำลังพล 4- 5 นาย เพราะมีความรวดเร็วในการตอบโต้มากกว่า หากมีการโจมตีจากอีกฝ่ายหนึ่ง และการลาดตระเวนด้วยมอเตอร์ไซค์ ก็สามารถเจาะเข้าไปในพื้นที่ได้ดีกว่าใช้เฮลิคอปเตอร์

สำหรับชีวิตความเป็นอยู่ ..... หัวอกของตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างเขา ขอเพียงความเห็นใจจากผู้บังคับบัญชา ให้เจ้าหน้าที่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ มีโอกาสพบหน้าลูกเมียบ้าง ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่อ่อนแอ และอยากขอร้องให้ผู้บังคับบัญชาได้เข้าใจสภาพชีวิตจริงของเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติบ้าง คือ ไม่ใช่ออกคำสั่งแล้วคำสั่งอีก จนทำให้เกิดความลำบากในการดำรงชีวิต เช่น ถูกสั่งว่า เวลาเดินทางไปไหน ต้องไปด้วยกันเป็นกันเป็นคู่ๆ ถ้าไม่ไปเป็นคู่ หากเกิดปะทะหรือลอบทำร้าย ทางหน่วยงานจะไม่รับผิดชอบ ทั้งที่ความเป็นจริงทำไม่ได้ เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องมีภารกิจส่วนตัวกับครอบครัว เหมือนกับประชาชนคนอื่นๆทั่วไป

"ผมทำงานรับราชการเป็นตำรวจอย่างเดียวไม่พอเลี้ยงครอบครัว ..... ต้องหารายได้เสริม ต้องการไปไหนมาไหน ใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นเขาบาง พอเกิดเหตุขึ้นมีเรื่องขึ้นมา ถ้าไม่ทำตามคำสั่ง นาย ก็จะไม่รับผิดชอบเพราะบอกว่าเตือนไปแล้วไม่เชื่อคำสั่ง เหมือนกับเพื่อนผมคนหนึ่งถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตแต่ไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญโดยหน่วยงานชี้แจงว่าไม่ได้ตายในหน้าที่และขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา" ตำรวจป้อมกรือเซะระบายความในใจ

พอสอบถามถึงชีวิตหลังจากหายดีแล้ว ..... จะเปลี่ยนอาชีพหรือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอะไรบ้าง ตำรวจตชด.คนนี้กล่าวทันทีแรกว่า อย่างแรกคือ ย้ายบ้านให้มาอยู่ใกล้ที่ทำงาน เพื่อความปลอดภัยระหว่างเดินทางมาทำงาน สอง ฝึกซ้อมฟิตร่างกาย เพื่อเตรียมความพร้อมหากต้องต่อสู้กับผู้ก่อกวน โดยเฉพาะการยิงปืนต้องฝึกซ้อมอยู่ตลอดเวลาไม่ให้ขาด ถึงขนาดที่ทางกองร้อยเคยมีนโยบายฝึกยิงปืนให้กับบรรดาภรรยานายทหารเลยทีเดียวเพื่อเป็นการป้องกันตัวไว้ก่อน

"ผมต้องเลิกออกไปเที่ยวข้างนอก ..... เช่นออกไปกินน้ำชาต้องระมัดระวัง มากยิ่งขึ้น เพราะวันนั้นผมจำได้ก่อนวันเกิดเหตุผมไปนั่งกินน้ำชาหลังมัสยิดกรือเซะ เห็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งราว 4-5 คนนั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ เป็นกลุ่มเดียวกันที่บ้าบิ่นบุกเข้าไปในป้อมหวังจะปล้นปืน เผาป้อมและสังหารเจ้าหน้าที่" นายตำรวจรายเดิมเปิดเผย

อีกปัญหาหนึ่งที่เป็นอุปสรรค ..... ในการปฏิบัติหน้าที่ คือ อาวุธยุทโธปกรณ์ไม่พอ

"มีกำลังราว 20 กว่าคน ..... ที่ประจำอยู่ในป้อม แต่เสื้อเกราะมีเพียง 6 ตัว ส่วนปืน ก็ยังใช้ปืนรุ่นเก่าอยู่อย่างเลวสุดน่าจะได้ใช้ เอ็ม 16 มากกว่าใช้ปืนเอชเค เก่าๆ มีน้ำหนักมากขาดความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการใช้งาน อยากให้ผู้บังคับบัญชาอนุญาตให้พกพาปืนพกสั้นเวลาออกไปปฏิบัติงานนอกป้อมด้วย เพราะคล่องตัวกว่าใช้ปืนยาว "

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องหนักใจในการทำงาน ..... คือ การที่ส่วนกลางส่งกำลังสนับสนุนที่เป็น เจ้าหน้าที่จบใหม่จากสถาบันตำรวจ-ทหาร ยังขาดประสบการณ์ในการต่อสู้ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อการ ยิ่งสร้างปัญหามากเพราะน้องใหม่เหล่านี้จะตื่นสนามอยู่เสมอ ระแวงสงสัยเกินเหตุ กลัวเกินความจำเป็น ทำให้เพื่อนร่วมทีมพลอยลำบากไปด้วยที่ต้องมาคอยเป็นห่วง

แต่ไม่ใช่ตำรวจจากส่วนกลาง ..... จะสร้างความหนักใจให้ตำรวจในพื้นที่ฝ่ายเดียว บางครั้งตำรวจในพื้นที่ก็ทำให้ตำรวจส่วนกลางหวั่นใจไม่น้อยที่ต้องเข้าเวรร่วมกัน เพราะไม่รู้ว่าตำรวจคนนั้นเป็นเป้าหมายการลอบทำร้ายจากจากกลุ่มก่อกวนหรือไม่

"นี่คือปัญหาอย่างหนึ่ง ..... ที่ตำรวจจากสองพื้นที่เข้ากันได้ยาก" ตร.ป้อมกรือเซะกล่าว

สำหรับครอบครัว แน่นอนว่า ..... ต้องจากบ้านไปประจำการอยู่ในป้อมนานนับเดือน ชีวิตครอบครัวย่อมเปลี่ยนไป

ภรรยานายตำรวจรายนี้ บอกว่า ..... ก็มีบ้างที่เหงาและคิดถึงสามี หากจะออกไปเที่ยวก็ไปตามลำพังไม่ได้ ต้องออกไปกับบรรดาแม่บ้านตำรวจด้วยกัน ลูกๆ ก็อยากให้พ่อพาออกไปเที่ยวอย่างเด็กๆคนอื่น แต่ก็ทำไม่ได้

"แต่ลูกก็ยังอยากให้พ่อเป็นตำรวจ ..... ถึงแม้จะโดนฟันบาดเจ็บ โดยให้เหตุผลใสๆ อย่างเด็กๆ ว่า "พ่อจะได้ยิงโจร" โดยหารู้ไม่ว่าพ่อเพิ่งจะผ่านการรับมือกับกลุ่มโจรมาแถบจะเอาชีวิตไม่รอด" ภรรยาตร.ป้อมกรือเซะกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

คำถามสุดท้าย เมื่อถามว่า ..... จะเลิกอาชีพนี้หรือไม่ ตำรวจดวงแข็งรายนี้รีบขยับตัวลุกจากเตียงและกล่าวว่า แม้จะผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญและตัวเองได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ยังยืนยันที่จะปราบปรามกลุ่มผู้ก่อกวนให้สิ้นซาก

...................................................................
http://www.manager.co.th/asp-bin/Viewnews.asp?NewsID=4740212075113

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 4/05/2004 08:55 AM


�����Դ��繷��: 25


ข่าวจากรายการย้อนรอย ของ ITV .....
วัยรุ่นที่ถูกจับได้จากเหตุการณ์ลุกฮือโจมตีภาคใต้
เผยได้รับการชักชวนจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลด้วยเงินและ ยาเสพติด
รวมทั้งมีการหลอกให้ใช้เครื่องลางของขลัง
ว่าจะไม่ได้รับอันตรายขณะเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 4/05/2004 10:43 AM


�����Դ��繷��: 26


ส่งนาวิกโยธิน 1กองพันเสริมกำลังดับไฟใต้ ..... กำลังนาวิกโยธิน จากชลบุรี 1 กองพัน ยกพลขึ้นบก เสริมกำลังภารกิจดับไฟใต้ โดยเน้นลาดตระเวนพื้นที่ตะเข็บเทือกเขาสันกลาคีรี ขณะที่ ครู 3 จ.ชายแดนใต้ มีมติ ยื่นหนังสื่อ ถึงนายกฯขอบรรจุครูอัตราจ้างสอนในพื้นที่ แทนสอบบรรจุครูจากทั่วประเทศ

วันนี้(4 พ.ค.) ..... มีรายงานข่าว เกี่ยวกับการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กำลังนาวิกโยธิน จากกองบัญชาการต่อสู้อากาศและรักษาชายฝั่ง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน 1 กองพัน พร้อมอาวุธ ยุทธโธปกรณ์ ได้ยกพลขึ้นบก ที่บริเวณหาดชลาทัศน์ อ.เมือง จ.สงขลา โดยมุ่งหน้าเดินทางไปยังค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมือง จ.นราธิวาส เพื่อเป็นกำลังสนับสนุนเสริมภารกิจดับไฟใต้ โดยมุ่งเน้นในการออกลาดตระเวนพื้นที่ตะเข็บรอยต่อ ของเทือกเขาสันกลาคีรี ตั้งแต่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา จรดแดน จ.นราธิวาส โดยกองกำลังดังกล่าว มีรายงานว่า เป็นการร้องขอกำลังสนับสนุนจาก กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า และเป็นกำลังทางลับ โดยเจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้สื่อมวลชน ทำการบันทึกภาพ

ส่วนการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ..... วันนี้ กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ได้มีหนังสือแจ้งถึงประชาชนผู้หวังดีและร่วมแจ้งเบาะแสผ่าน หมายเลข 1341 ให้แจ้งชื่อและกลุ่มผู้ต้องสงสัยให้ชัดเจน เนื่องจากขณะนี้ ได้มีการแจ้งข่าว ในลักษณะข่าวลวง ทำให้เจ้าหน้าที่สับสนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

ด้านผลการประชุมผู้บริหารสถานศึกษา ..... ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุด ที่ประชุมได้มีมติที่จะเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ให้พิจารณาบรรจุครูอัตราจ้างสอนชั่วคราว ที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่แล้ว เป็นข้าราชการครู แทนการสอบคัดเลือกบรรจุครูจากทั่วประเทศ เข้ามาทดแทนครูที่ขาดแคลน กว่า 1 พันอัตรา เนื่องจากครูเหล่านี้ พร้อมปฎิบัติหน้าที่อยู่แล้ว รวมทั้งไม่ต้องกังวลว่าจะขอย้ายออกนอกพื้นที่อีก โดยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีครูอัตราจ้างสอนถึง 700 คน โดยเฉพาะในเขตการศึกษา 3 สงขลา จำนวน 155 คน ยังขาดสวัสดิการและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งที่ยังปฎิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันที่ 6-8 พ.ค.ซึ่งนายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทาง ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครูจะส่งตัวแทนเข้ายื่นข้อเรียกร้องต่อ นายกรัฐมนตรี และหากไม่สามารถยื่นข้อเรียกร้องได้ ก็จะมีแผนสองที่จะดำเนินการต่อไป พร้อมกับ ยืนยันว่า จะไม่ให้กระทบต่อการเปิดการเรียน ที่จะเริ่มขึ้นวันที่ 10-17 พ.ค.นี้

....................................................................
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.asp?NewsID=2000000056183

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 4/05/2004 04:39 PM


�����Դ��繷��: 28


เผยโฉมนักรบในเงามืด พร้อมยุทโธปกรณ์ไฮเทค

"อาร์ดีเอฟ" ..... นักรบในเงามืด ซุ่มโจมตี-เคลื่อนที่เร็ว เผยโฉมนักรบในเงามืด พร้อมยุทโธปกรณ์ไฮเทค สำหรับปฏิบัติการ ในยามวิกาล แผน "เกลือจิ้มเกลือ" ของทหารที่งัดออกมาใช้กับกลุ่ม คนร้ายที่นิยมก่อเหตุแบบ "กองโจร" โดยเฉพาะ

ภารกิจหลักของหน่วยอาร์ดีเอฟ ..... คือ การส่งกำลังเคลื่อนที่เร็วรุด เข้าไปควบคุมสถานการณ์ความรุนแรง ซึ่งถ้าจะเรียกหน่วยรบนี้ว่าเป็น "หัวหมู่ทะลวงฟัน" ก็คงไม่ผิดนัก

หลังสิ้นเสียงกัมปนาทจากปากกระบอกปืน ..... และกลิ่นเลือดอันคาวคละคลุ้ง ท่ามกลาง ซากศพกว่า 100 ชีวิตของกลุ่มโจรก่อการร้าย ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจาณ์ นานาทัศนะ ถึงความเหมาะสมและความชอบธรรมในปฏิบัติการนองเลือดเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ซึ่งทำให้ผู้คนในสังคมอดกังวลใจไม่น้อยว่า เหตุการณ์ความเป็นไปต่อจากนี้จะมีโฉมหน้าอย่างไร

ทั้งนี้ แม้จะมีเสียงตำหนิ ..... ถึงการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามกลุ่มโจรที่หลบซ่อนในมัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี ที่ถือว่าเป็นศาสนสถานสำคัญยิ่งของชาวมุสลิมจนหวั่นกันว่าอาจเป็นเหตุ "น้ำผึ้งหยดเดียว" นำไปสู่ความแตกแยกทางศาสนา แต่ก็ต้องขอแสดงความชื่นชม และไว้อาลัยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่ต้องสละชีพเพื่อชาติครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

๑ / ๕

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 4/05/2004 06:04 PM


�����Դ��繷��: 29


เผยโฉมนักรบในเงามืด พร้อมยุทโธปกรณ์ไฮเทค ... ต่อ

ปฏิบัติการตอบโต้กลุ่มโจร ..... จนเกิดความสูญเสียยับเยินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มีองค์ประกอบสำคัญมาจากการให้เบาะแสของชาวบ้านในพื้นที่ที่เริ่มให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น และการส่งกำลังเข้าไปเตรียมพร้อมในพื้นที่แทนการตั้งรับในป้อมยามและค่ายทหารแบบเดิม

หนึ่งในหน่วยรบที่สร้าง "จุดเปลี่ยน" ..... ให้เกิดขึ้นในสงครามแย่งชิงมวลชนครั้งนี้ คือ หน่วยอาร์ดีเอฟ (แรพิด เดสทรอย ฟอร์ซ) ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษที่รับหน้าที่ซุ่มโจมตี เคลื่อนที่เร็วเข้าปะทะกับกลุ่มโจรโดยเฉพาะ

จุดเด่นของหน่วยรบชุดนี้ ..... คือ มีอาวุธยุทโธปกรณ์ไฮเทคครบครัน ทั้งหน้ากากซึ่ง ติดตั้งลำกล้องอินฟราเรด สามารถมองผ่านความมืดได้อย่างชัดเจน และมีความเชี่ยวชาญ การรบในความมืดเป็นอย่างมาก จนได้รับสมญา "นักรบในเงามืด"

นอกจากนี้ ..... ยังมีปืนไรเฟิลติดลำกล้องซึ่งสามารถยิงในระยะหวังผลได้ไกลกว่า 500 เมตร ซึ่งถือเป็นอาวุธสังหารอันทรงประสิทธิภาพสำหรับจัดการกับกลุ่มโจรในระยะไกล ไม่นับอาวุธประจำกายครบมือที่สามารถหยิบฉวยมาใช้ได้ในแต่ละสถานการณ์อีกด้วย

๒ / ๕

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 4/05/2004 06:09 PM


�����Դ��繷��: 30


เผยโฉมนักรบในเงามืด พร้อมยุทโธปกรณ์ไฮเทค ... ต่อ

ลักษณะเด่นอีกประการของหน่วยรบนี้ ..... คือ การเคลื่อนที่เร็วเข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุ ในปฏิบัติการแต่ละครั้งจะสามารถรวมพลและเดินทางไปควบคุมสถานการณ์ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งถือว่ามีความรวดเร็วและคล่องตัวกว่าหน่วยอื่นที่สามารถเคลื่อนกำลังพลได้ในระยะเวลา 48-72 ชั่วโมง

ที่ผ่านมากองกำลังดังกล่าว ..... จะกระจายอยู่ในค่ายทหารทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยจะประจำอยู่ที่กองทัพบก 1 กรม และประจำตามกองทัพภาคต่างๆ อย่างละ 1 กองพัน แต่หลังจากมีเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นในพื้นที่ มีรายงานว่ากองทัพได้ส่งหน่วยรบนี้เข้าไปเสริมในพื้นที่เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหลายกองพัน

ภารกิจหลักของหน่วยอาร์ดีเอฟ ..... คือ การส่งกำลังเคลื่อนที่เร็วรุดเข้าไปควบคุมสถานการณ์ความรุนแรง ซึ่งถ้าจะเรียกหน่วยรบนี้ว่าเป็น "หัวหมู่ทะลวงฟัน" ก็คงไม่ผิดนัก

การปฏิบัติงานด้วย ยุทธวิธีเช่นนี้ ..... เป็นการแก้ลำปฏิบัติการ ของกลุ่มโจร ที่มักจะลงมือเป็น กลุ่มย่อยพร้อมกันหลายๆ จุด เมื่อลงมือเสร็จจะแยกย้าย หนีหายเข้าไปในชุมชนอย่างรวดเร็ว

๓ / ๕

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 4/05/2004 06:11 PM


�����Դ��繷��: 31


เผยโฉมนักรบในเงามืด พร้อมยุทโธปกรณ์ไฮเทค ... ต่อ

ดังนั้น ..... การตั้งด่านสกัดตามถนนสายหลักจึงไม่ได้ผลมากนัก แต่เมื่อมีการนำ หน่วยเคลื่อนที่เร็วคอยซุ่มโจมตี กลุ่มโจรที่กำลัง หลบหนีอยู่ตามจุดเสี่ยงต่างๆ ทำให้มีประสิทธิภาพในการปราบปรามเพิ่มมากขึ้น โดยเห็นผลได้ชัดเจนจาก การปะทะกันครั้งล่าสุดที่กลุ่มโจรได้รับความสูญเสียเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ..... ผลสำเร็จ ในการปราบปรามครั้งนี้ทางภาครัฐก็ยังไม่อาจลำพองใจจนเกินไปนัก เนื่องจากแหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญ ด้าน ยุทธการในกองทัพบกเตือนสติว่า "ยุทธการครั้งนี้อาจเป็น หลุมพราง ของกลุ่มโจรที่กำหนดให้เป็น วันเริ่มต้นของแผนบันได 7 ขั้น สู่ปฏิบัติการขั้นแตกหักในการแบ่งแยกดินแดน"

ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ วิเคราะห์ว่า ..... หากปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นวันเริ่มต้นจริง เท่ากับว่าการจุดชนวนสงครามประชาชนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งทางการจะต้อง ติดตามความเคลื่อนไหว แบบเกาะติดชนิดห้ามกะพริบตา เพราะเป็นไปได้มากว่าปฏิบัติการครั้งนี้กลุ่มโจร มีความจงใจพลีชีพเพื่อจารึกชื่อของตนลงในประวัติศาสตร์ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน

โดยในอดีต ปฏิบัติการแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยที่กลุ่มโจรคอมมิวนิสต์ได้ลงมืออุกอาจด้วยการยิงเจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิตหลายนายในพื้นที่ จ.สกลนคร ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังได้รับการกล่าวขานว่า "วันเสียงปืนแตก" มาจนบัดนี้

๔ / ๕

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 4/05/2004 06:14 PM


�����Դ��繷��: 32


เผยโฉมนักรบในเงามืด พร้อมยุทโธปกรณ์ไฮเทค ... ต่อ

ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ ..... ให้ภาพเครือข่ายของขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ว่า จากการติดตามและ ประเมินสถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่มาโดยตลอดพบว่า นอกจากกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการฝึกฝน มาอย่างดีจากกลุ่มก่อการร้าย ในต่างประเทศเป็น จำนวนหลายร้อยคนแล้ว ขบวนการนี้ยังสร้างแนวร่วมเพื่อก่อเหตุ ความวุ่นวายในพื้นที่ เป็นจำนวนมากอีกด้วย

กลุ่มแนวร่วมพวกนี้ ..... ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่ขาดการศึกษา และติดยาเสพติด โดยจะถูกว่าจ้าง ด้วยยาเสพติดทั้งยาบ้า และยาอีให้ออกมาก่อเหตุ ถ้าไม่ต้องการยาก็จะได้รับค่าจ้างรายละ 500-1,000 บาทต่อครั้ง

สำหรับเครือข่ายเหล่านี้ ..... จากการวิเคราะห์ของกองทัพเชื่อว่า แต่ละหมู่บ้านจะ มีแนวร่วมดังกล่าวแห่งละประมาณ 10-20 คน เมื่อคำนวณคร่าวๆ จะมีเกือบ 5,000 คน

ดังนั้น ..... ตำรวจและทหารในพื้นที่จะต้องรับศึกหนักกับการก่อเหตุความวุ่นวายอย่างแน่นอน ซึ่ง ณ ขณะนี้หน่วยข่าวทุกหน่วยต่างพยายามหาเบาะแสเพื่อติดตามและกดดันเครือข่ายเหล่านี้อย่างเร่งด่วน เพราะหวั่นใจว่ากลุ่มแนวร่วมเหล่านี้จะพัฒนาไปสู่กลุ่มติดอาวุธและใช้มาตรการตอบโต้ด้วยความรุนแรง เลียนแบบกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติ โดยเฉพาะ "ระเบิดพลีชีพ" ที่ถือว่ามีความน่าสะพรึงกลัวมากที่สุด

๕ / ๕

.................................................................
ที่มา ..... http://www.komchadluek.com/column/scoop/2004/05/04.php

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 4/05/2004 06:19 PM


�����Դ��繷��: 34


ดูข่าวจาก ที.วี. .....
เห็นขบวนรถไฟที่บรรทุกทหาร และ อาวุธหนักเบามากมาย
ถ้าไม่รู้ว่าเค้าจะไปทำอะไรที่ไหน มีหวังคิดว่า บ้านเราจะมีสงครามใหญ่แน่ๆ

แต่คิดว่า .....
คงแค่เจตนาแสดงแสนยานุภาพ ให้ต่างชาติเห็น
เพื่อไม่ให้ต่างประเทศ ที่ต้องการฉวยโอกาส เข้ามาจัดการ
เรื่องผู้ก่อการร้ายสากลฯ ในประเทศของเราได้ง่ายๆ
มิเช่นนั้น ประเทศไทยของเรา คงจะมีเรื่องวุ่นวายมากๆ กว่าที่เป็นอยู่แน่นอน

แต่มีที่ขำๆ .....
เห็นแล้วต้องยิ้มเลย ตรงทหารที่มาจากอุบลฯ เธอเบกเป้ทหารใหญ่โต
แต่ข้างๆ เป้ของเธอมีกระติ๊บข้าวเหนียวท่าทางจะใหม่เอี่ยม ใบย่อมๆ
บางคนก็แบกปี๊บ มีมาหลายใบ ดูหอบกันจนตัวเอียง ไม่รู้ข้างในจะเป็นปลาร้า หรือเปล่า :-)




\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 4/05/2004 06:51 PM


�����Դ��繷��: 35

ผมเป็นห่วงทุกฝ่าย
แล้วพวกเบี้ยเป็นพวกที่สูญเสีย
ตัวการ หรือผู้บังคับการ ไม่มี ใครเสียหายอะไร
ความสงบสันติ เป็นสิ่งที่ผมเรียกร้องจากทุกฝ่าย

    �� : วุฒิชัย     ����� : 4/05/2004 09:37 PM


�����Դ��繷��: 36


แปลกจัง ...?

ผู้จัดการออนไลน์ นำเสนอข่าวว่า .....
กองกำลังดังกล่าว มีรายงานว่า เป็นการร้องขอกำลังสนับสนุนจาก กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า
และ เป็นกองกำลังแบบความลับ โดยเจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้สื่อมวลชน ทำการบันทึกภาพ

แต่ที่ คม ชัด ลึก .....
มีภาพมานำเสนอ แล้วก็เขียนข่าวแบบเชิงวิเคราะห์
คม ชัด ลึก น่าจะได้จากการ Copy ภาพของที.วี. ช่อง 5 ของทหาร

นายกฯล่องใต้ 6 พ.ค.นี้ .....
ก็คงเดินอยู่ท่ามกลางกองทหารประทับอาวุธหนัก
เครื่องบินรบของทหารท่านก็นั่งมาแล้ว
คราวนี้ อาจจะได้นั่งรถถัง หรือไม่ก็รถจี๊บประทับปืนกล ...!!

ช่วงนี้ข้างขึ้น พระจันทร์ก็สว่างๆ ดูสวยๆ .....
ไม่รู้ว่า ท่านนายกฯ จะโรแมนติกด้วย มั๊ยหนอ ...?



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 4/05/2004 10:38 PM


�����Դ��繷��: 37


นายกฯ จำเป็นต้องลงใต้เยี่ยมญาติผู้บริสุทธิ์-ผู้ก่อเหตุ ..... พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วง การลงไปตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เป็นความจริงที่มีหลายฝ่ายได้เตือนเขา ไม่ให้ลงไปในพื้นที่ เพราะทุกคนเป็นห่วง แม้กระทั่งภรรยาและลูก ก็ขอร้องว่า อย่าเพิ่งไปเลย ซึ่งได้บอกว่า ไม่ได้หรอก เพราะการสร้างขวัญกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญ เขาจำเป็นที่จะต้องลงไป เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชน และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมทั้งการไปพบกับผู้ที่เดือดร้อน ญาติของผู้บริสุทธิ์ที่ถูกฆ่าตาย และครอบครัวของผู้ก่อเหตุ เพื่อหาทางให้ประชาชน และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หันหน้าเข้าหากัน หาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในระยะสั้นและระยะยาวไปพร้อมๆกัน

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ..... บางครั้งการที่เราจะรอแก้ปัญหาระยะยาว จะใช้เวลานานเกินไป ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้เขาจะไปดูและตัดสินใจในหลายเรื่อง เพื่อให้แนวทางการแก้ปัญหาชัดขึ้น เราจะต้องแก้ปัญหาให้สงบโดยเร็ว เพื่อความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ..... ขณะนี้ มีรายงานข่าวการก่อความไม่สงบที่จะเกิดขึ้นบ้างหรือไม่

นายกฯกล่าวว่า ..... ไม่มีอะไรหรอก จริง ๆ แล้ว ก็ขอร้องสื่อฯ เลยว่า ให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เขาเข้าใจว่า สื่อฯต้องทำงานทุกวัน บางครั้งเวลามีเหตุเกิดขึ้นก็พยายามเจาะข้อมูล บางทีมันเจาะมากเกินไป จนกลายเป็นประเด็นที่สร้างขึ้นมาจากแหล่งข่าว หรือบุคคลที่ไม่พอใจรัฐบาล จึงพยายามปล่อยข่าวในทางที่เสีย สื่อฯก็เลยกลายเป็นเครื่องมือ เมื่อตกเป็นเครื่องมือแล้ว สิ่งที่สำคัญคือความวิตกตื่นตระหนกที่มีต่อประเทศ สิ่งที่ดีๆเลยติดขัด

อยากขอว่า ..... ข่าวต้องเป็นข่าว ผมไม่เคยต้องการให้มีการปิดบังความจริง และไม่ต้องการให้สื่อฯมาเชียร์รัฐบาล แต่ต้องการความเป็นธรรมของข่าว และพยายามอย่าไปขุดประเด็นในสิ่งที่ไม่ใช่ประเด็น นี่คือจุดที่อยากจะฝากและปัจจุบันสถานการณ์โลกยิ่งแย่อยู่แล้ว ถ้าเรายิ่งไปบวกเพราะกลัวจะไม่แย่ตามเขา อยากแย่ด้วยคน มันไม่ค่อยดี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ..... สื่อต่างประเทศมักลงข่าวของประเทศไทยในด้านลบ โดยระบุว่า มีกลุ่มขบวนการพูโลใหม่เกิดขึ้น

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ..... นี่ยิ่งเลว สื่อต่างประเทศเลวมาก เขาไม่เป็นมิตรกับเราเลย ออกข่าวไม่เป็นมิตรเลย แค่ไม่เป็นมิตร แต่ขอให้เป็นธรรมกับเรา เราก็พอใจแล้ว ไม่ต้องเป็นมิตรหรอก เดี๋ยวจะมาเรียกบุญคุณอีก เอาแค่เป็นธรรมแค่นั้น ยังไม่ให้เลย ให้ความเป็นธรรมไม่ได้ แต่มาอาศัยอยู่แถวกรุงเทพฯ เดินกินเที่ยวอยู่ในนี้ แล้วเขียนข่าวผิดๆ ตลอด ใช้ไม่ได้ มันขาดความรับผิดชอบ จรรยาบรรณในอาชีพมันไม่มี นายกฯ กล่าวว่า คนเรามันต้องมีจรรยาบรรณในอาชีพ จะอะไรก็แล้วแต่ ความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม มันต้องมี ไม่ใช่อยู่ๆ สนุกสนานไปเรื่อย ถึงเวลาต้องทำการบ้านส่งแล้วก็เขียนไปเรื่อย ที่มีการอ้างแหล่งข่าวว่า มีกลุ่มขบวนการพูโลใหม่เกิดขึ้นนั้น มันไม่มีหรอก บ้า มันไม่มีจริงๆ วันนี้ เขาเป็นนายกฯ ข่าวทุกข่าวต้องมาที่เขา ...

บางทีผมอ่านข่าว ก็ตกใจว่า ..... มันมีหน่วยข่าวพิเศษขึ้นมาอีกหรือนี่ ทำไมผมไม่รู้ แต่คนอื่นรู้ วันนี้ประชาคมข่าวในประเทศของเราแข็งแรงขึ้นมาก ทุกเรื่องจะต้องมาที่ผม เรื่องที่มันกุขึ้นมา ก็พยายามสร้างให้มันมีเรื่องขึ้นมาจนได้ อย่างนี้แย่ ไม่รู้จรรยาบรรณหายไปไหนหมด


ผู้สื่อข่าวถามว่า ..... การเดินทางมาหารือของรองนายกฯ ด้านความมั่นคงของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการหารืออะไรบ้าง เพราะมีสำนักข่าวต่างประเทศ ไปรายงานนอกเหนือจากประเด็นที่โฆษกรัฐบาลแถลงข่าว

นายกฯกล่าวว่า ..... ไม่มีอะไร ทางมาเลเซียพยายามที่จะให้ความร่วมมือ เพราะเขามีประสบการณ์อย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ของเขาเคยเกิดมาแล้ว ในลักษณะที่เจ้าหน้าที่รัฐปิดล้อมผู้ก่อความไม่สงบก็เคยเกิดมาแล้ว เลยมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังว่าการดึงคนมาเป็นแนวร่วมทำได้อย่างไร เขายินดีที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเจ้าหน้าที่ของเรา จึงให้รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นแกนกลาง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ส่วนการออกมาเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน ในประเทศมาเลเซีย ที่เรียกร้องให้รัฐบาลมาเลเซีย กับกลุ่มประเทศมุสลิม ประท้วงการใช้ความรุนแรงของรัฐบาลไทยต่อเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่าเป็นเรื่องธรรมดาอย่าไปใส่ใจมาก เขาก็เป็นอย่างนี้

เมื่อถามถึงความร่วมมือ ..... ในการขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับทางการมาเลเซีย

นายกฯกล่าวว่า ..... ขณะนี้กำลังสืบกันอยู่ ซึ่งเราได้ส่งบัญชีรายชื่อไปให้เขาแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ที่เราให้เราให้หลักฐานและหมายศาลที่ชัดเจนนั้นมีประมาณ 11 คน ซึ่งทางการมาเลเซียกำลังติดตามอยู่ พวกนี้บางทีก็หลบไปหลบมาอยู่แถวนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ..... มีรายงานข่าวว่า สามารถจับกุมชาวอินโดนีเซีย ที่เข้ามาเคลื่อนไหวก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ได้

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ..... รัฐบาลกำลังติดตามพฤติกรรมของคนต่างชาติ ที่เข้ามาฝังตัวอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากคนไหนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเราสามารถดำเนินคดีได้ เราก็จะทำ หรือผลักดันให้ส่งกลับประเทศเขาไป ... สำหรับการก่อเหตุรายวันในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ลดน้อยลงไปแล้ว และอย่าลืมว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา มีบุคคลที่หนีไปได้หลายคน และในส่วนของเยาวชน ที่ถูกชักจูงให้ก่อเหตุนั้น เขาพร้อมที่จะส่งเรียนหนังสือและฝึกอาชีพ ให้มีงานทำ ซึ่งการลงพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ ก็จะมีการพูดคุยกันเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ .....
ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ได้เสนอแนวทางในการแก้ปัญหา
พื้นที่ภาคใต้ 7 ประการ จะนำมาพิจารณาหรือไม่


นายกฯกล่าวว่า ..... เวลานี้มันอย่างว่า กองเชียร์ใครอยากจะพูดอยากจะแนะอะไร เราก็ฟังทั้งนั้น แต่บางครั้งรัฐบาลอยู่กับข้อมูล ข้อเสนอแนะบางครั้ง ถ้ามันตรงกับข้อมูลของเรา ชั่งน้ำหนักใช่ เราก็ทำ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณในข้อเสนอแนะ และตั้งใจให้ข้อแนะนำ ส่วนคนที่วิจารณ์มันอยู่นอกข้อมูล แต่รัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟัง

ต่อข้อถามว่า ศ.นพ.ประเวศ ได้เตือนว่า ..... นายกฯไม่ควรจะพูดเกี่ยวกับเรื่องภาคใต้มากเกินไป เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ..... ผู้ใหญ่ห้ามก็ต้องฟัง แต่ถ้าเขาไม่พูดแล้วใครจะพูดล่ะ

เมื่อถามว่า ..... มีการมอบหมายให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รองนายกฯ เป็นผู้ชี้แจงทำความเข้าใจ จุดยืนของรัฐบาลต่อกลุ่มประเทศมุสลิม เกี่ยวกับเหตุการณ์ภาคใต้ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา

นายกฯกล่าวว่า ..... จุดยืนของเราคือความเป็นจริง เพราะเวลานี้ ความเป็นจริงมันไม่จริง ขนาดโจรถือมีดยังกลายเป็นถือกริชเลย ใช้คอมพิวเตอร์ลบตัดต่อภาพ มันเป็นเรื่องที่ต้องเรียกหาว่าต้องการอะไร ... เกลียดผมมากเหรอ แต่อย่าเกลียดประเทศไทยก็แล้วกัน ถ้าใครจะเกลียดผม ถ้าจะทำร้ายตัวผมไม่เป็นไร แต่ถ้าทำร้ายผมแล้วติดประเทศไปด้วย อันนี้แสดงว่า คุณได้ทำร้ายแผ่นดินเกิด จึงขอให้ทุกคนตระหนักและสำนึกในจุดนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ..... ได้สอบถามไปยังสื่อฯที่เสนอภาพดังกล่าวหรือไม่ว่า มีจุดประสงค์อะไร

นายกฯกล่าวว่า ..... เราไม่มีกฎหมายแล้ว ตอนนี้ ทุกอย่างอยู่ที่จิตสำนึกและจรรยาบรรณของคน ต้องมีกลไกควบคุมกันเอง ขนาดอย่างนี้ยังบอกว่า ประเทศไทยไม่มีเสรีภาพ ...

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวถึง ..... การตั้งคณะกรรมการอิสระไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะว่า ได้มอบหมายให้คณะกรรมการชุดดังกล่าว ไปดำเนินการสอบสวนให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน แต่หากได้ข้อมูลยังไม่ครบถ้วน ก็สามารถขยายระยะเวลาต่อไปอีกได้

นายกฯเยี่ยมชาวบ้าน"สุโสะ"ก่อนเป็นแห่งแรก .....

วันนี้ 6 พ.ค. 2547 เวลา 13:32 น. ..... ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับกำหนดการเดินทางมาเยือนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่างวันที่ 6- 8 พฤษภาคม ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะนั้น จากการตรวจสอบพบว่า จุดแรกที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางเข้าไปตรวจเยี่ยมในช่วงบ่าย คือ บริเวณจุดที่เกิดเหตุที่ถูกคนร้ายซุ่มโจมตีจุดบริการประชาชนในอ.สะบ้าย้อย จากนั้นจะเดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านสุโสะ ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย เพื่อพบกับญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตทั้ง 19 คน

สำหรับบรรยากาศของการเตรียมการต้อนรับนั้น พบว่า ..... มีการเคลียร์พื้นที่และจัดกำลังรอต้อนรับคณะนายกรัฐมนตรีอย่างคึกคัก ซึ่งมีกำลังทั้งทหาร และตำรวจจำนวนมากเริ่มเข้าดูแลความปลอดภัย พร้อมเคลียร์เส้นทางจากบริเวณจุดที่เกิดเหตุจากตัวอ.สะบ้าย้อย ถึงบ้านสุโซะราว ซึ่งมีระยะทางประมาณ 20-30 กม. มีการประสานงานที่ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า คณะนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาตรวจเยี่ยมในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จึงได้จัดกำลังดูแลความปลอดภัยร่วมกับหน่วยอื่นอย่างเต็มที่แล้ว รวมทั้งเคลียร์พื้นที่ตลอดเส้นทางที่เดินทางไปยังหมู่บ้านดังกล่าว แต่แผนเด็ดในการดูแลความปลอดภัยต่างๆนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด สำหรับเส้นทางที่เดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านดังกล่าว พบว่า เป็นเส้นทางลาดยาง สลับด้วยถนนลูกรังเป็นระยะๆ ส่วนใหญ่ถนนมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อเกือบตลอดเส้นทาง ขณะที่ข้างทางเป็นป่าละเมาะที่ค่อนข้างเปลี่ยวเกือบตลอดเส้นทางด้วย

นายกฯขึ้นเครื่องไปหาดใหญ่ ..... เวลา 13:49 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ... พร้อมด้วยนายวัฒนา เมืองสุข รมว.พาณิชย์ ... นายเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตร ... นายยงยุทธ ติยะไพรัช เลขาธิการนายกฯ ... นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกประจำสำนักนายกฯ ... นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ... และนายรุ่ง แก้วแดง ผู้ช่วยรัฐมนตรี ได้เดินทางด้วยเครื่องบินเจ๊ทสตรีม ออกจากสนามบิน ขสทบ.เมื่อเวลา 13.00 น. ไปลงยังสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา

โดยก่อนขึ้นเครื่องนายกฯกล่าวว่า ..... การเดินทางไปใต้ครั้งนี้ ไม่ได้กำหนดในเรื่องกำหนดการและสถานที่ตายตัวก็แล้วแต่จะเดินทางไปเรื่อย ยังไม่รู้เดี๋ยวนั่งรถไปเดินทางไปก็จะดูว่าจะไปที่ไหนบ้าง ลงสนามบินหาดใหญ่ จะเดินไปตามเส้นทางเรื่อยๆ นอกจากนี้ นายกฯเปิดเผยว่าวันนี้รู้สึกไม่สบาย เพราะเมื่อเช้าฝนตกแต่เช้ารู้สึกมึนหัวนิดหน่อย

เมื่อถามว่า ..... คืนนี้ จะมีการนอนค้างที่ไหนบ้าง

นายกฯ กล่าวว่า ..... พื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้น่านอนทุกจังหวัดแหละ

เมื่อถามว่า ..... ในวันนี้เห็นมีข่าวว่านายกฯ จะนอนที่มัสยิด สลับกับที่วัด

นายกฯ กล่าวว่า ..... มิสยิดเขาไม่ให้นอน เพราะเขามีกติกาของเขาอยู่เพราะเราเป็นคนละศาสนากับเขา แต่ถ้าจะไปเยี่ยมได้ แต่ที่วัดเขาให้พักได้อยู่แล้ว

ด้านนายจักรภพ เปิดเผยว่า ..... คืนนี้นายกฯมีกำหนดการณ์จะนอนที่ จ.ยะลา และวันพรุ่งนี้จะนอนที่ จ.นราธิวาส แต่กำหนดการณ์ในวันต่อไปยังไม่ทราบแน่ชัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ..... ก่อนขึ้นเครื่องนายกฯหันมาบอกกับผู้สื่อข่าวเป็นภาษาอังกษฤว่า ... See you Again Monday

..............................................................
http://www.bangkokbiznews.com/bknews/read.php?newsid=8683

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 6/05/2004 02:33 PM


�����Դ��繷��: 38


"น.พ.ประเวศ วะสี" ..... วิเคราะห์ 7 ปมสาเหตุแห่งความรุนแรงภาคใต้ ระบุเหตุนิดเดียวทำให้เกิดเรื่องถล่มทลายแบบปรากฏการณ์ "ผีเสื้อกระพือปีก" ได้ เตือน"ทักษิณ" ใช้สัมมาวาจา อย่าส่งสัญญาณรุนแรง แนะรีบถอนทหารไทยออกจากอิรัก วางประเทศเป็นมิตรมุสลิมพร้อมกับสหรัฐ

"ประเวศ"ชี้ 7สาเหตุใต้รุนแรง ..... เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม น.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ได้เขียนบทความเรื่อง ความรุนแรงที่ภาคใต้ สาเหตุและวิธีแก้ไข ตอนหนึ่ง ระบุว่า การมองปัญหาภาคใต้ไม่ควรมองแบบตายตัวแยกส่วนว่าเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องมองแบบอิทัปปัจจยตา คือมองการเกิดขึ้นเพราะมีปัจจัยหลายอย่างพร้อมกัน เพราะในระบบที่ซับซ้อน แม้เหตุน้อยนิดก็ทำให้เกิดเรื่องแบบถล่มทลายได้ เรียกว่า "ปรากฏการณ์ผีเสื้อกระพือปีก"

น.พ.ประเวศระบุว่า ..... สาเหตุแห่งความรุนแรงในภาคใต้ มี 7 ประการ คือ
1. ความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์
2. ความขัดแย้งระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่น กับการรวมศูนย์อำนาจของราชการส่วนกลาง
3. สปิริตแห่งการแบ่งแยกดินแดน
4. การวางตำแหน่งของประเทศที่ผิดพลาดท่ามกลางความขัดแย้งโลก
5. การขาดสัมมาวาจาของนายกรัฐมนตรี
6. ขาดการใช้สันติวิธี และ
7. ผลของการศึกษาที่ไม่เข้าใจความเป็นมนุษย์

ระบุ"ทักษิณ"ขาดบารมีเรื่องวาจา ..... ในประเด็นการขาดสัมมาวาจาของนายกรัฐมนตรี น.พ.ประเวศระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นคนขาดวาสนาบารมีในเรื่องวาจา เป็นคนที่พูดแล้วทำให้เกิดเรื่อง ทั้งนี้ควรยึดวจีสุจริตตามพุทธพจน์ ประกอบด้วย จะพูดอะไรต้องเป็นความจริง มีที่มา มีที่อ้างอิง .. พูดเป็นวาจา .. พูดถูกกาลเทศะ แม้เป็นความจริงถ้าไม่ถูกกาลเทศะ ก็ไม่พูด และพูดแล้วต้องเกิดประโยชน์ พูดแล้วเกิดโทษก็ไม่พูด

น.พ.ประเวศระบุ ..... สังเกตการพูดของนายกรัฐมนตรีแล้ว จะเป็นปัญหามากกว่า พูดแล้วทำให้เกิดเรื่อง เป็นผู้นำต้องไม่ให้สัญญาณความรุนแรง อำนาจรัฐนั้นนิยมใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว ถ้าผู้นำให้สัญญาณความรุนแรง อำนาจรัฐก็จะใช้ความรุนแรงเกินขอบเขต ก่อเวรก่อกรรมต่อไปเป็นอันมาก

น.พ.ประเวศเสนอด้วยว่า ..... รัฐบาลต้องวางตำแหน่งของประเทศไทยเสียใหม่โดยเร็ว โดยรีบถอนทหารไทยออกจากอิรัก ประกาศอย่างหนักแน่นว่าประเทศไทยเป็นมิตรกับมุสลิมและกับอเมริกา จัดให้มีการประชุมเรื่องสันติภาพอย่างต่อเนื่องโดยเชิญนักวิชาการอเมริกันและนักวิชาการมุสลิมที่ใฝ่สันติภาพเข้ามาคุยกันในประเทศไทยเนืองๆ ... จะได้ผลไม่ได้ผลก็แล้วแต่เหตุปัจจัย แต่เป็นการจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของประเทศไทยให้ชัดเจน การที่จะไม่ถูกกระทำโดยประเทศมหาอำนาจนั้นยากนักหนาต้องมีความพยายามมากเป็นพิเศษที่จะทำให้คนไทยเข้าใจสถานการณ์โลก และมีความเป็นเอกภาพในแนวนโยบายของเรา

..........................................................
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon.php?s_tag=01p0102060547&show=1&sectionid=0101&day=2004/05/06

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 6/05/2004 03:37 PM


�����Դ��繷��: 39

[size=5]ว่าด้วยเรื่อง "ปากกับแม้ว"[/size]

"ปากเป็นเิอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี"
"ปากเป็นเิอก เลขเป็นโท โม้้เป็นแม้ว"

"อันอ้อยตาล หวานลิ้น แล้วสิ้นซาก
แต่ลมปาก หวานหู ไม่รู้หาย
แม้นเจ็บอื่น หมื่นแสน จะแคลนคลาย
เจ็บจนตาย นั้นเพราะเหน็บ ให้เจ็บใจ"

อันน้ำตาลหวานลิ้น แล้วสิ้นซาก
แต่น้ำหมาก เปลอะถึงหู ไม่รู้หาย
รสปะแล่ม ชิมสักนิด จักสบาย
โดนเตะตาย ยังสนุก สุขจริงจริง

    �� : พี่เก่ง     ����� : 6/05/2004 05:33 PM


�����Դ��繷��: 40

"ปากปราศัย น้ำใจเชือดคอ"
"ปากปราศัย โมบายล์เชิดเงิน"

"เล่นกับหมา หมาเลียปาก เล่นกับสาก สากต่อยหัว
"เล่นกับแม้ว แม้วด่ากราด เล่นกับสาก สากต่อยหัว"

"อ้อยเข้าปากช้าง"
"ปิ๊กเข้าปากแม้ว"

"ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก"
"ละเลงแปรรูปการไฟฟ้าด้วยหุ้น"

    �� : พี่เก่ง     ����� : 6/05/2004 05:34 PM


�����Դ��繷��: 41


ปลดปล่อยปัตตานี ขบวนการแบ่งแยกดินแดน [1]

วันเสียงปืนแตก 28 เม.ย. 2547 ..... ได้คร่าชิวีตกองกำลังวัยรุ่นติดอาวุธไปถึง 107 ศพ เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจพลีชีพ 5 นาย รุนแรงที่สุดรองจากเหตุการณ์ "ดุซงญอ" หน้าสุเหร่าตือกอ เมื่อปี 2491 ซึ่งชาวบ้านใน จ.ปัตตานี ล้มตายกว่า 400 คน ชนวนเหตุเพราะรัฐบาลไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่ของชาวมุสลิม ขณะเดียวกันก็มีความพยายามแบ่งแยก จ.ปัตตานี ออกเป็นรัฐอิสระ พร้อมๆ กับมีกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เข้าแทรกแซงก่อนและหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น

ความพยายามแบ่งแยก จ.ปัตตานี ..... ยังมีอย่างต่อเนื่อง เป็นแนวคิดที่หยั่งลึกอยู่นานนับร้อยปี แม้ปัจจุบันรัฐบาลภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะออกมาลดกระแสความเชื่อดังกล่าวด้วยว่า กลุ่มก่อเหตุเป็นเพียงผู้เสียผลประโยชน์จากธุรกิจเถื่อนและพ่อค้ายาเสพติด แต่หน่วยงานด้านข่าวกรองทั้งฝ่ายตำรวจและทหารต่างยืนยันว่า แนวคิดแบ่งแยกดินแดนได้ถูกปลูกฝังให้เยาวชนควบคู่กับการใช้เงินหว่านและยาเสพติดเข้าล่อ ให้เยาวชนออกมาเคลื่อนไหวก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

ที่สำคัญการปลูกฝังแนวคิดนี้ ..... มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น นักวิเคราะห์ทางทหารและหน่วยข่าวกรอง รวมถึงการประเมินของ กอ.รมน.ที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ดูแลอยู่ เชื่อว่าเหตุการณ์นองเลือดในวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นเพียงการเริ่มต้นของ "การก่อการร้ายเต็มรูปแบบ" ซึ่ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กังวลใจมากที่สุด

เชื่อว่าจะรุนแรงถึงขั้นระเบิดพลีชีพ ..... หากรัฐควบคุมสถานการณ์ไม่ได้หรือมองการแก้ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนเพียงแค่โจรติดยา ปราบปรามผู้เสียผลประโยชน์ แบบอาชญกรรมปกติ

ในยุคที่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ..... ในเดือน ม.ค. 2541 มีการจับกุมแกนนำคนสำคัญของขบวนการก่อการร้ายภาคใต้ประกอบด้วย นายหะยีดาโอ๊ะ ท่าน้ำ, นายหะยีบือโค เบตง, นายหะยีสะมะแอ ท่าน้ำ, นายอับดุล เราะห์มาน บิน อับดุล กาเด และนายยามี มะเซะ โดยตั้งข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ, อั้งยี่, ร่วมกันสะสมกำลังพลและอาวุธ

จากการสอบสวน ..... พบทั้งหมดเคลื่อนไหวอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเข้าออกระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย มีการซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐและเผาโรงเรียน จำนวนหลายสิบแห่ง การสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เบาะแสหลักฐานจนนำไปสู่การพิจารณาในชั้นศาล จนที่สุดศาลได้ตัดสินประหารชีวิต จำเลย 3 คน แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายอับดุล เราะห์มานและนายยามี มะเซะ ศาลยกฟ้อง ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์

ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ..... เจ้าหน้าที่ตำรวจพบความเชื่อมโยงระหว่างแกนนำทั้ง 5 กับขบวนการก่อการร้าย ข้ามชาติและได้หลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ยืนยันการดำรงอยู่ของแนวคิดเกี่ยวกับการแบ่งแยกรัฐปัตตานี เป็นเอกสารการประชุมร่วมระหว่างแกนนำกลุ่มก่อการร้าย 8 กลุ่ม เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2540 หรือ 7 ปีที่ผ่านมา ที่รัฐหนึ่งของประเทศเพื่อนบ้าน มีเนื้อความสรุปได้ดังนี้

"พวกเราในนามและนักต่อสู้ของขบวนการเบอร์ซาตูเอกราชปัตตานี ..... และคณะกรรมการการประชุมประชาชนชาวมลายูปัตตานี ได้ถือโอกาสให้การก่อตั้งสภาการประชุมประชาชนชาวมลายูปัตตานี บรรลุถึงเป้าหมายในการพลีชีพต่อประชาชาติอิสลามทั้งมวล และบรรดาผู้ให้การสนับสนุนในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยจากลัทธิจักรวรรดินิยม"

"พวกเราจะทำการพลีชีพ ..... เพื่อต่อต้านจักรวรรดินิยมของพวกนอกศาสนา ...ความสำเร็จหรือความปราชัยในการต่อสู้ที่กำลังดำเนินโดยชาติมลายูอิสลามปัตตานีในปัจจุบัน จะเป็นแบบอย่างแก่ประชาชาติทั้งมวล"

"เชื่อว่าไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่จะน่าโศกเศร้ายิ่งไปกว่าการ...ถูกย่ำยี ..... การพลีชีพและการตอบแทนคุณความดีนั้นย่อม จะได้รับการตอบสนองทั้งในโลกนี้และโลกหน้า.... แท้จริงแล้วไม่มีอำนาจใดๆ จะยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งไปกว่าพลังใจในการพลีชีพ เพื่อต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยม การพลีชีพเพื่อประเทศชาติ ศาสนา เป็นการต่อสู้ที่ไม่เคยรู้จักคำว่าปราชัย ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์"

"ขอวิงวอนต่ออัลเลาะห์ ..... จงเพิ่มพลังใจและการพลีชีพในการปฏิบัติภารกิจและหน้าที่ของพวกเราด้วย" ลงชื่อ ดร.มาฮาดี ตาอู๊ด ประธานขบวนการเบอร์ซาตูและประธานที่ประชุมประชาชนชาวมลายูปัตตานี

หน่วยงานด้านข่าวกรอง ..... ได้เสนอข้อมูลที่พบชิ้นนี้ต่อ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น เพื่อรับทราบความเคลื่อนไหวของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ซึ่งมีความพยายามปลุกกระแสและก่อความวุ่นวายรวมถึงปลูกฝังความคิดดังกล่าวให้กับเยาวชน หลังจับกุมนายหะยีดาโอ๊ะ ท่าน้ำ พร้อมพวก สถานการณ์ทางภาคใต้จึงลดระดับความรุนแรงลง

แต่ยังไม่สงบโดยสิ้นเชิง ..... ยังมีการลอบวางเพลิงและ สังหารเจ้าหน้าที่รัฐทั้งฝ่ายตำรวจและ ทหารประปราย จนถึงรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เหตุการณ์ไม่สงบทางภาคใต้เกิดคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง

หากมองย้อนไปยุคของรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ..... ปี 2504 ครั้งนั้นรัฐบาลได้ใช้นโยบายเปลี่ยนแปลงสถาบันสอนศาสนาอิสลามหรือปอเนาะ เพราะเชื่อว่าปอเนาะไม่ใช่สถาบันสอนศาสนาเพียงอย่างเดียวแต่มีการปลูกฝังวัฒนธรรมและการต่อสู้เพื่อชาติมลายู โดยเปลี่ยนเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาที่รัฐเป็นผู้กำกับดูแล แต่เงื่อนไขบางอย่างปอเนาะไม่สามารถปฏิบัติได้โรงเรียนจึงปิดไปจำนวนมาก พร้อมเกิดความรู้สึกเป็นปรปักษ์กับรัฐบาลมาตลอด

จนเข้ายุคของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ..... มีการใช้นโยบาย 66/23 เพื่อดึงและชักนำชาวมลายูปัตตานีไปสู่การประนีประนอม รวมทั้งยกเลิกการใช้กำลังทหารและตำรวจ เข้าทำร้ายชาวบ้านพร้อมกับเปิดให้มีอิสระในการนับถือศาสนาและศึกษาภาษาไทย ทำให้ลดช่องว่างความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและชาวบ้านได้พอสมควร

ปัจจุบันความพยายามในการแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดภาคใต้เป็นอิสระ ..... ถูกรัฐบาลตรวจสอบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ 32 ศพ ที่มัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี ที่อาจมีผู้ไม่หวังดีใช้เป็นเงื่อนไขปลุกระดมชาวบ้านได้ โดยรายงานลับต่อผู้นำรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ..... ดูจะวิตกต่อแนวคิดเรื่องแบ่งแยกดินแดน จึงมีการปรับปรุงหน่วยงานด้านการข่าว ทุ่มงบประมาณเพื่อการพัฒนา การตั้งกองอำนวยการสร้างสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ พล.อ.ชวลิต เป็นผู้รับผิดชอบวางแนวทางการดับไฟใต้ให้บรรลุผลโดยเร็ว

การตายของกลุ่มก่อการร้ายในวันเสียงปืนแตก 28 เม.ย. ..... ได้พิสูจน์การมีตัวตนของพวกแบ่งแยกดินแดนได้ชัดเจน แม้บางส่วนจะเป็นวัยรุ่นที่ถูกจ้างวานและใช้ยาเสพติด แต่ส่วนใหญ่ถูกปลูกฝังเรื่องอุดมการณ์

"บางคนถือมีด ..... วิ่งใส่เจ้าหน้าที่พร้อมตะโกนพลีชีพเพื่ออัลเลาะห์" พยานให้การ

การล้างสมองคนรุ่นใหม่ในจังหวัดชายแดนใต้ กำลังเริ่มต้นขึ้น ..... หากรัฐบาลไม่เชื่อว่าศพที่ล้มตายทั้ง 107 ชีวิต มาด้วยอุดมการณ์ การแก้ปัญหาในอนาคตอาจผิดเพี้ยนจนลุกลาม ควบคุมไม่ได้ ไม่มีใครอยากเห็นผู้ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง มีชัยชนะเหนือแผ่นดินไทยพร้อมประกาศใช้ "รัฐธรรมนูญประเทศมลายูอิสลามปัตตานี" ที่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนร่างไว้เสร็จสิ้นแล้ว พรุ่งนี้มาดูว่า รัฐธรรมนูญ ที่ขบวนการนี้ร่างไว้มีเนื้อหาอย่างไร

....................................................
http://www.komchadluek.com/column/scoop/2004/05/06.php

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 6/05/2004 09:41 PM


�����Դ��繷��: 42


ฆ่าโหดตัดคอ กลางสวนยาง .....
โยนหัวทิ้งข้างถนน จ.ม. ขู่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ ..
โจรใต้โหดฆ่าตัดคอชาวสวนยาง นำหัวทิ้งประจานกลางหมู่บ้าน
พร้อมทิ้งจดหมายขู่ ถ้าพวกมึงจับชาวมลายูผู้บริสุทธิ์ พวกกูก็จะฆ่าพวกไทยพุทธที่บริสุทธิ์

ตำรวจสันนิษฐานสร้างสถานการณ์ให้เกิดความแตกแยกไทยพุทธ-มุสลิม

......................................................
http://www.komchadluek.com/news/2004-05-30/p1-4261740.html

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 30/05/2004 05:38 AM


�����Դ��繷��: 43


เปิดใจ พล.อ. พัลลภ ปิ่นมณี ลาออก .....
หลังจากมีข่าวคราวการลาออกของ พล.อ. พัลลภ ปิ่นมณี ที่เกี่ยวกับความไม่สงบทางชายแดนภาคใต้นั้น คืนนี้ "ถึงลูกถึงคน" จะพาไปถามไถ่ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับการตัดสินใจในครั้งนี้ ร่วมแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ได้ที่นี่ ในรายการ "ถึงลูกถึงคน" เวลา 23.00 น. ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี และติดตามรับฟังการถ่ายทอดสดรายการนี้ ผ่านทางคลื่นวิทยุ FM 100.5 MHz (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) และในต่างจังหวัด รับฟังผ่านทางคลื่นวิทยุ อ.ส.ม.ท. อีกกว่า 50 สถานีทั่วประเทศ

ข่าวล่าสุดรายงานจาก สำนักข่าวไทย .....
“พล.อ.ชวลิต” ยังไม่ทราบเรื่อง “พล.อ.พัลลภ” ลาออกจาก รอง ผอ.รมน. เนื่องจากไม่พอใจผลสอบกรณีกรือเซะ เช่นเดียวกับ “พล.อ.ธรรมรักษ์” ระบุว่า ยังไม่เห็นใบลาออก ชี้ถ้าจริง เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีที่จะยับยั้งหรือไม่

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ..... รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าว พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี รองผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ลาออก เพราะไม่พอใจผลการสอบสวนเหตุการณ์ความรุนแรงที่มัสยิดกรือเซะ ว่ายังไม่ทราบ และไม่ได้คุยกัน แต่ภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการแถลงผลงานในรอบปี 2547 ของ กอ.รมน. อย่างไรก็ตาม ผลสอบไม่มีการระบุเรื่องบุคคล ซึ่งการสอบสวนเป็นเรื่องของกรรมการไต่สวนฯ กรณีกรือเซะ ทั้งนี้ กรรมการไต่สวนฯ ได้มาคุยกับตน ประมาณ 40 นาที พูดถึงแนวทางและหลักการเท่านั้น นายกรัฐมนตรีบอกชัดเจนว่า ไม่ได้พูดถึงความผิดของตัวบุคคล เพียงแต่พูดถึงเรื่องความรู้สึกนึกคิดของหน่วยงานผู้ปฏิบัติการที่ยังปรับกันไม่ดีพอ

รองนายกรัฐมนตรี เชื่อว่า ..... พล.อ.พัลลภ คงไม่ลาออก แต่ถ้าลาออกจริง คงไม่มายื่นกับตน คงเรียนนายกรัฐมนตรีโดยตรง ส่วนข่าวการยกเลิกกฎอัยการศึก และถอนทหารออกจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า หากสถานการณ์เรียบร้อยแล้วสามารถยกเลิกได้ แต่ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่เรียบร้อย ยังไม่มีการพูดกัน ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงทางภาคใต้ที่ยังมีระเบิดเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ นั้น เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาให้จบ เพราะปัญหาพื้นฐานยังมีอยู่ ภายใน 1-2 วันนี้ จะลงไปในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานกรณีที่มีการเข้าใจผิด ในคำสั่งสอนทางด้านศาสนาอิสลาม ของพี่น้องมุสลิมบางคน ตรงนี้จะต้องมีการแก้ไขความผิดพลาดทางความคิด และคำสั่งสอนศาสนา

พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ..... รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์วางระเบิด 4 จุด ที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่าเป็นฝีมือของพวกที่ต้องการสร้างสถานการณ์ ทั้งนี้ กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) ได้พยายามปรับการทำงานให้เป็นเอกภาพมากขึ้น และต้องพยายามคุมพื้นที่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่ที่ทำอยู่เป็นคนละทาง ดังนั้น กอ.สสส.จชต. จึงตั้งขึ้นมาเพื่อทำแผนแก้ปัญหาให้ครอบคลุมทุกพื้นให้ได้ ซึ่งกำลังทำอยู่ในขณะนี้ และเมื่อทำแผนออกมาก็ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ว่าจะปฏิบัติได้แค่ไหน ซึ่งคิดว่าน่าจะดีขึ้น ขณะนี้สภาความมั่นคงแห่งชาติ กำลังร่างแผนอยู่ อย่างไรก็ตาม หากยังคุมพื้นที่ไม่ได้ เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ ได้กำชับไปแล้วว่าต้องคุมพื้นที่ให้ได้

ต่อข้อถามว่า ..... พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ไม่เห็นด้วยกับผลสรุปข้อเท็จจริงของคณะกรรมการอิสระกรือเซะ ที่ระบุเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยจะลาออกจากตำแหน่ง รอง ผอ.กอ.สสส.จชต. พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ และยังไม่เห็นใบลาออก ส่วนจะมีการยับยั้งหรือไม่ เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี ไม่เกี่ยวกับตน อย่างไรก็ตาม ได้อ่านผลสรุปแล้ว ซึ่งคณะกรรมการฯ พูดในลักษณะเป็นกลาง แต่ไม่ยอมพูดถึงกรณีที่ทหารตาย เพราะต้นเหตุที่ต้องระงับ เนื่องจากทหารตาย ทหารจะเข้าไปเจรจา แต่โดนยิงออกมา ซึ่งกรรมการไม่ได้พูดถึง แต่เห็นว่ากรรมการจะมีการสอบต่ออีก

หมายเหตุ ... สงสัยคำพูดของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี จะตรงเกินไป ทางรายการเลยไม่กล้าทำบันทึกไว้อย่างทุกๆ ครั้งที่มีรายการ เลยไม่มีรายละเอียดในการพูดมาโพสให้อ่านนะคะ ถ้าใครอยากดูรายการย้อนหลังก็ไปที่ Link ข้างล่างนี้ แล้วเลือกดูที่ VDO Clip นะคะ


.............................................
ที่มา ..... http://www.mcot.net/tltk/today.php?id=447

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 5/08/2004 12:16 PM


�����Դ��繷��: 44


“ผบ.พัลลภ”ลั่น ไม่ขอข้องเกี่ยวภาคใต้อีก !
พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เปิดใจอีกครั้ง หลังยื่นหนังสือลาออก ไม่ขอเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ภาคใต้อีก ยืนยันกรณี”กรือแซะ”ไม่เกินกว่าเหตุ ย้ำขอกำลังเสริมมาคุมฝูงชนนับพัน ดันส่งมาแค่ 30 นาย จำต้องเร่งเผด็จศึก

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ... รองผู้อำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน.กล่าวในรายการสภาท่าพระอาทิตย์ โดยยืนยันว่า ได้ลาออกจากตำแหน่ง รองผู้อำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (รอง ผอ.สสส.จชต.)แล้ว และจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในภาคใต้อีก ส่วนสาเหตุนั้น หลังจากเหตุการณ์ 28 เม.ย. ที่มัสยิดกรือแซะ ตนโดนย้ายด่วน แต่ก็ได้ประกาศออกมาแต่ต้นว่า จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดเอง จนกระทั่ง ผลรายงานการสอบสวนออกมา รวมทั้งจะมีเอกสารหลักฐานภาค 2 ซึ่งเป็นรายชื่อบุคคลออกตามมาอีก ซึ่งคนแรกคงต้องเป็นตนแน่ ทั้งนี้ หากนายกรัฐมนตรีขอร้องไม่ให้ลาออก คงเป็นอีกเรื่อง ไม่เกี่ยวกัน

พล.อ.พัลลภ ยืนยันว่า ... เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกินกว่าเหตุ เพราะใช้เวลาถึง 9 ชม. ในการปิดล้อม และให้โอกาสแต่คณะกรรมการสอบสวน ไม่เข้าใจยุทธวิธีทางทหาร ซึ่งในข้อเท็จจริงต้องยอมรับว่า โจรก่อการร้ายอยู่ในมัสยิดที่แข็งแรง แม้ใช้อาร์พีจียิงขู่ถึง 4 ลูกไปยังฐานมัสยึด ยังทำอะไรไม่ได้ จึงจำเป็นต้องใช้ระเบิดมือนำไปก่อน ซึ่งคณะกรรมการไม่เข้าใจ แต่เป็นวิสัยของทางการทหาร ก่อนที่จะชาร์ตเข้าไปภายใน แต่หากจะให้โจรก่อการร้ายตายจริงๆในขณะนั้น คงใช้อาร์พีจียิงเข้าไปยังหน้าต่างมัสยิดแล้ว รวมทั้งเมื่อขอกำลังเสริมไป กลับได้มาเพียง 30 คน ซึ่งไม่สามารถควบคุมฝูงชนที่มามุ่งดูได้ ทำให้ต้องเร่งสั่งการ แต่ก็ใช้เวลาถึง 9 ชั่วโมง

“ผมเชื่อว่า ... สิ่งที่ผมทำไป หากไม่ใช้กำลังในวันนั้น จากการสอบสวนคนร้ายที่ถูกจับกุมภายหลัง คนร้ายต้องการใช้จุดดังกล่าวในมัสยิด ก่อม็อบเพื่อทำให้เกิดจลาจลไปทั่วทุกจังหวัดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ แต่ทั้งนี้ ก่อนสั่งการ ได้ชี้แจงการจะเข้าปฏิบัติการณ์กับพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แล้ว แต่ขณะนั้นพล.อ.ชวลิตกล่าวเพียงว่า กำลังจะซ่อมมัสยิด เดี๋ยวก็พังหมด แล้วก็วางหูโทรศัพท์ไป อีกทั้งภายหลัง ได้เข้าชี้แจงกับคณะกรรมการชุดดังกล่าวด้วย”

รองผอ.กอ.รมน. ... ยังกล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ว่า ทางการมาเลเซีย ให้ทัศนะว่า น่าจะใช้เวลาปิดล้อมให้นานกว่านี้นั้น อยากทำความเข้าใจว่า ได้ขอกำลังไปแล้ว แต่ได้มาเพียง 30 นาย ซึ่งไม่สามารถควบคุมฝูงชนเป็นพันๆคนได้ จึงต้องรีบตัดสินใจก่อนที่จะเกิดเหตุบานปลายไปมากกว่านี้ ทั้งนี้ ในมาเลย์ เคยเกิดเหตุโจรก่อการร้าย 14 คน ยึดมัสยิดเช่นกัน แต่เขาส่งกำลังควบคุมฝูงชนมาเร็ว ทำให้ปิดล้อมได้นานแต่ในที่สุด ก็เสียชีวิตทั้งหมด

พล.อ.พัลลภย้ำว่า ... ได้คำนึงถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนมาตลอด ไม่เช่นนั้น
คงไม่ตรึงมัสยิดไว้ถึง 9 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ตนยังอยู่ในตำแหน่งรองผอ.กอ.รมน.


.....................................................
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 สิงหาคม 2547 08:56 น.

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 5/08/2004 12:21 PM


�����Դ��繷��: 45


จากกรณีกรือเซะถึงปัจจุบัน สถานการณ์ 3 จังหวัดยังอันตราย!
โดย ..... คู้บอน คันนายาว


ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ... เมื่อวันอังคารที่ 3 ส.ค.ได้รับทราบ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงที่มัสยิดกรือเซะ ของคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ที่มีนายสุนทร ยงจินดา อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธาน..

สาระสำคัญ ... สุดยอดของผลการตรวจสอบก็คือ “ความรุนแรงและอาวุธที่เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ในการตอบโต้การปฏิบัติของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ โดยเฉพาะการใช้ระเบิดสังหารขว้างเข้าไปในมัสยิดถึง 8 ลูกนั้น ถ้าพิจารณาจากสถานการณ์เวลานี้ น่าจะถือได้ว่าเกินสมควรแ ก่เหตุ...”

และเพราะบทสรุป ... “เกินสมควรแก่เหตุ” นั่นเองที่ทำให้เมื่อวานนี้ (4 ส.ค.)พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รองผอ.รมน.) ตัดสินลาออกจากตำแหน่ง รองผู้อำนวยการกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) และคณะกรรมการกำหนดนโยบายกอ.สสส.จชต.

วันเดียวกับการประชุมครม. ... กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ปฏิบัติการทางการทหาร วางระเบิดก่อกวนถึง 5 จุด ใน 2 จังหวัด( นราธิวาส 4จุด ยะลา 1 จุด)

พล.อ.พัลลภให้ความเห็นว่า ... เหตุการณ์ 28 เม.ย.2547 ที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบสูญเสียไป 100 กว่าศพ ทำให้ขบวนแถวของโจรก่อการร้าย(จกร.)ระส่ำจนเกือบจะวงแตกไปแล้ว แต่เพราะฝ่ายเราไม่ได้ขยายผล ตามไป “ล้างแกน สร้างแกน” ตามหลักงานมวลชน ทำให้ทุกวันนี้จกร.สามารถกลับมาตั้งลำได้อีกครั้ง...

แม้จะถูกจัดให้เป็นนายนทหาร ... “สายเหยี่ยว” แต่การมองปัญหาของพล.อ.พัลลภ โดยเฉพาะที่บอกว่าจกร.กลับมาตั้งลำได้อีกครั้งน่ารับฟัง ตลอดเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายยังสามารถซุ่มโจมตี วางระเบิด ดักฆ่า ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้รายวัน...

ทุกปฏิบัติการ ... ที่เกิดขึ้นรายวัน เป็นคำตอบชัดเจนว่า....การแก้ไขปัญหายังไม่บรรลุเป้า กลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบยังคงอยู่

คำถามที่น่าสนใจก็คือ ... กลุ่มขบวนการเหล่านั้น อยู่ตรงไหน อยู่กันอย่างไร และทำไมถึงยังเหิมเกริม ทายท้าอำนาจรัฐ..!?

เจ้าหน้าที่หน่วยงานข่าวกรองผู้หนึ่งอธิบายว่า ... ปัจจุบันกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมีอยู่ 3 กลุ่มหรือ 3 ระดับ

1) กลุ่มจกร.ที่อยู่ระดับบน
1.1 พวกหนึ่งทำหน้าที่ชี้นำทางความคิด และยุทธวิธีการเคลื่อนไหว ส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ
1.2 พวกหนึ่งเป็นระดับนำของจกร.ภายใต้ชื่อขบวนการต่างๆ อยู่ในประเทศไทยประมาณ 20 – 30 คน
2) กลุ่มเคลื่อนไหว – ปฏิบัติการ กลุ่มนี้ถูกจัดตั้งอย่างหนาแน่นในห้วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ประมาณว่ามีจำนวนเป็นนับพันคน และพวกเขาคือผู้ที่ปฏิบัติการ “รายวัน” อยู่ในขณะนี้ เป็นงานยากลำบากยิ่งที่เจ้าที่จะแยกแยะออกจากชาวบ้านบริสุทธิ์ เพราะพวกเขาอาศัยปะปนอยู่กับคนทั่วไป เหมือนคนทั่วๆไป
3) กลุ่มแนวร่วม กลุ่มนี้มีทั้งวางเฉยและบางครั้งก็เป็นหูเป็นตาให้กับ 2 กลุ่มแรก


กล่าวได้ว่า ... ความผิดพลาด บกแพร่อง และความไม่เป็นเอกภาพของฝ่ายรัฐที่พยายามแก้ไขปัญหา คือเหตุปัจจัยเสริมส่งทำให้การก่อความไม่สงบเพื่อผลประโยชน์ และเพื่อบรรลุการแบ่งแยกดินแดน หรือสถาปนารัฐปัตตานีตามอุดมการณ์เดิมยังดำรงความเป็นขบวนการเอาไว้ได้ เมื่อบวกกับสถานการณ์สากล ยิ่งทำให้กลุ่มจกร.หรือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมีเงื่อนไขปลุกแนวรบของตัวเองให้ตื่นตัวและขับเคลื่อนมวลชนได้ง่ายขึ้น..

พ.ต.ท.ทักษิ ณ ชินวัตร ... นายกรัฐมนตรี พูดในเชิงยุทธศาสตร์ชาติว่าปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องใช้เวลาอีก 3 ปี ในการพัฒนา แก้ปัญหาทั้งระบบ ครบวงจร

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ... รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคงที่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นคนในรัฐบาลที่เข้าใจปัญหาภาคใต้ได้ดีที่สุดประกาศว่า 3 ปีนั้นนานไป จะต้องแก้ให้แล้วเสร็จในปีเดียว...

วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ... บช.ภ.9 ได้บรรจุกำลังตำรวจที่เพิ่งสำเร็จโรงเรียนพลตำรวจ 1,713 นาย กระจายไปใน 3 จังหวัด

ผู้รับผิดชอบ ... ระดับสูงแทบทุกคนมั่นใจว่าสถานการณ์การแก้ไขปัญหาดีขึ้นและดีขึ้น...ดีขึ้นถึงขนาดสามารถหยุดไม่ให้ปฏิบัติการใหญ่ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเกิดขึ้นเป็นซ้ำสอง...

แต่สำหรับปฏิบัติการรายวัน ... เป็นเรื่องที่ผู้รับผิดชอบแทบทุกระดับยอมรับอยู่กลายๆ ว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ...ในขณะที่หลายฝ่ายเห็นว่าความยอมรับเช่นนี้เองที่น่าสะพึงกลัว...เพราะเป็นความยอมรับที่อธิบายความได้เพียงว่า..อำนาจรัฐใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังอ่อนแอ ยังอยู่ในสถานการณ์อันตราย !?

.....................................................
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 สิงหาคม 2547 09:52 น.

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 5/08/2004 12:32 PM


�����Դ��繷��: 46

ขอสนับสนุนการตัดสินใจของท่าน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี .....
และ เป็นกำลังใจให้ท่าน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ด้วยอีกคนนะคะ :-)


โชคดีค่ะ



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 5/08/2004 04:31 PM


�����Դ��繷��: 47


ตาย 6 ศพ ในจลาจลภาคใต้ .....
ผู้ก่อการณ์ 3 พันล้อมโรงพัก มทภ. 4 สั่งสลาย


ม็อบวัยรุ่น-ชาวบ้านกว่า 3 พันคน ฮือล้อม สภ.อ.ตากใบ แค้นเอาผิด 6 ชาวบ้าน กรณีปล้นปืน หวั่นสถานการณ์ลุกลาม ทภ. 4 ตัดใจใช้กำลังสลายการชุมนุม ผลจากการปะทะดับ 6 เจ้าหน้าที่สาหัส 2 รวบ 300 คน นำตัวไปสอบปากคำค่ายททาร "ทักษิณ" บินด่วนลงใต้ ย้ำไทยมุสลิมต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย แม่ทัพภาคที่ 4 ออกประกาศเคอร์ฟิวคุมสถานการณ์ 3 จังหวัด

การดำเนินคดีกับชาวบ้านใน จ.นราธิวาส รวม 6 ราย หลังจากที่เข้าแจ้งความเท็จว่า อาวุธปืนที่ทางการมอบให้ถูกคนร้ายปล้นไป เหตุเกิดวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้กลายเป็นเชื้อปะทุให้สถานการณ์ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส รุนแรงขึ้น เมื่อมีฝูงชนเป็นจำนวนมาก พากันไปชุมนุมที่บริเวณ สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อประท้วงต่อเรื่องนี้ กระทั่งมีการทำลายทรัพย์สินราชการ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมชาวบ้านกว่า 300 คน และผลจาการปะทะกันในครั้งนี้ ทำให้ผู้ชุมนุมเสียชีวิต 6 ราย

ทยอยรวมตัวก่อนมุ่งหน้าเข้าสภ.อ.ตากใบ
ผู้สื่อข่าวนราธิวาส รายงานว่า ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันที่ 25 ต.ค. ได้มีวัยรุ่นและชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) เดินทางมารวมตัวกันในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ รวม 10 จุด คาดว่าจะสูงถึง 10,000 คน คน จากนั้นผู้ชุมนุมทั้งหมด ซึ่งมีทั้งเดินเท้า ใช้รถจักรยายนต์ และรถกระบะเป็นพาหนะ ได้พากันไป สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ทั้งนี้ระหว่างการเดินทางมายังสภ.อ.ตากใบ พ.ต.อ.กมล โพธิยพ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดนราธิวาส ได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่จากทุกฝ่าย ทั้งตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองร่วมพันนาย เข้ามารักษาความปลอดภัยในพื้นที่ อ.ตากใบ และมีการปิดเส้นทางเข้า-ออก ทุกเส้นทางที่จะเข้ามายัง อ.ตากใบ เพื่อสกัดกั้นฝูงชนเดินทางเข้ามาสมทบในพื้นที่เพิ่มขึ้น จนทำให้ในที่สุดเหลือกลุ่มผู้ที่มาชุมชุมเพียง 3 ,000 คน ในขณะที่จำนวนที่เหลือถูกสกัดกั้นไม่ให้เข้ามาในพื้นที่

ขอความเป็นธรรมให้ผู้ต้องหา
ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมที่มารวมตัวกันอยู่บริเวณด้านนอก สภ.อ.ตากใบ มีการนำป้ายข้อความ "ขอความเป็นธรรมให้กับ ชรบ.ทั้ง 6 คน ที่ถูกออกหมายจับในข้อหายักยอกทรัพย์สินของราชการและซ่องซุม" ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กและรถกระบะสายตรวจ มากั้นไม่ให้ชาวบ้านเข้ามาในเขตรั้วของ สภ.อ.ตากใบ ขณะที่มีการชุมนุมอยู่นั้น ทั้ง พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ ผบช.ภ.9 และนายศิวะ แสงมณี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปที่สภ.อ.ตากใบ เพื่อขอเจรจากับแกนนำ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ยอมรับฟัง และตะโกนโห่ไล่อยู่เป็นระยะๆ

รถทหารถูกทุบเสียหาย 2 คัน
มีรายงานว่า ก่อนที่กลุ่มผู้ชุนนุมจะเดินทางมาถึง สภ.อ.ตากใบ มีการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ อาทิ รถฮัมวี ที่ใช้ในราชการถูกของแข็งทุบเสียหาย 2 คัน รถจักรยานยนต์ ของสายตรวจ 191 เสียหาย 1 คัน โดยชาวบ้านได้ใช้ก้อนหินและไม้เป็นเครื่องมือทำลาย อย่างไรก็ตาม ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันรอบนอก สภ.อ.ตากใบ มีการระดมกำลังนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ 300 นาย ทหารกองทัพบก 1,000 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลจาก 12 สภ.อ.ใน จ.นราธิวาส กว่า 300 นาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งหมด มีอาวุธครบมือ กระจายตรึงกำลังรอบๆ สภ.อ.ตากใบ เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวบ้านปีนกำแพงรั้วเข้ามา

6 แกนนำฝังตัวในพื้นที่ก่อนเกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ใกล้ชิดผู้ชุมนุม กล่าวว่า ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งมีการซุกซ่อนอาวุธ มีดและไม้ ไว้ในรถกระบะของกลุ่มผู้ชุมนุม บางส่วนถูกนำซุกซ่อนไว้บริเวณรอบๆ ชุมนุม ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับในส่วนของแกนนำชาวบ้านที่มาร่วมชุมนุม จะมีการโพกผ้าปิดหน้า และมีการปลุกระดมชาวบ้านอยู่ตลอดเวลา รายงานข่าวแจ้งว่า การชุมนุมของกลุ่มชาวบ้านครั้งนี้ มีการเตรียมการชุมนุมมาก่อนหน้านี้ 2-3 วัน โดยมีแกนนำในการชุมนุม 6 คน และได้มารวมตัวในพื้นที่ อ.ตากใบ ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมชุมนุม โดยมีเป้าหมายหลักคือ ต้องการให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวชาวบ้าน ชรบ.ที่ถูกจับกุมทั้ง 6 คน สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้มีการเคลื่อนย้ายจาก สภ.อ.ตากใบ ไปควบคุมตัวไว้ที่กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้าแล้ว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังเข้าใจว่า ผู้ต้องหาทั้ง 6 ยัง ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.อ.ตากใบ

คนร้ายนำจยย.ซุกระเบิดเข้า พท.
ขณะที่ การชุมนุมของชาวบ้านยังคงเกิดขึ้นอยู่ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน มีวิทยุด่วนและโทรสารมาที่ สภ.อ.ตากใบ โดยแจ้งเตือนว่า กลุ่มคนร้ายได้อาศัยสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มชาวบ้าน นำระเบิดชนิดแสวงเครื่องซุกซ่อนในรถจักรยายนต์และรถกระบะ รวม 4 คัน เพื่อนำมาก่อเหตุในที่ชุมนุมแล้ว .. ขณะเดียวกันภายหลังจากที่ทราบว่าศาลจังหวัดนราธิวาสไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้ทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้น กลุ่มผู้ชุมนุมโกรธแค้นมีการพังแผงกั้น ป้อมยามจราจร เข้ามาภายในพื้นที่ สภ.อ.ตากใบ จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลที่มาคอยดูแลเหตุการณ์ได้ยิงอาวุธปืนขึ้นฟ้า เพื่อเข้าสลายการชุมนุม อย่างไรก็ดี ผู้ชุมนุมที่พังแผงกั้นเข้ามาภายในบริเวณ สภ.อ.ตากใบ ได้ทำลายทรัพย์สินบางส่วนภายใน สภ.อ.ตากใบ

ประสานจุฬาราชมนตรีปรามไทยมุสลิม
นายไพศาล พรหมยงค์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า พร้อมที่จะประสานไปยังสำนักจุฬาราชมนตรี เพื่อขอให้จุฬาราชมนตรีออกแถลงการณ์ปรามประชาชนในพื้นที่ เพราะเกรงว่าจะตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดีหรือมือที่สามได้

นายไพศาล กล่าว "พฤติกรรมดังกล่าว ถือว่าไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย หากมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาร่วมผสมโรงในเหตุการณ์ครั้งนี้”

นายนิมุ มะกะเจ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีการเตรียมการมาแล้วระดับหนึ่ง รวมถึงการปลุกระดมชาวบ้านให้คล้อยตาม "ได้ประสานไปยังผู้นำศาสนาในพื้นที่ยะลา โดยเฉพาะที่ประจำมัสยิดให้ดูแลพร้อมทั้งทำความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างละเอียด เนื่องจากข้อมูลการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เปิดเผยมาตลอด ฉะนั้นการใช้วิธีรวมพลจำนวนมากเพื่อแก้ไขปัญหาจึงไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง" นายนิมุ ระบุ

นายสมศักดิ์ ศรีสังข์ ประธานสภา อบต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส กล่าวว่า ชาวบ้านที่เดินทางมาชุมนุมที่สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จากการตรวจสอบพบว่า มาทั้ง จ.ปัตตานี และยะลา เนื่องจากเส้นทางที่จะไปยัง สภ.อ.ตากใบ จะต้องผ่านอบต.เจ๊ะเห ทำให้ทราบข้อมูลถึงความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น

ร้องปล่อยตัว 6 ผู้ต้องหาพันปล้นปืน
เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงกว่า 3,000 คน ยังคงปักหลักอยู่ฝั่งตรงข้าม สภ.อ.ตากใบ โดยมีถนนกั้นกลางเท่านั้น ผู้ชุมนุมมีการโห่เป็นระยะๆ ในขณะที่กลุ่มแกนนำบางส่วนใช้ผ้าปกปิดใบหน้า สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมคือ ให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาในคดีปล้นปืนชรบ.จำนวน 6 คน กลุ่มผู้ชุมนุมอ้างว่า การที่ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนต้องยอมให้อาวุธปืนกับคนร้าย เนื่องจากถูกบีบคั้นจากคนร้าย แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดำเนินคดี ซึ่งไม่ยุติธรรม

เริ่มขว้างปาสิ่งของเข้าใส่โรงพัก
ต่อมาเวลา 14.50 น. กลุ่มแกนนำได้ทำลายแผงกั้นเหล็ก ที่เจ้าหน้าที่กั้นไว้บริเวณประตูทางเข้า ในขณะเดียวกันก็ได้มีการขว้างปาสิ่งของ ขวดพลาสติก ท่อนไม้ เข้าไปใน สภ.อ.ตากใบ เริ่มมีการใช้รถดับเพลิงเพื่อฉีดน้ำสกัด ในขณะที่ความพยายามของเจ้าหน้าที่ต่อการให้กลุ่มผู้นำศาสนาเข้าไปเจรจาไม่เป็นผล

ทหารยิงแก๊สน้ำตาสลายม็อบ
เวลา 15.30 น. กำลังทหารได้เข้าทำการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงที่ สภ.อ.ตากใบแล้ว โดยใช้แก๊สน้ำตายิงเข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วงดังกล่าว จนมีผู้บาดเจ็บจำนวน 20 คน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตากใบ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแกนนำซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นได้ประมาณ 300 คน ทั้งนี้สถานการณ์ต่างๆยุติลงในเวลา 16.00 น.

ตัดสินใจสลายก่อนมีแนวร่วมเสริม
แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง กล่าวว่า หลังจากที่มีการประเมินสถานการณ์ในช่วงเวลา 14.00 น. ซึ่งแนวโน้มว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้ความรุนแรง เนื่องจากมีความพยายามเข้ามาที่ สภ.อ.ตากใบ มีการขว้างปาสิ่งของเข้าไปใน สภ.อ.อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญพบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปจะควบคุมได้ลำบาก จึงตัดสินใจใช้ใช้กำลังสลายการชุมนุม มีการใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำเพื่อสลายฝูงชน แต่ปรากฏว่าผู้ชุมนุมยิงปืนสวนเข้ามา ทำให้ทหารต้องใช้แก๊สน้ำตายิงเข้าใส่ ก่อนจะยิงปืนขึ้นฟ้าขู่และสั่งให้หมอบลงกับพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที สำหรับการสลายผู้ชุมนุม

"เราใช้ความพยายามในการเจรจา ทุกวิถีทางกับกลุ่มผู้ชุมนุม ให้ผู้หลักผู้ใหญ่มาช่วยทั้งจังหวัด ผู้นำศาสนาก็ไม่เป็นผล กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการอย่างเดียวคือให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา ซึ่งเราทำไม่ได้ "

แหล่งข่าว กล่าวว่า หลังจากสลายกลุ่มผู้ชุมนุมได้แล้ว ทางทหารได้ทำการจับกุมตัวกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 300 คน ไปยังกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า เพื่อควบคุมตัวสอบสวน ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บประมาณ 20 คน ส่วนใหญ่ก็ได้รับบาดเจ็บไม่มากนัก ขณะเดียวกันมีผู้ชุมนุมเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะ ระหว่างสลายการชุมนุมรวม 5 คน และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง

แจงใช้กฎอัยการศึกสลายการชุมนุม
นายศิวะ แสงมณี รอง ผอ.กอ.สสส.จชต. เปิดเผยว่า แม่ทัพภาค 4 เป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติการเพื่อให้เกิดความสงบ เนื่องจากคณะของทางการได้พยายามเจรจาตั้งแต่ช่วงเที่ยงจนถึง 15.00 น.ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

"ผมได้พาพ่อแม่และญาติผู้ต้องหาไปเยี่ยมผู้ต้องหาที่อยู่ในเรือนจำ เพื่อมาบอกกับผู้ชุมนุมว่าไม่ได้อยู่ที่สถานี สภ.อ.ตากใบ แต่ผู้ชุมนุมก็ไม่ฟัง จนต้องมีการสลายการชุมนุมในที่สุด" นายศิวะ ระบุ

นายกฯ บินด่วนลงใต้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางกลับจากพักผ่อนที่ฮ่องกง รับทราบรายงานถึงสถานการณ์การชุมนุมที่ จ.นราธิวาส ได้ตัดสินใจเดินทางลงไปดูสถานการณ์ในภาคใต้ด้วยตนเองในเย็นวันเดียวกัน โดยเดินทางด้วยเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน หรือไทยคู่ฟ้า

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ก่อนออกเดินทางว่า
เหตุการณ์ชุมนุมที่ อ.ตากใบ ได้มีการสลายการชุมนุมแล้ว ในการลงไปในพื้นที่ เพื่อไปพูดคุยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และอาจประชุมหารือกันบางอย่าง ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นได้รับรายงานตลอดเวลา และได้บอกให้เจ้าหน้าที่ไปว่าจะปล่อยให้การไม่เคารพฎหมายเกิดขึ้นไม่ได้

"อยากบอกพี่น้องไทยมุสลิม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รับรู้ และจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ไปรังแกประชาชนเด็ดขาด แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมายบ้านเมือง ก็ต้องเคารพกฎหมายบ้านเมือง ใครไม่เคารพกฎหมายบ้านเมืองไม่ได้ กฎหมายบ้านเมืองสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นถ้ายังไม่เคารพ ทำอะไรตามใจชอบเหมือนเวลาใครถูกจับ แล้วบอกว่าคนถูกจับเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างนี้ไม่ได้"

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า จะเรียกเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่มานั่งประชุม เพื่อให้งานเดินต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่ถามถึงนโยบาย ทุกคนไม่แน่ใจ ต้องการให้มั่นใจว่า ทุกคนต้องไม่ว้าเหว่ในการทำงาน ต้องทำตามหน้าที่ "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นการยุยง ซึ่งมีเหตุการณ์คล้ายๆ อย่างนี้ 2-3 ครั้งแล้ว อย่างกรณีโจรนินจาและอะไรต่อมิอะไร สำหรับผู้ที่อยู่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ เราคงไม่บอก ต้องสืบสวนกันต่อไป เจ้าหน้าที่ของเราทำงานเต็มที่ และต้องดูแลอย่างใกล้ชิด"

ส่วนปัญหาที่วัยรุ่นออกมาเคลื่อนไหว จะดำเนินการอย่างไรนั้น นายกฯ กล่าวว่า ต่อไปนี้จะดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด ผู้ปกครองที่ยังไม่แน่ใจว่าบุตรหลานไปทำอะไร ก็ให้เฝ้าดูพฤติกรรมของบุตรหลานไว้

จนท.ยิงดับ 5
แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า หลังจากช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำ เพื่อสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณ สภ.อ.ตากใบ เนื่องจากเกรงว่าหากปล่อยให้ยืดเยื้อจนถึงช่วงค่ำ เหตุการณ์อาจจะรุนแรงขึ้นมากเรื่อยๆ และในระหว่างที่มีการฉีดน้ำเพื่อสลายฝูงชนนั้น ทางผู้ชุมนุมได้วิ่งกรูเข้ามายังเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธมีดสปาร์ต้า ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการเข้ามาในแบบประชิดตัวเพื่อที่จะแย่งอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ และมีผู้ชุมนุมบางคนใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ สภ.อ.ตากใบ ทำให้เจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้กลับไปเป็นผลให้ผู้ชุมนุมเสียชีวิตรวม 5 ราย และผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บกว่า 20 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่ 2 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส แบ่งเป็นทหาร 1 นาย ตำรวจ 1 ทหาร สำหรับผู้ก่อเหตุกว่า 300 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ถูกนำตัวมาสอบสวนที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

"เราได้ข้อมูลด้วยว่า ขณะนี้มีรายงานว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เตรียมที่จะใช้คาร์บอมบ์ขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเตือนให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกระมัดระวังการโจมตีที่จะเกิดขึ้น" แหล่งข่าว ระบุ

ทภ.4 ประกาศเคอร์ฟิว 3 จังหวัด
พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า เป็นผู้สั่งการให้ใช้กำลังสลายเนื่องจากสถานการณ์มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่จะใช้ความพยายามในการเจรจากับกลุ่มผู้มนุมแต่ก็ไม่เป็นผล ในขณะเดียวกันก็ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินนับตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. ระหว่างเวลา 22.00-06.00 น. ของวันที่ 26 ต.ค. โดยห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศกฎอัยการศึกใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส)

ตร.ยันการชุมนุมไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ
พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า การสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่ สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมมีท่าทีไม่มีเหตุผล แม้จะมีการชี้แจงทุกขั้นตอนแล้ว โดยทางฝ่ายปกครอง นายศิวะ แสงมณี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ รอง ผอ.กอ.สสส.จชต. มาเจรจาด้วยตัวเองว่า ผู้ต้องหาทั้ง 6 อยู่ในขั้นตอนสอบสวน จะปล่อยตัวได้เมื่อมีประกันตัว "แม้ทางญาติผู้ต้องหาก็มาชี้แจงกับผู้ชุมนุมเช่นกันแล้วว่า ขณะนี้กำลังเตรียมไปประกันตัวผู้ต้องหาแต่ผู้ชุมนุมก็ไม่ยอม จะให้ปล่อยตัวทันที ทางแม่ทัพภาค 4 ก็พิจารณาแล้วว่า ไม่ใช่การชุมนุมปกติเพราะได้ชี้แจงไปหมดแล้ว จึงให้สลายการชุมนุม"

พล.ต.ท.มาโนช กล่าวว่า ภายหลังการสลายการชุมนุม มีเจ้าหน้าตำรวจและทหารบาดเจ็บหลายนาย และมีเจ้าหน้าที่ถูกอาวุธปืน 1 นาย ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ยังไม่ทราบว่าบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน ส่วนที่มีข่าวว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยนั้น ขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่และขณะนี้เราสามารถควบคุมตัวผู้ชุมนุมได้หลายร้อยคน โดยนำตัวไปซักถามที่กองทัพภาคที่ 4

พล.ต.ต.มาโนช กล่าวด้วยว่า ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นคนจากพื้นที่อื่น ที่ระดมกันมาโดยยังไม่ทราบว่ามากันอย่างไร ส่วนผู้ชุมนุมที่เป็นคนพื้นที่หลังจากญาติผู้ต้องหาชี้แจงแล้วก็กลับไป และในวันที่ 26 ต.ค. จะเข้าสู่ขั้นตอนการซักถามผู้ที่ถูกควบคุมตัวเพราะบางรายอาจถูกชักชวนมา บางรายเป็นแกนนำ และบางรายรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เผายางรถถนนสายนราฯ-ปัตตานี
เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 25 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำยางรถยนต์จำนวนหนึ่งมาจุดไฟเผาบนถนนสายเอเชียนราธิวาส-ปัตตานี ฝั่งขาออกจากตัวเมืองนราธิวาส จำนวน 3 จุด โดยจุดแรกที่บริเวณบ้านกาเย๊าะมาตี ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ส่วนอีก 2 จุด ยังไม่ทราบพิกัดที่ชัดเจน แต่เป็นขาออกจากตัวเมืองนราธิวาสเช่นกัน โดยเกิดเหตุในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้การสัญจรในช่องทางบนถนนสายดังกล่าวเกิดติดขัดพอสมควร เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย

ยิงสมาชิก อบต.ปัตตานีสาหัส
เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 25 ต.ค. พ.ต.ท.นรัตน์ เทพเฉลิม สว.เวร สภ.อ.มายอ จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงที่บริเวณมัสยิดบ้านกูบังบาเดาะ หมู่ 4 ต.สะกำ อ.มายอ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบแต่เพียงกองเลือด ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลมายอไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อคือ นายกอเดร์ แอแว อายุ 46 ปี เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลสะกำ อ.มายอ ถูกยิงด้วยปืน .38 เข้าที่ศีรษะ 2 นัด อาการสาหัส โรงพยาบาลมายอได้นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุนายกอเดร์ได้เข้าไปภายในมัสยิดดังกล่าวเพื่อเตรียมละหมาดและละศีลอด ซึ่งในขณะที่ทำละหมาดอยู่นั้น ได้มีคนร้าย 1 คนเดินเข้ามาหาและชักอาวุธปืนยิงใส่ 2 นัด ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่มาละหมาดในมัสยิดกว่า 10 คน จากนั้นได้วิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่ง 2 ประเด็น คือ สร้างสถานการณ์และเรื่องส่วนตัว



..............................................................
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก
เมื่อ ..... วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2547

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 26/10/2004 08:16 AM


�����Դ��繷��: 48


หมอพรทิพย์แถลงยอดม็อบ ที่ตากใบ ตายเพิ่ม 78 คน!!

ที่ปัตตานี ... "หมอพรทิพย์"แถลงยอดผู้เสียชีวิตจากการสลายม็อบหน้าโรงพักตากใบ เพิ่มอีก 78 ราย ส่วนใหญ่ขาดอากาศหายใจ และโดนแก๊สน้ำตา

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.วันนี้ (26 ต.ค.) แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยา พร้อมด้วยรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ร่วมกันแถลงผลการพิสูจน์ศพที่เสียชีวิตเพิ่มเติมจากเหตุการณ์ชาวบ้านล้อม สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวานนี้ ( 25 ต.ค.) ที่โรงแรมซี.เอส.ปัตตานีว่า

มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมจาก 6 ศพ อีก 78 ศพ มีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 คน และมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 16 คน และจากการตรวจสอบบัตรประชาชนพบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 78 ราย มีบัตรประจำตัวประชาชนและทราบชื่อผู้ตายเพียง 16 รายเท่านั้น ที่เหลือยังตรวจสอบไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ทางค่ายอิงคยุทธบริหารได้นำรูปถ่ายของผู้เสียชีวิตทั้งหมดมาติดไว้ที่ประตูทางเข้าพร้อมประกาศให้ญาติของผู้สูญหายไปตรวจสอบและขอรับศพได้

แพทย์หญิงพรทิพย์ กล่าวถึงผลการตรวจพิสูจน์ศพในเบื้องต้นว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดไม่มีบาดแผลฉกรรจ์ที่จะบ่งชี้ได้ว่าเสียชีวิตจากการปะทะ และคาดว่าการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากขาดอากาศหายใจ และการฉีดแก๊สน้ำตาใส่ เพราะบริเวณตาขาวมีเลือดออก ประกอบกับการขนย้ายผู้ต้องหาทั้งหมด มีความแออัดยัดเหยียด รถที่ขนส่งไม่เอื้ออำนวยการในการขนส่งและใช้เวลาในการขนส่งนานถึง 6 ชั่วโมง ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงถือศีลอดของชาวมุสลิม ทำให้กลุ่มผู้ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมขาดอาหารและขาดน้ำตาล จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในขณะขนส่ง

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ในขณะที่มีการลำเลียงกลุ่มชุมนุมนั้น ได้ให้กลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นรถอย่างเป็นระเบียบ และไม่ได้มีการจับโยนขึ้นรถแต่อย่างใด แต่การเสียชีวิตของผู้ประท้วงเกิดจากความอิดโรย เพราะในขณะประท้วงต้องตากแดด ประกอบกับไม่ได้รับประทานอาหาร เนื่องจากเป็นช่วงถือศีลอดของชาวมุสลิม และมีการเสียเหงื่อมาก จึงทำให้ร่างกายของผู้เสียชีวิตอาจจะเกิดอาการช็อกจนทำให้เสียชีวิตในที่สุด

ด้านนายมานิตย์ สุธาพร รองปลัดกระทรวงยุติธรรมให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุการชุมนุม 6 คน และตายเพิ่มอีก 78 คนดังกล่าว


.................................................................
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์
เมื่อ ..... วันที่ 26 ตุลาคม 2547 เวลา 19:10 น.

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 26/10/2004 09:21 PM


�����Դ��繷��: 49

แรงก็ไม่มียังออกมาเย้ว เย้ว กันอีก
สงสัยถึงคราวตาย

หมอชันสูตรพบว่า ขาดอากาศหายใจ เป็นไปได้ว่า เข้าไปอยู่อย่างแออัด แล้วใครบางคนผายลมออกมา ทำให้เกิดอาการเป็นลมล้มพับ เฮ้อ

    �� : พี่เก่ง     ����� : 27/10/2004 11:38 AM


�����Դ��繷��: 50

รู้ว่าเป็นช่วงถือศีล กินอะไรไม่ได้ แล้วพากันออกมาทำไม ตายแค่นี้ยังน้อยไป ที่ฆ่าคนไม่รู้เรื่องเลยไปทุกวัน กี่ร้อยคนมาแล้ว มีเหตุผลตรงไหนที่ให้ทำได้ แบบนี้ประกาศสงครามไปเลยดีกว่า ผู้คนที่ไม่เกี่ยวจะได้ออกนอกพื้นที่ แล้วก็สู้กันอย่างซึ่งๆ หน้า ไม่ใช่มาใช้วิธีหมาๆ ลอบกัดไปวันๆ ทำให้คนดีๆ เขาตายทั้งเป็น ตอนนี้ไม่ตายก็เหมือนใกล้ตายกันหมดแล้ว ทำมาหากินได้อย่างไร พวกที่ด่าว่าทหารและรัฐบาล อย่าเอาแต่สงสารผู้ก่อการกันนักเลย มีสมองก็ลองลงไปช่วยกันหน่อย อย่าเอาแต่พูด ไม่ได้ประโยชน์ คนตายไปทีละคนสองคนทุกวัน ไม่มีใครตื่นเต้น พอพวกนั่น เดินออกมาหาเรื่อง แหกกฎหมายบ้านเมือง ใครๆ อ้อนวอนก็ไม่ยอมสลายตัว แบบนี้จะเอาไว้ทำอะไร แล้วที่ตายมากๆ ส่วนใหญ่ก็หมดลมไปเอง ไม่มีใครไปทำให้ตาย

พากันมาตั้งแต่เช้ามืดจรดค่ำ อาหาร น้ำ เครื่องดื่ม ก็ไม่ดื่มไม่ร้องขอกินกันเลย จะเอาแรงที่ไหนมาอยู่ เคยไปฝึกทหาร ร.ด.ไหม ใครที่ออกกำลังมาไม่ดี ก็ เหนื่อย ล้า อ่อนเพลีย ตายเยอะแยะไป ไม่ต้องไปพูดถึงพวกนั้นหรอก อย่าพูดหรือมองให้มันเรื่องมากนัก ออกมากันเยอะๆ อย่างนั้น ถามหน่อย ออกมาแบบตั้งท่าหาเรื่องแบบนี้ มีครั้งไหนที่ไม่มีคนตาย มีประเทศไหน ที่อยู่รอดปลอดภัยยิ้มกลับบ้านเหมือนเดิมกันหมดทุกคน ลองยกตัวอย่างหน่อย

    �� : ตายน้อยไปด้วยซ้ำ     ����� : 27/10/2004 12:50 PM


�����Դ��繷��: 51

"ทำให้กลุ่มผู้ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมขาดอาหารและขาดน้ำตาล จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในขณะขนส่ง"

ถ้าเราขาดน้ำตาล เราก็คงชัก แหงก แหงก แหงก แหงก

    �� : พี่เก่ง     ����� : 27/10/2004 05:13 PM


�����Դ��繷��: 52


โอ๊ะโอ๋..ววว !!
พี่เก่ง โยงมาได้ทุกเรื่องเลย นะคะ


เสียใจกับญาติๆ ของผู้เสียชีวิตที่ตากใบด้วยนะคะ ..!!

แต่น่าสงสัยว่า ... ช่วงนี้เป็นช่วงถือศีลอดของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม .. ทำไมผู้ที่เคร่งขัดต่อศาสนาอย่างชาวมุสลิม ถึงออกมาทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ด้วย .. จริงๆ แล้ว น่าจะอยู่รักษาเวลาละหมาดญะมาฮ์ หรือ อ่านอัลกุรอาน เพื่อศึกษาหาความรู้ด้านศาสนาทุกรูปแบบมากกว่า

การตายอย่างมากมายนั้น ... ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัยอีกเหมือนกัน ว่าผู้ก่อการน่าจะมีเจตนาและจงใจให้สถานการณ์บานปลายเช่นนั้น ... เพราะทำไมพวกเค้าไม่ยอมสลายตัว ไม่ว่าทางการฯ จะอธิบายหรือใช้วิธีประนีประนอมอย่างใดก็ตาม ผู้คนเหล่านั้นใช้สารเสพติดหรือยาอะไร? ที่ทำให้เสียชีวิตได้หรือเปล่า? ... เพราะเหตุการณ์ดูแปลกมากๆ ผู้ชายวัยฉกรรจ์ ท่าทางดูห้าวหาญ เด็ดเดี่ยว ทำไมตายง่ายจัง? ... ค่อนข้างอยากจะคิดว่า มีความจงใจหรือเจตนาให้เกิดขึ้นหรือเปล่า ?

แต่คิดไปคิดมาอีกที ... การออกมาปฎิบัติภารกิจท่ามกลางความแออัดของอากาศร้อนๆ ในขณะที่ร่างกายก็อ่อนแอ ต้องอดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดแบบนั้น ก็น่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เสียชีวิตได้ง่ายๆ เหมือนกัน ... ที่จริงการอาสาออกมาทำงานใหญ่ๆ ขนาดนั้น น่าจะฝึกฝนให้ร่างกายมีความอดทนอย่างสูงให้มากกว่านี้

เพราะ ... ลักษณะการมาเรียกร้องนั้น ถ้าพวกเราตั้งใจดูข่าวให้ดีๆ ทั้งข่าวภายในประเทศ และข่าวจากต่างประเทศ จะเห็นว่าพวกเค้ามาเพื่อการหาเรื่องโดยแท้ ไม่มีการต่อรองใดๆ เลย และไม่ยอมฟังเสียงผู้ใด ทั้งๆ ที่รู้โดยทั่วกันและเห็นอยู่ว่า ในจังหวัดของตัวนั้น มีทหารควบคุมและปกครองดูแล อยู่ในภาวะที่ทางรัฐบาลสามารถใช้กฎอัยการศึกได้ตลอดเวลา ซึ่งใครๆ ก็น่าจะรู้ได้ว่า กฎหมายชนิดนั้น ตราขึ้นไว้สำหรับประกาศใช้เมื่อมีเหตุจำเป็น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจหน้าที่เหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับ ปราบปราม หรือ การรักษาความสงบเรียบร้อย และ ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาบางอย่างที่ประกาศระบุไว้แทนศาลพลเรือนด้วยซ้ำ


พากันออกมามากมายแบบนั้น .....
เท่ากับท้าทายอำนาจของรัฐ มากเกินไปหรือเปล่า ?


เหตุการณ์ใดๆ เมื่อมีทหารออกมาปฎิบัติหน้าที่ .....
ย่อมน่าจะรู้อยู่แก่ใจว่า ภารกิจเหล่านั้น ย่อมไม่เหมือนปกติธรรมดา แน่นอน ..!!




\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 27/10/2004 08:40 PM


�����Դ��繷��: 53


หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก
วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2547


ไขปมตายหมู่ที่ตากใบ

จาก 6 ศพ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. พุ่งสู่ 85 ศพ ... เมื่อรวมยอดล่าสุด ณ วันที่ 27 ต.ค. ได้เกิดการทวงถามถึงความ "จริงใจ" ของรัฐบาลนี้ครั้งใหญ่ หลังการปราบปรามผู้ประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ได้ลุกลามจนกลายเป็น "โศกนาฏกรรมหมู่" ในภายหลัง ... ภาพการปราบปรามในวันแรก ที่รัฐพยายาม แถลงว่า มีคนตาย 6 ศพ ในสภาพฟกช้ำ ถลอกปอกเปิก ถูกประจานด้วยรอยกระสุนหลังศพถูกนำส่งคืนญาติ ก่อนจะย้ำหัวตะปูด้วย 78 ศพที่พบบนรถยีเอ็มซี และอีก 1 ศพที่พบรอยกระสุนขณะถูกควบคุมตัวในค่ายทหาร! ... ท่ามกลางเสียงก่นประณามจากชาติมุสลิมร่วมทวีป และท่าทีของ "พันธมิตรนอกนาโต" อย่างสหรัฐอเมริกาที่เรียกร้องให้สอบสวน ข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และได้สร้าง ความกังขาให้แก่คนไทย เช่นกันว่า มันเกิดอะไรขึ้น ในนาทีแห่งความวุ่นวายในวันนั้น

แหล่งข่าวนายทหารระดับสูง ไขข้อกังขานี้ด้วย ... การลำดับขั้นตอนการส่งกำลังเข้าไป ในพื้นที่ว่า ทหารชุดแรกที่เข้าควบคุมฝูงชน คือ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมือง จ.นราธิวาส จากนั้นจึงได้ขอกำลังเสริมไปยังกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) ซึ่งได้นำกำลังจากกองพันรบพิเศษ ที่ช่วยงานในหน่วย ฉก.นราธิวาส และหน่วยทหารราบ พล.ร.5 เข้ามาเสริม

การควบคุมกำลังทั้งหมด ... นำโดย พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งได้สั่งการให้รถดับเพลิง 2 คัน ฉีดน้ำสกัดไม่ให้ฝูงชนเข้ามาใน สภ.อ.ตากใบ โดยแบ่งกำลังทหารเป็น 2 ส่วน คือ สกัดกั้นฝูงชนไม่ให้เข้ามาใน สภ.อ.ตากใบ และปิดล้อมวงนอกเพื่อไม่ให้ฝูงชนเข้ามาสมทบจากหลายเส้นทางทั้งจาก อ.สุไหงโก-ลก อ.เมือง อ.รือเสาะ และ อ.สุไหงปาดี กระทั่งทางเรือที่สามารถเข้ามาทางแม่น้ำตากใบได้

แหล่งข่าวเผยถึงขั้นตอน ...การปราบปรามว่า การชุมนุมเริ่ม ขึ้นตั้งแต่เวลา 06.00 น. และมีคนตามมาสมทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เชิญโต๊ะครู กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และญาติของผู้ต้องหา 6 คนที่ถูกจับกุมมาร่วมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ดูแล ผู้ต้องหาเป็นอย่างดี แต่ฝูงชนไม่ยอม จึงได้สลายม็อบด้วยการฉีดน้ำ หลังสถานการณ์คลี่คลาย กองทัพภาคที่ 4 ได้จัดรถบรรทุกขนาดใหญ่ บรรทุกคนกว่า 1,000 คน ทยอยออกไปตั้งแต่เวลา 17.00-01.00 น.ของอีกวัน มุ่งหน้าสู่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี รวมระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร แต่ละคันมีความจุ 40-50 คน

ทว่า ...กว่าผู้ชุมนุมจะลงจากรถได้ก็ต้องรอถึงเวลาประมาณ 06.00 น. ในลักษณะขานชื่อเรียกลงมาทีละคน ทำให้คนที่มีอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากถือศีลอด และต้องทนเบียดเสียดยัดเยียดมาในรถนานหลายชั่วโมง เกิดความบอบช้ำและขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิตไปถึง 84 คน!

แหล่งข่าวเผยถึงที่มาของกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ... ฝูงชนที่มาประท้วงถูกจัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มแกนนำได้ว่าจ้างแนวร่วมจากอำเภอต่างๆ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คนละ 200-300 บาท แต่คนที่เป็นระดับหัวหน้าทีมจะได้รับค่าจ้างประมาณ 1,000 บาท

แกนนำพวกนี้ ...คือ คนกลุ่มเดียวกับที่ปฏิบัติการในมัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 เม.ย. โดยทางการมีบัญชีรายชื่อระดับแกนนำคนสำคัญประมาณ 400 คน กระจายอยู่ตามชุมชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ใน 250 ตำบล 1,500 หมู่บ้าน แต่ละจุดจะมีแกนนำอยู่ประมาณ 2-3 คน ส่วนใน อ.สุไหงปาดี อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส จะมีแกนนำคนสำคัญเพียงไม่กี่คน แต่จะมีแนวร่วมจำนวนมาก

ผิดกับที่ จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา ... ซึ่งจะมีแกนนำฝังตัวจำนวนมาก แต่แนวร่วมจะมีน้อยกว่า จ.นราธิวาส ซึ่งบรรดาแกนนำจะต้องเข้ามาหาแนวร่วมในพื้นที่นี้เพิ่มเติม

สำหรับแกนนำคนสำคัญ ...ที่ปลุกระดมหน้า สภ.อ.ตากใบ คือ พวกที่คลุมหน้าเหมือน "ไอ้โม่ง" ส่วนพวกแนวร่วมคนสำคัญจะเป็นพวกที่ชูมือ และตะโกนปลุกระดมอย่างต่อเนื่อง!

แหล่งข่าวรายนี้เตือนสติว่า ... การทำงานของเจ้าหน้าที่จะต้องทำ ด้วยความรอบคอบ เพื่อไม่ให้เข้าทางนักปลุกระดม โดยจะต้องรีบสร้างความเข้าใจกับประชาชน และจำกัดการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก

ขณะที่ชาวบ้าน ... ผู้เล็ดลอดจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง ไขปมการเสียชีวิตจำนวนมากครั้งนี้ว่า ชนวนเหตุของการเสียชีวิตเริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 16.00 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ตัดสินใจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม โดยตีวงโอบล้อมทั้ง 2 ด้าน

กำลังส่วนหนึ่ง ... ได้ผลักดันผู้ชุมนุมให้พ้นจากหน้า สภ.อ.ตากใบ ส่วนกำลังอีกด้านได้ตีโอบจากวงนอกเพื่อบีบให้ผู้ชุมนุมไปรวมกันอยู่ที่ริมแม่น้ำตากใบ

ในระหว่างการปราบปราม ... เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความรุนแรง ทั้งใช้กระบองทุบตี เตะ ต่อย กระทืบ กระแทกด้วยพานท้ายปืน ฯลฯ ส่วนผู้ชุมนุมที่พยายามจะว่ายน้ำข้ามไปก็ถูกกำลังทหารสกัดไว้ บางคนที่ว่ายน้ำไม่แข็งก็ถูกปล่อยทิ้งอยู่นานจนเกือบจะสำลักน้ำตาย!

เมื่อควบคุมสถานการณ์ได้ ... จึงสั่งให้ทุกคนคว่ำหน้าลง ใช้ผ้ามัดมือไพล่หลัง คนส่วนใหญ่ต่างบอบช้ำ อย่างหนักทั้งจากการถูกทำร้าย ถือศีลอด และสำลักน้ำ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ส่งแพทย์มาดูแล และกันนักข่าวไม่ให้เข้าใกล้ที่เกิดเหตุ จากนั้นจึงจับคนที่ถูกจับได้โยนขึ้นรถอย่างรุนแรง

ชาวบ้านรายนี้เล่าอีกว่า ... ระหว่างที่ถูกควบคุมบนรถคนที่เจ็บหนักจะถูกทับอยู่เบื้องล่างอย่างแออัด บางคนต้องใช้หน้าผากยันพื้นไว้เพื่อให้มีอากาศหายใจบ้าง แต่ถ้าใครพยายามลุกขึ้นจะถูกเตะ ต่อย หรือใช้ด้ามปืนกระแทกให้ล้มฟุบลง ซึ่งกว่าจะถึงค่ายทหารก็ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง

ฉะนั้น ... สาเหตุที่ทำให้คนเสียชีวิตจำนวนมาก เกิดจากการ ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ประกอบกับ ความอ่อนเพลียจากการถือศีลอด การสำลักน้ำ และขาดอากาศหายใจ บนรถเป็นเวลานาน โดยไม่มีการจัดแพทย์มาดูแล ยกเว้นผู้บาดเจ็บจากการถูกยิงเท่านั้น!

"ผมรอดชีวิตมาได้ ... เพราะมีทหารคนหนึ่งจำได้ว่า เคยทำงานให้ทางการจึงถูกปล่อยตัวในตอนรุ่งเช้า แต่ก็รู้สึกสงสารคนอื่นมาก เพราะขนาดถึงค่ายทหารแล้วยังต้องถูกให้ลงจากรถทีละคน ส่วนคนที่เจ็บหนักก็ถูกทับอยู่อย่างนั้นนานหลายชั่วโมง โดยไม่มีใครใส่ใจที่จะช่วยเหลือเลย" ชาวบ้านผู้รอดชีวิตบอกเล่าข้อเท็จจริงของโศกนาฏกรรมด้วยความรันทด

    �� : คม ชัด ลึก     ����� : 28/10/2004 10:49 PM


�����Դ��繷��: 54

ไม่มีพี่น้องเป็นมุสลิมบ้างให้มันรู้ไป พี่เก่ง น้ำตาล ...


อย่าพูดพล่อยๆ...จำไว้

    �� : ศรัทธามุสลิม     ����� : 29/10/2004 12:02 PM


�����Դ��繷��: 55


พ่อของน้ำตาลเป็นทหารและเป็นคนมุสลิม
พ่อของน้ำตาลนับถือศาสนาอิสลาม

แต่น้ำตาลนับถือพระพุทธศาสนาตามญาติทางแม่

ที่นี่ ..... ศรัทธาพระพุทธศาสนา

พวกเราเป็นทหาร เป็นข้ารับใช้ของแผ่นดิน
บ้านเราเคารพกฎหมายและสิทธิส่วนบุคคล
พวกเราไม่ลอบกัดและไม่นิยมชมชอบกับ กฎหมู่ ..!!


ถ้าท่านศรัทธามุสลิม .....
ก็เชิญที่นี่ ...
http://www.muslimthai.com

เราไม่รู้จักท่าน .....
และ ท่านก็ไม่รู้จักเรา ต่างคนต่างอยู่ดีแล้ว อย่ามาระรานแอบด่ากัน

และ อย่ามาพูดพล่อยๆ ที่นี่อีก .....
ช่วยกรุณาจำไว้ให้ดีๆ ด้วยนะคะ
:-)




\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 29/10/2004 05:46 PM


�����Դ��繷��: 57


นายกทักษิณ ม็อบตาย

"นายกรัฐมนตรี" แถลงทำความเข้าใจกับประชาชน กรณี “สลายม็อบตากใบ” ยอมรับเศร้าสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เผยทุ่มเทแก้ปัญหาเต็มกำลังความสามารถ แจง "ปล่อยปละละเลยมานาน" จนสะสมต่อเนื่องทำให้ความรุนแรงยิ่งขึ้น ยืนยัน "ไม่เคยมีอคติ" ทางศาสนา พร้อมแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิต ลั่นพร้อมให้การดูแลอย่างเต็มที่

เมื่อเวลา 21.00 น. ที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เริ่มถ่ายทอดแถลงการณ์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีการสลายการชุมนุมที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 85 คน เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยคำแถลงของนายกรัฐมนตรี มีรายละเอียดดังนี้

"สวัสดีดีครับ พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพรักทุกท่าน วันนี้คงต้องรบกวนเวลาของพี่น้องประชาชนสักเล็กน้อยเพื่ออธิบายเรื่องราวที่สำคัญที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานแล้ว โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงเป็นผลพวงมาจากการที่มีความไม่สงบเกิดขึ้นมาหลายช่วง ซึ่งช่วงที่สำคัญก็เริ่มต้นตั้งแต่ปีนี้เมื่อวันที่ 4 มกราคมเป็นต้นมา ที่มีการปล้นปืนที่ค่ายทหารพัฒนา อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส"นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย มีการลอบวางเพลิงเกิดขึ้นถึง 329 ครั้ง มีการวางระเบิดถึง 77 ครั้ง มีการโจมตีสถานที่ราชการ 22 ครั้ง มีการลอบทำร้าย และยิงคนถึง 477 ครั้ง ผลก็คือมีเจ้าหน้าที่ และประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต รวมทั้งผู้พิพากษา และพระสงฆ์ 3 รูป และเมื่อรวมยอดของผู้เสียชีวิตจนถึงวันที่ 21 ตุลาคมทั้งสิ้น 264 ราย บาดเจ็บ 398 ราย และเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมานี้ก็มีอีกมากมาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงอย่างสะสมต่อเนื่อง ซึ่งทางรัฐบาลก็ไม่สบายใจ และพยายามทุกอย่าง โดยพยายามจะทุ่มเทความรู้ความสามารถ ทั้งกำลังที่มีอยู่ ทรัพยากรที่มีอยู่ เข้าไปช่วยกันแก้ปัญหา ซึ่งตลอดเวลาได้ศึกษาว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากอะไร และจากการสำรวจพบว่า ประชาชนต้องการการแก้ปัญหาเรื่องของการศึกษา และเรื่องของอาชีพ

ปล่อยปละละเลยมานานจนเกิดปัญหาไฟใต้
“เพราะมีคนตกงานอยู่เป็นจำนวนมาก คนยากจนมีอยู่สูง และพบว่าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่ได้รับการปล่อยปละละเลยเป็นเวลานานหลาย 10 ปี อีกทั้งเรื่องการศึกษาก็มีการสอนศาสนาในโรงเรียนสอนศาสนาที่ไม่ได้มีการสอนสามัญอยู่จำนวนมาก หรือถ้ามีสอนสามัญอยู่ด้วยก็จริงอยู่ และโรงเรียนสอนศาสนาหลายโรงเรียน แม้จะมีการสอนศาสนาอย่างเดียวก็ไม่มีหลักสูตรคือ ปล่อยให้มีการสอนศาสนาตามลำพังเป็นเวลานาน เด็กๆ เยาวชนที่จบมาก็ไม่สามารถเรียนหนังสือต่อได้ ไม่สามารถทำงานได้ การจ้างงานก็ลำบาก หลายคนต้องข้ามไปทำงานฝั่งมาเลเซีย บางคนก็เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจว่า ทำไมฝั่งมาเลเซียมีงานทำ ทำไมฝั่งไทยไม่ค่อยมีงานทำ”นายกฯ กล่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ ชี้แจงต่อว่า เมื่อรัฐบาลได้รู้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเช่นนี้ จึงได้เข้าไปแก้ไขปัญหา โดยทุ่มงบประมาณเข้าไป 3 ปีงบประมาณ ซึ่งเป็นเงินประมาณ 12,000 ล้านบาท และกำลังทุ่มเทงบประมาณลงไปเพื่อช่วยแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดการจ้างงานให้ได้ และให้เกิดระบบการศึกษาที่ดี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสะสมมานั้น จนในที่สุดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมตอนเช้าเวลา 06.00 น. ก็เกิดการปลุกระดมประชาชนเข้าไปพันกว่าคนไปที่ สภ.อ.ตากใบ เพื่อจะกดดันให้ทางการปล่อยผู้ต้องหาจำนวน 6 คน ซึ่งเป็นชุดรักษาป้องกันหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งชุด 6 คนนี้ เป็นชุดที่ทางกระทรวงมหาดไทยตั้งขึ้นเป็น ชรบ.มีปืนลูกซองยาว 5 นัดไว้เป็นอาวุธประจำกาย

“ปรากฏว่าได้ถูกกลุ่มผู้ก่อการความไม่สงบซึ่งมีชื่อชัดเจน ซึ่งเราออกหมายจับแล้ว 2 ราย ได้ไปกดดันว่าให้ไปเอาปืนลูกซองเหล่านั้นมามอบให้ โดยอ้างเหตุผลว่าเพื่อจะเอาปืนเหล่านี้ไปใช้ในการแยกดินแดน ก็อ้างอย่างนั้น พร้อมกับขู่ว่าถ้าไม่ให้จะฆ่าทั้งครอบครัว ซึ่งคนเหล่านั้นก็กลัว จึงมอบปืนไปให้ แล้วสร้างสถานการณ์ว่าเป็นการถูกปล้น ในที่สุดเมื่อการสอบสวนพบว่าไม่ใช่การถูกปล้นจริง แต่ถูกนาย 2 คนนี้บังคับจึงได้ถูกจับกุม พอได้จับกุมแล้วกลุ่มนาย 2 คนนี้จึงได้ไปปลุกระดมผู้คนมาเพื่อแสดงความคุ้มครอง กดดันให้ทางการปล่อยตัวไป ซึ่งเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นโดยการปล่อยข่าวลือ ปล่อยข่าวลวง แล้วไปปลุกระดมบ้าง ปล่อยข่าวบ้าง และทำมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง”พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

มีคนปลุกระดมเพื่อกดดันให้ปล่อยผู้ต้องหา
นายกฯ ยังชี้แจงต่อไปอีกว่า ครั้งแรกพี่น้องคงจำได้ เมื่อปี 2546 ได้มีการปล่อยข่าวลือว่า ตำรวจชายแดน 2 นายที่เข้าไปในหมู่บ้านนั้นเป็นนินจาแล้วไปปล้นทรัพย์ ผลสุดท้ายตำรวจ 2 นายถูกฆ่าตาย ถูกรุมสะกรัมจนตาย และก็ไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ จนต่อมาอีกครั้งหนึ่ง มีเหตุการณ์ทหารเฉพาะกิจ โดยหน่วยเฉพาะกิจจับผู้ต้องหาไป 4 คน ซึ่งก็ใช้ราษฎรจำนวนกว่า 1,000 คนไปกดดัน ผลสุดท้ายต้องปล่อยตัวมา ส่วนเหตุการณ์อีกครั้งเมื่อไม่นานนี้ ก็ไปปล่อยข่าวว่ามีการใช้ปืนไปยิงภรรยาของคนที่อยู่ในพื้นที่บาดเจ็บ เพราะทหารที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ ในที่สุดก็กดดันเพื่อให้ทหารถอนกำลังออกไป นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว 3 ครั้ง แต่พอครั้งนี้เมื่อเกิดเรื่องขึ้น ถ้าหากว่าทางราชการยังขืนปล่อยให้มีการจัดม็อบเข้ามากดดัน ก็คงจะต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาต่อไป เราจึงคิดว่ากฎหมายบ้านเมืองอยู่ไม่ได้แล้ว เพราะ 3 ครั้งแล้ว มากเกินพอแล้ว และคิดว่าทางราชการได้อดทนมามากแล้ว

“จึงได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ขอให้ใช้ความนิ่มนวลในการเจรจา และบอกเขา และให้เขาถอยออกไปซะ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย นี่คือหลักทัศนคติที่มีอยู่อย่างชัดเจน โดยเบื้องต้นเราจะไม่ยอมปล่อยตัวผู้ต้องหา ซึ่งเราจะใช้การเจรจา และพูดคุยกันด้วยดี แต่ปรากฏว่าเวลา 09.00 น. ทางราชการได้สั่งให้บล็อกถนนที่จะเข้ามาสู่ สภ.อ.ตากใบ เพราะมีคนเข้ามาอีกจำนวนมาก และเริ่มเจรจาตั้งแต่เวลา 09.00 น. ไปเรื่อย โดยให้เขาส่งตัวแทนมานั่งมาพูดคุยกัน มีอะไรพูดคุยกัน ซึ่งกำนันก็เข้าไปคุย บรรดาผู้นำศาสนาในพื้นที่ก็เข้าไปคุย รวมทั้งทางราชการก็เข้าไปคุย ซึ่งทำอย่างไรก็ไม่ยอม แถมยังโห่ฮาป่า ร้อง ขว้างก้อนหิน ซึ่งมีผู้บัญชาการกองพลทหารที่ 5 ก็ถูกปาศีรษะ แล้วก็ปากันอุตลุด”นายกฯ กล่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ในที่สุดเราเจรจาแล้วเจรจาอีกไม่ได้ ก็เลยเอาญาติของผู้ต้องหาทั้ง 6 คนนั้นมาเยี่ยมผู้ต้องหา แล้วกลับมาบอกประชาชนว่าผู้ต้องหาอยู่ดีไม่มีอะไร เพราะทางราชการดูแลดี และในวันพรุ่งนี้ก็จะให้ประกันตัวอยู่แล้ว ก็ขอเถอะ กลับไปบ้านเถอะ ไม่มีอะไร เพราะญาติก็ไม่ติดใจอะไร แต่ก็ไม่ยอม โห่ร้องกันอยู่นั่น จนกระทั่งเราได้สังเกตดูเหตุการณ์แล้ว ปรากฏว่ามีบางกลุ่มใส่ผ้าคลุม และเราสืบทราบว่ามีอาวุธ แต่คิดว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ และเกิดการคลั่ง โห่ร้อง ปลุกระดมกันอยู่ตลอดเวลานั้น ซึ่งถ้าปล่อยไว้นาน ก็น่าจะเกิดจลาจลใหญ่กว่านี้ จึงจำเป็นที่ต้องเข้าไปสลายม็อบหลังจากที่ได้ใช้การเจรจามาหลายชั่วโมงแล้ว ทั้งนี้ได้ใช้วิธีการขั้นต้นคือ ได้ฉีดน้ำดับเพลิงเข้าไป พอเริ่มฉีดน้ำดับเพลิงเข้าไปคนท้องถิ่นก็เริ่มกลับ แต่มีบางกลุ่มที่ยังไม่ยอม และส่วนใหญ่ยังอยู่ จึงได้มีการยิงแก๊สน้ำตาเข้าไป และมีการยิงปืนขึ้นฟ้า ซึ่งทำเป็นขั้นเป็นตอน ในที่สุดก็ให้หมอบแล้วเจ้าหน้าที่ก็ไปมัดตัว

แจงเหตุรถบรรทุกไม่พอ-ผู้ประท้วงอ่อนเพลีย
“สิ่งที่น่าเสียใจก็คือขั้นตอนการลำเลียง เพราะขณะนั้นบ่าย 3 โมงกว่าเกือบบ่าย 4 โมง ขั้นตอนการลำเลียงใส่รถทหารไปยังค่ายที่ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นค่ายทหารบก พร้อมกับเป็นเรือนจำทหารบก โดยใช้เวลาดินทางเกือบ 3 ชั่วโมง อีกทั้งมีรถอยู่ไม่มากเพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ประกอบกับผู้ที่มาประท้วงทั้งหลายไม่แข็งแรงพอ เนื่องจากว่าตรากตรำมาทั้งวัน และอาจจะอ่อนเพลีย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารก็อ่อนเพลีย พออ่อนเพลียแล้วก็ยังต้องลำเลียงกันขึ้นไป ส่วนการลำเลียงนี้ก็ใช้ทหารพราน 2-3 คนเป็นคนที่คุมไป ตอนรุ่นแรกๆ ก็บรรทุกยังไม่มาก เพราะบรรทุก 30-40 คน ซึ่งรถคันแรกไปถึงก็ประมาณทุ่มกว่าๆ และแพทย์ก็พบว่ามีคนตายอยู่แล้ว 1 คน แต่พอมารุ่นหลังๆ เวลาก็ดึกเข้า ก็เข้าใจว่าคันสุดท้ายจะออกประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ เพราะจำนวนผู้ถูกจับกุมทั้งหมด 1,200 กว่าคน ก็จึงต้องเบียดเสียดกันเข้าไป”นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า คราวนี้สิ่งที่มันแย่ และที่น่าเสียใจก็คือว่า ความที่ผู้คุมไปก็กลัวว่าบุคคลเหล่านั้นจะเบียดจนตัวเองตกลงมาแล้วจะเป็นอันตราย รวมทั้งกลัวว่าจะถูกทำร้าย ก็เลยให้นอนคว่ำหน้า ทีนี้เวลานอนคว่ำหน้าชั้นเดียวยังพอว่า แต่ดันให้ไปนอนคว่ำหน้าหลายชั้น เนื่องจากว่าที่บนรถบรรทุกไม่พอ ประกอบกับความกลัวของเจ้าหน้าที่ จนทำให้มีการเสียชีวิต ส่วนคันสุดท้ายเสียชีวิตเยอะที่สุด เนื่องจากบรรทุกมาก และเวลามันเริ่มนาน จึงอ่อนล้า ทำให้เสียชีวิตไปหลายคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมต้องขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 85 ราย โดย 78 ราย เสียชีวิตขณะที่ลำเลียงไปถึงที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ส่วนอีก 1 ราย ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล สำหรับ 6 คนแรกนั้น เสียชีวิตขณะที่มีการสลายฝูงชน โดยมีตำรวจ และทหารบาดเจ็บไป 14 คน และเมื่อมีการตรวจค้นอาวุธในที่เกิดเหตุทำให้พบปืนเอ็ม 16 จำนวน 3 กระบอก ปืนอาก้า 4 กระบอก ระเบิดขว้าง 1 ลูก ปืนพกอีกกว่า 20 กระบอก และลูกกระสุนปืนอีก 100 กว่านัด

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า วันรุ่งขึ้นได้มีการงมอาวุธเพิ่มเติมบริเวณแม่น้ำซึ่งอยู่ตรงข้าม สภ.อ.ตากใบ ก็พบลูกระเบิดขว้างอีก 3-4 ลูก ซึ่งเป็นอะไรที่คาดหวังอยู่แล้วว่าสิ่งเหล่านี้ต้องมีแน่ และที่สำคัญก็คือว่า หลังจากมีการตรวจสอบประวัติแล้ว พบว่าผู้ที่อยู่ในที่ชุมนุม 16 คนเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างถูกหมายจับในคดีที่ก่อการทั้งหลาย รวมทั้งยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย อีก 30 กว่า และเป็นคนที่เคยต้องคดี
และอีก 160 กว่าคน ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ดังนั้นก็มีทั้งคนดี และคนที่หลงเชื่อเข้าไปปนอยู่ ผมจึงสั่งเจ้าหน้าที่ว่า คนที่เขาหลงเชื่อเป็นคนทั่วไป ไม่มีคดี ไม่มีอะไร ก็ให้รีบปล่อยให้เขากลับบ้าน ส่วนคนที่มีความผิดก็ต้องดำเนินคดีไป

ยืนยันรัฐบาลเข้าใจ-สนับสนุนพี่น้องมุสลิม
“แต่ทั้งทั้งหมดนี้ สิ่งที่ผมเสียใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า ผมกำลังถูกนำไปสู่การเข้าใจผิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของศาสนา ซึ่งถ้าพี่น้องได้ติดตามข่าวก็จะเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องของศาสนา เพราะคนเหล่านี้เป็นคนที่ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะไปฆ่าผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นไทย-พุทธ ไทย-มุสลิม ก็ถูกฆ่าเหมือนกัน ดังนั้นเป็นเรื่องของการรักษากฎหมายบ้านเมือง ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องศาสนาใดๆ ทั้งสิ้น ผมจึงขอเรียนว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่เข้าใจพี่น้องชาวมุสลิม และให้การสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนกิจ โดยจัดกิจกรรมที่ท่านมีความคิดว่ามันเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องชาวมุสลิมอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งธนาคารอิสลาม ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้ตั้งมหาวิทยาลัยอิสลามคือ ให้มีการสอนศาสนาที่ถูกต้อง”นายกฯ กล่าว

นายกฯ ชี้แจงต่อว่า ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี จึงส่งเสริมให้คนดีไปฮัจน์ปีละ 300 ทุน เพราะรู้ว่าคนภาคใต้ยากจนยังมีเยอะ แต่ความศรัทธาในศาสนาอยากจะไปเมกกะ ก็ให้ทุนให้ผู้ทำความดีมีโอกาสไปฮัจน์ นอกจากนี้ยังได้ทำหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้เยาวชน และอุสตาซจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาทัศนศึกษาในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ โดยมีการจัดงานเลี้ยงผู้นำศาสนาให้พี่น้องชาวมุสลิมทั่วประเทศช่วงละศีลอดในเดือนรอมฎอน พร้อมกับสนับสุนนงบประมาณพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นคำว่าลำเอียงทางศาสนาไม่มีอยู่ในใจรัฐบาลนี้เลยแม้แต่นิดเดียว มีแต่ว่าทำให้ดีที่สุด เพื่อให้พี่น้องคนมุสลิมได้มีความรู้สึกที่ดี

“แต่คนที่ก่อความไม่สงบ ท่านเชื่อหรือไม่ ผมได้ตามเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ ซึ่งครอบครัวของผู้เสียชีวิตก็ได้มาเข้าเฝ้าฯ โดยแต่ละคนได้กราบบังคมทูลฯ ถึงความยากลำบากของชีวิตที่หัวหน้าครอบครัวต้องถูกฆ่า ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนทำมาหากินโดยสุจริต และมีอยู่ 1 ราย เขามีลูกตัวๆ เล็กๆ 2 คน ซึ่งลุงกับป้าพามาเข้าเฝ้าฯ โดยกราบบังคมทูลฯ ว่า พ่อถูกตัดคอ และขณะที่คอขาดลงไปนั้น ลูก 2 คนวิ่งไปขอคอพ่อมาต่อ หลังจากที่พ่อเสียชีวิตไปแล้ว โดยพยายามเอาศีรษะพ่อมาต่อกับตัวพ่อ เด็กอายุเท่านี้มันจะฝังใจอยู่กับเขาเท่าไร พ่อเขาถูกโจรฆ่า ทั้งๆ ที่พ่อของเขาเป็นคนบริสุทธิ์ ทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แล้วมาทำอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน”พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

ระบุชัดไม่อคติทางศาสนาเด็ดขาด
นายกฯ กล่าวต่อว่า แม้กระทั่งวันนี้ที่กำลังพูดกับพี่น้องประชาชนอยู่อย่างนี้ ก็มีระเบิด ซึ่งถ้าไม่รักษากฎหมายบ้านเมือง ไม่รักษาบูรณภาพแห่งดินแดนไทย แล้วใครจะทำหน้าที่ ซึ่งขอเรียนว่าไม่มีคำว่าอคติทางศาสนาเด็ดขาด แต่บังเอิญว่าคนที่กระทำความผิดนั้น ส่วนใหญ่อาจจะนับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นเพราะไปมองหน้าว่าเขาเป็นศาสนาใด แต่มองพฤติกรรมว่าเขาทำผิดกฎหมายบ้านเมือง หากไม่ทำแล้วใครจะทำ พี่น้องที่เคารพครับ ถ้าปฏิบัติตามกฎหมาย รักษากฎหมายบ้านเมือง รักษาอธิปไตยแห่งดินแดนบ้านเมือง แล้วถ้าผมผิด ผมยอมรับผิด แต่ผมขอเรียนพี่น้องประชาชนว่าผมทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ด้วยการทำหน้าที่ของผม ด้วยหัวใจของความเป็นคนไทยโดยไม่มีอคติแห่งการนับถือศาสนาใดๆ ทั้งสิ้น ที่ผมทำทั้งหมด ก็ทำเพราะต้องการให้คนส่วนใหญ่ที่ทำมาหากินโดยสุจริตได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ให้เขาพ้นจากความหวาดผวา พ้นจากการกลั่นแกล้ง ผมอยากวิงวอนพ่อแม่พี่น้องของคนที่เป็นวัยคะนองทั้งหลายที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ช่วยดึงลูกท่านกลับเถอะครับ วันนี้ลูกท่านถูกดึงไป มันใช้ระบบแบบขายตรง โดยดึงลูกท่านเข้าไป ไปแอบอ้างสารพัดอย่าง ผมจะสร้างงานให้ลูกท่าน ผมจะหางานให้ทำ โดยเอามาฝึกอาชีพให้เขาทำอะไรเป็น เขาจะได้มีอาชีพ และมีรายได้ที่แน่นอน เพื่อให้ในอนาคตเขาจะเลี้ยงท่าน และเลี้ยงลูกเมียเขาได้ ผมจะไม่ปล่อยให้เขาเป็นอย่างนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะได้เรียนหนังสือมาน้อย และไม่สามารถเรียนต่อได้ แต่ผมจะเอามาฝึกอาชีพ

“ส่วนคนที่เป็นแกนนำนั้น วันนี้พอรู้ว่าใครเป็นใคร แต่พี่น้องครับ รัฐบาลจะทำอะไรต้องอาศัยภายใต้กฎหมาย และรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถทำอะไรนอกเหนือจากนั้นได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นความยากของเราก็คือว่าต้องหาพยานหลักฐาน ความยากกว่านั้นคือความร่วมมือ ในการจะให้พยานหลักฐานยังไม่ดีพอ เพราะคนเหล่านี้ข่มขู่ให้ประชาชนกลัวเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของเขา ดังนั้นตรงนี้รัฐบาลต้องพยายามสร้างความปลอดภัยเพื่อให้เขามั่นใจในภาครัฐ เพื่อรัฐจะได้ข้อมูลเพื่อดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ ทั้งๆ ที่รู้ แต่วันนี้ทำอะไรไม่ได้เพราะกฎหมายมี แต่คนเหล่านี้ลอบฆ่าคนไม่มีกฎหมาย ไม่ต้องปรึกษากฎหมาย เขาอยากยิงเขายิง ดังนั้นผมจะพยายามทำให้ความมั่นคงในภาคใต้คืนให้เร็วที่สุด”

วอน"สื่อฯ"อย่าเอาเรื่องความมั่นคงไปทำนิยาย
นายกฯ ยังชี้แจงต่อไปว่า ขอให้ทุกคนเข้าใจว่าผมไม่มีอคติใดๆ ทั้งสิ้น ผมทำทั้งหมดไม่มีอคติ และผมยอมเป็นคนที่เคารพในความเชื่อความศรัทธาของคน ไม่ว่าคนๆ นั้นจะอยู่ศาสนาใด และผมเองก็ใกล้ชิดกับผู้นำศาสนาอิสลามจำนวนมาก รวมทั้งประเทศมุสลิมทั้งหลายที่ผมรู้จักก็ให้ความเคารพนับถือกัน ผมเป็นคนซึ่งไม่มีอคติใดๆ แต่ขอร้องสื่อมวลชน โดยเฉพาะกรุณาอย่าได้เอาเรื่องความมั่นคงของชาติไปทำนิยายเลย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของชาติ และผมเป็นนายกฯ หรือไม่เป็นนายกฯ นั้นไม่สำคัญ แต่ประเทศไทยต้องอยู่ และมั่นคง เข้มแข็ง ประชาชนคนไทยต้องมีความปลอดภัย ต้องมีความสุข และที่ผมพูดนี้ก็อย่าไปปล่อยข่าวลืออีกว่าผมจะลาออก เพราะผมจะหน้าที่ของผมตามระบอบประชาธิปไตย และประชาชนจะเป็นคนกำหนดว่าจะให้ผมทำงาน หรือไม่ให้ผมทำงาน แต่ถ้าประชาชนให้ผมทำงานคือ ผมทำงานถวายชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ถ้าประชาชนไม่ให้ผมทำงาน ผมถือว่าผมเคารพในการตัดสินใจของประชาชน

“พี่น้องที่เคารพครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ผมเสียใจ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผมจะเยียวยา ผมจะชดเชยดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต ถึงแม้ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นคนผิด หรือไม่ผิดไม่เป็นไร เพราะเขาเกิดมาเป็นคนไทย และเขาเกิดมาเสียชีวิตในช่วงระหว่างเหตุการณ์นี้ ผมจะดูแลครอบครัวเขา จะให้การเยียวยาแก่ครอบครัวเขา และหลายท่านที่ยังไม่เคยไปฮัจน์แล้วต้องมาเสียชีวิตก่อน ครอบครัวสามารถเอาเงินที่เยียวยาส่วนหนึ่งไปให้คนไปฮัจน์แทนได้ นี่คือความเชื่อในศาสนาอิสลาม ผมเข้าใจ ดังนั้นผมจะให้ครอบครัวทุกคนได้สบายใจ และได้รับการเยียวยา”นายกฯ กล่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นผมจะตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมด ถ้าหากว่ามีใครคิดไม่ดี และทำให้เกิดความเสียหายขนาดนี้ ก็ต้องลงโทษกันไป ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก แต่ถ้าเป็นแนวทางที่ผิดแล้ว ควรจะทำแนวทางที่ถูกอย่างไร ก็จะเป็นบรรทัดฐานเพื่อไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นอีก จึงขอยืนยันว่าผมพร้อมจะทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อบ้านเมือง และประชาชน โดยผมจะตั้งคุณพิเชษฐ์ สุนทรพิพิธ อดีตผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา และอดีตอธิบดีกรมวิเทศสหการ เป็นประธาน และคณะซึ่งจะประกอบด้วยนักกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาอิสลาม และผู้ที่เข้าใจการแก้ปัญหาเรื่องฝูงชน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเที่ยงธรรม

“ส่วนที่หน่วยงานราชการต่างๆ หรือองค์กรอิสระต่างๆ ที่คิดว่าจะเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้นั้น ผมยินดี เพราะถือว่าทุกอย่างต้องโปร่งใสตรงไปตรงมา ประชาชนต้องรู้ความจริง ซึ่งรัฐบาลต้องไม่ปิดบังท่าทีใดๆ ทั้งสิ้น เพราะรัฐบาลไม่มีอะไรที่เป็นวาระซ่อนเร้น ไม่มีจิตใจชั่วร้าย มีแต่การปฏิบัติตามหน้าที่เท่านั้น ดังนั้นทุกอย่างจะโปร่งใส ตรวจสอบได้ และพร้อมให้ทุกฝ่ายเข้ามาสอบถาม พร้อมให้ตรวจสอบความจริง เพราะความจริงก็คือความจริง ซึ่งผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุดเพื่อแผ่นดินไทย เพื่อพี่น้องคนไทย และหวังว่าความร่วมมือจากพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำทั้งหลายในศาสนาอิสลามที่อยู่ทางภาคใต้ จะได้มาช่วยกันนำความสงบกลับคืนมา เพราะไม่มีที่ใดที่จะอบอุ่น และร่วมเย็นเท่ากับแผ่นดินไทย ผมจะทำให้ดีที่สุด ขอบคุณครับ”พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว


..........................................................................
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์
เมื่อ ..... วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เวลา 22:04 น.

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 29/10/2004 10:49 PM


�����Դ��繷��: 58


สงสารนายกฯ .....

1 ..... ประชาชนถูกฆ่า..........ด่านายกว่าไม่รักษาชีวิตประชาชน
2 ..... ทหารถูกฆ่า..........ด่านายกว่าส่งไปตาย
3 ..... พวกประท้วงตาย..........ด่านายกว่าล่วงล้ำสิทธิมนุษยชน
4 ..... นายกแถลงข่าวสถานการณ์ภาคใต้..........ก็ด่าว่าพูดไม่เข้าประเด็น




\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 30/10/2004 01:09 AM


�����Դ��繷��: 59



**จุดจบของรัฐปัตตานี .....
ใช้ชีวิตคนสร้างตำนานสืบสาน**


ในขบวนการแบ่งแยกดินแดนหนึ่งๆ จะกำหนดแผนการเป็นขั้นบันไดไว้ เมือหมดทุกขั้นบันไดแล้ว ก็จะต้องบรรลุผล ถ้าไม่บรรลุผล ก็จะถือว่า หมดรอบ (Cycle) นั้น (หมดแผน..เงินหมด..กระสุนหมด..เบี้ยชีวิตพลทหารหมด)

ผู้ก่อการทั้งหมดก็จะสลายตัวชั่วคราว เอาความผิดพลาดและชีวิตของผู้พลีชีพมาเป็นตำนานเล่าขาน เพื่อรอวันที่จะสร้างรอบ (Cycle) ของการยึดดินแดนใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นอีก ๕ ปี ๑๐ปี หรืออีก ๑๐๐ปี ก็ได้

แต่.....
มันจะไม่มีวันสิ้นสุดเพียงแค่รอบนี้แน่นอน

......

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่หน้าสถานีตำรวจอำเภอเมืองตากใบ เมื่อวานนี้ เป็นพัฒนาการของขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดนตามลำดับขั้นที่กำลังจะดำเนินไปสู่จุดสุดท้ายของรอบ (Cycle) นี้..

ผมจะลำดับขั้นตอนโดยลำดับของขบวนการนี้ตั้งแต่ต้นมานะครับ..

๑ ..... จุดเริ่มต้นของแผนการ
คาดว่าเกิดขึ้นมาไม่น้อยกว่า ๕ ปีแล้ว ผ่านครูสอนศาสนาหัวรุนแรงจำนวนหนึ่งใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ มิได้ดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้กฎหมายไทยมานานแล้ว ตั้งแต่ภาษาพูด วัฒนธรรม ความคิดอ่าน ตลอดจนวิถีชีวิตในครอบครัว มิได้มีความเป็นไทยมานานแล้วครับ การชุมนุมกันเพื่อแสดงความคิดอ่านของคนในหมู่เดียวกันกระทำได้โดยง่าย เพราะองค์กร สถาบันทางศาสนาที่พวกเขาตั้งขึ้น เป็นเกราะกำบังที่ดีจากการตรวจสอบของฝ่ายการเมืองและข้าราชการในรัฐบาล

๒ ..... หาแนวร่วมผู้ทรงอิทธิพล
แผนขั้นนี้ คือ หาแนวร่วมของคนในอุดมการณ์เดียวกันซึ่งทรงอิทธิพลในแง่ใดแง่หนึ่งมาสนับสนุนการก่อการ ซึ่งได้แก่.. นักการเมืองในภาคใต้ ..ผู้นำมุสลิมที่นิยมการใช้ความรุนแรงในการตอบโต้จากต่างประเทศผ่านเครือข่ายมุสลิมในภูมิภาคนี้ และสุดท้าย ผู้นำชุมชนมุสลิมใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นครูสอนศาสนา

๓ ..... เริ่มต้นดำเนินการแผนปฏิบัติการมวลชน
นักการเมือง...หว่านล้อมให้คลายมาตรการควบคุมดูแลปัญหาภาคใต้ลง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จด้วยดี เพราะนายกรัฐมนตรีมิได้ระแวงพวกเดียวกันเอง ... เครือข่ายมุสลิมที่นิยมความรุนแรงในภูมิภาค....ส่งคนเข้ามาฝึกอาวุธให้..ให้เงินสนับสนุนการก่อการ พวกนี้เดินทางเข้าออกผ่านชายแดนไทย-มาเลย์ ไม่นิยมโดยสารโดยเครื่องบิน เพราะหลักฐานและเอกสารส่วนบุคคลจะทำให้สืบทราบได้

ผู้นำศาสนาและครูสอนศาสนาบางส่วน เริ่มต้นระดมไพร่พล และล้างสมองเยาวชนในโรงเรียนให้เห็นอนาคตของชาวมุสลิม อ้างความรุนแรง และความเจ็บแค้นที่ศาสนาอื่นกระทำต่อมุสลิมทั่วโลก และประวัติศาสตร์ของรัฐปัตตานีที่เคยเป็นรัฐอิสสระของอิสลามมาก่อนที่จะถูกกลืนหายไป

ทำความเชื่อว่า นี่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหมือนเช่นที่ตะวันออกกลาง รัฐบาลไทยคือ ผู้รุกรานที่มายึดพื้นที่ไปครอบครองในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของ ... การสร้างเรื่องล้างสมอง รวมไปถึงปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น ความสำเร็จในการแยกตัวของชาวติมอร์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของอินโดมาช้านาน การตายเพื่อรับใช้พระเจ้าบนสวรรค์ และ วีรกรรมพลีชีพที่ยังไม่บรรลุผลของชาวรัฐปัตตานีในอดีต

๔ ..... จุดชนวนความรุนแรง
ด้วยแนวความคิดที่สอดคล้องกับมุสลิมผู้นิยมลัทธิก่อความรุนแรงทั่วโลกว่า ถ้าไม่ใช้ความรุนแรงไม่มีทางที่จะชนะได้ ไม่มีทางที่จะได้รัฐปัตตานีคืนด้วยการเจรจา (เช่นเดียวกับการเจรจาบนโต๊ะเพื่อขอคืนดินแดนปาเลสไตน์)

การปล้นปืนที่ค่ายทหารและการเผาโรงเรียนเป็นบททดสอบแรกที่นำมาพิเคราะห์แล้วว่า ..แผนการสำเร็จได้ เป็นไปได้ เพราะสร้างความมืดมนให้กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง วิเคราะห์สาเหตุกันไปต่างๆ นานา ถูกๆ ผิดๆ และเกิดความไม่ไว้วางใจพวกเดียวกันเอง ... ขบวนการได้นำผลสำเร็จจากการปฏิบัติการมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาวกเพื่อการวางรากฐานแผนขั้นต่อไป

๕ ..... สร้างเกราะป้องกันตัว
หลังจากความพยายามสืบหาตัวการก่อการร้าย และอาวุธปืนที่ถูกปล้น เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเริ่มแตกกันเป็นหลายความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหา การพยายามหยิบยกให้เห็นผลร้ายของการแตะต้องคนในศาสนามุสลิมและสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะทำให้เกิดการแบ่งแยกชาวไทยออกเป็นสองส่วน และนำไปสู่สงครามศาสนาได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ลังเล และเห็นด้วยที่จะใช้มาตรการโอนอ่อน และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งของคนสองศาสนาในพื้นที่

จะเห็นได้จากการออกมาโวยวายอย่างเกินเหตุ ถึงขั้นไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ ทั้งสิ้นของผู้นำ ชุมชนมุสลิม เพียงเพราะเจ้าหน้าที่ไปตามจับผู้ต้องสงสัยที่หลบเข้าไปในโรงเรียนสอนศาสนา ... การสร้างเกราะป้องกันเข้มงวดกับโรงเรียนและมัสยิด มิให้ผู้อื่นย่างกรายเข้าไปโดยง่าย เป็นแผนสร้างเกราะกำบังส่วนหนึ่ง คงเป็นไปไม่ได้ หากจะติดตามจับคนร้ายอย่างกระชั้นชิด แล้วเจ้าหน้าที่ต้องขอหนังสือตรวจค้นเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องไม่ถืออาวุธ ไม่ใส่หมวกทหาร ไม่สวมรองเท้า (ให้ถอดบู๊ทออก กว่าจะถอดได้..)

แผนการขั้นนี้ ถือว่า สำเร็จตามวัตถุประสงค์ เพราะคนเป็นใหญ่เป็นโตในรัฐบาลออกมาตำหนิเจ้าหน้าที่ของทางการว่า ดำเนินการโดยไม่ให้เกียรติ

๖ ..... ฆ่า..เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง
การฆ่าเจ้าหน้าที่ พระภิกษุ และชาวไทยพุทธทั้งหลายที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด เพื่อสร้างความหวาดกลัวในการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคม ทางการจับตัวคนร้ายได้บ้างไม่ได้บ้าง จับได้ก็ถูกกดดันให้ระมัดระวังในการตั้งข้อกล่าวหา และหลักฐานโยงใยไม่ชัดเจน สร้างอานุภาพให้กับผู้ก่อการอย่างไม่คาดคิด เพราะนี่เป็นจุดอ่อนที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่กล้าที่จะใช้ความเด็ดขาดลงไป

บ้านเมืองใดก็ตาม หากกฎหมายไม่หย่อนยานแต่ควบคุมการใช้อย่างหย่อนยาน ก็จะทำให้โจรผู้ร้ายเกิดความเหิมเกริม นี่เป็นสัจธรรมของการปกครอง

ยิ่งฆ่ามาก และลอยนวลได้เท่าไร
ก็จะยิ่งสร้างอำนาจการต่อรองในสังคมได้มากขึ้น


เพื่อยุติปัญหาก่อความไม่สงบ รัฐบาลจะเริ่มมองหามาตรการ "เจรจา" กับตัวแทนก่อการร้าย นั่นคือ เป้าหมายที่มุ่งหวัง ... จะเห็นได้ว่า ในเวลาหนึ่งของแผนการนี้ ได้มีการพบปะพูดคุยและต่อรองกันอย่างลับๆ ของเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ของไทยกับหัวหน้าโจร แต่ทั้งสองฝ่ายรั้งรอที่จะเปิดเผยตัวจริง จึงกระทำผ่านตัวแทนที่ได้รับมอบหมาย ...

แผนนี้ถือว่า ประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งแน่ชัดแล้ว เพราะมีการเจรจาทางลับ และมีเจ้าหน้าที่จำนวนมากขอย้ายตัวเองออกนอกพื้นที่ แสดงว่าหวาดกลัวจนไม่เป็นอันทำมาหากิน

๗ ..... สร้างเงื่อนไขยึดชุมชน
การรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนก่อความรุนแรงอย่างแสนสาหัสในอาณายริเวณกว้าง เป็นความมุ่งหมายที่จะสร้างเงื่อนไขยึดชุมชน ... การเข้าไปรวมตัวกันในมัสยิดกรือเซะก็เพื่อสร้างเงื่อนไขต่อรองกับเจ้าหน้าที่ทางการ ซึ่งก็เกือบที่จะสำเร็จตามแผนการอยู่แล้ว หากสามารถถ่วงเวลาให้ยืดเยื้อไปได้ถึงวันรุ่งขึ้น การระดมพลเพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่กระทำการรุนแรง และประณามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่จากองค์กรมุสลิมทุกเครือข่ายทั้งใน และนอกประเทศจะกรูกันเข้ามากดดันมิให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการใดๆ ได้ทั้งสิ้น เว้นแต่จะมีการเจรจาผ่านตัวแทน

การปล่อยตัวมุสลิมที่ยึดกรือเซะจะเกิดขึ้นในลำดับถัดมา และจะมีการเผยแพร่ภาพคนพวกนี้เป็นวีรบุรุษของชาวมุสลิม ... ตรงนี้จะสร้างเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้น และระดมอิทธิพลทั้งกำลังคนและกำลังทุนได้มากขึ้นอย่างแน่นอน ... น่าเสียดายที่แผนมาพังทลายไปเพราะ พลเอกพัภลภ ปิ่นมณี ไม่ยอมหารือกับผู้ใหญ่ในคณะรัฐบาล และดำเนินการไปอย่างที่เห็นสมควรตามแผนยุทธศาสตร์ (ตรงนี้วิเคราะห์ได้สองกรณี คือ ผู้ใหญ่ไม่สั่ง หรือ ผู้ใหญ่สั่ง แต่จำต้องใช้พลเอกพัลลภออกมารับหน้า) นี่เป็นการทำลายแผนการยึดชุมชนให้เหลือเพียง การประณามจากนานาองค์กรเรื่อง ความไม่เหมาะสม

เหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ที่หน้าสถานีอำเภอตากใบ ก็เป็นการดัดแปลงแผนการในลำดับนี้ โดยยึดเหตุการณ์ที่กรือเซะเป็นบทเรียน ... การเดินทางมาชุมนุมกันเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษเป็นจำนวนนับพันๆ คน ต้องมีการนัดหมายและวางแผนกันมาเป็นอย่างดีเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีแผนการอยู่เบื้องหลัง และเป็นที่น่าสังเกต คือ เลือกเอาวันหยุดราชการ ๓ วัน ซึ่งผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนเดินทางออกไปพักผ่อนนอกพื้นที่ หรือ กลับภูมิลำเนา

ทำเลที่ตั้งของสถานีตร.อำเภอตากใบ เหมาะแก่ยุทธภูมิในการปิดล้อม และเปิดให้มีทางหนีทีไล่ได้อย่างไม่ยาก ... ปมสำคัญ คือ รัฐจะต้องปฏิเสธไม่ปล่อยผู้ต้องหา เป็นเหตุให้เกิดการลุกฮือ และเผาที่ทำการสถานี เกิดจราจลจนไม่อาจควบคุมได้

แผนการนี้ล้มเหลวเพราะเหตุใด?
บทเรียนที่กรือเซะ คือ พยายามถ่วงเวลาเพื่อให้แนวร่วมที่ประสานงานไว้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ความช่วยเหลือยังไม่ทันมาถึงก็โดนสอยร่วงไปก่อน ... งานนี้ทางการคงไม่กล้าสอยทีเดียวเป็นพันๆ คน ประเมินแล้วจึงคิดว่าจะใช้การกดดัน แล้วเพิ่มชุมนุมชน จาก ๗๐๐ เป็น ๑๐๐๐ ในตอนค่ำ และทวีเป็นจำนวนหลายพันจากมุสลิมทุกภูมิภาคในเวลาต่อมา ... ถึงเวลานั้น การใช้กำลังเข้าสลาย "ไม่มีวันเป็นไปได้"

แต่แผนมาแตกเสีย เพราะมีคนกลัวตาย มากกว่า ไม่กลัวตาย เมื่อเจ้าหน้าที่มีเวลาเตรียมตัวและได้กำลังเสริม ระดมยิงปืนแบบบ้าระห่ำ (มิได้เล็งเป้าหมายไปที่ม็อบ) เกิดเหตุการณ์ "ผึ้งแตกรัง" ที่ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน กระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง เพราะเข้าใจว่า กระสุนปืนมุ่งเด็ดชีพอย่างเด็ดขาด ... แทนที่จะตะโกนกู่ร้อง โดยผู้นำม็อบบอกว่า อย่าเคลื่อนไหว เป็นแผนลวง ให้เกาะมือกันไว้เป็นโล่ห์ป้องกันให้กันและกัน (ดั่งที่วีรบุรุษ ๑๔ ตุลา เคยทำได้)

ถ้าเช่นนั้น ก็คงมีโอกาสสำเร็จลุล่วงแผนการนี้ไปได้ไม่ยาก เพราะเมื่อมีการตีข่าวออกไปทั่วโลกแล้ว ลำดับต่อไปก็จะเข้าล็อกในทันที ... ดูท่าว่า คงจะต้องวางแผนกันใหม่ครับ เตี๊ยมกันให้เหมาะๆ ถ้าทางการทำอย่างนี้ เราจะทำอย่างไร จำลองทุกสถานการณ์ไม่ให้พลาด โดยยึดเอา กรือเซะ และ ตากใบ เป็นอุทธาหรณ์
..
..
ในเมื่อแผนลำดับที่๗ ยังไม่บรรลุ .....
ก็ยังไม่ถึงแผนขั้นที่๘ ซึ่งเชื่อว่า น่าจะถึงลำดับสุดท้ายของการตั้งรัฐปัตตานีแล้ว



................................................................
โดยคุณ : bonny - [ 26 ต.ค. 47 10:29:01 ]
ที่มา ... http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P3086720/P3086720.html

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 30/10/2004 01:43 AM


�����Դ��繷��: 60




รายการเมืองไทยรายสัปดาห์
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 ตุลาคม 2547 07:12 น.


สนธิ แนะแก้ปัญหาดับไฟใต้ ต้องใจเย็น ใช้ปัญญา ทั้งนี้เหตุการณ์รุนแรงรายวันเป็นการยั่วยุของฝ่ายที่ซุ่มอยู่ และแก้ที่ปัญหาวัฒนธรรม และขอร้องผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลอย่าเอาอิสราเอลเข้ามาฝึก เพราะจะเป็นการเปิดประตูให้อัลกออิดะห์เข้ามาแน่ พร้อมทิ้งท้ายด้วยบทเพลงของ บ็อบ ดีแลน "Blowin' in the wind" ให้ไทยพุทธและมุสลิมละความเคียดแค้น แล้วหันหน้าคุยกัน

สโรชา ..... สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ อาหารสมองก่อนเข้านอนในทุกคืนวันศุกร์ กลับมาพบกันอีกครั้งกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ดิฉัน สโรชา พรอุดมศักดิ์ค่ะ ก่อนที่จะไปเริ่มรายการ ดิฉันขออนุญาตประชาสัมพันธ์เล็กน้อยนะคะ ภาพที่เห็น หนังสือแม่ของหนูสวยที่สุด จัดทำโดยศาลเยาวชน และครอบครัวกลาง ร่วมกับบริษัทบัตรกรุงไทยมหาชน ในวโรกาสเฉลิมฉลอง 72 พรรษามหาราชินี รายได้ทั้งหมดจะน้อมถวายเป็นพระราชกุศล คุณผู้ชมค่ะ ในรายการวันนี้คิดว่าคงไม่ต้องเกริ่นอะไรมากมาย เรื่องราวที่เราจะคุยกันคงไม่พ้นเรื่องราวปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดิฉันคงไม่ต้องลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งตัวเลขของผู้เสียชีวิตหรือถ้อยแถลงของท่านนายกรัฐมนตรีที่มีเมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา แต่วันนี้ทั้งรายการ เราคงต้องเทเวลาเกี่ยวกับปัญหานี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแง่ของวัฒนธรรม ซึ่งจริงๆ แล้วเราเคยคุยกันมาแล้วใช่ไหมค่ะ คุณสนธิ

สนธิ ..... เรื่องนี้เราเคยคุยมานานแล้วครับและก็ไม่อยากจะพูดอีกว่า เราก็ไม่ผิดอีกเหมือนกัน กาลเวลาผ่านไป แต่ข้อเท็จจริงในบางครั้ง พูดเวลานั้น ท่านผู้ชมอาจจะมองไม่เห็นแต่หลังจากเหตุการณ์ผ่านมาหลายเหตุการณ์แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์กรือเซะ กับเหตุการณ์ครั้งนี้พิสูจน์ชัดว่า การดำเนินการที่แก้ปัญหากรือเซะนั้น ถูกต้องทุกประการตรงกันข้ามกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ตรงกันข้ามไปเลยประเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าต่างกันตรงไหนบ้าง ที่ต่างกันอย่างมากที่สุดคือว่างวดนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่มีไพ่จะเล่นแล้ว สมัยก่อนท่านยังมีไพ่ที่ตีออกได้คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ วันนี้ท่านต้องเอาตัวท่านเข้ามาแลกแทน

สโรชา ..... ปัญหานี้เราคงต้องคุยกันในหลายมิตินะคะ ซึ่งเรานำมาเป็นคำถามเอสเอ็มเอสประจำสัปดาห์นี้ เราถามว่า ท่านคิดว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีโอกาสกลับมาคืนสู่สันติสุขหรือไม่ มี กด เอ็มที 1 ไม่มีกด เอ็มที 2 กดมาที่84820 หรือ โทร.มาที่ 02-201-6055-60 ค่ะ เช่นเคยนะคะ เราจะแจกโทรศัพท์มือถือกันในทุกสัปดาห์ค่ะ สัปดาห์นี้เราแจกพานาโซนิก เอ็กซ์ 500 ค่ะ สไลด์เท่ห์ อินเทรนด์ พลิกคลิกเก็บช็อตเด็ดโดนใจ แค่สโลแกนคงจะโดนใจแล้วค่ะ นอกจากนี้เราจะแจกเสื้อยืดด้วยนะคะของฟรีอินเตอร์เน็ตค่ะ แจกกันทั้งหมด 3 รางวัล เพราะฉะนั้นส่งเข้ามาเยอะๆ นะคะ เอสเอ็มเอส เราจะสุ่มเลือกผู้โชคดีในช่วงท้ายรายการ นอกเหนือจากนี้มีข่าวประชาสัมพันธ์ต่อซักนิดนึงนะคะ ในทุกวันอาทิตย์ของเดือนพ.ย. เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 14 21 28 นี้อยากจะเชิญทุกท่านเข้าร่วมโครงการผู้จัดการสุขภาพ โดยมีการเสวนาอบรม โดยอาจารย์สิน ภิรมย์ภักดิ์ค่ะ ค่าอบรม 120 บาทต่อท่าน รับเพียง 20 ท่านเท่านั้นเองค่ะ ที่อาคารอนุรักษ์บ้านเจ้าพระยา นะคะ สนใจติดต่อ 02-629-2211 ต่อ 1117 1118 และ 1152 ขอบคุณฟรีอินเตอร์เน็ตด้วยค่ะ ที่เอื้อเฟื้อระบบเอสเอ็มเอสให้กับเรา พักซักครู่เดี๋ยวกลับมาคุยกันค่ะ

สโรชา ..... กลับมาสู่เมืองไทยรายสัปดาห์นะคะ ดิฉันจัดรายการวันนี้ค่อนข้างจะมีความหนักใจพอสมควรในเรื่องราวที่เกิดขึ้น เชื่อว่าหลายๆ ท่านเองคงจะรู้สึกเช่นเดียวกัน คราวนี้เรามาปรึกษา เรามาคุยกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น คุณสนธิจะเริ่มที่มุมไหนดีค่ะ

สนธิ ..... คือเรื่องที่เกิดขึ้น ผมไม่อยากจะทวนย้อนว่า เกิดอะไรขึ้น เกิดการประท้วงแล้วมีการตายกันเกิดขึ้น เอาเป็นว่าจากนี้ไป เราจะทำยังไงกับมันนะครับ คือถ้าคุณสโรชา และท่านผู้ชมที่บ้านจำได้ เริ่มแรกสุดที่เราเคยคุยเรื่องนี้ เราพูดมาตลอดเวลาว่า ปัญหาทางภาคใต้นั้น เป็นปัญหาเชิงวัฒนธรรม

สโรชา ..... ค่ะ เป็นความแตกต่างทางวัฒนธรรม

สนธิ ..... และเราพูดมาตลอดว่า ก่อนที่เราจะคิดสนทนาหรือแก้ปัญหาทาง 3 จังหวัดภาคใต้เราจะยอมรับข้อแรกก่อนไหมว่า ชาวไทยมุสลิม 3 จังหวัดภาคใต้มีวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนเรา นั่นคือสิ่งแรกจำได้ไหมที่เราคุยกัน ถ้าเรายอมรับตรงนี้เราก็คุยกันต่อ ถ้าเรายอมรับตรงนี้เราต้องยอมรับต่อหรือไม่ ว่าสังคมไทยหรือสังคมสยามเป็นที่รวมของหลายวัฒนธรรม หลายเชื้อชาติ ทั้งเขมร ทั้งลาว จีน อินเดีย ไทยมุสลิม มาเลเซีย ถ้าเรายอมรับตรงนี้ ก็เหมือนกับเราพูดถึงนโยบายดอกไม้หลากสีของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งท่านพูดมานานแล้ว คือการจะแก้ปัญหาอะไร เราต้องยอมรับรากเหง้าของปัญหาซะก่อน เมื่อเรายอมรับว่าสังคมไทยนั้นประกอบด้วยหลายเชื้อชาติ หลายชนชาติ สิ่งต่อไปเราต้องถามตัวเองว่า เมื่อยอมรับเช่นนี้แล้ว วิธีแก้ปัญหาซึ่งวิถีชีวิตเขาไม่ตรงกับเรา เราจะแก้ยังไง สิ่งแรกซึ่งเราได้ทำไปเรียบร้อยแล้ว คือรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 เราได้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ขึ้นมา บนพื้นฐานของดอกไม้หลายสี ถามว่า ถ้าเราไม่เชื่อมั่นในรัฐธรรมนูญนี้ เราจะมีรัฐธรรมนูญนี้ไปทำไม ใช่ไหมคุณสโรชา ถ้าเราเชื่อมั่นในรัฐธรรมนูญอันนี้เราก็ต้องปฏิบัติตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคสังคม ภาคใดก็ตามให้ตรงกับข้อความในรัฐธรรมนูญตัวนี้

สโรชา ..... ปฏิบัติตามสิ่งที่เราได้ร่างขึ้นมา

สนธิ ..... รัฐธรรมนูญตัวนี้ในขณะนี้ สิ่งที่เกิดขึ้น ที่ตากใบ กำลังก่อให้เกิดวิกฤติศรัทธาในรัฐธรรมนูญของเรา หลายๆ ท่านที่ฟังอยู่ อาจจะไม่พอใจ เพราะว่าตอนนี้กระแสกำลังอยู่ในช่วงของชาตินิยมขาขึ้น ผมไม่อยากให้พวกเราไปเกลียดชาวไทยมุสลิม เพราะเขาคือชาวไทยเหมือนกัน เพียงแต่เขานับถือศาสนาอิสลาม และวิถีชีวิตเขาไม่เหมือนเรา แต่เขาคือคนไทย ที่ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่แล้ว ของเขาก็จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาของเขาและพระมหากษัตริย์ไม่มีวันแปรเปลี่ยน ทีนี้ปัญหาที่มันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้น เพราะคนไม่กี่กลุ่ม เราเคยพูดถึงอำนาจที่สอง อำนาจรัฐเก่า ข้าราชการชั่วๆ เดิมๆ พวกโจรแบ่งแยกดินแดน พวกโจรธรรมดา และพวกผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย กลุ่มคนพวกนี้คือกลุ่มคนซึ่งทำให้น้ำ รัฐบาลคือปลา น้ำคือประชาชน ถ้าประชาชนไม่เอารัฐบาลแล้ว ปลาก็อยู่ไม่ได้ใช่ไหมในน้ำ

เหตุการณ์ในตากใบและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ตลอดเวลาพิสูจน์ชัดแล้วว่า จากการซึ่งเราใช้นโยบายไม่ระมัดระวัง เราใช้การทหารนำหน้าตลอด หรือเราใช้ความรุนแรงนำหน้าตลอด มันจะทำให้น้ำไม่เล่นด้วยกับเรา แต่ที่พูดเช่นนี้ ต้องเห็นใจทหารและตำรวจ ทหารและตำรวจนั้นก็เป็นฝ่ายถูกกระทำมาตลอด ไม่ว่าจะเป็น 4 ม.ค. 22 28 เม.ย. จนวันนี้ นั่งอยู่เฉยๆ มีคนขี่มอเตอร์ไซค์มายิงพระ ก็ย่อมเกิดความอัดอั้นตันใจ ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นที่ตากใบนั้น ในด้านหนึ่ง มองได้ว่า อาจจะไม่มีเจตนา แต่ในอีกด้านหนึ่งคือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือการจงใจเกิดอาการหมั่นไส้ คงไม่ได้ไปทำร้ายเขา คงจะจับมันยัดๆ เข้าไปแล้วเกิดภาษาอังกฤษเรียกว่า suffocate หายใจไม่ออกขึ้นมา

ปัญหานี้ตำหนิใครไม่ได้ แต่ต้องมีคนรับผิดชอบ อย่างน้อยที่สุด ท่านแม่ทัพภาค 4 ท่านต้องรับผิดชอบ ท่านไม่รับผิดชอบไม่ได้ งานนี้นะครับ อันนี้ที่เราต้องแยกให้ชัด อันที่สอง เราต้องแยกให้ชัดว่า การแก้ปัญหาตากใบกับการแก้ปัญหาที่กรือเซะไม่เหมือนกัน คุณสโรชาจำได้ไหมครับ ว่า วันนั้นที่ผมออกเรื่องกรือเซะ คุณจำได้ไหมว่า มีเอสเอ็มเอสคนออกความเห็นด่าผมตรึมเลย คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า คุณอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ผมเฉยๆ เพราะผมถือว่า บางครั้งบางเวลา เราพูดอะไร เพราะว่าเราเห็นไปข้างหน้า เราต้องอดทน พอมาอีกซักพักเราก็เห็น อย่างวันนี้เราเห็นชัดเลย วันนั้นท่านนายกฯ มีไพ่เล่น คือพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ วันนั้นเราเสียสละคนไป 2 คน คนแรกที่เสียสละคือ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ท่านยอมเสียสละให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ โดยแจ้งว่า ผมขัดคำสั่งพล.อ.ชวลิต พล.อ.ชวลิตก็เลยย้ายพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณีออกมา แต่พอย้ายออกมา พล.อ.พัลลภ ก็บอกว่าผมไม่พอใจที่ถูกย้าย แต่ผมยอม เพราะผมขัดคำสั่ง เสร็จแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือว่าทหารส่วนใหญ่ หรือประชาชนส่วนใหญ่ก็ก่นด่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

นึกออกไหมครับว่าเอาใจแขกมุสลิม แต่สงครามตรงนั้นจบ จบตรงที่ว่าไม่มีกระแสสากลออกมา โจมตีต่อว่ารัฐบาลไทย เพราะรัฐบาลไทยได้จัดการทันที ทันควันกับเหตุการณ์ จำได้ไหมครับและตอนนั้นเวลานั้น เป็นเวลาน่าสิ่งน่าขวาน ก็ปรากฏว่า เงียบกริบหมด ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ ไม่เคยมีองค์กรมุสลิมที่ไหนในโลกนี้หรือประเทศมุสลิมใด ประท้วงประเทศไทยเลยแม้แต่นิดเดียว แต่วันนี้กลับตรงกันข้าม เพราะเราไม่มีไพ่ที่จะไปเล่น เนื่องจากว่าท่านนายกฯ เล่นลงไปด้วยตนเอง เข้าใจไหมครับ

สโรชา ..... คือหมายความว่าในระดับบัญชาการแล้วจะเป็นระดับบนทั้งนั้นเลย หรือค่ะ

สนธิ ..... ในระดับนั้นท่านนายกฯ ต้องมีไพ่เล่น ท่านนายกฯ ไม่ควรจะลงไปจำได้ไหมครับ หลายๆ รายการในเรื่องนี้ เราเคยพูดว่าไม่อยากให้ท่านายกฯลงไป ผมเป็นคนพูดเอง ผมขอร้องไม่อยากให้ท่านนายกฯ ลงใต้ในเรื่องเรามีพล.อ.สิริชัย อยู่แล้ว ที่คอยดูแล ถ้าเกิดเหตุอันนี้ขึ้นมาก็ต้องเล่นงานพล.อ.สิริชัย ถ้าสมมติจำเป็นต้องตีไพ่ออก พอท่านนายกฯลงไปแล้ว ท่านตีไพ่ออกไปไหนไม่ได้แล้ว ถูกไหมละครับ อันนี้คือเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่ที่พูดอันนี้ผมไม่อยากจะพูดให้ทหารหมดกำลังใจ ทหารที่ดีๆ และตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติมีมาก แต่ในขณะเดียวกัน ข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด ข้ออะไรก็ตามถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อมันผิดก็ต้องยอมรับผิด แต่ผมเชื่อว่าทหารมีความตั้งใจดี ที่จะทำตรงนี้ ประเด็นที่สำคัญที่ผมอยากจะพูดให้ฟังคือว่า ปัญหาทางใต้นั้น เป็นปัญหาซึ่งจะต้องทำเป็นขั้นตอน ปัญหาทางใต้จะแก้แบบ 30 วัน 60 วัน แบบที่ท่านนายกฯ พูดแก้ไม่ได้ เนื่องจากปัญหาทางใต้มันหมักหมม และสั่งสมมาเป็นเวลาหลายสิบปี เพราะฉะนั้นแล้วการแก้ปัญหาทางใต้นั้น ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ ให้มันดีขึ้นทีละนิด ทีละนิด

สโรชา ..... ที่เราเคยคุยกันว่า ปัญหาที่จะต้องแก้ไขกันระยะยาว แต่เริ่มแรกคือความเข้าใจในความแตกต่าง เราได้เริ่มหรือยังค่ะ

สนธิ ..... ผมคิดว่าเริ่ม แต่ในกระบวนการโครงสร้างทางสังคมนั้นทางการปกครอง เรายังไม่ได้ทำให้เขา นั่นข้อที่หนึ่ง ข้อที่สองคุณสโรชารู้ไหมว่า คุณจะส่งพล.อ.สิริชัยลงไป ส่งใครลงไปก็ตาม ไม่ได้ผลซักคน เพราะหน่วยข้างล่างไม่ยอมปฏิบัติตาม เข้าใจไหมครับ เพราะพวกนี้ฝังรากลึกลงเอาไว้นานแล้ว ใช่ไหมครับ เขามีวิธีทำงานตามวิธีเดิมๆ ของเขา จะทำอย่างไรก็ตาม ถ้าจะทำก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ถ้าเปลี่ยนแปลงเฉพาะหัว แค่ย้ายแม่ทัพภาค 4 ลงไปใหม่ แค่เอาพล.อ.สิริชัย หรือพล.อ.อะไรก็ตามลงไป ไม่ได้ผล เพราะไปสั่งการอะไรไม่ได้เลย แม้แต่นิดเดียว

สโรชา ..... ที่บอกว่าต้องเปลี่ยนทั้งหมด ระดับไหนบ้างค่ะ

สนธิ ..... ผมคิดว่าถึงระดับกลาง อย่างน้อยถ้าเป็นตำรวจ ต้องถึงระดับสารวัตร และรองผู้กำกับ ถึงขนาดนั้นเลย ค่อนข้างจะเยอะ เพราะว่า ทุกอย่างมันฝังรากลึกมานานแล้วครับและคุณสโรชาดูซิครับ พอมีเรื่องทีไร ก็จะพูดตลอดเวลาว่า พวกนี้ติดยาเสพติด และมีนักการเมืองหนุนหลังแต่ก็ไม่เคย ผมไม่เคยเห็นการจับกระบวนการค้ายาเสพติดที่ใหญ่ซักกระบวนการหนึ่งใน 3 จังหวัดภาคใต้ได้ซักครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้วข้ออ้างตรงนี้เป็นข้ออ้างซึ่งไม่ควรจะใช้อีกต่อไปแล้ว ผมคิดว่า ตอนนี้ต้องปรับกระบวนท่ากันใหม่ อะไรที่ผิดพลาดไปยอมรับซะ และอย่าไปเสียกำลังใจ ผมเชื่อว่าความผิดพลาดนั้น อาจจะไม่ได้เจตนาแต่ว่ามีความหมันไส้ คือตัวเองถูกกระทำมาตลอด ขึ้นไป ขึ้นบนรถไปแต่คงไม่ใช่ไปถึงกับไล่ฆ่า

ตอนแรกสุด ที่บอกว่า มีคนตาย 6 คนนั้นจากการประท้วง เพราะมีการยิงปืนขึ้นมายังพอรับกันได้ แต่พอตอนหลังตาย 80 มันตอบคำถาม ไม่ต้องตอบคำถามสังคมไทย ตอบคำถามชาวโลกมันตอบยาก ที่ผมกลัวมากๆ และกลัวจริงๆ คือ ผมไม่ต้องการให้มีการใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหาครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมไม่ต้องการให้มีการปลุกกระแสชาตินิยมขึ้นมา แต่กลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้เหตุการณ์ทุกวันนี้มีลักษณะคล้ายๆ 6 ตุลา เพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากคอมมิวนิสต์มาเป็นพวกชาวไทยมุสลิมไปซะ ไม่พอใจฆ่าๆๆๆ เพราะผมดูอารมณ์ของความเห็นที่เข้ามาในเว็บไซต์ อารมณ์บอกว่า ฆ่ามันให้หมด ไล่มันออกจากแผ่นดินไทยไป ตรงนี้น่ากลัวมาก

ยิ่งถ้าเราระดมคนไปขอแสดงความยินดี ให้กำลังใจกับท่านนายกฯ ให้กำลังใจกับทหารหรือตำรวจ ยิ่งเป็นการตอกลิ่ม ทำให้คน 3 จังหวัดภาคใต้ เขาถามว่า แล้วฉันไม่ใช่คนไทยหรือไง นี่คือปัญหาใหญ่ เรามีหน้าที่ รัฐบาลมีหน้าที่สร้างความสมานฉันท์ขึ้นมาในแผ่นดิน ความปรองดอง รัฐบาลเปรียบเสมือนเป็นพ่อ ท่านนายกรัฐมนตรีเปรียบเสมือนเป็นพ่อที่อยู่ในแผ่นดิน แต่ไม่ใช่พ่อนะครับ พ่อตัวจริงคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือเป็นผู้ดูแลบ้าน เพราะฉะนั้นท่านนายกฯต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย ยิ่งคนมาขอแสดงความให้กำลังใจกับท่าน ท่านยิ่งต้องสั่งอย่าเอาเข้ามา เพราะถ้าเอาเข้ามาแล้ว คนทางใต้นึกถึงคนที่เขาไปรอรับศพญาติเขา ลูกเขา แล้วก็มีพวกส.ส. พรรคการเมือง จะเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล พาประชาชนมาเชียร์ ออกให้กำลังใจ เห็นภาพ เขาบอกว่า นี่มีความสุขเหลือเกิน กับการที่อยู่บนความตายของลูกเขา

ถามว่ามีพวกตัวร้ายไหม ที่อยู่ในกลุ่มนั้น ตอบว่ามี แน่นอน และจริงๆ แล้วในแผน ณ วันนั้น ถ้าผมดู ถ้า 3,000 คน ที่มาประท้วงยังอยู่ต่อ พอตกค่ำแล้ว ก็คงจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ แต่เผอิญมีคนใจร้อนยิงปืนขึ้นมาซะก่อน ก็เลยเกิดไปกระตุกเอาทหารซึ่งอึดอัดใจมานานแล้ว นึกออกไหมครับ เพราะถูกกระทำมาตลอด ก็เลยลุยเละเลย ก็เลยจับ คือจ้องมานานแล้ว พวกเขาคงรู้ว่าไอ้นี่ตัวก่อกวน ก็เลยลุยไปทีเดียวหมด ก็ตายไป 6 และจับขึ้นรถไปอีก

แต่ที่น่ากลัวมากคือ ปฏิกิริยาทางสากล ซึ่งเดี๋ยวเราจะพูดกันตอนต่อไป แต่ผมอยากจะฝากก่อนจะจบเบรกนี้ คือ ผมรู้ว่า การพูดครั้งนี้ ต้องพูดด้วยความใจเย็นและผมอยากให้ผู้ชมทางบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคนทางภาคเหนือ ภาคอีสาน คนทางภาคกลาง ให้ใจเย็นซักนิดนึง ให้ระลึกเสมอว่า ประเทศไทยนั้นแตกแยกไม่ได้ ถ้าหากเขาเป็นชาวไทยมุสลิม เขาก็คือไทย เราเป็นไทยพุทธ เรายังมีไทยคริสต์ ถูกไหมครับ และเรายังมีไทยซึ่งไม่นับถือศาสนาอะไร เป็นพรรคพวกเดียวกันหมด ผมอยากจะฝากไว้ซักนิดนึง ถ้าใครเรียนประวัติศาสตร์จะต้องจำได้ ว่าขงเบ้ง มีคำจารึกอยู่บนกระท่อมหลายพันปีมาแล้ว คำจารึกบอกว่า ผู้ใดได้ยินเสียงฟ้าร้อง ไม่ได้หมายความว่า ผู้นั้นจะมีโสตประสาทที่ดี ผู้ใดมีโสตประสาทที่ดี คือผู้ซึ่งได้ยินเสียงคนที่ไม่ได้พูด ผู้ที่เห็นภูเขาอยู่เบื้องหน้า ไม่ได้แปลว่าเป็นผู้ที่มีจักษุประสาทดี ผู้ที่มีจักษุประสาทที่แท้จริง ก็คือผู้ที่เห็นเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น

สโรชา ..... ค่ะ คงจะทิ้งท้ายเบรกนี้กันด้วยสุภาษิตนี้ พักซักครู่เดียว เรากลับมาคุยกันต่อค่ะ

สโรชา ..... กลับมาสู่เมืองไทยรายสัปดาห์ค่ะ เมื่อซักครู่นี้ทิ้งท้ายกันด้วยประเด็นของต่างประเทศ ค่อนข้างจะเยอะ รุนแรงและค่อนข้างจะถี่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันจันทร์ มีกระแสมาค่อนข้างจะแรง

สนธิ ..... ที่ผมกลัวมาก ๆ คือว่า ในขณะนี้มีต่างประเทศอยู่ 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือส่วนมุสลิมเอง ส่วนหนึ่งคือส่วนตะวันตก ที่จะฉวยโอกาสเอาวิกฤติตัวนี้มาสร้างโอกาสให้ตัวเองทั้ง 2 กลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะสังเกตให้เห็นชัดว่ากรณีตากใบ ไม่เหมือนกรณีกรือเซะ

สโรชา ..... ตรงไหนคะ

สนธิ ..... กรณีกรือเซะ องค์กรมุสลิม หรือประเทศมุสลิมไม่ได้มีการเคลื่อนไหวมากมาย แทบจะไม่มีเลย แต่ตากใบ องค์กรอิสลามตลอดจนเว็บไซต์ต่างๆ ของอิสลามที่ไม่ใช่พูโล พูโลไม่ต้องพูดถึง เพราะจะทำยังไงมันก็ด่าเราอยู่แล้ว ถูกไหมครับ พวกนี้มีการจัดตั้งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย พรรคบาธ ซึ่งพรรคนี้เป็นพรรคฝ่ายค้านก็มาอ้างว่า ขอให้ดินแดน 3 จังหวัดภาคใต้เป็นอิสระ เริ่มแสดงโผล่หางออกมาทีละนิด ในขณะเดียวกันก็มีชาวมุสลิมไปประท้วงหน้าสถานทูตไทยที่กรุงจาการ์ตา และหลายๆ ประเทศในทางมุสลิมเริ่มขอร้องให้ทางประเทศไทยเริ่มชี้แจง นั่นคือเหตุผล ทั้งหมด ความกดดันทางสากล ทำให้ท่านนายกฯต้องออกมาชี้แจงวันนี้และท่านชี้แจงได้ดีพอสมควร นะครับ

แต่ว่าประเด็นที่ผมกลัวคือว่าพวกนี้ กำลังใช้สาเหตุตัวนี้ ถ้าเราไม่สามารถแก้ปัญหาภายในเราได้อย่างสันติสุข ในฐานะคนไทยด้วยกัน แต่ว่าต่างศาสนา พวกนี้จะรวมตัวกันทางสากล พวกมุสลิมและบอกว่า ประเทศไทยกีดกันคนที่นับถือศาสนามุสลิม ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก เพราะว่า คุณเห็นไหมครับ ว่าตอนนี้ข้าหลวงใหญ่ของสหประชาชาติ เริ่มออกมาพูดแล้วว่า ให้ประเทศไทยชี้แจงเรื่องนี้มาทางสหประชาชาติซะหน่อยซิ ว่าอะไรที่ไหน เกิดขึ้นอย่างไร เกิดแล้วนะครับ สหรัฐอเมริกาเพื่อนที่แสนดีของเราก็ออกมาทันทีเลยว่า ไทยเราละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งๆ ที่มันละเมิดสิทธิมนุษยชนในอิรักทุกวัน แต่มันไม่พูดซักคำ ก็คือว่า อะไรที่เป็นภาพพจน์ของเขา เขาจะรักษาไว้ แต่อะไรที่เขาทำชั่ว เขาจะปกปิดเขาเองหมด

เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ผมกลัว คือกลัวว่า ถ้าอย่างนั้นแล้ว ทั้ง 2 กลุ่มพยายามทำให้ 3 จังหวัดภาคใต้ของเรา เป็นเช่นติมอร์ หรือว่ามินดาเนา มินดาเนาต่างกันติมอร์ตรงไหน ติมอร์คือว่าในที่สุดแล้วติมอร์ต้องแยกเป็นเอกราช เพราะว่าคนในติมอร์ลุกฮือขึ้นมา ถ้าสมมติว่าเราตอนนี้ไทยพุทธย้ายออกทางใต้หมดแล้ว และย้ายมาทีละนิด อีกหน่อย ถ้า 3 จังหวัดภาคใต้ไม่มีไทยพุทธอยู่ และเป็นไทยมุสลิมไปหมดเลย และเราไม่สามารถจะดำเนินกุศโลบายอะไรก็ตามให้เขาอยู่กับเราอย่างสันติสุข ตรงนั้นคือแดนมิคสัญญี เมื่อเป็นแดนมิคสัญญีแล้ว เราก็ไม่มีทางเลือก เราก็ต้องปราบอย่างเดียว ก็เพราะว่าในกระบวนการที่มีการยุยงส่งเสริม หรือปะทะกัน ภาษาอังกฤษตัวหนึ่งมันมีคำว่า escalation มันเพิ่มไปทีละนิด เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราต้องรู้ซิว่า ที่เขาฆ่าพระ เขาฆ่าท่านผู้พิพากษา เขาฆ่าตำรวจ ฆ่าทหาร

เพราะเขาต้องการยั่วยุให้มาปราบ พอเราปราบไปแล้ว มันถอดเสื้อที่เป็นผู้ก่อการร้ายและเสื้ออีกตัวก็คือประชาชนคนธรรมดานั่นเอง คนที่โชคร้ายคือชาวไทยมุสลิม ที่รักสันติ ที่รักประเทศไทย พวกนี้จะโชคร้าย เพราะว่าจับพลัดจับผลูเจอเจ้าหน้าที่ที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ แล้วที่ไม่มาหิริโอตัปปะ ไม่มีจริยธรรม คุณธรรม กวาดล้างเฉยๆ ไปโดนลูกหลง คนบริสุทธิ์ไปโดนลูกหลง ก็เท่ากับว่า เราไปเพิ่มพวกให้กับผู้ก่อการร้าย ถ้าทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แล้ว มันก็จะทวีคูณไปเรื่อย ๆ เลย ทำไมเขาต้องไปวางระเบิดยะลา ในขณะนี้เขากำลังรอให้เราสติแตก ปราบเขามากขึ้น เหมือนกับที่คนไทยหลายๆ คนบอกว่า ดูซิมันทำกับเราอย่างนี้ เพราะฉะนั้นลุยมันไปเลย ไม่ต้องไปกลัว

อย่ามองวันนี้ มองวันข้างหน้า หรือว่าเลวที่สุด คือระบบมินดาเนา มินดาเนาเป็นหมู่เกาะที่อยู่ในฟิลิปปินส์ มีกบฏโมโรอยู่ กบฏโมโรคือกบฏมุสลิม มันก่อกวนต่อต้านจนกระทั่งรัฐบาลกลางฟิลิปปินส์สู้ไม่ได้ ต้องไปเชิญอเมริกา อเมริกาส่งทหารไปประจำที่หมู่เกาะมินดาเนาแล้ว วันนี้สันติบาลไทยกำลังจะรับความช่วยเหลือมาจากประเทศอิสราเอล เพื่อมาฝึกในการต่อต้านปราบ ผมว่าบ้าไปแล้ว ตอนนี้ เราอย่าไปดึงต่างชาติเข้ามา นี่เป็นเรื่องภายในของเรา อย่าไปดึงต่างชาติเข้ามาเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นมุสลิมต่างชาติหรือ ว่าอิสราเอล ผมอยากให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลคิดให้ดีๆ อย่าชักศึกเข้าบ้าน เพราะถ้าคุณเอาอิสราเอลมาฝึกอาวุธ หรือฝึกให้ตำรวจสันติบาล ทำงานแบบที่พวกโมสาร์ท ทำ รับรองว่าไม่จืดเลยงานนี้ ถ้าถึงเวลานั้นแล้ว อัลกออิดะห์เข้าแน่นอน

สโรชา ..... ค่ะไปเปิดประตูให้เขา

สนธิ ..... เปิดประตูแน่นอนทำไมจะต้องชักศึกเข้าบ้าน แล้วถ้ามีศึกอันนี้เกิดขึ้นมา ผมต้องโทษผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลคนปัจจุบัน ว่าเป็นตัวการชักศึกเข้าบ้าน อย่าเลยครับ ผมขอร้อง อย่าเอาอิสราเอลเข้ามาในงานนี้ ชาวไทยมุสลิมเป็นพี่น้องเราเราคุยกันรู้เรื่อง เราแก้ปัญหากันรู้เรื่องและผมเชื่อว่าทหารไทย หน่วยราชการไทยมีศักยภาพที่จะทำได้ เป็นเพียงแต่ว่าขอให้ปรับแนวคิดซักนิดนึง ปรับความคิดซักนิดนึง ผมคิดว่า อะไรต่ออะไร ก็ดีขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าทำเป็นเล่นไปนะครับ เพราะถ้าพลาดไปนิดเดียว ทางฝ่ายผู้ก่อการร้ายทางโน้น พร้อมจะเข้าแล้ว ทางอเมริกา และอิสราเอลเตรียมพร้อมที่จะเข้ามา ทำไมเราจะต้องถูกลากและดึงออกไป เป็นแนวร่วมของเขาปัญหานี้เป็นปัญหาภายใน นั่นคือสิ่งซึ่งผมกลัวมากๆ

สโรชา ..... สิ่งที่คุณสนธิกำลังจะพูดคือหมายความว่าเราไม่ควรที่จะยึดหลักการตาต่อตาฟันต่อฟัน สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น

สนธิ ..... การทหารกับการเมืองต้องไปด้วยกัน คือถ้าการเมืองนำ นำได้นิดหน่อย คือในทำนองว่า พูดกันก่อนนะ พูดกันแล้วอโหสิกรรมกัน เอาละคุณทำงานไป ผมก็ทำงานไป แต่ถ้ามีเรื่องอีก คุณต้องการอะไร คุณบอกผมมา เรามาประชุมกัน แต่ถ้าทำยังไม่รู้เรื่องแล้ว ผมต้องเล่นคุณแล้วนะ แต่ต้องแยกแยะให้ถูก ปัญหาคือเราต้องแก้ปัญหาภายในของเราก่อน

สโรชา ..... ก็เคยมีนิรโทษกรรมแล้วนี่ค่ะ

สนธิ ..... มันไม่ใช่ มันยังไม่ใช่ และที่สำคัญคือว่า รัฐบาลต้องใจเย็น เพราะในกระบวนการของการก่อการร้ายแบบนี้ มันจะต้องมีมือที่สามที่อยากจะล้มรัฐบาลชุดนี้ หรือชุดไหน ๆ ก็ตาม มันมีอยู่แน่นอนที่สุด แต่อย่าไปเอาประเด็นของการซึ่งคนที่เข้ามาแทรกแซงและต้องการล้มนั้น เป็นประเด็นแห่งความแค้น และตัดสินใจไป ผมบอกคุณสโรชาว่าปัญหาทางวัฒนธรรมนั้นเป็นปัญหาต้องใช้เวลาในการแก้ และผมจะต้องกราบเรียนท่านนายกฯด้วยความสัตย์จริง ผมไม่อยากให้ท่านนายกฯ ไปเน้นเรื่องช่วยเหลือครอบครัวผู้ตายทุกคน อย่าไปเน้นตรงนั้น ที่ท่านควรจะเน้นคือ เน้นเรื่องการแก้ในเชิงวัฒนธรรมมากกว่า

ผมเคยพูดมานานแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้อ่อนแอมากในเชิงวัฒนธรรม รัฐบาลชุดนี้จะเน้นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาทางใต้นั้น ต้องยอมรับอย่างจริงจังและจริงใจ ว่าไม่ใช่ปัญหาจะแก้เสร็จภายใน 30 วัน 60 วัน 90 วัน เป็นปัญหาที่อาจจะต้องใช้เวลาเป็นปีๆ นะครับ ไม่ใช่ปีเดียวนะครับ ต้องวางเลยว่าปีแรกเป็นยังไง ปีที่สองเป็นยังไง ปีที่สามเป็นยังไง และที่สำคัญที่สุดอย่าเอาเรื่องชาตินิยมขึ้นมา เพราะถ้าเราเอาเรื่องชาตินิยมขึ้นมาเมื่อไหร่ เราสูญเสีย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปทันที

เพราะถ้าเราเอาเรื่องชาตินิยมขึ้นมา ถ้าเราปลุกไม่ดี ถ้าเกิดมีพวกขวาจัด บึกเข้าไปและไปเผามัสยิด เผ่าสุเหร่าแถวสี่พระยา เราจะทำยังไง คนไทยกับคนไทยฆ่ากันเอง จะกลับมาในยุค 6 ตุลา ที่พูดตอนต้น เพียงแต่เปลี่ยนรูปโฉม เปลี่ยนจากคอมมิวนิสต์ มาเป็นไทยมุสลิมเท่านั้นเองคือผมผ่านมาหมดแล้ว คุณสโรชาเรื่องพวกนี้และผมก็รู้ว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และถ้าทำไปแล้วจะต้องโดนด่า หาว่าไปเอาใจแขก ไปเอาใจมุสลิม คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า ดูมันทำเราซิ ดูมันยิงพระ ยิงทหาร ยิงผู้พิพากษา ตาต่อตาฟันต่อฟัน มันแก้ปัญหาไม่ได้เด็ดขาด

สโรชา ..... อย่างนี้จะสามารถสรุปได้ไหมค่ะว่า เมื่อไหร่เราจะเลิกใช้คำว่าเรากับเขาซะที คือจริงๆ แล้วหลายครั้งเราคุยกันมาเยอะ เรื่องแบบนี้ และคิดว่าหลายๆ ท่านคงจะคุยกัน และหลายๆ ครั้งเราก็ใช้เรากับเขา จริงๆ แล้วเป็นเราแบบกลุ่มใหญ่ เป็นเราชาวไทยจะไม่ดีกว่าหรือค่ะ

สนธิ ..... ผมมีประสบการณ์อยู่บางอย่างคือไม่ใช่เพราะว่าผมพูดจาเอาอกเอาใจพี่น้องชาวมุสลิมแต่ผมมีความรู้สึกว่า ผมไม่มีปัญหาอะไรกับพี่น้องชาวมุสลิม ถึงแม้ว่าผมมองว่าเขาเป็นคนเก็บตัว เป็นคนปิดไม่เปิดเหมือนผม แต่ผมสรุปง่ายๆ ว่า ผมไม่ยุ่งกับชีวิตเขา เขาก็อย่ามายุ่งกับชีวิตผมแล้วกันต่างฝ่ายต่างอยู่แต่ในประเด็นของต่างฝ่ายต่างอยู่ เราก็สามารถที่จะเชื่อมโยงกันได้ในเรื่องของสายสัมพันธ์ แต่ว่าเราไม่ยุ่งกับวิถีชีวิตเขา ประเด็นตรงนี้สำคัญมาก คือศาสนา พิธีกรรม วิถีชีวิตของแต่ละศาสนาไม่เหมือนกัน

อีกประการหนึ่ง ผมลืมพูดไป พวกที่มาประท้วงที่สถานีตากใบ เป็นพวกซึ่ง ไม่ใช่มุสลิมแท้ มุสลิมแท้ย่อมไม่ทำผิดกฎหมาย ใช่ไหมครับ เพราะว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้น ที่ตากใบ คือว่า เขาไปประท้วงให้ตำรวจปล่อยผู้ต้องหา ผมเชื่อว่าในคัมภีร์อัล-กุรอ่าน เขาบอกอยู่ชัดเลยว่า มุสลิมต้องเคารพกฎหมาย เพราะฉะนั้นแล้วเราต้องเข้าใจตรงนี้ก่อน ประการที่สอง เราต้องเข้าใจอีกอันหนึ่งเหมือนกันว่า มุสลิมเดี๋ยวนี้นิกายเยอะเหลือเกิน ไม่รู้มาจากไหนบ้าง

ล่าสุดของอะยาตุลเลาะห์ ซิสตานี คือแกรนด์ อะยาตุลเลาะห์ ซิสตานี ซึ่งเป็นเหมือนสมเด็จพระสังฆราชทางนิกายชีอะห์ที่อิรัก คนสนิทท่านได้มาที่เมืองไทยและบอกว่า ตอนนี้เมืองไทยมีมุสลิมนิกายใหม่ขึ้นมาคือนิกายวะหะบี ซึ่งเป็นนิกายที่ก่อความรุนแรงในซาอุดีอาระเบียและกษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย เจ้าชายอับดุลเลาะห์นั้นขับไล่นิกายวะหะบีให้ออกจากซาอุดีอาระเบีย ปรากฏว่า คุณรู้ไหมว่าใครเป็นคนหนุนหลังนิกายวะหะบี สหรัฐอเมริกาเป็นคนหนุนหลังนิกายวะหะบี จำได้ไหมเราเคยพูดบอกว่า ถ้าใต้เราไม่สงบ คนที่โชคร้ายคือเรา

คนที่โชคดีคือตะวันตก กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายนอกประเทศ เพราะว่า 2 คนจะฉกฉวยโอกาสเอาจากความไม่สงบตรงนี้ ทางตะวันตก โดยสหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้นำหน้า ก็จะเข้ามายึดฐานตรงนี้ และเอาเราเข้าแคมป์เขาทันทีเลย ทางโน้นจะได้ใช้ตรงนี้ เป็นที่สร้างคนขึ้นมา เพื่อมาก่อการร้ายต่อไป เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเราไม่ระวังตรงนี้เราเสียดินแดนแน่นอน เราอย่าเพิ่งไปสนุกกับการฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน เราอย่าเพิ่งไปสนุก กับบอกว่า ไม่เข้าท่า ทีฆ่าพระ ฆ่าผู้พิพากษา ฆ่าทหาร ตำรวจ ทำไมคุณสนธิไม่ออกมาปกป้องบ้าง ไปช่วยเหลือพวกนี้มัน อย่า ต้องมีสติ เรื่องนี้มันใหญ่กว่าสิ่งที่เราเห็นอีกมหาศาล สิ่งที่ตามมามันมหึมา แล้วพอผ่านไป 5-10 ปี ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว เรามามองย้อนหลัง เราจะบอกว่า เป็นเพราะเราใจร้อนเป็นเพราะว่าเราใช้อารมณ์ในการตัดสิน

สโรชา ..... เพราะฉะนั้นตอนนี้อย่าทำ

สนธิ ..... อย่าทำ ใจเย็นๆ แก้ปัญหาด้วยสติ ใช้สมองแก้ปัญหา ถามตัวเองว่า ถ้ามันวุ่นวายต่อไปใครได้ประโยชน์ แน่นอนที่สุด พวกที่กำลังซุ่มอยู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากให้รัฐบาลปราบหนักขึ้น ผมยังไม่เคยเห็น แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยั่วยุตลอดเวลา ถ้าเรายิ่งหลงไปกับเกมที่ยั่วยุเราพลาดทันที

สโรชา ..... ค่ะ ใช้สติในการแก้ปัญหา คงจะเป็นเรื่องที่สามารถใช้ได้ในทุกๆ ปัญหาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหายิ่งใหญ่ที่เราคนไทยทุกคนกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ พักซักครู่เดี๋ยวกลับมาดูผลโพลค่ะ

สโรชา ..... กลับมาช่วงสุดท้ายของเมืองไทยรายสัปดาห์ค่ะ ไปดูผลโพลกันนะคะ วันนี้เราเรียนถามคุณผู้ชมว่า คุณผู้ชมคิดว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีโอกาสที่จะกลับมาสู่สันติสุขหรือไม่ คุณผู้ชมตอบกลับมาว่ามี 74 เปอร์เซ็นต์ ไม่มี 26 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่ายังเป็นนิมิตหมายที่ดีอยู่นะคะ

สนธิ ..... ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ แสดงว่าคนไทยยังมีความรู้สึก ที่ว่าปัญหานี้น่าจะแก้ได้

สโรชา ..... ค่ะ ก่อนจะลืมนะคะ โทรศัพท์มือถือพานาโซนิก เอ็กซ์ 500 ค่ะ เราจะสุ่มหมายเลขผู้โชคดีที่ส่งเอสเอ็มเอสเข้ามา จะรับโทรศัพท์มือถือเอ็กซ์ 500 หนึ่งเครื่องค่ะ นี่ค่ะหมายเลขผู้โชคดี ทางรายการจะติดต่อกลับไป เพื่อจะมารับรางวัล นอกเหนือจากนี้แล้วมีเสื้อที-เชิร์ตของฟรีอินเตอร์เน็ตแจก 3 รางวัลค่ะ หมายเลขผู้โชคดีตามที่เห็นหน้าจอเช่นเคยค่ะ ทางรายการจะติดต่อกลับไป แสดงว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่ว่ามีผู้ชมที่อยากจะให้คุณสนธิทวน

สนธิ ..... เรื่องคำจารึกบนกระท่อมขงเบ้ง จริงๆ เป็นปรัชญาชั้นสูง คือว่าผู้ใดที่ได้ยินเสียงฟ้าร้อง ไม่ได้แปลว่าผู้นั้นจะมีโสตประสาทที่ดี ผู้ที่มีโสตประสาทที่ดีที่แท้ ต้องได้ยินเสียงของคนที่ไม่ได้พูด คือพูดง่ายๆ ว่า คนซึ่งหูดีต้องรู้ว่ามีเสียงคร่ำครวญเจ็บปวดที่ไหนบ้าง ถึงจะไม่ได้ยินเขาก็ต้องรู้แล้ว ผู้ที่เห็นภูเขาอยู่เบื้องหน้าไม่ได้แปลว่าจะมีจักษุประสาทที่ดี ผู้ที่มีจักษุประสาทที่ดีคือผู้ที่เห็นเหตุการณ์ที่ยังไม่ได้เกิด

สโรชา ..... จริงๆ ไม่ต้องอธิบายก็ทราบนะคะ

สนธิ ..... อีกอันคือ การแก้ปัญหาการทำงานนั้นต้องถ่อมเนื้อถ่อมตัว คัมภีร์เต๋า ซึ่งมีมาก่อนพระพุทธศาสนาจะเกิด บอกว่าพระมหาสมุทรเป็นที่รวมแห่งน้ำ เพราะว่าตั้งตนอยู่ในที่ต่ำ ยอดภูเขาสูงเสียดฟ้า แต่เก็บน้ำซักหยดก็ไม่ได้ คุณรู้จักบ็อบ ดีแลนไหม

สโรชา ..... เป็นนักร้อง

สนธิ ..... บ็อบ ดีแลน ร้องเพลงนี้คุณยังไม่เกิดเลย 1962 ผมจริงๆ ไม่อยากเอาเพลงฝรั่งมาให้ฟังหรอก แต่เพลงฝรั่งเพลงนี้ เป็นเพลงมาสเตอร์พีซของบ็อบ ดีแลน เขาร้องเพลงนี้เพื่อต่อต้านสงครามในเวียดนามและต่อต้านการนองเลือดทุกประเภท เพลงนี้เป็นเพลงที่คลาสสิคมาก เป็นมาสเตอร์พีซ และทั้งสุรชัย จันทิมาธร มงคล อุทก คาราวาน ใช้เพลงของบ็อบ ดีแลน เพลงนี้เป็นแรงดลบันดาลใจเพื่อจะให้ตัวเองนั้นผลิตผลงานทางเพลงออกมา เดี๋ยวผมจะลองเปิดให้คุณสโรชาฟัง สั้นๆ นะครับ

เพลง "Blowin' in the wind"
......................How many roads must a man walk down
Before you call him a man?
Yes, 'n' how many seas must a white dove sail
Before she sleeps in the sand?
Yes, 'n' how many times must the cannon balls fly
Before they're forever banned?
The answer, my friend, is blowin' in the wind,
The answer is blowin' in the wind.

......................How many times must a man look up
Before he can see the sky?
Yes, 'n' how many ears must one man have
Before he can hear people cry?
Yes, 'n' how many deaths will it take till he knows
That too many people have died?
The answer, my friend, is blowin' in the wind,
The answer is blowin' in the wind.

......................How many years can a mountain exist
Before it's washed to the sea?
Yes, 'n' how many years can some people exist
Before they're allowed to be free?
Yes, 'n' how many times can a man turn his head,
Pretending he just doesn't see?
The answer, my friend, is blowin' in the wind,
The answer is blowin' in the wind.

........................................................................................

สนธิ ..... นัยเป็นอย่างนี้ นัยของเพลงคือว่า มนุษย์เราจะต้องทำอะไรผิดแล้วผิดอีกซักกี่ครั้ง เราถึงจะเริ่มรู้ตัว เหมือนอย่างเพลงที่เมื่อกี้บอก ตอนช่วงที่ผมเปิดให้ฟัง เขาบอกว่า how many ears must one man have คนเราจะต้องมีหูซักกี่หู before he can hear people cry? จนกระทั่งเขาสามารถที่จะได้ยินเสียงร้องไห้ของคน how many deaths will it take till he knows จะต้องมีคนตายอีกซักกี่คน แล้วคุณถึงจะรู้ว่า คนตายพอหรือยัง หรือว่า how many cannonballs fly คือว่า ปืนใหญ่ต้องยิงอีกกี่ลูก จนกระทั่งปืนใหญ่จะต้องหยุดยิง คือ the answer, my friends, คำตอบคือว่าเรื่องที่พูดอยู่นี่ is blowin’ in the wind มันไม่ใช่เรื่องของล่องลอยในสายลม blowin’ in the wind ก็เหมือนกับเป่าลม และกระจายหายไป

คือว่า เรื่องนี้มันเกิดขึ้นทุกที เกิดขึ้นจากความไร้ปัญญา ไร้สติของคน ไม่มีสติ มีแต่ความเคียดแค้น ผมพูดถึงทั้งมุสลิมด้วย ทั้งฝ่ายคนไทยด้วย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราละความเคียดแค้นลงมา และเรามานั่งคุยกัน อย่างคนไทยกับคนไทยด้วยกัน มันก็ไม่มีเสียงปืนที่ดังลั่น เราก็ไม่จำเป็นต้องมีหูเยอะ ๆ ที่จะได้ยินเสียงคนร้อง คือเพลงนี้ เป็นเพลงต่อต้านสงครามในเวียดนาม ผมเป็นคนในยุค 1960 ปี 1960กว่าๆ ผมเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ เป็นช่วงสงครามในเวียดนามและจริงเลย ที่ว่า พูดเท่าไหร่ก็ไม่ฟังกัน ทุกคนจะฆ่ากัน จะฆ่ากันอย่างเดียว ทุกคนบอกว่าฆ่าเวียดนามให้ตาย ฆ่าพวกนี้ให้ตาย แต่ว่าพอมองย้อนหลังกลับมาแล้ว หลังจากเกิดเหตุการณ์มา ทั้งหมดกี่ปีแล้ว 1960 ก็ 45 ปีแล้ว เมื่อเรามามองย้อนหลังแล้ว เราเพิ่งรู้ว่าเราโง่มานานนะ ต้องมีคนตายเยอะ เราถึงเริ่มรู้

สโรชา ..... ค่ะ ในสิ่งที่พูดไปทั้งหมด หยิบยกสงครามเวียดนามมาเป็นตัวอย่าง ชาวไทยเราก็อย่าเป็นอย่างนั้นแล้วกันนะคะ คิดว่าคงจะสามารถสื่ออะไรบางอย่างได้ คนไทยรักกันค่ะ ควรจะอยู่ร่วมกัน และก็อยู่กันอย่างสันติสุขด้วย นะคะ หมดแล้วค่ะเวลา สำหรับเมืองไทยรายสัปดาห์ในวันนี้ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ดิฉัน สโรชา พรอุดมศักดิ์ สวัสดีค่ะ

สนธิ ..... สวัสดีครับ



.....................................................................................
อ้างอิงจาก ..... รายการเมืองไทยรายสัปดาห์
โดย ..... ผู้จัดการออนไลน์ 30 ตุลาคม 2547 เวลา 07:12 น.

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 30/10/2004 08:47 AM


�����Դ��繷��: 61


quote:

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า

เรื่องอะไรที่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัว ถ้าเขาประกาศเตือนจะจัดการขั้นเด็ดขาด ก็อย่าไปเข้าร่วมกลุ่มกับเขา รีบๆขยับตัวออกห่างๆไว้ แต่ถ้าได้รับคำสั่งมาว่า ต้องอยู่ ต้องสู้ อย่างไรก็ต้องอยู่ ถ้าเกิดอันตรายหรือมีภัยมาถึงตัว ถึงขั้นต้องสังเวยชีวิตตัวเอง ก็ต้องนับว่าท่านทำดีที่สุดแล้ว เพราะก่อนหน้านั้น เขาได้เตือนท่านแล้ว ถ้าฉลาดน้อย ฟังไม่รู้เรื่อง ใครจะไปช่วยท่านได้



    �� : นิทานอีกหลายศพ     ����� : 31/10/2004 06:07 PM


�����Դ��繷��: 62


แม่เฒ่าไฮ! พรีเซนเตอร์สันติภาพดับไฟใต้ .....

กลุ่มดอกไม้และนกกระดาษเพื่อสันติภาพ
จัดโครงการ 60 ล้านใจ สานสายใยพี่น้องใต้ด้วยดอกไม้และนกกระดาษ

รับนกกระดาษจากประชาชนทั่วสารทิศ
พร้อมนัดส่งมอบพี่น้องชาวใต้ เพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสันติภาพดับไฟใต้

ล่าสุด แม่เฒ่าไฮ หญิงนักสู้จากเมืองอุบลฯ รับปากตอบตกลงเป็นพรีเซนเตอร์โครงการแล้ว และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ซึ่งคาดว่าสื่อโฆษณาดังกล่าวจะออกสู่สายตาประชาชนในเร็ววันนี้ เนื่องจากขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการผลิตสื่อดังกล่าวอยู่


------------------------------------------------
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก
เมื่อ ..... วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2547

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 31/10/2004 06:44 PM


�����Դ��繷��: 63


เราว่า แม่เฒ่าไฮ ... น่าจะเป็นตัวอย่างของความไม่ชอบธรรม และ การขาดความรับผิดชอบของข้าราชการไทยมากกว่า ถ้าแม่เฒ่าไฮไม่ได้ออก ที.วี. ใน รายการถึงลูกถึงคน ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งได้ข้อมูลและรายละเอียดเริ่มต้นจากกลุ่มของ NGOs จากนั้นสื่อมวลชนต่างๆ ก็ช่วยกันออกข่าวเกือบทุกวัน รัฐบาลอย่างของนายกทักษิณ จะนิ่งๆ เฉยๆ ได้อย่างไร? ... แล้วก็ต้องถามว่า ถ้าไม่มีวันเหล่านั้นในอดีต ... วันนี้จะมีใครที่ไหนสนใจแม่เฒ่าไฮอย่างจริงๆจังๆบ้างรึเปล่า ... จะมีใครสักคนคิดถึงเรื่องที่แม่เฒ่าไฮเพียรพยายามเฝ้าเรียกร้องมานมนานถึง ๒๗ ปีนั้น หรือเปล่าหนอ? ... น่าสมเพชบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ ที่เคยกล่าวหาให้ร้ายแม่เฒ่าไฮ ในอดีตได้หรือไม่? .....

การเอาแม่เฒ่าไฮมาเป็นพรีเซ็นต์เตอร์ ... ถ้าไม่คิดมากก็ไม่เป็นไร เพราะแม่เฒ่าดูน่ารักและมีอัธยาศัยดี ... แต่ถ้าคิดมากๆ ปัจจุบันแม่เฒ่าไฮได้รับการยกย่องถึงความเป็นนักสู้ เพื่อรักษาสิทธิ์ที่แม่เฒ่าควรมีควรได้ ด้วยความอดทนและเพียรพยายาม ด้วยความมุ่งมั่นและซื่อสัตย์กับสิ่งที่แม่เฒ่าไฮยึดมั่น ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่ง และ เต็มไปด้วยพลังของความหวัง และ ภาพที่แม่เฒ่าไฮนึกฝันถึงที่นาของแม่เฒ่าอย่างจริงจัง โดยแม่เฒ่าไฮเฝ้าต่อสู้ด้วยสันติ เข้าเรียกร้องกับคนโน่นคนนี้ จนในที่สุดก็ได้ที่นาของแม่เฒ่าไฮคืน ต้องอดทนอยู่กับความยากลำบากมาตลอด ๒๗ ปีเต็มๆ

ที่นี้ ถ้าเป็นพื้นดินทางภาคใต้บ้าง .....
ตรงนั้นเปรียบดั่ง ผืนนาที่แม่เฒ่าไฮเฝ้าเรียกร้อง แล้วตัวบุคคลตรงนั้นเปรียบดั่งแม่เฒ่าไฮ


อะไรจะเกิดขึ้น .....
ถ้าผลสุดท้าย ได้รับความสำเร็จเหมือนๆ กัน ..!!




\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 31/10/2004 06:48 PM


�����Դ��繷��: 64


ปล่อยม็อบตากใบกลับบ้าน .....
พร้อมกันนั้นได้มอบเสื้อยืด พร้อมเงินสำหรับใช้จ่ายคนละ 200 บาท ให้แก่ผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมดด้วย โดยระหว่างเดินทางได้จัดทหารรักษาความปลอดภัยภายในรถทุกคัน พร้อมจัดทหารคอยดูแลท้ายขบวนอีกจำนวนหนึ่งด้วย ซึ่งผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ มทบ.42 ได้ดูแลอย่างดีและทุกคนสามารถปฏิบัติศาสนกิจตามหลักศาสนาได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ด้วย


..................................................................
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์
เมื่อ ..... วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2547

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 31/10/2004 10:56 PM


�����Դ��繷��: 65

โหกระทู้ยาว 6 เดือนแหนะ

    �� : เบส     ����� : 1/11/2004 08:31 AM


�����Դ��繷��: 66

การพูดว่าเกินกว่าเหตุนั้นพูดง่าย การจะพูดคำนี้ถ้าผู้พูดไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุและอยู่ในสถานการณ์ไม่ควรพูดพล่อยๆ ควรมีข้อมูลข้อเท็จจริงให้เพียงพอก่อนแล้วจึงพูด เพราะกรณีนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มิฉะนั้นผู้พูดนั้นและจะเป็นผู้สร้างปัญหา อยากถามว่าถ้ามีการสอบสวนกันแล้วข้อเท็จจริงปรากฎว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่สมควรแก่เหตุ ผู้พูดจะรับผิดชอบหรือไม่ เรื่องนี้ก้ำกึ่งกันคาดการยาก ผู้ปฏิบัตติดต่อคณะกรรมการอิสลามมาที่เกิดเหตุก็ไม่มีใครมา ฝูงชนที่มุงดูเพิ่มจำนวนมากขึ้น และส่งเสียงโห่ร้อง คาดได้ยากว่าต้องการอย่างไร หากมีฝ่ายก่อกวนที่มีจิตวิทยาและพูดจาชักชวนมวลชนได้ดี ฝ่ายทหารตำรวจอาจไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ภายนอกได้ และเมื่อมืดค่ำลง อาจจะกลายเป็นฝูงชนที่มุงดูก่อความวุ่นวายขึ้นจะมีการล้มตายมากกว่านี้

ผู้ที่อยู่ในฐานะตัวแทนองค์กรมุสลิมไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดคำนี้ เพราะรัฐบาลได้ติดต่อคณะกรรมการอิสลาม ซึ่งถือเป็นตัวแทนองค์การมุสลิมอย่างเป็นทางการ แล้วไม่มีผู้ใดยอมเดินทางมาที่เกิดเหตุ ถ้าจะพูดอะไรออกมา ควรหารือกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดก่อน หรือถ้าจะเป็นการสร้างสรรค์หากเกิดเรื่องทำนองนี้อีก ตัวแทนองค์กรมุสลิมควรรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุและเป็นผู้เจรจาต่อรองโดยมีคณะกรรมสิทธิมนุษยชนร่วมเจรจารับผิดชอบ เมื่อทำอยางนี้แล้วจึงมีสิทธิที่จะพูดว่าอะไรพอสมควรแก่เหตุหรือไม่สมควรแก่เหตุ

เบื่อจริงๆ พวกนักสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะพวกก่อกวนฆ่าฟันผู้บริสุทธ์ แม้แต่พระสงฆ์มันไม่ดิ้นรนไปห้ามปราม หรือพวกอเมริกาบุกรุกรานอิรักโดยไม่มีเหตุอันชอบธรรม ทำไมจึงไม่โวยวายบ้าง

    �� : คนเอยู่ภาคใต้     ����� : 1/11/2004 10:08 AM


�����Դ��繷��: 67


มหาธีร์แนะนำ .....
ตั้งเขตปกครองตนเอง ร้องไทยเปิดทาง UN ร่วมสอบตากใบ


มหาธีร์ออกโรงแนะรัฐบาลไทย ... ให้จังหวัดชายแดนใต้ "ปกครองตนเอง" ด้านกระแสประท้วงวิปโยค "ตากใบ" ยังโหมแรงไม่หยุด มุสลิมมาเลเซียเอาด้วย ยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลไทยตั้งองค์กรอิสระและเปิดทางยูเอ็นดูแลการสอบสวน

หนังสือพิมพ์ยูตูซาน มาเลเซีย ... ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ได้เสนอแนะทางออกของการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือ การตั้งเขตปกครองตนเองขึ้นมา โดยควรจัดให้มีการพูดคุยของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ โดยเฉพาะรัฐบาลไทยควรให้ความสนใจมากยิ่งขึ้นว่า แนวทางนี้เป็นไปได้หรือไม่

นอกจากนี้ ... อดีตผู้นำมาเลเซียยังเปรียบเทียบสถานการณ์ของไทยว่าไม่ต่างจากกรณีของปาเลสไตน์ หากสถานการณŒนี้ได‰รับการแก้ไขตั้งแต่ในระยะแรกๆ ปัญหาก็คงจะไม่เกิดขึ้น "แต่หากคุณปล่อยให้ทหารเข้าจัดการ ก็เป็นเรื่องที่ยากมาก"

อย่างไรก็ตาม ... ดร.มหาธีร์ได้เตือนถึงกลุ่มที่พยายามแบ่งแยกดินแดนด้วยว่า ความพยายามของพวกเขาจะไม่มีทางบรรลุผลอย่างที่ต้องการ และควรเลือกล้มเป้าหมายดังกล่าวเสีย

เป็นที่น่าสังเกตว่า ... กรณีความรุนแรงที่ตากใบได้ปลุกกระแสประท้วงให้ก่อตัวขึ้นในประเทศมุสลิมเอเชียหลายประเทศ และถูกเผยแพร่อย่างต่อเนื่องผ่านสถานีโทรทัศน์และเคเบิลทีวีต่างชาติ อาทิ ในบังกลาเทศ อินโดนีเซีย และล่าสุด ชาวมุสลิมในมาเลเซียประมาณ 500 คน ได้รวมตัวประท้วงอยู่หน้าสถานทูตไทยในกัวลาลัมเปอร์ พร้อมกับเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่ง และร้องขอให้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้ามาเป็นตัวกลางในการสอบสวนการเสียชีวิตของชาวมุสลิมใต้ 85 ชีวิต

เหตุการณ์ในภาคใต้ของไทย ... กำลังสร้างความวิตกให้กับมาเลเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศอิสลามที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย และชาวมุสลิมของทั้ง 2 ประเทศ ส่วนใหญ่ถือ 2 สัญชาติและพูดภาษาเดียวกัน

ตัวแทนมุสลิมในมาเลเซีย ... ได้ส่งมอบแถลงการณ์และข้อเรียกร้องของพวกเขาต่อเจ้าหน้าที่ไทยที่สถานทูต โดยถ้อยความในแถลงการณ์ได้ตำหนิทักษิณที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวมุสลิมที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พร้อมกันนี้ยังได้เรียกร้องให้ ... มีการตั้งองค์กรอิสระเข้ามาไต่สวน ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น เพื่อสอบสวนการเสียชีวิต และการกระทำที่โหดร้ายรุนแรงในหลายๆ ครั้งของทหารและตำรวจในภาคใต้

แถลงการณ์ของกลุ่มมุสลิม ... มาเลเซียยังเรียกร้องให้ไทยยุติการใช้กำลังทหาร จนกว่าการสอบสวนขององค์กรอิสระนี้จะแล้วเสร็จ

ก่อนหน้านี้ ... องค์กรนิรโทษกรรมสากล และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเอเชีย (AHRC) ได้เรียกร้องในลักษณะเดียวกับมุสลิมมาเลเซีย โดยเสนอให้มีการแต่งตั้งคนกลางขึ้นมาสอบสวนกรณีของตากใบ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การใช้กำลังที่รุนแรงเกินเหตุของทหารไทย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ในระดับประเทศ ... รัฐบาลของประเทศต่างๆ ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่สหรัฐ ประเทศมุสลิมเพื่อนบ้าน และองค์กรสิทธิมนุษยชน ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริง

โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ... ได้อ้างถ้อยแถลงของนางซูซาน พิตต์แมน โฆษกหญิงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ที่ระบุว่าสหรัฐกังวลต่อการเสียชีวิตอย่างต่อเนื่องของประชาชนในจังหวัดภาคใต้ของไทย และขอเรียกร้องให้รัฐบาลสอบสวนการเสียชีวิตของผู้ประท้วงอย่างเต็มที่และรอบด้าน

ขณะที่ ... นายลิ้ม กิต เสียง ผู้แทนราษฎรจากพรรคฝ่ายค้านของมาเลเซีย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลมาเลเซีย และสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ส่งทีมสอบสวนมายังภาคใต้ของไทย และสอบสวนหาสาเหตุการปะทะกันระหว่างทหารและประชาชนในพื้นที่หลายๆ ครั้งเมื่อเร็วๆ นี้

นายกิต เสียง เตือนว่า ... สถานการณ์ในภาคใต้ของไทยกำลังกระทบต่อชื่อเสียงในเวทีระหว่างประเทศของมาเลเซียและอาเซียน และ "ที่ผ่านมา ทักษิณล้มเหลวที่ทำให้เหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้คลี่คลายลง"

ประมวลมุมมองของสื่อมวลชนในมาเลเซีย พบว่า ... หนังสือพิมพ์ยูตูซาน มาเลเซีย (Utusan Malaysia) และเบริตา ฮาเรียน (Berita Harian) ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ดังกล่าวปลุกกระแสคัดค้านและตำหนิจากนานาประเทศทั่วโลก โดยสื่อทั้ง 2 ฉบับได้นำเสนอโศกนาฏกรรมครั้งนี้ในรูปแบบของรายงานข่าว บทบรรณาธิการ ภาพข่าว เพื่อพรรณนาให้เห็นความเสียหายและความสัมพันธ์ของประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม

ยูตูซาน มาเลเซีย เชื่อว่า ... เป็นเรื่องปกติที่ชาวมุสลิมในประเทศเพื่อนบ้านจะมีปฏิกิริยาสงสารเห็นอกเห็นใจ ดังกรณีการประท้วงบนท้องถนนของชาวมุสลิมในอินโดนีเซีย

ที่น่าจับตามอง ... คือท่าทีของสื่อมวลชนในอินโดนีเซีย ซึ่งสะท้อนความไม่พอใจ ผ่านตัวหนังสืออย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะ "จาการ์ตา โพสต์" ที่ตำหนิความพยายามของรัฐบาลไทยที่จะอธิบายสาเหตุการตายของผู้ชุมนุมประท้วงที่ตากใบ โดย เฉพาะถ้อยแถลงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ยกเอาเรื่องการถือศีลอดในช่วงรอมฎอนว่า อาการเมายา และรถบรรทุกที่มีไม่มากพอ เป็นสาเหตุการตายของผู้ประท้วงที่ถูกควบคุมตัว ซึ่งจาการ์ตา โพสต์มองว่า เป็นเหตุผลที่ยอมรับไม่ได้

จาการ์ตา โพสต์เตือนว่า ... เหตุการณ์ที่ตากใบเป็นเพียงความไม่สงบที่ช่วยเติมเชื้อไฟในภาคใต้ของไทย ก่อนจะถึงจุดวิกฤต ขณะที่รีพับลิกา หนังสือ พิมพ์สำหรับกลุ่มผู้อ่านมุสลิม เรียกร้องให้ประชาคมโลกประณามการกระทำต่อผู้ประท้วงของกองกำลังรักษาความมั่นคงของไทย และรัฐบาลควรแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

เสียงสะท้อนของความไม่พอใจ ... ไม่ได้เกิดแค่ในหมู่ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมุสลิม แต่ยังจุดกระแสความไม่พอใจขึ้นในหนังสือพิมพ์ในโลกอาหรับด้วย โดยในบทบรรณาธิการของอาหรับ นิวส์ ในซาอุดีอาระเบีย เรียกความรุนแรงที่ตากใบว่าเป็นกรณีวิปโยคครั้งหนึ่งของไทย

"ทักษิณจำเป็นต้องทบทวน ... ต่อแนวทางในการรับมือกับผลลัพธ์ที่จะตามมาของโศกนาฏ กรรมครั้งนี้ โดยอย่างแรกสุดที่ทักษิณจะต้องทำอาจจะเป็นการยอมตามคำร้องขอของนานาชาติ และจะต้องให้คำมั่นที่หนักแน่นว่าจะค้นหาและลงโทษกลุ่มคนที่ควรจะต้องรับผิดชอบต่อเหตุ การณ์ที่เกิดขึ้น"

การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทยของสื่อต่างชาติ ... กรณีการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยเดอะ วอชิงตัน โพสต์ ระบุว่านายกรัฐมนตรีไทยปกป้องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจและทหารในการปราบผู้ชุมนุม แต่หลังจากต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากฝ่ายค้านและกลุ่มสิทธิมนุษยชน นายกฯก็ยอมรับว่าทหารทำผิดพลาดหลังจับกุมผู้ชุมนุม และสั่งให้มีการสอบสวนต่อไป


.................................................................
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
เมื่อ ..... วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 1/11/2004 12:00 PM


�����Դ��繷��: 68


ติง..มหาเธร์..พูดไม่สร้างสรรค์

“ทักษิณ” ติง “มหาเธร์”พูดไม่สร้างสรรค์ ... ยอมรับทำให้เสียความรู้สึก "ไม่สนใจ "คนเดือนตุลา" ยุรมต.คนเดือนตุลา เลิกหนุนรัฐ พร้อมอ้างเกิดเดือนกรกฎาฯ ไม่ใช่เดือนตุลาฯ

วันนี้ (1 พ.ย.) ... พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เสนอให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นรัฐอิสระปกครองตนเอง ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความจริงเมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาลแล้ว ถือว่ามหาเธร์ไม่ใช่คนของรัฐบาลมาเลเซียแล้ว และไม่ได้เป็นคนในรัฐบาล ดังนั้น ในแง่ของรัฐบาลต่อรัฐบาล ไทยจึงถือว่าไม่มีปัญหาซึ่งกันและกัน คำพูดของมหาเธร์ ถือว่าไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่านั้นเอง

เมื่อถามว่า ... ดร.มหาเธร์เป็นถึงอดีตนายกฯ มาเลเซีย แต่ออกมาพูดในลักษณะนี้ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เรามองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่านั้นเองแต่จะให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ชี้แจง

เมื่อถามต่อว่า ... ต้องให้นายอับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี นายกฯมาเลเซียคนปัจจุบัน ไปทำความเข้าใจกับ ดร.มหาเธร์ แล้วมาชี้แจงกับประเทศไทยหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า “ในความรู้สึกของคนไทย เสียความรู้สึกเยอะกับคำพูดนี้ แต่เราถือว่าเขาไม่ใช่รัฐบาล และในส่วนของรัฐบาลนั้นยังมีความร่วมมือที่ดีต่อกันมหาเธร์ ถือว่าไม่ใช่รัฐบาล แต่ถามว่าในฐานะที่เป็นเพื่อนเก่าแก่กับเรามา คำแนะนำอย่างนี้เราถือว่าไม่ค่อยสร้างสรรค์”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ... ต้องเร่งทำความเข้าใจคนในพื้นที่เรื่องของการแบ่งแยกดินแดนหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่ารัฐบาลกำลังช่วยเหลือและพัฒนา และเขาพอใจ แต่ความหวาดกลัวในพื้นที่ที่ถูกคุกคามจากคนกลุ่มนี้ และเจ้าหน้าที่ของรัฐยังให้ความคุ้มครองไม่ดี ยังมีภาวะตรงนี้อยู่ รัฐบาลต้องเริ่มให้ความคุ้มครองประชาชนให้ดีขึ้น และปรับปรุงการศึกษาไปพร้อมๆ กัน

ส่วนกรณีที่ ... ช่วงนี้เกิดข่าวลือขึ้นบ่อยๆ เกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดน และความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เป็นภาวะที่เกิดขึ้น และคนที่เป็นคนสนับสนุนกิจกรรมของคนที่ทำร้ายประชาชนที่บริสุทธิ์ก็ออกมา คนพวกนี้ไม่เคยเรียกร้องวันที่คนบริสุทธิ์ถูกฆ่าตายเลย ยังไม่เคยออกมาประณามว่าทำไมใช้ความรุนแรงฆ่าคนบริสุทธิ์ ยังไม่เคยพูดเลย แต่เวลาคนเหล่านี้ออกมาพูดมันเป็นอะไรที่จะต้องฟัง และกลับไปคิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ... คนเดือนตุลายื่นจดหมายเปิดผนึกให้รัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณที่เป็นอดีตคนเดือนตุลาเพื่อเรียกร้องไม่ให้สนับสนุนรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า “ไม่ทราบ ผมไม่ใช่คนเดือนตุลา ผมเกิดเดือน กรกฎาฯ”

ส่วน“โภคิน”ระบุ ... อย่าเพิ่งสรุปมีต่างชาติผสมโรง“ม็อบตากใบ”ต้องรอการสอบสวนก่อน-ยกกรณีปฏิวัติ“พม่า”เปรียบเทียบ ไทยไม่กล้าพูด ส่วนที่ “มหาเธร์” จุ้นวิจารณ์ไทยตามมารยาทไม่น่าพูดเพราะเป็นเรื่องภายในประเทศ

วันนี้ (1 พ.ย.) ... ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงมหาดไทย นายโภคิน พลกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ก่อการชุมนุมที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส มีชาวมาเลเซียและอินโดนีเซียร่วมด้วยว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวยังไม่ทราบ แต่อาจมีการคาดเดากันไปส่วนหนึ่ง เพราะบางศพไม่ทราบว่าเป็นใคร และไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน แต่บางคนมีการพกเงินริงกิต จึงมีการคาดเดาว่ามีชาวประเทศมาเลเซียรวมด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ... จะต้องไปหาข้อมูลในประเทศมาเลเซียหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตามแนวชายแดนทั้ง 2 ประเทศ เริ่มมีปัญหาประท้วงกันตลอดเวลา รมว.มหาดไทย กล่าวว่าไม่เป็นไร เป็นเรื่องธรรมดาที่บางคนอาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไม่มีรายละเอียดพอ เมื่อได้รับทราบข่าวว่ามีคนเสียชีวิตกว่า 70 คน ความรู้สึกเบื้องต้นอาจจะมีพอใจ ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทยได้ชี้แจงรายระเอียดให้ทราบ และพร้อมที่จะสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งคิดว่าจะทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเบาลง

นายโภคิน กล่าวต่อว่า ... ที่ผ่านมาได้ไปสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และได้มีโอกาสหารือกับผู้สอนศาสนาโรงเรียนตาดีกา โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ปอเนอะ)และอิหม่ามซึ่งคิดว่าพวกเราเข้าใจกันมากขึ้น และเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ส่วนความรู้สึกเบื้องต้นที่หลายฝ่ายไม่พอใจคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่สักระยะเมื่อเข้าใจรายละเอียดสถานการณ์ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ... นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย ระบุให้ 3 จ.ใต้ ตั้งเป็นเขตอิสระปกครองตนเอง รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ปกติแล้วเรื่องของประเทศหนึ่ง อีกประเทศหนึ่งจะไม่เข้ามาแทรกแซง เพราะเป็นเรื่องภายในของประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยก็มีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ใครก็ตามที่พยายามจะแบ่งแยกดินแดนทำไม่ได้อยู่แล้ว และถือว่ามีความผิดโทษฐานกบฏ ส่วนเรื่องการปกครองตนเอง ในขณะนี้ประเทศไทยก็มีอยู่แล้ว คือการปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่ากฎหมายแต่ละประเทศก็ต้องมีกฎกติกาของประเทศตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ... แสดงว่าอดีตผู้นำมาเลเซียเสียมารยาทที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ นายโภคิน กล่าวว่า อย่าสรุปแบบนั้น เพราะแต่ละคนมีความเห็นต่างๆ ได้ แต่ต้องระมัดระวัง เช่น กรณีปฏิวัติในพม่าที่สื่อไทยถามความคิดเห็นของนายกฯ หรือรัฐมนตรีหลายท่านถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ทางเราก็ตอบว่าเป็นเรื่องภายในของพม่า แต่สิ่งที่เราต้องระมัดระวังมากขึ้นคือบริเวณชายแดนที่ประชาชนเดินทางเข้าออก ในช่วงที่ยังไม่รู้อะไรชัดเจน เมื่อถามว่าจำเป็นต้องทำความเข้าใจเรื่องการปกครองของไทยให้มาเลเซียทราบหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า คงไม่ต้อง เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นคนอาจมองและวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา แต่พอเข้าใจสถานการณ์ก็จะดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ... มองว่าความคิดของอดีตผู้นำมาเลเซียมีอะไรแอบแฝงหรือไม่ นายโภคิน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบ แต่เราควรจะยึดหลักกฎหมายของประเทศไทยและทำให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันการดำเนินการต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ ขอให้มีความรอบครอบละเอียดอ่อนมากขึ้น

เมื่อถามว่า ... เกรงหรือไม่ว่าคำแนะนำของอดีตผู้นำมาเลเซียจะทำให้กลุ่มไม่หวังดีเข้ามาร่วมชุมนุมด้วย รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ไม่เป็นไร ทำของเราให้ดีที่สุด ถ้าอะไรที่เกินเลยไปก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศที่ต้องชี้แจงต่อประเทศต่างๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ... นายกฯได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสลายการชุมนุมที่ อ.ตากใบ โดยมอบมหายให้นายพิเชต สุนทรพิพิธ อดีตผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา โดยให้ตั้งกรรมขึ้นเอง และให้เวลา 30 วัน จะเพียงพอหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่คณะกรรมการเอง หากตรวจสอบแล้วคิดว่าเวลาไม่พอก็สามารถขอเวลาเพิ่มเติมได้ ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการทำงาน ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา แต่คิดว่าใครที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ขอให้ทำตรงไปตรงมาและมอง 2 ด้าน ซึ่งบางครั้งมองเพียงด้านเดียว ไม่มองคนที่ปฏิบัติงานและอะไรอีกหลายๆ อย่างให้เป็นธรรม ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ไม่ดีแล้วไปปกป้อง แต่เจ้าหน้าที่ที่ดีที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเหนื่อยต้องเข้าใจ และให้กำลังใจ ... “บางคนผมอยากให้ไปอยู่ภาวะที่กดดันแบบนั้นบ้าง คนที่อยู่ภาวะแบบนั้น ระดับการตัดสินใจจะไม่เหมือนคนปกติที่มาดูเหตุการณ์ทีหลัง หรือนั่งสบายๆ ผมอยากให้เข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย แต่ก็ไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่อ้างความกดดันและไปทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่ชอบธรรม”

เมื่อถามว่า ... กระทรวงมหาดไทยจะเสนอเรื่องการตายเข้าไปเปรียบเทียบกับคณะกรรมการไต่สวนอิสระหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม นายโภคินกล่าวว่า คงไม่เสนออะไร เพราะเป็นคณะกรรมการอิสระ แต่ในส่วนของเรารับผิดชอบปัญหา ก็อยากให้ทุกคนมองทั้ง 2 ด้านเสมอ เพราะการแก้ปัญหาจะมองด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ มอง 2 ด้าน จะเห็นข้อดีและข้อเสีย ซึ่งเราจะทำอย่างไรที่จะขจัดข้อเสียและเสริมข้อดีเพื่อให้แก้ปัญหาได้


..................................................................
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์
เมื่อ ..... วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 2/11/2004 07:40 AM


�����Դ��繷��: 69


ในหลวงทรงแนะหนทางดับไฟใต้ ลดใช้รุนแรง-ดึงปชช.มีส่วนร่วม

นายกรัฐมนตรี เผย ... "ในหลวง"ทรงห่วงใยประชาชน-สถานการณ์ใต้ขอให้รัฐบาลทำงานด้วยความนุ่มนวล เน้นให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วม "ทักษิณ"ติง"มหาเธร์"พูดไม่สร้างสรร ยอมรับทำให้เสียความรู้สึก สถานการณ์ใต้ยังตรึงเครียดเปิดเทอมวันแรกต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ รักษาความปลอดภัยเข้ม บางแห่งครู-นักเรียนไม่ยอมไปโรงเรียน ขณะที่ครูนราฯโดนยิงบาดเจ็บ 1 ใบปลิวเกลื่อนนราฯอีกขู่ล้างแค้นกรณีตากใบ ตำรวจออกหมายจับอีก 8 ผู้ต้องหาพัวพันปล้นปืน ด้าน"ไฟแนนเชียลไทมส์"วิจารณ์นายกฯทักษิณใช้ยุทธวิธีผิด

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ... ให้สัมภาษณ์วานนี้(1 พ.ย.) ถึงแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแนะนำเรื่องการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ภายหลังจากที่เดินทางเข้าเฝ้าเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า "พระองค์ทรงมีกระแสพระราชดำรัสให้ใช้ความนุ่มนวลในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ไม่ใช้ความรุนแรง และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ซึ่งรัฐบาลจะน้องนำมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน"

ผู้สื่อข่าวถามว่า ... ทรงห่วงใยเรื่องการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมในขณะที่มีการขนย้ายขึ้นรถบรรทุกหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ไม่มี ตรงนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่ทรงรับสั่งเพื่อให้รู้ว่าทรงห่วงใยและขอให้รัฐบาลรีบแก้ไขปัญหา พยายามอย่าให้มีความรุนแรงทั้งสองทางทั้งภาครัฐและภาคคนร้าย ที่ทำลายประชาชนด้วย

สำหรับกรณีนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด ... อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เสนอให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นรัฐอิสระปกครองด้วยตัวเองนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ความจริงระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ถือว่ามหาเธร์ ไม่ใช่คนของรัฐบาลแล้ว และไม่ได้เป็นคนในรัฐบาล ดังนั้น รัฐบาลต่อรัฐบาลเราถือว่าไม่มีปัญหาซึ่งกันและกัน คำพูดของ มหาเธร์ ถือว่าไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่านั้นเอง "ในความรู้สึกของคนไทยเสียความรู้สึกเยอะกับคำพูดนี้ แต่เราถือว่าเขาไม่ใช่รัฐบาลและในส่วนของรัฐบาลนั้นยังมีความร่วมมือที่ดีต่อกัน มหาเธร์ ถือว่าไม่ใช่รัฐบาล แต่ถามว่าในฐานะที่เป็นเพื่อนเก่าแก่กับเรามาคำแนะนำอย่างนี้เราถือว่าไม่ค่อยสร้างสรรค์" นายกฯ กล่าว

**คุมตัว 87 ผู้ชุมนุมหลังพบมีหมายจับ ...

ทางด้านความคืบหน้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วานนี้ที่ห้องประชุมเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.อ.สิริชัย ธัญญสิริ ผอ.สสส.จชต.เปิดแถลงข่าวกรณีเกิดเหตุการณ์การชุมนุมที่ อ.ตากใบอีกครั้งโดยแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ญาติผู้เสียชีวิต และพร้อมให้ความช่วยเหลือในเรื่องของความเป็นอยู่

สำหรับผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวไว้นั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนและพบว่าส่วนใหญ่ถูกชักจูงมาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถูกหลอกลวงให้หลงผิด ดังนั้น กอ.สสส.จชต.จึงได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้กลับบ้านได้ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.แล้ว ปัจจุบันยังมีผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจังหวัดทหารบกปัตตานีอีก 87 คน เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีคดีตามหมายจับของศาล จ.นราธิวาส ส่วนอีก102 คนสมัครใจที่จะเข้ารับการฝึกอาชีพจากศูนย์วิวัฒนพลเมืองของ กองทัพภาคที่ 4 ณ ค่ายรัตนพล อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เป็นเวลา 42 วันเพื่อจะได้รับความรู้ในการประกอบอาชีพต่อไป

สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยครู ในโอกาสที่โรงเรียนกำลังจะเปิดภาคเรียนที่ 2 นั้น พล.อ.สิริชัย กล่าวว่า ได้สั่งกำชับให้กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้าไปทบทวนมาตรการต่างๆ ที่เคยวางไว้ ทั้งการดูแลความปลอดภัยระหว่างการเดินทางของครู ร่วมทั้งการวางมาตรการด้านการข่าว โดยให้มีการเปลี่ยนแปลงมาตรการตลอดเวลา เพื่อจะได้ไม่เป็นจุดอ่อนฝ่ายตรงข้าม

**ครู-นักเรียนปัตตานีไม่ไปโรงเรียน ...

ส่วนบรรยากาศเปิดเรียนวันแรกที่ จ.ปัตตานีเป็นไปด้วยความเงียบเหงา มีนักเรียนและครูเดินทางไปโรงเรียนน้อยมาก โดยเฉพาะโรงเรียนรอบนอกที่ครูไม่เดินทางไปสอนทำให้เด็กบางส่วนที่เดินทางมายังโรงเรียนต้องเดินทางกลับ ส่วนโรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีนั้นผู้ปกครองมารับบุครหลานกลับบ้านตั้งแต่เวลา 12.00 น.

สำหรับสาเหตุที่นักเรียนและครูเดินทางไปโรงเรียนน้อยมากในวันนี้ เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ ประกอบกับในพื้นที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน

นายปราโมทย์ แก้วสุข รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 1 กล่าวว่า วานนี้มีโรงเรียนเปิดเรียนเพียง 4 แห่งเท่านั้น เนื่องจากมีเด็กมาเรียน แต่ยังไม่มีการเรียนการสอนและตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ในวันนี้ (2 พ.ย.) จะมีการปิดโรงเรียนอีก 1 วันโดยจะเปิดการเรียนการสอนในวันที่ 3 พ.ย. และวานนี้ได้มีการประชุมในส่วนของผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อหาข้อสรุปว่าจะเปิดเรียนเมื่อใร

**ออกหมายจับอีก8พัวพันปล้นปืน ...

ส่วนที่ห้องประชุมกองอำนวยการถวายความปลอดภัย 99 จังหวัดนราธิวาส พ.อ.สุเมธ ไมตรีประศาสน์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พ.ต.อ.สมหมาย พุทธกูล ผกก.สภ.อ.ตากใบ ร่วมแถลงผลการพิจารณาคดีผู้ต้องหาเหตุการณ์ปล้นปืนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.).ในพื้นที่บ้านโคกกูแว ต.พร่อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาสเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ผลการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ประกอบด้วย นายรอนิง บินมะ นายกามา อาลี นายมาหามะรุสือลี เจ๊ะแว นายอรุณ บินมะ นายอับดุลราไม ฮะกือลิง และนายรูกีมือลี ฮะกือลิง ทั้งหมดอาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุและเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านดังกล่าวโดยผู้ต้องหาทั้ง 6 คนให้การรับสารภาพว่านำปืนไปมอบให้กลุ่มคนร้ายเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้ง 6 คน 3 ข้อหา คือ ร่วมกันยักยอกทรัพย์ และรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่ามีการกระทำความผิด และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน

นอกจากนั้น ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนได้ซัดทอดถึงผู้ที่ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมอีก 8 คน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับบุคคลทั้งหมดแล้วประกอบด้วย 1.นายกามา อาลี 2.นายรอนิง บินมะ 3.นายอรุณ บินมะ 4.นายมาหามะรุสือรี เจ๊ะแว 5.อับดุลราไม ฮะกือลิง 6.นายรูกีมือลี ฮะกือลิง 7.นายนิเซ็ง นิสุหลง 8.นายนิรอมลี นิสุหลง

**ขู่ชุมนุมอีกดำเนินการขั้นเด็ดขาด ...

พ.อ.สุเมธ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่มาของการชุมนุมที่ สภ.อ.ตากใบ เนื่องจากประชาชนต้องการกดดันให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน แต่ที่น่าสังเกต คือ ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ ต.พร่อน อ.ตากใบ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุไม่มาร่วมชุมนุม คาดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีมากกว่า และในส่วนของผู้ร่วมชุมนุมเจ้าหน้าที่ได้ใช้ชื่อเรียกว่า กลุ่มปฏิบัติการกดดัน เพื่อให้เกิดการจลาจลตามแผนการแบ่งแยกดินแดน

"หากมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดทันที ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 6 คนนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อนุญาตให้ประกันตัวได้แล้วในวงเงินคนละ 1 แสนบาท"

**ใบปลิวว่อนขู่ล้างแค้นกรณีตากใบ ...

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นราธิวาสว่า วานนี้แม้ทางกองทัพภาคที่ 4 จะประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวในพื้นที่ 8 อำเภอของ จ.นราธิวาส แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น โดยล่าสุดชาวบ้านได้พบใบปลิวอีกจำนวนหนึ่ง เขียนด้วยปากกาเมจิก โดยในใบปลิวได้ประกาศที่จะทำร้ายประชาชนทั่วไป เพื่อล้างแค้นให้กับผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากกรณีเหตุการณ์ที่ สภ.อ.ตากใบ โดยในใบปลิวไม่ได้ระบุว่ามาจากที่ใด

โดยขณะนี้ชาวบ้านใน จ.นราธิวาส โดยเฉพาะชาวไทยพุทธเกิดอาการผวาอย่างหนัก เนื่องจากไม่มั่นใจสถานการณ์ว่าจะดีขึ้นหรือไม่ หลังจากที่มีใบปลิวออกมาข่มขู่ถึง 2 วันติดๆ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการเพิ่มกำลังและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่

**ยิงครูนราฯรับเปิดเรียนบาดเจ็บ 1 ...

ด้านบรรยากาศการเปิดเทอมวันแรกหลายโรงเรียนใน จ.นราธิวาส พบว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ และทหารเข้าไปดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะที่โรงเรียนเทศบาล 1 อ.เมือง จ.นราธิวาส มีเด็กนักเรียนมาเรียนตามปกติ ถึงแม้จะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยทหารและตำรวจมาคอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดกว่า 10 นายที่หน้าโรงเรียนและภายในโรงเรียน

ขณะเดียวกันเวลา 16.10 น.นายกู้ อิสรางกูล ครูโรงเรียนบุเก๊ะบือแต อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ถูก 2 คนร้ายประกบยิงขณะขับรถจักรยานยนต์ กลับจากสอนหนังสือเพื่อเดินทางกลับบ้านพัก โดยคนร้ายได้เข้ารถจักรยานยนต์เข้าประกบขณะที่มาถึงบริเวณหมู่ที่ 1 ต.ผดุงมาส อ.จะแนะ จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้าใส่หลายนัด กระสุนถูกลำตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส

**เผาสวนลองกอง-ทุเรียนที่ยะลา ...

ด้านชาวสวนลองกองและทุเรียนใน อ.ธารโต จ.ยะลาเดือดร้อนหนัก หลังคนร้ายลอบทำลายสวนโดย ใช้เลื่อนตัดและใช้มีดปาดที่ลำต้น พร้อมลาดน้ำมันโซล่า ทาที่รอยแผล เพื่อให้ต้นไม้ยืนต้นตาย โดยเมื่อบ่ายวานนี้ ร.ต.ต.ชัยยศ วุฒิพงษ์พาณิชย์ ร้อยเวรสภ.อ.อ.ธารโต ได้รับแจ้งจากนายประสบ นพรัตน์ อายุ 43 ปี อยู่หมู่ 3 บ้านคีรีเขต อ.ธารโตว่า เมื่อวานนี้ได้เข้าไปในสวนผลไม้ ซึ่งได้ปลูกต้นลองกองและทุเรียน ประมาณ 235 ต้น ปรากฏว่าต้นไม้ส่วนใหญ่ เป็นต้นลองกองถูกคนร้ายลอบมาตัดโดยได้รับความเสียหาย เกือบหมดทั้ง สวน โดยต้นไม้ที่ได้รับผลผลิตแล้วนั้น คนร้ายได้ไช้มีดปาดที่ลำต้น และใช้น้ำมันฆ่าตอผสมน้ำมันโซล่า ทาที่รอยแผล เพื่อให้ต้นไม่เหล่านั้นยืนต้นตายเองภายใน 7-10 วัน

ส่วนต้นไม้ที่มีขนาดเล็ก และขนาดกลางคนร้ายได้ใช้มีดและเลื่อยตัดจนขาดท่อน แทบจะหมดสวนเลยทีเดียว ตนแทบจะเป็นลมเมื่อพบเห็นในครั้งแรก เนื่องจากว่ากว่าจะได้ผลผลิตก็ต้องดูแลรักษามาเป็นอย่างดีแต่มาถูกคนร้ายลอบเข้ามาทำลายในชั่วเพียงวันเดียว จึงได้มาแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเพื่อเป็นหลักฐานและเพื่อที่จะได้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนความช่วยเหลือในขณะนี้ ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลเลย

**แนะรัฐเร่งทำความกระจ่างตากใบ ...

ส่วนด้านสภาสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชีย (ฟอรัม-เอเชีย) ได้ทำการจัดเสวนาเพื่อทำความเข้าใจในปัญหาภาคใต้ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์หาวิทยาลัย โดยได้เชิญตัวแทนจากฝ่ายข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ อ.ตากใบร่วมเสนาด้วย

ในที่เสวนาได้มีการสรุปความคิดเห็นเพื่อเสนอให้รัฐบาลนำไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีผู้เสียชีวิตที่ อ.ตากใบ ที่ประชุมมีความคิดเห็นให้รัฐบาลเร่งทำให้เกิดความกระจ่างในข้อเท็จจริงที่ยังมีความคลาดเคลื่อน รวมทั้งต้องศึกษาและแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อให้ไม่ให้มีความผิดพลาดอีก รวมทั้งรัฐบาลจะต้องมองรากเหง้าของปัญหาที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้แนะวิธีการแก้ปัญหาเพื่อเสริมสร้างสันติสุขในส่วนอื่นด้วยว่า ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมในสังคม และระดมผู้มีความรู้เพื่อให้เกิดความรู้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยจะต้องใช้หลักสันติวิธี เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนเพื่อไม่เกิดความหวาดระแวงต่อกัน ที่สำคัญควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนเสริมสร้างสันติสุขในระยะยาว

**อินโดนีเชียรับปากคุ้มครองคนไทย ...

นายฮัสซัน วิรายูดา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย แถลงวานนี้(1)ว่า ประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุโธโยโน แสดงความยินดีที่รัฐบาลไทยประกาศจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเหตุการณ์การเสียชีวิตของผู้ประท้วงจำนวนมาก ซึ่งถูกจับกุมจากหน้า สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแดนอิเหนา ซึ่งแถลงภายหลังเข้าร่วมการประชุมพบปะระหว่างประธานาธิบดีซูซิโลกับบรรดาเอกอัครราชทูตจากภูมิภาคแถบนี้ เผยว่า ซูซิโลยังได้สั่งการให้ตำรวจ ดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองคนไทยซึ่งอยู่ในอินโดนีเซีย

ทั้งนี้มีกลุ่มมุสลิมแนวคิดรุนแรงหลายกลุ่มในอินโดนีเซีย แสดงความโกรธเกรี้ยวต่อเหตุการณ์การเสียชีวิตของคนไทยมุสลิมจำนวนมากคราวนี้

ที่เมืองโซโล ซึ่งอยู่ในจังหวัดชวากลาง และเป็นฐานสำคัญของพวกนักรบอิสลามิก มีรายงานว่า สมาชิกขององค์การศาสนาซึ่งประธานคือ นายอบู บาการ์ บาซีร์ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่มญะมาอะห์ อิสลามิยะห์ (เจไอ) และเวลานี้กำลังถูกคุมขังระหว่างถูกฟ้องดำเนินคดี กำลังพยายามตามล่าคนไทยที่มิใช่มุสลิมในบริเวณดังกล่าว ทว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ

"ได้มีการออกคำสั่งให้เพิ่มมาตรการในการรับมือกับพฤติการณ์ตามอำเภอใจฝ่ายเดียวของพลเมืองของเรา ซึ่งอาจเป็นการละเมิดความมั่นคงปลอดภัยและความสะดวกสบายของคนต่างชาติที่นี่" นายวิรายูดากล่าว

เขาบอกด้วยว่า เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงจาการ์ตา ก็ได้แสดงความขอบคุณความพยายามของอินโดนีเซีย ในการคุ้มครองอาคารสถานที่ทางการทูตของไทย ภายหลังเกิดเหตุการณ์ที่อำเภอตากใบ

อนึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์ได้เผยแพร่ภาพเยาวชนมุสลิมจากกลุ่มแนวร่วมผู้ปกป้องอิสลาม (เอฟพีไอ) เผาธงชาติไทย ระหว่างชุมนุมประท้วงที่เมืองมากัสซาร์ ในจังหวัดสุลาเวสีใต้ เมื่อวานนี้ โดยระบุว่าเยาวชนที่มาชุมนุมประท้วงเหล่านี้มีประมาณ 100 คน

**วิจารณ์ทักษิณใช้ยุทธวิธีผิดๆ ...

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ฉบับวานนี้ ตีพิมพ์บทบรรณาธิการวิจารณ์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯไทยไม่ฉลาดเลยที่พยายามเอาชนะศัตรูซึ่งเป็นมุสลิมหัวรุนแรงของเขา ด้วยการฆ๋าผู้ต้องสงสัยจะเป็นพวกหัวรุนแรงให้ได้มากๆ แทนที่จะมุ่งจัดการกับความคับข้องใจของคนมุสลิม และบ่อนทำลายความสนับสนุนที่ให้แก่พวกผู้นำหัวรุนแรง

"มันเป็นยุทธวิธีที่ใช้ไม่ได้ผล เมื่ออิสราเอลนำมาใช้กับดินแดนยึดครองของพวกเขา หรือสำหรับกองทหารสหรัฐฯในอิรักก็ตามที และมันก็จะใช้ไม่ได้ผลเมื่อประเทศไทยซึ่งเป็นเมืองพุทธ นำมาใช้กับจังหวัดทางภาคใต้ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ตรงกันข้าม ความโหดเหี้ยมของกองทัพบกไทยกำลังกลายสร้างแรงบรรดาลใจด้วยความคิดในเรื่องความเกลียดชังและการแก้แค้น ให้แก่ประชากรมุสลิมส่วนน้อยที่เมื่อก่อนถ้าหากจะรู้สึกไม่พอใจก็ยังอยู่ในอาการงัวเงียไม่กระตือรือร้น เรื่องนี้เป็นนิมิตอันเลวร้ายสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทย และสำหรับเสถียรภาพของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย" บทบรรณาธิการของไฟแนนเชียลไทมส์กล่าว

ไฟแนนเชียลไทมส์ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ธุรกิจชื่อดังของอังกฤษที่มีอิทธิพลทั่วโลกบอกว่า นายกฯทักษิณภาคภูมิใจกับการตัดสินใจใน "สไตล์ซีอีโอ" แต่ด้วยการเป็นผู้นำของรัฐบาลซึ่งมุ่งปิดบังอำพรางความจริงเกี่ยวกับการระบาดของไข้หวัดนก, ลิดรอนสิทธิพลเมือง อีกทั้งพยายามปราบปรามฝ่ายค้านที่เป็นมุสลิมในภาคใต้ของประเทศ นายกฯทักษิณก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า "ดื้อรั้นเอาแต่ใจจนเกินกว่าจะเป็นซีอีโอซึ่งสร้างความดีให้ประเทศไทย"

"ดังที่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯจากพรรคประชาธิปัตย์ฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสังเกตไว้ มิสเตอร์ทักษิณเป็นคนที่ "ไม่สามารถรับมือกับความสลับซับซ้อนได้" และรู้สึกกราดเกรี้ยวเมื่อพลเมืองไทยไม่เชื่อฟังคำสั่งสไตล์ซีอีโอของเขา" ไฟแนนเชียลไทมส์กล่าว

บทบรรณาธิการของไฟแนนเชียลไทมส์ตบท้ายว่า "หลังจากความรุนแรงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขบวนการพูโลแบ่งแยกดินแดนได้ขู่ที่จะเผากรุงเทพฯให้ราบเพื่อแก้แค้นให้แก่คนไทยมุสลิม เมื่อสิบปีที่แล้ว พูโลอยู่ในสภาพต้องอำพรางซ่อนเร้นอย่างยิ่ง จนเห็นกันในประเทศไทยว่าเป็นเพียงเรื่องตลก จึงต้องขอบคุณมิสเตอร์ทักษิณด้วยส่วนหนึ่งที่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตลกอีกต่อไปแล้ว"


..................................................................
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์
เมื่อ ..... วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 2/11/2004 08:38 AM


�����Դ��繷��: 70


กรณีความไม่สงบที่ภาคใต้ .....
ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน แต่เป็นเรื่องของคนไทยทั้งประเทศ



ภายใต้แนวคิดความเข้มแข็งประเทศไทย (ไม่) หารสองนั้น ... การแก้ปัญหาความไม่สงบที่ภาคใต้ จึงต้องเป็นเรื่องของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

ในฐานะราษฎรคนเดินดินกินข้าวแกง ... อยากกราบวิงวอนสื่อทั้งหลาย นักวิชาการทั้งขาจรและขาประจำ ส.ว.สายสิทธิมนุษยชน ตลอดจนผู้มีมันสมองอันปราดเปรื่องในบ้านเมืองเลิกด่ารัฐบาล(ในเรื่องนี้) ได้แล้ว เอาเวลาที่มีมาช่วยกันขบคิดหาทางออกให้กับประเทศชาติในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้จะดีกว่า

ขอชื่นชมพระราชินีของพวกเราชาวไทย ... ที่ทรงปฏิบัติราชกรณียกิจในเรื่องนี้อย่าง " เข้าพระทัย" และ "ตรงประเด็น" เป็นที่สุด ทรงเป็นตัวอย่างชี้ให้คนไทยเห็นว่าเรื่องภาคใต้เป็นภารกิจอันสำคัญยิ่ง สำคัญเกินกว่าที่จะให้ "...ฝ่ายหนึ่งแก้ ฝ่ายหนึ่งด่า" อันรังแต่จะสร้างปัญหาให้ขยายต่อไปไม่รู้จบ

เรื่องยุทธศาสตร์ ... พูดกันมามากจนแทบจะไม่ต้องพูดอีกแล้ว การมุ่งเน้นไม่ใช้ความรุนแรง การทำสงครามแย่งชิงประชาชน การแก้ปัญหาแบบบูรณาการโดยมองข้ามประเทศไปถึงมาเลเซีย(ซึ่งนายกฯ ของไทยก็ได้เดินทางไปคุยเรื่องนี้กับผู้นำประเทศเพื่อนบ้านหลายครั้งแล้ว) ต่างๆ นานาเหล่านี้ล้วนเป็นยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และทุกคนสามารถเข้าใจได้

เรื่องที่ยากกว่า ... กับเป็น "การปฏิบัติ" ตามยุทธศาสตร์คำว่า "นุ่มนวล" นั้นเขียนไว้เป็นยุทธศาสตร์ได้ แต่ตรง "หน้างาน" จะทำให้นุ่มอย่างที่เขียนกลับไม่ง่ายเลย ในนาทีแห่งความเป็นความตาย เส้นแบ่งขีดว่า " แรงไป" อยู่ที่ใดนั้นผู้ใคร่รู้มีแต่ต้องไปร่วมในเหตุการณ์กับผู้ปฏิบัติเท่านั้นจึงจะเข้าใจได้ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความเห็นใจกันมากกว่าต่อว่ากัน

อย่างไรก็ตาม ... กองกำลังที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ก็ยังคงต้องยึดหลักใช้ " น้ำดับไฟ" อยู่นั่นเอง มาตรการทำร้ายประชาชนต้องไม่มี แต่มาตรการป้องกันชีวิตตนเองก็ต้องวางให้รัดกุมและรอบคอบที่สุด นับว่าเป็นการทำงานที่ยากลำบากกว่าสถานการณ์รบทั่วไปหลายเท่าทวีคูณทีเดียว ... ซึ่งตรงนี้คนไทยควรส่งกำลังใจไปให้มากกว่าการก่นด่า

" โครงสร้าง" ... ในการแก้ปัญหาความไม่สงบที่ภาคใต้นั้นเท่าที่ทราบ นอกจากกลไกของรัฐซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักแล้ว ยังประกอบด้วยกลุ่มผู้นำของพี่น้องชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนที่เกิดเรื่อง ซึ่งนับว่าถูกต้องอย่างยิ่ง การนี้หากจะให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น คนไทยทั่วประเทศควรมีส่วนร่วมอยู่ในโครงสร้างนี้ด้วย(จะปฏิบัติอย่างไรยังนึกไม่ออก) เพื่อจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

ภาคประชาชนที่ได้ลงมือทำเป็นตัวอย่างบ้างแล้วก็คือ ... หอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งกำลังหารือกับสถาบันต่างๆ เช่น สถาบันการเงิน ตลาดทุนไทย เพื่อจัดกิจกรรมกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้ทรุดฮวบลงไปเป็นอันมาก(มติชน ฉบับ 28 ตุลาคม 2547)

ที่รู้สึกแย่เอามากๆ กลับเป็นนักการเมืองในพื้นที่ ... ซึ่งนอกจากจะไม่ " ร่วมด้วยช่วยกัน" แก้ปัญหาแล้ว ยังคอยออกมาแย็บเก็บคะแนนใส่กระเป๋าอยู่นั่นแล้ว น่าเสียดายเงินภาษีของคนไทยที่ต้องเจียดมาจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้ท่านเหล่านี้ ซึ่งคิดเป็นเม็ดเงินแล้วไม่น้อยเลย

เรื่องความไม่สงบที่ภาคใต้ ... กำลังนี้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็ยังคงง่วนอยู่กับการแก้ปัญหา ซึ่งไม่รู้ว่าจะจบสิ้นลงเมื่อใด พวกเราควรต้องสมัครสมานสามัคคีร่วมใจกัน เหตุการณ์ที่ภาคใต้นี้ได้บั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยลงไปเป็นอันมาก

จึงสมควรที่ .....
พวก "รู้ทัน" เก่งๆ ทั้งหลายควรลุกขึ้นมา "รู้ทัน" ให้ถูกเรื่องถูกราวเสียที




.....................................................................................................
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์มติชน
โดย ..... บุญเกียรติ ชีวะตระกูลกิจ
E-mail : bcheewatragoongit@yahoo.com
เมื่อ ..... วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 .. ปีที่ 27 ฉบับที่ 9732 หน้า 6

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 2/11/2004 01:24 PM


�����Դ��繷��: 71


ด่วน! แม่ทัพภาค 4 ขอย้ายตัวเอง

แม่ทัพภาคที่ 4 ... ขอย้ายตัวเองเข้ากองทัพบกด่วน หลังถูกกระแสกดดันจากกรณีการสลายม็อบตากใบ พร้อมให้รองแม่ทัพขึ้นรักษาการ

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ... เมื่อช่วงเย็นวันนี้ (2 พ.ย.) พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอย้ายตัวเองต่อผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เพื่อเข้ามาช่วยราชการที่กองทัพบก ประมาณ 30 วัน หรือจนกว่าจะมีการสอบสวนกรณีการสลายม็อบที่ สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จะแล้วเสร็จ โดยระหว่างนี้ รองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.สัญชาติ กล้าหาญ จะรักษาการแทน โดยมีการแถลงร่วมกับผู้บัญชาการทหารบก ช่วงค่ำที่ผ่านมา ... "การขอมาช่วยราชการในกองทัพบกเพื่อเป็นการเปิดทางให้คณะทำงานอิสระ ที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาได้ทำงานอย่างเต็มที่ โดยการมาขอช่วยราชการครั้งนี้ได้เสนอตั้ง พล.ต.สัญชาติ กล้าหาญ เป็นรักษาการแม่ทัพภาคที่ 4 แทน"

พล.ท.พิศาล ยังยืนยันอีกว่า ... การมาขอช่วยราชการในกองทัพบกครั้งนี้ ตนเองไม่ได้ถูกบีบคั้นจากใคร เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง พร้อมที่จะเดินหน้าให้คณะกรรมการได้สอบสวนอย่างเต็มที่ ซึ่งหากมีการตรวจสอบหรือต้องการสอบสวนอะไรเป็นพิเศษก็พร้อมจะยินดีให้คณะกรรมการได้มีการสอบสวน

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ... ได้ลงนามอนุมัติการขอย้ายของ พล.ท.พิศาลมาประจำยังกองทัพบกแล้ว เนื่องจากเห็นว่ามีความเหมาะสม และยืนยันว่า ไม่มีการแทรกแซงใดๆทั้งสิ้น เนื่องจาก พล.ท.พิศาลขอย้ายและตัดสินใจด้วยตนเอง

ส่วน ... กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) ได้มีคำสั่งยุบหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และหน่วยเฉพาะกิจยะลา โดยมีการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นใหม่ 11 ชุด เพื่อให้การทำงานในพื้นที่นั้นสะดวก รวดเร็วขึ้น

ขณะที่เวลา 18.30 น.วันนี้ ... พ่อค้าและนักธุรกิจใน จ.นราธิวาส มีการหารือกันที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา หลังจากธุรกิจนั้นตกต่ำเป็นอย่างมาก

ด้าน พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ... อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีการแก้ปัญหาภาคใต้ว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจ


...............................................................................
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์
เมื่อ ..... วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 เวลา 20:20 น.

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 2/11/2004 09:45 PM


�����Դ��繷��: 72



quote:

ถ้าเราไม่มีทหารผู้เสียสละเหล่านั้น ก็คงไม่ได้อยู่เป็นสุขเช่นทุกวันนี้ อย่าลืมวีรชน วีรบุรุษและวีรสตรีเหล่านั้น

กู...กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้เป็นโอรสของพระปิยะมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่า แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลกไว้ ไอ้อีมันผู้ใดคิดบังอาจทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือกระทำการทุจริตก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโครตให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม อันเป็นที่รักของกู

แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา แผ่นดินใดที่ให้ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น




    �� : บันทึกช่วยจำ     ����� : 2/11/2004 10:00 PM


�����Դ��繷��: 73


ชาวสวนยางรับเคราะห์ ฆ่าตัดคอเซ่นม็อบตากใบ..!

ท่าจะไปกันใหญ่เสียแล้ว ... สำหรับดีกรี ความรุนแรงของ เหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยนับตั้งแต่เกิดเหตุ "ตากใบทมิฬ" เป็นต้นมา ฝ่ายต่อต้านอำนาจรัฐก็ป่วนเมือง แบบยำใหญ่ใส่สารพัด ทั้งปล่อยข่าวลือ-ข่าวลวง ปลุกปั่นความเกลียดชัง วางระเบิดลอบสังหาร ลอบฆ่ารายวัน ฯลฯ

ล่าสุด ... ยังลงมืออย่างโหดเหี้ยมผิด มนุษย์ด้วยการ "ฆ่าตัดคอ" ชาวสวนยางใน จ.นราธิวาส ซึ่งถือ เป็นศพที่ถูกฆ่าตัดคอ รายที่ 2 ในรอบ 5 เดือน!

เช้าตรู่ของวันที่ 2 พ.ย. เวลาราว 08.30 น. ... ชาวบ้านที่สัญจรผ่านเส้นทาง สายสุคิริน-กะลุบี ในพื้นที่ รอยต่อระหว่าง ต.มาโมง-ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส จ.นราธิวาส ต้องตกตะลึงสุดขีดเมื่อ พบศีรษะมนุษย์ในสภาพถูกตัด ขาดโชกเลือดบรรจุอยู่ภายใน กระสอบปุ๋ยห่อด้วยพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง ชิ้นส่วนศีรษะถูกนำมาวางทิ้งอยู่ริมถนน อย่างน่าสังเวชเหมือนฆาตกรจงใจ ที่จะ "ประจาน" คนตาย และสร้างความหวาดกลัว เพื่อข่มขวัญชาวบ้านในพื้นที่

ทั้งนี้ ยังพบกระดาษขนาดเอ 4 เขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงินว่า ... "กูขอล้างแค้นให้ผู้บริสุทธิ์ที่ สภ.อ.ตากใบ" ... ที่น่าสยดสยองกว่านั้น คือ บาดแผลบริเวณลำคอ ของศพมีรอยปาดเปื่อยยุ่ยไม่เรียบเสมอกัน บ่งชี้ว่า อาวุธมีดที่คนร้ายใช้แทบจะไม่มีความคม และต้องใช้การเชือดเนื้อ-เฉือนซ้ำอยู่นานกว่าคอจะหลุดจากบ่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึง ความทุกข์ทรมานแสนสาหัส ของผู้ตาย และความอำมหิตผิด มนุษย์ของคนร้ายได้เป็นอย่างดี!

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่จึงทราบว่า ... ศพที่พบ คือ นายจรัล ตูแหละ อายุ 58 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านไอซีมง ต.มาโมง อ.สุคิริน เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6-8 ชั่วโมง

เมื่อตำรวจมาถึง ... ก็ได้แกะรอยค้นหาร่างของ ผู้ตาย โดยตามจากรอยเลือดที่หยดมาเป็นทาง ก็พบร่างไร้ศีรษะของนายจรัล ถูกทิ้งไว้ที่ขนำร้างในสวนยางพารา ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร ... หลังจากตรวจสภาพศพ โดยละเอียดเจ้าหน้าที่ก็ต้องตะลึงซ้ำสอง เมื่อพบข้อความในทำนอง ต้องการแก้แค้นให้ผู้บริสุทธิ์ที่ สภ.อ.ตากใบ เหมือนกับที่พบในถุงพลาสติก บรรจุชิ้นส่วนศีรษะ ซึ่งคนร้ายได้ใช้ปากกา เมจิกเขียนไว้บนร่างของผู้ตาย พาดผ่านส่วนหน้าอกไล่ไปจนถึงสะดือ..! ... ในร่างของผู้ตายบริเวณเอวยังพบปลัดขิกแขวนอยู่ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ผู้ตายเป็นชาว "ไทยพุทธ" เหมือนกับศพที่ถูกฆ่าตัดคอรายแรก เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา

โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นเริ่มต้นขึ้น ... เมื่อตำรวจ สภ.อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุจาก ทหารชุดทักษิณสัมพันธ์ หน่วยควบคุม 951 จ.ลพบุรี ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการหลัง ร.ร.บ้านโต๊ะเด็ง ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี ว่าพบศีรษะผู้ชายถูกนำมาทิ้งไว้บนถนนลูกรัง หลังสถานีอนามัยโต๊ะเด็ง ... สภาพศพบริเวณลำคอมีบาดแผล ถูกฟันด้วยของมีคมจนขาด เหนือใบหูขวามีบาดแผลฉกรรจ์ยาวเกือบ 10 นิ้ว ข้างๆ ศีรษะมีถุงพลาสติกเปื้อนเลือดอีก 1 ถุง ... ไม่นานก็มีชาวบ้านรายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่น ออกมาจากสวนยางใกล้ถนนลูกรัง ห่างจากจุดที่พบศพไม่ไกลว่า พบร่างไร้ศีรษะสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงดำ ใกล้กันพบตะเกียงแก๊สสำหรับส่องกรีดยาง และรถจักรยานยนต์อีก 1 คันล้มคว่ำอยู่

นอกจากนี้ ... ยังพบจดหมายที่พิมพ์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ทิ้งไว้ใกล้กับร่างผู้ตาย มีข้อความว่า “ถ้าพวกมึงจับชาวมลายูผู้บริสุทธิ์ พวกกูก็จะฆ่าพวกไทยพุทธที่บริสุทธิ์”

จากการตรวจสอบภายหลังทราบว่า ... ผู้ตายคือ นายเซี่ยง พลัดแก้ว อายุ 63 ปี ชาว "ไทยพุทธ" ในพื้นที่ ซึ่งมีอาชีพทำสวนยางพาราเหมือนชาวบ้านส่วนใหญ่

เหตุสยองในครั้งนั้น ... เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายได้เตรียมการเรื่องจดหมายมาเป็นอย่างดี โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความแตกแยกระหว่างชาวไทยพุทธกับไทยมุสลิม แต่ก็ไม่ได้ผลในจุดนี้มากนัก นอกจากความหวาดกลัวของชาวบ้านซึ่งไม่ได้แบ่งแยกกันเลยว่าเป็นไทยพุทธหรือไทยมุสลิม

จนบัดนี้ฆาตกรที่ก่อคดีสะเทือนขวัญ ... ในครั้งนั้นยังคงลอยนวล เช่นเดียวกับฆาตกรฆ่าตัดคอรายที่ 2 ซึ่งยังไม่กระจ่างนักว่า เป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัว จากแรงแค้นสะสมของกลุ่มผู้ต่อต้านอำนาจรัฐใน เหตุการณ์ปราบจลาจลหน้า สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

เจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งในพื้นที่วิเคราะห์ว่า ... นอกจากผู้ตาย ที่ถูกฆ่าตัดคอทั้ง 2 คนจะเป็นชาวไทยพุทธเหมือนกันแล้ว ทั้งคู่ยังเป็นชาวสวนยางเหมือนกันอีกด้วย

สำหรับสาเหตุที่เลือกลงมือกับชาวไทยพุทธ ... เชื่อว่า คนร้ายต้องการที่จะสร้างความแตกแยก และหวาดระแวงระหว่างชาวไทยพุทธกับ ชาวไทยมุสลิม อีกทั้งยังมีแรงจูงใจเพิ่มขึ้นจากเหตุปราบจลาจลที่หน้า สภ.อ.ตากใบ เพิ่มเข้ามาอีกด้วย

ส่วนสาเหตุที่เลือกลงมือกับชาวสวนยาง ... เนื่องจากเป็นอาชีพ ที่มีรอบเวลาการทำงาน และเส้นทางการเดินทางที่ชัดเจน สามารถติดตามพฤติกรรม และลงมือสังหารได้ง่าย เพราะเป็นที่มืด เปลี่ยว เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปดูแลความปลอดภัยได้ทั่วถึง

ในส่วนของกลุ่มคนร้ายนั้น ... น่าจะเป็นการลงมือของกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งได้รับการบงการจากบรรดาแกนนำคนสำคัญ ให้ก่อเหตุแก้แค้นแทนผู้ถูกปราบปรามหน้า สภ.อ.ตากใบ แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะมีกลุ่มก่อการร้ายจากต่างชาติร่วมบงการด้วยหรือไม่!

เป็นที่น่าสังเกตว่า ... แม้จะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนว่า มาตรการคุ้มครองความปลอดภัยของ เจ้าหน้าที่รัฐก็ยังไม่มีความชัดเจน และน่าอุ่นใจพอสำหรับชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งที่ได้ส่งหน่วยรบเสริมกำลังเข้าไปในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ... มิหนำซ้ำ เจ้าหน้าที่รัฐเองก็ "เพลี่ยงพล้ำ" ตกเป็นเหยื่อกลุ่มคนร้ายเสียเองอยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนว่า นโยบายของภาครัฐทั้งไม้แข็งและไม้นวม ล้มเหลวแทบจะสิ้นเชิงแล้ว

หากยังไม่มีการปรับนโยบาย ... และยังเลือกยุทธวิธีของ "สายเหยี่ยว" ต่อไป เชื่อว่าการลอบฆ่ารายวันจะยังเกิดขึ้นต่อไป และจะเพิ่มดีกรีความอำมหิตขึ้นเรื่อยๆ


.......................................................................................
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก .. โดย ไพศาล รัตนะ
เมื่อ ..... วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/11/2004 07:17 AM


�����Դ��繷��: 74



quote:

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า

เรื่องอะไรที่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัว ถ้าเขาประกาศเตือนจะจัดการขั้นเด็ดขาด ก็อย่าไปเข้าร่วมกลุ่มกับเขา รีบๆขยับตัวออกห่างๆไว้ แต่ถ้าได้รับคำสั่งมาว่า ต้องอยู่ ต้องสู้ อย่างไรก็ต้องอยู่ ถ้าเกิดอันตรายหรือมีภัยมาถึงตัว ถึงขั้นต้องสังเวยชีวิตตัวเอง ก็ต้องนับว่าท่านทำดีที่สุดแล้ว เพราะก่อนหน้านั้น เขาได้เตือนท่านแล้ว ถ้าฉลาดน้อย ฟังไม่รู้เรื่อง ใครจะไปช่วยท่านได้




    �� : นิทานอีกหลายศพ     ����� : 3/11/2004 07:27 AM


�����Դ��繷��: 75



quote:

ถ้าเราไม่มีทหารผู้เสียสละเหล่านั้น ก็คงไม่ได้อยู่เป็นสุขเช่นทุกวันนี้ อย่าลืมวีรชน วีรบุรุษและวีรสตรีเหล่านั้น

กู...กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้เป็นโอรสของพระปิยะมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่า แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลกไว้ ไอ้อีมันผู้ใดคิดบังอาจทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือกระทำการทุจริตก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโครตให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม อันเป็นที่รักของกู

แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา แผ่นดินใดที่ให้ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น




    �� : บันทึกช่วยจำ     ����� : 3/11/2004 07:32 AM


�����Դ��繷��: 76

ผมไม่รู้ว่าไข่เกิดก่อนไก่ หรือว่าไก่เกิดก่อนไข่กันแน่ จนปัญญาจริงๆ ระหว่างบุชกับบินลาเดนผมไม่รู้ว่าใครเริ่มสงครามก่อน แต่ที่สยองไปทั่วโลกคือ 11 กย.

แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือวันนี้ผมนั่งคุยกับเพื่อนคนจีน สรุปได้ความว่า ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ในโลก เกิดมุสลิมทะเลาะอำนาจรัฐก่อจลาจลถึง 2 ประเทศคือ ในภาคใต้ของไทย และในประเทศจีน รวมแล้วมุสลิมตายประมาณ 300 คน

เมื่อเดือนที่แล้ว มุสลิมก็จับตัวประกันในรัสเซีย คนตายอีก 400 คน จี้เครื่องบินรัสเซียผมไม่รู้ว่ามุสลิมหรือเปล่า แต่คาดว่าใช้ ระเบิดในมาดดริส เมื่อหลายเดือนก่อนก็สัณนิษฐานว่าเป็นมุสลิม Fundamentalist

ผมไม่รู้ว่า โลกนี้เป็นปัญหาต่อชาวมุสลิมหรือว่า ชาวมุสลิมเป็นปัญหาต่อชาวโลกนี้ ผมเคยดูหนัง Sci-Fi เรื่องหนึ่งคือ Attack from the Mar "หรือมนุษย์ดาวอังคารบุกโลก ในหนังเรื่องนั้นเขาสร้างล่อเลียนพวกรักสันติได้ดีมากคือ มนุษย์ดาวอังคารส่งทูตมาเจรจาสันติภาพกับชาวโลก ชาวโลกตอนรับใหญ่โต พอวันเจรจามีคนปล่อยนกพิราบขาว ดีใจในสันติภาพ แล้วเหตุการณ์ก็เริ่มขึ้นคือชาวดาวอังคารก็ยิงนกพิราบ และฆ่าประชาชน รวมทั้งนักการทูตที่ไปตอนรับตายหมด และก็บุกโลก แต่ในหนังมนุษย์ดาวอังคารก็จะพูดว่า "เรามาอย่างสันติ ไม่ต้องกลัว" แต่มือก็ยิงไปเรื่อยๆ และฆ่าชาวโลกเกือบหมด ถึงบทประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอนมนุษย์ดาวอังคารยื่นเงื่อนไขขอเจรจาสงบศึก ในรัฐสภา ทุกคนดีใจ ว่าสงครามจะจบ พอชาวดาวอังคารไปถึงรัฐสภาอเมริกัน ก็ฆ่าทิ้งหมด บทประธานาธิบดีอเมริกันพูดว่า "เราจะฆ่ากันทำไมสู้อยู่กันอย่างสันติไม่ดีกว่าเรอะ สันติภาพเท่านั้นเป็นสิ่งที่สมบูรณ์ หัวหน้ามนุษย์ดาวอังคารน้ำตาร่วง และยื่นมือให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯจับ พร้อมทั้งน้ำตา แต่หักมุมครับ มือหัวหน้าชาวดาวอังคารหลุดติดมือประธานาธิบดี และกลายเป็นอาวุธแหลมแทงทะลุอกประธานาธิบดีตาย

คุณเซี่ยงเส้าหลงไปหาเช่ามาดูน๊ะครับ ถือปืนไป ปากร้องไปว่าเรามาอย่างสันติ เราต้องการสันติภาพ เรารักสงบ อย่าวิ่งหนีเราเลย แล้วก็ยิงไปเรื่อยๆ ครับ

คุณเซี่ยงเส้าหลงเรียกร้องให้เราใช้วิธีการแก้ปัญหาอย่างสันติ คือเรียกร้องฝ่ายเราฝ่ายเดียว แต่ฝ่ายตรงข้ามก็วางระเบิด สังหารประชาชนไปเรื่อยๆ (ปากก็บอกว่าเรารักสันติ แบบชาวดาวอังคารในหนังเด๊ะ)

ผมไม่ได้ต้องการความรุนแรง แต่การจะมีความสงบ มีสันติภาพ ต้องมาจากทั้งสองฝ่ายต้องการความสงบ และพร้อมที่จะเจรจากันครับ เหมือนมวยชกบนเวที เราเรียกร้องให้นักมวยฝ่ายเรา ต่อยตามกติกา แต่ฝ่ายตรงข้ามสามารถทำได้ทุกอย่าง ชกใต้เข็มขัดตลอดเวลา (แต่ปากก็เรียกร้องให้เล่นตามกติกา)

ปัญหามันไข่เกิดก่อนไก่ หรือไก่เกิดก่อนไข่ ใครเป็นผู้สร้างความรุนแรงก่อน ผมจนปัญญาตอบไม่ได้

แต่ผมเชื่อว่า ในเดือนนี้ หรืออาทิตย์หน้า จะต้องมีข่าวมุสลิมถล่มที่ใดที่หนึ่งในโลกนี้

ข่าวในไทยซาแล้วครับ ข่าวในจีนมาแทน ต่อไปก็รัสเซีย ต่อไปก็........

*****เราต้องการสันติภาพ เราถูกรังแก เราต้องการอยู่อย่างสงบ****

ตูม..... (ระเบิดพลีชีพ... แล้วมีผู้บริสุทธิ์ตายอีก 999 ศพ)

เราต้องการสันติจริง....(ตูมที่สอง. ตายอีก 2000.)


ลองเขียนแบบ sarcastic บ้าง
ประชาชน

    �� : สำเนาจาก NGOs     ����� : 3/11/2004 07:49 AM


�����Դ��繷��: 77



พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4
ขอสนับสนุนการตัดสินใจของท่าน .....
และ เป็นกำลังใจในการทำงานของท่านด้วยอีกคนนะคะ :-)


quote:

ลักษณะการมาเรียกร้องนั้น ถ้าพวกเราตั้งใจดูข่าวให้ดีๆ ทั้งข่าวภายในประเทศ และข่าวจากต่างประเทศ จะเห็นว่าพวกเค้ามาเพื่อการหาเรื่องโดยแท้ ไม่มีการต่อรองใดๆ เลย และไม่ยอมฟังเสียงผู้ใด ทั้งๆ ที่รู้โดยทั่วกันและเห็นอยู่ว่า ในจังหวัดของตัวนั้น มีทหารควบคุมและปกครองดูแล อยู่ในภาวะที่ทางรัฐบาลสามารถใช้กฎอัยการศึกได้ตลอดเวลา ซึ่งใครๆ ก็น่าจะรู้ได้ว่า กฎหมายชนิดนั้น ตราขึ้นไว้สำหรับประกาศใช้เมื่อมีเหตุจำเป็น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจหน้าที่เหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับ ปราบปราม หรือ การรักษาความสงบเรียบร้อย และ ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาบางอย่างที่ประกาศระบุไว้แทนศาลพลเรือนด้วยซ้ำ

เหตุการณ์ใดๆ เมื่อมีทหารออกมาปฎิบัติหน้าที่ .....
ย่อมน่าจะรู้อยู่แก่ใจว่า ภารกิจเหล่านั้น ย่อมไม่เหมือนปกติธรรมดา แน่นอน ..!!

พากันออกมามากมายแบบนั้น .....
เท่ากับท้าทายอำนาจของรัฐ มากเกินไปหรือเปล่า ?







\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/11/2004 08:09 AM


�����Դ��繷��: 78



quote:

ถ้าเราไม่มีทหารผู้เสียสละเหล่านั้น ก็คงไม่ได้อยู่เป็นสุขเช่นทุกวันนี้ อย่าลืมวีรชน วีรบุรุษและวีรสตรีเหล่านั้น

กู...กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้เป็นโอรสของพระปิยะมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่า แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลกไว้ ไอ้อีมันผู้ใดคิดบังอาจทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือกระทำการทุจริตก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโครตให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม อันเป็นที่รักของกู

แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา แผ่นดินใดที่ให้ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น




    �� : บันทึกช่วยจำ     ����� : 3/11/2004 08:14 AM


�����Դ��繷��: 79



quote:

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า

เรื่องอะไรที่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัว ถ้าเขาประกาศเตือนจะจัดการขั้นเด็ดขาด ก็อย่าไปเข้าร่วมกลุ่มกับเขา รีบๆขยับตัวออกห่างๆไว้ แต่ถ้าได้รับคำสั่งมาว่า ต้องอยู่ ต้องสู้ อย่างไรก็ต้องอยู่ ถ้าเกิดอันตรายหรือมีภัยมาถึงตัว ถึงขั้นต้องสังเวยชีวิตตัวเอง ก็ต้องนับว่าท่านทำดีที่สุดแล้ว เพราะก่อนหน้านั้น เขาได้เตือนท่านแล้ว ถ้าฉลาดน้อย ฟังไม่รู้เรื่อง ใครจะไปช่วยท่านได้




    �� : นิทานอีกหลายศพ     ����� : 3/11/2004 08:17 AM


�����Դ��繷��: 80

มาเลย์ฯ ตัวการป่วนใต้ เหตุไม่พอใจกระทบผลประโยชน์
โดย คม ชัด ลึก วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547



"ดำรง พุฒตาล" เผย มาเลย์ตัวการป่วนใต้ เหตุไม่พอใจไทยที่ผลักดันเศรษฐกิจ 3 จังหวัดจนกระทบผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 3 พย.นายดำรง พุฒตาล ส.ว.กทม. กล่าวกรณี พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 ขอย้ายออกจากพื้นที่เพื่อรับผิดชอบกรณีสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 85 คนว่า

ที่ได้รับทราบมา พล.ท.พิศาล เป็นคนดีและเข้าใจในสังคมและวัฒนธรรมของคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อสมัยที่ยังไม่ลาออก ตนและเพื่อนก็ยังกลัวว่าแม่ทัพภาคที่ 4 จะถูกย้ายออกจากพื้นที่

แต่ในที่สุดก็แสดงสปิริตของชายชาติทหารที่ขอย้ายตัวเอง ขณะนี้ตนกังวัลมากในการเปลี่ยนม้ากลางศึก เพราะที่ผ่านมาแม้จะมีการเปลี่ยนคน แต่ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ตนขอฝากคนที่จะมาแทนว่า ให้ช่วยเข้าใจสังคมและวัฒนธรรมของคนใต้ และคำนึงถึงปัจจัยภายนอกประเทศที่จะส่งผลต่อความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ด้วย

"ปัจจัยภายนอกประเทศเกิดมาจากการมีนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ดีขึ้นของนายกรัฐมนตรี เช่น การตั้งธนาคารอิสลาม ทำให้ประเทศไทยมีการติดต่อค้าขายกับประเทศแถบตะวันออกกลางง่ายขึ้น

จึงมีผลกระทบกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นอิสลาม หรือโครงการจัดตั้งอุตสาหกรรมฮาลาล ส่งผลให้ประเทศที่เคยส่งออกอาหารอิสลามเสียผลประโยชน์ จึงไม่อยากให้ภาคใต้เกิดความสงบ

เพราะจะกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศตนเอง นายกรัฐมนตรีเก่งมาก คิดอะไรก้าวหน้า ทำให้ประเทศเราเจริญขึ้น เมื่อไปกระทบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เขาก็ไม่พอใจที่เสียผลประโยชน์" นายดำรงกล่าว

ส.ว.กทม.กล่าวต่อว่า ผู้ที่เข้ามาก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือคนที่ต้องการล้มรัฐบาล มีพวกที่ค้ายาเสพติด พวกที่ถูกขัดผลประโยชน์ และการเมืองที่น่าจะเป็นปัจจัยหลัก

เชื่อว่าหลังเลือกตั้งในช่วงต้นปี 2548 แล้วเหตุการณ์น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

ส่วนการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้เสียชีวิตใน อ.ตากใบนั้น ทุกคนรู้สึกสบายใจ เพราะมีความเป็นกลางและเป็นธรรม คงไม่สามารถเบี่ยงเบนความจริงจากปากผู้ต้องหาที่เรียกตัวมาสอบสวนได้


....................................................................................................
http://www.komchadluek.net/news/2004/11-03/p1--52843.html

    �� : Hot News     ����� : 3/11/2004 12:48 PM


�����Դ��繷��: 81


ดร.เจิมศักดิ์ ถูกตำหนิไม่เป็นกลาง กลางสภาฯ
ส.ว.วางมวย หลัง ดร.เจิมศักดิ์ ถูกตำหนิไม่เป็นกลางกรณีปัญหาใต้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 3 พฤศจิกายน 2547 11:35 น.


วุฒิสภาเกิดความวุ่นวายขึ้น และมีการชกต่อยกันระหว่าง พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ และนายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ หลังมีการตำหนิการแจกสมุดปกเหลือง เรื่อง "ความจริงที่ตากใบ" ของนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ส.ว.กรุงเทพมหานคร ว่า เป็นงานเขียนที่ไม่เหมาะสม และอาจส่งผลต่อความมั่นคง

ซึ่งทั้งนายสมควร จิตแสง ส.ว.ขอนแก่น และพล.อ.วิชา ศิริธรรม ส.ว.จันทบุรี แสดงความเป็นห่วงว่า หากข้อสรุปไม่ใช่ความจริงทั้งหมด จะยิ่งสร้างความเสียหาย และการโจมตีเจ้าหน้าที่ถือเป็นการให้ท้ายผู้กระทำผิด

และขอให้นายเจิมศักดิ์แยกแยะความเกลียดในรัฐบาล กับปัญหาภาคใต้ เพราะข้อสรุปบางส่วนไม่ตรงกับของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์

งานเขียนนี้จะทำให้วุฒิสภาถูกมองว่าไม่เป็นกลาง และพร้อมจะให้ข้อมูลว่า นายเจิมศักดิ์ก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องนี้

ขณะที่ ส.ว.อีกส่วนหนึ่งเห็นว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระของนายเจิมศักดิ์ ที่ ส.ว.ไม่ควรนำมาทะเลาะกัน เพราะอาจมีข้อมูลที่แตกต่าง และขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้อ่าน

ส่วนนายเจิมศักดิ์ ยืนยันต่อที่ประชุมว่า ข้อมูลทุกอย่างนำมาจากแพทย์ และแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ได้ใช้ความเห็นส่วนตัว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับขั้นตอนการขนย้าย และเสียชีวิตของผู้ถูกควบคุมตัว

ซึ่งระหว่างการชี้แจงมีการประท้วงเกิดขึ้นจากนายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ส.ว.แม่ฮ่องสอน ที่เห็นว่านายเจิมศักดิ์ใช้เวลามาก ทำให้ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ แย้งว่า เป็นสิทธิของนายเจิมศักดิ์ ทำให้ทั้งคู่มีการพาดพิงเรื่องการค้ายาเสพติด และเกิดการชกต่อยกันในที่สุด


..............................................................................................................................
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9470000076364

    �� : Hot News     ����� : 3/11/2004 02:38 PM


�����Դ��繷��: 82


อนาถ! ผู้ทรงเกียรติวุฒิสภาแลกหมัดกันนัวกลางที่ประชุม
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 3 พฤศจิกายน 2547 12:36 น.


"รัฐสภาไทย" เข้าใกล้สภาไต้หวันทุกขณะ เปิดฉากโต้คารมกันเผ็ดร้อน ก่อน "ประทิน" จะ "ควงหมัด" เข้าใส่ "ส.ว.แม่ฮ่องสอน" เดือนร้อนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาต้องเข้าห้ามทัพ

การประชุมสมาชิกวุฒิสภา ของผู้ทรงเกียรติในวันนี้ (3 ต.ค.)ที่รัฐสภา ได้เกิดเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในรัฐสภาไทย โดยระหว่างที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สว.กทม. กำลังอภิปรายถึงการลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการชีวิตของผู้ชุมนุมหน้าสภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งนายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา จ.แม่ฮ่องสอน ได้มีการตำหนิการแจกสมุดปกเหลือง เรื่อง "ความจริงที่ตากใบ" ของนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ส.ว.กรุงเทพมหานคร ว่า เป็นงานเขียนที่ไม่เหมาะสม และอาจส่งผลต่อความมั่นคง

ซึ่งทั้งนายสมควร จิตแสง ส.ว.ขอนแก่น และพล.อ.วิชา ศิริธรรม ส.ว.จันทบุรี แสดงความเป็นห่วงว่า หากข้อสรุปไม่ใช่ความจริงทั้งหมด จะยิ่งสร้างความเสียหาย และการโจมตีเจ้าหน้าที่ถือเป็นการให้ท้ายผู้กระทำผิด และขอให้นายเจิมศักดิ์แยกแยะความเกลียดในรัฐบาล กับปัญหาภาคใต้ เพราะข้อสรุปบางส่วนไม่ตรงกับของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ งานเขียนนี้จะทำให้วุฒิสภาถูกมองว่าไม่เป็นกลาง และพร้อมจะให้ข้อมูลว่า นายเจิมศักดิ์ก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องนี้

ขณะที่ ส.ว.อีกส่วนหนึ่งเห็นว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระของนายเจิมศักดิ์ ที่ ส.ว.ไม่ควรนำมาทะเลาะกัน เพราะอาจมีข้อมูลที่แตกต่าง และขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้อ่าน

ส่วนนายเจิมศักดิ์ ยืนยันต่อที่ประชุมว่า ข้อมูลทุกอย่างนำมาจากแพทย์ และแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ได้ใช้ความเห็นส่วนตัว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับขั้นตอนการขนย้าย และเสียชีวิตของผู้ถูกควบคุมตัว ซึ่งระหว่างการชี้แจงมีการประท้วงเกิดขึ้นจากนายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ส.ว.แม่ฮ่องสอน ที่เห็นว่านายเจิมศักดิ์ใช้เวลามาก

ขณะนั้นพล.ต.อ.ประทิน ลุกขึ้นประท้วงนายอดุลย์ว่า ที่นายเจิมศักดิ์ได้อธิบายถึงรายละเอียดนั้นถูกต้องแล้ว เพื่อสมาชิกวุฒิสภา จะได้รับทราบข้อมูลอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา

จากนั้นทั้งคู่ เกิดโต้เถียงกันกลางสภา จนกระทั่งพล.ต.อ.ประทิน กล่าวว่า “รู้นะว่าใครเกี่ยวข้องกับยาเสพติด” ทำให้นายอดุลย์ กล่าวตอบโต้ว่า หากพล.ต.อ.ประทินพูดเช่นนี้ แม้ไม่เอ่ยชื่อ คนทั่วไปย่อมเข้าใจได้ว่าเป็นตนแน่ พร้อมกับสบถคำพูด”ทุเรศ”ลั่นสภา จากนั้นได้เดินตรงรี่เข้าไปหาพล.ต.อ.ประทิน แต่เมื่อถึงตัวกลับถูกพล.ต.อ.ประทินชกใส่ทันที และเกิดการตะลุมบอนขึ้นจนมีการแยกทั้ง 2 ฝ่ายออกจากัน

ด้าน พล.ต.อ.ประทินกล่าวภายหลังว่า ที่ต้องทำไปเช่นนั้น ก็เพื่อป้องกันตัว


........................................................
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9470000076397

    �� : Hot News     ����� : 3/11/2004 02:56 PM


�����Դ��繷��: 83


ดูภาพข่าวจากบางช่อง ... มีตั้งแต่เริ่มที่ท่านประทิน ยกมือขึ้นเป็นลักษณะหงายมือเหมือนกระดิกนิ้วเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายออกมา พร้อมกับที่ท่านประทินเดินออกมารออยู่และชกอีกฝ่ายก่อน โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบโต้ ไม่ได้ยกมือหรือมีพฤติกรรมจะทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายเลย มีเพียงแต่ปิดป้องการชกของคุณประทินเท่านั้น ภาพผู้อาวุโสที่ทรงคุณวุฒิ แต่ขาดสติและลุแก่อารมณ์ในชั่วขณะ จึงเผยแพร่ไปทั่วโลก เป็นการย้ำเตือนและบอกกับชาวโลกว่า คนไทยชอบใช้ความรุนแรงมากกว่าการพูดคุยถกเถียงโต้ตอบกันด้วยสาระในประเด็นที่สร้างสรรค์..!!

เรื่องที่เกิดขึ้น ... ส.ว.ต้องตระหนัก เพราะเป็นความเสียหายทางสังคม และต่างประเทศก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ดังนั้นไม่ควรให้เกิดเรื่องเหล่านี้ และ ไม่อยากให้ต้องนำประมวลจริยธรรมมาใช้บังคับ เพราะแม้จะมีประมวลจริยธรรม แต่หาก ส.ว. ยังใช้คำพูดประชดประชัน ดูถูก ดูหมิ่นผู้อื่นอยู่เสมอๆ ก็มีโอกาสจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นได้ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวุฒิสภาเป็นอย่างมาก ซึ่งตอนนี้วุฒิสภามีการแบ่งฝ่ายเชียร์ โดยมี ส.ว.บางคนพยายามที่จะไปอยู่ภาคใต้ โดยมีอาณัติสัญญาณอะไรบางอย่าง จนผลการลงมติบางอย่างเห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่เป็นกลาง มีการแบ่งเป็นฝ่ายกันแล้ว ซึ่งหาก ส.ว.ยังไม่ยอมเข้าใจในอำนาจหน้าที่ของตัวเอง ว่าชาวบ้านเลือกท่านๆ มาทำอะไร ผลเสียที่จะตามมา คืองานที่ผ่านความเห็นของวุฒิสภา จะไม่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศแน่นอน



...........................................................................
ชมภาพวีดิโอ นาทีส.ว.ชกปากกันกลางสภา .....
http://photo.manager.co.th/flash/chat/movie/tv.swf?movie_name=9470000076516

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 4/11/2004 12:25 PM


�����Դ��繷��: 84



เปิดใจ พลโท พิศาล ลาออก

เปิดประเด็นร้อนกับแม่ทัพภาคที่ 4 "พล.ท.พิศาล วัฒนวงศ์คีรี" ในกรณีเหตุม็อบตากใบ ที่จะมาเปิดใจ.. เปิดเผยกันทุกเรื่อง ทุกขั้นตอน และทุกความรู้สึก ที่พร้อมให้ทุกคนมาร่วมกันตรวจสอบ ในความรับผิดชอบของผู้ชายชาติทหารคนนี้

ทำเนียบฯ 3 พ.ย. ... นายกรัฐมนตรีระบุการขอย้ายตัวเองของ “พล.ท.พิศาล” เพราะต้องการให้การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส และเชื่อว่าไม่กระทบการแก้ปัญหาใต้ เพราะรองแม่ทัพภาค 4 ทำงานร่วมกันมาตลอด ระบุจะประชุมกับบรรดาแกนนำศาสนา เพื่อปรับปรุงแนวทางการทำงาน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ... กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 ขอย้ายตัวเองออกจากพื้นที่ว่า พล.ท.พิศาล ต้องการให้ทุกอย่างโปร่งใส มีเจตนาที่ดี และเพื่อความสบายใจ จึงขอมาช่วยงานที่กองทัพบก เพื่อให้การสอบสวนสามารถทำได้อย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมา ซึ่ง พล.ท.พิศาล เสนอให้รองแม่ทัพภาค 4 รักษาการแทน เชื่อว่าจะไม่กระทบกับการทำงาน เพราะรองแม่ทัพภาค 4 สามารถทำงานได้ รวมทั้ง พล.ท.พิศาล ยังช่วยให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ เพราะเป็นคนที่รู้งานมาตลอด

ส่วนแม่ทัพภาคที่ 4 ... มีโอกาสที่จะกลับมาทำงานตามปกติหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องดูการสอบสวน ความจริง พล.ท.พิศาล ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างเต็มที่ แต่การจะทำงานตรงไหน อยู่ที่ผู้บังคับบัญชา ซึ่งผู้บังคับบัญชาอาจจะให้ไปทำงานในตำแหน่งใหม่ที่สำคัญก็ได้ ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ถึงแม้ พล.ท.พิศาล ออกจากพื้นที่ ก็ไม่ได้ทำให้ปัญหายุตินั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า อย่าให้ความสนใจกับคน ๆ เดียว ที่รู้จักกันดีว่าเป็นอย่างไร และ พล.ท.พิศาล แสดงความประสงค์เอง

เมื่อถามว่า ... ทางกองทัพภาคที่ 4 ประกาศว่า จะดำเนินการกับผู้ที่ก่อความไม่สงบเด็ดขาด พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า จะให้อภัยคนที่ฆ่าคนตายไม่ได้ ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนความคิดที่แตกต่างนั้น คงต้องมาพูดคุยกันว่าจะแก้ไขกันอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน การศึกษา อย่าลืมว่าวันนี้ทุกที่มีกลุ่มผลประโยชน์มานั่งคุยกัน บางครั้งการตรงไปตรงมาของรัฐบาลต้องมีปัญหา ที่ไหนก็แล้วแต่ ที่มีการทำอะไรตรงไปตรงมา เช่น ปราบผู้มีอิทธิพล ยาเสพติด ก็ย่อมมีความขัดแย้งภายในพื้นที่บ้าง และความไม่พอใจจะออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ตนไม่ได้หมายถึงภาคใต้ แต่พูดถึงหลักการทั่วไป



..........................................................................................
ดูรายการย้อนหลังที่ VDO Clip : เปิดใจ "พลโทพิศาล" ลาออก
-http://www.mcot.net/tltk/today.php?id=515
-http://www.mcot.net/tltk/tc.php?Qroom=515

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 4/11/2004 12:55 PM


�����Դ��繷��: 85



quote:


ถ้าเราไม่มีทหารผู้เสียสละเหล่านั้น ก็คงไม่ได้อยู่เป็นสุขเช่นทุกวันนี้ อย่าลืมวีรชน วีรบุรุษและวีรสตรีเหล่านั้น

กู...กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้เป็นโอรสของพระปิยะมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่า แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลกไว้ ไอ้อีมันผู้ใดคิดบังอาจทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือกระทำการทุจริตก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโครตให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม อันเป็นที่รักของกู

แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา แผ่นดินใดที่ให้ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น



    �� : บันทึกช่วยจำ     ����� : 4/11/2004 03:17 PM


�����Դ��繷��: 86



quote:


นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า .....

เรื่องอะไรที่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัว ถ้าเขาประกาศเตือนจะจัดการขั้นเด็ดขาด ก็อย่าไปเข้าร่วมกลุ่มกับเขา รีบๆขยับตัวออกห่างๆไว้ แต่ถ้าได้รับคำสั่งมาว่า ต้องอยู่ ต้องสู้ อย่างไรก็ต้องอยู่ ถ้าเกิดอันตรายหรือมีภัยมาถึงตัว ถึงขั้นต้องสังเวยชีวิตตัวเอง ก็ต้องนับว่าท่านทำดีที่สุดแล้ว เพราะก่อนหน้านั้น เขาได้เตือนท่านแล้ว ถ้าฉลาดน้อย ฟังไม่รู้เรื่อง ใครจะไปช่วยท่านได้





    �� : นิทานอีกหลายศพ     ����� : 4/11/2004 03:23 PM


�����Դ��繷��: 87


ความคิดเห็นที่: 15

ผมอยู่พื้นที่10 กว่าปี ศอบต. เป็นหน่วยงานที่ผมไม่ชอบ เพราเมื่อผมมาอยู่ใหม่ๆ รุ่นพี่ข้าราชการพูดว่าถ้าใครไม่ไปอบรม เมื่อ ศอบต. เรียกตัว คนนั้นมีความผิด จนบัดนี้ผมก็ยังไม่ชอบ ผมก็ยังไม่เห็นด้วยเลย ยังค้านอยู่ตลอด ส่วนการยุบ พทต 43 เป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง ซึ่งนานตำรวจบางคนน่าจะมีส่วนร่วม ความผิดพลาดด้วยเนื่องจากการประเมิณที่ผิดพลาด มีการโทษกันไปมาของ ข้าราชการในพื้นที่ แต่ก็เป็นเรื่องเก่าแล้ว ซึ่งปัจจุบันก็คิดว่าทำงานกันเป็นทีมมากขึ้น จากเคยสัมผ้สมา และทุกฝ่ายก็ช่วยกันแก้ปัญหากันอย่างดี แต่ผมว่าตำรวจส่วนหนึ่งยังใช้อาวุธยังไม่ชำนาญ ผมว่าสั60-70 เปอร์เซ็น ทดสอบได้โดยการยิงเป้ากระดาษ NRA ระยะ25 เมตร จับเวลา2 นาที ประเมิณ ดูจากคะแนนได้ครับ ส่วนการยิงฉับพลันทันที วางเป้า7 10 15 เมตรยิงให้เร็วที่สุด ผมว่า มีมากที่เป้าสะอาดนะครับ อีกอย่างเวลาขับรถผ่านตามด่านตรวจ มักจะเห็นทหารยืน แต่ตำรวจนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ สบาย ถ้าผมเป็นโจรผมคงทำได้สบาย

ส่วนการชุมนุมเป็นวัฒนธรรมของไทยมุงครับ เมื่อมีเหตุการณืฉุกเฉิน ยากที่จะแยกแยะครับ กลุ่มคนหัวรุนแรงมักจะใช้กฏหมู่มากดดัน หน่วยงานราชการเสมอ ซึ่งพวกคนเหล่านี้ไม่ได้ใช้เหตุผล มักใช้ความรุนแรงเป็นนิสัย ไม่ได้แยกแยะระหว่า กฏหมาย หรือสิ่งที่ไม่ถูกต้องออกจาก สิ่งที่ถูกต้อง ถ้าการให้กฏหมู่มาอยู่เหนืออำนาจรัฐ เมืองไทย หรือ ประชาชนที่บริสุทธิ์จะอยู่ได้อย่างไร เมื่อมีครั้งที่1 หรือ2 ก็ต้องมีครั้งต่อๆไป อย่าง NGO ก็ถนัดในการปลุกม็อบ ซึ่งก็ต้องมีแกนนำ เช่นเดียวกัน และต้องใช้เงินเหมือนกัน พวกคุณเคยเปิดเผยต่อสาธารณะ ชน หรือไม่ว่า ท่านได้เงินมาอย่าไร โปร่งใสหรือไม่ คุณมีอาชีพ อะไร คุณเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ คุณทำงานนี้เป็นอาชีพหรือ เพื่อสาธารณะ ประโยชน์ ทัศนะคติคุณเป็นอย่าไร ต้องมีความคิดแตกต่างจากคนอื่น หรื่อต้องอยู่ตรงข้ามรัฐ เสมอหรือ มีผมประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝงหรือไม่ ถ้าเพื่อแสดงผลงาน เพื่อเงินสนับสนุน โดยไม่สนใจคนให้เดือดร้อน เลย ถ้าอย่างนี้พวกคุณก็ก็ไม่ต่างจากพวกผู้ก่อการร้าย แสดงผลงาน เพื่อเงินสนับสนุน แค่นนั้นเอง ลองอ่านวัตถุประสงค์ ขององค์กร หรือที่กฏหมายบัญญัติ หรือที่ข้อบังคับหรือระเบียบขององค์กรณ์ดูนะครับ

การชุมนุม ที่ตากใบ ,กรือเซะ ไปเทียบกะ 6 ,14 ตุลา หรือที่จะนะ,บ้านกรูด ,บ่อนอกไม่ได้มันคนละเรื่องกัน

6,14 ตุลา คืออะไร เกียวกับเรื่องอะไร กดารเรียกร้องต่างกันมั้ย

บ่อนอก,บ้านกรูด,จะนะ แตกต่างกันอีก

สามจังหวัดภาคใต้ เป็นเรื่องของผู้ก่อการร้ายครับ เป็นเรื่องของคนไม่รู้ ที่ถูกหลอกมาครับ ไม่มีกฏหมาย ไม่มีมนุษย์ธรรม ไม่มีศาสนาครับ พวกนี้พร้อมหลอกคนมาตายเพื่อให้บรรลุผลที่ตัวเองต้องการ เพราะวัฒนธรรมของคนทางนี้รักพวกพ้องครับ

ผมขอถามหน่อยนะครับ พวก NGO ทั้งหลายหรือองค์กรสิทธิ์.... เคยไปดู ชาวบ้าน หรือ ข้าราชการที่โดนกระทำบ้างมั้ยครับ เคยไปดูผลกระทบต่อครอบครัวเขาหรือไม่ ครับ เคยเข้าไปในใจเขาหรือไม่ คุณเคย อ่านพระดำรัส ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ หรือไม่ครับ ด้วยความสัตย์ ถามจริงๆพวกคุณเคยอ่านหรือไม่ ท่านปฏิบัติภาร กิจ ในพื้นที่ ดูแลผู้ทุกยาก ทั้งสองฝ่าย แต่พวกคุณ รวมถึง พวกนักข่าว และ สส สว ทั้งหลาย บางคำถามหมิ่นเหม่ มากที่จะทำให้เกิดความรุนแรง เป็นการคาดคะเน อย่างเดียวไม่รู้แจ้งเห็นจริง พยามถามให้เกิดความสงสัยว่ารัฐ หรือทหางจงใจทำลายชีวิต คำถามชี้นำ ว่า เป็นไปได้มั้ยเค้าถูกครอบถุงเป็นต้น ยิ่งกระพือความโกรธแค้นมากขึ้น คุณต้องแยกแยะครับ อันไหนเป็นเรื่องความมั่นคง หรือความปลอดภัยในชีวิตของผู้บริสุทธิ์ อย่าทำอะไรเพื่อประโยชน์ตัวเอง หรือมีผลประโยชน์แอบแฝง หรือเพื่อขายข่าวให้ดูตื่นตาตื่นใจอย่างเดียว

คุณคิดดูนะครับ ทั้งกรือเซะ ,ตากใบ ถ้าดึกๆมีการ ยิงหรือขว้างระเบิดจากฝูงชน จะเกิดอะไรขึ้นให้เจ้าหน้าที่ถูก กระทำฝ่ายเดียวเหรอ หรือถ้าตอบโต้ ถูกประชาชนล้มตาย ก็เข้าทางพวกคุณ กะ เข้าทางผู้ก่อการร้ายอีก ใช่มั้ยครับ ถ้าตากใบไม่สลายม็อบ ก็อาจจะมี รือเสาะ ธารโต เบตง อีไม่มีที่สิ้นสุด เพราะใช้มวลชนกดดันเมื่อไหร่ก็ต้องยอม ถ้ามีปัญหา ก็เสนอให้อภัยโทษ อีกหรือครับ นี่คือสิ่งที่พวกคุณต้องการเหรอ

อย่างน้อย คงมีหลายคนที่มองเห็นคุณค่า ของคนที่ตัวเองรักหรือครอบครัว ที่ตนรัก เพราะคนเราจะเห็นคุณค่าเมื่อเราเสียมันไปนะครับ เวลาที่เค้าหลอกเราไปชุมนุม หรือ จะไปชุมนุมกดดัน ก็ควรจะระวัง ไม่ใช่ไปเพื่อ กดดันในสิ่งผิดกฏหมาย ความเห็นผม ชรป แม้จะแจ้ง ความเท็จ แต่อาจจะไม่โดนลงโทษก็ได้ เพราะ เป็นภาวะที่ถูกกดดดัน ถูกข่มขู่คุกคาม จากพวกนอกรีต ยังไงก็ต้องจับไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่งั้นก็จะมีออกมาเรื่อยๆนะครับ กฏหมายก็ต้องเป็นกฏหมายนะครับ

ส่วนแม่ทัพภาคที่4 แรกเริ่มมาทำงาน ผมมองว่าเป็นคนอ่อนเกิน ไปทำอะไรก็คงจะยอมหมด เคยคิดอยู่เสมอครับว่ารัฐส่งคนผิดมาหรือป่าว เพราะท่านให้เกียรติคนกระทำความผิดมาก คิดว่าคงจะเหลวอีก เป็นความหวังแก่คนพื้นที่ไม่ได้ แต่ท่าพิสูจน์แล้ว ว่าท่าน สนใจ เอาใจใส่ต่อประชาชน และ ข้าราชการที่ ถูกทำร้าย ร่างกาย หรือชีวิต บางครังท่าต้องนั่ง ฮ. มาดึกๆ มาดูแลผู้เสียหาย ซึ่ง หัวหน้าท่านบางทียังไม่เคยสนใจมาดูเลย ยังไงผมก็ยังเสียดาย ที่องค์กรอิสระ นักวิชาการ หรือ กลุ่มผู้นำศาสนา ตัวแทนปวงชนชาวไทย ต้องการปลดท่านออกจากตำแหน่ง ผมประชาชนคนหนึ่งเสียใจ และเสียดายอย่างสุดซึ้งครับ ที่น่าเสียดายมาก นักการเมือง ทั้งระดับบน หรือ ล่าง ทุกสภา พื้นที่3 จว. ไม่มีเลยที่จะมาดูแลประชาชน หรือแสดงจุดยืนว่าสิ่งที่กลุ่มคนเหล่านี้กระทำเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ไม่มีข่าวว่าจะไปเยี่ยมเยียนผู้สูญเสียเลย ไม่ทราบเพราะเหตุได มีแต่ความเงียบความเฉยเมย น่าเศร้าใจมากครับ

ความเห็นของอดีต นายกมาเลย์ ผมมอกเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากเค้าต้องเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มคนพวกนี้ เป็นการยั่วยุ และแทรกแซงประเทศไทย กลุ่มคนสองสัญชาติ น่าจะเป็นปัญหามาก แต่คนที่แต่งชุดมุสลิมแปลกๆ ที่คิดว่าเป็นพวกอินโด เข้ามาเมืองไทยนานแล้วครับ หลายปี นี่ก็เป็นความผิดพลาดของทางรัฐบาล การตาย เป็นช่องทางนึงที่จะเอาคนอื่นมาสวมทะเบียนบ้าน ได้นะครับ เหตุการณ์จริง เค้าเขียนชื่อแม่ไม่เป็น เป็นไปได้มั้ยที่ชื่อแม่ยังไม่รู้จัก

ชายแดน เวลาไปฝั่งมาเลย์ นะครับ เราต้องเข้าเป็นช่อง แต่เวลาเค้าเข้าเมืองไทย เค้าขึ้นฝั่งที่ไหนก็ได้ครับ นี่เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขในเรืองเขตแดน การค้าที่หล่อเลียงมักเป็นสถานบริการ โสเภนี ไทยซึ่งถือว่ามีคุณภาพ และราคาถูกถ้าเทียบกับมาเลย์ ของเถื่อน ของหนีภาษี และของที่ถูกกฏหมาย

การศึกษา ของไทยหลักสูตร ยังไม่แน่นอนไม่เป็นมาตรฐาน ตรวจสอบไม่ได้ สิ่งที่ต้องแก้ครับ เพราะ การที่จะไปสอบแข่งขัน ก็สู้เค้าไม่ได้ ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าเรียนคณะศึกษาศาสตร์ ที่ต้องสอบเลือกภาควิชา ถ้าแข่งขันก็จะสอบสู้ไม่ได้สุดท้ายก็ต้องเรียนด้านศาสนา เมือจบมาก็ต้องตกงาน เพราะเมื่อสอบบรรจุมักไม่รับวิชาศาสนา ก็ต้องว่างงานใช่มั้ยครับ เมื่อก่อนมีทุนต่างๆ เกณฑ์ในการวัด ไม่เหมือนกัน คณะนึงต้อง ได้ 400 ใน 600 แต่ถ้าใช้สิทธิ ได้คะแนน250 ใน600 ก็ได้เรียนแล้ว นี่ก็ก่อให้เกิดความแตกต่าง กันจุดนึง นะครับ หลักสูตรทางไทยนี่ถ้าไปเรียนที่มหาลัยดีๆ ในมาเลย์ก็ลำบากครับ เรียนไม่หมือนกัน นี่คือจุดที่ต้องแก้ครับ

สุดท้ายนี้ยังไงก็ให้เห็นแก่ชาวบ้าน ข้าราชการ หรืออดีตข้าราชการ ที่บริสุทธิ์ ที่ถูกพวกคุณหลงลืมด้วยนะครับ


โดย : คนพื้นที่ครับ (203.172.89.211) เมื่อ : 4/11/2004 10:05 PM
http://www.thaingo.org/webboard/view.php?id=7634

    �� : สำเนาจาก NGOs     ����� : 5/11/2004 07:32 AM


�����Դ��繷��: 88


บทบาทของผู้นำมุสลิม .....
กับการแก้ปัญหาภาคใต้ ว่าด้วยหลักคำวินิจฉัยด้านศาสนา


อ.อับดุชชะกูร์ บิน ซาฟิอีย์ ดินอะ อับดุลสุโก ดินอะ
นักศึกษาปริญญาเอกศาสนาเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยอิสลามนนาชาติ มาเลเซีย

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีกรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนามุฮัมมัดและละผู้เจริญรอยตามท่าน

เมื่อเร็วๆ นี้ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ได้เรียกร้องให้ผู้นำศาสนาอิสลามให้ออกคำวินิจฉัยด้านศาสนาอิสลาม (หรือฟัตวาในศัพท์วิชาการศาสนา) เกี่ยวกับเหตุการณ์รุนแรงและการฆ่ารายวันในภาคใต้ และนายไพศาล พืชมงคล ประธานที่ปรึกษารองนายกฯพลเอกชวลิต ด้านความมั่นคงได้เรียกร้องให้ผู้นำอิสลามต่อเรียกดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในรายการรอมฎอน (ออกอากาศเวลา 04.15 น.ของวันที่ 22/10/47 ทางช่อง 11 ซึ่งมีมุสลิมจำนวนมากติดตามรายการนี้อยู่)

ในรายการดังกล่าวมีการพูดคุยอย่างเผ็ดร้อนดูเสมือนท่านไม่พอใจจุฬาราชมนตรีและมีคำถามกระทบชิ่งไปว่า เป็นไปได้ไหม? หากจะนำปัญหาภาคใต้ให้นักวิชาการอิสลามระดับโลกไม่ว่าจะเป็นจากอียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย หรือแม้กระทั่งอิหร่านออกคำวินิจฉัย (ฟัตวา) เกี่ยวกับเรื่องนี้ พูดง่ายๆ ก็คือเสมือนกับกลุ่มสิทธิมนุษยชนในเมืองไทยเคยคิดจะนำปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทยไปฟ้ององค์การสหประชาชาติหรือศาลโลกแต่โดนนายกฯทักษิณพูดดักคอไว้

ความเป็นจริงจุฬาราชมนตรีก็เคยออกมาแถลงการณ์หลายต่อหลายครั้งเกี่ยวกับกับหลักการศาสนากับการใช้ความรุนแรง หรือคัมภีร์บิดเบือนศาสนา และเหตุการณ์กรือเซะที่ยืนยันถึงความถูกต้องของรัฐและหลายต่อหลายครั้งที่จุฬาราชมนตรีอุตส่าห์บินลงไปในพื้นที่ร่วมกับรัฐ

สำนักงานคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศก็เป็นตัวจักรสำคัญอีกหน่วยงานหนึ่งที่คอยประสานความร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ เช่น มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ "ภาพรวมและแนวทางการสร้างเสริมสันติสุขของประชาคม" เมื่อ 28-29 สิงหาคม 2547 ที่จังหวัดสงขลา โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากทุกภาคส่วนของประชาคมมุสลิมไม่ว่าจะเป็นโต๊ะครู ผู้นำศาสนา อุสตาซ นักวิชาการของมหาวิทยาลัย นักวิชาการอิสระ ตัวแทนองค์กรชุมชน และประชาชนในพื้นที่

โดยในการประชุมครั้งนี้ได้นำทรรศนะศาสนากับความรักชาติ การก่อการร้าย การแบ่งแยกดินแดน การอยู่ร่วมกับต่างศาสนิกและสถาบันพระมหากษัตริย์มานำเสนอ ซึ่งเป็นข้อเขียนของผู้นำศาสนาทั้งส่วนกลางและพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับมาเผยแผ่

ที่สำคัญได้นำคำวินิจฉัยของจุฬาราชมนตรีทั้งอดีตและปัจจุบันเกี่ยวกับ "ปัญหาความขัดแย้งทางศาสนาอิสลามกับหลักปฏิบัติของหน่วยราชการต่อชุมชนมุสลิมซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานของรัฐบางหน่วย"

อาจารย์ ดร.อิสมาอีล ลุตฟีย์ จะปะกียา อธิการบดีวิทยาลัยอิสลามและผู้นำมุสลิมที่ได้รับการยอมรับมากคนหนึ่งในจังหวัดชายแดนใต้ได้เขียนหนังสือเรื่องเกี่ยวกับอิสลามกับการใช้ความรุนแรงและการก่อการร้ายเผยแผ่ต่อชุมชนทั้งภาษามลายูและไทย

อาจารย์อาซิซ พิทักษ์คุมพล ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดสงขลา ได้ระดมนักวิชาการศาสนาอิสลามจังหวัดสงขลาเขียนหนังสืออิสลามกับการอยู่ร่วมกับต่างศาสนิกอย่างสันติสุขและแจกจ่ายกับชุมชนมุสลิม นี่คือส่วนหนึ่งของบทบาทผู้นำมุสลิมไม่ว่าระดับชุมชนและชาติที่ได้ทุ่มเทในการแก้ปัญหา

ที่สำคัญสมัชชาอุลามาอ์ (ปราชญ์ด้านศาสนาอิสลาม) สันนิบาตชาติอาหรับ (ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการก่อร้าย (เดือนมกราคม 2002 ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย) พอสรุปประเด็นสำคัญไว้ดังต่อไปนี้

ความหมายการก่อการร้าย .....

การก่อการร้ายหมายถึง การทำร้ายที่เกิดขึ้นโดยบุคคล กลุ่ม หรือประเทศชาติด้วยการละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นทั้งในด้านศาสนา ชีวิต ทรัพย์สิน สติปัญญา เกียรติยศและศักดิ์ศรี

ลักษณะของการก่อการร้ายนั้นมีหลากหลาย ไม่ว่าการทำให้รู้สึกกลัว สร้างความเดือดร้อน ข่มขู่ คุกคาม เข่นฆ่า โดยมิชอบและลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการสงคราม ปิดเส้นทางและปล้น กดขี่ ข่มเหง ทุกการกระทำที่มีลักษณะบ้าระห่ำและการขู่กรรโชกเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายในการก่ออาชญากรรมด้วยบุคคลหรือกลุ่มเพื่อให้เกิดความหวาดกลัวในสังคมมนุษย์ เพื่อให้เข็ดหลาบด้วยการสร้างความเดือดร้อนและนำพาชีวิต ทรัพย์สิน สิทธิ เสรีภาพ ความมั่นคงปลอดภัยและสภาพของพวกเขาสู่ภาวะอันตราย

ในจำนวนนี้ยังรวมถึงรูปแบบของการสร้างความพินาศให้กับสภาพแวดล้อม อาคารและทรัพย์สินสาธารณะและบุคคล การผลาญและทำลายทรัพยากรของประเทศและระบบนิเวศต่างๆ

ทั้งหมดนี้คือการความหายนะ .....
หลักฐานจากคัมภีร์อัลกุรอานกับการก่อการร้าย

1 ..... บัญญัติห้ามการสร้างความหายนะกับสังคมโลก
เอกองค์อัลลอฮฺได้ดำรัสว่า "และท่านจงอย่าแสวงหาความหายนะบนพื้นพิภพนี้เพราะแท้จริงอัลลอฮฺไม่ทรงโปรดบรรดาผู้บ่อนทำลาย" (อัลกุรอานบทอัลเกาะศอด. โองการที่ 77)

2 ..... ห้ามการละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นและความอยุติธรรม
พระองค์ได้บัญญัติอีกว่า "จงกล่าวเถิด (โอ้ศาสดามุฮัมมัด) ว่า แท้จริงสิ่งที่พระเจ้าของฉันทรงห้ามสิ่งชั่วช้าและน่ารังเกียจต่างๆ ทั้งที่เปิดเผยและที่ลับ และพระองค์ทรงห้ามกระทำบาปและการข่มเหงรังแกผู้อื่นโดยความอยุติธรรม" (อัลกุรอานบทอัลอะรอฟ โองการที่ 33)

3 ..... ห้ามอย่างรุนแรงสำหรับผู้ที่สร้างความหายนะและกำหนดบทลงโทษหนักในนรก
อัลลอฮฺได้ดำรัสว่า "และเมื่อเขาหันหลังไปแล้ว เขาพยายามก่อความเสียหายบนพื้นพิภพ ด้วยการทำลายพืชผลการเกษตรและเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ และอัลลอฮฺทรงรังเกียจการก่อความเสียหาย และเมื่อมีผู้ถามแก่เขาว่าเจ้าจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ความเยื้อหยิ่งของเขากลับทำให้เขาทำบาปต่อไป ดังนั้นนรกญฮันนัม (นรกชั้นต่ำสุด) เป็นสิ่งที่เหมาะสมสำหรับเขาและมันเป็นที่พำนักอันเลวร้ายยิ่งสำหรับเขา" (อัลกุรอานบทอัลบะกอเราะฮฺ โองการที่ 205-206)

4 ..... การฆ่าผู้อื่นโดยมิชอบเปรียบเสมือนการฆ่ามนุษย์ทั้งมวล
อัลลอฮฺได้ดำรัสว่า "ผู้ใดฆ่าชีวิตหนึ่งโดยมิชอบหรือสร้างความหายนะบนพื้นพิภพประหนึ่งว่าเขาได้ฆ่ามนุษย์ทั้งมวล" (อัลกุรอานบทอัลมาอิดฮฺ โองการที่ 8)

5 ..... ความหายนะนั้นจะไม่ประสบแก่บรรดาผู้อธรรมเท่านั้นแต่จะประสบกับคนส่วนใหญ่ในสังคมนั้นด้วย
พระองค์ดำรัสอีกว่า "และพวกท่านจงระวังความหายนะซึ่งมันจะไม่ประสบแก่บรรดาผู้อธรรมในหมู่พวกท่านเท่านั้นและพึงทราบเถิดว่าอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงลงโทษอย่างรุนแรง" (อัลกุรอานบทอัลอันฟาล โองการที่ 25) เพราะฉะนั้นมนุษย์ทั้งมวลจะต้องช่วยกันส่งเสริมความดีและห้ามปรามความชั่ว


ดังนั้นคำฟัตวาหรือวินิจฉัยของผู้นำมุสลิมสูงสุด ... ไม่น่าเป็นสาเหตุสำคัญและการแก้ปัญหาภาคใต้ ในขณะที่ผลการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ "ภาพรวมและแนวทางการสร้างเสริมสันติสุขของประชาคม" เมื่อ 28-29 สิงหาคม 2547 ที่จังหวัดสงขลามองว่าสาเหตุหลักของปัญหาคือกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนได้รับจากหน่วยงานของรัฐต่างหากเป็นตัวก่อปัญหาและกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำเป็นเงื่อนไข

โดยในเอกสารระบุว่า "โดยความเป็นจริงประชาชนส่วนใหญ่มิได้มีเจตนาแบ่งแยกดินแดนตามข้อกล่าวหา แต่เขาเหล่านั้นต้องการเพียงสิทธิความชอบธรรมและความเป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญในฐานะคนไทยตามที่รัฐกล่าวอ้างเท่านั้นเอง"

ดูเอกสารการประชุมเชิงปฏิบัติการ "ภาพรวมและแนวทางการสร้างเสริมสันติสุขของประชาคม" ซึ่งสอดคล้องกับบทความคนในพื้นที่ (มติชน หน้า 6 วันที่ 23/10/47) และสกู๊ปหน้า 1 (มองไฟใต้จากอีกมุม, ไทยรัฐ หน้า 33 วันที่ 25/10/47)

ในขณะมุมมองของรัฐ ... มองแนวคิดและขบวนการแบ่งแยกดินแดน (ขบวนการกู้เอกราชคืนตามทรรศนะผู้ก่อการ) เป็นตัวการใหญ่ในปัญหาภาคใต้ดังเหตุการณ์ 28/10/47 (และการชุมนุมประท้วง 26/10/47 ที่ตากใบ ซึ่งผู้เขียนกำลังเขียนอยู่ช่วงท้ายพอดี)

ผู้เขียนคิดว่า ... ทั้งสองสาเหตุน่าจะมีความเกี่ยวพันกัน กล่าวคือสาเหตุหลักของปัญหาคือกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับจากหน่วยงานของรัฐเป็นตัวก่อปัญหา (ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและขบวนการแบ่งแยกดินแดน (กลุ่มส่วนน้อย) นำไปเป็นเงื่อนไขและความชอบธรรมในปฏิบัติการ ดังนั้นปัจจุบันจึงเป็นสงครามแย่งชิงมวลชน โดยมีคนส่วนใหญ่และผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่เป็นเป้าหมายและสงครามครั้งนี้น่าจะเป็นสงครามที่ยืดเยื้อ รุนแรงและยาวนานที่สุด (เพียงแค่เป็นสงครามที่ไม่ประกาศแค่นั้นเอง)

ดังนั้นการแก้ปัญหากับคนส่วนใหญ่จะต้องให้ความยุติธรรม นโยบายการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

อีกนโยบายหนึ่ง ... คือหลักศาสนาธรรมที่อาจารย์ประเวศ วะสี เคยเสนอไว้แต่สำหรับผู้ร่วมขบวนการนั้นรัฐจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างถาวรและเบ็ดเสร็จกับนโยบายตาต่อตา ฟันต่อฟัน หรือวิธีการปราบปราม

นโยบายนี้อาจเห็นผลของการปราบปรามจับกุม การสังหารผู้ร่วมขบวนการ แต่รัฐเคยคิดบ้างไหมว่า การปราบปราม จับกุม การสังหารหนึ่งคนจะทวีคูณเท่าไรเพราะมันเป็นการต่อสู้ทางการเมืองและอุดมการณ์

เพราะฉะนั้นนโยบายการเมืองต้องนำการทหารบางครั้งการยอมรับความจริงถึงแม้จะเสียศักดิ์ศรีบ้างแต่เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะของคนในชาติไม่ว่าภาครัฐและฝ่ายต่อต้านสุดท้ายผู้ที่ได้ผลกระทบมากที่สุดคือผู้บริสุทธิ์และความพังพินาศของเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม

ผู้เขียนหวังว่า ... ทั้งสองฝ่ายน่าจะต่อสู้ด้วยสันติวิธีเพื่อประชาชนในพื้นที่ตามที่พวกท่านเรียกร้องว่าเพื่อประชาชนและมาตุภูมิ

ขอให้พระเจ้าจงประทานความเป็นเอกภาพ .....
ภราดรภาพ และสันติภาพในดินแดนภาคใต้ด้วยเทอญ อามีน........



...........................................................
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์นสพ.มติชน
เมื่อ ..... วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 5/11/2004 09:04 AM


�����Դ��繷��: 89



quote:


ถ้าเราไม่มีทหารผู้เสียสละเหล่านั้น ก็คงไม่ได้อยู่เป็นสุขเช่นทุกวันนี้ อย่าลืมวีรชน วีรบุรุษและวีรสตรีเหล่านั้น

กู...กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้เป็นโอรสของพระปิยะมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่า แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลกไว้ ไอ้อีมันผู้ใดคิดบังอาจทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือกระทำการทุจริตก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโครตให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม อันเป็นที่รักของกู

แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา แผ่นดินใดที่ให้ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น




    �� : บันทึกช่วยจำ     ����� : 5/11/2004 10:38 AM


�����Դ��繷��: 90



quote:


นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า .....

เรื่องอะไรที่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัว ถ้าเขาประกาศเตือนจะจัดการขั้นเด็ดขาด ก็อย่าไปเข้าร่วมกลุ่มกับเขา รีบๆขยับตัวออกห่างๆไว้ แต่ถ้าได้รับคำสั่งมาว่า ต้องอยู่ ต้องสู้ อย่างไรก็ต้องอยู่ ถ้าเกิดอันตรายหรือมีภัยมาถึงตัว ถึงขั้นต้องสังเวยชีวิตตัวเอง ก็ต้องนับว่าท่านทำดีที่สุดแล้ว เพราะก่อนหน้านั้น เขาได้เตือนท่านแล้ว ถ้าฉลาดน้อย ฟังไม่รู้เรื่อง ใครจะไปช่วยท่านได้





    �� : นิทานอีกหลายศพ     ����� : 5/11/2004 10:42 AM


�����Դ��繷��: 91


อ้างอิงจาก คอลัมภ์ สารพันปัญหา ของ คุณอ๊อด เทอร์โบ
หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2547



เรียน คุณ อ๊อด เทอร์โบ ที่นับถือ

จากเหตุการณ์ 28 เม.ย.47 ก็ดี 25 ต.ค.47 ก็ดี พวกผมผู้ปฏิบัติหน้าที่และอยู่ในเหตุการณ์จริง ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกครับ ณ เวลาขณะนั้น มันมีความกดดันหลายๆ อย่าง เช่น มวลชน มากขึ้น เรื่อยๆ รุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

พวกผม เหนื่อย หิว ร้อน ไม่ค่อยได้พักผ่อน สวมเสื้อเกราะที่หนักกว่า 10 กก. และปืน เอ็ม 16 อีกต่างหาก ขณะกำลังอยู่ในเหตุการณ์ พวกผมไม่มีเวลามานั่งคิดไตร่ตรองแบบพวกนักวิชาการตามมหาวิทยาลัย ที่คิดหลังจากเกิดเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว และ คิดจากห้องแอร์อันหรูหรา ถ้าคิดว่าการกระทำของพวกผม ที่กำลังรักษาความเป็นชาติไทยเอาไว้นั้นเลวมากๆ ไม่ถูกต้อง ต่อไปถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก

พวกผมอยากขอกราบเรียนเชิญ ท่านผู้ไม่เห็นด้วยทั้งหลาย .....
ช่วยมาปฏิบัติการแทนด้วยเถิด ถ้าทำไม่ได้ กรุณาช่วยหุบปาก และ ไปไกลๆ เลยได้ไหม


ผมเองก็งงๆ ตัวเองเหมือนกัน ที่ทำทุกอย่างจนแทบเอาชีวิตไม่รอดจากการซุ่มโจมตีรายวัน และ หลายๆ เหตุการณ์ แต่กลับถูกพวกคุณ ด่าทอต่างๆ นานา ผมมีครอบครัว มีลูกเล็กๆ 2 คน ก็อยู่แถวๆ กรุงเทพ นี่แหละ แต่ต้องไปลำบากลำบนถึงชายแดน จังหวัดนราธิวาส เงินเดือนแค่ หมื่นกว่าบาท หลังจากรับราชการทหารมา 20 ปี เบี้ยเลี้ยงวันละ 120 หักแล้วยังไม่ทราบว่าจะเหลือเท่าไหร่ เงินเพิ่มพิเศษ ค่าเสี่ยงภัยอีกเดือนล่ะ 2 พัน 5 ร้อยบาท ก็ยังไม่ทราบว่าจะได้เมื่อไหร่

นี่คือรายได้ของผมที่ต้องเลี้ยงดูทั้ง 4 ปาก แล้วถ้าหากผมตายไป 3 ปากที่เหลือจะอยู่กันอย่างไร หลายๆ คน ด่าการกระทำของผม ผมน้อยใจมากครับ โดยเฉพาะสื่อบางพวกนำเสนอข่าวในทางทำลายมากกว่า ให้กำลังใจกันบ้าง พวกคุณมีรายได้สูงๆ กินดีอยู่ดี เพราะมีพวกผมเป็นเกราะให้

ในขณะที่สื่อบางประเทศ เขานำเสนอในทางรักชาติรักแผ่นดินมากกว่า เขาไม่ยอมให้คนต่างชาติคอยแทรกแซงได้

หลายๆ เหตุการณ์ ต้องพึ่งคนอย่างพวกผม เพราะคุณสมบัติเหมาะสม และพ่วงด้วยปริญญาตรีอีก 1 ใบ ปัจจุบันชีวิตราชการของผมไม่ก้าวหน้าเลย ทั้งๆ ที่ คุณวุฒิ และ วัยวุฒิ ของผมเหนือกว่ารุ่น น้องๆ อีกหลายรุ่น

แต่รุ่นน้องๆ บางคนได้เป็นนายทหารสัญญาบัตรกันหมดแล้ว สอบแข่งขันทีไร นายไม่รู้จักคนแบบพวกผม ถึงแม้จะมีคะแนนบวกเพิ่มขึ้นพิเศษ สำหรับคนอยู่ชายแดน แต่ไม่มีความหมาย มันขึ้นอยู่กับลายเซ็นของนายมากกว่า

ปัญหาของผมและพวก ก็มีมากอยู่แล้ว ขอความกรุณาให้กำลังใจกันบ้าง จ.ม.ฉบับนี้ ของผม กรุณา คุณ อ๊อด อย่าทิ้งนะครับ ช่วยกรุณาลงให้ด้วย ผมจะตัดเก็บใส่กรอบเอาไว้ให้ลูกได้อ่าน และเกิดความรักชาติรักแผ่นดิน

อยากบอกคนไทยทั้งหลายว่า ชาวบ้านจังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะบางคนที่มีอายุมากๆ นั้น เขาไม่รู้และไม่สนใจจะแบ่งแยกดินแดนหรอกครับ เขาคิดว่าเขาคือคนไทยนี่แหละ และมีน้ำใจดีอีกต่างหาก แต่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น

ป.ล. จ.ม.ของผมอาจจะมาถึงช้าหน่อยนะครับ เพราะไปรษณีย์จะมารับ จ.ม.จากตู้หน้าฐาน ทุก 5-10 วัน ครับ.


จาก คนชายแดน (ใต้)

    �� : สำเนาจาก นสพ.ไทยรัฐ     ����� : 8/11/2004 12:02 PM


�����Դ��繷��: 92


เรื่องของทางภาคใต้ คงแก้ไขกันไม่ได้ง่ายๆ .....
แค่จะจับผู้ที่มาทำร้ายผู้บริสุทธิ์รายวันนั้น ก็ดูมืดมนเต็มทน
ฟังและดูจากรายงานข่าวต่างๆ มีผู้คนถูกทำร้าย มีคนเห็นเหตุการณ์ มีคนให้ข่าวได้ทุกวัน

แต่พอจะค้นหาและสืบสาวให้ลึกเข้าไปในประเด็น .....
กลับถูกปฏิเสธ ไม่มีใครยอมมาเป็นเจ้าทุกข์ ไม่มีใครยอมมาเป็นพยาน
แล้วทางการจะดำเนินคดี ให้ถึงที่สุดได้อย่างไรกัน .....??????

เล่นมีแต่คนกลัว ...!!!!!!!
กลัวไปหมดทุกอย่าง แบบนี้ก็ต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นแน่นอน
จะออกไปทำมาหากินในแต่ละวัน ก็แสนยากแล้ว
ถึงจะหลีกเลี่ยงความกลัวในลักษณะใดๆ ก็ต้องตายอยู่ดี

กลัวตายจนเกินกว่าเหตุ ไม่ตายจริงๆ ก็ต้องตายทั้งเป็น นั่นแหละ ..!!



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 8/11/2004 05:56 PM


�����Դ��繷��: 93




quote:


ถ้าเราไม่มีทหารผู้เสียสละเหล่านั้น ก็คงไม่ได้อยู่เป็นสุขเช่นทุกวันนี้ อย่าลืมวีรชน วีรบุรุษและวีรสตรีเหล่านั้น

กู...กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้เป็นโอรสของพระปิยะมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่า แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลกไว้ ไอ้อีมันผู้ใดคิดบังอาจทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือกระทำการทุจริตก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโครตให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม อันเป็นที่รักของกู

แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา แผ่นดินใดที่ให้ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น




    �� : บันทึกช่วยจำ     ����� : 13/11/2004 08:29 AM


�����Դ��繷��: 94



quote:


นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า .....

เรื่องอะไรที่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัว ถ้าเขาประกาศเตือนจะจัดการขั้นเด็ดขาด ก็อย่าไปเข้าร่วมกลุ่มกับเขา รีบๆขยับตัวออกห่างๆไว้ แต่ถ้าได้รับคำสั่งมาว่า ต้องอยู่ ต้องสู้ อย่างไรก็ต้องอยู่ ถ้าเกิดอันตรายหรือมีภัยมาถึงตัว ถึงขั้นต้องสังเวยชีวิตตัวเอง ก็ต้องนับว่าท่านทำดีที่สุดแล้ว เพราะก่อนหน้านั้น เขาได้เตือนท่านแล้ว ถ้าฉลาดน้อย ฟังไม่รู้เรื่อง ใครจะไปช่วยท่านได้




    �� : นิทานอีกหลายศพ     ����� : 13/11/2004 08:34 AM


�����Դ��繷��: 95

ไปแค่ 20 คน อาจารย์พบนายกฯ
นสพ. ไทยรัฐ วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2547



หลังจากที่นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆจำนวน 160 คนได้ยื่นหนังสือถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี ให้ปรับท่าทีและยุติการใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหาภาคใต้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เชิญให้นักวิชาการเหล่านั้นมาหารือในวันที่ 14 พ.ย.นี้ เพื่อชี้แจงข้อมูลที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ปรากฏว่าล่าสุดนักวิชาการ ที่ตอบตกลงจะเข้าหารือ กับนายกรัฐมนตรีต่างพากันถอยเหลือเพียงแค่ 20 คนเท่านั้น ที่จะไปหารือกับนายกฯ

นักวิชาการพบนายกฯแค่ 20 คน
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. เวลา 13.30 น. ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการประชุมของนักวิชาการ 25 คน จาก 160 คน ที่ทำจดหมายเปิดผนึกถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อ แก้ปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่จะมีการเข้าพบนายกรัฐมนตรีในวันที่ 14 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมได้เชิญนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ว.นครราชสีมา ในฐานะประธานกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา มาให้ข้อมูลถึงการลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ภายหลังการประชุมนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า วันที่ 14 พ.ย.จะมีตัวแทนนักวิชาการ 20 คน อาทิ นายบรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสุริชัย หวันแก้ว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอหลักการแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ 2 ข้อ คือ 1.การยุติการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา 2.การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา เพราะปัญหาแบ่งแยกดินแดนรุนแรงมากขึ้นในช่วง 1 ปี หลังจากที่รัฐบาลได้ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา

ระบุคุยเรื่องหลักการแก้ปัญหาใต้
นายปริญญากล่าวต่อว่า ทั้งนี้หากรัฐบาลไม่รับหลักการดังกล่าวก็ป่วยการที่จะคุยในรายละเอียดต่อไป และจะทำให้ไฟในภาคใต้ลุกลามมากขึ้นอีก โดยเฉพาะสิ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือ การที่คนไทยนอกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มแสดงความเกลียดชังคนไทยมุสลิม ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น จากความไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

รับนักวิชาการไม่เชื่อใจ "ทักษิณ"
นายปริญญากล่าวว่า ส่วนกรณีที่นักวิชาการเข้าพบ นายกรัฐมนตรีเพียงแค่ 20 คนเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่า ไม่กล้าไปพบ แต่มีอาจารย์หลายคนไม่สบายใจที่จะเข้าพบนายกฯ เพราะไม่แน่ใจว่าจะเกิดประโยชน์หรือไม่ในการเข้าพบ เนื่องจากที่ผ่านมานายกฯมักใช้ความรุนแรงออกมาตอบโต้นักวิชาการอยู่บ่อยครั้ง จึงกังวลว่านายกฯต้องการรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการจริงหรือไม่ หรือแค่ต้องการให้เข้าไปนั่งฟังนายกฯพูดเฉยๆ

"ไกรศักดิ์" ชี้ต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม
ด้านนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ว.นครราชสีมา กล่าวว่า ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯว่า การใช้ความรุนแรงที่ สภ.อ.ตากใบ มาจากเจ้าหน้าที่รัฐมากกว่าประชาชน การแก้ปัญหาความรุนแรงภาคใต้ที่มีการฆ่ารายวัน ต้องให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากคนกลุ่มเล็กๆ แต่จะมาลงโทษคนกลุ่มใหญ่ไม่ได้ ที่ผ่านมาได้โทรศัพท์คุยกับนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รมว. ต่างประเทศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ตลอดเวลาว่า สิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงต่างประเทศไปนั้น เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับข้อมูลที่คณะกรรมาธิการฯลงไปตรวจสอบ ทั้งนี้จะทำหนังสือถึงนายสุรเกียรติ์เพื่อให้เชิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ที่ สภ.อ.ตากใบ แล้วนำไปรายงานต่อที่ประชุมความมั่นคง สหประชาชาติ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าร้ายแรงเพียงพอที่ยูเอ็นจะเข้ามาตรวจสอบ เนื่องจากขณะนี้การใช้ความรุนแรงถือเป็นเรื่องปกติ ของเจ้าหน้าที่รัฐไปแล้วโดยรัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ต่างอะไรไปจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

รัฐบาลต้องฟังเสียงเตือนแก้ภาคใต้
ด้านนายการุณ ใสงาม ส.ว.บุรีรัมย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลได้เชิญคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยมาร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อหาทางแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ ว่า เท่าที่ดูเป็นการจัดฉากของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ตัว เพราะใกล้จะเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลถูกกล่าวหามาตลอด ว่าไม่เคยรับฟังความเห็นจากใคร และเป็นการสร้างภาพว่าตัวเองให้การยอมรับความคิดเห็น ของผู้อื่นนำมาไตร่ตรอง เป็นไปได้ว่า วันนี้นายกฯมีปัญหา อาจจะเห็นว่าระบบความคิด แนวนโยบาย และการปฏิบัติที่ผ่านมา ผิดพลาดบกพร่องจนเกิดความเสียหายร้ายแรงยากจะเยียวยา หรืออาจเพราะต้องการสร้างเงื่อนไขทางถอย เปิดทางถอยให้ตัวเองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปัญหาภาคใต้ ที่รัฐบาลทำผิดพลาดมาตลอด

เหน็บนายกฯอย่าคิดแค่สร้างภาพ
นายการุณกล่าวว่า ทั้งนี้ นายกฯจะต้องยอมเปิดรับฟังอย่างจริงใจ ไม่เช่นนั้นจะแก้ปัญหาไม่ได้ ยิ่งถ้าทำเพื่อสร้างภาพด้วยแล้ว จะยิ่งกลายเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายผู้ก่อการร้ายยกขึ้นมายุยงโน้มน้าวชาวบ้าน ว่านายกฯไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น ก็ภาวนาว่าขอให้นายกฯทำด้วยความจริงใจ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ไม่ใช่แค่ตัวนายกฯเท่านั้น

"ทักษิณ" ถึงป่วยก็พร้อมคุยนักวิชาการ
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการนายกฯทักษิณคุยกับประชาชน ที่ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ว่า ช่วงนี้ไม่ค่อยสบาย เพราะอากาศเปลี่ยน ช่วงไหนพักผ่อนไม่พอจะไม่สบายง่ายหน่อย เริ่มเป็นหวัดตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นก็พยายามรับประทานยามาเรื่อย แต่ไม่ได้พัก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 พ.ย. ช่วงเลี้ยงรับรองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ที่เดินทางมาเยือน ที่ตึกสันติไมตรีนั้น คิดว่าแอร์คงเย็นเกินไปสำหรับคนเป็นหวัด ทำให้วันศุกร์ที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ต้องยกเลิกงานไปหลายงาน รวมถึงยกเลิกการเดินทางไป จ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ต้องขออภัยประชาชนชาวเชียงใหม่ เชียงราย และพะเยาด้วย และจะเดินทางไปทีหลัง ส่วนวันนี้คงต้องพักอีกวัน เพราะวันที่ 14 พ.ย.นี้ จะต้องไปพบปะหารือแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักวิชาการที่ห่วงใยเรื่องปัญหาภาคใต้

"ยงยุทธ" ยันนักวิชาการมีข้อมูลน้อย
ด้านนายยงยุทธ ติยะไพรัช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเชิญนักวิชาการมาหารือเรื่อง การแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เป็นการหารือในสิ่งที่นักวิชาการทั้งหมดมีความกังวลใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน นายกรัฐมนตรีจะอธิบายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หากนักวิชาการมีข้อมูลไม่ครบ รัฐบาลจะได้แจ้งให้ทราบเพื่อให้มีความสมบูรณ์ในการวิเคราะห์และวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป เพราะเวลานี้ประเทศไทยมีคนเก่งมาก แต่ถ้าได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน อาจทำให้การวิเคราะห์สิ่งต่างๆผิดได้ ประโยชน์ที่จะได้รับจากงานนี้คือ การลบคำวิจารณ์ที่บอกว่ารัฐบาลไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เมื่อต่างฝ่ายต่างเข้าใจกันแล้ว โอกาสที่จะได้รับความร่วมมือในทางที่ดีและสร้างสรรค์ย่อมเกิดขึ้น

    �� : Hot News     ����� : 14/11/2004 07:46 PM


�����Դ��繷��: 96


ถก 3 ชม.ดับไฟใต้ สรุปยึดแนวทางสันติวิธี
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 14 พฤศจิกายน 2547 18:25 น.



"เวทีประชุมดับไฟใต้" สรุป 3 แนวทาง ระบุชัดยึด "สันติวิธี" หลังประชุมเครียดนานกว่า 3 ชั่นโมง ด้าน "นายกรัฐมนตรี" ยังไม่ยอมเปิดแถลง อ้างยังไม่สบาย-เจ็บคอ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหลังการประชุมระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ และตัวแทนอาจารย์จำนวน 22 คน โดยมีตัวแทนจากภาคใต้จำนวน 2 คน ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยผลการประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา จากกรณีการเสียชีวิตของกลุ่มผู้ชุมนุม และการสลายการชุมนุมหน้าสถานีตำรวจภูธร อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่ประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้น 3 มาตรการ ได้แก่ มาตรการที่ 1 คือ การเสนอให้เยียวยาปัญหากรณีตากใบอย่างเร่งด่วน โดยขอให้นายกรัฐมนตรีนั้นกล่าวคำขอโทษต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและประชาชน รวมทั้งให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีตากใบที่รัฐบาลตั้งขึ้น เปิดเผยผลกาสอบสวนต่อประชาชนและประชาคมโลกโดยเร่งด่วน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับฟังและจะนำกลับไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

มาตรการที่ 2 ได้เสนอให้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแนวทางสันติวิธี โดยใช้มาตรการทางการเมืองนำการทหาร รวมทั้งให้รัฐบาลเร่งดำเนินการฝึกอบรมจนท.ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ความเข้าใจในการควบคุมและจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงอย่างละมุนละม่อม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับปากจะนำไปแก้ไข พร้อมทั้งบอกด้วยว่า จะไม่ใช้ทหารในการสลายการชุมนุมแล้ว แต่จะให้ตำรวจทำหน้าที่นี้เป็นหลัก

ส่วนมาตรการที่ 3 นักวิชาการได้เสนอให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเสนอให้ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติ โดยประกอบด้วยตัวแทนจากทุกฝ่ายของสังคม ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้รับไปพิจารณาและให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำเรื่องนี้ไปดูแลอีกครั้งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว นายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่ายังรู้สึกเจ็บคออยู่ ทั้งนี้ การประชุมเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. ล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมในเวลาประมาณ 15.00 น.เล็กน้อย เมื่อพบว่ามีอาจารย์เข้าร่วมประชุมเพียง 22 คน จากการลงชื่อไว้ 144 คน ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งการให้ย้ายห้องประชุมจากห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรีหลังนอก มาใช้ห้องสีฟ้า ข้างตึกสันติไมตรีหลังใน ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าแทน

โดยก่อนประชุมเมื่อเวลา 13.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงอาการป่วยว่า ยังไม่ค่อยหายดี ส่วนอาการนั้นก็ไม่เป็นไร เป็นแต่เพียงไข้หวัด เมื่อถามว่ายังมีอาการป่วยอย่างนี้แล้วจะไปประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่ประเทศชิลีได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีโอกาสเป็นไปได้สูง

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า จนกระทั่งเวลา 15.00 น.นักวิชาการที่ตอบรับเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้จำนวน 22 คน ได้นัดเจอกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเดินทางด้วยรถยนต์จำนวน 6 คันมาที่ทำเนียบพร้อมๆ กัน โดยทั้งหมดได้เข้าไปรอพบนายกรัฐมนตรีที่ห้องสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตรียมที่นั่งรองรับไว้ทั้งหมด 160 ที่นั่ง พร้อมอาหารว่างไว้ครบทุกที่ โดยในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาที่ห้องสันติไมตรี ได้กล่าวลอยๆ กับสื่อมวลชนที่มารอดักสัมภาษณ์อยู่เป็นจำนวนมากว่า "สื่อมันเยอะเหลือเกินบ้านเรา สื่อเยอะแต่ข่าวน้อย"

จากนั้น ได้เดินเข้าไปที่ห้องสันติไมตรีหลังนอก และได้กล่าวกับนักวิชาการที่มารอประชุมอยู่ก่อนหน้านี้ว่า “ห้องมันกว้างไป คุยไม่ทั่วถึง ดูเหมือนไม่อบอุ่น อยากคุยอย่างใกล้ชิด ขอย้ายไปห้องสีฟ้า บริเวณตรงข้ามห้องสันติไมตรีหลังนอกดีกว่า เพราะแคบหน่อย” เมื่อกล่าวจบนายกรัฐมนตรีก็เดินออกจากห้องสันติไมตรีหลังนอกอย่างรวดเร็วเพื่อไปยังห้องสีฟ้า โดยมีนักวิชาการเดินตามไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเข้าประชุมครั้งนี้รัฐบาลได้ห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปร่วมฟังภายในห้องประชุม

สำหรับรายชื่อฝ่ายรัฐบาล ที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ได้แก่ นายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทย นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รมว.ต่างประเทศ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รมว.การคลัง นายแพทย์พรมินทร์ เลิศสุริย์เดช รมว.พลังงาน นางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ รมว.สาธารณสุข พล.อ.สัมพันธ์ บุญญานันท์ รมว.กลาโหม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ยุติธรรม นายยงยุทธ ติยะไพรัช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี น.ต.ศิธา ทิวารี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.ท.ปรีชา วรรณรัตน์ รองเลขาธิการนายกรัฐมตรี นายพันธ์ศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวศันสนีย์ นาคพงษ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ โฆษกพรรคไทยรักไทย และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย

ส่วนรายชื่อนักวิชาการ ที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ได้แก่นางกมลพรรณ พรรณผึ้ง มหาวิทยาลัยมหิดล นางกัญทิมา ศิริจีระชัย เทคโนโลยีสุรนารี นายกิตติศักดิ์ ศรีภา คณะเภสัชมหาวิทยาลัยมหิดล นางจารุพรรณ กุลดิลก วิศวะมหิดล นางจันจิรา เจียมมรุยา นิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางฉันทนา บรรพสิริโชติ รัฐศาสตร์จุฬา นางชูศรี มณีพฤกษ์ เศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางนฤมล รักษาสุข เทคโนโลยีสุรนารี นายบรรเจิด สิงคเนติ นิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางมาลี พฤกพงษ์โวรี นิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางวรรณรักษ์ มิ่งมณีนาคิน เศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นอกจากนี้ ยังมีนายสมเกียรติ์ พงษ์ไพบูลย์ สภาบันราชภัฎนครราชสีมา นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสุริชัย หวันแก้ว รัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสุวินัย ภรณวลัย เศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายโสฬัส ศิริใส มหาวิทยาลัยมหิดล นายอนุสรณ์ ศรีแก้ว นิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต นายอดิศร เนาวนนท์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา นายอภิชาติ สถิตนิรามัย เศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนอาจารย์ที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อ 144 คน แต่เป็นตัวแทนจากประธานสภาอาจารย์จากภาคใต้จำนวน 2 คน ได้แก่นางศิริรัตน์ ธานีณานนท์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และนายพรเทพ เมืองแมน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันเดียวกัน ผศ.ดร.ศุภกฤติ โสภิกุล อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้มาขอเข้าร่วมหารือด้วย แต่อาจารย์ท่านนี้ไม่มีรายชื่ออยู่ใน 22 คนที่ส่งหนังสือตอบรับเพื่อยืนยันการเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ซึ่งพยายามที่จะเข้าร่วมประชุมให้ได้ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามไว้เพราะนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้ประสานงานส่งรายชื่อมาให้รัฐบาลนั้น ได้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ไว้ว่าอาจารย์ที่เข้าร่วมหารือในวันนี้จะมีเฉพาะ 22 คน ตามรายชื่อที่ส่งมาเท่านั้น ทำให้ ผศ.ศุภกฤติ แสดงความไม่พอใจ โดยอ้างว่าตัวเองมีรายชื่อ และมีรายเซ็นอยู่ใน 144 คน ซึ่งก็เป็นลายเซ็นที่ได้เคยเซ็นไว้ในเรื่องท่อก๊าซ แต่อยู่ๆ ก็มาเอาลายเซ็นไปพร้อมกับมีหนังสือเชิญให้มาร่วมหารือในครั้งนี้ เพียงแต่ว่าไม่ได้ร่วมหารือกับตัวแทน 22 คนเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เท่านั้น ทำให้ไม่มีรายชื่อเป็นตัวแทนด้วย โดยหลังจากอธิบายเหตุผลแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ให้เข้าไป จน ผศ.ศุภกฤษติ มีอาการหัวเสีย เอะอะโวยวาย และเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปทันที ส่วนบรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นไปอย่างเป็นกันเอง โดยอาจารย์สุริชัย ขาประจำที่เคยโจมตีนายกรัฐมนตรี นั่งติดกับนายกฯ พร้อมกับนายปริญา นั่งถัดมา ส่วนอาจารย์สมเกียรติ์ นั่งตรงข้ามกับนายกฯ

ด้านนายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และตัวแทนนักวิชาการ 18 สถาบัน เปิดใจรับฟังความเห็นที่แตกต่างเพื่อสร้างบรรยากาศการประชุมที่สร้างสรรค์ โดยไม่คำนึงถึงความเสียหน้าหรือแพ้ชนะ พร้อมกับขอให้นายกรัฐมนตรีใช้ความอดทนเป็นพิเศษ รับฟังคำเสนอแนะจากนักวิชาการ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้ยอมรับความจริงว่า ได้ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ทำให้การดำเนินนโยบายผิดพลาดไปด้วย ควรทบทวนนโยบายตามยุทธศาสตร์พระราชทาน คือใช้ความนุ่มนวลและการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่เตือนให้นักวิชาการอย่าตั้งความหวังสูงเกินไป แต่ก็ไม่ควรหมดกำลัง และขอให้เสนอแนวทางช่วยเหลือประเทศต่อไป

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานวันนี้ว่า ประเทศไทยจะยุติปัญหารุนแรงในภาคใต้ได้ หากรัฐบาลไทยสามารถปรับปรุงความสัมพันธ์ที่ร้าวลึกกับรัฐบาลมาเลเซีย หลังจากเกิดเหตุประท้วงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 87 คน ที่ อ.ตากใบ อดีตผู้นำ และบรรดาผู้นำกลุ่มมุสลิมในมาเลเซียมองว่า เวลานี้ต้องยอมรับว่าไทยและมาเลเซียเกิดปัญหาตึงเครียด และมีความร้าวฉานกันอย่างรุนแรง แม้ว่าผู้นำของไทยและนายกรัฐมนตรีอับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี ของมาเลเซีย ยังไม่ถึงกับเผชิญหน้ากันก็ตาม ความไม่พอใจของรัฐบาลไทยเกิดขึ้นเมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด แนะให้ไทยให้สิทธิ์ในการปกครองตนเองแก่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหมือนที่เกิดขึ้นในปาเลสไตน์ ขณะที่นักการเมืองอย่างนายอันวาร์ อิบราฮิม ได้ออกมากล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า มีความหยิ่งยะโสเกินไปในการแก้ปัญหาภาคใต้ และไม่พิจารณาปัญหาจากความเป็นจริง

นักวิเคราะห์มองว่า ในภาวะสุญญากาศในความสัมพันธ์เช่นนี้ ผู้นำของสองประเทศต้องหันมาหารือกันอย่างเร่งด่วน ไม่ควรปล่อยให้ความตึงเครียดเกิดขึ้นนานเกินไป เนื่องจากปัญหาภาคใต้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพียงไทยฝ่ายเดียว เพราะเป็นปัญหาท้องถิ่น ต้องสร้างความไว้วางใจภายในท้องถิ่นให้เกิดขึ้น โดยประชาชนใน 3 จังหวัดภาคใต้ของไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มีความใกล้ชิดทางเชื้อชาติกับคนมาเลเซีย และถือสองสัญชาติ

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยโจมตีรัฐบาลมาเลเซียว่า ไม่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องบุคคลสองสัญชาติที่อาจเป็นส่วนหนึ่งของการเข้ามาสร้างความไม่สงบในไทยด้วย แต่ในรายงานข่าวระบุว่า ผู้นำมาเลเซียเองก็เป็นกังวลในเรื่องนี้ และมีความเป็นห่วงต่อความรุนแรงตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซียมากกว่าผู้นำคนก่อน อีกทั้งยังเกรงว่ากลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติอาจฉวยโอกาสนี้เข้ามาแทรกซึมในพื้นที่ และอาจก่อการร้ายโจมตีมาเลเซียได้เช่นกัน

    �� : Hot News     ����� : 14/11/2004 08:19 PM


�����Դ��繷��: 97


quote:


ถึงจะลบยังไง ก็ปิดกั้นความคิดที่แตกต่างไม่ได้แล้ว ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์ขายดีที่สุดในประเทศไทย ก็เริ่มส่งสัญญาณไม่เห็นด้วยกับพวกที่มีวุฒิภาวะสูง แต่จิตใจโอนเอียง ฝักใฝ่พวกกองโจร พวกมีแต่ความรู้ แต่ไม่มีคำพูดใดๆเลยที่เห็นใจผู้บริสุทธิ์ที่ต้องตายไปวันละหลายๆ คน เอาแต่เสนอความคิดด้านเดียว..!!!!!!!

ข่าวเช้าใน ที.วี.และนักวิจารณ์ วิเคราะห์ข่าวภายในประเทศของเมืองไทย มีความเห็นตรงกันที่สงสัยว่า ทำไมนักวิชาการเอาแต่สงสารผู้ก่อการฯ แต่ไม่เคยใส่ใจกับผู้บริสุทธิ์ ที่ถูกทำร้ายรายวัน

ลำดับความไม่ได้หรอก ท่านๆ นักข่าวพูดหลายๆ เรื่อง แต่ฟังแล้วไปในทางเดียวกันหมด บางท่านเป็นนักการเมืองเก่าๆ และ แก่แล้ว น่าจะหาอ่านได้ตามคอลัมน์ของนักข่าวรุ่นเก่าๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์เช้านี้ ฟังแล้วเข้าใจเหมือนลักษณะประมาณ ไม่เข้าใจและสงสัยว่า ทำไมพวกนักวิชาการ พวกNGO และ พวกครูอาจารย์ เหล่านั้น

ทำไม มาเรียกร้องให้คนที่ทำผิดต่อกฎหมายบ้านเมืองมันถูกต้องหรือ ....?

บางช่อง บางข่าว ท่านผู้วิเคราะห์ข่าว ท่านเอ่ยชื่อ-สกุลนักวิชาการหลายท่าน เอามาตำหนิกันตรงๆ เลย





    �� : เห็นด้วยกับนักวิเคราะห์ข่าว     ����� : 15/11/2004 08:35 AM


�����Դ��繷��: 98


สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงวิงวอนทุกฝ่ายยุติการฆ่ารายวันในภาคใต้
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤศจิกายน 2547 21:58 น.


สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้า ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พร้อมพระราชทานกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับสถานการณ์ภาคใต้ ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2547 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้คณะโต๊ะอิหม่ามทั่วประเทศ เข้าเฝ้าฯ เพื่อรับฟังการดำเนินการตามโครงการในพระราชดำริ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา กรุงเทพฯ

สำหรับคณะบุคคลต่างๆ ที่มาเข้าเฝ้าฯ ในวันนี้ นำโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องค์กรอิสระ และนอกจากนั้นยังมีสมาคมต่างๆ สภาคณาจารย์ นิสิต นักศึกษา ลูกเสือชาวบ้าน ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน และสื่อมวลชน จำนวนกว่า 1,100 คน

ในการนี้ พระองค์ได้พระราชทานกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับสถานการณ์ภาคใต้ ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ที่พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ความโดยละเอียดว่า ......

“ข้าพเจ้า ขอขอบคุณท่านทั้งหลาย ที่กรุณามาพบข้าพเจ้าตามคำเชิญ คำขอร้องของข้าพเจ้า สิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องขอพบท่านทั้งหลาย ก็เป็นสิ่งที่คิดว่าทุกท่านก็พอจะทราบดีอยู่ นั่นคือความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปคราวนี้ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถที่จะไปอยู่แค่เดือนเดียวแล้วก็กลับมา ดั่งที่เคยกระทำ ก็ต้องอยู่ 2 เดือน เพราะว่าเป็นห่วงประชาชนอย่างมาก และยิ่งไปได้พบได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยทางภาคใต้ว่าขณะนี้กำลังเดือดร้อนแสนสาหัส ไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธ หรือไทยมุสลิมก็ตาม คนไทยผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ถูกฆ่าไม่เว้นแต่ละวัน จนบัดนี้ก็ยังฆ่าอยู่ ...

ข้าพเจ้า ได้พูดคุยกับราษฎรในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส แล้ว ต่างคนต่างก็บอกว่า อยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายายด้วยความสงบสุข และทั้งไทยพุทธ และไทยมุสลิม ต่างก็สามัคคีปรองดองกัน เป็นเพื่อนกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ทุกคนก็นึกว่าตัวเป็นคนไทย และรักแผ่นดินไทย ไม่อยากไปอยู่ที่ไหน แต่ปัญหาทุกวันนี้คือว่า ทำมาหากินไม่ได้เลย และไม่มีความปลอดภัยในชีวิตแม้แต่น้อย พื้นที่ภาคใต้ของเราเป็นพื้นที่ที่มีความสวยสดงดงาม มีความอุดมสมบูรณ์ มีทั้งทะเล ภูเขา ป่าไม้ มีพืชพรรณไม้นานาพันธุ์ มีป่าผืนใหญ่ ได้แก่ป่าบาราฮารา เป็นป่าผืนใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์มาก มีพื้นที่กว่า 1 ล้านไร่ ...

มีสัตว์ป่านานาชนิด มีดอกไม้หายาก ที่เรียกว่า ดอกดาหรา แต่เป็นสีขาว อยู่ในป่าลึกมาก และพันธุ์ไม้ใบที่มีความสีสวย และงดงามมาก มีผลไม้ที่มีรสหวาน ลองกอง และเงาะ น้ำตาลกรวด มังคุด ล้วนเป็นผลไม้ที่คนในภาคอื่นๆ อยากหาซื้อรับประทานตามฤดูกาล ... ข้าพเจ้าเองชอบรับประทานเงาะพันธุ์น้ำตาลกรวดเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมีรสหวาน นุ่มนวล อร่อย เราทั้งหลายควรขอบคุณบรรพบุรุษ ที่ช่วยรักษาแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ผืนนี้ไว้ ให้เป็นมรดกตกทอดถึงพวกเราทั้งหลายได้ทำมาหากิน ได้อยู่อาศัยอย่างสุขสบายจนถึงปัจจุบัน

นับเป็นเวลากว่า 30 ปี ที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปเยี่ยมราษฎรภาคใต้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาค้นคว้าด้วยพระองค์เอง ทรงศึกษารายละเอียดจากแผนที่และภาพถ่ายทางอากาศ ถึงที่ตั้งหมู่บ้าน แม้จะอยู่ห่างไกลปานใด และได้เสด็จพระราชดำเนิน ไปตรวจสภาพภูมิประเทศจริงๆ ทรงกำหนดโครงการต่างๆมากมาย จากนั้นพระราชทานให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรับไปพิจารณาดำเนินการพัฒนาตามความเหมาะสม ซึ่งได้ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำของราษฎร

โดยมากที่นั่น ผืนดินมักมีดินเป็นรสเปรี้ยว ทรงมีโครงการที่จะกลับให้ดินเป็นดินที่ปลูกข้าวได้ นอกจากนั้นยังได้ทรงศึกษาวิธีการใช้ผืนดิน ผืนดินที่ถูกทิ้งรกร้างว่างเปล่าให้เป็นผืนดินที่ทำมาหากินได้ ทรงพบว่า จังหวัดนราธิวาส มีพรุขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ จึงมีพระราชดำริให้นำพื้นที่ของพรุส่วนหนึ่ง มาจัดสรรให้ราษฎรที่ยากจน และขาดแคลนที่ดินทำกินได้ใช้ประโยชน์ โดยระบายน้ำออกจากพรุบางส่วน มีพระราชดำริให้จัดทำโครงการแก้มลิง ให้นำมาปลูกพืชทางเศรษฐกิจจนได้ ...

สามารถผลิตข้าวเพิ่มขึ้นได้ ในที่นาของเขาต่างๆ และทรงตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองขึ้น เพื่อให้ราษฎรได้เข้าไปรับการฝึกอบรมทำการเกษตรอย่างถูกหลักวิชาการ โดยเน้นให้มีการฝึกปฏิบัติอีกจนเกิดความชำนาญ และนำกลับไปขยายผลทำเองที่บ้าน เพื่อใช้พื้นดินที่มีอยู่จำกัดให้ได้ผลผลิตพอเลี้ยงตนเองได้ ทรงมีโครงการมากมาย แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการเลี้ยงกุ้ง โดยมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เพื่อให้สามารถทำนากุ้งได้ และทำการบำบัดน้ำเสียจากบ่อเลี้ยงกุ้งก่อนจะทิ้งลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ รวมทั้งจัดระบบชลประทาน โดยจัดสร้างระบบคลองส่งน้ำเค็มในลำน้ำปากพนัง และคลองระบายน้ำเสียแยกจากกัน วิธีการดังกล่าวสามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายจากการทำนากุ้ง ซึ่งเป็นการพัฒนาการเลี้ยงกุ้งแบบยั่งยืนได้ และทรงมอบหมายให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ดูแลการฝึกอาชีพของแม่บ้าน เพื่อให้เขามีอาชีพเสริมช่วยครอบครัว และดูแลเรื่องสุขภาพอนามัย รวมทั้งดูแลเรื่องการศึกษาของเด็กๆ

ราษฎรที่มาเฝ้าฯ ก็มีทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม ล้วนมีอัธยาศัยไมตรีดีงาม มีความรัก มีความสามัคคีกลมเกลียวกันดี เป็นคนมีฝีมือด้วย ทั้งในเรื่องการจักสานย่านลิเพาที่ละเอียดมาก ทอเสื่อกระจูดงดงาม แกะสลักไม้ ทอผ้า และปักผ้าด้วยเส้นไหม โดยมากเดี๋ยวนี้เขาเริ่มปักด้วยไหมไทย การปักผ้าด้วยเส้นไหมไทยของราษฎรในภาคใต้มีฝีมือประณีตสวยงามเป็นที่หนึ่ง สามารถอวดชาวต่างชาติได้ ... ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจมากที่ราษฎรเล่าให้ฟังว่าเวลากลางวันเขาออกเรือประมงหาปลาตามชายฝั่งทะเลพอตกกลางคืนก็จุดตะเกียงนั่งปักผ้าทำเป็นอาชีพเสริม ฝีมือเขาสวยซะเหลือเกิน สวยมากอย่างที่ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนนอกจากประเทศจีน พวกผู้หญิงชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนเขาเนี่ยต้องให้สามีหาเลี้ยง ที่เขาพูดเขากระซิบไม่อยากพูดดังเดี๋ยวทางฝ่ายสามีจะได้ยินเข้า เดี๋ยวนี้ท่านเชื่อไหมว่าเดี๋ยวนี้ฉันมีเงินมากกว่าสามีซะอีก แล้วต้องหาเลี้ยงสามี บอกมีเงินใช้สอยพอเพียง ซึ่งสำหรับเขารู้สึกแปลกใจมากว่าทำไมผู้หญิงอย่างเขาถึงจะต้องเป็นฝ่ายที่ช่วยเหลือสามีในเรื่องการเงินการทอง

และเมื่อประมาณเดือน ต.ค.2537 ทางจังหวัดปัตตานีพร้อมด้วยชาวอำเภอไม้แก่น ได้ช่วยกันสร้างศาลาริมน้ำ มอบให้ข้าพเจ้าไว้นั่งทำงานยามออกเยี่ยมราษฎรบ้านละเวง ในพิธีมอบศาลานั้นทางจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นและประชาชนได้สามัคคีพร้อมใจกันจัดพิธีบายศรีต้อนรับ ถ้าข้าพเจ้าจำไม่ผิดชาวปัตตานีเรียกว่า "บุหงาซีเละ" มีขบวนแห่แบบปัตตานีโบราณหลายสิบขบวน ล้วนสวยงามตระการตา บางขบวนก็สื่อสัญลักษณ์ของประเพณีโบราณของปัตตานี มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม การแต่งกายพื้นเมืองอย่างวิจิตรพิสดาร และชาวบ้านที่พร้อมใจกันมา ก็ประมาณสัก 2,000 คน ข้าพเจ้าได้นั่งชมการทำพิธีแห่บายศรีดังกล่าวอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง ด้วยความประทับใจและชื่นชมในความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านทุกอำเภอของ จ.ปัตตานี ในปีนั้น และยังจดจำภาพอันงดงามในเย็นวันนี้ตลอดมาจนทุกวันนี้

ใน 2 - 3 ปีต่อมา ทางจังหวัดปัตตานี ก็ยังจัดงานนี้อย่างต่อเนื่อง แต่เปลี่ยนมาจัดที่ศูนย์ศิลปาชีพวัดช้างให้ฯ แทน ซึ่งข้าพเจ้าก็ยังได้เดินทางไปรับบายศรีบุหงาซีเละด้วยความสุขและปีติยินดีทุกครั้ง เมื่อข้าพเจ้าไปเยี่ยมราษฎรที่บ้านละเวงอีกในปีต่อๆ มา ก็ได้รับการร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ ตอนนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไม่ได้เสด็จไปแล้ว เพราะว่ารับสั่งว่า เสด็จไปประทับนานๆ แล้วต้องก้มๆ เงยๆ ไม่ไหวแล้ว เพราะว่าทรงปวดหลังอย่างมาก เมื่อได้พักอย่างขณะนี้ก็ทรงสบายขึ้นมาก ตอนนั้นราษฎรก็ไม่ทราบ ไม่อย่างนั้นราษฎรจะวิ่งเข้าไปเฝ้าฯ และไปถวายรายงานเกี่ยวกับทุกข์และสุขของชีวิตเขา เมื่อไม่ได้เสด็จเขาก็วิ่งมาหาข้าพเจ้าแทน ซึ่งข้าพเจ้าก็ตกใจ เคยแต่ดูแลปัญหาเรื่องครอบครัวทางฝ่ายหญิง ไม่เคยคิดว่าจะต้องไปดูแลเป็นส่วนรวม

ราษฎรบอกว่า ประสบปัญหาการจับปลา เพราะเขามีเรือขนาดเล็กเท่านั้น จับปลาตามชายฝั่งทะเลไม่ได้เลย ปลาเล็กปลาน้อยหายไปหมด พอกลับมาที่ทักษิณฯ พระตำหนักทักษิณฯ ข้าพเจ้าก็เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการประมงมาร่วมประชุม ปรึกษาหารือ หลังจากรับประทานอาหารค่ำด้วยกันแล้ว ผู้จดบันทึกประชุมได้บันทึกว่า การประชุมเมื่อวันที่ 24 ก.ย.2545 เริ่มต้นประชุม 02.30 น.เสร็จการประชุมเมื่อ 05.30 น. ข้าพเจ้าขอให้จัดตั้งคณะทำงานโดยมีกรมประมงเป็นแม่งานที่สำคัญ คณะทำงานเริ่มทำงานกันอย่างรวดเร็วมาก หลังจากนั้นที่ประชุมกัน 7 วัน คณะทำงานก็ได้เชิญข้าพเจ้าไปเปิดโครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลที่บ้านละเวง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545 โครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลหมายถึงการฟื้นฟูป่าชายเลน และการทำปะการังเทียม ซึ่งแต่ก่อนข้าพเจ้าเองก็ไม่ได้ทราบ

ทรัพยากรชายฝั่งทะเล หมายถึงการฟื้นฟูป่าชายเลน และการทำปะการังเทียม ซึ่งแต่ก่อนข้าพเจ้าเองก็ไม่ได้ทราบเลย ไม่มีความรู้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสอนข้าพเจ้าทั้งนั้นว่า ป่าชายเลนสำคัญมากต้องเฝ้าดูแล สำคัญต่อระบบนิเวศน์ชายฝั่งทะเล และอ่าวไทย เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำต่างๆ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ขณะที่มันยังตัวเล็ก สัตว์น้ำเหล่านี้ใช้พื้นที่ป่าชายเลนเป็นที่วางไข่ และขยายพันธุ์ ถ้าป่าชายเลนถูกทำลายลงหมด ก็เท่ากับพวกเราทำลายแหล่งผลิตอาหารของมนุษย์ไปด้วย ... ข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้ง และขอบคุณนายกฯ และคณะรัฐบาลที่สนับสนุนโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง และขอบคุณการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ช่วยสนับสนุนตู้รถไฟกว่า 600 ตู้ และขอบคุณกรมทางหลวงที่สนับสนุนท่อคอนกรีตสำหรับใช้ทำปะการังเทียม และสำคัญที่สุดคือ กรมประมง ซึ่งทำหน้าที่เป็นแม่งานที่สำคัญ ช่วยให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ทำให้ชาวปัตตานี และนราธิวาสสามารถทำมาหากินด้วยการทำประมงขนาดเล็กตามชายฝั่งทะเลได้อีก

ทางกรมประมงรายงานว่า ชายฝั่งทะเลทั้ง 2 จังหวัด เดี๋ยวนี้มีปลาชุมมาก เขาลงไปถ่ายหนังให้ข้าพเจ้าดูด้วย ปลาหมอทะเลตัวใหญ่มาก ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นตัวจริง เคยเห็นแต่ในรูปของประมง ปลาหมอทะเลนี้ตัวขนาดใหญ่หนัก 100 กิโลกรัม และมีปลาชนิดอื่นๆ อีกมากมายเข้ามาชุมนุมกัน ที่เราทิ้งปะการังเทียมลงไป เช่น ปลาผีเสื้อเทวรูป ปลากะพงข้างเหลือง ปลากะพงแดงหางปาน ปลากระรังหางซ้อน ปลาช่อนทะเล ปลาตะคองเหลือง ปลาสร้อยนกเขา ปลาผมนาง ปลาสลิดทะเลแถบ ปลาหางกิ่งหม้อ ปลาอินทรีย์บั้ง ปลาอีโต้มอญ ปลากล้วยหางเหลือง เป็นต้น

ชาวไทยอิสลาม ซึ่งโดยมากจะเป็นชาวประมงแบบเรือเล็กๆ ชายฝั่งก็มาหาข้าพเจ้า ว่าเดี๋ยวนี้เขายิ้มแย้มแจ่มใส ว่าเดี๋ยวนี้จับปลาได้ มีกินแล้ว จับปลาได้ มีปลาเยอะแยะไปหมด และกลางคืนขณะที่ข้าพเจ้ากำลังเดินทางกลับจากการทำงาน ก็จะมีประชาชน ทั้งไทย-พุทธ ไทย-มุสลิม มายืนจุดเทียนส่องอยู่ สองข้างทาง เขาบอกว่าเขาเป็นห่วงข้าพเจ้าที่ทำงานแล้วกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ ... ที่ข้าพเจ้าขอเชิญท่านทั้งหลายมาวันนี้ ก็คิดว่าท่านทั้งหลายเป็นคนไทย เป็นเจ้าของประเทศ และเมื่อครั้งที่ข้าพเจ้าได้ไปกราบท่านอาจารย์แบน ที่ทางภาคอีสาน พร้อมด้วยผู้ติดตามอีกมากมาย ท่านก็เทศน์ให้ฟัง และอันหนึ่งที่ท่านกำชับนักหนา ขอให้ทุกคนนึกถึงพระคุณของแผ่นดิน อย่าได้ลืมพระคุณของแผ่นดินเป็นอันขาด ที่จะคอยปกป้อง ทะนุบำรุงแผ่นดินอยู่เสมอ เลยทำให้ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าไปภาคใต้มา 2 เดือน ปีนี้ อยู่มา 2 เดือนเต็ม ได้ยิน ได้เห็นอะไรหลายอย่าง และก็รู้สึกว่า สถานการณ์ได้เปลี่ยนไป เป็นที่น่าเสียดายว่า แต่ก่อนคนไทยพุทธ ไทยมุสลิม เคยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ตอนนี้กำลังประสบภัยคุกคามอย่างหนัก อันที่จริงประเทศไทยของเราทุกคนมีอิสระ เสรี ในการเลือกนับถือศาสนา ไม่เคยต้องโดนบังคับว่า ศาสนานี้พวกเธอนับถือไม่ได้ ศาสนานี้นับถือไม่ได้

เพื่อนชาวต่างประเทศของข้าพเจ้า ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าได้ไปรับเชิญไปรับรางวัล ไปเยี่ยมทางต่างประเทศ ทุกคนจะสรรเสริญประเทศไทยว่า เป็นประเทศที่ให้อิสระ เสรีภาพกับคน ที่ว่าจะเลือกนับถือศาสนาใดก็ได้ โดยไม่มีการรังแก ไม่มีการแกล้ง หรือฆ่าฟันอะไรกันเช่นนี้ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ทรงสนับสนุนปกป้องทุกศาสนา อย่างกรุงเทพฯ ของเรา จะเห็นได้ชัด มีวัด มีโบสถ์คริสต์ มีมัสยิด มีโบสถ์พราหมณ์ ทุกอย่างเราอยู่ใกล้ๆ กัน ก็ไม่เคยสักครั้งที่ชาวพุทธจะวิ่งไล่ฆ่าชาวคริสต์ หรือชาวคริสต์จะเที่ยววิ่งไล่ฆ่าชาวอิสลาม ไม่เคยเกิดขึ้น ซึ่งเป็นชื่อเสียงของประเทศมา

ผู้คนเวลาพบกัน ก็ถึงแม้จะต่างศาสนาก็ทักทายกันด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส แต่เดี๋ยวนี้กลับแปรเปลี่ยนไป ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ทำให้ข้าพเจ้าวิตกอย่างมาก มีการทำร้ายอย่างอำมหิต คนเข้าไปซื้อของในร้าน พอซื้อของเสร็จลูกค้าก็ชักปืนยิงเจ้าของร้าน ที่ข้าพเจ้าทราบด้วยตัวเอง คืออ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ใช่ว่าอยู่ในเหตุการณ์นั้น ชักปืนยิงเจ้าของร้านชำเล็กๆ ใน อ.เมืองนราธิวาส เป็นผู้หญิง อายุ 70 กว่า และหาเลี้ยงลูกพิการ แม่แก่เท่าไรก็ตามก็พยายามเลี้ยงลูก และวันหนึ่งก็มีคนขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปที่ร้าน และเข้าไปถึงก็บอกจะซื้ออะไหล่ยาง พอแม่แก่จะหันหลังไปหยิบของ ก็ยิงตาย แม่ตายแล้วลูกชายที่เดินไม่ได้ก็นั่งอยู่ที่นั่นด้วย ก็บาดเจ็บสาหัส เวลานี้ก็บาดเจ็บสาหัสอยู่ ถ้าเขารอดข้าพเจ้าเองก็ยังไม่ทราบว่าใครจะดูแลเขาต่อไป

เรื่องพรรค์นี้ ในปีนี้ข้าพเจ้าได้รับทราบเรื่องเองมาก เรื่องที่แต่ก่อนไม่มีเกิดขึ้นแก่ประเทศไทยเลย เช่นว่า พระเดินออกไปบิณฑบาต 30 ปีที่ข้าพเจ้าไป แม้จะขึ้นชื่อว่ามีโจรแบ่งแยกดินแดน แต่โจรแบ่งแยกดินแดนก็ไม่ใช่ว่าเที่ยวไปฆ่าคน ทุบตีคน หรือว่าเที่ยวฆ่าพระ ฆ่าเณร อะไรเช่นนั้น ไม่เคยเกิดขึ้น เพิ่งเกิดขึ้นปีที่จะ 31 ที่ข้าพเจ้าไปอยู่เนี่ย นักเรียนขี่จักรยานไปเรียนหนังสือก็ถูกยิงตาย ใครยิงก็ไม่ทราบ กลางวันไม่ใช่กลางคืนเนี่ย พระเณรออกบิณฑบาต นี่พระท่านเล่าให้ข้าพเจ้าฟังเองว่าถูกฆ่า เชือดคอ ถูกฟัน ถูกทุบตีจนกระทั่งพิการ ต้องสึกออกมาเพราะว่าพิการเดินอะไรไม่ได้ ฟาดไปบนศีรษะ ทำร้ายร่างกายต่างๆ

และอีกแห่งน่าสงสารมากเลย เป็นชาวบ้านที่ยากจน ก็มีที่นาอยู่เล็กๆ และมีสวนยางเล็กๆ เขาเพิ่งจะซื้อห้องแถวและไปรับลูกเล็กๆ จากแม่ ไม่งั้นฝากแม่เลี้ยงเอาไว้ให้มาอยู่กับเขา แล้วก็นี่เพื่อนบ้านเล่า เหตุเกิดที่ จ.ยะลา อ.เมือง ด้วย นั่งดูโทรทัศน์เล็กๆ อยู่ในบ้าน เพื่อนบ้านเขาเล่าว่า เสียงเด็กร้องและก็เพื่อนก็เข้าไปเห็นเด็กเนี่ยอายุ 8 ขวบ กำลังประคองหัวพ่อ ประคองศีรษะพ่อ เพื่อที่จะไปต่อกับร่าง เด็กขนาด 8 ขวบ ทุกข์โศกและตกใจขนาดหนัก เขาก็พาเด็กมาพบข้าพเจ้า เพราะเด็กก็ไม่มีใครแล้ว เพราะแม่ก็ทิ้งไปนานแล้ว ไปแต่งงานใหม่

ข้าพเจ้าก็บอกกับลุง บอกว่า ไม่เป็นไร ข้าพเจ้าจะดูแลเอง ถ้าข้าพเจ้าไป ไปอยู่ 2 เดือน กลับมาโดยไม่ได้เล่าให้ท่านฟัง ไม่ได้บอกให้เพื่อนคนไทยซึ่งเป็นเจ้าของประเทศทราบ ข้าพเจ้าก็จะเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ ไปเห็นเขานั่งอมพะนำ ไม่พูดอะไร ไปเห็น ไม่ได้เห็นเขาตอนกำลังฆ่า แต่ลุงเขาพาเด็กเข้ามา ซึ่งเป็นเด็กแกร็น น่าสงสาร

ไม่ว่าข้าพเจ้าไปที่ไหน ไปที่ อ.สุคิริน เป็นนิคมซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงสนับสนุนตั้งขึ้น ก็มีชาวอีสาน มีชาวไทยที่นราธิวาสเอง อยู่ที่นั่น พอข้าพเจ้าไปเยี่ยมก็บอกว่า ดีใจที่ราชินีมา ที่ได้เห็นหน้า แต่ก็ไม่อยากให้มา ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้มาเพราะมันอันตราย น่ากลัวเหลือเกิน ไม่อยากให้ท่านมา ข้าพเจ้าก็บอกว่าไม่มีอันตรายหรอกข้าพเจ้านี่ ทางรัฐบาล ทหาร ตำรวจ เขาดูแลใกล้ชิด เขาก็เล่าให้ฟังว่า เขาไม่ทราบจะว่าอย่างไรแล้ว ราวๆ ทุ่ม พวกเรากินข้าวเสร็จแล้ว ชาวบ้านก็นั่งคุยกัน ช่วยกันสร้างศาลานานแล้ว ก็นั่งคุยกันที่นั่น ประเดี๋ยวก็เห็นคนขับมอเตอร์ไซค์มา เป็นผู้ชายหนุ่มซ้อนท้ายมา แล้วก็พอมาถึงที่ศาลานั้น ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไม่ต่อว่า ไม่ว่าอะไรทั้งนั้น กระชากเอาปืนอาก้าออกมา ปืนกลที่ทำในรัสเซีย ที่เคยทำในรัสเซีย ออกมายิง ที่นั่งคุยกันนั่นก็ตายหมด และจนป่านนี้ก็ไม่มีใครทราบว่า ผู้ที่ตายทั้งหลายแหล่นี้ ถูกยิงด้วยอาก้านี้ เป็นใครยิง ก็เงียบหายไป คนก็อยู่ด้วยความหวาดกลัวเต็มที่

และตอนหลังเขาก็ทิ้งใบปลิว ที่ตลาดนราธิวาส ใบปลิวบอกว่า ไอ้พวกไทย-พุทธออกไปเดี๋ยวนี้จากแผ่นดินของกู ไม่งั้นจะให้กินลูกปืน ข้าพเจ้าก็ได้แต่ปลอบใจ ชวนไปหัดยิงปืนลูกซอง เพื่อป้องกันตัว อาสาเขาก็อยากป้องกันตัวเองได้ ตกลงเขาก็ไปกันทั้งผู้หญิงผู้ชายไปหัดยิงปืนที่ค่ายของนาวิกโยธินที่ อ.เมืองนราธิวาส ผู้หญิงยิงแม่นมาก ซึ่งไม่นึกว่าผู้หญิงที่ดูมีอายุ ยิงได้พั่วๆ ซึ่งเขาก็ภูมิใจว่าสามารถป้องกันตัวเองได้

ข้าพเจ้า ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากกว่า 30 ปี ไม่เคยพบเคยเห็น เหตุการณ์โหดร้ายทารุณเช่นนี้เลย และบางครั้งชาวบ้านที่มีสวนยางบางทีเขาก็จะเอาใบปลิวมาติดที่สวนยาง และบอกว่า ห้ามกรีดยาง ถ้าใครกรีดยางจะฆ่า เหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป แล้วชาวบ้านก็เล่าให้ฟังว่าที่แถวบ้านตันหยงลิมอร์ ถ้าคนไทย-พุทธ ไปกรีดยางเขาเองก็จะถูกเชือดคอ เอาหัวไปทิ้งซะที่อื่น แล้วก็จะมีคนแปลกหน้ามาถามว่าจะขายสวนยาง สวนเงาะ สวนลองกองหรือไม่ ถ้าบอกไม่ขายตอนดึกก็จะมีคนเข้ามาตัดทำลายสวนผลไม้ ทำลายสวนยาง ผลไม้กำลังออกผล และก็พร้อมที่จะเก็บขายได้แต่ก็ถูกตัดไปจนหมด เมื่อข้าพเจ้าไปเยี่ยมที่บ้านตันหยงลิมอร์ ชาวบ้านโดยมากเป็นผู้หญิง บอกว่าท่านมาก็ดีแล้ววันนี้ เพราะว่าเราอยากจะฟังจากปากท่านคำเดียวเท่านั้นว่าเราเนี่ย มีสิทธิ์ที่จะอยู่ที่นี่มั้ย หรือท่านจะให้เราไปให้พ้น

ข้าพเจ้าก็บอกว่า อยู่สิ อยู่ เพราะว่าต้นไม้ ต้นผลไม้ ต้นยางอะไรก็โตหมดแล้ว เราควรอยู่และก็ช่วยกัน ค่อยๆ ช่วยกันคิดอ่าน ราษฎรเหล่านั้นก็บอกว่าเขาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ยาย อาศัยทำกินอยู่ที่นี่มาเป็น 100 ปีแล้ว และพวกเราจะต้องออกไปจากที่นี่เนี่ย จะไปไหนกัน พวกเราไม่ได้ทำผิดอะไร ทำไมจะยอมให้ใครมาไล่ออกนอกพื้นที่ ราษฎรเหล่านั้นก็ขอข้าพเจ้าว่า ขอให้ช่วยพูดกับคณะรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี ขอร้องว่าอย่าให้ถอนทหารออกจาก 3 จังหวัดภาคใต้ เพราะว่าถ้าทหารอยู่ ชีวิตเขาก็ยังอยู่ ถ้าทหารถอนออกไปเขาคงตาย และข้าพเจ้าก็เลยบอกว่า ขอให้ทหารซึ่งเป็นนาวิกโยธินไปช่วยทำการฝึกชาวบ้าน ชาวบ้านก็จะทยอยกันไปที่ค่ายของนาวิกโยธินแล้วก็ฝึกยิงลูกซอง

และก่อนที่ข้าพเจ้าจะกลับ เขาส่งข่าวมาว่าตั้งแต่พวกเขายิงปืนลูกซองเป็นเนี่ย การก่อกวน เช่น ถึงเวลานอนก็ไม่ให้นอน ส่งกลุ่มมอเตอร์ไซค์ไปขับขี่ในหมู่บ้าน ทำเสียงให้ดัง ซึ่งพวกเขาก็กลัวไม่รู้จะทำยังไง แต่ถ้าเขายิงปืนแม่น พวกก่อกวนเหล่านี้ก็หายไป หายเงียบลงไป ข้าพเจ้าจึงขอร้องท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ช่วยสงเคราะห์ดูแลฝึกราษฎรไปเรื่อยๆ เรียกว่า อาสาสมัครรักษาหมู่บ้าน เหมือนที่รัฐมนตรีโภคิน ได้เคยทำไว้ ข้าพเจ้าก็ทำเพิ่มขึ้นอีก เพราะรู้สึกเขาสบายใจขึ้น ข้าพเจ้าก็เลยกลับไม่ลง ใครๆ บอกว่า อยู่ 2 เดือนแล้วน่าจะกลับไปซะที แต่กลับไม่ลง เพราะเห็นเขาทุกข์โศกมากมาย และเขาบอกเวลาที่ แม้แต่พระ ก็บอกว่า มาประทับอยู่เหตุการณ์ทั้งหลายเบาบางลงไป ไม่เหมือนกับไม่ประทับอยู่จะโดนเต็มที่

อันนี้ข้าพเจ้าเห็นว่า ประชาชนเหล่านั้นก็เป็นคนไทยแท้ๆ ทำมาหากินอยู่ในประเทศไทย น่าจะให้ไทยเราภาคกลาง หรือตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือได้ทราบ เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน น่าจะห่วงใยชีวิตคนไทยด้วยกัน เมื่อประสบความยากเข็ญขณะนี้ ซึ่งข้าพเจ้าคนเดียวจะไปคิดทุกอย่างที่จะช่วย คงไม่มีแรงพอทำได้ แต่ถ้าเป็นคนไทยทั้งชาติ ไม่ต้องฆ่าใครหรอก แสดงกำลังอย่างลูกเสือชาวบ้าน ก็เคยสาบานต่อหน้าข้าพเจ้าว่า จะทำประโยชน์เพื่อชาติ ก็แสดงพลังออกมาว่า ไม่พอใจในการที่เกิดการรังแกผู้คนที่ยากจน ทำมาหากินไปวันๆ ไม่ถูกต้อง บางคนก็อยู่ไม่ได้ก็หนีไป เขาก็ไม่รู้จะหนีไปไหน หนีไปหาเพื่อนบ้าง ไปนครปฐม และยกบ้านให้ ขอให้ทหาร ทหารทำชื่อเสียงที่ดีมาก

จะเห็นว่า ประชาชนขอร้องให้ทหารช่วยอยู่พิทักษ์คุ้มครองให้เขาทำมาหากินได้ พวกที่อพยพไปก็ยกบ้านให้ทหารใช้เป็นที่พัก สำหรับดูแลคุ้มกันชาวบ้านให้ได้รับความปลอดภัย ข้าพเจ้าก็อยู่ดู 2 เดือน แล้วก็คิดทบทวนว่า เอ เราจะปล่อยให้เหตุการณ์ฆ่ารายวันเกิดขึ้นอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ ไปเช่นนี้หรือ เป็นถึงพระราชินี แล้วก็อายุ 72 แล้ว ไปเห็นเหตุการณ์ต่างๆ กลับมาก็นิ่งอมพะนำอยู่อย่างนั้น ไม่รู้จักพูดไม่รู้จา ช่วยเหลือคนไทยที่อาภัพเหล่านั้น ก็เลยคิดว่า อย่าเลย พูดให้ท่านฟัง พูดให้ท่านได้ยินว่า สมควรหรือที่จะปล่อยให้ใครอยากฆ่าใครก็ได้ ฆ่าแล้วก็แล้วไป ไม่เห็นถูกจับ คือรู้สึกว่ากฎหมายของประเทศไทยมีอยู่แต่ใช้ไม่ได้

ใน 3 จังหวัดนั้น ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร แต่ว่าน่ากลัว น่ากลัวเหลือเกิน เพราะว่าพูดถึงสิทธิมนุษยชน ข้าพเจ้าว่า คนไทยทั้งหลายมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ และมีสิทธิ์ที่จะทำมาหากินโดยสุจริต ทีนี้ถ้าเผื่อเขาทำมาหากินก็ไม่ได้ กรีดยางก็ไม่ได้ เก็บผลไม้ของเขาที่เขาปลูกไปขายก็ไม่ได้ แล้วเขาจะมีชีวิตอยู่อย่างไร และข้าพเจ้าซึ่งไปนั่งอยู่กับเขา 2 เดือน กลับมาก็นั่งอมพะนำ ปิดปาก ไม่พูดอะไรเลย ด้วยความเกรงกลัวว่าเดี๋ยวจะเสียอย่างโน้น เสียอย่างนี้ ข้าพเจ้าก็ว่า คิดว่าชีวิตมนุษย์นี้สำคัญที่สุด เราจงใจที่จะช่วยชีวิตมนุษย์ ไม่ได้จงใจที่จะเบียดเบียนใครเลย ช่วยชีวิตมนุษย์ให้รอด และคนเหล่านี้เป็นคนบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำร้ายใคร ก็ขอให้เขาได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข

เดี๋ยวนี้ แม้แต่เจ้าหน้าที่ชลประทานที่ออกไปทำงานเพื่อช่วยข้าพเจ้าหาแหล่งน้ำ ช่วยเหลือชาวไร่ ชาวนาในโครงการพระราชดำริ ก็ถูกฆ่า ผู้พิพากษานั้นน่าสงสารที่สุด ผู้พิพากษาอายุยังไม่ 40 เลย ลูกก็ยังเล็กๆ ก็ถูกฆ่า ติดไฟแดงแล้วก็ถูกฆ่า ไม่ทราบว่าเมืองไทยเราปล่อยได้อย่างไร พวกคนไทยเราเนี่ย ท่านทราบแล้ววันนี้ ท่านก็ไม่ควรปล่อย ต่างคนต่างคิด ปรึกษากันว่าควรจะทำอย่างไร ช่วยรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ดูแลคนไทยด้วยกันให้ได้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข แม้แต่พระสงฆ์ก็โดนทุบ โดนฆ่า เพียงแต่ออกไปบิณฑบาตซึ่งแต่ก่อนไม่เคยมีเลย เพราะที่นั่นก็เป็นดินแดนของคนไทยอิสลาม เขาก็ไม่เคยแตะแม้แต่โจรแบ่งแยกดินแดนเขาก็ไม่เคยแตะ วัดไทยเขาก็ไม่เคยแตะ ทำคนบริสุทธิ์เลย เขาจะสู้กับทหาร ตำรวจอะไรของเขาไป ก็ไม่เคยรังแกชาวบ้านที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ และการฆ่าก็ไม่เหมือนปกติ เป็นการกระทำที่โหดร้ายทารุณ ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่ยอมเชื่อว่าเป็นการกระทำของชาวไทย-มุสลิม ที่ข้าพเจ้าเคยพบและรู้จักมานานกว่า 30 ปี ที่เคยรู้จักใกล้ชิดมันไม่ใช่เขา มันเป็นอะไรมาจากไหนก็ไม่ทราบ

ข้าพเจ้า ก็จะวิงวอนขอร้องท่านทั้งหลายให้ร่วมกัน ร่วมกันทำอย่างไรข้าพเจ้าก็จะไม่ขอพูดละเอียด เพราะบางครั้งข้าพเจ้าก็คิดไม่ถึง แต่ขอให้ท่านแสดงออกถึงความห่วงใยต่อประชาชนคนไทยถึงแม้จะอยู่ไกลถึงภาคใต้ ที่ถูกรังแกเอาชีวิตอย่างน่าสงสารที่สุด ข้าพเจ้าก็เลยคิดถึงท่านทั้งหลายเนี่ย ที่เป็นผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้แทนองค์กรอิสระ ผู้แทนมูลนิธิ สมาคม สโมสร สภา คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา ลูกเสือชาวบ้าน ไทยอาสาป้องกันชาติและสื่อมวลชน ช่วยกันคิดอ่านหาทางยุติการฆ่าฟันรายวันเพราะเดี๋ยวนี้ แต่ก่อนตอนข้าพเจ้ายังอยู่อย่างมากก็ วันละ 2 คน แต่เดี๋ยวนี้เมื่อข้าพเจ้ากลับมาแล้วบางวันก็ 8 คน

ท่านทั้งหลายน่าจะช่วยกัน ช่วยรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ช่วยกันคิด ช่วยกันยุติ เหตุการณ์ฆ่าอย่างนี้ ไม่ได้บอกให้วิ่งถืออาวุธลงไปช่วย แต่แสดงพลังทางใจก็ได้ พร้อมใจแสดงความไม่พอใจ แต่ข้าพเจ้าคิดว่า คนไทยทุกคนควรจะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ไม่ใช่มอบให้เป็นหน้าที่รัฐบาลฝ่ายเดียว ตั้งแต่เดือน ม.ค.จนถึงบัดนี้ ผู้ที่ถูกฆ่าประจำวัน เสียชีวิตไปกว่า 300 คนแล้ว คนที่บริสุทธิ์ตายทุกวัน ซึ่งข้าพเจ้าเองก็หมดสติปัญญา

ต้องขอร้องนายกฯ คณะรัฐบาล ก็ทราบว่ามีรายชื่อมากในคนที่ถูกยิง ซึ่งข้าพเจ้าอยากแจ้งให้ทราบว่า เมื่อข้าพเจ้าอายุ 72 ปีนั้น ก็ได้รับเงินบริจาคจากท่านทั้งหลายเอง เป็นจำนวนมาก คนโน้นให้ที คนนี้สมาคมต่างๆ ก็ได้เอาเงินนี้ไปซื้อที่ จ.นราธิวาสไว้ 600 ไร่ มีความตั้งใจว่า จะเอาพวกภรรยา และครอบครัวของคนที่ถูกฆ่าเช่นเป็น ตำรวจ ตำรวจผู้น้อย สิบตำรวจเอก หรือจ่าสิบเอก หรือจ่าสิบโท ที่ถูกฆ่า เพราะอยู่เวรที่โรงพัก เช้าจะกลับบ้านก็โดนยิงนับไม่ถ้วน 300 กว่ารายแล้ว ข้าพก็พร้อมกับราชองครักษ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานให้มาอยู่กับข้าพเจ้าก็ไปซื้อที่ และช่วยทางเกษตร และประมงไปช่วยกัน จนเดี๋ยวนี้กำลังสร้างบ้านให้พวกแม่ม่ายที่ยากจน และมีลูกเล็กๆ และก็ไม่ทราบจะดำเนินชีวิตอย่างไร

ทีแรกข้าพเจ้าก็คิดว่า จะเอาเงินที่ท่านทั้งหลายให้ ให้ทุกครอบครัว แต่ไม่มั่นใจว่า ให้เป็นเงินจะมีประโยชน์เท่ากับให้ที่แต่ละคน แต่ละพวก ที่ 2 ไร่ และบ้านหลังหนึ่ง และสอนวิธีการเลี้ยงปลา ปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆ ซึ่งตอนนี้เขาก็กำลังสร้างบ้านอยู่ และมีคนทยอยเข้าไป ที่เราตรวจสอบแล้วว่า เป็นผู้ที่โดนฆ่าในหน้าที่จริงๆ ค่อยๆ เข้าไป ท่าเขาก็มีความสุขเพิ่มขึ้น เลยจะขอบพระคุณท่านทั้งหลายผู้เป็นเจ้าของเงิน และก็ให้ทราบว่า ข้าพเจ้าเอาเงินไปทำอะไร และอีกอย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปลาบปลื้มนัก รับสั่งว่า นักวิชาการของไทยเก่งมาก เก่งเหลือเกิน ไม่ว่าทางเกษตร ทางประมง ทางป่าไม้ ทาง...ช่วยข้าพเจ้าให้สามารถช่วยชาวบ้านได้สำเร็จ ข้าพเจ้าก็คิดว่า ข้าพเจ้ากลับมานี่แล้วก็ ถึงอายุ 72 ก็ตาม ก็เห็นจะฝึกยิงปืนขึ้นมาอีกล่ะ แก่เฒ่าแก่ ก็เอาพวกแก่ๆ นี่ไปหัดยิงปืน ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ก็ยังดีกว่าจะต้องให้คนคอยดูแล

ต่อไปนี้เป็นรายชื่อพวกผู้ที่เสียชีวิตต่างๆ ข้าพเจ้าก็คิดว่ารายละเอียดต่างๆ ก็คงไม่ต้องเล่าให้ท่านฟังแล้ว มีร้านขายข้าวต้มเป็นคนไทย-จีน เขาขายราคาถูก ขายดีและก็มีคนไปนั่งรับประทานอยู่เสมอ เกิดโดนวางระเบิด ผู้คนเจ็บป่วยเป็นจำนวนมาก น่าสงสารมาก เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ใช้ยิงเฉย ๆ ใช้วางระเบิดด้วย ชื่อร้านขายข้างต้มอั้งม้อ ตอนนี้พังไปหมดแล้ว มีคนบาดเจ็บ 15 คน สาหัส 4 คน และมีเด็กเล็กๆ ได้รับบาดเจ็บด้วย เท่าที่ข้าพเจ้าสังเกตดูเนี่ยคนร้ายมักจะลอบประทุษร้ายเฉพาะคนที่ไม่มีหนทางต่อสู้ ก็เลยขอขอบพระคุณท่านทั้งหลาย ที่ช่วยให้กำลังใจข้าพเจ้าแล้วก็มาฟังกันในวันนี้ ทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ไม่ค่อยสบายอยู่ด้วย แต่ท่านนายกฯ ก็ ตอนที่ข้าพเจ้าอยู่นราธิวาส ก็ไปเสมอ ไปเยี่ยมเยียน ไปดูแลทุกข์สุขเสมอ

ข้าพเจ้าก็ทราบดี นายกฯ ก็ต้องวิ่ง แต่คิดว่าไม่ควรมอบให้เป็น เรียกว่าโมะให้เป็นหน้าที่รัฐบาลอย่างเดียว คนไทยทั้งชาติก็มีหน้าที่ต้องตอบแทนพระคุณของแผ่นดิน เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าถึงต้องมานั่งพูดวันนี้ ขอร้องท่าน ขอให้ท่านช่วยเพื่อนไทยด้วยกัน ซึ่งเป็นคนสะอาด สุจริต เขามีอย่างเดียวก็ทำมาหากินของเขา แต่ขณะนี้ทำมาหากินก็ไม่ได้ ตายลูกเดียว จะให้เขาอพยพออกมาจากผืนดินที่ปู ย่า ตา ยาย เขาหามาเนี่ย ก็ได้แต่ข้าพเจ้าก็ยังมองไม่เห็นว่าจะอพยพคนไทยจำนวน 300,000 ไปอยู่ที่ไหนกันบ้าง และให้เขาทำกินอย่างไร มันก็คงเป็นปัญหาใหญ่ ครั้นจะปล่อยให้โดนฆ่าตายทุกวันๆ มันก็แย่เหมือนกัน แย่ทั้งนั้น

เพราะฉะนั้น ท่านเองก็เป็นผู้ที่มีสติปัญญา เป็นเจ้าของแผ่นดินไทยและเป็นผู้ที่ควรตอบแทนพระคุณแผ่นดินก็คงจะช่วยข้าพเจ้า ช่วยกันคิดว่าควรจะทำอย่างไรบ้างที่พยายามที่จะช่วยชีวิตคนไทยประมาณ 300,000 คน ทางภาคใต้ ให้เขามีทางที่จะทำมาหากินและได้มีชีวิตอยู่ ขอให้เขามีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ อยากจะพูดกับพวกสิทธิมนุษยชนว่า พวกนี้ไม่ได้ทำบาปทำกรรมอะไรเลย เขาก็มีสิทธิ์ น่าจะมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิต ทำมาหากินในประเทศของเขาอย่างสงบสุข ไม่อย่างนั้นก็โดนฆ่าไปเรื่อยๆ ตลอดเวลา ก็ขอขอบพระคุณทุกท่านที่อุตส่าห์มาฟังในวันนี้ และขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลนะคะ ที่ช่วยกันพยายามแก้ปัญหาอย่างยิ่ง และข้าพเจ้าก็สัญญาว่า ข้าพเจ้า 72 แล้ว จะไปหัดยิงปืนใหม่แล้ว โดยไม่ต้องใส่แว่น ก็ยิงมันไปก็แล้วกัน ขอบพระคุณค่ะ ขอบพระคุณมาก

    �� : Hot News     ����� : 17/11/2004 12:20 AM


�����Դ��繷��: 99


ไฟใต้ -ถึงลูกถึงคน
โดย สำราญ รอดเพชร นสพ.ผู้จัดการฯ 16 พฤศจิกายน 2547 17:44 น.


เปล่า!! ไม่ได้มาวิเคราะห์วิจารณ์รายการฮอต “ถึงลูกถึงคน” ของคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี อะไรหรอก

เพียงบังเอิญว่าดึกดื่นคืนวันที่ 15 พ.ย. เพื่อนที่เคยเป็นอดีตนักข่าวไปเยี่ยมที่บ้าน และได้นั่งชมรายการ “ถึงลูกถึงคน” ที่เชิญ 5 อาจารย์มหาวิทยาลัยไปร่วมรายการ ...เป็น 5 อาจารย์ที่เป็นตัวแทน 160 อาจารย์ไปพบนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอแนะหนทางการดับไฟใต้นั่นแหละ...

ตัวผมนั้นแม้บางช่วงจะติดโทรศัพท์และลุกๆ นั่งๆไปบ้างแต่โดยรวมแล้วก็ได้รับฟังรับชม ขณะที่เพื่อนผมนั้นหูผึ่ง ตาจ้องจอทีวีแทบไม่กระพริบ แถมวิญญาณนักข่าวเข้าสิง นั่งจดข้อความที่ท่านผู้ชมส่งsms เข้าไปยังรายการมือเป็นระวิงเลยทีเดียว...

“มึงเอาไปแปรรูปเป็นข้อคิดข้อเขียนสิ เป็นปรากฏการณ์ทางความคิดและอารมณ์ความรู้สึกของสังคมที่น่าสนใจ” พร้อมคำบัญชา มันยื่นแ ผ่นกระดาษให้ผม...

อันที่จริงผมก็คงรู้สึกตรงกับเพื่อนนั่นแหละว่า...ข้อความหรือสารที่ผู้ชมกดผ่านโทรศัพท์มือถือแสดงความเห็นในรายการ เป็น “ปรากฏการณ์” ที่น่าสนใจ...

ผมประเมินดู ประมาณ 95 % ถล่มอาจารย์ นักวิชาการ...

ลองอ่านข้อความเหล่านั้นดูหน่อย...

“...... เก่งแต่พูด,ดีแต่พูด,เก่งแต่ปาก,เอาเวลาไปสอนหนังสือดีกว่า,เคยลงไปพื้นที่บ้างหรือยัง,รู้จริง
หรือเปล่า อยากดัง,เบื่อพวกเปิดตำราพูด, เคยลงไปใต้หรือเปล่า,เวลาเกิดเหตุมุดหัวอยู่ไหน, กลับไปสอนหนัง
สือ ไปๆ ๆ, มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ, ไม่ควรให้ความสำคัญกับนักวิชาการ, คำว่าดร.อาจารย์จับฉลากได้มาหรือเปล่า – ทหารแผนที่ , กล้าโผล่หัวไปอยู่สักเดือนไหม, พูดมากอยู่ได้เมื่อไหร่จะทำ, ขอโทษคำเดียวสันติแน่หรือ, ลองไปเป็นทหารบ้างสิ, ไม่พูดจะดีกว่า, แน่จริงมาอยู่นราสิ –เด็กปาดี, กลับไปสอนหนังสือเถอะ อย่าโม้, พวกนกแก้วนกขุนทอง ,ได้เท่าไหร่ถึงมาพูด, ลงมาเถอะอย่าดีแต่พูด, เหมือนขวาน ฟันได้ทุกอย่างยกเว้นด้ามตัวเอง, คิดดีแต่ไม่ได้ความ, อย่ามาปากดีเลย ไปไกลๆ –นักฆ่า......”

เป็นยังไงล่ะครับท่านผู้อ่าน...ถึงลูกถึงคน ถึงจิตถึงใจ ใครที่เป็นพวกขวัญอ่อนและเข้าใจดีถึงจิตเจตนาของคณาจารย์ ผมเดาว่าพอข้อความโผล่บนจอทีไรหัวใจคงเต้นตูมๆ ทุกทีไป...

ขณะที่ผู้ชมที่ความเห็นกลางๆ และเห็นด้วยกับอาจารย์ก็มีบ้างประปราย...

“...คนบริสุทธิ์ใครรับผิ ดชอบ, นักวิชาการพูดถูกมีเหตุผล,พูดง่ายแต่ทำยาก,มีเหตุผลน่ารับฟัง, ฟังก่อนดีไหมแล้วไปใช้สมองคิด,โปรดฟังโดเยสันติใช้สันติแก้, คนที่ส่งsmsใจดำเห็นชีวิตคนไร้ค่า...”

ซึ่งไม่สามารถหยุดหมัดเท้าเข่าศอกที่ส่งเข้าไปถล่มคณาจารย์บนหน้าจอ...

“..มองไม่กว้างจริง, พูดในกระดาษฉลาดกว่าชาวบ้าน, ทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า – เด็กหาดใหญ่, ท่านด็อกๆ ทั้งหลาย...., เอาทหารกลับให้หมด เอานักวิชาการลงไป, วิชาการกับปฏิบัติมันต่างกันนะ, ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์อย่าดีแต่พูด,....ดีแต่สอนหนังสือในห้องแอร์ ห่วย,....”

ช่วงเบรกสุดท้ายของรายการ ผมก็สุดจะคาดเดาว่า ดร.สริชัย หวันแก้ว จุฬาฯ, ดร.กิตติศักดิ์ ปรกติ ธรรมศาสตร์,ดร.จารุพรรรณ กุลดิลก มหิดล, อ.อนุสรณ์ ศรีแก้ว รังสิต, ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ธรรมศาสตร์ ที่นั่งอยู่หน้าจอคิดและรู้สึกอย่างไร...!?

ก็ต้องเรียนตรงๆ ว่า ตัวแทนนักวิชาการที่ไปออกรายการ ส่วนใหญ่ออกไปทางเรียบร้อย ยังไม่ได้โชว์ฉายให้เห็นถึงชุดความคิดที่ตกผลึกและชัดเจนในข้อมูล - แนวทางที่จะดับไฟใต้ อย่างแหลมคมลุ่มลึกเท่าที่ควรจะได้เห็น ยิ่งถ้าไม่ได้ ดร.กิตติศักดิ์ ปรกติ ไปร่วมรายการด้วย ผมประเมินว่า “น้ำหนัก”แห่งการคิดดี เจตนาดีจะหดหายไปมากทีเดียว....

ข้อคิด ความเห็นถล่มอาจารย์ยังทะลักขึ้นจอไม่ขาดสาย....ช่วงท้ายรายการมีโฟน อิน จากดร.สุวินัย ภรณวลัย ธรรมศาสตร์ น้ำเสียงดร.สุวินัยเหมือนคนที่เพิ่งหายช็อก อาจารย์บอกว่าปรากฏการณ์ของความเห็นจากผู้ชมสะท้อนชัดเจนว่าสังคมไทยกำลังแตกแยก อันตรายเป็นอย่างมาก ไม่เข้าใจว่าทำไมคนคิดดีเจตนาดีอย่างตัวแทนนักวิชาการจึงถูกถล่มเละ...

ว่าแล้วดร.สุวินัยก็เสนอกลางอากาศว่า สถานการณ์เช่นนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรได้แสดงความเป็นผู้นำแห่งอหิงสาธรรม ด้วยการอดอาหาร 3 วัน พร้อมๆกับการจัดเวิร์กชอปสันติวิธี...

สิ้นเสียงสั่นรัวของดร.สุวินัย sms ก็ทำงานทันที...

“...คิดได้ไงอดอาหาร, อดข้าวหรือ...เพี้ยนแล้ว,...ฯลฯ...”

ครับ นอกเหนือจากเนื้อหารายละเอียดที่คุณสรยุทธซัก 5 อาจารย์ตอบแล้ว ข้อความบนจอ “ถึงลูกถึงคน” มีส่วนสร้างสีสันรายการได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าทีมงานจะได้สกัดบางคำบางข้อความที่ใช้ภาษาที่ดุดันไปหน่อย เช่นคำว่า ท่านด็อกๆ ,“ห่วย” ออกไปบ้าง ก็น่าจะเป็นการดีไม่น้อย...

ส่วนเรื่องมุมมองหรือความเห็นต่างนั้นต้องทำใจ ตัวใครก็ตัวใครล่ะครับ....ในฐานะที่ผมยังเป็นคนจัดรายการวิทยุ –ทีวีอยู่นิดหน่อย เข้าใจดีครับว่าอะไรเป็นอะไร วันไหนที่พูดสนับสนุนแนวทางสันติวิธี เห็นใจคนไทยมุสลิมที่เสียชีวิตกรณีตากใบวันนั้นโดนโทรศัพท์ถล่มแทบจำบ้านเลขที่ไม่ได้ไปเลยทีเดียว...

ผมจึงไม่แปลกใจกับปรากฏการณ์ในรายการ ถึงลูกถึงคนเมื่อคืนวานซืน ก็ได้แต่ภาวนาให้มันเป็นปรากฏการณ์ชั่วคราว แต่วันนี้ขอทำหน้าที่แค่เล่าสู่กันฟัง ไม่ขอสำแดงเหตุผลว่า.. ทำไมถึงอยากให้มันเป็นแค่ปรากฏการณ์ชั่วคราวหรืออารมณ์ชั่ววูบ...

ปล.- ขอส่งsms (ด้วยคน) ถึง 5 อาจารย์...และคณาจารย์ทุกท่านที่เข้าชื่อขับเคลื่อน เสนอแนวทางสันติ..

“..อย่าท้อ..เดินหน้าต่อไป..ด้วยจิตใจมั่นคง..”

    �� : Hot News     ����� : 17/11/2004 01:57 AM


�����Դ��繷��: 100


การที่นักสิทธิมนุษยชนทั้งหลาย จงใจแสดงออกในหลายๆ ครั้งตามสื่อต่างๆ มันเป็นการแสดงถึงความห่วงใยช่วยเหลือดูแลผู้ที่บาดเจ็บจากจลาจลตากใบ และ ผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี อยู่อย่างเดียวจริงๆ และก็ยินดีกับเรื่องที่น่าอนุโมทนานั้นด้วย

แต่ท่านๆ ก็ไม่ควรลืมว่า พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์อีกหลายๆ ร้อยรายนั้น ก็เป็นเหยื่อโจรก่อการร้ายอย่างโหดเหี้ยมทารุณ ซึ่งพวกนักสิทธิมนุษยชนและรวมถึงกลุ่มนักวิชาการที่ออกมาเรียกร้องอะไรต่างๆ นานา ไม่เคยแม้แต่จะช่วยต่อสู้พูดจาปกป้องสิทธิของมนุษย์ต่อผู้ที่ถูกทำร้ายรายวันเหล่านั้นเลยจริงๆ

ทำไม ไม่พูดจาให้ตรงประเด็นในเรื่องเหล่านี้บ้าง...?

พ่อเขาตาย แม่เขาตาย ลูกเขาตาย ครอบครัว เขาเดือดร้อนกันแค่ไหน

ไม่เห็นมีใครออกมาเอ่ยอ้างเลย ไม่เคยเห็นหรือได้ยินแม้แต่ท่าน ส.ว. หรือท่านๆนักสิทธิมนุษยชน ได้แสดงความห่วงใยในเรื่องพวกนี้เลยนะ

การเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานให้กับมนุษย์บางกลุ่มมากเกินกว่าความเป็นกลางของหน้าที่ ที่สังคมบางส่วนมองเห็นได้อย่างชัดเจน

ท่านๆ มิได้ก่อความสันติให้กับสังคม แต่กลับกำลังเติมเชื้อของความเกลียดชังในความแตกต่างของสังคมมากกว่าที่เคยเป็น



\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 17/11/2004 02:04 AM


�����Դ��繷��: 102

คนไทยหัวใจยุติธรรม เขาเรียกร้องให้ปฏืบัติตามกฎหมาย
การจับกุม การป้องกัน ไม่ให้ละเมิดกฎหมาย
คนฆ่ากัน มันมีทุกแห่งหน แต่ที่นี่มากหน่อย
ตำรวจก็มีหน้าที่ตามจับผู้ร้าย
ใข้ทหารช่วย ก็กรณีพืเศษ
แต่ผู้จับกุม ไม่ควรลุแก่โทสะ ทำร้ายร่างกาย และจิตใจ ผู้อื่น ทำทุกอย่างในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่นึกจะเตะ ต่อย ก็ทำ นั่นไม่ใช่ อารยชนที่มีการศึกษา ผิดถูกอย่างไรมีศาลยุติธรรมเป็นผู้ชี้ขาด

การมองการทำงานต้องแยกเรื่องให้ถูก อันไหนดีหรือเลว ถ้าทหารทำตามหน้าที่ ตามอำนาจที่มี ไม่ได้ใช้ในทางที่ผิด ก็เป็นชายชาติทหารแท้
แต่ถ้าทำด้วยอารมณ์ โทสะจริต โมหะจริต แม้แต่ยาม ก็มีคุณธรรมสูงกว่ามากนัก

    �� : พี่เก่ง     ����� : 17/11/2004 07:12 AM


�����Դ��繷��: 103



เพลง ..... รักกันไว้เถิด
คำร้อง-ทำนอง ..... นคร ถนอมทรัพย์


๏ ๏ ๏ รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย ............... จะเกิดภาคไหนไหน ก็ไทยด้วยกัน
เชื้อสายประเพณี ไม่มีขีดคั่น ............... เกิดใต้ธงไทยนั้น ปวงชนทุกคนคือไทย

๏ ๏ ๏ รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย ............... จะเกิดภาคไหนไหน ก็ไทยด้วยกัน
เชื้อสายประเพณี ไม่มีขีดคั่น ............... เกิดใต้ธงไทยนั้น ปวงชนทุกคนคือไทย
ท้องถิ่นแหลมทอง เหมือนท้องของแม่ ............... เกิดถิ่นเดียวกันแท้ เหมือนแม่เดียวกันใช่ไหม
ยามฉันมองตาคุณ อบอุ่นดวงใจ ............... เห็นสายเลือดไทย ในสายตาบอกสายสัมพันธ์

๏ ๏ ๏ รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย ............... จะเกิดภาคไหนไหน ก็ไทยด้วยกัน
เชื้อสายประเพณี ไม่มีขีดคั่น ............... เกิดใต้ธงไทยนั้น ปวงชนทุกคนคือไทย
ทะเลแสนงาม ในน้ำมีปลา ............... พืชพรรณดื่นดาษดา ไร่นารวงทองไสว
สินทรัพย์มีเกลื่อนกล่น บรรพชนให้ไว้ ............... เราลูกหลานไทย จงร่วมใจรักษาให้มั่น

๏ ๏ ๏ รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย ............... จะเกิดภาคไหนไหน ก็ไทยด้วยกัน
เชื้อสายประเพณี ไม่มีขีดคั่น ............... เกิดใต้ธงไทยนั้น ปวงชนทุกคนคือไทย
แหลมทองโสภาด้วยบารมี ............... ปกเกล้าเราไทยนี้ร่มเย็นเป็นศรีผ่องใส
ใครคิดบังอาจหมิ่นถิ่นทององค์ไทย ............... เราพร้อมพลีใจป้องถิ่นไทยและองค์ราชันย์

๏ ๏ ๏ รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย ............... จะเกิดภาคไหนไหน ก็ไทยด้วยกัน
เชื้อสายประเพณี ไม่มีขีดคั่น ............... เกิดใต้ธงไทยนั้น ปวงชนทุกคนคือไทย ๏ ๏ ๏


.................................................
อ้างอิงจาก .....
http://www.mthai.com/webboard/7/36484.html

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 17/11/2004 07:48 AM


�����Դ��繷��: 104



เพลง ..... ความฝันอันสูงสุด
บทเพลงพระราชนิพนธ์ ..... ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙


๏ ๏ ๏ ขอฝันใฝ่ ในฝันอันเหลือเชื่อ ............... ขอสู้ศึกทุกเมื่อ ไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์ รุกโรมโหมกายใจ ............... ขอฝ่าฟัน ผองภัยด้วยใจทะนง
จะแน่วแน่ แก้ไขในสิ่งผิด ............... จะรักชาติ จนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตาย หมายให้เกียรติดำรง ............... จะปิดทอง หลังองค์พระปฏิมา

๏ ๏ ๏ ไม่ท้อถอย คอยสร้างสิ่งที่ควร ............... ไม่เรรวน พะว้าพะวังคิดกังขา
ไม่เคืองแค้น น้อยใจ ในโชคชะตา ............... ไม่เสียดาย ชีวา ถ้าสิ้นไป
นี่คือ ปณิธานที่หาญมุ่ง ............... หมายผดุงยุติธรรม อันสดใส
ถึงทนทุกข์ ทรมาน นานเท่าใด ............... ยังมั่นใจรักชาติ องอาจครัน

๏ ๏ ๏ โลกมนุษย์ ย่อมจะดี กว่านี้แน่ ............... เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้ แม้ถูกหยัน
จงยืนหยัด สู้ไป ใฝ่ประจัญ ............... ยอมอาสัญ ก็เพราะปอง เทอดผองไทย


คัดลอก ดัดแปลงจาก ห้องสมุดทางทหาร กองทัพบกไทย

http://www.banfun.com/thai/ta0006.html

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 17/11/2004 08:00 AM


�����Դ��繷��: 105



ในหลวงห่วงไฟใต้ .....
ถ้าทหารกับตร.ไม่ร่วมมือ ชาติล่มจม คนไทยไม่มีสุข



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีกระแสพระราชดำรัส ชี้ทางดับไฟใต้ ให้ทหารกับตำรวจ ทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง ทรงระบุถ้าทำไม่ได้ ประเทศชาติล่มจม ประชาชนหมดความปลอดภัย ไม่มีความสุข ... เวลา 17.35 น. วันที่ 17 พ.ย. 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ อาคารอเนกประสงค์ พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายทหารสังกัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระราชทานยศชั้นพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี พลตรีหญิง พลเรือตรีหญิง และพลอากาศตรีหญิง จำนวน 432 ราย จากนั้นได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานยศชั้นนายพล จำนวน 78 นาย

โอกาสนี้ ได้พระราชทานพระบรมราโชวาท .....
เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความสันติสุขของประเทศชาติ

ความสำคัญตอนหนึ่งว่า .....
ทั้ง 3 เหล่าทัพ ทั้งนายพลและคณะทหาร ตำรวจชั้นนายพล รวมทั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นพลเอก พลโท ที่ได้รับการประดับยศแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่คงเป็นบุคคลและเป็นที่น่ายินดี นายทหารและนายตำรวจชั้นนายพลนี้มีความสำคัญมากในปัจจุบันนี้ เพราะว่าจะต้องทำหน้าที่ให้ต้องสอดคล้องกัน โดยเฉพาะเรื่องราวพร้อมกัน ทั้ง 3 เหล่าทัพ และตำรวจ เพราะว่างานตรงนี้ ทั้งทหารและตำรวจมีหน้าที่ที่จะต้องสอดคล้องกัน อย่างตามนโยบายรัฐบาลที่บอกว่า จะต้องมีความร่วมมือกันทุกฝ่าย ทุกเหล่า ก็รวมทั้งคนอื่นที่เป็นข้าราชการที่จะต้องดูแลประเทศชาติให้มีความปรองดองสอดคล้องกัน

โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่รักษาความสงบของประเทศ ยิ่งมีความสำคัญ ดูเหมือนว่าปัจจุบันนี้มีความสำคัญยิ่งขึ้น แต่ก่อนนี้ดูเหมือนว่า มีความไม่เรียบร้อยในประเทศชาติ คือมีความไม่สงบ แต่มาตอนหลังนี้ก็ดูมีมากขึ้น ไม่รู้การอย่างอื่น อย่างเช่นที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พูดเมื่อวานนี้ ที่บอกว่ามีความไม่เรียบร้อยในที่ที่เสด็จ ซึ่งไม่ควรจะมี ถ้าฝ่ายทหารและตำรวจได้ร่วมกันจัดการดูแลความเรียบร้อยนั้น ก็จะทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขได้มาก

เหตุการณ์ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้เห็นด้วยองค์เองนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย แต่ว่าถ้าฝ่ายทหารและตำรวจร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง อย่างจริงจัง ก็คงได้บรรเทาลงได้ แต่ว่าถ้าไม่ได้ทำ ก็ทำให้ประเทศชาติล่มจมได้ ประเทศชาติล่มจม ก็หมายความว่า ประชาชนไม่มีความสุข ประชาชนไม่มีความปลอดภัย ซึ่งความปลอดภัยของประเทศเป็นหน้าที่ของทหารและตำรวจโดยตรง



..........................................................................
อ้างอิงจาก ..... หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก
เมื่อ ..... วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 18/11/2004 09:01 AM


�����Դ��繷��: 106


เปิดโฉม 46 ผู้ต้องหาป่วนใต้ ถูกตั้งค่าหัวประกาศจับแล้ว
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยแพร่โปสเตอร์ตั้งค่าหัวนำจับนายดอลอแม กูเต๊ะ หัวหน้าก่อการร้าย และนายมะแซ อุเซ็ง แกนนำสำคัญในการวางแผนก่อการร้ายและก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมผู้ร่วมขบวนการรวม 46 คน เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ท่ามกลางสถานการณ์ที่เริ่มร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง

1. นายดอราแม กูต๊ะ 5,000,000 บาท
2. นายมะแซ อุเซ็ง 3,000,000 บาท
3. นายมานาเซ เจ๊ะเลาะ 1,000,000 บาท
4. นายอิสบือรอเฮง ดาเล็ง 1,000,000 บาท



5. นายมาโซ ตาแย๊ะ 2,000,000 บาท
6. นายหะ มายา 1,000,000 บาท
7. นายแวฮามะ ลูโบ๊ะยาเซ็ง 1,000,000 บาท
8. นายรอแม มูนะ 2,000,000 บาท
9. นายเลาะมือลี ยูโซ๊ะ 1,000,000 บาท
10. นายแวอาลีคอปเตอร์ วาจิ 1,000,000 บาท
11. นายซอรี แซะเซ็ง 1,000,000 บาท
12. นายหาสือมิง จารง 1,000,000 บาท
13. นายมะเล๊ะ แมะซา 1,000,000 บาท
14. นายมะรูดี ปิยา 1,000,000 บาท


............................................................
หนังสือพิมพ์มติชน รายวัน
วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ฉบับที่ 9755

    �� : Hot News     ����� : 24/11/2004 07:26 PM


�����Դ��繷��: 107


เปิดโฉม 46 ผู้ต้องหาป่วนใต้ ถูกตั้งค่าหัวประกาศจับแล้ว

ตามที่ พล.ต.ท.วงกต มณีรินทร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) สั่งการให้กองปราบปราม ร่วมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิมพ์ประกาศจับผู้ต้องหาที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมตั้งค่าหัวของผู้ต้องหาแต่ละรายไว้ด้วยนั้น

ล่าสุดกองทะเบียนประวัติอาชญากร ได้จัดพิมพ์ประกาศจับเสร็จสิ้นแล้ว โดยโปสเตอร์ดังกล่าวแบ่งเป็น 8 ชนิด จำนวน 7,000 แผ่น อยู่ระหว่างการจัดส่งไปยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อปิดประกาศตามสถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ และด่านตรวจทุกด่าน

สำหรับค่าหัวของคนร้ายที่ถูกพิมพ์ลงบนโปสเตอร์ รวม 46 คน โดยจะมีการ "พาดหัว" โปสเตอร์ต่างๆ กัน เช่น นายเจ๊ะกูแม กูเต๊ะ หรือ ดอลอแม กูเต๊ะ หัวหน้าขบวนการ GMIP ถูกพาดหัวว่า "แกนนำหัวหน้าก่อการร้าย" ถือว่ามีค่าหัวสูงที่สุดในบรรดาผู้ถูกประกาศจับ คือ 5 ล้านบาท

นายดอลอแม ถูกตั้งข้อหา ประกอบด้วย หัวหน้ากลุ่มโจรก่อเหตุด้วยวิธีรุนแรง และทารุณโหดร้าย, ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ เรียกค่าคุ้มครอง,เป็นตัวการและสนับสนุนการก่ออาชญากรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นยิงถล่มสถานีตำรวจ และสถานที่ราชการ โดยใช้อาวุธสงคราม,เป็นตัวการในการปล้นอาวุธปืนของทางราชการ

ประกาศจับยังระบุว่า นายดอลอแม ยังมีหลายชื่อ เช่น เจ๊ะกูแม โต๊ะกาเย,อับดุล เราะมัน,อาหะมะบินอาหมัด อัมบัส บินอาหมัด,มูฮัมหมัด โตปริบินยูโซ๊พ,อับดุลเลเล๊าะ บินอาหมัด อัมบัส หะยีอาหมัด,อิสกาดา อาหมัด เป็นต้น

สำหรับเงินค่าหัวที่ทางการตั้งไว้ จะลดหลั่นกันลงไปตามระดับความสำคัญ ตั้งแต่ 5 ล้านบาท ลงไปจนถึง 2 แสนบาท


............................................................
หนังสือพิมพ์มติชน รายวัน
วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ฉบับที่ 9755

    �� : Hot News     ����� : 24/11/2004 08:42 PM


�����Դ��繷��: 108


ยัวะยิงรองผู้ว่าอืด 'ทักษิณ'ขู่เด็ดหัว ลั่นเปลี่ยนชุดสอบ
โดย ... นสพ. คม ชัด ลึก วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2547


นายกฯ ฉุนคดียิงรองผู้ว่าฯ ปัตตานียังไม่คืบ ... ระบุ ขรก.ยังทำงานลูบหน้าปะจมูก ขู่เด็ดหัวพร้อมเปลี่ยนพนักงานสอบสวนชุดใหม่ แพทย์ มอ.หาดใหญ่ เผยเหตุรองผู้ว่าฯ ปัตตานี เสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดแดงที่ปอดเฉียบพลัน ด้าน ตร.ตั้งข้อหา อส.เพิ่ม ระบุอีก 3-4 วันสรุปสำนวนได้ ยุติธรรมเผยพบเศษหัวกระสุนติดอยู่ที่เสื้อ คาดเป็นหลักฐานเด็ด ด.ญ.วัย 12 ขวบ ที่รือเสาะ เก็บนกกระดาษของนายกฯ ได้ เจ้าตัวตื่นเต้นได้นั่งกินข้าวร่วมกับผู้นำประเทศ

หลังการเสียชีวิตของนายสุนทร ฤทธิภักดี ... รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ที่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) จ.สงขลา จากเหตุถูกยิงด้วยกระสุนปริศนาขณะปฏิบัติหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ถูกคนร้ายซุ่มยิงที่สามแยกบ้านท่ากุน หมู่ 5 ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ล่าสุดแพทย์ออกมาระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดแดงที่ปอดอย่างเฉียบพลัน

ระบุเหตุจากลิ่มเลือดอุดตัน ... เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ธันวาคม ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) จ.สงขลา รศ.สุเมธ พีรวุฒิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เปิดแถลงข่าวว่า รองผู้ว่าฯ สุนทร ถูกนำตัวส่งมายังโรงพยาบาล เมื่อกลางดึกวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยรับตัวต่อจากโรงพยาบาลปัตตานี ที่เข้ารับการผ่าตัดเอากระสุนออก ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมแพทย์ได้ติดตามเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด และอาการก็ดีขึ้นตามลำดับ สามารถรับประทานอาหารได้ ลุกนั่งและเดินได้ด้วยตนเอง ทำให้ทีมแพทย์มีแผนที่จะให้ไปพักฟื้นตัวที่บ้านพัก ภายใน 2 วันข้างหน้านี้

ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวต่อว่า ... เหตุการณ์ที่ทีมแพทย์ไม่คาดคิดมาก่อน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 13.00 น. หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงและกำลังเตรียมตัวนอนพักผ่อน รองผู้ว่าฯ มีอาการแน่นหน้าอก หายใจขัดอย่างเฉียบพลัน จากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ตรวจพบลิ่มเลือดขนาดใหญ่ที่หลอดเลือดแดงสำหรับเลี้ยงปอดด้านซ้าย โดยพบว่า ลิ่มเลือดอุดตันประมาณร้อยละ 80 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของหลอดเลือดและมีลิ่มเลือดอุดกระจายทั่วไปที่หลอดเลือดแดงในปอดด้านขวา ซึ่งภาวการณ์เกิดโรคนี้ถือว่าเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน เหนือความคาดหมายของคณะแพทย์ และที่ตรวจพบนั้นถือว่าเป็นภาวะลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดแดงในปอดชนิดรุนแรง

"แพทย์ได้ให้ยาละลายลิ่มเลือด ... ผ่านทางสายสวนที่ผ่านเข้าไปที่ขั้วปอดร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด พร้อมกับมีการให้ยาควบคุมความดันเพื่อรักษาระดับความดันโลหิตไม่ให้เลือดต่ำจนเกิดอันตราย นอกจากนี้ยังใช้เครื่องช่วยหายใจ เพื่อรักษาภาวะการขาดออกซิเจนในกระแสเลือด แพทย์ได้รักษาดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เวลา 14.00 น.จนถึง 04.00 น. ของวันที่ 6 ธันวาคม ซึ่งในช่วงนั้นท่านรองผู้ว่าฯ สุนทร เกิดภาวะความดันโลหิตลดลงอย่างมาก แพทย์จึงใช้เครื่องมือพิเศษ หรือบอลลูนปั๊มใส่เข้าทางหลอดเลือดแดงใหญ่ เพื่อเพิ่มความดันโลหิต แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม เพื่อฟอกเลือดและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต แต่ก็เกิดอาการช็อก อวัยวะหลายอย่างขาดเลือด ทำให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลันและหัวใจหยุดเต้น จนเสียชีวิตในเวลา 17.28 น. วันที่ 6 ธันวาคม" ผอ.รพ.มอ.หาดใหญ่ กล่าว

เผยโอกาสเกิดน้อยมาก ... รศ.สุเมธ กล่าวอีกว่า โรคดังกล่าวเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้น้อยรายมาก และผู้ที่เป็นโรคนี้มีโอกาสรอดชีวิตน้อยด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ทางโรงพยาบาลเราก็พบผู้ป่วยที่เป็นโรคแบบนี้มาแล้วจำนวน 2 ราย ส่วนรองผู้ว่าฯ สุนทร เป็นรายที่ 3 ภาวะลิ่มเลือดที่อุดตันหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงปอดอย่างมากเช่นนี้ ทำให้ปอดไม่สามารถฟอกเลือดเหมือนภาวะปกติได้ ก่อให้เกิดภาวการณ์ขาดออกซิเจนในเลือดอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันทำให้เกิดความดันในหัวใจซีกขวาสูงขึ้นมาก ขณะที่แรงดันหัวใจซีกซ้ายหัวใจไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความดันโลหิตจึงต่ำลงและเกิดอาการช็อกเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว

"คณะทีมแพทย์ที่ให้การรักษาท่านรองผู้ว่าฯ สุนทร ... ได้ทำการรักษาอย่างเต็มที่สุดความสามารถแล้ว พร้อมดำเนินการรักษาถูกต้องทุกขั้นตอนตามระดับมาตรฐานสากลทั่วโลกต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ ฉะนั้นจึงขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของรองผู้ว่าฯ สุนทร และผู้ร่วมงานทุกคน " รศ.สุเมธ กล่าวและว่าสำหรับโรคนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่มีการผ่าตัดและมีการนอนในท่าเดิมนานๆ โดยไม่มีการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย จึงอาจจะทำให้เกิดโรคนี้ขึ้นมา

ชี้ผู้ป่วยนอนมากมีโอกาสสูง ... ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา โรงพยาบาลรัฐชื่อดัง เปิดเผยว่า โอกาสที่ผู้ป่วยจะเป็นลิ่มเลือดมีอยู่ 2 ทาง คือผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดแล้วไม่สามารถเดินได้เป็นเวลานาน และผู้ป่วยที่มีความผิดปกติในการแข็งตัวของเม็ดเลือด ซึ่งผู้ป่วยที่เสียชีวิตโดยฉับพลันมักจะสันนิษฐานได้ว่าสาเหตุเกิดจากลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือด ถ้าดูภายนอกจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเกิดจากลิ่มเลือดหรือไม่ ต้องมีการผ่าพิสูจน์เท่านั้นจึงจะสรุปได้ แต่มีวิธีสังเกตเบื้องต้นหากผู้ป่วยมีอาการขาบวมเพียงข้างเดียว ให้สันนิษฐานได้ว่าผู้ป่วยเป็นลิ่มเลือดอย่างแน่นอน ควรจะรีบให้ยาละลายลิ่มเลือดในทันที

"ผู้ป่วยที่ไม่ได้เดินออกกำลัง ... ทำให้เลือดไหลเวียนช้า เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด ดังนั้นผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดและต้องนอนพักเป็นเวลานาน ไม่ได้เดินออกกำลัง จึงมีโอกาสเป็นลิ่มเลือดอุดตันได้มากที่สุด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดที่ข้อขา ช่องท้อง หรือผ่าตัดในจุดที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้ ซึ่งจุดที่พบลิ่มเลือดไปอุดตันอยู่บ่อยๆ คือ ที่ขาและปอด ถ้าไปอุดตันที่ขาจะทำให้ขาบวม หากไม่รีบรักษาโอกาสที่ลิ่มเลือดจะวิ่งไปที่ปอดเป็นไปได้สูง เมื่อลิ่มเลือดอุดตันที่ปอดแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจเหนื่อยหอบและเสียชีวิตโดยฉับพลัน" ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา กล่าว

ชาวปัตตานีร่วมไว้อาลัย ... วันเดียวกัน นายเชิดพันธ์ ณ สงขลา ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ร่วมกับข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน จัดกิจกรรมขอบคุณนายกรัฐมนตรีและประชาชนทั่วประเทศที่ส่งแรงใจให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่บริเวณห้องโถงศาลากลางจังหวัดปัตตานี ซึ่งได้มีการจัดทำต้นไม้สันติภาพไว้กลางห้องโถง เพื่อให้ประชาชนนำนกสันติภาพมาผูกไว้ หลังจากนั้นทั้งหมดได้ร่วมกันยืนไว้อาลัยให้กับนายสุนทร

นายเชิดพันธ์ กล่าวว่า ... การสูญเสียของรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีในครั้งนี้ นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจของทุกคน เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดหมายมาก่อน ประกอบกับท่านเป็นผู้ที่ตั้งใจทำงาน เป็นคนดี มีความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริตและเป็นที่รักใคร่ของผู้ร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา รวมถึงประชาชนมาตลอดระยะเวลาที่รับราชการ อย่างไรก็ตามการจากไปของท่านก็ไม่ได้ทำให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เสียขวัญและกำลังใจแต่อย่างใด

สำหรับการให้ความช่วยเหลือครอบครัวของนายสุนทร ... นั้นทางจังหวัดและทุกฝ่ายจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่ และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการผ่านปลัดกระทรวงให้ทางจังหวัดดูแลอย่างเเต็มที่แล้ว

เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มกับ อส.ปืนลั่น ... พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) กล่าวว่า คดีไม่ได้ล่าช้าแต่อย่างใด ขณะนี้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอยะหริ่ง จ.ปัตตานี เจ้าของคดี ทำสำนวนการสอบสวนเสร็จแล้ว และเตรียมสรุปส่งอัยการ โดยจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากเดิมคือกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต่อผู้ต้องหาคือนายอับดุล อาแวดอเลาะ อาสาสมัคร ชรบ.ที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ

"เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ... แต่พนักงานสอบสวนก็ต้องสอบสวนต่อไป โดยใช้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การตรวจหาวิถีกระสุนและพยานแวดล้อมเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็สอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุว่า ใครอยู่อยู่ตรงไหน เมื่อนำผลตรวจวิถีกระสุนมาเทียบพบว่าตรงกับตำแหน่งยืนของผู้ใดคนนั้นก็ตกเป็นผู้ต้องหา ส่วนหัวกระสุนนั้นเจ้าหน้าที่ไม่พบ มีเพียงเศษดินปืนบางส่วนที่ตกค้างอยู่ในบาดแผลจึงไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้" ผบช.ภ.9 กล่าว

พ.ต.อ.สุธน ดิษยบุตร ผกก.สภ.อ.ยะหริ่ง กล่าวว่า ... สำนวนเดิมสรุปเสร็จแล้ว แต่เนื่องจากนายสุนทรเสียชีวิตพนักงานสอบสวนจึงต้องสอบปากคำแพทย์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตเพิ่มเติมเข้าไป คาดว่า อีก 3-4 วันจะสามารถสรุปสำนวนเสนออัยการให้พิจารณาได้ ส่วนพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งคดีอย่างไรนั้นขณะนี้ยังบอกไม่ได้

พบหัวกระสุนที่เสื้อรองผู้ว่าฯ ... นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ได้พบเศษหัวกระสุนที่ติดอยู่ที่เสื้อของรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ซึ่งจะเก็บไว้ตรวจสอบกับปืนทุกกระบอกของเจ้าหน้าที่ที่อยู่แวดล้อมตัวนายสุนทร ในวันที่เกิดเหตุ ถือว่าเป็นวัตถุพยานสำคัญซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ทั้งนี้คงไม่จำเป็นต้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าไปตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ... ในตอนแรกผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า มีการยิงมาจากโรงเรียนท่ากุนใกล้กับที่เกิดเหตุ แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีระบุว่ามาจากปืนลั่น ทำให้ไม่มีใครกล้าออกมาให้ข้อเท็จจริง นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถ้าใครเห็นอะไรให้มาบอก จะได้ตรวจสอบกัน เท่าที่ทราบทหารที่เดินคู่กับรองผู้ว่าฯ ปัตตานี บอกว่ามีเสียงปืนดังมาก

โภคินเฉ่งสอบสวนคดีล่าช้า ... ต่อมาเวลา 13.30 น. มีการเคลื่อนย้ายศพนายสุนทร ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่หอประชุมโรงเรียนเทศบาล 3 (โสภนพิทยาคุณานุสรณ์) วัดคอหงส์ประดิษฐาราม โดยมีนายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทย และ พล.อ.สิริชัย ธัญญศิริ ผู้อำานวยการ กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) พร้อมทั้งข้าราชการ ประชาชนจำนวนนับพันรายเข้าร่วมพิธี จากนั้นเวลา 17.00 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ได้อัญเชิญน้ำหลวงอาบศพพระราชทานแก่รองผู้ว่าฯ ปัตตานี

นายโภคิน กล่าวว่า ... หลังจากงานศพ จะให้นายศิวะ แสงมณี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เชิญพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องมาพบเพื่อที่จะสอบถาม ถึงสาเหตุที่ล่าช้าว่าเป็นเพราะเหตุอะไรบ้าง ใครไม่ให้ความร่วมมือ

ส่วนการตรวจสอบอาวุธปืนที่ลั่นใส่นายสุนทร ... ที่ผ่านมานั้น รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เท่าที่ได้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนในพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบ เขาก็ได้มีการตรวจสอบไปแล้ว อย่างการสงสัยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ได้ตรวจสอบไปว่า อส.มีกี่คน ทราบว่า อส.ของทางจังหวัดมี 1 คน โดยยืนเยื้องไปข้างหลัง ซึ่งเขาเองก็ไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการตรวจสอบอาวุธปืนเอ็ม 16 ภายหลังการตรวจสอบ ก็ได้รับรายงานว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น นอกนั้นเป็น อส.ประจำอำเภอ 4 คน ตรวจสอบทั้งหมดแล้วก็ไม่ปรากฏ เพราะอยู่คนละจุดคนละที่ ไม่น่าจะอยู่ในวิถีกระสุนได้

ขู่ "เด็ดหัว" คดีรองผู้ว่าฯไม่คืบ ... พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเสียชีวิตของนายสุนทร ถือเป็นเรื่องน่าเสียใจ เพราะอาการทำท่าจะดีขึ้นมาแล้ว อย่างไรก็ตามแม้ว่าผลการสืบสวนจะไม่เสร็จ แต่จะมีการปูนบำเหน็จ โดยถือว่าเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อถามว่า ... เหตุใดการสอบสวนถึงอาวุธปืนที่ก่อเหตุยังไม่กระจ่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ขณะนี้ค่อนข้างจะสรุปว่าเป็นเรื่องของปืนลั่น แต่การสอบสวนยังไม่จบ เพราะปืนที่สงสัยว่าจะลั่นเจ้าตัวก็ปฏิเสธ แต่ก็เคยมีประวัติว่าเคยลั่นมาก่อน โดยการสืบสวนเราก็จะต้องทำต่อไป ต้องสอบสวนว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นความประมาทเลินเล่อ

"เรายังทำงานแบบไทยๆ ลูบหน้าปะจมูกยังมีอยู่ ... ผมยังโกรธอยู่ว่าทำไมกระบวนการสอบสวนถึงแย่ขนาดนี้ ทั้งที่ใช้หลักวิชาการก็สามารถหาคำตอบได้อยู่แล้วด้วยตัวมันเอง ทำไมเยิ่นเย้อยืดเยื้อ ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างชัดเจน และขณะนี้กำลังดูอยู่เรื่องการเปลี่ยนชุดสอบสวนใหม่" นายกฯ กล่าว

แหล่งข่าวจากที่ประชุมครม. เปิดเผยว่า ... นายกฯ โกรธมากที่คดีดังกล่าวไม่คืบหน้า โดยระบุว่า จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แสดงว่าไร้ประสิทธิภาพ ถ้าไม่รู้ความจริงกันอย่างนี้อาจจะถึงต้องเด็ดหัวกัน บางทีบ้านเรายังมีความเกรงใจรักษาน้ำใจกันมากเกินไป แล้วก็ช่วยปกป้องกัน จนไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไรแล้ว

    �� : Hot News     ����� : 8/12/2004 05:38 AM


�����Դ��繷��: 109


สมมุตินะ แค่สมมุติ ...!!!!!!!

ถ้ากลุ่มชุมชนบางกลุ่ม ที่เป็นแนวร่วมกับพวกก่อความไม่สงบอยู่นั้น มีเจตนาจะแยกเขตการปกครองไปจริงๆ พวกเขาก็น่าจะมีเจ้าหน้าที่พร้อมทำงานเดิมๆ อยู่ในทุกหน่วยงานแล้ว

เพราะถ้าไม่มีเลย เวลาแยกไปแล้ว จะทำงานต่อเนื่องลำบาก

แล้วคิดเล่นๆ แบบดูหนังพวกสายลับมากไปนิด คือท่านรองผู้ว่าฯ อาจไปรู้เรื่องราวอะไรที่เป็นความลับสุดยอดของผู้ใหญ่ในวงราชการของแนวร่วมฯ ก็เลยต้องถูกกำจัดอย่างเร่งด่วน

เขาเรียกตามภาษาโจรว่า
ถูกสั่งเก็บหรือปิดปากให้สนิท นั่นแหละ ..!!!!!!!





    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 8/12/2004 05:41 AM


�����Դ��繷��: 110


เอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง การบิดเบือนคำสอนศาสนาอิสลาม
โดย ... นสพ.มติชนรายวัน วันที่ 03 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1268


รายงานพิเศษ
สำนักจุฬาราชมนตรี โต้ "เบอร์จีฮาด ดิ ปัตตานี" กรณีจีฮาดเพื่อราชวงศ์กลันตัน ตั้งสภาสูงสุดปกครอง "ใต้"

เอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง การบิดเบือนคำสอนศาสนาอิสลาม ในเอกสาร เบอร์จีฮาด ดิ ปัตตานี (การต่อสู้ที่ปัตตานี) ของ สำนักจุฬาราชมนตรี ที่เสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน น่าสนใจอย่างยิ่ง

น่าสนใจ ด้วยเพราะนี่ดูจะเป็นการรุกทางด้าน "ข้อมูล" ทางด้านศาสนาเพื่อร่วมแก้ปัญหาภาคใต้อย่าง "เป็นทางการ" ของสำนักจุฬาราชมนตรี

หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาศึกษาและตอบโต้ เอกสาร เบอร์จีฮาด ดิ ปัตตานี (การต่อสู้ที่ปัตตานี) ที่พบในเหตุการณ์ก่อความไม่สงบที่กรือเซะ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547

และนี่คือส่วนหนึ่งของคำตอบโต้ดังกล่าว ซึ่งสามารถชี้เป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อการได้อย่างชัดเจนที่สุด

จาการศึกษา เบอร์ จีฮาด ดิ ปัตตานี (การต่อสู้ที่ปัตตานี) ชี้ให้เห็นว่า ผู้เขียนใช้คำว่า จีฮาด ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายนัยในทางศาสนา

โดยอธิบายอย่างชัดเจนว่า การต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดน
อันหมายถึงพื้นที่ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางส่วนของจังหวัดสงขลา


เป็นการต่อสู้ในหนทางของศาสนา (จีฮาด) และเข้าใจว่าการต่อสู้นี้ ไม่ว่าจะเป็นการเข่มฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม การเข่นฆ่าเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม การทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และของประชาชน คือการจีฮาดหรือการต่อสู้ในทางศาสนา

หากพิจารณาโดยนำเอาหลักคำสอนของอิสลามมาเป็นพื้นฐานแล้ว จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การกระทำดังกล่าวนั้น "ขัดต่อคำสอนอิสลาม"

ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้จะนำการกระทำอันโหดร้าย ป่าเถื่อน และไร้เหตุผลเช่นนี้ มากล่าวว่าเป็นคำสอนของอิสลามไม่ได้เด็ดขาด

เพราะการกระทำดังกล่าวนี้ นอกจากขัดแย้งอย่างชัดเจนต่อคำสอนอิสลามแล้ว ยังมีโองการจากคัมภีร์อัลกุรอาน และฮาดีษ (วจนะของท่านศาสดามูฮัมมัด ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) จำนวนมากที่ได้กล่าวตำหนิหรือประณามการกระทำในทำนองนี้ ซึ่งเมื่อบุคคลกลุ่มนี้กระทำการดังกล่าวจะนำคำสอนเรื่อง "จีฮาด" มาอ้างได้อย่างไร

และที่สำคัญเหนืออื่นใด เมื่อการกระทำของบุคคลกลุ่มนี้ขัดต่อหลักคำสอนของอิสลาม และได้ตายไปในวิถีแห่งความงมงาย เข้าใจผิดและขัดต่อหลักคำสอนของอิสลามเช่นนี้ จะถือว่าพวกเขาตายในหนทางของศาสนา หรือเป็น "ชะฮีด" หรือเป็นนักรบอันทรงเกียรติในทัศนะอิสลามได้อย่างไร

แนวคิดอีกประการหนึ่งที่ปรากฏในเอกสารชิ้นนี้คือ
การพยายามแบ่งคนในสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น 3 กลุ่ม


คนกลุ่มแรก คือที่เห็นด้วยและว่าการต่อสู้ตามแนวทางของเขา เพื่อการแบ่งแยกดินแดนถือว่าเป็นมุสลิม ที่ถูกต้อง เป็นผู้ที่ศรัทธาที่แท้จริง (มุอฺมิน) และถ้าหากเขาได้ร่วมต่อสู้ และตายไป พวกเขาคือ "ชะฮีด"

กลุ่มที่สอง คือบรรดามุสลิมผู้ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกเขา ไม่เห็นด้วยกับการกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อนของพวกเขา เขาเรียกมุสลิมกลุ่มนี้ว่า คนทรยศ คนกลับกลอก (มุนาฟิก) แม้บุคคลกลุ่มนี้จะปฏิบัติศาสนาอย่างเคร่งครัด ดำเนินชีวิตอยู่บนหลักคำสอนของอิสลามอย่างแท้จริง แต่ในทัศนะของผู้เขียนเอกสารชิ้นนี้ ก็ยังเห็นว่าเขาไม่ใช่ผู้ศรัทธาที่แท้จริง

กลุ่มที่สาม คือคนที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งเขาเรียกว่า คนนอกศาสนา (กาฟิร หรือ มุชริก)

หน้าที่ของคนกลุ่มแรก คือการขจัดคนกลุ่มที่ 2 และ 3 ให้ สิ้นซาก

เอกสาร "การต่อสู้ที่ปัตตานี" พยายามปลูกฝังแนวคิดที่ผิดๆ เช่นนี้ ด้วยทัศนะที่มองว่ากลุ่มของตนเองเป็นกลุ่มที่มีความบริสุทธิ์ จริงใจ และเสียสละ ให้กับศาสนาเหนือกว่าคนกลุ่มอื่น

คนกลุ่มอื่นแม้ได้ดำเนินชีวิตไปบนแนวทางของศาสนาอย่างเคร่งครัด อุทิศชีวิต เวลาและทรัพย์สิน ทำงานอุทิศให้กับศาสนา ก็ยังมีค่าน้อยกว่ากลุ่มของพวกเขาที่กล้าเสียสละชีวิตเพื่ออุทิศในการต่อสู้ อย่างไรเสียกลุ่มของพวกเขาก็มีค่าสูงส่งกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้การดำเนินการของพวกเขาบรรลุวัตถุประสงค์ ใครก็ตามที่ไม่เห็นด้วย ขัดขวางพวกเขา ก็ให้ค่าคนกลุ่มที่ต่อต้านนี้เป็นคนทรยศ ซึ่งอิสลาม (ตามทัศนะของคนกลุ่มนี้) อนุญาตให้ฆ่าได้

คนกลุ่มนี้ จึงทำตนเสมอพระเจ้าที่กำหนดแนวทางการลงโทษผู้คน จากทัศนะของตนเองมากกว่าจะตัดสินผู้คนตามหลักการอิสลาม

การกระทำที่ป่าเถื่อน โหดร้าย จึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะบุคคลกลุ่มนี้เข้าใจว่าสิ่งที่เขาดำเนินการอยู่เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามบทบัญญัติอิสลาม

ทัศนะเช่นนี้ คือความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง การกระทำเช่นนี้ จึงไม่ใช่เป็นการกระทำที่เป็นการทำลายความมั่นคงของชาติเท่านั้น

แต่เป็นการกระทำที่ทำลายศาสนาอิสลาม และภาพลักษณ์ของพี่น้องมุสลิมโลกด้วย

ในเอกสาร เบอร์ จีฮาด ดิ ปัตตานี (การต่อสู้ที่ปัตตานี) ยังได้ระบุว่า เมื่อดำเนินการจนได้รับชัยชนะ หรือยึดดินแดนคืนได้แล้ว พวกเขาจะจัดการปกครองในลักษณะ

1... เนื่องจากดินแดนบริเวณนี้ถูกปกครองด้วยกษัตริย์ที่สืบเชื้อสายมาจากกลันตัน จึงเป็นการเหมาะสมว่า เมื่อได้รับชัยชนะแล้ว จะต้องสถาปนาราชวงศ์กลันตันขึ้นเป็นผู้ปกครองสูงสุด ที่นีบถือศาสนาอิสลามนิกายสุนนี มัชฮับซาฟีอี (สำนักความคิดสายอิหม่ามซาฟีอี)

2... ควรมีสภาสูงสุดที่ประกอบขึ้นจากนักวิชาการมุสลิม ผู้นับคือแนวทางมัซฮับซาฟีอี และตัวแทนบุคคลในสาขาอาชีพต่างๆ สภานี้มีอำนาจสูงสุดในการแต่งตั้งและถอดถอนผู้นำ

3... ให้มีสภาประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนบริหารประเทศ

กล่าวโดยสรุป ... เอกสาร เบอร์ จีฮาด ดิ ปัตตานี (การต่อสู้ที่ปัตตานี) เป็นเอกสารที่เขียนขึ้นเพื่อปลุกความรู้สึกชาติพันธุ์นิยม โดยนำเอาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ และคำสอนของศาสนามาเป็นเครื่องมือในการสร้างหรืออธิบายความชอบธรรม ในการปฏิบัติการของคนกลุ่มนี้

จะเห็นว่าในการสร้างความรู้สึกฮึกเหิมและความกล้าหาญนั้น จะไม่มีสิ่งใดที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้เท่ากับการปลุกความรู้สึก โดยอาศัยชาติพันธุ์นิยม และอาศัยคำสอนศาสนามาปลุกปลอบความรู้สึกเหล่านี้ การอาศัยความรู้สึกในชาติพันธุ์นิยมและความพยายามอธิบายให้เห็นว่า การต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดน คือ การต่อสู้ในทางศาสนา ทำให้สามารถปลุกความรู้สึกของคนบางกลุ่มที่ไม่มีความรู้ทางศาสนาลึกซึ้งอย่างเพียงพอ หรือมีทัศนะที่คับแคบ สามารถยอมปฏิบัติการเสียสละชีวิตของตนได้ กอปรกับกระแสของโลกที่เกิดขึ้นในโลกมุสลิมมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น ทำให้บุคคลเหล่านี้เห็นดีเห็นงามไปกับแนวคิดแบบความรุนแรงนี้ และยิ่งได้แรงเสริมจากการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการบางคน ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

คำอธิบายของคนกลุ่มนี้จึงดูเสมือนว่ามีความชอบธรรมยิ่งขึ้น

สำนักจุฬาราชมนตรี ได้ตอบโต้ทัศนะเรื่อง จีฮาด ที่ปรากฏในเอกสารเบอร์ จีฮาด ดิ ปัตตานี อีกว่า ผู้เขียนเอกสารมีความเข้าใจคำสอนเรื่อง "จีฮาด" คับแคบ และเลือนรางเต็มที โดยข้อเท็จจริงแล้ว คำสอน เรื่อง "จีฮาด" ถือเป็นคำสอนที่ยิ่งใหญ่ในอิสลาม มันหมายถึงการพัฒนาตนเอง เพื่อเอาชนะกิเลสฝ่ายต่ำของเรา และนี่คือ จีฮาด ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

เพราะการจีฮาดนี้จะต้องดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด ตราบเท่าที่โลกนี้ยังมีมนุษย์อยู่

การจีฮาดยังรวมไปถึงการเรียกร้องคนมาสู่ความดี และการห้ามปรามความชั่ว นี่คือวิถีทางของการสร้างสรรค์สังคมที่สงบสุขและสันติสุข

จีฮาด จะหมายถึงการสู้รบได้ แต่นั่นหมายถึงมีเงื่อนไขที่จะเอื้อต่อการที่จะอ้างการจีฮาด ได้

พฤติกรรมที่ส่อแสดงไปในทางความเชื่อแบบบ้าคลั่ง งมงาย และไร้เหตุผล เข่มฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างไม่เลือกหน้า มันห่างไกลเหลือเกินจากความหมายของคำว่า จีฮาด

สำนักจุฬาราชมนตรี ยืนยันว่า จีฮาด เป็นคำที่สูงส่งในอิสลาม มีคุณค่ายิ่งแก่การน้อมนำมาปฏิบัติ น่าเสียดาย ณ วันนี้ คำคำนี้ได้ถูกคนบางคนสร้างภาพแห่งความน่ากลัว สยดสยอง ข่มขู่ คุกคาม มาละเลงสีให้กับความบริสุทธิ์ของ จีฮาด สูญเสียความงดงามไปอย่างไม่น่าให้อภัย

กลุ่มคนที่หลงเชื่อตามแนวคิดของเอกสารเบอร์ จีฮาด ดิ ปัตตานี ไม่มีสิทธิ์แม้แต่น้อย ที่จะใช้คำว่า จีฮาด ซึ่งเป็นคำสูงส่งในอิสลาม

เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาสร้างความแปดเปื้อนให้กับคำคำนี้...!!!!!!!!!!!!!

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 8/12/2004 08:26 AM


�����Դ��繷��: 111

พวก โจรกระจอก ไง

    �� : พี่เก่ง     ����� : 8/12/2004 10:17 AM


�����Դ��繷��: 112


คำถามต่อกรณี กระสุนปริศนา...!?
โดย ... นสพ.ผู้จัดการฯ เซี่ยงเส้าหลง 8 ธันวาคม 2547 01:14 น.


ขอแสดงความเสียใจต่อ มรณกรรม ของ สุนทร ฤทธิภักดี ... รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ที่มีต้นเหตุจาก กระสุนปริศนา เมื่อ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2547 ... ภาษาชาวบ้านก็คือ คืนวันที่ 22 พฤศจิกายน 2547 ... ไม่ว่ากระสุนนัดนั้นจะมาจาก ปืนกระบอกใด ของ ใคร ... ฝ่ายใด ก็ไม่ทำให้ การเสียสละชีวิตของข้าราชการระดับสูงของประเทศที่ทุ่มเททำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย ต้องด้อยคุณค่าลงแต่ประการใด แต่ ณ นาทีนี้ เชื่อว่า สังคมไทยต้องการความกระจ่างโดยเร็ว โดย บทสรุปทางการ ว่ากระสุนปริศนานัดนั้นมาจาก ฝ่ายใด ไม่ว่าจะมี การดำเนินการเพื่อผลลัพธ์รวมของกระบวนการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม

แม้ เซี่ยงเส้าหลง ... จะ ไม่อยากพูด ... ไม่เคยพูด ... ก็ถึงเวลาที่ ต้องพูด เพราะ ณ วันนี้เวลาผ่านมา 12 วันเต็ม กระบวนการสืบสวนสอบสวนของบ้านนี้เมืองนี้ยังไม่สามารถ ให้ความกระจ่างแก่สาธารณชน ได้ถึง ที่มา ... สาเหตุ ของ กระสุนปริศนา ย่อมสะท้อนให้เห็นถึง ปัญหาใหญ่หลวงในการดับไฟใต้ แล้ว ... เพราะสาธารณชนทั่วไปย่อมมีสิทธิที่จะ คิด ... ตั้งคำถามในใจ ได้ว่า ... ...ถ้ากระสุนเพียงนัดเดียวที่ปลิดชีวิตข้าราชการระดับสูงยังไม่สามารถให้คำตอบได้ แล้วกระสุนนับร้อยนัดในรอบ 12 เดือนที่ปลิดชีวิตสามัญชนคนเดินดิน จะมั่นใจได้อย่างไรในประสิทธิภาพการตอบคำถามของฝ่ายบ้านเมือง. ... จริงหรือไม่...?

แรกเริ่มเดิมที ... ข่าวทางการ ที่ออกมา บอกประชาชน ในชั้นต้นคือ ถูกลอบยิงจากขบวนการก่อความไม่สงบ ... หรือพูดง่าย ๆ ว่า โจรใต้ลอบยิง ... แต่แล้วข่าวใหม่ ตลอดวันของ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2547 ที่เริ่มต้นออกมา อย่างหนักแน่น ... อย่างค่อนข้างมั่นใจ จากปากของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ... นายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งเดินทางกลับจากการประชุม เอเปค 2004 ที่ ชิลี ในช่วง เช้าวันที่ 23 พฤศจิกายน 2547 นั้นเองที่ระบุว่าน่าจะเป็นเพราะ ปืนลั่น คำให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการของ หัวหน้าฝ่ายบริหาร ในช่วงบ่ายวันนั้นมีดังนี้ ...

เอาเป็นว่า...ตอนนี้.... รอผลตรวจจากนิติเวชก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ผมให้นโยบายไปว่า ขอให้รายงานทุกอย่างตรงไปตรงมา ถ้าถูกยิงก็คือถูกยิง หรือถ้าปืนลั่นก็คือปืนลั่น จะได้รู้ว่าอะไรคืออะไรกันแน่ ถ้าเป็นเรื่องอุบัติเหตุก็ว่ากันไป ไม่ต้องห่วง เพราะไม่ใช่เรื่องความผิดอะไร เรื่องนี้คงตรวจสอบไม่ยาก แต่บังเอิญในที่เกิดเหตุไม่มีหัวกระสุนตกอยู่ ถ้าเป็นการยิงจากที่ไกล ๆ เข้ามา หัวกระสุนจะต้องฝัง. ... ขณะที่คำพูดอย่างไม่เป็นทางการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนหน้านั้นระบุว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความไม่พอใจ ที่เกิดเหตุในทำนอง รายงานไม่ตรงความจริง ... หาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้

ความคืบหน้าในวันต่อมา วันที่ 24 พฤศจิกายน 2547 คำให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการของ หัวหน้าฝ่ายบริหาร คนเก่งยังคง ยืนยันในสมมติฐาน ว่าเหตุเกิดเพราะ ปืนลั่น โดยท่านได้แสดงความมั่นใจจากประสบการณ์ที่เรียนมาทาง Police Science ... น่าจะแปลว่า วิทยาการตำรวจ ... วิทยาศาสตร์ตำรวจ ... โดยให้ข้อสันนิษฐาน แคบลงไป กว่าวันก่อนว่า ... ...เชื่อว่าจะเป็นปืนจากอส.คนใดคนหนึ่ง. ... วันนั้นคำให้สัมภาษณ์ยังออกมาในน้ำเสียงเชิง ไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ดังนี้ ... ...นี่คือการทำงานที่อ่อนแอ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้เตือนไปว่าทำงานอย่างนี้ไม่ได้ ความจริงนั้นมีหลักพิสูจน์ ผมทิ้งวิชาการมาตั้งนานแล้ว เรียนหนังสือมาตั้งหลายปีแล้ว ยังรู้เลย

สามัญสำนึกบอกได้เลยว่า ... ปืนต้องยิงจากที่ใกล้ เพราะลูกกระสุนไม่อยู่ที่ตัว ถ้าลูกกระสุนอยู่ในตัวก็แสดงว่ายิงอยู่ที่ไกล. ... และล่าสุด 1 วันหลังจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ผู้เคราะห์ร้ายท่านนี้ถึงแก่กรรม วันที่ 7 ธันวาคม 2547 นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ยังยืนยันว่ามาจากเหตุ ปืนลั่น ด้วยการให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการว่า ... ...สาเหตุในขณะนี้เกิดจากปืนลั่น แต่การสอบสวนยังไม่มีข้อสรุป เพราะคนที่สงสัยว่าเป็นคนทำปืนลั่น...เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ แต่มีประวัติว่าเคยทำปืนลั่นมาก่อน. ... ท่านยังคงมีน้ำเสียง ไม่พอใจ ในประโยคที่ว่า ... ...ได้มีการเร่งให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการ แต่รู้สึกไม่พอใจที่การสอบสวนยังล่าช้า รู้สึกว่ามันแย่ เพราะการสอบสวนแค่นี้...ตามหลักวิชามันตอบได้อยู่แล้วด้วยตัวมันเอง แต่ทำไมมันถึงเยิ่นเย้อยืดเยื้ออย่างนี้. ... นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับที่แสดงให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ท่านเชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นคือ ปืนลั่น ไม่ใช่ โจรใต้ลอบยิง แต่ก็ยังไม่มี บทสรุปอย่างเป็นทางการ ออกมาจาก ภาครัฐ และจะมีเมื่อไรหรือไม่อย่างไร ณ นาทีนี้ก็ยังไม่มีใครรู้

น่าพิจารณาว่า รายงานชั้นต้น ... การให้ข่าวในพื้นที่ ที่ว่า โจรใต้ลอบยิง นับจากวินาทีแรกที่เกิดเหตุขึ้นนั้นมาจากเหตุ เชื่อโดยบริสุทธิ์ว่าเป็นความจริง หรือ จงใจปิดบังความจริงเพื่อเหตุผลบางประการ ซึ่งย่อมจะมี ผลแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง ทีเดียว

อีกประเด็นหนึ่ง ... ข่าวชั้นต้นที่ประชาชนรับรู้ ที่ว่า โจรใต้ลอบยิง นั้นเป็นเนื้อหาสาระเดียวกันหรือไม่กับที่ รายงานส่งไปยังนายกรัฐมนตรี ซึ่งถ้า ใช่ เหตุไฉนนอกจากจะทำให้นายกรัฐมนตรีคนนี้ ไม่เชื่อถือ แล้วยัง สันนิษฐานไปอีกทางหนึ่ง อีกต่างหาก

น่าพิจารณาว่า ... ความมั่นใจของนายกรัฐมนตรี นั้นมาจากปัจจัย พื้นฐานการศึกษาและประสบการณ์ส่วนตัว ... ทางด้านวิทยาการตำรวจ เพียง ปัจจัยเดียว หรือมี ปัจจัยเสริม ที่มาจาก รายงานชั้นต้น ... จากอีกทางหนึ่ง ที่ไม่ใช่ สายงานปกติ โดยเป็นรายงานที่มีเนื้อหา ขัด ... แย้ง อันเป็นผลทำให้หัวหน้าฝ่ายบริหารของเรา ไม่พอใจ หากคำตอบของคำถามในย่อหน้านี้และย่อหน้าก่อนเป็นไปในทาง จริง แล้วก็น่าตั้งคำถามต่อไปถึง รายงานชิ้นอื่น ๆ ที่ ใหญ่กว่า ... สำคัญกว่า ล่ะว่ามีชิ้นใดบ้างหรือไม่ที่มีลักษณะ เชื่อโดยบริสุทธิ์ว่าเป็นความจริง หรือ จงใจปิดบังความจริงเพื่อเหตุผลบางประการ และจะมีผลก่อให้เกิดภาวการณ์ แนวทางการแก้ปัญหาเบี่ยงเบนจากความจริง ไปมากน้อยเพียงใด

นอกจากนั้น ... เซี่ยงเส้าหลง มิอาจหลีกเลี่ยงไม่ตั้ง คำถามสุดท้าย เพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายทุกคนด้วยว่าระหว่าง รายงานชั้นต้น ... โจรใต้ลอบยิง กับ รายงานจากอีกทางหนึ่ง + ข้อสันนิษฐานตามหลักวิทยาการตำรวจ นั้นทางใดคือ ความจริง กันแน่

คำถามต่าง ๆ เหล่านี้ ... ต้องทำให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว ไม่ใช่ปล่อยให้ ลืม ๆ กันไป เพราะเหตุที่เกิดขึ้นย่อมแสดงให้เห็นว่า ข่าวสารสำคัญจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีลักษณะ สับสน ... หลากทิศหลายทาง ซึ่งย่อมส่งผลต่อเนื่องไปถึง แนวทางการแก้ปัญหา ด้วย

อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่ การเริ่มต้น ... ตั้งคำถามขึ้นมาเองของสื่อมวลชน ที่ภายใต้บรรยากาศปัจจุบันอาจถูกกล่าวหาได้ว่า ไม่รักชาติ ... ไม่ต้องการให้เกิดความสามัคคีและเอกภาพในการแก้ปัญหา คิดดูก็แล้วกันว่าภายใต้บรรยากาศเช่นนี้หากเกิดเหตุที่เจ้าหน้าที่แถลงว่า โจรใต้ลอบยิงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แล้วไม่มี ผู้ใหญ่คนใด ออกมา ให้ข้อมูลแตกต่างออกไป จะมีสื่อมวลชนหน้าไหนกล้า บ้า ... ฆ่าตัวตาย ด้วยตั้งคำถามว่า ... ...ท่านครับ ปืนลั่นหรือเปล่า. ... เล่า

สมมติในย่อหน้าก่อน ... เซี่ยงเส้าหลง ... ว่าอย่าว่าแต่ สื่อมวลชน ต่อให้เป็น ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ... รัฐมนตรี ... รองนายกรัฐมนตรี หรือใครก็ตามที่ไม่ใช่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่มีใคร กล้าตั้งคำถามเช่นนั้น แน่นอน

แต่ ... กรณีเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ... นายกรัฐมนตรี เองที่ทำหน้าที่ เริ่มต้นเปิดประเด็น แล้วก็ไม่ใช่ ครั้งเดียว แต่ หลายครั้ง ... มั่นใจ แล้วจะให้สื่อมวลชน เงียบ ... ไม่ตามประเด็นต่อ ก็ออกจะ ผิดวิสัย โขอยู่นา .....................................ฯลฯ

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 8/12/2004 11:17 AM


�����Դ��繷��: 113


สะแปอิง บาซอ หัวหน้ากลุ่ม บี.อาร์.เอ็น.ใหม่


นายกฯย้ำเดินหน้าจัดการ อุสตาซ นอกรีต สุมไฟใต้..!!
โดย ..... ผู้จัดการออนไลน์ 18 ธันวาคม 2547 10:22 น.



นายกฯ ลั่นเดินหน้าจัดการ อุสตาซ นอกรีต พร้อมชี้จับตาสูตร 12+29+31 มีบุคคลน่าสนใจรวมอยู่ด้วย พร้อมย้ำภาพชัดเจนหลังทนกลืนเลือดมานาน

เช้าวันนี้ (18ธ.ค.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการ นายกฯทักษิณคุยกับประชาชน ใจความตอนหนึ่งว่า เมื่อคืนนี้ได้ไปเป็นประธานในงาน แม่ของแผ่นดิน ซึ่งจัดที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อเทิดพระเกียรติของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมรานีนาถ ในวาระครบ 6 รอบ ซึ่งมีประชาชนสนใจร่วมงานมากกว่า 40,000คน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้เพื่อให้คนไทยรู้สึกรักแม่ของตัวเองและแม่ของแผ่นดิน

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า หลังจากจบรายการจะไปเป็นประธาน เมืองแห่งภูมิปัญญา หรือ OTOP CITY ครั้งที่2ที่เมืองทองธานี ซึ่งเมื่อปีที่แล้วขายได้กว่า 46,000ล้านบาท และยังแสดงถึงภูมิปัญญาไทย และของดีในประเทศยังมีอยู่เยอะ นอกจากนี้ตอนเย็นจะไปเป็นประธาน "ราชบุรีเกมส์"ที่สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรีด้วย ซึ่งกีฬาแห่งชาตินี้จะจัดกันทุกปี

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ..... ในเรื่องการจับกุมคนที่ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น "ผมอ่านข่าวกรองมาเป็นเวลากว่า 2 ปี และเริ่มอ่านมากเป็นพิเศษหลังเหตุการปล้นปืน 4ม.ค.46 เป็นต้นมา ซึ่งพบว่ามีการเชื่อมโยงกันเป็นพิเศษ และได้บอกหน่วยข่าวกรองไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น และหลังจากที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชีนีนาถมีพระราชเสาวนีย์ เราก็พบว่า คนเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากพรรคพวกที่อินโดนีเซีย เพราะบางคนเรียนที่นั่น มีเพื่อนที่นั่น มีเมียที่นั่น และในประเทศไทยก็มีการฝึกอาวุธกันในป่ารวมทั้งในฝั่งมาเลย์ที่รัฐกลันตันก็มีบางส่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งมาเลย์ -อินโดฯให้การสนับสนุนนะเขาลักลอบทำกัน"

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ..... เราพบว่าตอนนี้ภาพมันชัดเจนมาก และเราสามารถรวบรวมพยานหลักฐานมากพอ และเรายังได้ประสานกับอัยการตั้งแต่เริ่มแรก เมื่อทำงานไประยะหนึ่งมีหลักฐานเพียงพอแล้ว จึงออกหมาบจับ12คนแรก และนำไปสู่การจับกุม 4 แกนนำดังกล่าว คือครูใหญ่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิยะลา ซึ่งเป็นโรงเรียนใหญ่มากมีนักเรียนกว่า 7,000คน ซึ่งคนนี้แหละว่าจะเป็นผบ.สส.ในอนาคต

การที่มีครูเลวๆไม่กี่คน ทำให้เสื่อมเสียโรงเรียน
ซึ่งครูเหล่านี้ จะพยายามมองหานักเรียนที่หน่วยก้านดีๆ
นำมาล้างสมอง เพื่อไปก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้


ส่วนอีกคนคือ นาย สะแปอิง บาซอ
บุคคลซึ่งหัวหน้าใหญ่ ที่จะเป็น นายกฯ ในอนาคต


อย่าฝันว่า ..... จะได้เป็นหากตนเองยังอยู่ตรงนี้ และจะจัดการตามกฏหมายของประเทศต่อไปอานิสงค์ของการพับนกทำให้พี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เขารู้สึกว่าคนไทยห่วงเขารักเขา ซึ่งจากที่เคยถูกมองว่าเป็นพลเมืองชั้น 2 ก็เข้าใจดีขึ้นและให้ความร่วมมือมากขึ้นเช่นกัน จนนำไปสู่การออหมายจับ 12 คนและอีก 29+31 ซึ่ง31คนนี้เป็นบุคคลที่น่าสนใจเป็นพิเศษ

ผมจะไม่ปล่อยไว้แน่ ผมจะเดินหน้ากวาดล้าง
อย่าทะลึ่งมาอยู่ในแผ่นดินไทย ถ้าคิดจะหนีก็หนีไปสุดโลก


นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ..... สิ่งที่อดทนมาเรากลืนเลือดมาโดยตลอด ให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตไปจำนวนมาก เพราะจะทำอะไรไม่มีหลักฐานไม่ได้ เพราะมันมีคนคอยประณามอยู่ คอยหวังผลทางการเมือง เพราะฉะนั้น เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะระหว่างกลืนเลือดไปประชาชนเสียชีวิตไปหลายคน ... เราจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย ส่วนคนที่หลงผิดเข้ามามอบตัวนะครับ เราจะกันไว้เป็นพยาน คนที่มักใหญ่ไฝ่สูงเราต้องจัดการแน่ ผิดธรรมนองคลองธรรมของประเทศต้องอยู่ไม่ได้

นอกจากนี้ ..... นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวอีกว่า เมื่อปีใหม่ปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตเยอะตัวเลขอยู่ที่ 620 คน และบาดเจ็บกว่า 25,000 คน ปีนี้เราพยายามจะให้ลดลง

แต่ขอความร่วมมือ คนที่เมาแล้วอย่าขับ หรือ ง่วงก็พักนอน ...!!!!!




    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 18/12/2004 03:31 PM


�����Դ��繷��: 114



เมื่อตอนเที่ยง รายการคุยคุ้ยข่าว

คุณสรยุทธ และ คุณกนก .....
ร่วมกันเชิญชวน ผู้ชมและคนไทยทุกๆ คน สนับสนุนคำกล่าวของนายกฯ
และ ร่วมกันปฎิญาณไว้ ประมาณว่า........


ตราบใดที่ ผม..... ยังมีชีวิตอยู่
เราจะไม่ให้ใครมาแบ่งแยกดินแดนของประเทศไทย อย่างเด็ดขาด


มีผู้ส่ง SMS เข้าไปสนับสนุนเต็มเลย
เราก็ขอร่วมสนับสนุนและปฎิญาณ ด้วยเช่นกัน ...!!!!!

แบบนี้ ต้องหัดร้องเพลงนี้ ไว้นะคะ




๏ ๏ ๏ ขวานนี้ มีมาก่อนเราเกิด...............คือสิ่งประเสริฐ ที่มีบ้านเป็นของตน
จะแยกไปทำไม ไร้เหตุผล...............เราล้วนเป็นคน เป็นประชาชนไทย
แผ่นดินยามมี คนคอยยุแหย่...............ระส่ำย่ำแย่ บ้านเมืองลุกเป็นไฟ
ถึงเวลา ต้องร่วมแรงร่วมใจ...............หวงแผ่นดินไทย ด้วยหัวใจสามัคคี

๏ ๏ ๏ แถบธงแดง ขาว น้ำเงิน...............จงโบกนำความเจริญ สู่พี่น้องผองไทย
ให้โลกรับรู้ว่า เราคือใคร...............ขวานเอย ขวานไทย ดวงใจเป็นหนึ่งเดียว

๏ ๏ ๏ ขวานที่ไม่มีด้าม...............นำไปใช้ ย่อมไร้พลัง
คนไทย ไม่เคยแบ่งข้าง...............ไทย แขก จีน ฝรั่ง ที่เกิดยังเมืองไทย
ใต้ร่มบรมโพธิสมภาร...............พระเจ้าอยู่หัว พระราชินี ทรงห่วงใย
ลูกเอย หลานเอย ล้วนคนไทย...............มาสร้างฝันกันใหม่ ให้ขวานไทย ใจหนึ่งเดียว ๏ ๏ ๏





    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 18/12/2004 03:36 PM


�����Դ��繷��: 115



ดูข่าวจาก ITV ที่สัมภาษณ์ผู้ว่าฯ นราธิวาส .....
ท่านบอกว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็มีการพยายามระเบิดคาร์บอมส์แบบนี้
ที่กรุงเทพฯ ก็เคยมี........................................แต่บังเอิญตรวจพบก่อน


แบบนี้ ก็แสด