| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- แก้ไขข้อมูลสมาชิก | เข้าระบบผู้ดูแล | ตั้งกระทู้ใหม่ -



อเมริกาทำสงครามกับอิรัคเพื่อต้องการน้ำมันใช่ไหม?

ก่อนสงคราม หรือแม้แต่ในเวลานี้ มีคนเป็นจำนวนมากในโลกนี้คิดว่า สาเหตุที่แท้จริงที่อเมริกาทำสงครามกับอิรัคก็เพื่อต้องการได้น้ำมัน

แต่ว่าความจริงแล้วไมใช่

ข้อพิสูจน์ที่สำคัญก็คือ...ในวันนี้รัฐบาลและสภาคองเกรสอนุมัติเอาเงินภาษีของคนอเมริกันไปใช้ในการสร้างชาติอิรัคจำนวน $87 billion แบบการให้เปล่า (Grant) ไม่ใช่แบบการให้กู้ (Loan)

    โดย : Khun Sanid     เมื่อ : 30/10/2003 10:51 PM

 
 
ความคิดเห็นที่: 1

ต้องรอดูต่อไปครับ
ตอนนี้ บริษัทใหญ่ๆในอเมริกา ได้สิทธิในการก่อสร้าง สาธารณูปโภค โทรศัพท์ และอื่นๆ
เงิน $87M จะกลับไปที่ US เสียหมด
รวมทั้งสิทธิการขุดเจาะในอนาคต

ตอนรบก็ปรากฏว่า ทหาร US แอบขนสิ่งของมีค่าไปจำนวนมาก ทั้ง ภา่ำำพเขียนราคาสูง ด้วย

ต้องดูกันต่อไปครับ

    โดย : พี่เก่ง     เมื่อ : 31/10/2003 07:15 PM


ความคิดเห็นที่: 2

It's impossible that U.S. are going there for the oil.
As we can see from the Economist and New York times that the American troops are being attacked every single day with the death rate of 1-2 a day, it is impossible for them to convey another group of soldiers to concentrate in oil industry. And far worse from that, the oil tanks all around Iraq are being bombed by the supporters of the Baath party and Saddam every single day.

According to the Weekly Standard periodical, it said that it will take about 10 years for the Americans to get the compensation back from selling the oils in Iraq (Only if they wish to do so). The importing of oil in Iraq is still lower than what it had before the war. So we can set the oil issue aside, since there is no possibility that the U.S. will get benefit from the oil issue.

In my opinion, I think that the perspective made by the left wing media is more possible. Many intellectuals proclaim that the "neo-conservatives" are behind the war in Iraq, and that this war was planned by the Bush administration (Powell, Rice, Wolfowitz). So the deal behind the war would likely to be the conspiracy made by the Jewish, since Wofowitz was the one that planned all the attack on Iraq long, long since Clinton administration.

    โดย : Thai student in USA     เมื่อ : 1/11/2003 12:01 AM


ความคิดเห็นที่: 3

Pravda.RU:Top Stories:More in detail

18:55 2003-01-27

USA-Iraq: It Is an Oil War After All

American sources made it clear that the United States fully intended taking over Iraq-s oil fields, administering them in the long term and using Iraqi oil revenues to partly defray the costs of conducting war and maintaining a long-term military occupation of Iraq.

According to DEBKAfile-s Washington sources, the war bill which, unlike Gulf War I, America will carry more or less single-handed, is estimated at $130 billion, while maintaining app. 70,000 US troops in the country to protect the oil fields and maintain Iraq-s post-war stability could run to another $10-12 billion a year. To raise this cash, the United States plans to increase Iraq-s oil output from 1.6 million to 6.5 million barrels per day, necessitating further heavy outlay for renovating the badly run down Iraqi oil production equipment.

At the same time, the long-term, military-backed control over Iraq-s oil resources v on the spot rather than from outside the region v will make America the leading strategic-political-military force in the Middle East and Persian Gulf as well giving Washington a controlling interest in the global oil market.

Henry L. Marconi
PRAVDA.Ru
Sydney


    โดย : Khun Sanid     เมื่อ : 1/11/2003 12:44 AM


ความคิดเห็นที่: 4


<<< อเมริกาทำสงครามกับอิรัคเพื่อต้องการน้ำมันใช่ไหม? >>>

ถ้าสรุปจากข่าวสาร ..... ที่เราได้อ่านๆ และ รับรู้อยู่ทุกๆวันว่า อะไรเป็นเหตุจูงใจให้สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช มองอิรักว่า เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกา และ ต้องการจะทำ สงครามปราบอิรัก เราก็จะสรุปได้ว่า .....

อาวุธร้ายแรง ..... ปัจจัยแรกคือ อาวุธร้ายแรง ที่อิรัก หรือ ซัดดัม ฮุสเซน เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐ และอาวุธร้ายแรงต่างๆ ทั้งอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเชื้อโรค อาวุธเคมี ถึงแม้ว่าจะยังหาข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธเชื้อโรค และ อาวุธเคมี ไม่ได้อย่างเด่นชัด แต่ก็ไม่มีใครกล้ายืนยันว่าไม่มีการผลิตสิ่งเหล่านั้นจริงๆ แล้วยังจะรวมทั้งการที่ .....

อิรักสนับสนุนขบวนการก่อการร้าย ..... อันนี้เป็นปัจจัยที่สหรัฐอเมริกา
เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจนว่า เป็นมูลเหตุหลักที่สหรัฐอเมริกาต้องเล่นงานอิรัก

แต่ว่ามีอีกหลายปัจจัย ..... ที่เราอาจเรียกได้ว่าเป็น "hidden agenda" หรือ วาระซ่อนเร้น
และหรือ วาระแอบแฝง แต่สหรัฐอเมริกาไม่ได้ประกาศออกมา ปัจจัยเหล่านี้ มีดังนี้ .....

ลัทธิการครอบครองความเป็นจ้าวโลก ..... ปัจจัยที่เราจะเรียกว่า ภูมิรัฐศาสตร์ วัตถุประสงค์หลักของนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ คือ การครองความเป็นจ้าวโลก ไม่ต้องการให้มีใครขึ้นมาท้าทายในภูมิภาคต่างๆ อภิมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก และ เป็นจ้าวที่ครอบครองโลกอยู่ในขณะนี้ คือ สหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้น สหรัฐอเมริกาจะต้องรักษาความเป็นจ้าวโลกนี้ต่อไป ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับการท้าทายอย่างรุนแรงจาก เหตุการณ์ 11 กันยายน 2544

การปะทะกันระหว่างอารยธรรม ..... สหรัฐอเมริกา จ้าวโลกอันดับหนึ่งเสียท่ามากในคราวนี้ คงจะต้องรีบแก้เผ็ดให้ได้ ซึ่งก็มาโยงกับปัจจัยที่เรียกว่า "การปะทะกันระหว่างอารยธรรม" ซึ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆว่า ความขัดแย้งระหว่างอารยธรรมตะวันตกกับอารยธรรมที่ไม่ใช่ตะวันตก กำลังจะปีนเกลียว และรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จากเหตุการณ์ 11 กันยา เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า โลกตะวันตกกับโลกมุสลิม กำลังจะขัดแย้งกันมากขึ้น ความขัดแย้งระหว่างโลกตะวันตกกับโลกมุสลิม มีต่อเนื่องมายาวนาน ตั้งแต่สมัยสงครามครูเสดเมื่อพันกว่าปีมาแล้ว มาถึงปัจจุบัน ความขัดแย้งได้ถูกเปิดแผลขึ้นมาอีกจากเหตุการณ์ 11 กันยา เพราะฉะนั้น ลึกๆแล้ว การที่สหรัฐอเมริกาจะเล่นงานอิรัก และ ถือเอาเหตุการณ์ 11 กันยา เป็นส่วนหนึ่งของการปะทะกันระหว่างอารยธรรม

ดุลแห่งอำนาจ ..... สำหรับอีกปัจจัย คือ เกมถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาค สหรัฐอเมริกามองว่า อิรักเป็นอุปสรรคสำคัญในการที่สหรัฐอเมริกาจะขยายอิทธิพลเข้ามาในตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกาต้องการที่จะสร้างดุลแห่งอำนาจขึ้นมาในตะวันออกกลาง และ การที่จะสามารถทำลายระบอบของ ซัดดัม ฮุดเซน ลงไปได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสหรัฐอเมริกา

ทฤษฎีโดมิโนใหม่ ..... ทีนี้ก็โยงไปสู่ปัจจัยต่อมา คือ ทฤษฎีโดมิโนใหม่ ในสมัยสงครามเย็น มีความเชื่อทฤษฎีโดมิโนอย่างเก่าๆ ว่า ถ้าประเทศหนึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ ประเทศอื่นที่อยู่ข้างเคียงก็จะกลายเป็นคอมมิวนิสต์ด้วย เพราะฉะนั้นสหรัฐอเมริกาต้องเข้าไปปิดล้อมคอมมิวนิสต์ เพื่อไม่ให้เกิด "chain reaction" หรือปฏิกิริยาลูกโซ่ เพื่อไม่ให้ล้มเป็นแถบๆ เหมือนกับตัวโดมิโนที่ล้มกันไป แต่ตอนนี้กลายเป็นมีทฤษฎีโดมิโนใหม่เกิดขึ้น แต่ว่าเป็นในทางกลับกัน คือ สมัยก่อนโดมิโนเป็นผู้ร้าย แต่ว่าโดมิโนใหม่จะเป็นตัวดี เป็นแนวคิดของพวกอนุรักษ์นิยมสมัยใหม่ "Neo - conservatives" ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเชื่อว่า ถ้าสหรัฐอเมริกาสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิรักให้เป็นประชาธิปไตยได้ จะกลายเป็น "chain reaction" ไปทั่วตะวันออกกลาง จะทำให้ประเทศในตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็น ซาอุดิอาระเบีย อิหร่าน ซีเรีย จะได้รับผลกระทบและจะมีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นประชาธิปไตยไปทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งสหรัฐอเมริกาเชื่อว่า ประชาธิปไตยจะเป็นหลักประกันที่ดี ที่จะไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกา

สงครามจิตวิทยา ..... นอกจากนั้นแล้ว ข้อดีของการที่สหรัฐอเมริกาจะบุกอิรัก ยังเป็นการส่งสัญญาณให้ปฏิปักษ์ หรือประเทศที่จะเป็นศัตรูกับสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นอิหร่าน หรือลิเบีย หรือใครก็ตาม ว่า อิรักถูกเล่นงานไปแล้ว ปรับนโยบายซะ อะไรทำนองนั้น ถ้าเรามองในแง่ของสงครามระหว่างอารยธรรม การที่ซัดดัมยืนหยัดเป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐอเมริกามาโดยตลอด ถ้าซัดดัมถูกโค่นล้มลง ก็จะส่งผลกระทบทางจิตวิทยาไปทั่วโลกอาหรับ

น้ำมัน ..... ฝ่ายอนุรักษ์นิยมในสหรัฐอเมริกามองว่า สิ่งที่สหรัฐอเมริกาทำจะให้ผลในทางบวก สหรัฐอเมริกาจะสามารถสร้างดุลแห่งอำนาจในตะวันออกกลางขึ้นมาใหม่ได้ จะขยายการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไปทั่ว รวมทั้งอาจจะทำให้ราคาน้ำมันลดลง อิรักเป็นแหล่งสำรองน้ำมัน อันดับ 2 ของโลก รองจากซาอุดิอาระเบีย เพราะฉะนั้น ถ้าสหรัฐอเมริกาเข้าไปครอบครองหรือมีอิทธิพลเหนืออิรักได้ ก็อาจจะคุมแหล่งสำรองน้ำมันนั้นได้ด้วย

เป้านิ่ง ..... ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง ซึ่งโยงกับยุทธศาสตร์สงครามต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ 11 กันยา สหรัฐอเมริกาตั้งเป้าว่า ขบวนการก่อการร้ายเป็นศัตรูหมายเลข 1 ที่จะต้องกำจัดให้สิ้นซาก แต่ก็ปรากฏว่า ขบวนการก่อการร้ายได้ล่องหนอันตรธานหายไปหมดแล้ว กองกำลังของสหรัฐอเมริกาก็ง้างไกปืนจะถล่มศัตรู แต่ก็หาเป้าไม่เจอ เพราะฉะนั้นสหรัฐอเมริกาก็ต้องหาเป้านิ่ง ซึ่งเป้านิ่งอันแรกก็คือ ระบอบตาลิบัน และ เป้านิ่งต่อไป คือ ซัดดัม ฮุสเซน

ปัจจัยภายใน ..... ซึ่งก็มีบางท่านวิเคราะห์ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ต้องการที่จะเบี่ยงเบนประเด็นจากปัญหาเศรษฐกิจ มาเป็นเรื่องอิรักแทน และในช่วงนี้ก็กำลังจะมีการเลือกตั้งด้วย เพราะฉะนั้น ก็มีความเป็นไปได้ว่า บุชคงจะฉวยโอกาสเอาเรื่อง อิรักสนับสนุนขบวนการก่อการร้าย มาหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย ถึงแม้จะมีผู้คนของชาวสหรัฐอเมริกา และ คนทั่วโลกอีกมากมายที่ไม่เห็นด้วย กับการทำสงครามปราบอิรัก แล้วก็เข้าไปช่วยสร้างชาติของอิรักในครั้งนี้

แต่ ก็ไม่มีใครกล้าสามารถ ออกมาปฏิเสธได้อย่างจริงจังว่า .....
ขบวนการก่อการร้าย นั้น จะไม่มีผลมากระทบกับประเทศของตัว ...!!!


__________________________________________________________

สรุปจากแหล่งข่าว .....
- สงครามปราบอิรัก http://www.manager.co.th

__________________________________________________________



โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 1/11/2003 12:26 PM


ความคิดเห็นที่: 5

การทำสงครามประเทศต้องเสียชีวิตคน เสียเงิน และเสียชื่อเสียง

แต่ทุกอย่างไม่มีอะไรจะสำคัญเท่ากับเสรีภาพ.... การอยู่อย่างหวาดกลัวภัยเป็นการขาดเสรีภาพ....อเมริกาไม่ต้องการอยู่แบบกลัวภัย

ผมเห็นว่าถ้าหากไม่มีเหตุการณ์ 9/11 .....สงครามอิรัคจะไม่มี

และถ้าหากมีใครก็ตามมาฆ่าคนในอเมริกาตายเป็นจำนวนมาก หรือมากกว่า 9/11 อีก....กลุ่มผู้ก่อการร้ายและประเทศที่ให้ที่พักพิงหรือสนับสนุนผู้ก่อการร้ายนั้น จะโดนแบบอาฟกานิสถานและอิรัคอีก

ผมไม่ได้พูดแทนอเมริกา...แต่เป็นข้อสังเกตตามที่เคยรู้และเคยเห็น

    โดย : Khun Sanid     เมื่อ : 1/11/2003 09:22 PM


ความคิดเห็นที่: 6

911 มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับอิรัคน้อยมาก รวมทั้งผู้ก่อการร้ายในกลุ่มของบิลลาเด็นก็มีความขัดแย้งกับทางด้านอิรัคอยู่ก่อนแล้ว

กรณี 911 จึงไม่ใช่สาเหตุของการโจมตีอิรัค แต่อาจจะเป็นผลสืบเนื่องมากจากการต่อสู้ของบุฃผู้พ่อ กรณีการวางแผนสังหารบุชผู้พ่อ และ กรณีไม่ให้ความร่วมมือกับสหประชาชาติในการตรวจอาวุธ

และ กรณีข่าวที่ผิดพลาด เรื่อง อาวุธนิวเคลียร์ที่เป็นข้ออ้างสุดท้ายในการโจมตี ที่มีผลถึงการฆ่าตัวตายของเจ้าหน้าที่อาวุโสของอังกฤษ

เราจึงบอกไม่ได้แน่นอนว่า อะไรคือผลประโยชน์เป้าหมายหลักของ US
สักวันหนึ่ง ถ้าประเทศไทยไม่หันหัวเรือไปในทางเดียวกับ US เพราะ มนุษยธรรม และ ความถูกต้อง ไม่แน่ว่าเราอาจจะโดนยัดเยียดข้อหาอื่นๆตามมาหรือไม่ เช่น เป็นที่ซ่องสุมกำลัง หรือ อืนๆ
แม้ทุกวันนี้เราก็ยังโดนกีดกันทางการค้าหลายๆรูปแบบ โดยใช้ข้อกล่าวหาเช่น โสเภณีเด็ก CD เถื่อน แรงงานเด็ก ไม่กีดกันแรงงานพม่า และ อื่นๆ ครับ

อย่าลืมครับ 911 ไม่เกี่ยวกับ อิรัค ครับ

    โดย : พี่เก่ง     เมื่อ : 2/11/2003 11:20 AM


ความคิดเห็นที่: 7

....อเมริกาไม่ต้องการอยู่แบบกลัวภัย

ซัดดัมเป็นเผด็จการมานาน และมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาวุธของยูเอ็นหลายคณะมาราว 10 ปี และท้ายสุดซัดดัมไม่ทำตามมติยูเอ็น 1441 อันเกี่ยวกับอาวุธร้ายแรง...แต่ยูเอ็นก็ทำอะไรซัดดัมไม่ได้

เผด็จการซัดดัมและอาวุธสงครามของซัดดัมทำให้อเมริกาต้องอยู่อย่างหวาดกลัวภัย...ความกลัวนี้เกิดมาจากเหตุการณ์ 9/11

ผมจึงเห็นว่าถ้าหากไม่มีเหตุการณ์ 9/11 .....สงครามอิรัคจะไม่มี

    โดย : Khun Sanid     เมื่อ : 2/11/2003 11:41 AM


ความคิดเห็นที่: 8


<<< อย่าลืมครับ 911 ไม่เกี่ยวกับ อิรัค ครับ
<<< โดย : พี่เก่ง

___________________________


ออ ..... ซัดดัม ฮุสเซน หนีมาอยู่ที่บอร์ดนี้ นี่เอง
รู้ดีจังนะจ๊ะ พี่จ๋า


โชคดีจ๊ะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 2/11/2003 11:58 AM


ความคิดเห็นที่: 9

ครับ
ถ้าคุณ Sanid โยงไปตามเหตุผลนั้น ก็เกี่ยวข้องกันแน่ครับ
แต่เป็นสิ่งที่ US นำเข้ามาโยงครับ

กลายเป็นหมาป่ากับลูกแกะ

ตอนนี้ก็จะกลายเป็น สงครามเวียดนาม แล้ว
"มึงรบ กูหยุด มึงมุด กูแหย่ มึงแย่ กูตี มึงหนึ กูตาม"

สิ่งที่ทั่วโลกเริ่มกลัว ภัยใหม่คือ เมื่อใดทำไม่ถูกใจท่าน แล้วท่านจะบุกเอา โดยที่ UN นั่งทำตาปริบๆ
ขนาดมติ UN ท่านยังละเมิดได้


    โดย : พี่เก่ง     เมื่อ : 2/11/2003 12:10 PM


ความคิดเห็นที่: 11

The war was plan long before the Bush administration. So with or without the 9/11 tragedy, the war on Iraq is going to happen!

    โดย : Thai     เมื่อ : 2/11/2003 01:58 PM


ความคิดเห็นที่: 12


อ้างอิงและสรุปจากข่าว T.V.

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2546 ที่ผ่านมานี้
ได้ดูรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ของคุณสนธิ กับ คุณสโรชา คุยกันเรื่องประเทศอิรัก ...

เค้าคุยกันประมาณว่า ..... จริงๆ แล้วถ้าสหรัฐอเมริกายึดอิรักได้แล้ว แต่ทำไมช่วงนี้ทหารอเมริกันจึงถูกยิงตายหลายคน คงอาจเป็นเพราะสงครามกองโจรเริ่มแล้ว ไม่ใช่เฉพาะที่อิรัก ที่อาฟกานิสถานทหารพันธมิตร ทหารอังกฤษ ทหารเยอรมัน ก็ตายทุกวัน นับจากวันที่สหรัฐอเมริกายึดอิรักได้ ก็ถูกยิงตายไปแล้วเกือบ 200 คน แต่ก็ปิดข่าวกันหมด ข้อเท็จจริงที่เราเคยเชื่อ ที่เคยพูดว่าคนอิรักไม่เอา ซัดดัม ฮุสเซน แต่ก็คงไม่เอาสหรัฐอเมริกาด้วย

ฟังจากที่ คอลลิน พาวเวล และ จากบุชมาพูด เค้าอธิบายว่า ..... คนพวกนี้เป็นพวกทหารเก่าของพวกรัฐบาลฮุสเซน ไม่มีปัญหาอะไรเดี๋ยวก็ปราบเรียบร้อย ทำให้คิดถึงประวัติศาสตร์สมัยสงครามเวียดนาม เค้าก็พูดๆ เหมือนกันแบบนี้เลย ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีอันตราย

แต่ที่อิรักตอนนี้ ..... ก็อาจจะกลายเป็นสงครามเวียดนามอีกครั้งหนึ่ง คือสหรัฐอเมริกาตอนนี้ เผชิญกับสิ่งที่เคยได้บทเรียนมาแล้วครั้งหนึ่งในสงครามเวียดนาม เข้าไปแล้วเจอสงครามกองโจร ก็ถอยฐานกลับไป ในที่สุดก็กลับมาเจออีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าในยุคนี้ สมัยนี้เป็นยุคของความอหังการ ข้อแตกต่างอันหนึ่งในเรื่องอิรัก กับเวียดนาม ไม่เหมือนกันในเวียดนามนั้น ตอนที่เขารบกับทหารอเมริกันเขาฝึกชาวนา ชาวบ้าน เป็นสงครามกองโจร แต่ในอิรักมีทหารของซัดดัม ฮุสเซน เปลี่ยนจากสถานประจำการมาเป็นกองโจร นี่คือความน่ากลัว

ล่าสุดที่เมืองคัมปาร่า ที่ทหารไทยไปประจำ ..... เป็นครั้งแรกที่กองกำลังต่างชาติ คือโปแลนด์ ถูกโจมตีแล้ว ไม่ดีแน่ๆ ผู้ก่อการร้ายในอิรัก ณ วันนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นของซัสดัม ฮุสเซนอย่างเดียว เป็นของมุสลิม ชีอะห์ ก็มี เป็นของทหารนักรบอาหรับก็มี เรื่องโจมตีทหารอเมริกัน โจมตีสหประชาชาติ โจมตีกาชาดสากล แล้ววันนี้โจมตีกองกำลังทหารต่างชาติแล้ว

ทางทหารไทยของเรายังค่อนข้างจะปลอดภัย ..... ตอนนี้ดูเหมือนว่าทหารไทย จากรายงานข่าวไปเป็นพันธมิตร ไปเป็นเพื่อนกับชาวอิรักแล้ว เพราะฉะนั้นอาจจะไม่น่าเป็นห่วงเหมือนกับโปแลนด์ สหรัฐอเมริกา หรือพันธมิตรอื่นๆ ที่เข้าไป แต่อะไรๆ มันก็ไม่แน่นอน อย่างนี้แล้ว พวกเราคงเป็นห่วงทหารไทยที่ไปประจำการในอิรัก แต่มีนายทหารไทย ส่งเสียงมาให้สัมภาษณ์ว่า พวกเค้าสบายดีไม่ต้องห่วงพวกเค้า พวกเราก็คงจะดีใจขึ้นอีกนิด นะคะ

__________________________________________________________


โชคดีค่ะ

\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 2/11/2003 03:36 PM


ความคิดเห็นที่: 14


เฮลิคอปเตอร์มะกันถูกยิงตกในอิรัก ทหารบาดเจ็บเพียบ ..... เฮลิคอปเตอร์ชินุกของสหรัฐฯ ถูกยิงตกขณะกำลังบินไปยังท่าอากาศยานแบกแดดในวันนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมกันอย่างน้อย 20 คน โฆษกกองกำลังสหรัฐฯ แจ้งเหตุดังกล่าวพร้อมกับระบุว่าทางสหรัฐฯ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอาวุธที่ใช้ยิงเฮลิคอปเตอร์เป็นอาวุธชนิดใด โดยขณะเกิดเหตุ เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวนำทหารอย่างน้อย 35 นายกลับจากการพักผ่อน

หลังเกิดเหตุและหน่วยกู้ภัยหลายชุดรีบรุดไปยังจุดที่เกิดเหตุ ..... เพื่อช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้าย และก่อนหน้านี้ทหารสหรัฐฯ ได้รับคำเตือนหลายครั้งว่ามีจรวดชนิดยิงจากพื้นสู่อากาศในอิรักจำนวนหลายพันลูกได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย หลังจากรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซนถูกโค่นอำนาจเมื่อเดือนเมษายน และอาจเป็นอันตรายต่อเครื่องบินที่บินผ่านน่านฟ้าอิรัก

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ..... เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์คของกองทัพสหรัฐฯ ลำหนึ่งก็ตกขณะร่อนลงสู่พื้นดิน หลังจากถูกยิงโจมตีจากภาคพื้นดิน ทำให้เจ้าหน้าที่บนเครื่องได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เฮลิคอปเตอร์ชินุก (Chinook Helicopter) ของสหรัฐฯ นั้น ..... เป็นอากาศยานที่บรรทุกน้ำหนักได้มาก อีกทั้งใช้งานได้เอนกประสงค์ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ ใช้ในการเคลื่อนย้ายกำลังพลเป็นหลัก ตลอดจนลำเลียงอาวุธหนัก เช่นปืนใหญ่ได้ด้วย

________________________________
ที่มา ::::: http://www.manager.co.th

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 2/11/2003 04:02 PM


ความคิดเห็นที่: 15

มีทหารเสียชีวิต 1 รายครับ

    โดย : หนึ่ง     เมื่อ : 2/11/2003 05:23 PM


ความคิดเห็นที่: 16

15 Die as U.S. Copter Is Downed in Iraq

By THE ASSOCIATED PRESS

Published: November 2, 2003

FALLUJAH, Iraq (AP) -- Insurgents shot down a U.S. Chinook helicopter in central Iraq on Sunday as it carried troops headed for R&R, killing 15 soldiers and wounding 21 in the deadliest single strike against American troops since the start of war.

Other U.S. soldiers were reported killed Sunday in ground attacks here and elsewhere in central Iraq. The only day that saw more U.S. casualties came March 23, during the first week of the invasion that ousted Saddam Hussein.

Sunday's helicopter attack, by a shoulder-fired missile, was a significant new blow in an Iraq insurgency that escalated in recent days -- and the U.S. occupation chief acknowledged anti-U.S. forces were getting more sophisticated in their attacks.

The attacks came amid threats attributed to Saddam's party of a wave of violence against the U.S. occupation. Saturday had been planned as a ``Day of Resistance'' in Baghdad, though no widespread violence was reported there.

The aircraft was hit at about 9 a.m. and crashed amid cornfields near the village of Hasi, about 40 miles southwest of Baghdad and just south of Fallujah, a center of Sunni Muslim resistance to the U.S. occupation.

At the scene, villagers proudly showed off blackened pieces of wreckage to arriving reporters.

Though a few villagers tried to help, many celebrated word of the helicopter downing, as well as a fresh attack on U.S. soldiers in Fallujah itself, where witnesses said an explosion struck one vehicle in a U.S. Army convoy at about 9 a.m. Sunday. They claimed four soldiers died, but U.S. military sources said they couldn't confirm the report.

``This was a new lesson from the resistance, a lesson to the greedy aggressors,'' one Fallujah resident, who wouldn't give his name, said of the helicopter downing. ``They'll never be safe until they get out of our country,'' he said of the Americans.

``It does appear that a U.S. helicopter was probably shot down from the ground and it crashed, and a large number of Amercians, possibly 12, 13, maybe more even have died,'' Defense Secretary Donald H. Rumsfeld said in Washington.

Rumsfeld called it ``a tragic day for America and for these young men and women. I must say, our prayers have to be with them and with their families and their loved ones.

Witnesses said they saw two missiles fired from a palm grove at the heavy transport copter. The missiles flashed toward the helicopter from behind, as usual with heat-seeking shoulder-fired missiles such as the Russian-made SA-7. The old Iraqi army had a large inventory of SA-7s, also known as Strelas.

The 10-ton Chinook -- the military's heavy-lifting workhorse used primarily for moving troops and equipment-- was the biggest U.S. target yet shot from the skies. The downed craft belonged to the Army's 12th Aviation Brigade, supporting the 82nd Airborne Division Task Force.

A U.S. military spokesman, Col. William Darley, confirmed the casualty count of 15 dead and 21 wounded. Some of the American troops killed in the downing were believed to be from Fort Carson, Colo., post spokesman Lt. Col. Thomas Budzyna said.

The downing and another confirmed U.S. death Sunday brought at at least 138 the number of American soldiers killed by hostile fire since President Bush declared an end to combat on May 1.

L. Paul Bremer, the top U.S. administrator in Iraq, insisted security was improving in most of Iraq, saying attacks on U.S. forces were concentrated in the ``Sunni Triangle.''

``It's getting worse in the sense that as today we've seen that the enemies of freedom there are using more sophisticated techniques to attack our forces,'' he told CNN.

He blamed the violence on Saddam loyalists and foreign fighters infliltrating from Iraq's neighbors. He said Syria and Iran, in particular, must ``do a much better job of helping us seal that border and keeping terrorists out of Iraq.''

Insurgents have fired on U.S. aircraft before, downing two helicopters since Saddam's regime fell -- though only one American was injured in those incidents. American military officials have repeatedly warned that hundreds of shoulder-fired surface-to-air missiles remain unaccounted for in Iraq since the collapse of Saddam's regime in April.

The death toll surpasses one of the deadliest single attacks during the Iraq war: the March 23 ambush of the 507th Maintenance Company, in which 11 soldiers were killed, nine were wounded and seven captured, including Pvt. Jessica Lynch. A total 28 Americans around the country -- including the casualties from the ambush -- died on that day, the deadliest for U.S. troops during the Iraq war.

The helicopter was part of a formation of two Chinooks carrying a total of more than 50 passengers to the U.S. base at the former Saddam International Airport, renamed Baghdad International Airport, which the military calls BIA.

``Our initial report is that they were being transported to BIA for R&R flights,'' a U.S. command spokeswoman in Baghdad said. She said at least some were coming from Camp Ridgway, believed to be an 82nd Airborne Division base in western Iraq.

Command spokesman Darley said he didn't know whether the troops were bound for leaves at home or abroad outside Iraq.

One villager, Thaer Ali, 21, said someone fired two missiles from the area of a date palm grove about 500 yards from where the stricken copter crashed.

Another witness, Yassin Mohamed, said he ran out of his house, a half-mile away, when he heard an explosion. ``I saw the Chinook burning. I ran toward it because I wanted to help put out the fire, but couldn't get near because of American soldiers.''

Witnesses said the second copter hovered over the downed craft for some minutes and then set down, apparently to try to help extinguish a fire. The downed, 84-foot-long copter was already destroyed.

At least a half-dozen Black Hawk helicopters later hovered over the area, and dozens of soldiers swarmed over the site. Injured were still being evacuated at least two hours later.

In a separate incident, the U.S. command said a soldier from the 1st Armored Division was killed just after midnight when a makeshift bomb was exploded as his vehicle passed while responding to another incident.

In Abu Ghraib, on Baghdad's western edge, U.S. troops clashed with townspeople Sunday for the second time in three days, and witnesses reported casualties among both the Americans and Iraqis. There was no immediate official confirmation.

Local Iraqis said U.S. troops arrived Sunday morning and ordered people to disperse from the marketplace and remove what the Iraqis said were religious stickers from walls. Someone then tossed a grenade at the Americans, witnesses said, and the soldiers opened fire.

The U.S. command said it had no immediate information, but Iraqi witnesses said they believed three or four Americans were killed and six to seven Iraqis were wounded.

Last Friday at the same marketplace, attempts by U.S. troops to clear market stalls from a main road led to sporadic clashes that left two Iraqis dead, 17 wounded and two U.S. soldiers wounded.

The Pentagon announced Friday it was expanding the home leave program for troops in Iraq, to fly more soldiers out of the region each day and take them to more U.S. airports. As of Sunday, it said, the number of soldiers departing daily via a transit facility in neighboring Kuwait would be increased to 480, from 280.

The shootdown of the Chinook came after what Bremer on Saturday called ``a tough week'' in Iraq, beginning with an insurgent rocket attack on Sunday against a Baghdad hotel housing hundreds of his Coalition Provisional Authority staff members. One was killed and 15 wounded in that attack.

A day later, four coordinated suicide bombings in Baghdad killed three dozen people and wounded more than 200. Attacks against U.S. forces had already stepped up in the previous week, to an average of 33 a day.

    โดย : New York Times     เมื่อ : 3/11/2003 01:24 AM



ชื่อ ::
  *
  รหัส ::   (เฉพาะสมาชิก)
 
อีเมล์ ::
  (สมาชิกไม่ต้องกรอก)
 
รูปประกอบ ::
  ไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
รายละเอียด ::
  *
  ใส่รูปแสดงอาการ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ

Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.