| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- แก้ไขข้อมูล | - เข้าระบบผู้ดูแล | ตั้งกระทู้ใหม่ - -



สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ปีนี้มีพระชนมายุครบ ๙๐ พรรษา


สมเด็จพระญาณสังวร (สุวัฑฒโน)
วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร

วันนี้ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๖ ..... ซึ่งเป็นวันประสูติของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งปีนี้มีพระชนมายุครบ ๙๐ พรรษา โดยในวันนี้สมเด็จพระสังฆราชจะเสด็จ ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ในเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. โดยจะเสด็จบำเพ็ญพระกุศล พร้อมด้วยพระสงฆ์ ๒๐ รูปเจริญเพระพุทธมนต์ และถวายพระภัตตาหารโดยมีสมเด็จพระบรมโอราชาธิราช สยามมกูฎราชกุมาร เป็นประธานในพิธี

สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตโกสินทร์องค์ที่ ๑๙ ..... ทรงเป็นบุคคลสำคัญพระองค์หนึ่งของชาติไทย พระประวัติของพระองค์ นอกจากจะฉายภาพความงดงามด้วยศีลาจาวัตร อันเป็นความงามที่ประจักษ์แก่คนทั้งปวง สมกับที่ทรงเป็นสังฆบิดรและเป็นที่สักการะของพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนเป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนแล้วพระเมตตาและพระกรุณาอย่างยิ่ง ตลอดจนพระปรีชาสามารถด้านพระศาสนายังเป็นสิ่งที่สมควรเผยแพร่ให้ทราบเป็นการกว้างขึ้น

    �� : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   ����� : 3/10/2003 02:54 PM

 
 
�����Դ��繷��: 1


สมเด็จฯ ..... ทรงเป็นแบบอย่างด้วยการกินอยู่ง่าย ไม่มีพิธีรีตองเหมาะแก่อัตตะภาพของสงฆ์ ดังเช่นครั้งหนึ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปประกอบพิธียกฉัตรพระธาตุจอมกิตติ ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย สมเด็จฯเสด็จไปถึงก่อนเพื่อทรงเป็นประธานสงฆ์ในพิธี ได้เวลาที่ต้องเสวย สมเด็จฯก็ทรงนั่งลงตรงที่เขาจัดถวายใต้ร่มไม้ที่ลานพระธาตุและเสวยจากบาตร เช่นเดียวกับพระธุดงค์รูปอื่น ๆ

สมเด็จฯ ..... ทรงเจริญกรรมฐานในทุกโอกาสที่ทำได้ มักเห็นจนเป็นภาพชินตา ที่สมเด็จฯประทับบนอาสน์หัวแถว พระสงฆ์ ทรงสมณศักดิ์ คอยเวลาที่จะเริ่มพิธี สมเด็จฯประทับนิ่งอยู่ในท่านั่ง พระเนตรหลับ พระกายตรง ไม่ไหวติง ไม่โอนเอน พระพักตร์ส่อความสงบ ครั้นถึงเวลาพิธีเริ่ม สมเด็จฯก็จะทรงลืมพระเนตรและทรงปฏิบัติ พระภารกิจตามปกติได้ทันทีโดยราบรื่น และด้วยศีลาจรรยาวัตรที่ทรงเคร่งครัดต่อพระธรรมพระวินัยมาโดยตลอดนั้นนับได้ว่า องค์สมเด็จฯเป็นทรงเป็นพระประมุขแห่งสงฆ์โดยแท้จริง

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 02:58 PM


�����Դ��繷��: 2


สมเด็จพระญาณสังวร ..... เมื่อทรงเป็นพระเยาว์โดยเป็นเด็กชาย เจริญ คชวัตร นั้น ท่านมีน้องชายอีก ๒ คนคือ จำเนียร กับ สมุทร สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นชาวเมืองกาญจนบุรีโดยกำเนิด ประสูติ ณ.บ้านเลขที่ ๓๖๗ ถนนปากแพรก ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันศุกร์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู ตรงกับวันที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๖

สมเด็จฯ ..... มีโยมบิดาชื่อ น้อย คชวัตร และโยมมารดาชื่อ กิมน้อย คชวัตร ท่านน้อย คชวัตร โยมบิดาของสมเด็จฯ ได้เล่าเรียนและอุปสมบท เป็นพระภิกษุ ณ วัดเทวสังฆาราม(วัดเหนือ) ๒ พรรษา ภายหลังโยมบิดาลาสิกขาก็รับราชการ เริ่มจาก เสมียนอำเภอเมือง กาญจนบุรี แล้วเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้รั้งปลัดขวา อำเภอวังขนาย จากนั้นก็ย้ายไปเป็นปลัดอำเภอ อัมพวา ครั้นเจ็บป่วย จึงกลับมารักษาตัวที่ กาญจนบุรี และถึงแก่กรรมด้วยอายุเพียง ๓๘ (ขณะนั้นสมเด็จฯ ทรงมีอายุเพียง ๙ ขวบ) หลังจากโยมพ่อถึงแก่กรรมครอบครัวลำบากมาก ส่วนสมเด็จฯนั้นโยมป้าชื่อ เฮง ขอไปอุปการะเลี้ยงดู และให้เรียนหนังสือจนจบประถม ๕

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 02:59 PM


�����Դ��繷��: 3


ท่านเริ่มเข้าโรงเรียนเมื่อ ๘ ขวบ ..... ณ.โรงเรียนประชาบาล วัดเทวสังฆาราม สมเด็จฯ เมื่อเป็นเด็กสุขภาพไม่ดี เจ็บไข้ตลอดมา ญาติผู้ใหญ่จึงบนว่าถ้าหายดีเป็นปกติ จะให้สมเด็จฯบวชแก้บน ต่อมาจึงหายเป็นปกติ เมื่อแรก บรรพชาเป็นสามเณร อายุประมาณ ๑๓ ปี ที่วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) กาญจนบุรี พระครูอดุลสมณกิจ (พุทธโชติ ดี) เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆารามเป็นพระอุปฌาย์ พระครูนิวัฐสาจารย์(สุวัณโชติ เหรียญ) เจ้าอาวาสวัดศรีอุปลาราม (วัดหนองบัว) เป็นพระอาจารย์ให้สมณและศีล

วันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๐ ..... หลวงพ่อจึงพาสมเด็จฯ ไปฝากกับท่านพระครูสังวรวินัย (อาจ) เจ้าอาวาสวัดเสน่หา จ.นครปฐม ได้เริ่มเรียนบาลีไวยากรณ์ แต่พรรษานั้นจะด้วยสิ้นความรู้ครูอาจารย์ในสำนักดังกล่าวหรือชั้นเรียนมีเพียงเบื้องต้นเท่านั้นก็เป็นได้ ครูที่สอนบาลีซึ่งเป็นพระมหาเปรียญไปจากวัดมงกุฎกษัตริยารามจึงแนะนำว่าควรไปศึกษาต่อ ณ.วัดมงกุฎฯ ความเรื่องนี้รู้ถึงหลวงพ่อวัดเหนือ จึงวินิจฉัยว่าควรจะไปเรียนที่วัดบวรนิเวศวิหาร หลวงพ่อมีความคุ้นเคยต่อพระอารามหลวงแห่งนี้เป็นอย่างดี ตั้งแต่พระเณรสามัญจนถึงเจ้าคณะ แม้พระราชทินนามของหลวงพ่อพระครูที่ “อดุลยสมณกิจ” นั้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวิชรญาณวโรรส ยังเป็นผู้ทรงคิดขึ้นประทาน

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 03:02 PM


�����Դ��繷��: 4


สมัยที่สมเด็จฯ ..... จะเริ่มเข้าเรียนที่วัดบวรฯนั้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสสิ้นพระชนม์แล้ว ทั้งเป็นสมัยของพระสมเด็จ พระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงครอง หลวงพ่อวัดเหนือจึงพาสมเณรมาเข้าเผ้า และถวายตัวในพรรษา พ.ศ.๒๔๗๒ เจ้าพระคุณสมเด็จโปรดให้อยู่ในความดูแลของ พระครูพุทธมนต์ปรีชา (เฉลิม ป.ธ.๓.) เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ได้ประทานนามฉายาว่า สุวัฑฒโน อันเป็นพระนามฉายาตลอดมาถึงเมื่อทรงเป็นพระสังฆราช องค์ที่ ๑๙

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 03:05 PM


�����Դ��繷��: 5


ผลการเล่าเรียนของสมเณร ..... ใหม่วัดบวรฯรูปนี้ มีความเจริญก้าวหน้าเป็นลำดับ
พ.ศ. ๒๔๗๒ อายุ ๑๗ ปี ทรงสอบได้นักธรรมตรี
พ.ศ. ๒๔๗๓ อายุ ๑๘ ปี ทรงสอบได้นักธรรมโท
พ.ศ. ๒๔๗๕ อายุ ๒๐ ปี ทรงสอบได้นักธรรมเอก และเปรียญ ๔ ประโยค

พ.ศ. ๒๔๗๖ ..... เป็นปีที่สมเด็จฯอายุครบ อายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ จึงได้กลับไปอุปสมบท ณ.วัดเทวสังฆาราม กาญจนบุรี พระครูอดุลยสมณกิจ (พุทธโชติ ดี) เจ้าอาวาสเป็นพระอุปฌาย์ พระครูนิวัฐ สมาจารย์(สุวัณโชติ เหรียญ) เจ้าอาวาสวัดศรีอุปลาราม เป็นพระกรมวาจาจารย์ และพระปลัดหรุง เจ้าอาวาสวัดทุ่งสมอ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ภายหลังอุปสมบทแล้ว สมเด็จฯอยู่จำพรรษาอยู่ที่ วัดเทวสังฆาราม ๑พรรษา ได้ช่วยสอน พระปริยัติธรรมตลอดพรรษานั้น

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 03:08 PM


�����Դ��繷��: 6


ภาพเมื่อสมัยเป็นพระพี่เลี้ยงในหลวง ในครั้งทรงผนวช .....

และก่อนหน้าที่สมเด็จพระญาณสังวรฯ ..... จะกลับคืนสู่กาญจนบุรี ในฐานะสมเณรเปรียญ ๔ ประโยค เพื่ออุปสมบทกรรม ณ วัดเทวาสังฆารามหนึ่งพรรษา สามเณรรูปนี้ ได้ถวายตัวต่อสมเด็จพระสังฆราชและสำนักยังวัดบวรนิเวศ มาแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ เปรียญ ๔ ประโยคแรก ก็เป็นผลจากการศึกษาเล่าเรียนที่วัดบวรฯ นั่นเอง ครั้นภายหลังบวชซ้ำที่วัดนี้เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๓๗๖ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ครั้งนั้นเป็นสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์(ในขณะนั้น) เป็นพระอุปฌาย์ พระรัตนธัชมุณี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ วัดบวรวิหาร จึงเป็นสำนักที่ ๒ จากสำนักเดิม วัดเทวสังฆาราม ของสมเด็จฯ

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 03:11 PM


�����Դ��繷��: 7


ผลการศึกษาพระปริยัติธรรมของพระองศ์ ..... เจริญก้าวหน้าโดยลำดับ
พ.ศ. ๒๔๗๖ อายุ ๒๑ ปี ทรงสอบได้เปรียญ ๕ ประโยค
พ.ศ. ๒๔๗๗ อายุ ๒๒ ปี ทรงสอบได้เปรียญ ๖ ประโยค
พ.ศ. ๒๔๗๘ อายุ ๒๓ ปี ทรงสอบได้เปรียญ ๗ ประโยค
พ.ศ. ๒๔๘๑ อายุ ๒๖ ปี ทรงสอบได้เปรียญ ๘ ประโยค
พ.ศ. ๒๔๘๔ อายุ ๒๙ ปี ทรงสอบได้เปรียญ ๙ ประโยค

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 03:14 PM


�����Դ��繷��: 8


และนอกเหนือจากนี้ ..... พระองค์ยังใส่พระทัยขวนขวาย แสวงหาความรู้โดยลำพังพระองค์เองในทางภาษาเช่น ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๗๗-๒๓๗๘ ทรงศึกษาภาษาอังกฤษ และสันสกฤษกับสวามี สัตยา นันทบุรี เวทานตประทีป หรือศึกษาภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสในเวลาว่างยามกลางคืน จากครูคฤหัสที่ถวายความรู้เป็นการเฉพาะ

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 03:16 PM


�����Դ��繷��: 9


และเรื่องหนึ่งที่ใคร่กล่าวในท้ายสุด ..... คือ การสร้างพระบูชาและพระเครื่องด้วยพระองค์เองก็ดี ทรงประทานพระอนุญาตให้วัดหรือองค์กรและสถาบันต่าง ๆ ใช้พระนามด้วยอักษรย่อ ญสส. ประดิษฐาน ณ วัตถุมงคลนั้นก็ดี และแม้ได้รับการกราบทูลเป็นประธานพิธีสงฆ์เพื่อจุดเทียนชัยในพิธีสร้างวัตถุมงคล ควรเข้าใจว่า เป็นฯไปโดยพระเมตตาสถานเดียว หาได้ทรงเกี่ยวข้องในสิ่งที่เรียกว่า “พุทธพาณิชย์” ไม่

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 03:18 PM


�����Դ��繷��: 10


การสร้างพระพุทธรูปบูชารวมทั้งพระเครื่องนั้น ..... กล่าวตามพระบาลีก็ว่าเป็นอุเทสิกเจดีย์ยังให้เกิดความระลึกในพระพุทธคุณ พระธรรมคุณและพระสังฆคุณ จริงอยู่ วัตถุมงคลนั้น ๆ ผู้มาของประทานพระเมตตาให้ทรงเป็นเป็นประธานพิธี ก็ด้วยหวังกุศลสาธารณะ ซึ่งทรงอนุโมทนาและทราบว่าปัจจัยที่มีผู้ถวายในการนั้น ๆ ก็ประทานแก่ผู้มาขอพึ่งพระบารมีในทางจะหารายได้ สมทบทุนทำกุศล ไปใช้ในกิจกุศลนั้น

พระอัธยาศัยที่ถ่อมพระองค์มาตลอด ..... และทรงวัตรปฏิบัติเยี่ยงสาวกที่ดี ดูจะไม่โปรดต่อการที่ใครจะกล่าวว่า “ทรงปลุกเสกพระพุทธรูป” เลย การนี้น่าจะพ้องกับมติของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี ที่ถือว่าบรรดาพระบูชา พระเครื่องเมื่อปรากฎเป็นรูปร่างแล้ว ว่าเป็นพระโดยเจตนาของผู้ปั้นผู้จำเป็นหลัก ดังคราวหนึ่งเข้าประคุณสมเด็จโตรับนิมนต์ไปบ้านโยมที่เข้าใจว่าคงมีพระพุทธรูปที่ปั้นหรือหล่อ หากแต่ยังมิได้เข้าพิธีกรรม เจ้าประคุณสมเด็จโตนั่งประนมมือไหว้ ทำให้เจ้าบ้านถาม ท่านจึงตอบว่า “เพราะฉันเข้ามาในเขตอุปจารจ๊ะ”

โดยเหตุนี้ ..... สำหรับพระจรรยาของสมเด็จพระญาณสังวรฯ เมื่อรับอาราธนาให้ประกอบพิธีที่เรียกว่า “ปลุกเสก” คำที่โปรดให้ใช้กลับเป็น “อธิษฐานจิต” คือ น้อมระลึกถึงพระรัตนตรัย เป็นอาทิและถ้าลองศึกษาดูว่าพระองค์เริ่มต้องทำหน้าที่เช่นนี้เมื่อไร จากการค้นเอกสารเกี่ยวกับการดังกล่าวเข้าใจว่าน่าจะเป็นปี พ.ศ.๒๕๐๖ ที่สร้างพระพุทธรูป ภปร. เป็นครั้งแรกที่วัดเทวสังฆาราม โดยทางวัดของพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้อักษรย่อพระปรมาภิไธย ประดิษฐานที่พระพุทธรูป เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินต้น ณ วัดเทวสังฆาราม กาญจนบุรี

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 03:21 PM


�����Դ��繷��: 11


จากนั้น ..... สมเด็จพระญาณสังวรฯ จึงมีผู้กราบทูลอาราธนาให้อธิษฐานจิตหลายครั้งหลายคราวเนื่องจากทราบว่าพระองค์ ไม่เพียงเป็นเลิศในทางพระปริยัติ หากแต่ในทางปฏิบัติกรรมฐานก็ทรงบำเพ็ญเพียรภาวนาอยู่เนือง ๆ ด้วยวิธีอานาปานสติพร้อมเจริญภาวนาพุทโธ กับวิธีกายคตานุสติบ้าง

ถ้าสังเกตดูจากการที่มีผู้เข้าเฝ้า ..... ณ พระตำหนักคอยท่าปราโมช คณะเหลืองรังษี เมื่อผู้ขอเผ้าจะทูลลา โดยมากจะทรงประทานหนังสือธรรมะอันเป็นพระนิพนธ์ หากประทานพระเครื่องก็ประทานพร้อมกับหนังสือทุกคราวไป อาจจะทรงมุ่งหมายให้มีพระเครื่องติดตัว ขณะที่หวังว่ามีพระธรรมติดใจ

ทรงรับสั่งสรรเสริญความมีปัญญา ..... ถ้ามีปัญญาย่อมสำเร็จประโยชน์ แก้ไขปัญหาได้ ถึงคราวอับจนบางครั้ง ปัญญาย่อมพาตนรอดพ้นภัยได้ เพราะศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งปัญญา

______________________

ที่มา ::: http://www.ezthailand.com/Prakruang/YanNiyom.html

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 03:25 PM


�����Դ��繷��: 12


๏๏๏ ๏๏๏ ขอถวายพระพร
ด้วยความเคารพและศรัทธา ๏๏๏ ๏๏๏ ๏๏๏



เว็บไซต์ "น้ำตาล" และ เพื่อนๆ
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 03:45 PM


�����Դ��繷��: 13


พระพุทธศาสนาถือว่า ..... การได้กำเนิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นการยาก
และ การที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น นับเป็นลาภอันประเสริฐ
เพราะการได้สภาพเป็นมนุษย์นั้น
เป็นการได้โอกาสอันดีงามที่จะพัฒนาตน ... พัฒนาชีวิต ให้ดี
หรือเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปกว่าภาวะที่เป็นอยู่
จนกระทั่งถึงภาวะอันเป็นความสมบูรณ์แห่งชีวิต
ตามคติแห่ง "พระพุทธศาสนา"

แต่ทั้งนี้ ..... ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้โอกาสอันดีนี้
ให้เกิดประโยชน์ได้เพียงไร
ซึ้ง "พระพุทธศาสนา" ได้ชี้แนะแนวทาง
ในการพัฒนาตน พัฒนาชีวิต ให้เจริญ
อย่างเป็นขั้นตอนไว้ด้วยแล้ว อย่างพร้อมมูล

ผู้ ..... ที่ศึกษาเรื่องของ "ชีวิต"
ย่อมจะเป็นผู้ไม่ปล่อย ให้ชีวิตผ่านไปอย่างไร้สาระ
แต่จะเป็นผู้รู้จักใช้ชีวิตอย่างเป็นประโยชน์ ด้วยการสร้าง และ กระทำ
แต่สิ่งอันเป็นประโยชน์ทั้งปวงตามความสามารถ
ผู้ซึ่งทำได้เช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นผู้มีชีวิตเจริญด้วยผลดี
อันจะพึงได้ทั้ง ในโลกนี้ และ ในโลกหน้า ... ฯลฯ

___________________________
พระธรรมเทศนาและโอวาท
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 3/10/2003 03:52 PM


�����Դ��繷��: 14

ขออัญเชิญ คุณพระศรีรัตนไตร และ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในสากลโลก จงปกปัก รักษา ให้ พระองค์ท่าน มีพระพลานามัย สมบูรณ์ เป็นองค์พระประมุขสำหรับ ศาสนาพุทธ แห่งประเทศไทย และ ให้โอวาทแก่เหล่า ศาสนิกชน นานเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยเถิด....

กราบ 3 ครั้ง

    �� : พี่เก่ง     ����� : 5/10/2003 10:07 AM


�����Դ��繷��: 15

ขอจงทรงพระเจริญ

กราบ ๓ ครั้ง

    �� : นรชาติ     ����� : 5/10/2003 11:59 AM


�����Դ��繷��: 16


สาธุครับ

    �� : จิตปัน     ����� : 6/10/2003 02:31 AM


�����Դ��繷��: 17


สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ..... สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกประทานวรพรปีใหม่ พ.ศ.2547 ขอชาวพุทธจงอบรมจิตใจให้มีความกรุณา ที่สำคัญที่สุดต้องกรุณาตนเอง อย่าโลภ อย่าโกรธ อย่าหลง ผลมากน้อยขึ้นอยู่กับกำลังแห่งกรุณา

วันนี้ [ 27 ธ.ค. 2546 ] ..... สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกประทานวรพรปีใหม่ พ.ศ.2547 ความว่า ปีใหม่ พระพุทธศักราช 2547 มาถึงแล้ว ขอพระราชทานถวายวรชัยมงคล แด่สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สองพระผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พร้อมพระบรมราชโอรส ราชธิดา และพระบรมวงศานุวงศ์แห่งมหาจักรีทุกพระองค์ และขออำนวยพรเพื่อนร่วมทุกข์ทั้งปวง

ขอพระมหากรุณา ..... ในพระผู้จอมชนะสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้นำความชนะทุกข์ทั้งปวง ให้เกิดแก่ผู้ร่วมทุกข์ทั้งหลาย ให้ความกรุณาเกิดได้ในจิตใจ ความกรุณามีผลยิ่งใหญ่นัก เป็นที่ประจักษ์แล้วในผลแห่งพระมหากรุณาในเจ้าชายสิทธัตถะ พระพุทธะเกิดขึ้นได้รับความร่มเย็นเป็นสุข ก็เพราะอำนาจแห่งความกรุณาอย่างแท้จริง

แม้ปรารถนา ..... สิ่งใดที่ดีงามยิ่งใหญ่ จงอบรมจิตใจให้มีความกรุณา ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องกรุณาตนเอง อย่าโลภ อย่าโกรธ อย่าหลง สามประการนี้ทำได้น้อยก็กรุณาน้อย ทำได้มากก็กรุณามาก ผลก็น้อยก็มากตามกำลังแห่งกรุณา ขอฝากธรรมสำคัญนี้เป็นพรปีใหม่สำหรับดับทุกข์ ดับภัยชีวิต ขออำนวยพร

----------------------------------
ที่มา ..... http://www.manager.co.th

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 27/12/2003 09:37 PM


�����Դ��繷��: 18

๏๏๏ ขอถวายพระพร
ด้วยความเคารพและศรัทธา ๏๏๏


เว็บไซต์ "น้ำตาล" และ เพื่อนๆ
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 27/12/2003 09:48 PM


�����Դ��繷��: 19


สมเด็จพระสังฆราชทรงแนะ ผู้ใหญ่ควรทำดีให้เด็กตาม

สมเด็จพระสังฆราช ..... ประทานวรธัมโมวาทเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ทรงแนะผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างให้เด็กเป็นอนาคตของชาติ และเด็กเป็นความสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสนใจอย่างแท้จริง

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ..... ประธานวรธัมโมวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ วันที่ 10 มกราคม 2547 มีความว่า วันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาติ คือวันเด็กแห่งชาติ ที่ผู้ใหญ่คือคณะรัฐมนตรีประกาศยอมรับความสำคัญของเด็ก ด้วยการให้จัดเฉลิมฉลองเป็นประจำทุกปีในวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม

ฉะนั้น ..... การเห็นความสำคัญของเด็กนั้นเป็นความถูกต้อง เพราะเด็กมีความสำคัญอย่างยิ่งจริงๆ ต่อความเป็นชาติ ไม่เพียงเฉพาะของไทยเท่านั้น แต่ของทุกชาติ ดังนั้นการเห็นความสำคัญของเด็กและปฏิบัติให้สมควร จึงควรได้รับความสนใจอย่างแท้จริง และอย่างถูกต้องจากทุกผู้ทุกฝ่าย ไม่เพียงให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล หรือของบ้านเมืองเท่านั้น แต่ต้องยอมรับว่ารัฐบาลหรือบ้านเมืองเป็นกำลังสำคัญที่สุด สามารถจะช่วยเด็กให้เป็นไปด้วยดีได้เป็นอันมาก โดยมีญาติพี่น้องครูอาจารย์ของเด็กเป็นกำลังที่สุดส่วนหนึ่งขาดไม่ได้

อย่างที่เคยกล่าวมาแล้วหลายครั้งว่า ..... เป็นอนาคตของชาติ จริงดังที่รู้กันและกล่าวถึงกันอยู่ตลอดมา เด็กเป็นอนาคตของชาติ นับเป็นความสำคัญอย่างยิ่งของเด็ก แต่ผู้ใหญ่เป็นอนาคตของเด็กนี้ก็เป็นความจริงแน่นอน ผู้ใหญ่จึงเป็นความสำคัญที่สุดของชาติ เห็นได้ชัดเจนเป็นลำดับดังนี้ อนาคตของชาติอยู่ในมือของเด็กและอนาคตของเด็กอยู่ในมือของผู้ใหญ่ นั่นก็เท่ากับชาติอยู่ในมือของผู้ใหญ่ในชาตินั่นเอง ผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างอย่างไรให้เด็กดูให้เด็กรู้ให้เด็กเห็น จนฝังจิตฝังใจจนรับไว้เป็นนิสัยใจคอการปฏิบัติของเด็กไปโดยไม่รู้ตัวเป็นอนาคตของเด็ก นั่นก็คือเป็นอนาคตของชาติด้วย ผู้ใหญ่ในปัจจุบันเป็นอย่างไร อนาคตของชาติจะเป็นเช่นนั้น โดยมีเด็กในปัจจุบันนั่นเองเป็นผู้สืบสาน เด็กในปัจจุบันที่จะเป็นอนาคตของชาติหรือเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ก็คือเป็นผู้ที่รับสิ่งที่พบเห็นเป็นการพูดการทำของผู้ใหญ่ไว้เป็นแบบอย่าง คิดตามพูดตามทำตามตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนกระทั่งเป็นผู้ใหญ่ คือเป็นอนาคตของชาตินั่นเอง

----------------------------------------------------
http://www.manager.co.th/QOL/viewnews.asp?NewsID=4766485878824

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 10/01/2004 12:10 PM


�����Դ��繷��: 20

๏ ๏ ๏ สาธุ สาธุ สาธุ
ขอถวายพระพร
ด้วยความเคารพและศรัทธา ๏ ๏ ๏

เว็บไซต์ "น้ำตาล" และ เพื่อนๆ
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 10/01/2004 12:32 PM


�����Դ��繷��: 21



พรปีใหม่จากสมเด็จพระสังฆราช
โดย ... ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 21:22 น.


พระพรปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๔๘
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก



ศุภดิถีขึ้นปีใหม่ได้เวียนมาถึงอีกวาระหนึ่ง ชีวิตของแต่ละคนก็วัฒนาเพิ่มพูนขึ้น มากบ้างน้อยบ้าง ตามกำลังสติปัญญา ทุกคนถ้าใช้สติพิจารณาดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาในแต่ละรอบปีของชีวิต อย่างถี่ถ้วนรอบคอบแล้วใช้จุดดีของชีวิตที่ผ่านมากระตุ้นเตือนให้ทำดียิ่งๆขึ้น และใช้จุดเสียของชีวิตที่ผ่านมาเตือนใจให้ระวังละเว้นก็จะทำให้ชีวิตในแต่ละรอบปีเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้น

จึงขอให้ท่านทั้งหลายมีสติ ใช้ปัญญา ประกอบด้วยโยนิโสมนสิการ ในกรณีทั้งปวง

เนื่องในศุภดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๔๘ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย อำนวยพรให้ทุกท่านทุกฝ่าย จงประสบสิ่งอันพึงประสงค์ทั้งปวงโดยธรรมทั่วกัน


    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 1/01/2005 08:46 AM


�����Դ��繷��: 22

๏ ๏ ๏ สาธุ สาธุ สาธุ
ขอถวายพระพร
ด้วยความเคารพและศรัทธา ๏ ๏ ๏


    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 1/01/2005 08:49 AM


�����Դ��繷��: 23

กราบพร้อมๆกันนะ

    �� : พี่เก่ง     ����� : 3/01/2005 01:27 PM


�����Դ��繷��: 24


สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จวัดบวรนิเวศวิหาร
เพื่อรับถวายสักการะจากประชาชน เนื่องในวโรกาสคล้ายวันประสูติ ๙๒ พรรษา


ขอถวายพระพร
ด้วยความเคารพและศรัทธา



เว็บไซต์น้ำตาล และ เพื่อนๆ






    �� : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  ����� : 2/10/2005 07:59 AM


�����Դ��繷��: 26

ความคิดเห็นที่: 25

กราบ
กราบ
กราบ

................

โดย : ทิดโส เมื่อ : 2/10/2005 10:38 PM

    �� : สำเนา   Mail to สำเนา  ����� : 3/10/2005 07:58 AM



ชื่อ ::
  *
  รหัสผ่าน ::  
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปภาพ ::
  ขนาดไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
ข้อความ ::
  *
  Emotion ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ

Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.