| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- สมัครสมาชิก | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | เข้าระบบผู้ดูแล | ตั้งกระทู้ใหม่ -



จัดการแก้ไขปัญหา “ช้างเร่ร่อน” ในกรุงเทพฯ


ผ่าขบวนทำนาบนหลังช้างเผย90%อยู่ในกำมือนายทุน ..... เผยเบื้องหลัง “ทักษิณ” สั่งจัดการแก้ไขปัญหา “ช้างเร่ร่อน” ในกรุงเทพฯ ให้สิ้นซาก เหตุพบมีขบวนการนายทุนทำนาบนหลังช้างกว้านซื้อตัวละ 2 แสนบาท จากนั้นก็นำมาปล่อยให้ควาญเช่าในราคาตัวละ 4-5 หมื่นบาท เพื่อให้เดินทางเข้ามาเรี่ยไร่ขอเงิน ย้ำต้องเล่นงานและไล่เบี้ยนายทุนต้นตอของปัญหา ด้านเลขาฯ มูลนิธิเพื่อนช้างชี้ช้างเร่ร่อนกว่า 90% เป็นของนายทุน การแก้ปัญหาไม่คืบเพราะขาดเจ้าภาพ ย้ำชัดทางออกมีแต่ติดผลประโยชน์ เสนอยกเลิกช้างเป็นพาหนะ นำช้างเข้าพ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ป่า

การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2546 ที่ผ่านมา ..... หนึ่งในเรื่องเล็กที่ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรีหยิบยกขึ้นมาพูดและสั่งการให้จัดการอย่างเด็ดขาดก็คือ "ปัญหาช้างเร่ร่อน" ในกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งมอบหมายให้ "นายสุวิทย์ คุณกิตติ" รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบและแก้ปัญหาให้จบสิ้นโดยเร็ว ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณรับรู้ข้อมูลทั้งหมดว่า มีขบวนการนายทุนอยู่เบื้องหลังการเข้ามาของช้างเร่ร่อนในกรุงเทพมหานครอีกด้วย

สั่งไล่บี้นายทุนให้สิ้นซาก ..... จากการตรวจสอบข้อมูลตามที่ "น.ต.ศิธา ทิวารี" อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันย้ายไปรับตำแหน่ง "รองเลาขาธิการนายกรัฐมนตรี" ได้เปิดเผยคำพูดของนายกรัฐมนตรีที่กล่าวกับคณะรัฐมนตรี ก็จะพบว่ามีนัยสำคัญในหลากหลายประเด็นด้วยกัน เริ่มต้นจากเรื่อง "ขบวนการทำนาบนหลังช้าง" ที่พบว่า ช้างที่เข้ามาเร่ร่อนในกรุงเทพฯ นั้น ส่วนมากจะเป็นนายทุนออกเงินซื้อช้างในราคาตัวละประมาณ 200,000 บาท และปล่อยให้ควาญช้างเช่าในราคาเดือนละประมาณ 40,000 - 50,000 บาท

จากนั้น ..... ก็พากันเดินทางเข้ามาในเขตกรุงเทพฯ เพื่อขอเรี่ยไรเงินคนในการซื้ออาหารให้แก่ช้าง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณย้ำชัดเจนว่า ถ้าปราบปรามไม่สำเร็จก็คงต้องไปไล่เบี้ยกับนายทุน ผู้เป็นคนออกเงินในการซื้อช้างและให้เข้ามาเดินหารายได้ในกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมของ "ผู้จัดการายวัน" ทำให้พบว่า ในความเป็นจริงนั้นเรื่องนี้มีความสลับซับซ้อนและเรื้อรังมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่รับผิดชอบที่พอมีข่าวเรื่องช้างตกมันเหยียบหรือทำร้ายคนตาย ก็จะกระตือรือร้นแก้ปัญหา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ ปัจจุบัน ซึ่งพบว่า มีช้างเร่ร่อนออกเรี่ยไรเงินในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานครมากมาย

น.ส.โซไรดา ..... กล่าวถึงปัญหาการนำช้างออกมาเดินเร่ร่อนว่ามีสาเหตุเนื่องจากการปิดสัมปทานป่า และผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เจ้าของช้างไม่งานทำ จึงผลักดันมีการขายช้าง หรือนำออกมาเร่ร่อนขอทานตามข้างถนน นอกจากนี้ยังมีช้างที่ว่างเว้นงานจากธุรกิจท่องเที่ยวเข้ามาร่วมด้วย จึงทำให้จำนวนช้างเร่ร่อนในปัจจุบันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในปัจจุบันพบว่ามีช้างที่เร่ร่อนทั่วประเทศประมาณ 500-600 เชือก ส่วนในกรุงเทพฯ มีจำนวนกว่า 100 เชือก โดยกว่า 90 % เป็นช้างของนายทุน ที่มีนักการเมืองทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติโยงใยอยู่เบื้องหลัง

"เป็นที่น่าวิตกกังวลว่า ..... นายทุนกลุ่มนี้กำลังพยายามกว้านซื้อ ลูกช้างป่า ทั้งจากในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยราคาเชือกละประมาณ 30,000 บาท เพราะลูกช้างสามารถฝึกให้ใช้งานได้เร็ว ขนส่งสะดวก น่ารักน่าสงสาร จูงใจผู้คนให้ใช้บริการต่างๆ ได้ง่ายกว่าช้างโต และให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงถึงเดือนละ 40,000-50,000 บาท/ตัว" น.ส.โซไรดากล่าว

ส่วนแนวคิดการเอาผิดกับนายทุนของนายกรัฐมนตรีนั้น ..... เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้างแสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายรองรับการเอาความผิด และไม่มีการดำเนินการใดๆ กับผู้อยู่เบื้องหลัง อีกทั้งหน่วยงานรัฐยังมีความสับสนว่าใครจะเป็นเจ้าภาพดูแลปัญหานี้ เพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน อาทิ ช้างบ้านอยู่ในความดูแลของ กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ส่วนช้างป่าก็อยู่ในความดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และยังมีความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย

แนะแก้กม.เลิกเป็นพาหนะ ..... น.ส.โซโรดากล่าวต่อไปว่า ความจริงแล้วปัญหาเรื่องช้างมีทางออก เพียงแต่ไม่มีการนำไปสู่การปฏิบัติที่แท้จริง เพราะทุกคนกำลังมองว่า จะแสวงหาประโยชน์อย่างไรกับช้างได้บ้าง แต่ไม่มองว่าเราทำอะไรให้ช้างได้บ้าง คณะกรรมการที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาช้าง ก็ล้วนแต่เป็นคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียแทบทั้งสิ้น ส่วนการยึดช้างที่เดินเร่ร่อนทุกวันนี้เป็นเพียงการป้องปรามเพียงอย่างนั้น สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหานี้นั้น ทางมูลนิธิเพื่อนช้างเสนอว่า ควรจะนำช้างออกจากการเป็นสัตว์พาหนะ และนำช้างเข้ามาอยู่ในพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เพื่อบังคับให้เจ้าของนำช้างมาแจ้งทะเบียน และต้องรายงานทุกครั้งเมื่อมีการเคลื่อนย้ายช้าง

ด้านน.สพ.ปรีชา พวงคำ ..... ผู้อำนวยการสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระบรมราชูปถัมภ์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้(อ.อ.ป.) ได้แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ว่าหน่วยงานรัฐเป็นคนทำให้เกิดปัญหานี้ เพราะการท่องเที่ยวเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ที่จะได้จากช้าง หากนำมาใช้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงมีการชักนำช้างเข้ามาในเมือง ทำให้ชาวบ้านเห็นว่าอยู่ในเมืองได้เงินมากกว่าในชนบท จึงหันมายึดเป็นอาชีพ ส่วนการแก้ปัญหาช้างว่า โดยการผลักดันช้างออกจากกรุงเทพฯ นั้น น.สพ.ปรีชาให้ความเห็นว่า ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด เพราะเจ้าของช้างจะนำออกไปเดินตามพื้นที่รอบนอก หรือตามหัวเมืองต่างๆ อยู่ และหากมีปัญหาจากการท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยเสริมให้ช้างต้องออกมาเดินเร่ร่อนเพิ่มขึ้น

ทั้งหมดคือ ..... เรื่องราวของช้างสัตว์ที่เสมือนหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาติไทย ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นช้างเร่ร่อน ต้องออกเดินทางหากินบนถนนร้อนๆ ในเมืองแทนที่จะอาศัยอยู่ในป่า ดังนั้น การออกมากระตุ้นเตือนของ พ.ต.ท.ทักษิณในครั้งนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งเจ้าของพื้นที่อย่างกรุงเทพมหานครจะต้องเร่งดำเนินการ ไม่ใช่ปล่อยให้คาราคาซังอย่างไร้ทางแก้เหมือนเช่นที่ผ่านมา ซึ่งสังคมไทยและคนกรุงเทพฯ จะต้องจับตาดูผลงานอย่างใกล้ชิดกันต่อไปว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่แน่นอนผู้ที่จะตอบคำถามในเรื่องนี้ ย่อมหนีไม่พ้น "นายสุวิทย์ คุณกิตติ" ที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายภารกิจนี้ให้

--------------------------------------------------------------------

ที่มา ::: http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.asp?NewsID=4634028145670

    โดย : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   เมื่อ : 13/12/2003 09:20 PM

 
 
ความคิดเห็นที่: 1


แล้วถ้าช้างเป็นของควาญช้างจริงๆ .....
ไม่ใช่ของนายทุนล่ะ แต่เค้าเดือดร้อนจริงๆ จะทำอย่างไร?

กรณีห้ามช้างเข้ากรุงเทพฯ .....
ห้ามเด็ดขาดไม่ให้ควาญนำช้างเข้ามาหากินในกรุงเทพฯ
เป็นการจำกัดทางเลือกของควาญและช้างให้น้อยลงไปอีก

กรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งห้ามช้างเข้ากรุงเทพฯ .....
หากฝ่าฝืนจะถูกจับ แต่เราก็ยังเห็นช้างเดินอยู่ในกรุงเทพฯ ทุกวัน ไม่เห็นมีใครจับอะไรเลย

มาตรการนี้ ..... มุ่งแก้ไขปัญหาของคนกรุงเทพฯ มากกว่าจะแก้ไขปัญหาของช้างกับควาญช้าง กทม.ให้เหตุผลว่า ที่ต้องมีคำสั่งห้ามช้างเข้ากรุงเทพฯ ก็เพราะหากนำช้างเข้ามาเดินในกรุงเทพฯ จะทำให้การจราจรติดขัด เกรงว่าคนกรุงเทพฯ จะถูกช้างทำร้าย และ สงสารที่ช้างต้องมาเดินบนถนนที่ร้อนระอุ แต่ กทม.ไม่ได้มองถึงสาเหตุที่ควาญช้างต้องนำช้างเดินไปยังที่ต่างๆ นั่น ก็เพราะพื้นที่เลี้ยงช้างในภูมิลำเนาของพวกเค้าในภาคอีสาณแถบ จังหวัด สุรินทร์ บุรีรัมย์ ได้เปลี่ยนสภาพไป มีการแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ทำกิน ทำให้ไม่มีอาหารเพียงพอสำหรับช้าง

ดังนั้น ..... คนเลี้ยงช้างจึงต้องพาช้างเดินไปตามที่ต่างๆ เพื่อหาอาหารให้ช้าง และ หารายได้ให้ตัวเอง และส่งกลับไปให้ครอบครัว เมื่อประกาศห้ามช้างเข้ากรุงเทพฯ ก็เท่ากับจำกัดทางเลือกของพวกเค้าให้น้อยลงไปอีก

เราคิดว่า ..... คำสั่งนี้อาจเกิดขึ้นโดยมีความคิดว่า ควาญนำช้างมาทรมาน บังคับช้างให้หาเงินให้ตัวเอง ควาญเป็นคนใจร้ายและไม่รักช้าง ทุกคนเมื่อคิดถึงช้างมักจะไม่นึกถึงควาญช้าง คิดแต่จะช่วยช้างอย่างเดียว ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในกรณีของช้างเลี้ยง เพราะช้างเลี้ยงต้องมีควาญ และ ควาญก็ต้องมีรายได้ ควาญเลี้ยงช้างและรักช้างใน ๓ ฐานะ

ฐานะแรก ..... ช้างเป็นทรัพย์สินราคาแพง เค้าจะต้องใช้เงินจำนวนแสนซื้อช้างมา ควาญจึงรักและหวงแหนช้างอย่างสมบัติส่วนตัว

ฐานะที่สอง ..... ช้างเป็นผู้มีพระคุณ ช้างนำรายได้มาสู่ครอบครัวของควาญช้าง

ฐานะที่สาม ..... ควาญช้างมีความผูกพันกับช้าง เพราะโดยปกติ ควาญช้างจะต้องพาช้างไปอาบน้ำ พาไปหาอาหารกิน เวลาช้างเจ็บไข้ได้ป่วย ควาญช้างก็จะกังวลใจ รีบติดต่อหมอให้มารักษา จะคอยสุมไฟ นอนเฝ้าดูแลอยู่ข้างๆ ปรนนิบัติช้างเสมือนคนในครอบครัว

ถ้าเราตระหนักถึงเรื่องนี้ ..... การแก้ปัญหาน่าจะมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า การประกาศห้ามดังกล่าว กทม. น่าจะอนุญาตให้ช้างอยู่ในสวนสาธารณะ โดยมีกำหนดให้ช้างแต่ละเชือกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ควาญจะได้มีรายได้จากการขาย กล้วย อ้อย แก่นักท่องเที่ยวหรือชาวบ้านทั่วไปที่มาดูช้าง ช้างก็จะได้มีอาหารกิน และ ได้รับการดูแลอย่างดี อยู่ในสวนสาธารณะ เหมือนอย่างงานโชว์ตัวของช้างตามสถานที่ของเอกชนต่างๆ ที่เค้าให้ช้างแสนรู้ทำกัน ทำไมเค้าทำได้ล่ะ แล้วทำไมรัฐท่านจะทำบ้างไม่ได้ ?

วิธีนี้ ..... น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ดีกว่าจะปล่อยให้ควาญช้างกลายเป็นผู้กระทำผิด เมื่อพาช้างมากรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย ที่มีช้างเป็นสัญลักษณ์ ...!!!



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ...... \[=^๐^=]/

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 13/12/2003 09:25 PM


ความคิดเห็นที่: 2

ลำบากครับ คนทำมาหากิน ถ้าไม่มีรัฐเข้าไปช่วยเหลือ เรื่องการสร้างงาน เขาก็จะกลับมาทำเช่นนี้อีกเรื่อยๆ

ต้องมีการสร้างงานให้เกิดขึ้นให้ได้ (วิธีไหนล่ะ??? เป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องครับ)

    โดย : พี่เก่ง     เมื่อ : 14/12/2003 11:53 AM


ความคิดเห็นที่: 3


“สมัคร”ขออนุญาตนายกฯยิงช้างเร่ร่อนในกทม. ..... สมัครมั่นใจมีวิธีการแก้ปัญหาช้างเร่ร่อนในกทม.แน่ เสนอความคิดการแก้ปัญหาระยะสั้นยิงปืนยาสลบช้างที่เข้ามาเร่ร่อนในกทม. ส่วนระยะยาวทยอยปล่อยลูกช้างคืนสู่ป่า

ปัญหาช้างเร่ร่อนในกทม. ..... เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาเป็นเวลานาน กรณีที่นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการนายกฯทักษิณคุยกับประชาชนเกี่ยวกับปัญหาช้างเร่ร่อน ใน กทม. และอยากให้มีการแก้ไข โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ปัญหาช้างเร่ร่อน อยากถามนายกรัฐมนตรีว่า จะอนุญาตให้ กทม.ยิงช้างที่เข้ามาเร่ร่อนในกรุงเทพฯเลยได้หรือไม่ มีปืนสำหรับยิงช้างเพื่อให้ไม่มีการนำช้างเข้ามาเร่ร่อนใน กทม.อีก ปัจจุบันที่เป็นปัญหาเพราะกฎหมายเปิดช่องทำให้ควาญช้างนำเข้ามา ทั้งนี้ ตนผมตั้งคำถามไว้ เอาหรือไม่ ใครพาช้างเข้ามากทม. ยิงเลย จะได้ไม่กล้าเข้ามา เรื่องนี้ยังไงตนก็ต้องพยายามหาวิธีเอาออก ซึ่งได้เสนอวิธีแก้ปัญหาช้างเร่ร่อนไปแล้ว แต่เมื่อรัฐบาลไม่รับลูกจะให้ทำอย่างไร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายสมัครได้เคยเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาช้างเร่ร่อนในเมืองว่า จะแก้ปัญหาได้อย่างถาวร ต้องรัฐจัดงบประมาณเลี้ยงช้างเมืองให้กลับสู่ป่า โดยช่วงแรกรัฐเลี้ยงก่อนแล้วค่อยๆผลักช้างคืนสู่ป่า โดยต้องให้เวลาฝึกช้างเมืองกลับไปดำรงชีวิตในป่าได้ก่อน แล้วจึงคืนช้างสู่ป่าอย่างยั่งยืน

-------------------------------------------------------
http://www.manager.co.th/QOL/viewNews.asp?NewsID=4632543618082

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 14/12/2003 07:01 PM


ความคิดเห็นที่: 4

<> “สมัคร”ขออนุญาตนายกฯยิงช้างเร่ร่อนในกทม. <>

พี่นักข่าว ..... พาดหัวข่าวซะน่ากลัวเลยนะคะ :-)

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 14/12/2003 07:14 PM


ความคิดเห็นที่: 5

อย่าไปยิงเลยช้างมันเข้ามาเองไม่ได้หรอก ยิงคนที่นำช้างเข้ามาดีกว่านะ

    โดย : กกก   Mail to กกก  เมื่อ : 2/12/2004 03:21 PM


ความคิดเห็นที่: 6

ช้างเลี้ยงคน คนเลี้ยงช้าง...!!! สำหรับผมแล้วการนำช้างเข้ามายังเมือง ผมว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง การแก้ปัญหานี้มันผูกโยงไปถึงโครงสร้างใหญ่ของสังคม ต้องมีการแก้ปัญหาระยาว และระยะสั้นครับ.....

สำหรับผมคิดว่าการแก้ปัญหาระยะสั้น น่าจะมีการนำช้างออกจากเมืองสู่ป่าให้เร็วที่สุด (ธรรมชาติของช้างอยู่ในเมืองลำบากครับ ไม่ว่าจะเป็น ขนาด หรือ การเหยียบย่ำไปบนผิวถนนร้อนๆ ฯ) เมื่อนำออกจากเมืองก็ต้องมีการดูแลให้และให้การช่วยเหลืออย่างสมควรโดยภาครัฐ...ทีนี้ปัญหาของควาญช้างหรือคนเลี้ยงช้าง ที่ไม่มีอาชีพจะทำอย่างไร....การจ้างงานน่าจะเป็นทางออกหนึ่งครับ ผมว่าจำนวนทั้งหมดคงไม่มากจนรัฐจ้างงานไม่ไหวหรอกครับ.....

สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาว ต้องมีการกระจายความเจริญสู่ชนบท (เจริญทั้งวัตถุและจิตใจ) ให้เป็นจริงได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวชนบท....แทนที่จะมากระจุกกันแต่ในเมือง การสร้าง สถานที่ศึกษา หน่วยงานราชการ ตลาดการค้า ต้องมีการกระจายออกครับ ......

ผมคิดง่ายไปไม๊หนอ...(ส่วนเรื่องนายทุนผมว่าต้องหาทางจัดการให้เด็ดขาดแบบนายกฯว่า)....

    โดย : นาย1900     เมื่อ : 2/12/2004 09:02 PM



ชื่อ ::
  *
  รหัส ::   (เฉพาะสมาชิก)
 
อีเมล์ ::
  (สมาชิกไม่ต้องกรอก)
 
รูปประกอบ ::
  ไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
รายละเอียด ::
  *
  ใส่รูปแสดงอาการ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ

Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.